Admin

  • Hotel - Travel

    คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ขยายการเติบโตในภูเก็ต ด้วยการเปิดตัว คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ฉลอง เบย์ รีสอร์ท

    โรงแรมคอร์ทยาร์ดแห่งที่สามในภูเก็ต ยกระดับ “อ่าวฉลอง” สู่จุดหมายแห่งการพักผ่อนที่ผสานเสน่ห์ท้องถิ่นกับความสะดวกสบายทันสมัย เพื่อการสำรวจภูเก็ตอย่างไร้ขีดจำกัด

    ภูเก็ต, ประเทศไทย — คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท® หนึ่งในกว่า 30 แบรนด์ภายใต้พอร์ตโฟลิโอระดับโลกของแมริออท บอนวอย ประกาศเปิดตัว คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ฉลอง เบย์ รีสอร์ท อย่างเป็นทางการ นับเป็นโรงแรมคอร์ทยาร์ดแห่งที่สามในจังหวัดภูเก็ต พร้อมผลักดัน “อ่าวฉลอง” ให้ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ที่น่าจับตามองสำหรับนักเดินทางที่แสวงหาประสบการณ์ที่แตกต่าง รีสอร์ทขนาด 280 ห้องแห่งนี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแมริออท อินเตอร์เนชันแนลในภูเก็ต และนำเสนอที่พักสมัยใหม่ที่เชื่อมต่อทุกการเดินทางสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง


    แบรด เอ็ดแมน รองประธานกรรมการ ประจำประเทศไทย กัมพูชา และเมียนมาร์ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า“ภูเก็ตยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เราจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ขยายพอร์ตโฟลิโอด้วยการเปิดตัวคอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ฉลอง เบย์ รีสอร์ท แบรนด์คอร์ทยาร์ดได้รับการออกแบบเพื่อมอบความสะดวกสบายทันสมัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อสร้างประสบการณ์การพักผ่อนที่เต็มไปด้วยความสุข รีสอร์ทแห่งใหม่นี้ผสมผสานความสะดวกสบาย ฟังก์ชันการใช้งาน และเสน่ห์ท้องถิ่นได้อย่างลงตัว รองรับทั้งนักเดินทางเพื่อพักผ่อนและนักธุรกิจที่ต้องการสัมผัสภูเก็ตในมุมที่แปลกใหม่”

    อ่าวฉลอง เป็นพื้นที่ที่ขึ้นชื่อด้านวิถีชีวิตริมทะเลที่เรียบง่ายและความผูกพันกับชุมชนท้องถิ่น แขกสามารถเยี่ยมชม วัดฉลอง สถานที่สำคัญทางศาสนาของจังหวัด เดินเล่นใน ย่านเมืองเก่าภูเก็ต ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมชิโน–โปรตุกีส คาเฟ่สีสันสดใส และ หลาดใหญ่ ถนนคนเดินยอดนิยมในวันอาทิตย์ รวมถึงลิ้มลองอาหารทะเลสดจากบ้านชาวประมงกลางน้ำ
    รีสอร์ทตั้งอยู่เพียงไม่กี่นาทีจาก ท่าเรือฉลอง ซึ่งเป็นหนึ่งในประตูหลักสู่การผจญภัยทางทะเลของภูเก็ต ทำให้แขกสามารถเดินทางไปยังหมู่เกาะชื่อดังในทะเลอันดามันได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็น หมู่เกาะพีพี หมู่เกาะสิมิลัน เกาะเฮ และ เกาะราชา ซึ่งเหมาะสำหรับการดำน้ำลึกและดำน้ำตื้นระดับโลก
    สำหรับการเดินทางบนบก รีสอร์ทยังอยู่ใกล้หาดยอดนิยมอย่างป่าตอง กะตะ กะรน และในหาน ซึ่งล้วนมีบรรยากาศเฉพาะตัว ขณะที่สนามบินนานาชาติภูเก็ตอยู่ห่างออกไปประมาณ 40 กิโลเมตร

    รีสอร์ทประกอบด้วยห้องพักร่วมสมัยจำนวน 280 ห้อง เหมาะสำหรับทั้งครอบครัวและคู่รัก ทุกห้องผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถัน พร้อมเฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์และระเบียงส่วนตัวที่มองเห็นวิวรีสอร์ท รองรับทั้งการเข้าพักระยะสั้นและระยะยาว
    ด้านอาหารและเครื่องดื่มของรีสอร์ทได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาของวัน

    • Palai Bistro ห้องอาหารเปิดให้บริการตลอดวัน นำเสนอเมนูยุโรปและเอเชียคลาสสิก พร้อมรสชาติท้องถิ่นของภูเก็ตในบรรยากาศสบาย ๆ รวมถึงบุฟเฟ่ต์พิเศษในช่วงสุดสัปดาห์
    • Chalong Baking Company (CBCo) คาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น เสิร์ฟเบเกอรี่สดใหม่ กาแฟสเปเชียลตี้ มัทฉะเกรดพรีเมียม และเมนูเพื่อสุขภาพ เหมาะทั้งสำหรับการพักผ่อนและการทำงาน
    • Splash Pool Bar บาร์ริมสระแบบสวิมอัพ มอบเครื่องดื่มสดชื่น อาหารว่างเบา ๆ พร้อมมุมที่นั่งสไตล์ Seating Pod ดีไซน์ทันสมัย
      สำหรับผู้เข้าพักที่ต้องการผ่อนคลาย รีสอร์ทมีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง 2 สระ ได้แก่ สระหลักพร้อมเลานจ์สำหรับพักผ่อนอาบแดด และสระสำหรับเด็กที่อยู่ติดกับห้องเด็กเล่น เหมาะสำหรับครอบครัว อีกทั้งยังมีฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายทันสมัย ห้องสตีม และล็อกเกอร์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
      นิโคลัส ซี ผู้จัดการทั่วไปของ คอร์ทยาร์ด บาย แมริอออท ภูเก็ต ฉลอง เบย์ รีสอร์ท และ เจดับบลิว แมริอออท ภูเก็ต ฉลอง เบย์ รีสอร์ท แอนด์ สปา กล่าวว่า“เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับแขกทุกท่านสู่อ่าวฉลอง ซึ่งสะท้อนเสน่ห์ของภูเก็ตในมุมที่เงียบสงบและเป็นธรรมชาติ หล่อหลอมด้วยวิถีชีวิตท้องถิ่นและจังหวะของท้องทะเล เราตั้งใจมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่อบอุ่น ผ่อนคลาย และเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่างกลมกลืน”
      คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ฉลอง เบย์ รีสอร์ท เข้าร่วมโปรแกรม แมริออท บอนวอย® สมาชิกสามารถสะสมและแลกคะแนนจากการเข้าพักที่รีสอร์ท และโรงแรมในเครือกว่า 30 แบรนด์ทั่วโลก รวมถึงการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
      สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการสำรองห้องพัก สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซด์
      https://www.marriott.com/th/hotels/hktpc-courtyard-phuket-chalong-bay-resort/overview/
  • Charity - Sports

    บีชโปโล “Princess Pa’s Cup” หวนคืนหัวหิน ฉลองปีที่ 15

    หัวหินเตรียมกลับมาคึกคักอีกครั้ง กับการแข่งขันขี่ม้าโปโลบนชายหาดรายการระดับนานาชาติ “Princess Pa’s Cup InterContinental – B.Grimm Beach Polo Hua Hin 2026” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทราเทพยวดี ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 4 เมษายน 2569 ณ ชายหาดหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท
    ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา รายการนี้ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในอีเวนต์สำคัญของทั้งวงการกีฬาและไลฟ์สไตล์ของประเทศไทย ผสานเสน่ห์ของกีฬาขี่ม้าเข้ากับบรรยากาศชายทะเลและกิจกรรมทางสังคมได้อย่างลงตัว ภายใต้ความร่วมมือของ บี.กริม กลุ่มบริษัทพราว โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท และบลูพอร์ต หัวหิน

    เสน่ห์เฉพาะของ “บีชโปโล” อยู่ที่การเล่นบนผืนทราย ซึ่งต้องอาศัยจังหวะน้ำขึ้น-น้ำลงเป็นตัวกำหนดสภาพสนาม ทำให้การแข่งขันในแต่ละปีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะที่หัวหิน เมืองตากอากาศที่มีภาพจำของการขี่ม้าริมชายหาดมาอย่างยาวนาน ยังคงเป็นสถานที่เดียวในประเทศไทยที่เหมาะสมสำหรับการแข่งขันรูปแบบนี้
    ในปีนี้ มีทีมจาก 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย เบลเยียม อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมประชันฝีมือ ในรูปแบบการแข่งขันที่รวดเร็ว เร้าใจ และเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสความสนุกของกีฬาโปโลอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

    นอกเหนือจากการแข่งขัน ภายในงานยังเต็มไปด้วยกิจกรรมตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารและเครื่องดื่มริมชายหาด บูธกิจกรรมจากผู้สนับสนุน และแฟชั่นโชว์บนหลังม้า ก่อนจะเข้าสู่ไฮไลต์ของการแข่งขันโปโลในช่วงเย็น

    เมื่อแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า บรรยากาศจะเปลี่ยนสู่ค่ำคืนริมทะเลกับงาน “Sea Breeze Garden Party” ต่อเนื่องด้วยการแสดงจากวงรอยัล แบงค็อก ซิมโฟนี ออร์เคสตรา พร้อมกิจกรรมประมูลการกุศล เติมเต็มประสบการณ์ของวันแห่งกีฬาและศิลปะอย่างสมบูรณ์
    การแข่งขันครั้งนี้ยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ด้านการกุศล โดยรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้แก่ “โครงการกำลังใจ” ในพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทราเทพยวดี เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและการกลับคืนสู่สังคมของผู้ต้องขัง
    ด้วยการผสานกีฬา วิถีชีวิต และบรรยากาศชายทะเลเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน บีชโปโลยังคงเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนเสน่ห์ของหัวหิน ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

  • Energy - Environment - Sustainable

    สยามพิวรรธน์ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ความยั่งยืนระดับโลก ชู “NEXTOPIA” สยามพารากอน เป็นแลนด์มาร์กหลักฉลอง 20 ปี Earth Hour มุ่งหน้าสู่พลังงานสะอาด 100%

    กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของโครงการระดับโลก อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม ประกาศเดินหน้าพันธกิจ ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มกำลัง ร่วมฉลองครบรอบ 20 ปี กิจกรรม Earth Hour ในประเทศไทย โดยคัดเลือก “NEXTOPIA” ณ สยามพารากอน เป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์หลัก (Spotlight) ในการรณรงค์ปิดไฟเพื่อโลก พร้อมโชว์ศักยภาพเมืองต้นแบบที่บริหารจัดการด้วยพลังงานสะอาด 100%

    • วิสัยทัศน์แห่งอนาคต: สยามพิวรรธน์กับการจัดการพลังงานที่ยั่งยืน
      สยามพิวรรธน์ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์การเป็น “ผู้นำแห่งการสร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมาย” ที่ให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนกับสิ่งแวดล้อม องค์กรมุ่งมั่นบริหารจัดการ ระบบนิเวศพลังงานใจกลางเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการติดตั้งนวัตกรรมโซลาร์รูฟท็อป การใช้ระบบทำ ความเย็นประสิทธิภาพสูง (Chiller Efficiency) และการเปลี่ยนระบบแสงสว่างเป็น LED ทั้งหมด โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ซึ่งความสำเร็จที่ผ่านมาสะท้อนได้จากการที่ศูนย์การค้าในเครือได้รับการรับรองการชดเชยคาร์บอน 100% (Carbon Neutral) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกในปี 2025
    • Earth Hour: มากกว่าการปิดไฟ คือการสร้างจิตสำนึกร่วมกัน
      กิจกรรม Earth Hour เริ่มต้นครั้งแรกโดย WWF ในปี 2007 ที่ Sydney ประเทศ Australia มีผู้เข้าร่วมกว่า 2.2 ล้านคน และธุรกิจกว่า 2,000 แห่ง ร่วมกัน ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดการใช้พลังงานและ สร้างการรับรู้ เรื่องโลกร้อน ปัจจุบัน Earth Hour ไม่ใช่เพียงการปิดไฟเชิงสัญลักษณ์เป็นเวลา 1 ชั่วโมง แต่เป็นเครื่องมือสำคัญ ในการสร้างความตระหนักรู้ถึงวิกฤตการณ์ภูมิอากาศในระยะยาว ในปีนี้ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน ได้รับเกียรติจาก องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ประเทศไทย (World Wide Fund For Nature – WWF Thailand) ให้เป็น 1 ใน 5 แลนด์มาร์กสำคัญของไทย ร่วมกับ ไอคอนสยาม วัดอรุณราชวราราม วัดสระเกศ และเสาชิงช้า ในการจัดกิจกรรมปิดไฟประหยัดพลังงาน เพื่อส่งสัญญาณไปถึงคนทั่วโลกให้หันมาใส่ใจ ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างจริงจัง
    • NEXTOPIA สยามพารากอน: พื้นที่ต้นแบบมาตรฐานโลก
      การจัดงานในปีนี้มีความพิเศษยิ่งขึ้น เนื่องจากจัดขึ้น ณ NEXTOPIA ซึ่งเป็น “เมืองต้นแบบแห่งโลก อนาคต” ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลระดับโลกอย่าง EDGE Advanced ด้านการประหยัดพลังงาน และมาตรฐาน Fitwel ที่สะท้อนถึงการออกแบบพื้นที่ที่ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้งาน นอกจากนี้ NEXTOPIA ยังโดดเด่นด้วยนวัตกรรม Floor Radiant Cooling และเป็นพื้นที่ที่ใช้พลังงานสะอาด 100% ในปี 2026 นี้ ทำให้การจัดงาน Earth Hour ณ ที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การรณรงค์ แต่คือการพิสูจน์ให้เห็นว่า พื้นที่ค้าปลีก ระดับโลก สามารถดำเนินกิจกรรมควบคู่ไปกับการรักษาโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ
    • จาก Earth Hour สู่ Earth Everyday: เชิญชวนร่วมสร้างโลกที่ดียิ่งขึ้น
      สยามพิวรรธน์ และ NEXTOPIA ขอเชิญชวนทุกท่านเปลี่ยนความสนุกให้เป็นพลังรักษาโลกผ่านกิจกรรม “Give an Hour for Earth” ตลอด 6 วันเต็ม (24 – 29 มีนาคม 2569) ณ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน พบกับไฮไลต์กิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ:
      Energy Zone: ร่วมสร้างพลังงานด้วยตัวเองผ่าน Bicycle Energy และ Kinetic Floor
      Nature Documentary: แรงบันดาลใจจากสารคดีระดับโลก One Planet, Jungles และ Freshwater
      Sustainable Workshop: กิจกรรม Plantable Seed Workshop ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง และ Sticker Book for Kid เพื่อปลูกฝังหัวใจสีเขียวให้คนรุ่นใหม่ สยามพิวรรธน์ และ NEXTOPIA สยามพารากอน เชื่อมั่นว่า พลังจากความร่วมมือในกิจกรรม Earth Hour ครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่ “Earth Everyday” เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคม คาร์บอนต่ำ และสร้างโลกที่ยั่งยืนเพื่อส่งต่อให้คนรุ่นหลังต่อไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: NEXTOPIA และ SIAMPARAGON

    #SIAMPIWAT #SIAMAPRAGON #NEXTOPIA #EarthHour #WWFThailand
  • Movie

    Samara Weaving คัมแบ็กบทเจ้าสาวเลือดสาด ในภาพยนตร์ภาคต่อสุดคลั่ง “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” ซื้อตั๋วล่วงหน้า แล้วไปลุ้นระทึกในโรงภาพยนตร์ 26 มีนาคมนี้

    ตัวอย่างภาพยนตร์ : https://www.youtube.com/watch?v=wOsbNfAFlTY
    โปสเตอร์และภาพนิ่ง : https://shorturl.asia/IM6q3
     

    หลังจากทิ้งภาพจำสุดสะพรึงไว้ตอนจบของ Ready or Not เมื่อปี 2019 นักแสดงมากฝีมือ Samara Weaving ก็หวนสู่ชุดเจ้าสาวโชกเลือดอีกครั้ง ในบท “Grace” ผู้เอาชีวิตรอดจากเกมสุดเดือดในภาคแรก พร้อมพาทุกคนก้าวสู่เกมลุ้นตายครั้งใหม่ที่ยกระดับความคลั่งแบบคูณสอง ใน “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” ภาพยนตร์สุดระทึกตลกร้ายที่ทั้งลุ้นระทึกทั้งฮา ภาคต่อของที่สุดแห่งเกมเอาชีวิตรอดที่เคยสร้างปรากการณ์มาแล้วทั่วโลก 26 มีนาคมนี้ เตรียมลุ้นตายไปกับเธอ…และน้องสาวของเธอ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

    สำหรับแฟนภาพยนตร์ Ready or Not คงไม่มีใครปฏิเสธว่าการแสดงของ Samara Weaving นักแสดงสาวมากฝีมือ คือหัวใจสำคัญของแฟรนไชส์ ที่ไม่เพียงทำให้ผู้ชมลุ้นระทึกไปกับการเอาชีวิตรอดของเธอ แต่ยังส่งให้ตัวละคร  “Grace” กลายเป็นคาแรกเตอร์ Cult Icon ที่แฟนภาพยนตร์ทั่วโลกหลงรัก และการกลับมาของเธอในชุดเจ้าสาวเลือดสาด ในภาคต่อที่ทุกคนรอคอย “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” ก็ทำให้แฟนหนังต่างคาดการณ์ว่าเธอจะยังคงเป็นแกนหลักทางอารมณ์ของเรื่องที่ยกระดับความเข้มข้นของเรื่องราวให้พีคขึ้นกว่าเดิม

    นักแสดงสาวเผยว่า ด้วยความผูกพันธ์กับทีมงาน และกระแสตอบรับจากภาคแรกที่แรงเกินคาด โดยเฉพาะการที่ ตัวละคร Grace กลายเป็นภาพจำในวัฒนธรรมป๊อป ที่แฟน ๆ จำนวนมากเลือกที่จะแต่งตัวเป็นเจ้าสาวเลือดสาดในเทศกาลฮาโลวีน ทำให้เธอตอบตกลงกลับมาสวมชุดเจ้าสาวอีกครั้งทันที โดยไม่ต้องคิดนาน “มันมหัศจรรย์มากที่ผู้ชมรักหนังเรื่องนี้มากเท่ากับที่เรารักตอนสร้างมันออกมา และฉันก็มีช่วงเวลาที่ดีมากกับผู้กำกับ Matt และ Tyler รวมถึงทีมงานทั้งหมด พอพวกเขาถามว่าอยากทำภาคสองไหม คำตอบคือได้เลยทันที” เธอกล่าว และด้วยความที่เรื่องราวในภาคใหม่นี้ต่อเนื่องจากช่วงเวลาสุดท้ายของภาคแรกแบบแทบจะทันที ทำให้การกลับมาครั้งนี้ให้ความรู้สึกเหมือน “เราไม่เคยออกจากโลกของ Grace ไปเลย” 
     
    ขณะที่ตัวละครของเธอยังคงถูกออกแบบให้เป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่ใช่ฮีโร่ที่ไร้เทียมทาน แต่เป็นคนที่เอาชีวิตรอดด้วยสัญชาตญาณและความไม่ยอมแพ้ โดยผู้กำกับ Matt Bettinelli-Olpin อธิบายว่า “Grace มีข้อบกพร่อง เธอไม่สมบูรณ์แบบ และเธอมีความลับ แต่ Samara ทำให้ผู้ชมยังคงอยู่ข้างเธอได้เสมอ แม้ในวันที่เธอทำพลาด” นั่นจึงเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้ Grace แตกต่างจากตัวละครสายแอ็กชันทั่วไป เธอไม่ได้เอาชนะด้วยความเก่งเหนือมนุษย์ แต่เอาชนะด้วยความเป็นมนุษย์ล้วน ๆ
     
    นอกจากนี้ “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” ยังเพิ่มความเข้มข้นด้วยการแสดงของ Kathryn Newton ที่เข้าร่วมแฟรนไชส์ในบท “Faith” น้องสาวต่างแม่ที่ห่างเหินของ Grace ซึ่งทำให้ภาคนี้กลายเป็นเรื่องราวที่ขับเคลื่อนด้วยตัวละครหลักสองคน บนพื้นฐานของอดีตที่ยังไม่คลี่คลาย ความคับข้องใจ และการพึ่งพากันอย่างไม่เต็มใจ โดยผู้กำกับ Tyler Gillett เผยว่า การจับคู่ Newton กับ Weaving ทำให้เส้นอารมณ์ของเรื่องคมชัดขึ้นทันที “พอ Samara กับ Kathryn มาอยู่ด้วยกัน ความขัดแย้งก็เกิดขึ้นทันที เพราะทั้งคู่แข็งแกร่ง และมีวิธีเอาตัวรอดที่ไม่ตรงกัน” และความไม่ลงรอยนั้นเองกลายเป็นแรงขับของเรื่อง “หัวใจที่แท้จริงของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือการได้เห็นทั้งสองกลับมาเป็นทีมเดียวกันอีกครั้ง” Gillett กล่าว ด้าน Kathryn Newton อธิบายถึงตัวละครของเธอผ่านความสัมพันธ์กับ Grace ว่า “Faith MacCaullay คือน้องสาวของ Grace และฉันก็เป็นเหมือนภาพสะท้อนของเธอ ฉันเปิดเผยให้เห็นว่าเธอเป็นใครกันแน่ ฉันคือด้านมืด หรือเงาของเธอ ที่เธอไม่อาจสลัดทิ้งได้” 

    ส่วนตัวเธอเองก็ประทับใจกับบทบาทนี้ไม่น้อย และยังติดตามกระแสการเปิดตัวภาพยนตร์ทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย ล่าสุดได้แชร์ IG Story ของ แจน – พลอยชมพู ศุภทรัพย์ นักแสดงชาวไทย ซึ่งโพสต์ภาพงาน Thailand Gala Premiere ที่แจนมาในฐานะตัวแทนของ Faith ตัวละครของเธอ และ ซาบีน่า ไมซิงเกอร์ ในฐานะตัวแทนของ Grace โดย Kathryn ยังแท็ก Samara Weaving อย่างตื่นเต้นด้วย
     
    ทั้งนี้ “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” นับเป็นภาพยนตร์ดาร์คคอเมดี้ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม หลังจากเข้าฉายในอเมริกาและบางประเทศไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยยังคงได้ใจนักวิจารณ์และผู้ชมด้วยสกอลที่น่าพอใจใน Rotten Tomatoes ทำคะแนน Tomatometer ของฝั่งนักวิจารณ์ที่ 75% และคะแนน Popcornmeter ฝั่งผู้ชมทั่วไปสูงถึง 90% (ข้อมูล ณ วันที่ 24 มีนาคม 2569) นอกจากนี้บรรดาสื่อมวลชนและนักวิจารณ์ไทยที่ได้รับชมรอบสื่อมวลชนแล้วยังการันตีว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาคต่อที่สมบูรณ์แบบ ทั้งบู๊กว่า ตลกกว่า โชกเลือดกว่า อัปเลเวลความโหดเลือดสาดจากภาคแรกอย่างถึงใจ แถมฉากแอ็กชันที่มาพร้อมกับเสียงหัวเราะก็ให้ความรู้สึกที่ดีมาก ๆ ในโรงภาพยนตร์ และแน่นอนว่า Samara Weaving ในบท Grace เจ้าสาวเลือดสาย ยังคงจัดเต็มใส่สุดพลังการแสดง ด้วยความ แกร่งกว่าเดิม เรียกว่ายกระดับจากภาคแรกให้สนุกและน่าสนใจขึ้นในแบบที่คนดูยังฮาและลุ้นตามได้ และเพื่อยืนยันขั้นกว่าของภาคนี้ นักแสดงสาวฝากบอกว่า “คุณจะได้เห็นเลือดมากขึ้น ความคลั่งมากขึ้น เป็นการรวมทุกสิ่งที่คุณรักจากภาคแรก แต่เข้มข้นกว่าเดิม” เธอเผย ก่อนทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้มว่า “และมีบาซูก้าโผล่มาในช่วงหนึ่งด้วย”
     
    เตรียมพบการกลับมาทวงคืนตำแหน่งเจ้าสาวที่แกร่งที่สุดในโลกภาพยนตร์ของ Grace ภายใต้การแสดงของ Samara Weaving ในเกมล่าชีวิตครั้งใหม่ที่เดิมพันด้วยอานาจยิ่งใหญ่ และความตาย “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” เข้าฉาย 26 มีนาคม ในโรงภาพยนตร์ ไม่อยากพลาดความมันสุดระทึก ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้แล้ววันนี้
     
    โซเชียลมีเดีย:
    X: @20thCenturyTH
    Instagram: @20thCenturyStudiosTH
    Facebook: @20thCenturyStudiosTH
    Youtube: @20thCenturyStudiosTH
    Hashtag: #ReadyOrNot2TH #เกมพร้อมตาย2

  • Movie

    “Disney & Pixar’s Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์” ยังยืนหนึ่งเสิร์ฟความสนุกในโรงภาพยนตร์ ชวนตีตั๋วดูซ้ำ ตามล่า Easter Eggs จากจักรวาลพิกซาร์ ดูได้แล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

    บอกเลยว่าดูรอบเดียวไม่พอ เพราะ “Disney & Pixar’s Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์” ไม่ได้มีแค่ความสนุกสุดป่วนและความอบอุ่นหัวใจ แต่ยังซ่อน “Easter Eggs” และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทีมผู้สร้างตั้งใจเชื่อมโยง Hoppers เข้ากับจักรวาลพิกซาร์ ผ่านข้าวของที่ทำให้นึกถึง Toy Story, Finding Nemo และภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ใครทันสังเกตไหมว่ามีอะไรบ้าง ถ้าสนุกจนดูเพลิน ไม่ทันเห็น แนะนำว่าต้องตีตั๋วดูซ้ำเพื่อไล่เช็กเก็บความลับจากจักรวาลพิกซาร์ด้วยกันในโรงภาพยนตร์

    จุดแรกที่อยากให้สังเกตกันคือโคมไฟ “Pixar Lamp” อันเป็นสัญลักษณ์ของพิกซาร์ ซึ่งตั้งอยู่ข้างตู้เลี้ยงเต่าในห้องเรียนของเมเบิล อีกหนึ่งจุดที่ทำให้ยิ้มตามในฉากนี้ คือน้องเต่าในตู้ที่มีชื่อว่า “Crush” ซึ่งตั้งตามชื่อของตัวละครเต่าทะเลสุดชิลจากภาพยนตร์ Finding Nemo นั่นเอง และอีกฉากในห้องทำงานของ Dr. Sam ยังเผยให้เห็นตัวด้วงจากเรื่อง The Good Dinosaur ที่ถูกสตัฟฟ์ไว้ในกรอบบนผนัง
     

    ส่วนฉากที่เกี่ยวกับนายกเทศมนตรีเจอร์รี่ก็มี Easter Eggs ให้ตามเก็บ ทั้งผ้าห่มคลุมรถเข็นเด็กที่เดินผ่านหน้าบ้านคุณแม่ของเจอร์รี่ ซึ่งเป็น “ลายผ้า Tartan” ที่ออกแบบในธีมของภาพยนตร์เรื่อง Brave และในฉากที่เผยข้อมูลข่าวบนโลกออนไลน์ ยังปรากฏภาพของ “Mr. Mittens” จากภาพยนตร์เรื่อง Soul และ “Gamma” จากภาพยนตร์เรื่อง Up อยู่ข้างบทความ “17 Mayors We’re Obsessed With” ด้วย
     
    สำหรับแฟน ๆ ของ Toy Story ก็มีเซอร์ไพรส์ซ่อนอยู่เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโมเดล “รถ Pizza Planet” ที่วางอยู่ในตู้โชว์บริเวณโถงทางเดินของโรงเรียน ขณะที่เมเบิลพยายามขนสัตว์ต่าง ๆ หนีออกจากการถูกกักขัง และในฉากห้องนอนของเมเบิลยังมีของเล่นตัวใหม่จาก Toy Story 5 ที่ชื่อว่า “Atlas” วางอยู่อีกด้วย
     
    นอกจากนี้ยังมี Easter Eggs ที่ทีมงานตั้งใจใส่ไว้อีกมากมาย โดยเฉพาะในห้องของเมเบิล มีทั้งของเล่นจากซีรีส์ We Bare Bears, งานศิลปะจากวง Devo ของ Mark Mothersbaugh ผู้แต่งเพลงประกอบให้กับเรื่องนี้ และผลงานศิลปะของ Piper Curda ผู้พากย์เสียงเมเบิล 
     


    ฝั่งของ Dr. Sam ก็ซ่อน Easter Eggs ไว้เพียบ ไม่ว่าจะเป็นหมายเลขห้องทำงาน A113 ซึ่งเป็น Easter Eggs สุดคลาสสิกที่ซ่อนไว้ในภาพยนตร์ทุกเรื่องของพิกซาร์ และชื่อเต็มของ Dr. Sam ยังมีชื่อว่า Dr. Samantha E. Fairfax ซึ่งตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ Dr. Emily Fairfax ผู้เชี่ยวชาญด้านบีเวอร์ซึ่งมานั่งเป็นที่ปรึกษาให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ รวมถึงรายละเอียดปลีกย่อย อย่างการแทรกชื่อทีมงานของพิกซาร์ไว้ในเนื้อหาบทความที่ปรากฏในภาพยนตร์ ใช้ชื่อ Tom Nettleship วิศวกรซอฟต์แวร์ของพิกซาร์ เป็นชื่อผู้สมัครเลือกตั้งอีกคนที่ลงแข่งกับเจอร์รี่ และใช้ชื่อของ Christine Jiang ผู้จัดการฝ่ายการเงิน เป็นชื่อแพทย์ที่ดูแลคุณยาย Tanaka ซึ่งปรากฏบนสายรัดข้อมือของโรงพยาบาล
     


    ไม่เพียงแค่นั้น ยังมี Fun Facts เบื้องหลังการสร้าง ที่หากรู้แล้วอาจจะทำให้การดู “Disney & Pixar’s Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์” น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น  อาทิ

    • การได้ 3 นักพากย์หลักจากซีรีส์ We Bare Bears ของ Cartoon Network (กำกับโดย Daniel Chong) มาร่วมให้เสียงพาก ทั้ง Bobby Moynihan ผู้ให้เสียงราชาจอร์จ Demetri Martin ให้เสียงเจ้าหนอนตัวร้าย และ Eric Edelstein ให้เสียงเป็นหนึ่งในคนงานก่อสร้าง
    • Piper Curda ผู้ให้เสียงเมเบิล ต้องอัดเสียงประโยค “This is like Avatar” ถึง 83 ครั้ง กว่าจะผ่าน
    • ในฉากระเบิดเขื่อน มีมดทั้งหมดถึง 19,436 ตัว
    • ต้องใช้ผีเสื้อถึง 39,256 ตัว เพื่อรวมพลังเพื่อยกน้ำหนักของ Apex Predator
    • ใช้งูจำนวน 547 ตัว เพื่อสร้างคลื่นและเข้าจู่โจมเมเบิล
    • ไดแอนฉลาม ถูกยกขึ้นโดยนกนางนวลถึง 413 ตัว
    • ใช้ไม้ทั้งหมด 62,939 ชิ้น เพื่อสร้างเนิน Superlodge หรือรังบีเวอร์ในภาพยนตร์
    • จำนวนต้นไม้ในพื้นที่ Superlodge มีทั้งหมด 251,663 ต้น
    • จำนวนพร็อพทั้งหมดในห้องทดลอง Hoppers และห้องสร้างหุ่นยนต์คือ 3,534 ชิ้น
    • ถนนเลียบชายฝั่งที่นายกเทศมนตรีเจอร์รี่ขับรถในฉากไล่ล่า มีความยาว 8.5 ไมล์
    • เพื่ออินกับการทำงานมากยิ่งขึ้น ทีมแอนิเมชันของ Hoppers ได้สร้าง “Superlodge” (รังบีเวอร์) ของตัวเองขึ้นมาในห้อง polish งานแอนิเมชัน (ที่เรียกว่า The Glade) โดยจะติดไม้ทีละชิ้นบนผนัง ทุกครั้งที่งานงานแต่ละช็อตผ่านการอนุมัติ และ Evan Bonifacio แอนิเมเตอร์ในทีม เป็นผู้ติดไม้ชิ้นสุดท้ายลงบนผลงานชิ้นนี้
    • ทีมงานใส่เอฟเฟ็กต์และซิมูเลชันในช็อตภาพยนตร์ทั้งหมด 1,718 ช็อต (รวมเครดิตอีก 28 ช็อต) โดยมี 348 ช็อต ที่ต้องใช้ซิมูเลชันพืชพรรณ และ 1,633 ช็อต ที่ต้องใช้ซิมูเลชันตัวละคร
    • กิ้งก่าในห้องเรียนของเมเบิลมีชื่อว่า “Rocket” (ดูจากภาพจรวดที่ติดไว้ในตู้) ซึ่งตั้งตามสัตว์เลี้ยงของ Robert Kosai ศิลปินด้านซิมูเลชัน 
    • Sonoko Konishi ศิลปินด้านซิมูเลชันในทีม ได้สร้างชุดปลอมตัวเป็นบีเวอร์ของ Dr. Sam ขึ้นจริง ๆ ในโลกความเป็นจริง

    ทั้งกระแสดี แถมยังมีกิมมิกน่ารัก ๆ ให้ตามเก็บแบบ ใครที่ยังไม่ได้ดูอย่าพลาดซื้อตั๋วไปเช็กอินความสนุกแบบด่วน ๆ ส่วนใครที่ดูแล้วแต่ไม่ทันได้สังเกต Easter Eggs เหล่านี้ แนะนำว่าต้องดูซ้ำ เพื่อเพิ่มความประทับใจให้มากขึ้น “Disney & Pixar’s Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์” ยังรอเสิร์ฟความสนุกให้กับทุกคน ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

  • Movie

    ภาพยนตร์ “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” เปิดตัวเดือด เนรมิตงานแต่งเลือดสาด พาเจ้าสาวสายโหด ฉลองใหญ่ใจกลางกรุง ก่อนฉายจริง 26 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

    ภาพบรรยากาศงาน: https://shorturl.asia/3cV7r
    ตัวอย่างภาพยนตร์ : https://www.youtube.com/watch?v=wOsbNfAFlTY
    โปสเตอร์และภาพนิ่ง : https://shorturl.asia/IM6q3

    สร้างความระทึกรับซัมเมอร์ เมื่อภาพยนตร์ภาคต่อที่หลายคนรอคอย “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” จัดงาน Thailand Gala Premiere  เนรมิตพื้นที่ SF World Cinema เซ็นทรัลเวิลด์ ให้กลายเป็นงานแต่งงานโชกเลือด ที่สวยปนสยอง พร้อมพาเจ้าสาวและน้องสาว มาชวนทุกคนเข้าสู่เกมล่าชีวิตครั้งใหม่ ที่จะพาทุกอย่างไปไกลกว่าเดิม คลั่งยิ่งกว่า เสิร์ฟความมันส์ในสไตล์ดาร์กคอเมดี้ ที่ทั้งสะเทือนใจ น่าสะพรึง และขำไปในฉากหลอน ก่อนฉายจริงในโรงภาพยนตร์ 26 มีนาคมนี้

    งานนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ในธีมงานแต่งงาน ทว่าทันทีที่ก้าวเข้าสู่ภายในงานก็ทำเอาแขกเหรื่อและสื่อมวลชนต่างแปลกใจ เพราะงานแต่งนี้ไม่ได้หวานละมุนชวนฝันเหมือนงานแต่งงานทั่วไป แต่เป็นงานแต่งงานโชกเลือด ที่ทั้งโหด ทั้งคลั่ง ให้ความรู้สึกสยดสยองด้วยกราฟิกสีเลือดที่กระจายอยู่ทั่วทั้งพื้นที่ เสริมด้วยเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ มอบประสบการณ์แบบ Immersive ให้ผู้ร่วมงานรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเกมล่าชีวิตเจ้าสาวในคฤหาสน์สุดหรูจริง ๆ

    ไฮไลต์ของงานคือการเปิดตัวเจ้าสาว ซึ่งได้นางแบบสุดฮอต “ซาบีน่า ไมซิงเกอร์” มาสวมลุคสุดไอคอนิกเป็น “Grace” เจ้าสาวเลือดสาด คาแรกเตอร์ที่แฟน ๆ จดจำได้เป็นอย่างดี โดยงานนี้เธอไม่ได้มาพร้อมเจ้าบ่าว แต่ควงคู่มากับ “แจน – พลอยชมพู ศุภทรัพย์” ที่มาในลุคของ “Faith” น้องสาวต่างแม่ของ Grace ตัวละครใหม่ที่เข้ามาเพิ่มมิติความเข้มข้นให้กับเรื่องราว ก่อนที่ทั้งสองจะร่วมพูดคุยถึงความประทับใจจากภาพยนตร์ภาคแรก พร้อมเผยความน่าติดตามของภาคต่อที่ยกระดับทั้งความโหด ความเดือด และความคลั่งแบบจัดเต็ม ซึ่งทั้งคู่ต่างยืนยันว่า “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” จะทำให้ผู้ชมนั่งไม่ติดเก้าอี้อย่างแน่นอน

    ภายในงานยังมีกิจกรรมสนุก ๆ อย่าง Photo Booth ในธีม “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เป็นส่วนหนึ่งของเกมล่าชีวิต ด้วยการเก็บภาพโมเมนต์สุดระทึกในสไตล์เจ้าสาวเลือดสาด โดยแฟน ๆ ที่อยากเก็บภาพความประทับใจในธีมพิเศษนี้ สามารถนำบัตรชมภาพยนตร์เรื่อง “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” รับสิทธิ์ถ่ายภาพในตู้ถ่ายรูปธีม Ready or Not 2 ได้ฟรี! ที่ SF World Cinema เซ็นทรัลเวิลด์ บัตรชมภาพยนตร์ 1 ที่นั่ง รับสิทธิ์ถ่ายภาพได้ 1 ครั้ง ตั้งแต่วันนี้ – 29 มีนาคม 2569 

    นอกจากนี้อีกหนึ่งความพิเศษคือการจัดฉายรอบสื่อมวลชน ที่ได้รับเสียงตอบรับในเชิงบวกจากนักวิจารณ์และสื่อที่มาร่วมงาน โดยหลายเสียงชื่นชมว่า ภาคนี้ขยายจักรวาลของ Ready or Not ได้อย่างบ้าคลั่งและสนุกยิ่งกว่าเดิม พร้อมยกให้เป็นภาคต่อที่ทั้งโหด ทั้งมัน และเต็มไปด้วยพลังของความตลกร้ายในแบบที่แฟน ๆ รัก สมกับความตั้งใจของผู้กำกับ Matt Bettinelli-Olpin และ Tyler Gillett ที่ออกแบบเรื่องราวให้เป็นดาร์กคอเมดี้ซึ่งคาดเดาไม่ได้ ด้วยความเชื่อที่ว่า “ความสามารถในการหัวเราะท่ามกลางสถานการณ์น่ากลัวคือความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง คุณไม่มีวันรู้ว่าฉากหนึ่งจะพาคุณไปที่ใด อาจสะเทือนใจ อาจน่าสะพรึง หรืออาจขบขัน และช่วงเวลาที่เราชื่นชอบที่สุดก็คือ เมื่อทั้งสามอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน” Bettinelli-Olpin กล่าว 

    สำหรับ “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญภาคต่อจาก Searchlight Pictures ที่ขยายสเกลความโหดแบบจัดเต็ม เมื่อ Grace เจ้าสาวผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวจากภาคแรก ไม่ได้หนีจากการไล่ล่าเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เธอต้องก้าวเข้าสู่ด่านใหม่ที่เดิมพันด้วยอำนาจสูงสุดของโลก และยังต้องจับมือกับน้องสาว Faith เพื่อเอาชีวิตรอดและชิงตำแหน่งสูงสุดแห่งสภาลับ ท่ามกลางการตามล่าจาก 4 ตระกูลคู่แข่งที่พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อครองบัลลังก์แห่งอำนาจ

    “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” เป็นการกลับมาของ Samara Weaving ในบท Grace เจ้าสาวเลือดสาด พร้อมทีมผู้สร้างจากภาคแรก ทั้งคู่หูผู้กำกับ Matt Bettinelli-Olpin และ Tyler Gillett ที่เคยฝากผลงานสุดระทึกไว้ใน Ready or Not, Scream VI และ Abigail อีกทั้งยังได้บทภาพยนตร์จาก Guy Busick และ R. Christopher Murphy ที่กลับมาร่วมกันขยายโลกของ Ready or Not ให้กว้างขึ้นและเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม เสริมทัพด้วยทีมนักแสดงมากฝีมือ ไม่ว่าจะเป็น Kathryn Newton (Ant-Man and the Wasp: Quantumania, Abigail), Sarah Michelle Gellar (Cruel Intentions, I Know What You Did Last Summer, Buffy the Vampire Slayer), Shawn Hatosy (The Pitt) และ Elijah Wood (The Monkey) ร่วมด้วย Néstor Carbonell, Kevin Durand และ David Cronenberg ที่จะเข้ามาเติมเต็มเกมล่าชีวิตครั้งใหม่ให้ทวีความดุเดือดยิ่งขึ้น

    เตรียมตัวให้พร้อม ซื้อตั๋วล่วงหน้าวันนี้ แล้วไปพบกับความโหด มันส์ สะใจ ใน “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” ภาพยนตร์ไล่เชือดตัวแม่ที่ทั่วโลกรอคอย เข้าฉายจริง 26 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

    โซเชียลมีเดีย:
    X: @20thCenturyTH
    Instagram: @20thCenturyStudiosTH
    Facebook: @20thCenturyStudiosTH
    Youtube: @20thCenturyStudiosTH
    Hashtag: #ReadyOrNot2TH #เกมพร้อมตาย2

  • News

    สยามพารากอน แลนด์มาร์คระดับโลก ครองแชมป์ “แบรนด์ที่หนึ่งในใจ”ผงาดคว้า 3 รางวัล สุดยอดแบรนด์น่าเชื่อถือ เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน2026 Thailand’s Most Admired Brand และ 2025-2026 Thailand’s Most Admired Company

    สยามพารากอน โกลบอลเดสติเนชั่นใจกลางกรุงเทพฯ ในฐานะ Gateway to unmatched world-class experiences ตอกย้ำความสำเร็จของการพลิกเกมในบทบาท Game Changer ของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้บุกเบิกและพัฒนาต้นแบบจุดหมายปลายทางระดับโลก จนก้าวขึ้นเป็น Top of Mind ครองความเป็นที่หนึ่งในใจของผู้มาเยือนมากที่สุดทั้งชาวไทยและต่างชาติ ล่าสุด คว้า 3 รางวัล จากงานประกาศรางวัล 2026 Thailand’s Most Admired Brand และ 2025-2026 Thailand’s Most Admired Company จัดโดยนิตยสาร BrandAge สื่อการตลาดและแบรนด์ชั้นนำของไทย

    รางวัลที่ได้รับ :

    • รางวัลอันดับ 1 แบรนด์ได้รับความน่าเชื่อถือและไว้วางใจจากผู้บริโภคมากที่สุด จากผลสำรวจ 2026 Thailand’s Most Admired Brand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในหมวดช่องทางขายสมัยใหม่ กลุ่มศูนย์การค้า
    • รางวัลพิเศษ Global Thai Brand Award แบรนด์ที่มีความโดดเด่นในกิจกรรมส่งเสริมการตลาด จนสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศและก้าวสู่ระดับโลก ในหมวดช่องทางขายสมัยใหม่ กลุ่มศูนย์การค้า
    • รางวัล 2025-2026 Thailand’s Most Admired Company ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แสดงถึงความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation) และการบริการ (Excellence Service) ที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้ากรรมการผู้จัดการ ธุรกิจศูนย์การค้าสยามพารากอน
      นางธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจศูนย์การค้าสยามพารากอน กล่าวว่า “สยามพารากอนมีความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคที่ได้โหวตให้สยามพารากอนเป็นอันดับหนึ่งใน Thailand’s Most Admired Brand 4 ปีซ้อน และรางวัลพิเศษ Global Thai Brand Award อีกทั้ง รางวัล 2025-2026 Thailand’s Most Admired Company ที่ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ความสำเร็จทั้งหมดนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของสยามพารากอนที่ได้สร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เหมือนใคร และสร้าง

    New Global Prototype สำหรับการทำศูนย์การค้าเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป รางวัลนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่สำคัญกับทีมงานทุกคนที่ต่างมุ่งมั่น สร้างสรรค์ไอเดีย และกล้าที่จะนำเสนอกิจกรรมที่แตกต่างเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกวัน จนสามารถสร้างความประทับใจและเป็น Top of Mind ของลูกค้าตลอดไป”

    นางสาวศิรณา เหมะชญาติ ผู้บริหารสายงาน ONESIAM Integrated Marketing Communications บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “สยามพารากอนยืนหนึ่งในการเป็นโกลบอลเดสติเนชั่น และเป็นเกทเวย์สู่โลกแห่งประสบการณ์ระดับโลกที่เหนือกว่าใคร (Gateway to unmatched world-class experiences) ซึ่งรวบรวมที่สุดของโลกไว้ในที่เดียว ผ่าน 4 แกนหลัก คือ ลักซ์ชัวรีระดับโลก, ประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม, ประสบการณ์เหนือระดับใบแบบ Extraordinary Experiences และสุนทรีภาพทางศิลปะที่นำมาผสมผสานและออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างไลฟ์สไตล์ในรูปแบบพิเศษ นั่นคือ Be Extraordinary เป็นตัวเองให้พิเศษ Live Extraordinary ใช้ชีวิตเหนือความคาดหมาย Dream Extraordinary ฝันให้ไกลกว่าที่เคย เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตแห่งโลกอนาคตในทุกมิติ”

    สยามพารากอน จุดหมายปลายทางระดับโลกที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้เยือนปีละกว่า 100 ล้านคน ได้ก้าวสู่ทศวรรษใหม่ ด้วยวิสัยทัศน์ A Journey of Extraordinary Dream โดยได้นำเสนอ Global Prototype สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการอย่างต่อเนื่องกับปรากฏการณ์ความสำเร็จในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ลักซ์ชัวรี Luxe Hall รูปแบบ duplex และ triplex การสร้างนิยามใหม่ของการใช้ชีวิตในเมืองซึ่งได้เปิด World-Class Attractions ใหม่ อาทิ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต และ MELAND สวนสนุกในร่วมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รวมทั้งโซน EATELIER Dining Entertainment และ Gourmet Eats และโซนศิลปะ Art Jewel และ Arena of Arts ที่ผสานศิลปะ ดนตรี แฟชั่น กับวัฒนธรรมการกินได้อย่างสมบูรณ์

    รางวัลนี้ สะท้อนความสำเร็จของสยามพารากอนที่ได้รับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่องโดยนิตยสาร BrandAge ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ จัดทำงานวิจัยเพื่อสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศไทยที่มีต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์

    #SiamParagon #AjourneyofExtraordinaryDream

  • Food - Hotel

    สัมผัสเสน่ห์แห่งซิซิลีผ่านค่ำคืนไวน์และอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ เดอะ นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต

    The Luxury Collection รีสอร์ท ในเครือแมริออท เชิญชวนผู้หลงใหลในไวน์และอาหาร ดื่มด่ำในค่ำคืนแห่งประสบการณ์เหนือระดับกับไวน์ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Sicily’s Finest” ณ ห้องอาหาร รัมชาเพล ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งไวน์ชั้นเลิศจากเกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี จัดขึ้น ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569

    ภูเก็ต ประเทศไทย – เดอะ นาคา ไอแลนด์, อะ ลักซ์ชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ทแอนด์สปา ภูเก็ต (The Naka Island, a Luxury Collection Resort & Spa, Phuket) รีสอร์ทระดับห้าดาวบนเกาะส่วนตัวอันเงียบสงบกลางทะเลอันดามัน ขอเชิญชวนผู้ที่ชื่นชอบไวน์และอาหารรสเลิศร่วมสัมผัสประสบการณ์เมดิเตอร์เรเนียน ผ่านดินเนอร์จับคู่ไวน์และอาหารรังสรรค์พิเศษ โดยความร่วมมือกับ Feudo Maccari หนึ่งในโรงบ่มไวน์ชั้นนำจากเกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี

    กิจกรรมไวน์ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Sicily’s Finest – A Wine and Culinary Journey” จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 โดยผสานศิลปะการปรุงอาหารร่วมสมัยจากห้องอาหารรัมชาเพล ห้องอาหารริมชายหาดอันงดงามของเดอะ นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต จับคู่กับไวน์ชั้นเลิศจำนวน 6 ตัวจาก Feudo Maccari ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาค Val di Noto แหล่งมรดกโลกของยูเนสโก (UNESCO) บนเกาะซิซิลี เป็นพื้นที่ผลิตไวน์ระดับ DOC ซึ่งเป็นมาตรฐานรับรองแหล่งกำเนิดไวน์ที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี

    Feudo Maccari ก่อตั้งโดย Antonio Moretti เจ้าของ Tenuta Sette Ponti ผู้มีวิสัยทัศน์ด้านการผลิตไวน์ โดยไร่องุ่นแห่งนี้มีชื่อเสียงจากไวน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของ terroir ได้อย่างลึกซึ้ง สะท้อนรสชาติอันโดดเด่นจากดินภูเขาไฟอันอุดมสมบูรณ์ของเกาะซิซิลีและผสานความสดชื่นจากภูมิอากาศริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอย่างงดงาม

    ค่ำคืนแห่งรสชาติ ณ รัมชาเพล จะถ่ายทอดประสบการณ์การจับคู่อาหารและไวน์ระดับระดับชั้นเลิศผ่านอาหารค่ำ 5 คอร์สที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันอาทิ King Fish Carpaccio, Phuket Lobster Medallions, Black Grouper, Australian Wagyu Beef และ Chumphon Chocolate Entremet โดยแต่ละจานได้รับการออกแบบมาเพื่อความสมดุลของรสชาติและเผยเสน่ห์เฉพาะตัวของไวน์แต่ละชนิด ตั้งแต่ความสดชื่นของ Olli Grillo ไปจนถึงความลุ่มลึกอบอุ่นและกลิ่นผลไม้อันโดดเด่นของ Nero d’Avola

    ภายใต้บรรยากาศอันสงบของยามค่ำคืน หลังแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าเหนือทะเลอันดามัน แขกผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสกับค่ำคืนสุดพิเศษที่ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมซิซิลีเข้ากับความเงียบสงบของธรรมชาติทางภาคใต้ของประเทศไทยอย่างลงตัว

    Sicily’s Finest – A Wine and Culinary Journey
    วันและเวลา: วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 19.00 – 22.00 น.
    สถานที่: ห้องอาหาร รัมชาเพล, เดอะ นาคาไอแลนด์, อะ ลักซ์ชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ทแอนด์สปา ภูเก็ต
    ราคา: 3,900 บาท++ ต่อท่าน
    ที่นั่งมีจำนวนจำกัด กรุณาสำรองล่วงหน้าเพื่อร่วมดื่มด่ำค่ำคืนแห่งรสชาติอันน่าประทับใจนี้ โทร. +66 (0) 76 371 400 หรืออีเมล [email protected]

    เดอะ นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต รีสอร์ทแห่งเดียวบนเกาะนาคาใหญ่ อัญมณีแห่งทะเลอันดามัน คือจุดหมายปลายทางที่ผสานความเป็นส่วนตัว ความผ่อนคลาย และการผจญภัยไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน รีสอร์ทประกอบด้วยห้องพัก ห้องสวีท และพูลวิลล่ารวม 90 ห้อง พร้อมบริการด้านการพักผ่อน เวลเนส และประสบการณ์อาหารชั้นเลิศ กิจกรรมที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน รวมถึงทริปท่องเที่ยวสู่หมู่เกาะใกล้เคียง โอเอซิสบนเกาะส่วนตัวแห่งนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการหลีกหนีความวุ่นวาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางคนเดียว ทริปพักผ่อนของครอบครัว ช่วงเวลาโรแมนติก การเฉลิมฉลองงานแต่งงานในฝัน หรือฮันนีมูน ด้วยคุณภาพและประสบการณ์อันโดดเด่น เดอะ นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต จึงได้รับการยกย่องด้วยรางวัล MICHELIN Key ประจำปี 2568

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพัก อีเมล: [email protected]
    ช่องทางออนไลน์

    Email: [email protected]
    Website: www.marriott.com/en-us/hotels/pyxlc-the-naka-island-a-luxury-collection-resort-and-spa-phuket/overview
    Facebook: www.facebook.com/thenakaisland
    Instagram: www.instagram.com/nakaislandphuket
    Line Official: lin.ee/6wOs1Rw

  • Food - Lifestyle

    Blue by Alain Ducasse ชวนลิ้มรสเมนูประจำฤดูใบไม้ผลิโดยเชฟ Evens Lópezคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ ฉลองการเดินทางผ่านฤดูกาลครบหนึ่งรอบของเชฟมากฝีมือณ ร้านอาหารมิชลินสตาร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

    กรุงเทพฯ มีนาคม 2569 – Blue by Alain Ducasse ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ ณ ไอคอนสยาม เปิดตัวเมนูฤดูใบไม้ผลิประจำปี 2026 (Spring 2026 Menu) ซึ่งถ่ายทอดแนวคิดการทำอาหารที่ยึดโยงกับฤดูกาล งานฝีมือ และความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับธรรมชาติ พร้อมเฉลิมฉลองให้กับการบรรจบครบรอบวัฏจักรแห่งฤดูกาลในการมอบประสบการณ์ด้านอาหารสุดพิเศษแก่เหล่านักชิมของเชฟ Evens López นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง Executive Chef ให้กับร้านอาหารมิชลินสตาร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจในการสำรวจวัตถุดิบอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น และการเคารพต่อจังหวะการเติบโตของธรรมชาติอย่างแท้จริง

    โดยเชฟ Evens López เผยว่า “ฤดูใบไม้ผลิครั้งนี้มีความหมายเป็นพิเศษ เพราะเป็นการเดินทางผ่านฤดูกาลมาครบหนึ่งรอบพอดี นับตั้งแต่ผมเข้ามาร่วมงานกับ Blue ซึ่งเราต่างรู้ดีว่าธรรมชาติคือผู้กำหนดจังหวะในการรังสรรค์รสชาติ และพวกเราก็เฝ้ารออย่างอดทนให้วัตถุดิบสำคัญเติบโตจนถึงช่วงเวลาที่ดีที่สุด หลายอย่างเพิ่งมาถึงเมื่อไม่นานมานี้ เมนูประจำฤดูใบไม้ผลิ ทั้งเมนูยอดนิยมที่หวนกลับมาอีกครั้งในรูปแบบที่พัฒนาขึ้น และเมนูใหม่ที่เราได้แรงบันดาลใจจากการเดินทางไปเยือน KP Farm ในจังหวัดกำแพงเพชร จึงสะท้อนถึงการเติบโตตามธรรมชาติอย่างแท้จริงของวัตถุดิบและอาหารของเรา”

    ตลอดฤดูกาลนี้ Blue by Alain Ducasse พร้อมมอบประสบการณ์พิเศษให้ทุกคนได้สัมผัสรสชาติแห่งฤดูใบไม้ผลิอย่างเต็มอิ่ม ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาเยือนจนถึงคำสุดท้ายที่ลิ้มรส โดยเริ่มอารัมภบทด้วย House-Made Kombucha คอมบูชาสูตรพิเศษของทางร้าน ที่หมักจากผลผลิตประจำสัปดาห์ของฟาร์ม เสิร์ฟให้สัมผัสความสดชื่นตั้งแต่ในล็อบบี้ ก่อนเชื้อเชิญสู่โต๊ะอาหารพร้อม Canapé Selection ที่จะพาไปทำความรู้จักกับกลิ่นอายของฤดูกาลผ่านคำเล็ก ๆ ซึ่งปรุงแต่งอย่างประณีตบรรจง เริ่มด้วย ข้าวโพดหวานย่างเสิร์ฟคู่กับริคอตต้าชีสรมควัน (Smoked Ricotta) และซอสจากดอกดาวเรือง ซึ่งฉายภาพความทรงจำวัยเด็กในประเทศเปรูของเชฟ Evens López ผ่านรสชาติอันละเมียดละไม ตามด้วย แครอทสายพันธุ์ดั้งเดิมที่เพิ่มมิติของรสชาติด้วยกลิ่นหอมจากใบชิโสะ แล้วค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยกับฤดูใบไม้ผลิด้วย “Amulette” หอยนางรมจากแคว้นบริตตานี ประเทศฝรั่งเศส ที่ลวกอย่างเบามือ เสิร์ฟพร้อมเครื่องปรุงจากดอกแนสเทอเชียม (Nasturtium) ผลผลิตจาก KP Farm และส้มคาลามันซี (Calamansi Citrus) ก่อนจบคานาเป้คำสุดท้ายด้วย เนื้อวากิวระดับ A4 จากออสเตรเลีย เสิร์ฟพร้อมอิมัลชันจากใบกระเทียมป่า (Ramson) และเพิ่มรสสัมผัสอันน่าประทับใจด้วยความโปร่งใสของ Noresore หรือตัวอ่อนปลาไหลทะเล วัตถุดิบชั้นเลิศจากจังหวัดโคจิและโทคุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีให้ลิ้มรสเฉพาะช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น

    หลังจากเปิดประตูสู่รสชาติแห่งฤดูกาล เชฟ Evens López จะพาดำดิ่งสู่ช่วงเวลาแห่งการผลิบานด้วยคอร์สแรก “Trompe-l’œil of Golden Cuttlefish” หมึกกระดองสีทองที่จัดเตรียมให้ดูคล้ายเส้นพาสต้าบางละเอียด เสิร์ฟพร้อมหน่อไม้ฝรั่งขาวจากแคว้นเลส์ ล็องด์ และน้ำซุปที่แต่งกลิ่นด้วยใบเจอราเนียมจาก KP Farm
    ต่อด้วย “Brown Crab from Roscoff” ปูสีน้ำตาลจากเมืองรอสคอฟฟ์ในแคว้นบริตตานี ที่ปรุงในน้ำซุป Court-Bouillon หอมกรุ่น เสิร์ฟมาบน Chawanmushi ที่ได้แรงบันดาลใจจากซุป Bouillabaisse โดยซ่อนชั้นของเครื่องปรุงผักชีและอะโวคาโดไว้ข้างใน ก่อนเติมความหรูหราด้วย Kristal Caviar จาก Maison Kaviari และซอสเนยสีน้ำตาลที่แต่งกลิ่นด้วยยูซุสีเหลือง เพิ่มความลุ่มลึกของรสชาติ

    หนึ่งในเมนูยอดนิยมที่กลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้งคือ “Rainbow Courgette Filled with Comté Cheese and Walnuts” ซูกินีสีรุ้งยัดไส้ชีสกงเต้และวอลนัต เสิร์ฟพร้อมซอส Beurre Blanc กลิ่นเลมอนเวอร์บีนา ซึ่งให้ความสดชื่นแบบสมุนไพร ช่วยสร้างสมดุลกับความเข้มข้นของชีสได้เป็นอย่างดี จากนั้นลิ้มรส “Norwegian Langoustine” ลังกูสทีนจากนอร์เวย์ย่างเบา ๆ เหนือถ่าน เสิร์ฟคู่กับหัวผักกาดพันธุ์ Hakurei จากโตเกียว และน้ำซุปบิสก์ (Bisque) จากหัวลังกูสทีน ที่รินเสิร์ฟให้ที่โต๊ะพร้อมเติมกลิ่นหอมของเสจจากเปรู เพื่อเป็นการยกย่องเทคนิคการทำอาหารฝรั่งเศสคลาสสิก

    อีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์คือ “Dry-aged Monkfish Cured with Citron (Cédrat) Leaves” ปลามังค์ฟิชบ่มแห้ง หมักด้วยใบซิตรอน ปรุงแบบ à la meunière เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่ง พายสไตล์ฝรั่งเศส (feuilletée) เครื่องปรุงจากกระเทียมต้นและซิตรอน พร้อมซอสไวน์แดงที่เคี่ยวจากกระดูกปลาและแต่งกลิ่นตะไคร้ ซึ่งจะรินเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ
    ปิดท้ายคอร์สอาหารคาวด้วย “Gundagai Lamb” เนื้อแกะกุนดาไกหมักและย่างบนใบมะเดื่อจาก KP Farm จนได้กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของอัลมอนด์และสมุนไพร เสิร์ฟคู่กับหน่อไม้ฝรั่งเขียวคุณภาพเยี่ยมจาก Sylvain Erhardt เครื่องปรุงจากพืชทะเลอย่าง Rock Samphire และมะเดื่อเขียวดองที่ช่วยชูรสชาติได้อย่างลงตัว ก่อนเพลิดเพลินไปกับ “Blue’s Cheese Selection” ชีสบอร์ดที่ Blue คัดสรรอย่างพิถีพิถันเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านชีส (Cheesemonger) ของร้านในฝรั่งเศส เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงโฮมเมดตามฤดูกาลและสลัดปลอดสารพิษจาก KP Farm เพื่อเตรียมเข้าสู่ช่วงเวลาของเมนูขนมหวาน อันเป็นบทสรุปแห่งรสชาติของฤดูใบไม้ผลิ
    สำหรับของหวาน Executive Pastry Chef Christophe Grilo และ Pastry Chef Florian Bauge จะเติมเต็มประสบการณ์ความอร่อยให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยชุดของหวานที่ผสมผสานเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของฝรั่งเศสเข้ากับวัตถุดิบอันมีชีวิตชีวาไทย โดยมีเมนูไฮไลต์เป็น “Marinated Tomato with Tagete Sorbet” มะเขือเทศหมักเสิร์ฟพร้อมซอร์เบต์ดอกดาวเรือง ที่ชูเอกลักษณ์ของมะเขือเทศไทยผ่านรสสัมผัสที่สดชื่นและหวานละมุนตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมี “Lemon from Nice with Kumquat, Olive Oil and Orange Blossom” เมนูที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อให้เกียรติแก่เมืองนีซ บ้านเกิดของเชฟ Florian Bauge โดยนำเลมอนจากนีซและส้มซิตรัสจากตอนใต้ของฝรั่งเศสมาผสานกับความนุ่มนวลของน้ำมันมะกอกและดอกส้มออร์แกนิกจากกาป-ดาอิล (Cap-d’Ail)


    ก่อนจะต่อด้วยการตีความใหม่ของสองคู่รสชาติยอดนิยมในไทยอย่าง “Mango and Smoked Chili” มะม่วงและพริกรมควัน ที่มอบสมดุลระหว่างความหวานฉ่ำแบบเขตร้อนและความเผ็ดร้อนจาง ๆ ของพริกรมควันได้อย่างมีชั้นเชิง จากนั้นลิ้มลองความนุ่มฟูของ “Coffee Soufflé” ที่หอมกรุ่นสุดพรีเมียมด้วยกาแฟของ Manufacture de Café Alain Ducasse ซึ่งถ่ายทอดรสชาติอันบริสุทธิ์และกลิ่นหอมเข้มข้นอย่างน่าประทับใจ
    ส่งท้ายการเดินทางแห่งรสชาติของฤดูใบไม้ผลิด้วยความหรูหราจาก “Cacao Trolley” รถเข็นช็อกโกแลตสุดพิเศษที่เสิร์ฟทั้งมูสช็อกโกแลต ซอร์เบต์เยื่อโกโก้ (Mucilage Sorbet) เมล็ดโกโก้คาราเมล และช็อกโกแลตสอดไส้ธัญพืชกรุบกรอบอย่างครีมเฮเซลนัต อัลมอนด์พราลีน ข้าวพอง เติมกลิ่นหอมจากผิวเลมอน ซึ่งเป็นการจับคู่กันอย่างลงตัวระหว่างช็อกโกแลตระดับพรีเมียมจากปารีสและเมล็ดโกโก้คุณภาพเยี่ยมจากเชียงใหม่ สะท้อนการบรรจบกันอย่างงดงามระหว่างงานฝีมือแบบฝรั่งเศสและวัตถุดิบจากผืนแผ่นดินไทย
    นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นไป Blue by Alain Ducasse ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ ณ ไอคอนสยาม พร้อมแล้วที่จะพาทุกท่านสัมผัสประสบการณ์แห่งรสชาติอันแสนพิเศษของฤดูกาลใหม่ โดยคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดตามฤดูกาลของไทย มารังสรรค์ด้วยเทคนิคการทำอาหารฝรั่งเศสอันประณีต ผ่านความตั้งใจของเชฟ Evens López ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อให้ทุกเมนูถ่ายทอดเสน่ห์ของฤดูใบไม้ผลิในปีนี้ได้อย่างงดงามที่สุด
    สำรองที่นั่งและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.blue-alainducasse.com
    หรือโทร +66 (0)6-5731-2346


    เกี่ยวกับ Blue by Alain Ducasse
    Blue by Alain Ducasse ตั้งอยู่ ชั้น 1 ไอคอนสยาม จุดหมายปลายทางสุดไอคอนิกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถ่ายทอดจิตวิญญาณของอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยด้วยความสง่างาม ความประณีต และความเคารพต่อวัตถุดิบอย่างลึกซึ้ง ภายใต้วิสัยทัศน์ของเชฟระดับโลก Alain Ducasse ซึ่งร้านอาหารแห่งนี้ถือเป็นร้านแรกของเชฟอลัง ดูคาส ในประเทศไทย เชฟ Alain Ducasse เป็นหนึ่งในเชฟเพียงไม่กี่คนในโลกที่ได้รับดาวมิชลินมากถึง 21 ดวง และยังเป็นเชฟคนแรกในโลกที่ครอบครองร้านอาหารระดับสามดาวมิชลินอีกด้วย Blue by Alain Ducasse คว้าดาวมิชลินดวงแรกตั้งแต่ปีแรกที่เปิดให้บริการ และยังคงรักษามาตรฐาน มิชลินอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ด้วยรสชาติอาหาร การบริการอันยอดเยี่ยม รวมถึงทัศนียภาพอันงดงามของโค้งน้ำเจ้าพระยา และการออกแบบภายในอันงดงาม ที่ได้รับรางวัล Le France Design 100 และรางวัลอันดับ 1 จากนิตยสาร Interior Design สาขา Fine Dining ในเวที Best of the Year Award

  • Activity - Marketing

    เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Display เคลื่อนที่ จากเครื่องปรับอากาศ Carrierจำลองห้องสวยด้วยเครื่องปรับอากาศ Carrier รุ่น XInverter Plus ที่มีสีสันสดใส ไม่เหมือนใคร

    แนวคิดของ Carrier Experience Truck เป็นตัวช่วยในการสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งห้องด้วยแอร์สีสันสุดคูล
    โดย Carrier Experience Truck จะเคลื่อนที่ ออกไปหาลูกค้าโดยตรงตาม Event On ground จากทางแบรนด์ เพื่อสร้าง“ประสบการณ์จริง” ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค

    นวัตกรรมความเย็นที่มาพร้อมความสวยงาม สามารถรับชมดีไซน์จริงของเครื่องปรับอากาศ XInverter Plus และร่วมทดสอบฟังก์ชันการใช้งานได้จริง ตามตารางกิจกรรมของทางแบรนด์ดังนี้  
    📍ตารางกิจกรรม:  
    20 มี.ค. | อาคารอินเตอร์ลิ้งค์ ทาวเวอร์ บางนา (10.00 – 12.00 น.)  
    21 มี.ค. | งาน Suranaree Army Night Run 2026 โคราช  
    22 – 23 มี.ค. | ตลาดเซฟวันโก โคราช  
    24 มี.ค. – 2 เม.ย. | งานฉลองวันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารี (ย่าโม) โคราช  
    4 เม.ย. | Concert Cool Summer Fest 2026 ชะอำ เพชรบุรี  

    CarrierExperienceTruck #XInverterplus  
    ใครคิดไม่ถึงแคเรียร์คิดถึง  
    CarrierThailand