Admin

  • Health - Lifestyle - Wellness

    Bravo BKK ชวนบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพใน “Bravo’s Love in Motion”รวมกิจกรรม Wellness, Fitness และ Lifestyle เติมเต็มช่วงเวลาคุณภาพของทุกครอบครัว

    Bravo BKK ต้อนรับเทศกาลวันแม่ด้วยงาน “Bravo’s Bravo’s Love in Motion: A Mother’s Day Wellness Celebration” เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ณ Atrium ชั้น 1 ศูนย์การค้า Bravo BKK ชวนคุณแม่ ครอบครัว และคนรักสุขภาพมาใช้เวลาร่วมกันผ่านกิจกรรมที่ผสาน Wellness, Fitness, Lifestyle และ Creative Experience ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Love in Motion” เพราะความรักไม่จำเป็นต้องพูดออกมาเสมอไป แต่อาจเริ่มต้นจากการชวนกันลุก ขยับ และดูแลสุขภาพไปด้วยกัน

    ตลอดช่วงบ่าย Bravo BKK เต็มไปด้วยพลังและรอยยิ้มจากผู้เข้าร่วมงานที่มาร่วมสร้างโมเมนต์พิเศษกับคุณแม่และคนที่รัก เริ่มต้นด้วย Coffee Art Workshop by Brew² และ Floral Arrangement Workshop by Noël eve ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ลงมือสร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวเอง พร้อม Photo Booth สำหรับเก็บภาพความทรงจำ และกิจกรรมจากพันธมิตรด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่มาร่วมเติมสีสันให้กับงาน

    อีกหนึ่งไฮไลต์คือ Special Health Talk โดย พญ. แป้งร่ำ ยงเจริญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ชะลอวัย จากโรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี ที่มาร่วมแชร์มุมมองและเคล็ดลับด้านสุขภาพ รวมถึงแนวทางการดูแลตัวเองเพื่อการมีสุขภาพที่ดีและอายุยืนยาว พร้อมบริการตรวจสุขภาพเบื้องต้นจากโรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี สะท้อนแนวคิดของ Bravo BKK ที่มองว่า Wellness ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในทุกวัน

    จากนั้นเวลา 15.00 น. ถึงเวลาขยับไปด้วยกันกับ FANCY FUN RUN โดย วิ่งกับเจ๊ Run Club ที่ชวนผู้เข้าร่วมออกมาวิ่งและสร้างสีสันภายในศูนย์การค้า ก่อนเข้าสู่ช่วงพลังเต็มสปีดกับ Aerobic Dance เวลา 16.00 น. นำโดย คุณดาด้า มิสแกรนด์ กาฬสินธุ์ 2569 ร่วมกับ Fitwhey Gym ที่ชวนทุกคนมาออกสเต็ปไปกับเสียงเพลง

    ปิดท้ายวันด้วย Lucky Draw ที่มาพร้อมของรางวัลและรอยยิ้มจากผู้ร่วมงาน สร้างบรรยากาศแห่งความสุขตลอดทั้งงาน และตอกย้ำว่า การดูแลสุขภาพก็เป็นหนึ่งในภาษาของความรัก ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายด้วยกัน ใช้เวลาร่วมกัน หรือเพียงแค่ชวนกันมา Enjoy Life ในแบบของตัวเอง

    งานครั้งนี้เกิดขึ้นจากพลังของ Community และพันธมิตรหลากหลายแบรนด์ โดย Bravo BKK ขอขอบคุณ Brew², Noël eve, UFC Refresh, Lactasoy, ยาดม Peppermint Field, Identity Clinic, Yunomori Onsen & Spa, กระดาษทิชชู่ Vivy, McDonald’s และ Royal Pizza ที่ร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์และกิจกรรมภายในงาน รวมถึง โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี สำหรับการแบ่งปันความรู้ด้าน Longevity และบริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น,วิ่งกับเจ๊ Run Club สำหรับกิจกรรม Fun Run, และ คุณดาด้า และ Fitwhey Gym สำหรับการสร้างพลังในกิจกรรม Aerobic Dance

    “Bravo’s LOVE IN MOTION” ไม่ได้เป็นเพียงงานฉลองวันแม่ แต่คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ของ Bravo BKK ในการสร้าง Sport & Lifestyle Destination ที่เปิดพื้นที่ให้คนทุกวัยได้มา Play, Move, Connect และ Live Well ผ่านกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพ ความสนุก ไลฟ์สไตล์ และ Community

    เพราะที่ Bravo BKK เราเชื่อว่า ความรักที่ดีที่สุด คือความรักที่ชวนกันไปข้างหน้า

    Love in Motion. Keep Moving. Keep Living.

    #BravosLoveInMotion #BravoBKK #MothersDay2026

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง
    Facebook: Bravo BKK
    Instagram: @bravobkkmall
    TikTok: @bravobkk
    X: @bravobkkmall

  • Culture - Event - Lifestyle

    ครั้งแรกในไทย! สยามพารากอน ปลุกตำนานนักรบแดนอาทิตย์อุทัยใน “THE WONDROUS JAPAN HERITAGE 2026” เปิดโลกซามูไร–นินจา พร้อมชมบอนไซกว่า 500 ปี ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 ณ สยามพารากอน

    สยามพารากอน ผนึกกำลัง สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย และกระทรวงวัฒนธรรม ตอกย้ำการเป็น Global Experiential Destination สร้างปรากฏการณ์เหนือความคาดหมายที่รวบรวมกิจกรรมและอีเวนต์ระดับโลกไว้ในที่เดียว เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย – ญี่ปุ่น จัดงาน “SIAM PARAGON THE WONDROUS JAPAN HERITAGE 2026” มหกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่นสุดยิ่งใหญ่แห่งปี นำเสนอประสบการณ์อันทรงคุณค่า ผ่านตำนานวิถีนักรบญี่ปุ่น ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งซามูไรและนินจา พร้อมตื่นตานิทรรศการบอนไซหาชมยากอายุกว่า 500 ปี ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

    สยามพารากอน ชวนเปิดประตูสู่โลกแห่งนักรบญี่ปุ่นใน “AWAKEN THE SAMURAI” การแสดงสุดพิเศษที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณอันทรงพลังของซามูไร ผ่านศิลปะการใช้ดาบคาตานะแบบเต็มรูปแบบจาก ชิเดนริว (SHIDENRYU TOKYO) สำนักดาบชื่อดังจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ผู้สืบสานศาสตร์การต่อสู้และวัฒนธรรมนักรบที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมสัมผัสเรื่องราวแห่งเกียรติยศ ความกล้าหาญ และปรัชญาการดำเนินชีวิตของซามูไร ผู้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของประเทศญี่ปุ่น ตื่นตาตื่นใจกับการแสดง นินจาอิงะ ต้นกำเนิดแห่งศาสตร์นินจา ที่เผยให้เห็นความลึกลับของวิชาพรางตัว เทคนิคการต่อสู้ และทักษะการเอาตัวรอดอันเป็นเอกลักษณ์

    วันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 I พาร์ค พารากอน ชั้น M I เวลา 14.00 / 17.00 น.

    เตรียมพบกับการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างพลังแห่งดาบ ความงดงามของวัฒนธรรม และเรื่องราวของสองนักรบในตำนาน ที่จะปลุกจิตวิญญาณแห่งญี่ปุ่นให้มีชีวิต

    • The Art of Samurai & Ninja
      ร่วมรับชมศิลปะการต่อสู้อันทรงคุณค่าของซามูไร ที่สืบทอดจิตวิญญาณและเกียรติยศแห่งตระกูลทากาโมริ (ขุนศึก คาซุโนริ อาโอกิ (青木一矩) ผ่านผู้สืบทอดสายเลือด “ซามูไรคนสุดท้าย” ถ่ายทอดเรื่องราวการเผชิญหน้าระหว่าง “ซามูไร” ผู้ยึดมั่นในวิถีแห่งเกียรติและแสงสว่าง กับ “นินจา” ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งเงาและกลยุทธ์อันเหนือชั้น ตื่นตาตื่นใจไปกับศิลปะการต่อสู้ที่ผสานความแข็งแกร่ง ความแม่นยำ และภูมิปัญญาดั้งเดิมของสองนักรบในตำนาน จนกลายเป็นการแสดงที่ทั้งเร้าใจและเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่น
    • The Way of the Warrior
      สัมผัสการสาธิตศิลปะการใช้ดาบอันทรงพลังและงดงาม ซึ่งถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งซามูไร นักรบผู้ยึดมั่นในเกียรติ ศักดิ์ศรี และวินัยเหนือสิ่งอื่นใด พร้อมเรียนรู้เรื่องราวและศาสตร์การต่อสู้ของนินจา นักรบเงาแห่งแดนอาทิตย์อุทัย ผู้เชี่ยวชาญด้านความคล่องแคล่ว ไหวพริบ และกลยุทธ์อันแยบยล ที่ยังคงเป็นตำนานที่น่าหลงใหลมาจนถึงปัจจุบัน

    วันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 I พาร์ค พารากอน ชั้น M I เวลา 10.00-20.00 น.

    พร้อมกันนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมเวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Experience Japanese Craft”
    ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด

    • Origami ศิลปะการพับกระดาษอันประณีตที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์และความละเอียดอ่อน
    • Maneki Neko Workshop สร้างสรรค์ตุ๊กตาแมวกวักและเครื่องรางมงคลจากดินปั้น เพื่อนำพาโชคลาภและความโชคดีติดตัวกลับบ้าน
    • Samurai by Reiner Knizia บอร์ดเกมวางกลยุทธ์ระดับคลาสสิก ที่จะพาคุณร่วมประลองไหวพริบและฝึกการตัดสินใจท่ามกลางบรรยากาศของคอมมูนิตี้ผู้รักบอร์ดเกม พร้อมสร้างประสบการณ์ความสนุกที่ผสมผสานทั้งวัฒนธรรม ศิลปะ และความบันเทิงไว้ในงานเดียว

    “A Living Legacy of Time” Japan Bonsai Exhibition by Bonsai Hunter
    วันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 I Living Hall ชั้น 3 I เวลา 10.00-20.00 น.

    ร่วมสัมผัสมรดกแห่งกาลเวลาและศิลปะอันทรงคุณค่า “A Living Legacy of Time” Japan Bonsai Exhibition by Bonsai Hunter หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้หลงใหลในความงดงามของบอนไซญี่ปุ่น พบกับ “The Magnificent Seven” 7 ต้นบอนไซระดับมาสเตอร์พีซของงาน พร้อมคอลเลกชันบอนไซญี่ปุ่นทรงคุณค่าที่หาชมได้ยากในประเทศไทย รวมถึง ต้นประธานอายุกว่า 500 ปีถ่ายทอดความงดงามของกาลเวลา ศิลปะ และปรัชญาแห่งธรรมชาติ ผ่านการจัดแสดงต้นบอนไซทรงคุณค่าที่ประเมินค่าไม่ได้และเรื่องราวจากหลากหลายยุคสมัย ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษให้ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งโลกบอนไซอย่างใกล้ชิด

    • Bonsai Exhibition Tour
      ร่วมฟังเรื่องราว ความเป็นมา และเอกลักษณ์ของบอนไซแต่ละต้น ผ่านการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Bonsai Hunter (เฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ รอบเวลา 11.00 / 13.00 / 15.00 / 17.00 น.)
    • Bonsai Workshop
      เรียนรู้เทคนิคการจัดแต่งและการดูแลรักษาต้นบอนไซจากผู้เชี่ยวชาญ (เฉพาะวันเสาร์ที่ 22 และ 29 สิงหาคม 2569 เวล 13.00-15.00 น.) ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย Bonsai Hunter
    • Bonsai Lucky Draw
      พิเศษ! เมื่อช้อปครบ 3,000 บาท ภายในงาน รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม Lucky Draw เพื่อลุ้นรับบอนไซสนญี่ปุ่นและของรางวัลมูลรวมกว่า 50,000บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด
      นอกจากนี้ สยามพารากอนยังคัดสรรประสบการณ์ความเป็นญี่ปุ่นขนานแท้จากทุกแง่มุมมาไว้ใน
      ที่เดียว ให้ทุกคนได้สัมผัสเสน่ห์แห่งแดนอาทิตย์อุทัยอย่างครบครัน ทั้งศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ ผ่านร้านค้าและแบรนด์ชั้นนำภายในศูนย์การค้า ไม่ว่าจะเป็น Kinokuniya, Loft, Nintendo Authorized Store by SYNNEX, PRONTO Original, SHIMA Park, UNITED ARROWS และ Waltz พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษจากร้านอาหารชื่อดัง อาทิ AOI Japanese Restaurant, Domo Yakiniku, Fuji Japanese Restaurant, Henri Charpentier, Hikiniku To Come, Jerome Cheesecake, Kamu Kamu, KANEKO HANNOSUKE, Kanori Hand Roll Bar, KIWAMIYA, Kyo Roll En, MAGURO Kappou, MATCHA EKI, Robata Kitaro Sushi KAGUYA, Shabu Baru, The Grill Tokyo, Tonchin Ramen, Warabimochi Kamakura, Yume Matcha เป็นต้น *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดฯ ให้คุณได้ดื่มด่ำเสน่ห์วัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ครบทุกมิติ
      ร่วมเปิดประตูสู่โลกแห่งซามูไร สัมผัสความงดงามของศิลปะการต่อสู้ วิถีนักรบ และมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าในงาน “The Wondrous Japan Heritage 2026” ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 ณ สยามพารากอน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Siam Paragon
      และ www.siamparagon.co.th
    #SiamParagon #SiamParagonTheWondrousJapanHeritage

  • Health - Wellness

    ICS จับมือ SIRIRAJ H SOLUTIONS เดินหน้าสู่ปีที่ 4 ตอกย้ำ “Happy – Healthy – Holistic” ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ผสานความร่วมมือทางการแพทย์ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

    ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ตอกย้ำบทบาท Lifestyle Destination ฉลองความสำเร็จผู้ใช้บริการ SIRIRAJ H SOLUTIONS กว่า 600,000 ราย สานต่อความร่วมมือกับ SIRIRAJ H SOLUTIONS ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต พร้อมก้าวสู่ปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด 3H : Happy • Healthy • Holistic มุ่งยกระดับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันแบบองค์รวม ผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เข้ากับเทคโนโลยีทางการแพทย์และการบริการที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนยุคใหม่ สะท้อนแนวโน้มที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงรุกและการวางแผนสุขภาพระยะยาวมากขึ้น

    คุณไพรัช วิเศษศิริลักษณ์ ผู้บริหารสายงานบริการลูกค้า บริษัท ไอซีเอส จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา SIRIRAJ H SOLUTIONS ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 5 ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ตรงข้ามไอคอนสยาม ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งไม่ได้สะท้อนเพียงความสำเร็จของความร่วมมือระหว่าง ICS และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น และมองสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพชีวิต

    “ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานความเป็นเลิศด้านการแพทย์เข้ากับแนวคิดการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ ทำให้บริการสุขภาพคุณภาพสูงเข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน สอดคล้องกับบทบาทของ ICS ที่มุ่งพัฒนาให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์ผู้คนในหลากหลายมิติ ทั้งการใช้ชีวิต สุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี”
    คุณไพรัช กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีที่ 4 ICS จะเดินหน้าสนับสนุนความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน พร้อมผลักดันให้การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน

    ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช เปิดเผยว่า SIRIRAJ H SOLUTIONS ดำเนินงานมาครบ 3 ปีแล้ว นับเป็นอีกขั้นของความสำเร็จในการให้บริการทางการแพทย์ ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลที่ขยายการบริการนอกโรงพยาบาลศิริราชเป็นครั้งแรก ให้บริการทั้งสิ้น 19 คลินิกเฉพาะทาง รวมถึงการดูแลสุขภาพ การดูแลฉีดวัคซีนตามช่วงอายุ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีน HPV วัคซีนไข้เลือดออก วัคซีนงูสวัด ตลอดจนคัดกรองความเสี่ยงทางสุขภาพทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจ Low-dose CT Chest เพื่อคัดกรองโรคมะเร็งปอดในผู้สูบบุหรี่ หรือการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการตรวจ Mammogramโดยศูนย์ถันยรักษ์ คลินิกสุขภาพหญิงมีการตรวจสุขภาพก่อนสมรส วางแผนก่อนตั้งครรภ์รวมถึงการฝากครรภ์ และบริการล่าสุดการตรวจ MRI (Magnetic Resonance Imaging) เพื่อรองรับการติดตามวินิจฉัยที่แม่นยำ

    SIRIRAJ H SOLUTIONS ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ตอกย้ำ วิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพประชาชนตามหลัก
    3H: “Happy Healthy Holistic” พร้อมความสำเร็จในการให้บริการทางการแพทย์ภายนอกโรงพยาบาลศิริราช ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการทั้งในรูปแบบบุคคลและองค์กรของภาครัฐ/เอกชน มีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสถิติผู้รับบริการตั้งแต่เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2566 จนถึงปัจจุบันกว่า 600,000 คน เติบโตถึง 30 % สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในมาตรฐานการรักษาและแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่ได้รับการยอมรับมากขึ้น คลินิกที่มีผู้เข้ารับบริการสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ คลินิกอายุรศาสตร์30% คลินิกเลเซอร์ผิวหนังและความงาม20% ศูนย์ตรวจสุขภาพ10% คลินิกทันตกรรม 10% และศูนย์ภาพวินิจฉัย 10%

    ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลาที่ SIRIRAJ H SOLUTIONS เปิดให้บริการ มีผู้เข้ามารับบริการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ส่วนใหญ่เป็นชาวไทย 95% และชาวต่างชาติ 5% โดยมีกลุ่มช่วงอายุส่วนใหญ่เป็น กลุ่มวัยทำงาน (ช่วงอายุ 36-60 ปี) 50%และกลุ่มผู้สูงอายุ(อายุ60ปีขึ้นไป) 30% เพื่อรองรับจำนวนผู้มาใช้บริการที่เพิ่มขึ้น SIRIRAJ H SOLUTIONS ขยายพื้นที่บริการมากขึ้น โดยครอบคลุมตั้งแต่ชั้น 5 ชั้น 5M และชั้น 5R รวมกว่า 3,000 ตร.ม. นับเป็นต้นแบบของการผสานความแข็งแกร่งระหว่างความเป็นเลิศทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ ที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้สะดวกยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ ผู้รับบริการยังมั่นใจได้ในความปลอดภัยของข้อมูล เนื่องจากใช้ฐานข้อมูลเดียวกันกับโรงพยาบาลศิริราช ทำให้ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อกับแพทย์เฉพาะทาง สามารถประสานและส่งต่อได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และไร้รอยต่อ

    เกี่ยวกับ SIRIRAJ H SOLUTIONS
    SIRIRAJ H SOLUTIONS ตั้งอยู่บนชั้น 5 และ ชั้น 5M ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ตรงข้ามไอคอนสยาม) เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2566 นับเป็นศูนย์บริการนอกพื้นที่โรงพยาบาลศิริราชแห่งแรก (Decentralized Health care Model) ที่เน้นการดูแลเชิงป้องกัน ครอบคลุมสมดุลชีวิต 5 ด้าน ได้แก่ ตรวจคัดกรองเชิงลึก ฟื้นฟูศักยภาพ ดูแลเชิงป้องกัน ชะลอความเสื่อม และเสริมสร้างสมดุลชีวิต เปิดให้บริการรวม 19 คลินิก ได้แก่ ศูนย์ตรวจสุขภาพ ศูนย์ฉีดวัคซีน ศูนย์ถันยรักษ์ ศูนย์ภาพวินิจฉัย คลินิกสุขภาพหญิง คลินิกเด็กและวัยรุ่น คลินิกสุขภาพใจ คลินิกออร์โธปิดิกส์
    คลินิกศัลยศาสตร์ คลินิกสัปปายะโดยแพทย์แผนไทยประยุกต์ คลินิกฟื้นฟูกายภาพ คลินิกเลเซอร์ผิวหนัง&ความงาม คลินิกอายุรศาสตร์ คลินิกเวชศาสตร์ฟื้นฟู คลินิกเท้าและสุขภาพเท้า คลินิกพัฒนาสมรรถภาพการกีฬา คลินิกทันตกรรม คลินิกเพศหลากหลาย(Pride Clinic) และคลินิกตรวจการนอนหลับ SLEEP @SIRIRAJ H SOLUTIONS
    เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-21.00 น. ผู้สนใจเข้ารับบริการสามารถสอบถามข้อมูลหรือติดต่อขอรับบริการได้ทาง Call center: 0-2414-1144 หรือ Line: @sirirajhsolutions ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: SIRIRAJ H SOLUTIONS หรือ https://sirirajhsolutions.com/th

  • Business - Logistics

    สี่มุมเมืองยกระดับธุรกิจค้าส่งอาหารสู่ยุคดิจิทัล เปิดตัว “สี่มุมเมืองออนไลน์” (Simummuang Online) แพลตฟอร์มค้าส่งวัตถุดิบอาหารออนไลน์ (B2B Fresh Produce Marketplace) ที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน

    บริษัท ดอนเมืองพัฒนา จำกัด ผู้บริหารตลาดสี่มุมเมือง ศูนย์กลางค้าส่งผัก ผลไม้ และอาหารสดชั้นนำของเอเซีย เดินหน้ายกระดับธุรกิจค้าส่งอาหารสู่ยุคดิจิทัล เปิดตัว “สี่มุมเมืองออนไลน์” (Simummuang Online) แพลตฟอร์มค้าส่งวัตถุดิบอาหารออนไลน์ (B2B Fresh Produce Marketplace) ที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน เชื่อมผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจ HoReCa เข้ากับแหล่งวัตถุดิบค้าส่งครบวงจรจากตลาดสี่มุมเมือง ผ่านประสบการณ์การจัดซื้อที่สะดวก ครบ และ รวดเร็ว ตอกย้ำบทบาทของสี่มุมเมืองในฐานะผู้นำด้านการค้าส่งวัตถุดิบอาหารของประเทศ พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ยุคดิจิทัล

    สี่มุมเมืองออนไลน์รวบรวมสินค้ากว่า 10,000 รายการ จากเครือข่ายผู้ค้ากว่า 4,000 ร้าน ครอบคลุมผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารแห้ง บรรจุภัณฑ์ และอุปกรณ์สำหรับธุรกิจอาหาร พร้อมบริการจัดส่งทุกวันและส่งภายในวันเดียวกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงวัตถุดิบคุณภาพในราคาค้าส่งได้ทุกที่ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้พันธกิจ “เพิ่มโอกาสให้ผู้ขาย เพิ่มความสะดวกให้ผู้ซื้อ โดยไม่ต้องมาถึงตลาด ครบจบในที่เดียว”

    คุณอนล ภัทรประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานดิจิทัล เทคโนโลยี กล่าวว่า “สี่มุมเมืองออนไลน์เกิดจากความเข้าใจปัญหาของผู้ซื้อและผู้ขาย ผู้ประกอบการร้านอาหารไม่ได้ต้องการเพียง ‘บริการจัดส่งฟรี’ แต่ต้องการความมั่นใจว่า “วัตถุดิบจะมาถึงตรงเวลา มาทันเปิดร้าน และพร้อมใช้งานจริง” เราจึงออกแบบระบบการจัดส่งภายในวัน(On-Demand) ช่วยลดเวลาในการจัดหาวัตถุดิบได้ถึง 5 เท่า และเรายังสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อโดยรักษาคุณภาพสินค้าให้สดใหม่ โดยในปัจุบันเรามีอัตราการเคลมสินค้าต่ำกว่า 1%

    ในอีกด้านหนึ่ง สี่มุมเมืองออนไลน์ยังเป็นการเพิ่มโอกาสและช่องทางค้าขายใหม่ให้ผู้ค้าในตลาดสี่มุมเมือง เปรียบเสมือนการมีหน้าร้านสองแห่งในเวลาเดียวกัน ทั้งหน้าร้านในตลาดและหน้าร้านออนไลน์ที่เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ทั่วประเทศ โดยไม่กระทบการขายเดิม

    ปัจจุบันผู้ค้าที่เข้าร่วมแพลตฟอร์มมียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20–25% โดยผู้ค้าที่เติบโตสูงสุดบางรายทำยอดขายได้มากกว่า 40 ล้านบาทต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าแพลตฟอร์มออนไลน์สามารถสร้างรายได้เสริมให้ผู้ค้าดั้งเดิมได้จริง ขณะที่ผู้ซื้อมั่นใจได้ว่าสินค้าทุกชิ้นมาจากผู้ค้าตัวจริงในตลาดสี่มุมเมือง ได้รับสินค้าสด มีคุณภาพเสมือนมาเลือกซื้อด้วยตนเอง

    ความสำเร็จของผู้ค้าและความเชื่อมั่นจากผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สี่มุมเมืองออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยรายได้ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026 เติบโตกว่า 150% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 (จาก 140 ล้านบาท เป็น 350 ล้านบาท) บริษัทตั้งเป้ายอดขายทั้งปี 2026 ไว้ที่ 760 ล้านบาท หรือเติบโตเป็นสองเท่าจากปี 2025 (380 ล้านบาท) และวางเป้าหมายต่อเนื่องแตะ 1,200 ล้านบาทภายในปี 2027”

    จุดเด่นของสี่มุมเมืองออนไลน์

    • สะดวก ประหยัดเวลา (Convenience) – สั่งซื้อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ลดเวลาในการจัดหาวัตถุดิบจากการมาเดินเลือกซื้อเองถึง 5 เท่า
    • คุณภาพเทียบเท่าต้นทาง (Quality Assurance) – คัดสรรสินค้าและผู้ค้าอย่างเข้มงวด พร้อมระบบเคลม รวดเร็ว
    • จัดส่งรวดเร็วและตรงเวลาแบบ On-Demand (Same-Day Delivery)- เป็นแพลตฟอร์มสั่งของสดแห่งแรกที่ทำได้ ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่ EEC (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง)
    • สินค้าครบ ไม่มีวันขาด (Guaranteed Availability) รวมวัตถุดิบอาหารกว่า 10,000 รายการ และช่วยให้ธุรกิจของลูกค้าเดินหน้าได้อย่างไม่สะดุดได้รับของครบ ไม่เสียโอกาสในการขาย
    • บริการด้วยใจ 24 ชั่วโมง (Customer Care) – มีเจ้าหน้าที่ดูแลจริงตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมให้ความช่วยเหลือทุกขั้นตอน

    ผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม ธุรกิจ HoReCa และผู้ที่สนใจ สามารถสมัครใช้งานสี่มุมเมืองออนไลน์ได้ที่ www.simummuangonline.com หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “สี่มุมเมืองออนไลน์” เพื่อเข้าถึงวัตถุดิบคุณภาพในราคาค้าส่ง พร้อมบริการจัดส่งไวทันใจถึงร้าน รับสินค้าได้ภายในวันเดียวกัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Center โทร. 02-023-9903 บริการ 24 ชั่วโมง หรือ Line Official : @smmonline และติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook: facebook.com/taladsimummuang

  • CSR - Health

    ฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ผนึกกำลัง ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิด “ห้องรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station)” แห่งแรกในศูนย์การค้า จังหวัดปทุมธานี ภายใต้โครงการ “ฟิวเจอร์ให้ใจ” เดินหน้าสร้างสังคมแห่งการให้

    บริษัท รังสิตพลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการสนับสนุนการจัดตั้งหน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) พร้อมเปิด“ห้องรับบริจาคโลหิตสภากาชาดไทย” ภายใต้โครงการ “ฟิวเจอร์ให้ใจ” ซึ่งนับเป็นหน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่แห่งแรกในศูนย์การค้า จังหวัดปทุมธานี เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในจังหวัดปทุมธานี และพื้นที่ใกล้เคียง สามารถเข้าถึงการบริจาคโลหิตได้ง่าย สะดวก และต่อเนื่องตลอดทั้งปี

    พร้อมร่วมสร้างสังคมแห่งการให้ และเสริมสร้างความมั่นคงของปริมาณโลหิตสำรองสำหรับการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ โดยห้องรับบริจาคโลหิตสภากาชาดไทย ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ฝั่งอีสต์ สเปลล์ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค เปิดรับบริจาคทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 – 18.00 น. (ปิดทำการ 1 มกราคม ของทุกปี)

    พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ได้รับเกียรติจากนายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยและนางสาวจิตตินันท์ หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการร่วม – กลุ่มงานธุรกิจ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ร่วมลงนาม โดยมี นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และนายดนัยธนิต พิศาลบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พูลผล จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน ก่อนประกอบพิธีเปิดห้องรับบริจาคโลหิตสภากาชาดไทย อย่างเป็นทางการ

    นางสาวจิตตินันท์ หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการร่วม – กลุ่มงานธุรกิจ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่ผ่านมา ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ มีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ในการสนับสนุนพื้นที่จัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับการดำเนินงานจากหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ สู่หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการบริจาคโลหิตได้สะดวกยิ่งขึ้น และเป็นพื้นที่แห่งการให้ที่พร้อมส่งต่อความช่วยเหลือ ความหวัง และโอกาสในการมีชีวิตแก่ผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ ‘ฟิวเจอร์ให้ใจ’ ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมอย่างยั่งยืน”

    นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย กล่าวว่า “การจัดตั้งหน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายศักยภาพการสร้างเครือข่ายการจัดหาโลหิตของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการบริจาคโลหิตได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ความร่วมมือจากภาคเอกชนในครั้งนี้จะช่วยเสริมความมั่นคงของปริมาณโลหิตสำรองสำหรับใช้รักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ ทั้งในภาวะปกติ และในช่วงเวลาที่เกิดภาวะการขาดแคลนโลหิต พร้อมสะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการร่วมสร้างสังคมแห่งการให้”

    ด้าน รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) แห่งนี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงการบริจาคโลหิตให้แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือ จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดใกล้เคียง โดยเปิดให้บริการทุกวัน ช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลา และการเดินทาง และเป็นกำลังสำคัญในการเพิ่มปริมาณโลหิตสำรองสำหรับการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ”

    ห้องรับบริจาคโลหิตสภากาชาดไทย ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ฝั่งอีสต์ สเปลล์ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 – 18.00 น. (ปิดให้บริการวันที่ 1 มกราคมของทุกปี) ภายในมีเตียงบริจาคโลหิต จำนวน 7 เตียง พร้อมรองรับ ผู้บริจาคโลหิตได้ประมาณ 150–180 คนต่อวัน ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในจังหวัดปทุมธานี และพื้นที่ใกล้เคียง ให้สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผ่านการบริจาคโลหิตได้อย่างสะดวก และต่อเนื่อง

    ความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัท รังสิตพลาซ่า จำกัด ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จังหวัดปทุมธานี และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ในการร่วมกันสร้างสังคมแห่งการให้ พร้อมส่งเสริมให้การบริจาคโลหิตเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคงของระบบโลหิตสำรองของประเทศ และส่งต่อโอกาสในการมีชีวิตแก่ผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตทั่วประเทศอย่างยั่งยืน

  • CSR - Environment - Sustainability

    สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเปิดงาน “YOUNG รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE” โดยมี บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมรับเสด็จและสนับสนุนการอนุรักษ์ทะเลไทย

    สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานมหกรรมนิทรรศการด้านการอนุรักษ์ทะเลแห่งปี “Young รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE : สร้างโลกทะเลใหม่ ด้วยมือเรา” ณ NEX HALL ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดโดยมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผนึกกำลังร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และคนรุ่นใหม่ ในโอกาสนี้ ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เข้าเฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมเข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณ ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนมอบเงินจำนวน 2,000,000 บาท แก่ มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยฯ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภารกิจฟื้นฟูและปกป้องระบบนิเวศทางทะเลของประเทศไทยอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ณ NEX Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

    มหกรรมนิทรรศการ “YOUNG รักษ์ทะเล : SEA THE CHANGE สร้างโลกทะเลใหม่ ด้วยมือเรา” เปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยได้เรียนรู้ ลงมือทำ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการกอบกู้ท้องทะเลไทย โดยมีจุดเด่นสำคัญของงานคือการนำเสนอ Immersive Experience 360 องศา ที่พาผู้เข้าชมจำลองการดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลผ่านภาพและระบบเสียงรอบทิศทาง

    พร้อมเรียนรู้เรื่องราววิกฤติทะเลไทยและแนวทางการร่วมแก้ไขปัญหาด้วยวิธีง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม – 12 สิงหาคม 2569 ณ NEX Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและเยาวชนได้เรียนรู้ ลงมือทำ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์และฟื้นฟูท้องทะเลไทยอย่างยั่งยืน

  • Art - Culture - Music - Uncategorized

    RBSO ร่วมกับ Bangkok City Ballet จัดการแสดง “A Tribute to the Loyal Legacy” น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านบทเพลงบัลเลต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก 12 สิงหาคมนี้

    มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดการแสดงคอนเสิร์ตน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรายการ “A Tribute to the Loyal Legacy” โดยวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (Royal Bangkok Symphony Orchestra, RBSO) ร่วมกับคณะบางกอกซิตี้บัลเลต์ (Bangkok City Ballet, BCB) ภายใต้การอำนวยเพลงของ วานิช โปตะวนิช ในวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

    การแสดงครั้งนี้จะนำผู้ชมเข้าสู่โลกแห่งนาฏลีลาบัลเลต์ ซึ่งเสียงดนตรีจากวงซิมโฟนีออร์เคสตร้าและการเคลื่อนไหวของนักเต้นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ถ่ายทอดเรื่องราว อารมณ์ และจินตนาการผ่านบทประพันธ์อมตะของสองคีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ ได้แก่ ปีเตอร์ อิลิช ไชคอฟสกี และ เซอร์เก โปรโคฟีเยฟ


    เปิดการแสดงด้วยบทเพลงจาก The Nutcracker Suite ผลงานอันเปี่ยมด้วยสีสันและเสน่ห์แห่งโลกจินตนาการ ถ่ายทอดบรรยากาศของการเฉลิมฉลอง ความมหัศจรรย์ และความฝันผ่านท่วงทำนองอันเป็นเอกลักษณ์ของไชคอฟสกี ก่อนเข้าสู่ Swan Lake Suite หนึ่งในผลงานบัลเลต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตลอดกาล บอกเล่าเรื่องราวของความรัก ความเสียสละ และการต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่ว ผ่านบทเพลงที่งดงาม อ่อนหวาน และเปี่ยมด้วยพลังทางอารมณ์


    ปิดท้ายค่ำคืนด้วยบทเพลงจาก Romeo and Juliet Suite ของโปรโคฟีเยฟ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากโศกนาฏกรรมความรักเหนือกาลเวลาของวิลเลียม เชกสเปียร์ ด้วยจังหวะอันหนักแน่น ความแตกต่างทางอารมณ์ที่เด่นชัด และท่วงทำนองที่ลึกซึ้ง บทประพันธ์ชุดนี้สะท้อนทั้งความอ่อนโยนของความรัก ความขัดแย้ง และความสูญเสียของคู่รักหนุ่มสาวได้อย่างทรงพลัง

    ร่วมถ่ายทอดความงดงามของบทเพลงโดยนักเต้นจาก Bangkok City Ballet หนึ่งในคณะบัลเลต์ชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งมุ่งมั่นส่งเสริมและพัฒนาศิลปะบัลเลต์คลาสสิก ตลอดจนเปิดโอกาสให้นักเต้นชาวไทยรุ่นใหม่ได้พัฒนาศักยภาพสู่มาตรฐานสากล การแสดงครั้งนี้จึงนับเป็นการผสานพลังระหว่างวงซิมโฟนีออร์เคสตร้าและศิลปะการเต้นบัลเลต์อย่างสมบูรณ์ นำเสนอผลงานระดับมาสเตอร์พีซในมิติที่เต็มไปด้วยความสง่างาม ความโรแมนติก และความประทับใจ
    ขอเชิญผู้ชมร่วมดื่มด่ำกับค่ำคืนแห่งดนตรีและศิลปะการแสดง พร้อมร่วมแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ผ่านบทเพลงและการแสดงที่สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการทรงอุปถัมภ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่อง


    การแสดง “A Tribute to the Loyal Legacy” จัดขึ้นในวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรราคา 400, 800, 1,000, 1,500 และ 2,000 บาท จำหน่ายผ่านไทยทิคเก็ตเมเจอร์ นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รับส่วนลด 50% โดยใช้รหัส RBSO2026 ในการจองบัตร

  • Awards - Entertainment - Lifestyle

    #legend รวมสุดยอดผู้นำ นักธุรกิจ ศิลปิน และคนดัง ร่วมฉลองให้กับ 100 บุคคลผู้สร้างแรงบันดาลใจแห่งปี ในค่ำคืนสุดเอ็กซ์คลูซีฟของ #legend 100 List Social Club 2026

    Hashtag Legend Thailand (#legend) แพลตฟอร์มสื่อไลฟ์สไตล์มัลติแชนเนลภายใต้แนวคิด Luxury Fast-Forward จัดงาน #legend 100 List Social Club 2026 งานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่เพื่อเชิดชู #legend 100 List 2026 หรือ 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี ผู้สร้างคุณูปการและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในหลากหลายแวดวง ทั้งธุรกิจ แฟชั่น ความงาม ศิลปะ วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ กีฬา และวงการบันเทิง โดยมีแขกผู้มีเกียรติ ผู้บริหารระดับแนวหน้า ศิลปิน นักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ และบุคคลสำคัญจากหลากหลายวงการ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งความภาคภูมิใจ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ณ Event Hall ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ชิดลม

    บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก และอบอวลด้วยพลังของผู้คนที่พร้อมจะร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมในมิติต่าง ๆ ตั้งแต่ผู้นำองค์กร นักธุรกิจ นักสร้างสรรค์ ศิลปิน ดารา ไปจนถึงบุคคลผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุค ที่ต่างมาร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จและแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจในค่ำคืนเดียวกัน โดยมีเหล่าคนดังตบเท้าเข้าร่วมงาน อาทิ ใหม่–ดาวิกา โฮร์เน่, ต้าเหนิง–กัญญาวีร์ สองเมือง, จุง–อาเชน ไอย์ดึน, ไอซ์–อามีนา กูล, จั๋ง PERSES–วิกร บูรณภิญโญ, มิว–ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ และ ตุลย์–ภากร ธนศรีวนิชชัย, แอลลี่–อชิรญา นิติพน, โอปอล–สุชาตา ช่วงศรี, ก้อย–อรัชพร โภคินภากร, เจฟ ซาเตอร์, บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์, เอส–ศุภ สง่าวรวงศ์, เฟิร์น–นพจิรา ฤกษ์ขจรนามกุล, แจม–รชตะ หัมพานนท์, เมเบิ้ล–สิริวลี สิริวิบูลย์ และ แป้งจี่–ปภาวรินท์ สวัสดิเวช พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติจากแวดวงธุรกิจ สังคม และไลฟ์สไตล์อีกมากมาย
     โดยไฮไลต์สำคัญของค่ำคืนคือการประกาศรายชื่อ #legend 100 List 2026 ซึ่งได้รับการคัดเลือกโดยทีมบรรณาธิการของ #legend เพื่อยกย่องบุคคลผู้สร้างความโดดเด่นผ่านวิสัยทัศน์ ภาวะผู้นำ ความคิดสร้างสรรค์ และผลงานที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ครอบคลุมหลากหลายสาขา ตั้งแต่แฟชั่น ความงาม ไลฟ์สไตล์ อาหาร การท่องเที่ยว ธุรกิจ ศิลปะ วัฒนธรรม ไปจนถึงวงการบันเทิง โดยผู้ได้รับการยกย่องล้วนเป็นบุคคลที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของตนเอง พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในวงกว้าง

    เริ่มต้นด้วย #legend 100 List 2026 หมวด “C-Level” ที่ยกย่องผู้นำองค์กรผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่านวิสัยทัศน์ ความเชี่ยวชาญ และภาวะผู้นำอันโดดเด่น ในฐานะผู้กำหนดกลยุทธ์ ผู้ตัดสินใจ และผู้หล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กร จนสามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นแรงบันดาลใจให้กับอุตสาหกรรม ได้แก่ ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์, ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ประธานบริหาร นายเลิศ กรุ๊ป, ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ธราภุช คูหาเปรมกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ จำกัด (มหาชน), นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, ประณัย พรประภา กรรมการผู้จัดการ โรงแรมสยาม แอ็ท สยาม, ฟา เบเนเดทตี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิตัลเอเซีย เทรดดิ้ง จำกัด, ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร เดอะมอลล์กรุ๊ป, อัจฉรา บุรารักษ์ ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเรกเตอร์ กลุ่มบริษัท iBerry และ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์
     
    ต่อเนื่องด้วย #legend 100 List 2026 หมวด “Entrepreneurs & Businesses” เพื่อยกย่องผู้ประกอบการและผู้นำธุรกิจผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านวิสัยทัศน์ นวัตกรรม และความกล้าที่จะสร้างโอกาสใหม่ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน โดยผู้ได้รับการยกย่องในปีนี้ ได้แก่ เจย์ สเป็นเซอร์ และ จริยดี สเป็นเซอร์ ผู้ก่อตั้ง Woof Pack Project, ชญาภา จูตระกูล กรรมการผู้บริหาร The Bureau of Wonders, ณรัณ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเอ็มที เดอะ อาวร์ กลาส, ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี CEO บริษัท ไอพีดีแพคเกจจิ้ง จำกัด, นิกม์ ธนะภูมิกุล Co-CEO บริษัท ควอลิเทค จำกัด (มหาชน), บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Siwilai และ Siwilai City Club, ปรมา ไรวา แบรนด์เมเนเจอร์ S&P Headquarter และผู้ร่วมก่อตั้ง Triadic Affair, อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส อัมพุช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารพื้นที่เช่าและบริหารทรัพย์สิน เดอะมอลล์กรุ๊ป และ โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจ บริษัท พีพี กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด

    สำหรับ #legend 100 List 2026 หมวด “Super Stars” ได้เชิดชูนักแสดงผู้สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการบันเทิงไทย ผ่านผลงานอันโดดเด่น วิสัยทัศน์ในการทำงาน และอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่ส่งต่อแรงบันดาลใจไปยังผู้ชมทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ ได้แก่ ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่, วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร, มาริโอ้ เมาเร่อ, ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์, ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี, หลิงหลิง-ศิริลักษณ์ คอง, ฟรีน-สโรชา จันทร์กิมฮะ, เต-ตะวัน วิหครัตน์ และ ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง

    ขณะที่ #legend 100 List 2026 หมวด “KOLs & Influencers” ยกย่องผู้ทรงอิทธิพลแห่งโลกดิจิทัล ผู้สร้างแรงบันดาลใจและกำหนดบทสนทนาของสังคมผ่านคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์ ได้แก่ แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช, ใบปอ-ธิติยา จิระพรศิลป์, จูเน่-เพลินพิชญา โกมลารชุน, น้ำตาล-ทิพนารี วีรวัฒโนดม, ไบเบิ้ล-วิชญ์ภาส สุเมตติกุล, ก้อย-อรัชพร โภคินภากร, ซี-พฤกษ์ พานิช, จุ๊กกู้-สลิตา กลิ่นจันทร์, ไอซ์-อามีนา กูล และ เฟิร์น-นพจิรา ฤกษ์ขจรนามกุล

    ส่วน #legend 100 List 2026 หมวด “New Faces” คือการเฉลิมฉลองคนรุ่นใหม่ผู้กำลังก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของวงการ ด้วยศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และมุมมองอันโดดเด่น ที่พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ เจนเย่-เมธิกา จีรนรภัทร, มิ้ลค์-พรรษา วอสเบียน, เลิฟ-ภัทรานิษฐ์ ลิ้มปติยากร, เก่ง-หฤษฎ์ บัวย้อย, ภีม-วสุพล พรพนานุรักษ์, มีมี่-เหมือนฝัน แบ้สกุล, จุง-อาเชน ไอย์ดึน, เอมี่-ทสร กลิ่นเนียม, จั๋ง PERSES-วิกร บูรณภิญโญ และ บอนนี่-ภัทราภัสร์ โบรัชตะสุวรรณ์
     
    ด้าน #legend 100 List 2026 หมวด “Celebrities” ยกย่องบุคคลผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการบันเทิงและสังคม ผู้มีบทบาทในการหล่อหลอมวัฒนธรรมร่วมสมัย ผ่านความสามารถ วิสัยทัศน์ และตัวตนอันโดดเด่น ได้แก่ ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์, สิตามนินท์ สุสมาวัตนะกุล, อรวรรณ อิงคสิทธิ์, อภินรา ศรีกาญจนา, รวิศรา จิราธิวัฒน์, พลอย ปิ่นแสง, อัครรัฐ วรรณรัตน์, พอล สิริสันต์, คณชัย เบญจรงคกุล และ พชร จิราธิวัฒน์

    อีกหนึ่งหมวดที่สะท้อนพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างชัดเจนคือ #legend 100 List 2026 หมวด “Fashion Designers & Beauty” ซึ่งยกย่องผู้บุกเบิกวงการแฟชั่นและความงาม ผู้ผลักดันอุตสาหกรรมไทยสู่เวทีระดับโลก ผ่านผลงานที่โดดเด่นและอัตลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ วรรณศิริ คงมั่น Creative Director และ Co-Founders แบรนด์ Boyy, วรวิทย์ ศิริพากย์ CEO แบรนด์ Pañpuri, ทัตวร สุกัณศีล Founder และ Designer แบรนด์ Vvon Sugunnasil, พลพัฒน์อัศวะประภา Creative director of Asava fashion house และ Founder of Asava Group, สมบัษร ถิระสาโรช ออแกไนเซอร์และนักจัดงานอีเวนต์ระดับแนวหน้าของไทย, พัชทรี ภักดีบุตร Erb founder & Managing Director, ฝันดาว แบ้สกุล Creative Director และ CEO แบรนด์ Fundao, ภิพัชรา แก้วจินดา Founder แบรนด์ Pipatchara, มิลิน ยุวจรัสกุล Founder แบรนด์ Milin และ แอน ทองประสม ผู้จัดละครและนักแสดงชื่อดัง
     
    ต่อด้วยการประกาศรายชื่อ #legend 100 List 2026 หมวด “Artist” เพื่อเชิดชูศิลปินผู้สร้างแรงขับเคลื่อนให้กับวงการศิลปะร่วมสมัย ผ่านผลงานที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ อัตลักษณ์ และมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งไม่เพียงสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ หากยังจุดประกายบทสนทนาและขยายขอบเขตของศิลปะสู่ผู้คนในวงกว้าง ได้แก่ นท พนายางกูร, จิรวัฒน์ ศรีเลื่อนสร้อย, ศรัณย์ เย็นปัญญา, วิพาวีร์ พัทธ์ณศิริ, อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, กันตภณ เมธีกุล, ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี, วรุณ เกียรติศิลป์, ศิริยศ ชัยอำนวย และ ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล

     รวมถึงรายชื่อ #legend 100 List 2026 หมวด “Musicians” ที่ยกย่องศิลปินผู้สร้างแรงบันดาลใจผ่านบทเพลงและผลงานทางดนตรี ที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ ตัวตน และอิทธิพลทางวัฒนธรรมร่วมสมัย พร้อมสร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการดนตรีทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติ ได้แก่ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์, เจฟ ซาเตอร์, แอลลี่-อชิรญา นิติพน,
    วี-วิโอเลต วอเทียร์, เบคกี้-รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง, มินนี่-ณิชา ยนตรรักษ์, พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร,
    บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล, แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล และ นนท์-ธนนท์ จำเริญ

    ก่อนปิดท้ายด้วย #legend 100 List 2026 หมวด “Lifestyle / Sport / Dining / Tech” ซึ่งยกย่องบุคคลผู้ร่วมกำหนดนิยามการใช้ชีวิตยุคใหม่ ผ่านความเชี่ยวชาญและความคิดสร้างสรรค์ในหลากหลายสาขา ตั้งแต่กีฬา อาหาร ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงเทคโนโลยี อันเป็นแรงผลักดันให้ผู้คนได้เปิดรับมุมมองใหม่และใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ได้แก่ เอส–ศุภ สง่าวรวงศ์ นักว่ายน้ำ, เชฟตาม–ชุดารี เทพาคำ, เชฟเอียน–พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย, เทนนิส–พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักเทควันโด, วิว–กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตัน, เติ้น-ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ นักแข่งรถ Formula 3, เบเบ้–ธันย์ชนก ฤทธินาคา ฟิตเนสเทรนเนอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านการออกกำลังกาย, โอปอล–สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025, บูม-ธริศร ธรณวิกรัย ยูทูบเบอร์และอินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดังจากช่อง BoomTharis และ อู๋-อติชาญ เชิงชวโน คอนเทนต์ครีเอเตอร์และ
    ยูทูบเบอร์ช่อง spin9

     ทั้งนี้การรวมตัวของบุคคลผู้ทรงอิทธิพลจากหลากหลายวงการในงาน #legend 100 List Social Club 2026 ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงพลังของผู้คนที่กำลังร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนสังคมในมิติต่าง ๆ ผ่านวิสัยทัศน์ ความคิดสร้างสรรค์ และการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง แต่ยังฉายภาพบทบาทของ #legend ในฐานะแพลตฟอร์มสื่อไลฟ์สไตล์มัลติแชนเนลภายใต้แนวคิด Luxury Fast-Forward ที่มุ่งมั่นนำเสนอเรื่องราวของบุคคลผู้สร้างแรงบันดาลใจ พร้อมเปิดพื้นที่ให้กับแนวคิดใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ และความสำเร็จที่ทรงคุณค่า เพื่อร่วมผลักดันสังคมไทยให้ก้าวไปข้างหน้า และเชิดชูผู้คนที่สร้างอิทธิพลเชิงบวกในทุกมิติของการใช้ชีวิตด้วย
     
    ติดตาม #legend Thailand ได้ทาง https://hashtaglegend.com/th-th/
    Facebook: hashtag_legendth / Instagram: hashtag_legendth / TikTok: hashtag_legendth
    YouTube: @hashtaglegendth / X: @th_hashtag

  • Campaign - Lifestyle - Shopping

    “THE BEST MUM DESERVES THE BEST” ไอคอนสยามตอกย้ำ Global Experiential Destination เปิดแคมเปญวันแม่ รวมที่สุดแห่งประสบการณ์เพื่อทุกครอบครัว

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตอกย้ำบทบาทการเป็น Global Experiential Destination ที่รวบรวมประสบการณ์ระดับโลกไว้ในจุดหมายปลายทางเดียว จัดแคมเปญฉลองวันแม่ “THE BEST MUM DESERVES THE BEST” เพื่อเชิดชูคุณแม่ผู้มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับครอบครัว พร้อมเชิญชวนลูก ๆ เปลี่ยนบทบาทจาก ‘ผู้รับ’ เป็น ‘ผู้ให้’ ด้วยการบอกรักและตอบแทนคุณแม่ผ่านสิ่งที่ดีที่สุด ทั้งโมเมนต์สุดประทับใจ ของขวัญแทนใจ และประสบการณ์แห่งความสุขที่มีความหมายร่วมกันในช่วงเทศกาลวันแม่ปีนี้ โดยผสานประสบการณ์การช็อปปิง รับประทานอาหาร และกิจกรรมไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบไว้ในที่เดียว เพื่อให้ทุกครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันและสร้างความทรงจำแสนพิเศษในโอกาสสำคัญแห่งปี

    นางสุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “วันแม่เป็นหนึ่งในเทศกาลที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการใช้เวลาร่วมกันมากที่สุด เราจึงมองว่าสิ่งที่คุณแม่ต้องการไม่ได้จำกัดเพียงของขวัญ แต่คือช่วงเวลาแห่งความสุขและความทรงจำที่ได้ใช้ร่วมกับคนในครอบครัว ไอคอนสยามจึงออกแบบแคมเปญ THE BEST MUM DESERVES THE BEST ให้เป็นมากกว่าการเฉลิมฉลองวันแม่ ผ่านการส่งมอบ 3 ประสบการณ์สำคัญ ทั้งการสร้างโมเมนต์อันน่าประทับใจร่วมกัน การเลือกสรรสิ่งพิเศษแทนคำขอบคุณ และการส่งต่อความรักความผูกพันให้กับผู้หญิงคนสำคัญที่สุดในชีวิต เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถสร้างวันพิเศษที่มีความหมายและเติมเต็มวันแม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

    เพื่อถ่ายทอดแนวคิด “เพราะผู้ให้สิ่งที่ดีที่สุด คือคนที่คู่ควรกับสิ่งที่ดีที่สุด” ไอคอนสยามได้สร้างสรรค์กิจกรรมและประสบการณ์พิเศษผ่าน 3 สิ่งที่ดีที่สุดที่สะท้อนความตั้งใจในการมอบให้กับคุณแม่ทุกคน

    THE BEST MOM DESERVES THE BEST MOMENTS
    ไอคอนสยามชวนทุกครอบครัวร่วมสร้างความทรงจำอันน่าประทับใจ ผ่านประสบการณ์สุดพิเศษภายใต้แนวคิด ICONIC EXPERIENCES WITH MUM ตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ที่สร้างความสุขและช่วงเวลาที่ไม่อาจลืมเลือน เพราะของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่อาจไม่ใช่เพียงสิ่งของ แต่คือช่วงเวลาแห่งความสุขที่ได้ใช้ร่วมกันกับคนในครอบครัว ผ่านกิจกรรมและแลนด์มาร์กที่พร้อมสร้างโมเมนต์แห่งความประทับใจตลอดวันแม่ปีนี้ ไม่ว่าจะเป็น The ICONIC Multimedia Water Feature การแสดงระบำสายน้ำผสมผสานแสง สี เสียง และมัลติมีเดียที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ริเวอร์ พาร์ค, Waterfall ‘LOVE MUM’ น้ำตกในโซนอลังการ ชั้น 6 และ Infinity Forest by SOFTLAB บริเวณนภาลัย เทอร์เรซ ชั้น 7 ซึ่งพร้อมเติมเต็มวันแม่ให้เป็นช่วงเวลาแห่งความประทับใจสำหรับทั้งครอบครัว

    THE BEST MOM DESERVES THE BEST DEALS
    เติมเต็มการบอกรักแม่ผ่านการเลือกสรรสิ่งพิเศษแทนใจ ด้วยของขวัญจากแบรนด์ชั้นนำที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมชวนครอบครัวใช้เวลาร่วมกันผ่านมื้ออาหารสุดพิเศษจากร้านอาหารชั้นนำริมแม่น้ำเจ้าพระยา และประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับเวิลด์คลาสจาก Blue by Alain Ducasse เพื่อส่งมอบวันแม่ที่สมบูรณ์แบบให้กับคนสำคัญที่สุดในชีวิต นอกจากนี้ ไอคอนสยามยังมอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการเลือกสรรของขวัญและใช้เวลาร่วมกับครอบครัว โดยมอบของสมนาคุณ บัตรกำนัลร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงบัตรกำนัลเพื่อสุขภาพและความงาม เมื่อมียอดใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมด้วยโปรโมชั่น กิจกรรม และบริการพิเศษจากร้านค้าและแบรนด์ชั้นนำ รวมถึงเมนูและข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากร้านอาหารต่าง ๆ ภายในไอคอนสยาม เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกครอบครัวได้เลือกสรรของขวัญ ชวนคุณแม่ออกมารับประทานอาหาร และใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความหมายตลอดช่วงเทศกาลวันแม่

    THE BEST MOM DESERVES THE BEST LOVE
    ส่งต่อสารสำคัญของแคมเปญผ่านคอนเทนต์พิเศษ BEST DAY WITH BEST MUM ถ่ายทอดเรื่องราวของพี่น้องสองหนุ่มหล่อ ภู ธัชชัย – ภีม ธนัช ลิ้มปัญญากุล ที่ร่วมกันสร้างวันพิเศษให้กับคุณแม่แทนคำขอบคุณในวันแม่ปีนี้ โดยสะท้อนแนวคิด “เปลี่ยนจากผู้รับ เป็นผู้ให้” ผ่านกิจกรรมตลอดหนึ่งวันที่ไอคอนสยาม ทั้งการเลือกซื้อของขวัญ การรับประทานอาหาร และการร่วมสัมผัสประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของไอคอนสยาม ถ่ายทอดความรัก ความผูกพัน และความหมายของการตอบแทนผู้หญิงคนสำคัญที่สุดในชีวิต ผ่านช่วงเวลาแห่งความสุขที่ได้ใช้ร่วมกันในครอบครัว

    ด้าน เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G ขอเชิญชวนคุณแม่และทุกคนในครอบครัวร่วมย้อนวันวานไปกับความไพเราะของบทเพลงอมตะ และสนุกสนานกับการเต้นลีลาศในงาน “สุขสนุก มนต์เสน่ห์ลีลาศ” พบกับบทเพลงสุนทราภรณ์สุดคลาสสิก ขับร้องโดย พรศุลี วิชเวช นักร้องนำหญิงระดับดาวค้างฟ้าของวงดนตรีสุนทราภรณ์ ผู้ได้รับฉายาว่า “การเวกเสียงใส” และ ศุภาชัย ผ่องสวัสดิ์ นักร้องเพลงไทยสากลรางวัลพระราชทาน พร้อมด้วยเหล่านักร้องคลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์ ภายในงานจะได้พบกับการเปิดฟลอร์ลีลาศสุดพิเศษจาก ออย-เพชรลดา รุ่งเรือง นักแสดงหญิงรุ่นใหม่ ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและชวนทุกท่านออกสเต็ปไปพร้อมกัน ในวันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 15.00-18.30 น. ณ ลานเมือง 2 เมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม ชั้น G พร้อมกันนี้ ร้าน “ห้องภาพวันวาน” ณ เมืองสุขสยาม ร่วมส่งต่อความรักและความอบอุ่นในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ด้วยโปรโมชั่นพิเศษสำหรับการบันทึกภาพแห่งความทรงจำ เมื่อถ่ายภาพคู่ในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 หรือควงคุณแม่มาถ่ายภาพในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 รับภาพถ่ายฟรี ในราคาพิเศษเพียง 599 บาท เท่านั้น

    นอกจากนี้ สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในไทย ณ ไอคอนสยาม ขอร่วมส่งต่อความรักและความอบอุ่นในโอกาสวันแม่ผ่านแคมเปญ “Dear All Moms” ระหว่างวันที่ 3-12 สิงหาคม 2569 ชวนทุกครอบครัวร่วมบอกรักและแทนคำขอบคุณแด่คุณแม่คนสำคัญ ด้วยกิจกรรมและสิทธิพิเศษที่ออกแบบขึ้นเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขและความผูกพัน พร้อมโปรโมชั่นพิเศษลดสูงสุด 30% ตลอดรายการ รวมถึงกิจกรรมพิเศษในวันที่ 12 สิงหาคม ที่เปิดโอกาสให้แม่และลูกได้เก็บภาพความทรงจำร่วมกัน พร้อมรับคูปองพิเศษและดอกคาร์เนชั่นสีแดง สัญลักษณ์แห่งความรักและความกตัญญู
    ร่วมสร้างโมเมนต์พิเศษและมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้หญิงที่มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณ กับแคมเปญ “THE BEST MUM DESERVES THE BEST” ณ ไอคอนสยาม ตลอดช่วงเทศกาลวันแม่ปี 2569 นี้ สอบถามเพิ่มเติมโทร.1338 หรือ www.iconsiam.com

  • Art - Exhibition

    นิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” ร่วมจารึกประวัติศาสตร์แห่งวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

       กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับไอคอนสยาม และชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ พร้อมด้วย 3 ศิลปินแห่งชาติ อาทิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปัญญา วิจินธนสาร และ ศาสตราจารย์เกียรติคุณปริญญา ตันติสุข รวมถึงศิลปินชั้นเยี่ยมแห่งรัชสมัย ได้แก่ วัชระ ประยูรคำ, อลงกรณ์ หล่อวัฒนา, พินิตย์ พันธประวัติ, นภดล วิรุฬห์ชาตะพันธ์, ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ, วิรัญญา จิราธิกิตติ์ และนที ทับทิมทอง ฯลฯ พร้อมใจกันรังสรรค์นิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติ ศิลปวัฒนธรรม  และพสกนิกรชาวไทยตลอดพระชนม์ชีพ 

    พิธีเปิดนิทรรศการจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม โดยมี พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดนิทรรศการ ณ ธารา ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติเฝ้ารับเสด็จจำนวนมาก อาทิ ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา, ณัฐวุฒิ เฉลิมวันเพ็ญ ผู้บริหารกลุ่มงานสนับสนุนความสำเร็จผู้เช่า บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด, วัลลภิศร์ สดประเสริฐ, บุญชัย เบญจรงคกุล, ทวินโชค ตันธุวนิตย์, มนาเทศ อันนวัฒน์ , ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร, นฤมล ล้อมทอง  ฯลฯ โดยนิทรรศการ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” จะเปิดให้ประชาชนและผู้สนใจเข้าชมระหว่างวันที่ 1–8 สิงหาคม ณ Thara Hall, Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม 

             “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” จึงนับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญของวงการศิลปะร่วมสมัยของไทยถือเป็นการรวบรวมผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าและหาชมได้ยากจากศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิของประเทศไทย ถ่ายทอดศาสตร์แห่งศิลปกรรมผ่าน 5 แขนงสำคัญ ได้แก่ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ศิลปะไทย และศิลปะภาพยนตร์ดิจิทัลสามมิติ (3D Digital Art) โดยเชื่อมโยงศิลปะดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีร่วมสมัยอย่างวิจิตรบรรจง

             หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ ภาพยนตร์แอนิเมชันเทิดพระเกียรติความยาว 6 นาที ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมการนำเสนอวงการศิลปะของไทยครั้งสำคัญ เมื่อผลงานจากปลายพู่กัน งานประติมากรรม และแม่พิมพ์โลหะ ได้รับการถ่ายทอดสู่โลกแห่งภาพเคลื่อนไหวสามมิติอย่างงดงามสมพระเกียรติ ผ่านการออกแบบสร้างสรรค์โดย ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ร่วมกับ Decide Kit Studio สตูดิโอสร้างสรรค์เจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ พร้อมทีมศิลปินจากหลากหลายสาขาที่ร่วมกันถ่ายทอดผลงานด้วยหัวใจแห่งความภาคภูมิใจในความเป็นไทย โดยภาพยนตร์เทิดพระเกียรติชุดนี้จะถูกนำขึ้นฉายพร้อมกันบนจอ มัลติมีเดียสกรีน ภายในไอคอนสยาม และจุดสำคัญทั่วกรุงเทพมหานครตลอดช่วงปลายเดือนกรกฎาคมไปจนถึงวันที่ 8 สิงหาคม เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมชื่นชมศิลปะที่ก้าวข้ามข้อจำกัดของพื้นที่  พร้อมร่วมถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ครบ 74 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาแห่งความเป็นสิริมงคลยิ่งของปวงชนชาวไทย

      ภายในนิทรรศการผู้สนใจจะได้ชื่นชม 46 ผลงานมาสเตอร์พีซจากศิลปินผู้ทรงคุณูปการที่หาชมได้ยาก จาก 3 ศิลปินแห่งชาติ อาทิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปัญญา วิจินธนสาร และ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปริญญา ตันติสุข รวมถึงศิลปินชั้นเยี่ยมแห่งรัชสมัย ซึ่งล้วนเป็นศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าให้แก่วงการศิลปะไทยแทบทั้งสิ้น สำหรับผลงานไฮโลต์ของศิลปิน อาทิ 

                – จักรพันธุ์ โปษยกฤต ภาพจิตรกรรมที่หาชมได้ยิ่งได้แก่ พระบรมสาทิสลักษณ์ ในหลวงร.9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นภาพจิตรกรรมศิลปะไทยร่วมสมัย  

                – ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปัญญา วิจินธนสาร  ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) นำเสนอ ภาพจิตรกรรมพระบรมสาทิสลักษณ์  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10   ชื่อภาพ “ดวงใจแม่”
                 – ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปริญญา ตันติสุข เป็นจิตรกรไทยผู้ทรงคุณูปการ และได้รับการยกย่องให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ผลงานของอาจารย์โดดเด่นด้วยการผสานความงามของศิลปะไทยเข้ากับแนวคิดร่วมสมัย ถ่ายทอดคุณค่าทางพุทธศาสนา วิถีชีวิต และจิตวิญญาณของความเป็นไทยอย่างลุ่มลึก

                – ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ งานนี้เขานำ 8 ผลงานมาจัดแสดง อาทิ ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10  “ทศมราชา พระเมตตาทอแสงแห่งแผ่นดิน” ใช้เวลาวาดนานถึง 2 ปีที่สะท้อนความศรัทธาที่ชูศิษฐ์น้อมรังสรรค์ขึ้นด้วยความจงรักภักดีอย่างลึกซึ้งต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผ่านพระราชจริยวัตรอันเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระวิริยะ และพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและแผ่นดินไทย 

               “ทศมราชา พระเมตตาทอแสงแห่งแผ่นดิน” เป็นผลงานถ่ายทอดด้วยเทคนิคจิตรกรรมแบบ Old Master อันประณีต สะท้อนพลังแห่งแสง สี และรายละเอียดที่เปี่ยมชีวิตชีวา พร้อมสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ได้รับการศึกษาค้นคว้าอย่างลึกซึ้ง ทุกฝีแปรงคือการน้อมถวายด้วยความเคารพ ทุกองค์ประกอบ คือความตั้งใจที่จะบันทึกพระจริยวัตรที่งดงามของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนไทย ผลงานชิ้นนี้จึงมิได้งดงามเพียงในเชิงศิลปกรรม หากยังเต็มไปด้วยความหมายทางจิตวิญญาณ และเป็นมรดกแห่งความทรงจำที่เชื่อมโยงศิลปะ ประวัติศาสตร์ และความรักต่อแผ่นดินไว้ในภาพเดียว”

              – นที ทับทิมทอง เป็นประติมากรที่มีความสามารถเป็นเลิศในการปั้นพระบรมสาทิสลักษณ์ เขาได้นำ 2 ชิ้นงานสุดปราณีต ได้แก่ ประติมากรรม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และประติมากรรมสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่หาชมได้ยากยิ่งมาจัดแสดงในงาน

              – พินิตย์ พันธประวัติ  จากผู้สร้างสรรค์ศิลปะบนธนบัตร ผู้ชื่นชอบการแกะสลักภาพพิมพ์โลหะ (Copper Engraving หรือ Intaglio) การแกะภาพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อนำไปใช้บนธนบัตร อีกนำศิลปะเป็นการสร้างสรรค์ภาพพิมพ์อันวิจิตรบนธนบัตรไทย  

               – วัชระ ประยูรคำ ประติมากรและศิลปินชื่อดังระดับประเทศ วัชระเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการปั้นประติมากรรมแบบเหมือนจริงมาก (Hyper-realistic) และงานศิลปะร่วมสมัย ภายในงานเขาได้นำประติมากรรมรูปปั้นสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ทำจากวัสดุเรซิน ที่รังสรรค์อย่างประณีตงดงาม มาจัดแสดง

                – อลงกรณ์ หล่อวัฒนา  จิตรกรไทยร่วมสมัยระดับแถวหน้า ผู้สร้างสรรค์ผลงานแนวจิตวิญญาณเชิงสัญลักษณ์ งานของอลงกรณ์เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ทางศาสนาและปรัชญา จับ “จิตวิญญาณ” มาเล่าในรูปภาพ ด้วยสีสันและลวดลายที่สะท้อนความเชื่อทางพุทธศาสนาและความศรัทธาในธรรมะโดยมี “ตัวตน” ของศิลปินและผู้ชม

                – วิรัญญา จิราธิกิตติ์ ศิลปินสร้างสรรค์ศิลปะไทยร่วมสมัย มีจุดเด่นในการสร้างสรรค์งานคือ นำเทคนิคจิตรกรรมไทย ประเพณีไทยมาประยุกต์กับแนวคิดร่วมสมัยในการใช้เส้น สีและองค์ประกอบแบบศิลปไทยอย่างปราณีต

                 – นภดล วิรุฬห์ชาตะพันธ์ ประติมากรมากฝีมือชาวไทย เจ้าของผลงานประติมากรรมร่วมสมัยที่ผสานความเหมือนจริงเข้ากับการสื่อความหมายเชิงสัญลักษณ์ โดยมุ่งสะท้อนคุณค่าของมนุษย์ ความทรงจำ และประเด็นทางสังคม 
        นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสวนาวิชาการอันทรงคุณค่า 2 หัวข้อ ที่จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 14.00 – 16.00 น. ได้แก่  
    เวลา 14.00-15.00 น. ร่วมเรียนรู้เรื่องราวและคุณูปการของ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติและนายช่างเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ถ่ายทอดโดย อาจารย์วัลลภิศร์ สดประเสริฐ ศิษย์เอก ผู้สืบทอดองค์ความรู้และมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า
    เวลา 15.00-16.00 น. ร่วมเรียนรู้เรื่องราวแห่งศิลปะไทย ในหัวข้อ “จากศิลปะไทยสู่การเคลื่อนไหวของภาพพอร์ตเทรตร่วมสมัยในสยามประเทศ” โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณปัญญา วิจินธนสาร (ศิลปินแห่งชาติ) ซึ่งจะมาถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์อันล้ำค่าแก่เยาวชน นักศึกษา ศิลปินรุ่นใหม่ และประชาชนผู้สนใจ

               “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” จึงมิใช่เพียงนิทรรศการศิลปะ หากเป็นการรวมพลังแห่งศรัทธา เป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ ถ่ายทอดความงดงามของศิลปกรรมไทย การสืบสานมรดกแรงบันดาลใจจากศิลปินผู้สร้างคุณูปการแก่แผ่นดิน ให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป และสะท้อนหัวใจรักของคนไทยทั้งชาติที่ร่วมกันจารึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์แห่งแผ่นดิน 
              สำหรับรายได้จากการจำหน่ายผลงาน ภายหลังหักค่าใช้จ่าย จะทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงใช้ตามพระราชอัธยาศัย อันเป็นการน้อมถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงออกถึงความจงรักภักดีอย่างสูงสุด 
             โดยการจัดนิทรรศการในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก ICONSIAM, BANGKOK AIRWAYS, RCL, PLAN B, DECIDE KIT, CHUSIT RPA, DEPERTMENT OF CULTURAL PROMOTION นิทรรศการนี้จะจัดไปจนถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ณ Thara Hall, Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม ขอเชิญประชาชนร่วมสัมผัสความงดงามของศิลปะที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางจิตใจและวัฒนธรรม