Admin

  • CSR

    บี.กริม เพาเวอร์ มอบเครื่องดนตรีวงโยธวาทิตกว่า 2.1 ล้านบาท สร้างโอกาสทางการศึกษา พัฒนาเยาวชนสกลนครผ่านพลังดนตรี

    บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านการพัฒนาสังคมและการศึกษา สนับสนุนเครื่องดนตรีวงโยธวาทิตเพื่อการศึกษาแก่โรงเรียนกุดเรือคำพิทยาคาร จังหวัดสกลนคร มูลค่ารวม 2,129,000 บาท เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านดนตรี เปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงทรัพยากรทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม และพัฒนาศักยภาพสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ
    พิธีส่งมอบจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 โดยได้รับเกียรติจาก นายณรงณ์ เห็นหลอด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร เป็นประธานรับมอบ พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

    ในการนี้ ได้มีคณะผู้แทนจากบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ และผู้แทนจากบริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด ร่วมส่งมอบเครื่องดนตรีให้แก่โรงเรียนกุดเรือคำพิทยาคาร เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนและพัฒนาศักยภาพของนักเรียนในระยะยาว รวมไปถึงเป็นการส่งเสริมศักยภาพวงโยธวาทิตของโรงเรียนเพื่อเข้าแข่งขันในเวทีระดับประเทศ อีกด้วย
    บี.กริม เพาเวอร์ เชื่อว่าการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคนและสังคมอย่างยั่งยืน ขณะที่ดนตรีเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมทักษะรอบด้าน ทั้งความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ วินัย และความมั่นใจในตนเอง ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญสำหรับการเติบโตของเยาวชนในศตวรรษที่ 21 การสนับสนุนครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และภาคศิลปวัฒนธรรม โดยมีมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า และบริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด ร่วมเป็นพันธมิตรในการผลักดันโครงการ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาด้านดนตรีให้กับเยาวชนในพื้นที่ และสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่
    ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บี.กริม เพาเวอร์ ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคม (Creating Shared Value) ผ่านการพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทย อันเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตที่ยั่งยืน

  • Business

    ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจบริการในเอเชียแปซิฟิก ด้วยกลยุทธ์พัฒนาคนและวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง

    ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) บริษัทชั้นนำด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรูในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรด้วยแนวคิดที่ยึด “คน” เป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต สะท้อนบทบาทขององค์กรในฐานะหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของธุรกิจบริการในภูมิภาค ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรควบคู่ไปกับการสร้างมาตรฐานการบริการระดับสากล เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวอย่างยั่งยืน

    คุณสรัญญา วัฒนศิริสุข รองประธานกรรมการอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า “อุตสาหกรรมบริการเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยคน ความสำเร็จขององค์กรไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากการขยายธุรกิจหรือการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ แต่เกิดจากการสร้างทีมงานที่มีศักยภาพ มีความเข้าใจในมาตรฐานการบริการระดับสากล และสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างมั่นคง เราจึงเชื่อมั่นเสมอว่าบุคลากรคือรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรและอุตสาหกรรมบริการในระยะยาว”

    หัวใจสำคัญของกลยุทธ์ด้านบุคลากรของกลุ่มออนิกซ์ฯ คือ ONYX Academy สถาบันพัฒนาบุคลากรขององค์กรที่ถูกวางบทบาทให้เป็นศูนย์กลางในการสร้างขีดความสามารถของผู้นำและบุคลากรอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการการพัฒนาภาวะผู้นำ การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง และการสร้าง Talent Pipeline เข้ากับเป้าหมายการเติบโตระยะยาวขององค์กร ผ่านหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อเสริมทักษะด้านการบริหารจัดการ และองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการยกระดับมาตรฐานการบริการ เพื่อให้บุคลากรสามารถสร้างผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในบทบาทปัจจุบัน และพร้อมเติบโตสู่บทบาทที่สำคัญยิ่งขึ้นในอนาคต

    หนึ่งในหลักสูตรสำคัญภายใต้ ONYX Academy คือ General Manager Development Programme (GM Track) ซึ่งมุ่งพัฒนาผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมในเครือทั้งผู้ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบันและผู้ที่มีศักยภาพก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งในอนาคตให้มีความเข้าใจรอบด้าน ทั้งด้านการบริหารธุรกิจ การบริหารงานปฏิบัติการ และการบริหารทีมงาน เพื่อสร้างผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการดังกล่าวได้รับรางวัล Best Management Training Programme จากเวที EXA: Employee Experience Awards 2025 ซึ่งเป็นรางวัลด้านการบริหารประสบการณ์พนักงานระดับภูมิภาค

    ควบคู่กันนี้ กลุ่มออนิกซ์ฯ ยังเดินหน้าขับเคลื่อนแนวทาง Leadership Development & Talent Pipeline เพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่และเสริมความแข็งแกร่งของบุคลากรภายในองค์กร ผ่านโครงการ The NextYou Initiative ซึ่งมุ่งเตรียมความพร้อมบุคลากรที่มีศักยภาพสำหรับบทบาทสำคัญขององค์กรในอนาคต ผ่านกระบวนการประเมินศักยภาพ การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง และการออกแบบแผนพัฒนารายบุคคล โดยโครงการดังกล่าวได้รับรางวัล Best Career Development Programme จากเวที EXA Awards

    นอกจากนี้ องค์กรยังให้ความสำคัญกับการยกระดับบทบาทของฝ่ายทรัพยากรบุคคล ผ่านโปรแกรมพัฒนาผู้นำด้านทรัพยากรบุคคล หรือ HR Leadership Enhancement Programme ซึ่งมุ่งพัฒนาให้ผู้บริหารและทีมงานด้านทรัพยากรบุคคลสามารถทำงานร่วมกับทีมบริหารในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรในองค์กร โดยแนวทางดังกล่าวได้รับรางวัล Best In-House Certification Programme จากเวที EXA Awards

    ในด้านวัฒนธรรมองค์กร กลุ่มออนิกซ์ฯ ยังให้ความสำคัญกับแนวทาง Culture Transformation & Service Excellence โดยมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึด “คน” เป็นศูนย์กลาง พร้อมถ่ายทอดแนวคิดด้านการบริการสู่การปฏิบัติจริงในทุกโรงแรมและทุกแบรนด์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนเอกลักษณ์ของการบริการแบบไทยที่ผสานเข้ากับมาตรฐานสากลได้อย่างลงตัว

    ไม่เพียงเท่านี้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ ยังผสานแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ากับการพัฒนาบุคลากร ผ่านแนวคิด Sustainably Crafted Hospitality เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของธุรกิจ คุณภาพชีวิตของพนักงาน และการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยแนวทางดังกล่าวได้รับรางวัล Best ESG Programme จากเวที EXA Awards

    ความมุ่งมั่นด้านการพัฒนาบุคลากรและการสร้างวัฒนธรรมองค์กรดังกล่าว ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด กลุ่มออนิกซ์ฯ ได้รับรางวัล Asia’s Top HR Leaders 2026 ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของผู้บริหารสายงานทรัพยากรบุคคล ที่ผลักดันโครงการด้านบุคลากรอย่างต่อเนื่องจนเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มที่จากองค์กร

    ขณะเดียวกัน กลุ่มออนิกซ์ฯ ยังได้รับการรับรองให้เป็น Best Place to Work in Thailand 2026 และ Best Place to Work in Southeast Asia 2026 ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเลิศขององค์กรด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการเติบโตของบุคลากร และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับพนักงานในทุกมิติ

    “การลงทุนในคน คือการลงทุนที่สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจบริการ เพราะบุคลากรคือผู้สร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน กลุ่มออนิกซ์ฯ จะยังคงเดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างองค์กรที่พร้อมรองรับอนาคต และร่วมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมบริการของไทยและเอเชียแปซิฟิกต่อไป” คุณสรัญญา วัฒนศิริสุข กล่าว

  • Food - Lifestyle

    เกษรวิลเลจ เปิดเวที Gastronomy ระดับโลก ชูวัตถุดิบไทยสู่สายตานานาชาติ ในงาน DINNER INCREDIBLE THAILAND 2026: THE BLACK BOX EDITION

    กรุงเทพมหานคร สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้วงการอาหารไทยได้รับการกล่าวถึงบนเวทีโลกอีกครั้ง กับการเป็น Venue Host ของงาน DINNER INCREDIBLE THAILAND 2026: THE BLACK BOX EDITION ที่รวบรวม 12 เชฟระดับแนวหน้าจากทั่วโลก ผู้ครอบครองดาวมิชลินรวมกว่า 21 ดาว พร้อมการรวมตัวครั้งประวัติศาสตร์ของ 5 เชฟระดับ 3 Michelin Stars เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
    ค่ำคืนแห่ง Gastronomy ระดับโลกครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของประเทศไทยผ่านมุมมองของศาสตร์แห่งอาหารร่วมสมัย โดยนำเสนอคุณค่าของวัตถุดิบท้องถิ่น วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ ผ่านผลงานการรังสรรค์อาหารจากเชฟระดับโลก

    ภายใต้แนวคิด “THE BLACK BOX EDITION” เชฟทั้ง 12 ท่านจะได้รับภารกิจพิเศษในการค้นหาแรงบันดาลใจจากวัตถุดิบไทยที่ถูกซ่อนอยู่ภายใน “กล่องปริศนา” ก่อนนำมาตีความและสร้างสรรค์เป็นเมนูระดับโลกที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเรื่องราวอันทรงคุณค่าของประเทศไทยผ่านมุมมองที่แตกต่างและน่าจดจำ
    THE BLACK BOX ไม่ได้เป็นเพียงความท้าทายทางการปรุงอาหาร หากยังเป็นสัญลักษณ์ของเรื่องราวที่รอการค้นพบ ตั้งแต่ภูมิปัญญาท้องถิ่น ความทุ่มเทของเกษตรกรไทย แนวคิดด้านความยั่งยืน ไปจนถึงศักยภาพของวัตถุดิบไทยที่พร้อมก้าวสู่การยอมรับในระดับสากล
    งานครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะแหล่งวัตถุดิบชั้นเลิศของโลก ที่อุดมไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม และองค์ความรู้ที่สั่งสมมายาวนาน ซึ่งยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เชฟและผู้เชี่ยวชาญด้าน Gastronomy จากทั่วโลก

    12 เชฟระดับโลกที่ร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ได้แก่

    • Chef Alvin Leung (Hong Kong) – 3 Michelin Stars
    • Chef Bruno Menard (France) – 3 Michelin Stars
    • Chef Thierry Voisin (France) – 3 Michelin Stars
    • Chef Jacob Jan Boerma (The Netherlands) – 3 Michelin Stars
    • Chef Thomas Bühner (Germany) – 3 Michelin Stars
    • Chef Tim Golsteijn (The Netherlands) – 1 Michelin Star
    • Chef Deepanker Khosla (India / Thailand) – 1 Michelin Star & Michelin Green Star
    • Chef Massimiliano Sena (Italy) – Michelin-Starred Chef
    • Chef Alessandro Frau (Italy) – International Michelin Chef
    • Chef Gerard Villaret (France) – International Culinary Master
    • Chef Michael Huu Huynh (Vietnam) – Award-Winning International Chef
    • Chef Giorgio Diana (Italy) – Founder of Dinner Incredible & Global Gastronomy Ambassador

    จาก 12 เชฟระดับโลก ดาวมิชลินรวมกว่า 21 ดาว วัตถุดิบปริศนา 12 ชนิด และ 1 ภารกิจสำคัญ ประวัติศาสตร์บทใหม่ของวงการอาหารไทยกำลังจะถูกบันทึกผ่านการถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยในมิติที่ลึกซึ้ง ทรงคุณค่า และร่วมสมัย
    ในฐานะ Venue Host ของงาน Gaysorn Village ตอกย้ำบทบาทการเป็น World-Class Gastronomy Destination ใจกลางกรุงเทพมหานคร ด้วยการเปิดพื้นที่ The Crystal Box ชั้น 19 ณ Gaysorn Urban Resort ให้กลายเป็นเวทีระดับโลกสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แรงบันดาลใจทางอาหาร และบทสนทนาระหว่างวัฒนธรรม

    DINNER INCREDIBLE THAILAND 2026 สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Gaysorn Village ในการสร้างประสบการณ์ที่ก้าวข้ามขอบเขตของการรับประทานอาหาร สู่การเป็นพื้นที่แห่งการค้นพบ การเชื่อมโยงผู้คน (Mingle) และการสร้าง Community ของผู้รักอาหาร เชฟผู้รังสรรค์อาหาร และผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม ผ่านพลังของ Gastronomy พร้อมร่วมผลักดันศักยภาพของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านอาหารที่สำคัญของโลก
    ความร่วมมือดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ผู้รักอาหารได้สัมผัสรสชาติและแนวคิดการปรุงอาหารระดับโลกต่อเนื่องจากค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ เปลี่ยนประสบการณ์จากเวที Gastronomy ระดับโลกให้กลายเป็นการเดินทางด้านอาหารที่เข้าถึงได้ พร้อมตอกย้ำบทบาทของ Gaysorn Village ในฐานะจุดหมายปลายทางด้าน Gastronomy ที่รวบรวมประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับแนวหน้าของโลกไว้ใจกลางกรุงเทพมหานคร

    DINNER INCREDIBLE THAILAND 2026: THE BLACK BOX EDITION
    13–14 มิถุนายน 2569 ณ The Crystal Box ชั้น 19, Gaysorn Urban Resort, Gaysorn Village
    “UNVEIL THE BLACK BOX. REVEAL THE TRUE THAILAND.”
    เพราะวัตถุดิบอันล้ำค่าของไทยไม่ได้มอบเพียงรสชาติอันโดดเด่น หากยังบรรจุเรื่องราวของผู้คน วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และความทรงจำที่เชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกเข้าหากัน

  • Art - Culture - Travel

    ไอคอนสยาม นำทัพงานคราฟต์ไทย และภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมงาน Sawasdee Seoul Thai Festival 2026 ผลักดัน Soft Power ไทยสู่ตลาดโลก

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดินหน้าส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยและขับเคลื่อน Soft Power ไทยสู่เวทีสากล เตรียมพา “เมืองสุขสยาม” เมืองแห่งวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย หนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญที่รวบรวมเสน่ห์ วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และสินค้าท้องถิ่นจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยเข้าไว้ด้วยกัน และ “ไอคอนคราฟต์” (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ แหล่งรวมงานคราฟต์สร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทยที่ใหญ่ที่สุด ยกทัพงานคราฟต์ ศิลปะขนาดจิ๋ว และขนมหวานไทยทำมือสุดประณีต ไปถ่ายทอดความน่ารักของมรดกทางวัฒนธรรมไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ในงาน “Sawasdee Seoul Thai Festival 2026: Creative Life and Creative Heartbeat” เทศกาลไทยสุดยิ่งใหญ่ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2569 ณ Cheonggyecheon Plaza ใจกลางกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

    การเข้าร่วมงาน Sawasdee Seoul Thai Festival 2026 ในครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทของไอคอนสยาม เมืองสุขสยาม และไอคอนคราฟต์ ในฐานะแพลตฟอร์มสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย ช่างฝีมือ และผู้สร้างสรรค์ผลงานจากทั่วประเทศ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับมาตรฐาน และนำเสนอภูมิปัญญา รวมถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวจากนานาประเทศ พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ บนเวทีระดับนานาชาติ

    โดย คุณสุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “หลังจากประสบความสำเร็จในการนำผู้ประกอบการจากเมืองสุขสยามและไอคอนคราฟต์เข้าร่วมงาน Sawasdee Seoul Thai Festival 2025 ซึ่งได้รับผลตอบรับดีเกินคาดหมาย สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานได้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคต่างชาติ และเปิดตลาดใหม่ในเกาหลีใต้ได้อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของวัฒนธรรมไทยและผู้ประกอบการไทยที่สามารถสร้างความสนใจในตลาดต่างประเทศได้เป็นอย่างดี ปีนี้ไอคอนสยามพร้อมต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว ด้วยการพาเมืองสุขสยามไปนำเสนอเสน่ห์วัฒนธรรมไทยผ่านแนวคิด ‘Thai Cuteness = Thai Soft Power’ รวมถึงคัดเลือกแบรนด์คราฟต์ไทยที่มีศักยภาพจากไอคอนคราฟต์ ไปถ่ายทอดความงดงามของวิถีชีวิตไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น และงานหัตถศิลป์ร่วมสมัย ผ่านมุมมองสร้างสรรค์ที่เข้าถึงผู้คนทั่วโลกได้อย่างเป็นสากล เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ สร้างการรับรู้ต่อสินค้าและบริการไทย และผลักดัน Soft Power ไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลกอีกครั้ง”

    ในงาน Sawasdee Seoul Thai Festival 2026 ครั้งนี้ เมืองสุขสยาม พร้อมนำเสนอความเป็นไทยภายใต้แนวคิด “Thai Cuteness = Thai Soft Power” ถ่ายทอดวิถีท้องถิ่น ขนมไทย และแมวไทย ผ่านงานคราฟต์จิ๋วจากดินไทย ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของไทยอย่างสร้างสรรค์ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ “สารพัดสุข สนุกแบบไทย” ผ่านการจัดแสดงงานศิลปะจำลองขนาดจิ๋วที่สะท้อนวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ไทย 4 ภูมิภาค จาก “ร้านเล็กปั้นจิ๋ว” ซึ่งสร้างสรรค์เมนูอาหาร ขนม และวิถีชุมชนไทย ในรูปแบบงานคราฟต์ย่อส่วนจากดินไทยปั้นมือ อีกทั้งยังมีการสาธิตงานคราฟต์และภูมิปัญญาไทยจาก “จุ๊บเจลเนอรัล” ที่นำเสนอแฟชั่นคราฟต์ร่วมสมัยผ่านงานถักโครเชต์ไหมพรมดีไซน์สร้างสรรค์ และ “ร้านขนมไทยแพรวไพลิน” ที่นำเซ็ตขนมไทยมงคลและขนมพื้นบ้านอัตลักษณ์ไทยหาทานยาก อาทิ ขนมตระกูลทอง ขนมใส่ไส้ประยุกต์ ขนมสาคูตะโก้ และขนมลืมกลืน ไปให้ผู้ร่วมงานได้ลิ้มลอง พร้อมถ่ายทอดเสน่ห์ขนมไทยโบราณผ่านการสาธิตการปั้นลูกชุบ


    และเพื่อขยายฐานการรับรู้สู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ในเกาหลีใต้ เมืองสุขสยามยังเตรียมเปิดตัวไอเท็มสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “กล่องจุ่มแมวไทย” งานแฮนด์เมดดีไซน์ร่วมสมัยที่นำเอกลักษณ์ของแมวมงคลไทยมาต่อยอดในรูปแบบของสะสมสไตล์ Art Toy เป็นครั้งแรกภายในงาน รวมถึงเปิดตัว “น้องสุข” คาแรคเตอร์แมววิเชียรมาศ ทูตวัฒนธรรมประจำเมืองสุขสยาม ที่จะไปร่วมสร้างสีสันและความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานทุกเพศทุกวัย พร้อมยกระดับความสนุกด้วยกิจกรรม Thailand Check-in Mission เชิญชวนให้ชาวเกาหลีและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกร่วมแชร์ภาพถ่ายประสบการณ์ความน่ารักภายในงาน เพื่อแลกรับของที่ระลึกสุดพิเศษ ทั้งงานคราฟต์ไทยและ SOOKSIAM Limited Edition : Thai Food

    นอกจากนี้ ผลงานจาก 4 แบรนด์ไทยภายใต้ไอคอนคราฟต์ ยังได้ร่วมสร้างการรับรู้และเผยแพร่คุณค่าของงานหัตถศิลป์ร่วมสมัยไทยให้ชาวเกาหลีได้สัมผัส ตอกย้ำบทบาทของไอคอนสยามในการส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่เวทีนานาชาติ ทั้ง ผลิตภัณฑ์จาก “Mae Ing Shibori แม่อิงซิโบริ” วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผ้ามัดย้อมชิโบริสีธรรมชาติแม่อิง จังหวัดเชียงใหม่ ที่เน้นใช้สีธรรมชาติในการผลิตผ้ามัดย้อม พร้อมส่งเสริมบทบาทผู้หญิงในชุมชนและรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน, ของขวัญและของที่ระลึกไทยแบรนด์ “HOLEN” ที่นำเอกลักษณ์จากวรรณคดีรามเกียรติ์มาสร้างสรรค์เป็นคาแรกเตอร์สุดน่ารัก เด่นด้วยสินค้าเชิงฟังก์ชันอย่างยาดมสมุนไพร Aromadom เคสยาดม และไอเท็มสุดคราฟต์ที่เหมาะเป็นของขวัญ ของที่ระลึก ของฝาก และของสะสมเชิงสร้างสรรค์, กระเป๋าอัพไซเคิลฝีมือคนไทย “SAME THANG” ที่หยิบเอาซองเมล็ดกาแฟมาเล่าเรื่องใหม่เป็นกระเป๋าแฮนด์เมดน่าใช้หลากหลายรูปแบบ และของใช้ของแต่งบ้านจาก “SUCHAI CRAFT” แบรนด์ระดับตำนานที่แปลงโฉมเครื่องใช้อะลูมิเนียมปั๊มลายไทยให้กลายเป็นของใช้และของตกแต่งบ้านร่วมสมัยสีสันสดใส โดยทั้ง 4 แบรนด์ล้วนนำเสนอผลงานสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาไทยที่ร่วมสมัย ใช้งานได้จริง จึงไม่เพียงสะท้อนภาพความเป็นไทยได้อย่างน่าสนใจ ยังเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ดีด้วย

    สำหรับงาน Sawasdee Seoul Thai Festival 2026 จัดขึ้นโดย สถานเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงโซล กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งจากประเทศไทยและเกาหลีใต้ ภายใต้แนวคิด “Creative Life and Creative Heartbeat” เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยผ่านมิติด้านวัฒนธรรม อาหาร การท่องเที่ยว และนวัตกรรมสร้างสรรค์ ภายในงานอัดแน่นด้วยกิจกรรมน่าสนใจ อาทิ การแสดงของเหล่าศิลปิน T-Pop ชื่อดัง การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ขบวนพาเหรดวัฒนธรรม กิจกรรมการแข่งขัน โซนนวัตกรรมไทย รวมถึงรวบรวมร้านอาหารไทยชื่อดังมาให้ลิ้มลองมากมาย โดยคาดว่าจะดึงดูดชาวเกาหลีและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เข้าร่วมงานได้เป็นจำนวนมาก

    การหนุนเมืองสุขสยามและไอคอนคราฟต์เข้าร่วมงาน Sawasdee Seoul Thai Festival 2026 ในครั้งนี้ จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไอคอนสยาม ในการเป็นเวทีแห่งโอกาสที่เชื่อมโยงศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ชุมชน และผู้สร้างสรรค์ผลงานจากทั่วประเทศสู่ตลาดนานาชาติ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยของไทยได้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งจะต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย ตลอดจนเป็นการผลักดันทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยให้กลายเป็นพลัง Soft Power ที่สามารถสร้างคุณค่า สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างการรับรู้เชิงบวกต่อประเทศไทยบนเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน

  • Event - Marketing

    “ซีเจ มอร์” สู้ศึกค้าปลีก ชูกลยุทธ์สร้างฐานลูกค้าระยะยาว ผนึก “คำต้องเชื่อม” เดินสายพื้นที่ขวัญใจวัยรุ่น เชื่อมแบรนด์-สถานศึกษา ปลื้ม “เตรียมอุดม” ตอบรับล้นหลาม พร้อมลุกอีก 3 สเตชัน ก.ค. – ส.ค. นี้

    จบไปแล้วสำหรับกิจกรรมแคมปัสทัวร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “ซีเจ มอร์ x คำต้องเชื่อม” สำหรับการแข่งขันรอบคัดเลือกกลุ่มที่ 2 ที่จัดขึ้น ณ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ความสนุกครั้งใหญ่ โดยได้รับการตอบรับอย่างถล่มทลายจากทั้งกลุ่มนักเรียนเจ้าถิ่น และนิสิตนักศึกษาจากหลากหลายสถาบันรอบข้าง ที่ตบเท้าเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่งจนเต็มพื้นที่

    กิจกรรมดังกล่าว ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นศูนย์กลางชุมชนและพื้นที่รวมไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ยของ “ซีเจ มอร์” ที่ยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์การสื่อสารที่มุ่งเน้นความเป็นกันเอง เข้าถึงง่าย และสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเจเนอเรชันใหม่ โดยหยิบยกอัตลักษณ์เด่นของแบรนด์ในเรื่องความ “ครบ ถูก คุ้ม” มาปรับให้เข้ากับบริบทของวัยเรียน นอกจากนี้ ยังได้ขนทัพไอเทมเด็ดมาเปิดบูธให้น้องๆ ร่วมสนุก เล่นเกมแจกของรางวัลฟรีแบบจัดเต็ม พร้อมสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟมาสปอยล์น้องๆ กันถึงที่

    ความสนุกในรั้วแคมปัสยังไม่จบเพียงเท่านี้ ซีเจ มอร์ และ คำต้องเชื่อม เตรียมเดินหน้าลุยแจกความสดใสและส่งต่อความคุ้มค่าอย่างต่อเนื่อง โดยสเตชันถัดไปเตรียมบุกไปหาวัยรุ่นกันถึงที่ ใกล้ที่ไหน ไปร่วมกิจกรรมกันได้ ตามตารางทัวร์ดังนี้

    • วันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569: บุกรั้ว มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (วิทยาเขตรังสิต)
    • วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569: บุกรั้ว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
    • วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2569: บุกใจกลางเมืองเอาใจก๊วนวัยรุ่น ณ เซ็นทรัล ลาดพร้าว

    ปรากฏการณ์ความสำเร็จของการเดินสายแคมปัสทัวร์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนภาพจำของแบรนด์ในใจกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ ซีเจ มอร์ ในฐานะผู้นำค้าปลีกไทย ที่ปัจจุบันเปิดให้บริการรองรับทุกความต้องการของลูกค้ามากกว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ ที่พร้อมจะขับเคลื่อนความสุข ส่งมอบความคุ้มค่า และสแตนด์บายเป็นเพื่อนแท้เคียงข้างไลฟ์สไตล์ของทุกชุมชนและทุกเจเนอเรชันอย่างไม่หยุดยั้ง

  • Health - News

    ไอคอนสยาม ร่วมกับ โรงพยาบาลตากสิน จัดงาน “ICONSIAM WE CARE รวมพลคนรักสุขภาพ” เชิญชวนประชาชนร่วมตรวจสุขภาพฟรี 17 รายการ ระหว่างวันที่ 20 – 22 มิถุนายนนี้ ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ โรงพยาบาลตากสิน สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร จัดงาน “ICONSIAM WE CARE รวมพลคนรักสุขภาพ” มหกรรมสุขภาพเพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกช่วงวัย ระหว่างวันที่ 20 – 22 มิถุนายนนี้ ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม โดยรวบรวมองค์ความรู้ การตรวจคัดกรองสุขภาพ กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ และนวัตกรรมด้านการแพทย์ไว้อย่างครบวงจร เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง พร้อมสร้างความตระหนักรู้ในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน อันเป็นรากฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือสำคัญระหว่างภาคสาธารณสุขและภาคเอกชน มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และบริการด้านสุขภาพได้อย่างเท่าเทียม พร้อมสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการดูแลสุขภาพเชิงรุก อันจะนำไปสู่การมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่แข็งแรง ลดความเสี่ยงในการเกิดโรค และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

    สำหรับไฮไลต์สำคัญภายในงานตลอดทั้ง 3 วัน อัดแน่นด้วยกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้แก่

    • บริการตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น 17 รายการ สำหรับผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป เพื่อประเมินภาวะสุขภาพและค้นหาปัจจัยเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เช่น การตรวจคัดกรองสัญญาณชีพ ตรวจคัดกรองสุขภาพจิต ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ตรวจเอกซเรย์ปอด (Chest X-Ray) รวมถึงโปรแกรมเจาะเลือดตรวจสุขภาพ เพื่อตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจการทำงานของตับและไต นอกจากนี้ยังมีบริการเสริมสำหรับกลุ่มเสี่ยง อาทิ การตรวจ HPV Self-Test มะเร็งปากมดลูก การคัดกรองมะเร็งลำไส้ และการคัดกรอง HIV
    • กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพด้านการออกกำลังกาย รับฟังเทคนิคการออกกำลังกายที่ถูกต้อง ปลอดภัย และเหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยจากทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • กิจกรรมด้านโภชนาการ เวิร์กชอปและกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม การจัดสัดส่วนอาหารตามหลักโภชนาการ เพื่อลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคอ้วน
    • เวทีเสวนาและการบรรยายพิเศษ ร่วมแชร์ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค และแนวทางการใช้ชีวิตให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยแพทย์ พยาบาล และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจากโรงพยาบาลตากสิน
    • บูธนิทรรศการและนวัตกรรมทางการแพทย์ การให้บริการคำปรึกษาจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ พร้อมจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ซึ่งสะท้อนถึงความก้าวหน้าของระบบสาธารณสุขไทย
      ข้อแนะนำสำหรับผู้เข้าร่วมงาน ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโปรแกรมเจาะเลือดตรวจสุขภาพ กรุณางดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด อย่างน้อย 10 – 12 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการตรวจ (สามารถจิบน้ำเปล่าได้เล็กน้อย) และกรุณานำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดงเพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมฟรี ในวันที่ 20 – 22 มิถุนายน 2569 เวลา 08.00 – 16.00 น. ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1338
  • Business - Hotel

    แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ฉลองความสำเร็จยิ่งใหญ่เปิดโรงแรมครบ 10,000 แห่ง ทั่วโลก ปักหมุดแบรนด์ เจดับบลิว แมริออท ที่ประเทศ อินเดีย ฉลองหมุดหมายสำคัญก่อน ก้าวเข้าสู่การครบรอบ 100 ปี

    บริษัท แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (NASDAQ: MAR) ประกาศเปิดตัวโรงแรมแห่งที่ 10,000 ของบริษัททั่วโลกอย่างเป็นทางการ ได้แก่ เจดับบลิว แมริออท รันธัมบอร์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (JW Marriott Ranthambore Resort & Spa) นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของบริษัท ก่อนการก้าวเข้าสู่การครบรอบ 100 ปี
    แอนโทนี่ คาปูอาโน (Anthony Capuano) ดำรงตำแหน่งประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “แมริออทเริ่มต้นธุรกิจเมื่อ 99 ปีก่อน จากร้านรูทเบียร์ขนาด 9 ที่นั่ง และวันนี้ได้เติบโตสู่พอร์ทโฟลิโอระดับโลกที่มีโรงแรมกว่า 10,000 แห่ง ครอบคลุม 146 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก ผมรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งกับความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ และนั่นเกิดขึ้นได้จากความทุ่มเทของทีมงานทั่วโลก รวมถึงความไว้วางใจจากเจ้าของโรงแรมที่ยังคงเชื่อมั่นในแบรนด์แมริออท”

    “การได้เฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งนี้ผ่านโรงแรมภายใต้แบรนด์ เจดับบลิว แมริออท (JW Marriott) ยิ่งมีความหมายเป็นพิเศษ เนื่องจากแบรนด์นี้ได้รับการตั้งชื่อตาม เจ. วิลลาร์ด แมริออท (J. Willard Marriott) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ซึ่งตัวเขาและ อลิซ เอส. แมริออท (Alice S. Marriott) ได้ร่วมกันสร้างรากฐานอันทรงคุณค่าให้แก่บริษัท ทั้งทางด้านโอกาส การบริการ และนวัตกรรม ซึ่งเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้สืบสานงคุณค่านี้ต่อไป”


    เจดับบลิว แมริออท รันธัมบอร์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (JW Marriott Ranthambore Resort & Spa) ได้จัดพิธีเฉลิมฉลองการเปิดโรงแรมร่วมกับพนักงานและคณะผู้บริหารของบริษัท นำโดย เดวิด แมริออท (David Marriott) ประธานคณะกรรมการบริษัท และ ราจีฟ เมนอน (Rajeev Menon) ประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) หรือ APEC รวมถึง ไนเลช กาดิยา (Nilesh Gadhiya) เจ้าของรีสอร์ท และครอบครัวกาดิยา

    รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติรันธัมบอร์เพียงไม่กี่นาที พร้อมมอบประสบการณ์การพักผ่อนระดับลักซ์ชัวรีท่ามกลางธรรมชาติ ผ่านห้องพักจำนวน 127 ห้อง ซึ่งได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ครอบคลุมทั้งพูลวิลล่าส่วนตัว ห้องพักและห้องสวีท ภายในรีสอร์ทแขกผู้เข้าพักยังสามารถสัมผัสประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มระดับพรีเมี่ยมที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหารอินเดียร่วมสมัย เมนูท้องถิ่น ไปจนถึงค็อกเทลซิกเนเจอร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากพืชพรรณท้องถิ่น
    ปัจจุบัน แบรนด์ เจดับบลิว แมริออท (JW Marriott) มีโรงแรมมากกว่า 130 แห่งทั่วโลก และการเปิดตัวครั้งนี้ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ทโฟลิโอโรงแรมระดับลักซ์ชัวรีของแมริออท ซึ่งประกอบด้วย 7 แบรนด์ รวมเกือบ 700 แห่ง ใน 74 ประเทศและเขตปกครอง พร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางอันน่าประทับใจในจุดหมายปลายทางที่เป็นที่ต้องการทั่วโลก

    ขณะที่แมริออทยังคงมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางที่หลากหลาย บริษัทได้ฉลองการเปิดโรงแรมใหม่ที่น่าสนใจในหลายกลุ่มตลาด ตั้งแต่ระดับมิดสเกล (Midscale) จนถึงระดับลักซ์ชัวรี (Luxury) ได้แก่

    • เดอะ เซนต์ รีจิส บูดาเปสต์ (The St. Regis Budapest) เปิดให้บริการในเดือนเมษายนที่ผ่านมา และถือเป็นการเปิดตัวแบรนด์ในประเทศฮังการี โรงแรมตั้งอยู่ภายใน Klotild Palace อาคารสถาปัตยกรรมชื่อดังของเมือง พร้อมนำเสนอความหรูหราเหนือกาลเวลา ประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ และบริการระดับโลกของแบรนด์สู่ใจกลางกรุงบูดาเปสต์
    • เดอะ เวสทิน พลาญา บาญาร์ตา ออล-อินคลูซีฟ รีสอร์ท (The Westin Playa Vallarta, an All-Inclusive Resort) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะโรงแรมแบบออลอินคลูซีฟแห่งแรกของแบรนด์เวสทินในประเทศเม็กซิโก รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่ริมอ่าวบันเดรัส และนำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนแบบครบวงจรที่ผสานความสะดวกสบายเข้ากับประสบการณ์การเดินทางอย่างมีคุณภาพ
    • อาร์ทิก ซูโจว อพาร์ตเมนต์ บาย แมริออท บอนวอย (Artik Suzhou, Apartments by Marriott Bonvoy) เปิดให้บริการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นับเป็นการเปิดตัวแบรนด์ครั้งแรกในจีนแผ่นดินใหญ่ โรงแรมตั้งอยู่ใจกลางเมืองประวัติศาสตร์ซูโจว โดยผสมผสานดีไซน์ร่วมสมัยเข้ากับเสน่ห์ทางวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของเมือง
    • สตูดิโอเรส บาย แมริออท กรีนส์โบโร แอร์พอร์ต (StudioRes by Marriott Greensboro Airport) เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม เพียงประมาณหนึ่งปีหลังการลงนามโครงการ โรงแรมสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีโมดูลาร์ และเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ใหม่ล่าสุดของบริษัทที่ตอบโจทย์นักเดินทางระยะยาว
  • Lifestyle - Marketing

    ไอคอนสยาม เปลี่ยนทุกยอดใช้จ่ายให้เป็นประสบการณ์เหนือระดับ เผยผลงาน 5 เดือนแรก ทราฟฟิก เพิ่ม 15% ก่อนส่ง “BIG BANG SALE 2026” ปลุกกำลังซื้อกลางปีด้วยสิทธิประโยชน์แบบ คุ้มเลเวลอัป

    ไอคอนสยาม ฉลองความสำเร็จตอกย้ำเป็น Global Experiential Destination ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เผย 5 เดือนแรก มียอดทราฟฟิกสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา 15% แม้เผชิญสถานการณ์ความท้าทายทางเศรษฐกิจ เดินหน้าจัดโปรแรงฉลองกลางปีกับแคมเปญใหญ่ “ICONSIAM BIG BANG SALE 2026” ภายใต้แนวคิด “คุ้มเลเวลอัป 6 ต่อ ช็อปรับเกินคุ้ม” ใช้กลยุทธ์หลัก เข้าใจอินไซต์ลูกค้า นำเสนอประสบการณ์ที่ตรงความต้องการ พร้อมเพิ่มความคุ้มค่าให้ชีวิตประจำวัน โดยจับมือพันธมิตรร้านค้าภายในศูนย์ มอบส่วนลดสูงสุดถึง 80% และOn Top แจกรางวัลรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท มั่นใจดันยอดขายกลางปีสูงขึ้นกว่า 20% รายการพิเศษนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน – 29 กรกฎาคม 2569 ติดตามรายละเอียดของรางวัลได้จาก https://www.facebook.com/share/p/1Z7qR1X3MC/

    ความสำเร็จดังกล่าวได้รับแรงหนุนสำคัญจากกลุ่มลูกค้าชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและเด็ก ซึ่งมีการใช้เวลาและใช้จ่ายภายในศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของไทยยังคงเผชิญความท้าทายหลายด้าน แต่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยี่ยมชมไอคอนสยามยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องใน 5 เดือนแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สูงขึ้นถึง 15% โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไต้หวัน สะท้อนบทบาทของไอคอนสยามในฐานะจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อภาคค้าปลีกและเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศ

    คุณสุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียง “ส่วนลด” แต่ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่ารวม” (Value for Money) ของการใช้จ่ายมากขึ้น ทั้งสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ ความสะดวก และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้จ่ายเปลี่ยนจากการซื้อเพื่อตอบสนองความต้องการ ไปสู่การตัดสินใจใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลมากขึ้น

    “การทำโปรโมชั่นในวันนี้ไม่ใช่เรื่องของ Discount เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถสร้าง Value Return ให้ลูกค้าได้จริง ทั้งในรูปแบบของรีวอร์ด สิทธิประโยชน์ และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน BIG BANG SALE 2026 จึงถูกออกแบบภายใต้แนวคิด ‘คุ้มเลเวลอัป’ เพื่อทำให้ทุกยอดใช้จ่ายคืนกลับมาเป็นคุณค่าในหลายมิติ”

    สำหรับ “ICONSIAM BIG BANG SALE 2026” สมาชิก ONESIAM จะได้รับสิทธิประโยชน์แบบ “คุ้มเลเวลอัป 6 ต่อ” ครอบคลุมทั้งส่วนลดสูงสุด 80% การรับคืน SIAM Gift Card สูงสุดกว่า 13,850 บาทต่อวัน พร้อม ONESIAM COINS 13,850 COINS เพิ่มเติม รวมถึงสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกใหม่ นักช็อปสายรีวอร์ด และข้อเสนอร่วมกับบัตรเครดิต เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการใช้จ่าย มากกว่าการเป็นแคมเปญส่งเสริมการขาย BIG BANG SALE 2026 ยังสะท้อนบทบาทของไอคอนสยามและไอซีเอสในฐานะกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจค้าปลีกและการท่องเที่ยวช่วงกลางปี ผ่านการสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคไทยและนักท่องเที่ยวออกมาจับจ่ายมากขึ้น พร้อมยกระดับประสบการณ์การช็อปปิ้งที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

    ทั้งนี้ ICONSIAM BIG BANG SALE 2026 เป็นแคมเปญโปรโมชั่นที่มอบสิทธิพิเศษให้สมาชิก ONESIAM ได้สัมผัสประสบการณ์แบบเลเวลอัปผ่านสิทธิประโยชน์ที่ทวีความคุ้มค่าขึ้นเรื่อย ๆ มอบความคุ้มให้กับสมาชิก ONESIAM ถึง 6 ต่อ ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน – 29 กรกฎาคม 2569

    ต่อที่ 1: เลือกช็อปสินค้าลดราคาพิเศษ สูงสุด 80% จากร้านค้าที่ร่วมรายการ ภายในไอคอนสยาม
    ต่อที่ 2: สมาชิก ONESIAM ช็อปเพลิน รับคืนเกินคุ้มสูงสุดกว่า 13,850 บาท/วัน และรับเพิ่ม 13,850 ONESIAM COINS เพียงรวบรวมใบเสร็จจากการซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ จากร้านค้าที่ร่วมรายการภายในไอคอนสยาม สยาม ทาคาชิมายะ ตามยอดที่กำหนด รับสิทธิ์แลกของรางวัลสำหรับนำไปใช้โดยไม่มีขั้นต่ำ ดังนี้

    • ช็อปสินค้าครบ 3,000 บาทขึ้นไป แลกรับ Lotus’s Privé Gift Card มูลค่า 100 บาท หรือ เลือกรับ 1 เมนู (จากร้านค้าที่ร่วมรายการ) และรับเพิ่ม 100 ONESIAM COINS จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน
    • ช็อปสินค้าครบ 9,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 250 บาท จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน และรับเพิ่ม 250 ONESIAM COINS จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน
    • ช็อปสินค้าครบ 45,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 1,500 บาท จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน และรับเพิ่ม 1,500 ONESIAM COINS จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน
    • ช็อปสินค้าครบ 250,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 12,000 บาท จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน และรับเพิ่ม 12,000 ONESIAM COINS จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน
      ต่อที่ 3: สิทธิพิเศษสำหรับ 3 สุดยอดนักช็อปที่เป็นสมาชิก ONESIAM รับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 100,000 บาท (ไม่มีขั้นต่ำในการใช้) ลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญ และสะสมยอดใช้จ่ายภายในวันที่ใช้จ่ายที่ไอคอนสยาม, สยาม ทาคาชิมายะ สูงสุดตลอดระยะโปรโมชั่น ยอดช็อปสะสมขั้นต่ำ 3,000,000 บาทขึ้นไป เฉพาะร้านค้า Luxury ที่ร่วมรายการ แลกรับ SIAM GIFT CARD สำหรับใช้ที่ร้านค้า Luxury ที่ร่วมรายการ มูลค่า 100,000 บาท ไม่มีขั้นต่ำในการใช้
      ต่อที่ 4: สำหรับลูกค้าใหม่ที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิก ONESIAM บน ONESIAM SuperApp และรวบรวมใบเสร็จจากการซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ จากร้านค้าที่ร่วมรายการภายในไอคอนสยาม สยาม ทาคาชิมายะ ครบ 2,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD สำหรับรับประทานอาหาร มูลค่า 200 บาท จำกัด 1 สิทธิ์/สมาชิกใหม่/ตลอดรายการ และจำกัด 2,000สิทธิ์ ตลอดรายการ
      ต่อที่ 5: ICONSIAM & ICS Shop & Snap บน ONESIAM SuperApp และสะสมยอดภายในวันที่ใช้จ่าย (ได้ทุกช่องทาง) จากร้านค้าและร้านอาหารที่ร่วมรายการในไอคอนสยาม ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะและไอซีเอส สมาชิกที่สะสมยอดจำนวนใบเสร็จสูงสุด 60 ท่านแรก (ยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ) รับ ONESIAM COIN รวม 1,000,000 ONESIAM COINS
      ต่อที่ 6: แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือ แบ่งชำระ 0% นานสูงสุด 6 เดือน เมื่อซื้อบัตร SIAM Gift Card มูลค่า 10,000 บาท
      *เงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ไอคอนสยาม

    ด้าน ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ตรงข้ามไอคอนสยาม) จัดแคมเปญ “ICS BIG BANG SALE 2026” มอบสิทธิพิเศษให้สมาชิก ONESIAM แสดงใบเสร็จภายในไอซีเอส แลกรับของรางวัลมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 600 บาทต่อวัน พร้อม ONESIAM COINS 600 COINS ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน – 29 กรกฎาคม 2569
    ต่อที่ 1: เลือกช็อปสินค้าราคาพิเศษ ลดสูงสุด 80% จากร้านค้าที่ร่วมรายการภายในไอซีเอส
    ต่อที่ 2: ซื้อสินค้า บริการ และรับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่ม ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด แลกรับของรางวัลสุดคุ้มแบบไม่มีขั้นต่ำในการใช้

    • รวบรวมใบเสร็จครบ 1,000 บาทขึ้นไป แลกรับ Lotus’s Privé Gift Card มูลค่า 100 บาท สำหรับใช้ที่ Lotus’s Privé ชั้น B1 สาขาไอซีเอส และรับเพิ่ม 100 ONESIAM COINS จำกัด 1 สิทธิ์ /สมาชิก /ขั้นการซื้อ /วัน
    • รวบรวมใบเสร็จครบ 5,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 500 บาท และรับเพิ่ม 500 ONESIAM COINS จำกัด 1 สิทธิ์ / สมาชิก /ขั้นการซื้อ /วัน
    • พิเศษสำหรับสมาชิกใหม่ รับเพิ่ม Lotus’s Privé มูลค่า 100 บาท จำกัด 1 สิทธิ์ / สมาชิก / ตลอดรายการ
      จำกัด 200สิทธิ์ ตลอดรายการ
      ต่อที่ 3: สมาชิก ONESIAM ที่สะสมยอดจำนวนใบเสร็จสูงสุด 60 ท่านแรก (ยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ) รับ ONESIAM COIN รวม 1,000,000 ONESIAM COINS
      *เงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ไอซีเอส

    ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีก แคมเปญนี้ไม่เพียงมุ่งกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงกลางปี แต่ยังสะท้อนแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ที่ใช้ Loyalty Ecosystem และ Data-driven Experience เป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมตอกย้ำบทบาทของไอคอนสยามและไอซีเอสในฐานะ Global Experiential Destination ที่สามารถดึงดูดทั้งผู้บริโภคชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์ช็อปปิ้งสุดคุ้มแห่งปี กับ “ICONSIAM & ICS BIG BANG SALE 2026” ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน – 29 กรกฎาคม 2569 ณ ไอคอนสยาม และไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ พร้อมสิทธิประโยชน์แบบ “คุ้มเลเวลอัป 6 ต่อ” และรางวัลรวมมูลค่าสูงสุดที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับทุกการใช้จ่ายให้คุ้มค่ากว่าที่เคย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ Facebook: ICONSIAM และ Facebook: ICS

  • Marketing - News

    แคเรียร์ ชวนสัมผัสความสุนทรีย์ที่ไม่มีใครเหมือนกับ “Beyond X” แอร์ดีไซน์เหลี่ยมพรีเมียมจาก “ไม้จริง” หนึ่งเดียวในโลก เพื่อโลกและการอยู่อาศัยที่ ยั่งยืน

    บริษัท บี.กริม แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศรายแรกของโลกสัญชาติอเมริกา ภายใต้แบรนด์ แคเรียร์ (Carrier) ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมความเย็น ฉีกทุกกฎเกณฑ์การดีไซน์เครื่องปรับอากาศนวัตกรรมใหม่ ชู 3 คอนเซปต์หลัก “Be Crafted, Be Cool, Be Care มุ่งสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นทางการ

    “แคเรียร์” สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศอีกครั้ง ด้วยการจัดงานเปิดตัวแอร์ระดับ Flagship สุดพรีเมียมรุ่นล่าสุด “Carrier Beyond X” ภายใต้คอนเซปต์งาน “The Masterpiece of Air Conditioner, Value Beyond Expectations” ยกระดับเครื่องปรับอากาศให้เป็นชิ้นงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซชิ้นเอกในบ้าน ทลายทุกข้อจำกัดด้านดีไซน์ด้วยการใช้วัสดุจาก “ไม้จริง” เป็นครั้งแรก มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับซูเปอร์พรีเมียมควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

    นายวรเศรษฐ์ ตันติศิริวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บี.กริม แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แคเรียร์” คือผู้คิดค้นเครื่องปรับอากาศรายแรกของโลก ตลอดระยะเวลากว่า 124 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมความเย็นเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แคเรียร์ได้สร้างปรากฏการณ์ด้าน Design & Innovation มาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การเปิดตัวรุ่น Color Smart แอร์ดีไซน์โค้งมนที่สามารถเปลี่ยนหน้ากากลวดลายและสีสันได้จนคว้ารางวัล Product Innovation Awards และตามมาด้วยรุ่น X Inverter Plus ที่ปฏิวัติวงการด้วยแนวคิดแอร์พรีเมียม 5 เฉดสี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค


    ในปีนี้ แคเรียร์พร้อมแล้วที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมความเย็นให้ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วย “Carrier Beyond X” เครื่องปรับอากาศรุ่น Flagship ที่ทลายทุกขีดจำกัดเดิมๆ โดยหลอมรวมเทคโนโลยีความเย็นและงานดีไซน์ชั้นเลิศเข้าด้วยกันอย่างขั้นสุด ผ่าน 3 แนวคิดหลัก (3 Be Concepts) คือ Be Crafted (ที่สุดแห่งความพิถีพิถัน) ครั้งแรกของโลกกับเครื่องปรับอากาศที่ตัวเครื่องทำจาก “ไม้จริง” โดยผ่านกระบวนการคัดสรรไม้และกรรมวิธีการผลิตอย่างประณีตในทุกขั้นตอน เสมือนชิ้นงานศิลปะล้ำค่าแบบ Custom-made ที่รังสรรค์มาเพื่อสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้ครอบครอง Be Cool (ที่สุดแห่งความเย็นสบายอุ่นใจ) มอบประสบการณ์นวัตกรรมความเย็นเหนือระดับที่พร้อมดูแลและอำนวยความสะดวกสบายขั้นสูงสุดในการใช้งาน เสริมความมั่นใจยาวนานด้วยการดูแลสุด Exclusive บริการหลังการขายและรับประกันฟรีตลอด 5 ปีเต็ม

    Be Care (ที่สุดแห่งความใส่ใจเพื่อโลก) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยไม้จริงที่นำมาใช้ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล Certification: PEFC Woods ซึ่งเป็นไม้ที่มาจากผืนป่าปลูกหมุนเวียนอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการเลือกใช้วัสดุพลาสติกรีไซเคิล และยังคงประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานในระดับสูงสุด


    “แคเรียร์” พร้อมแล้วที่จะให้ทุกท่านได้สัมผัสกับนิยามใหม่ของเครื่องปรับอากาศที่เป็นมากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่คือชิ้นงานมาสเตอร์พีซหนึ่งเดียวในโลกที่พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมความเย็นเพื่อความยั่งยืน กับ Carrier Beyond X แอร์นวัตกรรมดีไซน์จากไม้ มากกว่าดีไซน์ คือความใส่ใจที่เหนือกว่า”

    นอกจากไฮไลท์การเปิดตัวผลิตภัณฑ์พร้อมหนังโฆษณาแล้ว ภายในงานยังได้จัดช่วงพูดคุยสุดพิเศษ Panel Talks โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและเซเลบริตี้ชื่อดังจาก 3 วงการ มาร่วมสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับเทรนด์การอยู่อาศัย นวัตกรรม และความยั่งยืนในปัจจุบัน เจาะลึก 3 เทรนด์ใหญ่ ผสานนวัตกรรมและงานดีไซน์แห่งอนาคต คุณภาณุเดช วัฒนสุชาติ (ดุ๊ก) (ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ) ได้เปิดเผยถึงเทรนด์การดีไซน์ในปัจจุบันว่า กำลังมุ่งไปสู่แนวคิด “Eco-Luxury & Nature In” หรือความหรูหราจากธรรมชาติที่จับต้องได้ โดยดึงเอาสัจจะวัสดุอย่างงานไม้จากธรรมชาติมามิกซ์กับความโมเดิร์น ควบคู่ไปกับฟังก์ชันที่ปรับเปลี่ยนได้ตามชีวิตจริง และการแต่งบ้านที่เล่าตัวตนของผู้อยู่อาศัย ซึ่ง Carrier Beyond X สามารถตอบโจทย์นี้ได้อย่างดีเยี่ยมด้วยดีไซน์ทรงเหลี่ยมพรีเมียมที่เข้ากับการออกแบบทุกสไตล์ได้อย่างลงตัว ทางด้าน คุณพิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร (ท็อป) (นักขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม) ได้แชร์มุมมองในแง่มุมของการรักษ์โลกยุคใหม่ว่า ไม่ใช่แค่การปลูกต้นไม้ แต่คือกระบวนการคิดแบบ Circular Design (การออกแบบหมุนเวียน) ตั้งแต่ต้นทาง และเป็นการรักษ์โลกแบบไม่ทรมานตัวเอง เลือกแบรนด์ที่แคร์โลกและมีความโปร่งใส (Transparency) ซึ่งผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของแคเรียร์นี้ ถือเป็นตัวแทนของความยั่งยืนที่แท้จริง เพราะคิดและพัฒนามาเพื่อช่วยดูแลโลกในระยะยาว ขณะที่ คุณปริญ จิวารุ่งเรือง (คุณเบ้น) นักธุรกิจผู้สร้างสรรค์ Double B Hostel และคาเฟ่ดีไซน์ระดับโลกอย่าง “Bite and Bond” (ตัวแทนมุมมองผู้บริโภคและเจ้าของกิจการ) ได้ร่วมฟันธงถึงปัจจัยในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ว่า “ดีไซน์ต้องมาก่อนเพื่อเปิดประตู และเทคโนโลยีตามมาเพื่อปิดการขาย” งานดีไซน์ที่สวยสะดุดตาจะสร้างอารมณ์ร่วมให้อยากซื้อในครั้งแรก แต่เทคโนโลยีและความสะดวกสบายที่ซ่อนอยู่ข้างหลังอย่างกลมกลืน (Seamless) จะเป็นตัวตัดสินให้ผู้บริโภคใช้ในระยะยาว ซึ่งโปรดักต์ที่ชนะใจคนยุคนี้ได้เบ็ดเสร็จ คือโปรดักต์ที่เอาเทคโนโลยีชั้นยอดมาห่อหุ้มด้วยงานดีไซน์ที่สวยงามและคุ้มค่า หลอมรวมสู่ “Carrier Beyond X” ความลงตัวที่ผู้เชี่ยวชาญเลือก แขกรับเชิญทุกท่านต่างยกให้ Carrier Beyond X เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเครื่องปรับอากาศยุคใหม่


    ร่วมเปิดประสบการณ์นวัตกรรมความเย็นเหนือระดับ และสัมผัสความสุนทรีย์แห่งดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซชิ้นเอกที่จะเปลี่ยนบ้านคุณไปตลอดกาลกับ “Carrier Beyond X” ได้แล้ววันนี้ที่ Carrier Experience Space ณ อินเตอร์ลิ้งค์ ทาวเวอร์ บางนา หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง ทาง www.facebook.com/carrierthailand หรือทางเว็บไซต์ www.carrierthailand.com

  • Hotel - Sports

    อาลิง โฮลัน และ วีนีซียุส ฌูนีโยร์ ร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ในแคมเปญใหม่ของ แมริออท บอนวอย และ วีซ่า “เพื่อแฟนบอลทั่วโลก” (For Fans, Everywhere) ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026 (FIFA World Cup 2026™)

    ด้วยการสนับสนุนจากวีซ่า พันธมิตรระดับโลกอย่างเป็นทางการของ ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ แมริออท บอนวอย เตรียมเปิดตัวสิทธิพิเศษในการเข้าถึงบัตรชมการแข่งขัน ผ่านกิจกรรม โมเมนต์ส ดรอป ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

    เบเทสดา รัฐแมริแลนด์ – วันที่ 16 เมษายน 2569 – ในโอกาสที่การแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ (FIFA World Cup™) กลับมาจัดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนืออีกครั้งเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสามทศวรรษ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy) แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลการันตีของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) และ วีซ่า (Visa) ผู้นำระดับโลกด้านระบบการชำระเงินดิจิทัล ประกาศเปิดตัวแคมเปญระดับโลกครั้งใหม่ร่วมกันภายใต้ชื่อ “เพื่อแฟนบอลทั่วโลก” (For Fans, Everywhere) แคมเปญดังกล่าวนำโดยสองซูเปอร์สตาร์ลูกหนังระดับโลก ผู้เป็นที่รักของแฟนบอลจากทั่วทุกมุมโลก ตอกย้ำพลังแห่งความหลงใหลของแฟนๆ ที่พร้อมเดินทางข้ามพรมแดนทันทีที่ได้ยินเสียงนกหวีดเริ่มเกม เพื่อออกไปสัมผัสกับเสน่ห์ของกีฬาฟุตบอลอย่างแท้จริง ตลอดช่วงการแข่งขัน For Fans, Everywhere จะมอบสิทธิ์เข้าถึงแมตช์การแข่งขันแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน รวมถึงประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ให้แก่สมาชิกแมริออท บอนวอย ที่ถือบัตรวีซ่า นำแฟนบอลเข้าใกล้มหกรรมกีฬาที่ทั่วโลกต่างเฝ้ารอคอยมากที่สุด

    แคมเปญ For Fans, Everywhere จะถูกถ่ายทอดผ่านสองไอคอนแห่งวงการฟุตบอลระดับโลก ได้แก่ อาลิง โฮลัน (Erling Haaland) และ วีนีซียุส ฌูนีโยร์ (Vinícius Júnior) โดยทั้งสองจะร่วมปรากฏตัวในคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบร่วมกับแมริออท บอนวอย และวีซ่า ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอโซเชียลมีเดีย “สลีปโอเวอร์ สวีท” (Sleepover Suite) รวมถึงภาพยนตร์โฆษณา (Cinematic Brand Film) ที่เตรียมสร้างการมีส่วนร่วมกับแฟนบอลทั่วโลก เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นในเดือนมิถุนายนนี้

    ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน เป็นต้นไป แมริออท บอนวอย เปิดโอกาสให้สมาชิกเข้าถึงบัตรเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ ครบทุกแมตช์ พร้อมประสบการณ์สุดพิเศษที่ได้รับการคัดสรรมาโดยเฉพาะ ผ่านแพลตฟอร์ม แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส (Marriott Bonvoy Moments) โดยได้รับการสนับสนุนจากวีซ่า การเปิดตัวแมริออท บอนวอย โมเมนต์ส ในครั้งนี้ถือเป็นการมอบสิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับอีเวนต์เดียว โดยมีข้อเสนอมากกว่า 600 รายการ ครอบคลุมทั้งประสบการณ์ในการรีดีมสิทธิ์ในอัตราคงที่ การประมูล และ กิจกรรม 1 พอยต์ ดรอป เกือบร้อยรายการ ซึ่งจะทยอยเปิดให้แลกสิทธิ์ทุกวันศุกร์ ไฮไลต์พิเศษในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม คือสัปดาห์แห่ง 1 พอยต์ ดรอป แบบรายวัน มอบโอกาสในการเข้าถึงสิทธิ์ในรูปแบบมาก่อนได้ก่อน สำหรับช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ รวมถึงแมตช์รอบชิงชนะเลิศ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำอย่างแท้จริงให้กับแฟนบอลทั่วโลก

    “แคมเปญของเราสะท้อนความจริงสำคัญของแฟนฟุตบอลโลก นั่นคือการเดินทางไม่ได้เป็นเพียงการออกเดินทาง แต่คือหนทางในการเข้าใกล้ผู้คน ความหลงใหล และสถานที่ที่พวกเขารักมากยิ่งขึ้น เรากำลังสร้างพื้นที่ที่แฟนๆ สามารถเฉลิมฉลองความเป็นแฟนกีฬา เชื่อมโยงกับชุมชน และแบ่งปันวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น” เพ็กกี้ โรว์ (Peggy Roe) รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลูกค้า แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว “การเดินทางเพื่อฟุตบอลโลกแตกต่างจากการเดินทางรูปแบบอื่น แฟนบอลไม่ได้เพียงออกไปสำรวจโลก แต่พวกเขานำโลกของตนเองติดตัวไปด้วย ทั้งการสนับสนุนทีมที่รัก และการแบ่งปันวัฒนธรรมของตนในระดับโลก ในฐานะพันธมิตรด้านการเดินทางตลอดชีวิต เราภูมิใจที่ได้อยู่เคียงข้างและสนับสนุนแฟนบอลในทุกช่วงของการเดินทาง ตั้งแต่การแข่งขันนัดแรก ไปจนถึงธรรมเนียมและความทรงจำที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น”

    “การแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ จะเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์ประสบการณ์แฟนบอลรูปแบบใหม่ที่ล้ำสมัย” มัทเธียส กราฟสตรอม (Mattias Grafström) เลขาธิการสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) กล่าว “ขณะที่แคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา เตรียมต้อนรับแฟนฟุตบอลนับล้านคนสู่มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่แมริออท บอนวอย และวีซ่า จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเปิดโอกาสสุดพิเศษหนึ่งเดียวในชีวิตให้กับแฟนบอลทั่วโลก ตั้งแต่นัดเปิดสนามที่เม็กซิโกซิตี้ ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศที่ทุกคนเฝ้ารอ ณ นิวยอร์ก–นิวเจอร์ซีย์”

    “การแข่งขันฟุตบอลโลกถูกนิยามด้วยช่วงเวลาอันน่าจดจำที่แฟนบอลเก็บไว้ตลอดชีวิต และการเดินทางสู่การแข่งขันก็เป็นส่วนสำคัญของมนตร์เสน่ห์นั้น” คินดรา รัสเซลล์ (Kyndra Russell) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ภูมิภาคอเมริกาเหนือ วีซ่า กล่าว “แมริออท บอนวอย และวีซ่า กำลังร่วมกันเปิดโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่หาไม่ได้จากที่ใด เพื่อพาสมาชิกเข้าใกล้การแข่งขันมากยิ่งขึ้น เปลี่ยนการเดินทางและการเข้าถึง ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน ไม่ต่างจากเหตุการณ์บนสนามแข่งขัน”

    ท่ามกลางกระแสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวทั่วโลก และมีแนวโน้มแตะมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2575* แมริออท บอนวอย อยู่ในตำแหน่งที่พร้อมอย่างยิ่งในการตอบโจทย์ความต้องการด้านการเดินทางที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ ด้วยชาวอเมริกันเกือบ 75% ที่แสดงความสนใจในกีฬาฟุตบอล* ประกอบกับการเดินทางระหว่างประเทศเพื่อชมการแข่งขันกีฬาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ กำลังก้าวขึ้นเป็นช่วงเวลาแห่งวัฒนธรรมและการเดินทางที่สำคัญระดับโลก และด้วยการสนับสนุนจากวีซ่า แมริออท บอนวอย กำลังยกระดับรูปแบบการเข้าถึง การเชื่อมโยงสมาชิกและผู้ถือบัตรวีซ่าให้เข้าถึงโอกาสสุดพิเศษ เพื่อสัมผัสประสบการณ์ฟุตบอลโลกในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส สามารถเข้าชมได้ที่ moments.marriottbonvoy.com