Admin

  • Sports

    4 คู่หูนักกีฬา–ม้าศึกไทย พร้อมลงสนามผ่าน Horse Inspection ก่อนลุยศึกอีเวนติ้ง เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20

    สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยความพร้อมของทีมขี่ม้าอีเวนติงทีมชาติไทย ก่อนลงแข่งขันในมหกรรมเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 หลังม้ากีฬาทั้ง 4 ตัว ผ่านการตรวจสภาพม้า หรือ Horse Inspection อย่างเป็นทางการ เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 20 กันยายน 2569

    นักกีฬาและม้ากีฬาที่ผ่านการตรวจสภาพ ประกอบด้วย
    ● พันตรี สุภาพ ขาวงาม กับม้า VINETTO 3
    ● วรปรัชญ์ สิทธิจู กับม้า B.GRIMM USTER DE CHANAY
    ● กรธวัช สำราญ (Korntawat Samran) กับ B.GRIMM BILLY ELMY
    ● วีรภัฎ ปิฎกานนท์ (Weerapat Pitakanonda) กับ B.GRIMM CARNIVAL MARCH

    ระหว่างการตรวจสภาพม้า นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมชาติไทยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ด้วยชุดยูนิฟอร์มสำหรับการตรวจม้า หรือ Trot-up Outfit ที่มีความสง่างาม โดดเด่น และสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย ออกแบบโดย SIRIVANNAVARI

    สำหรับโปรแกรมการแข่งขันประเภทอีเวนติ้ง ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับการพยากรณ์สภาพอากาศ โดยการแข่งขันในวันที่ 22 กันยายน 2569 มีกำหนดดังนี้
    ● เวลา 08.00 น. – การแข่งขันศิลปะบังคับม้าประเภทอีเวนติ้ง (Eventing Dressage)
    ● เวลา 13.00 น. – การแข่งขันกระโดดข้ามเครื่องกีดขวางในภูมิประเทศ (Cross Country)

    ผลการจับสลากลำดับการลงแข่งขันของนักกีฬาไทย ได้แก่
    ● ลำดับที่ 2 – พันตรี สุภาพ ขาวงาม
    ● ลำดับที่ 9 – วรปรัชญ์ สิทธิจู
    ● ลำดับที่ 18 – กรธวัช สำราญ
    ● ลำดับที่ 26 – วีรภัฎ ปิฎกานนท์

    ทีมอีเวนติ้งไทยพร้อมลงสนามอย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างผลงานในการแข่งขันระดับทวีป และนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทย ขอเชิญแฟนกีฬาชาวไทยร่วมส่งกำลังใจเชียร์นักกีฬาและทีมงานทุกคนในการแข่งขันครั้งสำคัญนี้
    ภาพ: Thailand Equestrian Federation / HorseMove Thailand

    #TEFThailand #ThailandEquestrianTeam #AsianGames2026 #Equestrian #Eventing #TeamThailand

  • Awards - Energy

    บี.กริม เพาเวอร์ ตอกย้ำความสำเร็จด้าน Corporate Communication คว้า ARC Awards International 2026 สาขา Interior Design ระดับ Bronze

    ศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร งานการเงินและบัญชี บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บริษัทได้รับรางวัลการออกแบบรายงานประจำปี 2568 จากการประกวดออกแบบรายงานประจำปี ARC Awards International 2026 สาขา Interior Design ระดับ Bronze ในกลุ่มธุรกิจพลังงาน ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า (Electric Power Company) ซึ่งนับเป็นรางวัลในหมวดนี้ครั้งที่ 3 ต่อเนื่องจากปี 2564 และ 2568 รวมถึงรางวัลประเภท Interactive Design ในปี 2567


    รายงานประจำปี 56-1 (One Report) ประจำปี 2568 ของ บี.กริม เพาเวอร์ ถูกออกแบบอย่างสวยงามและเรียบง่าย โดยมีการจัดเรียงเนื้อหาและภาพประกอบที่ช่วยให้ผู้ถือหุ้นและผู้อ่านเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้ชัดเจน รวดเร็ว และเข้าใจง่าย ทั้งในด้านธุรกิจ กิจกรรมเพื่อสังคม และทิศทางในอนาคตขององค์กร เพื่อสื่อสารถึงการเนินงานตลอดปีที่ผ่านมา ตลอดจนกิจกรรมที่มุ่งสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ตอกย้ำความหมายของการ “สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี” พันธกิจ และวิสัยทัศน์ที่ บี.กริม เพาเวอร์ ยึดมั่นมาโดยตลอด


    “รางวัลนี้เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ สะท้อนความตั้งใจของเราในการสื่อสารอย่างโปร่งใส และเข้าถึงได้สำหรับทุกคนที่ไว้วางใจ บี.กริม เพาเวอร์” ศิริวงศ์ กล่าว
    ทั้งนี้ จากการได้รับรางวัลดังกล่าว ตอกย้ำความเป็นเลิศของรายงานประจำปีของ บี.กริม เพาเวอร์ ซึ่งให้ความสำคัญในการออกแบบการจัดวางเนื้อหาภายในรูปเล่มที่ไม่เพียงสวมงาม แต่ยังต้องเข้าถึงง่าย และสามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมให้แก่ผู้อ่าน ตลอดจนสามารถสื่อสารเนื้อหาต่างๆ รวมถึงวิสัยทัศน์และพันธกิจ (Vision & Missions) ขององค์กรได้อย่างครบถ้วน ชัดเจน เพื่อทำให้การสื่อสารข้อมูลต่างๆ ไปยังผู้ถือหุ้น และผู้อ่านมีประสิทธิภาพสูงสุด
    บี.กริม เพาเวอร์ คือบริษัทพลังงานชั้นนำของไทย ที่ดำเนินธุรกิจในหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก มุ่งมั่นสร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี โดยมุ่งเน้นพัฒนาพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงบริการด้านโครงสร้างดิจิทัล เชื่อมโยงโลกสู่อนาคตแห่งพลังงานยั่งยืน เป็นส่วนหนึ่งของสังคมและชุมชน ในการสร้างคุณค่าให้กับทุกพื้นที่ที่เราดำเนินธุรกิจ พร้อมเดินหน้าสู่องค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050


    สำหรับรางวัล ARC Awards เป็นรางวัลภายใต้ MerComm International Awards Programs จัดโดยบริษัท MerComm Inc. องค์กรอิสระระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความเป็นเลิศในด้านการสื่อสาร และเพื่อยกย่องบุคลากรขององค์กรและบริษัทที่มีผลงานโดดเด่น โดยรางวัลดังกล่าวได้รับการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านการสื่อสารข้อมูลเชิงเศรษฐกิจ และวิทยาการเทคโนโลยีจากทั่วโลก แบบ Blind Judges โดยมีการจัดลำดับคะแนนตามเกณฑ์ของรางวัล ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลจะต้องได้รับคะแนนอยู่ในเกณฑ์มากกว่า 70%

  • CSR - Environment

    “Cleanup Day 2026” รวมพลังเพื่อ Future City Rangsit ฟิวเจอร์พาร์ค–สเปลล์ ผนึกโนโวเทลฯ และพันธมิตร สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน

    ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ เดินหน้าสานต่อแนวคิด Future Park Green Future จัดกิจกรรมจิตอาสา “Cleanup Day 2026 – รวมพลัง ร่วมสร้างเมืองสะอาด เพื่ออนาคตที่น่าอยู่” เนื่องใน World Cleanup Day โดยผนึกกำลังกับโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต หน่วยงาน องค์กรพันธมิตร ผู้ประกอบการ ตลอดจนคณะผู้บริหาร พนักงาน และจิตอาสา ร่วมกันเก็บขยะและดูแลความสะอาดพื้นที่โดยรอบฟิวเจอร์พาร์ค สเปลล์ และ Future City Rangsit เพื่อร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาด เป็นระเบียบ และน่าอยู่ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลพื้นที่ส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง

    กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุชาย วัชอภัยกุล กรรมการผู้จัดการร่วม กลุ่มงานบริหารทั่วไป ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย นายปิแอร์ อีฟ วู ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต นำคณะผู้บริหาร พนักงาน และจิตอาสาจากหน่วยงานพันธมิตรลงพื้นที่เก็บขยะและดูแลความสะอาดบริเวณโดยรอบ Future City Rangsit

    ในโอกาสนี้ ดร.สุชายได้มอบหมวกและอุปกรณ์เก็บขยะให้แก่ตัวแทนจิตอาสา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือและการร่วมแรงร่วมใจในการดูแลสิ่งแวดล้อม ก่อนที่ทุกภาคส่วนจะแบ่งทีมและกระจายกำลังไปยังพื้นที่ปฏิบัติงานตามจุดต่างๆ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมตลอดการดำเนินกิจกรรม

    ดร.สุชาย วัชอภัยกุล กรรมการผู้จัดการร่วม กลุ่มงานบริหารทั่วไป ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ กล่าวว่า ฟิวเจอร์พาร์ค สเปลล์ และ Future City Rangsit เป็นพื้นที่ที่ผู้คนจำนวนมากเข้ามาใช้ชีวิต ทำงาน และทำกิจกรรมร่วมกันในแต่ละวัน การดูแลพื้นที่ของเราให้สะอาด เป็นระเบียบ และน่าอยู่ จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ กิจกรรม Cleanup Day 2026 ไม่ได้มีความหมายเพียงการร่วมกันเก็บขยะ แต่ยังสะท้อนถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่พร้อมลงมือดูแล Future City Rangsit ให้เป็นพื้นที่ซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับทุกคน
    “ภายใต้แนวคิด Future Park Green Future เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ดีเริ่มต้นได้จากการลงมือทำในเรื่องใกล้ตัว เมื่อแต่ละคนร่วมกันดูแลพื้นที่ส่วนรวม ความร่วมมือเล็ก ๆ เหล่านี้จะพัฒนาเป็นวัฒนธรรมที่ช่วยให้ Future City Rangsit สะอาดขึ้น น่าอยู่ขึ้น และเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน”

    ด้าน นายปิแอร์ อีฟ วู ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต กล่าวว่า โรงแรมมีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Cleanup Day 2026 เพราะการดูแลสิ่งแวดล้อมรอบพื้นที่ที่เราดำเนินธุรกิจถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกองค์กร การที่ผู้บริหาร พนักงาน พันธมิตร และจิตอาสาได้ลงมือทำงานร่วมกันในวันนี้ แสดงให้เห็นว่าความร่วมมือที่เข้มแข็งสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมให้แก่ชุมชนและพื้นที่โดยรอบได้
    “ในฐานะส่วนหนึ่งของ Future City Rangsit โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต พร้อมสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมการดูแลสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้เป็นจุดหมายที่น่าอยู่ น่าทำงาน และน่ามาเยือนสำหรับทุกคน”

    กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน ได้แก่ Rangsit Business Park บริษัท พิพัฒนสิน จำกัด, โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, ตลาดรังสิต, โรงเรียนทองพูลอุทิศ, ตัวแทนร้านค้าภายในศูนย์การค้า รวมถึงคณะผู้บริหาร พนักงาน และจิตอาสา ซึ่งร่วมกันลงพื้นที่เก็บขยะและดูแลความสะอาดตามจุดที่กำหนด

    Cleanup Day 2026 เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมภายใต้แนวคิด Future Park Green Future ที่มุ่งส่งเสริมให้การดูแลสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นจากการลงมือทำและความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพราะพลังจากแต่ละคน เมื่อนำมารวมกัน ย่อมสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย และช่วยพัฒนา Future City Rangsit ให้เป็นพื้นที่ที่สะอาด น่าอยู่ และเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน

  • Exhibition - Food - Sustainability

    ไอคอนสยาม ยกระดับเทศกาลกาแฟครั้งสำคัญของเมืองไทย “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026” สู่ปรากฏการณ์กาแฟรักษ์โลก ตอกย้ำแนวคิด ‘ICONSIAM GO GREEN’ ขับเคลื่อนสู่มิติความยั่งยืน

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดประตูมหานครแห่งกาแฟ ร้อยเรียงเรื่องราวของผู้คน รสชาติ และวัฒนธรรมจากทั่วทุกมุมโลก ในมหกรรมกาแฟสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ปักหมุดเป็น Global Coffee Destination ชวนคนรักกาแฟมาร่วมเดินทางสู่ 6 Coffee District ที่พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มกว่า 1,000 เมนูจากทั่วโลก พร้อมทั้งเดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตอกย้ำแนวคิด ICONSIAM GO GREEN ส่งมอบคุณค่าคืนกลับสู่สังคมและชุมชน

    โดยให้ผู้ร่วมงานร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนผ่านแคมเปญ ZERO Cup to Landfill ทุกแก้วที่ดื่ม มีปลายทางที่ยั่งยืน โดยการรณรงค์ให้ร้านค้าและผู้เข้าร่วมงานตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม ร่วมกันแยกแก้วและวัสดุที่ใช้แล้วให้ถูกประเภท ณ จุด RETURN STATION ซึ่งตั้งอยู่ภายในงาน เพื่อนำแก้วที่ใช้แล้วไปเข้าสู่กระบวนการจัดการที่ถูกต้อง ไม่ให้กลายเป็นขยะฝังกลบ พร้อมส่งมอบต้นไม้ในกระถางที่ทำจากขยะ, กากกาแฟ, สารบำรุงดิน และปุ๋ยน้ำไนโตรเจนจากกากกาแฟ ให้กับผู้ร่วมงานเพื่อคืนความสมบูรณ์สู่ธรรมชาติ ส่วนกากกาแฟ และเศษอาหารจากงานจะนำไปเข้าสู่กระบวนการผลิตสารบำรุงดินมอบให้กับสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร นำไปบำรุงต้นไม้ในสวนสาธารณะ ภายในงานยังมีจอประมวลผลจำนวนขยะที่คักแยกได้ และจำนวนการลดการปล่อยคาร์บอนฯ แบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

    รวมถึงกิจกรรม แก้วเพื่อน้อง จุดแบ่งปันแก้วน้ำ Reuse สภาพดีที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อนำไปส่งต่อสู่มือน้องๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดการผลิตขยะใหม่ รวมทั้งรณรงค์ให้ผู้เข้าร่วมงานนำแก้วส่วนตัวมาใช้ภายในงาน พร้อมรับส่วนลด 5 บาท เมื่อซื้อเครื่องดื่มภายในงานจากร้านที่ร่วมรายการ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดคราฟต์ Coffee Painting วาดภาพด้วยผลิตภัณฑ์จากกากกาแฟสำหรับคนรักศิลปะอีกด้วย ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามและเกิดเป็นภาพความประทับใจให้กับผู้ร่วมงาน

    ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันของไอคอนสยามที่มุ่งเน้นการร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้จัดงาน ผู้ประกอบการ ตลอดจนผู้บริโภค เพื่อเป็นหนึ่งเดียวกันในการดูแลสิ่งแวดล้อม และเป็นหลักสำคัญที่พิสูจน์ว่า อุตสาหกรรมกาแฟไทยสามารถเติบโตอย่างสง่างามควบคู่ไปกับการสร้างโลกที่ยั่งยืนและน่าอยู่เพื่อคนรุ่นต่อไปได้อย่างแท้จริง

    เชิญชวนร่วมออกเดินทางสู่มหานครแห่งกาแฟที่เต็มไปด้วยเรื่องราว สัมผัสสุนทรียภาพแห่งการดื่มด่ำกาแฟรสเลิศ และประสบการณ์พิเศษในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 ระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ICONSIAM HALLและ SURALAI HALL ชั้น 7 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1338 หรือรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook: ICONSIAM และ https://iconsiam.com/th/events-activities/iconic-craft-coffee-expo-2026

    #ICONICCRAFTCOFFEEEXPO #มหานครแห่งกาแฟไอคอนสยาม #ICONSIAM

  • Retail - Shopping

    ไอคอนสยาม ตอกย้ำ “แหล่งช็อปปิ้งที่คุ้มค่าที่สุด” ฉลอง 8 ปี ทุ่มโปรกว่า 10 ล้านบาท ส่ง “Infinite Wonders” เฟส 2 เอาใจนักช็อป

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดินหน้าฉลองครบรอบ 8 ปีแห่งความสำเร็จและความเป็นที่สุดอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อขอบคุณลูกค้าและผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก หลังจากประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในแคมเปญฉลองครบรอบเฟสแรกด้วยการส่งมอบความสุขและสิทธิประโยชน์แจก SIAM GIFT CARD แก่ลูกค้า เปิดตัวแคมเปญฉลองครบรอบเฟส 2 ภายใต้ชื่อ “Infinite Wonders ICONSIAM 8th Anniversary” มอบ “มหัศจรรย์ความสุข ลุ้นรางวัลอินฟินีตี้” เพื่อตอบโจทย์นักช็อปทุกคนที่กำลังมองหาการช็อปปิ้งอย่างไรให้คุ้มค่าและได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดในทุกการใช้จ่าย ความพิเศษในเฟสนี้ ไอคอนสยามจัดเต็มด้วยของรางวัลแจกทองคำแท้สุดล้ำค่า และการแจก SIAM GIFT CARD ยอดรวมมูลค่าของรางวัลตลอดแคมเปญฉลองครบรอบ 8 ปีกว่า 10 ล้านบาท พร้อมกันนี้เตรียมพบกับไฮไลต์สำคัญที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ระดับโลกผ่านกิจกรรมการตลาดไตรมาส 4 ที่ได้รับการสร้างสรรค์มาเป็นพิเศษ เพื่อส่งมอบรอยยิ้ม ความสุข และความคุ้มค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกคนในไตรมาสสุดท้ายของปี ระหว่างวันที่ 21 กันยายน – 9 พฤศจิกายน 2569 นี้ โดยสามารถติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ https://www.iconsiam.com/th/promotions

    นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “การฉลองครบรอบ 8 ปีของไอคอนสยาม เราตั้งใจให้เป็นแคมเปญที่ยิ่งใหญ่และสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าช็อปปิ้งได้อย่างคุ้มค่าที่สุด โดยเริ่มต้นจากเฟสแรกที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันและความไว้วางใจของลูกค้า เราจึงต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว เดินหน้าต่อด้วยเฟส 2 เพิ่มทั้งความสุข ความคุ้มค่า และความพิเศษ เพื่อให้การเฉลิมฉลองครั้งนี้สร้างความประทับใจสูงสุด โดยเฉพาะช่วงปลายปีนี้ เป็นช่วงเวลาที่ผู้บริโภคต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ เราจึงออกแบบโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และช่วยให้การช็อปปิ้งความคุ้มค่ากับทุกการใช้จ่ายให้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็ยังคงสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและเหนือความคาดหมาย เพื่อส่งต่อความสุขให้กับทุกคนอย่างต่อเนื่อง เพราะสำหรับเรา ‘Infinite Wonders’ ไม่ได้หมายถึงเพียงรางวัลหรือโปรโมชั่น แต่หมายถึงการสร้างสรรค์ประสบการณ์และส่งต่อความสุขในรูปแบบใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งเป็นสิ่งที่เราอยากมอบให้กับลูกค้าในโอกาสครบรอบ 8 ปีไอคอนสยาม และตลอดช่วงปลายปีนี้”

    ช็อปปิ้งอย่างไรให้คุ้มค่า กับแคมเปญ “มหัศจรรย์ความสุข ลุ้นรางวัลอินฟินีตี้”

    สำหรับแคมเปญเฟส 2 “Infinite Wonders ICONSIAM 8th Anniversary”” ไอคอนสยามจัดเต็มด้วยโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM ร่วมลุ้นรับรางวัลสุดยิ่งใหญ่ กว่า 4,400 รางวัล นอกจากนี้ ช็อปครบรับคูปองชิงโชคเพื่อลุ้นรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 80,000 บาท 8 รางวัล และทองคำน้ำหนัก 1 บาท 8 รางวัล รวม 16 รางวัล และเมื่อช็อปครบตามยอดที่กำหนดทุกวันตลอดรายการ ยังมีสิทธิ์แลกรับ Siam Gift Card รวมสูงสุดมูลค่า 5,150 บาท/คน และ ONESIAM Coins สูงสุด 39,800 Coins ต่อวัน โดยมีรายละเอียดดังนี้

    ต่อที่ 1: มหัศจรรย์ความสุข ลุ้นรางวัลอินฟินีตี้ สำหรับสมาชิก ONESIAM เมื่อซื้อสินค้าและบริการที่ร้านค้าที่ร่วมรายการภายในไอคอนสยาม และสยาม ทาคาชิมายะ แล้วรวบรวมใบเสร็จครบทุก 3,000 บาท รับคูปองชิงโชค 1 ใบ เพื่อลุ้นรับรางวัลใหญ่ 16 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 1.21 ล้านบาท ได้แก่

    • SIAM GIFT CARD มูลค่า 80,000 บาท จำนวน 8 รางวัล รวมมูลค่า 640,000 บาท โดยไม่มีขั้นต่ำในการใช้ และสามารถใช้ได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569
    • ทองคำแท่งน้ำหนัก 1 บาท จำนวน 8 รางวัล มูลค่า 72,050 บาทต่อรางวัล (ราคาซื้อ ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2569)

    ต่อที่ 2: ช็อปรับคุ้ม INFINITE VALUE รับ SIAM GIFT CARD ทุกวัน สำหรับสมาชิก ONESIAM สามารถนำใบเสร็จจากการซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่ร่วมรายการภายในไอคอนสยาม และสยาม ทาคาชิมายะ มาแลกรับ SIAM GIFT CARD ตามยอดใช้จ่ายต่อวัน พิเศษ! สมาชิก ONESIAM ผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทย สามารถรับสิทธิ์ด้วยยอดใช้จ่ายที่ต่ำกว่า ดังนี้

    • สมาชิก ONESIAM ผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทยที่ช็อปครบ 7,000 บาท/วัน รับทันที SIAM GIFT CARD มูลค่า 150 บาท
    • สมาชิก ONESIAM ผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทยที่ช็อปครบ 45,000 บาท/วัน รับทันที SIAM GIFT CARD มูลค่า 1,000 บาท
    • สมาชิก ONESIAM ผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทยที่ช็อปครบ 170,000 บาท/วัน รับทันที SIAM GIFT CARD มูลค่า 4,000 บาท
      พิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทย รับสูงสุด 79,600 ONESIAM COINS โดยสมาชิก ONESIAM ผู้ถือบัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทยที่สะสมยอดใช้จ่ายผ่านบัตรภายในไอคอนสยาม และสยาม ทาคาชิมายะ ตามเงื่อนไข ระหว่างวันที่ 21 กันยายน – 9 พฤศจิกายน 2569 รับ ONESIAM Coins เพิ่มตามยอดใช้จ่ายที่กำหนด โดยต้องลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษผ่าน ONESIAM SuperApp และนำใบเสร็จรวมถึงเซลส์สลิปที่มีชื่อ-นามสกุลและหมายเลขบัตรเครดิตตรงกัน ลงทะเบียนรับสิทธิ์ภายในวันที่ใช้จ่ายเท่านั้น

    ต่อที่ 3: นักช็อปสะสมบิล INFINITE SUPER FAN รับ SIAM E-GIFT CARD มูลค่าสูงสุด 80,000 บาท โดยสมาชิก ONESIAM สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโปรโมชั่นผ่าน Snap & Collect บน ONESIAM SuperApp เพื่อสะสมใบเสร็จจากร้านค้าและร้านอาหารที่ร่วมรายการภายในไอคอนสยาม และสยาม ทาคาชิมายะ ระหว่างวันที่ 21 กันยายน – 9 พฤศจิกายน 2569 โดยใบเสร็จต้องมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ และสามารถสะสมได้สูงสุด 5 ใบเสร็จต่อวัน สำหรับผู้ที่สะสมจำนวนใบเสร็จได้สูงสุด 10 อันดับแรกของรายการเท่านั้น

    ต่อที่ 4: ช็อปรับเพิ่ม INFINITE PRIVILEGES แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 30% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ แบ่งชำระ 0% นานสูงสุด 6 เดือน เมื่อซื้อ SIAM GIFT CARD ใบละ 10,000 บาท
    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

    ร่วมสัมผัสมหัศจรรย์ความสุขและรับสิทธิพิเศษมากมายในแคมเปญ “Infinite Wonders ICONSIAM 8th Anniversary” มหัศจรรย์ความสุข ลุ้นรางวัลอินฟินีตี้ มอบสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่รวมกว่า 4,400 รางวัล สำหรับสมาชิก ONESIAM ทั้ง SIAM GIFT CARD มูลค่า 80,000 บาท จำนวน 8 รางวัล และทองคำแท่งน้ำหนัก 1 บาท จำนวน 8 รางวัลได้ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน – 9 พฤศจิกายน 2569 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ Facebook: ICONSIAM

    #ICONSIAM #iconsiam8thanniversary #infinitewonders

  • Awards - Marketing

    ไอคอนสยาม คว้ารางวัลชนะเลิศ Thailand Influencer Awards 2026 สะท้อนความสำเร็จนำ Influencer Marketing เชื่อมสงกรานต์ไทยกับผู้คนทั่วโลก

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา คว้ารางวัลชนะเลิศ Best Cultural Destination Influencer Campaign จากเวที Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore จากความสำเร็จของแคมเปญ “ICONSIAM Thaiconic Songkran Celebration 2026” ที่สามารถนำเสนอคุณค่าและเสน่ห์ของเทศกาลสงกรานต์ไทยผ่านกลยุทธ์ Influencer Marketing ได้อย่างโดดเด่น พร้อมสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมในวงกว้างทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตอกย้ำบทบาทของไอคอนสยามในฐานะ Global Experiential Destination ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยสู่ผู้คนทั่วโลก

    รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความสำเร็จของไอคอนสยามในการผสานการตลาดเชิงประสบการณ์เข้ากับพลังของ Creator Economy เพื่อยกระดับเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่การเป็น Global Festival ระดับโลก ภายใต้แนวคิดการรวบรวม “ที่สุดแห่งความเป็นไทย” ไว้ในงานเดียว ทั้งมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า สัญลักษณ์สำคัญของชาติ เสน่ห์ร่วมสมัยของไทย และจุดหมายปลายทางการเล่นน้ำสงกรานต์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เป็นเอกลักษณ์ โดยนำเสนอผ่านมุมมองของครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์จากหลากหลายกลุ่มผู้ชม เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เข้าถึงได้ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    คุณปัณณิตา วรรณโกวิท ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล Best Cultural Destination Influencer Campaign จากเวที Thailand Influencer Awards 2026 ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอวัฒนธรรมไทยผ่านมุมมองร่วมสมัยที่เข้าถึงผู้คนยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้พลังของครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ในการถ่ายทอดเรื่องราว คุณค่า และความงดงามของประเพณีสงกรานต์ไทยให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ชมทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

    แคมเปญ “ICONSIAM Thaiconic Songkran Celebration 2026” ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายสำคัญในการสร้าง WOW Moment และ New Viral Experience ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับเทศกาลสงกรานต์ที่จัดเป็นประจำทุกปี โดยไอคอนสยามนำกลยุทธ์ Segmentation-Driven Influencer Ecosystem มาใช้ในการคัดเลือกอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์อย่างหลากหลาย ตั้งแต่ Mass Influencers, Lifestyle Creators, Family Influencers, Fandom Influencers, Social Buzz Makers ไปจนถึง International Influencers และ Micro & Nano Influencers เพื่อสื่อสารประสบการณ์ของงานในมิติที่แตกต่างกัน และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างครอบคลุม

    นอกจากนี้ แคมเปญยังใช้กลยุทธ์ Influencer Marketing แบบ Full-Funnel ควบคู่กับการสร้างคอนเทนต์แบบ Real-time ผ่าน TikTok, Instagram, Facebook และ YouTube Shorts ตลอดช่วงการจัดงาน เพื่อสร้างกระแสการพูดถึงบนโลกออนไลน์ กระตุ้นการมีส่วนร่วม และสร้างทั้ง Reason to Visit สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมงาน และ Reason to Revisit สำหรับผู้ที่เคยสัมผัสประสบการณ์แล้ว
    ผลลัพธ์ของแคมเปญสามารถสร้างการเข้าถึงรวมมากกว่า 8 ล้าน Reach และการมีส่วนร่วมกว่า 200,000 Engagements พร้อมสร้าง Social Buzz ในวงกว้าง และช่วยขยายการรับรู้เทศกาลสงกรานต์ไทยสู่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    งาน Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore จัดขึ้นเพื่อยกย่องแบรนด์ องค์กร และครีเอเตอร์ที่มีผลงานด้าน Influencer Marketing โดดเด่นและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมการสื่อสารการตลาด โดยรางวัล Best Cultural Destination Influencer Campaign ถือเป็นหนึ่งในรางวัลสำคัญที่มอบให้แก่แคมเปญที่สามารถนำเสนอคุณค่าทางวัฒนธรรมและส่งเสริมจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวผ่านการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของไอคอนสยามในการเป็น Global Experiential Destination ที่รวบรวมสิ่งที่ดีที่สุดของประเทศไทยและสิ่งที่ดีที่สุดจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว พร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดคุณค่าของวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก และร่วมผลักดันเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่การเป็น Global Festival ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONSIAM

    #ICONSIAMSongkran #สงกรานต์ที่ไอคอนสยาม #ThailandInfluencerAwards2026 #TIA2026 #Tellscore

  • Automotive

    จากสมรรถนะสู่ประสบการณ์เมื่อ LEPAS ใช้ Soft Power แห่งความสง่างามสร้างจุดต่างในตลาดรถยนต์

    ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่กำลังเร่งตัวขึ้นทั่วโลก จุดแข็งของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นระยะทางขับขี่ สมรรถนะ หรือเทคโนโลยีห้องโดยสารอัจฉริยะ ล้วนพัฒนาเข้าใกล้กันมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

    ในอดีต การเพิ่มฟีเจอร์และยกระดับสเปกถือเป็นแนวทางหลักที่ผู้ผลิตรถยนต์ใช้สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน แต่เมื่อความสามารถด้านฮาร์ดแวร์ของแต่ละแบรนด์เริ่มไม่แตกต่างกันมากนัก ผู้บริโภคจึงไม่ได้พิจารณาเพียงตัวเลขหรือคุณสมบัติทางเทคนิคอีกต่อไป หากยังมองว่ารถยนต์คันนั้นสะท้อนรสนิยม สุนทรียภาพ และวิถีชีวิตของตนได้มากน้อยเพียงใด

    การแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์จึงกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ ซึ่ง Hard Power หรือศักยภาพด้านเทคโนโลยีและสมรรถนะ กลายเป็นมาตรฐานพื้นฐาน ขณะที่ Soft Power ของแบรนด์เริ่มมีบทบาทสำคัญในการสร้างความแตกต่างและความผูกพันกับผู้บริโภคในระยะยาว

    อย่างไรก็ตาม ความต้องการด้านการเดินทางของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาคยังมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ตลาดยุโรปซึ่งเป็นตลาดยานยนต์ที่เติบโตเต็มที่ให้ความสำคัญกับความประณีตของช่วงล่างและสัมผัสในการควบคุมพวงมาลัย ขณะที่เมืองใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีทั้งถนนแคบ การจราจรหนาแน่น และพื้นที่จอดรถจำกัด ต้องการรถยนต์ที่คล่องตัวและเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ส่วนตลาดในละตินอเมริกาและแอฟริกาก็มีสภาพถนนและโครงสร้างพื้นฐานที่หลากหลาย
    รถยนต์ที่ต้องการประสบความสำเร็จในตลาดโลกจึงต้องรักษาสมดุลระหว่างมาตรฐานด้านประสิทธิภาพและคุณภาพจากสถาปัตยกรรมแพลตฟอร์มร่วม กับความยืดหยุ่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละตลาด

    แนวทางดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกนำมาใช้มาอย่างต่อเนื่อง ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่นบางรายใช้สถาปัตยกรรมแพลตฟอร์มร่วมเพื่อรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยของตัวถังและระบบช่วงล่าง พร้อมปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาค ตั้งแต่รถ SUV ขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมในอเมริกาเหนือ ไปจนถึงรถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นเดียวกับผู้ผลิตรถยนต์พรีเมียมจากยุโรปที่นำแพลตฟอร์มโมดูลาร์มาใช้ โดยยังคงสถาปัตยกรรมทางกลไกหลักไว้ ขณะเดียวกันก็ปรับช่วงล่าง ระบบพวงมาลัย และเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารให้เหมาะกับตลาดยุโรป จีน และอเมริกาเหนือ การผสานรากฐานทางเทคนิคร่วมเข้ากับความเข้าใจตลาดท้องถิ่นจึงกลายเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก
    แต่การตอบโจทย์ด้านวิศวกรรมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เมื่อเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานมีความพร้อมมากขึ้น ความสามารถทางเทคนิคจึงเข้าถึงได้ง่ายขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม ความท้าทายของแต่ละแบรนด์คือการเปลี่ยนเทคโนโลยีเหล่านั้นให้กลายเป็นคุณค่าที่ผู้บริโภคสัมผัสได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเสน่ห์ด้านการออกแบบ ความสะดวกสบาย คุณค่าทางอารมณ์ หรือความรู้สึกถึงอัตลักษณ์เฉพาะตัว ความสามารถในการทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่มองเห็น จดจำ และได้รับเลือก จึงสะท้อนถึง Soft Power ของแบรนด์ และเมื่อความแตกต่างด้านฮาร์ดแวร์ลดน้อยลง Soft Power ย่อมมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว

    ภายใต้บริบทนี้ LEPAS แบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่ระดับพรีเมียมของ Chery Auto เลือกสร้าง Soft Power ของแบรนด์ผ่านแนวคิดเรื่อง “ความสง่างาม” ซึ่งถ่ายทอดออกมาในสามมิติหลัก ได้แก่ Leopard Aesthetics, Elegant Technology และ Exquisite Space

    • Leopard Aesthetics หรือสุนทรียศาสตร์แห่งเสือดาว นำบุคลิกที่สง่างาม ปราดเปรียว และเปี่ยมพลังของเสือดาวมาถ่ายทอดผ่านเส้นสายตัวรถที่โค้งมนและลื่นไหล ผสานความคล่องตัวเข้ากับความแข็งแกร่ง จนกลายเป็นภาษาการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
    • Elegant Technology หรือเทคโนโลยีแห่งความสง่างาม พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มอัจฉริยะ LEX โดยนำขีดความสามารถด้านห้องโดยสารอัจฉริยะ ระบบช่วยขับขี่ และเทคโนโลยีความปลอดภัย มาถ่ายทอดเป็นประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกสบาย เป็นธรรมชาติ และให้ความรู้สึกสงบนิ่งตลอดการเดินทาง
    • ส่วน Exquisite Space หรือพื้นที่ภายในอันประณีต ให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่ใช้สอยอย่างพิถีพิถัน การเลือกใช้วัสดุที่ให้สัมผัสสบาย การควบคุมเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร ตลอดจนฟังก์ชันที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อขยายความหมายของ “ความสง่างาม” จากสิ่งที่มองเห็น ไปสู่ประสบการณ์ที่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสัมผัสได้จริง

    แนวคิดทั้งสามมิตินี้ได้รับการสนับสนุนด้วยศักยภาพด้านการดำเนินงานระดับโลกและการปรับผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับแต่ละตลาดของ LEPAS ภายใต้มาตรฐานด้านเทคโนโลยีและคุณภาพที่สอดคล้องกัน แบรนด์ให้ความสำคัญกับการพัฒนารถยนต์ให้เหมาะกับข้อกำหนดทางกฎหมาย สภาพถนน พฤติกรรมการขับขี่ และวิถีชีวิตที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ แนวทางดังกล่าวทำให้คุณค่าของแพลตฟอร์มร่วมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องสเปก แต่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคในแต่ละตลาดสามารถตีความ “ความสง่างาม” ผ่านบริบทและรูปแบบการใช้ชีวิตของตนเอง แทนการกำหนดประสบการณ์แบบเดียวกันสำหรับทุกประเทศ ปัจจุบัน LEPAS อยู่ระหว่างการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง โดยได้เปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่หลายรุ่นในตลาดรถพวงมาลัยขวา รวมถึงประเทศไทยและอินโดนีเซีย ตลอดจนเริ่มเปิดพรีเซลในหลายประเทศของยุโรป

    ท้ายที่สุด ตลาดและประสบการณ์จริงของผู้ใช้งานจะเป็นบทพิสูจน์ว่าแนวคิด “ความสง่างาม” ของ LEPAS สามารถสร้างความแตกต่างและความผูกพันกับผู้บริโภคได้มากเพียงใด อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่ผลิตภัณฑ์ยานยนต์มีความคล้ายคลึงกันมากขึ้น การกำหนดอัตลักษณ์ของแบรนด์ผ่านประสบการณ์ที่ชัดเจนเช่นนี้ นับเป็นอีกหนึ่งทิศทางที่น่าจับตามองของการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่

    เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ LEPAS: https://lepasinternational.com/

    ติดต่อประสานงาน
    คุณรัฐกร เจ็งบำเพ็ญทาน โทร. 091-553-9969
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมด้านการตลาด
    คุณพัสตร์ดากานต์ รังสิโรจน์ โทร. 098-787-9291
    ติดตามข้อมูลข่าวสาร
    Facebook: LEPAS Thailand
    Instagram: Lepas.Thailand
    เว็บไซต์: lepasthailand.com

  • Culture - Fashion

    8 ดีไซเนอร์ไทยรวมพลังสร้างสรรค์ “แฟชั่นไทยเท่” ททท. เปิด “THAI T’REASURES by Amazing Thailand” เชื่อมแฟชั่น–วัฒนธรรม–การท่องเที่ยว 18–20 กันยายนนี้ ณ ไอคอนสยาม

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดงาน “THAI T’REASURES by Amazing Thailand” ถ่ายทอดคุณค่าของ “ของดีประเทศไทย” ผ่านแฟชั่นร่วมสมัยภายใต้แนวคิด “แฟชั่นไทยเท่” นำเสน่ห์ผ้าไทย อัญมณี งานหัตถศิลป์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบไทย เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวรูปแบบ Fashion Tourism โดยมีนายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมคณะผู้บริหาร ททท. พันธมิตร นักออกแบบ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน ณ ลานริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ

    นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า แฟชั่นเป็นสื่อสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพในการถ่ายทอดอัตลักษณ์และความเป็นไทยให้เข้าถึงผู้คนในมุมมองร่วมสมัย ททท. จึงร่วมกับพันธมิตรนำผ้าไทย อัญมณี งานหัตถศิลป์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาตีความผ่านงานออกแบบภายใต้แนวคิด “Fashion Tourism” เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า Soft Power ไทยไม่ได้อยู่เพียงในตัวสินค้า หากยังครอบคลุมถึงเรื่องราว ผู้คน วิถีชีวิตและภูมิปัญญาที่เชื่อมโยงจากแหล่งกำเนิดสู่แรงบันดาลใจในการเดินทาง พร้อมเปิดมุมมองใหม่ต่อความเป็นไทย และเพิ่มโอกาสให้ทุนทางวัฒนธรรมของไทยได้รับการต่อยอดและถ่ายทอดสู่ผู้คนทั่วโลก

    งาน THAI T’REASURES by Amazing Thailand จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–20 กันยายน 2569 เวลา 16.00–22.00 น. ณ บริเวณโซน Walkway ชั้น M และลานริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม เปิดให้ประชาชนและผู้สนใจเข้าชมแฟชั่นบนรันเวย์ เรื่องราวเบื้องหลังผืนผ้าและงานฝีมือ ไปจนถึงสินค้าแฟชั่นที่เลือกซื้อได้จริง โดยพิธีเปิดงานเริ่มต้นด้วย Grand Opening Performance และ T-POP Show × Fashion นำโดยศิลปิน MEYOU มิว-ชิษณุชา ตันติเมธ ก่อนเข้าสู่ไฮไลต์ “WEAR THE THAI T’REASURES” แฟชั่นโชว์จาก 8 แบรนด์ดีไซเนอร์ ได้แก่ KLOSET, JANESUDA, Painkiller Atelier, RAPEE, Maison Wonder Anatomie, SANGBOON, THITHA และ Made by Hotcake ร่วมกับผลงานจาก ICONCRAFT และอัญมณีจากสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ภายใต้แนวคิด “365 แฟชั่นไทยเท่ได้ทุกวัน”

    ภายในงานยังจัดแสดงต้นแบบผลงานจาก TAT × THAI DESIGNER COLLABORATION 3 ผลงาน ได้แก่ RAVIPA กับเครื่องประดับพญานาค “Faith to Fashion”, PREMIUM POPS × TRK กับผ้าและหมวกมัลติฟังก์ชัน “Art to Journey” และ THITHA กับต้นแบบชุดจากเศษเปลือกรังไหม “Waste to Worth” พร้อมนิทรรศการ “WEAR THE DESTINATION” ภายใต้แนวคิด “10 Textile Journeys Across Thailand – 10 เส้นทางผ้า พาเที่ยวไทย” ที่เชื่อมโยงผืนผ้ากับแหล่งท่องเที่ยวผ่านสื่อจอสัมผัส นอกจากนี้ ยังมีโซน “Thai Fashion Marketplace” ที่รวบรวมสินค้าแฟชั่นร่วมสมัยจากผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนทั่วประเทศไทยมาให้เลือกชมและเลือกซื้อภายในงาน

    สำหรับกิจกรรมในวันที่ 19 กันยายน 2569 พบกับแฟชั่นโชว์จาก Warinnaya, Marionsiam และ Clothear ร่วมกับนักแสดงจากช่อง ONE31 ได้แก่ เพิร์ล-ศัจกร และพีค-ภีมพล ก่อนปิดท้ายในวันที่ 20 กันยายน 2569 ด้วยการนำเสนอผลงานของนิสิตนักศึกษาด้านการออกแบบแฟชั่นจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยในภูมิภาค ร่วมกับวง COMPASS และนักดนตรีระนาดร่วมสมัย ฟีโน่-ปาเจร พัฒนศิริ (Fino the Ranad)

    ทั้งนี้ ททท. เชื่อมั่นว่า THAI T’REASURES by Amazing Thailand จะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางมายังประเทศไทย เชื่อมโยงความสนใจด้านแฟชั่นสู่การค้นพบเรื่องราวของผ้าไทย งานหัตถศิลป์ อัญมณี ช่างฝีมือ และชุมชนในแหล่งต้นกำเนิด พร้อมส่งเสริมและยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางด้าน Fashion Tourism ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากเดินทางมาสัมผัสผ่านเสน่ห์ของวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัยอย่างยั่งยืน

  • Sports

    ทัพขี่ม้าไทยพร้อมสู้ศึก Asian Games 20268 นักกีฬา–8 ม้าคู่ใจ ถึงญี่ปุ่น เตรียมลงสนามสองประเภทใหญ่

    นักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทยและม้าคู่ใจเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นแล้ว เตรียมลงแข่งขัน 2 ประเภท ได้แก่ ศิลปะบังคับม้าและอีเวนติ้ง ในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20

    สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เตรียมส่งนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 Aichi–Nagoya 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 กันยายน–4 ตุลาคม 2569 ณ ประเทศญี่ปุ่น

    ในการแข่งขันครั้งนี้ ประเทศไทยจะส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้า 2 ประเภท ได้แก่ ศิลปะบังคับม้า (Dressage) และอีเวนติ้ง (Eventing) รวมทั้งสิ้น 8 คน แบ่งเป็นประเภทละ 4 คนนักกีฬาและม้าทีมชาติไทยเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นอย่างปลอดภัยเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เพื่อให้ม้าได้พักฟื้นและปรับตัวภายหลังการเดินทางระหว่างประเทศ ก่อนเริ่มการฝึกซ้อมและเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายสำหรับการแข่งขัน

    รายชื่อนักกีฬาทีมชาติไทย
    ประเภทศิลปะบังคับม้า (Dressage)
    ● สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา กับม้า Boulevard
    ● เฉลิมฉาน ยศวีระพาณิชย์ กับม้า Sant Jordi 3
    ● ฉันชนก คลารา รึคเคอร์ กับม้า Vincent 186
    ● นิร พุทธิสมบัติ กับม้า Rock That Tango

    นอกจากนี้ เฉลิมฉาน ยศวีระพาณิชย์ นักกีฬาศิลปะบังคับม้ามากประสบการณ์ ยังได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในผู้ถือธงชาติไทยนำทัพนักกีฬาไทยเข้าสู่พิธีเปิดการแข่งขันในวันที่ 19 กันยายน ร่วมกับ ทัดดาว นึกแจ้ง นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติ
    ประเภทอีเวนติ้ง (Eventing)
    ● กรธวัช สำราญ กับม้า B.Grimm Billy Elmy
    ● พันตรี สุภาพ ขาวงาม กับม้า Vinetto 3
    ● วรภัทร สิทธิจู กับม้า B.Grimm Uster de Chanay
    ● วีรภัฏ ปฏิกานนท์ กับม้า B.Grimm Carnival March

    เบื้องหลังนักกีฬาและม้าทั้ง 8 คู่ คือทีมงานมากประสบการณ์ นำโดย พลตรี สมพงษ์ สุขประดิษฐ์ หัวหน้าคณะนักกีฬา พร้อมด้วย นารา เกตุสิงห์ ฝ่ายเทคนิคและผู้ช่วยผู้จัดการทีม โดยทีมศิลปะบังคับม้าอยู่ภายใต้การดูแลของ Matthias Rath ขณะที่ทีมอีเวนติงได้รับการฝึกสอนโดย Maxime Livio นักกีฬาขี่ม้าโอลิมปิกชาวฝรั่งเศส

    ด้าน Olivier Geffroy สัตวแพทย์ประจำทีม ทำหน้าที่ติดตามสุขภาพ การพักฟื้น และสวัสดิภาพของม้าอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงการเตรียมตัวและการแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้นักกีฬาและม้าทุกคู่มีความพร้อมสูงสุดก่อนลงสนามทำหน้าที่เพื่อประเทศไทย
    ทีมอีเวนติ้งไทยประเดิมสนาม 21 กันยายน

    การแข่งขันกีฬาขี่ม้าของทีมชาติไทยจะเริ่มต้นด้วยประเภทอีเวนติง หนึ่งในประเภทการแข่งขันที่ท้าทายที่สุด เนื่องจากนักกีฬาและม้าต้องแข่งขันครบทั้ง 3 บททดสอบ ได้แก่ ศิลปะบังคับม้า ครอสคันทรี และกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง

    จากนั้น นักกีฬาทีมชาติไทยจะลงแข่งขันประเภทศิลปะบังคับม้าระหว่างวันที่ 25–27 กันยายน โดยมุ่งแสดงถึงความแม่นยำ ความสง่างาม และความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างนักกีฬากับม้าในเวทีระดับทวีป

    ชิงชัย ณ สนามประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น
    การแข่งขันกีฬาขี่ม้าจะจัดขึ้น ณ Equestrian Park เขตเซตากายะ กรุงโตเกียว สนามกีฬาขี่ม้าท่ามกลางธรรมชาติที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2483
    สนามแห่งนี้เคยใช้จัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกมาแล้ว 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2507 และ พ.ศ. 2564 ก่อนปิดปรับปรุงครั้งใหญ่และเปิดให้บริการอีกครั้งในปี พ.ศ. 2566
    สำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ Equestrian Park จะเป็นสนามจัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้าทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ศิลปะบังคับม้า อีเวนติง และกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง

    ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพม้า
    ภายหลังเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่น ทีมสัตวแพทย์ คนดูแลม้า และเจ้าหน้าที่สนับสนุน ได้ร่วมกันดูแลและติดตามสุขภาพของม้าแต่ละตัวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ม้าได้พักฟื้นและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับสุขภาพและสวัสดิภาพของม้า นักกีฬาจะใช้ช่วงเวลาก่อนการแข่งขันทำความคุ้นเคยกับสนาม ฝึกซ้อมขั้นสุดท้าย และเสริมสร้างความพร้อมของคู่ม้า–นักกีฬา ก่อนลงสนามทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทย

    คำกล่าวจาก ดร.ฮาราลด์ ลิงค์
    “การได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ถือเป็นเกียรติและความรับผิดชอบที่สำคัญ นักกีฬา ม้า ผู้ฝึกสอน คนดูแลม้า สัตวแพทย์ และทีมงานทุกคน ได้ทุ่มเทและเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการแข่งขันครั้งนี้
    เรามีความเชื่อมั่นในความสามารถของนักกีฬาทีมชาติไทย และหวังว่าทุกคนจะสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างดีที่สุด โดยให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของม้าเป็นอันดับแรก ขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยร่วมส่งกำลังใจให้แก่นักกีฬา ม้า และทีมงานทุกคนในการทำหน้าที่เพื่อประเทศไทย”

    ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
    ร่วมส่งกำลังใจให้ทีมขี่ม้าไทยก้าวสู่เวทีเอเชียไปด้วยกัน
    Together, we ride for Thailand.

    #TeamThailand #ThaiEquestrianTeam #AsianGames2026 #AichiNagoya2026 #RoadToAsianGames #Dressage #Eventing #RideForThailand

  • IT-Technology - Retail

    Apple Store ICONSIAM สาขาแรกของประเทศไทย คึกคักรับ iPhone 18 วันแรก ลูกค้าต่อคิวรับเครื่องตั้งแต่ก่อนเปิดร้าน

    Apple Store ICONSIAM สาขาแรกของประเทศไทย คึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า เมื่อ Apple เปิดให้ลูกค้าที่สั่งจอง iPhone 18 ล่วงหน้าเข้ารับเครื่องอย่างเป็นทางการเป็นวันแรก โดยมีลูกค้าจำนวนมากทยอยเดินทางมาต่อคิวรับเครื่องอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้ครอบครอง iPhone 18 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Apple

    บรรยากาศบริเวณหน้าร้านเต็มไปด้วยสาวกแอปเปิ้ลตั้งแต่ก่อนเวลาเปิดให้บริการ ลูกค้าที่สั่งจองเครื่องล่วงหน้าต่างเฝ้ารอช่วงเวลารับเครื่องด้วยความตื่นเต้น ขณะที่ทีมงานของ Apple Store ได้ร่วมต้อนรับลูกค้ากลุ่มแรกตามเอกลักษณ์ของ Apple Store ทั่วโลก สร้างสีสันและความประทับใจให้กับวันแรกของการรับเครื่อง iPhone 18 ซึ่งเปิดให้ลูกค้ารับเครื่องพร้อมกันในหลายประเทศทั่วโลก

    ตลอดช่วงเช้า มีลูกค้าทยอยเข้ารับ iPhone 18 อย่างต่อเนื่องในทุกโมเดลที่เปิดให้สั่งจอง สะท้อนกระแสความสนใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่จาก Apple โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ตั้งใจเดินทางมาเพื่อรับเครื่องในวันแรก และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคทั่วโลก

    สำหรับ Apple Store สาขาแรกของประเทศไทย ยังคงเป็นจุดหมายสำคัญของลูกค้า Apple ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศ ด้วยทำเลที่ตั้งอันโดดเด่นของไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่รวบรวมประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ การช้อปปิ้ง และเทคโนโลยีระดับโลกไว้ในจุดหมายปลายทางเดียว