Admin

  • Art - IT-Technology

    นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ ICONSIAM กับการได้เป็นพื้นที่สำคัญในการฉลองครบรอบ 50 ปีอย่างยิ่งใหญ่ของ Apple

    Apple ปักหมุดประเทศไทยเลือก ICONSIAM เป็นพื้นที่ในการฉลองครบรอบ 50 ปี ภายใต้คอนเซปต์ “50 Years of Thinking Different” โดยไฮไลต์ในไทยคือเซสชัน Today at Apple ที่ไดศิลปินดัง “มอลลี่” เจ้าของ Crybaby มาร่วมถ่ายทอดแรงบันดาลใจด้านศิลปะดิจิทัล พร้อมแบ่งปันประสบการณ์การเปลี่ยนอารมณ์เป็นงานศิลปะ ผ่านการใช้ iPad, Apple Pencil และแอป Procreate สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยี Apple ที่ช่วยปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ของผู้คนทั่วโลก

    ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญเพียงไม่กี่แห่งในโลกเท่านั้นที่ Apple ปักหมุดมาจัดงานครบรอบ 50 ปีกับพิกัดที่ถูกขนานนามให้เป็น Global Destination อย่าง ICONSIAM สำหรับการฉลองครบรอบ 50 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งความยิ่งใหญ่ที่ Apple ตั้งใจจะเฉลิมฉลองอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นด้วยการแสดงจาก Alicia Keys ที่ Apple Grand Central ในนิวยอร์ก ก่อนขยายกิจกรรมไปยังหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยเพื่อตอกย้ำแนวคิด “Think Different” ที่เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์มาตลอดครึ่งศตวรรษ

    Apple #AppleIconsiam #ICONSIAM
  • Activity - News

    ปิดเทอมนี้ “ไอคอนสยาม” เปิดแคมป์แห่งความสนุกต้อนรับทุกครอบครัวจุดประกายการเรียนรู้ไม่มีขีดจำกัดที่ “ICONSIAM Kids Summer Camp”วันที่ 20-22 มีนาคม 2569 ณ วัฒนา ฮอลล์ ชั้น 3

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เนรมิตพื้นที่แห่งการเรียนรู้สำหรับทุกครอบครัวเพื่อต้อนรับช่วงปิดเทอมนี้ เชิญชวนคุณพ่อคุณแม่จูงมือลูกๆ มาเรียนรู้เสริมทักษะนอกห้องเรียน พร้อมเลือกอัปสกิลรอบด้านตามความสนใจของน้องๆ กับแคมป์ที่มีมากกว่าความสนุก “ICONSIAM Kids Summer Camp” ตั้งแต่วันที่ 20-22 มีนาคม 2569 ณ วัฒนา ฮอลล์ ชั้น 3 ไอคอนสยาม พื้นที่รวบรวมกิจกรรมเสริมทักษะและความรู้สำหรับเด็กๆ ช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมเวิร์กชอปสุดสนุกที่ได้ลงมือทำจริง เพื่อเสริมทักษะในหลากหลายด้าน ไปพร้อมกับการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวอย่างมีคุณค่า

    ครบครันทุกกิจกรรมที่มอบความสนุกควบคู่ไปกับความรู้ตลอดทั้ง 3 วัน อาทิ ร่วมชมสกิลนายแบบนางแบบตัวน้อยใน Kids Fashion Show จากแบรนด์ชั้นนำ Uniqlo, Gentlewoman, Gentle little Woman, และ The Land of VAVA จาก Siam Takashimaya, Junior Chef Experience สัมผัสการเป็นเชฟตัวจริงกับกิจกรรม Cooking with BIANCA เรียนรู้การทำเมนูอิตาเลียนแท้ๆ กับเชฟชื่อดังจากร้านอาหาร BIANCA Italian Restaurant, ฝึกเป็นบาริสต้ารุ่นจิ๋วกับ SUPER BORI for Junior SUPER Barista by SUPER MATCHA แบรนด์เครื่องดื่มชื่อดังจากประเทศเกาหลี, DIY Cookie Workshop โดย Chamin Bake House และ เรียนรู้เทคนิคการทำขนมหวานแบบอังกฤษสไตล์เชฟ Gordon Ramsay กับ Eton Mess Workshop จาก Bread Street Kitchen & Bar, Kids Performance Stage เปิดเวทีโชว์ความสามารถของซุปเปอร์สตาร์วัยเด็ก โดย MUSE MUSIC ACADEMY, KPN และ INNER Studio, Family Fitness Session มาดูแลสุขภาพพร้อมทั้งครอบครัว โดย Fitness First, Learning Workshop สนุกไปกับ Puzzle Challenge & Workshop เสริมทักษะลับสมอง โดย SE-ED ปิดท้ายด้วยกิจกรรมสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ Parenting & Health Talk เสวนาเรื่องสุขภาพ พร้อมให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงดูบุตร โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จาก Siriraj H Solution

    นางสุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวถึงความสำคัญของการจัดงานครั้งนี้ว่า “ไอคอนสยาม มุ่งก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับครอบครัว (Family & Learning Destination) พร้อมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับกลุ่ม Family & Kids เปิดพื้นที่ไอคอนสยามให้กลายเป็น Community ของทุกครอบครัว รวบรวมไลฟ์สไตล์และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงเข้าไว้ด้วยกัน ให้ทุกครอบครัวสามารถใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณภาพ รวมทั้งส่งเสริมทักษะและความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก เพราะการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับเด็กในวันนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคม การจัด “ICONSIAM Kids Summer Camp” ครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้มีพื้นที่เล่น เรียนรู้และเตรียมความพร้อมทักษะในหลายๆ ด้าน ผ่านหลากหลายกิจกรรมสำหรับทุกช่วงวัย โดยหวังว่าไอคอนสยามจะเป็นจุดหมายปลายทางในการพักผ่อนและทำกิจกรรมร่วมกันของทุกครอบครัวต่อไป”

    ภายในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจากครอบครัวคนดังสุดอบอุ่น พุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน, จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา และ น้องพีร์เจ-พิชญ์ศราพงศ์ เกษตรสิน ที่มาร่วมสนุกพร้อมกับโชว์พลังความสร้างสรรค์ ผ่านกิจกรรมฝึกทักษะเรียนรู้การเป็นเชฟตัวน้อยกับ Workshop ทำเมนูพาสต้าอิตาเลียนร่วมกับเชฟ Jeriko Van Der Wolf จากร้านอาหาร BIANCA Italian Restaurant พร้อมร่วมพูดคุยแชร์ประสบการณ์การเลี้ยงลูก ทั้งสองในฉบับคุณพ่อพุฒและคุณแม่จุ๋ย พร้อมอัปเดทพัฒนาการและความชื่นชอบของลูกชายกับลูกสาว แสนน่ารัก

    พุฒ- พุฒิชัย และ จุ๋ย-วรัทยา กล่าวว่า “ตอนนี้น้องพีร์เจเริ่มเข้าโรงเรียนแล้ว เราทั้งสองคนได้เห็นพัฒนาการและการเติบโตเข้าสู่วัยเรียนของเขา รู้สึกภูมิใจมากๆ อยากให้เขาได้เรียนรู้เปิดโลกกว้างและมีพัฒนาการไปตามช่วงวัยของเขา สำหรับช่วงปิดเทอมนี้ ครอบครัวของเราได้มองหาพื้นที่ที่น้องพีร์เจและน้องเจเพิร์ล จะได้มาเล่นอย่างอิสระไปพร้อมกับพัฒนาทักษะการใช้ชีวิต พวกเรามองว่าการมีพื้นที่ที่สามารถใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ซึ่งไอคอนสยามตอบโจทย์ครอบครัวเราตรงนี้ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยกิจกรรมที่เด็กๆ รวมทั้งคุณพ่อคุณแม่ได้มาใช้เวลาพัฒนาทักษะและความสัมพันธ์ในครอบครัวไปพร้อมกัน เชิญชวนคุณพ่อคุณแม่พาลูกๆ มาสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ที่ได้ลงมือทำจริง เพื่อเป็นบันไดก้าวแรกในการค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวลูกๆ ที่งาน “ICONSIAM Kids Summer Camp” นอกจากได้มาอัปสกิลให้เด็กๆ แล้วยังได้รับความสุขกลับบ้านกันไปทั้งครอบครัวอีกด้วย”

    ภายในงานตั้งแต่วันที่ 20-22 มีนาคมนี้ พบกับหลากหลายฐานกิจกรรมแสนสนุกสำหรับเด็กๆ และครอบครัว จากร้านค้าและพันธมิตรที่ร่วมงาน อาทิ AIS มาพร้อมแพ็กเกจสุดพิเศษ AIS KIDDY Package สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาแพ็กเกจโทรศัพท์ให้ลูกๆ เพื่อปกป้องจากภัยออนไลน์ พร้อมแจกความอร่อยชื่นใจกับไอศกรีมอุ่นใจ ตั้งแต่เวลา 11.00-17.00 น. รวมทั้งกิจกรรมจาก Slime Ville, Wealth CAT, Asia Books และ Softa นอกจากเต็มอิ่มกับกิจกรรมในงานแล้ว ไอคอนสยาม ยังชวนน้องๆ มาสะสมแสตมป์แห่งการเรียนรู้ Kids Summer Camp Passport สะสมครบ 5 แสตมป์ พร้อมแลกรับของรางวัลมากมายกว่า 1,500 รางวัล อาทิ บัตรชมภาพยนตร์ ICON CINECONIC, Little Shield Everyday Alcohol Hand Spray, วิตามินซียูซุเสือพ่นไฟ Vitamin C Tablet และชานมมิ้นต์อัดเม็ดเสือพ่นไฟ Mint Milk Tea Tablet มาเล่นสนุกและสะสมแสตมป์ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 20 เมษายน 2569

    พิเศษยิ่งขึ้นสำหรับสมาชิก ONESIAM ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญและสะสมยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 150,000 บาทขึ้นไป ภายในไอคอนสยาม, สยาม ทาคาชิมายะ และไอซีเอสที่ร่วมรายการ (ไม่รวมร้านค้าในหมวด Luxury) ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2569 – 20 เมษายน 2569 สูงสุด 10 ลำดับแรก รับตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ กรุงเทพ-ไต้หวัน-กรุงเทพ จากสายการบิน STARLUX 1 รางวัล (รางวัลละ 3 ที่นั่ง) รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้นกว่าหนึ่งล้านบาท

    ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสนุกกับทุกการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ในงาน “ICONSIAM Kids Summer Camp” ตั้งแต่วันที่ 20-22 มีนาคม 2569 ณ วัฒนา ฮอลล์ ชั้น 3 ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ www.iconsiam.com และ Facebook : ICONSIAM

  • Fashion - Lifestyle

    MCM ฉลองครบรอบ 50 ปี เปิดตัว MCM Lifestyle Store แห่งใหม่ที่ EmQuartier ประเทศไทย

    แบรนด์ลักชัวรีระดับโลก MCM เฉลิมฉลองการเปิดตัว MCM Lifestyle Store แห่งใหม่ ณ EmQuartier อย่างยิ่งใหญ่ นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ในประเทศไทย ในวาระก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ของแบรนด์ งานครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ MCM ในการผลักดันขอบเขตของความหรูหราร่วมสมัย พร้อมนิยามอนาคตของแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ผ่านการผสานดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งาน และความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม

    โอกาสสำคัญนี้ยังสะท้อนถึงบทบาทของ กรุงเทพฯ ในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมและแฟชั่นที่มีพลังของเอเชีย และยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเฉลิมฉลองวาระ 50 Years of Excellence and Beyond ของ MCM ในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางระดับโลกของแบรนด์

    ภายในงานได้รับเกียรติจากศิลปินระดับโลก MINGI จากวง ATEEZ มาร่วมเฉลิมฉลองในฐานะแขกพิเศษ พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ชั้นนำของไทยจากวงการบันเทิงและแฟชั่น อาทิ เบลล่า ราณี, เบคกี้ รีเบคก้า, แอลม่อน ภูมิสุวรรณ, โปรเกรส ภาสวิชญ์, เมเบิ้ล สิริวลี, แป้งจี่ ปภาวรินทร์ และ หมีพูห์ วิน ที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับค่ำคืนแห่งแฟชั่นครั้งนี้

    แขกผู้ร่วมงานต่างปรากฏตัวในลุคจากคอลเลกชัน MCM Spring/Summer 2026 ซึ่งสะท้อน DNA ของแบรนด์ที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผ่านแนวคิด “Made for Movement” ที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์ลักชัวรีของคนยุคใหม่ ไอเท็มสำคัญอย่างกระเป๋าซิกเนเจอร์ แอ็กเซสซอรี และเรดี้ทูแวร์ ถูกนำมามิกซ์แอนด์แมตช์ในแต่ละลุค โดยมีลวดลาย Visetos monogram อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ถูกนำมาผสานอย่างโดดเด่นในซิลูเอตของฤดูกาลนี้ ขณะเดียวกันยังเพิ่มลูกเล่นสนุกสนานผ่านคาแรกเตอร์ Rabot คาแรกเตอร์กระต่ายลูกผสมหุ่นยนต์ของ MCM ที่ช่วยเติมความขี้เล่นและความมีชีวิตชีวาให้กับคอลเลกชัน

    MCM ก่อตั้งขึ้นที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ในปี 1976 ท่ามกลางช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ และเติบโตเคียงข้างกระแสความคิดสร้างสรรค์ของโลก ตั้งแต่ฉากวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวาของยุโรปในยุค 1970s ไปจนถึงวัฒนธรรมฮิปฮอปของนิวยอร์กในยุค 1980s–1990s และต่อเนื่องมาสู่กระแสป๊อปและวัฒนธรรมเยาวชนของเอเชียในปัจจุบัน ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา แบรนด์ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมรักษาความเชื่อมโยงกับพลังทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมความหมายของลักชัวรีในยุคใหม่

    การเปิดตัว MCM Lifestyle Store ที่ EmQuartier จึงไม่ใช่เพียงการเปิดร้านแห่งใหม่ แต่ยังเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของ MCM ในประเทศไทย ที่เฉลิมฉลองอิทธิพลทางวัฒนธรรมตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตด้วยความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และจิตวิญญาณแห่งความเป็นตัวของตัวเอง

    เกี่ยวกับ MCM (Modern Creation München)
    MCM ก่อตั้งขึ้นในประเทศเยอรมนีเมื่อปี ค.ศ. 1976 โดยเริ่มต้นจากการเป็นแบรนด์ลักชัวรีที่นำเสนอทางเลือกใหม่ที่แตกต่างจากลักชัวรีแบบดั้งเดิม ในช่วงเวลานั้น MCM โดดเด่นด้วยการออกแบบแอคเซสซอรีและไลฟ์สไตล์ไอเทมที่สะท้อนความหรูหรา ความกล้า และความเป็นตัวของตัวเองของวัฒนธรรมเมืองมิวนิกในยุค 1970
    ปัจจุบัน MCM ยังคงสานต่อจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่จะแตกต่าง พร้อมนำเสนอรูปแบบใหม่ของแบรนด์ลักชัวรีที่ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีความคิดเป็นอิสระ ภายใต้การนำของ ซองจู คิม (Sung-Joo Kim) ซึ่งเข้าซื้อกิจการแบรนด์ในปี ค.ศ. 2005 MCM ได้พัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และแนวคิดด้านนวัตกรรมที่ก้าวไปข้างหน้า
    ปัจจุบัน MCM มีร้านค้ากว่า 584 แห่ง ใน 43 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมเมืองสำคัญระดับโลก เช่น มิวนิก เบอร์ลิน ซูริก ลอนดอน ปารีส นิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง โซล โตเกียว รวมถึงตะวันออกกลาง และเมืองสำคัญด้านลักชัวรีอื่น ๆ ทั่วโลก

    MCMWorldwide #MCMThailand #MCMLifestyleEMQ #MCMTHxMINGI
  • Activity - Music

    “Khon–Concert in the Park” ผสานโขนและซิมโฟนี ณ สวนลุมพินี 22 มีนาคมนี้ เปิดให้ชมฟรี

    กรุงเทพฯ – เตรียมพบค่ำคืนแห่งศิลปวัฒนธรรมที่ผสานความงดงามของศิลปะการแสดงไทยเข้ากับดนตรีคลาสสิก ในงาน “Khon–Concert in the Park” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 17.30–19.30 น. ณ อาคารบันเทิง สวนลุมพินี พื้นที่สำหรับศิลปะการแสดงใจกลางเมืองที่ บี.กริม ได้ปรับปรุงเพื่อพัฒนาให้เป็นเวทีสำหรับศิลปะการแสดง
    งานจัดโดย บี.กริม ร่วมกับ Royal Bangkok Symphony Orchestra (RBSO), กรุงเทพมหานคร และ สถาบันคึกฤทธิ์ เปิดให้ประชาชนเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

    ช่วงแรกของค่ำคืนจะนำเสนอ ศิลปะโขน ผ่านการแสดงของศิลปินเยาวชนจาก ศูนย์ศิลปะการแสดงสถาบันคึกฤทธิ์ (Kukrit Institute Performing Arts Center – KIPAC) ถ่ายทอดความงดงามของนาฏศิลป์ไทยจากวรรณคดีสำคัญ โขนถือเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage) โดย องค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปี พ.ศ. 2561
    การแสดงประกอบด้วยหลายชุดสำคัญ ได้แก่ ระบำแม่งู บทเพลงจากละครเรื่อง อิเหนา ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการละเล่นพื้นบ้าน “งูกลืนหาง”; ปรีเปรมวานร ที่สะท้อนความคล่องแคล่วและความซุกซนของเหล่าวานร; ตอนสำคัญจากเรื่อง รามเกียรติ์ “หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา” ซึ่งเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อหนุมานลงสู่ท้องทะเลเพื่อเผชิญหน้ากับนางสุพรรณมัจฉา ธิดาของทศกัณฐ์; การแสดงศิลปะการต่อสู้ไทยโบราณระหว่าง พลองกับไม้สั้น ที่สะท้อนภูมิปัญญาการป้องกันตัวแบบไทย; และปิดท้ายด้วย ระบำวีระชัยลิง การตรวจพลของกองทัพลิงในเรื่องรามเกียรติ์ ออกแบบท่ารำโดย คุณครูกรี วรศะริน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์–โขน)

    หลังจากช่วงการแสดงโขนแล้ว วง Royal Bangkok Symphony Orchestra (RBSO) จะนำเสนอคอนเสิร์ตกลางแจ้ง โดยมี นรอัฐ จันทกลัม (Nora-ath Chanklum) เป็นวาทยกร ถ่ายทอดบทเพลงซิมโฟนีท่ามกลางบรรยากาศอันผ่อนคลายเพื่อเติมเต็มยามเย็นของสวนลุมพินีด้วยบทเพลงคลาสสิกในรูปแบบคอนเสิร์ตกลางแจ้ง
    สองช่วงการแสดงจึงเปรียบเสมือน บทสนทนาระหว่างศิลปะดั้งเดิมกับดนตรีร่วมสมัย เมื่อความอ่อนช้อยของโขนมาบรรจบกับพลังของดนตรีซิมโฟนี ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นของสวนลุมพินี
    มากไปกว่าความบันเทิง Khon–Concert in the Park มุ่งเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้สัมผัสศิลปวัฒนธรรมไทยควบคู่กับดนตรีคลาสสิกอย่างใกล้ชิด ชวนให้คนรุ่นใหม่ค้นพบเสน่ห์ของศิลปะการแสดงเหล่านี้ ขณะเดียวกันก็ปลุกความทรงจำอันงดงามให้กับผู้ชมที่เติบโตมากับศิลปวัฒนธรรมไทย
    งานจัดขึ้น วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 17.30–19.30 น. ณ อาคารบันเทิง สวนลุมพินี กรุงเทพฯ
    เปิดให้เข้าชมฟรี
    รายละเอียดเพิ่มเติม: Facebook.com/rbsothailand

  • Activity - Sports

    “เลวี่ ลี” จากเวทีระดับโลกสู่บทบาทผู้บริหารนำเทรนด์ Wellness & Healthy Lifestyle สร้างประสบการณ์ลูกค้าที่แตกต่างเหนือระดับกับภารกิจปั้น Bravo BKK สู่ Sport & Lifestyle Destination

    ในวันที่ผู้คนทั่วโลกหันมาให้นิยามความสำเร็จใหม่ จากความมั่งคั่งทางการเงิน สู่การมีสุขภาพที่ดี คุณภาพชีวิตที่สมดุล และความสุขที่ยั่งยืน เทรนด์ Health is the New Wealth ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิตในยุคนี้ และนั่นคือโอกาสที่ผู้บริหารรุ่นใหม่อย่าง เลวี่ ลี (Levy Li Su Lin) ประธานเจ้าหน้าที่ดูแลประสบการณ์ลูกค้า (Chief Experience Officer: CXO) บริษัท บราโว บีเคเค จำกัด ผู้นั่งแท่นควบตำแหน่ง แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของ Bravo BKK และผู้ก่อตั้ง (Founder) Tropickle สนามพิกเกิลบอลในร่มที่ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของศูนย์การค้า Bravo BKK ได้นำมาเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายบทบาทของศูนย์การค้าให้เป็นมากกว่าแหล่งช้อปปิ้ง พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการก้าวสู่ “Sport and Lifestyle Destination” จุดหมายของการใช้เวลาคุณภาพด้านออกกำลังกาย เพื่อมุ่งตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างรอบด้าน ให้สอดคล้องกับแนวคิดตั้งต้น Fit by Day, Fun by Night

    ก่อนหน้านี้ คุณเลวี่ ลี เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติจากการเป็น Miss Malaysia Universe 2008 และตัวแทนประเทศมาเลเซียบนเวที Miss Universe ในปีเดียวกัน จากนั้นเธอได้เข้าสู่แวดวงแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ สั่งสมชื่อเสียงและประสบการณ์ในแวดวงสังคมทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ จนหล่อหลอมมุมมองด้านภาพลักษณ์และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ถูกนำมาต่อยอดสู่บทบาทผู้บริหารในด้านการออกแบบประสบการณ์ลูกค้า
    อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของเธอคือ การเป็น Wellness & Lifestyle Guru ผู้รักสุขภาพและชื่นชอบการออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเฉพาะกีฬา Pickleball ซึ่งเป็นกีฬาที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก รวมถึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการเติบโตของคอมมูนิตี้ผู้เล่นอย่างต่อเนื่องในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และประเทศไทย

    เมื่อมองเห็นโอกาสจากกระแสการเติบโตของกีฬาไลฟ์สไตล์ดังกล่าว คุณเลวี่จึงได้ก่อตั้งสนาม Pickleball ที่มีชื่อว่า Tropickle ขึ้นภายในห้าง Bravo BKK เพื่อเป็นพื้นที่รองรับการเติบโตของคอมมูนิตี้คนรัก Pickleball และสร้างพื้นที่ให้กีฬาชนิดนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนเมือง โดย Tropickle ได้รับการออกแบบให้เป็น สนาม Pickleball ในร่มที่ผสานกีฬา ไลฟ์สไตล์ และคอมมูนิตี้เข้าด้วยกัน พร้อมบรรยากาศที่โดดเด่นในสไตล์ Tropical


    สนาม Tropickle ภายใน Bravo BKK ประกอบด้วย สนาม Indoor Pickleball จำนวน 5 สนาม โดยแบ่งเป็น 4 Garden Courts ที่ให้บรรยากาศผ่อนคลายในสไตล์ทรอปิคัล และ 1 Neon Court ที่ออกแบบด้วยแสงสีแบบนีออนซึ่งสามารถรองรับการจัดกิจกรรมอีเวนต์ คอนเทนต์ และประสบการณ์การเล่นที่สนุกแตกต่างจากสนามทั่วไป อีกทั้งเมืองไทยมีอากาศร้อนเกือบทั้งปี และมีฝุ่น pm 2.5 การสร้างสนามในร่มที่มีเครื่องปรับอากาศ ทำให้สามารถเล่นกีฬาได้อย่างสะดวกสบายตลอดทั้งปี
    ด้วยแนวคิดดังกล่าว Tropickle จึงไม่ได้เป็นเพียงสนามกีฬา แต่ถูกออกแบบให้เป็น Lifestyle Pickleball Destination ที่ผสมผสานการออกกำลังกายเข้ากับไลฟ์สไตล์ และสังคมของคนรุ่นใหม่ รวมไปถึง Creative Community ที่มองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการออกกำลังกายและการใช้เวลาร่วมกัน

    “ทุกวันนี้อุตสาหกรรม Wellness ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในประเทศไทยเอง ข้อมูลจาก SCB EIC เผยให้เห็นว่า ตลาด Health & Wellness ของไทยมีมูลค่าแตะระดับ 1.5 ล้านล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการที่คนไทยกว่า 70% หันมาให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพ Bravo BKK จึงมองเห็นโอกาสในการสร้างพื้นที่ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพทั้งร่างกาย จิตใจ รวมถึงการเชื่อมต่อกับผู้คน โดยเปลี่ยนจากการเป็นศูนย์การค้าที่มุ่งเน้นเพียงการขายสินค้าหรือบริการ มาเป็นการส่งต่อ Quality of Life หรือ คุณภาพชีวิตที่ดี โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้ Wellness กลายเป็นเรื่องสนุกและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ดังนั้นการมาที่นี่ ไม่ว่าใครก็สามารถมาออกกำลังกาย เติมเต็มพลังใจ บนพื้นที่ที่เปิดรับทุกกิจกรรมสร้างสรรค์ รวมถึงดื่มด่ำกับความบันเทิงที่เหนือระดับได้ในที่เดียว ซึ่งสอดคล้องกับ concept Fit by Day, Fun by Night ของเรา” คุณเลวี่กล่าว

    ในฐานะ CXO คุณเลวี่ทำหน้าที่ออกแบบ Customer Journey และ Lifestyle Experience ของ Bravo BKK ขณะเดียวกันเธอยังทำหน้าที่เป็น Brand Ambassador ที่สื่อสารตัวตนและแนวคิดของ Bravo BKK ได้อย่างชัดเจน ทั้งในมิติของสุขภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความสนุกของชีวิตคนเมือง

    “เรามองว่าการจะชนะใจผู้บริโภคยุคใหม่ได้ต้องสร้าง Wellness Ecosystem ที่เชื่อมโยงความแข็งแรงเข้ากับความสุข เพราะคนเมืองทุกวันนี้ต้องการคอมมูนิตี้ที่สนับสนุนไลฟ์สไตล์ของเขาอย่างรอบด้าน ซึ่ง Bravo BKK ตอบโจทย์นี้ด้วยโมเดลธุรกิจที่ครบวงจรใน 4 มิติหลัก ทั้งด้าน Sport เรามีพื้นที่ Indoor Sport Active Zone ที่รวบรวมกีฬาเทรนด์ใหม่อย่าง Pickleball และ Skate park รวมไปถึง Fit & Fun Zone บริเวณชั้น 1 ที่เปิดสอนเต้น โยคะฟรีในช่วงเย็น, ด้าน Education ก็มีแหล่งเรียนรู้ที่เติมเต็มทักษะชีวิตและแนวคิดสร้างสรรค์ เช่น โรงเรียนสอนดนตรี โรงเรียนสอนบุคลิกภาพและการแสดง, โรงเรียนสอนเทควันโด้, ด้าน Wellness ก็นับว่าเป็นศูนย์รวมของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่มีทั้งฟิตเนสชั้นนำ คลินิกดูแลสุขภาพและความ, ส่วนด้าน Entertainment ก็พร้อมมอบความสนุกยามค่ำคืนที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้อย่างลงตัว” CXO ของ Bravo BKK เผยวิสัยทัศน์

    ตลอดระยะเวลาสองปี นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 2566 เป็นต้นมา Bravo BKK มุ่งมั่นที่จะทำให้ห้างนี้เป็น Lifestyle Community ภายใต้คอนเซ็ปต์แรกเริ่ม “Fit and Fun Mall” พร้อมแนวคิด Fit by Day, Fun by Night ที่เน้นประสบการณ์ลูกค้า (Lifestyle Experience) เป็นหัวใจสำคัญ ก่อนจะก้าวสู่การเป็น “Sport and Lifestyle Destination” ในย่านพระราม 9 ที่ทุกคนสามารถมาใช้ชีวิต ดูแลสุขภาพ และสร้างแรงบันดาลใจร่วมกันได้ในที่เดียว โดยในด้าน Sport, Education และ Wellness นั้น Bravo BKK ประสบความสำเร็จในการสร้างโซนกิจกรรมที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพยุคใหม่ รวมถึงการ ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่โดดเด่นในแต่ละด้าน มาร่วมสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ อาทิ

    • SIP @ Bravo พื้นที่คอมมูนิตี้ชั้น 5 ที่เปิดกว้างให้คนทุกวัยได้เชื่อมต่อกัน ในพื้นที่โซน Sip นี้
    • Tropickle Pickleball Court สนามพิกเกิลบอลในร่ม บริหารจัดการโดย Dink A Lot (Pickleball Thailand) ที่มาพร้อมการตกแต่งสไตล์ Tropickle โดดเด่นไม่เหมือนใคร และยังมี Center Court ซึ่งมาพร้อม concept Glow in the Dark ที่สามารถเปลี่ยนการออกกำลังกายให้กลายเป็นปาร์ตี้สุดชิค
    • Fitwhey Gym ฟิตเนสระดับแฟล็กชิพ พร้อมอุปกรณ์พรีเมียมครบครัน ตอบโจทย์ทั้งการสร้างกล้ามเนื้อและโภชนาการที่ดี
    • SOM Balance School โรงเรียนสอนทักษะการทรงตัวและกีฬาเอ็กซ์ตรีมอย่าง Surf skate Roller Skating และ Balance Bike เพื่อเสริมสร้างสมาธิและกล้ามเนื้อในรูปแบบ Creative Sport
    • Identity Clinic คลินิกที่ยกระดับ Well-being ด้วยนวัตกรรมการดูแลสุขภาพและความงามลึกถึงระดับเซลล์

    ขณะเดียวกันด้าน Entertainment ยังโดดเด่นในฐานะ ศูนย์รวมความบันเทิงยามค่ำคืน ที่ตอบโจทย์สมดุลชีวิตคนเมือง ด้วยการเป็นที่ตั้งของผับและบาร์ชื่อดังระดับไอคอน อาทิ

    • Elysium Immersive Club: คลับและไนต์ไลฟ์สปอตที่เสิร์ฟแสงสีเสียงสุดเร้าใจ ภาพและเสียงแบบ 360 องศา นับเป็นจุดหมายใหม่ของการปาร์ตี้และแฮงเอาท์ในย่านพระราม 9 ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

    นอกจากนี้ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านนั่งชิล ซึ่งดึงดูดทั้งชาวไทยและต่างชาติ สะท้อนแนวคิดของคุณเลวี่ที่มองว่า ความสุข ความผ่อนคลาย และการใช้เวลาคุณภาพ ก็นับเป็นส่วนหนึ่งของ Well-being เช่นกัน และไม่เพียงแค่นั้น Bravo BKK ยังเปิดพื้นที่ฟรีบริเวณลาน Atriumจัดกิจกรรมสร้างสรรค์และอีเวนต์ที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถมาใช้เวลาอย่างมีคุณภาพและเติมแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ได้ตลอดทั้งปี

    ในฐานะ ประธานเจ้าหน้าที่ดูแลประสบการณ์ลูกค้า บริษัท บราโว บีเคเค และแอมบาสซาเดอร์ของ Bravo BKK คุณเลวี่ ลี ย้ำถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจว่า “Bravo BKK ไม่ใช่เพียงศูนย์การค้า แต่เป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ จุดหมายใหม่ของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ทั้งกลางวันและยามค่ำคืน” เชิญมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่สุขภาพและไลฟ์สไตล์ ไปด้วยกันได้อย่างลงตัว ที่ Bravo BKK – Sport and Lifestyle Destination จุดหมายใหม่ของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ใจกลางพระราม 9 สามารถติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวใหม่ ๆ ของ Bravo BKK ได้ทาง Facebook: Bravo BKK www.bravobkk.co.th

  • Art - Marketing

    ไอคอนคราฟต์ ชูเสน่ห์งานคราฟต์จิ๋ว ย่อ Soft Power ไทยเป็นของฝากมากคุณค่าในแคมเปญ “ICONCRAFT CRAFTED by HAND INSPIRED by BIG STORIES”วันนี้ – 31 มีนาคม 2569

    ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ แหล่งรวมงานคราฟต์สร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทยที่ใหญ่ที่สุด ต้อนรับเดือนมีนาคมด้วยแคมเปญ “ICONCRAFT CRAFTED by HAND INSPIRED by BIG STORIES” ยกขบวนงานคราฟต์จิ๋วปั้นมือจากศิลปินและชุมชนทั่วไทย มาเผยเสน่ห์ของงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ ที่ย่อส่วน Soft Power ไทยให้เป็นของฝากสุดประณีต ถ่ายทอดทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และเรื่องราวเบื้องหลังที่เปี่ยมด้วยคุณค่าและความหมาย เพื่อให้ชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้สัมผัสกับ The Art of Small Things ที่เหมาะจะเป็นทั้งของฝากและของที่ระลึกให้นึกถึงประเทศไทย พร้อมโปรโมชั่นพิเศษที่พลาดไม่ได้ ตั้งแต่วันนี้ –
    31 มีนาคม 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4-5 ไอคอนสยาม

    งานนี้ไอคอนคราฟต์ เปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจได้สัมผัสศิลปะงานคราฟต์จิ๋วปั้นมือ ที่แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ถ่ายทอดเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ผ่านรายละเอียดอันละเมียดละไม ไม่ว่าจะเป็นโมเดลจำลองวิถีชีวิตไทย อาหารไทยยอดฮิต หรือสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ซึ่งถูกย่อส่วนลงมาให้กลายเป็นของที่ระลึกสุดประทับใจ สะท้อนทั้งทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจของช่างฝีมือไทยที่บรรจงสร้างสรรค์ขึ้นด้วยความใส่ใจในทุกขั้นตอน จนเป็นงานหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยที่เข้าถึงใจนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนจากทั่วโลก ภายในงานพบกับหลากหลายแบรนด์คราฟต์ไทยที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านของจิ๋วได้อย่างน่าหลงใหล อาทิ

    • “CHOB HANDICRAFTS” กับผลงานปั้นขนาดจิ๋วเสมือนจริง ที่ใช้ทั้งหัวใจ อารมณ์ และความรู้สึก ผสมผสานกับทักษะการปั้นอย่างประณีต ถ่ายทอดเรื่องราวทางวัฒนธรรมออกมาเป็นผลงานศิลปะของจิ๋วที่สมจริงและเปี่ยมด้วยเสน่ห์
    • “WARANIST” แบรนด์ Mini Craft ที่นำแรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดที่เล็กที่สุดแต่มีวัฒนธรรมการกินที่ยิ่งใหญ่ มาถ่ายทอดผ่านงานปั้นดินวิทยาศาสตร์เป็นเมนูอาหารชื่อดังที่เก็บรายละเอียดได้สมจริงจนน่าทึ่ง ราวกับย่อโลกของอาหารไทยมาไว้ในขนาดเล็กน่ารัก
    • “PHUM HUG SOUVENIR” นำเสนอของที่ระลึกไซส์มินิจากแรงบันดาลใจในอาหารไทยที่ทั่วโลกรู้จัก อย่างต้มยำกุ้ง ผัดไทย ข้าวเหนียวมะม่วง รวมถึงผลไม้ไทยหลากชนิด ที่ปั้นด้วยมืออย่างประณีตจนดูสมจริงและมีชีวิตชีวา ประกาศศักดา Soft Power ไทยให้ชาวต่างชาติประทับใจในรูปแบบของฝาก
    • “PHUDPHAD” กล่องสุ่มของจิ๋วสุดสร้างสรรค์ ที่ไม่เพียงบรรจุเมนูอาหารไทยไซส์จิ๋วในรูปแบบแม่เหล็กติดตู้เย็นไว้ข้างใน ยังแฝงไปด้วยเรื่องราวของภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ทั้งงานปั้นจากสมุทรสาคร เซรามิกจากลำปาง และงานสานจากเพชรบุรีและศรีสะเกษ นับเป็นการรวม Local Story ไว้ในกล่องอย่างลงตัว
    • “BangOn” งานคราฟต์ไม้สักจากภาคเหนือ ที่นำเสนอเครื่องประดับเพ้นท์มือในคอลเลกชันวัดสำคัญ เช่น วัดอรุณ วัดพระแก้ว ภูเขาทอง โลหะปราสาท และเสาชิงช้า รวมถึงเมนูอาหารไทยยอดนิยม อย่างต้มยำกุ้ง ผัดไทย ข้าวอบสับปะรด ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวซอย น้ำมะพร้าว ซึ่งสื่อความเป็นไทยแบบเก๋ไก๋ผ่านเข็มกลัด ต่างหู และพวงกุญแจ

    นอกจากนี้ยังมีของจิ๋วสุดคราฟต์จากแบรนด์ไทยอีกมากมายให้เลือกเป็นของขวัญของฝาก ทั้ง ARAYA, ARUNSAWAT, BLUE BANGKOK, CE’HALO, CHARM LEARN STUDIO, DAWOOD, FREEHAND CRAFT, FRIDGEM, INNOSENSE PROPS, JR SOUVENIRS, LAMOOD, NEIGHBOR CRAFT, OKD Studio และ TINY WONDERS BY TEERADA ซึ่งล้วนสะท้อนเสน่ห์ของงานหัตถศิลป์ไทยผ่านมุมมองสร้างสรรค์ที่แตกต่างกัน

    พิเศษ! สำหรับสมาชิก ONESIAM และนักท่องเที่ยวต่างชาติ เลือกช็อปสินค้าภายในไอคอนคราฟต์ พร้อมรับส่วนลดสุดคุ้ม เพียงช็อปครบ 1,500 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ส่วนลดท้ายใบเสร็จ 100 บาท (สำหรับใช้ในครั้งถัดไป เมื่อซื้อขั้นต่ำ 200 บาทขึ้นไป) และหากช็อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ส่วนลดท้ายใบเสร็จ 400 บาท (สำหรับใช้ในครั้งถัดไป เมื่อซื้อขั้นต่ำ 800 บาทขึ้นไป)

    เชิญสัมผัสเสน่ห์ของจิ๋วที่ย่อ Soft Power ไทยไว้ในไซส์มินิ และร่วมสนับสนุนผลงานคราฟต์สุดสร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทยได้ในแคมเปญ “ICONCRAFT CRAFTED by HAND INSPIRED by BIG STORIES” ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4-5 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: ICONCRAFT

  • Business

    บี.กริม เพาเวอร์ คว้ารางวัล “Thai Mind Awards 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2ตอกย้ำองค์กรต้นแบบด้านการเสริมสร้างสุขภาวะทางจิตของพนักงานครบทั้ง 5 มิติ

    บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ได้รับรางวัล “สุดยอดองค์กรเสริมสร้างสุขภาวะทางจิต (Thai Mind Awards 2026)” ในฐานะ The Winner ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากโครงการ Thai Mind Awards ซึ่งจัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโอกาสนี้ นายเกรียงไกร อยู่ยืน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนองค์กรเข้ารับมอบรางวัล โดยรางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการส่งเสริมสุขภาวะทางจิตของพนักงานอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของบุคลากร

    การประเมินรางวัล Thai Mind Awards ใช้กรอบแนวคิด GRACE Model ซึ่งประกอบด้วย 5 มิติสำคัญของการสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตในสถานที่ทำงาน ได้แก่

    • Growth & Development – การสนับสนุนการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพ และโอกาสในการเติบโตของพนักงาน
    • Recognition – การเห็นคุณค่าและชื่นชมความสำเร็จของพนักงาน รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
    • All for Inclusion – การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้าง เคารพความหลากหลาย และทำให้ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
    • Care for Health & Safety – การดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตของพนักงานอย่างรอบด้าน รวมถึงการสร้างพื้นที่การทำงานที่ปลอดภัย
    • Work-life Enrichment – การส่งเสริมสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน เพื่อให้พนักงานสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพและมีความสุข

    ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บี.กริม เพาเวอร์ ได้พัฒนาแนวทางการดูแลสุขภาวะของพนักงานอย่างเป็นระบบ ผ่านกิจกรรมและโปรแกรมที่หลากหลาย ทั้งในรูปแบบ Onsite, Online และ Hybrid โดยผสานความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญ และพันธมิตรด้านสุขภาพจิตทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เกื้อหนุนต่อความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานในทุกมิติ

    แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับปรัชญา “การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี” ขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตของธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรผ่านค่านิยมหลัก 4Ps ได้แก่ Positivity, Professionalism, Partnership, และ Pioneering Spirit ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างองค์กรที่เปิดกว้าง เกื้อกูล และสนับสนุนการเติบโตของบุคลากร

    บี.กริม เพาเวอร์ เชื่อว่า การส่งเสริมสุขภาวะทางจิตในองค์กรไม่ใช่เพียงโครงการระยะสั้น แต่เป็นความสามารถหลักขององค์กร (Core Organizational Capability) ที่ช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่โอบอ้อมอารี และสนับสนุนให้ทั้ง “คน” และ “ธุรกิจ” เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

    โครงการ Thai Mind Awards เป็นความร่วมมือระหว่าง สสส. และคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มุ่งส่งเสริมให้องค์กรไทยตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาวะทางจิตของบุคลากรในสถานที่ทำงาน พร้อมทั้งผลักดันให้องค์กรพัฒนาระบบการบริหารจัดการที่สนับสนุนสุขภาพจิตของพนักงานอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการประเมินตามแนวคิด GRACE และกระบวนการดำเนินงานตามหลัก FEEL ได้แก่ Formulate, Enact, Evaluate และ Leverage

    การได้รับรางวัลในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบี.กริม เพาเวอร์ ในการสร้างองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ “คน” เป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต พร้อมส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เกื้อหนุนต่อความสุข ความสมดุล และศักยภาพของพนักงานในระยะยาว

  • Entertainment - News

    “นิว ฐิติภูมิ” โชว์สกิลบาริสต้า เสิร์ฟเครื่องดื่มสูตรพิเศษจากโครงการหลวงในงาน Royal Project Gastronomy Festival 2026 @ Siam Paragon

    ออร่าความหล่อทะลุเลนส์ เมื่อหนุ่มฮอตหน้าใส “นิว-ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ” บุกเซอร์ไพรส์สร้างสีสันและโมเมนต์พิเศษในวันเปิดงาน “Royal Project Gastronomy Festival 2026 @ Siam Paragon” งานใหญ่แห่งปีที่มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ สยามพารากอน, กูร์เมต์ มาร์เก็ต และ Thailand Gastronomy Network ยกทัพวัตถุดิบคุณภาพจากยอดดอยมามอบประสบการณ์พิเศษแบบสดใหม่ ให้ชาวเมืองได้สัมผัส ภายใต้แนวคิด “Taste of Longevity: From Farm to Table” ตั้งแต่วันนี้ – 29 มีนาคม 2569 ณ NEXTOPIA ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

    งานนี้นิวไม่ได้มาโชว์แค่รอยยิ้มละลายใจ ยังสวมวิญญาณบาริสต้า โชว์ฝีมือสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มแก้วพิเศษร่วมกับร้าน Hobsy Story อาทิ Ruby Bliss ที่นำชาแดงจากโครงการหลวงมาผสมบ๊วยและสตรอว์เบอร์รี่เป็น
    ม็อกเทลที่ให้ความสดชื่น และ Mango Sticky Rice Oolong Tea ชาอู่หลง กลิ่นข้าวเหนียวมะม่วงจากโครงการหลวงถูกนำมาผสมผสานกับชามะม่วงอย่างลงตัว และ Highland Dirty ที่ตั้งใจอยากให้แฟน ๆ ได้สัมผัสรสเข้มและความหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคุณภาพระดับซูเปอร์มาสเตอร์จากยอดดอย โดยหยิบเอา กาแฟคั่วเมล็ดโครงการหลวง จากแหล่งปลูกดอยสามหมื่น จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นกาแฟอะราบิกาคุณภาพเยี่ยมที่ผ่านการดูแลอย่างพิถีพิถันตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงกระบวนการคั่ว มาเพิ่มรสละมุนด้วยนมสดและวิปครีมนุ่ม ๆ ทำเอาหอมฟุ้งไปทั่วงาน ก่อนที่นิวจะเสิร์ฟให้แฟน ๆ ที่มาร่วมงานได้ชิมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง

    นอกจากกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ นิว ฐิติภูมิ ภายในงาน Royal Project Gastronomy Festival 2026 @ Siam Paragon ยังจัดเต็มประสบการณ์กินดี อยู่ดี มาให้ชาวเมืองได้สัมผัสผ่านวัตถุดิบคุณภาพจากโครงการหลวง ที่ยกขบวนมาให้เลือกสรรมากมายหลากลาย โดยมีไฮไลต์ห้ามพลาดคือ “ปลาเทราท์โครงการหลวง” และ “แบล็คคาเวียร์” คุณภาพระดับโลก ผักผลไม้เมืองหนาวสดใหม่ ผลิตภัณฑ์แปรรูปเพื่อสุขภาพ ชาคุณภาพจากยอดดอยของโครงการหลวง อาทิ ชากตัญญู–อายุยืน, ชาขาวไวท์พีโอนี, ชาอู่หลงกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วง ฯลฯ รวมถึงกาแฟอะราบิกาจากแหล่งปลูกชั้นเยี่ยมในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น กาแฟคั่วเมล็ด ดอยสามหมื่น เนทูร่า, กาแฟคั่วเมล็ด เลอตอ มอนติส, กาแฟคั่วเมล็ด แม่ปูนหลวง ซิลว่า, กาแฟคั่วเมล็ดดอยสามหมื่น และยังมีกาแฟแคปซูลคุณภาพชนิดต่างๆ ตลอดจนผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีอีกมากมาย ทั้งไม้ดอกไม้ประดับ สมุนไพรกระถาง และผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมต่าง ๆ จากชนเผ่า ผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ร้านดอยคำ ผลิตภัณฑ์สินค้างานฝีมือจากชุมชนทั่วประเทศ รวมทั้ง เมนูพิเศษจากกูร์เมต์ มาร์เก็ต ที่เคาน์เตอร์ YOU HUNT WE COOK
    ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G สยามพารากอน

    พร้อมด้วย Heartfelt Activities กิจกรรมฮีลกาย ฮีลใจ เสริมความปัง จาก Thailand Gastronomy Network (เครือข่ายวัฒนธรรมอาหารประเทศไทย) อาทิ Live Cooking จากเชฟชื่อดัง เวิร์กช็อปเครื่องดื่มสุขภาพอย่าง Kombucha และ Cider กิจกรรมชิมกาแฟเพื่อค้นหาคาแรกเตอร์เฉพาะตัว ไปจนถึงกิจกรรมฮีลใจอย่าง Forest Bathing in the City ที่ชวนให้ทุกคนได้เชื่อมโยงกับธรรมชาติใจกลางเมือง นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถลิ้มลองเมนูพิเศษจากร้านอาหารชื่อดังภายในสยามพารากอน ที่นำวัตถุดิบจากโครงการหลวงมารังสรรค์เป็นเมนูอร่อยให้ได้ลิ้มรสกันตลอดงาน

    พิเศษสุด ๆ เพียงซื้อสินค้าภายในงานครบ 1,500 บาทขึ้นไป รับถุงผ้าลดโลกร้อนดีไซน์ลิมิเต็ดติดมือกลับบ้านฟรี! (จำนวนจำกัด) มาร่วมสัมผัสเสน่ห์ของวัตถุดิบจากยอดดอย และเปิดประสบการณ์ From Farm to Table ได้ในงาน “Royal Project Gastronomy Festival 2026 @ Siam Paragon” ตั้งแต่วันนี้ถึง 29 มีนาคม 2569 ณ NEXTOPIA ชั้น 5 และกูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน โทร.02-610-8000 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook: SIAM PARAGON และ Facebook : NEXTOPIA

  • Marketing

    มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ สยามพารากอนชวนสัมผัสเสน่ห์แห่งรสชาติจากยอดดอย พร้อมช้อปสินค้าคุณภาพ ราคาถูกในงาน Royal Project Gastronomy Festival 2026 @ Siam Paragon ตั้งแต่วันนี้ถึง 29 มี.ค. 2569 ณ NEXTOPIA ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

    มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ สยามพารากอน, กูร์เมต์ มาร์เก็ต และ เครือข่ายวัฒนธรรมอาหารประเทศไทย (Thailand Gastronomy Network) ยกขบวนวัตถุดิบชั้นเลิศและผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับซูเปอร์มาสเตอร์
    จากยอดดอยมาจำหน่ายพร้อมมอบประสบการณ์พิเศษในงาน “Royal Project Gastronomy Festival 2026 @ Siam Paragon” ระหว่างวันที่ 18-29 มีนาคม 2569 ณ NEXTOPIA ชั้น 5 และกูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด ร่วมจัดงาน
    การจัดงาน “Royal Project Gastronomy Festival 2026 @ Siam Paragon” ในครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “Taste of Longevity: From Farm to Table” ที่ถ่ายทอดปรัชญาการกินอยู่เพื่อสุขภาพและความยั่งยืน ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสคุณค่าของอาหารที่ดีต่อสุขภาพตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำพร้อมรังสรรค์เมนูเพื่อสุขภาพ จากวัตถุดิบโครงการหลวง
    โดยพิธีเปิดงานวันที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน ได้รับเกียรติจาก ดร.ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์ กรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง, สาลวิท สุวิพร และ ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ ผู้บริหารสยามพารากอน, พิมพ์ทิพย์ เป้าศิลา ผู้บริหาร Thailand Gastronomy Network, น้ำฝน อังศุธรรังสี ผู้บริหารไทยเบฟเวอเรจ และ อุรชา บูรพาชลทิศน์ ผู้บริหารพิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม มาร่วมงาน พร้อมกันนี้ยังมีการสาธิตการนำวัตถุดิบโครงการหลวงมาสร้างสรรค์เป็นเมนูสุดพิเศษ “เห็ดพอร์โทเบลโล และปลาเทราต์ชาชิมิ แบล็คคาเวียร์” โดย ชารีย์ บุญญวินิจ FRIEND OF NEXTOPIA เจ้าของร้าน “OmakaHed” แห่งฟาร์มลุงรีย์

    ภายในงานรวบรวมผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับซูเปอร์มาสเตอร์จากยอดดอย ที่โครงการหลวงส่งเสริมให้เกษตรกร
    บนพื้นที่สูงเพาะปลูกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูป รวมถึงวัตถุดิบระดับพรีเมียมต่างๆ ที่ผ่านกระบวนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวตามมาตรฐานสากล ก่อนส่งตรงสู่ผู้บริโภคใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อให้สัมผัสได้ถึงความสดใหม่แบบ From Farm to Table อย่างแท้จริง

    ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ “ปลาเทราท์โครงการหลวง” ปลาน้ำจืดคุณภาพสูงที่เลี้ยงในแหล่งน้ำธรรมชาติบนพื้นที่สูงที่มีอุณหภูมิไม่เกิน 24 องศาเซลเซียส ทำให้เนื้อปลามีความนุ่ม ขาว รสชาติกลมกล่อม เด่นด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โดยมีให้เลือกทั้ง ปลาเทราท์สด และ ปลาเทราท์รมควัน และอีกนึ่งวัตถุดิบชั้นเลิศที่ห้ามพลาดคือผลิตภัณฑ์ไทยระดับโลกอย่าง “แบล็คคาเวียร์” ไข่ปลาคาเวียร์จากปลาสเตอร์เจียนสายพันธุ์ไซบีเรียน ที่เพาะเลี้ยงอย่างพิถีพิถันในระบบน้ำไหลเวียนจากน้ำตกสิริภูมิ ภายใต้สภาพอากาศหนาวเย็นบนดอยอินทนนท์

    อีกทั้งยังมี ผลิตภัณฑ์ชาคุณภาพจากยอดดอยของโครงการหลวง ที่สะท้อนเสน่ห์ของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและภูมิปัญญาการปลูกชาบนพื้นที่สูง อาทิ ชากตัญญู–อายุยืน ชาเขียวอัสสัมคั่วหอมที่ผสานกลิ่นมะม่วงและสตรอว์เบอร์รีอย่างลงตัว ให้รสนุ่มละมุนชุ่มคอ, ชาอู่หลง 12 Oolong Tea Set ชุดชาพรีเมียมบรรจุในโถเซรามิคลวดลายพู่กันจีน เหมาะสำหรับเป็นของขวัญล้ำค่า, ชาขาวไวท์พีโอนี ที่คัดเฉพาะยอดอ่อนของชาป่าบนพื้นที่สูง ให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ และรสนุ่มละมุน,
    ชาแดงอัดแผ่น ที่ผ่านกระบวนการหมักอย่างพิถีพิถันจนได้รสเข้มลึกและหวานปลายลิ้น, ชุดชาพิเศษชาแดง ที่ผลิตจากยอดชาเก็บมือแบบ 1 ยอด 2 ใบอ่อน ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของชาแดงชั้นดี, ชาอู่หลงกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วงพร้อมชง
    ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ขนมไทยผ่านกลิ่นหอมของมะม่วงสุกและข้าวเหนียวมูน และ ชาเขียวป่าดอกเก็กฮวย จากแหล่งปลูกธรรมชาติบนดอยม่อนเงาะ ที่ให้รสเข้มและกลิ่นหอมเฉพาะตัว

    สำหรับคอกาแฟพบกับ กาแฟอะราบิกาคุณภาพจากแหล่งปลูกบนพื้นที่สูงของโครงการหลวง ทั้ง กาแฟคั่วเมล็ด ดอยสามหมื่น เนทูร่า กาแฟออร์แกนิคจากชุมชนลีซู ให้โน้ตน้ำผึ้ง เบอร์กาม็อต ผลไม้แห้ง และดาร์กช็อกโกแลต, กาแฟคั่วเมล็ด เลอตอ มอนติส จากชุมชนปกาเกอะญอ ที่ให้กลิ่นหอมของเบอร์รี ส้ม คาราเมล และอบเชยอย่างซับซ้อน, กาแฟคั่วเมล็ด แม่ปูนหลวง ซิลว่า จากพื้นที่ปลูกของชุมชนอาข่า ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นดอกไม้ น้ำผึ้ง และผลไม้สดชื่น, กาแฟคั่วเมล็ดดอยสามหมื่น ที่ให้รสเข้มลึกแบบดาร์กโรสต์, กาแฟอะราบิกาโครงการหลวง ชนิดแคปซูล จากแหล่งปลูกศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก จังหวัดเชียงใหม่ ที่ดื่มง่ายและสมดุลในทุกแคปซูล ด้วยรสหอมหวานของวานิลลา คาราเมล และช็อกโกแลต ตัดด้วยความสดชื่นของเกรปฟรุต, กาแฟอะราบิกาโครงการหลวง ชนิดแคปซูล จากแหล่งปลูกสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ จากสายพันธุ์ Red Catimor ให้รสชาติกลมกล่อม มีโน้ตช็อกโกแลต ถั่ว และโทสต์ พร้อมกลิ่นส้มเพิ่มความสดชื่น และยังมีกาแฟแคปซูลคุณภาพชนิดต่างๆ อีกมากมายที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีให้เลือกลิ้มรสชาติ

    ด้านผลิตผลสดใหม่จากยอดดอยก็มีให้เลือกมากมาย ทั้งผักเมืองหนาวและผลไม้คุณภาพ อาทิ ฟักทองญี่ปุ่น มะเขือเทศโครงการหลวง ผักกาดหอมห่อ คอสสลัด แตงกวาญี่ปุ่น ผักกาดขาวปลี และ กะหล่ำปลี รวมถึงผลไม้อย่าง เคพกูสเบอร์รี เสาวรส และบ๊วยสด อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปเพื่อสุขภาพอย่าง ข้าวเกรียบทอดจากผักและเห็ดโครงการหลวง ที่มีให้เลือก 4 รสชาติ ฟักทอง แคร์รอต เห็ดหอม และสูตรใหม่ มันเทศสีม่วงผสมคีนัว ซึ่งเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์และสารอาหาร รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น ข้าวพันธุ์จาคูเนเน, น้ำแร่ธรรมชาติโครงการหลวง, น้ำดื่มโครงการหลวง ตลอดจนผลิตภัณฑ์เครื่องหอมจากธรรมชาติ อย่างน้ำหอมกระจายกลิ่นและบุหงาแฟนซี ในกลิ่น
    Tea Tree หอมสะอาดสดชื่น และกลิ่น Fern หอมสดชื่นเป็นธรรมชาติ ที่ช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์แห่งการใช้ชีวิตอย่างสมดุล

    ส่วนใครที่ชื่นชอบไม้ดอกไม้ประดับ เตรียมรื่นรมย์ไปกับดอกไม้นานาพรรณ อาทิ กุหลาบ สีแดง ชมพู โอลด์โรส เหลือง ขาว, กลอลิโอซ่า ไฮเดรนเยียร์, เบญจมาศ, ซิมบิเดียม และสมุนไพรกระถาง เช่น โรสแมรี่ เบซิล มิ้นท์ที่มาจำหน่ายภายในงาน นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมต่างๆ จากชนเผ่า ผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ร้านดอยคำ ผลิตภัณฑ์สินค้างานฝีมือจากชุมชนทั่วประเทศ รวมทั้ง เมนูพิเศษจากกูร์เมต์ มาร์เก็ต ที่เคาน์เตอร์ YOU HUNT WE COOK โดยจะจำหน่าย ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G สยามพารากอน

    และอีกหนึ่งความน่าสนใจที่พลาดไม่ได้ภายในงาน คือกิจกรรมฮีลกาย ฮีลใจ เสริมความปัง ที่เครือข่ายวัฒนธรรมอาหารประเทศไทย สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้เข้าถึงแนวคิด “Taste of Longevity” อย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่

    • 19 มี.ค. 2569 เวลา 16.30 น. สาธิตการทำเมนูดิปปลาเทราต์รมควัน โดย เชฟเอิร์ธ-สรณัญช์ ชูฉัตร เจ้าของร้าน MIA – Made In Ari และ Gastronomad Ambassador ที่จะนำเสนอไอเดียการสร้างสรรค์เมนูจากปลาเทราต์รมควันให้เข้าถึงง่ายและร่วมสมัย
    • 20 มี.ค. 2569 เวลา 14.00 น. Forest Bathing: From Forest to Cup – ศิลปะแห่งการเชื่อมชีวิตกับธรรมชาติ โดย ภญ. ศุภาพิชญ์ เอี่ยมชีรางกูร ถ่ายทอดมุมมองการเชื่อมโยงธรรมชาติกับการใช้ชีวิต ผ่านชาอู่หลงและเซ็ตชาคุณภาพ จากนั้น 16.30 น. สาธิตการทำเมนูทาร์ตไข่กาแฟตีนตก โดย เชฟเบลล์-พิมพ์ทิพย์ เป้าศิลา
    • 21 มี.ค. 2569 เวลา 14.00 น. ร่วมค้นหาคาแรกเตอร์ของตัวเองผ่านกิจกรรม Find Your Own Coffee Persona โดย ไอซ์-รังสิมันตุ์ ตันติวุฒิ กรรมการสมาคมกาแฟพิเศษแห่งประเทศไทย ที่จะชวนผู้ร่วมงานทำความรู้จักเสน่ห์ของเมล็ดกาแฟแต่ละแบบ จากนั้น 16.30 น. เพลิดเพลินกับ Art of Kombucha โดย เชฟเบลล์-พิมพ์ทิพย์ เป้าศิลา ที่นำเสนอศาสตร์และศิลป์ของการหมักเครื่องดื่มคอมบูชาจากชาเขียวเก๊กฮวย
    • 22 มี.ค. 2569 เวลา 14.00 น. พบกิจกรรม Forest Bathing: Why Nature Calms the Brain – วิทยาศาสตร์ของธรรมชาติ โดย ภญ. ศุภาพิชญ์ เอี่ยมชีรางกูร ชวนทำความเข้าใจว่าธรรมชาติส่งผลต่อสมองและจิตใจอย่างไร ต่อด้วย 16.30 น. สาธิตการทำเมนูบูร์ริโต้จาคูเนเน โดย เชฟปอนด์-สหดล ตันตราพิมพ์ เซเลบริตี้เชฟ ที่หยิบวัตถุดิบอย่างข้าวจาคูเนเนและผักสดมาสร้างสรรค์เป็นเมนูสไตล์ร่วมสมัย
    • 24 มี.ค. 2569 เวลา 17.00 น. ร่วมสนุกกับกิจกรรม Cracker Pairing Party โดย เชฟเบลล์ พิมพ์ทิพย์ เป้าศิลา ที่จะชวนค้นหาความอร่อยของการจับคู่ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มข้าวเกรียบ
    • 25 มี.ค. 2569 เวลา 14.30 น. พบกับเสวนา Longevity Begins Within: Food • Mind • Purpose โดย นพ. ภัทร วิริยะบัณฑิตกุล แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การป้องกัน ที่จะชวนมองเรื่องสุขภาพและการมีอายุยืนอย่างสมดุล จากนั้น 16.30 น. สาธิตการทำเมนู Pumpkin Tortellini with Tomato Essence, Green Oil and Caviar โดย เชฟเฟน-ภัทฐิชา เดชรุ่งเรือง ที่นำวัตถุดิบคุณภาพมารังสรรค์เป็นเมนูพิเศษอย่างมีระดับ
    • 26 มี.ค. 2569 เวลา 14.00 น. ร่วมเปิดมุมมองใหม่กับกิจกรรม Eat Your Design: กินให้ปังตามวันเดือนปีเกิดฉบับ Human Design โดย ครูบิ้น-วศิน วรกาญจน์ Human Design Consultant ประจำกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ที่จะชวนผู้ร่วมงานสำรวจแนวคิดการเลือกอาหารและไลฟ์สไตล์ในแบบเฉพาะตัว
      ปิดท้ายเวลา 17.00 น. ด้วยกิจกรรม Art of Cider Making โดย ชลวรรษ บูรณสิงห์ จากฝ่าย R&D, Craft Union Co., Ltd. ถ่ายทอดกระบวนการและเสน่ห์ของการทำไซเดอร์จากผลไม้อย่างบ๊วยสดและเสาวรส
    • 27 มี.ค. 2569 เวลา 14.00 น. พบกับกิจกรรม Talking Session with โครงการหลวง: สินค้าดีต่อยอดธุรกิจกับโครงการหลวง ที่มุ่งเน้นการต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่โอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหารและช่องทางการขายใหม่ ๆ ต่อด้วย 16.30 น. สาธิตการทำเมนู Seared Rainbow Trout in Poke Bowl โดย
      เชฟหยา-ภญ. ภัทรวดี ชัยมงคล ที่จะนำปลาเทราต์สดและผักคุณภาพมาสร้างสรรค์เป็นเมนูสุขภาพสไตล์โมเดิร์น

    นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสรสชาติความสดใหม่ของวัตถุดิบชั้นเลิศคุณภาพระดับซูเปอร์มาสเตอร์จากยอดดอยของโครงการหลวง ผ่านเมนูอร่อยจากร้านอาหารชื่อดังภายในสยามพารากอน อาทิ Another Hound Café (อนาเธอร์ ฮาวนด์ คาเฟ่), Bakehaus (เบคเฮ้าส์), Fikka (ฟิกก้า), Henryfry (เฮนรี่ ฟราย), Hopsy Story (ฮอบซี่
    สตรอรี่),JUMBO Seafood (จัมโบ้ ซีฟู้ด), NICOLO (นิโคโล่), Shersanctuary Tea Bar (เชอร์แซงชูเออะรี
    ทีบาร์), Sri’s Room by Sri Trat (ศรีรูม บาย ศรีตราด), Suki Masa (สุกี้ มาสะ), Taling Pling (ตะลิงปลิง) และ Uncle Boss (อังเคิล บอส) เป็นต้น ที่นำวัตถุดิบจากโครงการหลวงมารังสรรค์เป็นอาหารคาว หวาน และเครื่องดื่มสุดสร้างสรรค์ จำหน่ายให้ผู้ร่วมงานได้ลิ้มลอง พิเศษ สำหรับลูกค้าที่ซื้อผลิตผลและสินค้าภายในงาน ครบ 1,500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับถุงผ้าลดโลกร้อนดีไซน์พิเศษเฉพาะในงานนี้ (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

    ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของวัตถุดิบคุณภาพจากยอดดอย ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของธรรมชาติ วิถีชีวิตของเกษตรกรบนพื้นที่สูง และการพัฒนาของโครงการหลวง ผ่านประสบการณ์อาหารเพื่อสุขภาพ ตลอดจนร่วมกิจกรรมต่างๆ ในงาน “Royal Project Gastronomy Festival 2026 @ Siam Paragon” ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 29 มีนาคม 2569 ณ NEXTOPIA ชั้น 5 และ
    กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-610-8000 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง FB: SIAM PARAGON และ FB : NEXTOPIA

    #RoyalProjectGastronomyFestival2026 #TasteOfLongevity #SiamParagon #NEXTOPIA

  • Travel

    ที่สุดแห่งความเอ็กซ์คลูซีฟ! ไอคอนสยาม พาลูกค้าเปิดประตูแห่งความมั่งคั่งในทริป “ICONIC Prosperous Journey” ณ ฮ่องกง เสริมพลังบวกรับปีม้าไฟแบบจัดเต็ม

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขนทัพสมาชิก ONESIAM ผู้โชคดีจากแคมเปญ “ICONSIAM Extraordinary Experience” บินลัดฟ้าไปสัมผัสปรากฏการณ์แห่งศรัทธาที่ทุกคนรอคอย ในทริปที่ครองใจลูกค้ามากที่สุดอย่าง “ICONIC Prosperous Journey” ณ ฮ่องกง ซึ่งยกระดับความเข้มข้นและความพรีเมียมสู่ปีที่ 3 โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์คฑา ชินบัญชร ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ไทย-จีน มาเป็นผู้นำทริปพาสายมูเข้าสู่ “เส้นทางเศรษฐี” เพื่อเปิดดวงและรับพลังงานบวกเสริมความมั่งคั่งอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งบรรยากาศตลอดการเดินทางเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความศรัทธาและความตั้งใจที่ไอคอนสยามคัดสรรมาเพื่อมอบเป็นของขวัญชิ้นพิเศษในการเริ่มต้นปีม้าไฟอย่างมั่งคั่ง โดยทุกพิกัดมงคลที่คณะได้ไปเยือนนั้น ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสิริมงคล แต่ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจร่วมกันระหว่างไอคอนสยามและลูกค้าคนสำคัญ

    สำหรับความพิเศษที่ไอคอนสยามตั้งใจคัดสรรมามอบให้ในทริปนี้ คือเส้นทางแห่งศรัทธารับพลังศักดิ์สิทธิ์จาก 7 วัดดังระดับตำนาน เริ่มต้นวันแรกด้วยพิธี “เปิดทรัพย์” ณ วัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ ซึ่งเป็นฤกษ์มงคลที่มีเพียงปีละครั้ง โดยลูกค้าทุกท่านได้ร่วมทำพิธีกู้เงินศักดิ์สิทธิ์เพื่อต่อยอดความเฮง ก่อนจะไปเดินเล่นชมวิวที่ Avenue of Star และเข้าพักที่โรงแรมหรู 5 ดาว The Mira Hongkong พร้อมเข้าสู่วันที่สองด้วยการหมุนกังหันนำโชคปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายที่ วัดแชกงหมิว และขอพรความรักกับเทพเจ้าด้ายแดงที่ วัดหวังต้าเซียน จากนั้นอาจารย์คฑานำคณะทำพิธีอันเป็นเอกลักษณ์ที่ วัดเจ้าแม่ทับทิม เหยามาเต่ย กับการ “ปิดทองเรือมังกร” เพื่อบาลานซ์พลังปีมะเมียให้การงานและชีวิตราบรื่น ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ วัดกวนไท (วัดกวนอู) เพื่อเสริมอำนาจบารมีและความสำเร็จในการทำธุรกิจ จากนั้นไอคอนสยามยังเอาใจสายช็อปปิงด้วยการพาไปเช็คอินย่านมงก๊กและจิมซาจุ่ย ให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าและของฝากยอดฮิตกันอย่างจุใจ

    ส่งท้ายความประทับใจในวันสุดท้ายด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ที่ วัดเจ้าแม่กวนอิม ซีซ้าน อารามพุทธที่มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมสีขาวสูงตระหง่านสูง 76 เมตรท่ามกลางขุนเขา และปิดท้ายความปังที่ วัดปักไต พิกัดลับที่นักธุรกิจฮ่องกงนิยมมาขอพรให้ “จากร้ายกลายเป็นดี” และขอให้ศัตรูกลายเป็นมิตร นอกเหนือจากความอิ่มบุญ ไอคอนสยามยังเติมเต็มความประทับใจด้วยไลฟ์สไตล์เหนือระดับกับเมนูอาหารที่คัดสรรมาเอาใจนักชิมตลอดการเดินทาง เริ่มตั้งแต่ลิ้มรสกุ้งมังกรและซาชิมิหอยงวงช้างสุดพรีเมียม ณ ภัตตาคาร Lei Yue Mun, สัมผัสรสชาติอาหารจีนร่วมสมัยดีกรีมิชลินสตาร์ที่ร้าน Ye Shanghai และไม่พลาดห่านย่างชื่อดังระดับโลกที่ภัตตาคาร Yung Kee Restaurant พร้อมเปิดประสบการณ์ความอร่อยกับหม้อไฟระดับลักชูรีที่ร้าน Buddoweng Hotpot Cuisine ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องวัตถุดิบชั้นเลิศ ก่อนจะปิดท้ายความหวานชื่นใจที่ร้าน Kai Kai Dessert เจ้าของรางวัลมิชลิน 10 ปีซ้อน ถือเป็นทริปที่สมบูรณ์แบบทั้งพลังกาย พลังใจ และประสบการณ์ที่หาจากไหนไม่ได้อย่างแท้จริง
    ‘ICONIC Prosperous Journey’ ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสิริมงคลเพื่อความมั่งคั่งมงคลตลอดปีม้าไฟเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไอคอนสยามในการคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตอบแทนลูกค้าคนสำคัญด้วยประสบการณ์ที่เหนือระดับในทุกมิติ สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดโอกาสพิเศษแบบนี้ สามารถติดตามกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับแคมเปญ ‘ICONSIAM Extraordinary Experience’ ครั้งต่อไปได้ทาง Facebook: ICONSIAM หรือ www.iconsiam.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1338