Admin

  • Campaign - Shopping

    วันแม่ปีนี้ สยาม ทาคาชิมายะ ชวนสร้างโมเมนต์พิเศษ “Dear All Moms” ครบทั้งช็อป ของขวัญ และกิจกรรมแม่-ลูก

    ฉลองวันแม่แห่งชาติ 2569 กับโปรโมชั่นพิเศษ ลดสูงสุด 30% พร้อมรับฟรีที่รัดผม JIM THOMPSON และกิจกรรมสร้างความทรงจำแสนพิเศษสำหรับทุกครอบครัว ระหว่างวันที่ 3-12 สิงหาคมนี้

    สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในไทย ณ ไอคอนสยาม ชวนทุกครอบครัวร่วมส่งมอบความรักและความห่วงใยให้กับคุณแม่คนสำคัญ เติมเต็มความสุขและความอบอุ่นในช่วงเทศกาลวันแม่แห่งชาติ ผ่านแคมเปญ “Dear All Moms” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความรักและความผูกพัน โดยรวบรวมสินค้าและของขวัญหลากหลายประเภทจากแบรนด์ชั้นนำทั้งจากญี่ปุ่นและนานาชาติ ทั้งสินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง ของใช้ภายในบ้าน สินค้าเพื่อสุขภาพ หรือไลฟ์สไตล์ไอเทมที่เหมาะสำหรับเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณและความรักที่มีต่อคุณแม่ พร้อมมอบสิทธิพิเศษกับสินค้าแบรนด์ดังจากทุกแผนกที่ร่วมรายการลดสูงสุด 30% ตลอดรายการ พร้อมของสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตลอด 10 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 3-12 สิงหาคม 2569

    พิเศษสำหรับสมาชิกสยาม ทาคาชิมายะ เมื่อมียอดใช้จ่ายภายในห้างฯ ครบ 8,000 บาท รับฟรี ที่รัดผม JIM THOMPSON มูลค่า 790 บาท ของขวัญสุดพิเศษที่สะท้อนความงดงามเหนือกาลเวลา เหมาะสำหรับมอบให้คุณแม่หรือคนพิเศษในโอกาสวันแม่ โดยจำกัด 2 สิทธิ์ต่อท่านต่อวัน และรวม 250 สิทธิ์ นอกจากประสบการณ์การช็อปปิงที่คุ้มค่า ยังมีกิจกรรมพิเศษในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เพื่อเปิดพื้นที่แห่งความสุขให้คุณแม่และลูกได้ใช้เวลาร่วมกัน พร้อมเก็บภาพความประทับใจในวันสำคัญ โดยลูกค้าที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีฟ้า กดติดตาม TikTok : SIAM Takashimaya ถ่ายภาพคู่แม่-ลูกภายในห้างฯ และโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแท็ก#SIAMTakashimaya และ#DearAllMoms รับทันที คูปองเงินสดมูลค่า 100 บาท สำหรับใช้จ่ายขั้นต่ำ 500 บาท จำกัด 500 สิทธิ์ตลอดรายการ

    เพื่อร่วมส่งต่อความรักและความกตัญญูในวันแม่แห่งชาติ สยาม ทาคาชิมายะ ยังจัดเตรียม ดอกคาร์เนชั่นสีแดง สัญลักษณ์แห่งความรักและความเคารพที่มีต่อมารดาตามวิถีของชาวญี่ปุ่น มอบให้แก่ลูกค้าที่สวมใส่เสื้อผ้าสีฟ้าในวันที่ 12 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณ Information ชั้น G จำนวนจำกัด 100 ดอก

    แคมเปญ “Dear All Moms” สะท้อนถึงความตั้งใจของสยาม ทาคาชิมายะในการมอบมากกว่าประสบการณ์การช็อปปิง ด้วยการสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขและความผูกพันให้กับทุกครอบครัว ภายใต้บรรยากาศการบริการอันประณีตตามแบบฉบับญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ร่วมบอกรักคุณแม่ผ่านของขวัญชิ้นพิเศษ กิจกรรมแสนอบอุ่น และสิทธิประโยชน์มากมาย ในแคมเปญ “Dear All Moms” ระหว่างวันที่ 3-12 สิงหาคม 2569 ณ สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-011-7500 หรือทาง LINE: SIAM Takashimaya

  • Lifestyle - Travel - Uncategorized

    บาร์ สาทร ทะยานขึ้นสู่อันดับที่ 17 ในรายชื่อ Asia’s 50 Best Bars 2026 คว้ารางวัล Nikka Highest Climber Award

    โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ สวรรค์แห่งศิลปะและดีไซน์ใจกลางกรุงเทพฯ กำลังเฉลิมฉลองหลังจาก Bar Sathorn บาร์ค็อกเทลสุดชิคของโรงแรม ได้รับการจัดอันดับที่ 17 ในรายชื่อ Asia’s 50 Best Bars 2026 พร้อมคว้ารางวัล Nikka Highest Climber Award นับเป็นปีที่สองติดต่อกันที่ Bar Sathorn ติดอันดับในรายชื่ออันทรงเกียรตินี้ โดยก้าวกระโดดจากอันดับเปิดตัวที่ 48 ในปี 2025 ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบาร์ในการตีความฉากสังคมกรุงเทพฯใหม่ ผ่านศาสตร์การผสมค็อกเทลที่สร้างสรรค์ การออกแบบตกแต่งบาร์ด้วยศิลปะ และบรรยากาศที่สนุกสนาน พร้อมแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะมุ่งสู่ความเป็นเลิศต่อไปในอนาคต

    ตั้งอยู่ในเดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร สถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ได้รับการบูรณะเคียงคู่กับตึกสูง 31 ชั้นของโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ สถานที่แห่งนี้เป็นเวทีสำหรับค่ำคืนที่น่าประทับใจกับครอบครัวและเพื่อนฝูง เดิมสร้างขึ้นในปี 1889 เป็นบ้านพักส่วนตัว ก่อนจะกลายเป็นโรงแรมและสถานทูตรัสเซีย และได้รับการปรับปรุงใหม่โดยนักออกแบบชื่อดัง AvroKO เปิดอีกครั้งในปี 2015 ในฐานะหนึ่งในสถานที่สังคมที่น่าหลงใหลที่สุดของเมือง และบาร์ สาทรได้รับการเปิดตัวใหม่ในปี 2023 ด้วยคอนเซ็ปต์การออกแบบที่ผสมผสานมรดกกว่า 135 ปี พร้อมงานศิลป์โดดเด่นจากศิลปินรุ่นใหม่ชาวไทย

    ภายใต้การดูแลของ Marco Dongi บาร์เทนเดอร์ชาวอิตาลีผู้มากฝีมือบาร์ สาทรเชิญชวนผู้มาเยือนเข้าสู่โลกแห่งศิลปะและมิกซ์โซโลยี ตลอดเส้นทางอาชีพอันโดดเด่น Marco ได้แสดงฝีมือในโรงแรมและร้านอาหารระดับโลก รวมถึงร้านอาหาร Carlo Cracco ที่ได้รับดาวมิชลินในมิลาน และ Buddha Bar ที่มีชื่อเสียงในดูไบ เขายังติดอันดับ Top 10 ในการแข่งขัน World Class ที่อิตาลีและดูไบ และได้รับเลือกเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Coca Cola ในปี 2020

    Alexander Kellermann ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ กล่าวว่า “การได้รับการยอมรับเป็นปีที่สองติดต่อกันคือการยืนยันถึงความคิดสร้างสรรค์และความหลงใหลในเครื่องดื่มของทีมงาน เราภูมิใจที่เห็น Bar Sathorn เติบโตต่อเนื่อง และยังคงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ผสมผสานความทันสมัยของดับเบิ้ลยู โฮเทลเข้ากับมรดกอันทรงคุณค่าของสาทร”

    Marco Dongi กล่าวเสริมว่า: “รางวัลนี้เป็นการเฉลิมฉลองต่อทั้งแขกและทีมของเรา และยังมีโปรเจ็ค Local Mix ที่เราสอดแทรกความยั่งยืน ชุมชน และวัฒนธรรมลงในทุกแก้ว โดยจะใช้วัตถุดิบจากประเทศไทยและสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น เพื่อตอกย้ำคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมและเสริมสร้างวงการบาร์ที่มีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ ผมยังภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนของ Bar Sathorn ในการทำ Guest Shift ทั่วภูมิภาค ซึ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับค็อกเทลที่เราสร้างสรรค์”

    ค็อกเทลและม็อกเทลซิกเนเจอร์ของบาร์ สาทรที่นำพาผู้ที่มาเยือนผ่าน 4 ยุคประวัติศาสตร์ของเดอะ เฮ้าส์ ออน สาทรได้แก่

    • History of Sathorn (ปี 1888–1926): เฉลิมฉลองจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมค็อกเทลด้วยเครื่องดื่มคลาสสิกเหนือกาลเวลา
    • Hotel Royal (ปี 1926–1948): ถ่ายทอดยุคหรูหราของ Madame Staro ด้วยค็อกเทลสไตล์อิตาเลียน
    • Embassy Row (ปี 1948–1999): ยกย่องอดีตทางการทูตของถนนสาทรด้วยค็อกเทลนานาชาติที่เพิ่มรสชาติด้วยเครื่องเทศไทย
    • The Present (ปี 1999–ปัจจุบัน): สะท้อนการผสมผสานเสน่ห์ประวัติศาสตร์เข้ากับความทันสมัยผ่านเครื่องดื่มที่สร้างสรรค์

    บาร์ สาทร เตรียมตัวเปิดบทใหม่ของการเล่าเรื่องผ่านค็อกเทล โดยได้สร้างแรงบันดาลใจจากสถานที่และชุมชนในย่านสาทร เพื่อผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับนวัตกรรมการรังสรรค์เครื่องดื่ม

    บาร์ สาทร เชิญทุกท่านร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ ไม่ว่าคุณจะคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดีหรือมาเยือนเป็นครั้งแรก นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาสัมผัสค็อกเทล งานศิลป์ และกิจกรรมที่มีชีวิตชีวาซึ่งยังคงสร้างสีสันให้กับค่ำคืนของกรุงเทพฯ

    บาร์ สาทร เปิดทุกวัน เวลา 14:30 – 01:00 น. (รับออเดอร์สุดท้ายเวลา 00:30 น.)
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร 02 344 4025 อีเมล [email protected] เว็บไซต์: www.barsathorn.com หรือ Instagram: https://www.instagram.com/barsathorn/ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ W Bangkok ได้ที่ https://bit.ly/WBangkokHWS หรือ https://www.instagram.com/wbangkok/

  • Hotel - Travel

    แมริออท บอนวอย เชิญชวนครอบครัวที่มีสมาชิกสี่ขา ออกไปร่วมสัมผัสประสบการณ์พักผ่อน ในโรงแรมและรีสอร์ตที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยงทั่วประเทศไทย

    แพ็กเกจสุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจสัตว์เลี้ยงให้ได้รับการดูแลเทียบเท่าแขกคนสำคัญ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ขนม ของเล่น และอีกมากมาย ณ โรงแรมและรีสอร์ตในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศไทย

    แมริออท บอนวอย พอร์ตโฟลิโอแบรนด์โรงแรมระดับโลกกว่า 30 แบรนด์ภายใต้ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมโปรแกรมการเดินทางที่ได้รับรางวัลมากมาย เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวสำหรับผู้รักสัตว์เลี้ยง ให้สามารถเดินทางพร้อมเพื่อนสี่ขาได้สะดวกยิ่งขึ้นในประเทศไทย เตรียมพบกับประสบการณ์การเข้าพักสุด “purr-fect” ผ่านแพ็กเกจที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยงและสิ่งอำนวยความสะดวกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่พร้อมดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณเสมือนแขกระดับวีไอพี

    พาเจ้าสี่ขาพักผ่อนแบบมีสไตล์ใจกลางเมือง: ในกรุงเทพฯ น้องหมาและน้องแมวสามารถเพลิดเพลินกับการพักผ่อนใจกลางเมืองอย่างมีระดับได้ที่ โรงแรม แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ซึ่งมอบสิ่งอำนวยความสะดวกสุดพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยง อาทิ อาหารออร์แกนิค เตียงนอนสุดนุ่ม ชามอาหารและน้ำ รวมถึงบริการอื่น ๆ อีกมากมาย ขณะที่ โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ โรงแรมไลฟ์สไตล์สุดหรูใจกลางเมือง ที่มีโปรแกรม P.A.W. (“Pets Are Welcome”) ที่จัดเต็มทั้งของเล่น ขนม และเมนูอาหารภายในห้องพักที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเพื่อนขนฟูโดยเฉพาะ อีกทางเลือกหนึ่ง สัตว์เลี้ยงสามารถเข้าพักอย่างมีสไตล์ พร้อมทำความรู้จักเพื่อนใหม่ได้ที่โรงแรม ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ซึ่งพร้อมต้อนรับสัตว์เลี้ยง ด้วยเตียงนอน ชามอาหารและน้ำ และพื้นที่กลางแจ้งสำหรับการพักผ่อนอย่างอิสระ

    อบอุ่นเหมือนอยู่บ้านแบบพร้อมหน้ากับสัตว์เลี้ยงแสนรัก: สำหรับคุณพ่อคุณแม่เจ้าสี่ขาที่วางแผนการพักผ่อนระยะยาวในกรุงเทพฯ แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ ทั้ง 4 แห่ง พร้อมต้อนรับแขกสี่ขาด้วยข้อเสนออัตรารายเดือนสุดพิเศษ โดยสุนัขและแมวสามารถพักผ่อนอย่างสะดวกสบายได้ในราคาเพียง 5,000 บาทต่อเดือนที่ แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ แบงคอก สุขุมวิท 50 แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ แบงคอก สุขุมวิท 101 และ แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สาทร วิสต้า กรุงเทพฯ ในขณะที่แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ กรุงเทพ ทาวน์ฮอลล์ สุขุมวิท รองรับสุนัขได้สูงสุด 2 ตัว ในราคา 10,000 บาทต่อตัวต่อเดือน มอบประสบการณ์การเข้าพักที่สะดวกสบายและเป็นส่วนตัวสำหรับทั้งพ่อแม่ละสัตว์เลี้ยงตลอดระยะเวลาการเข้าพัก

    พักผ่อนริมชายหาดกับสมาชิกสี่ขา: คู่รักและครอบครัวที่กำลังวางแผนพักผ่อนริมชายหาด สามารถพาสัตว์เลี้ยงคู่ใจไปสัมผัสความงดงามของชายฝั่งและเกาะอันเงียบสงบของประเทศไทยได้แล้ว โดยโรงแรมดับเบิ้ลยู เกาะสมุย รีสอร์ตพูลวิลล่าสุดหรูบนชายฝั่งตอนเหนืออันงดงามของเกาะสมุย เชิญชวนสุนัขและแมวร่วมผ่อนคลายกับแพ็กเกจ P.A.W. ที่มาพร้อมของเล่นและขนมมากมายสำหรับสัตว์เลี้ยงแสนรัก ด้านโรงแรมระยอง แมริออท รีสอร์ แอนด์ สปา เดินทางสะดวกเพียงไม่กี่ชั่วโมงจากกรุงเทพโดยรถยนต์ เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้สัมผัสประสบการณ์เหยียบผืนทรายนุ่ม ผ่านแพ็กเกจเฉพาะที่จัดเตรียมเตียงสัตว์เลี้ยง ชามอาหารและน้ำ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสุดพิเศษอีกมากมาย ขณะที่โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา นำเสนอแพ็กเกจ “Doggy Dog Delight” ที่ครบครันด้วยชามอาหาร ผ้าห่ม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อมอบการพักผ่อนแสนสบายสำหรับสัตว์เลี้ยง

    เปิดประสบการณ์แสนสุขให้สัตว์เลี้ยงตัวโปรดท่ามกลางขุนเขาเมืองเหนือ: นอกจากนี้สัตว์เลี้ยงยังสามารถสูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางขุนเขาทางภาคเหนือของประเทศไทยได้ที่ โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เตียงนอนสุนัขแสนนุ่ม ชามอาหารและน้ำแบบเฉพาะตัว เสื้อคลุมอาบน้ำและแว่นตาสำหรับสุนัขดีไซน์เก๋ ของเล่นและขนม รวมถึงแผนที่แนะนำพื้นที่กลางแจ้งที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง เพื่อให้ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อนเต็มไปด้วยความสุข ก่อนปิดท้ายวันด้วยประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดพิเศษ

    ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนในเมือง การเข้าพักระยะยาวในกรุงเทพฯ การพักผ่อนริมชายทะเลหรือท่ามกลางธรรมชาติ แมริออท บอนวอย คือพันธมิตรที่สมบูรณ์แบบสำหรับการพาสัตว์เลี้ยงออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แมริออท บอนวอย และการสำรองการเข้าพักในประเทศไทย กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.marriott.com/th/destinations/thailand.mi

  • Lifestyle - News

    ไอคอนสยาม และ ไอซีเอส ส่งต่อความรักรับวันแม่ ผ่านแคมเปญ “ICONSIAM & ICS HAPPY MOTHER’S DAY” ชวนใช้เวลาคุณภาพกับคุณแม่ พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย ตลอดเดือนสิงหาคมนี้

    ไอคอนสยาม ตอกย้ำการเป็นเดสติเนชันสำหรับทุกคนในครอบครัวช่วงเทศกาลวันแม่ ด้วยประสบการณ์ครบครันทั้งช็อปปิง รับประทานอาหาร และไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมจัดแคมเปญ “ICONSIAM HAPPY MOTHER’ S DAY : THE BEST MUM DESERVES THE BEST” ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาสถานที่สำหรับเฉลิมฉลองช่วงเวลาสำคัญร่วมกับครอบครัว ด้วยประสบการณ์ที่ครบครันในจุดหมายปลายทางเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกของขวัญชิ้นพิเศษให้คุณแม่ พาคุณแม่รับประทานอาหารมื้อโปรด หรือใช้เวลาร่วมกันทั้งครอบครัวในบรรยากาศสุดประทับใจริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม 2569 

    สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM ที่มียอดใช้จ่ายภายในไอคอนสยาม และห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ
    • ช็อปครบ 2,500 บาทขึ้นไป รับฟรี SENKA Aqua Bright Glow Gel Cream ขนาด 50 มล. มูลค่า 499 บาทจำกัดรวม 1,600 รางวัลตลอดรายการ
    • ช็อปครบ 40,000 บาทขึ้นไป รับบัตรกำนัลแทนเงินสดจากร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ร่วมรายการ มูลค่า 500 บาท สำหรับใช้จ่ายขั้นต่ำ 1,000 บาทขึ้นไป (จำกัด 50 รางวัลต่อวัน) รวม 850 รางวัลตลอดรายการ
    • ช็อปครบ 100,000 บาทขึ้นไป รับบัตรกำนัลจาก APEX Hospital & Clinics โปรแกรม Advanced Body Contouring Program (Fit & Firm) มูลค่า 7,000 บาท (จำกัด 100 รางวัลตลอดรายการ)

    นอกจากนี้ ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ยังร่วมเติมเต็มความสุขในช่วงเทศกาลวันแม่ ผ่านแคมเปญ “THE BEST MOM DESERVES EVERYDAY HAPPINESS” ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2569 มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เข้ามาช็อปปิง รับประทานอาหาร และใช้บริการที่ไอซีเอส เพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นการใช้จ่ายตลอดเดือนแห่งความรักและความผูกพันของครอบครัว
    • ช็อปครบ 1,000 บาทขึ้นไป รับ คูปองแทนเงินสด มูลค่า 100 บาท สำหรับร้านอาหารที่ร่วมรายการภายใน ICS (ยกเว้น Lotus’s Eatery) จำกัด 600 สิทธิ์ตลอดรายการ
    • ช็อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป รับ บัตรเติมน้ำมัน PTT Station มูลค่า 500 บาท จำกัด 320 สิทธิ์ตลอดรายการ
    • ช็อปครบ 15,000 บาทขึ้นไป รับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 600 บาท สำหรับใช้จ่ายขั้นต่ำ 1,200 บาทขึ้นไปพร้อมรับ คูปองแทนเงินสด มูลค่า 100 บาท สำหรับร้านอาหารที่ร่วมรายการภายใน ICS (ยกเว้น Lotus’s Eatery) จำกัดรวม 50 สิทธิ์ตลอดรายการ

    ไอคอนสยาม และ ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ครบครันสำหรับทุกเจเนอเรชัน ควบคู่กับสิทธิประโยชน์และของรางวัลมากมาย เพื่อให้วันแม่ปีนี้เป็นอีกหนึ่งความทรงจำอันน่าประทับใจสำหรับคนสำคัญที่สุดในชีวิต ร่วมส่งต่อความรักและความสุขให้คุณแม่ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ กับแคมเปญ “ICONSIAM HAPPY MOTHER’S DAY : THE BEST MUM DESERVES THE BEST” และ “THE BEST MOM DESERVES EVERYDAY HAPPINESS” เพราะคนที่มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เราเสมอ สมควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุดกลับคืนเช่นกัน สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือ www.iconsiam.com

  • Culture - Lifestyle

    ไอคอนสยาม น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ชวนสัมผัสเสน่ห์ผ้าไทย ศิลปะ และงานคราฟต์ ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษตลอดเดือนแห่งวันแม่

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เชิญชวนประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทย ผ่านนิทรรศการ กิจกรรม และพื้นที่สร้างสรรค์ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของผ้าไทย ศิลปะ งานคราฟต์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นจากทั่วประเทศในหลากหลายมิติ ให้ทุกคนได้ร่วมชื่นชมและสัมผัสตลอดเดือนสิงหาคม 2569 นี้ ทั่วพื้นที่ไอคอนสยาม

    “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” นิทรรศการเทิดพระเกียรติ โดยศิลปินแห่งรัชสมัย

    เริ่มจากนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-8 สิงหาคม ณ Thara Hall, Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม โดยศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นเยี่ยมแห่งรัชสมัย อาทิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ปัญญา วิจินธนสาร, วัชระ ประยูรคำ, อลงกรณ์ หล่อวัฒนา, พินิตย์ พันธประวัติ, นภดล วิรุฬห์ชาตะพันธ์, ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ, วิรัญญา จิราธิกิตติ์ และ นที ทับทิมทอง ร่วมกันถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านผลงานศิลปะ 5 แขนงสำคัญ ได้แก่ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ศิลปะไทย และศิลปะภาพยนตร์ดิจิทัลสามมิติ (3D Digital Art) เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติ ศิลปวัฒนธรรม และพสกนิกรชาวไทยตลอดพระชนม์ชีพ

    ไฮไลต์ของงานนี้คือภาพยนตร์แอนิเมชันเทิดพระเกียรติความยาว 6 นาที ที่นำผลงานจากปลายพู่กัน งานประติมากรรม และแม่พิมพ์โลหะ ของศิลปินจากหลากหลายสาขา มาถ่ายทอดเป็นภาพเคลื่อนไหวสามมิติ ออกแบบสร้างสรรค์โดย ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ร่วมกับ Decide Kit Studio ซึ่งเชื่อมโยงศิลปะดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีร่วมสมัยได้อย่างวิจิตร นอกจากนี้ภายในงานยังมีความพิเศษอีกมากมาย ทั้งพิธีเปิดในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม โดย พลเอกพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จทรงเป็นองค์ประธานเปิดนิทรรศการ และการจัดพิมพ์โปสต์การ์ดที่ระลึกชุด “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” โดย ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ เพื่อมอบเป็นของที่ระลึกสุดพิเศษแก่ผู้มาร่วมงานในวันเปิดงาน และยังมีกิจกรรมเสวนาวิชาการหัวข้อ “จักรพันธุ์ โปษยกฤต : ศิลปินแห่งชาติและนายช่างเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” และหัวข้อ “จากศิลปะไทยสู่การเคลื่อนไหวของภาพพอร์ตเทรตร่วมสมัยในสยามประเทศ” โดย อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร (ศิลปินแห่งชาติ) ในวันพฤหัสที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 -16.00 น. อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจภาพพิมพ์รีโปรดักชั่นพระบรมรูปคู่ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” พร้อมลายเซ็นลิมิเต็ดอีดิชัน ในกรอบไม้ทองประดับลายมงกุฎช่อดอกไม้มวลบุปผาราชินีอันงดงามและโลโก้ซิกเนเจอร์ฝีมือการปั้นโดย ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ สามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ที่เบอร์ 06-5239-4591 จำกัดเพียง 100 ชุดเท่านั้น โดยเข้าชมรูปภาพผลงานหรือติดต่อได้ที่ FB: Chusit Wijarnjoragij ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ นอกจากนี้ผู้เข้าชมงานยังสามารถจับจองผลงานศิลปะที่จัดแสดงภายในงานได้ โดยรายได้จากการจำหน่ายจำหน่ายผลงาน หลังหักค่าใช้จ่าย จะทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงใช้ตามพระราชอัธยาศัย

    “Legacy of Thai Textiles & Fashion” สืบสานพระราชปณิธาน ต่อยอดภูมิปัญญาสู่แฟชั่นร่วมสมัย

    สำหรับผู้ที่สนใจผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ร่วมสมัย สำนักนายกรัฐมนตรี โดยกรมประชาสัมพันธ์ เชิญร่วมสัมผัสเสน่ห์ของผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ไทยในงาน “Legacy of Thai Textiles & Fashion” ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2569 ณ เจริญนคร ฮอลล์ และธารา ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Legacy: Creative Continuity & Creativity ภูมิปัญญาที่ได้รับการต่อยอดโดยความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงวางรากฐานการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ พร้อมสืบสานพระราชปณิธานผ่านแนวพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการยกระดับผ้าไทยสู่แฟชั่นร่วมสมัยที่สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม

    ภายในงานพบกับนิทรรศการแฟชั่นและผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จาก 10 ชุมชนต้นแบบทั่วประเทศ ได้แก่ กลุ่มทอผ้าศรีวิชัย จังหวัดสุราษฎร์ธานี, กลุ่ม ธ.มณโฑ จังหวัดอุดรธานี, กลุ่มขวัญตา จังหวัดหนองบัวลำภู, กลุ่ม ME-D NATHAP จังหวัดสงขลา, กลุ่ม T.Chattuwan จังหวัดร้อยเอ็ด, กลุ่มมนตราธิกาญจน์ จังหวัดกาฬสินธุ์, บริษัท ไทยซิลค์วิลเลจ จำกัด จังหวัดเชียงใหม่, อู๋ไหมไทย กลุ่มทอผ้าบ้านแม่สารบ้านตอง จังหวัดลำพูน, กลุ่มอิมปานิ จังหวัดราชบุรี และ กลุ่มไหมทองสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการชุมชน นักออกแบบ สไตลิสต์ และผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น จัดแสดงผลงานกว่า 100 ชิ้นงาน ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านการออกแบบร่วมสมัย ครอบคลุมทั้งเครื่องแต่งกายสำหรับโอกาสทางการและไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน

    นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิ นักออกแบบ และผู้ประกอบการชั้นนำ อาทิ คุณสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, ดร.ศรินดา จามรมาน ที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”, คุณศิริชัย ทหรานนท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ THEATRE, คุณวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ผู้ก่อตั้งแบรนด์ WISHARAWISH, คุณเจนสุดา ปานโต สิริสันต์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ JANESUDA พร้อมด้วยคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ รวมถึงแฟชั่นโชว์สุดพิเศษที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของผ้าไทยผ่านมุมมองร่วมสมัยโดยนายแบบและนางแบบชื่อดัง อาทิ โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025, ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์, ลีน่า-ลลินา ชูเอ็ทท์, หมิว-ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์ และ แบงค์-ศรราม เอนกลาภ ฯลฯ ที่จะร่วมถ่ายทอดพลัง Soft Power ของไทยผ่านแฟชั่นร่วมสมัย 

    “S’CRAFT 2026” คอลเลกชันกระเป๋าผ้าไทยลิมิเต็ด ถ่ายทอดสายใยแห่งพระราชปณิธาน

    ขณะที่ S’CRAFT กระเป๋าผ้าไทยจากความร่วมมือของแบรนด์ SIRIVANNAVARI โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และ ไอคอนคราฟต์ พื้นที่แห่งการเชิดชูวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย ณ ไอคอนสยาม ชวนผู้รักงานคราฟต์มาเลือกชมกระเป๋าคอลเลกชันใหม่ประจำปี “THREADS OF LEGACY: S’CRAFT 2026” ถ่ายทอดแนวคิดจากสายใยแห่งพระราชปณิธานของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ได้รับการสานต่อพระราชกรณียกิจโดยองค์ดีไซเนอร์ ผู้ทรงยกระดับงานฝีมือของช่างไทยในชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศให้มีความร่วมสมัยและเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล นำเสนอผลงานการสร้างสร้างสรรค์กระเป๋าผ้าไทยสุดพิเศษ ลิมิเต็ด เอดิชั่น 88 ชิ้น ที่โดดเด่นด้วยผืนผ้าทอจากช่างระดับมาสเตอร์และช่างทอรุ่นใหม่ผู้ชนะการประกวดระดับประเทศ

    โดยชิ้นงานไอไลต์ประจำปีนี้คือ “VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S EDITION” กระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมพร้อมหูจับ (Boxy Bag) จำนวน 4 ใบ RUBY EDITION, NAVY EDITIONONYX EDITION และ GREY EDITION ซึ่งรังสรรค์ขึ้นจากผ้าทอโดย อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย และ อาจารย์มีชัย แต้สุริยา เพิ่มความพิเศษด้วยการตกแต่งงานเครื่องทองบริเวณหูจับจากฝีมือของช่างทองหลวง อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม และ อาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน พร้อมงานปักอันงดงามโดยช่างฝีมือจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ที่ได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    นอกจากนี้ S’CRAFT 2026 ยังนำเสนองานดีไซน์กระเป๋ารูปทรงหลากหลายที่สร้างสรรค์จากผ้าทอมือโดยศิลปินรุ่นใหม่ ผู้ชนะรางวัลการประกวดผ้าลายพระราชทานและงานหัตถกรรม โดยผ้าแต่ละผืนประดับด้วยลายปักมือจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความงดงามของสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในพระที่นั่ง 8 แห่ง ที่มีความสำคัญและมีความเชื่อมโยงกับชื่อของชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ทั้ง เรือนต้นพระตำหนักจิตรลดา, พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย, พระราชวังดุสิตพระที่นั่งบรมพิมานพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน และ พระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท ไม่เพียงแค่นั้น คอลเลกชันนี้ยังมีกระเป๋าหลากรูปทรงที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งกระเป๋าคลัทช์ (Clutch), กระเป๋าถือขนาดกะทัดรัดพร้อมหูจับ (Top Handle), กระเป๋าทรงกล่อง (Vanity Case), กระเป๋าทรงพีระมิด (Pyramid) และ กระเป๋าทรงบัคเก็ต (Bucket) ที่รังสรรค์ขึ้นจากผ้าทอโดยศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดอยุธยา และตกแต่งด้วยงานปักอันเป็นเอกลักษณ์ โดย “THREADS OF LEGACY: S’CRAFT 2026” จะจัดแสดงให้ผู้สนใจได้ชื่นชมและเลือกซื้อ ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2569 ณ S’CRAFT ธารา ฮอลล์  ชั้น M ไอคอนสยาม และ วันที่  14-31 สิงหาคม 2569 ณ  ICONCRAFT ชั้น 4 ไอคอนสยาม 

    ค้นพบแรงบันดาลใจจากผ้าไทย งานคราฟต์ และศิลปหัตถกรรมไทย ที่ไอคอนคราฟต์

    ด้าน ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม ก็ร่วมจัดงานเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “แม่ของแผ่นดิน” และ “พระมารดาแห่งไหมไทย”  กับกิจกรรมพิเศษ “THAI TEXTILE HEROES 2026” ขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเทิดพระเกียรติและสนองต่อพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ผ้าไทย โดยในปี 2569 นี้จัดขึ้นระหว่าง 1 -31 สิงหาคม 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 – 5 ไอคอนสยาม นำเสนอเรื่องราวของผ้าไทย งานหัตถกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นในรูปแบบร่วมสมัย ให้ทุกคนได้สัมผัสความงดงามที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณของผ้าทอมือ ถ่ายทอดผ่านมรดกทางวัฒนธรรม ความหลงใหล และวิสัยทัศน์อันสร้างสรรค์ โดยเหล่าฮีโร่ตัวจริงแห่งงานศิลป์ไทย

    นอกจากนี้ ยังมี “นิทรรศการผ้าทอเยาวชนรุ่นใหม่” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-9 สิงหาคม 2569 เพื่อนำเสนอผลงานของเยาวชนจากค่ายพัฒนาผ้าทอไทยที่นำภูมิปัญญาพื้นถิ่นมาตีความใหม่อย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมการสืบทอดงานหัตถกรรมไทยอย่างยั่งยืน ก่อนต่อเนื่องด้วยการจัดแสดงผลงานผ้าทอและสิ่งทอที่ได้รับรางวัลจากโครงการ “Cultural Textile Awards 2026 (CTA)” ระหว่างวันที่ 10-14 สิงหาคม 2569 เพื่อเชิดชูผู้สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ และยกระดับมาตรฐานผ้าไทยสู่เวทีระดับประเทศและนานาชาติ

    นอกจากนี้ระหว่างวันที่ 9-31 สิงหาคม 2569 ภายใน Globe พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการและงานศิลปะสุดล้ำของไอคอนคราฟต์ บนชั้น 4 ไอคอนสยาม ยังจัดนิทรรศการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ถ่ายทอดที่มา แนวคิด วัตถุประสงค์ และความสำคัญของโครงการ ซึ่งริเริ่มโดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสาน อนุรักษ์ และต่อยอดผ้าไทยให้สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน พร้อมส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผ้าไทยและงานหัตถกรรมของชุมชนทั่วประเทศ

    “บุปผาบรมราชินีนาถ Her Majesty the Queen’s Blossoms” งานดอกไม้ที่ถ่ายทอดพระราชจริยวัตรอันงดงาม

    เพื่อร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไอคอนสยาม ได้ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จัดงาน “บุปผาบรมราชินีนาถ Her Majesty the Queen’s Blossoms” ขึ้นในวันที่ 11-16 สิงหาคม 2569 ณ วัฒนาฮอลล์ ชั้น 3 เพื่อถ่ายทอดพระราชจริยวัตรอันงดงาม และสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล

    โดยไฮไลต์สำคัญคือ “นิทรรศการดอกไม้ในพระนามาภิไธย” การจัดแสดงข้อมูลพรรณไม้ทรงคุณค่าที่ได้รับพระราชทานพระนามาภิไธย เช่น กุหลาบควีนสิริกิติ์ กล้วยไม้แคทลียาควีนสิริกิติ์ บัวควีนสิริกิติ์ ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ และที่พิเศษในงานสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ลวดลาย “บุปผาบรมราชินีนาถ” ซึ่งเป็นลวดลายที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนกัญญา ทรงออกแบบ นำมาจำหน่ายที่ไอคอนสยามเป็นที่แรก ทั้งผ้าคลุมไหล่ไหมปัก ผ้าพิมพ์ลายดอกบัวควีนสิริกิติ์ ผ้าพันคอ พัด สมุดโน๊ต และเซรามิกเขียนลายดอกไม้ในพระนามาภิไธย นอกจากนี้ยังมีการสาธิตทำดอกไม้ประดิษฐ์ เช่น กุหลาบในพระนามาภิไธย สาธิตการปักผ้าไทยแบบโบราณที่เรียกว่า “ปักซอย” โดยใช้เส้นไหมน้อย ซึ่งเป็นเส้นไหมขนาดเล็ก บาง และเงางาม จากชั้นในสุดของรังไหม มาย้อมสีต่าง ๆ แล้วปักสอดสลับสั้นยาว แซมไล่สีด้วยความประณีต ทำให้เกิดมิติคล้ายภาพวาดต้นแบบ อันเป็นหนึ่งในพระราชกรณียกิจที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงอนุรักษ์และฟื้นฟูงานปักซอยแบบโบราณของไทย ให้แพร่หลาย เป็นอาชีพเสริมที่สามารถทำได้ที่บ้าน โดยไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐานไปทำงานที่อื่น  นอกจากนี้ ยังมี ผลิตภัณฑ์อื่นๆ มากมาย จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ มาจำหน่ายในงานด้วยเช่นกัน 

    นิทรรศการเปิดตัว “Thai Textiles Trend Book SPRING/SUMMER 2027” ส่งเสริมแนวคิด ผ้าไทยใส่ให้สนุก

    นอกจากนี้อีกหนึ่งงานที่พลาดไม่ได้คือการที่ ไอคอนสยาม ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดงานเปิดตัว หนังสือพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2569 ผลงานเล่มที่ 7 “Thai Textiles Trend Book SPRING/SUMMER 2027” ภายใต้แนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร พร้อมพระนิพนธ์ โดยจะจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 และจัดแสดงนิทรรศการ “Thai Textiles Trend Book SPRING/SUMMER 2027” ให้ประชาชนผู้สนใจได้เข้าชม ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 11-14 สิงหาคม 2569

    สำหรับ “Thai Textiles Trend Book SPRING/SUMMER 2027” นำเสนอแนวคิดหลัก “Village to the World : The Soul of the Locality, The Pulse of the Globe” หรือ “จากอัตลักษณ์แห่งถิ่นฐาน สู่สุนทรียภาพที่คนทั้งโลกหลงรัก” โดยรวบรวมองค์ความรู้และแรงบันดาลใจด้านแฟชั่นและสิ่งทอไทย นำจิตวิญญาณและภูมิปัญญาจากชุมชนท้องถิ่นมาตีความใหม่ สร้างสรรค์เป็นงานสิ่งทอร่วมสมัยที่ก้าวข้ามบทบาทจากเครื่องนุ่งห่มสู่ส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตสากล ครอบคลุมมิติด้านกีฬา ศิลปะ ดนตรี และการออกแบบที่อยู่อาศัย สะท้อนศักยภาพของภูมิปัญญาไทยที่สามารถเชื่อมโยงกับผู้คนทั่วโลกได้อย่างงดงาม

    ภายในเล่มยังนำเสนอการผสานงานหัตถศิลป์ไทย อาทิ การเย็บ ปัก ถัก ร้อย เข้ากับภูมิปัญญาสิ่งทอและแนวคิด “ศิลปะแห่งการใช้ชีวิต” เพื่อพัฒนาเป็นแนวทางการออกแบบสำหรับฤดูกาล สู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต่อยอดสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับผ้าไทยจากฐานรากชุมชนสู่เวทีสากล และสร้างแรงบันดาลใจให้สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง

    ตลอดเดือนสิงหาคม 2569 นี้ เชิญมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานคุณค่าศิลปวัฒนธรรมไทย ผ่านนิทรรศการ กิจกรรม และงานสร้างสรรค์ที่สะท้อนความงดงามของผ้าไทย ศิลปหัตถกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นจากทั่วประเทศ พร้อมร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ไอคอนสยาม เพื่อให้เดือนแห่งวันแม่ปีนี้ เป็นช่วงเวลาแห่งการส่งต่อแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์ ต่อยอด และภาคภูมิใจในมรดกภูมิปัญญาไทยให้คงอยู่สืบไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1338 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook: ICONSIAM

  • Fashion - Lifestyle

    สยาม ทาคาชิมายะ เปิดตัว LA COUSETTE แลนดิ้งครั้งแรกในไทย! กระเป๋าผ้าไนลอนดีไซน์ชิค น้ำหนักเบา ส่งตรงจากญี่ปุ่น ณ ไอคอนสยาม

    สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม เปิดตัว LA COUSETTE (ลา คูเซตต์) แบรนด์กระเป๋าสุดฮิตส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ไอเทมชิ้นเด่นที่จะมาช่วยเสริมภาพลักษณ์ของผู้หญิงยุคใหม่ให้ดูดีมีสไตล์ ลาคูเซตต์ถ่ายทอดแนวคิด “EASY BAG” ผ่านกระเป๋าดีไซน์คลาสสิกที่ผสานความอเนกประสงค์ได้อย่างลงตัว พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ สามารถใช้งานได้ทั้งในโอกาสทางการและวันสบายๆ ตั้งแต่วันทำงาน ชีวิตปะจำวัน ไปจนถึงช่วงเวลาพิเศษ เอกลักษณ์ของแบรนด์อยู่ที่เทคนิคการเย็บเมโร่ (Merrow Stitch) และการใช้ผ้าไนลอนคุณภาพ ซึ่งช่วยให้กระเป๋ามีน้ำหนักเบา ทำให้เติมเต็มความสนุกในการมิกซ์แอนด์แมตช์ให้เข้ากับทุกสไตล์การแต่งตัว

    ไฮไลต์ของการเปิดตัว LA COUSETTE ในครั้งนี้ สยาม ทาคาชิมายะ ได้อิมพอร์ตกระเป๋ามาให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าชาวไทยได้เลือกช็อปมากกว่า 50 ดีไซน์ ผสานความสวยงามและการใช้งานไว้ในหนึ่งเดียว ที่ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชื่อดัง คุณมิฮาระ ฮิเดกิ (Hideaki Mihara) นำโดย Scarf Collection คอลเลกชันสุดโดดเด่นที่นำลวดลายผ้าพันคอ มาถ่ายทอดลงบนกระเป๋าได้อย่างมีเอกลักษณ์ และคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ร่วมงานกับไอคอนิกคาแรกเตอร์ระดับตำนานอย่าง Hello Kitty มาร่วมสร้างสีสันและเพิ่มความสนุกสนานในการแต่งตัว นอกเหนือจากลวดลายพิเศษแล้ว แบรนด์ยังมี New Classic Collection กระเป๋าโทนสีพื้นเรียบโก้ให้เลือกสรรอีกหลากหลายโทนสีที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกวัน

    เพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง LA COUSETTE นำเสนอกระเป๋ารุ่นยอดนิยมนี้ใน 3 ขนาด เริ่มจากขนาด ‘SS Size’ ขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับวันสบาย ๆ พกพาของใช้จำเป็นสำหรับมื้อกลางวัน ไปคาเฟ่ หรือเดินเล่นในวันหยุด ถัดมาคือ ‘S Size’ ขนาดมาตรฐานสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน มอบความคล่องตัวในการสะพาย และขนาดใหญ่ ‘L Size’ ที่ออกแบบมาให้จุของได้หลากหลาย เหมาะสำหรับวันทำงานหรือการเดินทาง โดยกระเป๋าทุกใบสามารถพับเก็บได้อย่างสะดวก เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญให้กับคนพิเศษ หรือเป็นของขวัญสำหรับตัวคุณเอง

    พิเศษฉลองการเปิดร้านใหม่ รับฟรี! LA COUSETTE Tote Bag 1 ใบ (Limited Edition) เมื่อช็อปครบ 3,500 บาท ขึ้นไป ร่วมสัมผัสและเป็นเจ้าของกระเป๋าแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นได้แล้ววันนี้ที่บริเวณชั้น G ตั้งแต่ 29 กรกฏาคม – 16 สิงหาคม 2569 และหลังจากนั้นสามารถชมสินค้าได้ที่ชั้น 2 สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-011-7500 หรือทาง LINE: SIAM Takashimaya

  • Sports

    สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทยฯ ตอกย้ำการเติบโตของกีฬาขี่ม้าเยาวชนไทย ผ่านการแข่งขันระดับประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

    การแข่งขันกีฬาขี่ม้าระดับเยาวชนของประเทศ รวบรวมนักกีฬาและม้ากีฬา 157 คู่ จาก 97 โรงเรียน ใน 18 จังหวัดทั่วประเทศ ชิงชัย 4 ประเภทการแข่งขัน พร้อมบรรจุการแข่งขันอีเวนต์ติ้งเป็นครั้งแรก
    สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับกรมพลศึกษา จัดการแข่งขัน กีฬาขี่ม้า  กีฬาระหว่างโรงเรียน กรมพลศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569  ระหว่างวันที่ 11–16 สิงหาคม 2569 ณ สนาม ไทยโปโล แอนด์ อีเควสเทรียน บี.กริม คันทรีคลับ พัทยา เพื่อส่งเสริมและพัฒนากีฬาขี่ม้าในประเทศไทย พร้อมเปิดเวทีให้นักเรียนจากทั่วประเทศได้แสดงศักยภาพ พัฒนาทักษะ และก้าวสู่การเป็นนักกีฬาระดับชาติและนานาชาติ

    การแข่งขันในปีนี้ประกอบด้วยการแข่งขัน ศิลปะการบังคับม้า (Dressage) เอ็นดูแรนซ์ (Endurance) การกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (Jumping) และอีเวนต์ติ้ง (Eventing) ซึ่งได้รับการบรรจุในการแข่งขันกีฬาขี่ม้ากีฬาระหว่างโรงเรียนเป็นครั้งแรก โดยการแข่งขันอีเวนต์ติ้งจะจัดในรูปแบบ One-Day Event พร้อมไฮไลต์การแข่งขัน Derby Course ณ สนามไทยโปโล แอนด์ อีเควสเทรียน บี.กริม คันทรีคลับ
    กีฬาขี่ม้าเป็นกีฬาที่ส่งเสริมการพัฒนาทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ปลูกฝังระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ความอดทน การตัดสินใจ และการทำงานร่วมกัน อีกทั้งยังเปิดโอกาสสู่การศึกษาต่อและการประกอบอาชีพในหลากหลายสาขา อาทิ การฝึกสอน การดูแลม้า สัตวแพทยศาสตร์ การจัดการแข่งขัน และอุตสาหกรรมม้า จึงนับเป็นกีฬาที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเยาวชนและสร้างคุณค่าให้แก่สังคม


    การแข่งขันในปีนี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกีฬาขี่ม้าในประเทศไทย โดยมี นักกีฬา 157 คน และ157 ม้า จาก 97 โรงเรียน และ 18 จังหวัดทั่วประเทศ ลงแข่งขันรวม 247 รายการ (Entries) ครอบคลุมทั้ง 4 ประเภทการแข่งขัน นับเป็นสถิติการเข้าร่วมแข่งขันสูงสุดของรายการ สะท้อนถึงความนิยมของกีฬาขี่ม้าในกลุ่มเยาวชนไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความร่วมมือของสถานศึกษา ผู้ปกครอง สโมสร และทุกภาคส่วนในการขยายโอกาสให้เยาวชนได้เข้าถึงกีฬาขี่ม้ามากยิ่งขึ้น


    “นักกีฬาทุกคนล้วนเริ่มต้นจากความฝันและโอกาส การแข่งขันรายการนี้คือก้าวแรกให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง พัฒนาทักษะ และสร้างความมั่นใจในการก้าวสู่การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น ผมหวังว่ารายการนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยก้าวขึ้นไปเป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ การแข่งขัน FEI Asian Championships และมหกรรมกีฬาโอลิมปิกในอนาคต” กล่าวโดย ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

    ตารางการแข่งขัน
    Wednesday, August 12: Dressage
    Thursday, August 13: Endurance, Dressage
    Friday, August 14: Eventing, Dressage
    Saturday, August 15: Jumping
    Sunday, August 16: Jumping

  • Hotel - Lifestyle - Travel

    ONYX Hospitality Group ฉลอง 60 ปีแห่งการเติบโต ร่วมกับ Grab ยกระดับ Seamless Travel Experience ให้นักเดินทางใช้เวลาทุกจุดหมายได้อย่างเต็มที่ภายใต้แนวคิด “More of What You Love”

    ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) เดินหน้าสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมาย ภายใต้แนวคิด “More of What You Love” เพื่อเติมเต็มทุกช่วงเวลาของการเดินทางให้เชื่อมโยง สะดวก และตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ ผ่านกิจกรรมและความร่วมมือพิเศษกับพันธมิตรชั้นนำตลอดปีแห่งการเฉลิมฉลอง

    หนึ่งในความร่วมมือสำคัญภายใต้การเฉลิมฉลองครั้งนี้ คือความร่วมมือระหว่าง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) และ แกร็บ (Grab) เพื่อยกระดับประสบการณ์ของนักเดินทางให้ครอบคลุมมากกว่าการเข้าพัก โดยเชื่อมโยงทุกช่วงเวลาของการเดินทาง ตั้งแต่การเดินทางสู่โรงแรม ประสบการณ์ระหว่างการเข้าพัก การรับประทานอาหาร ไปจนถึงการออกไปค้นพบสีสันของแต่ละจุดหมายปลายทาง ผ่านบริการและสิทธิประโยชน์ที่ช่วยเติมเต็มทุกการเดินทาง ให้สะดวก ราบรื่น และเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้ใช้เวลาในทุกจุดหมายอย่างเต็มที่
    ความร่วมมือครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักโรงแรมในเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ได้แก่ อมารี (Amari), โอโซ่ (OZO), ชามา (Shama) และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมแคมเปญ ได้สัมผัสแนวคิด “More of What You Love” ผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโยงทุกช่วงเวลาของการเดินทางบนแพลตฟอร์ม Grab ซึ่งครอบคลุม 3 ทั้งด้าน ได้แก่
    More Convenience – ความสะดวกที่มากขึ้นในทุกเส้นทาง: ไม่ว่าจะเดินทางจากสนามบินสู่โรงแรม ออกไปท่องเที่ยว หรือแวะรับประทานอาหารในเมือง นักเดินทางก็สามารถเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่าน Grab พร้อมรับสิทธิพิเศษ เพียงใส่รหัสโปรโมชัน ONYX60 บนแอปพลิเคชัน Grab เพื่อรับส่วนลดค่าโดยสาร 15% สูงสุด 100 บาทต่อเที่ยว สำหรับบริการ Grab ที่ร่วมรายการ (ยกเว้น GrabTaxi) จำกัดสิทธิ์สูงสุด 2 ครั้งต่อผู้ใช้ และรวม 700 สิทธิ์ต่อวัน
    ข้อเสนอพิเศษนี้จะช่วยให้ทุกการเดินทางระหว่างการเข้าพักสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร หรือจุดหมายต่าง ๆ โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม 2027 ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

    More Flavours and Dining Experiences – ประสบการณ์ความอร่อยที่หลากหลายยิ่งขึ้น:นอกเหนือจากความสะดวกในการเดินทาง นักเดินทางยังสามารถเติมเต็มประสบการณ์การเข้าพักผ่านร้านอาหารและบาร์ภายใต้ ONYX Dining กว่า 20 แห่งทั่วประเทศไทย ผ่านบริการ Dine Out บนแอปพลิเคชัน Grab หรือเลือกสั่งเมนูโปรดผ่าน GrabFood ได้อย่างสะดวก
    พร้อมรับสิทธิพิเศษ ส่วนลด 20% สำหรับการใช้บริการ Dine Out ครั้งแรก ณ ร้านที่ร่วมรายการ และส่วนลด 10% สำหรับการใช้บริการครั้งถัดไป เพื่อให้ทุกมื้อเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่น่าประทับใจระหว่างการเดินทาง
    More seamless service – บริการที่ราบรื่นตลอดการเข้าพัก: อีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเข้าพัก คือ The Guest Transport Concierge Service, powered by Grab บริการคอนเซียร์จ เรียกรถที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าพักตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางระหว่างสนามบิน โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว หรือการเดินทางเพื่อธุรกิจ เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างสะดวก ราบรื่น และอุ่นใจยิ่งขึ้น
    ผู้เข้าพักสามารถสำรองรถผ่านคอนเซียร์จของโรงแรม พร้อมติดตามสถานะรถและเส้นทางได้แบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังได้รับการดูแลจากทีมงาน Grab และคอนเซียร์จของโรงแรมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ทุกการเดินทางเชื่อมต่อกันได้อย่างสะดวก ราบรื่น และอุ่นใจได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงจุดหมาย

    นอกจากนี้ ยังมีบริการรถหลากหลายประเภทให้เลือก เพื่อให้เหมาะกับการเดินทางในแต่ละรูปแบบ โดย โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ (Oriental Residence Bangkok) ให้บริการผ่าน GrabPremium ขณะที่ โรงแรมอมารี (Amari) มีให้เลือกทั้ง GrabPremium, GrabCar, GrabSUV และ GrabVan ส่วน โรงแรมโอโซ่ (OZO) และ ชามา (Shama) ให้บริการ GrabCar, GrabSUV และ GrabVan ไม่ว่าจะเดินทางคนเดียว เดินทางกับครอบครัว หรือมาเป็นกลุ่ม ก็สามารถสำรองรถได้สูงสุด 10 คันต่อครั้ง พร้อมความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุในทุกเที่ยวการเดินทาง
    ความร่วมมือกับแกร็บในครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมพิเศษภายใต้การเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ภายใต้แนวคิด “More of What You Love” ที่จะมีขึ้นตลอดปีแห่งการเฉลิมฉลอง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จะเดินหน้าร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เชื่อมโยงและมีความหมาย พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาของการเดินทางให้กับลูกค้าในทุกจุดหมายปลายทาง
    ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาแคมเปญ โรงแรมและร้านอาหารที่ร่วมรายการ รวมถึงเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ ได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) และ แกร็บ (Grab)

  • Beauty - Event - Lifestyle

    ไอคอนสยาม ตอกย้ำบทบาท Global Experiential Destination จับมือ ไอคอนคราฟต์ และสมาคมอุตสาหกรรมน้ำหอมไทย จัดงาน “THE SCENT OF SIAM” รวมสุดยอดเครื่องหอมไทยกว่า 50 แบรนด์

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตอกย้ำการเป็น Global Experiential Destination ที่เป็นมากกว่าจุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ ด้วยบทบาทการเป็นแพลตฟอร์มส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตในระดับนานาชาติ จับมือไอคอนคราฟต์ และสมาคมอุตสาหกรรมน้ำหอมไทย (Thai Fragrance Industry Association: TFIA) จัดงาน “THE SCENT OF SIAM” เปิดประสบการณ์มหกรรมเครื่องหอมไทยครั้งแรกที่รวบรวมผู้ผลิต นักปรุงน้ำหอม และแบรนด์เครื่องหอมไทยชั้นนำกว่า 50 แบรนด์ จากทั่วประเทศ มาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของศาสตร์แห่งกลิ่นหอมไทยในมิติร่วมสมัย ภายใต้การสนับสนุนโดย Skonx Perfumery และ Neferlogne เพื่อเผยแพร่ศาสตร์แห่งกลิ่นหอมไทย ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการและแบรนด์ไทยสู่เวทีสากล พร้อมประกาศศักยภาพของอุตสาหกรรมเครื่องหอมไทยที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และนับเป็นอีกหนึ่ง Soft Power สำคัญของประเทศ โดยจะเปิดโลกแห่งกลิ่นหอมจากภูมิปัญญาไทยให้ทุกคนได้สัมผัสอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 5-9 สิงหาคม 2569 ณ วัฒนา ฮอลล์ ชั้น 3 ไอคอนสยาม

    มหกรรมเครื่องหอมไทย “THE SCENT OF SIAM” จัดขึ้นภายใต้แนวคิดที่มุ่งยกระดับ Thai Scent Craftsmanship ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของภูมิปัญญา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทยผ่านศาสตร์แห่งการปรุงน้ำหอมร่วมสมัย สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมเครื่องหอมไทยในฐานะหนึ่งใน Soft Power ของประเทศ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและต่อยอดสู่ตลาดโลก พร้อมตอกย้ำบทบาทของไอคอนสยามในการเป็นเวทีที่รวมผู้ประกอบการเครื่องหอมไทยที่มีศักยภาพ เพื่อผลักดันสู่การยอมรับในระดับสากล และการเติบโตอย่างยั่งยืน งานนี้จึงเปรียบเสมือนเวทีแห่งการรวมพลังของผู้ประกอบการเครื่องหอมไทย ตั้งแต่แบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ นักปรุงน้ำหอมมากประสบการณ์ ไปจนถึงนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ที่ร่วมกัน สะท้อนให้เห็นว่า เครื่องหอมไทยได้พัฒนาอย่างก้าวไกล ทั้งในด้านการคัดสรรวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การทำงานร่วมกับนักปรุงน้ำหอมระดับสากล ตลอดจนมาตรฐานและคุณภาพที่สามารถแข่งขันเคียงข้างแบรนด์ชั้นนำของโลกได้อย่างภาคภูมิ

    ด้วยความตั้งใจในการนำเสนอเครื่องหอมไทยที่ดี มีคุณภาพ รังสรรค์จากวัตถุดิบชั้นเลิศ และเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ภายในงานได้รวบรวมแบรนด์เครื่องหอมไทยชั้นนำมาให้ผู้รักความหอมได้สัมผัสและเลือกสรรกว่า 50 แบรนด์ ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทั้งน้ำหอม เทียนหอม เครื่องหอม ผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน และไลฟ์สไตล์กลิ่นหอม อาทิ แบรนด์ไทยระดับรางวัลที่ดังไกลระดับโลกอย่าง Parfums Dusita,SIAM1928,Perfumers’ Journey, Strangers Parfumerie, Butterfly Thai Perfume รวมถึงแบรนด์ Airen Fragrance, Ameenah, AYADA, CHOL, EVC PARFUM, Ice Perfume House, KLĀY, L’Cloche, La Joie, LAOL, Luatimo Perfume, Ma Chandelle, Mangla, MN Formula, MYND Perfume, MysNyx Perfume, Neferlogne, NOMR, Nostalgia Perfume, Novelic, Parfum Eclectiques, Parfum Prissana, POETIQ, Pratintip Artist perfume, Prin, RARINRIN, Saisalang, SAKUNA fragrance, SA-NE’ Perfume, Savor Perfume, Scent Mastery, Shaman Perfumery, Sirodom Parfum, Siva, Soulerie, Sphere, Sukonta, Tada Parfumeur, The Perfume Sanctuary, Velvétail Perfumes, Vive Perfume, Voyager, Whispering Memories, Witch’s Scent และ Zantiis ที่พร้อมนำเสนอเอกลักษณ์ของกลิ่นหอมไทยในมุมมองใหม่ผ่านผลงานสร้างสรรค์ที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวและตัวตนของแต่ละแบรนด์

    ภายในงานยังมีประสบการณ์เชิงลึกของศาสตร์แห่งกลิ่นผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมายให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัส ทั้งการเปิดตัวน้ำหอมและคอลเลกชันใหม่ครั้งแรกภายในงานจากแบรนด์ MysNyx Perfume, Neferlogne, SAISALANG, SAKUNA fragrance, Scent Mastery, Sphere และ VOYAGER พร้อมเปิดโลกของวัตถุดิบหายากผ่านโซน Thai Raw Materials ที่นำเสนอวัตถุดิบอันทรงคุณค่าซึ่งมีบทบาทในประวัติศาสตร์น้ำหอมโลก และเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานที่หล่อหลอมศาสตร์การปรุงน้ำหอมและอัตลักษณ์กลิ่นหอมของไทย

    อีกหนึ่งไฮไลต์คือการเผยกลิ่นหอมสุดโปรดของสองศิลปินหนุ่ม อัพ-ภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง และ ภูมิ-ภูริพันธ์ ทรัพย์แสงสวัสดิ์ ที่จะมาร่วมพิธีเปิดงาน ในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 พร้อมร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์กลิ่นน้ำหอมสำหรับวันแม่ เพื่อถ่ายทอดความรักและความผูกพันผ่านศาสตร์แห่งกลิ่น รวมถึงสร้างประสบการณ์พิเศษที่จะเชื่อมโยงแบรนด์เครื่องหอมไทยเข้ากับคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ภายในงาน อัพ ภูมิพัฒน์ และ ภูมิ ภูริพันธ์ ยังจะมีกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกับกลุ่มแฟนคลับอีกด้วย

    ทั้งนี้ การจัดงาน “THE SCENT OF SIAM” นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของไอคอนสยามในการสร้างเวทีระดับโลกให้กับผู้ประกอบการไทย ศิลปิน และนักสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ไทยได้เข้าถึงผู้บริโภคทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมร่วมผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องหอมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และก้าวสู่การเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศในเวทีสากล

    พิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM ตลอดการจัดงาน โดยสมาชิกที่แสดงสถานะการเป็นสมาชิกและมีชื่อ-สกุลตรงกับผู้รับสิทธิ์ ณ จุดแลกของสมนาคุณ เคาน์เตอร์ Information ชั้น G, ชั้น M และชั้น 2 ไอคอนสยาม สามารถรับบัตรแลกรับตัวอย่างน้ำหอม เพื่อนำไปแลกรับตัวอย่างน้ำหอมขนาด 2 มิลลิลิตร จำนวน 2 ชิ้น ณ บริเวณจัดกิจกรรม “THE SCENT OF SIAM” วัฒนา ฮอลล์ ชั้น 3 ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 5-9 สิงหาคม 2569 จำกัด 1 สิทธิ์ต่อสมาชิกตลอดรายการ จำนวนรวม 285 สิทธิ์ ตลอดการจัดงาน อีกทั้งสมาชิก ONESIAM ที่ช้อปสินค้าภายในงานครบ 5,000 บาทขึ้นไป สามารถรับคูปองแทนเงินสดมูลค่า 300 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าจากร้านค้าภายในงาน “THE SCENT OF SIAM” ได้ทันที โดยคูปองดังกล่าวใช้สำหรับซื้อสินค้าภายในงานเท่านั้น ไม่สามารถแลกเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้ จำกัด 1 สิทธิ์ต่อสมาชิกตลอดรายการ และจำกัดจำนวนรวม 100 สิทธิ์ ตลอดการจัดงาน
    สำหรับแฟนคลับของสองศิลปินหนุ่ม อัพ-ภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง และ ภูมิ-ภูริพันธ์ ทรัพย์แสงสวัสดิ์ สมาชิก ONESIAM ที่มียอดใช้จ่ายภายในงานครบ 3,000 บาทขึ้นไปจากร้านค้าที่ร่วมรายการ ได้แก่ Skonx Perfumery, Neferlogne, Saisalang, Sphere x Scent Mastery, Scentdicate และ CHOL จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมถ่ายภาพ Group Photo กับศิลปินทั้งสองในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 โดยเปิดรับแลกสิทธิ์ระหว่างเวลา 10.30-13.30 น. และผู้ได้รับสิทธิ์ต้องรายงานตัว ณ จุดนัดหมายภายในเวลา 13.45 น. กิจกรรมดังกล่าวจัดในรูปแบบ Group Photo อัตรา 2:4 จำนวน 25 กลุ่ม และสามารถรับภาพได้ผ่านช่องทาง Facebook: ICONSIAM จำกัดสูงสุด 2 สิทธิ์ต่อคน สามารถโอนสิทธิ์ได้ และมีจำนวนรวม 100 สิทธิ์ ตลอดรายการ ทั้งนี้ ใบเสร็จที่นำมาใช้แลกรับสิทธิพิเศษรายการใดแล้ว จะไม่สามารถนำมาใช้แลกรับสิทธิ์ในรายการอื่นได้อีก

    นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมจาก ICONCRAFT เมื่อซื้อสินค้าภายในร้าน ICONCRAFT ครบ 2,500 บาทต่อใบเสร็จ รับคูปองส่วนลดมูลค่า 100 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าครั้งถัดไปภายในงาน โดยมีเงื่อนไขการใช้คูปองเมื่อมียอดซื้อขั้นต่ำ 200 บาทต่อใบเสร็จ สำหรับสินค้า ICONCRAFT ที่ร่วมรายการภายในงานเท่านั้น จำกัดจำนวน 200 สิทธิ์ ตลอดรายการ ทั้งนี้ ของสมนาคุณและสิทธิพิเศษทั้งหมดมีจำนวนจำกัด และเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
    เชิญร่วมสัมผัสเสน่ห์ของศาสตร์แห่งกลิ่นหอมของไทย ผ่านผลิตภัณฑ์เครื่องหอมไทยร่วมสมัยที่แฝงไว้ด้วยเรื่องราวของภูมิปัญญา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทย ในงาน “THE SCENT OF SIAM” มหกรรมกลิ่นหอมจากภูมิปัญญาไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ระหว่างวันที่ 5-9 สิงหาคม 2569 ณ วัฒนา ฮอลล์ ชั้น 3 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูล โทร. 1338 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONSIAM

    #TheScentOfSiam #ICONCRAFT #ICONSIAM #UpPoomxICONSIAM

  • Event - Music

    มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้าฯ และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เชิญชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ “Royal Benevolence” 31 กรกฎาคมนี้

    มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้าฯ ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กำหนดจัดการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 รายการ “Royal Benevolance” บรรเลงโดยวง Royal Bangkok Symphony Orchestra (RBSO) อำนวยเพลงโดย อีวาน นิกิฟอร์ชิน (Ivan Nikiforchin) วาทยกรชาวรัสเซีย และ ศิลปินรับเชิญ โซเฟีย วิลันด์ (Sofia Viland) นักฟลูตชาวรัสเซีย กำหนดแสดงในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

    รายการการแสดงในค่ำคืนนี้จะพาทุกท่านดำดิ่งสู่โลกแห่งจินตนาการและสีสันของดนตรีโรแมนติก เปิดการแสดงด้วย Overture to A Midsummer Night’s Dream, Op. 21 ของ Felix Mendelssohn บทโหมโรงที่เปี่ยมด้วยมนตร์เสน่ห์และบรรยากาศเหนือจริง ตามด้วย Violin Concerto in E minor, Op. 64 หนึ่งในคอนแชร์โตสำหรับไวโอลินที่งดงามและได้รับความนิยมที่สุดตลอดกาล ก่อนปิดท้ายด้วย Scheherazade, Op. 35 ซิมโฟนิกสวีตอันเลื่องชื่อของ Nikolai Rimsky-Korsakov ที่ถ่ายทอดเรื่องราวจาก อาหรับราตรี ผ่านสีสันของวงออร์เคสตราอย่างวิจิตรตระการตา ชวนทุกท่านร่วมสัมผัสค่ำคืนแห่งจินตนาการ ความงดงาม และพลังของดนตรีที่ตราตรึงใจ