Food

  • Dining - Food - Hotel

    ดื่มด่ำรสชาติและกลิ่นอายเมืองเก่าปีนัง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป พาคุณสัมผัสความประทับใจผ่านที่พักคุณภาพจากอมารีและโอโซ่

    ชาร์ก๋วยเตี๋ยวหอมกลิ่นกระทะ ข้าวราดแกงเครื่องเทศเข้มข้น และเชนดอลเย็น ๆ ระหว่างเดินเที่ยวในย่านเมืองเก่า ล้วนเป็นรสชาติที่ชวนให้ทำความรู้จักกับ “ปีนัง” เมืองมรดกโลกที่มีวัฒนธรรมอาหารเป็นเอกลักษณ์ เสน่ห์ไม่ได้อยู่เพียงในรสชาติ แต่อยู่ที่การได้เห็นวิธีปรุง พูดคุยกับคนท้องถิ่น และลองชิมเมนูที่ไม่เคยรู้จัก ให้แต่ละมื้อกลายเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ของการเดินทาง

    ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) ชวนค้นพบเสน่ห์ของปีนังผ่าน โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง (OZO George Town Penang) และอมารี สไปซ์ ปีนัง (Amari SPICE Penang) ตั้งแต่การเริ่มต้นวันด้วยมื้ออร่อยในบรรยากาศเป็นกันเอง ก่อนออกไปสำรวจจอร์จทาวน์ที่เต็มไปด้วยสีสันและวัฒนธรรมท้องถิ่น ไปจนถึงการออกไปลิ้มลองอาหารหลากหลายที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมือง โดยทั้งสองโรงแรมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสวัฒนธรรมอาหารของปีนังควบคู่ไปกับประสบการณ์การเข้าพักที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว

    สำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นวันด้วยรสชาติท้องถิ่น โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง บนถนนอาร์ไกล์ (Jalan Argyll) มีห้องอาหารอีท (EAT) บนชั้น 21 ให้บริการทั้งมื้อเช้าและมื้อกลางวัน พร้อมวิวเมืองจากมุมสูงและตัวเลือกอาหารมาเลเซียควบคู่กับเมนูนานาชาติ เมนูแนะนำมีทั้ง OZO Char Koay Teow หรือชาร์ก๋วยเตี๋ยว เส้นแบนผัดแบบมาเลเซีย และนาซีเลอมัก (Nasi Lemak) ข้าวหุงกะทิเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง ให้ผู้เข้าพักได้ลองทำความรู้จักกับรสชาติท้องถิ่น ขณะที่ผู้ร่วมโต๊ะยังเลือกเมนูที่คุ้นเคยได้ตามความชอบ

    แต่เสน่ห์ของอาหารปีนังไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโรงแรม เพราะแม้จะเป็นเมนูเดียวกัน แต่ละร้านก็มีวิธีปรุงและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ต่างกัน ที่โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง OZO Connector ทีมงานที่พร้อมพูดคุยและแบ่งปันคำแนะนำเกี่ยวกับอาหารและวัฒนธรรมท้องถิ่น จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเข้าพัก ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำร้านที่น่าลองหรือช่วยให้ผู้เข้าพักกล้าออกไปค้นหารสชาติใหม่ ๆ ด้วยตัวเอง ขณะเดียวกัน ทีมงานยังใส่ใจรับฟังความต้องการด้านอาหารและประสานงานกับครัว เพื่อให้มื้ออาหารเหมาะกับผู้เข้าพักแต่ละคน

    เมื่อออกไปสำรวจเมือง อยากชวนให้ลองทำความรู้จัก นาซีกันดาร์ (Nasi Kandar) ข้าวที่รับประทานคู่กับแกงและกับข้าวหลากชนิด โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศ หรือ อาซัมลักซา (Asam Laksa) ก๋วยเตี๋ยวน้ำซุปปลารสเปรี้ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก่อนปิดท้ายด้วยเชนดอล (Chendol) ของหวานเส้นแป้งสีเขียวที่เสิร์ฟพร้อมกะทิ น้ำตาล และน้ำแข็งไส โดยถนนเลอบูห์เก็งกวี (Lebuh Keng Kwee) ใกล้ถนนปีนัง (Jalan Penang) เป็นอีกจุดที่น่าแวะระหว่างเดินเที่ยวจอร์จทาวน์

    ไม่ว่าจะเริ่มต้นวันด้วยมื้อเช้าพร้อมชมวิวเมืองจากโรงแรม หรือออกไปเดินเล่นและแวะชิมอาหารตามร้านท้องถิ่น ทุกช่วงเวลาล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเข้าพักที่โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง ที่ผสมผสานความสะดวกสบาย บรรยากาศเป็นกันเอง และโอกาสในการทำความรู้จักเมืองผ่านรสชาติอาหารและเรื่องราวระหว่างทาง ให้ผู้เข้าพักได้ค้นพบเสน่ห์ของปีนังในแบบของตัวเอง
    ขณะที่ อมารี สไปซ์ ปีนัง ชวนนักเดินทางทำความรู้จักกับวัฒนธรรมอาหารผ่านห้องอาหารอมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ (Amaya Food Gallery) ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากตลาดอาหารและร้านฮอว์เกอร์ในเอเชีย ถ่ายทอดบรรยากาศผ่านแผงอาหารและครัวเปิดที่ให้ผู้รับประทานได้เห็นการปรุงอาหารอย่างใกล้ชิด สร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาและชวนให้เพลิดเพลินกับมื้ออาหาร

    เมนูของอมาญาผสมผสานรสชาติจากปีนัง มาเลเซีย และประเทศต่างๆ ในเอเชีย เข้ากับอาหารนานาชาติและกลิ่นอายอาหารไทย โดยมีชาร์ก๋วยเตี๋ยวสูตรปีนัง (Penang Char Koay Teow) เป็นหนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ที่นำรสชาติท้องถิ่นมาเสิร์ฟในบรรยากาศร่วมสมัย ให้ผู้รับประทานได้สัมผัสเสน่ห์ของอาหารปีนังผ่านรสชาติและเอกลักษณ์ของเมนูที่ปรุงสดใหม่
    ด้วยตัวเลือกอาหารที่หลากหลายและบรรยากาศที่ชวนให้นั่งใช้เวลาร่วมกัน อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ จึงเหมาะทั้งสำหรับผู้ที่อยากลองรสชาติท้องถิ่นและผู้ที่ชื่นชอบอาหารนานาชาติ มื้ออาหารจึงกลายเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนได้แบ่งปันความชอบและเพลิดเพลินไปกับเสน่ห์ของวัฒนธรรมอาหารเอเชียร่วมกัน

    อมารี สไปซ์ ปีนัง ตั้งอยู่ในย่านบายัน เลอปัส (Bayan Lepas) สำหรับผู้ที่ต้องการออกไปสำรวจร้านอาหารและย่านเมืองเก่าในจอร์จทาวน์ สามารถวางแผนเดินทางด้วยรถยนต์หรือบริการเรียกรถ โดยมี Amari Host พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับเส้นทางและการเดินทาง ช่วยให้ผู้เข้าพักวางแผนออกไปสัมผัสสีสันและวัฒนธรรมอาหารของปีนังได้สะดวกยิ่งขึ้น

    ไม่ว่าจะเป็นการออกไปค้นหาร้านอาหารใหม่ ๆ ตามคำแนะนำของทีม OZO Connector หรือ Amari Host หรือการใช้เวลาร่วมกันพร้อมลิ้มลองอาหารที่ห้องอาหารอีท (EAT) และอมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ (Amaya Food Gallery) ประสบการณ์จากทั้งสองโรงแรมเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสปีนังในหลากหลายมิติ ทั้งรสชาติอาหาร ผู้คน และบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์ สะท้อนแนวคิด “More of What You Love” ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์หลากหลายระหว่างการเดินทาง เพื่อให้ผู้เข้าพักได้ใช้เวลากับสิ่งที่ชื่นชอบ ค้นพบเสน่ห์ใหม่ ๆ ของจุดหมายปลายทาง และนำความทรงจำดีๆ กลับไป

  • Dining - Food

    “ONYX Dining × ChaTraMue” เปิดมิติใหม่ของประสบการณ์ชาไทยผสานเสน่ห์รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านอาหารและบริการยกระดับ Thai Tea Experience สู่ Destination Dining

    ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป(ONYX Hospitality Group) บริษัท บริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค เดินหน้าต่อยอดวิสัยทัศน์ด้านธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มผ่าน ONYX Dining ผนึกพลังความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ ชาตรามือ(ChaTraMue) แบรนด์ชาไทยที่มีความผูกพันกับผู้บริโภคมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2468 เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มรูปแบบใหม่ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านอาหารและเครื่องดื่มของ ONYX Dining กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มภายใต้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มาผสานเข้ากับเอกลักษณ์และความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ชาภายใต้แบรนด์ ChaTraMue เพื่อร่วมสร้างสรรค์เมนูของหวานและเครื่องดื่มใหม่ๆ ที่ผสานรสชาติอันคุ้นเคยเข้ากับแนวคิดและประสบการณ์ร่วมสมัย ถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ อมารี(Amari) โอโซ่(OZO) ชามา(Shama) และ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์(Oriental Residence) ได้อย่างน่าสนใจ

    “ONYX Dining × ChaTraMue Collaboration” เป็นการร่วมมือภายใต้กลยุทธ์ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่น่าจดจำให้กับนักเดินทาง และยังเป็นหนึ่งในแคมเปญการเฉลิมฉลองเนื่องในวาระครบรอบ 60 ปีของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ภายใต้แนวคิด More of what you love รวมถึงวาระครบรอบ 80 ปี ของชาตรามือ
    ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของสองแบรนด์ไทยที่มีรากฐานและความผูกพันกับความเป็นไทยเข้าด้วยกัน โดยชาตรามือ นำเสนอรสชาติอันคุ้นเคยและอยู่ในความทรงจำของคนไทยมาช้านาน ขณะที่ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป นำความเชี่ยวชาญด้านอาหาร การบริการ และการสร้างสรรค์ประสบการณ์ มาต่อยอดรสชาติที่คุ้นเคยให้เกิดเป็นเมนูและกิจกรรมในรูปแบบใหม่ๆ จากความคุ้นเคยจึงกลายเป็นโอกาสให้ผู้เข้าพักและลูกค้าของทั้งสองแบรนด์ได้ลองสัมผัสชาไทยในมุมที่แตกต่างออกไป ผ่านทั้งของหวาน เครื่องดื่ม ไลฟ์สไตล์ และการบริการ ทำให้สิ่งที่คุ้นเคยกลับมาน่าสนใจอีกครั้งในบริบทของการใช้ชีวิตและการเดินทางในวันนี้

    คุณพรทิพย์ เป้าทอง รองประธานกรรมการแผนกการตลาด ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ ONYX Dining ที่มองธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเป็นมากกว่าส่วนประกอบของโรงแรม แต่เป็นหนึ่งในพลังสำคัญในการสร้างเอกลักษณ์ให้กับแต่ละแบรนด์และเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนต่างอยากมาลิ้มลอง โดยมุ่งพัฒนาประสบการณ์ที่สามารถดึงดูดผู้คนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ และสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจในระยะยาว
    “เราเชื่อว่าอาหารและเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้คนตัดสินใจเดินทางมายังจุดหมายปลายทางนั้น และเป็นความทรงจำที่ทำให้พวกเขาอยากกลับมาอีกครั้ง นี่จึงเป็นทิศทางที่เรามุ่งพัฒนา ONYX Dining ให้ก้าวไปไกลกว่าการนำเสนอเมนูที่มีคุณภาพ เพื่อรังสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่มีเรื่องราวและโดดเด่นในแต่ละจุดหมายปลายทาง ดังนั้นความร่วมมือกับชาตรามือ ซึ่งเป็นแบรนด์ไทยที่มีเอกลักษณ์และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์ดังกล่าว พร้อมสร้างสรรค์เหตุผลใหม่ๆ ให้ทั้งนักเดินทางและผู้บริโภคในพื้นที่อยากเข้ามาสัมผัส และกลับมาใช้บริการกับเราอย่างต่อเนื่อง”

    สำหรับชาตรามือ คุณเศรษฐิกิจ เรืองฤทธิเดช ผู้บริหาร บริษัท ชาไทย อินเตอร์แนชั่นเนล จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างชาตรามือ และออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่เราได้ก้าวเข้ามาทำงานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม Hospitality อย่างเต็มรูปแบบ และถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำศักยภาพของชาตรามือที่สั่งสมมายาวนาน มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้าน Hospitality ของกลุ่มออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ฯ เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักเดินทางยุคใหม่ เราเชื่อว่าการผนึกกำลังครั้งนี้จะนำความเชี่ยวชาญและจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์มารวมกันจะช่วยเปิดมิติใหม่ให้กับชาไทย นำบุคลิกที่โดดเด่นของชาแต่ละชนิดมาต่อยอดผ่านอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มได้อย่างลงตัว ตั้งแต่ชาไทยต้นตำรับ ชากุหลาบ ไปจนถึงชาเขียว โดยยังคงเอกลักษณ์ของชาไว้อย่างชัดเจน และมอบประสบการณ์ที่น่าสนใจให้กับผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น สามารถเปิดมิติใหม่ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสชาตรามือ ในบริบทของ Hospitality และการเดินทาง”
    จากรสชาติที่คุ้นเคย สู่หลากหลายเมนูในแบบของแต่ละแบรนด์

    • Amari × ChaTraMue: “The Art of Indulgence”
      จากชาไทยรสชาติคุ้นเคย สู่ของหวานที่ชวนให้ลองในมุมใหม่ “The Art of Indulgence” นำรสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมละมุนของชาตรามือมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เครื่องดื่มและของหวานที่ผสานความเป็นไทยเข้ากับความร่วมสมัย จากชาไทยที่คุ้นเคยถูกนำเสนอในรูปแบบที่ไม่เหมือนเดิม ทำให้การจิบชาธรรมดาๆ กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำอีกหนึ่งเรื่องราว ลิ้มลอง “The Art of Indulgence” ได้ที่โรงแรม อมารีที่เข้าร่วมแคมเปญ
    • Amari × ChaTraMue: “The Origin of Thai Tea Experience”
      ชาไทยที่เราคุ้นเคยอาจสนุกกว่าที่คิด เมื่อได้ลองชงด้วยตัวเองกับ DIY Thai Tea Making Experience ที่ให้ผู้เข้าพักได้ลองชงชาไทยจากใบชาของชาตรามือพร้อมอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ให้ครบ โดยมีพนักงานคอยแนะนำในแต่ละขั้นตอน จากชาไทยหนึ่งแก้ว สู่กิจกรรมง่ายๆ ที่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรมไทยผ่านการลงมือทำด้วยตัวเอง ณ โรงแรมอมารีที่เข้าร่วมแคมเปญ
    • OZO × ChaTraMue: “Brew. Sip. Smile.”
      OZO ชวนมาลองชาไทยในมุมใหม่ กับ “Playful Poolside Thai Tea” ซีรีส์เครื่องดื่มที่นำรสชาติชาไทยที่คุ้นเคยมาสร้างสรรค์ใหม่ ให้สนุกและสดใสในสไตล์ของ OZO เหมาะกับการจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ริมสระระหว่างนั่งพักผ่อน หรือใช้เวลาสบายๆ กับเพื่อน พร้อมให้ลิ้มลองแล้ววันนี้ ณ โรงแรม OZO ที่เข้าร่วมแคมเปญ
    • Shama × ChaTraMue: “Sip Into Thailand”
      เริ่มต้นการเข้าพักด้วย Welcome Amenity ที่จับคู่ชาไทยจากชาตรามือกับของหวานที่ได้แรงบันดาลใจจากวัตถุดิบและรสชาติท้องถิ่น ให้ผู้เข้าพักได้ลิ้มลองรสชาติแบบไทยๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง
      และสำหรับผู้เข้าพักที่อยากรู้จักชาไทยมากขึ้น ยังสามารถเข้าร่วม Workshop กับ Shama Social Club ที่จะเรียนรู้เรื่องราวของชาไทยแต่ละแบบ ก่อนลงมือสร้างสรรค์เครื่องดื่มชาไทยสูตรซิกเนเจอร์ด้วยตัวเอง ณ โรงแรมชามา ที่เข้าร่วมแคมเปญ
    • Oriental Residence × ChaTraMue: “Saint-Honoré au ChaTraMue”
      สัมผัสการพบกันของความคลาสสิกแบบฝรั่งเศสและเสน่ห์ของชาไทย ณ Café Claire, Oriental Residence Bangkok กับ “Saint-Honoré au ChaTraMue” ของหวานซิกเนเจอร์ที่ประกอบด้วยชูส์เคลือบคาราเมลกรอบ พัฟเพสตรี้เนย และวานิลลาครีมเนื้อเนียน เสิร์ฟคู่กับชาตรามือ Infused Tea ที่ผสานชาไทยกับผลไม้ตามฤดูกาล เติมความสดชื่นด้วยโน้ตซิตรัสและฟลอรัล เป็นอีกประสบการณ์ที่นำความหอมของชาไทยมาอยู่บนโต๊ะเดียวกับความคลาสสิกของของหวานฝรั่งเศสได้อย่างลงตัว

    ประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มของ ONYX Dining นอกเหนือจากความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีชื่อเสียงแล้ว ยังครอบคลุมหลากหลายรูปแบบผ่าน 8 แบรนด์เรือธง ได้แก่ Prego, ChomSindh, NILA, La Gritta, Café Claire, Stacked Burger, Amaya Food Gallery และ EAT รวมถึงแบรนด์อื่นๆ รวม 19 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมนำเสนอรสชาติจากทั่วโลกควบคู่กับการสะท้อนรากเหง้า วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของท้องถิ่นในแต่ละจุดหมายปลายทางอย่างลงตัว ตลอดจนถ่ายทอดจิตวิญญาณการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ฯ ที่สั่งสมประสบการณ์มายาวนานกว่า 6 ทศวรรษ สู่การสร้างสรรค์ประสบการณ์ด้านอาหารที่ใส่ใจ อบอุ่น และเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง
    พร้อมกันนี้ ONYX Dining มุ่งยกระดับร้านอาหารสู่การเป็นพื้นที่ของชุมชนและจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงผู้คนในท้องถิ่นกับนักเดินทางจากทั่วโลก ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนผ่านการสนับสนุนเกษตรกร ชาวประมง และผู้ผลิตรายย่อยในท้องถิ่น เพื่อส่งต่อคุณภาพ วัฒนธรรม และคุณค่ากลับคืนสู่ชุมชน ทำให้ ONYX Dining เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินและการใช้ชีวิตในแต่ละเมือง

    ในด้านการเติบโต ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอของ ONYX Dining ไปยังจุดหมายปลายทางสำคัญต่างๆ โดยมีการขยาย Prego แห่งใหม่ในจังหวัดบุรีรัมย์ และแผนที่จะขยายอีกสาขาไปที่ดอนเมือง ขณะที่ Prego Pattaya ได้เปิดตัวคอนเซ็ปต์ Pasta Lab & Bar ที่สร้างประสบการ์ที่แตกต่างให้กับอาหารอิตาเลียน ด้าน ChomSindh เตรียมขยายสู่ภูเก็ตและเปิดตัวประสบการณ์แบบ Pop-up ในต่างประเทศ ส่วน NILA มีแผนขยายคอนเซ็ปต์ด้านอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ไปยังตลาดใหม่ ๆ ผ่านประสบการณ์ Pop-up Dining ที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ ONYX Dining ในฐานะแพลตฟอร์มการเติบโตเชิงกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัทต่อไป

    มาค้นพบเสน่ห์ของชาไทยในมิติใหม่ พร้อมสัมผัสประสบการณ์ที่ผสานความเป็นไทยเข้ากับความคิดสร้างสรรค์และมาตรฐานการบริการในแบบฉบับ ONYX Dining ผ่านแคมเปญ “ONYX Dining × ChaTraMue Collaboration” ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มกราคม 2570 ณ โรงแรมและจุดหมายปลายทางของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป แล้วให้รสชาติที่คุ้นเคย พาไปพบกับประสบการณ์ใหม่ที่น่าประทับใจยิ่งกว่าเดิม

  • Dining - Food - Hotel

    เติมสีสันยามเย็นทั่วเอเชียแปซิฟิก เรเนซองส์ โฮเทลส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”

    เนื่องในโอกาส Renaissance Day of Discovery 2026 เรเนซองส์ โฮเทลส์ ประกาศเปิดตัวคอลเลกชันเครื่องดื่มสร้างสรรค์ชุดใหม่ เพื่อยกระดับประสบการณ์ โดยเชิญชวนนักเดินทางร่วมค้นพบเสน่ห์ของจุดหมายปลายทางต่างๆ ผ่านวัฒนธรรมท้องถิ่น รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ และเรื่องราวของชุมชนในย่านใกล้เคียง ภายใต้การพัฒนาคอนเซ็ปต์ร่วมกับ เดมิทรีย์ “เดมี่” ดาน่า ปารมิตา
    (Demitria “Demi” Dana Paramita) บาร์เทนเดอร์รางวัลระดับนานาชาติ

    เรเนซองส์ โฮเทลส์ หนึ่งในกว่า 30 แบรนด์โรงแรมในพอร์ตโฟลิโอระดับโลกของแมริออท บอนวอย เตรียมเปิดตัวบทใหม่ของประสบการณ์ Evenings at Renaissance ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นประเทศจีน) ผ่านคอลเลคชั่นเครื่องดื่มชุดใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัตถุดิบท้องถิ่น ประเพณีทางวัฒนธรรม และความร่วมมือกับผู้สร้างสรรค์ในแต่ละชุมชน ซึ่งคอลเลคชั่นดังกล่าวได้รับการพัฒนาร่วมกับ Demitria “Demi” Dana Paramita บาร์เทนเดอร์ชาวอินโดนีเซียเจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ โดยนำรสชาติและขนบธรรมเนียมที่คุ้นเคยมาตีความใหม่ให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละจุดหมายปลายทางได้อย่างโดดเด่น

    คอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่นี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในระหว่างช่วง Renaissance Day of Discovery 2026 ซึ่งเป็นกิจกรรมประจำปีของแบรนด์ที่เฉลิมฉลองจิตวิญญาณแห่งการค้นพบวัฒนธรรมและเสน่ห์ของชุมชนโดยรอบ โดยจะจัดขึ้นตลอดเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ณ โรงแรมเรเนซองส์ที่เข้าร่วมโครงการทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายใต้แนวคิด “Layers of Discovery” กิจกรรมในปีนี้จะชวนแขกผู้เข้าพักออกสำรวจมิติที่หลากหลายของแต่ละจุดหมายปลายทาง ผ่านประสบการณ์ที่นำโดย Renaissance Navigators ด้วยการพบปะผู้สร้างสรรค์ในท้องถิ่น และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้สัมผัสพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของชุมชนอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน คอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่นี้ยังเข้ามาเติมเต็มอีกหนึ่งมิติของการค้นพบ โดยได้นำเอาแรงบันดาลใจจากตลาดท้องถิ่น พืชพรรณพื้นถิ่น และมรดกทางวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ มาสร้างสรรค์เป็นประสบการณ์ที่เชื่อมโยงนักเดินทางเข้ากับจุดหมายปลายทางได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
    “ที่เรเนซองส์ โฮเทลส์ เราเชื่อว่าการค้นพบที่น่าจดจำที่สุดเกิดขึ้นเมื่อแขกผู้เข้าพักได้เชื่อมโยงกับเอกลักษณ์ของจุดหมายปลายทางในรูปแบบที่คาดไม่ถึง” คริสเตียโน รินัลดี (Cristiano Rinaldi) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการด้านที่พักประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นประเทศจีน) แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว “การยกระดับประสบการณ์ Evenings at Renaissance ครั้งนี้ เป็นการนำเรื่องราวของชุมชนและย่านใกล้เคียงมาถ่ายทอดผ่านรสชาติและประเพณีที่หล่อหลอมอัตลักษณ์ของแต่ละจุดหมายปลายทาง ความสามารถของ Demi ในการนำวัตถุดิบที่คุ้นเคยและธรรมเนียมปฏิบัติทางวัฒนธรรมมาตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัย สะท้อนจิตวิญญาณของเรเนซองส์ โฮเทลส์ได้อย่างลงตัว พร้อมสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แขกผู้เข้าพักได้ออกไปค้นพบเสน่ห์ของย่านชุมชน รวมถึงผู้คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์เหล่านั้น”

    สัมผัสอัตลักษณ์ของจุดหมายปลายทางผ่านประสบการณ์แห่งรสชาติ
    Evenings at Renaissance เชิญชวนแขกผู้เข้าพักออกสำรวจเสน่ห์ของย่านชุมชนหลังพระอาทิตย์ตกดิน ผ่านประสบการณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผู้คน สถานที่ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมเอกลักษณ์ของแต่ละจุดหมายปลายทาง โดยหัวใจสำคัญของประสบการณ์นี้คือ Beverage Rituals ที่ช่วยสร้างช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านจากกลางวันสู่กลางคืน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้เชื่อมโยงกับผู้คน ค้นพบเรื่องราวใหม่ๆ และสัมผัสเสน่ห์ของสถานที่นั้นได้อย่างลึกซึ้ง

    เรเนซองส์ โฮเทลส์ ได้แต่งตั้ง Demitria “Demi” Dana Paramita ผู้ก่อตั้ง HATS Bar Jakarta และบาร์เทนเดอร์เจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ ให้ดำรงบทบาท ตัวแทนผู้ถ่ายทอดแนวคิด Beverage Rituals คนแรกของแบรนด์ เพื่อร่วมรังสรรค์คอลเลคชั่นเครื่องดื่ม Demi ได้ร่วมพัฒนาคอลเลคชั่นเครื่องดื่มที่นำวัตถุดิบคุ้นเคยและธรรมเนียมท้องถิ่นมาตีความใหม่เป็นประสบการณ์แห่งการค้นพบที่น่าประทับใจ ด้วยแรงบันดาลใจจากรากเหง้าชาวสุมาตราและประสบการณ์ในแวดวงบาร์ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไฮไลต์ของเครื่องดื่มคอลเลคชั่นนี้ประกอบด้วยเมนู Blooming Flower เครื่องดื่มฟลอรัลพั้นช์ที่ถ่ายทอดประสบการณ์การแบ่งปันผ่านการรับประทานเยลลี่รสส้มร่วมกัน The Night Market เครื่องดื่มที่ผสานรสชาติของใบเตย ส้มจี๊ด และมะขาม ได้รับแรงบันดาลใจจากสีสันและพลังชีวิตของย่านชุมชนยามค่ำคืน และ Silk Road เครื่องดื่มกลิ่นหอมที่ผสมผสานชา หญ้าฝรั่น และเครื่องเทศ เพื่อสะท้อนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม รสชาติ และประเพณีระหว่างผู้คนจากหลากหลายภูมิภาค


    นอกเหนือจากกิจกรรม Renaissance Day of Discovery แล้ว แขกผู้เข้าพักยังสามารถสัมผัสประสบการณ์ Evenings at Renaissance ได้อย่างต่อเนื่องผ่านคอลเลคชั่นเครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของแต่ละจุดหมายปลายทาง ไม่ว่าจะเป็น Tropical Silk เครื่องดื่มที่ผสานเสาวรส ลิ้นจี่ และชาเข้าด้วยกันอย่างกลมกล่อม หรือ Remedy เครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำรับดั้งเดิมแห่งการดูแลและปลอบประโลมจิตใจ โดยใช้ผลไม้แปรรูปสูตรพิเศษของแต่ละโรงแรมเป็นองค์ประกอบหลัก เพื่อสะท้อนรสนิยมและวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างมีเอกลักษณ์

    สัมผัสหลากหลายมิติแห่งการค้นพบทั่วประเทศไทย
    ในประเทศไทยแขกผู้เข้าพักสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ Renaissance Day of Discovery ได้ ณ โรงแรมเรเนซองส์ในจุดหมายปลายทางอันโดดเด่น ได้แก่ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์, โรงแรมมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา, โรงแรมเรเนซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา และ โรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา แขกผู้เข้าพักจะได้ร่วมออกสำรวจเรื่องราว ประเพณี และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละจุดหมายปลายทาง ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ด้านเครื่องดื่มที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันจากแรงบันดาลใจในท้องถิ่น เพื่อมอบอีกหนึ่งมิติแห่งการค้นพบที่สะท้อนจิตวิญญาณของสถานที่ พร้อมปลุกความอยากรู้อยากเห็น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์เรเนซองส์ โฮเทลส์


    โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ โรงแรมไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นด้านการออกแบบใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ นำเสนอ “Unfold Bangkok” ในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผ่านโปรแกรมเครื่องดื่ม (Beverage Rituals) รูปแบบใหม่จำนวน 4 รายการ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากตลาดท้องถิ่นอันมีชีวิตชีวา วัตถุดิบพื้นถิ่น และเรื่องเล่าจากย่านชุมชนต่างๆ ของกรุงเทพฯ ในช่วงกลางวันนักเดินทางสามารถร่วมกิจกรรมสำรวจเมืองที่นำโดยทีม Navigators ของโรงแรม ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวที่สะท้อนเสน่ห์ของชุมชน อาทิ สวนบางมด ตลาดยอดพิมาน และปากคลองตลาด เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตและสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด

    จากนั้นในช่วงค่ำแขกผู้เข้าพักสามารถต่อยอดประสบการณ์แห่งการค้นพบที่ R Bar ด้วยการลิ้มลองเครื่องดื่มทั้ง 4 รายการ ทั้งในรูปแบบค็อกเทลสูตรพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูร่างกาย (Revitalizer) และพั้นช์ม็อกเทล ซึ่งได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อถ่ายทอดกลิ่นอายและความงดงามของตลาดดอกไม้ชื่อดังของกรุงเทพฯ ผ่านรสชาติ สีสัน และวัตถุดิบที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมือง
    ณ โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา รีสอร์ทร่วมสมัยริมทะเลที่ตั้งอยู่ระหว่างความมีชีวิตชีวาของเมืองพัทยาและความเงียบสงบของบางเสร่ ผู้เข้าพักจะได้ร่วมออกเดินทางสู่ประสบการณ์ “Beyond the Horizon” ระหว่างวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2569 เพื่อเปิดมุมมองใหม่ในการค้นพบเสน่ห์ของชายฝั่งตะวันออกของประเทศไทย ภายใต้การนำทางของทีม Navigators ผู้เข้าพักจะได้สำรวจชุมชนชายฝั่งบางเสร่และ ไทยธานี หมู่บ้านวัฒนธรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ความเป็นไทย พร้อมร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปเชิงสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้สัมผัสภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เมื่อกลับสู่รีสอร์ทผู้เข้าพักจะได้ดื่มด่ำกับค่ำคืน Discovery Sunset ภายใต้บรรยากาศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องทะเล ณ The Deck พร้อมเพลิดเพลินกับการแสดงควงไฟและดนตรีสด ก่อนร่วมกิจกรรมยามเช้าในวันถัดไป ซึ่งประกอบด้วยพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล คลาสโยคะ และเวิร์กชอปรีไซเคิลที่ส่งเสริมแนวคิดด้านความยั่งยืน ผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบอย่างมีความหมาย

    โรงแรมเรเนซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา รีสอร์ทที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรอันเงียบสงบ ชวนสัมผัส “Craft & Culture” ผ่านเสน่ห์แห่งศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดทั้งวันในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เชิญชวนแขกผู้เข้าพักออกสำรวจแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสถานที่น่าสนใจที่ซ่อนตัวอยู่บนเกาะสมุย ภายใต้การนำทางโดยทีม Navigators ไฮไลท์ของกิจกรรมประกอบด้วยการเยี่ยมชม วัดศิลางู วัดดินสีแดงอันโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ศาลเจ้ากวนอู ซึ่งสะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมไทย-จีนของเกาะสมุย ศูนย์หัตถกรรมโอท็อปสมุย พร้อมสาธิตการประดิษฐ์งานหัตถกรรมจากมะพร้าว และ House of Lucie แกลเลอรีที่รวบรวมผลงานภาพถ่าย ศิลปะ และงานเล่าเรื่องร่วมสมัยจากศิลปินอิสระ เมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำ บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองจะทวีความพิเศษยิ่งขึ้นที่ Lotus Room โดยแขกผู้เข้าพักจะได้ดื่มด่ำกับเครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัตถุดิบและรสชาติท้องถิ่น เพลิดเพลินกับเมนูสตรีทฟู้ดที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตรในชุมชน และดื่มด่ำไปกับการแสดงดนตรีสด ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์และเสน่ห์ของเกาะสมุยได้อย่างมีชีวิตชีวา


    ปิดท้ายในวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา รีสอร์ทริมชายหาดไม้ขาวซึ่งตั้งอยู่บนแนวชายหาดที่ยาวที่สุดของเกาะภูเก็ต โดยผู้เข้าพักจะได้ออกสำรวจเสน่ห์ของจุดหมายปลายทาง “Discover Phuket’s Hidden Gem” ที่นำเสนอเรื่องราวของ “ส้มควาย” วัตถุดิบท้องถิ่นอันทรงคุณค่าซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนมาอย่างยาวนาน กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พบปะเกษตรกรในท้องถิ่น พร้อมเรียนรู้กระบวนการผลิตชาตามภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชน นอกจากนี้ยังสามารถร่วมสัมผัสการนำเสนอเครื่องดื่มสูตรพิเศษในถ้วยพั้นช์ขนาดใหญ่ (Revitalizing Punch Bowl Ritual) ดื่มด่ำกับบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาของตลาดท้องถิ่นในภูเก็ต และร่วมค้นพบมนต์เสน่ห์ของ หนังตะลุง ศิลปะการแสดงเงาอันทรงคุณค่าของภาคใต้ ซึ่งสะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการผสมผสานระหว่างรสชาติท้องถิ่น เรื่องราวของผู้คน และประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ ประสบการณ์ดังกล่าวจะมอบอีกหนึ่งมิติแห่งการค้นพบที่เชื่อมโยงนักเดินทางเข้ากับวัฒนธรรมและชุมชนของภูเก็ตได้อย่างลึกซึ้ง

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เรเนซองส์ โฮเทลส์ หรือการสำรองห้องพัก สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://renaissance-hotels.marriott.com และติดตามข่าวสารรวมถึงแรงบันดาลใจในการเดินทางจาก เรเนซองส์ โฮเทลส์ ผ่านช่องทาง เฟสบุ๊ก อินสตาแกรม และเอ็กซ์

  • Dining - Food - Luxury

    มื้อนี้อยากใช้เวลากับใคร? ONYX Dining ชวนเลือกประสบการณ์บนโต๊ะอาหารให้ตรงกับทุกโมเมนต์ของคนสำคัญ

    การเลือกร้านอาหารในวันนี้อาจไม่ได้เริ่มจากคำถามเพียงว่า “อยากกินอะไร” แต่รวมถึง “อยากใช้เวลากับใคร” และ “อยากให้มื้อนั้นเป็นแบบไหน” เพราะไม่ว่าจะเป็นมื้อของครอบครัว นัดพบปะเพื่อนฝูง การเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ หรือการใช้เวลาโรแมนติกริมทะเล ต่างต้องการทั้งรสชาติ บรรยากาศ และประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป

    ครั้งนี้ ONYX Dining ชวนค้นพบหลากหลายรูปแบบของมื้ออาหารจาก อมารี กรุงเทพฯ (Amari Bangkok) และ อมารี พัทยา (Amari Pattaya) ตั้งแต่มื้อที่ตอบโจทย์สมาชิกทุกวัย มื้อที่ชวนให้นั่งพูดคุยกันนานขึ้น ไปจนถึงช่วงเวลาที่อยากออกไปลองรสชาติใหม่หรือเปลี่ยนบรรยากาศสู่มื้อริมทะเล เพื่อให้ทุกมื้อเป็นมากกว่าแค่มื้ออาหาร แต่เป็นช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกับคนที่รักและสิ่งที่ชอบ ให้ได้ “more of what you love” ในทุกโอกาส

    มื้อครอบครัวที่ทุกคนบนโต๊ะมีเมนูที่ชอบ — เปรโก้

    เวลาพาครอบครัวออกไปกินข้าว แต่ละคนอาจมีเมนูโปรดไม่เหมือนกัน บางคนอยากกินพิซซ่า บางคนชอบพาสต้า หรือบางคนก็อยากลองเมนูใหม่ๆ เปรโก้ (Prego) ณ อมารี กรุงเทพฯ จึงรวมอาหารอิตาเลียนหลากหลายไว้บนโต๊ะเดียว ตั้งแต่พิซซ่าอบจากเตาฟืน พาสต้าโฮมเมด และอาหารอิตาเลียนคลาสสิก ไปจนถึงเมนูสำหรับเด็กและตัวเลือกอาหารปราศจากกลูเตน รวมถึง Risotto alla Montanara หนึ่งในซิกเนเจอร์ของร้าน บูร์ราตา และทีรามิสุ ให้ทุกคนได้เลือกจานที่ชอบ และใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่

    และเมื่ออยากเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองสู่ริมทะเล เปรโก้ พัทยา พาสต้า แล็บ แอนด์ บาร์ (Prego Pattaya Pasta Lab & Bar) ณ อมารี พัทยา ก็พร้อมต้อนรับด้วยพาสต้าเส้นสดที่ทำภายในร้าน พิซซ่า และอาหารอิตาเลียนคลาสสิกในมุมมองร่วมสมัย ท่ามกลางวิวโค้งชายหาดพัทยาเหนือ ขณะที่ อมาญา (Amaya) นำเสนออาหารไทยและอาหารนานาชาติที่คุ้นเคย เติมเต็มมื้อริมทะเลให้เป็นอีกช่วงเวลาที่ได้พักผ่อนและใช้เวลาด้วยกันกับครอบครัวหรือคนพิเศษ

    และในเดือนพฤศจิกายนนี้ เปรโก้ เตรียมเปิดทำเลใหม่ ณ อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ (Amari Don Muang Airport Bangkok) เพิ่มอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับมื้อครอบครัวที่อยากใช้เวลาร่วมกัน พร้อมอาหารอิตาเลียนที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะอยู่ในเมือง ริมทะเล หรือใกล้สนามบิน

    มื้ออาหารไทยสำหรับช่วงเวลาที่อยากนั่งคุยกันนานขึ้น — ชมสินธุ์

    สำหรับมื้อที่อยากพาผู้ใหญ่ในครอบครัวหรือเพื่อนต่างวัยมารับประทานอาหารร่วมกัน เสน่ห์ของอาหารไทยอยู่ที่การได้ล้อมวงร่วมรับประทานอาหารหลากหลายจานบนโต๊ะเดียวกัน ทั้งเลือก ตัก และแบ่งปันกันไปพร้อมกับบทสนทนา ชมสินธุ์ (ChomSindh) ณ อมารี กรุงเทพฯ (Amari Bangkok) นำเสนออาหารไทยจากแม่น้ำและท้องทะเล อาทิ ผัดไทยไชยากุ้งแม่น้ำ ข้าวต้มชมสินธุ์ นารีกรรแสง กุ้งลายเสือผัดสมุนไพรและเครื่องเทศสูตรโบราณ และ ปลาเก๋าสามรส ผ่านตำรับที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น วัตถุดิบจากแหล่งผลิตในท้องถิ่น และเทคนิคการปรุงแบบดั้งเดิม ในบรรยากาศร่วมสมัยพร้อมครัวเปิด

    เสน่ห์ของชมสินธุ์ยังเดินทางไปให้ได้สัมผัสผ่านร้านอาหารป๊อปอัป ณ อมารี ยะโฮร์บาห์รู (Amari Johor Bahru) ประเทศมาเลเซีย ตลอดเดือนตุลาคม และอมารี หัวหิน (Amari Hua Hin) ตลอดเดือนพฤศจิกายน เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ลิ้มลองรสชาติอาหารไทยที่บอกเล่าเรื่องราวจากแม่น้ำและท้องทะเล พร้อมแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ กับคนในครอบครัวและเพื่อนร่วมโต๊ะ

    เมื่อหลายจานถูกเลือกมาไว้บนโต๊ะเดียวกัน แต่ละคนจึงได้ลองรสชาติที่หลากหลาย ไปพร้อมๆ กับการนั่งพูดคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราว และใช้เวลาร่วมกันตลอดมื้อ ให้ความอิ่มอร่อยเดินทางไปพร้อมกับความอิ่มใจ

    เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้เป็นโอกาสพิเศษด้วยรสชาติใหม่ — นิลา

    โอกาสสำหรับการฉลองไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เฉพาะวันเกิดหรือวันครบรอบ แต่สามารถเริ่มต้นจากข่าวดีเล็กๆ การเริ่มต้นสิ่งใหม่ หรือเพียงความตั้งใจที่จะออกไปใช้เวลาด้วยกัน

    นิลา (NILA) ณ อมารี กรุงเทพฯ (Amari Bangkok) นำเสนออาหารอินเดียจากหลากหลายภูมิภาคผ่านมุมมองร่วมสมัย เชื่อมโยงรากของตำรับเข้ากับเรื่องราวและความทรงจำ พร้อมรสชาติที่เข้าถึงได้ง่าย เหมาะสำหรับคู่รักหรือกลุ่มเพื่อนที่อยากลองรสชาติใหม่ ๆ โดยมีเมนูตั้งแต่ Fruit Bhel, Kozhi Chuttathu, Meen Pollichathu และ Peri-Peri Jheenga ไปจนถึง Crab Cutlet ที่เหมาะสำหรับเลือกหลายจานมาแบ่งกันชิม ทำให้การออกมาลองรสชาติใหม่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลของการใช้เวลาร่วมกัน

    มากกว่ามื้ออาหาร คือช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกัน อีกหนึ่งประสบการณ์จาก ONYX Hospitality Group

    จากมื้อครอบครัวที่ทุกคนเลือกเมนูที่ชอบ การนั่งพูดคุยกันนานขึ้นบนโต๊ะอาหารไทย การลองรสชาติใหม่กับเพื่อน หรือการเปลี่ยนบรรยากาศสู่มื้อริมทะเล อาหารอาจเป็นจุดเริ่มต้นของมื้อ แต่สิ่งที่ทำให้แต่ละมื้อน่าจดจำ คือช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกัน

    สำหรับ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) ผู้บริหารธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู พร้อมทั้งร้านอาหารและสปาในเอเชียแปซิฟิก อาหารเป็นอีกส่วนสำคัญของการเดินทาง จึงพัฒนา ONYX Dining ขึ้นเพื่อรวบรวมร้านอาหารหลากหลายแนวคิดในเครือ ตั้งแต่อาหารอิตาเลียน อาหารไทย และอาหารอินเดียร่วมสมัย ไปจนถึงร้านอาหารริมทะเล พร้อมสร้างตัวตนของแต่ละร้านให้ชัดเจนในแต่ละจุดหมายปลายทาง

    แนวทางนี้สอดคล้องกับธีม More of What You Love ของ ONYX Hospitality Group ซึ่งถ่ายทอดแนวคิดการเลือกใช้เวลาไปกับสิ่งที่แต่ละคนชื่นชอบตลอดการเดินทาง ตั้งแต่อาหารและการพักผ่อน ไปจนถึงกิจกรรม การค้นพบจุดหมายปลายทาง และช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกับคนสำคัญสำหรับ

    ทั้งนี้สมาชิก ONYX Rewards สามารถรับส่วนลดค่าอาหาร ณ ห้องอาหารที่ร่วมรายการตามระดับสมาชิก ขณะที่ร้านเปรโก้มอบส่วนลดตั้งแต่10% และสูงสุด 30% สำหรับสมาชิกระดับแพลทินัม นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ด้านการเข้าพักตามเงื่อนไขที่กำหนด

    ไม่ว่าจะเป็นมื้อแบบไหน คำถามจึงอาจไม่ได้มีแค่ “วันนี้อยากรับประทานอะไร?” แต่อาจเป็น “มื้อนี้อยากใช้เวลากับใคร?”

  • Dining - Food - Travel

    ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เดินหน้าสร้างประสบการณ์ใหม่ภายใต้ “More of What You Love”ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรจากหลากหลายอุตสาหกรรม

    ความร่วมมือกับชาตรามือ Benzilla และ Grab ประเทศไทย สะท้อนการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการบริการสู่ประสบการณ์ด้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ และการเดินทางที่ตอบโจทย์ผู้เข้าพักและลูกค้ายุคใหม่

    กรุงเทพฯ ประเทศไทย – ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) บริษัทชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู เดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์ความร่วมมือกับพันธมิตร ถ่ายทอดแนวคิด “More of What You Love” ซึ่งเป็นแคมเปญในโอกาสครบรอบ 60 ปี สู่ประสบการณ์ที่หลากหลาย ผ่านการผสานความเชี่ยวชาญด้านการบริการของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เข้ากับจุดแข็งของพันธมิตร เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ของนักเดินทางในปัจจุบัน
    ความร่วมมือกับชาตรามือ (ChaTraMue) แบรนด์ชาอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย Benzilla ศิลปินไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และ Grab ประเทศไทย แพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำด้านการเดินทางและบริการในชีวิตประจำวัน สะท้อนการผสานรากฐานความเป็นไทย ความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย และการเชื่อมโยงผ่านดิจิทัลเข้าด้วยกัน โดยแต่ละความร่วมมือจะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์ที่ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มอบให้กับลูกค้าในมิติที่แตกต่างกัน ครอบคลุมทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ศิลปะ ไลฟ์สไตล์ และการเดินทาง พร้อมเชื่อมโยงรากฐานความเป็นไทยและความเชี่ยวชาญด้านการบริการของกลุ่มฯ เข้ากับวิถีการเดินทาง การรับประทานอาหาร และการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ของนักเดินทางในทุกวันนี้


    ผสานชาตรามือ นำรสชาติที่คุ้นเคยสู่ประสบการณ์ใหม่

    ความร่วมมือระหว่าง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป และชาตรามือ สะท้อนการผสานสองแบรนด์ไทยที่มีประวัติอันยาวนานและเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคจากรุ่นสู่รุ่น โดยชาตรามือนำความเชี่ยวชาญด้านชาที่สืบทอดมาตั้งแต่ปี 2468 และรสชาติที่คนไทยคุ้นเคยมาผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในด้านการบริการ อาหาร และการสร้างสรรค์ประสบการณ์ ความร่วมมือนี้นำเสนอผ่านเมนูอาหาร เครื่องดื่ม และประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของชาไทยในรูปแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่ชาไทยแก้วโปรดไปจนถึงการสร้างสรรค์เมนูสำหรับโอกาสต่างๆ ให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสรสชาติที่คุ้นเคยและชื่นชอบในรูปแบบที่หลากหลายยิ่งขึ้น

    เติมสีสันให้การเดินทาง ผ่านงานสร้างสรรค์ของ Benzilla

    โอโซ่ (OZO) ร่วมมือกับ Benzilla เพื่อถ่ายทอดบุคลิกที่สนุกสนานของแบรนด์ผ่านคอลเลคชั่นสติ๊กเกอร์ติดกระเป๋าที่ถูกออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อเปลี่ยนกระเป๋าเดินทางให้เป็นพื้นที่สำหรับบอกเล่าความทรงจำจากการเดินทาง ผลงานชุดนี้ได้แรงบันดาลใจจากความสดใสและพลังของโอโซ่ ผสานกับลายเส้นร่วมสมัยและสไตล์อันโดดเด่นของ Benzilla ในการถ่ายทอดความสนุกและความเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าพักได้แสดงตัวตนและแบ่งปันเรื่องราวในแบบของตัวเอง

    เชื่อมโยงการเดินทางและการค้นพบ ผ่าน Grab ประเทศไทย

    ความร่วมมือกับ Grab ประเทศไทย เป็นการนำความเชี่ยวชาญด้านการบริการของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มาผสานกับความสะดวกของบริการดิจิทัล โดยเชื่อมโยงโรงแรม ร้านอาหาร และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ของเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ฯ เข้ากับบริการและฐานผู้ใช้ของ Grab ช่วยให้นักเดินทางเข้าถึงบริการต่างๆ ของกลุ่มออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ได้ง่ายขึ้นผ่านแพลตฟอร์มที่คุ้นเคยและใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งยังผสานบริการด้านการเดินทาง การรับประทานอาหาร และการค้นพบจุดหมายปลายทางเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อช่วยให้ประสบการณ์ของผู้เข้าพักเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งยังเปิดโอกาสให้กลุ่มฯ เข้าถึงผู้บริโภคที่ใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัลได้ตั้งแต่ก่อนเข้าพัก ระหว่างเข้าพัก ไปจนถึงหลังการเข้าพัก ทำให้แบรนด์ ร้านอาหาร และจุดหมายปลายทางในเครือของกลุ่มฯ เข้าถึงได้ง่ายและได้รับประสบการณ์จากแบรนด์ได้มากยิ่งขึ้น

    แม้แต่ละความร่วมมือจะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่ล้วนเกิดจากแนวคิดเดียวกันในการนำความเชี่ยวชาญด้านการบริการของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มาผสานกับจุดแข็งของพันธมิตรแต่ละราย เพื่อสร้างคุณค่าและประสบการณ์ที่มากขึ้นให้กับผู้เข้าพัก

    คุณพรทิพย์ เป้าทอง รองประธานฝ่ายแบรนด์และการตลาด ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า “วาระครบรอบ 60 ปีของกลุ่มฯ เป็นโอกาสให้เราได้มองย้อนกลับไปถึงรากฐานความเป็นไทยและประสบการณ์ด้านการบริการที่ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป สั่งสมมาตลอดหกทศวรรษ ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาที่เราได้มองไปข้างหน้า เพื่อทำความเข้าใจว่าวันนี้ผู้เข้าพักให้ความสำคัญกับอะไร ‘More of What You Love’ จึงเป็นแนวคิดที่มุ่งโอกาสให้ผู้คนได้ใช้เวลาและเพลิดเพลินกับประสบการณ์ที่เรามอบให้ในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ตั้งแต่โรงแรมที่เลือกเข้าพัก อาหารที่ได้ค้นพบ ไปจนถึงจุดหมายปลายทางที่ออกไปสำรวจ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประสบการณ์ที่สอดคล้องไปกับวิถีชีวิตและรูปแบบการเดินทางของผู้คนในวันนี้”

    ความร่วมมือเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญครบรอบ 60 ปีของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่จะช่วยต่อยอดประสบการณ์และสร้างเหตุผลใหม่ๆ ให้ผู้เข้าพักได้รู้จัก สัมผัส และกลับมาใช้บริการแบรนด์ต่างๆ ในเครือได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาประสบการณ์ภายใต้แบรนด์อมารี (Amari) โอโซ่ (OZO) ชามา (Shama) และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) โดยยึดเอกลักษณ์และบทบาทที่แตกต่างของแต่ละแบรนด์เป็นแนวทาง พร้อมเดินหน้าต่อยอดจากความเข้าใจด้านการบริการและจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมองหาความร่วมมือที่เชื่อมโยงรากฐานขององค์กรเข้ากับความคิดสร้างสรรค์และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เพื่อนำเสนอความร่วมมือและกิจกรรมในโอกาสครบรอบ 60 ปีเพิ่มเติมตลอดทั้งปี รวมถึงการต่อยอดความร่วมมือในปีถัดไป

  • Event - Food

    อิ่มอร่อยสุขภาพดีทั้งกายและใจกับงาน J-Licious ที่ไอคอนสยาม จัดเต็มกว่า 1,000 เมนูเจมิติใหม่ พร้อมเปิดให้สักการะ 3 องค์เทพเสริมดวง วันนี้ – 18 ต.ค. 69 นี้

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา และไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ร่วมกับ เมืองสุขสยาม พร้อมด้วยพันธมิตรร้านอาหารชั้นนำ ต้อนรับเทศกาลกินเจปี 2569 ในงาน “J-Licious” ภายใต้คอนเซปต์ “ลองเจเฮลตี้ Longevity กายใจ” ชวนเปิดมุมมองใหม่ของการกินเจ ที่ไม่เพียงอิ่มท้องจากหลากหลายเมนูเจรสเลิศ ยังได้เติมเต็มความสุขให้กายและใจ ผ่านอาหารเจคุณภาพที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันจากร้านอาหารชั้นนำกว่า 1,000 เมนู และสัมผัสเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ถ่ายทอดเรื่องราวของศรัทธา อาหาร และวิถีชุมชน พร้อมร่วมทำบุญส่งมอบอาหารเจสู่ชุมชนวันละ 200 กล่อง 

    ในวันนี้ (9 ตุลาคม 2569) ไอคอนสยาม เมืองสุขสยามต้อนรับเทศกาลกินเจ จัดพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก คุณยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มาเป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วยคุณจุฑากาญจน์ เตชะวรรณเวคิน กรรมการผู้จัดการโครงการสุขสยาม คุณสุดารัตน์ ภู่พวง ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารกลุ่มงานทรัพยากรบุคคล บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด  โดยก่อนพิธีเปิดงานประธานและผู้บริหารทุกภาคส่วนร่วมทำพิธีสักการะองค์พระโพธิสัตว์ กวนอิมปางประทานพร องค์เต้าโบ้หงวนกุน เทพมารดาแห่งดวงดาว และองค์กิ้วอ๋องไต่เต่ หลังจากนั้นได้มีขบวนแห่ “พิธีอิ้วเก้ง” หรือขบวนแห่พระรอบเมือง ซึ่งเป็นพิธีดั้งเดิม และเป็นหนึ่งในพิธีสำคัญของเทศกาลถือศีลกินผักของชาวภูเก็ตมาแห่รอบเมืองสุขสยาม เพื่อให้ประชาชนได้สัมผัสประสบการณ์เทศกาลถือศีลกินผักของจังหวัดภูเก็ต เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวแห่งศรัทธา ความเชื่อและวิถีชีวิต 

    คุณจุฑากาญจน์ เตชะวรรณเวคิน กรรมการผู้จัดการโครงการสุขสยาม กล่าวว่า เทศกาลกินเจปีนี้ ไอคอนสยาม เมืองสุขสยาม ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม ธนาคารกสิกรไทย YEC Thailand หอการค้าไทย มูลนิธิพุทธานุสรณ์ ยกระดับเทศกาลกินเจ สู่ประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดเรื่องราวของศรัทธา อาหาร และวิถีชุมชน โดยนำประเพณีถือศีลกินผักภูเก็ตมาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ เชื่อมโยงเส้นทางแห่งศรัทธาเข้ากับอาหารเจ 4 ภาคทั่วไทย ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเสน่ห์ของเทศกาลกินเจผ่านหลากหลายมิติ ผ่านแนวคิด “อิ่มบุญ อิ่มเจ 4 ภาค”  
    ภายในงานพบกับอาหารเจ 4 ภาคจากภูมิปัญญาท้องถิ่นทั่วไทย ทั้ง ภาคเหนือ อาทิ น้ำพริกอ่องเจและแกงโฮะ, ภาคอีสาน อาทิ น้ำตกเจและลาบหมูกรอบเจ, ภาคใต้ อาทิ คั่วกลิ้งเจ ขนมจีนน้ำยาภูเก็ต และผัดหมี่ฮกเกี้ยน ไปจนถึง ภาคกลาง ที่มีทั้งข้าวหน้าเป็ดเจ ข้าวหมูแดงเจ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำเจ เย็นตาโฟเจ และเมนูเจอีกหลากหลาย พร้อมของหวานและอาหารว่างที่สะท้อนความหลากหลายของอาหารไทย

    พร้อมกันนี้เมืองสุขสยามจับมือกับเชฟจีโน่ จิตศักดิ์ หลิมภากรกุล จากรายการ MasterChef Thailand Season 3 และ MasterChef All Stars เตรียมสองเมนูเจร่วมสมัย อย่างเมนู โอ้เอ๋ว น้ำผึ้งมะนาว ของหวานพื้นเมืองจังหวัดภูเก็ตที่ให้ความสดชื่น หอมหวานละมุน และเกี๊ยวซ่าข้าวซอยเจ เกี๊ยวซ่าไส้ผักเสิร์ฟคู่กับซอสข้าวซอยเจหอมเครื่องเทศ นำเสน่ห์ของอาหารท้องถิ่นมาตีความใหม่ ให้การกินเจปีนี้ทั้ง อร่อย สนุก และร่วมสมัย

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือเส้นทางแห่งศรัทธา เปิดพื้นที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมาสัมผัสรากความเชื่อของประเพณีถือศีลกินผัก ถ่ายทอดผ่านนิทรรศการเครื่องแต่งกายม้าทรง วัฒนธรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ขณะเดียวกันเมืองสุขสยามได้อัญเชิญ  องค์พระโพธิสัตว์ กวนอิมปางประทานพร องค์เต้าโบ้หงวนกุน เทพมารดาแห่งดวงดาว และองค์กิ้วอ๋องไต่เต่ หรือจักรพรรดิราชทั้งเก้าพระองค์ ผ่านชุดเทวรูปที่อัญเชิญมาจากประเทศจีน มาให้ประชาชนได้สักการะ ณ ประตูสุขสุวรรณศาลา (GATE 5) เพื่อความเป็นสิริมงคล ตลอดจนการแสดงทางวัฒนธรรมไทยจีน 
    นอกจากความอร่อยและกิจกรรมต่างๆมากมาย ภายในงานจะมีพิธีมอบเกียรติบัตรคุณธรรม ให้กับ 6 ดารานักแสดง นำโดยอัพ-ภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง,  ปิงปอง-ธราดล  ชาติสังข์, กร-อคิราห์  แซ่สง, น้ำผึ้ง-ศรีสกุล วรรณสถิตย์, สปาย-ณิชชาวีณ์ ฉายอรุณ และปาโก๋-อธิวัฒน์  กาญจนภิวัฒน์ ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติดาราและนักแสดง ผู้ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในกรอบแห่งคุณธรรมและจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง มีความประพฤติดีงาม ภาพลักษณ์อันเหมาะสม เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม และเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ร่วมส่งเสริมคุณค่าและสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวไทยเชื้อสายจีนและอีกหนึ่งมิติของเทศกาลปีนี้คือการส่งต่อความสุขสู่ชุมชน ผ่านกิจกรรม “โรงเจหม้อใหญ่ สุขภาพดีกินง่าย ได้บุญ ส่งต่อชุมชน” โดยเมืองสุขสยาม ผู้ประกอบการ และพันธมิตรจะร่วมกันจัดทำอาหารเจวันละ 200 กล่อง เป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคม 2569 เพื่อส่งมอบให้แก่ชุมชนในเขตคลองสาน ได้แก่ ชุมชนวัดสุวรรณ ชุมชนสวนสมเด็จย่า และชุมชนช่างนาค สะพานยาว

    ไอคอนสยาม ขนทัพเมนูเจจากร้านดังกว่า 1,000 เมนูให้อิ่มอร่อยตลอดเทศกาล
    ไอคอนสยามชวนทุกคนกินเจในมิติใหม่ ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งความเฮลตี้  ขนทัพเมนูเจจากร้านดังระดับพรีเมียม ให้เลือกอิ่มอร่อยตลอดเทศกาล อาทิ BIANCA, Coffee Beans by Dao, GINGER FARM kitchen, have a Zeed, Hong Bao, JUMBO Seafood, KANORI, karun, NARA Thai Cuisine, Pacamara Coffee Roasters, SOLSOT, รส’นิยม, บ้านไอซ์, อันเกิม-อันก๋า
    ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีร้านอาหารและเครื่องดื่ม ณ ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ตรงข้ามไอคอนสยาม อาทิ getfresh, ซาลาเปาทับหลี ประกายจันทร์, ชาตักวุ้น, DOU’ 荳 – โต้ว, Inthanin, Millilitre, JUICE UP ให้เลือกอิ่มอร่อยสุขภาพดีได้ทุกวันตลอดเทศกาลกินเจ รวมถึงวัตถุดิบคุณภาพสำหรับประกอบอาหารเจ จากเดียร์ทัมมี่ ไลฟ์สไตล์ ซูเปอร์มาร์เก็ต กว่า 2,000 รายการ
    มาร่วมเปิดประสบการณ์กินเจ “J-Licious” พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของอาหารเจ เส้นทางแห่งศรัทธา และวัฒนธรรมการถือศีลกินผัก ให้เทศกาลกินเจครั้งนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการ อิ่มท้อง อิ่มบุญ อิ่มใจ และลองเริ่มต้นวิถีชีวิตที่ดีไปด้วยกันที่ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันนี้ –18 ตุลาคม 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : ICONSIAM หรือ iconsiam.com หรือโทร 1338

  • Exhibition - Food - Sustainability

    ไอคอนสยาม ยกระดับเทศกาลกาแฟครั้งสำคัญของเมืองไทย “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026” สู่ปรากฏการณ์กาแฟรักษ์โลก ตอกย้ำแนวคิด ‘ICONSIAM GO GREEN’ ขับเคลื่อนสู่มิติความยั่งยืน

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดประตูมหานครแห่งกาแฟ ร้อยเรียงเรื่องราวของผู้คน รสชาติ และวัฒนธรรมจากทั่วทุกมุมโลก ในมหกรรมกาแฟสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ปักหมุดเป็น Global Coffee Destination ชวนคนรักกาแฟมาร่วมเดินทางสู่ 6 Coffee District ที่พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มกว่า 1,000 เมนูจากทั่วโลก พร้อมทั้งเดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตอกย้ำแนวคิด ICONSIAM GO GREEN ส่งมอบคุณค่าคืนกลับสู่สังคมและชุมชน

    โดยให้ผู้ร่วมงานร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนผ่านแคมเปญ ZERO Cup to Landfill ทุกแก้วที่ดื่ม มีปลายทางที่ยั่งยืน โดยการรณรงค์ให้ร้านค้าและผู้เข้าร่วมงานตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม ร่วมกันแยกแก้วและวัสดุที่ใช้แล้วให้ถูกประเภท ณ จุด RETURN STATION ซึ่งตั้งอยู่ภายในงาน เพื่อนำแก้วที่ใช้แล้วไปเข้าสู่กระบวนการจัดการที่ถูกต้อง ไม่ให้กลายเป็นขยะฝังกลบ พร้อมส่งมอบต้นไม้ในกระถางที่ทำจากขยะ, กากกาแฟ, สารบำรุงดิน และปุ๋ยน้ำไนโตรเจนจากกากกาแฟ ให้กับผู้ร่วมงานเพื่อคืนความสมบูรณ์สู่ธรรมชาติ ส่วนกากกาแฟ และเศษอาหารจากงานจะนำไปเข้าสู่กระบวนการผลิตสารบำรุงดินมอบให้กับสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร นำไปบำรุงต้นไม้ในสวนสาธารณะ ภายในงานยังมีจอประมวลผลจำนวนขยะที่คักแยกได้ และจำนวนการลดการปล่อยคาร์บอนฯ แบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

    รวมถึงกิจกรรม แก้วเพื่อน้อง จุดแบ่งปันแก้วน้ำ Reuse สภาพดีที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อนำไปส่งต่อสู่มือน้องๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดการผลิตขยะใหม่ รวมทั้งรณรงค์ให้ผู้เข้าร่วมงานนำแก้วส่วนตัวมาใช้ภายในงาน พร้อมรับส่วนลด 5 บาท เมื่อซื้อเครื่องดื่มภายในงานจากร้านที่ร่วมรายการ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดคราฟต์ Coffee Painting วาดภาพด้วยผลิตภัณฑ์จากกากกาแฟสำหรับคนรักศิลปะอีกด้วย ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามและเกิดเป็นภาพความประทับใจให้กับผู้ร่วมงาน

    ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันของไอคอนสยามที่มุ่งเน้นการร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้จัดงาน ผู้ประกอบการ ตลอดจนผู้บริโภค เพื่อเป็นหนึ่งเดียวกันในการดูแลสิ่งแวดล้อม และเป็นหลักสำคัญที่พิสูจน์ว่า อุตสาหกรรมกาแฟไทยสามารถเติบโตอย่างสง่างามควบคู่ไปกับการสร้างโลกที่ยั่งยืนและน่าอยู่เพื่อคนรุ่นต่อไปได้อย่างแท้จริง

    เชิญชวนร่วมออกเดินทางสู่มหานครแห่งกาแฟที่เต็มไปด้วยเรื่องราว สัมผัสสุนทรียภาพแห่งการดื่มด่ำกาแฟรสเลิศ และประสบการณ์พิเศษในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 ระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ICONSIAM HALLและ SURALAI HALL ชั้น 7 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1338 หรือรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook: ICONSIAM และ https://iconsiam.com/th/events-activities/iconic-craft-coffee-expo-2026

    #ICONICCRAFTCOFFEEEXPO #มหานครแห่งกาแฟไอคอนสยาม #ICONSIAM

  • Exhibition - Food

    ไอคอนสยาม เปิดมหานครแห่งกาแฟ “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026” รวมที่สุดของกาแฟจากทั่วไทยและทั่วโลกที่คนรักกาแฟต้องมาเช็กอิน ระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปักหมุดเป็น Global Coffee Destination เตรียมสร้างปรากฏการณ์สุดพิเศษครั้งใหม่ ชวนคนรักกาแฟมาร่วมเปิดประตูสู่มหานครแห่งกาแฟ ที่ทุกแก้วร้อยเรียงเรื่องราวของผู้คน รสชาติ และวัฒนธรรมจากทั่วทุกมุมโลก ในมหกรรมกาแฟสุดยิ่งใหญ่ “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ICON OF COFFEE METROPOLIS” มหานครที่พร้อมเปิดพื้นที่เชื่อมโยงผู้คนและไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ผ่านประสบการณ์แห่งรสชาติและความหอมกรุ่นของเครื่องดื่มยอดนิยม โดยรวบรวมความเป็นระดับโลกและที่สุดเกี่ยวกับกาแฟมาไว้ในงานเดียว ตั้งแต่เมนูพิเศษที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ร้านกาแฟและเมล็ดกาแฟคุณภาพจากไทยและนานาประเทศ เรื่องราวน่าสนใจจากเหล่า ICONIC ของวงการกาแฟ เวทีการแข่งขันระดับประเทศที่ตัดสินโดยกรรมการระดับโลก วัฒนธรรมกาแฟจากหลากหลายประเทศ ไปจนถึงประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จะเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้ทุกคนได้ค้นพบและทำความรู้จักกาแฟในหลากหลายมิติยิ่งขึ้น โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ICONSIAM HALL และ SURALAI HALL ชั้น 7 ไอคอนสยาม

    หัวใจสำคัญของ ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 คือการเนรมิตไอคอนสยามให้เป็นมหานครแห่งกาแฟ จุดหมายปลายทางของเหล่าคนรักกาแฟ โดยตลอด 5 วันของการจัดงานอัดแน่นด้วยความพิเศษมากมาย ที่พร้อมจะมอบแรงบันดาลใจผ่านรสชาติและกลิ่นหอมอันเต็มไปด้วยเสน่ห์และเอกลักษณ์ของกาแฟจากหลายแหล่งที่มา ผ่านการเดินทางสู่ 6 Coffee District ที่พร้อมเสิร์ฟกาแฟกว่า 1,000 เมนูจากทั่วโลกบนพื้นที่ชั้น 7 ของไอคอนสยาม

    Local Gems District: ถนนสายกาแฟที่รวมร้านเด็ดร้านดังจากทั่วไทย คอมมูนิตี้ของคนรักกาแฟและอาหาร

    โซนที่เนรมิตขึ้นเพื่อคนรักกาแฟโดยเฉพาะ ท่องไปกับเรื่องราวของกาแฟทั่วไทย ตั้งแต่เมล็ดกาแฟคุณภาพระดับแชมป์จากโรงคั่วชั้นนำ ท็อปลิสต์ร้านกาแฟสุดคราฟต์ที่คัดสรรแบบเอ็กซ์คลูซีฟโดย ไอคอนคราฟต์ เพื่อนำเสนอเมนูกาแฟและเมล็ดกาแฟให้ผู้ร่วมงานได้ชิมและเลือกสรร อาทิ THE OLD SCHOOL, RIPPLE COFFEE ROASTERS, ROAST8RY, 19 DEGREES NORTH COFFEE, A KEEN HOUSE, SANTIPANICH, PANGKHON COFFEE ROASTER, MONSTER AND FRIENDS, POUR OVER LEB, ORDINARY ROASTERY, THE SUMMER COFFEE, Muaycoff x Muaycha, SIAMAYA CHOCOLATE, FIKA & CO, ROAST RUNNER, GRAPH, SIAS KOFFEE ROASTER, BALENA COFFEE, RÊVER ROASTERS, AFTER CHOC และ SIAMDRIPCO พร้อมอุปกรณ์กาแฟจากแบรนด์ KINTO และ MOCCAMASTER นอกจากนี้ยังมีสุดยอดกาแฟ GI ไทยที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาวิถีชีวิตและความตั้งใจของคนในท้องถิ่นมาให้เลือกซื้ออีกด้วย

              คนรักความอร่อยห้ามพลาดชิมของอร่อยฝั่งธนฯ แบบเต็มอิ่มกับโซน Thonburian Vibes ยกร้านเทรนดี้และของดี  ฝั่งธนฯ กว่า 30 ร้านมาไว้ในงานเดียว มากกว่างานรวมร้านอาหารแต่เป็น Lifestyle Destination ลิ้มลองรสชาติความอร่อยจากร้านดังย่านฝั่งธนฯ แบบครบจบในที่เดียว อาทิ Goosta , Prim home café, เล่อ ขาหมูทรงเครื่อง, เล่อก๋วยจั๊บ, บ้านออพอ, Ombrown, Station เส้นสด, HARU Bakehouse, เนื้อสยาม, โปรดมากินคุกกี้ของฉัน, อร่อยมาร์ค โตเกียวหน้าล้น, ขนมไทยบ้านใบเปลว, Black Bear Bakery, เจนจิตร, Daily Theory, Taraba Japanese Restaurant, grin : Specialty Chocolate Café, Rincha Tearoom x Cafe และ HAUYONGSENG CAFE (เฮ้าย่งเซ้ง) เป็นต้น

    Championship District: โซนแห่งความเข้มข้นของเวทีการแข่งขันระดับประเทศ เพื่อรังสรรค์สุดยอดเมนูกาแฟ

    หนึ่งในเวทีสำคัญของงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีคือ Thailand ICONIC Coffee and Creativity Championship 2026 (TICC2026) การแข่งขันที่เปิดพื้นที่ให้บาริสต้าได้ประชันทั้งทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการรังสรรค์เครื่องดื่มจากเมล็ดกาแฟ โดยมีกรรมการระดับโลกเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้โจทย์ “ICON OF COFFEE METROPOLIS” ให้ผู้เข้าแข่งขันตีความไอคอนสยามในฐานะมหานครแห่งกาแฟ ผ่านเครื่องดื่มที่สะท้อนความหลากหลายของรสชาติ ผู้คน ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์ ทั้งนี้การแข่งขัน TICC2026 แบ่งออกเป็น 3 รอบ ได้แก่ Prelim คัดเลือกสูตรเครื่องดื่มจากผู้เข้าแข่งขัน, Semifinal Stage Presentation Round ที่ผู้เข้าแข่งขันจะนำเสนอเครื่องดื่มต่อคณะกรรมการ และ Final Selling Round ซึ่งผู้เข้าแข่งขันต้องขายเครื่องดื่มจริงจำนวน 50 แก้ว ภายในเวลา 60 นาที เพื่อพิสูจน์ทั้งฝีมือและศักยภาพในการสร้างสรรค์เครื่องดื่มให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค ก่อนลุ้นกับการประกาศผลในวันที่ 20 กันยายน 2569 โดยผู้ชนะเลิศจะได้รับโล่รางวัลพร้อมเงินรางวัล 60,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 รับโล่ร่างวัลพร้อมเงินรางวัล 15,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 รับโล่รางวัลพร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท และรางวัลชมเชย 3 รางวัล รับเงินรางวัลละ 5,000 บาท รวมถึง All Star Championship Zone ซึ่งรวบรวมเมนูจากการแข่งขันและร้านของแชมป์ TICC มาให้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

    ICONIC District: รวบรวมทุกไฮไลต์ระดับไอคอนิคที่สามารถพบได้เฉพาะในงานนี้เท่านั้น

    อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด คือการลิ้มรสชาติเครื่องดื่มแก้วพิเศษ ICONIC MENU กับ3 เมนูที่รังสรรค์โดย คุณชัญญา ธาราธิคุณเดช  World Certified Judge กรรมการตัดสินการแข่งขันกาแฟระดับโลกเพื่อให้ลิ้มลองเฉพาะในงานนี้เท่านั้น โดยปีนี้นำเสนอเป็นเครื่องดื่ม 3 เมนูที่สะท้อนทั้งความคิดสร้างสรรค์และคาแรกเตอร์ของงาน ได้แก่ Golden Heritage แรงบันดาลใจจากกาแฟมะขามคั่วดั้งเดิมของไทย ซึ่งนำมาประยุกต์ใหม่ให้เข้ากับยุคปัจจุบัน, Metropolis Blend ที่นำ Irish Coffee ผสมผสานกับชาไทยและชาดำจนได้เป็นรสชาติใหม่ที่ลงตัว และ Emerald District นำพิสตาชิโอและช็อกโกแลตมาออกแบบเป็นเครื่องดื่มรสเลิศชวนเปิดประสบการณ์การดื่มในแบบฉบับ ICONIC MENU ที่หาไม่ได้จากที่อื่น

    สำหรับผู้ที่หลงใหลในเรื่องราวเบื้องหลังกาแฟ เตรียมพบกับเหล่า ICONIC PERSON ตัวจริงจากแวดวงกาแฟไทยและนานาชาติที่จะมาแบ่งปันเรื่องราวผ่านเวที ICONIC PERSON TALK นำโดย Cadence World Representative และ Education Celebrity จากประเทศมาเลเซีย, แคท-ชัญญา ธาราธิคุณเดช World Certified Judge, Marcia Yoko Shimosaka Coach World  Barista Champion 2023 นอกจากนี้ยังได้พบกับ สิทธิพงษ์ ยงศิริ, กรวิกา ยังประภากร, ศราวุธ หมั่นงาน, สุปรียา ก้างออนตา, วรกมล เลี้ยงรักษา, Marion Paolo Lara Saksopin และ Ahmad Farhan

    ไม่เพียงแค่นั้นยังมีกิจกรรม EXCLUSIVE COFFEE LOVER GUESTS เปิดพื้นที่ให้เหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์ได้ ร่วมกิจกรรมกับศิลปินคู่โปรดอย่างใกล้ชิด พร้อมอร่อยกับเครื่องดื่ม ICONIC MENU และรับสิทธิพิเศษสุดฟิน โดยวันที่ 16 กันยายน 2569  เปิดให้ร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ ตี๋ บุญยเกียรติ และเฮง ทัตพงศ์, วันที่ 18 กันยายน 2569  ฟินขั้นสุดกับ โทมัส ธีร์ทัศน์ และ ก้อง ก้องภพ, วันที่ 19 กันยายน 2569 จิ้นไม่หยุดกับ  เน็ต สิรภพ และเจเจ รัชพล ก่อนปิดท้ายวันที่ 20 กันยายน 2569 ด้วยความน่ารักของ แม้ก กรธัสส์ และณฐ ณฐสิชณ์ โดยสามารถติดตามรายละเอียดการจำหน่ายบัตรเข้าร่วมกิจกรรมได้ทางโซเชียลมีเดียของไอคอนสยาม

    Global Flavor District: พาทุกคนออกเดินทางท่องโลกกว้างผ่านสุนทรียภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

    ครั้งแรกที่ Marcia Yoko Shimosaka โค้ชผู้อยู่เบื้องหลังแชมป์ World Barista 2023 จะมาร่วมดริปกาแฟระดับ Competition Grade ผ่าน 5 เมล็ดกาแฟพิเศษที่คัดสรรมาเฉพาะสำหรับงานนี้ ซึ่งล้วนเป็นกาแฟที่ปลูกในพื้นที่เฉพาะ เก็บเกี่ยวแบบ Zero Defects และพัฒนาเป็น Micro Lots ที่หาได้ยาก ทั้ง “BRAZIL Pink Bourbon” หนึ่งในสายพันธุ์กาแฟพิเศษที่น่าจับตามองที่สุดในปัจจุบัน มีเอกลักษณ์คือรสชาติที่หวานฉ่ำ บอดี้เนียนนุ่ม และมีความเป็นกรดสว่างสดใส, “PANAMA Washed” หนึ่งในมาตรฐานสูงสุดของวงการกาแฟสาย Specialty รสจะเน้นไปที่ความสะอาดและสว่างขั้นสุด, “PANAMA Geisha” ราชินีแห่งวงการ Specialty Coffee และเป็นสายพันธุ์ที่ทุบสถิติราคาประมูลแพงที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง, “PANAMA Geisha 26” เมล็ดที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการกาแฟภายใต้เอกลักษณ์หลักคือ Complex Clarity และ “PANAMA Chiroso” หนึ่งในกาแฟสายพันธุ์หายาก ที่กำลังมาแรงอย่างมากบนเวทีประกวดและในกลุ่ม Competition Grade พร้อมเปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของเมล็ดกาแฟ Competition Grade จาก ULT Coffee Roaster ร้านกาแฟของแชมป์ระดับโลก Boram Um ที่ส่งตรงมาจำหน่ายเฉพาะในงานเพียง 30 ชุดเท่านั้น นอกจากนี้ภายในงานยังรวมวัฒนธรรมกาแฟจากทั่วโลก มาให้สัมผัสรสชาติผ่านเมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกคุณภาพและร้านกาแฟชื่อดังกว่า 12 ประเทศ อาทิ บราซิล ตุรกี และเวียดนาม เป็นต้น

    Star-Brew District: พบกับความอร่อยสุดอินเทรนด์จากร้านของศิลปินชื่อดัง

                เตรียมเช็คอินพิกัดความอร่อยสุดอินเทรนด์ที่รวบรวมร้านเครื่องดื่มและขนมชื่อดังจากเหล่าศิลปินดาราแถวหน้าของเมืองไทยมาเสิร์ฟความฟินให้คุณถึงที่ ไม่ว่าจะเป็น เอาใจคอกาแฟสายชิคกับร้าน SELF Coffee ของ ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์ และ ร้าน rowie’s coffee ของ ฟอส-จิรัชพงศ์ ที่สายหวานต้องถูกใจแน่นอน สำหรับสายเฮลตี้มาเลือกดื่มด่ำกับมัตจะพรีเมียมเข้มข้นจากร้าน Fenme Matcha ของ เอิร์ธ-ศัลย์, ร้าน Hosomi Matcha & Bagle ของ เสนาหอย, ร้าน Machat Matcha ของอุ้ม-ทวีพร และร้าน Miu Miu ของโบ๊ท-ธารา งานนี้เหล่านักชิมและแฟนคลับห้ามพลาด ร่วมลิ้มลองเมนูเด็ดและสร้างความทรงจำสุดประทับใจไปด้วยกัน

    Reserve District: ที่สุดแห่งประสบการณ์กาแฟเหนือระดับสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

    ค้นพบเสน่ห์ของ L’Italien กาแฟจาก Le Café Alain Ducasse ที่นำเสนอโดยร้านชื่อดังระดับมิชลิน Blue by Alain Ducasse สัมผัสความพรีเมียมของเมนูกาแฟที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมกาแฟอิตาเลียนอันคลาสสิกผ่านรสชาติเข้มข้นกลิ่นหอมลุ่มลึกและความประณีตในรูปแบบเอสเปรสโซคลาสสิกและเมนูกาแฟสูตรพิเศษ พร้อมลิ้มลอง Signature Coffee Bean Cake เค้กรูปเมล็ดกาแฟที่ถ่ายทอดกลิ่นรสคั่วหอมละมุนและช็อกโกแลต รวมไปถึงการเปิดประสบการณ์ ลิ้มลองการจับคู่อาหารและกาแฟที่ลงตัวที่สุดเพื่อเติมสีสันให้กับมหานครแห่งกาแฟ สัมผัสเสน่ห์แห่งรสชาติที่รังสรรมาเป็นพิเศษผ่านFood & Coffee Pairing จากร้านดังไม่ว่าจะเป็น Fongs รัญจวน ร่วมกับ KAREN Coffee, สำเภานาวา และ Roma Khao Yai

    นอกจากนี้ยังได้พบกับอีกหลากหลายความพิเศษในงาน อาทิ การเปิดพื้นที่ Workshop & Creative Space สำหรับคนรักศิลปะและกาแฟ อาทิ วาดรูปบนแก้วกาแฟ, Coffee Painting และ เพ้นท์ที่รองแก้ว รวมถึงกิจกรรมเวิร์กช็อป Drip by ME โดยสมาคมกาแฟไทย ซึ่งจัดที่ Co-working Space ชั้น 1 ไอซีเอส ตรงข้ามไอคอนสยาม ชวนมาเรียนรู้ การดริปกาแฟ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ก่อนลิ้มรสชาติกาแฟไทยไปพร้อมกัน โดยจัดกิจกรรม 5 รอบต่อวัน (รอบละ 5 ท่าน) เวลา 11.00 , 13.00 , 15.00 , 17.00 , 19.00 น. ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรีเพียงแสดงใบเสร็จการซื้อสินค้าและบริการภายใน ไอซีเอส ภายในวัน

    และเพื่อตอกย้ำแนวคิด ICONSIAM GO GREEN ชวนทุกคนร่วมสร้างความยั่งยืนผ่านแคมเปญ ZERO Cup to Landfill ทุกแก้วที่ดื่ม มีปลายทางที่ยั่งยืน เชิญชวนผู้ร่วมงานร่วมกันแยกแก้วและวัสดุที่ใช้แล้วให้ถูกประเภท ณ จุด RETURN STATION ซึ่งตั้งอยู่ภายในงาน เพื่อนำแก้วที่ใช้แล้วไปเข้าสู่กระบวนการจัดการที่ถูกต้อง ไม่ให้กลายเป็นขยะฝังกลบ พร้อมรับปุ๋ยและต้นไม้ฟรี รวมถึงกิจกรรม แก้วเพื่อน้อง จุดแบ่งปันแก้วน้ำ Reuse สภาพดีที่เหลือใช้จากพี่ๆ ส่งต่อสู่มือน้องๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมสัมผัสมิติของกาแฟเพื่อความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม กาแฟ ปิง วัง ยม น่าน  ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ของ 4 แม่น้ำสายหลักทางภาคเหนือของไทย ภายใต้โครงการที่มุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่ป่า สู่การสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในชุมชนอย่างยั่งยืน

                ทั้งนี้ ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 มาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษมากมาย เพื่อให้คนรักกาแฟได้เพลิดเพลินกับเรื่องราวของเครื่องดื่มแก้วโปรดอย่างเต็มอิ่ม อาทิ

    • STAMP JOURNEY ZONE สมาชิก ONESIAM ช้อปครบ 200 บาทจากร้านค้าภายในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 รับแสตมป์ 1 ดวง สะสมครบ 10 ดวง แลกรับของรางวัลตามที่กำหนด
    • ลูกค้า ทรู หรือ ดีแทค แลกรับส่วนลดเครื่องดื่ม 50 บาท และ ICONIC MENU มูลค่า 250 บาท
    • ไอคอนสยาม ร่วมแจกกาแฟฟรี 1,000 แก้ว สำหรับสมาชิก ONESIAM แลกรับสิทธิ์คูปองส่วนลด 60 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลดภายในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 โดยสามารถแลกรับสิทธิ์ได้ที่หน้าร้าน ZARA ชั้น M
    • สมาชิก ONESIAM ซื้อสินค้าไอคอนคราฟต์ภายในงานครบ 2,500 บาท แลกรับ ICONCRAFT ECO CUP 1 ใบ มูลค่า 490 บาท
    • Bring your own cup เพียงนำแก้วส่วนตัวมาเองรับส่วนลด 5 บาท เมื่อซื้อเครื่องดื่มภายในงานจากร้านที่ร่วมรายการ

                เชิญชวนทุกคนร่วมออกเดินทางสู่มหานครแห่งกาแฟที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและประสบการณ์พิเศษในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 ระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ICONSIAM HALLและ SURALAI HALL ชั้น 7 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1338 หรือรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook: ICONSIAM และ https://iconsiam.com/th/events-activities/iconic-craft-coffee-expo-2026 

    #ICONICCRAFTCOFFEEEXPO #มหานครแห่งกาแฟไอคอนสยาม #ICONSIAM #ThailandIconicCoffeeandCreativityChampionship #TICC #specialtycoffee #specialtycoffeeroaster #Coffee #กาแฟ

  • Exhibition - Food - Lifestyle

    “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026” มหานครกาแฟ ที่คนรักกาแฟต้องมาเช็กอินไอคอนสยาม จัดเต็ม 6 Coffee District กว่า 1,000 เมนู และประสบการณ์ระดับโลก 16–20 กันยายนนี้ ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปักหมุดเป็น Global Coffee Destination เตรียมสร้างปรากฏการณ์สุดพิเศษครั้งใหม่ ชวนคนรักกาแฟมาร่วมเปิดประตูสู่มหานครแห่งกาแฟ ที่ร้อยเรียงเรื่องราวของผู้คน รสชาติ และวัฒนธรรมจากทั่วทุกมุมโลก ในมหกรรมกาแฟสุดยิ่งใหญ่ “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ICONSIAM HALL และ SURALAI HALL ชั้น 7 ไอคอนสยาม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ICON OF COFFEE METROPOLIS” มหานครที่พร้อมเปิดพื้นที่เชื่อมโยงผู้คนและไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ผ่านประสบการณ์แห่งรสชาติ โดยรวบรวมความเป็นระดับโลกและที่สุดเกี่ยวกับกาแฟให้ทุกคนได้ร่วมท่องไปในมหานครแห่งกาแฟ ผ่านการเดินทาง สู่ 6 Coffee District จุดหมายปลายทางของเหล่าคนรักกาแฟที่พร้อมเสิร์ฟกาแฟกว่า 1,000 เมนูจากทั่วทุกมุมโลก

    ● Local Gems District: ถนนสายกาแฟที่รวมร้านเด็ดร้านดังจากทั่วไทย คอมมูนิตี้ของคนรักกาแฟและอาหาร
    ท่องไปกับเรื่องราวของกาแฟทั่วไทย ตั้งแต่เมล็ดกาแฟคุณภาพระดับแชมป์จากโรงคั่วชั้นนำ ท็อปลิสต์ร้านกาแฟสุดคราฟต์ที่คัดสรรแบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดย ไอคอนคราฟต์ อาทิ SIAMDRIPCO, SIRIWAT SELECTED COFFEE, Q PROJECT THAILAND, GRAPH, SIAS KOFFEE ROASTER, ROAST8RY, NINETEEN DEGREES NORTH COFFEE, SANTIPANICH ROASTER และ PANGKHON COFFEE ROASTER เป็นต้น

    นอกจากนี้ยังมี สุดยอดกาแฟ GI ไทย ที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาวิถีชีวิตและความตั้งใจของคนในท้องถิ่นมาให้เลือกซื้ออีกด้วย รวมทั้งโซนที่คนรักความอร่อยห้ามพลาดชิมของอร่อยฝั่งธนฯ แบบเต็มอิ่มกับโซน Thonburian Vibes ยกร้านเทรนดี้และของดี ฝั่งธนฯ กว่า 30 ร้านมาไว้ในงานเดียว

    ● Championship District: โซนแห่งความเข้มข้นของเวทีการแข่งขันระดับประเทศ เพื่อรังสรรค์สุดยอดเมนูกาแฟ หนึ่งในเวทีสำคัญซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีคือ Thailand ICONIC Coffee and Creativity Championship 2026 (TICC2026) การแข่งขันที่เปิดพื้นที่ให้บาริสต้าได้ประชันทั้งทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการรังสรรค์เครื่องดื่มจากเมล็ดกาแฟ โดยมีกรรมการระดับโลกเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้โจทย์ “ICON OF COFFEE METROPOLIS” ให้ผู้เข้าแข่งขันตีความไอคอนสยามในฐานะมหานครแห่งกาแฟ ผ่านเครื่องดื่มที่สะท้อนความหลากหลายของรสชาติ ผู้คน ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์ รวมถึง All Star Championship Zone ซึ่งรวบรวมเมนูจากการแข่งขันและร้านของแชมป์ TICC มาให้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

    ● ICONIC District: รวบรวมทุกไฮไลต์ระดับไอคอนิคที่สามารถพบได้ในงานนี้เท่านั้น เปิดประสบการณ์การดื่มในแบบฉบับ ICONIC MENU ที่รังสรรค์โดย คุณชัญญา ธาราธิคุณเดช World Certified Judge กรรมการตัดสินการแข่งขันกาแฟระดับโลก เพื่อให้ลิ้มลองเฉพาะในงานนี้เท่านั้น ได้แก่ Golden Heritage, Metropolis Blend และ Emerald District

    พร้อมเตรียมพบกับเหล่า ICONIC PERSON ตัวจริงจากแวดวงกาแฟไทยและนานาชาติที่จะมาแบ่งปันเรื่องราวผ่านเวที ICONIC PERSON TALK ไม่เพียงแค่นั้นยังมีกิจกรรม EXCLUSIVE COFFEE LOVER GUESTS เปิดพื้นที่ให้เหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์ได้ร่วมกิจกรรมกับศิลปินคู่โปรดอย่างใกล้ชิด โดยวันที่ 16 กันยายน 2569 พบกับ ตี๋ บุญยเกียรติ และ เฮง ทัตพงศ์, วันที่ 18 กันยายน 2569 พบกับ โทมัส ธีร์ทัศน์ และ ก้อง ก้องภพ, วันที่ 19 กันยายน 2569 พบกับ เน็ต สิรภพ และ เจเจ รัชพล และวันที่ 20 กันยายน 2569 พบกับ แม้ก กรธัสส์ และ ณฐ ณฐสิชณ์ สามารถติดตามรายละเอียดการจำหน่ายบัตรเข้าร่วมกิจกรรมได้ทางโซเชียลมีเดียของไอคอนสยาม

    ● Global Flavor District: ออกเดินทางท่องโลกกว้างผ่านสุนทรียภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ครั้งแรกที่ Marcia Yoko Shimosaka โค้ชผู้อยู่เบื้องหลังแชมป์ World Barista 2023 จะมาร่วมดริปกาแฟระดับ Competition Grade ผ่าน 5 สายพันธุ์เมล็ดกาแฟพิเศษที่คัดสรรมาเฉพาะสำหรับงานนี้ ได้แก่ BRAZIL Pink Bourbon, PANAMA Washed, PANAMA Geisha, PANAMA Geisha 26, Complex Clarity และ PANAMA Chiroso พร้อมเปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของเมล็ดกาแฟ Competition Grade จาก ULT Coffee Roaster ร้านกาแฟของแชมป์ระดับโลก ส่งตรงมาจำหน่ายเฉพาะภายในงาน นอกจากนี้ภายในงานยังรวมวัฒนธรรมกาแฟจากทั่วโลกมาให้สัมผัสรสชาติผ่านเมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกคุณภาพและร้านกาแฟชื่อดังกว่า 12 ประเทศ อาทิ บราซิล ตุรกี และเวียดนาม เป็นต้น

    ● Star-Brew District: พบกับความอร่อยสุดอินเทรนด์จากร้านของศิลปินชื่อดัง เตรียมเช็คอินพิกัดความอร่อยสุดอินเทรนด์ที่รวบรวมร้านเครื่องดื่มและขนมชื่อดังจากเหล่าศิลปินดาราแถวหน้าของเมืองไทยมาเสิร์ฟความฟินให้คุณถึงที่ ไม่ว่าจะเป็น SELF Coffee ของ ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์, rowie’s coffee ของ ฟอส-จิรัชพงศ์, Fenme Matcha ของ เอิร์ธ-ศัลย์, Hosomi Matcha & Bagle ของ เสนาหอย, Machat Matcha ของ อุ้ม-ทวีพร และ Miu Miu ของ โบ๊ท-ธารา งานนี้เหล่านักชิมและแฟนคลับห้ามพลาด

    ● Reserve District: ที่สุดแห่งประสบการณ์กาแฟเหนือระดับสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ค้นพบเสน่ห์ของ L’Italien กาแฟจาก Le Café Alain Ducasse ที่นำเสนอโดยร้านชื่อดังระดับมิชลิน Blue by Alain Ducasse สัมผัสความพรีเมียมของเมนูกาแฟที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมกาแฟอิตาเลียนอันคลาสสิกผ่านรสชาติเข้มข้นกลิ่นหอมลุ่มลึก พร้อมลิ้มลอง Signature Coffee Bean Cake เค้กรูปเมล็ดกาแฟที่ถ่ายทอดกลิ่นรสคั่วหอมละมุนและช็อกโกแลต รวมไปถึงการเปิดประสบการณ์ลิ้มลองการจับคู่อาหารและกาแฟที่ลงตัวผ่าน Food & Coffee Pairing จากร้านดังไม่ว่าจะเป็น Fongs รัญจวนร่วมกับ KAREN Coffee, สำเภานาวา และ Roma Khao Yai

    นอกจากนี้ยังได้พบกับอีกหลากหลายความพิเศษในงาน อาทิ Workshop & Creative Space สำหรับคนรักศิลปะและกาแฟ, กิจกรรม Drip by ME โดย สมาคมกาแฟไทย ซึ่งจัดที่ Co-working Space ชั้น 1 ไอซีเอส ตรงข้ามไอคอนสยาม เรียนรู้การดริปกาแฟตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย และเชิญชวนร่วมสร้างความยั่งยืนผ่านแคมเปญ ZERO Cup to Landfill ทุกแก้วที่ดื่ม มีปลายทางที่ยั่งยืน โดยแยกแก้วและวัสดุที่ใช้แล้วให้ถูกประเภท ณ จุด RETURN STATION เพื่อนำแก้วที่ใช้แล้วไปเข้าสู่กระบวนการจัดการที่ถูกต้อง รวมถึงกิจกรรม แก้วเพื่อน้อง จุดแบ่งปันแก้วน้ำ Reuse สภาพดีที่เหลือ ใช้จากพี่ๆ ส่งต่อสู่มือน้องๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมสัมผัสมิติของกาแฟเพื่อความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม กาแฟ ปิง วัง ยม น่าน ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ของ 4 แม่น้ำสายหลักทางภาคเหนือของไทย ภายใต้โครงการที่มุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่ป่า สู่การสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในชุมชนอย่างยั่งยืน

    ทั้งนี้ ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 มาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษมากมาย เพื่อให้คนรักกาแฟได้เพลิดเพลินกับเรื่องราวของเครื่องดื่มแก้วโปรดอย่างเต็มอิ่ม อาทิ
    ● STAMP JOURNEY ZONE สมาชิก ONESIAM ช้อปครบ 200 บาทจากร้านค้าภายในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 รับแสตมป์ 1 ดวง สะสมครบ 10 ดวง แลกรับของรางวัลตามที่กำหนด
    ● ลูกค้า ทรู หรือ ดีแทค แลกรับส่วนลดเครื่องดื่ม 50 บาท และ ICONIC MENU มูลค่า 250 บาท
    ● ไอคอนสยาม ร่วมแจกกาแฟฟรี 1,000 แก้ว สำหรับสมาชิก ONESIAM แลกรับสิทธิ์คูปองส่วนลด 60 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลดภายในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 โดยสามารถแลกรับสิทธิ์ได้ที่หน้าร้าน ZARA ชั้น M
    ● สมาชิก ONESIAM ซื้อสินค้าไอคอนคราฟต์ภายในงานครบ 2,500 บาท แลกรับ ICONCRAFT ECO CUP 1 ใบ มูลค่า 490 บาท
    ● Bring your own cup เพียงนำแก้วส่วนตัวมาเองรับส่วนลด 5 บาท เมื่อซื้อเครื่องดื่มภายในงานจากร้านที่ร่วมรายการ

    เชิญชวนทุกคนร่วมออกเดินทางสู่มหานครแห่งกาแฟที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและประสบการณ์พิเศษในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 ระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ICONSIAM HALLและ SURALAI HALL ชั้น 7 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1338 หรือรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook: ICONSIAM และ https://iconsiam.com/th/events-activities/iconic-craft-coffee-expo-2026

    #ICONICCRAFTCOFFEEEXPO #มหานครแห่งกาแฟไอคอนสยาม #ICONSIAM #ThailandIconicCoffeeandCreativityChampionship #TICC

  • Food - Lifestyle

    ไอคอนสยาม ชวนฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์กับ “Mooncake Festival 2026” รวมที่สุดแห่งขนมไหว้พระจันทร์จากร้านดัง โรงแรมชั้นนำ และแบรนด์ระดับโลกไว้ในที่เดียว

    พบคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์สุดพิเศษที่มีเพียงปีละครั้ง พร้อมรสชาติใหม่และลิมิเต็ดเอดิชันจาก 16 แบรนด์ดัง 1 – 25 กันยายน 2569 ณ ไอคอนสยาม และ สยาม ทาคาชิมายะ

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชวนร่วมฉลอง “Mooncake Festival 2026” พบกับการรวมตัวครั้งใหญ่ของขนมไหว้พระจันทร์จากร้านอาหารชื่อดัง โรงแรมชั้นนำ และแบรนด์ระดับพรีเมียมจากทั่วโลก เนื่องในโอกาสเทศกาลที่เปี่ยมด้วยความหมายของความพร้อมหน้า ความสมบูรณ์ และความผูกพันของครอบครัว ขนมไหว้พระจันทร์จึงยังคงเป็นของขวัญยอดนิยมที่สะท้อนความปรารถนาดี ความมั่งคั่ง และความเป็นสิริมงคลที่ผู้คนมอบให้แก่กันในช่วงเวลาพิเศษของปี เพื่อตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่ครบครันที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ปีนี้ ไอคอนสยาม รวบรวมขนมไหว้พระจันทร์ทั้งสูตรต้นตำรับและรสชาติสร้างสรรค์จากแบรนด์ชั้นนำกว่า 16 แบรนด์ พร้อมคอลเลกชันพิเศษและรสชาติลิมิเต็ดเอดิชันที่มีให้เลือกสรรเพียงช่วงเทศกาล ระหว่างวันที่ 1 – 25 กันยายน 2569 นี้เท่านั้น

    ค้นหาความอร่อยจากร้านดังภายในไอคอนสยาม

    พบกับขนมไหว้พระจันทร์จากแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มชั้นนำที่พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับเทศกาลปีนี้ เริ่มต้นที่ Blue by Alain Ducasse ชั้น 1 ร้านอาหารมิชลินชื่อดังที่นำเสนอเซ็ต Once in a Blue Moon กับ 4 รสชาติพิเศษ ได้แก่ Black Sesame Lava, Tiramisu, Egg Yolk Lava และ Lotus Cheese พร้อมมอบ Cash Voucher มูลค่า 500 บาท สำหรับใช้บริการ All-Day Dining at Blue by Alain Ducasse อีกด้วย

    ด้าน Läderach ชั้น M แบรนด์ช็อกโกแลตระดับตำนานจากสวิตเซอร์แลนด์ รังสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์สไตล์โมเดิร์น พร้อมเปิดตัวรสชาติพิเศษประจำปีอย่าง Blueberry Lemon และ Blueberry Praline ที่ผลิตในจำนวนจำกัด เหมาะสำหรับผู้ที่มองหารสชาติแปลกใหม่และสดชื่นแตกต่างจากขนมไหว้พระจันทร์แบบดั้งเดิม

    TWG Tea ชั้น G ยังคงสร้างความโดดเด่นด้วย Miss Tea Mooncake Collection และมีการนำชาเบลนด์ระดับโลกมาผสานเข้ากับขนมไหว้พระจันทร์อย่างประณีต ผ่าน 5 รสชาติ ได้แก่ ทุเรียนไข่เค็ม, มันม่วงญี่ปุ่นสตรอว์เบอร์รี่ผสม Silver Moon Tea, ส้มยูสุผสม French Earl Grey, ราสเบอร์รี่และลิ้นจี่ผสม Bain de Roses Tea และคัสตาร์ดไข่ผสม Vanilla Bourbon Tea

    ส่วน Starbucks ชั้น 1, ชั้น 7 และชั้น M ไอซีเอส นำเสนอทั้งรสชาติยอดนิยมอย่างกาแฟและชาเขียว พร้อมเปิดตัวไส้ใหม่ ได้แก่ ทุเรียนหมอนทองแมกคาเดเมีย ทุเรียนหมอนทองพิสตาชิโอ และไฮไลต์ประจำปีอย่าง Custard Lava Mooncake ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในทุกเทศกาล

    สำหรับสายขนมหวานร่วมสมัย The Rolling Pinn ชั้น 6 ส่ง Peony Paradise Mooncake Collection ขนมไหว้พระจันทร์ ที่ชวนทุกคนมาเปิดมุมมองใหม่ ๆ 4 รสชาติที่พัฒนามากจาก Hero product ที่ลูกค้าชื่นชอบ ได้แก่ พิสตาชิโอ ราสป์เบอร์รี่ ช็อกโกแลตอัลมอนด์ และคัสตาร์ดไข่เค็ม สามารถอร่อยร่วมกันได้ทุก Gen ซึ่งถ่ายทอดความสวยงามด้วยดอกโบตั๋นและผีเสื้อคู่ในรูปแบบร่วมสมัย

    และอีกหนึ่งแบรนด์ที่ไม่ควรพลาดกับ Karun ชั้น 6 ที่นำเสน่ห์ของชาไทยมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์ 2 รสชาติพิเศษ ได้แก่ คัสตาร์ดชาไทย และชาดำผสานแยมส้มยูซุ ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความหอมละมุนของชาไทยสู่เทศกาลแห่งความสุขได้อย่างลงตัว

    นอกจากนี้ ชาตรามือ ชั้น G เมืองสุขสยาม และ ไอซีเอส ยังร่วมเติมสีสันให้เทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ปีนี้ด้วยขนมไหว้พระจันทร์ 5 รสชาติพิเศษ ได้แก่ ไส้ทุเรียนแมคคาเดเมีย ไส้บัวทองชาไทยลาวา ไส้ชาไทยไข่เค็มลาวา ไส้ชากุหลาบช็อกโกแลตชิพ และไส้ชากุหลาบยูสุลาวา ที่นำเอกลักษณ์ความหอมเข้มข้นของชามาถ่ายทอดเป็นรสชาติอันกลมกล่อมและแตกต่างอย่างลงตัว

    พบที่สุดแห่งขนมไหว้พระจันทร์จากโรงแรมชั้นนำและแบรนด์ดังที่ สยาม ทาคาชิมายะ

    นอกจากร้านค้าภายในไอคอนสยาม ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ยังได้จัดงาน SIAM Takashimaya Moon Cake Festival รวบรวมขนมไหว้พระจันทร์จากโรงแรมชั้นนำและแบรนด์ดังทั้งในและต่างประเทศมาให้เลือกสรรอย่างครบครันในที่เดียว ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่มองหาของขวัญระดับพรีเมียมและนักชิมที่ต้องการสัมผัสรสชาติระดับตำนานจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ เริ่มจาก โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล. อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล แบงค็อก ที่นำเสนอคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ ผ่านชุดของขวัญสุดพิเศษ The Athenee Signature Box ภายในบรรจุขนมไหว้พระจันทร์คละรสชาติ 4 ชิ้น

    ขณะที่ โรงแรมบันยันทรี แบงค็อก โดดเด่นด้วยกล่องของขวัญดีไซน์พิเศษรูปม้าประจำปีมะเมีย พร้อมรสชาติใหม่อย่างชาอู่หลงยูสุ ที่ผสานความคลาสสิกเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ ด้าน โรงแรมดุสิตธานี เปิดตัว 3 รสชาติใหม่ ได้แก่ พุทรา มันม่วง และคัสตาร์ดเนื้อครีม ควบคู่ไปกับรสชาติยอดนิยมอย่างทุเรียนไข่เค็ม เม็ดบัวไข่เค็ม และโหงวยิ้งไข่เค็ม

    ในส่วนของ โรงแรมแชงกรี-ลา แบงค็อก ยังคงนำเสนอความอร่อยระดับตำนานผ่านไส้อัลมอนด์งาดำ ทุเรียนไข่เค็ม ลูกบัวไข่เค็ม และโหงวยิ้งไข่เค็ม

    สำหรับผู้ที่ชื่นชอบขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับอย่าง กอกใจ ที่ยังคงโดดเด่นด้วยขนมไหว้พระจันทร์ไส้ทุเรียน และพัฒนาเพิ่มกับสูตรหวานน้อย

    Kyo Roll En สร้างความน่าสนใจ ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ ขนมไหว้พระจันทร์ระดับเชฟ 3 ดาวมิชลิน เชฟ Hideaki Sato จากร้าน Ta Vie (ฮ่องกง) ผ่าน 4 รสชาติ ได้แก่ Chestnut Pu-Er Tea, Osmanthus Custard with Mandarin, Yuzu Lava และ Satsuma Imo

    ส่วน MX Mooncake ขนมไหว้พระจันทร์ยอดขายอันดับ 1 ในฮ่องกง 28 ปีซ้อน ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ ผ่านเมนูซิกเนเจอร์ยอดนิยมอย่าง ‘ไส้คัสตาร์ดลาวา’ และ ‘ไส้เม็ดบัวต้นตำรับ’ ที่ครองใจใครหลายๆ คน ส่วน Henri Charpentier ส่งมอบความพิเศษในเทศกาลไหว้พระจันทร์ กับ Gold Bar Financier (Mid-Autumn Festival Gift Box) ขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสอันเป็นเอกลักษณ์ หอมละมุนจากเนยและอัลมอนด์ ปิดท้ายด้วย K.Minamoto ที่นำเสนอ “มันจู” รูปกระต่าย สัญลักษณ์แห่งเทศกาลไหว้พระจันทร์ สอดไส้ถั่วขาวกวนผสมเปลือกส้มยูซุหอมละมุน ผลิตขึ้นเป็นพิเศษเพียงปีละครั้งสำหรับเทศกาลนี้โดยเฉพาะ

    ร่วมสัมผัสสีสันแห่งเทศกาลไหว้พระจันทร์ และเลือกสรรขนมไหว้พระจันทร์จากร้านดัง โรงแรมชั้นนำ และแบรนด์ระดับโลกกว่า 15 แบรนด์ เพื่อส่งต่อความสุข ความอบอุ่น และคำอวยพรแห่งความมั่งคั่งให้แก่คนที่คุณรักในเทศกาลสำคัญที่มีเพียงปีละครั้งได้ ตั้งแต่วันที่ 1 – 25 กันยายน 2569 ณ ไอคอนสยาม และ สยาม ทาคาชิมายะ