Exhibition

  • Art - Culture - Exhibition

    “The Living Heritage” จากภูมิปัญญาสู่มรดกที่ยังมีชีวิต ไอคอนคราฟต์ ชวนสัมผัสความงามของงานหัตถศิลป์สกุลช่างโลหะในนิทรรศการ “โลหะ 3 กษัตริย์ เงิน ทอง ทองแดง” 24 ก.ย. – 18 ต.ค. 2569 ณ ไอคอนสยาม

    ไอคอนคราฟต์ พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและแหล่งรวมงานคราฟต์สร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทย ร่วมกับ ไอคอนสยาม และ 3 แบรนด์นักออกแบบงานโลหะ Masaya, 5IVE SIS, Makkha Design Studio นำองค์ความรู้และภูมิปัญญา “สกุลช่างโลหะ” มาตีความผ่านการออกแบบร่วมสมัย ภายใต้โครงการ “The Living Heritage” เพื่อต่อยอดคุณค่าของงานช่างไทยให้ยังคงมีชีวิตและสอดคล้องกับบริบทของโลกปัจจุบัน โดยนำแรงบันดาลใจจาก “บุปผาราชินี” ดอกไม้ในพระนามาภิไธย “สิริกิติ์” มาถ่ายทอดภูมิปัญญางานช่างไทยในมิติใหม่ พร้อมจัดนิทรรศการ “โลหะ 3 กษัตริย์ เงิน ทอง ทองแดง” ขึ้น ภายใต้ความร่วมมือของ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, ไอคอนสยาม และ ไอคอนคราฟต์ นำเสนอเรื่องราวและกระบวนการสร้างสรรค์งานโลหะไทย โดยมีไฮไลต์เป็นผลงานเฟอร์นิเจอร์จากการร่วมออกแบบของทั้ง 3 แบรนด์ พร้อมเลือกชมเลือกซื้อผลงานหัตถศิลป์และงานออกแบบที่สะท้อนการต่อยอดภูมิปัญญาไทยสู่ชีวิตร่วมสมัย ระหว่างวันที่ 24 กันยายน – 18 ตุลาคม 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม

    นิทรรศการ “โลหะ 3 กษัตริย์ เงิน ทอง ทองแดง” นำเสนอผลงานหัตถศิลป์ร่วมสมัยที่สร้างสรรค์จากวัสดุ 3 ชนิด ได้แก่ เงิน ทอง และทองแดง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้ในพระนามาภิไธย “สิริกิติ์” หรือ “บุปผาราชินี” พรรณไม้อันทรงคุณค่าและงดงามซึ่งได้รับการขนานนามเพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง นำมาตีความผ่านมุมมองของนักออกแบบ ผสานเข้ากับองค์ความรู้และฝีมือช่างโลหะไทย จนเกิดเป็นผลงานร่วมสมัยที่สะท้อนความงดงามและอัตลักษณ์ของงานช่างไทยในมิติใหม่ พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้จากอดีตเข้ากับการออกแบบและการใช้ชีวิตในปัจจุบัน

    หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของนิทรรศการครั้งนี้ คือผลงานเฟอร์นิเจอร์สุดพิเศษที่เกิดจากการร่วมออกแบบและสร้างสรรค์ของ 3 แบรนด์ ได้แก่ “Masaya” แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านงานเฟอร์นิเจอร์และงานทองเหลือง ถ่ายทอดเสน่ห์ของโลหะผ่านรูปทรงและรายละเอียดที่สะท้อนความประณีตของงานช่าง “5IVE SIS” ผู้สร้างสรรค์ผลงานจากพิวเตอร์ หรือดีบุก ที่นำคุณลักษณะเฉพาะของวัสดุมาต่อยอดเป็นงานออกแบบอันมีเอกลักษณ์ รวมถึง “Makkha Design Studio” แบรนด์ที่ให้คุณค่ากับวัสดุธรรมชาติ งานทำมือ และกระบวนการสร้างสรรค์อย่างพิถีพิถัน เน้นถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ วัสดุ และฝีมือช่างผ่านผลงานออกแบบ โดยแต่ละแบรนด์ต่างนำความเชี่ยวชาญและเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาหลอมรวมเป็นผลงานเดียวกัน ถ่ายทอดเรื่องราวของงานโลหะผ่านรูปแบบที่ร่วมสมัยและสามารถเชื่อมโยงเข้ากับวิถีชีวิตได้อย่างลงตัว สะท้อนศักยภาพของงานช่างไทยในการต่อยอดจากรากฐานของภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่การออกแบบร่วมสมัย โดยยังคงรักษาคุณค่าของวัสดุ กระบวนการ และฝีมือช่างไว้อย่างงดงาม

    นอกจากนี้ภายในนิทรรศการยังเปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจได้สัมผัสเรื่องราวของงานโลหะไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมเลือกซื้อผลงานหัตถศิลป์และงานออกแบบจากแบรนด์ Masaya, 5IVE SIS และ Makkha Design Studio ซึ่งสะท้อนการต่อยอดภูมิปัญญาไทยให้สามารถเข้าถึงและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้

    ทั้งนี้ นิทรรศการ “โลหะ 3 กษัตริย์ เงิน ทอง ทองแดง” จัดขึ้นภายใต้โครงการ “The Living Heritage” หนึ่งในโครงการสำคัญของไอคอนคราฟต์ เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงอุทิศพระราชกรณียกิจในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานงานหัตถศิลป์ไทยผ่านโครงการศิลปาชีพ จนเกิดเป็นรากฐานสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาภูมิปัญญาช่างฝีมือไทยจากทั่วประเทศ โดยโครงการมุ่งเน้นความร่วมมือระหว่างช่างฝีมือ ศิลปิน ผู้ประกอบการไทย และนักออกแบบรุ่นใหม่ นำมรดกภูมิปัญญาและงานหัตถศิลป์ไทยมาตีความผ่านการออกแบบร่วมสมัย เพื่อส่งต่อคุณค่าของงานช่างไทยจากรุ่นสู่รุ่น จากภูมิปัญญาสู่การออกแบบ จากงานช่างสู่การใช้ชีวิต และจากมรดกในอดีตสู่มรดกที่ยังคงมีชีวิต “The Living Heritage” จึงเป็นพื้นที่ที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของงานหัตถศิลป์ไทยในการก้าวข้ามกาลเวลา พร้อมสร้างความหมายใหม่ให้กับงานคราฟต์ไทยในโลกปัจจุบัน

    เชิญร่วมสัมผัสความงดงามของ “สกุลช่างโลหะ” ผ่านมุมมองใหม่ของงานออกแบบร่วมสมัย ชมความประณีตของวัสดุและฝีมือช่างที่บอกเล่าเรื่องราวจากอดีต พร้อมค้นพบคุณค่าและความหมายใหม่ของงานหัตถศิลป์ไทยที่สามารถก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตยุคใหม่ ในนิทรรศการ “โลหะ 3 กษัตริย์ เงิน ทอง ทองแดง” ระหว่างวันที่ 24 กันยายน – 18 ตุลาคม 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONCRAFT

  • Exhibition - Luxury

    สยามพารากอน เปิดฉาก “Bangkok Watch Week 2026” อย่างยิ่งใหญ่รวมแบรนด์นาฬิการะดับโลก–นักสะสม–Watch Community สร้าง Global Moment กลางกรุงเทพฯ

    สยามพารากอน ตอกย้ำแลนด์มาร์กระดับโลก และ Global Luxury Destination ที่ได้รับการยอมรับจากทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก เปิดฉากปรากฏการณ์แห่งเรือนเวลาครั้งสำคัญ “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการรวมกว่า 45 แบรนด์นาฬิกาชั้นนำ เหล่าผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงนาฬิกา นักสะสม และผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งเรือนเวลาจากทั่วโลก มาร่วมเฉลิมฉลองศาสตร์แห่งเรือนเวลา ผ่านการแลกเปลี่ยนแนวคิดและมุมมองว่าด้วยวัฒนธรรมการสร้างสรรค์นาฬิกาบนเวที The Symposium อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเผยโฉมผลงานมาสเตอร์พีซและนวัตกรรมล่าสุดผ่านโชว์เคสสุดพิเศษ เปิดโอกาสให้ผู้หลงใหลในเรือนเวลาได้สัมผัสผลงานใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ระดับโลกเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 22-27 กันยายน 2569 ณ สยามพารากอน

    “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” คือเวทีสำคัญสำหรับแวดวงนาฬิกาชั้นสูงซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมยกระดับกรุงเทพมหานครสู่ศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมนาฬิการะดับโลกและหนึ่งในหมุดหมายสำคัญบนปฏิทินงานนาฬิกาแห่งหนึ่งของโลก ภายใต้การสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT), ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย, โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพ และ โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพ โดยมีพันธมิตรจากวงการนาฬิกาชั้นสูงกว่า 45 แบรนด์ ร่วมสร้าง Global Moment ให้เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ อาทิ A. LANGE & SÖHNE, AMIDA, BEHRENS, BIANCHET, BLANCPAIN, BOUCHERON, BREGUET, BREITLING, BVLGARI, CARTIER, CHANEL, CHOPARD, CVSTOS, FRANCK MULLER, GERALD CHARLES, GIRARD-PERREGAUX, GRAND SEIKO, GREUBEL FORSEY, HUBLOT, IWC SCHAFFHAUSEN, JACOB & CO., JAEGER-LECOULTRE,  L.LEROY, LOUIS ERARD, MB&F, NORQAIN, ORIS, PANERAI, PARMIGIANI FLEURIER, PIAGET, RESSENCE, ROGER DUBUIS, SPEAKE-MARIN GENÈVE, TAG HEUER, TIFFANY & CO., TUDOR, ULYSSE NARDIN, UNIVERSAL GENÈVE, VACHERON CONSTANTIN, and  ZENITH.

    สำหรับปีนี้ Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 เริ่มต้นด้วย The Opening Symposium “Global Moments Where Time, Culture and Community Converge” ซึ่งได้รับเกียรติจากบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติจากแวดวงนาฬิกามาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับศาสตร์แห่งเรือนเวลาได้แก่ Ms.Aurélie Streit รองประธาน FHH (Fondation Haute Horlogerie) องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านศาสตร์แห่งเรือนเวลา, Mr. Wei Koh  ประธานคณะกรรมการตัดสิน Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG) พร้อมด้วย คุณธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมพูดคุยถึงช่วงเวลาระดับโลกที่ กาลเวลา วัฒนธรรม และคอมมูนิตี้ มาบรรจบกัน

    ทั้งนี้ The Opening Symposium ได้รับเกียรติจาก คุณแคโรไลน์ เมอร์ฟีย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์โครงการและพัฒนาธุรกิจ บริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวต้อนรับและเปิดงานอย่างเป็นทางการ ก่อนเข้าสู่เรื่องราวที่น่าสนใจ ทั้งมุมมองของ Ms. Aurélie Streit ที่ได้ถ่ายทอดบทบาทของ FHH ในการส่งเสริมองค์ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับศาสตร์แห่ง Haute Horlogerie พร้อมกล่าวถึง FHH Academy แหล่งเรียนรู้ที่มุ่งส่งต่อองค์ความรู้และมาตรฐานด้านศาสตร์แห่งเรือนเวลา ขณะที่ Mr. Wei Koh ชวนย้อนมองถึง Historic Global Moments ที่สร้างหมุดหมายสำคัญให้กับวงการนาฬิกาโลก ตั้งแต่เรื่องราวของนวัตกรรมและการคิดค้นเรือนเวลาที่เปลี่ยนวิถีของผู้คน ไปจนถึงช่วงเวลาสำคัญบนเวที Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของศาสตร์แห่งการสร้างสรรค์นาฬิกา ตลอดจนความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่ยังคงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเรือนเวลามาจนถึงปัจจุบัน

    ด้าน คุณธณพร ตันติยานนท์ ถ่ายทอดมุมมองถึงบทบาทของสยามพิวรรธน์ ในการสร้าง Global Moments ผ่านการขับเคลื่อนคอมมูนิตี้และวัฒนธรรมนาฬิกาโดยมีศูนย์การค้าและพื้นที่สร้างสรรค์ในเครือเป็นจุดเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน พร้อมชี้ให้เห็นว่า Siam Paragon Bangkok Watch Week คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของวงการเรือนเวลาของโลก ด้วยการนำแบรนด์ระดับโลก ผู้บริหาร นักสะสม ผู้เชี่ยวชาญ และคอมมูนิตี้คนรักนาฬิกาจากหลากหลายประเทศมาพบกันใจกลางกรุงเทพฯ จนเกิดเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เรื่องราว และประสบการณ์ที่ช่วยขับเคลื่อนวัฒนธรรมนาฬิกาของภูมิภาคนี้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับความสนใจจากเหล่าคนรักนาฬิกา นักสะสม ผู้เชี่ยวชาญ และผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งเรือนเวลาที่มารวมตัวกัน ร่วมรับฟังเรื่องราวและมุมมองจากบุคคลสำคัญของวงการ พร้อมแลกเปลี่ยนบทสนทนาและประสบการณ์ระหว่างคอมมูนิตี้อย่างคับคั่ง ก่อนส่งต่อเรื่องราวของเวลา วัฒนธรรม และผู้คน ไปสู่ประสบการณ์แห่งเรือนเวลาตลอด 6 วันเต็มของ Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026

    ครั้งแรกในโลก – ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับเรือนเวลาสุดหรูที่นักสะสมต้องจับตา

    หนึ่งในไฮไลต์ที่ทำให้ Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 เป็นที่จับตาจากนักสะสมและคนรักนาฬิกาทั่วโลก คือการได้รับเลือกให้เป็นเวทีเปิดตัวเรือนเวลาและคอลเลกชันสำคัญจากแบรนด์ระดับโลก โดยแบรนด์นาฬิกาชั้นนำกว่า 45 แบรนด์นำ Novelties กว่า 200 เรือน มูลค่าหลายร้อยล้านบาท มาจัดแสดงที่ประเทศไทย ตอกย้ำความเชื่อมั่นที่มีต่อกรุงเทพฯ และศักยภาพของคอมมูนิตี้นักสะสมจากทั่วโลก โดยเฉพาะไฮไลต์ที่พิเศษสุดคือ Roger Dubuis กับการเปิดตัวคอลเลกชัน “Knights of the Round Table” เป็นครั้งแรกในโลกภายในงาน ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาสำคัญของเมซงที่จะพาผู้หลงใหลในเรือนเวลาเข้าสู่โลกแห่งความกล้า ความซับซ้อนทางกลไก และงานสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ขณะที่ Oris แบรนด์นาฬิกาสวิสอิสระจาก Hölstein ผู้เชี่ยวชาญด้านเรือนเวลากลไกที่สั่งสมประสบการณ์มากว่า 120 ปี ได้เปิดตัว “Bangkok Limited Edition” นาฬิกา Aquis รุ่นพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อประเทศไทยโดยเฉพาะ ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากแสงสีทองของกรุงเทพฯ ยามพระอาทิตย์ตกและสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของมหานคร พร้อมผลิตจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือน สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศาสตร์แห่งเรือนเวลากับเอกลักษณ์ของเมืองได้อย่างงดงาม และยังมีอีกหนึ่งความพิเศษจาก Universal Genève ที่สร้างช่วงเวลาประวัติศาสตร์ ด้วยเปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในงานนี้ ซึ่งนับเป็นการเปิดโอกาสให้คอมมูนิตี้นาฬิกาในภูมิภาคได้สัมผัสการกลับมาของเมซงสำคัญแห่งประวัติศาสตร์นาฬิกาสวิส ผ่านมุมมองใหม่ที่เชื่อมโยงมรดกของแบรนด์เข้ากับอนาคตของศาสตร์แห่งเรือนเวลา

    ไม่เพียงเท่านั้น เหล่านักสะสมและผู้รักนาฬิกายังจะได้พบกับความพิเศษในโซน “The Exhibition” ซึ่งจะนำเสนอเรือนเวลารุ่นใหม่ล่าสุด รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน มาสเตอร์พีซ เรือนเวลาที่มีความซับซ้อนทางกลไก รวมถึงชิ้นงานหายากและคอลเลกชันอันทรงคุณค่า ให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือเรือนเวลาจาก Breguet ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 225 ปีของ Tourbillon ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญด้านกลไกอันซับซ้อนที่ Breguet สั่งสมและสืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยหลากหลายเรือนเวลาหายากและผลงานชิ้นสำคัญจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่จะเผยโฉมให้ผู้รักนาฬิกาได้ชื่มชมอย่างใกล้ชิดตลอดงาน

    18 Symposium ตลอด 6 วัน ขับเคลื่อนวัฒนธรรมนาฬิกา เชื่อมโลกแห่งเรือนเวลาเข้ากับคอมมูนิตี้ 

    นอกจาก The Opening Symposium ในวันเปิดงานแล้ว ตลอด 6 วันของ Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 ยังมี The Symposium รวม 18 เซสชัน ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้บริหารระดับโลก นักสร้างสรรค์นาฬิกา ผู้เชี่ยวชาญ และบุคคลสำคัญในวงการมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวและมุมมอง รวมถึงช่วง Watch Collector Symposium ที่เปิดพื้นที่ให้คอมมูนิตี้นักสะสมได้แลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกัน อีกทั้งยังได้รับเกียรติจาก Fondation Haute Horlogerie (FHH) องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านศาสตร์แห่งเรือนเวลา ร่วมจัด The Symposium สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ทำให้ The Symposium ของ Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับเรื่องราวของนาฬิกาอย่างแท้จริง ตั้งแต่แนวคิด งานฝีมือ มรดกของแต่ละเมซง ไปจนถึงมุมมองต่ออนาคตของวงการ Haute Horlogerie

    โดยหนึ่งในผู้ร่วมเวทีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ Mr. Georges Kern, CEO of House of Brands  ผู้บริหารคนสำคัญแห่งวงการนาฬิกาสวิส ซึ่งจะมาร่วมเปิดมุมมองถึงทิศทางของอุตสาหกรรม ตลอดจนวิสัยทัศน์ในการสร้างแบรนด์นาฬิกาให้สามารถเชื่อมโยงกับผู้คนในโลกยุคใหม่ ใน The Symposium on The Breitling Journey – Georges Kern on Brand Legacy, Community and the Future of Watch Culture รวมถึง Mr. Emmanuel Breguet, Vice President and Head of Patrimony ที่จะมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของ Breguet และมรดกทางนวัตกรรมของ Tourbillon ในวาระครบรอบ The 225th Anniversary of the Tourbillon ซึ่งนับเป็นโอกาสพิเศษที่นักสะสมและผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งเรือนเวลาจะได้รับฟังเรื่องราวจากบุคคลที่มีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับประวัติศาสตร์ของเมซง

    นอกจากนี้ตลอด 6 วันของการจัดงาน เวที The Symposium ยังมีเซสชันจากเมซงและแบรนด์ชั้นนำอีกมากมาย อาทิ

    • The Symposium on CVSTOS: Beyond Tradition – Material Innovation in Modern Watchmaking with Sassoun Sirmakes – CEO
    • The Symposium on Piaget with Pierre Guerrier – Business Developer and Watchmaking Expert
    • The Symposium on The Breitling Journey – Georges Kern on Brand Legacy, Community and the Future of Watch Culture
    • The Symposium on Universal Genève Returns: The Beginning of A New Era for Le Couturier De La Montre with House of Brands CEO Georges Kern and Universal Genève Managing Director Gregory Bruttin
    • The Symposium on Vacheron Constantin with Morgan Maillard – Style and Heritage Expert
    • The Symposium on Franck Muller: Discover the Art of Dial Painting Through Franck Muller’s Artisan Craftsmanship with Nicholas Rudaz – CEO
    • The Symposium on Roger Dubuis: Astronomy Meets Geneva Watchmaking Excellence: Introducing the Excalibur Biretrograde Perpetual Calendar with Jean-Philippe Bonneau – Chief Marketing Officer
    • The Symposium on Jacob & Co. Inheriting the Impossible with Benjamin Arabov – CEO
    • The Symposium on Grand Seiko: The Evolution of Precision with Takashi Sakamoto – Vice President & Jonathan Bues – Communications and Brand Advisor
    • The Symposium on TUDOR: A Century of TUDOR with Cole Pennington
    • The Symposium on Gerald Charles: Carrying the Legacy Mr. Genta’s Forward: The Ziviani Story and Gerald Charles’ Next Chapter in Asia
    • The Symposium on BVLGARI: The Art of Time with Emma Behaeghel – Regional Managing Director, BVLGARI South Asia Pacific
    • The Symposium on Introducing NORQAIN: The Independent Swiss Watch Brand with Tobias Küffer – Vice President
    • The Symposium on The Life of an ICON: Past, Present & Future with Vacheron Constantin and Franck Muller by FHH
    • The Symposium on The Boundless Creativity of Independent Powerhouses with Ressence, Louis Erard and Gerald Charles by FHH
    • The Watch Collector Symposium on Beyond Collecting: นักสะสม นาฬิกา และคุณค่าของการสะสมนาฬิกา กับ ดร. วิทย์ สิทธิเวคิน

     “The Experience” ประสบการณ์เหนือระดับ สัมผัสโลกแห่ง Haute Horlogerie อย่างลึกซึ้ง

    สำหรับผู้รักนาฬิกา Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 ยังเต็มไปด้วยประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในโซน “The Experience” กิจกรรมแนะนำนวัตกรรมแห่งเรือนเวลาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากแบรนด์ต่าง ๆ โดยหนึ่งในความพิเศษคือการเปิดตัว “FHH Academy Lounge” โดย Fondation Haute Horlogerie อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจในศาสตร์แห่งเรือนเวลา ทั้งนักสะสม ผู้บริหารแบรนด์ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ได้เข้ารับคำแนะนำและข้อมูลการเตรียมความพร้อมจากผู้เชี่ยวชาญของ Fondation Haute Horlogerie (FHH) องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านศาสตร์แห่งการทำนาฬิกา ซึ่งมีพันธกิจในการส่งเสริมองค์ความรู้ อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และยกระดับมาตรฐานความเข้าใจด้าน Haute Horlogerie ในระดับสากล เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับศาสตร์แห่งเรือนเวลาอย่างเป็นระบบ พร้อมเข้ารับการทดสอบเพื่อรับ FHH Certification การรับรองมาตรฐานระดับสากลซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลก

    นอกจากนี้ The Experience ยังนำเสนอหลากหลายกิจกรรมจากแบรนด์นาฬิกาชั้นนำ ที่ออกแบบขึ้นเพื่อเปิดมุมมองใหม่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสเสน่ห์ของโลกแห่งเรือนเวลาอย่างรอบด้าน ตั้งแต่งานฝีมืออันประณีต ความคิดสร้างสรรค์ ไปจนถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งการประดิษฐ์นาฬิกา ซึ่งถ่ายทอดผ่านประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับ Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 เท่านั้น

    ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 ไม่ได้เป็นเพียงงานที่นำแบรนด์นาฬิกาชั้นนำและนักสะสมมาพบกันเท่านั้น แต่เป็น “Watch Culture Platform” ที่เชื่อมโยงผู้คน องค์ความรู้ งานฝีมือ มรดกทางวัฒนธรรม และวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของโลกเรือนเวลาเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมร่วมสร้างหมุดหมายใหม่ให้กรุงเทพฯ ก้าวสู่การเป็น Global Watch Destination และหนึ่งในจุดหมายสำคัญบนปฏิทินของวงการนาฬิการะดับโลก

     “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” งานเฉลิมฉลองวัฒนธรรมแห่งเรือนเวลาระดับโลก พร้อมต้อนรับผู้รักและหลงใหลในนาฬิกา ตลอดจนนักสะสมจากทั่วโลกแล้ว ตั้งแต่วันนี้ – 27 กันยายน 2569 ณ สยามพารากอน ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียด และลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ www.bangkokwatchweek.com และ Instagram: @bangkokwatchweek

    #BangkokWatchWeek2026 #SIAMPIWAT #SiamParagon #SiamParagonBangkokWatchWeek2026 #GlobalWatchDestination

  • Art - Culture - Exhibition

    สัมผัสความงดงามแห่งขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ ไอคอนสยาม กองทัพเรือ จัดแสดงเรือพระราชพิธีจำลอง 52 ลำ พร้อม 4 เรือพระที่นั่งสำคัญ

    กองทัพเรือ ร่วมกับ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขอเชิญชวนประชาชน นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ร่วมชมนิทรรศการ “สี สรรค์ สะท้อนศิลป์ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค” ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 8 พฤศจิกายน 2569 ณ ไอคอนลักซ์ ชั้น M ไอคอนสยาม เพื่อร่วมเรียนรู้และชื่นชมความงดงามของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค อันเป็นหนึ่งในโบราณราชประเพณีสำคัญที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน พร้อมเตรียมความพร้อมก่อนการรับชมพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569

    ภายในนิทรรศการตื่นตากับการจัดแสดงเรือพระราชพิธีจำลองครบทั้ง 52 ลำตามรูปแบบริ้วขบวนจริง ซึ่งได้รับการออกแบบอย่างประณีตงดงาม พร้อมเรื่องราวเกี่ยวกับประเภท บทบาท และความสำคัญของเรือแต่ละลำในริ้วขบวน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมไทยให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้อย่างใกล้ชิด อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการจัดแสดงเรื่องราวของ 4 เรือพระที่นั่งสำคัญแห่งพระราชพิธีปี 2569 ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในริ้วขบวนพระราชพิธี ตลอดจนการจัดแสดงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จำลองขนาดใหญ่ ความยาว 15 เมตร พร้อมสื่อมัลติมีเดีย วิดีทัศน์ และองค์ความรู้ที่ช่วยถ่ายทอดความเป็นมาและความสำคัญของขบวนพยุหยาตราทางชลมารคได้อย่างครบถ้วนและเข้าใจง่ายสำหรับผู้ชมทุกวัย

    นิทรรศการครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์ของมรดกวัฒนธรรมไทยผ่านรูปแบบการนำเสนอที่เข้าถึงได้ง่าย พร้อมร่วมภาคภูมิใจในคุณค่าของโบราณราชประเพณีที่ได้รับการอนุรักษ์และสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ณ พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีความผูกพันกับวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์ของชาติไทยมาอย่างยาวนาน

    ผู้สนใจสามารถเข้าชม “สี สรรค์ สะท้อนศิลป์ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค” ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 8 พฤศจิกายน 2569 ณ ไอคอนลักซ์ ชั้น M ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ www.iconsiam.com

  • Exhibition - Food - Sustainability

    ไอคอนสยาม ยกระดับเทศกาลกาแฟครั้งสำคัญของเมืองไทย “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026” สู่ปรากฏการณ์กาแฟรักษ์โลก ตอกย้ำแนวคิด ‘ICONSIAM GO GREEN’ ขับเคลื่อนสู่มิติความยั่งยืน

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดประตูมหานครแห่งกาแฟ ร้อยเรียงเรื่องราวของผู้คน รสชาติ และวัฒนธรรมจากทั่วทุกมุมโลก ในมหกรรมกาแฟสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ปักหมุดเป็น Global Coffee Destination ชวนคนรักกาแฟมาร่วมเดินทางสู่ 6 Coffee District ที่พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มกว่า 1,000 เมนูจากทั่วโลก พร้อมทั้งเดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตอกย้ำแนวคิด ICONSIAM GO GREEN ส่งมอบคุณค่าคืนกลับสู่สังคมและชุมชน

    โดยให้ผู้ร่วมงานร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนผ่านแคมเปญ ZERO Cup to Landfill ทุกแก้วที่ดื่ม มีปลายทางที่ยั่งยืน โดยการรณรงค์ให้ร้านค้าและผู้เข้าร่วมงานตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม ร่วมกันแยกแก้วและวัสดุที่ใช้แล้วให้ถูกประเภท ณ จุด RETURN STATION ซึ่งตั้งอยู่ภายในงาน เพื่อนำแก้วที่ใช้แล้วไปเข้าสู่กระบวนการจัดการที่ถูกต้อง ไม่ให้กลายเป็นขยะฝังกลบ พร้อมส่งมอบต้นไม้ในกระถางที่ทำจากขยะ, กากกาแฟ, สารบำรุงดิน และปุ๋ยน้ำไนโตรเจนจากกากกาแฟ ให้กับผู้ร่วมงานเพื่อคืนความสมบูรณ์สู่ธรรมชาติ ส่วนกากกาแฟ และเศษอาหารจากงานจะนำไปเข้าสู่กระบวนการผลิตสารบำรุงดินมอบให้กับสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร นำไปบำรุงต้นไม้ในสวนสาธารณะ ภายในงานยังมีจอประมวลผลจำนวนขยะที่คักแยกได้ และจำนวนการลดการปล่อยคาร์บอนฯ แบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

    รวมถึงกิจกรรม แก้วเพื่อน้อง จุดแบ่งปันแก้วน้ำ Reuse สภาพดีที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อนำไปส่งต่อสู่มือน้องๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดการผลิตขยะใหม่ รวมทั้งรณรงค์ให้ผู้เข้าร่วมงานนำแก้วส่วนตัวมาใช้ภายในงาน พร้อมรับส่วนลด 5 บาท เมื่อซื้อเครื่องดื่มภายในงานจากร้านที่ร่วมรายการ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดคราฟต์ Coffee Painting วาดภาพด้วยผลิตภัณฑ์จากกากกาแฟสำหรับคนรักศิลปะอีกด้วย ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามและเกิดเป็นภาพความประทับใจให้กับผู้ร่วมงาน

    ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันของไอคอนสยามที่มุ่งเน้นการร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้จัดงาน ผู้ประกอบการ ตลอดจนผู้บริโภค เพื่อเป็นหนึ่งเดียวกันในการดูแลสิ่งแวดล้อม และเป็นหลักสำคัญที่พิสูจน์ว่า อุตสาหกรรมกาแฟไทยสามารถเติบโตอย่างสง่างามควบคู่ไปกับการสร้างโลกที่ยั่งยืนและน่าอยู่เพื่อคนรุ่นต่อไปได้อย่างแท้จริง

    เชิญชวนร่วมออกเดินทางสู่มหานครแห่งกาแฟที่เต็มไปด้วยเรื่องราว สัมผัสสุนทรียภาพแห่งการดื่มด่ำกาแฟรสเลิศ และประสบการณ์พิเศษในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 ระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ICONSIAM HALLและ SURALAI HALL ชั้น 7 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1338 หรือรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook: ICONSIAM และ https://iconsiam.com/th/events-activities/iconic-craft-coffee-expo-2026

    #ICONICCRAFTCOFFEEEXPO #มหานครแห่งกาแฟไอคอนสยาม #ICONSIAM

  • Exhibition - Food

    ไอคอนสยาม เปิดมหานครแห่งกาแฟ “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026” รวมที่สุดของกาแฟจากทั่วไทยและทั่วโลกที่คนรักกาแฟต้องมาเช็กอิน ระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปักหมุดเป็น Global Coffee Destination เตรียมสร้างปรากฏการณ์สุดพิเศษครั้งใหม่ ชวนคนรักกาแฟมาร่วมเปิดประตูสู่มหานครแห่งกาแฟ ที่ทุกแก้วร้อยเรียงเรื่องราวของผู้คน รสชาติ และวัฒนธรรมจากทั่วทุกมุมโลก ในมหกรรมกาแฟสุดยิ่งใหญ่ “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ICON OF COFFEE METROPOLIS” มหานครที่พร้อมเปิดพื้นที่เชื่อมโยงผู้คนและไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ผ่านประสบการณ์แห่งรสชาติและความหอมกรุ่นของเครื่องดื่มยอดนิยม โดยรวบรวมความเป็นระดับโลกและที่สุดเกี่ยวกับกาแฟมาไว้ในงานเดียว ตั้งแต่เมนูพิเศษที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ร้านกาแฟและเมล็ดกาแฟคุณภาพจากไทยและนานาประเทศ เรื่องราวน่าสนใจจากเหล่า ICONIC ของวงการกาแฟ เวทีการแข่งขันระดับประเทศที่ตัดสินโดยกรรมการระดับโลก วัฒนธรรมกาแฟจากหลากหลายประเทศ ไปจนถึงประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จะเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้ทุกคนได้ค้นพบและทำความรู้จักกาแฟในหลากหลายมิติยิ่งขึ้น โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ICONSIAM HALL และ SURALAI HALL ชั้น 7 ไอคอนสยาม

    หัวใจสำคัญของ ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 คือการเนรมิตไอคอนสยามให้เป็นมหานครแห่งกาแฟ จุดหมายปลายทางของเหล่าคนรักกาแฟ โดยตลอด 5 วันของการจัดงานอัดแน่นด้วยความพิเศษมากมาย ที่พร้อมจะมอบแรงบันดาลใจผ่านรสชาติและกลิ่นหอมอันเต็มไปด้วยเสน่ห์และเอกลักษณ์ของกาแฟจากหลายแหล่งที่มา ผ่านการเดินทางสู่ 6 Coffee District ที่พร้อมเสิร์ฟกาแฟกว่า 1,000 เมนูจากทั่วโลกบนพื้นที่ชั้น 7 ของไอคอนสยาม

    Local Gems District: ถนนสายกาแฟที่รวมร้านเด็ดร้านดังจากทั่วไทย คอมมูนิตี้ของคนรักกาแฟและอาหาร

    โซนที่เนรมิตขึ้นเพื่อคนรักกาแฟโดยเฉพาะ ท่องไปกับเรื่องราวของกาแฟทั่วไทย ตั้งแต่เมล็ดกาแฟคุณภาพระดับแชมป์จากโรงคั่วชั้นนำ ท็อปลิสต์ร้านกาแฟสุดคราฟต์ที่คัดสรรแบบเอ็กซ์คลูซีฟโดย ไอคอนคราฟต์ เพื่อนำเสนอเมนูกาแฟและเมล็ดกาแฟให้ผู้ร่วมงานได้ชิมและเลือกสรร อาทิ THE OLD SCHOOL, RIPPLE COFFEE ROASTERS, ROAST8RY, 19 DEGREES NORTH COFFEE, A KEEN HOUSE, SANTIPANICH, PANGKHON COFFEE ROASTER, MONSTER AND FRIENDS, POUR OVER LEB, ORDINARY ROASTERY, THE SUMMER COFFEE, Muaycoff x Muaycha, SIAMAYA CHOCOLATE, FIKA & CO, ROAST RUNNER, GRAPH, SIAS KOFFEE ROASTER, BALENA COFFEE, RÊVER ROASTERS, AFTER CHOC และ SIAMDRIPCO พร้อมอุปกรณ์กาแฟจากแบรนด์ KINTO และ MOCCAMASTER นอกจากนี้ยังมีสุดยอดกาแฟ GI ไทยที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาวิถีชีวิตและความตั้งใจของคนในท้องถิ่นมาให้เลือกซื้ออีกด้วย

              คนรักความอร่อยห้ามพลาดชิมของอร่อยฝั่งธนฯ แบบเต็มอิ่มกับโซน Thonburian Vibes ยกร้านเทรนดี้และของดี  ฝั่งธนฯ กว่า 30 ร้านมาไว้ในงานเดียว มากกว่างานรวมร้านอาหารแต่เป็น Lifestyle Destination ลิ้มลองรสชาติความอร่อยจากร้านดังย่านฝั่งธนฯ แบบครบจบในที่เดียว อาทิ Goosta , Prim home café, เล่อ ขาหมูทรงเครื่อง, เล่อก๋วยจั๊บ, บ้านออพอ, Ombrown, Station เส้นสด, HARU Bakehouse, เนื้อสยาม, โปรดมากินคุกกี้ของฉัน, อร่อยมาร์ค โตเกียวหน้าล้น, ขนมไทยบ้านใบเปลว, Black Bear Bakery, เจนจิตร, Daily Theory, Taraba Japanese Restaurant, grin : Specialty Chocolate Café, Rincha Tearoom x Cafe และ HAUYONGSENG CAFE (เฮ้าย่งเซ้ง) เป็นต้น

    Championship District: โซนแห่งความเข้มข้นของเวทีการแข่งขันระดับประเทศ เพื่อรังสรรค์สุดยอดเมนูกาแฟ

    หนึ่งในเวทีสำคัญของงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีคือ Thailand ICONIC Coffee and Creativity Championship 2026 (TICC2026) การแข่งขันที่เปิดพื้นที่ให้บาริสต้าได้ประชันทั้งทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการรังสรรค์เครื่องดื่มจากเมล็ดกาแฟ โดยมีกรรมการระดับโลกเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้โจทย์ “ICON OF COFFEE METROPOLIS” ให้ผู้เข้าแข่งขันตีความไอคอนสยามในฐานะมหานครแห่งกาแฟ ผ่านเครื่องดื่มที่สะท้อนความหลากหลายของรสชาติ ผู้คน ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์ ทั้งนี้การแข่งขัน TICC2026 แบ่งออกเป็น 3 รอบ ได้แก่ Prelim คัดเลือกสูตรเครื่องดื่มจากผู้เข้าแข่งขัน, Semifinal Stage Presentation Round ที่ผู้เข้าแข่งขันจะนำเสนอเครื่องดื่มต่อคณะกรรมการ และ Final Selling Round ซึ่งผู้เข้าแข่งขันต้องขายเครื่องดื่มจริงจำนวน 50 แก้ว ภายในเวลา 60 นาที เพื่อพิสูจน์ทั้งฝีมือและศักยภาพในการสร้างสรรค์เครื่องดื่มให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค ก่อนลุ้นกับการประกาศผลในวันที่ 20 กันยายน 2569 โดยผู้ชนะเลิศจะได้รับโล่รางวัลพร้อมเงินรางวัล 60,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 รับโล่ร่างวัลพร้อมเงินรางวัล 15,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 รับโล่รางวัลพร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท และรางวัลชมเชย 3 รางวัล รับเงินรางวัลละ 5,000 บาท รวมถึง All Star Championship Zone ซึ่งรวบรวมเมนูจากการแข่งขันและร้านของแชมป์ TICC มาให้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

    ICONIC District: รวบรวมทุกไฮไลต์ระดับไอคอนิคที่สามารถพบได้เฉพาะในงานนี้เท่านั้น

    อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด คือการลิ้มรสชาติเครื่องดื่มแก้วพิเศษ ICONIC MENU กับ3 เมนูที่รังสรรค์โดย คุณชัญญา ธาราธิคุณเดช  World Certified Judge กรรมการตัดสินการแข่งขันกาแฟระดับโลกเพื่อให้ลิ้มลองเฉพาะในงานนี้เท่านั้น โดยปีนี้นำเสนอเป็นเครื่องดื่ม 3 เมนูที่สะท้อนทั้งความคิดสร้างสรรค์และคาแรกเตอร์ของงาน ได้แก่ Golden Heritage แรงบันดาลใจจากกาแฟมะขามคั่วดั้งเดิมของไทย ซึ่งนำมาประยุกต์ใหม่ให้เข้ากับยุคปัจจุบัน, Metropolis Blend ที่นำ Irish Coffee ผสมผสานกับชาไทยและชาดำจนได้เป็นรสชาติใหม่ที่ลงตัว และ Emerald District นำพิสตาชิโอและช็อกโกแลตมาออกแบบเป็นเครื่องดื่มรสเลิศชวนเปิดประสบการณ์การดื่มในแบบฉบับ ICONIC MENU ที่หาไม่ได้จากที่อื่น

    สำหรับผู้ที่หลงใหลในเรื่องราวเบื้องหลังกาแฟ เตรียมพบกับเหล่า ICONIC PERSON ตัวจริงจากแวดวงกาแฟไทยและนานาชาติที่จะมาแบ่งปันเรื่องราวผ่านเวที ICONIC PERSON TALK นำโดย Cadence World Representative และ Education Celebrity จากประเทศมาเลเซีย, แคท-ชัญญา ธาราธิคุณเดช World Certified Judge, Marcia Yoko Shimosaka Coach World  Barista Champion 2023 นอกจากนี้ยังได้พบกับ สิทธิพงษ์ ยงศิริ, กรวิกา ยังประภากร, ศราวุธ หมั่นงาน, สุปรียา ก้างออนตา, วรกมล เลี้ยงรักษา, Marion Paolo Lara Saksopin และ Ahmad Farhan

    ไม่เพียงแค่นั้นยังมีกิจกรรม EXCLUSIVE COFFEE LOVER GUESTS เปิดพื้นที่ให้เหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์ได้ ร่วมกิจกรรมกับศิลปินคู่โปรดอย่างใกล้ชิด พร้อมอร่อยกับเครื่องดื่ม ICONIC MENU และรับสิทธิพิเศษสุดฟิน โดยวันที่ 16 กันยายน 2569  เปิดให้ร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ ตี๋ บุญยเกียรติ และเฮง ทัตพงศ์, วันที่ 18 กันยายน 2569  ฟินขั้นสุดกับ โทมัส ธีร์ทัศน์ และ ก้อง ก้องภพ, วันที่ 19 กันยายน 2569 จิ้นไม่หยุดกับ  เน็ต สิรภพ และเจเจ รัชพล ก่อนปิดท้ายวันที่ 20 กันยายน 2569 ด้วยความน่ารักของ แม้ก กรธัสส์ และณฐ ณฐสิชณ์ โดยสามารถติดตามรายละเอียดการจำหน่ายบัตรเข้าร่วมกิจกรรมได้ทางโซเชียลมีเดียของไอคอนสยาม

    Global Flavor District: พาทุกคนออกเดินทางท่องโลกกว้างผ่านสุนทรียภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

    ครั้งแรกที่ Marcia Yoko Shimosaka โค้ชผู้อยู่เบื้องหลังแชมป์ World Barista 2023 จะมาร่วมดริปกาแฟระดับ Competition Grade ผ่าน 5 เมล็ดกาแฟพิเศษที่คัดสรรมาเฉพาะสำหรับงานนี้ ซึ่งล้วนเป็นกาแฟที่ปลูกในพื้นที่เฉพาะ เก็บเกี่ยวแบบ Zero Defects และพัฒนาเป็น Micro Lots ที่หาได้ยาก ทั้ง “BRAZIL Pink Bourbon” หนึ่งในสายพันธุ์กาแฟพิเศษที่น่าจับตามองที่สุดในปัจจุบัน มีเอกลักษณ์คือรสชาติที่หวานฉ่ำ บอดี้เนียนนุ่ม และมีความเป็นกรดสว่างสดใส, “PANAMA Washed” หนึ่งในมาตรฐานสูงสุดของวงการกาแฟสาย Specialty รสจะเน้นไปที่ความสะอาดและสว่างขั้นสุด, “PANAMA Geisha” ราชินีแห่งวงการ Specialty Coffee และเป็นสายพันธุ์ที่ทุบสถิติราคาประมูลแพงที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง, “PANAMA Geisha 26” เมล็ดที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการกาแฟภายใต้เอกลักษณ์หลักคือ Complex Clarity และ “PANAMA Chiroso” หนึ่งในกาแฟสายพันธุ์หายาก ที่กำลังมาแรงอย่างมากบนเวทีประกวดและในกลุ่ม Competition Grade พร้อมเปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของเมล็ดกาแฟ Competition Grade จาก ULT Coffee Roaster ร้านกาแฟของแชมป์ระดับโลก Boram Um ที่ส่งตรงมาจำหน่ายเฉพาะในงานเพียง 30 ชุดเท่านั้น นอกจากนี้ภายในงานยังรวมวัฒนธรรมกาแฟจากทั่วโลก มาให้สัมผัสรสชาติผ่านเมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกคุณภาพและร้านกาแฟชื่อดังกว่า 12 ประเทศ อาทิ บราซิล ตุรกี และเวียดนาม เป็นต้น

    Star-Brew District: พบกับความอร่อยสุดอินเทรนด์จากร้านของศิลปินชื่อดัง

                เตรียมเช็คอินพิกัดความอร่อยสุดอินเทรนด์ที่รวบรวมร้านเครื่องดื่มและขนมชื่อดังจากเหล่าศิลปินดาราแถวหน้าของเมืองไทยมาเสิร์ฟความฟินให้คุณถึงที่ ไม่ว่าจะเป็น เอาใจคอกาแฟสายชิคกับร้าน SELF Coffee ของ ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์ และ ร้าน rowie’s coffee ของ ฟอส-จิรัชพงศ์ ที่สายหวานต้องถูกใจแน่นอน สำหรับสายเฮลตี้มาเลือกดื่มด่ำกับมัตจะพรีเมียมเข้มข้นจากร้าน Fenme Matcha ของ เอิร์ธ-ศัลย์, ร้าน Hosomi Matcha & Bagle ของ เสนาหอย, ร้าน Machat Matcha ของอุ้ม-ทวีพร และร้าน Miu Miu ของโบ๊ท-ธารา งานนี้เหล่านักชิมและแฟนคลับห้ามพลาด ร่วมลิ้มลองเมนูเด็ดและสร้างความทรงจำสุดประทับใจไปด้วยกัน

    Reserve District: ที่สุดแห่งประสบการณ์กาแฟเหนือระดับสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

    ค้นพบเสน่ห์ของ L’Italien กาแฟจาก Le Café Alain Ducasse ที่นำเสนอโดยร้านชื่อดังระดับมิชลิน Blue by Alain Ducasse สัมผัสความพรีเมียมของเมนูกาแฟที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมกาแฟอิตาเลียนอันคลาสสิกผ่านรสชาติเข้มข้นกลิ่นหอมลุ่มลึกและความประณีตในรูปแบบเอสเปรสโซคลาสสิกและเมนูกาแฟสูตรพิเศษ พร้อมลิ้มลอง Signature Coffee Bean Cake เค้กรูปเมล็ดกาแฟที่ถ่ายทอดกลิ่นรสคั่วหอมละมุนและช็อกโกแลต รวมไปถึงการเปิดประสบการณ์ ลิ้มลองการจับคู่อาหารและกาแฟที่ลงตัวที่สุดเพื่อเติมสีสันให้กับมหานครแห่งกาแฟ สัมผัสเสน่ห์แห่งรสชาติที่รังสรรมาเป็นพิเศษผ่านFood & Coffee Pairing จากร้านดังไม่ว่าจะเป็น Fongs รัญจวน ร่วมกับ KAREN Coffee, สำเภานาวา และ Roma Khao Yai

    นอกจากนี้ยังได้พบกับอีกหลากหลายความพิเศษในงาน อาทิ การเปิดพื้นที่ Workshop & Creative Space สำหรับคนรักศิลปะและกาแฟ อาทิ วาดรูปบนแก้วกาแฟ, Coffee Painting และ เพ้นท์ที่รองแก้ว รวมถึงกิจกรรมเวิร์กช็อป Drip by ME โดยสมาคมกาแฟไทย ซึ่งจัดที่ Co-working Space ชั้น 1 ไอซีเอส ตรงข้ามไอคอนสยาม ชวนมาเรียนรู้ การดริปกาแฟ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ก่อนลิ้มรสชาติกาแฟไทยไปพร้อมกัน โดยจัดกิจกรรม 5 รอบต่อวัน (รอบละ 5 ท่าน) เวลา 11.00 , 13.00 , 15.00 , 17.00 , 19.00 น. ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรีเพียงแสดงใบเสร็จการซื้อสินค้าและบริการภายใน ไอซีเอส ภายในวัน

    และเพื่อตอกย้ำแนวคิด ICONSIAM GO GREEN ชวนทุกคนร่วมสร้างความยั่งยืนผ่านแคมเปญ ZERO Cup to Landfill ทุกแก้วที่ดื่ม มีปลายทางที่ยั่งยืน เชิญชวนผู้ร่วมงานร่วมกันแยกแก้วและวัสดุที่ใช้แล้วให้ถูกประเภท ณ จุด RETURN STATION ซึ่งตั้งอยู่ภายในงาน เพื่อนำแก้วที่ใช้แล้วไปเข้าสู่กระบวนการจัดการที่ถูกต้อง ไม่ให้กลายเป็นขยะฝังกลบ พร้อมรับปุ๋ยและต้นไม้ฟรี รวมถึงกิจกรรม แก้วเพื่อน้อง จุดแบ่งปันแก้วน้ำ Reuse สภาพดีที่เหลือใช้จากพี่ๆ ส่งต่อสู่มือน้องๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมสัมผัสมิติของกาแฟเพื่อความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม กาแฟ ปิง วัง ยม น่าน  ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ของ 4 แม่น้ำสายหลักทางภาคเหนือของไทย ภายใต้โครงการที่มุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่ป่า สู่การสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในชุมชนอย่างยั่งยืน

                ทั้งนี้ ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 มาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษมากมาย เพื่อให้คนรักกาแฟได้เพลิดเพลินกับเรื่องราวของเครื่องดื่มแก้วโปรดอย่างเต็มอิ่ม อาทิ

    • STAMP JOURNEY ZONE สมาชิก ONESIAM ช้อปครบ 200 บาทจากร้านค้าภายในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 รับแสตมป์ 1 ดวง สะสมครบ 10 ดวง แลกรับของรางวัลตามที่กำหนด
    • ลูกค้า ทรู หรือ ดีแทค แลกรับส่วนลดเครื่องดื่ม 50 บาท และ ICONIC MENU มูลค่า 250 บาท
    • ไอคอนสยาม ร่วมแจกกาแฟฟรี 1,000 แก้ว สำหรับสมาชิก ONESIAM แลกรับสิทธิ์คูปองส่วนลด 60 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลดภายในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 โดยสามารถแลกรับสิทธิ์ได้ที่หน้าร้าน ZARA ชั้น M
    • สมาชิก ONESIAM ซื้อสินค้าไอคอนคราฟต์ภายในงานครบ 2,500 บาท แลกรับ ICONCRAFT ECO CUP 1 ใบ มูลค่า 490 บาท
    • Bring your own cup เพียงนำแก้วส่วนตัวมาเองรับส่วนลด 5 บาท เมื่อซื้อเครื่องดื่มภายในงานจากร้านที่ร่วมรายการ

                เชิญชวนทุกคนร่วมออกเดินทางสู่มหานครแห่งกาแฟที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและประสบการณ์พิเศษในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 ระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ICONSIAM HALLและ SURALAI HALL ชั้น 7 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1338 หรือรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook: ICONSIAM และ https://iconsiam.com/th/events-activities/iconic-craft-coffee-expo-2026 

    #ICONICCRAFTCOFFEEEXPO #มหานครแห่งกาแฟไอคอนสยาม #ICONSIAM #ThailandIconicCoffeeandCreativityChampionship #TICC #specialtycoffee #specialtycoffeeroaster #Coffee #กาแฟ

  • Exhibition - Fashion & Design

    สยามพารากอน–สยามเซ็นเตอร์–สยามดิสคัฟเวอรี่ผนึกพลังจัด “Bangkok International Fashion Week 2026” ดันแฟชั่นไทยสู่เวทีโลก

    แวดวงแฟชั่นกำลังจะลุกเป็นไฟอีกครั้ง เมื่อ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ผนึกกำลังเตรียมเปิดเวทีแฟชั่นวีคที่ทรงอิทธิพลที่สุดของไทย “Bangkok International Fashion Week 2026” (BIFW2026) อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อประกาศศักยภาพของประเทศไทยในการขับเคลื่อนพลังแห่งความสร้างสรรค์ผ่าน 10 โชว์ จาก 10 ดีไซเนอร์และแบรนด์ไทยชั้นนำ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ Young Designers คลื่นลูกใหม่ได้แสดงฝีมือและก้าวสู่เวทีแฟชั่นอย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมชวนเหล่าแฟชั่นเลิฟเวอร์ไปค้นพบแบรนด์รวมถึงเทรนด์แฟชั่นจากทั่วโลก ตอกย้ำบทบาทของสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านแฟชั่นและความคิดสร้างสรรค์ที่น่าจับตามองของเอเชีย โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-11 ตุลาคม 2569 ณ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่

    สำหรับปีนี้ “Bangkok International Fashion Week 2026” (BIFW2026) จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 19 โดยนับว่าเป็นเวทีแฟชั่นวีคอันดับหนึ่งของประเทศไทยและมหกรรมแฟชั่นระดับแถวหน้าของเอเชียที่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ผนึกกำลังพันธมิตรชั้นนำทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย จำกัด, บริษัท มาดามฟิน จำกัด, เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย (XPENG Thailand), มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป (Millennium Auto Group), บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน), ธัญ (THANN), กีกี้ บิวตี้ สเปซ (KIKI Beauty Space), เกรย์กูส (Grey Goose), และแมค คอสเมติกส์ ไทยแลนด์ (M.A.C Cosmetics) เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่เวทีสากลอย่างทรงพลัง

    งานนี้ ธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 19 ปี Siam Paragon Bangkok International Fashion Week ได้รับการจับตามองในฐานะแฟชั่นวีคระดับแนวหน้าของภูมิภาค และเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนวัฒนธรรมและกำหนดทิศทางของแฟชั่นแห่งอนาคต ซึ่งปีนี้เรายังคงตอกย้ำภาพนั้นผ่าน BIFW2026 ที่ไม่เพียงเป็นเวทีสำหรับนำเสนอคอลเลกชันล่าสุดบนรันเวย์ แต่ยังเป็นศูนย์กลางของแรงบันดาลใจ การแลกเปลี่ยนมุมมองทางความคิดสร้างสรรค์ และการขับเคลื่อนวัฒนธรรมร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด TH-nomenal Extraordinary – Lead the Culture, Wear the Future ที่พร้อมถ่ายทอดศักยภาพและความเป็นเลิศของแฟชั่นไทยสู่สายตานานาชาติ แต่ละโชว์จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการนำเสนอผลงานแฟชั่น แต่ยังถ่ายทอดวิสัยทัศน์ อัตลักษณ์ และพลังทางวัฒนธรรมผ่านงานออกแบบร่วมสมัย พร้อมสร้างประสบการณ์แฟชั่นที่ก้าวไกลไปกว่ารูปแบบของแฟชั่นโชว์ที่คุ้นเคย และในปีนี้ สยามพารากอนยังคงมุ่งใช้ BIFW2026 เป็นส่วนสำคัญในการสะท้อนศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของวงการแฟชั่นไทยสู่สายตาระดับโลก ตอกย้ำบทบาทของสยามพารากอนในฐานะ World Class Fashion Destination ที่พร้อมยกระดับกรุงเทพมหานครสู่หนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านแฟชั่นที่สำคัญของเอเชีย และร่วมขับเคลื่อนวงการแฟชั่นไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง”

    ทางด้าน เอกวิทย์ ชัยวรานุรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารหน่วยธุรกิจสยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ กล่าวเสริมว่า “สำหรับสยามเซ็นเตอร์ยังสานต่อความร่วมมือกับ เอปสัน ประเทศไทย เป็นปีที่ 3 เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และกระบวนการผลิต อีกทั้งยังคงเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ สามารถเติบโตเป็นพลังสำคัญของวงการแฟชั่นไทยในวันข้างหน้า ‘Visionary Stage’ จึงเป็นมากกว่าเวทีแฟชั่น แต่คือพื้นที่แห่งโอกาสที่เปิดให้ Young Designers จากทั่วประเทศได้ทดลอง ถ่ายทอดตัวตน และนำอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคมาตีความใหม่ผ่านงานดีไซน์ร่วมสมัย ซึ่งภายใต้แนวคิด ‘NEXT TH-PHENOMENON’ เราอยากเห็นคลื่นลูกใหม่ของวงการแฟชั่นไทยได้มีพื้นที่ในการแสดงศักยภาพ และก้าวต่อไปสู่ระดับโลกอย่างมั่นใจ

    ทางด้านสยามดิสคัฟเวอรี่มองว่าแฟชั่นเป็นประสบการณ์ของการค้นพบ ไม่ใช่เพียงการติดตามเทรนด์ แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ทดลอง ค้นหาแรงบันดาลใจ และนิยามสไตล์ของตัวเอง สำหรับ SIAM DISCOVERY FASHION REVOLUTIONARY 2026 เราจึงนำเสนอแฟชั่นจากหลากหลายมุมมอง ทั้งแบรนด์ระดับโลก คอลเลกชันใหม่ และแบรนด์จากเอเชียที่น่าจับตามอง เพื่อให้สยามดิสคัฟเวอรี่เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ทุกคนสามารถเข้ามาค้นพบสิ่งใหม่ ๆ และสนุกกับแฟชั่นในแบบของตัวเอง”

    “Bangkok International Fashion Week 2026” (BIFW2026) มาพร้อมไฮไลต์ที่จะประกาศศักยภาพของแฟชั่นไทยในฐานะขุมพลังสร้างสรรค์ระดับโลก ผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ สยามพารากอน ในฐานะแลนด์มาร์กระดับโลก เตรียมเนรมิตแกรนด์รันเวย์สุดไอคอนิก ถ่ายทอดศักยภาพและความเป็นเลิศของแฟชั่นไทยผ่าน 10 โชว์อันทรงพลัง จาก 10 ดีไซเนอร์และแบรนด์ไทยระดับแถวหน้า

    ได้แก่ 27 FRIDAY, 37°c Thirty-seven degrees Celsius, CHATO, FLYNOW, ISSUE, MERGE, NAGARA, PAINKILLER Atelier, POEM และ VVON SUGUNNASIL ที่จะมาร่วมตีความแฟชั่นผ่านมุมมองอันโดดเด่นและหลากหลาย ภายใต้แนวคิด “TH-nomenal Extraordinary” Lead the Culture, Wear the Future. (“ที-โนมีนอล เอ็กซ์ตรอดิแนรี่” ลีด เดอะ คัลเจอร์, แวร์ เดอะ ฟิวเจอร์.)

    ถ่ายทอดพลังสร้างสรรค์ของแฟชั่นไทยผ่านคอลเลกชันที่สะท้อนวิสัยทัศน์ อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และมุมมองแห่งอนาคต พร้อมแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของดีไซเนอร์ไทยในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์และสามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้กับแวดวงแฟชั่นระดับนานาชาติได้ 10 โชว์บนแกรนด์รันเวย์ จึงไม่เพียงนำเสนอคอลเลกชันล่าสุดของแต่ละแบรนด์ แต่เป็นพื้นที่ที่เหล่าดีไซเนอร์จะได้ถ่ายทอดตัวตนและวิสัยทัศน์ผ่านงานออกแบบร่วมสมัย สร้างประสบการณ์ที่ก้าวข้ามจากรูปแบบแฟชั่นโชว์แบบเดิม และสะท้อนพลังของแฟชั่น ในขณะเดียวกันยังตอกย้ำบทบาทของสยามพารากอนในฐานะ Global Landmark ที่พร้อมยกระดับกรุงเทพมหานครสู่หนึ่งในจุดหมายปลายทางแฟชั่นที่สำคัญของเอเชีย

    ขณะที่ สยามเซ็นเตอร์ ‘The Ideaopolis’ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ยังคงเดินหน้าสนับสนุนพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ด้วย “Bangkok International Fashion Week 2026 – Visionary Stage at Siam Center” เวทีที่เปิดโอกาสให้ Young Designers ได้แสดงศักยภาพผ่านผลงานแฟชั่นดีไซน์ที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ อัตลักษณ์ และเรื่องราวจากหลากหลายภูมิภาคของประเทศไทย

    ภายใต้คอนเซ็ปต์ “NEXT TH-PHENOMENON” (เน็ก ที-ฟีโนมีน่อน) ปรากฏการณ์คลื่นลูกใหม่ พลังไทยสร้างสรรค์สู่ผลงานแฟชั่นดีไซน์ระดับโลก โดยปีนี้รวมพลังจาก 13 มหาวิทยาลัยและสถาบันทั่วประเทศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมด้วย 3 แบรนด์ดีไซเนอร์ไทย ได้แก่ Keira Selbe, Sleeping Cloud และ เต่าทองดำ x Mohhomphrae / Heritage / Kanhom มาร่วมกันตีความแฟชั่นไทยผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่ เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของแต่ละภูมิภาคเข้ากับงานออกแบบร่วมสมัย

    อีกหนึ่งมิติที่น่าสนใจจาก สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม The Biggest Arena of Lifestyle Experiments คือการนำเสนอแฟชั่นผ่านมุมมองของการค้นพบและการทดลองไลฟ์สไตล์กับ “SIAM DISCOVERY FASHION REVOLUTIONARY 2026” ที่จะเปลี่ยนพื้นที่ สยามดิสคัฟเวอรี่ ให้เป็นรันเวย์แห่งการค้นพบ ถ่ายทอดคอลเลกชันเด่นประจำซีซั่น ซิลูเอตอันทรงพลัง และเทรนด์ที่กำลังกำหนดทิศทางของแฟชั่นร่วมสมัย ผ่านการสไตลิ่งที่โดดเด่นและแตกต่าง

    ไฮไลต์สำคัญคือการ นำเสนอ Discovery Selection เป็นพื้นที่ที่คัดสรรแบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์จากทั่วโลก ที่มีเอกลักษณ์ และมีความเป็น Trendsetter ให้มาค้นพบอะไรใหม่ๆ อย่างคอลเลกชันล่าสุดจาก DAMSON MADDER. ที่ตีความ British countryside ในมุมมองใหม่ และ ADERERROR ที่นำเสนอแนวคิด TIME AFTER TIME ที่ได้แรงบันดาลใจสำคัญมาจาก เครื่องปั้นดินเผาและเซรามิก ผ่านซิลูเอตและการจับคู่ไอเทมที่สร้างสัดส่วนอันเป็นเอกลักษณ์ และอีกมากมายอย่าง OPEN YY , AJOBYAJO , ANDERSSON BELL เป็นต้น พร้อมตอกย้ำบทบาทของสยามดิสคัฟเวอรี่ในการพาแฟชั่นนิสต้าไทยไปค้นพบแบรนด์ใหม่ ๆ ด้วยการคัดสรรแบรนด์แฟชั่นจากเวียดนามมาสู่กรุงเทพฯ โดย House Of Aren เข้ามาเสริมความหลากหลายทางแฟชั่นมากขึ้น รวมแบรนด์เวียดนามที่ถ่ายทอดตัวตนผ่านแฟชั่น ความมั่นใจ และความคิดสร้างสรรค์ พร้อมก้าวนำพลังของผู้หญิงให้เปล่งประกายอย่างไร้ขีดจำกัด อาทิ BONJOUR และ FIG&TONKA ที่นำเสนอแนวคิดและมุมมองด้านแฟชั่นในรูปแบบเฉพาะตัว

    เตรียมพบกับปรากฏการณ์แฟชั่นแห่งปี “Bangkok International Fashion Week 2026” ที่จะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ Visionary Stage at Siam Center ระหว่างวันที่ 1-4 ตุลาคม 2569, SIAM DISCOVERY FASHIONREVOLUTIONARY 2026 วันที่ 6 ตุลาคม 2569 และปิดท้ายด้วยแกรนด์รันเวย์สุดยิ่งใหญ่ Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026 ระหว่างวันที่ 8-11 ตุลาคม 2569 ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.siamparagon.co.th หรือเฟซบุ๊ก Siam Paragon

    #BIFW2026 #SiamParagonBIFW2026 #SiamCenterBIFW2026 #SiamDiscoveryBIFW2026SiamParagon #SiamCenter #SiamDiscovery

  • Exhibition - Food - Lifestyle

    “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026” มหานครกาแฟ ที่คนรักกาแฟต้องมาเช็กอินไอคอนสยาม จัดเต็ม 6 Coffee District กว่า 1,000 เมนู และประสบการณ์ระดับโลก 16–20 กันยายนนี้ ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปักหมุดเป็น Global Coffee Destination เตรียมสร้างปรากฏการณ์สุดพิเศษครั้งใหม่ ชวนคนรักกาแฟมาร่วมเปิดประตูสู่มหานครแห่งกาแฟ ที่ร้อยเรียงเรื่องราวของผู้คน รสชาติ และวัฒนธรรมจากทั่วทุกมุมโลก ในมหกรรมกาแฟสุดยิ่งใหญ่ “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ICONSIAM HALL และ SURALAI HALL ชั้น 7 ไอคอนสยาม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ICON OF COFFEE METROPOLIS” มหานครที่พร้อมเปิดพื้นที่เชื่อมโยงผู้คนและไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ผ่านประสบการณ์แห่งรสชาติ โดยรวบรวมความเป็นระดับโลกและที่สุดเกี่ยวกับกาแฟให้ทุกคนได้ร่วมท่องไปในมหานครแห่งกาแฟ ผ่านการเดินทาง สู่ 6 Coffee District จุดหมายปลายทางของเหล่าคนรักกาแฟที่พร้อมเสิร์ฟกาแฟกว่า 1,000 เมนูจากทั่วทุกมุมโลก

    ● Local Gems District: ถนนสายกาแฟที่รวมร้านเด็ดร้านดังจากทั่วไทย คอมมูนิตี้ของคนรักกาแฟและอาหาร
    ท่องไปกับเรื่องราวของกาแฟทั่วไทย ตั้งแต่เมล็ดกาแฟคุณภาพระดับแชมป์จากโรงคั่วชั้นนำ ท็อปลิสต์ร้านกาแฟสุดคราฟต์ที่คัดสรรแบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดย ไอคอนคราฟต์ อาทิ SIAMDRIPCO, SIRIWAT SELECTED COFFEE, Q PROJECT THAILAND, GRAPH, SIAS KOFFEE ROASTER, ROAST8RY, NINETEEN DEGREES NORTH COFFEE, SANTIPANICH ROASTER และ PANGKHON COFFEE ROASTER เป็นต้น

    นอกจากนี้ยังมี สุดยอดกาแฟ GI ไทย ที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาวิถีชีวิตและความตั้งใจของคนในท้องถิ่นมาให้เลือกซื้ออีกด้วย รวมทั้งโซนที่คนรักความอร่อยห้ามพลาดชิมของอร่อยฝั่งธนฯ แบบเต็มอิ่มกับโซน Thonburian Vibes ยกร้านเทรนดี้และของดี ฝั่งธนฯ กว่า 30 ร้านมาไว้ในงานเดียว

    ● Championship District: โซนแห่งความเข้มข้นของเวทีการแข่งขันระดับประเทศ เพื่อรังสรรค์สุดยอดเมนูกาแฟ หนึ่งในเวทีสำคัญซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีคือ Thailand ICONIC Coffee and Creativity Championship 2026 (TICC2026) การแข่งขันที่เปิดพื้นที่ให้บาริสต้าได้ประชันทั้งทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการรังสรรค์เครื่องดื่มจากเมล็ดกาแฟ โดยมีกรรมการระดับโลกเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้โจทย์ “ICON OF COFFEE METROPOLIS” ให้ผู้เข้าแข่งขันตีความไอคอนสยามในฐานะมหานครแห่งกาแฟ ผ่านเครื่องดื่มที่สะท้อนความหลากหลายของรสชาติ ผู้คน ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์ รวมถึง All Star Championship Zone ซึ่งรวบรวมเมนูจากการแข่งขันและร้านของแชมป์ TICC มาให้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

    ● ICONIC District: รวบรวมทุกไฮไลต์ระดับไอคอนิคที่สามารถพบได้ในงานนี้เท่านั้น เปิดประสบการณ์การดื่มในแบบฉบับ ICONIC MENU ที่รังสรรค์โดย คุณชัญญา ธาราธิคุณเดช World Certified Judge กรรมการตัดสินการแข่งขันกาแฟระดับโลก เพื่อให้ลิ้มลองเฉพาะในงานนี้เท่านั้น ได้แก่ Golden Heritage, Metropolis Blend และ Emerald District

    พร้อมเตรียมพบกับเหล่า ICONIC PERSON ตัวจริงจากแวดวงกาแฟไทยและนานาชาติที่จะมาแบ่งปันเรื่องราวผ่านเวที ICONIC PERSON TALK ไม่เพียงแค่นั้นยังมีกิจกรรม EXCLUSIVE COFFEE LOVER GUESTS เปิดพื้นที่ให้เหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์ได้ร่วมกิจกรรมกับศิลปินคู่โปรดอย่างใกล้ชิด โดยวันที่ 16 กันยายน 2569 พบกับ ตี๋ บุญยเกียรติ และ เฮง ทัตพงศ์, วันที่ 18 กันยายน 2569 พบกับ โทมัส ธีร์ทัศน์ และ ก้อง ก้องภพ, วันที่ 19 กันยายน 2569 พบกับ เน็ต สิรภพ และ เจเจ รัชพล และวันที่ 20 กันยายน 2569 พบกับ แม้ก กรธัสส์ และ ณฐ ณฐสิชณ์ สามารถติดตามรายละเอียดการจำหน่ายบัตรเข้าร่วมกิจกรรมได้ทางโซเชียลมีเดียของไอคอนสยาม

    ● Global Flavor District: ออกเดินทางท่องโลกกว้างผ่านสุนทรียภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ครั้งแรกที่ Marcia Yoko Shimosaka โค้ชผู้อยู่เบื้องหลังแชมป์ World Barista 2023 จะมาร่วมดริปกาแฟระดับ Competition Grade ผ่าน 5 สายพันธุ์เมล็ดกาแฟพิเศษที่คัดสรรมาเฉพาะสำหรับงานนี้ ได้แก่ BRAZIL Pink Bourbon, PANAMA Washed, PANAMA Geisha, PANAMA Geisha 26, Complex Clarity และ PANAMA Chiroso พร้อมเปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของเมล็ดกาแฟ Competition Grade จาก ULT Coffee Roaster ร้านกาแฟของแชมป์ระดับโลก ส่งตรงมาจำหน่ายเฉพาะภายในงาน นอกจากนี้ภายในงานยังรวมวัฒนธรรมกาแฟจากทั่วโลกมาให้สัมผัสรสชาติผ่านเมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกคุณภาพและร้านกาแฟชื่อดังกว่า 12 ประเทศ อาทิ บราซิล ตุรกี และเวียดนาม เป็นต้น

    ● Star-Brew District: พบกับความอร่อยสุดอินเทรนด์จากร้านของศิลปินชื่อดัง เตรียมเช็คอินพิกัดความอร่อยสุดอินเทรนด์ที่รวบรวมร้านเครื่องดื่มและขนมชื่อดังจากเหล่าศิลปินดาราแถวหน้าของเมืองไทยมาเสิร์ฟความฟินให้คุณถึงที่ ไม่ว่าจะเป็น SELF Coffee ของ ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์, rowie’s coffee ของ ฟอส-จิรัชพงศ์, Fenme Matcha ของ เอิร์ธ-ศัลย์, Hosomi Matcha & Bagle ของ เสนาหอย, Machat Matcha ของ อุ้ม-ทวีพร และ Miu Miu ของ โบ๊ท-ธารา งานนี้เหล่านักชิมและแฟนคลับห้ามพลาด

    ● Reserve District: ที่สุดแห่งประสบการณ์กาแฟเหนือระดับสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ค้นพบเสน่ห์ของ L’Italien กาแฟจาก Le Café Alain Ducasse ที่นำเสนอโดยร้านชื่อดังระดับมิชลิน Blue by Alain Ducasse สัมผัสความพรีเมียมของเมนูกาแฟที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมกาแฟอิตาเลียนอันคลาสสิกผ่านรสชาติเข้มข้นกลิ่นหอมลุ่มลึก พร้อมลิ้มลอง Signature Coffee Bean Cake เค้กรูปเมล็ดกาแฟที่ถ่ายทอดกลิ่นรสคั่วหอมละมุนและช็อกโกแลต รวมไปถึงการเปิดประสบการณ์ลิ้มลองการจับคู่อาหารและกาแฟที่ลงตัวผ่าน Food & Coffee Pairing จากร้านดังไม่ว่าจะเป็น Fongs รัญจวนร่วมกับ KAREN Coffee, สำเภานาวา และ Roma Khao Yai

    นอกจากนี้ยังได้พบกับอีกหลากหลายความพิเศษในงาน อาทิ Workshop & Creative Space สำหรับคนรักศิลปะและกาแฟ, กิจกรรม Drip by ME โดย สมาคมกาแฟไทย ซึ่งจัดที่ Co-working Space ชั้น 1 ไอซีเอส ตรงข้ามไอคอนสยาม เรียนรู้การดริปกาแฟตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย และเชิญชวนร่วมสร้างความยั่งยืนผ่านแคมเปญ ZERO Cup to Landfill ทุกแก้วที่ดื่ม มีปลายทางที่ยั่งยืน โดยแยกแก้วและวัสดุที่ใช้แล้วให้ถูกประเภท ณ จุด RETURN STATION เพื่อนำแก้วที่ใช้แล้วไปเข้าสู่กระบวนการจัดการที่ถูกต้อง รวมถึงกิจกรรม แก้วเพื่อน้อง จุดแบ่งปันแก้วน้ำ Reuse สภาพดีที่เหลือ ใช้จากพี่ๆ ส่งต่อสู่มือน้องๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมสัมผัสมิติของกาแฟเพื่อความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม กาแฟ ปิง วัง ยม น่าน ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ของ 4 แม่น้ำสายหลักทางภาคเหนือของไทย ภายใต้โครงการที่มุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่ป่า สู่การสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในชุมชนอย่างยั่งยืน

    ทั้งนี้ ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 มาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษมากมาย เพื่อให้คนรักกาแฟได้เพลิดเพลินกับเรื่องราวของเครื่องดื่มแก้วโปรดอย่างเต็มอิ่ม อาทิ
    ● STAMP JOURNEY ZONE สมาชิก ONESIAM ช้อปครบ 200 บาทจากร้านค้าภายในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 รับแสตมป์ 1 ดวง สะสมครบ 10 ดวง แลกรับของรางวัลตามที่กำหนด
    ● ลูกค้า ทรู หรือ ดีแทค แลกรับส่วนลดเครื่องดื่ม 50 บาท และ ICONIC MENU มูลค่า 250 บาท
    ● ไอคอนสยาม ร่วมแจกกาแฟฟรี 1,000 แก้ว สำหรับสมาชิก ONESIAM แลกรับสิทธิ์คูปองส่วนลด 60 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลดภายในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 โดยสามารถแลกรับสิทธิ์ได้ที่หน้าร้าน ZARA ชั้น M
    ● สมาชิก ONESIAM ซื้อสินค้าไอคอนคราฟต์ภายในงานครบ 2,500 บาท แลกรับ ICONCRAFT ECO CUP 1 ใบ มูลค่า 490 บาท
    ● Bring your own cup เพียงนำแก้วส่วนตัวมาเองรับส่วนลด 5 บาท เมื่อซื้อเครื่องดื่มภายในงานจากร้านที่ร่วมรายการ

    เชิญชวนทุกคนร่วมออกเดินทางสู่มหานครแห่งกาแฟที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและประสบการณ์พิเศษในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 ระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ICONSIAM HALLและ SURALAI HALL ชั้น 7 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1338 หรือรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook: ICONSIAM และ https://iconsiam.com/th/events-activities/iconic-craft-coffee-expo-2026

    #ICONICCRAFTCOFFEEEXPO #มหานครแห่งกาแฟไอคอนสยาม #ICONSIAM #ThailandIconicCoffeeandCreativityChampionship #TICC

  • Art - Exhibition - Lifestyle

    ปล่อยใจให้เบ่งบานไปกับ “Flower & Friend” นิทรรศการศิลปะที่ถ่ายทอดความงามของดอกไม้ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก ชมฟรี 1 – 15 กันยายน 2569 ชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม

    สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในไทย ณ ไอคอนสยาม ชวนสัมผัสดอกไม้ผลิบานในกาลเวลากับงาน Flower & Friend “เมื่อดอกไม้ผลิบานในกาลเวลา” นิทรรศการศิลปะที่เชื่อมโยงเรื่องราวของดอกไม้ มิตรภาพ และกาลเวลา ผ่านมุมมองและสื่อการสร้างสรรค์อันแตกต่างของ 2 ศิลปินหญิงมากความสามารถ ดร.กฤษญา เหลืองอานันทกุล ศิลปินเซรามิก และ คุณจุฑารัตน์ พรมุณีสุนทร ช่างภาพและศิลปินสื่อผสม เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 1-15 กันยายน 2569 ณ บริเวณชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ โดยผู้เข้าชมจะได้ร่วมเดินทางผ่านโลกแห่งจินตนาการ ความงดงามของธรรมชาติ และเรื่องราวของการเติบโตที่ค่อย ๆ ผลิบานผ่านผลงานศิลปะอันเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา

    สำหรับนิทรรศการครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาพบกันอีกครั้งของเพื่อนสนิทสองคนที่ใช้ศิลปะเป็นภาษาหลักในการสื่อสารความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ที่สั่งสมผ่านช่วงเวลาของชีวิต โดยมี “ดอกไม้” เป็นจุดร่วมสำคัญของแรงบันดาลใจ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความงาม ความเปลี่ยนแปลง ความหวัง และมิตรภาพที่ค่อยๆ เติบโตอย่างงดงามตามกาลเวลา ผู้ชมจะได้สัมผัสผลงานชุด “Blooming through Play: เมื่อดอกไม้ผลิบานผ่านการเล่น” ของ ดร.กฤษญา เหลืองอานันทกุล ศิลปินเซรามิกผู้เชื่อว่าความสนุก ความอยากรู้อยากเห็น และการทดลอง คือจุดเริ่มต้นของการค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ในโลกศิลปะ ผลงานของเธอถ่ายทอดจินตนาการเกี่ยวกับดอกไม้ผ่านการทำงานกับดินสี (Colored Clay Slip) และกระดาษสา ซึ่งถูกดัด พับ และขึ้นรูปเป็นกลีบดอกไม้ ก่อนนำไปผ่านกระบวนการเผาเซรามิกจนเกิดเป็นรูปทรงที่ละเอียดอ่อน เปราะบาง แต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง

    นอกจากนี้ ยังมีผลงานภาชนะเซรามิกที่สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคการใช้สีระบายและซ้อนทับบนพื้นผิวอย่างอิสระ เกิดเป็นมิติของสีสัน ร่องรอย และพื้นผิวที่สะท้อนความงดงามจากกระบวนการทดลองและการเรียนรู้มากกว่าความสมบูรณ์แบบ ผลงานทุกชิ้นจึงเปรียบเสมือนดอกไม้ที่ค่อยๆ ผลิบานตามธรรมชาติของตนเอง และเป็นภาพแทนของการเติบโตในเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยการค้นพบใหม่อยู่เสมอ

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือผลงานชุด “The Day I Met the Flower” โดย จุฑารัตน์ พรมุณีสุนทร ศิลปินภาพถ่ายและสื่อผสม ผู้สั่งสมประสบการณ์ในฐานะช่างภาพแฟชั่นให้กับนิตยสารและแบรนด์ชั้นนำของประเทศไทยมากว่า 20 ปี พร้อมทั้งเป็นผู้ก่อตั้งโปรเจกต์ “Flowering Mind” ที่ผสานศาสตร์ของการจัดดอกไม้ ศิลปะ และการดูแลสุขภาพใจเข้าไว้ด้วยกัน ผลงานชุดนี้เริ่มต้นจากการพบเจอและสังเกตดอกไม้ในสวนเล็กๆ ที่ศิลปินดูแลด้วยตนเอง รวมถึงดอกไม้จากบ้านใกล้เรือนเคียง ก่อนจะบันทึกเรื่องราวผ่านภาพถ่ายด้วยแสงธรรมชาติ ถ่ายทอดรายละเอียดและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของดอกไม้แต่ละดอกอย่างใกล้ชิด จากนั้นจึงต่อยอดด้วยเทคนิคการวาดสีซ้อนทับลงบนภาพถ่าย สร้างมิติใหม่ที่หลอมรวมระหว่างภาพถ่ายและจิตรกรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน จนเกิดเป็นผลงานที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้งและงดงาม

    เมื่อความอบอุ่นของแสงแดดในภาพถ่ายมาบรรจบกับชั้นสีดินบนผลงานเซรามิก นิทรรศการ Flower & Friend จึงเปรียบเสมือนพื้นที่แห่งการพบกันของสองมุมมองทางศิลปะที่แตกต่าง แต่มีหัวใจเดียวกัน คือความหลงใหลในความงดงามของดอกไม้และธรรมชาติ ผู้ชมจะได้สัมผัสทั้งความละเอียดอ่อนของรูปทรง สีสัน พื้นผิว และเรื่องราวที่แฝงอยู่ภายในผลงาน ซึ่งชวนให้หยุดมองความงามรอบตัว และกลับมาเชื่อมโยงกับความสุขเล็กๆ ในชีวิตประจำวันอีกครั้ง

    สำหรับผู้ที่รักงานศิลปะ การถ่ายภาพ งานเซรามิก ตลอดจนผู้ที่ต้องการค้นหาแรงบันดาลใจ และช่วงเวลาแห่งความรื่นรมย์ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของดอกไม้ ไม่ควรพลาดนิทรรศการ Flower & Friend “เมื่อดอกไม้ผลิบานในกาลเวลา” ระหว่างวันที่ 1-15 กันยายน 2569 ณ บริเวณชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม เปิดให้เข้าชมฟรีตลอดงานสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-011-7500 หรือทาง LINE: SIAM Takashimaya

    #FlowerAndFriend #SiamTakashimaya #ArtExhibition #ICONSIAM

  • Art - Exhibition

    นิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” ร่วมจารึกประวัติศาสตร์แห่งวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

       กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับไอคอนสยาม และชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ พร้อมด้วย 3 ศิลปินแห่งชาติ อาทิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปัญญา วิจินธนสาร และ ศาสตราจารย์เกียรติคุณปริญญา ตันติสุข รวมถึงศิลปินชั้นเยี่ยมแห่งรัชสมัย ได้แก่ วัชระ ประยูรคำ, อลงกรณ์ หล่อวัฒนา, พินิตย์ พันธประวัติ, นภดล วิรุฬห์ชาตะพันธ์, ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ, วิรัญญา จิราธิกิตติ์ และนที ทับทิมทอง ฯลฯ พร้อมใจกันรังสรรค์นิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติ ศิลปวัฒนธรรม  และพสกนิกรชาวไทยตลอดพระชนม์ชีพ 

    พิธีเปิดนิทรรศการจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม โดยมี พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดนิทรรศการ ณ ธารา ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติเฝ้ารับเสด็จจำนวนมาก อาทิ ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา, ณัฐวุฒิ เฉลิมวันเพ็ญ ผู้บริหารกลุ่มงานสนับสนุนความสำเร็จผู้เช่า บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด, วัลลภิศร์ สดประเสริฐ, บุญชัย เบญจรงคกุล, ทวินโชค ตันธุวนิตย์, มนาเทศ อันนวัฒน์ , ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร, นฤมล ล้อมทอง  ฯลฯ โดยนิทรรศการ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” จะเปิดให้ประชาชนและผู้สนใจเข้าชมระหว่างวันที่ 1–8 สิงหาคม ณ Thara Hall, Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม 

             “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” จึงนับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญของวงการศิลปะร่วมสมัยของไทยถือเป็นการรวบรวมผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าและหาชมได้ยากจากศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิของประเทศไทย ถ่ายทอดศาสตร์แห่งศิลปกรรมผ่าน 5 แขนงสำคัญ ได้แก่ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ศิลปะไทย และศิลปะภาพยนตร์ดิจิทัลสามมิติ (3D Digital Art) โดยเชื่อมโยงศิลปะดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีร่วมสมัยอย่างวิจิตรบรรจง

             หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ ภาพยนตร์แอนิเมชันเทิดพระเกียรติความยาว 6 นาที ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมการนำเสนอวงการศิลปะของไทยครั้งสำคัญ เมื่อผลงานจากปลายพู่กัน งานประติมากรรม และแม่พิมพ์โลหะ ได้รับการถ่ายทอดสู่โลกแห่งภาพเคลื่อนไหวสามมิติอย่างงดงามสมพระเกียรติ ผ่านการออกแบบสร้างสรรค์โดย ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ร่วมกับ Decide Kit Studio สตูดิโอสร้างสรรค์เจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ พร้อมทีมศิลปินจากหลากหลายสาขาที่ร่วมกันถ่ายทอดผลงานด้วยหัวใจแห่งความภาคภูมิใจในความเป็นไทย โดยภาพยนตร์เทิดพระเกียรติชุดนี้จะถูกนำขึ้นฉายพร้อมกันบนจอ มัลติมีเดียสกรีน ภายในไอคอนสยาม และจุดสำคัญทั่วกรุงเทพมหานครตลอดช่วงปลายเดือนกรกฎาคมไปจนถึงวันที่ 8 สิงหาคม เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมชื่นชมศิลปะที่ก้าวข้ามข้อจำกัดของพื้นที่  พร้อมร่วมถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ครบ 74 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาแห่งความเป็นสิริมงคลยิ่งของปวงชนชาวไทย

      ภายในนิทรรศการผู้สนใจจะได้ชื่นชม 46 ผลงานมาสเตอร์พีซจากศิลปินผู้ทรงคุณูปการที่หาชมได้ยาก จาก 3 ศิลปินแห่งชาติ อาทิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปัญญา วิจินธนสาร และ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปริญญา ตันติสุข รวมถึงศิลปินชั้นเยี่ยมแห่งรัชสมัย ซึ่งล้วนเป็นศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าให้แก่วงการศิลปะไทยแทบทั้งสิ้น สำหรับผลงานไฮโลต์ของศิลปิน อาทิ 

                – จักรพันธุ์ โปษยกฤต ภาพจิตรกรรมที่หาชมได้ยิ่งได้แก่ พระบรมสาทิสลักษณ์ ในหลวงร.9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นภาพจิตรกรรมศิลปะไทยร่วมสมัย  

                – ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปัญญา วิจินธนสาร  ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) นำเสนอ ภาพจิตรกรรมพระบรมสาทิสลักษณ์  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10   ชื่อภาพ “ดวงใจแม่”
                 – ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปริญญา ตันติสุข เป็นจิตรกรไทยผู้ทรงคุณูปการ และได้รับการยกย่องให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ผลงานของอาจารย์โดดเด่นด้วยการผสานความงามของศิลปะไทยเข้ากับแนวคิดร่วมสมัย ถ่ายทอดคุณค่าทางพุทธศาสนา วิถีชีวิต และจิตวิญญาณของความเป็นไทยอย่างลุ่มลึก

                – ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ งานนี้เขานำ 8 ผลงานมาจัดแสดง อาทิ ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10  “ทศมราชา พระเมตตาทอแสงแห่งแผ่นดิน” ใช้เวลาวาดนานถึง 2 ปีที่สะท้อนความศรัทธาที่ชูศิษฐ์น้อมรังสรรค์ขึ้นด้วยความจงรักภักดีอย่างลึกซึ้งต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผ่านพระราชจริยวัตรอันเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระวิริยะ และพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและแผ่นดินไทย 

               “ทศมราชา พระเมตตาทอแสงแห่งแผ่นดิน” เป็นผลงานถ่ายทอดด้วยเทคนิคจิตรกรรมแบบ Old Master อันประณีต สะท้อนพลังแห่งแสง สี และรายละเอียดที่เปี่ยมชีวิตชีวา พร้อมสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ได้รับการศึกษาค้นคว้าอย่างลึกซึ้ง ทุกฝีแปรงคือการน้อมถวายด้วยความเคารพ ทุกองค์ประกอบ คือความตั้งใจที่จะบันทึกพระจริยวัตรที่งดงามของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนไทย ผลงานชิ้นนี้จึงมิได้งดงามเพียงในเชิงศิลปกรรม หากยังเต็มไปด้วยความหมายทางจิตวิญญาณ และเป็นมรดกแห่งความทรงจำที่เชื่อมโยงศิลปะ ประวัติศาสตร์ และความรักต่อแผ่นดินไว้ในภาพเดียว”

              – นที ทับทิมทอง เป็นประติมากรที่มีความสามารถเป็นเลิศในการปั้นพระบรมสาทิสลักษณ์ เขาได้นำ 2 ชิ้นงานสุดปราณีต ได้แก่ ประติมากรรม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และประติมากรรมสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่หาชมได้ยากยิ่งมาจัดแสดงในงาน

              – พินิตย์ พันธประวัติ  จากผู้สร้างสรรค์ศิลปะบนธนบัตร ผู้ชื่นชอบการแกะสลักภาพพิมพ์โลหะ (Copper Engraving หรือ Intaglio) การแกะภาพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อนำไปใช้บนธนบัตร อีกนำศิลปะเป็นการสร้างสรรค์ภาพพิมพ์อันวิจิตรบนธนบัตรไทย  

               – วัชระ ประยูรคำ ประติมากรและศิลปินชื่อดังระดับประเทศ วัชระเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการปั้นประติมากรรมแบบเหมือนจริงมาก (Hyper-realistic) และงานศิลปะร่วมสมัย ภายในงานเขาได้นำประติมากรรมรูปปั้นสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ทำจากวัสดุเรซิน ที่รังสรรค์อย่างประณีตงดงาม มาจัดแสดง

                – อลงกรณ์ หล่อวัฒนา  จิตรกรไทยร่วมสมัยระดับแถวหน้า ผู้สร้างสรรค์ผลงานแนวจิตวิญญาณเชิงสัญลักษณ์ งานของอลงกรณ์เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ทางศาสนาและปรัชญา จับ “จิตวิญญาณ” มาเล่าในรูปภาพ ด้วยสีสันและลวดลายที่สะท้อนความเชื่อทางพุทธศาสนาและความศรัทธาในธรรมะโดยมี “ตัวตน” ของศิลปินและผู้ชม

                – วิรัญญา จิราธิกิตติ์ ศิลปินสร้างสรรค์ศิลปะไทยร่วมสมัย มีจุดเด่นในการสร้างสรรค์งานคือ นำเทคนิคจิตรกรรมไทย ประเพณีไทยมาประยุกต์กับแนวคิดร่วมสมัยในการใช้เส้น สีและองค์ประกอบแบบศิลปไทยอย่างปราณีต

                 – นภดล วิรุฬห์ชาตะพันธ์ ประติมากรมากฝีมือชาวไทย เจ้าของผลงานประติมากรรมร่วมสมัยที่ผสานความเหมือนจริงเข้ากับการสื่อความหมายเชิงสัญลักษณ์ โดยมุ่งสะท้อนคุณค่าของมนุษย์ ความทรงจำ และประเด็นทางสังคม 
        นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสวนาวิชาการอันทรงคุณค่า 2 หัวข้อ ที่จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 14.00 – 16.00 น. ได้แก่  
    เวลา 14.00-15.00 น. ร่วมเรียนรู้เรื่องราวและคุณูปการของ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติและนายช่างเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ถ่ายทอดโดย อาจารย์วัลลภิศร์ สดประเสริฐ ศิษย์เอก ผู้สืบทอดองค์ความรู้และมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า
    เวลา 15.00-16.00 น. ร่วมเรียนรู้เรื่องราวแห่งศิลปะไทย ในหัวข้อ “จากศิลปะไทยสู่การเคลื่อนไหวของภาพพอร์ตเทรตร่วมสมัยในสยามประเทศ” โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณปัญญา วิจินธนสาร (ศิลปินแห่งชาติ) ซึ่งจะมาถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์อันล้ำค่าแก่เยาวชน นักศึกษา ศิลปินรุ่นใหม่ และประชาชนผู้สนใจ

               “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” จึงมิใช่เพียงนิทรรศการศิลปะ หากเป็นการรวมพลังแห่งศรัทธา เป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ ถ่ายทอดความงดงามของศิลปกรรมไทย การสืบสานมรดกแรงบันดาลใจจากศิลปินผู้สร้างคุณูปการแก่แผ่นดิน ให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป และสะท้อนหัวใจรักของคนไทยทั้งชาติที่ร่วมกันจารึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์แห่งแผ่นดิน 
              สำหรับรายได้จากการจำหน่ายผลงาน ภายหลังหักค่าใช้จ่าย จะทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงใช้ตามพระราชอัธยาศัย อันเป็นการน้อมถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงออกถึงความจงรักภักดีอย่างสูงสุด 
             โดยการจัดนิทรรศการในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก ICONSIAM, BANGKOK AIRWAYS, RCL, PLAN B, DECIDE KIT, CHUSIT RPA, DEPERTMENT OF CULTURAL PROMOTION นิทรรศการนี้จะจัดไปจนถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ณ Thara Hall, Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม ขอเชิญประชาชนร่วมสัมผัสความงดงามของศิลปะที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางจิตใจและวัฒนธรรม

  • Art - Exhibition

    กรมธนารักษ์ จับมือสยามพารากอน เปิดนิทรรศการ “สิริกษาปณศิลป์” เชื่อมโยงมรดกเหรียญกษาปณ์ไทยสู่ประณีตศิลป์ร่วมสมัย เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่วันนี้ถึง 12 สิงหาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน

    กรมธนารักษ์ ร่วมกับศูนย์การค้าสยามพารากอน และ สกุล อินทกุล ศิลปินอิสระ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยนำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกและเหรียญที่ระลึกที่ผลิตจากกรมธนารักษ์มาผสมผสานงานประณีตศิลป์สมัยใหม่ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ความทรงจำร่วมสมัย และงานศิลปะชั้นสูงเข้าด้วยกัน ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการเหรียญและงานประณีตศิลป์สมัยใหม่ที่ทรงคุณค่าและหาชมยาก ภายใต้ชื่องาน “สิริกษาปณศิลป์” ตั้งแต่วันนี้ถึง 12 สิงหาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อเผยแพร่ความรู้และส่งเสริมคุณค่าการสะสมเหรียญกษาปณ์ของไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ

    ในวันเปิดนิทรรศการ 28 กรกฎาคม 2569 ได้รับเกียรติจาก อัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมธนารักษ์ อาทิ บุญชอบ วิเศษปรีชา, ชีรกัญญา หวังเจริญรุ่ง, ชลทิตย์ ไชยจันทร์, คงศักดิ์ พรพนาวรรณ, สกุล อินทกุล ศิลปินผู้รังสรรค์ผลงาน และ จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้บริหารสยามพิวรรธน์ มาร่วมงาน ซึ่งภายในงานนิทรรศการประกอบด้วย

    1.การจัดแสดงเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกและเหรียญที่ระลึกของกรมธนารักษ์ในวาระ
    ที่เกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
    ซึ่งหาชมได้ยากและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้บนเหรียญกว่า 40 รายการ การจัดแสดงแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่

    • “ภูมิสิริ” จัดแสดงเหรียญคู่พระบารมีในโอกาสสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
    • “สิริรัช” จัดแสดงเหรียญในวาระเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
    • “สิริกิจ” จัดแสดงเหรียญในวาระที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึง
      พระเกียรติคุณที่ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายจากนานาประเทศ

    2.การจัดแสดงนิทรรศการผลงานประณีตศิลป์ชุด “จากบุปผาสู่อัญมณี: เข็มกลัดมงคล
    ‘สิริแห่งดวงใจสยาม’ ล้อมเหรียญกษาปณ์ไทย” โดย สกุล อินทกุล ศิลปินอิสระผู้ถ่ายทอด
    จิตวิญญาณจากงานดอกไม้สดสู่ประติมากรรมอัญมณีลํ้าค่า บูรณาการศิลปะร่วมสมัยและนำเสนอเหรียญกษาปณ์ในรูปแบบ “ประติมากรรมเล็ก” (Jewelry Sculpture) เพื่อสร้างภาพลักษณ์
    ที่ทันสมัยและเป็นสากล

    3.การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหรียญโดยกรมธนารักษ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้สนใจและนักสะสมได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์เหรียญของกรมธนารักษ์ในวาระสำคัญต่าง ๆ สำหรับเป็นที่ระลึกหรือมอบเป็นของขวัญที่ทรงคุณค่า

    4.สาธิตเบื้องหลังการผลิตเหรียญผ่านกิจกรรม Live Demonstration ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสขั้นตอนการสร้างสรรค์เหรียญจากผู้เชี่ยวชาญ อันสะท้อนคุณค่าแห่งศิลปะและมรดกทางวัฒธรรมไทยอย่างใกล้ชิด ในวันที่ 28 ก.ค.2569 และ วันที่ 12 ส.ค. 2569
    (วันละ 3 รอบ เวลา 11.00 น. 14.00 น. และ 17.00 น.)

    กรมธนารักษ์ ขอเชิญชวนประชาชน นิสิต นักศึกษา นักสะสมเหรียญ และผู้สนใจทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและสัมผัสความงดงามของมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดผ่านเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกและเหรียญที่ระลึกของไทยที่รังสรรค์ขึ้นในงานนิทรรศการ “สิริกษาปณศิลป์” ตั้งแต่วันนี้ถึง 12 สิงหาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน (เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย)
    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม Facebook: กองส่งเสริมและพัฒนาทรัพย์สินมีค่าของรัฐ กรมธนารักษ์ หรือ Facebook: SiamParagon และ www.siamparagon.co.th

    #กรมธนารักษ์ #Sirikasapanasilp #SiamParagon #ArtJewel #เหรียญที่ระลึก