Exhibition

  • Art - Exhibition - Lifestyle

    ปล่อยใจให้เบ่งบานไปกับ “Flower & Friend” นิทรรศการศิลปะที่ถ่ายทอดความงามของดอกไม้ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก ชมฟรี 1 – 15 กันยายน 2569 ชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม

    สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในไทย ณ ไอคอนสยาม ชวนสัมผัสดอกไม้ผลิบานในกาลเวลากับงาน Flower & Friend “เมื่อดอกไม้ผลิบานในกาลเวลา” นิทรรศการศิลปะที่เชื่อมโยงเรื่องราวของดอกไม้ มิตรภาพ และกาลเวลา ผ่านมุมมองและสื่อการสร้างสรรค์อันแตกต่างของ 2 ศิลปินหญิงมากความสามารถ ดร.กฤษญา เหลืองอานันทกุล ศิลปินเซรามิก และ คุณจุฑารัตน์ พรมุณีสุนทร ช่างภาพและศิลปินสื่อผสม เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 1-15 กันยายน 2569 ณ บริเวณชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ โดยผู้เข้าชมจะได้ร่วมเดินทางผ่านโลกแห่งจินตนาการ ความงดงามของธรรมชาติ และเรื่องราวของการเติบโตที่ค่อย ๆ ผลิบานผ่านผลงานศิลปะอันเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา

    สำหรับนิทรรศการครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาพบกันอีกครั้งของเพื่อนสนิทสองคนที่ใช้ศิลปะเป็นภาษาหลักในการสื่อสารความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ที่สั่งสมผ่านช่วงเวลาของชีวิต โดยมี “ดอกไม้” เป็นจุดร่วมสำคัญของแรงบันดาลใจ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความงาม ความเปลี่ยนแปลง ความหวัง และมิตรภาพที่ค่อยๆ เติบโตอย่างงดงามตามกาลเวลา ผู้ชมจะได้สัมผัสผลงานชุด “Blooming through Play: เมื่อดอกไม้ผลิบานผ่านการเล่น” ของ ดร.กฤษญา เหลืองอานันทกุล ศิลปินเซรามิกผู้เชื่อว่าความสนุก ความอยากรู้อยากเห็น และการทดลอง คือจุดเริ่มต้นของการค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ในโลกศิลปะ ผลงานของเธอถ่ายทอดจินตนาการเกี่ยวกับดอกไม้ผ่านการทำงานกับดินสี (Colored Clay Slip) และกระดาษสา ซึ่งถูกดัด พับ และขึ้นรูปเป็นกลีบดอกไม้ ก่อนนำไปผ่านกระบวนการเผาเซรามิกจนเกิดเป็นรูปทรงที่ละเอียดอ่อน เปราะบาง แต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง

    นอกจากนี้ ยังมีผลงานภาชนะเซรามิกที่สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคการใช้สีระบายและซ้อนทับบนพื้นผิวอย่างอิสระ เกิดเป็นมิติของสีสัน ร่องรอย และพื้นผิวที่สะท้อนความงดงามจากกระบวนการทดลองและการเรียนรู้มากกว่าความสมบูรณ์แบบ ผลงานทุกชิ้นจึงเปรียบเสมือนดอกไม้ที่ค่อยๆ ผลิบานตามธรรมชาติของตนเอง และเป็นภาพแทนของการเติบโตในเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยการค้นพบใหม่อยู่เสมอ

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือผลงานชุด “The Day I Met the Flower” โดย จุฑารัตน์ พรมุณีสุนทร ศิลปินภาพถ่ายและสื่อผสม ผู้สั่งสมประสบการณ์ในฐานะช่างภาพแฟชั่นให้กับนิตยสารและแบรนด์ชั้นนำของประเทศไทยมากว่า 20 ปี พร้อมทั้งเป็นผู้ก่อตั้งโปรเจกต์ “Flowering Mind” ที่ผสานศาสตร์ของการจัดดอกไม้ ศิลปะ และการดูแลสุขภาพใจเข้าไว้ด้วยกัน ผลงานชุดนี้เริ่มต้นจากการพบเจอและสังเกตดอกไม้ในสวนเล็กๆ ที่ศิลปินดูแลด้วยตนเอง รวมถึงดอกไม้จากบ้านใกล้เรือนเคียง ก่อนจะบันทึกเรื่องราวผ่านภาพถ่ายด้วยแสงธรรมชาติ ถ่ายทอดรายละเอียดและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของดอกไม้แต่ละดอกอย่างใกล้ชิด จากนั้นจึงต่อยอดด้วยเทคนิคการวาดสีซ้อนทับลงบนภาพถ่าย สร้างมิติใหม่ที่หลอมรวมระหว่างภาพถ่ายและจิตรกรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน จนเกิดเป็นผลงานที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้งและงดงาม

    เมื่อความอบอุ่นของแสงแดดในภาพถ่ายมาบรรจบกับชั้นสีดินบนผลงานเซรามิก นิทรรศการ Flower & Friend จึงเปรียบเสมือนพื้นที่แห่งการพบกันของสองมุมมองทางศิลปะที่แตกต่าง แต่มีหัวใจเดียวกัน คือความหลงใหลในความงดงามของดอกไม้และธรรมชาติ ผู้ชมจะได้สัมผัสทั้งความละเอียดอ่อนของรูปทรง สีสัน พื้นผิว และเรื่องราวที่แฝงอยู่ภายในผลงาน ซึ่งชวนให้หยุดมองความงามรอบตัว และกลับมาเชื่อมโยงกับความสุขเล็กๆ ในชีวิตประจำวันอีกครั้ง

    สำหรับผู้ที่รักงานศิลปะ การถ่ายภาพ งานเซรามิก ตลอดจนผู้ที่ต้องการค้นหาแรงบันดาลใจ และช่วงเวลาแห่งความรื่นรมย์ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของดอกไม้ ไม่ควรพลาดนิทรรศการ Flower & Friend “เมื่อดอกไม้ผลิบานในกาลเวลา” ระหว่างวันที่ 1-15 กันยายน 2569 ณ บริเวณชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม เปิดให้เข้าชมฟรีตลอดงานสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-011-7500 หรือทาง LINE: SIAM Takashimaya

    #FlowerAndFriend #SiamTakashimaya #ArtExhibition #ICONSIAM

  • Art - Exhibition

    นิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” ร่วมจารึกประวัติศาสตร์แห่งวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

       กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับไอคอนสยาม และชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ พร้อมด้วย 3 ศิลปินแห่งชาติ อาทิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปัญญา วิจินธนสาร และ ศาสตราจารย์เกียรติคุณปริญญา ตันติสุข รวมถึงศิลปินชั้นเยี่ยมแห่งรัชสมัย ได้แก่ วัชระ ประยูรคำ, อลงกรณ์ หล่อวัฒนา, พินิตย์ พันธประวัติ, นภดล วิรุฬห์ชาตะพันธ์, ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ, วิรัญญา จิราธิกิตติ์ และนที ทับทิมทอง ฯลฯ พร้อมใจกันรังสรรค์นิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติ ศิลปวัฒนธรรม  และพสกนิกรชาวไทยตลอดพระชนม์ชีพ 

    พิธีเปิดนิทรรศการจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม โดยมี พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดนิทรรศการ ณ ธารา ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติเฝ้ารับเสด็จจำนวนมาก อาทิ ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา, ณัฐวุฒิ เฉลิมวันเพ็ญ ผู้บริหารกลุ่มงานสนับสนุนความสำเร็จผู้เช่า บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด, วัลลภิศร์ สดประเสริฐ, บุญชัย เบญจรงคกุล, ทวินโชค ตันธุวนิตย์, มนาเทศ อันนวัฒน์ , ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร, นฤมล ล้อมทอง  ฯลฯ โดยนิทรรศการ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” จะเปิดให้ประชาชนและผู้สนใจเข้าชมระหว่างวันที่ 1–8 สิงหาคม ณ Thara Hall, Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม 

             “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” จึงนับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญของวงการศิลปะร่วมสมัยของไทยถือเป็นการรวบรวมผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าและหาชมได้ยากจากศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิของประเทศไทย ถ่ายทอดศาสตร์แห่งศิลปกรรมผ่าน 5 แขนงสำคัญ ได้แก่ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ศิลปะไทย และศิลปะภาพยนตร์ดิจิทัลสามมิติ (3D Digital Art) โดยเชื่อมโยงศิลปะดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีร่วมสมัยอย่างวิจิตรบรรจง

             หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ ภาพยนตร์แอนิเมชันเทิดพระเกียรติความยาว 6 นาที ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมการนำเสนอวงการศิลปะของไทยครั้งสำคัญ เมื่อผลงานจากปลายพู่กัน งานประติมากรรม และแม่พิมพ์โลหะ ได้รับการถ่ายทอดสู่โลกแห่งภาพเคลื่อนไหวสามมิติอย่างงดงามสมพระเกียรติ ผ่านการออกแบบสร้างสรรค์โดย ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ร่วมกับ Decide Kit Studio สตูดิโอสร้างสรรค์เจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ พร้อมทีมศิลปินจากหลากหลายสาขาที่ร่วมกันถ่ายทอดผลงานด้วยหัวใจแห่งความภาคภูมิใจในความเป็นไทย โดยภาพยนตร์เทิดพระเกียรติชุดนี้จะถูกนำขึ้นฉายพร้อมกันบนจอ มัลติมีเดียสกรีน ภายในไอคอนสยาม และจุดสำคัญทั่วกรุงเทพมหานครตลอดช่วงปลายเดือนกรกฎาคมไปจนถึงวันที่ 8 สิงหาคม เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมชื่นชมศิลปะที่ก้าวข้ามข้อจำกัดของพื้นที่  พร้อมร่วมถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ครบ 74 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาแห่งความเป็นสิริมงคลยิ่งของปวงชนชาวไทย

      ภายในนิทรรศการผู้สนใจจะได้ชื่นชม 46 ผลงานมาสเตอร์พีซจากศิลปินผู้ทรงคุณูปการที่หาชมได้ยาก จาก 3 ศิลปินแห่งชาติ อาทิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปัญญา วิจินธนสาร และ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปริญญา ตันติสุข รวมถึงศิลปินชั้นเยี่ยมแห่งรัชสมัย ซึ่งล้วนเป็นศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าให้แก่วงการศิลปะไทยแทบทั้งสิ้น สำหรับผลงานไฮโลต์ของศิลปิน อาทิ 

                – จักรพันธุ์ โปษยกฤต ภาพจิตรกรรมที่หาชมได้ยิ่งได้แก่ พระบรมสาทิสลักษณ์ ในหลวงร.9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นภาพจิตรกรรมศิลปะไทยร่วมสมัย  

                – ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปัญญา วิจินธนสาร  ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) นำเสนอ ภาพจิตรกรรมพระบรมสาทิสลักษณ์  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10   ชื่อภาพ “ดวงใจแม่”
                 – ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปริญญา ตันติสุข เป็นจิตรกรไทยผู้ทรงคุณูปการ และได้รับการยกย่องให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ผลงานของอาจารย์โดดเด่นด้วยการผสานความงามของศิลปะไทยเข้ากับแนวคิดร่วมสมัย ถ่ายทอดคุณค่าทางพุทธศาสนา วิถีชีวิต และจิตวิญญาณของความเป็นไทยอย่างลุ่มลึก

                – ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ งานนี้เขานำ 8 ผลงานมาจัดแสดง อาทิ ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10  “ทศมราชา พระเมตตาทอแสงแห่งแผ่นดิน” ใช้เวลาวาดนานถึง 2 ปีที่สะท้อนความศรัทธาที่ชูศิษฐ์น้อมรังสรรค์ขึ้นด้วยความจงรักภักดีอย่างลึกซึ้งต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผ่านพระราชจริยวัตรอันเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระวิริยะ และพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและแผ่นดินไทย 

               “ทศมราชา พระเมตตาทอแสงแห่งแผ่นดิน” เป็นผลงานถ่ายทอดด้วยเทคนิคจิตรกรรมแบบ Old Master อันประณีต สะท้อนพลังแห่งแสง สี และรายละเอียดที่เปี่ยมชีวิตชีวา พร้อมสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ได้รับการศึกษาค้นคว้าอย่างลึกซึ้ง ทุกฝีแปรงคือการน้อมถวายด้วยความเคารพ ทุกองค์ประกอบ คือความตั้งใจที่จะบันทึกพระจริยวัตรที่งดงามของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนไทย ผลงานชิ้นนี้จึงมิได้งดงามเพียงในเชิงศิลปกรรม หากยังเต็มไปด้วยความหมายทางจิตวิญญาณ และเป็นมรดกแห่งความทรงจำที่เชื่อมโยงศิลปะ ประวัติศาสตร์ และความรักต่อแผ่นดินไว้ในภาพเดียว”

              – นที ทับทิมทอง เป็นประติมากรที่มีความสามารถเป็นเลิศในการปั้นพระบรมสาทิสลักษณ์ เขาได้นำ 2 ชิ้นงานสุดปราณีต ได้แก่ ประติมากรรม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และประติมากรรมสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่หาชมได้ยากยิ่งมาจัดแสดงในงาน

              – พินิตย์ พันธประวัติ  จากผู้สร้างสรรค์ศิลปะบนธนบัตร ผู้ชื่นชอบการแกะสลักภาพพิมพ์โลหะ (Copper Engraving หรือ Intaglio) การแกะภาพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อนำไปใช้บนธนบัตร อีกนำศิลปะเป็นการสร้างสรรค์ภาพพิมพ์อันวิจิตรบนธนบัตรไทย  

               – วัชระ ประยูรคำ ประติมากรและศิลปินชื่อดังระดับประเทศ วัชระเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการปั้นประติมากรรมแบบเหมือนจริงมาก (Hyper-realistic) และงานศิลปะร่วมสมัย ภายในงานเขาได้นำประติมากรรมรูปปั้นสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ทำจากวัสดุเรซิน ที่รังสรรค์อย่างประณีตงดงาม มาจัดแสดง

                – อลงกรณ์ หล่อวัฒนา  จิตรกรไทยร่วมสมัยระดับแถวหน้า ผู้สร้างสรรค์ผลงานแนวจิตวิญญาณเชิงสัญลักษณ์ งานของอลงกรณ์เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ทางศาสนาและปรัชญา จับ “จิตวิญญาณ” มาเล่าในรูปภาพ ด้วยสีสันและลวดลายที่สะท้อนความเชื่อทางพุทธศาสนาและความศรัทธาในธรรมะโดยมี “ตัวตน” ของศิลปินและผู้ชม

                – วิรัญญา จิราธิกิตติ์ ศิลปินสร้างสรรค์ศิลปะไทยร่วมสมัย มีจุดเด่นในการสร้างสรรค์งานคือ นำเทคนิคจิตรกรรมไทย ประเพณีไทยมาประยุกต์กับแนวคิดร่วมสมัยในการใช้เส้น สีและองค์ประกอบแบบศิลปไทยอย่างปราณีต

                 – นภดล วิรุฬห์ชาตะพันธ์ ประติมากรมากฝีมือชาวไทย เจ้าของผลงานประติมากรรมร่วมสมัยที่ผสานความเหมือนจริงเข้ากับการสื่อความหมายเชิงสัญลักษณ์ โดยมุ่งสะท้อนคุณค่าของมนุษย์ ความทรงจำ และประเด็นทางสังคม 
        นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสวนาวิชาการอันทรงคุณค่า 2 หัวข้อ ที่จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 14.00 – 16.00 น. ได้แก่  
    เวลา 14.00-15.00 น. ร่วมเรียนรู้เรื่องราวและคุณูปการของ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติและนายช่างเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ถ่ายทอดโดย อาจารย์วัลลภิศร์ สดประเสริฐ ศิษย์เอก ผู้สืบทอดองค์ความรู้และมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า
    เวลา 15.00-16.00 น. ร่วมเรียนรู้เรื่องราวแห่งศิลปะไทย ในหัวข้อ “จากศิลปะไทยสู่การเคลื่อนไหวของภาพพอร์ตเทรตร่วมสมัยในสยามประเทศ” โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณปัญญา วิจินธนสาร (ศิลปินแห่งชาติ) ซึ่งจะมาถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์อันล้ำค่าแก่เยาวชน นักศึกษา ศิลปินรุ่นใหม่ และประชาชนผู้สนใจ

               “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” จึงมิใช่เพียงนิทรรศการศิลปะ หากเป็นการรวมพลังแห่งศรัทธา เป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ ถ่ายทอดความงดงามของศิลปกรรมไทย การสืบสานมรดกแรงบันดาลใจจากศิลปินผู้สร้างคุณูปการแก่แผ่นดิน ให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป และสะท้อนหัวใจรักของคนไทยทั้งชาติที่ร่วมกันจารึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์แห่งแผ่นดิน 
              สำหรับรายได้จากการจำหน่ายผลงาน ภายหลังหักค่าใช้จ่าย จะทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงใช้ตามพระราชอัธยาศัย อันเป็นการน้อมถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงออกถึงความจงรักภักดีอย่างสูงสุด 
             โดยการจัดนิทรรศการในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก ICONSIAM, BANGKOK AIRWAYS, RCL, PLAN B, DECIDE KIT, CHUSIT RPA, DEPERTMENT OF CULTURAL PROMOTION นิทรรศการนี้จะจัดไปจนถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ณ Thara Hall, Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม ขอเชิญประชาชนร่วมสัมผัสความงดงามของศิลปะที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางจิตใจและวัฒนธรรม

  • Art - Exhibition

    กรมธนารักษ์ จับมือสยามพารากอน เปิดนิทรรศการ “สิริกษาปณศิลป์” เชื่อมโยงมรดกเหรียญกษาปณ์ไทยสู่ประณีตศิลป์ร่วมสมัย เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่วันนี้ถึง 12 สิงหาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน

    กรมธนารักษ์ ร่วมกับศูนย์การค้าสยามพารากอน และ สกุล อินทกุล ศิลปินอิสระ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยนำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกและเหรียญที่ระลึกที่ผลิตจากกรมธนารักษ์มาผสมผสานงานประณีตศิลป์สมัยใหม่ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ความทรงจำร่วมสมัย และงานศิลปะชั้นสูงเข้าด้วยกัน ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการเหรียญและงานประณีตศิลป์สมัยใหม่ที่ทรงคุณค่าและหาชมยาก ภายใต้ชื่องาน “สิริกษาปณศิลป์” ตั้งแต่วันนี้ถึง 12 สิงหาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อเผยแพร่ความรู้และส่งเสริมคุณค่าการสะสมเหรียญกษาปณ์ของไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ

    ในวันเปิดนิทรรศการ 28 กรกฎาคม 2569 ได้รับเกียรติจาก อัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมธนารักษ์ อาทิ บุญชอบ วิเศษปรีชา, ชีรกัญญา หวังเจริญรุ่ง, ชลทิตย์ ไชยจันทร์, คงศักดิ์ พรพนาวรรณ, สกุล อินทกุล ศิลปินผู้รังสรรค์ผลงาน และ จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้บริหารสยามพิวรรธน์ มาร่วมงาน ซึ่งภายในงานนิทรรศการประกอบด้วย

    1.การจัดแสดงเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกและเหรียญที่ระลึกของกรมธนารักษ์ในวาระ
    ที่เกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
    ซึ่งหาชมได้ยากและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้บนเหรียญกว่า 40 รายการ การจัดแสดงแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่

    • “ภูมิสิริ” จัดแสดงเหรียญคู่พระบารมีในโอกาสสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
    • “สิริรัช” จัดแสดงเหรียญในวาระเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
    • “สิริกิจ” จัดแสดงเหรียญในวาระที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึง
      พระเกียรติคุณที่ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายจากนานาประเทศ

    2.การจัดแสดงนิทรรศการผลงานประณีตศิลป์ชุด “จากบุปผาสู่อัญมณี: เข็มกลัดมงคล
    ‘สิริแห่งดวงใจสยาม’ ล้อมเหรียญกษาปณ์ไทย” โดย สกุล อินทกุล ศิลปินอิสระผู้ถ่ายทอด
    จิตวิญญาณจากงานดอกไม้สดสู่ประติมากรรมอัญมณีลํ้าค่า บูรณาการศิลปะร่วมสมัยและนำเสนอเหรียญกษาปณ์ในรูปแบบ “ประติมากรรมเล็ก” (Jewelry Sculpture) เพื่อสร้างภาพลักษณ์
    ที่ทันสมัยและเป็นสากล

    3.การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหรียญโดยกรมธนารักษ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้สนใจและนักสะสมได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์เหรียญของกรมธนารักษ์ในวาระสำคัญต่าง ๆ สำหรับเป็นที่ระลึกหรือมอบเป็นของขวัญที่ทรงคุณค่า

    4.สาธิตเบื้องหลังการผลิตเหรียญผ่านกิจกรรม Live Demonstration ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสขั้นตอนการสร้างสรรค์เหรียญจากผู้เชี่ยวชาญ อันสะท้อนคุณค่าแห่งศิลปะและมรดกทางวัฒธรรมไทยอย่างใกล้ชิด ในวันที่ 28 ก.ค.2569 และ วันที่ 12 ส.ค. 2569
    (วันละ 3 รอบ เวลา 11.00 น. 14.00 น. และ 17.00 น.)

    กรมธนารักษ์ ขอเชิญชวนประชาชน นิสิต นักศึกษา นักสะสมเหรียญ และผู้สนใจทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและสัมผัสความงดงามของมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดผ่านเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกและเหรียญที่ระลึกของไทยที่รังสรรค์ขึ้นในงานนิทรรศการ “สิริกษาปณศิลป์” ตั้งแต่วันนี้ถึง 12 สิงหาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน (เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย)
    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม Facebook: กองส่งเสริมและพัฒนาทรัพย์สินมีค่าของรัฐ กรมธนารักษ์ หรือ Facebook: SiamParagon และ www.siamparagon.co.th

    #กรมธนารักษ์ #Sirikasapanasilp #SiamParagon #ArtJewel #เหรียญที่ระลึก

  • Art - Exhibition

    ถอดรหัสความคิดศิลปินไทยจากรุ่นสู่รุ่น ที่ “ART DNA HUB” ณ ไอคอนสยาม พื้นที่เรียนรู้แห่งใหม่เพื่อพัฒนาทักษะและต่อยอดวงการศิลปะไทย

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในฐานะ Global Hub of Art & Culture เดินหน้าสนับสนุนวงการศิลปะไทยอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดตัวโครงการ ART DNA HUB : Visual Arts Talent Development Hub ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านทัศนศิลป์ ที่เปิดโอกาสให้ประชาชน นักศึกษา ศิลปิน และผู้สนใจ ได้ร่วมเรียนรู้กระบวนการคิดและเบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานของศิลปินไทย ผ่านแนวคิด “Art DNA” ซึ่งเปรียบเสมือนการถอดรหัส “ดีเอ็นเอทางศิลปะ” ที่หล่อหลอมอัตลักษณ์ วิธีคิด เทคนิค และทักษะเฉพาะตัวของศิลปินแต่ละคน ก่อนส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่นอย่างเป็นระบบ

    สำหรับพิธีเปิดงาน ART DNA HUB ได้รับเกียรติจากนายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะทำงานที่ปรึกษาเพื่อการพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางด้านความรู้ (Hub of Knowledge) ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นางสาวสมพร พานทอง ผู้อำนวยการศูนย์หอศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม นางสาวมนัญชยา ดาผิวดี ผู้จัดการฝ่ายบริหารศูนย์ศิลปะ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด พร้อมด้วย ศิลปินแห่งชาติ ได้แก่ ศ.ปรีชา เถาทอง กมล ทัศนาญชลี ศ. เดชา วราชุน และศิลปินร่วมถอดรหัส Art DNA อาทิ อาจารย์ทรงเดช ทิพย์ทอง ชัชวาล รอดคลองตัน รองศาสตราจารย์บัณฑิต อินทร์คง ผศ.ตนุพล เอนอ่อน รศ.นิโรจน์ จรุงจิตวิทวัส ผศ.ทองไมย์ เทพราม ศ.อริยะ กิตติเจริญวิวัฒน์ ศ.ญาณวิทย์ กุญแจทอง ศ.ดร.จิรวัฒน์ พิระสันต์ รศ.ลิปิกร มาแก้ว รศ.พีระพงษ์ กุลพิศาล และศิลปินร่วมสมัย เครือข่ายศิลปินต่างชาติ เข้าร่วมงาน

    โครงการ ART DNA HUB มุ่งสร้าง Learning Ecosystem ที่เชื่อมโยงศิลปินแห่งชาติ ศิลปินผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง ศิลปินร่วมสมัยหลากหลายรุ่น และศิลปินเครือข่าย ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ร่วมกัน พร้อมจัดกิจกรรม Art DNA Workshop เพื่อถอดรหัสองค์ความรู้จากประสบการณ์จริงของศิลปิน สร้างฐานข้อมูลองค์ความรู้ในรูปแบบ Digital Archive เพื่อเป็นคลังข้อมูลด้านทัศนศิลป์สำหรับการศึกษาวิจัยและการสืบทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเครือข่ายด้านศิลปะทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    ภายใต้แนวคิด “ถอดรหัส–ถ่ายทอด–พัฒนา–ต่อยอด” ศูนย์แห่งนี้มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านทัศนศิลป์ให้สามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่ ต่อยอดสู่นวัตกรรมด้านศิลปะ และเชื่อมโยงองค์ความรู้กับศาสตร์ด้านการออกแบบ เทคโนโลยี วัฒนธรรม และการจัดการ เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมบนฐานทุนทางวัฒนธรรมของประเทศไทย พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ตามยุทธศาสตร์ชาติและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

    ภายในงาน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้รูปแบบผ่านกิจกรรม Workshop ART DNA พื้นที่การเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และค้นหาแรงบันดาลใจจากศิลปินกว่า 60 คน ทั้งศิลปินแห่งชาติ ศิลปินร่วมสมัย และเครือข่ายศิลปินจากหลากหลายสาขา ที่ได้มาร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนกระบวนการสร้างสรรค์ ผ่านการถอดรหัส “พันธุกรรมทางศิลปะ” เพื่อพัฒนาแนวคิดและต่อยอดสู่ผลงานร่วมสมัยที่สะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมทั้งมีการบันทึกองค์ความรู้และกระบวนการทำงานตลอดทั้งโครงการ เพื่อจัดเก็บเป็นคลังข้อมูลสำหรับการเรียนรู้ในอนาคต

    นอกจากนี้ ภายในพื้นที่จัดแสดงยังนำเสนอ Art DNA Decoding Exhibition นิทรรศการที่รวบรวมผลงานของศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านทัศนศิลป์จากหลากหลายแขนง พร้อมนำเสนอแนวคิด กระบวนการทำงาน และองค์ความรู้ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสมิติใหม่ของการเรียนรู้ศิลปะผ่านการ “ถอดรหัส” แนวคิดและอัตลักษณ์ของศิลปินแต่ละคน

    การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านทัศนศิลป์ (Hub of Talents) โดยศาสตราจารย์ดร.ปานฉัตท์ อินทร์คง หัวหน้าโครงการฯ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมีเป้าหมายในการสร้างระบบการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ (Reskill และ Upskill) และการต่อยอดองค์ความรู้ด้านทัศนศิลป์ ภายใต้แนวคิด “Decode Art. Transfer Skills. Develop Talent. Drive Innovation.” เพื่อสร้างศิลปินรุ่นใหม่ ผลักดันนวัตกรรมทางศิลปะ และเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีนานาชาติ

    ขอเชิญผู้สนใจร่วมสัมผัสประสบการณ์การถอดรหัสความคิดของศิลปินไทย และเรียนรู้เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะผ่านงาน ART DNA HUB : Visual Arts Talent Development Hub ระหว่างวันที่ 18 กรกฎาคม – 14 สิงหาคม 2569 ณ ICON Art & Culture Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

  • Exhibition - Lifestyle

    THAILAND DIECAST EXPO 2026 มหกรรมรถโมเดลและของสะสมระดับอาเซียน โดยกรังด์ปรีซ์ฯ และไอคอนสยาม สร้างสีสันและกระแสตอบรับอย่างคึกคักตลอด 3 วัน

    บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานยานยนต์ระดับนานาชาติ Bangkok International Motor Show จับมือ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำ และ Global Experience Destination พร้อมด้วยพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ จัดงาน “THAILAND DIECAST EXPO 2026” มหกรรมไดแคสต์และของสะสมใหญ่ที่สุดแห่งภูมิภาคอาเซียน ในวันที่ 10 – 12 กรกฎาคม 2569 ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์ ชั้น 7 เพื่อสร้างคอมมูนิตี้สำหรับคนรักรถของเล่น โมเดล และของสะสมอย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางของเหล่านักสะสมทั่วโลก โดยพิธีเปิดงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร พันธมิตรทางธุรกิจ นักสะสม และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักและสีสันความสนุกสนานที่สามารถตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชัน ตั้งแต่นักสะสมมืออาชีพไปจนถึงกลุ่มครอบครัวและคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในงานศิลปะและการออกแบบ

    สำหรับงาน Thailand Diecast Expo 2026 ในปีนี้ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน มีผู้เข้าชมงานหมุนเวียน ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์ ชั้น 7 และริเวอร์ พาร์ค ชั้น G รวมกว่า 100,000 คน เพิ่มขึ้น 20% จากการจัดงานในปี 2025 ที่ผ่านมา แบ่งเป็นชาวไทย 60% และชาวต่างชาติ 40% สะท้อนการเติบโตของงานในฐานะมหกรรมรถโมเดลและของสะสมระดับนานาชาติอย่างแท้จริง

    ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ของไอคอนสยามในการเป็น Global Experience Destination ที่มีความพร้อมในการรองรับอีเวนต์และการสร้างสรรค์พื้นที่ให้เป็นศูนย์รวมของไลฟ์สไตล์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่หลากหลายในทุกมิติ โดยเปิดพื้นที่ไอคอนสยามให้กลายเป็นศูนย์กลางของคอมมูนิตี้ Diecast & Collectible ที่ครบวงจรที่สุดในประเทศไทย เพื่อต้อนรับนักสะสม ครีเอเตอร์ ผู้ประกอบการ ตลอดจนนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งงานนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่แสดงของเล่นทั่วไป แต่คือพื้นที่แห่งจินตนาการ แรงบันดาลใจ และการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมของสะสมไทยในการก้าวสู่เวทีสากล

    ภายในงานได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับทุกแพสชันอย่างเต็มรูปแบบ โดยอัดแน่นไปด้วยโซนกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกมิติถึง 8 โซนหลัก ได้แก่ 
    • โซน Diecast และ Collectible รวบรวมแบรนด์ชั้นนำและโมเดลรถหายากจากทั่วโลก   
    • โซน Diorama และ Toy พื้นที่จัดแสดงฉากจำลองสุดสมจริงและของเล่นที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์   
    • โซน Hobby, Marketplace และ Playground & Entertainment แหล่งช็อปปิง แลกเปลี่ยน และพื้นที่กิจกรรมความบันเทิงสำหรับทุกคนในครอบครัว   
    • โซน Knowledge และ Contest เวทีประกวดและพื้นที่แบ่งปันองค์ความรู้จากกูรูตัวจริงในวงการ   

    นอกจากนี้ งานในปีนี้ยังทวีความสนุกและสีสันมากยิ่งขึ้นผ่านความร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Chupa Chups ในฐานะ Official Partner ภายใต้แนวคิด “สยามอมยิ้ม x Diecast” ที่ผสานโลกของรถโมเดลเข้ากับสีสันและไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของอมยิ้มชื่อดัง ช่วยสร้างบรรยากาศภายในงานให้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม พร้อมขยายฐานและเชื่อมโยงคอมมูนิตี้นักสะสมให้เข้าถึงกลุ่มเด็ก เยาวชน ครอบครัว และคนรุ่นใหม่ รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างน่าสนใจ

    ความสำเร็จของการจัดงาน “THAILAND DIECAST EXPO 2026” ปีที่ 2  ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไอคอนสยามในฐานะแลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตร ส่งเสริมให้ทุกงานกลายเป็นอีเวนต์ยิ่งใหญ่ระดับโลก ที่สามารถสร้างความประทับใจ และเป็นหมุดหมายให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในหลายมิติ และหลายอุตสาหกรรม เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ เดินหน้าไปพร้อมกัน ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ www.iconsiam.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1338

  • Art - Exhibition

    ไอคอนสยาม จัด “NEO Land Festival 2026” รวมผลงาน NEO Art Toy จาก 33 ศิลปินไทย ถ่ายทอดศิลปะร่วมสมัยผ่านคาแรคเตอร์ช้างไทย

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดินหน้าสนับสนุนวงการศิลปะไทยอย่างต่อเนื่องในฐานะ “Global Hub of Art & Culture” ร่วมกับ KHUNPARE COLLECTION จัดงาน “NEO Land Festival 2026” นิทรรศการศิลปะที่รวบรวมผลงานจิตรกรรมบนประติมากรรม NEO (นีโอ) อาร์ตทอยซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก “ช้าง” สัญลักษณ์แห่งความเป็นไทย มาตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัยของศิลปินไทยหลากหลายแขนง เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสความคิดสร้างสรรค์และอัตลักษณ์ทางศิลปะในรูปแบบที่แตกต่าง ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2569 ณ Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม

    ภายในงานรวบรวมผลงานกว่า 49 ชิ้น จาก 33 ศิลปินไทย ที่มีฝีมือทางศิลปะโดดเด่น ทั้ง Contemporary Thai Art, Pop Art, Doodle Art, Surrealism และศิลปะร่วมสมัยอีกหลากหลายรูปแบบ โดยศิลปินแต่ละคนได้ถ่ายทอดเรื่องราว ประสบการณ์ ความเชื่อ และจินตนาการลงบนประติมากรรม NEO ด้วยเทคนิคเฉพาะตัว จนเกิดเป็นผลงานต้นฉบับที่มีเพียงหนึ่งเดียว

    “NEO” คือเฟรมผ้าใบศิลปะที่มีมิติ หมายถึง “การเกิดใหม่” สะท้อนการแปรเปลี่ยนของผลงานในทุกครั้งเมื่ออยู่ในมือของศิลปิน เพราะ NEO ไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นสิ่งใด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของจินตนาการที่สามารถถือกำเนิดใหม่ได้เสมอ ผ่านผลงานที่มีเอกลักษณ์และมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก NEO จึงมิใช่เพียงคาแรคเตอร์ช้าง หรือสัญลักษณ์ทางศิลปะ หากยังเป็นพื้นที่แห่งเสรีภาพที่เปิดโอกาสให้ศิลปินได้ปลดปล่อยจินตนาการและแสดงศักยภาพในการสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ ปราศจากข้อจำกัด บนผืนผ้าใบและพื้นผิวที่มีมิติ ซึ่งผลงานทุกชิ้นในนิทรรศการล้วนผ่านการรังสรรค์ด้วยมือของศิลปินโดยตรง ผ่านเทคนิคอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำมัน สีอะคริลิก สีสเปรย์ เส้นสี หรือปากกาเคมีซึ่งกลายเป็นพื้นที่สำหรับการกำเนิดของแนวคิดใหม่ ๆ และการตีความทางศิลปะที่ไม่สิ้นสุด

    หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือ “Horse of Dawn” ผลงานอาร์ตทอยขนาดใหญ่สูง 170 เซนติเมตร โดย Indy Nine หรือ ชนกนันท์ ขวัญมุณี ถ่ายทอดสภาวะของมนุษย์ในโลกยุคใหม่ที่ต้องเผชิญทั้งความคาดหวัง พลัง และการแสวงหาความสงบทางจิตวิญญาณ ผ่านสัญลักษณ์ของ “ม้าสีทอง” ที่เปรียบเสมือนพลังแห่งอิสรภาพและปัญญา ท่ามกลางโทนสีแดงอันร้อนแรง พร้อมแทรกดอกไม้ที่สื่อถึงความอ่อนโยนซึ่งยังคงซ่อนอยู่ภายในจิตใจของมนุษย์

    อีกหนึ่งผลงานน่าสนใจ ของเอื้องอัญญากรณ์ หมั่นพลศรี กับผลงาน Flash Space ผลงานการวาดสไตล์ Doodle Art ที่นำการผสมผสานระหว่างรถยนต์ ความเร็ว อวกาศ และจินตนาการที่ไม่มีที่สิ้นสุด สีสันที่สดและฉูดฉาดแสดงถึงความสนุกสนานถึงขีดสุด ความกล้าที่จะคิดออกนอกกรอบ

    รวมถึงผลงานของ ณรงค์ชัย อุ่นใจ กับผลงาน Low Fat ผลงานสไตล์ Surrealism ที่เลือกกะเทาะ “เปลือก” หรือลวดลายภายนอกของนีโอออกจนหมด แล้วย้อนกลับไปหาโครงสร้างกล้ามเนื้อและร่างกายภายใน เพื่อสื่อถึง “รากฐานร่วมกัน” ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแตกต่างอันหลากหลาย ส่วนชื่อผลงานมาจากอารมณ์ขันส่วนตัวของศิลปิน ที่หยิบยกเอาเรื่องราวการลดน้ำหนักและดูแลรูปร่างของตัวเองในช่วงนั้นมาตั้งเป็นชื่อได้อย่างมีเสน่ห์

    นอกจากนี้ยังมีผลงานที่สะท้อนแนวคิดอันหลากหลาย อาทิ DOODLE FLOW ที่ถ่ายทอดเส้นสายเรียบง่ายแต่ทรงพลังในสไตล์ Doodle Art,  Love of the Forest 01 : My Sleeping Forest Summer ที่บอกเล่าเรื่องราวการฟื้นคืนชีวิตของธรรมชาติ, TAMU’s Land ที่สะท้อนแนวคิดเรื่องโลกแห่งความยั่งยืนและการใช้พลังงานสะอาด, Rhythm of Love ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระพิฆเนศในฐานะต้นกำเนิดแห่งศิลปะและการสร้างสรรค์

    รวมถึงอีกหลายผลงานที่น่าสนใจ ได้แก่ Monster Parade, NEO 2050, Ruby Ganesha, NINJA Ganesha และ Night Dreaming ซึ่งล้วนสะท้อนมุมมอง ความเชื่อ วัฒนธรรม และประสบการณ์ของศิลปินแต่ละคน ผ่านการตีความบนประติมากรรมอาร์ตทอย NEO จนกลายเป็นงานศิลปะร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
    NEO Land Festival 2026 จึงไม่ใช่เพียงนิทรรศการอาร์ตทอย หากยังเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เดินทางผ่านความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินไทยหลากหลายรุ่น พร้อมสัมผัสความงดงามของศิลปะร่วมสมัยที่หลอมรวมวัฒนธรรม ความเชื่อ และจินตนาการไว้บนผลงานแต่ละชิ้นอย่างสมบูรณ์แบบ


    ผู้สนใจสามารถเข้าชมงาน NEO Land Festival 2026 ได้ตั้งแต่วันนี้ -31 กรกฎาคม 2569 ณ Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม

  • Business - Exhibition

    “น้ำมันพืชกุ๊ก” สานต่อความสำเร็จ THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ชู “ต้าห์อู๋-ออฟโรด” ต่อยอดกิจกรรม ภายใต้แนวคิด “กุ๊กต่อยอดความสุขไม่รู้จบ” เดินหน้าขยายฐานคนรุ่นใหม่ ตอกย้ำน้ำมันพืชเพื่อสุขภาพ

    นายเพชร หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด ผู้ผลิต “น้ำมันพืชกุ๊ก” หนึ่งในธุรกิจหลักของ “กลุ่มพูลผล” เปิดเผยว่า บริษัทประสบความสำเร็จจากงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 มหกรรมแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดในเอเชีย ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งน้ำมันพืชกุ๊ก ได้ยกทัพนวัตกรรมสินค้าพร้อมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษที่โดดด่นทั้งเรื่องสุขภาพและความอร่อยนำไปเสิร์ฟให้กับผู้เข้าชมงาน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งนักธุรกิจด้านอาหารจากทั่วโลกเข้ามาร่วมเจรจาการค้า รวมถึงผู้บริโภคที่เข้าเยี่ยมชมบูธ และช้อปสินค้ากันอย่างคึกคัก

    ทั้งนี้ เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 บริษัทฯ ได้เตรียมกลยุทธ์การสื่อสารจากนี้ ภายใต้แนวคิด “กุ๊กต่อยอดความสุขไม่รู้จบ” (Cook Fusion Happiness) โดยนำ “ต้าห์อู๋ พิทยา แซ่ฉั่ว” และ “ออฟโรด กันตภณ จินดาทวีผล” สองหนุ่มสุดฮอต Friend of COOK ซึ่งได้เปิดตัวเมื่อกลางปีที่แล้ว กลับมาเป็นตัวแทนในเรื่องสื่อสารเรื่องราวของน้ำมันพืชกุ๊กอีกครั้ง หลังจากได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคและกลุ่มแฟนคลับ ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของกุ๊กให้มีความทันสมัย พร้อมขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    สำหรับปีนี้ทั้งคู่จะมาเสิร์ฟเมนูอาหาร และความสนุกหลากหลาย พร้อมผสมผสานให้การทำอาหารสนุกขึ้นกว่าเดิม โดยเน้นการจับคู่วัตถุดิบแบบไร้ขีดจำกัด อัพเวลให้เมนูจานโปรดด้วยน้ำมันพืชกุ๊ก ภายใต้แนวคิด “ผสานความต่างให้อร่อยลงตัว” สอดคล้องกับคาแรคเตอร์ของทั้งคู่ ที่แม้มีความแตกต่างแต่ลงตัว เช่นเดียวกับที่น้ำมันพืชกุ๊กที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายทั้งน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน และน้ำมันคาโนลา ที่สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง เมนูทอด ผัด และอีกหลากหลายเมนู

    นายเพชร กล่าวว่า ทั้งคู่เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่สนใจการทำอาหาร มีภาพลักษณ์สดใส ร่าเริง และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสอดคล้องกับ DNA ของน้ำมันพืชกุ๊ก ที่มีการพัฒนาคุณภาพสินค้าเพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภคอยู่เสมอ จะช่วยตอกย้ำคีย์เมสเสจหลักว่าการปรุงอาหารด้วยน้ำมันพืชกุ๊ก คือ “ความสุขที่เกิดขึ้นได้ทุกวัน”


    จากนี้บริษัทฯ ได้เตรียมกิจกรรมดีๆ อีกมากมาย พร้อมร่วมสนุกกับกลุ่มแฟนคลับและผู้บริโภคทั่วไปอย่างต่อเนื่อง สามารถติดตามกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ Facebook, IG, Tiktok : COOK HEALTHY FAMILY เร็วๆ นี้

  • Exhibition - Food - Marketing

    วุ้นเส้นต้นสน ลอนช์ “ต้นสน อีทซี่” 2 รสชาติใหม่ “ยำทะเล-ต้มยำ” พร้อมเปิดตัวมาสคอต “น้องต้นสน” ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026

    บริษัท สิทธินันท์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวุ้นเส้นตราต้นสน และผลิตภัณฑ์อาหาร เปิดตัว “ต้นสน อีทซี่” วุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูปแบบคัพ 2 รสชาติใหม่ รสยำทะเล และรสต้มยำ ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 มหกรรมแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดในเอเชีย ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 ณ บูธ OO25 ฮอลล์ 11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    คุณพรรณา ปัญจวีณิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิทธินันท์ จำกัด เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ในครั้งนี้ “ครอบครัวต้นสน” พร้อมยกทัพความอร่อยกับหลากหลายผลิตภัณฑ์คุณภาพจากต้นสน พร้อมกันนี้ บริษัทยังถือโอกาสเปิดตัว “ต้นสน อีทซี่” วุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูปแบบคัพ 2 รสชาติใหม่ รสยำทะเล และรสต้มยำกุ้ง เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ต่อเนื่อง และต่อยอดความสำเร็จจาก 2 รสชาติแรก รสซุปไก่ และรสแจ่วฮ้อน ที่เปิดตัวออกสู่ตลาดเมื่อช่วงปลายปี 2568 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค โดยยังคงชูจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร ไขมัน 0% และน้ำตาลน้อย ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ


    พร้อมกันนี้ ในงานยังได้เปิดตัวมาสคอต “น้องต้นสน” ซึ่งสื่อถึงวุ้นเส้นต้นสนที่ทำจากถั่วเขียว 100% ด้วยต้องการให้แบรนด์ดูเข้าถึงง่าย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมสื่อถึงพลังบวกและนุ่มนวล เหมือนเพื่อนที่อยู่ข้างๆ ผู้บริโภคเสมอ มากับนิสัยที่สะท้อนถึงแบรนด์ “วุ้นเส้นต้นสน” ได้แก่ ความร่าเริง ขี้เล่น แต่ใส่ใจสุขภาพ รวมถึงมีใจรักธรรมชาติ และเป็นมิตรกับทุกคน

    โดยมีสโลแกนประจำตัว คือ “อร่อยดี เริ่มที่ต้นสน”“ต้นสน อีทซี่” แบบคัพ เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของครอบครัวต้นสน มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการอาหารที่ทานง่าย สะดวก และยังอร่อยแบบไม่รู้สึกผิด และยังเป็นการขยายตลาดกลุ่มสินค้าภายใต้ แบรนด์ต้นสน แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ที่ครองใจผู้บริโภคทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคและขยายฐานลูกค้าของแบรนด์ต้นสนให้กว้างขึ้น ด้านช่องทางจำหน่าย ปัจจุบัน “ต้นสน อีทซี่” วุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูปแบบคัพ มีจำหน่ายในหลายช่องทาง ได้แก่ โก โฮลเซลล์, วิลล่า มาร์เก็ท, มิตซูโคชิ เดปาจิกะ, แมกซ์มาร์ท, บางบอน ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ และฟู้ดแลนด์


    พลาดไม่ได้! พบกับบูธครอบครัวต้นสน และ “ต้นสน อีทซี่” วุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูปแบบคัพ 2 รสชาติใหม่ รสยำทะเล และรสต้มยำกุ้ง ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 ณ บูธ OO25 ฮอลล์ 11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

  • Exhibition - Marketing

    “ราวด์ เฮดส์” ภายใต้กลุ่มพูลผล ชูไฮไลต์นวัตกรรมสินค้า เปิดตัว “แป้งโมจิ” สูตรใหม่ร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 อิมแพ็ค เมืองทองธานี 26–30 พ.ค. นี้

    บริษัท ราวด์ เฮดส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายแป้งทำขนมสำเร็จรูปภายใต้ “กลุ่มพูลผล” ผู้นำด้านสินค้าเกษตรและอาหารที่มีประสบการณ์กว่า 84 ปี เข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 มหกรรมแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดในเอเชีย ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมสินค้าที่โดดเด่นและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ณ บูธ C52 ฮออล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    ไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการเปิดตัว ‘แป้งโมจิ’ สูตรพิเศษที่พัฒนาขึ้น เพื่อตอบโจทย์ ผู้ประกอบการขนมและเบเกอรี่โดยเฉพาะ โดยแป้งโมจิสูตรใหม่นี้ รองรับการทำโมจิได้หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นไดฟูกุ โมจิ ฟิล์ม โมจิในเครื่องดื่ม หรือโมจิครีมชีส ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูง พร้อมให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มเหนียวในระดับมืออาชีพ มีความโดดเด่นคือ สูตร anti-retrogradation ที่มุ่งแก้ปัญหาแป้งคืนตัวเมื่อเก็บในตู้เย็น ช่วยให้ร้านค้าสามารถควบคุมคุณภาพสินค้าได้สม่ำเสมอ โดยไม่ต้อง อาศัยทักษะการทำขนมขั้นสูง

    นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัว “ผงสังขยาสำเร็จรูป” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบของคนเมือง โดยเฉพาะ เพียงเติมน้ำร้อนก็สามารถทำสังขยารสชาติแบบต้นตำรับได้ทันที โดยไม่ต้องเตรียมวัตถุดิบหลาย ชนิดหรือใช้เวลานาน ประกอบด้วย 3 รสชาติที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ ได้แก่ สังขยาใบเตย หอมกลิ่นใบเตยแท้รส ชาติหวานละมุน, สังขยาชาไทย รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม และสังขยามันม่วง รสหวานนุ่มเป็นเอกลักษณ์ เหมาะทั้งการบริโภคในครัวเรือน และร้านค้า ผู้ประกอบการ สามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมในเมนูขนมหวาน ต่าง ๆ

    บริษัท ราวด์ เฮดส์ จำกัด มุ่งเน้นการสร้างสรรค์แป้งผสมสำเร็จรูปที่ง่ายต่อการใช้งาน ผลิตจาก กระบวนการผลิตที่ทันสมัย สะอาด และได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล สินค้าในพอร์ตโฟลิโอครอบคลุม ทั้งแป้งไดฟูกุ แป้งวาราบิโมจิ แป้งโมจิ แป้งนวล ชุดทำไดฟูกุสำเร็จรูป และผงสังขยาหลากหลายรสชาติ ได้แก่ สังขยาใบเตย สังขยาชาไทย และสังขยามันม่วง

    พันธกิจหลักของบริษัทคือการช่วยให้ผู้ประกอบการทุกขนาด ตั้งแต่รายเล็กไปจนถึงผู้ประกอบการ SME สามารถผลิตขนมคุณภาพสม่ำเสมอด้วยสูตรที่ควบคุมได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาความเชี่ยวชาญด้านการทำ ขนมโดยตรง นอกจากนี้ บริษัทยังรับผลิต OEM สำหรับผู้ประกอบการทั่วไป และจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทาง ออนไลน์และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line OA : @koonpremix หรือ www.koonpremix.com

  • Exhibition - Marketing

    คาราบาวกรุ๊ป ยกทัพเครื่องดื่ม ร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026เปิดอาณาจักรและประสบการณ์สุดยิ่งใหญ่ ตอกย้ำแบรนด์เครื่องดื่มระดับโลกภายใต้แนวคิด “Crafted Experiences Endless Possibilities”

    “คาราบาวกรุ๊ป” เปิดอาณาจักรเครื่องดื่มในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชูแนวคิด “Crafted Experiences. Endless Possibilities.” ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์เครื่องดื่มระดับโลก ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค พบไฮไลต์ สัมผัสถ้วยแชมป์ Carabao Cup พร้อมกิจกรรม Tasting Experience จากเครื่องดื่มหลากหลายของคาราบาวกรุ๊ป ช็อปเต็มอิ่มในวันสุดท้ายกับสินค้าและของที่ระลึกสุดพิเศษ 26–30 พฤษภาคม 2569 นี้ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    ภายใต้วิสัยทัศน์ “สินค้าระดับโลก แบรนด์ระดับโลก” (World-Class Product, World-Class Brand) คาราบาวกรุ๊ป บริษัทเครื่องดื่มระดับโลกที่มีธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การผลิตขวดแก้ว กระป๋องอะลูมิเนียม โรงงานบรรจุสินค้าสำเร็จรูป ไปจนถึงเครือข่ายการจัดจำหน่ายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ขนทัพเครื่องดื่มจัดเต็มในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 มหกรรมแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่ครบวงจรที่สุดในเอเชีย เข้าร่วมจัดแสดงสินค้า ระหว่างวันที่ 26–30 พฤษภาคม 2569 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มคาราบาว เปิดเผยว่า การร่วมจัดแสดงสินค้าของคาราบาวกรุ๊ปในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Crafted Experiences. Endless Possibilities.”
    สร้างสรรค์ทุกประสบการณ์ สู่ทุกความเป็นไปได้ เพื่อนำเสนอโลกแห่งเครื่องดื่มที่สะท้อนทั้งนวัตกรรม คุณภาพ และเอกลักษณ์ที่แตกต่างของแต่ละผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมทั้งเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้แก่ เครื่องดื่มชูกำลัง เบียร์ สุรา และเครื่องดื่มอื่น ๆ ซึ่งบางผลิตภัณฑ์มีวางจำหน่ายเฉพาะในต่างประเทศ ตอกย้ำแนวคิด “ครบทุกความหลากหลายของรสชาติจากเครื่องดื่มระดับโลก ที่ตอบโจทย์ทุกความชื่นชอบ” ของคาราบาวกรุ๊ป

    “การจัดแสดงปีนี้ เราต้องการสะท้อนศักยภาพของคาราบาวกรุ๊ป ผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ” นายเสถียร กล่าว
    ภายในงาน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสโลกแห่งเครื่องดื่มภายใต้แนวคิด “Crafted Experiences. Endless Possibilities.” พร้อมพบกับหนึ่งในไฮไลต์สำคัญจากการเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลอังกฤษ “Carabao Cup” กลยุทธ์ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างการรับรู้แบรนด์คาราบาวในระดับสากล ผ่านการจัดแสดงถ้วยแชมป์ Carabao Cup และเสื้อพร้อมลายเซ็นนักเตะจากสโมสรแชมป์ ตั้งแต่ปี 2017 จนถึงปัจจุบัน ได้แก่ สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, นิวคาสเซิล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์ฟุตบอลระดับโลกอย่างใกล้ชิด
    นอกจากนี้ ภายในบูทยังนำเสนอประสบการณ์ด้านเบียร์ผ่านนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ Fully Open Lid ของเบียร์คาราบาว, เบียร์ตะวันแดง, เบียร์พัทยา บีช และน้องใหม่ “เบียร์ภูเก็ต ไอส์แลนด์” รวมถึง “ข้าวหอมมิกซ์” เครื่องดื่มกระแสไวรัลในโลกออนไลน์ กับภาพจำของ “ถังน้ำเขียวในตำนาน” ที่หลายคนคุ้นเคย
    พร้อมกันนี้ ยังมีกิจกรรม Tasting Experience จากเครื่องดื่มหลากหลายของคาราบาวกรุ๊ป ทั้งเครื่องดื่มชูกำลังสูตรที่มีจำหน่ายเฉพาะในต่างประเทศ และกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ตลอดจนกิจกรรมภายในบูทที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ด้านเครื่องดื่มตลอดทั้งงาน สำหรับวันสุดท้ายของการจัดงาน ยังเปิดให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกสุดพิเศษภายในบูทอีกด้วย

    พลาดไม่ได้! ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ที่มากกว่าการดื่ม ผ่านเครื่องดื่มหลากหลายรูปแบบที่ผสานทั้งคุณภาพ นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ ภายในบูท “คาราบาวกรุ๊ป” ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี บูทหมายเลข 2-T15 โดยการจัดงานแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ วันที่ 26–29 พฤษภาคม 2569 วันเจรจาธุรกิจ และ 30 พฤษภาคม 2569 สำหรับบุคคลทั่วไป ตั้งแต่เวลา 10:00–18:00 น.