Admin

  • Event - Food - Lifestyle

    สัมผัสรสชาติชาเขียวต้นตำรับจากญี่ปุ่นในงาน “Matcha Meets Tea” ที่สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม ยกขบวนร้านดังจากอาซากุซะและอุจิมาให้ลิ้มลอง

    เตรียมตัวให้พร้อมกับพื้นที่ความอร่อยสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จะมาตกหัวใจของคนรักชาเขียวให้อยู่หมัด ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ ณ ไอคอนสยาม ชวนเหล่าเจแปนเลิฟเวอร์มาอิ่มเอมใจในงาน ‘Matcha Meets Tea’ งานรวมขนมหวานและเครื่องดื่มมัทฉะพรีเมียมมาให้ลิ้มลองแบบใกล้ชิด พร้อมอิมพอร์ต “ร้านมัทฉะชื่อดังจากย่านอาซากุซะและอุจิ ประเทศญี่ปุ่น” มาเปิดเป็นครั้งแรกในไทยให้ทุกคนได้ลิ้มลอง มอบประสบการณ์ความอร่อยแบบ Authentic เหมือนเดินอยู่ย่านอาซากุซะ โดยไม่ต้องบินไปไกลถึงโตเกียว ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม 2569 ณ ชั้น G ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ

    เปิดลายแทง 4 ร้านไฮไลต์ระดับสตาร์ ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!

    Kotobukiseian (โคโตบุกิเซอัน) เครปมัทฉะคิวทองแห่งย่านอาซากุซะ โตเกียว ร้านเครปมัทฉะชื่อดังที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องยอมต่อคิว โดดเด่นด้วยเนื้อแป้งเครปผสมมัทฉะคุณภาพสูงจากเมืองอุจิ ให้รสสัมผัสเข้มข้น ทำสดใหม่ชิ้นต่อชิ้น มาพร้อมเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Yasaka เครปไส้มัทฉะทีรามิสุผสานความนุ่มละมุนของมาสคาโปนชีส โรยผงมัทฉะแท้ด้านบน และ Enmachi เครปคัสตาร์ดท็อปด้วยเครมบรูเล่ที่เบิร์นไฟจนคาราเมลกรอบบาง หอมหวานลงตัว ห้ามพลาด! วันที่ 6 – 16 ส.ค. 69 เท่านั้น

    Chacha Kobo Futatsume (ชาช่า โคโบ ฟุตะสึเมะ) การกลับมาของมัทฉะมงบลังค์ในตำนาน หลังจากสร้างปรากฏการณ์ในงาน The WAGASHI ครั้งนี้กลับมาตามคำเรียกร้องพร้อมเมนูไวรัล Matcha Mont Blanc ขนมหวานสุดประณีตที่ปกติหาทานได้เฉพาะที่อาซากุสะเท่านั้น พร้อมเสิร์ฟคู่กับ Matcha Latte มัทฉะลาเต้เย็นรสชาติกลมกล่อมจากชาเมืองอุจิ เฉพาะวันที่ 29 ก.ค. – 16 ส.ค. 69

    Rikyuen (ริคิวเอ็น) แบรนด์ผู้ผลิตชาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี จากเมืองอุจิ เกียวโต นำเสนอชาเขียวระดับ Ceremonial Grade ที่ตอบโจทย์คนรักมัทฉะตัวจริง โดยสามารถเลือก “ระดับความเข้มข้น” ได้ตามใจชอบถึง 4 ระดับ ตั้งแต่ นุ่มนวล (ระดับ 40), กลมกล่อม (ระดับ 60), เข้มลึก (ระดับ 80) ไปจนถึงเข้มข้นสะใจ (ระดับ 100) ผ่าน 2 เมนูท็อปฮิต Softserve Uji Matcha ซอฟต์เสิร์ฟเนื้อเนียนนุ่มละลายในปาก และ Uji Matcha Ice Cream Cup ไอศกรีมถ้วยที่ดึงคาแรกเตอร์ของชาอุจิออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    HUNDREDS HERITAGE (ฮันเดรดส์ เฮอริเทจ) ซอฟต์พาวเวอร์ชาสมุนไพรออร์แกนิกสัญชาติไทย พลิกโฉมความร่วมสมัยด้วยแบรนด์เครื่องดื่มชาและสมุนไพรออร์แกนิกของไทยที่ได้รับการคัดสรรมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ นำเสนอ “Wisdom Tea” ชาที่ปรุงขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาไทย เช่น สูตร Tom Yum Tea ที่หยิบยกสมุนไพรจากเมนูต้มยำอันเลื่องชื่อมาครีเอทเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ซึ่งแบรนด์นี้ได้รับความไว้วางใจให้เสิร์ฟในโรงแรม 5 ดาว และได้รับการคัดเลือกจาก ททท. ให้เป็น Wellness Tea รวมถึงเป็นกรณีศึกษาความสำเร็จผลิตภัณฑ์ Soft Power ไทยโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมอีกด้วย

    นอกจากนี้ยังมีเอ็กซ์คลูซีฟเมนูที่รังสรรค์ขึ้นเพื่องานนี้ เริ่มด้วย Azabu Sabo (อาซาบุ ซาโบะ) ที่เสิร์ฟ 2 เมนูใหม่สุดครีเอทีฟอย่าง Pistachio Soft Serve ซอฟต์เสิร์ฟหอมมันเข้มข้นลงตัว และ Dark Choco Soft ดาร์กช็อกโกแลตพรีเมียมรสเข้มข้นในซอฟต์เสิร์ฟเนื้อเนียนนุ่ม (เฉพาะวันที่ 29 ก.ค. – 5 ส.ค. 69) ต่อด้วย Van Hart (แวน ฮาร์ต) ร้านกาแฟออร์แกนิกชื่อดังที่ครีเอทเครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Strawberry Foam Matcha ผสานความเข้มข้นของมัทฉะพรีเมียมจากชิซุโอกะ เข้ากับความเปรี้ยวหวานสดชื่นของสตรอว์เบอร์รี่ ท็อปด้วยโฟมนมนุ่มละมุนอย่างลงตัว พร้อมเติมความฟินขั้นสุดกับขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นและเมนูชาอีกหลากหลายคาเฟ่ชั้นนำภายในห้างฯ สยาม ทาคาชิมายะ อาทิ Jalux Corner, K.Minamoto, Toku Dessert, Café Kaldi และ Yuzu House ที่ขนทัพมาให้เลือกชิมเลือกช้อปกันอย่างจุใจ

    มาร่วมเปิดประสบการณ์ความหอมกรุ่นและลิ้มรสสัมผัสของมัทฉะและชาในงาน ‘Matcha Meets Tea’ ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม 2569 ณ ชั้น G ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-011-7500 หรือทาง LINE: SIAM Takashimaya

    #SiamTakashimaya #MatchaMeetsTea2026 #Kotobukiseian
    #MatchaLover #ICONSIAM #สยามทาคาชิมายะ

  • Hotel - Lifestyle - Travel

    OZO ชวนเปิดประสบการณ์ Micro Trip เติมเต็มทุกวันหยุดสั้นๆ ด้วยการพักผ่อนคุณภาพ พร้อมสำรวจเมืองผ่านมุมมองใหม่

    ความสุขไม่ต้องรอทริปใหญ่ เพราะบางครั้งวันหยุดสั้นๆ ก็เพียงพอสำหรับการเติมพลัง และค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการตื่นมารับลมทะเล เดินเล่นในย่านที่ไม่เคยรู้จัก แวะร้านกาแฟเล็กๆ ของคนท้องถิ่น หรือค้นพบร้านอาหารที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองนั้นๆ
    เสน่ห์ของการเดินทางในวันนี้จึงอาจไม่ใช่การเก็บครบทุกแลนด์มาร์ก แต่คือการได้ใช้เวลาอย่างมีความหมายกับจุดหมายปลายทาง ผ่านผู้คน อาหาร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่นในแบบที่เป็นตัวเอง แนวคิดนี้สะท้อนรูปแบบการเดินทางแบบไมโครทริป (Micro-trip) ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นของคนยุคนี้ เมื่อผู้คนเลือกออกเดินทางระยะสั้นแต่บ่อยครั้งขึ้น เพื่อพักผ่อน เติมพลัง และเชื่อมต่อกับเมืองอย่างลึกซึ้งกว่าเดิม

    โอโซ่ (OZO) แบรนด์โรงแรมและรีสอร์ตระดับอัปเปอร์มิดสเกล (Upper Midscale) ในเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) ชวนนักเดินทางเปิดประสบการณ์ Micro Trip ในแบบของ OZO ที่เริ่มต้นจากการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ก่อนออกไปสัมผัสจังหวะชีวิตของแต่ละจุดหมายปลายทาง ผ่านความสะดวกสบาย การพักผ่อนที่มีคุณภาพ และกิจกรรมรอบโรงแรมที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นริมชายหาด สำรวจคาเฟ่ชุมชน ลิ้มลองอาหารท้องถิ่น หรือค้นพบมุมใหม่ของเมืองในแบบของตัวเอง

    ภายใต้แนวคิด “Unpack. Good. Vibes.” โรงแรมโอโซ่ได้รับการออกแบบให้เป็นมากกว่าที่พัก แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ช่วยให้ทุกทริปเกิดขึ้นได้อย่างง่ายและลงตัว ตั้งแต่ห้องพักที่ให้ความสำคัญกับการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และพร้อมออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ทำเลที่เชื่อมต่อกับสีสันของแต่ละจุดหมาย ไปจนถึงบรรยากาศที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเอง ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าพักรู้สึกผ่อนคลายและสนุกกับทุกช่วงเวลาของการเดินทาง ด้วยความเชื่อว่าการเดินทางไม่จำเป็นต้องรอช่วงเวลาพิเศษหรือวันหยุดยาว OZO จึงตอบโจทย์ Micro Trip ผ่านประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถพักผ่อน ค้นพบสิ่งใหม่ และเพลิดเพลินกับจุดหมายปลายทางได้อย่างเต็มที่ แม้ในระยะเวลาที่สั้นลง

    สำหรับ Micro Trip ที่อยากเติมพลังริมทะเลพร้อมออกไปสัมผัสสีสันของจุดหมาย โอโซ่ ภูเก็ต (OZO Phuket) เป็นจุดเริ่มต้นที่ลงตัว ด้วยทำเลห่างจากหาดกะตะเพียง 150 เมตร ให้ผู้เข้าพักสามารถใช้เวลาในแบบที่ต้องการได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่การเดินเล่นริมชายหาด สนุกกับการโต้คลื่น หรือออกไปสำรวจคาเฟ่และมุมถ่ายรูปในย่านกะตะ รวมถึงชมพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวกังหันลมและเดินเล่นที่ตลาดนัดกะตะ เมื่อกลับเข้าสู่โรงแรม ผู้เข้าพักยังสามารถผ่อนคลายได้ที่สระว่ายน้ำ สแปลช (SPLASH) ที่มีสไลเดอร์สำหรับเด็กให้คุณหนูตัวเล็ก ก่อนเติมเต็มวันด้วยอาหารอิตาเลียนที่ เปรโก้ (Prego) หรืออาหารและเครื่องดื่มริมสระที่อีท (EAT) และเธิร์สต์ พูลบาร์ (THIRST)

    สำหรับทริปที่ต้องการหยุดพักจากความเร่งรีบและใช้เวลาช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศของเกาะ โอโซ่ เฉวง สมุย (OZO Chaweng Samui) ชวนให้ผู้เข้าพักเริ่มต้นวันบนหาดเฉวง ก่อนออกไปค้นพบอีกหลากหลายมุมของสมุย ทั้งหมู่บ้านชาวประมงบ่อผุด ร้านกาแฟริมทะเล และถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยอาหารและงานคราฟต์ท้องถิ่น เมื่อกลับถึงที่พัก ความผ่อนคลายยังคงดำเนินต่อที่บีช บาร์ (Beach Bar) ซึ่งเหมาะสำหรับการชมพระอาทิตย์ตกพร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรด ก่อนพักผ่อนในห้องพักที่ออกแบบให้หลับสบาย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกไปสัมผัสเสน่ห์ของสมุยในวันถัดไป

    สำหรับโอโซ่ นอร์ธ พัทยา (OZO North Pattaya) คือจุดเริ่มต้นของวันหยุดที่เต็มไปด้วยความสนุกและความหลากหลาย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ชื่นชอบสีสันของเมือง อาหารอร่อย และการใช้เวลาร่วมกันกับเพื่อนหรือครอบครัว ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้หาดพัทยาเหนือและเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก พร้อมเชื่อมต่อกับสถานที่น่าสนใจรอบเมือง ทั้งศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ชุมชนนาเกลือ ตลาดลานโพธิ์ คาเฟ่ และร้านอาหารท้องถิ่น หลังจากออกไปสำรวจเมือง ผู้เข้าพักสามารถกลับมาสนุกต่อที่สระว่ายน้ำ สแปลช (SPLASH) หรือจะใช้เวลาร่วมกันที่ บิ๊ก ชิลล์ (BIG CHILL) พื้นที่พักผ่อนสำหรับทุกวัย หรือจะเลือกผ่อนคลายพร้อมอาหารและเครื่องดื่มที่อีท (EAT) และเธิร์สต์ พูลบาร์ (THIRST) ก่อนจบวันด้วยการพักผ่อนบนเตียงนอนอันเป็นเอกลักษณ์ของโอโซ่
    นอกจากจุดหมายปลายทางในประเทศไทยแล้ว OZO ยังชวนผู้เดินทางออกไปสัมผัสประสบการณ์ Micro Trip ในประเทศมาเลเซีย ผ่านสองจุดหมายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งเสน่ห์ของเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงความสนุกสำหรับทุกคนในครอบครัว

    สำหรับนักเดินทางที่หลงใหลเมืองเก่า งานศิลปะ และวัฒนธรรม โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง (OZO George Town Penang) เป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจเมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวในทุกมุมถนน ตั้งแต่ตรอกซอกซอยที่ประดับด้วยสตรีทอาร์ต คาเฟ่ท้องถิ่น และร้านอาหารชื่อดัง ไปจนถึงการเดินเล่นบนถนนอาร์เมเนียน (Armenian Street) สัมผัสวิถีชีวิตริมทะเลที่ชุมชนชิวเจ็ตตี้ (Chew Jetty) หรือชมทิวทัศน์ของเมืองจากปีนังฮิลล์ (Penang Hill) เมื่อกลับมายังโรงแรม ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลายที่สระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าที่มองเห็นวิวเมืองจอร์จทาวน์แบบพาโนรามา พร้อมเติมเต็มวันด้วยมื้ออร่อยที่ห้องอาหารอีท (EAT)

    สำหรับครอบครัวที่มองหาวันหยุดสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความสนุกสำหรับทุกวัย โอโซ่ เมดินี (OZO Medini) ประเทศมาเลเซีย เป็นตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับการพักผ่อนร่วมกัน ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว ทั้งเลโกแลนด์® มาเลเซีย รีสอร์ต (LEGOLAND® Malaysia Resort) ปูเตรีฮาร์เบอร์ (Puteri Harbour) และเอ็กซ์พาร์ก (X Park) เด็กๆ จะสามารถสนุกกับกิจกรรมได้ตลอดวัน ขณะที่ผู้ใหญ่ก็สามารถใช้เวลาผ่อนคลายริมสระว่ายน้ำ ออกกำลังกายที่ฟิตเนส โทน (TONE) หรือรับประทานอาหารร่วมกันที่ห้องอาหารอีท (EAT) ก่อนกลับสู่ห้องพักที่ช่วยเติมเต็มการพักผ่อนของทั้งครอบครัว

    เมื่อมองทุกจุดหมายรวมกัน OZO ไม่ได้เสนอรูปแบบการเดินทางสำเร็จรูปแบบเดียวสำหรับทุกคน แต่เปิดพื้นที่ให้นักเดินทางได้เลือกประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความชอบของตัวเอง บางคนอาจมีความสุขกับการตื่นเช้ามาเดินริมทะเล ขณะที่บางคนอยากใช้เวลาทั้งวันกับอาหาร งานศิลปะ หรือเสียงหัวเราะของครอบครัว ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้การเข้าพักในแต่ละครั้งกลายเป็นประสบการณ์เฉพาะตัว และเป็นอีกหนึ่งวิธีในการทำความรู้จักจุดหมายเดิมผ่านมุมมองใหม่
    ในภาพที่กว้างขึ้น OZO เป็นหนึ่งในประสบการณ์การเข้าพักที่หลากหลายของ ONYX Hospitality Group ซึ่งมุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เชื่อมโยงที่พัก อาหาร และเรื่องราวของแต่ละจุดหมายเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้นักเดินทางได้รับมากกว่าการเข้าพักเพียงหนึ่งคืน และสามารถต่อยอดประสบการณ์เหล่านั้นผ่าน ONYX Rewards โปรแกรมสมาชิกที่มอบสิทธิประโยชน์และการดูแลในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทริปของสายคาเฟ่ คนรักทะเล นักชิม ผู้หลงใหลศิลปะ หรือครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาร่วมกัน OZO เชื่อว่าการเดินทางที่มีความหมายไม่จำเป็นต้องไกลหรือยาวเสมอไป แต่คือการได้ค้นพบสิ่งที่รักในแบบของตัวเอง และเก็บเกี่ยวช่วงเวลาดี ๆ ที่สะท้อนแนวคิด “More of What You Love” ผ่านประสบการณ์การเข้าพักที่เต็มไปด้วยพลังบวกในแบบฉบับของ OZO ภายใต้แนวคิด “Unpack. Good. Vibes.”

  • Art - Exhibition

    ถอดรหัสความคิดศิลปินไทยจากรุ่นสู่รุ่น ที่ “ART DNA HUB” ณ ไอคอนสยาม พื้นที่เรียนรู้แห่งใหม่เพื่อพัฒนาทักษะและต่อยอดวงการศิลปะไทย

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในฐานะ Global Hub of Art & Culture เดินหน้าสนับสนุนวงการศิลปะไทยอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดตัวโครงการ ART DNA HUB : Visual Arts Talent Development Hub ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านทัศนศิลป์ ที่เปิดโอกาสให้ประชาชน นักศึกษา ศิลปิน และผู้สนใจ ได้ร่วมเรียนรู้กระบวนการคิดและเบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานของศิลปินไทย ผ่านแนวคิด “Art DNA” ซึ่งเปรียบเสมือนการถอดรหัส “ดีเอ็นเอทางศิลปะ” ที่หล่อหลอมอัตลักษณ์ วิธีคิด เทคนิค และทักษะเฉพาะตัวของศิลปินแต่ละคน ก่อนส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่นอย่างเป็นระบบ

    สำหรับพิธีเปิดงาน ART DNA HUB ได้รับเกียรติจากนายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะทำงานที่ปรึกษาเพื่อการพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางด้านความรู้ (Hub of Knowledge) ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นางสาวสมพร พานทอง ผู้อำนวยการศูนย์หอศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม นางสาวมนัญชยา ดาผิวดี ผู้จัดการฝ่ายบริหารศูนย์ศิลปะ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด พร้อมด้วย ศิลปินแห่งชาติ ได้แก่ ศ.ปรีชา เถาทอง กมล ทัศนาญชลี ศ. เดชา วราชุน และศิลปินร่วมถอดรหัส Art DNA อาทิ อาจารย์ทรงเดช ทิพย์ทอง ชัชวาล รอดคลองตัน รองศาสตราจารย์บัณฑิต อินทร์คง ผศ.ตนุพล เอนอ่อน รศ.นิโรจน์ จรุงจิตวิทวัส ผศ.ทองไมย์ เทพราม ศ.อริยะ กิตติเจริญวิวัฒน์ ศ.ญาณวิทย์ กุญแจทอง ศ.ดร.จิรวัฒน์ พิระสันต์ รศ.ลิปิกร มาแก้ว รศ.พีระพงษ์ กุลพิศาล และศิลปินร่วมสมัย เครือข่ายศิลปินต่างชาติ เข้าร่วมงาน

    โครงการ ART DNA HUB มุ่งสร้าง Learning Ecosystem ที่เชื่อมโยงศิลปินแห่งชาติ ศิลปินผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง ศิลปินร่วมสมัยหลากหลายรุ่น และศิลปินเครือข่าย ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ร่วมกัน พร้อมจัดกิจกรรม Art DNA Workshop เพื่อถอดรหัสองค์ความรู้จากประสบการณ์จริงของศิลปิน สร้างฐานข้อมูลองค์ความรู้ในรูปแบบ Digital Archive เพื่อเป็นคลังข้อมูลด้านทัศนศิลป์สำหรับการศึกษาวิจัยและการสืบทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเครือข่ายด้านศิลปะทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    ภายใต้แนวคิด “ถอดรหัส–ถ่ายทอด–พัฒนา–ต่อยอด” ศูนย์แห่งนี้มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านทัศนศิลป์ให้สามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่ ต่อยอดสู่นวัตกรรมด้านศิลปะ และเชื่อมโยงองค์ความรู้กับศาสตร์ด้านการออกแบบ เทคโนโลยี วัฒนธรรม และการจัดการ เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมบนฐานทุนทางวัฒนธรรมของประเทศไทย พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ตามยุทธศาสตร์ชาติและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

    ภายในงาน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้รูปแบบผ่านกิจกรรม Workshop ART DNA พื้นที่การเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และค้นหาแรงบันดาลใจจากศิลปินกว่า 60 คน ทั้งศิลปินแห่งชาติ ศิลปินร่วมสมัย และเครือข่ายศิลปินจากหลากหลายสาขา ที่ได้มาร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนกระบวนการสร้างสรรค์ ผ่านการถอดรหัส “พันธุกรรมทางศิลปะ” เพื่อพัฒนาแนวคิดและต่อยอดสู่ผลงานร่วมสมัยที่สะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมทั้งมีการบันทึกองค์ความรู้และกระบวนการทำงานตลอดทั้งโครงการ เพื่อจัดเก็บเป็นคลังข้อมูลสำหรับการเรียนรู้ในอนาคต

    นอกจากนี้ ภายในพื้นที่จัดแสดงยังนำเสนอ Art DNA Decoding Exhibition นิทรรศการที่รวบรวมผลงานของศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านทัศนศิลป์จากหลากหลายแขนง พร้อมนำเสนอแนวคิด กระบวนการทำงาน และองค์ความรู้ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสมิติใหม่ของการเรียนรู้ศิลปะผ่านการ “ถอดรหัส” แนวคิดและอัตลักษณ์ของศิลปินแต่ละคน

    การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านทัศนศิลป์ (Hub of Talents) โดยศาสตราจารย์ดร.ปานฉัตท์ อินทร์คง หัวหน้าโครงการฯ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมีเป้าหมายในการสร้างระบบการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ (Reskill และ Upskill) และการต่อยอดองค์ความรู้ด้านทัศนศิลป์ ภายใต้แนวคิด “Decode Art. Transfer Skills. Develop Talent. Drive Innovation.” เพื่อสร้างศิลปินรุ่นใหม่ ผลักดันนวัตกรรมทางศิลปะ และเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีนานาชาติ

    ขอเชิญผู้สนใจร่วมสัมผัสประสบการณ์การถอดรหัสความคิดของศิลปินไทย และเรียนรู้เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะผ่านงาน ART DNA HUB : Visual Arts Talent Development Hub ระหว่างวันที่ 18 กรกฎาคม – 14 สิงหาคม 2569 ณ ICON Art & Culture Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

  • Health - Wellness

    SIRIRAJ H SOLUTIONS ฉลองก้าวสู่ปีที่ 4 ณ ICS Lifestyle Complex พร้อมส่งต่อประสบการณ์สุขภาพเชิงป้องกันและสิทธิประโยชน์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

    ICS Lifestyle Complex ร่วมฉลองครบรอบ 3 ปี SIRIRAJ H SOLUTIONS ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต ด้วยแคมเปญ “3rd Anniversary SIRIRAJ H SOLUTIONS : HAPPY HEALTHY HOLISTIC” ตอกย้ำแนวคิดการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM และผู้ใช้บริการ ทั้งบัตรเติมน้ำมัน คูปองเงินสด และโปรโมชั่นด้านสุขภาพและความงาม ระหว่างวันที่ 17 – 31 กรกฎาคม 2569 ณ SIRIRAJ H SOLUTIONS ชั้น 5 ICS Lifestyle Complex ตรงข้ามไอคอนสยาม

    คุณสุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มวัยทำงาน และผู้สูงอายุ สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตในระยะยาว ซึ่งความร่วมมือระหว่างไอซีเอสและคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลในการจัดตั้ง SIRIRAJ H SOLUTIONS ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต ถือเป็นต้นแบบของการผสานความแข็งแกร่งระหว่าง Medical Excellence และ Lifestyle Destination เพื่อให้บริการสุขภาพเชิงป้องกันเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน
    ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา SIRIRAJ H SOLUTIONS ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 5 ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ตรงข้ามไอคอนสยาม ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยดูแลสุขภาพลูกค้ามาแล้วกว่า 600,000 คน ซึ่งพร้อมก้าวสู่ปีที่ 4 ด้วยความมุ่งมั่นในการยกระดับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ผ่านบริการที่ได้มาตรฐานจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและสหสาขาวิชาชีพของโรงพยาบาลศิริราช ควบคู่กับนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพที่ทันสมัย มุ่งหวังส่งเสริมให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
    เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 3 ปี SIRIRAJ H SOLUTIONS ไอซีเอสจึงขอมอบสิทธิพิเศษผ่านแคมเปญ “3rd Anniversary SIRIRAJ H SOLUTIONS : HAPPY HEALTHY HOLISTIC” สำหรับสมาชิก ONESIAM ที่เข้ารับบริการตรวจสุขภาพ หัตถการความงาม นวดไทยแบบราชสำนัก หรือผลิตภัณฑ์ภายใน SIRIRAJ H SOLUTIONS ครบ 5,000 บาทขึ้นไป ระหว่างวันที่ 17 – 31 กรกฎาคม 2569 รับทันที บัตรเติมน้ำมัน PTT Station มูลค่า 300 บาท (จำกัด 1 สิทธิ์/สมาชิก/วัน รวม 300 สิทธิ์ตลอดรายการ)

    นอกจากนี้ ยังได้รับ คูปองแทนเงินสดมูลค่า 50 บาท สำหรับใช้ที่ร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ร่วมรายการภายใน ICS ได้แก่ BARON’S BAR BY THE CHEESE BARON, BOWCAKE, BOOST JUICE, FUKU MATCHA, GET FRESH, HELLO YOGURT, HOPSY THAI WILD TEA, INTHANIN COFFEE, JUICE UP, KATEI SHABU, MARU WAFFLE & TOKYO BOYZ, MILLILITRE, MOLTO, OCHAYA, OLINO CREPE & TEA, QQ DESSERT, SANTA FE HAPPY STEAK, STAR ELEPHANT, STARBUCKS COFFEE, SWEETORY & YOGURT, YOGUROTO, YONNY ร้านปลาต้มผักกาดดอง, ก๋วยเตี๋ยวตำลึงนายเอก, กาแฟพันธุ์ไทย,ชาตักวุ้น, เตี๋ยวเรือเสาวรีย์,นครเลิศรส, ปังสยาม, 9 กุ้งอบ ปูอบ-สุกี้, เสน่ห์ขนมจีน
    นอกจากสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM แล้ว SIRIRAJ H SOLUTIONS ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านสุขภาพและความงามสำหรับผู้ใช้บริการทั่วไป ได้แก่ Electroporation Therapy (การผลักวิตามินสู่ผิวหน้า) เพื่อฟื้นฟูผิวให้สดใส ชุ่มชื้น และเปล่งประกาย ในราคาพิเศษเพียง 600 บาท (จากปกติ 1,300 บาท) ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2569 เฉพาะวันจันทร์–ศุกร์

    สำหรับผู้ที่เข้ารับบริการวัคซีนไข้เลือดออก ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 รับบัตรกำนัล Lotus’s มูลค่า 100 บาท (จำกัด 10 สิทธิ์) และผู้ที่เข้ารับบริการวัคซีน HPV สามารถรับสิทธิ์ฉีดวัคซีน HPV 1 เข็ม รับบัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 100 บาท จำนวน 1 ใบ เมื่อจองและเข้ารับบริการตังแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อ 1 เข็ม รวม 100 สิทธิ์ตลอดรายการ)
    ผู้ที่สนใจสามารถร่วมแคมเปญ “3rd Anniversary SIRIRAJ H SOLUTIONS : HAPPY HEALTHY HOLISTIC” ได้ตั้งแต่วันที่ 17 – 31 กรกฎาคม 2569 โดย SIRIRAJ H SOLUTIONS เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00 – 22.00 น. ณ ชั้น 5 ICS Lifestyle Complex ตรงข้ามไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-414-1144 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.sirirajhsolutions.com และ Facebook: SIRIRAJ H SOLUTIONS

  • Charity - CSR

    บี.กริม และ บางกอกโพสต์ ชวนคนไทยร่วมวิ่งเพื่อสุขภาพและร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา ผ่าน Bangkok Post International Mini Marathon 2026 Run For Nurses

    บริษัท บี.กริม ร่วมกับ บริษัท บางกอก โพสต์ จำกัด (มหาชน) จัดงานแข่งขัน เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ การกุศล Bangkok Post International Mini Marathon 2026: Run For Nurses (ครั้งที่15) ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อนำรายได้จากการสมัครหลังหักค่าใช้จ่ายในการจัดงาน ช่วยเหลือและสนับสนุนด้านการศึกษาให้กับนักเรียนพยาบาล ผ่านทางมูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

    ภายในงานมี นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วย นายดอน ทยาทาน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิศวกรรม เทคโนโลยี พัฒนาโครงการและการก่อสร้าง บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) นายศูนย์รัฐ บุณยมณี บรรณาธิการ บางกอกโพสต์ นางสาวอธิชาภรณ์ จันทร์ประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท บี.กริม ฟาร์มา และนายแพทย์ สุวัช เซียศิริวัฒนา รองประธานมูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ สวนหลวง ร.9 กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569

    นายดอน ทยาทาน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิศวกรรม เทคโนโลยี พัฒนาโครงการและการก่อสร้าง บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM กล่าวว่า การจัดงานแข่งขัน เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพการกุศลฯ ในปีนี้ ยังมุ่งรณรงค์ให้ประชาชนคนไทยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ด้วยการ เดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพ แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ มินิ มาราธอน (Mini Marathon) ระยะทาง 10 กิโลเมตร ไมโคร มาราธอน (Micro Marathon) ระยะทาง 5 กิโลเมตร และฟันรัน (Fun Run) ระยะทาง 3 กิโลเมตร ตั้งแต่เวลา 05.00 – 08.00 น. โดยมีจุดเริ่มต้นและเส้นชัย ณ บริเวณ ประตู 4 ดาวเรือง สวนหลวง ร.9 กรุงเทพมหานคร โดยปีนี้ได้รับการตอบรับจากประชาชนเข้าร่วมแข่งขันอย่างล้นหลามกว่า 2,500 คน

    มูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก่อตั้งขึ้นในปี 2523 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณแห่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ต่อมาในปี 2533 จึงได้ตั้ง “ทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90” เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมายุครบ 90 พรรษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสำหรับจัดสรรให้แก่นักศึกษาพยาบาลจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สังกัด สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข ที่มีผลการเรียนและความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยมอบทุนให้ตลอดหลักสูตร4ปี จนปัจจุบันมูลนิธิฯ ได้จัดสรรทุนให้ไปแล้วกว่า 36ปี เป็นจำนวน 11,144 ทุน โดยเป็นนักศึกษาพยาบาลจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี 30 แห่ง ทั่วประเทศ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพอากาศ และวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ โดยมูลนิธิฯ มุ่งหวังว่านักเรียนพยาบาลที่ได้รับ “ทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90” เหล่านี้ จะยึดมั่นในอุดมการณ์ของวิชาชีพพยาบาล และดำรงตนอย่างผู้เสียสละตามแบบอย่างที่ได้เรียนรู้ในพระจริยวัตรของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคม และประเทศชาติสืบต่อไป

  • Hotel - Lifestyle - Travel

    เทศกาล วัฒนธรรม และการพักผ่อนในจังหวะที่เป็นคุณ อมารี โอโซ่ และชามา ชวนออกเดินทางสู่มาเลเซีย เพื่อสัมผัส George Town Festival 2026 และ Hari Merdeka อย่างเต็มอิ่ม

    เมื่อพูดถึงมาเลเซีย หลายคนอาจนึกถึงตึกแฝดเปโตรนาส แหล่งช้อปปิ้งในกัวลาลัมเปอร์ หรือทริปสั้นๆ ที่เดินทางจากประเทศไทยได้อย่างสะดวก แต่หากมองให้ลึกกว่านั้น มาเลเซียยังมีอีกหลายมุมให้ค้นพบ ทั้งเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ศิลปะและวัฒนธรรมที่หลอมรวมอยู่ในวิถีชีวิต อาหารหลากหลายรสชาติ และบรรยากาศเฉพาะตัวของแต่ละจุดหมาย ตั้งแต่เสน่ห์ของจอร์จทาวน์ในปีนัง ความคึกคักของกัวลาลัมเปอร์ ไปจนถึงจังหวะชีวิตที่ ผ่อนคลายของยะโฮร์ บาห์รู

    สำหรับนักเดินทางในวันนี้ จุดหมายปลายทางไม่ได้มีเพียงสถานที่ที่ต้องไปให้ถึง แต่คือช่วงเวลาที่ได้สัมผัสและจดจำ ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมงานศิลปะในเมืองเก่า ลองรสชาติอาหารท้องถิ่น ฟังเสียงดนตรีท่ามกลางบรรยากาศของเทศกาล หรือใช้เวลาพักผ่อนในแบบที่เป็นตัวเอง นี่คือเสน่ห์ของ Festival Tourism หรือการเดินทางที่มีเทศกาลเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ที่ชวนให้เราได้เห็นอีกด้านของเมือง ผ่านผู้คน วัฒนธรรม และการเฉลิมฉลองในช่วงเวลาพิเศษ ซึ่งทำให้การเดินทางครั้งหนึ่ง กลายเป็นเรื่องราวที่มากกว่าการไปเยือนสถานที่ใหม่

    ในเดือนสิงหาคม 2569 ที่ประเทศมาเลเซียจะมีสองช่วงเวลาสำคัญที่น่าสนใจสำหรับการวางแผน เดินทาง ได้แก่ George Town Festival 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–9 สิงหาคม 2569 ณ เมืองจอร์จทาวน์ รัฐปีนัง และการเฉลิมฉลอง Hari Merdeka หรือวันชาติมาเลเซีย ครบรอบ 69 ปี ที่จะนำบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจ สีสันทางวัฒนธรรม และกิจกรรมการเฉลิมฉลอง มาสู่หลายเมืองทั่วประเทศ

    แต่เสน่ห์ของการเดินทางไม่ได้จบลงเมื่อเทศกาลสิ้นสุดลง เพราะความประทับใจยังเกิดขึ้นได้ ตลอดทั้งทริป ตั้งแต่การออกไปเดินสำรวจเมือง ค้นพบมุมใหม่ๆ ลองสัมผัสรสชาติอาหารท้องถิ่น ไปจนถึงช่วงเวลาสงบหลังจบวันแห่งการผจญภัย การเลือกที่พักจึงเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญ ที่ช่วยกำหนดความรู้สึกและประสบการณ์ของการเดินทาง เพราะที่พักไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับพักผ่อน แต่เป็นพื้นที่สำหรับเติมพลัง ใช้เวลาร่วมกับคนสำคัญ และเปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสจุดหมาย นั้นอย่างเต็มที่ในแบบของตัวเอง

    ด้วยความเข้าใจว่าการเดินทางของแต่ละคนมีจังหวะและความต้องการที่แตกต่างกัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จึงมีแบรนด์ที่หลากหลายเพื่อรองรับประสบการณ์การเข้าพักในรูปแบบต่างๆ ผ่าน อมารี (Amari) โอโซ่ (OZO) และชามา (Shama) เพื่อรองรับทุกความต้องการตั้งแต่ ผู้ที่อยากออกไปค้นพบเมืองอย่างเต็มที่ ผู้ที่มองหาช่วงเวลาพักผ่อนที่สะดวกสบาย ตลอดจนถึงผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตในจุดหมายปลายทางนั้นยาวนานขึ้น
    จุดหมายแรกสำหรับนักเดินทางที่อยากเริ่มต้นค้นพบเสน่ห์ของมาเลเซียผ่านศิลปะและวัฒนธรรม คือ ปีนัง เมืองที่ผสมผสานเรื่องราวของอดีตและความสร้างสรรค์ร่วมสมัยไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะในช่วง George Town Festival 2026 ที่จอร์จทาวน์จะเต็มไปด้วยงานศิลปะ การแสดง และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของเมืองมรดกโลกในอีกมุมหนึ่ง

    สำหรับนักเดินทางที่อยากใช้เวลาใกล้ชิดกับสีสันของจอร์จทาวน์ และออกไปค้นพบเมืองด้วยตัวเอง โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง (OZO George Town Penang) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยให้ทุกช่วงเวลา ของทริปเป็นเรื่องง่ายขึ้น ด้วยทำเลใกล้เขตเมืองเก่ามรดกโลกของยูเนสโก ผู้เข้าพักสามารถ ออกไปเดินชมสตรีทอาร์ต ลองร้านอาหารท้องถิ่น หรือค้นพบมุมเล็กๆ ของเมืองได้อย่างสะดวก พร้อมคำแนะนำจากทีม OZO Connector ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ของพื้นที่ ก่อนกลับมาเติมพลังที่ห้องอาหาร EAT และพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มตามแนวคิด Quality Sleep เพื่อพร้อมออกไปสัมผัสเมืองอีกครั้งในวันถัดไป

    ขณะที่ อมารี สไปซ์ ปีนัง (Amari SPICE Penang) สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์อมารีผ่านการบริการแบบไทยร่วมสมัย ผสานเข้ากับบรรยากาศและเสน่ห์ของจุดหมายปลายทาง พร้อมมอบประสบการณ์การเข้าพักในรูปแบบ full-service hotel สำหรับนักเดินทางที่มองหาทั้งความสะดวกสบาย การพักผ่อน และความคล่องตัวในการเดินทาง ด้วยทำเลที่เชื่อมต่อโดยตรงกับ SPICE Convention Centre และ SPICE Arena ซึ่งเป็นพื้นที่จัดอีเวนต์ระดับนานาชาติ หลังจากใช้เวลาทั้งวันกับงานเทศกาลหรือการสำรวจเมือง ผู้เข้าพักสามารถกลับมารีชาร์จที่ บรีซ สปา (Breeze Spa) หรือใช้เวลาร่วมกันผ่านมื้ออาหารที่ อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ (Amaya Food Gallery) ในบรรยากาศสบาย ๆ สไตล์สตรีทฟู้ดมาร์เก็ต

    เมื่อเข้าสู่ช่วง Hari Merdeka กัวลาลัมเปอร์จะเผยอีกหนึ่งมุมของมาเลเซียผ่านบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง โดยเฉพาะใจกลางเมืองที่ผสมผสานเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และจังหวะชีวิตแบบมหานครเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งแลนด์มาร์กสำคัญ รวมถึงพื้นที่จัดกิจกรรม และย่านต่างๆ ที่ร่วมสะท้อนสีสันของเมืองในช่วงเวลาพิเศษ

    สำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสพลังของเมืองหลวง อมารี กัวลาลัมเปอร์ (Amari Kuala Lumpur) ตั้งอยู่ใจกลาง KL Eco City และเชื่อมต่อกับระบบรถไฟสายหลักโดยตรง ช่วยให้การออกไปค้นพบกัวลาลัมเปอร์เป็นเรื่องสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปชมบรรยากาศการเฉลิมฉลอง จุดหมายสำคัญของเมือง หรือย่านที่เต็มไปด้วยสีสัน ก่อนกลับมาพักผ่อนในบรรยากาศอบอุ่น พร้อมสัมผัสประสบการณ์อาหาร เครื่องดื่ม และการบริการในแบบอมารี ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะยากจะลืมเลือน
    อีกด้านหนึ่งของมาเลเซียที่น่าค้นหาไม่แพ้กันคือ ยะโฮร์ บาห์รู เมืองที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากผสมผสานช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองเข้ากับการพักผ่อนแบบสบาย ๆ ทั้งการช้อปปิ้ง กิจกรรมสำหรับครอบครัว และการเดินทางต่อไปยังจุดหมายใกล้เคียง
    อมารี ยะโฮร์ บาห์รู (Amari Johor Bahru) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบนถนน Jalan Wong Ah Fook ท่ามกลางแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสีสันของวิถีชีวิตในเมือง เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากออกไปสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่น ก่อนกลับมาพักผ่อนในห้องพักที่โปร่งสบาย และเติมพลังที่ บรีซ สปา (Breeze Spa)

    สำหรับครอบครัว หรือผู้ที่ต้องการใช้เวลาในจุดหมายปลายทางนานขึ้น ชามา ซัวซานา ยะโฮร์ บาห์รู (Shama Suasana Johor Bahru) ถ่ายทอดแนวคิด The Joy of Living ผ่านประสบการณ์การพักในรูปแบบเซอร์วิส อพารต์เมนต์ ที่ให้อิสระในการใช้ชีวิตได้ตามจังหวะของตัวเอง ด้วยพื้นที่ที่ถูกออกแบบให้มีความรู้สึกเสมือนบ้าน พร้อมห้องขนาดกว้าง พื้นที่นั่งเล่น และส่วนครัวครบครัน ช่วยให้ผู้เข้าพักยังคงใช้ชีวิตได้ในแบบที่คุ้นเคย ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ หรือใช้เวลาร่วมกับคนสำคัญได้อย่างเต็มที่ แม้จะอยู่ในจุดหมายปลายทางใหม่ ทั้งยังมอบความเป็นส่วนตัว ความยืดหยุ่น และความสะดวกสบายสำหรับการเข้าพักทั้งระยะสั้นและระยะยาว อีกทั้งยังตั้งอยู่เหนือ Zenith Mall ทำให้การออกไปท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง หรือสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นเป็นเรื่องง่าย
    ขณะที่ โอโซ่ เมดินี มาเลเซีย (OZO Medini Malaysia) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับกลุ่มเพื่อนและครอบครัวที่ต้องการเติมความสนุกให้กับการเดินทาง ด้วยทำเลในย่านเมดินี ใกล้กับ LEGOLAND Malaysia Resort และสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังสิงคโปร์ได้อย่างสะดวก ที่นี่จึงเหมาะสำหรับทริปที่ผสมผสานทั้งการพักผ่อน กิจกรรมสำหรับทุกวัย และการออกไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ ไว้ในการเดินทางครั้งเดียว

    มากกว่าการเป็นจุดหมายปลายทางใกล้ประเทศไทยที่เดินทางได้อย่างสะดวก มาเลเซียยังเป็นประเทศที่สามารถกลับไปค้นพบมุมใหม่ได้ในหลากหลายช่วงเวลา ตั้งแต่งานศิลปะในเมืองเก่า การเฉลิมฉลองวันชาติ อาหารท้องถิ่น คาเฟ่ และย่านช้อปปิ้ง ไปจนถึงช่วงเวลาสบายๆ หลังจบวันแห่งการสำรวจ และนี่คือเสน่ห์ของ Festival Tourism ที่ทำให้เทศกาลไม่ได้เป็นเพียงเหตุผลในการออกเดินทาง แต่เป็นประตูสู่ประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยผู้คน เรื่องราว วัฒนธรรม และช่วงเวลาที่น่าจดจำ ซึ่งเกิดขึ้นตลอดทั้งการเดินทาง ที่รอให้นักเดินทางได้ออกไปค้นพบในแบบของตัวเอง
    เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป พร้อมเดินหน้าส่งต่อแนวคิด “More of What You Love” ผ่านการบริการภายใต้แบรนด์โรงแรม ร้านอาหาร บาร์ และสปา ในเครือ เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ของการออกเดินทางที่น่าจดจำและตอบสนองความต้องการของนักเดินทางได้อย่างน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเดินทางในรูปแบบใด

  • Event - Food - Lifestyle

    เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์ความหวานละมุน ยกขบวนขนมหวานไทยและเมนูขนมสุดสร้างสรรค์ ในงาน SOOK SWEET STREET

    เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์ความหวานของขนมไทยและเมนูของหวานสุดสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบในงาน SOOK SWEET STREET หวานละมุน อบอวลกลิ่นอายไทย ตั้งแต่วันนี้ -31 กรกฎาคม 2569

    ภายในงานพบกับการรวมตัวของร้านขนมหวานชื่อดัง ที่คัดสรรทั้งขนมไทยตำรับดั้งเดิมและขนมร่วมสมัยมาให้ลิ้มลองในบรรยากาศอบอวลกลิ่นอายความเป็นไทย มีทั้งร้านขนมอร่อยๆ และแบรนด์ดัง อาทิ พุดดิ้งมะพร้าวอ่อนจากร้านเวลาหวาน เนื้อพุดดิ้งเนียนนุ่ม หอมกลิ่นมะพร้าวอ่อนแท้ ผสานเนื้อมะพร้าวอ่อนสด ให้รสชาติหวานละมุน สดชื่น รับประทานได้ทุกวัย

    ร้านแพรวไพลิน ขนมไทยหายากที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และความทรงจำในวัยเด็ก อาทิสาคูเปียก, ปากริมไข่เต่า, ลูกชุบ และขนมหวานไทยที่ใส่น้ำกะทิมีหลากหลายสไตล์ ทั้งแบบต้มร้อนและราดน้ำแข็งไสเย็นชื่นใจ, ไอศกรีมกะทิ และวุ้นมะพร้าวจากมะพร้าวน้ำหอมแท้จากอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี กับร้านบ้านมะพร้าวมหานาค

    นอกจากขนมไทยแล้ว ยังมีขนมหวานร่วมสมัยอีกมากมาย เอาใจคนรักทุเรียนกับ วุ้นทุเรียนหมอนทอง ที่คงความหอมหวานของเนื้อทุเรียนแท้ในเนื้อวุ้นเนียนนุ่ม และ เค้กทุเรียนหมอนทอง จากร้าน Golden Spoon ใช้ทุเรียนคุณภาพเป็นวัตถุดิบหลัก ให้รสชาติหวานมัน กลิ่นหอมเข้มข้นของทุเรียนแท้ เหมาะสำหรับทั้งนักชิมและผู้ที่หลงใหลราชาแห่งผลไม้, ทองม้วนดับเบิ้ล ข้างนอกกรอบ ข้างในเนื้อหนึบหอมมะพร้าวอ่อนเข้ากันอย่างลงตัวหรือทองม้วนสดมะพร้าวอ่อนสูตรดั้งเดิมจากร้านคุณยงค์ทองม้วนสด

    คุกกี้ฟิวชั่นด้วยการท้อปหน้าขนมไทย ฝอยทอง ทองหยอด คุกกี้ยอดฮิตจากนิวยอร์ก รสชาติต้นตำรับ ไซซ์ใหญ่ ไส้ทะลัก คุณภาพพรีเมียม กับร้าน Dusha NYC Cookie, ไอศกรีมและของหวานที่โด่งดังจาก Fruit Pops ไอศกรีมแท่งเนื้อเนียนรูปทรงผลไม้สุดน่ารัก กับร้าน Churn’d

    UHOLIC Soft Cream เป็นร้านซอฟต์ครีมสไตล์ญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยเนื้อไอศกรีมนมฮอกไกโดและมัทฉะที่เนียนนุ่ม เข้มข้น ละลายช้า, LOKA ไอติมทอด ร้านไอติมทอดชื่อดังในจังหวัดภูเก็ต โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่อลังการ กรอบนอก ร้อนนิดๆ แต่ไส้ไอศกรีมด้านในยังคงเย็นฉ่ำ, Dewang Chef Pans ไอศกรีมผลไม้ ไดฟูกุสตอเบอร์รี่ มาการอง เบเกอร์รี่และขนมทำเอง โดยเชฟแพน จากรายการ Hell’s Kitchen Thailand ซีซั่น 2

    ขอเชิญทุกท่านสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งขนมไทยและขนมหวานร่วมสมัยที่ขนทัพมาให้ลิ้มลองมากมายในงาน SOOK SWEET STREET ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฏาคม 2569 ณ เมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม ชั้น G

  • Food - Marketing

    จากวุ้นเส้นคุณภาพสู่แบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคไทย “วุ้นเส้นต้นสน” คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 ต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

    บริษัท สิทธินันท์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวุ้นเส้นตราต้นสน ได้รับรางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” แบรนด์วุ้นเส้น ยอดนิยมอันดับ 1 ที่ครองใจผู้บริโภคทั่วประเทศ ต่อเนื่องปีที่ 2 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ตอกย้ำถึงความไว้วางใจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ ตลอด 64 ปีที่ผ่านมา โดยมีคีย์ซัคเซสคือ คุณภาพที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร เป็นวุ้นเส้นคุณภาพระดับพรีเมียมที่ผลิตจากถั่วเขียวชั้นเลิศ 100% ทำให้ได้วุ้นเส้นที่มีความเหนียวนุ่ม ปรุงอาหารได้หลากหลายประเภท อร่อยถูกใจทั้งชาวไทยและต่างชาติ บวกกับการสื่อสารที่โดนใจผู้บริโภค ผ่านคอนเทนต์ที่เข้าถึงง่าย มีประโยชน์ และสามารถเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันได้จริง ส่งผลให้แบรนด์ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างยาวนาน พิสูจน์ได้จากการได้รับรางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ในครั้งนี้

    นางพรรณา ปัญจวีณิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิทธินันท์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวุ้นเส้นตราต้นสน เปิดเผยว่า “วุ้นเส้นต้นสน” ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมายาวนานกว่า 65 ปี คีย์ซัคเซส คือ คุณภาพที่โดดเด่น ไม่เหมือนใครและความสำคัญกับคุณภาพในทุกขั้นตอน ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิตไปจนถึงสินค้าที่ถึงมือผู้บริโภค เพื่อส่งมอบ “คุณค่า” ให้ผู้บริโภค นั่นคือ “ความมั่นใจในทุกมื้ออาหาร” เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกว่าทุกครั้งที่เลือกแบรนด์ต้นสน จะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และสามารถนำไปสร้างสรรค์เมนูได้อย่างหลากหลาย

    ทั้งนี้ จากการได้รับรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า แบรนด์ต้นสนยังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค และเป็นแรงผลักดันให้บริษัทฯ พัฒนาต่อไป เพื่อสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการทั้งคุณภาพ ความสะดวก และความสบายใจในการบริโภคไปพร้อมกัน โดยเชื่อว่าการสร้างแบรนด์ที่แข็งแรงไม่ใช่แค่การสร้างการรับรู้ แต่คือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวผ่านคุณภาพที่สม่ำเสมอ ความจริงใจ และการปรับตัวให้ทันความต้องการของผู้บริโภค เป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคนึกถึง เชื่อมั่น และพร้อมเลือกใช้ซ้ำท่ามกลางตัวเลือกในตลาดที่มีอย่างมากมาย

    ทั้งนี้ จากพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว การแข่งขันในตลาดที่รุนแรงกับทางเลือกใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ถือเป็นความท้าทายของการเป็นแบรนด์ชั้นนำในตลาดในการรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะยาว โดยกลยุทธ์สำคัญของแบรนด์ต้นสน นอกจากการรักษามาตรฐานเดิมให้ดียิ่งขึ้นแล้ว ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อสามารถสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโคและรักษาความเป็นผู้นำตลาดได้ในระยะยาว

    “วันนี้เป้าหมายของต้นสน ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตวุ้นเส้นและอาหาร แต่ต้องการเป็นแบรนด์ที่ช่วยให้การทำอาหารเป็นเรื่องง่าย อร่อย และสร้างความสุขในทุกวัน พร้อมยึดมั่นในการรักษาคุณภาพ ความจริงใจ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง” นางพรรณา กล่าว

    จากพฤติกรรมผู้บริโภค และสภาพตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาแบรนด์ต้นสนได้มีการปรับตัวทั้งในมิติของสินค้าและการสื่อสาร โดยพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปมากขึ้น เช่น การเปิดตัว “วุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูป” ภายใต้แบรนด์ “ต้นสน อีทซี่” ที่มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย แต่ยังคงคุณภาพที่ดี ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเติบโตของแบรนด์ต้นสน โดยขยายบทบาทจากการเป็น “วุ้นเส้นที่อยู่ในครัวไทย” ไปสู่การเป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น

    ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่เข้าใจผู้บริโภคแต่ละกลุ่มมากขึ้น ผ่านคอนเทนต์ที่เข้าถึงง่าย มีประโยชน์ และสามารถเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันได้จริง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยที่ผ่านมาได้ขยายการสื่อสารผ่าน Digital Platform มากขึ้น โดยนำข้อมูลและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อสามารถพัฒนาคอนเทนต์ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและสื่อสารได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ต้นสนสามารถเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ ทั้งยังช่วยให้แบรนด์ดูทันสมัย เข้าถึงง่าย และมีบทบาทในชีวิตประจำวันมากกว่าเดิม

    นางพรรณา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้บริโภคในอนาคตจะไม่ได้มองหาเพียงสินค้าที่มีคุณภาพ แต่จะคาดหวังแบรนด์ที่เข้าใจวิถีชีวิตพวกเขามากขึ้น และสามารถตอบโจทย์ทั้งเรื่องความสะดวก สุขภาพ ความโปร่งใส ความคุ้มค่า และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง ทำให้ทิศทางของบริษัทฯ จากนี้ จะเดินหน้าพัฒนาทั้งนวัตกรรมสินค้าและ Lifestyle Solution เพื่อให้แบรนด์ต้นสนสามารถอยู่ในทุกช่วงเวลาของการใช้ชีวิต และสร้างคุณภาพได้มากกว่าการเป็นเพียงวัตถุดิบประกอบอาหาร

    “ต้นสน ขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทย และอีกกว่า 40 ประเทศทั่วโลกที่มอบความไว้วางใจและสนับสนุนเรามาโดยตลอด การได้รับรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จของแบรนด์ แต่เป็นกำลังใจสำคัญของทีมงานทุกคนในการพัฒนาสินค้าและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค ต้นสนจะยังคงรักษาความจริงใจ คุณภาพ และความเชื่อมั่นที่ทุกคนมอบให้ เพื่ออยู่เคียงข้างครัวไทยและเติบโตไปในครัวโลกพร้อมกับผู้บริโภคในทุกยุคสมัย” นางพรรณา กล่าวทิ้งท้าย

  • Event - Food

    ชวนเปิดประสบการณ์รสชาติแห่งถิ่นกำเนิด กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับ ไอคอนสยาม และไอซีเอส จัด “เทศกาลผลไม้ GI” รวบรวมผลไม้ขึ้นชื่อจากทั่วประเทศสู่ใจกลางกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 16-22 กรกฎาคมนี้ ณ ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์

    กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ ไอคอนสยาม และ ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ เชิญชวนคนรักผลไม้ร่วมเปิดประสบการณ์แห่งรสชาติของผลไม้ไทย ในงาน “เทศกาลผลไม้ GI (Fruits Festival)” เทศกาลรวมผลไม้ GI (Geographical Indication : GI) หรือ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จากแหล่งผลิตคุณภาพทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ลิ้มรสความสดใหม่ เสมือนได้เดินทางไปถึงแหล่งกำเนิดของผลไม้แต่ละชนิด ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่สินค้า และนำมาสู่การสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร ผู้ผลิต และผู้ประกอบการอย่างยั่งยืน

    ภายในงานได้รวบรวมผลไม้ GI ที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ซึ่งแต่ละชนิดสะท้อนเอกลักษณ์ของภูมิประเทศ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีการเพาะปลูกที่สืบทอดกันมายาวนาน อาทิ ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษที่รวบรวมจากเกษตรกรผู้ปลูกคุณภาพจากหลายสวน ได้แก่ สวนบุญส่ง, สวนทับทิม, สวนยายวันนา, สวนป้าสนา และ กลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนภูเขาไฟ หมู่ 6 ตำบลภูเงิน ที่นำผลผลิตสดใหม่ส่งตรงจากสวนมาจำหน่ายภายในงาน เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อทุเรียนคุณภาพดีจากเจ้าของสวนตัวจริง

    พร้อมพบกับ ไอศกรีมทุเรียนภูเขาไฟ จาก D ICE Durian ไอศกรีมรสชาติหวานมัน กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ที่นำทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษมาแปรรูปเป็นของหวานสุดพรีเมี่ยม สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ที่หอมมันอร่อย เย็นฉ่ำ ได้รสสัมผัสของทุเรียนภูเขาไฟศรีษะเกษอย่างแท้จริง

    นอกจากทุเรียนศรีสะเกษแล้ว ผลไม้พรีเมียมที่นับว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน คือ สับปะรดภูแลเชียงราย สับปะรดผลเล็กกำลังดี เนื้อสีเหลืองทอง กรอบ หวานฉ่ำ จากไร่น้ำพุสับปะรดภูแล จังหวัดเชียงราย มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว ตราCOCO เชย จากพื้นที่สวนมะพร้าวคุณภาพ อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมธรรมชาติ น้ำมะพร้าวรสหวานละมุน และเนื้อนุ่มชวนสัมผัส น้อยหน่าปากช่อง จากไร่นายหญิงปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา น้อยหน่าเนื้อแน่นผลใหญ่ เมล็ดน้อย และรสหวานเข้มข้น และ กระท้อนตะลุง กระท้อนผลกลมแป้น ผิวคล้ายกำมะหยี่ เปลือกบาง ปุยเมล็ดฟูแห้งคล้ายปุยฝ้าย จากจังหวัดลพบุรี สินค้าอัตลักษณ์จากแหล่งผลิตที่รอให้ทุกคนได้ลิ้มลอง

    ไม่หมดเพียงเท่านั้น ยังมี มะขามหวานเพชรบูรณ์ จากไร่จิตตนันท์ ที่โดดเด่นด้วยเนื้อหนา ฝักใหญ่ หวานละมุน และ มันแกวบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ที่มีเนื้อขาว กรอบ ฉ่ำน้ำ รสหวานธรรมชาติ เป็นผลผลิตที่สะท้อนภูมิปัญญาการเพาะปลูกของเกษตรกรในพื้นที่

    “เทศกาลผลไม้ GI” ไม่เพียงเป็นเทศกาลแห่งความอร่อย แต่ยังเป็นเวทีสำคัญที่สนับสนุนเกษตรกรไทยและสร้างการรับรู้ถึงคุณค่าของสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งเป็นกลไกการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่สะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต ยกระดับภาพลักษณ์สินค้าเกษตรมูลค่าสูง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยสู่ตลาดโลก

    ขอเชิญทุกท่านร่วมชิม ช้อป และอุดหนุนผลไม้ GI คุณภาพจากทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 16-22 กรกฎาคม 2569
    ณ ชั้น M ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ตรงข้ามไอคอนสยาม) สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1338

  • Hotel - Lifestyle

    แมริออท บอนวอย และ มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น จับมือ SPLASH BOX ชวนสัมผัสประสบการณ์ Dark Beat Boxercise ทัวร์ทองหล่อ และปาร์ตี้มัทฉะสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

    แมริออท บอนวอย โปรแกรมการท่องเที่ยวและสะสมคะแนนที่ได้รับรางวัลระดับโลกจาก แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เดินหน้าสร้างสีสันให้กับวงการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวแพ็กเกจสุดเอ็กซ์คลูซีฟใหม่ภายใต้ แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส ณ โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น เริ่มต้นเพียง 5,000 คะแนนจากแมริออทบอนวอยสมาชิกสามารถร่วมประมูลเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ผสานการออกกำลังกาย อาหาร และการสำรวจเสน่ห์ของย่านท้องถิ่น ผ่านความร่วมมือสุดพิเศษกับ Splash Box ในย่านทองหล่ออันคึกคักใจกลางกรุงเทพฯ


    กิจกรรมสุดพิเศษนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งชาวกรุงเทพและนักท่องเที่ยว โดยสมาชิก แมริออท บอนวอย จะได้สัมผัสประสบการณ์ความสนุกที่ Splash Box คลาสมวยเพลง EDM ที่ผสานโลกของการชกมวยและความสนุกสไตล์คลับเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตั้งอยู่ใจกลางย่านทองหล่ออันเต็มไปด้วยชีวิตชีวา โดดเด่นด้วยแนวคิดฟิตเนสแห่งอนาคตที่เปลี่ยนการออกกำลังกายให้เป็นประสบการณ์สุดเร้าใจ ภายในสตูดิโอที่ได้แรงบันดาลใจจากไนต์คลับ ผู้เข้าร่วมจะได้ปลดปล่อยพลังผ่านคลาส “Dark Beat Boxercise” ท่ามกลางจังหวะดนตรีสดจากดีเจ สร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและเปี่ยมด้วยพลังไม่ต่างจากค่ำคืนบนฟลอร์เต้นรำ
    สมาชิกแมริออท บอนวอย สามารถใช้คะแนนสะสมเพื่อร่วมประมูลหนึ่งใน 10 แพ็กเกจสุดพิเศษ โดยประสบการณ์จะเริ่มต้นด้วยคลาสต่อยมวยสุดมันส์ความยาว 1 ชั่วโมง ที่ผสานการออกกำลังกายเข้ากับเสียงดนตรีได้อย่างลงตัว เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้พื้นฐานการชกมวย พร้อมกระตุ้นร่างกายและปลุกทุกประสาทสัมผัสให้ตื่นตัวไปตลอดกิจกรรม

    หลังจบคลาส ผู้เข้าร่วมจะได้โดยสารรถบัสสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของย่านทองหล่อ เพื่อสัมผัสบรรยากาศของย่านสุดฮิปแห่งนี้ ก่อนเดินทางสู่โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น เพื่อเพลิดเพลินกับอาหารว่างและปาร์ตี้มัทฉะสุดพิเศษ ณ ห้องอาหารเอกะลักษณ์ (EKKALUCK) หนึ่งในห้องอาหารยอดนิยมของโรงแรมที่ได้รับคะแนนรีวิวโดดเด่นบน Tripadvisor พร้อมรับของที่ระลึกสุดพิเศษกลับบ้านเป็นความทรงจำจากประสบการณ์อันน่าประทับใจครั้งนี้ โดยแพ็กเกจเริ่มต้นเพียง 5,000 คะแนนแมริออท บอนวอย

    นอกจากนี้ ยังมีแพ็กเกจพิเศษจำนวน 3 แพ็กเกจ ที่รวมการเข้าพัก 1 คืน ณ โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น พร้อมอาหารเช้าแบบสดใหม่ไม่อั้น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์ของย่านทองหล่ออย่างเต็มที่ ก่อนร่วมสนุกกับกิจกรรมที่ Splash Box และปิดท้ายวันด้วยอาหาร เครื่องดื่ม และของที่ระลึกสุดพิเศษ โดยแพ็กเกจพร้อมที่พักเริ่มต้นเพียง 25,000 คะแนนแมริออท บอนวอยเท่านั้น โดยเปิดให้ร่วมประมูลระหว่างวันนี้ – 7 สิงหาคม 2569
    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส และการร่วมประมูลประสบการณ์สุดพิเศษครั้งนี้ สามารถเยี่ยมชมได้ที่นี่. (https://moments.marriottbonvoy.com/en-us/moments/collection/1188)