Admin

  • Automotive - Event - Lifestyle

    LEPAS AURA เปิดตัวครั้งแรกของโลกในงาน Global Elegance Night ขับเคลื่อนวิวัฒนาการแห่ง Leopard Aesthetics ด้วยพลังแห่งธรรมชาติ

    LEPAS เปิดตัว AURA เป็นครั้งแรกของโลกในงาน Global Elegance Night ภายใต้มหกรรม LEPAS Global Elegant Lifestyle Week ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก งานนี้เป็นการเผยโฉมรถยนต์ต้นแบบ (Concept Car) ของ LEPAS สู่สายตาชาวโลกอย่างเป็นทางการ AURA ถือกำเนิดจากปรัชญา “Natural Energy” ของ LEPAS และถ่ายทอดสุนทรียะแห่งเสือดาว (Leopard Aesthetics) ผ่านแนวคิด Future-Inspired Design โดยผสานสัดส่วนอันโดดเด่น พื้นผิวโค้งลื่นไหล และระบบไฟส่องสว่าง เข้ากับอัตลักษณ์การออกแบบใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้ปรับแต่งตามรสนิยมส่วนบุคคล เพื่อร่วมสำรวจอนาคตแห่งการเดินทางอย่างสง่างาม (Future of Elegant Mobility)

    พลังแห่งธรรมชาติ ถ่ายทอดผ่านความสุขุมมั่นคง

    “ความสง่างามไม่ได้เกิดจากการประดับตกแต่ง แต่เกิดจากความสุขุมมั่นคง” อีวาน ดูลาโนวิช (Ivan Dulanović) หัวหน้านักออกแบบของ LEPAS กล่าว เขาระบุคุณลักษณะสำคัญสามประการที่นิยามตัวตนของ AURA ได้แก่ ความสง่างาม ความมั่นใจ และความลึกลับน่าค้นหา คุณลักษณะเหล่านี้ปรากฏผ่านสัดส่วน พื้นผิว และรายละเอียดอันประณีตของตัวรถ

    ทีมออกแบบศึกษาการถ่ายน้ำหนักตัวและการเกร็งกล้ามเนื้อของเสือดาว ทั้งในขณะพัก ขณะย่องเข้าหาเหยื่อ และขณะวิ่งทะยาน แรงบันดาลใจนี้ถ่ายทอดสู่ฐานล้อที่ยาว ระยะยื่นหน้าและหลังที่สั้น และช่วงล้อที่กว้าง ส่งผลให้ตัวรถมีบุคลิกมั่นใจและหนักแน่นมั่นคงบนท้องถนน เส้นไหล่ที่เด่นชัดสะท้อนความแข็งแกร่งของมัดกล้ามเสือดาว ส่วนพื้นผิวอันลื่นไหลและแววตาของไฟหน้าสร้างความรู้สึกสุขุมและลึกลับน่าค้นหา รายละเอียดทั้งหมดนี้ผสานกันจนเกิดเป็นพลังอันสงบนิ่งแต่ทรงอานุภาพแห่ง Leopard Aesthetics

    AURA ยังคงสืบทอดแนวคิดการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องกระเบื้องเคลือบ (Porcelain-inspired Design) อันเป็นเอกลักษณ์ของ LEPAS ตัวรถมีปริมาตรที่ปั้นแต่งอย่างประณีตและพื้นผิวที่ลื่นไหล เคลือบด้วยผิวเงางามซึ่งช่วยขับเน้นรูปทรง แรงตึงของพื้นผิวที่ทำงานร่วมกับเส้นสายอันพลิ้วไหวทำให้รูปทรงกว้างมั่นคงนี้แข็งแกร่งและประณีตไปพร้อมกัน นอกจากนี้ ช่องทางลมแบบผสานรวม (Integrated Air Channels) ที่ทอดตามแนวโค้งของตัวถังยังช่วยกำหนดทิศทางการไหลของอากาศ หลอมรวมความงามเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างลงตัว

    อัตลักษณ์การออกแบบใหม่ ที่สะท้อนความเป็นตัวคุณ

    ด้านหน้าใหม่ของ AURA หลอมรวมกระจังหน้าทรงโค้งมนและช่องรับอากาศด้านข้างจากการออกแบบเดิมให้เป็นพื้นผิวสีดำเรียบเนียนเพียงหนึ่งเดียว ผลลัพธ์คือรูปลักษณ์ที่กลมกลืนและเรียบหรูอย่างมีระดับ ไฟหน้า Leopard อันเป็นเอกลักษณ์ได้แรงบันดาลใจจากดวงตาของเสือดาว มอบรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและจดจำได้ในทันทีให้แก่ LEPAS ดูลาโนวิชอธิบายว่า ทั้งด้านหน้าใหม่และลายเซ็นแสงไฟนี้จะถูกนำไปใช้กับรถยนต์ LEPAS รุ่นต่อ ๆ ไป เพื่อสร้างภาษาการออกแบบที่เป็นหนึ่งเดียวทั่วทั้งแบรนด์

    นอกจากการวางรากฐานอัตลักษณ์การออกแบบใหม่แล้ว ด้านหน้ารถยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ปรับแต่งในแบบของตนเอง AURA สำรวจการใช้กราฟิก แสงไฟ และภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอด้านหน้าเพื่อสะท้อนสไตล์และอารมณ์ที่หลากหลาย ส่วนหน้าจอด้านหลังทรงวงรีช่วยให้ผู้ใช้ปรับแต่งการแสดงผลไฟท้ายได้ตามต้องการ ตัวรถยังคงรักษาเงาร่างอันเป็นเอกลักษณ์ของ LEPAS ไว้ ขณะที่ระบบไฟและกราฟิกที่ปรับเปลี่ยนได้เปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้แสดงความเป็นตัวตน ความสมดุลระหว่างอัตลักษณ์ของแบรนด์และการแสดงออกส่วนบุคคลนี้สะท้อนปรัชญาของ LEPAS ซึ่งให้คุณค่ากับความมั่นใจอย่างสงบนิ่งและการใช้ชีวิตในจังหวะของตนเอง

    สามเฉดสี สามนิยามแห่งความสง่างาม

    สีตัวถังทั้งสามของ AURA ได้แรงบันดาลใจจากภูมิทัศน์ธรรมชาติในแต่ละช่วงเวลาของวัน ตั้งแต่ความอบอุ่นยามรุ่งอรุณ ความสดใสยามเที่ยงวัน ไปจนถึงความลุ่มลึกยามสนธยา แต่ละสีมอบบุคลิกเฉพาะตัวให้กับงานออกแบบเดียวกัน

    Dawn Pearl ได้แรงบันดาลใจจากรุ่งอรุณแห่งตาฮีตี เมื่อแสงแรกของวันอาบไล้ผืนแผ่นดินด้วยโทนสีชมพูนวลละมุน Bacalar Blue ได้แรงบันดาลใจจากผืนน้ำยามเที่ยงวันของทะเลสาบบาคาลาร์ สีนี้ไล่เฉดระหว่างน้ำเงินเข้มและเทอร์ควอยซ์ใส ให้ความรู้สึกสดชื่นและปลอดโปร่ง ส่วน Provence Twilight ถ่ายทอดภาพทุ่งลาเวนเดอร์ยามอาทิตย์อัสดง ด้วยโทนน้ำเงินอมม่วงที่ค่อย ๆ ลุ่มลึกขึ้นจนชวนให้รู้สึกลึกลับน่าค้นหา

    ทั้งสามเฉดสีสะท้อนว่าความสง่างามปรากฏได้หลากหลายรูปแบบตามแสงและภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไป และยังช่วยให้ผู้ใช้แสดงออกถึงสไตล์ส่วนตัวได้มากขึ้น

    AURA ผสานอัตลักษณ์การออกแบบอันโดดเด่นของ LEPAS เข้ากับอิสระในการแสดงรสนิยมและสไตล์เฉพาะตัวของผู้ใช้ การสำรวจด้านสัดส่วน พื้นผิว แสงไฟ และสีสันของ AURA จะเป็นแรงบันดาลใจให้งานออกแบบของ LEPAS ในอนาคต และจะส่งต่อการตีความใหม่ของ “Drive Your Elegance” สู่ยนตรกรรมเจเนอเรชันถัดไปของแบรนด์

    LEPAS Call Center โทร. 02-007-2077
    Facebook: LEPAS Thailand
    เว็บไซต์: lepasthailand.com
    LINE Official: @lepasthailand

    ติดต่อเป็นตัวแทน คุณรัฐกร เจ็งบำเพ็ญทาน โทร 091-5539969
    สอบถามเพิ่มเติมข้อมูลการตลาด คุณพัสตร์ดากานต์ รังสิโรจน์ โทร 098-7879291
    ติดตามข้อมูลข่าวสาร Facebook: Lepas Thailand, Instragram: Lepas.Thailand
    https://lepasthailand.com/

  • Awards - Beauty - Wellness

    นิตยสาร HELLO! ประเทศไทย จัดงาน HELLO! Best Beauty & Wellness Awards 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 เปิดยุคใหม่แห่งความงาม “The New Era of Beauty” เชื่อมการดูแลตัวเองสู่สุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี

    นิตยสาร HELLO! ประเทศไทย จัดงาน HELLO! Best Beauty & Wellness Awards 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 เชิดชูผลิตภัณฑ์ แบรนด์ และบริการด้านความงามและสุขภาพ ภายใต้แนวคิด “The New Era of Beauty” สะท้อนนิยามความงามที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวพรรณ ร่างกาย จิตใจ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว พร้อมเผยผลสำรวจมุมมองและพฤติกรรมการดูแลตัวเองของเหล่าเซเลบริตี้ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย และการเลือกสิ่งที่เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยงานจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมแฟร์มอนต์ แบงค็อก สุขุมวิท

    ภายในงาน คุณเกษสุดา มาระวิชัย บรรณาธิการบริหารนิตยสาร HELLO! ประเทศไทย กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ พร้อมด้วย คุณพลอยดี จันทรสมบูรณ์ Social Director and Digital Managing Editor ร่วมให้การต้อนรับพันธมิตรและตัวแทนแบรนด์ด้านความงามและสุขภาพ โดยมี คุณหนิง-ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา จีระแพทย์ รับหน้าที่พิธีกร พาผู้ร่วมงานค้นพบผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้รับการคัดเลือกในปีนี้ ตลอดจนมุมมองใหม่ของการดูแลตัวเองที่เชื่อมโยงความงามเข้ากับวิถีชีวิตอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นแนวคิด “The New Era of Beauty” ถ่ายทอดการเปลี่ยนแปลงของโลกความงามที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองอย่างรอบด้าน ตั้งแต่สกินแคร์ เมคอัพ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและร่างกาย น้ำหอม ไปจนถึงบริการด้านเวลเนสและนวัตกรรมสุขภาพ โดยมองว่าการดูแลตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละช่วงวัย

    ผลสำรวจของ HELLO! ในกลุ่มเซเลบริตี้สะท้อนว่า 60% ให้ความสำคัญกับสกินแคร์เป็นอันดับแรก ขณะเดียวกัน ความสนใจด้านสุขภาพได้ขยายไปสู่การดูแลเชิงป้องกันและคุณภาพชีวิตระยะยาว โดย 56% ต้องการเห็นโปรแกรมชะลอวัยและดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาวมากขึ้น และ 50% สนใจโปรแกรมป้องกันปัญหาสุขภาพก่อนเกิดโรค สะท้อนทิศทางการดูแลตัวเองที่เชื่อมความงามภายนอกกับสุขภาพจากภายในมากขึ้น

    อีกประเด็นสำคัญคือความเชื่อมั่นในการเลือกบริการด้านสุขภาพ โดย 80% ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ตามด้วย 53% ที่พิจารณาความปลอดภัยของโปรแกรมหรือเทคโนโลยี และ 35% ที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่สามารถวัดหรือประเมินได้ ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า แม้นวัตกรรมจะเพิ่มทางเลือกในการดูแลตัวเอง แต่ความเชี่ยวชาญและข้อมูลที่น่าเชื่อถือยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจ
    ในโอกาสนี้ คุณภาพพริ้ม บุรีรักษ์ Senior Beauty Writer นิตยสาร HELLO! ประเทศไทย ร่วมถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับ “The New Trust” และ “The New Research Tool” โดยกล่าวถึงบทบาทของสื่อสังคมออนไลน์และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ หัตถการ และการดูแลสุขภาพได้สะดวกขึ้น พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และบทบาทร่วมกันของสื่อ ผู้เชี่ยวชาญ และแบรนด์ในการสื่อสารอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่เหมาะสมและปลอดภัย
    สำหรับ HELLO! Best Beauty & Wellness Awards 2026 แบ่งรางวัลหลักเป็น Editors’ Choice ซึ่งคัดสรรโดยกองบรรณาธิการความงามนิตยสาร HELLO! ประเทศไทย และ Celebrities’ Choice ซึ่งมาจากการสำรวจพฤติกรรมและความชื่นชอบของเหล่าเซเลบริตี้ พร้อมรางวัลด้านเวลเนสและคลินิกในกลุ่ม Editors’ Choice & Celebrities’ Choice โดยมีผู้ได้รับรางวัลในหมวดต่าง ๆ ดังนี้

    กลุ่มรางวัล Editors’ Choice
    หมวด The Best of Skincare

    • The Best First Care Serum: Sulwhasoo — First Care Activating Serum VI
    • The Best Face Balm: Riviera Suisse — Face Balm Night VI
    • The Best Sunscreen: Riviera Suisse — Swiss Snow White Sunscreen SPF50+ PA++++
    • The Best Intensive Treatment: Augustinus Bader — The Elixir
    • The Best Day & Night Cream: MENARD — Authent Cream A

    หมวด The Best of Makeup

    • The Best Powder: Huda Beauty — Easy Bake Pressed Powder 2.0
    • The Best Highlighter: Charlotte Tilbury — Unreal Highlighter Fresh Healthy Glow Stick
    • The Best Blush: Kosas — Impressionist Lip + Cheek Multistick
    • The Best Lip Care: Tatcha — The Melting Lip Balm

    หมวด The Best of Personal Care

    • The Best Shampoo and Conditioner: Moroccanoil — Moisture Repair Shampoo & Conditioner
    • The Best Scalp Serum: Milbon — Enhancing Vivacity Essence
    • The Best Leave-In Treatment: Aveda — One for All Leave-In Elixir

    หมวด Best of Thai Brands

    • The Best Liquid Collagen: Madame Louise — Liquid Collagen
    • The Best Body Butter: ERB — Glow Again Body Butter EX
    • The Best Hand Wash: RATI — Khaolak 11 Body Wash
    • The Best Body Oil: Antidotes — Soft Touch Body Oil
    • The Best Sunscreen: MizuMi — UV Aqua Lock Serum Sunscreen SPF50+ PA++++
    • The Best Mascara: TWENTYWENDY — Be Kind to Cry Mascara

    กลุ่มรางวัล Editors’ Choice & Celebrities’ Choice
    สาขา Best of Wellness

    • The Elemental Wellness Journey: THE BARAI HUA HIN
    • The Destination for Holistic Wellbeing: Anantara Layan Phuket
    • The One-Stop Destination for Rehabilitation: PYONG Rehabilitation Center
      หมวด Best of Clinic
    • Rising Star Aesthetic Clinic: Dermatige Clinic
    • The Signature in Aesthetics Care: The Klinique
    • The Most Trusted Clinic for Satisfaction and Transparency in Facial Lifting: Laser Bank Clinic
    • The Signature Body Sculpting Mastercraft: Majestic Clinic
    • The Most Trusted Innovative Supplement Program: Vita Lab
    • The Outstanding Skin Tightening Program with Oligio X: Oligio
    • The Signature Gold Standard Experience for Skin Tightening: House of Welle
    • The Signature Innovation in Aesthetic Technology: Paragon Care

    กลุ่มรางวัล Celebrities’ Choice
    หมวด The Best of Skincare

    • The Best Face Mask: Banobagi — Damage Skin Premium Mask
    • The Best Serum: La Prairie — Skin Caviar Liquid Lift
    • The Best Moisturizer: Dior — L’Or de Vie La Crème
    • The Best Night Cream: Helena Rubinstein — Replasty Age Recovery Night Cream
    • The Best Eye Cream: Clé de Peau Beauté — Eye Contour Cream Supreme
    • The Best Sunscreen: SHISEIDO — Perfect Sun Protector Lotion

    หมวด The Best of Makeup

    • The Best Facial Mist: Anua
    • The Best Foundation: Guerlain — Pure Gold Skin Serum Foundation
    • The Best Eyebrows: Anastasia Beverly Hills — ArchiBrow Brow Pencil
    • The Best Highlighter: Hourglass
    • The Best Blush On: Gucci Beauty — Glow Dewy Powder Blush
    • The Best Lipstick: Burberry Beauty — Burberry Brit Shine Lipstick

    หมวด The Best of Personal Care

    • The Best Shampoo & Conditioner: OLAPLEX — No.4 & No.5 Bond Maintenance
    • The Best Scalp Serum: OUAI — Scalp Serum
    • The Best Fragrance: Diptyque — Orphéon Eau de Parfum
    • The Best Body Oil: Clarins — Tonic Body Treatment Oil
    • The Best Body Lotion: CeraVe — Moisturising Lotion

    งานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Fairmont Bangkok Sukhumvit, Porsche และ Antidotes ร่วมสร้างประสบการณ์แห่งความงามและสุขภาพ พร้อมตอกย้ำบทบาทของ HELLO! ประเทศไทยในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และมุมมองการดูแลตัวเอง เพื่อให้ผู้อ่านค้นพบทางเลือกที่เหมาะกับตนเอง และก้าวสู่ “The New Era of Beauty” ด้วยความเข้าใจในความงาม สุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่เชื่อมโยงกัน

    HELLOMagazineThailand

    HELLOBestBeautyandWellness2026

    TheNewEraofBeauty

  • Dining - Food - Hotel

    ดื่มด่ำรสชาติและกลิ่นอายเมืองเก่าปีนัง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป พาคุณสัมผัสความประทับใจผ่านที่พักคุณภาพจากอมารีและโอโซ่

    ชาร์ก๋วยเตี๋ยวหอมกลิ่นกระทะ ข้าวราดแกงเครื่องเทศเข้มข้น และเชนดอลเย็น ๆ ระหว่างเดินเที่ยวในย่านเมืองเก่า ล้วนเป็นรสชาติที่ชวนให้ทำความรู้จักกับ “ปีนัง” เมืองมรดกโลกที่มีวัฒนธรรมอาหารเป็นเอกลักษณ์ เสน่ห์ไม่ได้อยู่เพียงในรสชาติ แต่อยู่ที่การได้เห็นวิธีปรุง พูดคุยกับคนท้องถิ่น และลองชิมเมนูที่ไม่เคยรู้จัก ให้แต่ละมื้อกลายเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ของการเดินทาง

    ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) ชวนค้นพบเสน่ห์ของปีนังผ่าน โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง (OZO George Town Penang) และอมารี สไปซ์ ปีนัง (Amari SPICE Penang) ตั้งแต่การเริ่มต้นวันด้วยมื้ออร่อยในบรรยากาศเป็นกันเอง ก่อนออกไปสำรวจจอร์จทาวน์ที่เต็มไปด้วยสีสันและวัฒนธรรมท้องถิ่น ไปจนถึงการออกไปลิ้มลองอาหารหลากหลายที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมือง โดยทั้งสองโรงแรมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสวัฒนธรรมอาหารของปีนังควบคู่ไปกับประสบการณ์การเข้าพักที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว

    สำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นวันด้วยรสชาติท้องถิ่น โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง บนถนนอาร์ไกล์ (Jalan Argyll) มีห้องอาหารอีท (EAT) บนชั้น 21 ให้บริการทั้งมื้อเช้าและมื้อกลางวัน พร้อมวิวเมืองจากมุมสูงและตัวเลือกอาหารมาเลเซียควบคู่กับเมนูนานาชาติ เมนูแนะนำมีทั้ง OZO Char Koay Teow หรือชาร์ก๋วยเตี๋ยว เส้นแบนผัดแบบมาเลเซีย และนาซีเลอมัก (Nasi Lemak) ข้าวหุงกะทิเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง ให้ผู้เข้าพักได้ลองทำความรู้จักกับรสชาติท้องถิ่น ขณะที่ผู้ร่วมโต๊ะยังเลือกเมนูที่คุ้นเคยได้ตามความชอบ

    แต่เสน่ห์ของอาหารปีนังไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโรงแรม เพราะแม้จะเป็นเมนูเดียวกัน แต่ละร้านก็มีวิธีปรุงและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ต่างกัน ที่โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง OZO Connector ทีมงานที่พร้อมพูดคุยและแบ่งปันคำแนะนำเกี่ยวกับอาหารและวัฒนธรรมท้องถิ่น จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเข้าพัก ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำร้านที่น่าลองหรือช่วยให้ผู้เข้าพักกล้าออกไปค้นหารสชาติใหม่ ๆ ด้วยตัวเอง ขณะเดียวกัน ทีมงานยังใส่ใจรับฟังความต้องการด้านอาหารและประสานงานกับครัว เพื่อให้มื้ออาหารเหมาะกับผู้เข้าพักแต่ละคน

    เมื่อออกไปสำรวจเมือง อยากชวนให้ลองทำความรู้จัก นาซีกันดาร์ (Nasi Kandar) ข้าวที่รับประทานคู่กับแกงและกับข้าวหลากชนิด โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศ หรือ อาซัมลักซา (Asam Laksa) ก๋วยเตี๋ยวน้ำซุปปลารสเปรี้ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก่อนปิดท้ายด้วยเชนดอล (Chendol) ของหวานเส้นแป้งสีเขียวที่เสิร์ฟพร้อมกะทิ น้ำตาล และน้ำแข็งไส โดยถนนเลอบูห์เก็งกวี (Lebuh Keng Kwee) ใกล้ถนนปีนัง (Jalan Penang) เป็นอีกจุดที่น่าแวะระหว่างเดินเที่ยวจอร์จทาวน์

    ไม่ว่าจะเริ่มต้นวันด้วยมื้อเช้าพร้อมชมวิวเมืองจากโรงแรม หรือออกไปเดินเล่นและแวะชิมอาหารตามร้านท้องถิ่น ทุกช่วงเวลาล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเข้าพักที่โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง ที่ผสมผสานความสะดวกสบาย บรรยากาศเป็นกันเอง และโอกาสในการทำความรู้จักเมืองผ่านรสชาติอาหารและเรื่องราวระหว่างทาง ให้ผู้เข้าพักได้ค้นพบเสน่ห์ของปีนังในแบบของตัวเอง
    ขณะที่ อมารี สไปซ์ ปีนัง ชวนนักเดินทางทำความรู้จักกับวัฒนธรรมอาหารผ่านห้องอาหารอมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ (Amaya Food Gallery) ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากตลาดอาหารและร้านฮอว์เกอร์ในเอเชีย ถ่ายทอดบรรยากาศผ่านแผงอาหารและครัวเปิดที่ให้ผู้รับประทานได้เห็นการปรุงอาหารอย่างใกล้ชิด สร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาและชวนให้เพลิดเพลินกับมื้ออาหาร

    เมนูของอมาญาผสมผสานรสชาติจากปีนัง มาเลเซีย และประเทศต่างๆ ในเอเชีย เข้ากับอาหารนานาชาติและกลิ่นอายอาหารไทย โดยมีชาร์ก๋วยเตี๋ยวสูตรปีนัง (Penang Char Koay Teow) เป็นหนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ที่นำรสชาติท้องถิ่นมาเสิร์ฟในบรรยากาศร่วมสมัย ให้ผู้รับประทานได้สัมผัสเสน่ห์ของอาหารปีนังผ่านรสชาติและเอกลักษณ์ของเมนูที่ปรุงสดใหม่
    ด้วยตัวเลือกอาหารที่หลากหลายและบรรยากาศที่ชวนให้นั่งใช้เวลาร่วมกัน อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ จึงเหมาะทั้งสำหรับผู้ที่อยากลองรสชาติท้องถิ่นและผู้ที่ชื่นชอบอาหารนานาชาติ มื้ออาหารจึงกลายเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนได้แบ่งปันความชอบและเพลิดเพลินไปกับเสน่ห์ของวัฒนธรรมอาหารเอเชียร่วมกัน

    อมารี สไปซ์ ปีนัง ตั้งอยู่ในย่านบายัน เลอปัส (Bayan Lepas) สำหรับผู้ที่ต้องการออกไปสำรวจร้านอาหารและย่านเมืองเก่าในจอร์จทาวน์ สามารถวางแผนเดินทางด้วยรถยนต์หรือบริการเรียกรถ โดยมี Amari Host พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับเส้นทางและการเดินทาง ช่วยให้ผู้เข้าพักวางแผนออกไปสัมผัสสีสันและวัฒนธรรมอาหารของปีนังได้สะดวกยิ่งขึ้น

    ไม่ว่าจะเป็นการออกไปค้นหาร้านอาหารใหม่ ๆ ตามคำแนะนำของทีม OZO Connector หรือ Amari Host หรือการใช้เวลาร่วมกันพร้อมลิ้มลองอาหารที่ห้องอาหารอีท (EAT) และอมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ (Amaya Food Gallery) ประสบการณ์จากทั้งสองโรงแรมเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสปีนังในหลากหลายมิติ ทั้งรสชาติอาหาร ผู้คน และบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์ สะท้อนแนวคิด “More of What You Love” ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์หลากหลายระหว่างการเดินทาง เพื่อให้ผู้เข้าพักได้ใช้เวลากับสิ่งที่ชื่นชอบ ค้นพบเสน่ห์ใหม่ ๆ ของจุดหมายปลายทาง และนำความทรงจำดีๆ กลับไป

  • Hotel - Lifestyle

    เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ค้นหาเรื่องราวความเชื่อและย่านเมืองเก่าสุดคลาสสิกของภูเก็ตและปีนัง

    ศรัทธาและความเชื่อเป็นส่วนหนึ่งที่หล่อหลอมเรื่องราวของจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย และเมืองจอร์จทาวน์ บนเกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย โดยสะท้อนผ่านศาสนสถาน ประเพณี และวิถีชีวิตของชุมชนที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น การออกเดินทางตามรอยสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จึงเป็นอีกวิธีในการทำความรู้จักตัวตนของทั้งสองจุดหมาย ก่อนต่อเนื่องไปสู่ย่านเมืองเก่า สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตที่สะท้อนการผสมผสานของวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งรอให้ค้นพบได้ตลอดทั้งปี

    ที่ภูเก็ต ลองเริ่มต้นทำความรู้จักเมืองจากศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง ในซอยภูธร บริเวณถนนระนอง หนึ่งในศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนชาวจีนและสถานที่สำคัญของประเพณีถือศีลกินผัก แม้จะมาเยือนนอกช่วงเทศกาล ศาลเจ้าแห่งนี้ก็ยังชวนให้แวะสักการะและชมรายละเอียดต่าง ๆ ก่อนออกไปเดินสำรวจย่านเมืองเก่า ซึ่งมีอาคารชิโนโปรตุกีสสีสันโดดเด่นเรียงรายอยู่ท่ามกลางร้านค้าและร้านอาหารที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน หากอยากทำความเข้าใจว่าชุมชนชาวจีนมีบทบาทต่อพัฒนาการของภูเก็ตอย่างไร พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัวบนถนนกระบี่จะช่วยเติมภาพประวัติศาสตร์ของเมืองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก่อนออกไปสัมผัสเสน่ห์ของอาหารท้องถิ่นผ่านเมนูอย่างหมี่ฮกเกี้ยนที่อยู่คู่กับภูเก็ตมาอย่างยาวนาน เรื่องราวของเมืองจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในศาลเจ้าหรืออาคารเก่า แต่ยังสืบเนื่องอยู่ในรสชาติอาหารและวิถีชีวิตที่ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน

    หลังจากใช้เวลาทำความรู้จักเมือง การพักผ่อนริมทะเลเป็นอีกมิติที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของภูเก็ต อมารี ภูเก็ต (Amari Phuket) ตั้งอยู่บริเวณปลายด้านใต้ของหาดป่าตองที่มอบความสงบและเป็นส่วนตัว พร้อมทิวทัศน์อ่าวและบรรยากาศชายฝั่งที่เหมาะแก่การผ่อนคลายหลังวันแห่งการสำรวจ ห้องพัก และพื้นที่ส่วนกลางได้รับการตกแต่งในสไตล์ไทยร่วมสมัยที่ผสานกันอย่างกลมกลืนเข้ากับเอกลักษณ์ท้องถิ่น ขณะที่การรับประทานอาหารพร้อมชมวิวทะเลและการดูแลผ่อนคลายที่บรีซ สปา (Breeze Spa) จะช่วยเติมเต็มช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการออกไปสำรวจย่านเมืองเก่าหรือค้นพบสถานที่อื่นๆ ในภูเก็ต Amari Host พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับเส้นทางและกิจกรรมที่น่าสนใจ เพื่อให้การเดินทางมีทั้งช่วงเวลาของการค้นพบและการพักผ่อนอย่างสมดุล

    ประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลาย ยังเป็นอีกเสน่ห์ของการพักผ่อนที่อมารี ภูเก็ต ตั้งแต่จิบน้ำชายามบ่ายที่ The TreePods พื้นที่รับประทานอาหารรูปทรงเรือที่ยกระดับอยู่ท่ามกลางแมกไม้ริมชายฝั่ง ชมพระอาทิตย์ตกพร้อมเครื่องดื่มและอาหารว่างที่สมุทร บาร์ (Samutr Bar) ไปจนถึงมื้อค่ำที่ห้องอาหารลา กริตต้า (La Gritta) ซึ่งนำเสนออาหารอิตาเลียน ทั้งพาสต้าโฮมเมดและอาหารทะเล พร้อมทิวทัศน์อ่าวป่าตอง แต่ละพื้นที่เปิดให้ผู้เข้าพักเลือกบรรยากาศได้ตามโอกาส ทั้งมื้ออาหารกับครอบครัว การนั่งพูดคุยอย่างผ่อนคลาย และช่วงเวลาพิเศษกับคนสำคัญ

    สำหรับผู้ที่ต้องการผสานการสำรวจเมืองเข้ากับกิจกรรมริมทะเล โอโซ่ ภูเก็ต (OZO Phuket) ทำเลใจกลางย่านกะตะเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้จัดสรรเวลาได้หลากหลายยิ่งขึ้น อาจเริ่มต้นวันด้วยอาหารเช้าที่ห้องอาหารอีท (EAT) ก่อนออกเดินทางไปตามรอยศาสนสถานและสำรวจย่านเมืองเก่า โดยมี OZO Connector คอยให้คำแนะนำสถานที่และเส้นทางตามความสนใจ เมื่อกลับมาที่โรงแรม บรรยากาศของสระว่ายน้ำและสไลเดอร์เปิดโอกาสให้ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน ขณะที่หาดกะตะซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 150 เมตร พร้อมมอบความสนุกกับกิจกรรมทางน้ำ หรือจะเลือกเดินเล่นและเพลิดเพลินกับบรรยากาศชายทะเล ห้องพักที่โอโซ่ถูกออกแบบมาเพื่อให้การนอนเป็นไปได้อย่างเต็มที่ พร้อมเริ่มต้นวันใหม่สำหรับการออกไปค้นพบประสบการณ์อีกมากมายในภูเก็ต

    จากภูเก็ตสู่จอร์จทาวน์ เมืองมรดกโลกบนเกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย การตามรอยศรัทธาเผยให้เห็นอีกมิติของวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยความเชื่อของชุมชนจีนยังคงเป็นส่วนสำคัญของเรื่องราวเมือง ขณะเดียวกัน ศาสนสถานของหลายศาสนาก็ตั้งอยู่ใกล้กัน สะท้อนประวัติศาสตร์การอยู่ร่วมกันของผู้คนต่างวัฒนธรรม จุดเริ่มต้นที่น่าสนใจคือวัดเจ้าแม่กวนอิม (Goddess of Mercy Temple หรือ Kuan Yin Temple) บนถนนจาลันมัสยิดกาปิตันเกอลิง (Jalan Masjid Kapitan Keling) ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดจีนที่เก่าแก่ที่สุดของปีนังและยังคงเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน รายละเอียดทางสถาปัตยกรรมภายในวัดชวนให้ย้อนมองเรื่องราวที่สืบทอดผ่านกาลเวลา ก่อนเดินชมศาสนสถานใกล้เคียง ทั้งโบสถ์เซนต์จอร์จ วัดฮินดูศรีมหามาเรียมมัน และมัสยิดกาปิตันเกอลิง ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณที่รู้จักกันในชื่อ Street of Harmony จากนั้นเดินทางต่อไปยังคูคองสี (Khoo Kongsi) อาคารสมาคมตระกูลคูที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและงานตกแต่งอันวิจิตร แล้วสำรวจอาร์เมเนียนสตรีท (Armenian Street) ที่เรียงรายด้วยอาคารเก่า ร้านค้า และงานศิลปะตามตรอกซอกซอย เสน่ห์ของจอร์จทาวน์จึงไม่ได้อยู่เพียงในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่ยังปรากฏผ่านอาคารที่ยังมีชีวิต ร้านรวงที่เปิดต้อนรับผู้คน และวิถีชีวิตที่ดำเนินต่อเนื่องท่ามกลางย่านเมืองเก่า

    โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง (OZO George Town Penang) บนถนนอาร์ไกล์ (Jalan Argyll) เป็นจุดพักที่สะดวกสำหรับการออกไปสำรวจเมืองและกลับมาพักผ่อนระหว่างวัน ผู้เข้าพักสามารถขอคำแนะนำจาก OZO Connector เพื่อวางแผนเส้นทางตามความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจมรดกทางวัฒนธรรม ชมสถาปัตยกรรม หรือค้นหาร้านอาหารท้องถิ่นที่สะท้อนรสชาติของปีนัง หลังจากใช้เวลาเดินชมเมือง สระว่ายน้ำสแปลช (SPLASH) พร้อมทิวทัศน์จากมุมสูงเป็นพื้นที่สำหรับผ่อนคลาย ขณะที่ห้องพักช่วยเติมเต็มการพักผ่อนด้วยเตียงนุ่มสบายและม่านทึบแสง ให้พร้อมต้อนรับเช้าวันใหม่อย่างสดชื่น โดยมีห้องอาหารอีท (EAT) บนชั้น 21 ให้บริการอาหารเช้าพร้อมทิวทัศน์ของเมืองจากมุมสูง ก่อนออกไปสัมผัสเสน่ห์ของจอร์จทาวน์ในมุมที่แตกต่างออกไป

    ไม่ว่าจะเป็นการทำความรู้จักศรัทธาและวิถีชีวิตของชุมชนในภูเก็ต การเดินชมสถาปัตยกรรมและศาสนสถานหลากวัฒนธรรมในจอร์จทาวน์ หรือการสลับช่วงเวลาของการสำรวจเมืองเข้ากับการพักผ่อนริมทะเล แต่ละจุดหมายมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน และเปิดโอกาสให้ผู้เดินทางเลือกสัมผัสประสบการณ์ได้ตามความสนใจ แนวทางนี้สอดคล้องกับแนวคิด “More of What You Love” ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่มุ่งเชื่อมโยงเสน่ห์ของจุดหมายเข้ากับประสบการณ์การเข้าพัก เพื่อให้ทุกการเดินทางมีความหมายมากกว่าการไปเยือนสถานที่ใหม่ แต่เป็นโอกาสในการทำความเข้าใจผู้คน วัฒนธรรม และเรื่องราวที่ทำให้แต่ละเมืองมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

  • IT-Technology - Lifestyle - News

    Apple Store ICONSIAM ต้อนรับการวางจำหน่าย iPhone Duo อย่างเป็นทางการ

    Apple Store ICONSIAM ต้อนรับการวางจำหน่าย iPhone Duo อย่างเป็นทางการ โดยได้รับความสนใจจากลูกค้าและสาวก Apple ที่เดินทางมารับเครื่องและทดลองใช้งานนวัตกรรมจอพับล่าสุดของ Apple ภายในร้าน

    iPhone Duo นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Apple ในการขยายประสบการณ์การใช้งาน iPhone ด้วยดีไซน์แบบพับได้ที่ผสานความสะดวกในการพกพาเข้ากับพื้นที่การใช้งานขนาดใหญ่ เมื่อกางออก ผู้ใช้งานจะได้สัมผัสกับจอภาพ Super Retina XDR แบบพับได้ขนาด 7.6 นิ้ว ซึ่งเป็นจอภาพ iPhone ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ Apple เคยนำเสนอ ขณะที่จอภาพด้านนอกขนาด 5.4 นิ้ว ยังคงมอบความสะดวกในการเข้าถึงฟังก์ชันต่าง ๆ ในรูปแบบที่คุ้นเคย

    ภายใน Apple Store ICONSIAM ลูกค้าได้ร่วมสัมผัสและทดลองใช้งาน iPhone Duo อย่างใกล้ชิด พร้อมสำรวจความสามารถของหน้าจอพับที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการรับชมคอนเทนต์ การติดต่อสื่อสาร หรือการใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ บนหน้าจอขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน

    นอกจากการเป็นแลนด์มาร์กสำคัญสำหรับผู้ใช้งาน Apple ในประเทศไทยแล้ว Apple Store ICONSIAM สาขาแรกในประเทศไทย ยังโดดเด่นด้วยงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่เชื่อมโยงพื้นที่ภายในร้านเข้ากับทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างกลมกลืน จนกลายเป็นหนึ่งใน Apple Store ที่ได้รับความสนใจจากทั้งผู้ใช้งานชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    การวางจำหน่าย iPhone Duo ในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ Apple Store ICONSIAM ในฐานะพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสเทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุดของ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่เชื่อมโยงการออกแบบ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวของแลนด์มาร์กสำคัญของไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยา

  • Dining - Food

    “ONYX Dining × ChaTraMue” เปิดมิติใหม่ของประสบการณ์ชาไทยผสานเสน่ห์รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านอาหารและบริการยกระดับ Thai Tea Experience สู่ Destination Dining

    ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป(ONYX Hospitality Group) บริษัท บริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค เดินหน้าต่อยอดวิสัยทัศน์ด้านธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มผ่าน ONYX Dining ผนึกพลังความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ ชาตรามือ(ChaTraMue) แบรนด์ชาไทยที่มีความผูกพันกับผู้บริโภคมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2468 เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มรูปแบบใหม่ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านอาหารและเครื่องดื่มของ ONYX Dining กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มภายใต้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มาผสานเข้ากับเอกลักษณ์และความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ชาภายใต้แบรนด์ ChaTraMue เพื่อร่วมสร้างสรรค์เมนูของหวานและเครื่องดื่มใหม่ๆ ที่ผสานรสชาติอันคุ้นเคยเข้ากับแนวคิดและประสบการณ์ร่วมสมัย ถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ อมารี(Amari) โอโซ่(OZO) ชามา(Shama) และ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์(Oriental Residence) ได้อย่างน่าสนใจ

    “ONYX Dining × ChaTraMue Collaboration” เป็นการร่วมมือภายใต้กลยุทธ์ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่น่าจดจำให้กับนักเดินทาง และยังเป็นหนึ่งในแคมเปญการเฉลิมฉลองเนื่องในวาระครบรอบ 60 ปีของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ภายใต้แนวคิด More of what you love รวมถึงวาระครบรอบ 80 ปี ของชาตรามือ
    ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของสองแบรนด์ไทยที่มีรากฐานและความผูกพันกับความเป็นไทยเข้าด้วยกัน โดยชาตรามือ นำเสนอรสชาติอันคุ้นเคยและอยู่ในความทรงจำของคนไทยมาช้านาน ขณะที่ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป นำความเชี่ยวชาญด้านอาหาร การบริการ และการสร้างสรรค์ประสบการณ์ มาต่อยอดรสชาติที่คุ้นเคยให้เกิดเป็นเมนูและกิจกรรมในรูปแบบใหม่ๆ จากความคุ้นเคยจึงกลายเป็นโอกาสให้ผู้เข้าพักและลูกค้าของทั้งสองแบรนด์ได้ลองสัมผัสชาไทยในมุมที่แตกต่างออกไป ผ่านทั้งของหวาน เครื่องดื่ม ไลฟ์สไตล์ และการบริการ ทำให้สิ่งที่คุ้นเคยกลับมาน่าสนใจอีกครั้งในบริบทของการใช้ชีวิตและการเดินทางในวันนี้

    คุณพรทิพย์ เป้าทอง รองประธานกรรมการแผนกการตลาด ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ ONYX Dining ที่มองธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเป็นมากกว่าส่วนประกอบของโรงแรม แต่เป็นหนึ่งในพลังสำคัญในการสร้างเอกลักษณ์ให้กับแต่ละแบรนด์และเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนต่างอยากมาลิ้มลอง โดยมุ่งพัฒนาประสบการณ์ที่สามารถดึงดูดผู้คนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ และสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจในระยะยาว
    “เราเชื่อว่าอาหารและเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้คนตัดสินใจเดินทางมายังจุดหมายปลายทางนั้น และเป็นความทรงจำที่ทำให้พวกเขาอยากกลับมาอีกครั้ง นี่จึงเป็นทิศทางที่เรามุ่งพัฒนา ONYX Dining ให้ก้าวไปไกลกว่าการนำเสนอเมนูที่มีคุณภาพ เพื่อรังสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่มีเรื่องราวและโดดเด่นในแต่ละจุดหมายปลายทาง ดังนั้นความร่วมมือกับชาตรามือ ซึ่งเป็นแบรนด์ไทยที่มีเอกลักษณ์และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์ดังกล่าว พร้อมสร้างสรรค์เหตุผลใหม่ๆ ให้ทั้งนักเดินทางและผู้บริโภคในพื้นที่อยากเข้ามาสัมผัส และกลับมาใช้บริการกับเราอย่างต่อเนื่อง”

    สำหรับชาตรามือ คุณเศรษฐิกิจ เรืองฤทธิเดช ผู้บริหาร บริษัท ชาไทย อินเตอร์แนชั่นเนล จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างชาตรามือ และออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่เราได้ก้าวเข้ามาทำงานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม Hospitality อย่างเต็มรูปแบบ และถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำศักยภาพของชาตรามือที่สั่งสมมายาวนาน มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้าน Hospitality ของกลุ่มออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ฯ เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักเดินทางยุคใหม่ เราเชื่อว่าการผนึกกำลังครั้งนี้จะนำความเชี่ยวชาญและจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์มารวมกันจะช่วยเปิดมิติใหม่ให้กับชาไทย นำบุคลิกที่โดดเด่นของชาแต่ละชนิดมาต่อยอดผ่านอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มได้อย่างลงตัว ตั้งแต่ชาไทยต้นตำรับ ชากุหลาบ ไปจนถึงชาเขียว โดยยังคงเอกลักษณ์ของชาไว้อย่างชัดเจน และมอบประสบการณ์ที่น่าสนใจให้กับผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น สามารถเปิดมิติใหม่ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสชาตรามือ ในบริบทของ Hospitality และการเดินทาง”
    จากรสชาติที่คุ้นเคย สู่หลากหลายเมนูในแบบของแต่ละแบรนด์

    • Amari × ChaTraMue: “The Art of Indulgence”
      จากชาไทยรสชาติคุ้นเคย สู่ของหวานที่ชวนให้ลองในมุมใหม่ “The Art of Indulgence” นำรสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมละมุนของชาตรามือมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เครื่องดื่มและของหวานที่ผสานความเป็นไทยเข้ากับความร่วมสมัย จากชาไทยที่คุ้นเคยถูกนำเสนอในรูปแบบที่ไม่เหมือนเดิม ทำให้การจิบชาธรรมดาๆ กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำอีกหนึ่งเรื่องราว ลิ้มลอง “The Art of Indulgence” ได้ที่โรงแรม อมารีที่เข้าร่วมแคมเปญ
    • Amari × ChaTraMue: “The Origin of Thai Tea Experience”
      ชาไทยที่เราคุ้นเคยอาจสนุกกว่าที่คิด เมื่อได้ลองชงด้วยตัวเองกับ DIY Thai Tea Making Experience ที่ให้ผู้เข้าพักได้ลองชงชาไทยจากใบชาของชาตรามือพร้อมอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ให้ครบ โดยมีพนักงานคอยแนะนำในแต่ละขั้นตอน จากชาไทยหนึ่งแก้ว สู่กิจกรรมง่ายๆ ที่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรมไทยผ่านการลงมือทำด้วยตัวเอง ณ โรงแรมอมารีที่เข้าร่วมแคมเปญ
    • OZO × ChaTraMue: “Brew. Sip. Smile.”
      OZO ชวนมาลองชาไทยในมุมใหม่ กับ “Playful Poolside Thai Tea” ซีรีส์เครื่องดื่มที่นำรสชาติชาไทยที่คุ้นเคยมาสร้างสรรค์ใหม่ ให้สนุกและสดใสในสไตล์ของ OZO เหมาะกับการจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ริมสระระหว่างนั่งพักผ่อน หรือใช้เวลาสบายๆ กับเพื่อน พร้อมให้ลิ้มลองแล้ววันนี้ ณ โรงแรม OZO ที่เข้าร่วมแคมเปญ
    • Shama × ChaTraMue: “Sip Into Thailand”
      เริ่มต้นการเข้าพักด้วย Welcome Amenity ที่จับคู่ชาไทยจากชาตรามือกับของหวานที่ได้แรงบันดาลใจจากวัตถุดิบและรสชาติท้องถิ่น ให้ผู้เข้าพักได้ลิ้มลองรสชาติแบบไทยๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง
      และสำหรับผู้เข้าพักที่อยากรู้จักชาไทยมากขึ้น ยังสามารถเข้าร่วม Workshop กับ Shama Social Club ที่จะเรียนรู้เรื่องราวของชาไทยแต่ละแบบ ก่อนลงมือสร้างสรรค์เครื่องดื่มชาไทยสูตรซิกเนเจอร์ด้วยตัวเอง ณ โรงแรมชามา ที่เข้าร่วมแคมเปญ
    • Oriental Residence × ChaTraMue: “Saint-Honoré au ChaTraMue”
      สัมผัสการพบกันของความคลาสสิกแบบฝรั่งเศสและเสน่ห์ของชาไทย ณ Café Claire, Oriental Residence Bangkok กับ “Saint-Honoré au ChaTraMue” ของหวานซิกเนเจอร์ที่ประกอบด้วยชูส์เคลือบคาราเมลกรอบ พัฟเพสตรี้เนย และวานิลลาครีมเนื้อเนียน เสิร์ฟคู่กับชาตรามือ Infused Tea ที่ผสานชาไทยกับผลไม้ตามฤดูกาล เติมความสดชื่นด้วยโน้ตซิตรัสและฟลอรัล เป็นอีกประสบการณ์ที่นำความหอมของชาไทยมาอยู่บนโต๊ะเดียวกับความคลาสสิกของของหวานฝรั่งเศสได้อย่างลงตัว

    ประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มของ ONYX Dining นอกเหนือจากความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีชื่อเสียงแล้ว ยังครอบคลุมหลากหลายรูปแบบผ่าน 8 แบรนด์เรือธง ได้แก่ Prego, ChomSindh, NILA, La Gritta, Café Claire, Stacked Burger, Amaya Food Gallery และ EAT รวมถึงแบรนด์อื่นๆ รวม 19 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมนำเสนอรสชาติจากทั่วโลกควบคู่กับการสะท้อนรากเหง้า วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของท้องถิ่นในแต่ละจุดหมายปลายทางอย่างลงตัว ตลอดจนถ่ายทอดจิตวิญญาณการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ฯ ที่สั่งสมประสบการณ์มายาวนานกว่า 6 ทศวรรษ สู่การสร้างสรรค์ประสบการณ์ด้านอาหารที่ใส่ใจ อบอุ่น และเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง
    พร้อมกันนี้ ONYX Dining มุ่งยกระดับร้านอาหารสู่การเป็นพื้นที่ของชุมชนและจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงผู้คนในท้องถิ่นกับนักเดินทางจากทั่วโลก ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนผ่านการสนับสนุนเกษตรกร ชาวประมง และผู้ผลิตรายย่อยในท้องถิ่น เพื่อส่งต่อคุณภาพ วัฒนธรรม และคุณค่ากลับคืนสู่ชุมชน ทำให้ ONYX Dining เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินและการใช้ชีวิตในแต่ละเมือง

    ในด้านการเติบโต ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอของ ONYX Dining ไปยังจุดหมายปลายทางสำคัญต่างๆ โดยมีการขยาย Prego แห่งใหม่ในจังหวัดบุรีรัมย์ และแผนที่จะขยายอีกสาขาไปที่ดอนเมือง ขณะที่ Prego Pattaya ได้เปิดตัวคอนเซ็ปต์ Pasta Lab & Bar ที่สร้างประสบการ์ที่แตกต่างให้กับอาหารอิตาเลียน ด้าน ChomSindh เตรียมขยายสู่ภูเก็ตและเปิดตัวประสบการณ์แบบ Pop-up ในต่างประเทศ ส่วน NILA มีแผนขยายคอนเซ็ปต์ด้านอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ไปยังตลาดใหม่ ๆ ผ่านประสบการณ์ Pop-up Dining ที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ ONYX Dining ในฐานะแพลตฟอร์มการเติบโตเชิงกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัทต่อไป

    มาค้นพบเสน่ห์ของชาไทยในมิติใหม่ พร้อมสัมผัสประสบการณ์ที่ผสานความเป็นไทยเข้ากับความคิดสร้างสรรค์และมาตรฐานการบริการในแบบฉบับ ONYX Dining ผ่านแคมเปญ “ONYX Dining × ChaTraMue Collaboration” ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มกราคม 2570 ณ โรงแรมและจุดหมายปลายทางของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป แล้วให้รสชาติที่คุ้นเคย พาไปพบกับประสบการณ์ใหม่ที่น่าประทับใจยิ่งกว่าเดิม

  • Dining - Food - Hotel

    เติมสีสันยามเย็นทั่วเอเชียแปซิฟิก เรเนซองส์ โฮเทลส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”

    เนื่องในโอกาส Renaissance Day of Discovery 2026 เรเนซองส์ โฮเทลส์ ประกาศเปิดตัวคอลเลกชันเครื่องดื่มสร้างสรรค์ชุดใหม่ เพื่อยกระดับประสบการณ์ โดยเชิญชวนนักเดินทางร่วมค้นพบเสน่ห์ของจุดหมายปลายทางต่างๆ ผ่านวัฒนธรรมท้องถิ่น รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ และเรื่องราวของชุมชนในย่านใกล้เคียง ภายใต้การพัฒนาคอนเซ็ปต์ร่วมกับ เดมิทรีย์ “เดมี่” ดาน่า ปารมิตา
    (Demitria “Demi” Dana Paramita) บาร์เทนเดอร์รางวัลระดับนานาชาติ

    เรเนซองส์ โฮเทลส์ หนึ่งในกว่า 30 แบรนด์โรงแรมในพอร์ตโฟลิโอระดับโลกของแมริออท บอนวอย เตรียมเปิดตัวบทใหม่ของประสบการณ์ Evenings at Renaissance ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นประเทศจีน) ผ่านคอลเลคชั่นเครื่องดื่มชุดใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัตถุดิบท้องถิ่น ประเพณีทางวัฒนธรรม และความร่วมมือกับผู้สร้างสรรค์ในแต่ละชุมชน ซึ่งคอลเลคชั่นดังกล่าวได้รับการพัฒนาร่วมกับ Demitria “Demi” Dana Paramita บาร์เทนเดอร์ชาวอินโดนีเซียเจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ โดยนำรสชาติและขนบธรรมเนียมที่คุ้นเคยมาตีความใหม่ให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละจุดหมายปลายทางได้อย่างโดดเด่น

    คอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่นี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในระหว่างช่วง Renaissance Day of Discovery 2026 ซึ่งเป็นกิจกรรมประจำปีของแบรนด์ที่เฉลิมฉลองจิตวิญญาณแห่งการค้นพบวัฒนธรรมและเสน่ห์ของชุมชนโดยรอบ โดยจะจัดขึ้นตลอดเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ณ โรงแรมเรเนซองส์ที่เข้าร่วมโครงการทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายใต้แนวคิด “Layers of Discovery” กิจกรรมในปีนี้จะชวนแขกผู้เข้าพักออกสำรวจมิติที่หลากหลายของแต่ละจุดหมายปลายทาง ผ่านประสบการณ์ที่นำโดย Renaissance Navigators ด้วยการพบปะผู้สร้างสรรค์ในท้องถิ่น และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้สัมผัสพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของชุมชนอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน คอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่นี้ยังเข้ามาเติมเต็มอีกหนึ่งมิติของการค้นพบ โดยได้นำเอาแรงบันดาลใจจากตลาดท้องถิ่น พืชพรรณพื้นถิ่น และมรดกทางวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ มาสร้างสรรค์เป็นประสบการณ์ที่เชื่อมโยงนักเดินทางเข้ากับจุดหมายปลายทางได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
    “ที่เรเนซองส์ โฮเทลส์ เราเชื่อว่าการค้นพบที่น่าจดจำที่สุดเกิดขึ้นเมื่อแขกผู้เข้าพักได้เชื่อมโยงกับเอกลักษณ์ของจุดหมายปลายทางในรูปแบบที่คาดไม่ถึง” คริสเตียโน รินัลดี (Cristiano Rinaldi) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการด้านที่พักประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นประเทศจีน) แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว “การยกระดับประสบการณ์ Evenings at Renaissance ครั้งนี้ เป็นการนำเรื่องราวของชุมชนและย่านใกล้เคียงมาถ่ายทอดผ่านรสชาติและประเพณีที่หล่อหลอมอัตลักษณ์ของแต่ละจุดหมายปลายทาง ความสามารถของ Demi ในการนำวัตถุดิบที่คุ้นเคยและธรรมเนียมปฏิบัติทางวัฒนธรรมมาตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัย สะท้อนจิตวิญญาณของเรเนซองส์ โฮเทลส์ได้อย่างลงตัว พร้อมสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แขกผู้เข้าพักได้ออกไปค้นพบเสน่ห์ของย่านชุมชน รวมถึงผู้คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์เหล่านั้น”

    สัมผัสอัตลักษณ์ของจุดหมายปลายทางผ่านประสบการณ์แห่งรสชาติ
    Evenings at Renaissance เชิญชวนแขกผู้เข้าพักออกสำรวจเสน่ห์ของย่านชุมชนหลังพระอาทิตย์ตกดิน ผ่านประสบการณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผู้คน สถานที่ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมเอกลักษณ์ของแต่ละจุดหมายปลายทาง โดยหัวใจสำคัญของประสบการณ์นี้คือ Beverage Rituals ที่ช่วยสร้างช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านจากกลางวันสู่กลางคืน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้เชื่อมโยงกับผู้คน ค้นพบเรื่องราวใหม่ๆ และสัมผัสเสน่ห์ของสถานที่นั้นได้อย่างลึกซึ้ง

    เรเนซองส์ โฮเทลส์ ได้แต่งตั้ง Demitria “Demi” Dana Paramita ผู้ก่อตั้ง HATS Bar Jakarta และบาร์เทนเดอร์เจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ ให้ดำรงบทบาท ตัวแทนผู้ถ่ายทอดแนวคิด Beverage Rituals คนแรกของแบรนด์ เพื่อร่วมรังสรรค์คอลเลคชั่นเครื่องดื่ม Demi ได้ร่วมพัฒนาคอลเลคชั่นเครื่องดื่มที่นำวัตถุดิบคุ้นเคยและธรรมเนียมท้องถิ่นมาตีความใหม่เป็นประสบการณ์แห่งการค้นพบที่น่าประทับใจ ด้วยแรงบันดาลใจจากรากเหง้าชาวสุมาตราและประสบการณ์ในแวดวงบาร์ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไฮไลต์ของเครื่องดื่มคอลเลคชั่นนี้ประกอบด้วยเมนู Blooming Flower เครื่องดื่มฟลอรัลพั้นช์ที่ถ่ายทอดประสบการณ์การแบ่งปันผ่านการรับประทานเยลลี่รสส้มร่วมกัน The Night Market เครื่องดื่มที่ผสานรสชาติของใบเตย ส้มจี๊ด และมะขาม ได้รับแรงบันดาลใจจากสีสันและพลังชีวิตของย่านชุมชนยามค่ำคืน และ Silk Road เครื่องดื่มกลิ่นหอมที่ผสมผสานชา หญ้าฝรั่น และเครื่องเทศ เพื่อสะท้อนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม รสชาติ และประเพณีระหว่างผู้คนจากหลากหลายภูมิภาค


    นอกเหนือจากกิจกรรม Renaissance Day of Discovery แล้ว แขกผู้เข้าพักยังสามารถสัมผัสประสบการณ์ Evenings at Renaissance ได้อย่างต่อเนื่องผ่านคอลเลคชั่นเครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของแต่ละจุดหมายปลายทาง ไม่ว่าจะเป็น Tropical Silk เครื่องดื่มที่ผสานเสาวรส ลิ้นจี่ และชาเข้าด้วยกันอย่างกลมกล่อม หรือ Remedy เครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำรับดั้งเดิมแห่งการดูแลและปลอบประโลมจิตใจ โดยใช้ผลไม้แปรรูปสูตรพิเศษของแต่ละโรงแรมเป็นองค์ประกอบหลัก เพื่อสะท้อนรสนิยมและวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างมีเอกลักษณ์

    สัมผัสหลากหลายมิติแห่งการค้นพบทั่วประเทศไทย
    ในประเทศไทยแขกผู้เข้าพักสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ Renaissance Day of Discovery ได้ ณ โรงแรมเรเนซองส์ในจุดหมายปลายทางอันโดดเด่น ได้แก่ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์, โรงแรมมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา, โรงแรมเรเนซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา และ โรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา แขกผู้เข้าพักจะได้ร่วมออกสำรวจเรื่องราว ประเพณี และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละจุดหมายปลายทาง ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ด้านเครื่องดื่มที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันจากแรงบันดาลใจในท้องถิ่น เพื่อมอบอีกหนึ่งมิติแห่งการค้นพบที่สะท้อนจิตวิญญาณของสถานที่ พร้อมปลุกความอยากรู้อยากเห็น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์เรเนซองส์ โฮเทลส์


    โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ โรงแรมไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นด้านการออกแบบใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ นำเสนอ “Unfold Bangkok” ในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผ่านโปรแกรมเครื่องดื่ม (Beverage Rituals) รูปแบบใหม่จำนวน 4 รายการ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากตลาดท้องถิ่นอันมีชีวิตชีวา วัตถุดิบพื้นถิ่น และเรื่องเล่าจากย่านชุมชนต่างๆ ของกรุงเทพฯ ในช่วงกลางวันนักเดินทางสามารถร่วมกิจกรรมสำรวจเมืองที่นำโดยทีม Navigators ของโรงแรม ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวที่สะท้อนเสน่ห์ของชุมชน อาทิ สวนบางมด ตลาดยอดพิมาน และปากคลองตลาด เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตและสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด

    จากนั้นในช่วงค่ำแขกผู้เข้าพักสามารถต่อยอดประสบการณ์แห่งการค้นพบที่ R Bar ด้วยการลิ้มลองเครื่องดื่มทั้ง 4 รายการ ทั้งในรูปแบบค็อกเทลสูตรพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูร่างกาย (Revitalizer) และพั้นช์ม็อกเทล ซึ่งได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อถ่ายทอดกลิ่นอายและความงดงามของตลาดดอกไม้ชื่อดังของกรุงเทพฯ ผ่านรสชาติ สีสัน และวัตถุดิบที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมือง
    ณ โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา รีสอร์ทร่วมสมัยริมทะเลที่ตั้งอยู่ระหว่างความมีชีวิตชีวาของเมืองพัทยาและความเงียบสงบของบางเสร่ ผู้เข้าพักจะได้ร่วมออกเดินทางสู่ประสบการณ์ “Beyond the Horizon” ระหว่างวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2569 เพื่อเปิดมุมมองใหม่ในการค้นพบเสน่ห์ของชายฝั่งตะวันออกของประเทศไทย ภายใต้การนำทางของทีม Navigators ผู้เข้าพักจะได้สำรวจชุมชนชายฝั่งบางเสร่และ ไทยธานี หมู่บ้านวัฒนธรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ความเป็นไทย พร้อมร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปเชิงสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้สัมผัสภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เมื่อกลับสู่รีสอร์ทผู้เข้าพักจะได้ดื่มด่ำกับค่ำคืน Discovery Sunset ภายใต้บรรยากาศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องทะเล ณ The Deck พร้อมเพลิดเพลินกับการแสดงควงไฟและดนตรีสด ก่อนร่วมกิจกรรมยามเช้าในวันถัดไป ซึ่งประกอบด้วยพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล คลาสโยคะ และเวิร์กชอปรีไซเคิลที่ส่งเสริมแนวคิดด้านความยั่งยืน ผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบอย่างมีความหมาย

    โรงแรมเรเนซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา รีสอร์ทที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรอันเงียบสงบ ชวนสัมผัส “Craft & Culture” ผ่านเสน่ห์แห่งศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดทั้งวันในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เชิญชวนแขกผู้เข้าพักออกสำรวจแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสถานที่น่าสนใจที่ซ่อนตัวอยู่บนเกาะสมุย ภายใต้การนำทางโดยทีม Navigators ไฮไลท์ของกิจกรรมประกอบด้วยการเยี่ยมชม วัดศิลางู วัดดินสีแดงอันโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ศาลเจ้ากวนอู ซึ่งสะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมไทย-จีนของเกาะสมุย ศูนย์หัตถกรรมโอท็อปสมุย พร้อมสาธิตการประดิษฐ์งานหัตถกรรมจากมะพร้าว และ House of Lucie แกลเลอรีที่รวบรวมผลงานภาพถ่าย ศิลปะ และงานเล่าเรื่องร่วมสมัยจากศิลปินอิสระ เมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำ บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองจะทวีความพิเศษยิ่งขึ้นที่ Lotus Room โดยแขกผู้เข้าพักจะได้ดื่มด่ำกับเครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัตถุดิบและรสชาติท้องถิ่น เพลิดเพลินกับเมนูสตรีทฟู้ดที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตรในชุมชน และดื่มด่ำไปกับการแสดงดนตรีสด ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์และเสน่ห์ของเกาะสมุยได้อย่างมีชีวิตชีวา


    ปิดท้ายในวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา รีสอร์ทริมชายหาดไม้ขาวซึ่งตั้งอยู่บนแนวชายหาดที่ยาวที่สุดของเกาะภูเก็ต โดยผู้เข้าพักจะได้ออกสำรวจเสน่ห์ของจุดหมายปลายทาง “Discover Phuket’s Hidden Gem” ที่นำเสนอเรื่องราวของ “ส้มควาย” วัตถุดิบท้องถิ่นอันทรงคุณค่าซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนมาอย่างยาวนาน กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พบปะเกษตรกรในท้องถิ่น พร้อมเรียนรู้กระบวนการผลิตชาตามภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชน นอกจากนี้ยังสามารถร่วมสัมผัสการนำเสนอเครื่องดื่มสูตรพิเศษในถ้วยพั้นช์ขนาดใหญ่ (Revitalizing Punch Bowl Ritual) ดื่มด่ำกับบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาของตลาดท้องถิ่นในภูเก็ต และร่วมค้นพบมนต์เสน่ห์ของ หนังตะลุง ศิลปะการแสดงเงาอันทรงคุณค่าของภาคใต้ ซึ่งสะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการผสมผสานระหว่างรสชาติท้องถิ่น เรื่องราวของผู้คน และประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ ประสบการณ์ดังกล่าวจะมอบอีกหนึ่งมิติแห่งการค้นพบที่เชื่อมโยงนักเดินทางเข้ากับวัฒนธรรมและชุมชนของภูเก็ตได้อย่างลึกซึ้ง

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เรเนซองส์ โฮเทลส์ หรือการสำรองห้องพัก สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://renaissance-hotels.marriott.com และติดตามข่าวสารรวมถึงแรงบันดาลใจในการเดินทางจาก เรเนซองส์ โฮเทลส์ ผ่านช่องทาง เฟสบุ๊ก อินสตาแกรม และเอ็กซ์

  • Dining - Food - Luxury

    มื้อนี้อยากใช้เวลากับใคร? ONYX Dining ชวนเลือกประสบการณ์บนโต๊ะอาหารให้ตรงกับทุกโมเมนต์ของคนสำคัญ

    การเลือกร้านอาหารในวันนี้อาจไม่ได้เริ่มจากคำถามเพียงว่า “อยากกินอะไร” แต่รวมถึง “อยากใช้เวลากับใคร” และ “อยากให้มื้อนั้นเป็นแบบไหน” เพราะไม่ว่าจะเป็นมื้อของครอบครัว นัดพบปะเพื่อนฝูง การเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ หรือการใช้เวลาโรแมนติกริมทะเล ต่างต้องการทั้งรสชาติ บรรยากาศ และประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป

    ครั้งนี้ ONYX Dining ชวนค้นพบหลากหลายรูปแบบของมื้ออาหารจาก อมารี กรุงเทพฯ (Amari Bangkok) และ อมารี พัทยา (Amari Pattaya) ตั้งแต่มื้อที่ตอบโจทย์สมาชิกทุกวัย มื้อที่ชวนให้นั่งพูดคุยกันนานขึ้น ไปจนถึงช่วงเวลาที่อยากออกไปลองรสชาติใหม่หรือเปลี่ยนบรรยากาศสู่มื้อริมทะเล เพื่อให้ทุกมื้อเป็นมากกว่าแค่มื้ออาหาร แต่เป็นช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกับคนที่รักและสิ่งที่ชอบ ให้ได้ “more of what you love” ในทุกโอกาส

    มื้อครอบครัวที่ทุกคนบนโต๊ะมีเมนูที่ชอบ — เปรโก้

    เวลาพาครอบครัวออกไปกินข้าว แต่ละคนอาจมีเมนูโปรดไม่เหมือนกัน บางคนอยากกินพิซซ่า บางคนชอบพาสต้า หรือบางคนก็อยากลองเมนูใหม่ๆ เปรโก้ (Prego) ณ อมารี กรุงเทพฯ จึงรวมอาหารอิตาเลียนหลากหลายไว้บนโต๊ะเดียว ตั้งแต่พิซซ่าอบจากเตาฟืน พาสต้าโฮมเมด และอาหารอิตาเลียนคลาสสิก ไปจนถึงเมนูสำหรับเด็กและตัวเลือกอาหารปราศจากกลูเตน รวมถึง Risotto alla Montanara หนึ่งในซิกเนเจอร์ของร้าน บูร์ราตา และทีรามิสุ ให้ทุกคนได้เลือกจานที่ชอบ และใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่

    และเมื่ออยากเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองสู่ริมทะเล เปรโก้ พัทยา พาสต้า แล็บ แอนด์ บาร์ (Prego Pattaya Pasta Lab & Bar) ณ อมารี พัทยา ก็พร้อมต้อนรับด้วยพาสต้าเส้นสดที่ทำภายในร้าน พิซซ่า และอาหารอิตาเลียนคลาสสิกในมุมมองร่วมสมัย ท่ามกลางวิวโค้งชายหาดพัทยาเหนือ ขณะที่ อมาญา (Amaya) นำเสนออาหารไทยและอาหารนานาชาติที่คุ้นเคย เติมเต็มมื้อริมทะเลให้เป็นอีกช่วงเวลาที่ได้พักผ่อนและใช้เวลาด้วยกันกับครอบครัวหรือคนพิเศษ

    และในเดือนพฤศจิกายนนี้ เปรโก้ เตรียมเปิดทำเลใหม่ ณ อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ (Amari Don Muang Airport Bangkok) เพิ่มอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับมื้อครอบครัวที่อยากใช้เวลาร่วมกัน พร้อมอาหารอิตาเลียนที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะอยู่ในเมือง ริมทะเล หรือใกล้สนามบิน

    มื้ออาหารไทยสำหรับช่วงเวลาที่อยากนั่งคุยกันนานขึ้น — ชมสินธุ์

    สำหรับมื้อที่อยากพาผู้ใหญ่ในครอบครัวหรือเพื่อนต่างวัยมารับประทานอาหารร่วมกัน เสน่ห์ของอาหารไทยอยู่ที่การได้ล้อมวงร่วมรับประทานอาหารหลากหลายจานบนโต๊ะเดียวกัน ทั้งเลือก ตัก และแบ่งปันกันไปพร้อมกับบทสนทนา ชมสินธุ์ (ChomSindh) ณ อมารี กรุงเทพฯ (Amari Bangkok) นำเสนออาหารไทยจากแม่น้ำและท้องทะเล อาทิ ผัดไทยไชยากุ้งแม่น้ำ ข้าวต้มชมสินธุ์ นารีกรรแสง กุ้งลายเสือผัดสมุนไพรและเครื่องเทศสูตรโบราณ และ ปลาเก๋าสามรส ผ่านตำรับที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น วัตถุดิบจากแหล่งผลิตในท้องถิ่น และเทคนิคการปรุงแบบดั้งเดิม ในบรรยากาศร่วมสมัยพร้อมครัวเปิด

    เสน่ห์ของชมสินธุ์ยังเดินทางไปให้ได้สัมผัสผ่านร้านอาหารป๊อปอัป ณ อมารี ยะโฮร์บาห์รู (Amari Johor Bahru) ประเทศมาเลเซีย ตลอดเดือนตุลาคม และอมารี หัวหิน (Amari Hua Hin) ตลอดเดือนพฤศจิกายน เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ลิ้มลองรสชาติอาหารไทยที่บอกเล่าเรื่องราวจากแม่น้ำและท้องทะเล พร้อมแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ กับคนในครอบครัวและเพื่อนร่วมโต๊ะ

    เมื่อหลายจานถูกเลือกมาไว้บนโต๊ะเดียวกัน แต่ละคนจึงได้ลองรสชาติที่หลากหลาย ไปพร้อมๆ กับการนั่งพูดคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราว และใช้เวลาร่วมกันตลอดมื้อ ให้ความอิ่มอร่อยเดินทางไปพร้อมกับความอิ่มใจ

    เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้เป็นโอกาสพิเศษด้วยรสชาติใหม่ — นิลา

    โอกาสสำหรับการฉลองไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เฉพาะวันเกิดหรือวันครบรอบ แต่สามารถเริ่มต้นจากข่าวดีเล็กๆ การเริ่มต้นสิ่งใหม่ หรือเพียงความตั้งใจที่จะออกไปใช้เวลาด้วยกัน

    นิลา (NILA) ณ อมารี กรุงเทพฯ (Amari Bangkok) นำเสนออาหารอินเดียจากหลากหลายภูมิภาคผ่านมุมมองร่วมสมัย เชื่อมโยงรากของตำรับเข้ากับเรื่องราวและความทรงจำ พร้อมรสชาติที่เข้าถึงได้ง่าย เหมาะสำหรับคู่รักหรือกลุ่มเพื่อนที่อยากลองรสชาติใหม่ ๆ โดยมีเมนูตั้งแต่ Fruit Bhel, Kozhi Chuttathu, Meen Pollichathu และ Peri-Peri Jheenga ไปจนถึง Crab Cutlet ที่เหมาะสำหรับเลือกหลายจานมาแบ่งกันชิม ทำให้การออกมาลองรสชาติใหม่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลของการใช้เวลาร่วมกัน

    มากกว่ามื้ออาหาร คือช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกัน อีกหนึ่งประสบการณ์จาก ONYX Hospitality Group

    จากมื้อครอบครัวที่ทุกคนเลือกเมนูที่ชอบ การนั่งพูดคุยกันนานขึ้นบนโต๊ะอาหารไทย การลองรสชาติใหม่กับเพื่อน หรือการเปลี่ยนบรรยากาศสู่มื้อริมทะเล อาหารอาจเป็นจุดเริ่มต้นของมื้อ แต่สิ่งที่ทำให้แต่ละมื้อน่าจดจำ คือช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกัน

    สำหรับ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) ผู้บริหารธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู พร้อมทั้งร้านอาหารและสปาในเอเชียแปซิฟิก อาหารเป็นอีกส่วนสำคัญของการเดินทาง จึงพัฒนา ONYX Dining ขึ้นเพื่อรวบรวมร้านอาหารหลากหลายแนวคิดในเครือ ตั้งแต่อาหารอิตาเลียน อาหารไทย และอาหารอินเดียร่วมสมัย ไปจนถึงร้านอาหารริมทะเล พร้อมสร้างตัวตนของแต่ละร้านให้ชัดเจนในแต่ละจุดหมายปลายทาง

    แนวทางนี้สอดคล้องกับธีม More of What You Love ของ ONYX Hospitality Group ซึ่งถ่ายทอดแนวคิดการเลือกใช้เวลาไปกับสิ่งที่แต่ละคนชื่นชอบตลอดการเดินทาง ตั้งแต่อาหารและการพักผ่อน ไปจนถึงกิจกรรม การค้นพบจุดหมายปลายทาง และช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกับคนสำคัญสำหรับ

    ทั้งนี้สมาชิก ONYX Rewards สามารถรับส่วนลดค่าอาหาร ณ ห้องอาหารที่ร่วมรายการตามระดับสมาชิก ขณะที่ร้านเปรโก้มอบส่วนลดตั้งแต่10% และสูงสุด 30% สำหรับสมาชิกระดับแพลทินัม นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ด้านการเข้าพักตามเงื่อนไขที่กำหนด

    ไม่ว่าจะเป็นมื้อแบบไหน คำถามจึงอาจไม่ได้มีแค่ “วันนี้อยากรับประทานอะไร?” แต่อาจเป็น “มื้อนี้อยากใช้เวลากับใคร?”

  • Awards

    TNL เสริมความรู้ทางการเงินให้พนักงาน ต่อยอดการพัฒนาบุคลากรอย่างยั่งยืน

    กรุงเทพมหานคร, บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TNL เดินหน้าส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ผ่านการพัฒนาความรู้และทักษะด้านการเงินภายใต้โครงการ Financial Well-being in Workplace ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อสนับสนุนให้พนักงานสามารถบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล วางแผนการออมและการลงทุน ตลอดจนเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตได้อย่างเหมาะสม และได้รับรางวัล “องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” ประจำปี 2569 จากสำนักงาน ก.ล.ต. ในวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2569 สะท้อนความมุ่งมั่นในการดูแลและพัฒนาบุคลากรอย่างรอบด้าน ควบคู่กับการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน

    TNL ให้ความสำคัญกับการดูแลบุคลากรในฐานะกำลังสำคัญขององค์กร โดยมองว่าการพัฒนาพนักงานไม่ควรจำกัดอยู่เพียงทักษะที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน แต่ยังครอบคลุมถึงความรู้ที่สามารถนำไปใช้ยกระดับคุณภาพชีวิตได้ในระยะยาว โดยเฉพาะทักษะด้านการเงิน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความมั่นคงในชีวิต ตั้งแต่การบริหารรายรับและรายจ่าย การจัดการภาระหนี้สิน การเตรียมเงินสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการวางแผนการออม การลงทุน และการเกษียณอายุ บริษัทจึงเข้าร่วมโครงการ Financial Well-being in Workplace เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำหลักการทางการเงินไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

    ภายใต้โครงการดังกล่าว TNL ได้ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อให้พนักงานสามารถเข้าถึงความรู้ทางการเงินได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง เริ่มจากการสำรวจความต้องการด้านความรู้ทางการเงินของพนักงาน ก่อนนำหลักสูตร E-Learning ด้านการเงินและการลงทุนจำนวน 8 Modules เข้าสู่ระบบการเรียนรู้ขององค์กร เปิดโอกาสให้พนักงานเรียนรู้ได้ด้วยตนเองตามความสะดวก พร้อมต่อยอดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมบอร์ดเกม Fund Quest ที่นำสถานการณ์ทางการเงินใกล้ตัวมาให้พนักงานได้ฝึกคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจ ทั้งเรื่องการบริหารรายรับและรายจ่าย การออม การลงทุน และการจัดการความเสี่ยง ช่วยให้การเรียนรู้เรื่องการเงินเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง

    นอกจากนี้ บริษัทยังส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ผ่านการสื่อสารและแบ่งปันความรู้ทางการเงินในรูปแบบ Financial Knowledge Sharing และ Financial Tips ควบคู่กับการสนับสนุนให้พนักงานเรียนรู้ผ่านหลักสูตร E-Learning จนครบตามเป้าหมาย รวมถึงการติดตามผลการเข้าร่วมกิจกรรมและความสำเร็จในการเรียนรู้ เพื่อให้การส่งเสริมทักษะทางการเงินไม่จำกัดอยู่เพียงการอบรมครั้งเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

    สำหรับผลการดำเนินงาน TNL สามารถบรรลุเป้าหมายการส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงานที่กำหนดไว้ โดยมีพนักงานเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 28 คน จากทั้งหมด 35 คน คิดเป็นร้อยละ 80 ตามเป้าหมายที่วางไว้ ขณะเดียวกัน มีพนักงานจำนวน 18 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 51 ของพนักงานทั้งหมด ที่เรียนจบหลักสูตร E-Learning ครบทั้ง 8 Modules และได้รับ Super Certificate สูงกว่าเป้าหมายขั้นต่ำที่กำหนดไว้ 15 คน ผลสำเร็จดังกล่าวสะท้อนการมีส่วนร่วมของพนักงานและความคืบหน้าของการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเงินภายในองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม

    จากความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรมและแผนพัฒนาทักษะทางการเงินตามหลักเกณฑ์ของโครงการ ส่งผลให้ TNL ได้รับรางวัล “องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” ประจำปี 2569 จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยมีนายกิตติชัย ตรีรัชตพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนบริษัทเข้ารับรางวัลดังกล่าว สะท้อนถึงความใส่ใจของ TNL ในการพัฒนาบุคลากรอย่างรอบด้าน ทั้งทักษะการทำงานและความรู้ที่ช่วยให้พนักงานสามารถวางแผนชีวิตและสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

    นายกิตติชัย ตรีรัชตพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “การได้รับรางวัลในครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจของ TNL ในการดูแลบุคลากรให้มีความรู้และทักษะทางการเงินที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง เราเชื่อว่าการส่งเสริม Financial Well-being ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงกิจกรรมระยะสั้น แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการเติบโตของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง TNL จะเดินหน้าสร้างโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้ วางแผน และดูแลความมั่นคงทางการเงินของตนเองได้อย่างเหมาะสม”

    การส่งเสริม Financial Well-being เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการดูแลบุคลากรของ TNL ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพในการทำงาน บริษัทเชื่อว่าการเปิดโอกาสให้บุคลากรได้พัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต จะช่วยเสริมสร้างพื้นฐานที่ดีในการดูแลตนเองและวางแผนอนาคต พร้อมสะท้อนความรับผิดชอบต่อพนักงานในฐานะผู้มีส่วนได้เสียสำคัญขององค์กร ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในมิติด้านสังคม

  • Lifestyle - News

    จากเซี่ยงไฮ้ สู่อู๋หู LEPAS L6 EV ออกเดินทางสู่ “LEPAS Global Elegance Drive”ครั้งแรกของโลก รวมพลังผู้ขับขี่จาก 15 ประเทศ ภายใต้แนวคิด “TOGETHER IN ELEGANCE”

    อู๋หู, สาธารณรัฐประชาชนจีน – LEPAS แบรนด์ยนตรกรรมระดับสากล เตรียมเปิดฉากการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์ในวันที่ 19 ตุลาคมนี้ เมื่อ LEPAS L6 EV จะออกสตาร์ทจากนครเซี่ยงไฮ้ใน “LEPAS Global Elegance Drive” การเดินทางเพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อย่างสง่างามระดับโลกเป็นครั้งแรก ภายในงาน 2026 Chery International User Summit และถือเป็นการเปิดฉากอย่างเป็นทางการของ “LEPAS Global Elegant Lifestyle Week” ครั้งแรก ซึ่งรวบรวม Elegant Driving Ambassadors จำนวน 34 ท่านจาก 15 ประเทศทั่วโลก มาร่วมเดินทางด้วยกันตลอด 2 วัน 1 คืน เพื่อพิสูจน์สมรรถนะของ L6 EV บนเส้นทางที่หลากหลาย

    การรวมตัวของผู้ขับขี่จากหลากหลายวัฒนธรรมและหลายภูมิภาคในครั้งนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ของ LEPAS ในการก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกอย่างแท้จริง ที่ไม่เพียงส่งมอบยนตรกรรมคุณภาพสู่ตลาดสากล แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้จากทั่วโลกได้มีส่วนร่วม แลกเปลี่ยนมุมมอง และร่วมสร้างสรรค์อนาคตของการเดินทางไปพร้อมกัน
    ภายหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา LEPAS L6 EV ได้รับเสียงตอบรับอย่างอบอุ่นจากทั้งลูกค้าและสื่อมวลชนไทย ด้วยประสบการณ์การขับขี่ในเมืองที่ลงตัวในทุกวัน และในวันนี้ L6 EV พร้อมก้าวสู่ตลาดทั่วโลก ในฐานะ Intelligent Urban Living SUV ที่โดดเด่นด้วยงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ ผสานห้องโดยสาร Nature-Inspired Tech Cabin ที่กว้างขวางและสะดวกสบาย ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ช่วงล่างที่มุ่งเน้นความนุ่มนวล ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS และระบบช่วยจอดอัจฉริยะ ที่ทำให้ทุกการควบคุมและการจอดเป็นไปอย่างง่ายดาย มั่นใจ และผ่อนคลาย พร้อมระยะทางขับขี่และความสามารถในการชาร์จเร็วที่รองรับการเดินทางไกลได้อย่างไร้กังวล

    เส้นทางจากเซี่ยงไฮ้ สู่อู๋หู จะพา LEPAS L6 EV ผ่านถนนในเมือง ทางหลวงระหว่างเมือง ถนนเลียบทะเลสาบ และเส้นทางคดเคี้ยวบนภูเขา เพื่อพิสูจน์ศักยภาพบนทุกสภาพถนน โดย Elegant Driving Ambassadors จะร่วมประเมินการตอบสนองของกำลังขับเคลื่อน ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ความนุ่มนวลในการขับขี่ ระยะทางวิ่ง และประสิทธิภาพการชาร์จตลอดการเดินทาง ทั้งโค้งต่อเนื่องและความลาดชันที่เปลี่ยนแปลงจะเผยให้เห็นการควบคุมที่มั่นคงและแม่นยำ ขณะที่การจอดในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยจะแสดงศักยภาพของระบบช่วยจอดอัจฉริยะได้อย่างชัดเจน

    ด้วยประสบการณ์และความคาดหวังในการขับขี่ที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ มุมมองอันหลากหลายของผู้ร่วมเดินทางจากทั่วโลกจะสะท้อนให้เห็นว่าคุณสมบัติใดที่โดดเด่นในสายตาผู้ขับขี่แต่ละตลาด อันจะช่วยให้ LEPAS เข้าใจความต้องการของผู้ใช้ทั่วโลกได้อย่างลึกซึ้ง และนำไปสู่การร่วมสร้างสรรค์ (Co-creation) ผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ในอนาคต

    ข้อมูลเชิงลึกจากการเดินทางครั้งนี้จะถูกนำไปต่อยอดในการพูดคุยและการร่วมสร้างสรรค์ตลอดงาน LEPAS Global Elegant Lifestyle Week ภายใต้แนวคิด “TOGETHER IN ELEGANCE” ซึ่งผู้ใช้และ Global Elegant Lifestyle Partners จากทั่วโลกจะมาร่วมค้นหาและถ่ายทอดความสง่างามในวิถีชีวิตที่หลากหลาย สะท้อนวิสัยทัศน์ของ LEPAS ในการเดินทางอย่างสง่างาม มั่นใจ และสงบนิ่ง
    เมื่อขบวนรถออกเดินทางจากเซี่ยงไฮ้ในวันที่ 19 ตุลาคมนี้ ประสบการณ์จริงบนท้องถนนของเหล่า Elegant Driving Ambassadors จะเป็นบทพิสูจน์ความหมายของ “Drive Your Elegance” ได้อย่างชัดเจนที่สุด — หลากหลายวัฒนธรรม หนึ่งความสง่างามร่วมกัน

    LEPAS Call Center โทร. 02-007-2077
    Facebook: LEPAS Thailand
    เว็บไซต์: lepasthailand.com
    LINE Official: @lepasthailand

    ติดต่อเป็นตัวแทน คุณรัฐกร เจ็งบำเพ็ญทาน โทร 091-5539969
    สอบถามเพิ่มเติมข้อมูลการตลาด คุณพัสตร์ดากานต์ รังสิโรจน์ โทร 098-7879291
    ติดตามข้อมูลข่าวสาร Facebook: Lepas Thailand, Instragram: Lepas.Thailand https://lepasthailand.com/