Hotel

  • Hotel - Lifestyle - Travel

    OZO ชวนเปิดประสบการณ์ Micro Trip เติมเต็มทุกวันหยุดสั้นๆ ด้วยการพักผ่อนคุณภาพ พร้อมสำรวจเมืองผ่านมุมมองใหม่

    ความสุขไม่ต้องรอทริปใหญ่ เพราะบางครั้งวันหยุดสั้นๆ ก็เพียงพอสำหรับการเติมพลัง และค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการตื่นมารับลมทะเล เดินเล่นในย่านที่ไม่เคยรู้จัก แวะร้านกาแฟเล็กๆ ของคนท้องถิ่น หรือค้นพบร้านอาหารที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองนั้นๆ
    เสน่ห์ของการเดินทางในวันนี้จึงอาจไม่ใช่การเก็บครบทุกแลนด์มาร์ก แต่คือการได้ใช้เวลาอย่างมีความหมายกับจุดหมายปลายทาง ผ่านผู้คน อาหาร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่นในแบบที่เป็นตัวเอง แนวคิดนี้สะท้อนรูปแบบการเดินทางแบบไมโครทริป (Micro-trip) ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นของคนยุคนี้ เมื่อผู้คนเลือกออกเดินทางระยะสั้นแต่บ่อยครั้งขึ้น เพื่อพักผ่อน เติมพลัง และเชื่อมต่อกับเมืองอย่างลึกซึ้งกว่าเดิม

    โอโซ่ (OZO) แบรนด์โรงแรมและรีสอร์ตระดับอัปเปอร์มิดสเกล (Upper Midscale) ในเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) ชวนนักเดินทางเปิดประสบการณ์ Micro Trip ในแบบของ OZO ที่เริ่มต้นจากการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ก่อนออกไปสัมผัสจังหวะชีวิตของแต่ละจุดหมายปลายทาง ผ่านความสะดวกสบาย การพักผ่อนที่มีคุณภาพ และกิจกรรมรอบโรงแรมที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นริมชายหาด สำรวจคาเฟ่ชุมชน ลิ้มลองอาหารท้องถิ่น หรือค้นพบมุมใหม่ของเมืองในแบบของตัวเอง

    ภายใต้แนวคิด “Unpack. Good. Vibes.” โรงแรมโอโซ่ได้รับการออกแบบให้เป็นมากกว่าที่พัก แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ช่วยให้ทุกทริปเกิดขึ้นได้อย่างง่ายและลงตัว ตั้งแต่ห้องพักที่ให้ความสำคัญกับการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และพร้อมออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ทำเลที่เชื่อมต่อกับสีสันของแต่ละจุดหมาย ไปจนถึงบรรยากาศที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเอง ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าพักรู้สึกผ่อนคลายและสนุกกับทุกช่วงเวลาของการเดินทาง ด้วยความเชื่อว่าการเดินทางไม่จำเป็นต้องรอช่วงเวลาพิเศษหรือวันหยุดยาว OZO จึงตอบโจทย์ Micro Trip ผ่านประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถพักผ่อน ค้นพบสิ่งใหม่ และเพลิดเพลินกับจุดหมายปลายทางได้อย่างเต็มที่ แม้ในระยะเวลาที่สั้นลง

    สำหรับ Micro Trip ที่อยากเติมพลังริมทะเลพร้อมออกไปสัมผัสสีสันของจุดหมาย โอโซ่ ภูเก็ต (OZO Phuket) เป็นจุดเริ่มต้นที่ลงตัว ด้วยทำเลห่างจากหาดกะตะเพียง 150 เมตร ให้ผู้เข้าพักสามารถใช้เวลาในแบบที่ต้องการได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่การเดินเล่นริมชายหาด สนุกกับการโต้คลื่น หรือออกไปสำรวจคาเฟ่และมุมถ่ายรูปในย่านกะตะ รวมถึงชมพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวกังหันลมและเดินเล่นที่ตลาดนัดกะตะ เมื่อกลับเข้าสู่โรงแรม ผู้เข้าพักยังสามารถผ่อนคลายได้ที่สระว่ายน้ำ สแปลช (SPLASH) ที่มีสไลเดอร์สำหรับเด็กให้คุณหนูตัวเล็ก ก่อนเติมเต็มวันด้วยอาหารอิตาเลียนที่ เปรโก้ (Prego) หรืออาหารและเครื่องดื่มริมสระที่อีท (EAT) และเธิร์สต์ พูลบาร์ (THIRST)

    สำหรับทริปที่ต้องการหยุดพักจากความเร่งรีบและใช้เวลาช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศของเกาะ โอโซ่ เฉวง สมุย (OZO Chaweng Samui) ชวนให้ผู้เข้าพักเริ่มต้นวันบนหาดเฉวง ก่อนออกไปค้นพบอีกหลากหลายมุมของสมุย ทั้งหมู่บ้านชาวประมงบ่อผุด ร้านกาแฟริมทะเล และถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยอาหารและงานคราฟต์ท้องถิ่น เมื่อกลับถึงที่พัก ความผ่อนคลายยังคงดำเนินต่อที่บีช บาร์ (Beach Bar) ซึ่งเหมาะสำหรับการชมพระอาทิตย์ตกพร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรด ก่อนพักผ่อนในห้องพักที่ออกแบบให้หลับสบาย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกไปสัมผัสเสน่ห์ของสมุยในวันถัดไป

    สำหรับโอโซ่ นอร์ธ พัทยา (OZO North Pattaya) คือจุดเริ่มต้นของวันหยุดที่เต็มไปด้วยความสนุกและความหลากหลาย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ชื่นชอบสีสันของเมือง อาหารอร่อย และการใช้เวลาร่วมกันกับเพื่อนหรือครอบครัว ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้หาดพัทยาเหนือและเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก พร้อมเชื่อมต่อกับสถานที่น่าสนใจรอบเมือง ทั้งศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ชุมชนนาเกลือ ตลาดลานโพธิ์ คาเฟ่ และร้านอาหารท้องถิ่น หลังจากออกไปสำรวจเมือง ผู้เข้าพักสามารถกลับมาสนุกต่อที่สระว่ายน้ำ สแปลช (SPLASH) หรือจะใช้เวลาร่วมกันที่ บิ๊ก ชิลล์ (BIG CHILL) พื้นที่พักผ่อนสำหรับทุกวัย หรือจะเลือกผ่อนคลายพร้อมอาหารและเครื่องดื่มที่อีท (EAT) และเธิร์สต์ พูลบาร์ (THIRST) ก่อนจบวันด้วยการพักผ่อนบนเตียงนอนอันเป็นเอกลักษณ์ของโอโซ่
    นอกจากจุดหมายปลายทางในประเทศไทยแล้ว OZO ยังชวนผู้เดินทางออกไปสัมผัสประสบการณ์ Micro Trip ในประเทศมาเลเซีย ผ่านสองจุดหมายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งเสน่ห์ของเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงความสนุกสำหรับทุกคนในครอบครัว

    สำหรับนักเดินทางที่หลงใหลเมืองเก่า งานศิลปะ และวัฒนธรรม โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง (OZO George Town Penang) เป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจเมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวในทุกมุมถนน ตั้งแต่ตรอกซอกซอยที่ประดับด้วยสตรีทอาร์ต คาเฟ่ท้องถิ่น และร้านอาหารชื่อดัง ไปจนถึงการเดินเล่นบนถนนอาร์เมเนียน (Armenian Street) สัมผัสวิถีชีวิตริมทะเลที่ชุมชนชิวเจ็ตตี้ (Chew Jetty) หรือชมทิวทัศน์ของเมืองจากปีนังฮิลล์ (Penang Hill) เมื่อกลับมายังโรงแรม ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลายที่สระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าที่มองเห็นวิวเมืองจอร์จทาวน์แบบพาโนรามา พร้อมเติมเต็มวันด้วยมื้ออร่อยที่ห้องอาหารอีท (EAT)

    สำหรับครอบครัวที่มองหาวันหยุดสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความสนุกสำหรับทุกวัย โอโซ่ เมดินี (OZO Medini) ประเทศมาเลเซีย เป็นตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับการพักผ่อนร่วมกัน ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว ทั้งเลโกแลนด์® มาเลเซีย รีสอร์ต (LEGOLAND® Malaysia Resort) ปูเตรีฮาร์เบอร์ (Puteri Harbour) และเอ็กซ์พาร์ก (X Park) เด็กๆ จะสามารถสนุกกับกิจกรรมได้ตลอดวัน ขณะที่ผู้ใหญ่ก็สามารถใช้เวลาผ่อนคลายริมสระว่ายน้ำ ออกกำลังกายที่ฟิตเนส โทน (TONE) หรือรับประทานอาหารร่วมกันที่ห้องอาหารอีท (EAT) ก่อนกลับสู่ห้องพักที่ช่วยเติมเต็มการพักผ่อนของทั้งครอบครัว

    เมื่อมองทุกจุดหมายรวมกัน OZO ไม่ได้เสนอรูปแบบการเดินทางสำเร็จรูปแบบเดียวสำหรับทุกคน แต่เปิดพื้นที่ให้นักเดินทางได้เลือกประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความชอบของตัวเอง บางคนอาจมีความสุขกับการตื่นเช้ามาเดินริมทะเล ขณะที่บางคนอยากใช้เวลาทั้งวันกับอาหาร งานศิลปะ หรือเสียงหัวเราะของครอบครัว ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้การเข้าพักในแต่ละครั้งกลายเป็นประสบการณ์เฉพาะตัว และเป็นอีกหนึ่งวิธีในการทำความรู้จักจุดหมายเดิมผ่านมุมมองใหม่
    ในภาพที่กว้างขึ้น OZO เป็นหนึ่งในประสบการณ์การเข้าพักที่หลากหลายของ ONYX Hospitality Group ซึ่งมุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เชื่อมโยงที่พัก อาหาร และเรื่องราวของแต่ละจุดหมายเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้นักเดินทางได้รับมากกว่าการเข้าพักเพียงหนึ่งคืน และสามารถต่อยอดประสบการณ์เหล่านั้นผ่าน ONYX Rewards โปรแกรมสมาชิกที่มอบสิทธิประโยชน์และการดูแลในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทริปของสายคาเฟ่ คนรักทะเล นักชิม ผู้หลงใหลศิลปะ หรือครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาร่วมกัน OZO เชื่อว่าการเดินทางที่มีความหมายไม่จำเป็นต้องไกลหรือยาวเสมอไป แต่คือการได้ค้นพบสิ่งที่รักในแบบของตัวเอง และเก็บเกี่ยวช่วงเวลาดี ๆ ที่สะท้อนแนวคิด “More of What You Love” ผ่านประสบการณ์การเข้าพักที่เต็มไปด้วยพลังบวกในแบบฉบับของ OZO ภายใต้แนวคิด “Unpack. Good. Vibes.”

  • Hotel - Lifestyle - Travel

    เทศกาล วัฒนธรรม และการพักผ่อนในจังหวะที่เป็นคุณ อมารี โอโซ่ และชามา ชวนออกเดินทางสู่มาเลเซีย เพื่อสัมผัส George Town Festival 2026 และ Hari Merdeka อย่างเต็มอิ่ม

    เมื่อพูดถึงมาเลเซีย หลายคนอาจนึกถึงตึกแฝดเปโตรนาส แหล่งช้อปปิ้งในกัวลาลัมเปอร์ หรือทริปสั้นๆ ที่เดินทางจากประเทศไทยได้อย่างสะดวก แต่หากมองให้ลึกกว่านั้น มาเลเซียยังมีอีกหลายมุมให้ค้นพบ ทั้งเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ศิลปะและวัฒนธรรมที่หลอมรวมอยู่ในวิถีชีวิต อาหารหลากหลายรสชาติ และบรรยากาศเฉพาะตัวของแต่ละจุดหมาย ตั้งแต่เสน่ห์ของจอร์จทาวน์ในปีนัง ความคึกคักของกัวลาลัมเปอร์ ไปจนถึงจังหวะชีวิตที่ ผ่อนคลายของยะโฮร์ บาห์รู

    สำหรับนักเดินทางในวันนี้ จุดหมายปลายทางไม่ได้มีเพียงสถานที่ที่ต้องไปให้ถึง แต่คือช่วงเวลาที่ได้สัมผัสและจดจำ ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมงานศิลปะในเมืองเก่า ลองรสชาติอาหารท้องถิ่น ฟังเสียงดนตรีท่ามกลางบรรยากาศของเทศกาล หรือใช้เวลาพักผ่อนในแบบที่เป็นตัวเอง นี่คือเสน่ห์ของ Festival Tourism หรือการเดินทางที่มีเทศกาลเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ที่ชวนให้เราได้เห็นอีกด้านของเมือง ผ่านผู้คน วัฒนธรรม และการเฉลิมฉลองในช่วงเวลาพิเศษ ซึ่งทำให้การเดินทางครั้งหนึ่ง กลายเป็นเรื่องราวที่มากกว่าการไปเยือนสถานที่ใหม่

    ในเดือนสิงหาคม 2569 ที่ประเทศมาเลเซียจะมีสองช่วงเวลาสำคัญที่น่าสนใจสำหรับการวางแผน เดินทาง ได้แก่ George Town Festival 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–9 สิงหาคม 2569 ณ เมืองจอร์จทาวน์ รัฐปีนัง และการเฉลิมฉลอง Hari Merdeka หรือวันชาติมาเลเซีย ครบรอบ 69 ปี ที่จะนำบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจ สีสันทางวัฒนธรรม และกิจกรรมการเฉลิมฉลอง มาสู่หลายเมืองทั่วประเทศ

    แต่เสน่ห์ของการเดินทางไม่ได้จบลงเมื่อเทศกาลสิ้นสุดลง เพราะความประทับใจยังเกิดขึ้นได้ ตลอดทั้งทริป ตั้งแต่การออกไปเดินสำรวจเมือง ค้นพบมุมใหม่ๆ ลองสัมผัสรสชาติอาหารท้องถิ่น ไปจนถึงช่วงเวลาสงบหลังจบวันแห่งการผจญภัย การเลือกที่พักจึงเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญ ที่ช่วยกำหนดความรู้สึกและประสบการณ์ของการเดินทาง เพราะที่พักไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับพักผ่อน แต่เป็นพื้นที่สำหรับเติมพลัง ใช้เวลาร่วมกับคนสำคัญ และเปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสจุดหมาย นั้นอย่างเต็มที่ในแบบของตัวเอง

    ด้วยความเข้าใจว่าการเดินทางของแต่ละคนมีจังหวะและความต้องการที่แตกต่างกัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จึงมีแบรนด์ที่หลากหลายเพื่อรองรับประสบการณ์การเข้าพักในรูปแบบต่างๆ ผ่าน อมารี (Amari) โอโซ่ (OZO) และชามา (Shama) เพื่อรองรับทุกความต้องการตั้งแต่ ผู้ที่อยากออกไปค้นพบเมืองอย่างเต็มที่ ผู้ที่มองหาช่วงเวลาพักผ่อนที่สะดวกสบาย ตลอดจนถึงผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตในจุดหมายปลายทางนั้นยาวนานขึ้น
    จุดหมายแรกสำหรับนักเดินทางที่อยากเริ่มต้นค้นพบเสน่ห์ของมาเลเซียผ่านศิลปะและวัฒนธรรม คือ ปีนัง เมืองที่ผสมผสานเรื่องราวของอดีตและความสร้างสรรค์ร่วมสมัยไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะในช่วง George Town Festival 2026 ที่จอร์จทาวน์จะเต็มไปด้วยงานศิลปะ การแสดง และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของเมืองมรดกโลกในอีกมุมหนึ่ง

    สำหรับนักเดินทางที่อยากใช้เวลาใกล้ชิดกับสีสันของจอร์จทาวน์ และออกไปค้นพบเมืองด้วยตัวเอง โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง (OZO George Town Penang) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยให้ทุกช่วงเวลา ของทริปเป็นเรื่องง่ายขึ้น ด้วยทำเลใกล้เขตเมืองเก่ามรดกโลกของยูเนสโก ผู้เข้าพักสามารถ ออกไปเดินชมสตรีทอาร์ต ลองร้านอาหารท้องถิ่น หรือค้นพบมุมเล็กๆ ของเมืองได้อย่างสะดวก พร้อมคำแนะนำจากทีม OZO Connector ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ของพื้นที่ ก่อนกลับมาเติมพลังที่ห้องอาหาร EAT และพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มตามแนวคิด Quality Sleep เพื่อพร้อมออกไปสัมผัสเมืองอีกครั้งในวันถัดไป

    ขณะที่ อมารี สไปซ์ ปีนัง (Amari SPICE Penang) สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์อมารีผ่านการบริการแบบไทยร่วมสมัย ผสานเข้ากับบรรยากาศและเสน่ห์ของจุดหมายปลายทาง พร้อมมอบประสบการณ์การเข้าพักในรูปแบบ full-service hotel สำหรับนักเดินทางที่มองหาทั้งความสะดวกสบาย การพักผ่อน และความคล่องตัวในการเดินทาง ด้วยทำเลที่เชื่อมต่อโดยตรงกับ SPICE Convention Centre และ SPICE Arena ซึ่งเป็นพื้นที่จัดอีเวนต์ระดับนานาชาติ หลังจากใช้เวลาทั้งวันกับงานเทศกาลหรือการสำรวจเมือง ผู้เข้าพักสามารถกลับมารีชาร์จที่ บรีซ สปา (Breeze Spa) หรือใช้เวลาร่วมกันผ่านมื้ออาหารที่ อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ (Amaya Food Gallery) ในบรรยากาศสบาย ๆ สไตล์สตรีทฟู้ดมาร์เก็ต

    เมื่อเข้าสู่ช่วง Hari Merdeka กัวลาลัมเปอร์จะเผยอีกหนึ่งมุมของมาเลเซียผ่านบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง โดยเฉพาะใจกลางเมืองที่ผสมผสานเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และจังหวะชีวิตแบบมหานครเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งแลนด์มาร์กสำคัญ รวมถึงพื้นที่จัดกิจกรรม และย่านต่างๆ ที่ร่วมสะท้อนสีสันของเมืองในช่วงเวลาพิเศษ

    สำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสพลังของเมืองหลวง อมารี กัวลาลัมเปอร์ (Amari Kuala Lumpur) ตั้งอยู่ใจกลาง KL Eco City และเชื่อมต่อกับระบบรถไฟสายหลักโดยตรง ช่วยให้การออกไปค้นพบกัวลาลัมเปอร์เป็นเรื่องสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปชมบรรยากาศการเฉลิมฉลอง จุดหมายสำคัญของเมือง หรือย่านที่เต็มไปด้วยสีสัน ก่อนกลับมาพักผ่อนในบรรยากาศอบอุ่น พร้อมสัมผัสประสบการณ์อาหาร เครื่องดื่ม และการบริการในแบบอมารี ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะยากจะลืมเลือน
    อีกด้านหนึ่งของมาเลเซียที่น่าค้นหาไม่แพ้กันคือ ยะโฮร์ บาห์รู เมืองที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากผสมผสานช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองเข้ากับการพักผ่อนแบบสบาย ๆ ทั้งการช้อปปิ้ง กิจกรรมสำหรับครอบครัว และการเดินทางต่อไปยังจุดหมายใกล้เคียง
    อมารี ยะโฮร์ บาห์รู (Amari Johor Bahru) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบนถนน Jalan Wong Ah Fook ท่ามกลางแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสีสันของวิถีชีวิตในเมือง เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากออกไปสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่น ก่อนกลับมาพักผ่อนในห้องพักที่โปร่งสบาย และเติมพลังที่ บรีซ สปา (Breeze Spa)

    สำหรับครอบครัว หรือผู้ที่ต้องการใช้เวลาในจุดหมายปลายทางนานขึ้น ชามา ซัวซานา ยะโฮร์ บาห์รู (Shama Suasana Johor Bahru) ถ่ายทอดแนวคิด The Joy of Living ผ่านประสบการณ์การพักในรูปแบบเซอร์วิส อพารต์เมนต์ ที่ให้อิสระในการใช้ชีวิตได้ตามจังหวะของตัวเอง ด้วยพื้นที่ที่ถูกออกแบบให้มีความรู้สึกเสมือนบ้าน พร้อมห้องขนาดกว้าง พื้นที่นั่งเล่น และส่วนครัวครบครัน ช่วยให้ผู้เข้าพักยังคงใช้ชีวิตได้ในแบบที่คุ้นเคย ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ หรือใช้เวลาร่วมกับคนสำคัญได้อย่างเต็มที่ แม้จะอยู่ในจุดหมายปลายทางใหม่ ทั้งยังมอบความเป็นส่วนตัว ความยืดหยุ่น และความสะดวกสบายสำหรับการเข้าพักทั้งระยะสั้นและระยะยาว อีกทั้งยังตั้งอยู่เหนือ Zenith Mall ทำให้การออกไปท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง หรือสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นเป็นเรื่องง่าย
    ขณะที่ โอโซ่ เมดินี มาเลเซีย (OZO Medini Malaysia) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับกลุ่มเพื่อนและครอบครัวที่ต้องการเติมความสนุกให้กับการเดินทาง ด้วยทำเลในย่านเมดินี ใกล้กับ LEGOLAND Malaysia Resort และสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังสิงคโปร์ได้อย่างสะดวก ที่นี่จึงเหมาะสำหรับทริปที่ผสมผสานทั้งการพักผ่อน กิจกรรมสำหรับทุกวัย และการออกไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ ไว้ในการเดินทางครั้งเดียว

    มากกว่าการเป็นจุดหมายปลายทางใกล้ประเทศไทยที่เดินทางได้อย่างสะดวก มาเลเซียยังเป็นประเทศที่สามารถกลับไปค้นพบมุมใหม่ได้ในหลากหลายช่วงเวลา ตั้งแต่งานศิลปะในเมืองเก่า การเฉลิมฉลองวันชาติ อาหารท้องถิ่น คาเฟ่ และย่านช้อปปิ้ง ไปจนถึงช่วงเวลาสบายๆ หลังจบวันแห่งการสำรวจ และนี่คือเสน่ห์ของ Festival Tourism ที่ทำให้เทศกาลไม่ได้เป็นเพียงเหตุผลในการออกเดินทาง แต่เป็นประตูสู่ประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยผู้คน เรื่องราว วัฒนธรรม และช่วงเวลาที่น่าจดจำ ซึ่งเกิดขึ้นตลอดทั้งการเดินทาง ที่รอให้นักเดินทางได้ออกไปค้นพบในแบบของตัวเอง
    เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป พร้อมเดินหน้าส่งต่อแนวคิด “More of What You Love” ผ่านการบริการภายใต้แบรนด์โรงแรม ร้านอาหาร บาร์ และสปา ในเครือ เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ของการออกเดินทางที่น่าจดจำและตอบสนองความต้องการของนักเดินทางได้อย่างน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเดินทางในรูปแบบใด

  • Hotel - Lifestyle

    แมริออท บอนวอย และ มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น จับมือ SPLASH BOX ชวนสัมผัสประสบการณ์ Dark Beat Boxercise ทัวร์ทองหล่อ และปาร์ตี้มัทฉะสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

    แมริออท บอนวอย โปรแกรมการท่องเที่ยวและสะสมคะแนนที่ได้รับรางวัลระดับโลกจาก แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เดินหน้าสร้างสีสันให้กับวงการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวแพ็กเกจสุดเอ็กซ์คลูซีฟใหม่ภายใต้ แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส ณ โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น เริ่มต้นเพียง 5,000 คะแนนจากแมริออทบอนวอยสมาชิกสามารถร่วมประมูลเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ผสานการออกกำลังกาย อาหาร และการสำรวจเสน่ห์ของย่านท้องถิ่น ผ่านความร่วมมือสุดพิเศษกับ Splash Box ในย่านทองหล่ออันคึกคักใจกลางกรุงเทพฯ


    กิจกรรมสุดพิเศษนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งชาวกรุงเทพและนักท่องเที่ยว โดยสมาชิก แมริออท บอนวอย จะได้สัมผัสประสบการณ์ความสนุกที่ Splash Box คลาสมวยเพลง EDM ที่ผสานโลกของการชกมวยและความสนุกสไตล์คลับเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตั้งอยู่ใจกลางย่านทองหล่ออันเต็มไปด้วยชีวิตชีวา โดดเด่นด้วยแนวคิดฟิตเนสแห่งอนาคตที่เปลี่ยนการออกกำลังกายให้เป็นประสบการณ์สุดเร้าใจ ภายในสตูดิโอที่ได้แรงบันดาลใจจากไนต์คลับ ผู้เข้าร่วมจะได้ปลดปล่อยพลังผ่านคลาส “Dark Beat Boxercise” ท่ามกลางจังหวะดนตรีสดจากดีเจ สร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและเปี่ยมด้วยพลังไม่ต่างจากค่ำคืนบนฟลอร์เต้นรำ
    สมาชิกแมริออท บอนวอย สามารถใช้คะแนนสะสมเพื่อร่วมประมูลหนึ่งใน 10 แพ็กเกจสุดพิเศษ โดยประสบการณ์จะเริ่มต้นด้วยคลาสต่อยมวยสุดมันส์ความยาว 1 ชั่วโมง ที่ผสานการออกกำลังกายเข้ากับเสียงดนตรีได้อย่างลงตัว เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้พื้นฐานการชกมวย พร้อมกระตุ้นร่างกายและปลุกทุกประสาทสัมผัสให้ตื่นตัวไปตลอดกิจกรรม

    หลังจบคลาส ผู้เข้าร่วมจะได้โดยสารรถบัสสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของย่านทองหล่อ เพื่อสัมผัสบรรยากาศของย่านสุดฮิปแห่งนี้ ก่อนเดินทางสู่โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น เพื่อเพลิดเพลินกับอาหารว่างและปาร์ตี้มัทฉะสุดพิเศษ ณ ห้องอาหารเอกะลักษณ์ (EKKALUCK) หนึ่งในห้องอาหารยอดนิยมของโรงแรมที่ได้รับคะแนนรีวิวโดดเด่นบน Tripadvisor พร้อมรับของที่ระลึกสุดพิเศษกลับบ้านเป็นความทรงจำจากประสบการณ์อันน่าประทับใจครั้งนี้ โดยแพ็กเกจเริ่มต้นเพียง 5,000 คะแนนแมริออท บอนวอย

    นอกจากนี้ ยังมีแพ็กเกจพิเศษจำนวน 3 แพ็กเกจ ที่รวมการเข้าพัก 1 คืน ณ โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น พร้อมอาหารเช้าแบบสดใหม่ไม่อั้น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์ของย่านทองหล่ออย่างเต็มที่ ก่อนร่วมสนุกกับกิจกรรมที่ Splash Box และปิดท้ายวันด้วยอาหาร เครื่องดื่ม และของที่ระลึกสุดพิเศษ โดยแพ็กเกจพร้อมที่พักเริ่มต้นเพียง 25,000 คะแนนแมริออท บอนวอยเท่านั้น โดยเปิดให้ร่วมประมูลระหว่างวันนี้ – 7 สิงหาคม 2569
    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส และการร่วมประมูลประสบการณ์สุดพิเศษครั้งนี้ สามารถเยี่ยมชมได้ที่นี่. (https://moments.marriottbonvoy.com/en-us/moments/collection/1188)

  • Food - Hotel

    “EAT OUT WITH MARRIOTT BONVOY” เทศกาลอาหารกลับมาอีกครั้งในประเทศไทย อิ่มอร่อยกับเมนูระดับเวิลด์คลาสใน 3 ราคาสุดคุ้ม พร้อมรับคะแนนและลุ้นรับรางวัลสุดพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2569

    กรุงเทพฯ ประเทศไทย: 30 มิถุนายน 2569 – แมริออท บอนวอย, โปรแกรมการเดินทางที่ได้รับรางวัลระดับโลก และพอร์ทโฟลิโอโรงแรมในเครือแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ที่รวบรวมแบรนด์โรงแรมชั้นนำกว่า 30 แบรนด์ทั่วโลก ประกาศการกลับมาอีกครั้งของ “Eat Out with Marriott Bonvoy” เทศกาลอาหารประจำปี ที่เชิญชวนสมาชิกแมริออทบอนวอยทุกท่านมาร่วมเปิดประสบการณ์การความอร่อยกับร้านอาหารและห้องอาหารชั้นนำของโรงแรมในเครือแมริออททั่วประเทศไทย

    อาหารถือเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมไทย โดยคนไทยมักใช้คำถามว่า “กินข้าวหรือยัง” เป็นคำทักทายระหว่างเพื่อน ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงาน และล่าสุดยังพบว่า “อาหาร” คือหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญของการเดินทางสำหรับคนไทยอีกด้วย โดยรายงาน “Loyalty Trends Report 2026” จาก แมริออท บอนวอย เผยว่า 62% ของผู้ตอบแบบสำรวจเลือก “อาหารและการรับประทานอาหาร” (Food & Dining) เป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ในการวางแผนท่องเที่ยว

    เพื่อเฉลิมฉลองเทรนด์ดังกล่าว “Eat Out with Marriott Bonvoy” กลับมาจัดขึ้นอีกครั้งตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 สิงหาคม 2569 พาแขกผู้เข้าร่วมออกเดินทางสู่ประสบการณ์ด้านอาหารจากเหนือจรดใต้ของประเทศไทย ผ่านเมนูจานเด่น บุฟเฟ่ต์สุดคุ้ม หรือเซ็ตเมนูสุดพิเศษ ที่เปิดโอกาสให้ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติได้สัมผัสรสชาติอาหารไทยอันเป็นเอกลักษณ์ ควบคู่กับอาหารนานาชาติจากทั่วโลก ซึ่งรังสรรค์โดยทีมเชฟมากฝีมือจากโรงแรมในเครือแมริออท

    ข้อเสนอนี้มี 3 ระดับราคาให้เลือก ได้แก่ 890 บาทสุทธิ (Tier 1), 1,190 บาทสุทธิ (Tier 2) และ 1,590 บาทสุทธิ (Tier 3) พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกแมริออท บอนวอย ที่สามารถรับคะแนนได้ทุกมื้ออาหาร นอกจากนี้ผู้ทานอาหารที่เข้าร่วมแคมเปญบนโซเชียลมีเดีย และผู้ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดที่จองผ่าน Hungry Hub มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลสุดพิเศษ รวมถึงคะแนนแมริออทบอนวอย สูงสุดถึง 30,000 คะแนน และที่พักในเครือโรงแรมแมริออท บอนวอยในประเทศไทย

    สายกินสามารถเลือกลิ้มลองประสบการณ์อาหารสุดพิเศษจากห้องอาหารชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น เซ็ตเมนูเทปันยากิที่ คิสซึอิเซน, ห้องอาหารญี่ปุ่นในโรงแรม แบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ (ในระดับราคา Tier 3) บุฟเฟ่ต์ติ่มซำมื้อกลางวันแบบไม่จำกัด ณ ห้องอาหารจีนมานโฮ ที่โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ (ในระดับราคา Tier 2) และบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าพร้อมสปาร์กลิงไวน์แบบไม่จำกัดที่ ห้องอาหาร เอกะลักษณ์ ที่ โรงแรมมาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น (ในระดับราคา Tier 1)

    สำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์ความอร่อยนอกกรุงเทพ สามารถอิ่มอร่อยไปกับอาหารโมเดิร์นอิซากายะ พร้อมเสิร์ฟฮามาจิซอสส้มพอนซึ ยากิโทริหรือยากิตง และอุรามากิหรือมากิที่โทะริเอ็น รูฟทอป แอนด์ บาร์ โรงแรมพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา (ในระดับราคา Tier 2) หรือสัมผัสเซ็ตเมนูอาหารไทย 4 คอร์ส “Gulf Soul” ที่ห้องอาหารลูน่า ลาไนย์ โรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ต แอนด์ สปา (ในระดับราคา Tier 2)

    สำหรับภาคใต้ นักชิมสามารถเพลิดเพลินกับเซ็ตเมนู 3 คอร์สสุดประณีต ณ โกจิ คิทเช่น แอนด์ บาร์ โรงแรมเขาหลัก แมริออท บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา หรือจิบค็อกเทลเย็น ๆ พร้อมอาหารเรียกน้ำย่อย ณ ห้องอาหารไอยรา เดอะ นาคา ไอส์แลนด์ อะ ลักชัวรี คอลเลคชั่น รีสอร์ต แอนด์ สปา ภูเก็ต (ทั้งสองรายการอยู่ในระดับราคา Tier 1) นอกจากนี้ผู้เข้าพักยังสามารถสัมผัสบรรยากาศสุดคึกคักที่ โรงแรมคอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ป่าตอง บีช รีสอร์ท ซึ่งห้องอาหารสโม้คสแต็ก บาร์บีคิว & กริลล์ พร้อมเสิร์ฟบุฟเฟ่ต์บาร์บีคิวและเครื่องดื่มแบบไม่จำกัด (ในระดับราคา Tier 2)

    หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์พักผ่อนบนเกาะ โรงแรมเชอราตัน สมุย รีสอร์ท ขอชวนมาลิ้มลองเซตเมนูอาหารตะวันตกแบบ 4 คอร์ส ณ ห้องอาหารบลูมังกี้ ห้องอาหารเอ้าท์ดอร์ในบรรยากาศสุดหรู (ในระดับราคา Tier 3) หรือชุดน้ำชายามบ่าย ณ วูบาร์ ที่โรงแรมดับเบิ้ลยู เกาะสมุย ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามตระการตาของท้องทะเลแบบพาโนรามา ขึ้นเหนือไปต่อกันที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท กับข้อเสนอพิเศษสำหรับคนรักสเต็กที่ห้ามพลาดเนื้อระดับพรีเมียม ณ ห้องอาหารฟาโวล่า (ในระดับราคา Tier 3) หรือจะเลือกฉลองสุดสัปดาห์ที่เชียงใหม่กับ โรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทล ที่จัดเต็มบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติทานได้ไม่จำกัด ณ ห้องอาหารกัช คิทเช่น แอนด์ บาร์ (ในระดับราคา Tier 1)

    นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของประสบการณ์ความอร่อยและสิทธิประโยชน์สุดพิเศษจาก แมริออท บอนวอย ที่พร้อมต้อนรับให้ทุกคนมาสัมผัสตั้งแต่จนถึงเดือนสิงหาคม ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายในราคาที่จับต้องได้ ทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ช่วยรังสรรค์ให้ทุกมื้ออาหารนอกบ้านของคุณคุ้มค่าและน่าประทับใจกว่าที่เคย

    แคมเปญ Eat Out เปิดให้สิทธิ์เฉพาะสมาชิกแมริออท บอนวอย เท่านั้น สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถสมัครได้ฟรี คลิกที่นี่ (https://www.marriott.com/loyalty/createAccount/createAccountPage1.mi)

    ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Eat Out with Marriott Bonvoy ได้ที่นี่ (https://blog.hungryhub.com/en/eat-out-with-marriott-bonvoy-x-hungry-hub/ ) และสำรองที่นั่งในประเทศไทยได้ที่นี่ (https://web.hungryhub.com/th/restaurants/group/eat-out-with-marriott-bonvoy-x-hungry-hub-2026/web?sort=most_relevance)

  • Hotel - Music

    แมริออท บอนวอย จับมือวง ETC. มอบประสบการณ์ดนตรีสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เงินก็หาซื้อไม่ได้ ตอกย้ำกลยุทธ์ Hyper-Local เชื่อมโยงสมาชิกชาวไทยสู่โมเมนต์แห่งความประทับใจผ่าน Marriott Bonvoy Moments

    แมริออท บอนวอย® (Marriott Bonvoy®) โปรแกรมการเดินทางและแพลตฟอร์มสะสมคะแนนที่ได้รับรางวัลของ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้แก่สมาชิกในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวกิจกรรมรูปแบบการเจาะกลุ่มตลาดท้องถิ่นใหม่ล่าสุด ที่จะมอบโอกาสสุดพิเศษให้แฟนเพลงได้ใกล้ชิดกับศิลปินชั้นนำ อย่างวง ETC. หนึ่งในวงดนตรีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ แมริออท บอนวอย จากโปรแกรมสมาชิกแบบดั้งเดิม สู่แพลตฟอร์มแห่งการสร้างแรงบันดาลใจ ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับความสนใจและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ผ่านประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้ แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส (Marriott Bonvoy Moments)

    ศิลปินวง ETC. จากจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางจากเอกลักษณ์ทางดนตรีที่ผสมผสานโซล ฟังก์ แจ๊ส อาร์แอนด์บี และป๊อปไทยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และในครั้งนี้ วง ETC. ได้จับมือกับ แมริออท บอนวอย เปิดตัว “ETC. ชวนมาแจม มิวสิค ซีรีส์ โดย แมริออท บอนวอย” พบกับ 5 อีเวนต์พิเศษกับประสบการณ์ที่หาซื้อไม่ได้ด้วยเงินแต่จัดขึ้นเพื่อสมาชิกคนพิเศษเท่านั้น เพื่อพาสมาชิก แมริออท บอนวอย ที่เป็นแฟนเพลงวง ETC. ไปกระทบไหล่แบบใกล้ชิดกับศิลปินที่ชื่นชอบในบรรยากาศสุดพิเศษ ณ โรงแรมระดับโลก 5 แห่งทั่วกรุงเทพฯ

    จากรายงานล่าสุด Loyalty Trends Report 2569 โดย แมริออท บอนวอย ระบุว่า นักเดินทางในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้ความสำคัญกับทั้ง “ความคุ้มค่า” และ “ประสบการณ์” มากยิ่งขึ้น โดยพวกเขามองหาโปรแกรมสมาชิกที่มอบสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ ควบคู่กับประสบการณ์ที่คัดสรรมาอย่างเหมาะสมกับความสนใจเฉพาะบุคคล ทั้งนี้ “ดนตรี” ยังคงเป็นหนึ่งในความสนใจหลักของสมาชิกทั้งในประเทศไทยและทั่วเอเชียแปซิฟิก ทำให้ความร่วมมือสุดพิเศษในครั้งนี้กับวง ETC. ถือเป็นการต่อยอดกลยุทธ์การสร้างความผูกผันหรือการมีส่วนร่วมผ่านประสบการณ์ของแมริออท บอนวอย ได้อย่างลงตัว

    ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 ถึงเดือนมีนาคม 2570 วง ETC. จะมาร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์ดนตรีไปพร้อมกับศิลปินรับเชิญพิเศษ ผ่านการแสดงสดในโรงแรมที่มีสไตล์ทั่วกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นห้องสวีทบนรูฟท็อปที่โดดเด่น สวนกลางแจ้งบรรยากาศหรู หรือบาร์ใจกลางเมืองที่เปี่ยมด้วยพลัง ในแต่ละอีเวนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ สมาชิก แมริออท บอนวอย ผู้โชคดีเพียง 20 ท่าน พร้อมผู้ติดตามอีกหนึ่งท่าน จะได้ดื่มด่ำกับโมเมนต์สแบบใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นที่นั่งแถวหน้าในการแสดงส่วนตัว เซสชันบันทึกเสียงแบบสด กิจกรรมร้องเพลงร่วมกัน รวมถึงโอกาสถ่ายภาพกับศิลปิน พร้อมด้วยเมนูอาหารว่างระดับพรีเมียมและเครื่องดื่มที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ทุกๆ งานจึงนับเป็นโอกาสพิเศษที่ไม่ควรพลาดสำหรับแฟน ๆ วง ETC. และผู้ที่หลงใหลในเสียงดนตรีทุกคน

    โดยซีรีส์ดนตรีสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับสมาชิกนี้จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 กับ EP.01 โดยเปิดฉากด้วยการแสดงสด ณ ห้อง Sky Suite ของ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค สุดตระการตาที่มาพร้อมสวนส่วนตัวและวิวเส้นขอบฟ้าแบบพาโนรามา

    จากนั้นในวันที่ 31 สิงหาคม EP.02 พบกันที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท โฮเทล เดอะ สุรวงศ์ โดยแขกผู้เข้าร่วมจะได้ร่วมแจมกับ ETC. อย่างใกล้ชิด ณ The Garden at Surawongse พื้นที่สังสรรค์สไตล์นีโอคลาสสิกของโรงแรมในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

    ต่อเนื่องในวันที่ 10 พฤศจิกายน EP.03 ETC. จะนำเสนอเอกลักษณ์ทางดนตรีในบรรยากาศสนุกสนานที่โรงแรมม็อกซี่ แบงค็อก ราชประสงค์ ณ ห้อง Library + Plug-In ที่มีสไตล์และเต็มไปด้วยพลัง

    Marriott International Hotel

    สำหรับ EP.04 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 19 มกราคม 2570 ที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพฯจะถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่าน Atelier Hall พื้นที่จัดงานที่ผสานศิลปะ วัฒนธรรม และเสน่ห์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

    และปิดท้ายในวันที่ 16 มีนาคม กับ EP.05 แฟน ๆ ETC. จะได้สัมผัสจังหวะของเมือง ณ R Bar เลานจ์สุดคึกคักของโรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ ที่พร้อมเติมเต็มค่ำคืนแห่งเสียงดนตรีอย่างมีชีวิตชีวา

    สิทธิ์เข้าร่วมงาน “ETC. ชวนมาแจม มิวสิค ซีรีส์ โดย แมริออท บอนวอย” ทั้ง 5 อีเวนต์ในกรุงเทพมหานคร มีจำนวนจำกัดเพียงอีเวนต์ละ 20 สิทธิ์เท่านั้น หนึ่งสิทธิ์สำหรับสองท่านรวมถึงสมาชิก แมริออท บอนวอย และผู้ติดตาม โดยสามารถเริ่มประมูลได้ตั้งแต่ 25,000 คะแนนต่อสิทธิ์ สมาชิกสามารถเริ่มประมูลสิทธิ์เข้าร่วมงานและติดตามรายละเอียดของอีเวนต์ทั้ง 5 ครั้งได้แล้วที่ https://moments.marriottbonvoy.com/moments/collection/1178

    “นักเดินทางชาวไทยในปัจจุบันมองหามากกว่าสิทธิประโยชน์ด้านการเข้าพักแบบเดิม ๆ ด้วยโปรแกรมสมาชิก แมริออท บอนวอย สมาชิกของเราสามารถเข้าถึงประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์แรงบันดาลใจและความสนใจเฉพาะตัวของพวกเขา และแคมเปญร่วมกับวง ETC. ซึ่งเป็นหนึ่งในศิลปินที่ได้รับความนิยมสูงสุดของประเทศไทยในครั้งนี้ ช่วยให้เราสร้างสรรค์ช่วงเวลาที่มีความหมาย โดดเด่นไม่เหมือนใคร และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในประเทศไทยได้อย่างแท้จริง” แบรด เอ็ดแมน (Brad Edman) รองประธานกรรมการประจำประเทศไทย กัมพูชา ลาว และ เมียนมา แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว

    ความร่วมมือกับวง ETC. ในครั้งนี้ต่อยอดมาจากความสำเร็จของแคมเปญ Marriott Bonvoy x Bangkok Music City เมื่อเดือนมีนาคม 2568 และแคมเปญ Nylon x Siam Music Fest เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งมอบโอกาสให้แฟนเพลงได้เข้าร่วมกิจกรรม listening party ร่วมกับศิลปินไทยชื่อดังอย่าง WIM

    ปัจจุบัน แมริออท บอนวอย ครอบคลุมโรงแรมมากกว่า 30 แบรนด์ ในกว่า 10,000 จุดหมายปลายทางทั่วโลก เชื่อมโยงนักเดินทางเข้ากับผู้คน สถานที่ และความหลงใหล ผ่านประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นดนตรี กีฬา อาหาร ศิลปะ วัฒนธรรม และอื่น ๆ อีกมากมาย

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส (Marriott Bonvoy Moments) และการจองประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟอื่นๆเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ moments.marriottbonvoy.com

  • Business - Hotel

    แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ฉลองความสำเร็จยิ่งใหญ่เปิดโรงแรมครบ 10,000 แห่ง ทั่วโลก ปักหมุดแบรนด์ เจดับบลิว แมริออท ที่ประเทศ อินเดีย ฉลองหมุดหมายสำคัญก่อน ก้าวเข้าสู่การครบรอบ 100 ปี

    บริษัท แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (NASDAQ: MAR) ประกาศเปิดตัวโรงแรมแห่งที่ 10,000 ของบริษัททั่วโลกอย่างเป็นทางการ ได้แก่ เจดับบลิว แมริออท รันธัมบอร์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (JW Marriott Ranthambore Resort & Spa) นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของบริษัท ก่อนการก้าวเข้าสู่การครบรอบ 100 ปี
    แอนโทนี่ คาปูอาโน (Anthony Capuano) ดำรงตำแหน่งประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “แมริออทเริ่มต้นธุรกิจเมื่อ 99 ปีก่อน จากร้านรูทเบียร์ขนาด 9 ที่นั่ง และวันนี้ได้เติบโตสู่พอร์ทโฟลิโอระดับโลกที่มีโรงแรมกว่า 10,000 แห่ง ครอบคลุม 146 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก ผมรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งกับความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ และนั่นเกิดขึ้นได้จากความทุ่มเทของทีมงานทั่วโลก รวมถึงความไว้วางใจจากเจ้าของโรงแรมที่ยังคงเชื่อมั่นในแบรนด์แมริออท”

    “การได้เฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งนี้ผ่านโรงแรมภายใต้แบรนด์ เจดับบลิว แมริออท (JW Marriott) ยิ่งมีความหมายเป็นพิเศษ เนื่องจากแบรนด์นี้ได้รับการตั้งชื่อตาม เจ. วิลลาร์ด แมริออท (J. Willard Marriott) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ซึ่งตัวเขาและ อลิซ เอส. แมริออท (Alice S. Marriott) ได้ร่วมกันสร้างรากฐานอันทรงคุณค่าให้แก่บริษัท ทั้งทางด้านโอกาส การบริการ และนวัตกรรม ซึ่งเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้สืบสานงคุณค่านี้ต่อไป”


    เจดับบลิว แมริออท รันธัมบอร์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (JW Marriott Ranthambore Resort & Spa) ได้จัดพิธีเฉลิมฉลองการเปิดโรงแรมร่วมกับพนักงานและคณะผู้บริหารของบริษัท นำโดย เดวิด แมริออท (David Marriott) ประธานคณะกรรมการบริษัท และ ราจีฟ เมนอน (Rajeev Menon) ประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) หรือ APEC รวมถึง ไนเลช กาดิยา (Nilesh Gadhiya) เจ้าของรีสอร์ท และครอบครัวกาดิยา

    รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติรันธัมบอร์เพียงไม่กี่นาที พร้อมมอบประสบการณ์การพักผ่อนระดับลักซ์ชัวรีท่ามกลางธรรมชาติ ผ่านห้องพักจำนวน 127 ห้อง ซึ่งได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ครอบคลุมทั้งพูลวิลล่าส่วนตัว ห้องพักและห้องสวีท ภายในรีสอร์ทแขกผู้เข้าพักยังสามารถสัมผัสประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มระดับพรีเมี่ยมที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหารอินเดียร่วมสมัย เมนูท้องถิ่น ไปจนถึงค็อกเทลซิกเนเจอร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากพืชพรรณท้องถิ่น
    ปัจจุบัน แบรนด์ เจดับบลิว แมริออท (JW Marriott) มีโรงแรมมากกว่า 130 แห่งทั่วโลก และการเปิดตัวครั้งนี้ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ทโฟลิโอโรงแรมระดับลักซ์ชัวรีของแมริออท ซึ่งประกอบด้วย 7 แบรนด์ รวมเกือบ 700 แห่ง ใน 74 ประเทศและเขตปกครอง พร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางอันน่าประทับใจในจุดหมายปลายทางที่เป็นที่ต้องการทั่วโลก

    ขณะที่แมริออทยังคงมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางที่หลากหลาย บริษัทได้ฉลองการเปิดโรงแรมใหม่ที่น่าสนใจในหลายกลุ่มตลาด ตั้งแต่ระดับมิดสเกล (Midscale) จนถึงระดับลักซ์ชัวรี (Luxury) ได้แก่

    • เดอะ เซนต์ รีจิส บูดาเปสต์ (The St. Regis Budapest) เปิดให้บริการในเดือนเมษายนที่ผ่านมา และถือเป็นการเปิดตัวแบรนด์ในประเทศฮังการี โรงแรมตั้งอยู่ภายใน Klotild Palace อาคารสถาปัตยกรรมชื่อดังของเมือง พร้อมนำเสนอความหรูหราเหนือกาลเวลา ประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ และบริการระดับโลกของแบรนด์สู่ใจกลางกรุงบูดาเปสต์
    • เดอะ เวสทิน พลาญา บาญาร์ตา ออล-อินคลูซีฟ รีสอร์ท (The Westin Playa Vallarta, an All-Inclusive Resort) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะโรงแรมแบบออลอินคลูซีฟแห่งแรกของแบรนด์เวสทินในประเทศเม็กซิโก รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่ริมอ่าวบันเดรัส และนำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนแบบครบวงจรที่ผสานความสะดวกสบายเข้ากับประสบการณ์การเดินทางอย่างมีคุณภาพ
    • อาร์ทิก ซูโจว อพาร์ตเมนต์ บาย แมริออท บอนวอย (Artik Suzhou, Apartments by Marriott Bonvoy) เปิดให้บริการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นับเป็นการเปิดตัวแบรนด์ครั้งแรกในจีนแผ่นดินใหญ่ โรงแรมตั้งอยู่ใจกลางเมืองประวัติศาสตร์ซูโจว โดยผสมผสานดีไซน์ร่วมสมัยเข้ากับเสน่ห์ทางวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของเมือง
    • สตูดิโอเรส บาย แมริออท กรีนส์โบโร แอร์พอร์ต (StudioRes by Marriott Greensboro Airport) เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม เพียงประมาณหนึ่งปีหลังการลงนามโครงการ โรงแรมสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีโมดูลาร์ และเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ใหม่ล่าสุดของบริษัทที่ตอบโจทย์นักเดินทางระยะยาว
  • Hotel - Lifestyle

    โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ และดับเบิ้ลยู เกาะสมุย เผยไฮไลต์กิจกรรม “Stand for Love” ตลอดเดือนมิถุนายน ครอบคลุมตั้งแต่เมนูมาการิต้าซิกเนเจอร์ แฟชั่นโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ไปจนถึงเวทีสนทนาที่จุดประกายแรงบันดาลใจ

    ดับเบิ้ลยู โฮเทล ภายใต้พอร์ตโฟลิโอของ แมริออทบอนวอย ซึ่งมีแบรนด์ชั้นนำระดับโลกกว่า 30 แบรนด์ ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาล Pride Month ในประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ด้วยแคมเปญ “Stand for Love” แคมเปญเชิงประสบการณ์สุดพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงออกถึงตัวตนอย่างอิสระ พร้อมจุดประกายบทสนทนาอันทรงคุณค่าผ่านหลากหลายกิจกรรมน่าสนใจ ณ โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ และโรงแรมดับเบิ้ลยู เกาะสมุย

    นับตั้งแต่ก่อตั้ง ดับเบิ้ลยู โฮเทล ยืนหยัดในการเป็นจุดหมายปลายทางที่เปิดกว้างและพร้อมต้อนรับทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยยึดมั่นในคุณค่าของความเป็นตัวของตัวเอง ความคิดสร้างสรรค์ ความหลากหลาย และเสรีภาพในการแสดงออก การสนับสนุนชุมชน LGBTQIA+ จึงฝังรากลึกอยู่ในดีเอ็นเอ (DNA) ของแบรนด์อย่างแท้จริง ดับเบิ้ลยู โฮเทล ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแสดงออกเท่านั้น แต่เรายังร่วมเฉลิมฉลองในทุกตัวตนอย่างไม่มีเงื่อนไข และในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นเดือนแห่งเทศกาล Pride Month ทั่วโลก ดับเบิ้ลยู โฮเทล พร้อมร่วมเป็นกระบอกเสียงสำคัญผ่านกิจกรรมหลากหลายสีสันตลอดทั้งเดือน เพื่อขับเคลื่อนความเท่าเทียม และสร้างความตระหนักรู้ถึงความท้าทายต่างๆ ที่ชุมชน LGBTQIA+ ยังคงต้องเผชิญ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก

    ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ ดับเบิ้ลยู โฮเทล และแคมเปญ Pride

    • การเฉลิมฉลอง Pride: ดับเบิ้ลยู โฮเทล ต้อนรับเดือนมิถุนายนนี้ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “Stand for Love” พร้อมกันทั่วโลก เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและยืนหยัดเคียงข้างชุมชน LGBTQIA+ อย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนคุณค่าด้านความเท่าเทียม
    • วัตถุประสงค์และพันธกิจ: มุ่งส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม เพื่อสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยและสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างแท้จริง
    • สร้างสรรค์ประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์: เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้งผ่านประสบการณ์ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตื่นตาตื่นใจไปกับพื้นที่ Living Room ที่มีชีวิตชีวา และพร้อมตอบสนองทุกความต้องการด้วยบริการระดับตำนานอย่าง Whatever/Whenever®
    • การผสานเสน่ห์ท้องถิ่นและมาตรฐานระดับโลก: ทุกจุดหมายปลายทางดับเบิ้ลยู โฮเทล ได้หลอมรวมพลังอันโดดเด่นและทันสมัยของแบรนด์ เข้ากับอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างลงตัว เพื่อเปิดมุมมองใหม่และจุดประกายแรงบันดาลใจ

    เชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์และเฉลิมฉลองแคมเปญ Stand for Love กับ ดับเบิ้ลยู โฮเทล ในประเทศไทย ผ่านกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ที่จัดขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และเกาะสมุย

    Stand for Love ที่โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ

    • นิทรรศการศิลปะ ที่ดับเบิ้ลยู เลานจ์ (W Lounge) และ เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร (The House on Sathorn): วันที่ 6 – 30 มิถุนายน
    • Connectors Brunch พร้อมการแสดงพิเศษ ที่เดอะ คิทเช่น เทเบิ้ล (The Kitchen Table): วันที่ 6 มิถุนายน (12.30 – 15.30 น.)
    • แฟชั่นโชว์โดย Eric Raisina ที่เดอะ คิทเช่น เทเบิ้ล (The Kitchen Table): วันที่ 13 มิถุนายน
    • โปรแกรม Elixirs ที่ดับเบิ้ลยู เลานจ์ (W Lounge): วันที่ 20 มิถุนายน
    • กิจกรรม Stand for Love Run: วันที่ 28 มิถุนายน (6.00 – 9.00น.)

    โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ โรงแรมดีไซน์โดดเด่นที่ผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายทางประวัติศาสตร์ใจกลางเมือง ผู้เข้าพักและลูกค้าสามารถร่วมชม นิทรรศการศิลปะ (Art Installations) ตลอดช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งรังสรรค์โดย Bill Bensley นักออกแบบตกแต่งภายในชื่อดังระดับโลก และคุณนิ่ม แก้วตระการ ผู้บุกเบิกงานอัปไซคลิง (Upcycling) ที่จะมาเนรมิตพื้นที่ของโรงแรมให้เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ และไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด ในวันที่ 6 มิถุนายน เตรียมพบกับ Connectors Brunch บุฟเฟ่ต์มื้อสายสุดสัปดาห์ยอดนิยมเวอร์ชั่นพิเศษที่ห้องอาหาร เดอะ คิทเช่นเทเบิ้ล (The Kitchen Table) ที่่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยตลอด 3 ชั่วโมงเต็ม รวมไปถึงแพ็กเกจเครื่องดื่ม การแสดงแดร็กควีนระดับไอคอน และดนตรีจากดีเจ

    วันที่ 13 มิถุนายน ร่วมสัมผัสความตระการตาของ แฟชั่นโชว์ โดย Eric Raisina ดีไซเนอร์และศิลปินสิ่งทอระดับโลก ต่อเนื่องในวันที่ 20 มิถุนายน ที่ดับเบิ้ลยู เลานจ์ (W Lounge) ซึ่งจะเนรมิตค่ำคืนแห่งค็อกเทลสุดสร้างสรรค์ โดยบาร์เทนเดอร์รับเชิญจากชุมชน LGBTQIA+ มาร่วมถ่ายทอดสีสันใหม่ให้กับวงการมิกโซโลจี และในวันที่ 28 มิถุนายน ปิดท้ายด้วยกิจกรรม Stand for Love Run นำโดยคุณ Meepik อินฟลูเอนเซอร์ด้านไลฟ์สไตล์และสุขภาพ กิจกรรมที่เปี่ยมพลังซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกเพศทุกวัยได้ร่วมเคลื่อนไหวอย่างมีความหมาย พร้อมส่งเสริมมิตรภาพและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

    Stand for Love Beach ที่โรงแรมดับเบิ้ลยู เกาะสมุย

    • โปรแกรม Elixirs: วันที่ 1 – 30 มิถุนายน
    • นิทรรศการศิลปะ: วันที่ 1 – 30 มิถุนายน
    • Stand for Love Session กับ Kelio และ Ryann: วันที่ 13 มิถุนายน (17.00 – 18.00 น.)
    • ดนตรีโดยดีเจ Groove และดีเจ Gregory ที่ Sip Beach: วันที่ 13 มิถุนายน (19.00 น.)
    • Innerdance Workshop กับ Caro: วันที่ 11 มิถุยายน (16.30 – 18.00น.)

    โรงแรมดับเบิ้ลยู เกาะสมุย รีสอร์ทไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรีที่โดดเด่นด้วยพูลวิลล่าส่วนตัว สระว่ายน้ำ และวิวทะเล เชิญชวนคนที่คุณรักมาร่วมเฉลิมฉลองตลอดเดือนมิถุนายนกับโปรแกรม Elixirs ผ่านเมนูค็อกเทลสีสันสดใสและความบันเทิงที่เต็มไปด้วยพลัง นอกจากนี้ระหว่างวันที่ 1 – 30 มิถุนายน กิจกรรม Stand for Love Beach จะเปลี่ยนชายหาดสีทองของรีสอร์ทให้กลายเป็นพื้นที่ศิลปะที่มีชีวิต ถ่ายทอดผ่านผลงานศิลป์แนวออร์แกนิกและประติมากรรมดอกไม้

    บรรยากาศเฉลิมฉลองของเทศกาล Pride Month จะยิ่งเพิ่มความเอ็กซ์คลูซีฟและเข้มข้นขึ้นในค่ำคืนวันที่ 13 มิถุนายน มาร่วมเปิดฉากด้วยบทสนทนาที่มีความหมาย ก่อนไปสนุกกันต่อกับปาร์ตี้สุดเจิดจรัส เริ่มต้นค่ำคืนด้วย Stand For Love Session พื้นที่เปิดกว้างสำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นสำคัญ ทั้งเรื่องอัตลักษณ์และการเป็นตัวของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ พร้อมพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับ Kelio และ Ryann คู่รัก LGBTQIA+ ที่จะมาสะท้อนเรื่องราวและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความท้าทายที่ชุมชนยังต้องเผชิญในปัจจุบัน ผู้ร่วมภายในงานจะได้อิ่มอร่อยไปกับเครื่องดื่มและของว่างรสเลิศ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยการแบ่งปันเรื่องราว เพื่อให้ทุกเสียงมีความหมายและถูกรับฟังอย่างแท้จริง ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนแห่งความสุขและความเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยเสียงดนตรีสุดมันส์จากดีเจที่ Sip Beach

    วันที่ 11 มิถุนายน มาร่วมปลุกทุกประสาทสัมผัสให้ตื่นรู้ไปกับ Innerdance Workshop กิจกรรมที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ห้วงเวลาแห่งการเยียวยา ผ่านการผสมผสานอย่างลงตัวของเสียงดนตรี คลื่นเสียง และพลังงานบำบัด โดยมี Caro เป็นผู้ปรนนิบัติและนำทางทุกท่านเดินทางเข้าสู่สภาวะตระหนักรู้ทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อก้าวข้ามและปลดปล่อยทุกความรู้สึกภายในใจให้ไหลเวียนอย่างเป็นอิสระและเป็นธรรมชาติ

    แบรด เอ็ดแมน (Brad Edman) รองประธานกรรมการบริหารประจำภูมิภาคไทย กัมพูชา ลาวและเมียนมา แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “ดับเบิ้ลยู โฮเทล มีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นกระบอกเสียงและสนับสนุนสิทธิของชุมชน LGBTQIA+ ทั่วโลกมาอย่างยาวนาน เราจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอประสบการณ์สุดพิเศษเหล่านี้ในประเทศไทย สำหรับเรา Pride Month คือช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองความสุขในการอยู่ร่วมกันและเสรีภาพในการเป็นตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งนี้ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าในอีกหลายพื้นที่ทั่วโลก ยังคงมีสิ่งที่เราต้องขับเคลื่อนร่วมกันเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและการยอมรับอย่างแท้จริง ซึ่งดับเบิ้ลยู โฮเทล หวังเป็นอย่างยิ่งว่า แคมเปญ Stand for Love จะช่วยส่งต่อข้อความแห่งอิสรภาพและการเชื่อมโยงผู้คนในสังคมเข้าด้วยกันอย่างกว้างขวาง”

    ดับเบิ้ลยู โฮเทล ขอเชิญชวนแขกผู้เข้าพักทุกท่าน ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก มาร่วมเฉลิมฉลองและสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในเทศกาล Pride Month ในประเทศไทย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมที่โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ กรุณาคลิกที่นี่ (https://www.marriott.com/offers/stand-for-love-off-229190/bkkwb-w-bangkok) และที่โรงแรมดับเบิ้ลยู เกาะสมุย กรุณาคลิกที่นี่ (https://www.marriott.com/offers/pride-month-activation-off-228280/usmwh-w-koh-samui)

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ในด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.marriott.com/diversity/diversity-and-inclusion.mi

  • Hotel - Sports

    อาลิง โฮลัน และ วีนีซียุส ฌูนีโยร์ ร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ในแคมเปญใหม่ของ แมริออท บอนวอย และ วีซ่า “เพื่อแฟนบอลทั่วโลก” (For Fans, Everywhere) ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026 (FIFA World Cup 2026™)

    ด้วยการสนับสนุนจากวีซ่า พันธมิตรระดับโลกอย่างเป็นทางการของ ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ แมริออท บอนวอย เตรียมเปิดตัวสิทธิพิเศษในการเข้าถึงบัตรชมการแข่งขัน ผ่านกิจกรรม โมเมนต์ส ดรอป ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

    เบเทสดา รัฐแมริแลนด์ – วันที่ 16 เมษายน 2569 – ในโอกาสที่การแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ (FIFA World Cup™) กลับมาจัดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนืออีกครั้งเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสามทศวรรษ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy) แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลการันตีของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) และ วีซ่า (Visa) ผู้นำระดับโลกด้านระบบการชำระเงินดิจิทัล ประกาศเปิดตัวแคมเปญระดับโลกครั้งใหม่ร่วมกันภายใต้ชื่อ “เพื่อแฟนบอลทั่วโลก” (For Fans, Everywhere) แคมเปญดังกล่าวนำโดยสองซูเปอร์สตาร์ลูกหนังระดับโลก ผู้เป็นที่รักของแฟนบอลจากทั่วทุกมุมโลก ตอกย้ำพลังแห่งความหลงใหลของแฟนๆ ที่พร้อมเดินทางข้ามพรมแดนทันทีที่ได้ยินเสียงนกหวีดเริ่มเกม เพื่อออกไปสัมผัสกับเสน่ห์ของกีฬาฟุตบอลอย่างแท้จริง ตลอดช่วงการแข่งขัน For Fans, Everywhere จะมอบสิทธิ์เข้าถึงแมตช์การแข่งขันแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน รวมถึงประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ให้แก่สมาชิกแมริออท บอนวอย ที่ถือบัตรวีซ่า นำแฟนบอลเข้าใกล้มหกรรมกีฬาที่ทั่วโลกต่างเฝ้ารอคอยมากที่สุด

    แคมเปญ For Fans, Everywhere จะถูกถ่ายทอดผ่านสองไอคอนแห่งวงการฟุตบอลระดับโลก ได้แก่ อาลิง โฮลัน (Erling Haaland) และ วีนีซียุส ฌูนีโยร์ (Vinícius Júnior) โดยทั้งสองจะร่วมปรากฏตัวในคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบร่วมกับแมริออท บอนวอย และวีซ่า ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอโซเชียลมีเดีย “สลีปโอเวอร์ สวีท” (Sleepover Suite) รวมถึงภาพยนตร์โฆษณา (Cinematic Brand Film) ที่เตรียมสร้างการมีส่วนร่วมกับแฟนบอลทั่วโลก เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นในเดือนมิถุนายนนี้

    ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน เป็นต้นไป แมริออท บอนวอย เปิดโอกาสให้สมาชิกเข้าถึงบัตรเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ ครบทุกแมตช์ พร้อมประสบการณ์สุดพิเศษที่ได้รับการคัดสรรมาโดยเฉพาะ ผ่านแพลตฟอร์ม แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส (Marriott Bonvoy Moments) โดยได้รับการสนับสนุนจากวีซ่า การเปิดตัวแมริออท บอนวอย โมเมนต์ส ในครั้งนี้ถือเป็นการมอบสิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับอีเวนต์เดียว โดยมีข้อเสนอมากกว่า 600 รายการ ครอบคลุมทั้งประสบการณ์ในการรีดีมสิทธิ์ในอัตราคงที่ การประมูล และ กิจกรรม 1 พอยต์ ดรอป เกือบร้อยรายการ ซึ่งจะทยอยเปิดให้แลกสิทธิ์ทุกวันศุกร์ ไฮไลต์พิเศษในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม คือสัปดาห์แห่ง 1 พอยต์ ดรอป แบบรายวัน มอบโอกาสในการเข้าถึงสิทธิ์ในรูปแบบมาก่อนได้ก่อน สำหรับช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ รวมถึงแมตช์รอบชิงชนะเลิศ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำอย่างแท้จริงให้กับแฟนบอลทั่วโลก

    “แคมเปญของเราสะท้อนความจริงสำคัญของแฟนฟุตบอลโลก นั่นคือการเดินทางไม่ได้เป็นเพียงการออกเดินทาง แต่คือหนทางในการเข้าใกล้ผู้คน ความหลงใหล และสถานที่ที่พวกเขารักมากยิ่งขึ้น เรากำลังสร้างพื้นที่ที่แฟนๆ สามารถเฉลิมฉลองความเป็นแฟนกีฬา เชื่อมโยงกับชุมชน และแบ่งปันวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น” เพ็กกี้ โรว์ (Peggy Roe) รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลูกค้า แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว “การเดินทางเพื่อฟุตบอลโลกแตกต่างจากการเดินทางรูปแบบอื่น แฟนบอลไม่ได้เพียงออกไปสำรวจโลก แต่พวกเขานำโลกของตนเองติดตัวไปด้วย ทั้งการสนับสนุนทีมที่รัก และการแบ่งปันวัฒนธรรมของตนในระดับโลก ในฐานะพันธมิตรด้านการเดินทางตลอดชีวิต เราภูมิใจที่ได้อยู่เคียงข้างและสนับสนุนแฟนบอลในทุกช่วงของการเดินทาง ตั้งแต่การแข่งขันนัดแรก ไปจนถึงธรรมเนียมและความทรงจำที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น”

    “การแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ จะเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์ประสบการณ์แฟนบอลรูปแบบใหม่ที่ล้ำสมัย” มัทเธียส กราฟสตรอม (Mattias Grafström) เลขาธิการสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) กล่าว “ขณะที่แคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา เตรียมต้อนรับแฟนฟุตบอลนับล้านคนสู่มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่แมริออท บอนวอย และวีซ่า จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเปิดโอกาสสุดพิเศษหนึ่งเดียวในชีวิตให้กับแฟนบอลทั่วโลก ตั้งแต่นัดเปิดสนามที่เม็กซิโกซิตี้ ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศที่ทุกคนเฝ้ารอ ณ นิวยอร์ก–นิวเจอร์ซีย์”

    “การแข่งขันฟุตบอลโลกถูกนิยามด้วยช่วงเวลาอันน่าจดจำที่แฟนบอลเก็บไว้ตลอดชีวิต และการเดินทางสู่การแข่งขันก็เป็นส่วนสำคัญของมนตร์เสน่ห์นั้น” คินดรา รัสเซลล์ (Kyndra Russell) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ภูมิภาคอเมริกาเหนือ วีซ่า กล่าว “แมริออท บอนวอย และวีซ่า กำลังร่วมกันเปิดโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่หาไม่ได้จากที่ใด เพื่อพาสมาชิกเข้าใกล้การแข่งขันมากยิ่งขึ้น เปลี่ยนการเดินทางและการเข้าถึง ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน ไม่ต่างจากเหตุการณ์บนสนามแข่งขัน”

    ท่ามกลางกระแสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวทั่วโลก และมีแนวโน้มแตะมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2575* แมริออท บอนวอย อยู่ในตำแหน่งที่พร้อมอย่างยิ่งในการตอบโจทย์ความต้องการด้านการเดินทางที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ ด้วยชาวอเมริกันเกือบ 75% ที่แสดงความสนใจในกีฬาฟุตบอล* ประกอบกับการเดินทางระหว่างประเทศเพื่อชมการแข่งขันกีฬาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ กำลังก้าวขึ้นเป็นช่วงเวลาแห่งวัฒนธรรมและการเดินทางที่สำคัญระดับโลก และด้วยการสนับสนุนจากวีซ่า แมริออท บอนวอย กำลังยกระดับรูปแบบการเข้าถึง การเชื่อมโยงสมาชิกและผู้ถือบัตรวีซ่าให้เข้าถึงโอกาสสุดพิเศษ เพื่อสัมผัสประสบการณ์ฟุตบอลโลกในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส สามารถเข้าชมได้ที่ moments.marriottbonvoy.com

  • Exhibition - Hotel

    สร้างเครือข่าย เปิดประตูสู่โอกาส กับ แมริออท บอนวอย อีเวนต์ ในประเทศไทย ด้วยโรงแรมและรีสอร์ตราว 70 แห่งทั่วประเทศ พร้อมสถานที่จัดงานที่โดดเด่นนับร้อย แมริออท บอนวอย ช่วยเชื่อมโยงผู้คน แนวคิด และประสบการณ์ เพื่อยกระดับทุกการประชุมและอีเวนต์ทั่วไทย

    แมริออท บอนวอย โปรแกรมสะสมคะแนนและแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวจากแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) ที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย พอร์ตโฟลิโอของโรงแรมชั้นนำมากกว่า 30 แบรนด์ระดับโลก ขอเชิญนักวางแผนการประชุมและจัดงานอีเวนต์ ร่วมสร้างเครือข่ายที่มีความหมาย และอีเวนต์ทางธุรกิจที่ทรงพลังทั่วประเทศไทย ด้วยการผสานสถานที่จัดงานมาตรฐานสากล เทคโนโลยีล้ำสมัย และประสบการณ์ท้องถิ่นอันโดดเด่น ผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านการประชุมและอีเวนต์อย่างครบวงจรของแมริออท

    ด้วยโรงแรมและรีสอร์ตกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุม 18 แบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ ตั้งแต่กลุ่มโรงแรมระดับซีเล็กต์เซอร์วิส (Select‑Service) ไปจนถึงโรงแรมระดับลักชัวรี (Luxury) แมริออท บอนวอย มอบทางเลือกที่หลากหลายสำหรับการจัดประชุมและอีเวนต์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมองค์กรขนาดใหญ่ งานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์ การประชุมผู้บริหาร โปรแกรมท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การฝึกอบรม ไปจนถึงกิจกรรมเสริมสร้างความสามัคคีในทีม โดยนักวางแผนสามารถเลือกใช้สถานที่จัดงานได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่ห้องบอลรูมสุดหรู ห้องประชุมดีไซน์ร่วมสมัย สถานที่ริมชายหาด ไปจนถึงจุดหมายปลายทางทางวัฒนธรรมที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ซึ่งทุกแห่งล้วนสะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ได้อย่างชัดเจน

    จุดหมายปลายทางที่หลากหลาย เปิดทุกความเป็นไปได้ทั่วประเทศไทย

    ในกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่มีชีวิตชีวาของประเทศไทย แมริออท บอนวอย นำเสนอโรงแรมมากกว่า 30 แห่ง พร้อมสถานที่จัดประชุมและอีเวนต์ที่หลากหลายและครบครัน แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค (Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park) ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการประชุมและนิทรรศการ (ไมซ์ – MICE) ชั้นนำของเมือง โดดเด่นด้วยห้องจัดงาน 36 ห้อง รวมถึงห้องบอลรูมขนาดใหญ่ 3 ห้อง และพูลเฮาส์ในบรรยากาศสไตล์เรสซิเดนเชียล ขณะที่รอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ โฮเทล กรุงเทพฯ (Royal Orchid Sheraton Riverside Hotel Bangkok) มอบบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่โดดเด่น เหมาะสำหรับการจัดงานที่น่าประทับใจ

    แบงค็อก แมริออท โฮเทล เดอะ สุรวงศ์ (Bangkok Marriott Hotel The Surawongse) ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ พร้อมพื้นที่จัดงานร่วมสมัย ห้องบอลรูมระบบจอภาพแอลอีดี (LED) และสวนสวยสำหรับการจัดประชุมและอีเวนต์ที่สร้างความประทับใจ
    เรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ (Renaissance Bangkok Ratchaprasong) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านราชประสงค์ นำเสนอพื้นที่จัดงานที่เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับการประชุมระดับองค์กรและระดับภูมิภาค ขณะที่ เดอะ ริทซ์‑คาร์ลตัน, กรุงเทพฯ (The Ritz Carlton Bangkok) ยกระดับอีเวนต์ระดับไฮเอนด์ด้วยสถานที่จัดงานสุดหรู 9 แห่ง รวมถึงห้องบอลรูมที่สามารถชื่นชมทัศนียภาพของสวนลุมพินี

    นอกตัวเมืองกรุงเทพฯ พัทยา แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา (Pattaya Marriott Resort and Spa) นำเสนอสถานที่จัดประชุมริมทะเลที่ผสานการทำงานเข้ากับการพักผ่อนได้อย่างลงตัวบนหาดจอมเทียน ขณะที่ระยอง แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา (Rayong Marriott Resort & Spa) มอบบรรยากาศชายหาดอันเงียบสงบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโปรแกรมส่งเสริมการขาย การสัมมนา และการประชุมนอกสถานที่

    บนชายฝั่งอันดามัน เจดับบลิว แมริออท เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา (JW Marriott Khao Lak Resort & Spa) ถ่ายทอดการประชุมให้เป็นเสมือนการเดินทางที่มีความหมาย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ วัฒนธรรม และประสบการณ์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงและคุณภาพชีวิตของผู้เข้าร่วมงาน ขณะที่ เขาหลัก แมริออท บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา (Khao Lak Marriott Beach Resort & Spa) นำเสนอพื้นที่จัดงานภายในอาคารที่ทันสมัย รวมถึงห้อง อันดามัน บอลรูม ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องบอลรูมที่ใหม่ที่สุดในพื้นที่ และโดดเด่นด้วยจอ LED ที่ใหญ่ที่สุดในเขาหลัก นอกจากนี้ รีสอร์ตยังมีพื้นที่ริมชายหาด ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดงานที่มอบประสบการณ์อันน่าประทับใจและสร้างแรงบันดาลใจ

    ในจังหวัดภูเก็ต นักวางแผนสามารถจัดอีเวนต์ที่โดดเด่นได้ที่โฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน ภูเก็ต ป่าตอง บีช รีสอร์ท(Four Points by Sheraton Phuket Patong Beach Resort) ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องบอลรูมอคารา แกรนด์ (Akara Grand Ballroom) พร้อมวิวหาดป่าตอง หรือสัมผัสมิติทางวัฒนธรรมที่คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ (Courtyard by Marriott Phuket Town) กับห้องจัดงานอเนกประสงค์ 10 แห่งในย่านเมืองเก่า

    ภาคเหนือของประเทศไทยมอบฉากหลังอันงดงามด้วยวัฒนธรรมและธรรมชาติ เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท (Le Méridien Chiang Rai Resort) นำเสนอพื้นที่จัดงานทั้งในร่มและกลางแจ้งท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำกก ขณะที่ เชียงใหม่ แมริออท โฮเทล (Chiang Mai Marriott Hotel) มีพื้นที่จัดงานอเนกประสงค์ทั้งหมด 22 ห้อง รวมถึงห้องพลายบอลรูมที่มอบประสบการณ์แบบสมจริง (immersive), ห้องสุเทพ ฮอลล์ และห้องแกรนด์บอลรูม ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดการประชุมและนิทรรศการขนาดใหญ่

    เพิ่มคุณค่าให้ทุกอีเวนต์ด้วย แมริอออท บอนวอย

    ด้วย แมริออท บอนวอย อีเวนต์ นักวางแผนสามารถสะสมคะแนนจากทุกการประชุม การจองแบบกลุ่ม และการจัดเลี้ยงที่เข้าเงื่อนไข เพื่อนำไปแลกรับห้องพักฟรี ประสบการณ์สุดพิเศษ และสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทางทั่วโลก โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญประจำโรงแรมคอยให้การดูแลอย่างใกล้ชิด ภายใต้แนวทางการทำงานเชิงที่ปรึกษา พร้อมเปิดกว้างในการทำงานร่วมกับเอเจนซีและพันธมิตรด้านความคิดสร้างสรรค์ตามความต้องการ

    เปิดทุกความเป็นไปได้แห่งการเชื่อมต่อกับ แมริออท บอนวอย อีเวนต์ ในประเทศไทย

    นักวางแผนการประชุมสามารถได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้นกับข้อเสนอ กรุ๊ปและงานจัดเลี้ยง สำหรับลูกค้าองค์กร ปี พ.ศ. 2569 (2026 APEC Group & Catering offer): “สร้างเครือข่าย เปิดประตูสู่โอกาส” (Where Connections Create Possibilities) ซึ่งออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการจัดงานที่สร้างแรงบันดาลใจและผลลัพธ์ที่ยั่งยืน เปิดให้จองตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม – 30 กันยายน พ.ศ. 2569 และสามารถจัดงานได้ภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2569 ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีนแผ่นดินใหญ่)

    ผู้ที่จองโดยตรงผ่านระบบเรสลิงก์ ของแมริออท (Marriott ResLink) จะได้รับคะแนนสะสมโบนัสเมื่อทำสัญญา ระบบบริหารจัดการรายชื่อห้องพักที่สะดวก และการสมัครสมาชิกที่รวดเร็ว พร้อมรับ คะแนนแมริออท บอนวอยเป็นสองเท่า สำหรับทุกอีเวนต์ที่เข้าเกณฑ์ สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอาจรวมถึงห้องพักฟรี เครดิตอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนลดค่าใช้จ่ายรวมของงาน และแพ็กเกจระบบภาพและเสียงที่อัปเกรด เพื่อให้นักวางแผนสามารถออกแบบอีเวนต์ได้ตรงตามเป้าหมายอย่างแท้จริง

    สิทธิพิเศษสำหรับการจองตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569 และจัดงานภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2569 สำหรับสัญญาที่มีมูลค่ามากกว่า 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ

    • รับคะแนนแมริออท บอนวอย สามเท่า สำหรับการจองแบบกลุ่มพร้อมการจัดเลี้ยง การจองเฉพาะห้องพักแบบกลุ่ม หรือการจัดเลี้ยงอย่างเดียว
    • รับส่วนลด 10% จากค่าใช้จ่ายรวมของงาน สำหรับการจองเฉพาะห้องพักแบบกลุ่ม
    • รับส่วนลด 10% สำหรับห้องพัก และ 5% สำหรับการจัดเลี้ยง สำหรับการจองแบบกลุ่มพร้อมการจัดเลี้ยง
      หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือจองการประชุมหรืออีเวนต์ครั้งถัดไปในประเทศไทย กรุณาเยี่ยมชม
      https://www.marriott.com/en-us/meeting-event-hotels/group-reservations/Elevate-your-next-event-in-Thailand-and-Cambodia

  • Hotel - Lifestyle

    THE ST. REGIS BAR BANGKOK จัดงาน ‘GLOBAL BAR EXCELLENCE’ต้อนรับบาร์เทนเดอร์ยอดฝีมือจากทั่วโลก 4 วันเต็มระหว่างวันที่ 23-26 เมษายน 2569

    กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ครั้งแรกของ The S. Regis Bar Bangkok จัดงาน ‘The House of Astor – Global Bar Excellence’ งานที่รวมตัวเหล่าบาร์เทนเดอร์แถวหน้าจากทั่วโลกมาไว้ที่เดียว เพื่อตอกย้ำในจุดยืนของการเป็นแบรนด์แห่งการเฉลิมฉลอง และสังสรรค์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยครั้งนี้จะเป็นการเฉลิมฉลองผ่านศิลปะแห่งเครื่องดื่มจากบาร์ชั้นนำระดับโลก งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 เมษายน 2569 ณ The St. Regis Bangkok

    เปิดตัวค่ำคืนแรกด้วยธีม “Legacy of Legends” ในวันที่ 23 เมษายน ที่จะรวบรวม 6 บาร์ที่มีชื่อเสียงโดดเด่นจากโรงแรมระดับลักชัวรี่ในเครือแมริออท (Marriott) ทั้งในอินโดนีเซีย ไทย และญี่ปุ่น ตั้งแต่ 19:00 น. เป็นต้นไป พบกับ Ambar Ubud Bar จากโรงแรม Mandapa, a Ritz-Carlton Reserve และ The St. Regis Bar Jakarta จากโรงแรม The St. Regis Jakarta จากนั้นต่อด้วย Bar Sathorn จากโรงแรม W Bangkok และ The St. Regis Bar Bangkok จากโรงแรม The St. Regis Bangkok ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนด้วย Gold Bar Tokyo และ Punch Room Tokyo จากโรงแรม The Tokyo EDITION

    โปรแกรมวันที่สองนำเสนอบาร์ชั้นนำในฝั่งโลกตะวันออกกับธีม “Spirits of the East” ในวันที่ 24 เมษายน ตั้งแต่เวลา 20:00 น. ถึง 23:00 น. ลิ้มลองเครื่องดื่มสุดสร้างสรรค์ของบาร์ Vender Bar จากนครไถจง ประเทศไต้หวัน (อันดับที่ 20 จาก Asia’s 50 Best Bars ปี 2025) และบาร์ AABBCC จากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยในค่ำคืนนี้ ทุกท่านจะได้ลิ้มลองค็อกเทลเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของโลกตะวันออก

    โปรแกรมวันที่สามมาในธีม “World Icons” ในวันที่ 25 เมษายน ตั้งแต่เวลา 20:00 น. ถึง 23:00 น. รวบรวมบาร์เทนเดอร์ชื่อดังระดับโลกผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอาทิบาร์ Handshake Speakeasy จากเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก (อันดับ 1 จาก World’s 50 Best Bars ปี 2024) และบาร์ Alice จากกรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี (อันดับที่ 13 จาก Asia’s 50 Best Bars ปี 2025)

    ในวันสุดท้าย วันที่ 26 เมษายน เวลา 13:00 น. ถึง 16:00 น. พบกับงาน “Cocktails, Tapas & Friends – The Grand Finale” ปิดท้ายการเฉลิมฉลองด้วยการสังสรรค์ยามบ่ายที่รวมตัวบาร์ชั้นนำในกรุงเทพฯ และบาร์เทนเดอร์แถวหน้า เพลิดเพลินกับค็อกเทลถึง 12 เมนู อาทิ BKK Social Club, Zuma Bangkok, Opium Bar, Vesper, Bar Us, Firefly, Aqua, Aman Lounge, Stella Bangkok และ The Bamboo Bar ท่ามกลางเสียงเพลงจาก DJ และทาปาส โดยสามารถจองออนไลน์ได้ที่: https://stregisbangkok.co/CocktailsTapasandFriendsApr26

    The St. Regis Bangkok เชิญชวนร่วมงาน “The House of Astor – Global Bar Excellence” ระหว่างวันที่ 23-25 เมษายน 2569 ณ เดอะ เซนต์ รีจิส บาร์ ชั้น 12 ของโรงแรม ราคาเครื่องดื่มเริ่มต้นที่ 450++ บาท ต่อแก้ว และร่วมปิดท้ายการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่กับงาน “Cocktails, Tapas & Friends – The Grand Finale” ในวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569 ในราคาแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 1,999 บาทสุทธิต่อท่านรวมเครื่องดื่ม ค็อกเทล ไวน์ เบียร์ น้ำอัดลม และทาปาสไม่จำกัด

    สามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้า และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02 207 7777, อีเมล [email protected], เว็บไซต์ www.stregisbangkok.com หรือจองออนไลน์ได้ที่ https://stregisbangkok.co/TheStRegisBarandThDrawingRoom

    ติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์

    Website www.stregisbangkok.com
    Facebook www.facebook.com/TheStRegisBarBangkok
    Instagram @stregisbarbangkok
    Line @stregisbangkok