Awakening Song Wat 2026 เทศกาลแสงไฟและศิลปะดิจิทัล กลับมาเป็นครั้งที่ 2 ในย่านทรงวาด ระหว่างวันที่ 3-12 กรกฎาคม 2569 ภายใต้ธีม “SON(G)EVITY: The Longevity of Song Wat” แนวคิดที่ชวนผู้คน มองย่านทรงวาดผ่านความหมายของคำว่า Longevity หรือการดำรงอยู่อย่างยืนยาว พร้อมตั้งคำถามว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้ย่านเก่าแก่แห่งนี้ยังคงมีชีวิต มีเสน่ห์ และสามารถส่งต่อเรื่องราวจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างต่อเนื่อง
พงศ์สิริ เหตระกูล ผู้อำนวยการเทศกาล Awakening กล่าวถึงแรงบันดาลใจของธีมการจัดงานในปีนี้ว่า “Awakening Song Wat 2026 ถือเป็นการกลับมาจัดงานเป็นครั้งที่ 2 ในย่านทรงวาด และเป็นเทศกาลแรกของซีรีส์ Awakening ในปีนี้ เราตั้งใจให้ธีม SON(G)EVITY: The Longevity of Song Wat ชวนผู้คนกลับมามองทรงวาดผ่านมุมมองใหม่ ไม่ใช่เพียงในฐานะย่านประวัติศาสตร์ แต่เป็นย่านที่ยังคงมีชีวิต เติบโต และส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่นอยู่ตลอดเวลา
สิ่งที่เราภูมิใจที่สุดไม่ใช่เพียงจำนวนผลงานศิลปะที่เพิ่มขึ้น แต่คือการที่เทศกาลได้รับความร่วมมือจากชุมชน สมาคม Made in Song Wat และพันธมิตรภาคเอกชนที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันในการสร้างย่านให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น เมื่อผู้คนออกมาเดินชมงาน ร้านค้าก็มีผู้มาเยือน ศิลปินก็มีพื้นที่เล่าเรื่อง และชุมชนก็มีโอกาสต้อนรับผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก เราหวังว่า Awakening Song Wat จะเป็นมากกว่าเทศกาลแสงไฟ แต่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเศรษฐกิจยามค่ำคืน และช่วยให้ทรงวาดเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับชุมชน”
Awakening Song Wat 2026 มีการจัดแสดงผลงานศิลปะและแสงไฟรวม 21 ผลงาน กระจายตัวอยู่ใน 14 จุดจัดแสดง ทั่วพื้นที่ย่านทรงวาด เปลี่ยนตรอก ซอย อาคารประวัติศาสตร์ และพื้นที่สร้างสรรค์ให้กลายเป็นเส้นทางแห่งการค้นพบเรื่องราวใหม่ ๆ ผ่านมุมมองของแสง ศิลปะ และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีจุดจัดแสดงสำคัญ อาทิ ตึกแขกทรงวาด, Lost in Song Wat, โกดังเจริญวัฒนา, ศาลเจ้าซินปุนเถ้ากง และ โซวทรงวาด รวมถึงพื้นที่น่าสนใจอื่นๆ ทั่วทั้งย่าน
ขณะที่ vivo ชวนทุกคนเปลี่ยนมุมมองของทรงวาดผ่านประสบการณ์การถ่ายภาพพอร์ตเทรตด้วย vivo V70 และการบันทึกวิดีโอระดับโปรด้วย vivo X300 Ultra ถ่ายทอดทั้งแสง สีสัน อารมณ์ และเรื่องราวของย่านผ่านงานศิลปะดิจิทัล สะท้อนให้เห็นว่าทุกมุมของทรงวาดล้วนเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์
แบรนด์รวงข้าว เชื่อว่าย่านเก่า กลับมามีชีวิตใหม่ได้เสมอ เมื่อเรื่องราวเดิมถูกเล่าผ่านวิธีคิดและพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ในฐานะแบรนด์ไทยต้นตำรับที่อยู่คู่ความทรงจำและวิถีชีวิตของผู้คนมายาวนาน รวงข้าวร่วมสนับสนุน Awakening Song Wat 2026 เพื่อปลุกเสน่ห์ของทรงวาดให้กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง เพื่อสะท้อนความเป็นไทยที่ยังร่วมสมัย และพร้อมถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ในแบบของวันนี้
Grab กลับมาสร้างสีสันให้กับเทศกาลอีกครั้ง ผ่านความอร่อยการันตีโดย #GrabThumbsUp ถ่ายทอดประสบการณ์ด้านรสชาติผ่านชิ้นงานศิลปะสุดเปล่งประกาย พร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้ร่วมงานด้วยโค้ดส่วนลดและจุดรับ-ส่งตลอดเส้นทาง เพื่อให้การเดินทางในทรงวาดสะดวกยิ่งขึ้น และเชื่อมโยงให้ทุกคนได้ค้นพบร้านอร่อยและธุรกิจท้องถิ่นทั่วทั้งย่าน ขณะที่ Visa ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในย่าน ผ่านแคมเปญ Feel So Thai ไท๊ ไทย with VISA ที่เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติออกมาสัมผัสเสน่ห์ของทรงวาด พร้อมสร้างประสบการณ์การใช้จ่ายที่สะดวกและไร้รอยต่อในหนึ่งในย่านสร้างสรรค์เพื่อผลักดันให้ทรงวาดเป็นหนึ่งใน Visa Destination ของประเทศไทยที่น่าจับตามองที่สุดของแห่งหนึ่งของโลก
ในขณะเดียวกัน ชาว Gen Z คาดหวังว่าความหรูหรานั้นต้องมาพร้อมกับความราบรื่น ความไม่มีประสิทธิภาพด้านเวลาและช่องว่างในการสื่อสารถือเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาหงุดหงิดที่สุด ซึ่งตอกย้ำถึงความต้องการบริการที่เข้าใจง่ายและไม่ติดขัด นอกจากนี้เทคโนโลยีเริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการวางแผนการเดินทาง โดย 23% มีการใช้เครื่องมือ AI เพื่อหาแรงบันดาลใจและวางแผนการท่องเที่ยว
4 กรอบความคิดระดับลักซ์ชัวรี่ที่แตกต่างกัน รายงานได้จำแนกกลุ่มสไตล์ของ Gen Z ออกเป็น 4 กลุ่ม ซึ่งมีนิยามความหรูหราที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ได้แก่: