Lifestyle

  • Art - Exhibition - Lifestyle

    ปล่อยใจให้เบ่งบานไปกับ “Flower & Friend” นิทรรศการศิลปะที่ถ่ายทอดความงามของดอกไม้ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก ชมฟรี 1 – 15 กันยายน 2569 ชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม

    สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในไทย ณ ไอคอนสยาม ชวนสัมผัสดอกไม้ผลิบานในกาลเวลากับงาน Flower & Friend “เมื่อดอกไม้ผลิบานในกาลเวลา” นิทรรศการศิลปะที่เชื่อมโยงเรื่องราวของดอกไม้ มิตรภาพ และกาลเวลา ผ่านมุมมองและสื่อการสร้างสรรค์อันแตกต่างของ 2 ศิลปินหญิงมากความสามารถ ดร.กฤษญา เหลืองอานันทกุล ศิลปินเซรามิก และ คุณจุฑารัตน์ พรมุณีสุนทร ช่างภาพและศิลปินสื่อผสม เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 1-15 กันยายน 2569 ณ บริเวณชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ โดยผู้เข้าชมจะได้ร่วมเดินทางผ่านโลกแห่งจินตนาการ ความงดงามของธรรมชาติ และเรื่องราวของการเติบโตที่ค่อย ๆ ผลิบานผ่านผลงานศิลปะอันเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา

    สำหรับนิทรรศการครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาพบกันอีกครั้งของเพื่อนสนิทสองคนที่ใช้ศิลปะเป็นภาษาหลักในการสื่อสารความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ที่สั่งสมผ่านช่วงเวลาของชีวิต โดยมี “ดอกไม้” เป็นจุดร่วมสำคัญของแรงบันดาลใจ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความงาม ความเปลี่ยนแปลง ความหวัง และมิตรภาพที่ค่อยๆ เติบโตอย่างงดงามตามกาลเวลา ผู้ชมจะได้สัมผัสผลงานชุด “Blooming through Play: เมื่อดอกไม้ผลิบานผ่านการเล่น” ของ ดร.กฤษญา เหลืองอานันทกุล ศิลปินเซรามิกผู้เชื่อว่าความสนุก ความอยากรู้อยากเห็น และการทดลอง คือจุดเริ่มต้นของการค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ในโลกศิลปะ ผลงานของเธอถ่ายทอดจินตนาการเกี่ยวกับดอกไม้ผ่านการทำงานกับดินสี (Colored Clay Slip) และกระดาษสา ซึ่งถูกดัด พับ และขึ้นรูปเป็นกลีบดอกไม้ ก่อนนำไปผ่านกระบวนการเผาเซรามิกจนเกิดเป็นรูปทรงที่ละเอียดอ่อน เปราะบาง แต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง

    นอกจากนี้ ยังมีผลงานภาชนะเซรามิกที่สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคการใช้สีระบายและซ้อนทับบนพื้นผิวอย่างอิสระ เกิดเป็นมิติของสีสัน ร่องรอย และพื้นผิวที่สะท้อนความงดงามจากกระบวนการทดลองและการเรียนรู้มากกว่าความสมบูรณ์แบบ ผลงานทุกชิ้นจึงเปรียบเสมือนดอกไม้ที่ค่อยๆ ผลิบานตามธรรมชาติของตนเอง และเป็นภาพแทนของการเติบโตในเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยการค้นพบใหม่อยู่เสมอ

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือผลงานชุด “The Day I Met the Flower” โดย จุฑารัตน์ พรมุณีสุนทร ศิลปินภาพถ่ายและสื่อผสม ผู้สั่งสมประสบการณ์ในฐานะช่างภาพแฟชั่นให้กับนิตยสารและแบรนด์ชั้นนำของประเทศไทยมากว่า 20 ปี พร้อมทั้งเป็นผู้ก่อตั้งโปรเจกต์ “Flowering Mind” ที่ผสานศาสตร์ของการจัดดอกไม้ ศิลปะ และการดูแลสุขภาพใจเข้าไว้ด้วยกัน ผลงานชุดนี้เริ่มต้นจากการพบเจอและสังเกตดอกไม้ในสวนเล็กๆ ที่ศิลปินดูแลด้วยตนเอง รวมถึงดอกไม้จากบ้านใกล้เรือนเคียง ก่อนจะบันทึกเรื่องราวผ่านภาพถ่ายด้วยแสงธรรมชาติ ถ่ายทอดรายละเอียดและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของดอกไม้แต่ละดอกอย่างใกล้ชิด จากนั้นจึงต่อยอดด้วยเทคนิคการวาดสีซ้อนทับลงบนภาพถ่าย สร้างมิติใหม่ที่หลอมรวมระหว่างภาพถ่ายและจิตรกรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน จนเกิดเป็นผลงานที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้งและงดงาม

    เมื่อความอบอุ่นของแสงแดดในภาพถ่ายมาบรรจบกับชั้นสีดินบนผลงานเซรามิก นิทรรศการ Flower & Friend จึงเปรียบเสมือนพื้นที่แห่งการพบกันของสองมุมมองทางศิลปะที่แตกต่าง แต่มีหัวใจเดียวกัน คือความหลงใหลในความงดงามของดอกไม้และธรรมชาติ ผู้ชมจะได้สัมผัสทั้งความละเอียดอ่อนของรูปทรง สีสัน พื้นผิว และเรื่องราวที่แฝงอยู่ภายในผลงาน ซึ่งชวนให้หยุดมองความงามรอบตัว และกลับมาเชื่อมโยงกับความสุขเล็กๆ ในชีวิตประจำวันอีกครั้ง

    สำหรับผู้ที่รักงานศิลปะ การถ่ายภาพ งานเซรามิก ตลอดจนผู้ที่ต้องการค้นหาแรงบันดาลใจ และช่วงเวลาแห่งความรื่นรมย์ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของดอกไม้ ไม่ควรพลาดนิทรรศการ Flower & Friend “เมื่อดอกไม้ผลิบานในกาลเวลา” ระหว่างวันที่ 1-15 กันยายน 2569 ณ บริเวณชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม เปิดให้เข้าชมฟรีตลอดงานสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-011-7500 หรือทาง LINE: SIAM Takashimaya

    #FlowerAndFriend #SiamTakashimaya #ArtExhibition #ICONSIAM

  • Campaign - Lifestyle

    ICS Lifestyle Complex ชวนช็อป ชิม รับความคุ้มกับแคมเปญ “HAPPY REWARDS” อิ่มอร่อยครบ 200 บาท รับคูปอง 50 บาทพร้อมช็อปสะสมรับของรางวัลสุดพิเศษตั้งแต่ 3 ก.ย. – 7 ต.ค. 69

    ICS Lifestyle Complex ตรงข้ามไอคอนสยาม ชวนเติมความสุขให้ทุกวันกับแคมเปญ “HAPPY REWARDS” มอบความคุ้มให้ทั้งสายกินและสายช็อป กับสิทธิพิเศษทั้งคูปองแทนเงินสดและของรางวัลสุดพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน – 7 ตุลาคม 2569

    สายกิน อิ่มอร่อยยิ่งคุ้ม เพียงรวบรวมใบเสร็จจากร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ร่วมรายการบริเวณชั้น G และ Lotus’s Eatery ชั้น 4 ภายในวันเดียวกัน เฉพาะวันจันทร์ – ศุกร์ ครบ 200 บาทขึ้นไป รับคูปองแทนเงินสดมูลค่า 50 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลดกับร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ร่วมรายการได้ทันที โดยไม่มียอดใช้จ่ายขั้นต่ำ พบกับร้านอาหาร เครื่องดื่ม และของหวานกว่า 40 ร้าน อาทิ BARON’S Bar, BOWCAKE, FUKU MATCHA, GET FRESH, HELLO YOGURT, KATEI SHABU, MOLTO, SANTAFÉ, STARBUCKS COFFEE, ก๋วยเตี๋ยวเสาวรีย์, นครเลิศรส, รสเจริญ, เสน่ห์ขนมจีน รวมถึงร้านอาหารชื่อดังภายใน Lotus’s Eatery ชั้น 4 และร้านค้าที่ร่วมรายการอีกมากมาย

    สายช็อป ยิ่งช็อปยิ่งได้เพิ่ม สำหรับสมาชิก ONESIAM สามารถรวบรวมใบเสร็จจากการใช้จ่าย ภายใน ICS ภายในวันเดียวกัน เพื่อรับสิทธิพิเศษตามเงื่อนไข เมื่อมียอดใช้จ่ายสะสมครบ 1,200 บาท รับ Lotus’s PRIVÉ GIFT CARD มูลค่า 100 บาท หรือเมื่อมียอดใช้จ่ายสะสมครบ 6,000 บาท รับ บัตรเติมน้ำมัน PTT Station มูลค่า 300 บาท
    มาช็อป ชิม และเติมความสุขให้ทุกวันไปกับแคมเปญ “HAPPY REWARDS” ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน – 7 ตุลาคม 2569 ณ ICS Lifestyle Complex ตรงข้ามไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไข เพิ่มเติมได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ หรือโทร. 1338

  • Entertainment - Event - Lifestyle

    “ไอคอนสยาม” ชวนเติมเต็มโมเมนต์ละมุนสุดประทับใจ แท็กทีม 8 หนุ่มสุดฮอตเสิร์ฟความฟินในงาน “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026”

    เตรียมหัวใจให้พร้อม! ไอคอนสยาม ชวนแฟนๆ และคอกาแฟมาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุด เอ็กซ์คลูซีฟกับกิจกรรม EXCLUSIVE COFFEE LOVER GUESTS ไฮไลต์สุดพิเศษภายในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 มหกรรมงานกาแฟสุดยิ่งใหญ่แห่งปี จัดโดย ไอคอนสยาม พบกับ 8 นักแสดงสุดฮอตที่จะมาเสิร์ฟความอบอุ่นสุดประทับใจ นำทีมโดย ตี๋–เฮง วันที่ 16 กันยายน 2569, โทมัส–ก้อง วันที่ 18 กันยายน 2569, เน็ต–เจเจ วันที่ 19 กันยายน 2569 และ แม้ก–ณฐ วันที่ 20 กันยายน 2569

    งานนี้จัดเต็มความพิเศษให้แฟนๆ ได้ใกล้ชิดแบบใจเต้น เปิดจำหน่ายบัตรรอบ Early-Bird (ราคาพิเศษ 450.-บาท) ในวันที่ 4–6 กันยายน 2569 บริเวณจุดจำหน่ายบัตร ชั้น M (บริเวณหน้าร้าน ZARA) และ รอบทั่วไป (ราคา 490.-บาท) เปิดจำหน่ายบัตรวันที่ 16–20 กันยายน 2569 บริเวณจุด Cashier ICONIC BAR ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์ ชั้น 7 นอกจากได้เข้าร่วมกิจกรรมสุดพิเศษภายในงาน ยังได้รับสิทธิ์จับกาชาปองลุ้นเป็นผู้โชคดีถ่ายภาพร่วมกับศิลปินคนโปรดอย่างใกล้ชิด (รวม 240 สิทธิ์ต่อวัน จากจำนวนสิทธิ์ทั้งหมด 500 สิทธิ์ต่อวัน) พร้อมรับฟรี ICONIC Menu เครื่องดื่มสูตรพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

    แฟนๆ ห้ามพลาด ร่วมดื่มด่ำกับรสชาติเครื่องดื่มชั้นเลิศ พร้อมบรรยากาศแห่งความสุขไปกับกิจกรรม สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 จัดขึ้นในวันที่ 16–20 กันยายน 2569 ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการจำหน่ายบัตร หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ www.iconsiam.com และ Facebook : ICONSIAM

  • Food - Lifestyle

    ไอคอนสยาม ชวนฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์กับ “Mooncake Festival 2026” รวมที่สุดแห่งขนมไหว้พระจันทร์จากร้านดัง โรงแรมชั้นนำ และแบรนด์ระดับโลกไว้ในที่เดียว

    พบคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์สุดพิเศษที่มีเพียงปีละครั้ง พร้อมรสชาติใหม่และลิมิเต็ดเอดิชันจาก 16 แบรนด์ดัง 1 – 25 กันยายน 2569 ณ ไอคอนสยาม และ สยาม ทาคาชิมายะ

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชวนร่วมฉลอง “Mooncake Festival 2026” พบกับการรวมตัวครั้งใหญ่ของขนมไหว้พระจันทร์จากร้านอาหารชื่อดัง โรงแรมชั้นนำ และแบรนด์ระดับพรีเมียมจากทั่วโลก เนื่องในโอกาสเทศกาลที่เปี่ยมด้วยความหมายของความพร้อมหน้า ความสมบูรณ์ และความผูกพันของครอบครัว ขนมไหว้พระจันทร์จึงยังคงเป็นของขวัญยอดนิยมที่สะท้อนความปรารถนาดี ความมั่งคั่ง และความเป็นสิริมงคลที่ผู้คนมอบให้แก่กันในช่วงเวลาพิเศษของปี เพื่อตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่ครบครันที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ปีนี้ ไอคอนสยาม รวบรวมขนมไหว้พระจันทร์ทั้งสูตรต้นตำรับและรสชาติสร้างสรรค์จากแบรนด์ชั้นนำกว่า 16 แบรนด์ พร้อมคอลเลกชันพิเศษและรสชาติลิมิเต็ดเอดิชันที่มีให้เลือกสรรเพียงช่วงเทศกาล ระหว่างวันที่ 1 – 25 กันยายน 2569 นี้เท่านั้น

    ค้นหาความอร่อยจากร้านดังภายในไอคอนสยาม

    พบกับขนมไหว้พระจันทร์จากแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มชั้นนำที่พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับเทศกาลปีนี้ เริ่มต้นที่ Blue by Alain Ducasse ชั้น 1 ร้านอาหารมิชลินชื่อดังที่นำเสนอเซ็ต Once in a Blue Moon กับ 4 รสชาติพิเศษ ได้แก่ Black Sesame Lava, Tiramisu, Egg Yolk Lava และ Lotus Cheese พร้อมมอบ Cash Voucher มูลค่า 500 บาท สำหรับใช้บริการ All-Day Dining at Blue by Alain Ducasse อีกด้วย

    ด้าน Läderach ชั้น M แบรนด์ช็อกโกแลตระดับตำนานจากสวิตเซอร์แลนด์ รังสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์สไตล์โมเดิร์น พร้อมเปิดตัวรสชาติพิเศษประจำปีอย่าง Blueberry Lemon และ Blueberry Praline ที่ผลิตในจำนวนจำกัด เหมาะสำหรับผู้ที่มองหารสชาติแปลกใหม่และสดชื่นแตกต่างจากขนมไหว้พระจันทร์แบบดั้งเดิม

    TWG Tea ชั้น G ยังคงสร้างความโดดเด่นด้วย Miss Tea Mooncake Collection และมีการนำชาเบลนด์ระดับโลกมาผสานเข้ากับขนมไหว้พระจันทร์อย่างประณีต ผ่าน 5 รสชาติ ได้แก่ ทุเรียนไข่เค็ม, มันม่วงญี่ปุ่นสตรอว์เบอร์รี่ผสม Silver Moon Tea, ส้มยูสุผสม French Earl Grey, ราสเบอร์รี่และลิ้นจี่ผสม Bain de Roses Tea และคัสตาร์ดไข่ผสม Vanilla Bourbon Tea

    ส่วน Starbucks ชั้น 1, ชั้น 7 และชั้น M ไอซีเอส นำเสนอทั้งรสชาติยอดนิยมอย่างกาแฟและชาเขียว พร้อมเปิดตัวไส้ใหม่ ได้แก่ ทุเรียนหมอนทองแมกคาเดเมีย ทุเรียนหมอนทองพิสตาชิโอ และไฮไลต์ประจำปีอย่าง Custard Lava Mooncake ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในทุกเทศกาล

    สำหรับสายขนมหวานร่วมสมัย The Rolling Pinn ชั้น 6 ส่ง Peony Paradise Mooncake Collection ขนมไหว้พระจันทร์ ที่ชวนทุกคนมาเปิดมุมมองใหม่ ๆ 4 รสชาติที่พัฒนามากจาก Hero product ที่ลูกค้าชื่นชอบ ได้แก่ พิสตาชิโอ ราสป์เบอร์รี่ ช็อกโกแลตอัลมอนด์ และคัสตาร์ดไข่เค็ม สามารถอร่อยร่วมกันได้ทุก Gen ซึ่งถ่ายทอดความสวยงามด้วยดอกโบตั๋นและผีเสื้อคู่ในรูปแบบร่วมสมัย

    และอีกหนึ่งแบรนด์ที่ไม่ควรพลาดกับ Karun ชั้น 6 ที่นำเสน่ห์ของชาไทยมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์ 2 รสชาติพิเศษ ได้แก่ คัสตาร์ดชาไทย และชาดำผสานแยมส้มยูซุ ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความหอมละมุนของชาไทยสู่เทศกาลแห่งความสุขได้อย่างลงตัว

    นอกจากนี้ ชาตรามือ ชั้น G เมืองสุขสยาม และ ไอซีเอส ยังร่วมเติมสีสันให้เทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ปีนี้ด้วยขนมไหว้พระจันทร์ 5 รสชาติพิเศษ ได้แก่ ไส้ทุเรียนแมคคาเดเมีย ไส้บัวทองชาไทยลาวา ไส้ชาไทยไข่เค็มลาวา ไส้ชากุหลาบช็อกโกแลตชิพ และไส้ชากุหลาบยูสุลาวา ที่นำเอกลักษณ์ความหอมเข้มข้นของชามาถ่ายทอดเป็นรสชาติอันกลมกล่อมและแตกต่างอย่างลงตัว

    พบที่สุดแห่งขนมไหว้พระจันทร์จากโรงแรมชั้นนำและแบรนด์ดังที่ สยาม ทาคาชิมายะ

    นอกจากร้านค้าภายในไอคอนสยาม ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ยังได้จัดงาน SIAM Takashimaya Moon Cake Festival รวบรวมขนมไหว้พระจันทร์จากโรงแรมชั้นนำและแบรนด์ดังทั้งในและต่างประเทศมาให้เลือกสรรอย่างครบครันในที่เดียว ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่มองหาของขวัญระดับพรีเมียมและนักชิมที่ต้องการสัมผัสรสชาติระดับตำนานจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ เริ่มจาก โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล. อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล แบงค็อก ที่นำเสนอคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ ผ่านชุดของขวัญสุดพิเศษ The Athenee Signature Box ภายในบรรจุขนมไหว้พระจันทร์คละรสชาติ 4 ชิ้น

    ขณะที่ โรงแรมบันยันทรี แบงค็อก โดดเด่นด้วยกล่องของขวัญดีไซน์พิเศษรูปม้าประจำปีมะเมีย พร้อมรสชาติใหม่อย่างชาอู่หลงยูสุ ที่ผสานความคลาสสิกเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ ด้าน โรงแรมดุสิตธานี เปิดตัว 3 รสชาติใหม่ ได้แก่ พุทรา มันม่วง และคัสตาร์ดเนื้อครีม ควบคู่ไปกับรสชาติยอดนิยมอย่างทุเรียนไข่เค็ม เม็ดบัวไข่เค็ม และโหงวยิ้งไข่เค็ม

    ในส่วนของ โรงแรมแชงกรี-ลา แบงค็อก ยังคงนำเสนอความอร่อยระดับตำนานผ่านไส้อัลมอนด์งาดำ ทุเรียนไข่เค็ม ลูกบัวไข่เค็ม และโหงวยิ้งไข่เค็ม

    สำหรับผู้ที่ชื่นชอบขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับอย่าง กอกใจ ที่ยังคงโดดเด่นด้วยขนมไหว้พระจันทร์ไส้ทุเรียน และพัฒนาเพิ่มกับสูตรหวานน้อย

    Kyo Roll En สร้างความน่าสนใจ ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ ขนมไหว้พระจันทร์ระดับเชฟ 3 ดาวมิชลิน เชฟ Hideaki Sato จากร้าน Ta Vie (ฮ่องกง) ผ่าน 4 รสชาติ ได้แก่ Chestnut Pu-Er Tea, Osmanthus Custard with Mandarin, Yuzu Lava และ Satsuma Imo

    ส่วน MX Mooncake ขนมไหว้พระจันทร์ยอดขายอันดับ 1 ในฮ่องกง 28 ปีซ้อน ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ ผ่านเมนูซิกเนเจอร์ยอดนิยมอย่าง ‘ไส้คัสตาร์ดลาวา’ และ ‘ไส้เม็ดบัวต้นตำรับ’ ที่ครองใจใครหลายๆ คน ส่วน Henri Charpentier ส่งมอบความพิเศษในเทศกาลไหว้พระจันทร์ กับ Gold Bar Financier (Mid-Autumn Festival Gift Box) ขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสอันเป็นเอกลักษณ์ หอมละมุนจากเนยและอัลมอนด์ ปิดท้ายด้วย K.Minamoto ที่นำเสนอ “มันจู” รูปกระต่าย สัญลักษณ์แห่งเทศกาลไหว้พระจันทร์ สอดไส้ถั่วขาวกวนผสมเปลือกส้มยูซุหอมละมุน ผลิตขึ้นเป็นพิเศษเพียงปีละครั้งสำหรับเทศกาลนี้โดยเฉพาะ

    ร่วมสัมผัสสีสันแห่งเทศกาลไหว้พระจันทร์ และเลือกสรรขนมไหว้พระจันทร์จากร้านดัง โรงแรมชั้นนำ และแบรนด์ระดับโลกกว่า 15 แบรนด์ เพื่อส่งต่อความสุข ความอบอุ่น และคำอวยพรแห่งความมั่งคั่งให้แก่คนที่คุณรักในเทศกาลสำคัญที่มีเพียงปีละครั้งได้ ตั้งแต่วันที่ 1 – 25 กันยายน 2569 ณ ไอคอนสยาม และ สยาม ทาคาชิมายะ

  • Event - Lifestyle

    ไอคอนสยาม ผนึกกำลัง TikTok LIVE และ ททท. จัด “TikTok LIVE Community Fest 2026” ตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็น Global Experiential Destination พลิกโฉมประสบการณ์รีเทลแห่งอนาคต ผ่านพลังคอมมูนิตี้และดิจิทัลแพลตฟอร์มระดับโลก

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ TikTok LIVE และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “TikTok LIVE Community Fest 2026” มหกรรมคอมมูนิตี้ระดับภูมิภาคภายใต้แนวคิด “Be Part of the Win” ณ ICONSIAM HALL ชั้น 7 ไอคอนสยาม ต้อนรับ ครีเอเตอร์มากกว่า 300 คน พร้อมผู้ชมและพันธมิตรจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คอเคซัส และเอเชียกลาง มาร่วมแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ สร้างเครือข่าย และแบ่งปันประสบการณ์บนเวทีระดับนานาชาติ พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของประเทศไทยผ่านวัฒนธรรม อาหาร ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนถ่ายทอดเรื่องราวสู่ผู้ชมหลายล้านคนทั่วภูมิภาคผ่าน TikTok LIVE

    ในฐานะ Global Experiential Destination ไอคอนสยามนำเสนอประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตนของประเทศไทยในหลากหลายมิติ ผ่านการผสมผสานระหว่างมรดกทางวัฒนธรรม ความร่วมสมัย และประสบการณ์ระดับนานาชาติไว้ในพื้นที่เดียว ตั้งแต่ SOOKSIAM เมืองสารพัดสุขที่รวบรวมอาหารและภูมิปัญญาจากทั่วประเทศ ไปจนถึงร้านอาหารชื่อดัง แบรนด์ลักชัวรีระดับโลก งานศิลปะ การแสดง และอีเวนต์ระดับนานาชาติที่จัดขึ้นตลอดทั้งปี

    ด้วยแนวคิด “The Best of Thailand Meets The Best of the World” ไอคอนสยามทำหน้าที่เป็นประตูเชื่อมโลกกับประเทศไทย เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนได้ค้นพบเสน่ห์ของไทยผ่านประสบการณ์ที่หลากหลายและร่วมสมัย พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในระดับนานาชาติ

    คุณปัณณิตา วรรณโกวิท ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ TikTok LIVE Community Fest 2026 ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เรื่องราวของประเทศไทยถูกถ่ายทอดสู่ผู้ชมจากหลากหลายประเทศผ่านมุมมองที่สดใหม่ สร้างสรรค์ และเข้าถึงผู้คนได้อย่างใกล้ชิด ปัจจุบัน การท่องเที่ยวไม่ได้หมายถึงเพียงการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางแห่งหนึ่ง แต่คือการได้สัมผัสเรื่องราว ผู้คน วัฒนธรรม และประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจ การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของไอคอนสยามในฐานะ Thailand’s Global Landmark และ Global Experiential Destination ที่เชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกเข้ากับประเทศไทยผ่านประสบการณ์จริง

    “ความร่วมมือTikTok LIVE และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของไอคอนสยาม ในการพัฒนา Retail Experience ที่เชื่อมต่อผู้บริโภคได้ทุก Touchpoint ทั้งในโลกจริงและโลกดิจิทัล อีกทั้งงานครั้งนี้ ยังช่วยดึงเสน่ห์ของกรุงเทพมหานครและประเทศไทยสู่สายตาผู้ชมทั่วภูมิภาค ผ่านคอนเทนต์ที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์จริงของเหล่าครีเอเตอร์ ซึ่งไม่เพียงสร้างการรับรู้ แต่ยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนเดินทางมาค้นพบประเทศไทยด้วยตนเอง”

    คุณณภัทรา ชวลิตชีวินกุล Creator Manager TikTok LIVE Thailand กล่าวว่า “TikTok LIVE รู้สึกยินดีและขอขอบคุณไอคอนสยามสำหรับการเป็นพันธมิตรคนสำคัญของ TikTok LIVE Community Fest 2026 เรามีความเชื่อมั่นในไอคอนสยามในฐานะจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มประสบการณ์ของ LIVE Creators ได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพในการรองรับการจัดงานในระดับภูมิภาค ควบคู่ไปกับการเป็นจุดหมายปลายทางที่รวบรวมประสบการณ์ของผู้คนจากทั่วโลกที่เดินทางมาค้นพบประเทศไทย ทำให้ไอคอนสยามเป็นพื้นที่ที่ช่วยเชื่อม Community ของครีเอเตอร์เข้ากับผู้คน วัฒนธรรม และประสบการณ์จริงได้อย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือในครั้งนี้จึงช่วยทำให้เจตนารมณ์ของ TikTok LIVE ในการส่งเสริม Cultural Discovery ผ่านพลังของครีเอเตอร์เกิดขึ้นอย่างมีชีวิตชีวา และทำให้การสร้างประสบการณ์ การเชื่อมโยงคอมมูนิตี้ และการเฉลิมฉลองร่วมกัน กลายเป็นภาพที่สมบูรณ์และจับต้องได้มากยิ่งขึ้น”

    การจัดงาน TikTok LIVE Community Fest 2026 ยังสะท้อนความมุ่งมั่นของไอคอนสยามในการสร้างสรรค์ประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และคอมมูนิตี้จากหลากหลายประเทศเข้าด้วยกัน ผ่านการผสานพลังของความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และประสบการณ์จริงเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก ไอคอนสยามยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ น่าค้นหา และมีความหมาย เพื่อเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรมให้ได้ค้นพบแรงบันดาลใจร่วมกัน พร้อมนำเรื่องราวของประเทศไทยไปสู่ผู้ชมทั่วโลก และตอกย้ำสถานะของไอคอนสยามในฐานะแลนด์มาร์กระดับโลกที่ขับเคลื่อนบทสนทนา ประสบการณ์ และปรากฏการณ์ใหม่ ๆ บนเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

    #ICONSIAMxTikTokLIVE #ICONSIAM #CommunityFest2026 #MakeLIVECount #CommunityFestBangkok

  • Event - Lifestyle - Luxury

    สยามพารากอน สร้างปรากฏการณ์ “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” ยิ่งใหญ่กว่าเดิมในทุกมิติจากกว่า 45 แบรนด์ระดับโลก 200 Novelties มูลค่าหลายร้อยล้านบาท สู่ 18 The Symposium พร้อมประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ผลักดันกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางวัฒนธรรมนาฬิการะดับโลก

    สยามพารากอน ตอกย้ำความเป็นแลนด์มาร์กระดับโลก และเป็น Global Luxury Destination ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ให้กับแวดวงเรือนเวลาระดับโลก ด้วยการจัดงาน “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” เวทีสำคัญสำหรับแวดวงนาฬิกาชั้นสูง อย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 พร้อมยกระดับนิยามของวัฒนธรรมนาฬิกา (Watch Culture) ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสร้างปรากฏการณ์แห่งเรือนเวลาให้ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยในทุกมิติ ผ่านการรวมตัวของ 45 แบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลก เหล่าผู้ทรงอิธิพลในแวดวงนาฬิกา นักสะสม และผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งเรือนเวลาจากทั่วโลก พร้อมเปิดพื้นที่ให้เกิดบทสนทนาระหว่างแบรนด์ผู้สร้างสรรค์ และคอมมูนิตี้นาฬิกาผ่าน The Symposium รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้หลงใหลในเรือนเวลาได้สัมผัสผลงานระดับมาสเตอร์พีซและนวัตกรรมล่าสุด ผ่านนิทรรศการและโชว์เคสสุดพิเศษ ระหว่างวันที่ 22-27 กันยายน 2569 ณ สยามพารากอน

    “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” เตรียมเดินหน้าสู่ปีที่ 2 ของการขับเคลื่อนวัฒนธรรมเรือนเวลา
    ระดับโลก ด้วยการต้อนรับพันธมิตรจากวงการนาฬิกาชั้นสูงกว่า 45 แบรนด์ A. LANGE & SOHNE, BIANCHET, BOUCHERON, BREITLING, BVLGARI, CARTIER, CHOPARD, FRANCK MULLER, GRAND SEIKO, HUBLOT, IWC SCHAFFHAUSEN, JAEGER-LECOULTRE, LOUIS ERARD, PANERAI, PIAGET, TAG HEUER, TIFFANY & CO., ULYSSE NARDIN, VACHERON CONSTANTIN, and ZENITH.
    รวมถึงแบรนด์ใหม่ที่เข้าร่วมในปีนี้ได้แก่ AMIDA, BEHRENS, BLANCPAIN, BREGUET, BREMONT, CVSTOS, DAVID CANDAUX, GERALD CHARLES, GIRARD-PERREGAUX, GREUBEL FORSEY, JACOB & CO., L.LEROY, MB&F, NORQAIN, OMEGA, ORIS, PARMIGIANI FLEURIER, RESSENCE, ROGER DUBUIS, SPEAKE-MARIN, TUDOR, and UNIVERSAL GENEVE.


    พร้อมยกระดับการมีส่วนร่วมของคอมมิวนิตี้นาฬิกาผ่าน “The Symposium” พื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเรื่องราวเบื้องหลังศาสตร์แห่งการสร้างสรรค์เรือนเวลา โดยผู้บริหารระดับโลก นักสร้างสรรค์นาฬิกา และบุคคลสำคัญแห่งวงการที่จะมามาร่วมถ่ายทอดมุมมองอย่างคับคั่ง และยังได้รับเกียรติจาก Fondation Haute Horlogerie (FHH) องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านศาสตร์แห่งเรือนเวลา ร่วมจัด The Symposium สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมด้วยไฮไลต์สำคัญจากแบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลก ทั้งการเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่และการเผยโฉมเรือนเวลารุ่นสำคัญครั้งแรกในโลก และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการจัดงานครั้งนี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของ Bangkok Watch Week ซึ่งไม่เพียงมีแบรนด์ชั้นนำระดับโลกเข้าร่วมงานมากขึ้นกว่าเท่าตัว โดยครอบคลุมทั้งเมซงระดับตำนานและผู้ผลิตเรือนเวลาอิสระ ยังขยายมิติของ The Symposium และยกระดับประสบการณ์เรือนเวลา ผ่านไฮไลต์สำคัญ ที่จะยกระดับกรุงเทพฯ สู่การเป็น Global Watch Destination

    ครั้งแรกของการเผยโฉมเรือนเวลาสุดหรูพร้อมนวัตกรรมล่าสุด
    หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าจับตามองของ Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 คือการได้รับเลือกให้เป็นเวทีสำหรับการเปิดตัวเรือนเวลาและคอลเลกชันสำคัญจากแบรนด์ระดับโลก ตอกย้ำความเชื่อมั่นที่มีต่อกรุงเทพฯ และศักยภาพของคอมมูนิตี้นักสะสมจากทั่วโลก โดยแบรนด์กว่า 45 แบรนด์นำ Novelties กว่า 200 เรือน มูลค่าหลายร้อยล้านบาท มาจัดแสดงที่ประเทศไทย และที่เป็นไฮไลท์พิเศษสุดคือ

    Roger Dubuis ที่เตรียมเปิดตัวคอลเลกชัน “Knights of the Roundtable” เป็นครั้งแรกในโลกภายในงาน ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาสำคัญของเมซงที่จะพาผู้หลงใหลในเรือนเวลาเข้าสู่โลกแห่งความกล้า ความซับซ้อนทางกลไก และงานสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ขณะที่ Universal Genève เตรียมสร้างอีกหนึ่งช่วงเวลาประวัติศาสตร์ ด้วยการเปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในงานนี้ ซึ่งนับเป็นการเปิดโอกาสให้คอมมูนิตี้นาฬิกาในภูมิภาคได้สัมผัสการกลับมาของ Maison สำคัญแห่งประวัติศาสตร์นาฬิกาสวิส ผ่านมุมมองใหม่ที่เชื่อมโยงมรดกของแบรนด์เข้ากับอนาคตของศาสตร์แห่งเรือนเวลา นอกจากนี้เหล่านักสะสมและผู้รักนาฬิกายังจะได้พบกับความพิเศษในโซน “The Exhibition”
    ซึ่งจะนำเสนอเรือนเวลารุ่นใหม่ล่าสุด รุ่นลิมิเต็ด มาสเตอร์พีซ เรือนเวลาที่มีความซับซ้อนทางกลไก รวมถึงชิ้นงานหายากและคอลเลกชันอันทรงคุณค่า ให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

    The Symposium เปิดเวทีขับเคลื่อนวัฒนธรรมนาฬิกา โดยผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการเรือนเวลาระดับโลก
    หัวใจสำคัญของ Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 คือ “The Symposium” ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับการบอกเล่าเรื่องราว (Storytelling) และเปิดบทสนทนาเกี่ยวกับศาสตร์แห่งการสร้างสรรค์นาฬิกา ผ่านมุมมองของ
    ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ผู้บริหารระดับสูง นักสร้างสรรค์เรือนเวลา และผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงนาฬิกาชั้นสูงระดับโลก สำหรับปีนี้ The Symposium ได้ขยายทั้งจำนวนเซสชันและพื้นที่รองรับผู้เข้าร่วม เพื่อเปิดโอกาสให้คอมมูนิตี้นาฬิกาได้สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟได้มากขึ้น รวม 18 Symposium โดยหนึ่งในผู้ร่วมเวทีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ

    Mr.Georges Kern, Group CEO of Breitling ผู้บริหารคนสำคัญแห่งวงการนาฬิกาสวิส ซึ่งจะมาร่วมเปิดมุมมองถึงทิศทางของอุตสาหกรรม ตลอดจนวิสัยทัศน์ในการสร้างแบรนด์นาฬิกาให้สามารถเชื่อมโยงกับผู้คนในโลกยุคใหม่ ใน The Symposium on The Breitling Journey – Georges Kern on Brand Legacy, Community and the Future of Watch Culture

    รวมถึง Mr. Emmanuel Breguet, Vice President and Head of Patrimony ที่จะมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของ Breguet และมรดกทางนวัตกรรมของ Tourbillon ในวาระครบรอบ The 225th Anniversary of the Tourbillon ซึ่งนับเป็นโอกาสพิเศษที่นักสะสมและผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งเรือนเวลาจะได้รับฟังเรื่องราวจากบุคคลที่มีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับประวัติศาสตร์ของเมซง
    นอกจากนี้ตลอด 6 วันของการจัดงาน เวที The Symposium ยังมีเซสชันจากเมซงและแบรนด์ชั้นนำอีกมากมาย อาทิ

    The Symposium on CVSTOS: Beyond Tradition – Material Innovation in Modern Watchmaking with Sassoun Sirmakes – CEO

    The Symposium on Piaget with Pierre Guerrier – Business Developer and Watchmaking Expert

    The Symposium on Universal Genève Returns: The Beginning of A New Era for Le Couturier De La Montre with House of Brands CEO Georges Kern and Universal Genève Managing Director Gregory Bruttin

    The Symposium on Vacheron Constantin with Morgan Maillard – Style and Heritage Expert

    The Symposium on Franck Muller with Nicolas Rudaz – CEO

    The Symposium on Roger Dubuis: Astronomy Meets Geneva Watchmaking Excellence: Introducing the Excalibur Biretrograde Perpetual Calendar with Jean-Philippe Bonneau – Chief Marketing Officer

    The Symposium on Jacob & Co. Inheriting the Impossible with Benjamin Arabov – CEO

    The Symposium on Grand Seiko: The Evolution of Precision with Takashi Sakamoto – Vice President & Jonathan Bues – Communications and Brand Advisor

    The Symposium on TUDOR: A Century of TUDOR with Cole Pennington

    The Symposium on Gerald Charles with Federico Ziviani – CEO

    The Symposium on Bvlgari: The Art of Time with Emma Behaeghel – Regional Managing Director, Bulgari South Asia Pacific

    The Symposium on Norqain with Tobias Küffer – Vice President


    รวมถึงช่วง Watch Collector Symposium ที่เปิดพื้นที่ให้คอมมูนิตี้นักสะสมได้แลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกัน อีกทั้งยังได้รับเกียรติจาก Fondation Haute Horlogerie (FHH) องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านศาสตร์แห่งเรือนเวลา ร่วมจัด The Symposium
    สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ทำให้ The Symposium กลายเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับเรื่องราวของนาฬิกา ตั้งแต่แนวคิด งานฝีมือ มรดกของแต่ละเมซง ไปจนถึงมุมมองต่ออนาคตของวงการ Haute Horlogerie

    สัมผัสประสบการณ์ระดับโลก ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    ไม่เพียงเท่านั้น Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 ยังเตรียมมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสผ่านโซน “The Experience” กิจกรรมแนะนำนวัตกรรมแห่งเรือนเวลาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากแบรนด์ต่าง ๆ โดยหนึ่งในความพิเศษคือการเปิดตัว “Academy Lounge” โดย Fondation Haute Horlogerie Academy (FHH Academy) อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจในศาสตร์แห่งเรือนเวลา ทั้งนักสะสม ผู้บริหารแบรนด์ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ได้เข้ารับคำแนะนำและข้อมูลการเตรียมความพร้อมจากผู้เชี่ยวชาญของ Fondation Haute Horlogerie (FHH) องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านศาสตร์แห่งการทำนาฬิกา ซึ่งมีพันธกิจในการส่งเสริมองค์ความรู้ อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และยกระดับมาตรฐานความเข้าใจด้าน Haute Horlogerie ในระดับสากล เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับศาสตร์แห่งเรือนเวลาอย่างเป็นระบบ พร้อมเข้ารับการการทดสอบเพื่อรับ FHH Certification การรับรองมาตรฐานระดับสากลซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลก
    อีกทั้งยังมีอีกหลากหลายกิจกรรมจากแบรนด์นาฬิกาชั้นนำ ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสศาสตร์แห่งเรือนเวลาในหลากหลายมิติ ทั้งงานฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ผ่านประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับ Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 เท่านั้น

    ด้วยการสร้างปรากฏการณ์แห่งเรือนเวลาที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยในทุกมิติ ทั้งการแลกเปลี่ยนแนวความคิดว่าด้วยวัฒนธรรมการสร้างสรรค์นาฬิกา พร้อมสัมผัสนิทรรศการ รวมถึงโชว์เคสสุดพิเศษ Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 จึงไม่เพียงเป็นเวทีที่แบรนด์และนักสะสมมาพบกัน แต่เป็น Watch Culture Platform ที่เชื่อมโยงผู้คน องค์ความรู้ งานฝีมือ มรดกทางวัฒนธรรม และวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของโลกเรือนเวลาเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเฉลิมฉลองให้กับศาสตร์ ศิลป์ งานฝีมือ และวัฒนธรรมที่สืบทอดมายาวนาน ภายใต้เป้าหมายสำคัญในการยกระดับกรุงเทพมหานครสู่ศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมนาฬิการะดับโลกและหนึ่งในหมุดหมายสำคัญบนปฏิทินงานนาฬิกาแห่งหนึ่งของโลก

    เตรียมพบกับ “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” งานเฉลิมฉลองวัฒนธรรมแห่งเรือนเวลาระดับโลก ที่จะขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่ Global Watch Destination ระหว่างวันที่ 22-27 กันยายน 2569 ณ สยามพารากอน ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียด ความเคลื่อนไหว และลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ www.bangkokwatchweek.com
    และ IG: bangkokwatchweek

    #BangkokWatchWeek2026 #SIAMPIWAT #SiamParagon #SiamParagonBangkokWatchWeek2026 #LuxuryWatchDestination

  • Food - Lifestyle

    แมริออท บอนวอย ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์สุดพิเศษ รังสรรค์โดย 7 โรงแรมชั้นนำในเครือแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

    สัมผัสรสชาติตั้งแต่แบบต้นตำรับไปจนถึงรสชาติร่วมสมัย รังสรรค์ลงในกล่องของขวัญดีไซน์มงคลที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ปีม้าไฟ” ส่งต่อความประทับใจ ณ โรงแรมชั้นนำในกรุงเทพฯ และภูเก็ต

    แมริออท บอนวอย® โปรแกรมการเดินทางที่ได้รับรางวัลมากมายจาก แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งรวมกว่า 30 แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลกเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสความงดงามของเทศกาลไหว้พระจันทร์ในประเทศไทยปีนี้ ด้วยคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์เสริมสิริมงคล ณ โรงแรม 7 แห่งในกรุงเทพฯ และภูเก็ต ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “ปีม้าไฟ” ขนมไหว้พระจันทร์ประจำปี 2569 ประกอบด้วยรสชาติตามตำรับดั้งเดิมและไส้สุดสร้างสรรค์ที่ได้รังสรรค์อย่างประณีตด้วยวัตถุดิบสดใหม่ระดับพรีเมียม โดยโรงแรมแต่ละแห่งยังได้เปิดตัวกล่องของขวัญสุดหรู เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญสุดพิเศษให้แก่คนสำคัญ

    ร่วมค้นพบที่สุดแห่งคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีจากห้องอาหารจีนชั้นนำและสถานที่รับประทานอาหารที่ขึ้นชื่อ ในเครือโรงแรมแมริออท บอนวอย ทั่วกรุงเทพ

    ห้องอาหารเดอะ ซิลค์ โร้ด (The Silk Road) ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล นำเสนอ The Athenee Heritage Treasure กล่องของขวัญรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันบรรจุขนมไหว้พระจันทร์ 8 ชิ้น พร้อมชุดชงมัทฉะ และ The Athenee Signature Box กล่องของขวัญบรรจุขนมไหว้พระจันทร์ 4 ชิ้น

    ห้องอาหารจีนมานโฮ (Man Ho Chinese Restaurant) ห้องอาหารระดับรางวัล ณ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ นำเสนอคอลเลกชันอันทรงคุณค่า Legend of the Eight Horses ในกล่องสีฟ้าขาวอันวิจิตร บ่งบอกถึงศิลปะเครื่องปั้นดินเผาลายเขียนสีน้ำเงิน (ชิงฮวา)

    ห้องอาหารเย่า (YÀO Restaurant) ห้องอาหารสุดหรู ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ ภูมิใจนำเสนอคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ “Gallop of Grace” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณแห่งความเข้มแข็งและการก้าวไปข้างหน้าของม้า ภายในกล่องจัดเป็นผลงานศิลปะจากเยาวชนผู้มีความสามารถที่หลากหลาย ในแนวคิดทางศิลปะของคอลเลกชั่นนี้ตั้งอยู่บนปรัชญา Beyond Limitations หรือ ก้าวข้ามขีดจำกัด สะท้อนให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนของผู้คนที่มีความสามารถแตกต่างกัน

    ห้องอาหารพาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ (Pagoda Chinese Restaurant) ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค นำโดยเชฟออสการ์ ปันและทีม นำเสนอคอลเลกชัน Moon Blush Collection ที่มาพร้อมรสชาติอันโดดเด่น 6 รสชาติ ผสานความดั้งเดิมเข้ากับรสนิยมร่วมสมัย พร้อมบรรจุในกล่องที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงามของดอกเหมย

    เดอะ เลานจ์ (The Lounge) ณ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ นำเสนอ Limited-Edition Mooncake Collection ในกล่องของขวัญสีแดงสดใสที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปีม้าไฟ ภายในกล่องบรรจุขนมไหว้พระจันทร์ 4 ชิ้น โดยสามารถเลือกคละได้จาก 6 รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

    ห้องอาหารเดอะ คิทเช่น เทเบิ้ล (The Kitchen Table) โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ เปิดตัว The Celestial Carousel ชุดขนมไหว้พระจันทร์สุดสร้างสรรค์ที่ผสานมรดกทางวัฒนธรรมเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย ตัวกล่องม้าหมุนสุดเก๋บรรจุขนมไหว้พระจันทร์แบบอบไส้ลาวา 5 ชิ้น อย่างมะม่วงส้มโอและชาอู่หลงพีช พร้อมด้วยขนมไหว้พระจันทร์หิมะ (Snow-skin) 4 รสชาติ เช่น กาแฟมะพร้าว และชาเขียวมัทฉะข้าวคั่ว
    ปิดท้ายด้วยการพานักท่องเที่ยวในภาคใต้มาร่วมค้นพบมรดกทางวัฒนธรรมจีนของเกาะภูเก็ต ณ หมุดหมายอาหารระดับตำนานใจกลางเมืองเก่าภูเก็ต

    ห้องอาหารเย่ว เรสเทอรองท์ แอนด์ บาร์ (Yue Restaurant & Bar) ณ โรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ ชวนสัมผัสมรดกวัฒนธรรมจีนของเกาะภูเก็ตด้วยขนมไหว้พระจันทร์สูตรลายเซ็น 4 รสชาติ บรรจุในกล่องของขวัญทรงคุณค่า เปลี่ยนประเพณีอันทรงคุณค่าให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัวและการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม

    คอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์เหล่านี้พร้อมให้คุณจับจองแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ไม่ว่าคุณกำลังมองหาของอร่อยรสเลิศสำหรับตนเอง หรือของขวัญอันเปี่ยมด้วยความหมายเพื่อมอบให้แก่คนที่คุณรัก ขนมไหว้พระจันทร์จากแมริออท บอนวอย คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับช่วงเวลาแห่งความเป็นสิริมงคลในปีนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://marriott.com/en-us/dining/campaign/mooncake-thailand.mi
    อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือแมริออท บอนวอย ประเทศไทย ได้ที่ https://www.marriott.com/th

  • Education - Lifestyle

    “Bangkok Education & Lifestyle Fair 2026” ชวนพ่อแม่เตรียมพร้อมอนาคตให้ลูกรวมข้อมูลโรงเรียนนานาชาติ กิจกรรม และบริการสำหรับครอบครัวไว้ครบในวันเดียว

    การเลือกโรงเรียนนานาชาติที่ใช่สำหรับลูก และการเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เมื่อ Bangkok Beat ร่วมกับ The Thaiger จัดงาน Bangkok Education & Lifestyle Fair เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 10.00–17.00 น. ณ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ


    ปัจจุบัน กรุงเทพฯ ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายด้านการศึกษาที่สำคัญของเอเชีย โดยมีโรงเรียนนานาชาติให้เลือกหลากหลาย ทั้งหลักสูตรอังกฤษ (British Curriculum) หลักสูตรอเมริกัน (American Curriculum) หลักสูตร International Baccalaureate (IB) และหลักสูตรนานาชาติอื่น ๆ ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก อย่างไรก็ตาม ด้วยตัวเลือกที่มีอยู่มากมาย การทำความเข้าใจความแตกต่างของแต่ละหลักสูตร ขั้นตอนการสมัคร และแนวทางการเรียนการสอนของแต่ละที่ อาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อนสำหรับเหล่าผู้ปกครอง
    ด้วยเหตุนี้ Bangkok Education & Lifestyle Fair จึงถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการเลือกโรงเรียนที่ใช่สำหรับแต่ละครอบครัว โดยได้รวบรวมโรงเรียนนานาชาติ สถาบันการศึกษา และองค์กรที่ให้บริการด้านเด็กและครอบครัวไว้ในที่เดียว เปิดโอกาสให้ทั้งครอบครัวชาวไทยและชาวต่างชาติได้พูดคุยกับตัวแทนของแต่ละโรงเรียนโดยตรง เปรียบเทียบหลักสูตร ทำความรู้จักสถานที่ และสอบถามข้อมูลที่จำเป็นได้ภายในวันเดียว


    นอกจากจะเป็นงานแฟร์ด้านการศึกษาแล้ว ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมสำหรับเด็ก บูธจากโรงเรียนเสริมทักษะ สถาบันกีฬา ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ บริการสำหรับครอบครัว และแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัว


    ไฮไลต์ภายในงาน Bangkok Education & Lifestyle Fair:
    โซนโรงเรียนนานาชาติ
    พบกับบูธจากโรงเรียนนานาชาติชั้นนำพูดคุยกับตัวแทนโรงเรียนโดยตรง เปรียบเทียบหลักสูตรและแนวทางการเรียนการสอน พร้อมวางแผนการศึกษาที่เหมาะกับทุกช่วงวัยของลูก
    โซนครอบครัวและไลฟ์สไตล์
    เลือกชมแบรนด์ สินค้า และบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัว พร้อมร่วมสนุกไปกับกิจกรรมสำหรับน้องๆ หนูๆ
    เวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ
    ร่วมฟังมุมมองและความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญในแวดวงต่าง ๆ เกี่ยวกับการศึกษา พัฒนาการเด็ก และการใช้ชีวิตของครอบครัวในกรุงเทพฯ

    รายชื่อโรงเรียนที่ เข้าร่วมงาน พาร์ทเนอร์ และรายละเอียดกิจกรรมภายในงาน จะประกาศเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้
    Bangkok Education & Lifestyle Fair 2026 ขอเชิญผู้ปกครอง ครอบครัวคุณครู บุคลากรด้านการศึกษา และผู้ที่สนใจ
    เข้าร่วมงานในวันเสาร์ ที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 10.00 – 17.00 น. ณ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ
    ขณะนี้เปิดลงทะเบียนเข้าร่วมงานแล้ว


    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
    สำหรับโรงเรียน องค์กร หรือแบรนด์ด้านครอบครัว และไลฟ์สไตล์ ที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Bangkok Education & Lifestyle Fair สามารถติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
    คุณเอมี่
    อีเมล: [email protected]
    โทร: 085-811-8979

  • Art - Fashion - Lifestyle

    แบรนด์ SIRIVANNAVARI ร่วมกับ ICONCRAFT ไอคอนสยาม นำเสนอ THREADS OF LEGACY: S’CRAFT 2026 คอลเลคชั่นกระเป๋าผ้าไทยประจำปี ถ่ายทอดแนวคิดจากสายใยแห่งปณิธานสู่การยกระดับหัตศิลป์ผ้าไทย โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

    S’CRAFT: Craftsmanship 2026 คอลเลคชั่นกระเป๋าผ้าไทยประจำปี ผลงานอันทรงคุณค่าและน่าสะสม กลับมาอีกครั้งในปีนี้พร้อมกระแสชุดไทยและผ้าไหมไทยที่กำลังเป็นที่จับตามองทั่วโลก โดยในเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในด้านการอนุรักษ์ผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ แบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ร่วมกับ ICONCRAFT แห่งไอคอนสยาม พื้นที่แห่งการเชิดชูวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย

    นำเสนอผลงานการสร้างสร้างสรรค์กระเป๋าผ้าไทยสุดพิเศษ ลิมิเต็ด เอดิชั่น 88 ชิ้น โดดเด่นด้วยผืนผ้าทอจากช่างระดับมาสเตอร์และช่างทอรุ่นใหม่ผู้ชนะการประกวดระดับประเทศและงานปักอันประณีตจากฝีมือของช่างปักแห่ง SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ผลงานอันทรงคุณค่าแต่ละชิ้นดั่งสายใยที่ถักทอขึ้นเพื่อเล่าขานแรงบันดาลใจจากราชสำนักและสายใยแห่งพระราชปณิธานของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ได้รับการสานต่อพระราชกรณียกิจโดยองค์ดีไซเนอร์ ผู้ทรงยกระดับงานฝีมือของช่างไทยในชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศให้มีความร่วมสมัยและเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล

    4 ชิ้นงานไฮไลท์อันน่าสะสมประจำปีนี้

    จากราชสำนักสู่ผลงานหัตถศิลป์ไทยอันล้ำเลิศ

    VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S EDITION

    ชิ้นงาน One-of-a-kind ซึ่งเป็นไฮไลท์กำนี้ ประกอบด้วยกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมพร้อมหูจับ (Boxy Bag) พิเศษเพียง 4 ใบที่มีชื่ออันไพเราะว่า ‘VICHIT RATTANA’ ถ่ายทอดความล้ำค่าในทุกองค์ประกอบของชิ้นงานตั้งแต่การคัดสรรผ้าทอจากสองมาสเตอร์ด้านหัตถกรรมผ้าทอมือคืออาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย และอาจารย์มีชัย แต้สุจริยา เพิ่มความพิเศษด้วยการตกแต่งงานเครื่องทองบริเวณหูจับจากฝีมือของช่างทองหลวงที่มีชื่อเสียง คือ อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม และอาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน ส่วนงานปักซึ่งเป็นอีกหนึ่งความพิเศษนั้น เนรมิตโดยช่างฝีมือจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy   ผู้ได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์อันงดงามสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ปรมาจารย์แห่งช่างทอท่านแรก อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็น ‘ครูศิลป์’ แห่งแผ่นดินและผู้ก่อตั้งกลุ่มทอผ้าไหมยกทอง “จันทร์โสมา” จ.สุรินทร์ ได้เนรมิตผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียงสองชิ้นซึ่งรังสรรค์จากผ้าทอมือที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ สะท้อนถึงศาสตร์ชั้นสูงแห่งการทอผ้า ส่วนงานปักอันประณีตโดยทีมช่างแห่ง SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ชุดไทยศิวาลัยของสมเด็จพระพันปีหลวง ซึ่งตัดเย็บโดยกูตูริเยร์ ชาวฝรั่งเศสผู้มีชื่อเสียงนามปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain) เป็นชุดที่พระองค์ทรงในงานพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำถวายสมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 2 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในพระบรมหาราชวัง พ.ศ. 2515

       VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’SRUBYEDITION

    ผ้าทอ:อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย
    งานตกแต่งทอง:อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม
    งานปักมือ:SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    ผลงานสร้างสรรค์จากผ้าทอมือในโทนสีแดงก่ำ ตกแต่งด้วยกระบวนลายโคมดอกในประจำยามที่มีความเด่นชัดของลวดลายผสมผสานกับความละเอียดอ่อนในการทอ สะท้อนระเบียบแบบแผนของศิลปกรรมไทยชั้นสูง พร้อมด้วยลายกรวยเชิงอันเป็นลายจารีตสำคัญของผ้ายกราชสำนัก

    ชิ้นงานตกแต่งกระเป๋ารังสรรค์โดยครูไพโรจน์ สืบสาม แห่ง Pairot Thai Jewelry ผู้สะท้อนมรดกแห่งภูมิปัญญางานช่างทองไทยอันทรงคุณค่า ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมตะวันตกของพระที่นั่งบรมพิมานโดยเฉพาะเส้นสายของหลังคาทรงโค้งที่สะท้อนความอ่อนช้อยและความสง่างาม อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือลวดลายหงส์ สัญลักษณ์แห่งความสูงศักดิ์ สิริมงคล และความสง่างาม เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงอุทิศพระองค์ในการอนุรักษ์ศิลปะและงานหัตถศิลป์ไทย ส่วนสัญลักษณ์ตัวอักษร “S” หมายถึงองค์ดีไซเนอร์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI
    ผู้ทรงสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ ส่งเสริมและต่อยอดงานหัตถศิลป์ไทย

    ส่วนงานปักใช้เทคนิคการปักลูกปัดและคริสตัลผสมดิ้นมันเพื่อทำให้เกิดมิติทั่งทั้งใบ เพิ่มความวิจิตรงดงามด้วยการตกแต่งบริเวณหูจับโดยอาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม ผู้เชี่ยวชาญการทำเครื่องประดับไทยโบราณและได้รับการยกย่องให้เป็นครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2562

     VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S NAVY EDITION

    ผ้าทอ:อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย
    งานตกแต่งทอง:อาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน
    งานปักมือ:SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    ชิ้นงานอันทรงคุณค่าจากผืนผ้าในโทนสีน้ำเงินเข้ม ลวดลายหลักของผืนผ้าเป็นกระบวนลายราชวัตรดอกแปดกลีบสลับดอกสี่กลีบ ที่เรียงร้อยอย่างคมชัดและละเอียดอ่อน สื่อถึงระเบียบแบบแผนของศิลปกรรมไทยชั้นสูง พร้อมด้วยลายกรวยเชิง ซึ่งเป็นลายจารีตสำคัญของผ้ายกราชสำนัก ประกอบด้วยลายช่อแทงท้องและกรวยเชิงที่ประดับด้วยแม่ลายลูกขนาบ เรียงชั้นลดหลั่นอย่างสง่างาม แสดงถึงความประณีตและความเชี่ยวชาญขั้นสูงของช่างทอไทย

    การตกแต่งด้วยทองรังสรรค์ด้วยงานหัตถศิลป์โดยใช้เทคนิคการถักลวดทองแบบดั้งเดิมและกรรมวิธีเฉพาะอันประณีต ประดับด้วยคริสตัลอันสะท้อนถึงความละเอียดลออ ความแม่นยำ และความงดงามของงานช่างฝีมือไทยในทุกขั้นตอนเพื่อให้เกิดลวดลายดอกไม้สี่กลีบอันสื่อถึงทิศทั้งสี่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการคุ้มครองและความเป็นสิริมงคล บริเวณตรงกลางประดับด้วยอักษร “S” หมายถึงพระนามย่อขององค์ดีไซเนอร์

    สำหรับงานปักใช้เทคนิคการปักลายเป็นจุดเล็กๆ รูปดอกประจำยาม 4 ทิศ โดยได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ชุดไทย ศิวาลัยของสมเด็จพระพันปีหลวง เพิ่มความวิจิตรงดงามด้วยการตกแต่งบริเวณหูจับโดยอาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน ช่างทองหลวงระดับปรมาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญการทำเครื่องทองโบราณขั้นสูงของไทย

    อีกหนึ่งมาสเตอร์ด้านการทอผ้าผู้เนรมิตกระเป๋าใบพิเศษในซีรีส์ VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S EDITION อีก 2 ใบคืออาจารย์มีชัย แต้สุจริยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ทอผ้า) ประจำปี 2564 เป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญระดับปรมาจารย์แห่งวงการผ้าไทย ผู้สืบทอดภูมิปัญญาแห่ง “บ้านคำปุน” จังหวัดอุบลราชธานี ผู้มีความปรารถนาในการพัฒนาผ้าไทยให้เข้ากับยุคสมัย ผลงานแต่ละชิ้นจึงเป็นดั่งงานศิลปะที่น่าสะสม

    สำหรับงานปักโดยทีมช่างจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy อันประณีตนั้นเล่าขานเรื่องราวแห่งราชสำนัก ผ่านแรงบันดาลใจจากลายขดและลายดอกไม้อันงดงามอ่อนช้อยที่ปรากฏอยู่บนฉลองพระองค์ชุดราตรีของสมเด็จพระพันปีหลวงซึ่งได้รับการเลือกสรรให้ไปจัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté. Royal Thai. Dress From Tradition to Modernity ซึ่งจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs in Paris

    VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S ONYXEDITION

    ผ้าทอ: อาจารย์มีชัย แต้สุจริยา
    งานตกแต่งทอง: อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม
    งานปักมือ: SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    ผลงานในโทนสีดำอันหรูหราจากศิลปะการทอผ้าชั้นสูงโดดเด่นด้วยผ้าลายมัดหมี่เครือเถาที่ดูสะดุดตาจากเทคนิคขิดแทรกเส้นหางกระรอกไหมสีดำและสีเงินที่ถ่ายทอดความอ่อนช้อยของลายเครือเถาที่ดูมีชีวิตชีวา ทำให้ผืนผ้ามีมิติและเกิดประกายเมื่อกระทบกับแสง

    ชิ้นงานห้อยประดับกระเป๋ารังสรรค์โดยครูไพโรจน์ สืบสาม แห่ง Pairot Thai Jewelry ได้แรงบันดาลใจจากพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทที่ผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันตกกับหลังคาพระราชวังแบบไทยอันเป็นเอกลักษณ์ ส่วนสัญลักษณ์ “S” เปรียบเสมือนศูนย์รวมแห่งการพึ่งพาพระบารมี และเป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงผู้สร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ไทยให้ร่วมกันสืบสานคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม ส่งต่อมรดกแห่งภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น

    ส่วนลายปักโดดเด่นด้วยลายขดและดอกไม้ที่ประยุกต์มาจากศิลปะเรอเนสซองส์ที่เข้ากับลายผ้า สำหรับบริเวณหูจับงดงามด้วยงานตกแต่งทองจากฝีมือของอาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม

    VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S GREY EDITION

    ผ้าทอ:อาจารย์มีชัย แต้สุจริยา
    งานตกแต่งทอง:อาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน
    งานปักมือ:SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    กระเป๋ารุ่นพิเศษใบนี้รังสรรค์จากผ้าทอกาบลายดาวซึ่งใช้เทคนิคการสอดประสานเส้นไหมโลหะสีเงินที่ตีเกลียวเข้ากับเส้นไหมไทยสีดำอย่างประณีต ก่อให้เกิดประกายแวววาวอันงดงามและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ ผสานกับลวดลาย มัดหมี่กนกนาค อันได้รับการออกแบบอย่างประณีตโดยครูช่างผู้เชี่ยวชาญ นับเป็นผืนผ้าที่ทรงคุณค่าทั้งด้านศิลปะและภูมิปัญญา โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2557 และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI: Geographical Indication) ในปี พ.ศ. 2567 ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากชุดไทยพระราชนิยมที่พระพันปีหลวงทรงสวมใส่ได้อย่างงดงาม ถือเป็นการแสดงความระลึกผ่านงานหัตถศิลป์ชั้นสูงได้อย่างน่าประทับใจ และต่อยอดมาสู่ลวดลายปักที่ความกลมกลืนกัน ในขณะที่งานตกแต่งด้วยทองบริเวณหูจับเข้ามาเพิ่มความโดดเด่นและหรูหราให้กับผลงานชิ้นนี้

    8 ความพิเศษจากฝีมือช่างไทยผู้ชนะรางวัลระดับประเทศสู่ผลงานร่วมสมัยอันทรงคุณค่า

    SIAM SOPHIT EDITION

    นอกจากกระเป๋าใบพิเศษทั้ง 4 ในปีนี้  S’CRAFT 2026 นำเสนองานดีไซน์กระเป๋ารูปทรงหลากหลายเหมาะสำหรับทุกโอกาส ผลงานแต่ละชิ้นมีความพิเศษเพียงหนึ่งเดียวด้วยการสร้างสรรค์จากผ้าทอมือโดยศิลปินรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ ผู้ชนะรางวัลการประกวดผ้าลายพระราชทานและงานหัตถกรรมอันเกิดขึ้นจากพระราชดำริขององค์ดีไซเนอร์ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาไทย ผ้าแต่ละผืนประดับด้วยลายปักมือโดย SIRIVANNAVARI Atelier & Academy สำหรับปีนี้พิเศษด้วยการทดลองใช้วัสดุที่หลากหลาย เข้ามาเพิ่มความท้าทายให้กับทีมช่างในการถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความงดงามของสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในพระที่นั่งทั้ง 8 แห่ง ที่มีความสำคัญและมีความเชื่อมโยงกับชื่อของชุดไทยพระราชนิยมที่มีความไพเราะทั้ง 8 แบบ

    Siam Sophit Grey Edition

    พระตำหนักเรือนต้น: ลวดลายที่มีความเรียบง่าย ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากลายเครื่องจักรสานและโครงสร้างของบ้านเรือนไทย และวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของไทย

    Siam Sophit Amber Gold Edition

    พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน: ถ่ายทอดผ่านลายน้ำอันสื่อถึงวิวทิวทัศน์ที่รายล้อมภายนอกของพระตำหนัก

    Siam Sophit White Edition

    พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย: ถ่ายทอดผ่านลายดอกไม้บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อันเป็นที่อยู่ของพระอินทร์อันเป็นที่มาของพระที่นั่ง

    Siam Sophit Purple Edition

    พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท: ถ่ายทอดผ่านลายดอกบัวและสระบัวในสวรรค์ชั้นดุสิตอันเป็นที่มาของชื่อพระราชวัง

    Siam Sophit Amber Edition

    พระที่นั่งบรมพิมาน: ถ่ายทอดผ่านลายปูนปั้นแบบศิลปะเรอเนสซองส์ที่ประดับตกแต่งพระที่นั่ง

    Siam Sophit Black Edition

    พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท: ลวดลายศิลปะไทยที่ผสมผสานศิลปะตะวันตกจนเกิดความเป็นไทยร่วมสมัย
    ซึ่งปรากฏอยู่ในพระที่นั่ง

    Siam Sophit Aquamarine Edition

    พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน: ถ่ายทอดผ่านลายก้อนเมฆและท้องฟ้าซึ่งเป็นลวดลายจิตรกรรมฝาผนังในพระที่นั่ง

    Siam Sophit Blue Edition

    พระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท: ลวดลายนกยูงและกินรีอันเป็นตัวแทนจากสัตว์ในป่าหิมพานต์ซึ่งมีเขาไกรลาศ เป็นศูนย์กลางและเป็นที่ประทับของพระศิวะ

    กระเป๋าผ้าไทยที่มาพร้อมกับดีไซน์อันมีเอกลักษณ์และฟังก์ชั่น

    CHARAT SIAM

    นอกจากนี้มีกระเป๋าหลากรูปทรงที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เนรมิตจากผ้าทอจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด
    จังหวัดอยุธยา
    ที่ผ่านการเลือกสรรและตกแต่งด้วยงานปักซึ่งมาเพิ่มเอกลักษณ์ให้กับกระเป๋าแต่ละใบ

    Charat Siam Clutch Ruby Edition

    กระเป๋าคลัทช์ (Clutch) รูปทรงซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยม พร้อมด้วยสายโซ่สะพายไหล่

    Charat Siam Top Handle Bag Amber Yellow Edition

    กระเป๋าถือขนาดกะทัดรัดพร้อมหูจับ (Top Handle) พร้อมด้วยสายโซ่สะพายไหล่

    Charat Siam Vanity Case Red Brown Edition

    กระเป๋าทรงกล่อง (Vanity Case) สำหรับใส่ของใช้ส่วนตัว

    Charat Siam Pyramid Wristlet Bag Onyx Edition

    กระเป๋าทรงพีระมิด (Pyramid) มีความโดดเด่นเหมาะสำหรับถือไปงาน

    Charat Siam Bucket Bag Tango Orange Edition

    กระเป๋าทรงบัคเก็ต (Bucket) มาพร้อมดีไซน์ที่ตอบโจทย์ฟังก์ชั่นใส่ของได้หลายชิ้น เหมาะสำหรับถือตลอดทั้งวัน

    ร่วมสืบสานงานหัตถศิลป์ไทย S’CRAFT: Craftsmanship 2026 คอลเลคชั่นกระเป๋าผ้าไหมไทยประจำปีโดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ ICONCRAFT ไอคอนสยามที่เล่าขานเรื่องราวอันทรงคุณค่าจากราชสำนักสู่งานฝีมือของช่างไทยอันเปรียบได้กับงานศิลปะอันน่าสะสมและทรงคุณค่าเพียงหนึ่งเดียว

    #SCRAFT2026
    #SIRIVANNAVARI
    #ICONCRAFT

  • Event - Lifestyle - Sustainability

    NEXTOPIA สยามพารากอน ชวนเฉลิมฉลองเดือนแห่งแม่ผ่าน “Love with Purpose” Celebrating Mom. Creating Meaningful Moments. เพราะความรักที่มีความหมาย…คือความรักที่ส่งต่อคุณค่าได้

    NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน ชวนทุกคนร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งวันแม่ 2569 ผ่านแคมเปญ “Love with Purpose” ภายใต้แนวคิด “Celebrating Mom. Creating Meaningful Moments.” ที่เชื่อว่า ความรักที่ดีที่สุด ไม่ได้หยุดอยู่เพียงคำว่า “รัก” แต่คือการลงมือทำ สร้างช่วงเวลา ที่มีความหมายร่วมกัน พร้อมส่งต่อคุณค่าให้กับผู้คน สังคม และโลก


    ในฐานะ Lifestyle Destination with Purpose NEXTOPIA ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่แห่งการช้อปปิ้ง แต่เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการสร้างการเปลี่ยนแปลง ผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโยงผู้คน ความคิดสร้างสรรค์ และการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน ตลอดเดือนสิงหาคม NEXTOPIA จึงชวนทุกคนมาสร้าง “Meaningful Moments” ร่วมกับคุณแม่ ผ่านกิจกรรมที่เต็มไปด้วย ความอบอุ่น ความคิดสร้างสรรค์ และคุณค่าที่ส่งต่อได้

    Responsible Jewelry for Sustainable World by GIT x NEXTOPIA
    เพราะของขวัญที่งดงามที่สุดสำหรับคนที่เรารัก คือของขวัญที่สร้างคุณค่าได้ในระยะยาว NEXTOPIA จึงร่วมกับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (GIT) จัดงาน Responsible Jewelry for Sustainable World by GIT x NEXTOPIA ภายใต้โครงการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์การค้าและการผลิตอัญมณีและเครื่องประดับโลกแบบยั่งยืน: Thailand towards World Sustainable Gem and Jewelry Hub ระหว่างวันที่ 12–18 สิงหาคม 2569 ณ NEXTOPIA ชั้น 5
    พบกับแขกรับเชิญสุดพิเศษ “Nord Pritdison (นอร์ท iZ)” ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ พร้อมคุณแม่ ร่วมเปิดมุมมองใหม่ของอัญมณีและเครื่องประดับ ผ่านแนวคิด “The Pure Light : ค้นพบคุณค่าที่แท้จริง เบื้องหลังประกายที่ยั่งยืน” ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป
    พร้อมด้วยนิทรรศการ เสวนา เวิร์กช็อป และโซนจัดแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการ ที่นำเสนอแนวคิด Responsible Jewelry นวัตกรรม และมาตรฐานด้านความยั่งยืน ชวนทุกคนค้นพบว่าความงดงามของเครื่องประดับ สามารถสะท้อนทั้งความรัก ความรับผิดชอบ และความตั้งใจที่จะส่งต่อโลกที่ดีกว่าให้คนรุ่นต่อไป

    Mother Tongue “ภาษาแม่ : ไม่พูดก็รู้ว่ารัก” โดย Environman
    วันที่ 12 สิงหาคม 2569 NEXTOPIA ร่วมกับ Environman ชวนทุกคนถ่ายทอด “ภาษารัก” ที่บางครั้งไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูด ผ่านกิจกรรม Mother Tongue : ภาษาแม่ ไม่พูดก็รู้ว่ารัก เพราะกับข้าวจานโปรด เสื้อที่ถูกซ่อมอยู่เสมอ หรือต้นไม้ที่เติบโตมาด้วยความใส่ใจ ล้วนเป็นภาษารัก ที่แม่ส่งมอบให้ลูกมาตลอดชีวิต ปีนี้ถึงเวลาที่ลูกจะได้ส่งความรักกลับไป ผ่านเวิร์กช็อปงานคราฟต์ อาทิ การร้อยพวงมาลัย การทำสร้อยเรซิ่นดอกไม้ กรอบรูปดอกไม้แห้ง การเขียนโปสต์การ์ดบันทึกความทรงจำ และกิจกรรมบริจาคหนังสือและสื่อการเรียนรู้ เพื่อร่วมสร้างห้องสมุดให้เด็ก ๆ จังหวัดสุรินทร์ เปลี่ยนความรักในครอบครัวให้กลายเป็นโอกาสของสังคม

    ECOTOPIA เติมเต็มความรัก ผ่านงานคราฟต์และการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน
    ตลอดเดือนสิงหาคม ECOTOPIA ชวนทุกคนค้นพบแรงบันดาลใจผ่านกิจกรรมที่ผสานงานดีไซน์ งานคราฟต์ และแนวคิด Sustainable Lifestyle ให้การสร้างของขวัญสำหรับคุณแม่ กลายเป็นประสบการณ์ ที่มี ความหมายยิ่งกว่าเดิม


    เริ่มต้นด้วยกิจกรรม DIY มาลัยรักษ์โลกจาก QUALY (6–12 สิงหาคม) ที่ชวนออกแบบพวงมาลัย ที่สามารถใช้งานได้ยาวนาน ลดการสร้างขยะ พร้อมส่งต่อความกตัญญูในรูปแบบใหม่

    ต่อด้วยเวิร์กช็อป ยาดมสมุนไพรจาก YUVANICH (7–9 สิงหาคม) ที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาสมุนไพรไทย ผ่านการลงมือทำ และกิจกรรม Custom Aroma Diffuser Stone จาก SANIT (14–16 สิงหาคม) ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนออกแบบกลิ่นหอมที่สะท้อนตัวตน
    ปิดท้ายเดือนด้วย Workshop ถักพวงกุญแจจาก V CRAFT (28–30 สิงหาคม)ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วม ได้สร้างสรรค์ผลงานร่วมกับผู้พิการทางสายตา สะท้อนคุณค่าของงานคราฟต์ที่สร้างอาชีพ สร้างโอกาส และเชื่อมโยงผู้คนอย่างยั่งยืน
    ในช่วงเดียวกัน NEXTOPIA ยังชวนย้อนสัมผัสเสน่ห์แห่งวันวานกับงาน Get Back to The Vintage Vibes (28–30 สิงหาคม) ที่รวบรวมแผ่นเสียงหายากยุคคุณแม่ สินค้าไลฟ์สไตล์วินเทจ ของสะสม เวิร์กช็อป และกิจกรรมจากดีเจ ที่หลอมรวมความทรงจำ งานออกแบบ และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยไว้ในพื้นที่เดียว

    เติมเต็มช่วงเวลาดี ๆ กับคุณแม่ ผ่านโปรโมชั่นพิเศษจากร้านค้าภายใน NEXTOPIA
    ตลอดเทศกาลวันแม่ ร้านค้าภายใน NEXTOPIA ได้ร่วมส่งต่อความสุขผ่านโปรโมชั่นพิเศษจาก Nicolo, Hopsy Story, Fikka, Kyo Roll En, Dean & Deluca, Gong cha, Street Burger, Conte de Tulear, Uncle Boss และ สรรพรส พร้อมไฮไลต์ อาทิ Dean & Deluca มอบสิทธิ์ Buy 1 Get 1 Free เมื่อพาคุณแม่มาซื้อเครื่องดื่มภายในร้าน,
    Gong cha รับฟรี Jasmine Green Tea Size M 1 แก้ว เมื่อซื้อเครื่องดื่ม Size L พร้อมคุณแม่, Kyo Roll En รับฟรี Yuzu Butterfly Pea Soda เมื่อรับประทานครบตามเงื่อนไข, สรรพรส รับฟรีพวงมาลัย ผ้าถุงผลิตภันฑ์จากชุมชน เมื่อรับประทานอาหารครบ 2,000 บาท, Street Burger รับฟรีภาพถ่าย Polaroid เพื่อเก็บความทรงจำร่วมกับคุณแม่


    ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ NEXTOPIA ขอเชิญทุกคนมาร่วมเฉลิมฉลองความรัก ในรูปแบบที่มี ความหมาย เพราะทุกช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกับคนที่เรารัก สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ที่ยั่งยืนได้ Love with Purpose ไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองวันแม่ แต่คือการเปลี่ยนความรัก ความตั้งใจ และการลงมือทำ ให้กลายเป็นคุณค่าที่ส่งต่อจากครอบครัว สู่ชุมชน และสู่โลกใบนี้
    ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความทรงจำที่อบอุ่น และการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ ที่ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน

    #NEXTOPIA #LovewithPurpose #SiamParagon