Art

  • Art - Exhibition - Lifestyle

    ปล่อยใจให้เบ่งบานไปกับ “Flower & Friend” นิทรรศการศิลปะที่ถ่ายทอดความงามของดอกไม้ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก ชมฟรี 1 – 15 กันยายน 2569 ชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม

    สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในไทย ณ ไอคอนสยาม ชวนสัมผัสดอกไม้ผลิบานในกาลเวลากับงาน Flower & Friend “เมื่อดอกไม้ผลิบานในกาลเวลา” นิทรรศการศิลปะที่เชื่อมโยงเรื่องราวของดอกไม้ มิตรภาพ และกาลเวลา ผ่านมุมมองและสื่อการสร้างสรรค์อันแตกต่างของ 2 ศิลปินหญิงมากความสามารถ ดร.กฤษญา เหลืองอานันทกุล ศิลปินเซรามิก และ คุณจุฑารัตน์ พรมุณีสุนทร ช่างภาพและศิลปินสื่อผสม เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 1-15 กันยายน 2569 ณ บริเวณชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ โดยผู้เข้าชมจะได้ร่วมเดินทางผ่านโลกแห่งจินตนาการ ความงดงามของธรรมชาติ และเรื่องราวของการเติบโตที่ค่อย ๆ ผลิบานผ่านผลงานศิลปะอันเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา

    สำหรับนิทรรศการครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาพบกันอีกครั้งของเพื่อนสนิทสองคนที่ใช้ศิลปะเป็นภาษาหลักในการสื่อสารความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ที่สั่งสมผ่านช่วงเวลาของชีวิต โดยมี “ดอกไม้” เป็นจุดร่วมสำคัญของแรงบันดาลใจ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความงาม ความเปลี่ยนแปลง ความหวัง และมิตรภาพที่ค่อยๆ เติบโตอย่างงดงามตามกาลเวลา ผู้ชมจะได้สัมผัสผลงานชุด “Blooming through Play: เมื่อดอกไม้ผลิบานผ่านการเล่น” ของ ดร.กฤษญา เหลืองอานันทกุล ศิลปินเซรามิกผู้เชื่อว่าความสนุก ความอยากรู้อยากเห็น และการทดลอง คือจุดเริ่มต้นของการค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ในโลกศิลปะ ผลงานของเธอถ่ายทอดจินตนาการเกี่ยวกับดอกไม้ผ่านการทำงานกับดินสี (Colored Clay Slip) และกระดาษสา ซึ่งถูกดัด พับ และขึ้นรูปเป็นกลีบดอกไม้ ก่อนนำไปผ่านกระบวนการเผาเซรามิกจนเกิดเป็นรูปทรงที่ละเอียดอ่อน เปราะบาง แต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง

    นอกจากนี้ ยังมีผลงานภาชนะเซรามิกที่สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคการใช้สีระบายและซ้อนทับบนพื้นผิวอย่างอิสระ เกิดเป็นมิติของสีสัน ร่องรอย และพื้นผิวที่สะท้อนความงดงามจากกระบวนการทดลองและการเรียนรู้มากกว่าความสมบูรณ์แบบ ผลงานทุกชิ้นจึงเปรียบเสมือนดอกไม้ที่ค่อยๆ ผลิบานตามธรรมชาติของตนเอง และเป็นภาพแทนของการเติบโตในเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยการค้นพบใหม่อยู่เสมอ

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือผลงานชุด “The Day I Met the Flower” โดย จุฑารัตน์ พรมุณีสุนทร ศิลปินภาพถ่ายและสื่อผสม ผู้สั่งสมประสบการณ์ในฐานะช่างภาพแฟชั่นให้กับนิตยสารและแบรนด์ชั้นนำของประเทศไทยมากว่า 20 ปี พร้อมทั้งเป็นผู้ก่อตั้งโปรเจกต์ “Flowering Mind” ที่ผสานศาสตร์ของการจัดดอกไม้ ศิลปะ และการดูแลสุขภาพใจเข้าไว้ด้วยกัน ผลงานชุดนี้เริ่มต้นจากการพบเจอและสังเกตดอกไม้ในสวนเล็กๆ ที่ศิลปินดูแลด้วยตนเอง รวมถึงดอกไม้จากบ้านใกล้เรือนเคียง ก่อนจะบันทึกเรื่องราวผ่านภาพถ่ายด้วยแสงธรรมชาติ ถ่ายทอดรายละเอียดและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของดอกไม้แต่ละดอกอย่างใกล้ชิด จากนั้นจึงต่อยอดด้วยเทคนิคการวาดสีซ้อนทับลงบนภาพถ่าย สร้างมิติใหม่ที่หลอมรวมระหว่างภาพถ่ายและจิตรกรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน จนเกิดเป็นผลงานที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้งและงดงาม

    เมื่อความอบอุ่นของแสงแดดในภาพถ่ายมาบรรจบกับชั้นสีดินบนผลงานเซรามิก นิทรรศการ Flower & Friend จึงเปรียบเสมือนพื้นที่แห่งการพบกันของสองมุมมองทางศิลปะที่แตกต่าง แต่มีหัวใจเดียวกัน คือความหลงใหลในความงดงามของดอกไม้และธรรมชาติ ผู้ชมจะได้สัมผัสทั้งความละเอียดอ่อนของรูปทรง สีสัน พื้นผิว และเรื่องราวที่แฝงอยู่ภายในผลงาน ซึ่งชวนให้หยุดมองความงามรอบตัว และกลับมาเชื่อมโยงกับความสุขเล็กๆ ในชีวิตประจำวันอีกครั้ง

    สำหรับผู้ที่รักงานศิลปะ การถ่ายภาพ งานเซรามิก ตลอดจนผู้ที่ต้องการค้นหาแรงบันดาลใจ และช่วงเวลาแห่งความรื่นรมย์ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของดอกไม้ ไม่ควรพลาดนิทรรศการ Flower & Friend “เมื่อดอกไม้ผลิบานในกาลเวลา” ระหว่างวันที่ 1-15 กันยายน 2569 ณ บริเวณชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม เปิดให้เข้าชมฟรีตลอดงานสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-011-7500 หรือทาง LINE: SIAM Takashimaya

    #FlowerAndFriend #SiamTakashimaya #ArtExhibition #ICONSIAM

  • Art - Education

    กรมการพัฒนาชุมชนเปิดการประกวดนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2569 (Young Designer 2026) ระดับภาคกลาง มุ่งยกระดับการออกแบบผ้าไทยสู่เวทีสากล

    วันที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิดการประกวดนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ (Young Designer 2026) ระดับภาคกลาง พร้อมด้วยนางอรจิรา ศิริมงคล ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน คณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน ตลอดจนคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและดีไซเนอร์ชั้นนำเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

    อาทิ คุณอารยา อินทรา ที่ปรึกษาด้านแฟชั่นและสไตลิสต์ นายศิริชัย ทหรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย เจ้าของแบรนด์ THEATRE ดร.กรกลด คำสุข รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายธนาวุฒิ ธนสารวิมล นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ TandT นางสาวเจนสุดา ปานโต นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ Janesuda นางสาวสรลักษณ์ ติกขะปัญญา นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ Archive 026 และนายภคพรหมณ์ สุขเกษม นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ TR Tailor

    โครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2569 (Young Designer 2026) เป็นความมุ่งมั่นที่กรมการพัฒนาชุมชนได้น้อมนำแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มาขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไทย

    โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะและองค์ความรู้ด้านการออกแบบให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ตลอดจนนักเรียน นักศึกษา และประชาชนรุ่นใหม่ ให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานผ้าไทยให้มีความสวยงาม ทันสมัย สวมใส่ได้จริงทุกเพศทุกวัยและทุกโอกาส และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดสากล โดยในปีนี้มีผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งหมด 652 ราย/ทีม และมีจำนวนผู้ที่ผ่านการประกวดรอบคัดเลือก คงเหลือ 88 ราย/ทีม

    สำหรับการประกวดในระดับภาคกลางครั้งนี้ มีผู้ผ่านเข้ารอบมาร่วมประชันฝีมือและนำเสนอผลงานภาพสเก็ตพร้อมสตอรี่บอร์ดหรือมู้ดบอร์ดต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนทั้งสิ้น 39 ราย/ทีม จากทั้งหมด 223 ราย/ทีมที่ส่งเข้าประกวด เพื่อคัดเลือกสุดยอดตัวแทนภาคกลางจำนวนไม่น้อยกว่า 10 ราย/ทีม ไปเป็นตัวแทนในการเข้าร่วมการแข่งขันในระดับประเทศที่จะจัดขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ต่อไป

    #ผ้าไทยใส่ให้สนุก #YoungDesigner2026 #กระทรวงมหาดไทย #กรมการพัฒนาชุมชน

  • Art - Culture - Event

    “THE WONDROUS JAPAN HERITAGE 2026” เปิดโลกวัฒนธรรมญี่ปุ่น ณ สยามพารากอนจัดเต็มโชว์ซามูไร-นินจา พร้อมนิทรรศการบอนไซหาชมยากอายุกว่า 500 ปี

    เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย- ญี่ปุ่น สยามพารากอน ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย และกระทรวงวัฒนธรรม จัดงาน “SIAM PARAGON THE WONDROUS JAPAN HERITAGE 2026” มหกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่นสุดยิ่งใหญ่แห่งปี นำเสนอประสบการณ์อันทรงคุณค่า ผ่านตำนานวิถีนักรบญี่ปุ่น ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งซามูไรและนินจา พร้อมตื่นตานิทรรศการบอนไซหาชมยากอายุกว่า 500 ปี ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

    สำหรับพิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติจาก นายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย, นายเปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี, ดร.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, วิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ, เพชรรัตน์
    สายทอง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม และ ธณพร ตันติยานนท์ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมงานและชมการแสดง

    สยามพารากอน ชวนเปิดประตูสู่โลกแห่งนักรบญี่ปุ่นใน “AWAKEN THE SAMURAI” การแสดง
    สุดพิเศษที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณอันทรงพลังของซามูไร ผ่านศิลปะการใช้ดาบคาตานะเต็มรูปแบบจาก
    ชิเดนริว (SHIDENRYU TOKYO) สำนักดาบชื่อดังจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ผู้สืบสานศาสตร์การต่อสู้และวัฒนธรรมนักรบที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมสัมผัสเรื่องราวแห่งเกียรติยศ ความกล้าหาญ และปรัชญาการดำเนินชีวิตของซามูไร ผู้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของประเทศญี่ปุ่น พร้อมตื่นตาตื่นใจกับการแสดงศิลปะการต่อสู้จากนินจา ที่เผยให้เห็นความลึกลับของวิชาพรางตัว เทคนิคการต่อสู้ และทักษะการเอาตัวรอดอันเป็นเอกลักษณ์

    วันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 I พาร์ค พารากอน ชั้น M I เวลา 14.00 / 17.00 น.

    พบกับการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างพลังแห่งดาบ ความงดงามของวัฒนธรรม และเรื่องราวของสองนักรบในตำนาน ที่จะปลุกจิตวิญญาณแห่งญี่ปุ่นให้มีชีวิต

    • The Art of Samurai & Ninja
      ร่วมรับชมศิลปะการต่อสู้อันทรงคุณค่าของซามูไร ผู้สืบทอดจิตวิญญาณและเกียรติยศจาก ขุนศึก คาซุโนริ อาโอกิ (青木一矩) ถ่ายทอดเรื่องราวการเผชิญหน้าระหว่าง “ซามูไร” ผู้ยึดมั่นในวิถีแห่งเกียรติและแสงสว่าง กับ “นินจา” ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งเงาและกลยุทธ์อันเหนือชั้น ตื่นตาตื่นใจไปกับ
      ศิลปะการต่อสู้ที่ผสานความแข็งแกร่ง ความแม่นยำ และภูมิปัญญาดั้งเ ดิม ของสองนักรบในตำนาน จนกลายเป็นการแสดงที่ทั้งเร้าใจและเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่น
    • The Way of the Warrior
      สัมผัสการสาธิตศิลปะการใช้ดาบอันทรงพลังและงดงาม ซึ่งถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งซามูไร นักรบผู้ยึดมั่นในเกียรติ ศักดิ์ศรี และวินัยเหนือสิ่งอื่นใด พร้อมเรียนรู้เรื่องราวและศาสตร์การต่อสู้ของนินจา นักรบเงาแห่งแดนอาทิตย์อุทัย ผู้เชี่ยวชาญด้านความคล่องแคล่ว ไหวพริบ และกลยุทธ์อันแยบยล ที่ยังคงเป็นตำนานที่น่าหลงใหลมาจนถึงปัจจุบัน

    วันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 I พาร์ค พารากอน ชั้น M I เวลา 10.00-20.00 น.

    พร้อมกันนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมเวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Experience Japanese Craft”
    ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด

    • Origami ศิลปะการพับกระดาษอันประณีตที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์และความละเอียดอ่อน
    • Maneki Neko Workshop สร้างสรรค์ตุ๊กตาแมวกวักและเครื่องรางมงคลจากดินปั้น เพื่อนำพาโชคลาภและความโชคดีติดตัวกลับบ้าน
    • Samurai by Reiner Knizia บอร์ดเกมวางกลยุทธ์ระดับคลาสสิก ที่จะพาคุณร่วมประลองไหวพริบและฝึกการตัดสินใจท่ามกลางบรรยากาศของคอมมูนิตี้ผู้รักบอร์ดเกม พร้อมสร้างประสบการณ์ความสนุกที่ผสมผสานทั้งวัฒนธรรม ศิลปะ และความบันเทิงไว้ในงานเดียว

    “A Living Legacy of Time” Japan Bonsai Exhibition by Bonsai Hunter
    วันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 I Living Hall ชั้น 3 I เวลา 10.00-20.00 น.

    ร่วมสัมผัสมรดกแห่งกาลเวลาและศิลปะอันทรงคุณค่า “A Living Legacy of Time” Japan Bonsai Exhibition by Bonsai Hunter หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้หลงใหลในความงดงามของบอนไซญี่ปุ่น พบกับ “The Magnificent Seven” 7 ต้นบอนไซระดับมาสเตอร์พีซของงาน พร้อมคอลเลกชันบอนไซญี่ปุ่นทรงคุณค่าที่หาชมได้ยากในประเทศไทย รวมถึง ต้นประธานอายุกว่า 500 ปีถ่ายทอดความงดงามของกาลเวลา ศิลปะ และปรัชญาแห่งธรรมชาติ ผ่านการจัดแสดงต้นบอนไซทรงคุณค่าที่ประเมินค่าไม่ได้และเรื่องราวจากหลากหลายยุคสมัย ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษให้ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งโลกบอนไซอย่างใกล้ชิด

    Bonsai Exhibition Tour
    ร่วมฟังเรื่องราว ความเป็นมา และเอกลักษณ์ของบอนไซแต่ละต้น ผ่านการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Bonsai Hunter (เฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ รอบเวลา 11.00 / 13.00 / 15.00 / 17.00 น.)

    Bonsai Workshop
    เรียนรู้เทคนิคการจัดแต่งและการดูแลรักษาต้นบอนไซจากผู้เชี่ยวชาญ (เฉพาะวันเสาร์ที่ 22 และ 29 สิงหาคม 2569 เวล 13.00-15.00 น.) ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย Bonsai Hunter

    Bonsai Lucky Draw
    พิเศษ! เมื่อช้อปครบ 3,000 บาท ภายในงาน รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม Lucky Draw เพื่อลุ้นรับบอนไซสนญี่ปุ่นและของรางวัลมูลรวมกว่า 50,000บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด
    นอกจากนี้ สยามพารากอนยังคัดสรรประสบการณ์ความเป็นญี่ปุ่นขนานแท้จากทุกแง่มุมมาไว้ใน
    ที่เดียว ให้ทุกคนได้สัมผัสเสน่ห์แห่งแดนอาทิตย์อุทัยอย่างครบครัน ทั้งศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ ผ่านร้านค้าและแบรนด์ชั้นนำภายในศูนย์การค้า ไม่ว่าจะเป็น Kinokuniya, Loft, Nintendo Authorized Store by SYNNEX, PRONTO Original, SHIMA Park, UNITED ARROWS และ Waltz พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษจากร้านอาหารชื่อดัง อาทิ AOI Japanese Restaurant, Domo Yakiniku, Fuji Japanese Restaurant, Henri Charpentier, Hikiniku To Come, Jerome Cheesecake, Kamu Kamu, KANEKO HANNOSUKE, Kanori Hand Roll Bar, KIWAMIYA, Kyo Roll En, MAGURO Kappou, MATCHA EKI, Robata Kitaro Sushi KAGUYA, Shabu Baru, The Grill Tokyo, Tonchin Ramen, Warabimochi Kamakura, Yume Matcha เป็นต้น *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดฯ ให้คุณได้ดื่มด่ำเสน่ห์วัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ครบทุกมิติ

    ร่วมเปิดประตูสู่โลกแห่งซามูไร สัมผัสความงดงามของศิลปะการต่อสู้ วิถีนักรบ และมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าในงาน “The Wondrous Japan Heritage 2026” ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 ณ สยามพารากอน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Siam Paragon
    และ www.siamparagon.co.th

    #SiamParagon #SiamParagonTheWondrousJapanHeritage

  • Art - Culture

    กรมการพัฒนาชุมชน สานพลังช่างทอทั่วไทยเปิดประกวด “ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ – ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” และงานหัตถกรรม

    วันที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ” และ “ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” และงานหัตถกรรม ประจำปี 2569 (ระดับภาคกลาง) โดยมี นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางอรจิรา ศิริมงคล ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน คณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน ที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” คณะกรรมการตัดสิน ผู้แทนจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    การประกวดผ้าลายพระราชทานฯ ครั้งนี้ สืบเนื่องจากการที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระราชทานแบบลายผ้า “ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ” และ “ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” เพื่อให้ช่างทอผ้าและผู้ประกอบการนำไปพัฒนาต่อยอดสร้างสรรค์ผลงาน

    โดยมีจำนวนผ้าและงานหัตถกรรมที่ส่งเข้าประกวดฯ จากทั่วประเทศทั้งสิ้น 10,948 ชิ้นงาน แบ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ประเภทผ้า จำนวน 10,341 ผืน และงานหัตถกรรม จำนวน 607 ชิ้น สำหรับการประกวดในระดับภาคกลางครั้งนี้ มีผ้าและงานหัตถกรรมที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองระดับจังหวัดรวมทั้งสิ้น 573 ชิ้นงาน (ประเภทผ้า 466 ผืน และงานหัตถกรรม 107 ชิ้น) จากผู้ส่งเข้าประกวดทั่วทั้ง 26 จังหวัดภาคกลาง

    ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวเปิดงานและเน้นย้ำถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และกระจายรายได้สู่ชุมชนเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับ Sustainable Fashion (แฟชั่นแห่งความยั่งยืน) ผ่านการส่งเสริมการใช้สีธรรมชาติ เส้นใยธรรมชาติ และเส้นใยรีไซเคิล เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างแท้จริง

    ภายหลังพิธีเปิด ประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมอันทรงคุณค่า ก่อนที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยจะเริ่มดำเนินการกลั่นกรองและตัดสินผลงานในภาคกลาง เพื่อคัดสรรสุดยอดผลงานผ้าและงานหัตถกรรมไทยของภาคกลาง เพื่อเข้าสู่รอบต่อไป

    ซึ่งจุดดำเนินการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะดำเนินการที่จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 26 – 27 สิงหาคม 2569 ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และภาคใต้ที่จังหวัดสงขลา ในวันที่ 7 กันยายน 2569 หลังจากนั้นจะเป็นรอบตัดสินระดับภาค ในวันที่ 11 กันยายน 2569 และรอบรองชนะเลิศ ระดับประเทศ ในวันที่ 12 กันยายน 2569 เพื่อเข้าสู่รอบตัดสินระดับประเทศต่อไป

  • Art - Culture

    “Between Sun and Moon” นิทรรศการภาพถ่ายห้ามพลาด!ชมผลงาน “โคชู เอ็นโดะ” ศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง เจ้าของผลงานใน Permanent Collection ของ LACMA

    ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม ชวนเปิดประสาทสัมผัสและร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งการมองเห็น ในนิทรรศการภาพถ่ายเดี่ยวครั้งสำคัญ “Between Sun and Moon: Light, Time, and the Act of Seeing” (ระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์: แสง กาลเวลา และการมองเห็น) โดย โคชู เอ็นโดะ (Koshu Endo) ศิลปินและช่างภาพญี่ปุ่นชื่อดังระดับโลก ผู้ใช้เลนส์กล้องส่องลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณของธรรมชาติ จัดแสดงให้ชมตั้งแต่วันที่ 5 – 31 สิงหาคม 2569 บริเวณ ชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ โดยนิทรรศการนี้ ถือเป็นหมุดหมายครั้งสำคัญของวงการภาพถ่าย โดยโคชู เอ็นโดะ ได้นำภาพถ่ายมาเป็นสื่อกลางในการตั้งคำถามต่อ ‘การรับรู้ของมนุษย์’ ผ่านความสัมพันธ์ของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และท้องฟ้า ผลงานของเขาไม่ใช่แค่การกดชัตเตอร์เพื่อบันทึกวัตถุตรงหน้า แต่เป็นการจับเอาบรรยากาศ ความรู้สึก และการเปลี่ยนแปลงของแสงที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีและไม่เคยย้อนกลับมาอีก นำเสนอความงามผ่าน 10 ผลงานสร้างสรรค์ โดยมี 4 ผลงานไฮไลต์ที่คนรักศิลปะไม่ควรพลาด

    • เจาะลึก 4 ผลงานไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดในนิทรรศการ 
    ความพิเศษสุดของงานนี้คือการโคจรมาพบกันของผลงานชุดสำคัญ ซึ่งอีก Edition หนึ่งของผลงานชิ้นที่ 2 และ 3 นั้นคอลเลกชันเดียวกันกับผลงานที่ได้รับการยอมรับให้บรรจุอยู่ใน Permanent Collection (คอลเลกชันสะสมถาวร) ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับโลกอย่าง Los Angeles County Museum of Art (LACMA) ประเทศสหรัฐอเมริกา  

    1 The Critical Ring ผลงานอันทรงพลังที่รวบรวมแสง เวลา และโครงสร้างของการรับรู้ไว้ในภาพเดียว ถ่ายทอดภาพวงแหวนแห่งแสงที่ลอยอยู่เหนือรูปทรงพระจันทร์เสี้ยวที่เรียงซ้อนกันเป็นจังหวะด้านล่าง สื่อถึงการสะสมของเวลาและการคงอยู่ของภาพในความทรงจำ ชวนให้ผู้ชมตั้งคำถามว่า มนุษย์เรามองเห็นและรับรู้โลกใบนี้ขึ้นได้อย่างไร

    2 Rising Sun (LACMA Permanent Collection) ผลงานชิ้นเอกที่ทำหน้าที่เป็นแกนของ “ดวงอาทิตย์” แสงแรกของวัน ที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในผลงานนี้ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุบนท้องฟ้า แต่เป็นสัญลักษณ์ของจุดเริ่มต้น การเดินทางของกาลเวลา และเป็นพลังขับเคลื่อนที่ทำให้เกิดการมองเห็นและการรับรู้โลกอย่างแท้จริง

    3 Evening Moon (LACMA Permanent Collection) ผลงานที่ทำหน้าที่เป็นแกนของ “ดวงจันทร์” เพื่อเปิดบทสนทนาคู่ขนานกับ Rising Sun โดยดวงจันทร์ยามค่ำคืนนี้ปรากฏขึ้นในฐานะแสงสะท้อนอันเงียบสงบ ล่องลอยอยู่ระหว่างการมองเห็นและการเลือนหาย ถ่ายทอดความรู้สึกของระยะทาง ความทรงจำ และห้วงเวลาที่ค่อย ๆ ผ่านไป

    4 Ripples of Circling Light การขยายแนวคิดจากแสงของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ไปสู่การสำรวจแสงในรูปแบบของจังหวะและการสะท้อน ผ่านเส้นโค้งของแสงที่เรียงซ้ำและแผ่ขยายบนพื้นหลังสีดำ เผยให้เห็นการเคลื่อนผ่านของเวลาและความต่อเนื่องของภาพที่ดวงตารับรู้ในแต่ละช่วงขณะ เชื้อเชิญให้ผู้ชมสัมผัสความเชื่อมโยงระหว่างโลกภายนอกและการรับรู้ภายในจิตใจ

    “Between Sun and Moon ไม่ได้ชวนให้เรามองเห็นเพียงภาพตรงหน้า แต่ชวนให้เราตั้งคำถามว่า
    สิ่งที่เราเห็นแท้จริงแล้ว… เกิดจากแสง เวลา และมุมมองของเราอย่างไร”

    ขอเชิญสัมผัสและร่วมเข้าใจศาสตร์แห่งแสงและเงาผ่านมุมมองของช่างภาพระดับสากลที่ไม่ควรพลาด ในนิทรรศการ “Between Sun and Moon: Light, Time, and the Act of Seeing” 5 – 31 สิงหาคม 2569 ณ ชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-011-7500 หรือทาง LINE: SIAM Takashimaya

    #BetweenSunAndMoon #KoshuEndo #ArtExhibitionBangkok #LACMACollection

    #PhotoExhibition2026 #SIAMTakashimaya #ICONSIAM

  • Art - Music

    RBSO ชวนออกเดินทางสู่โลกแห่งจินตนาการใน “Anime Concert” สัมผัสบทเพลงอนิเมะญี่ปุ่นชื่อดังผ่านพลังซิมโฟนี 20-21 สิงหาคมนี้

    วงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (Royal Bangkok Symphony Orchestra: RBSO) เตรียมนำผู้ชมออกเดินทางสู่โลกแห่งจินตนาการอันไร้ขอบเขตผ่านบทเพลงจากภาพยนตร์และซีรีส์อนิเมะญี่ปุ่นชื่อดัง ในคอนเสิร์ต “Anime Concert” ในวันที่ 20 และ 21 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย


    การแสดงครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยเพลงของ วานิช โปตะวนิช วาทยกรผู้มีประสบการณ์ในการถ่ายทอดบทเพลงหลากหลายรูปแบบ ทั้งดนตรีคลาสสิก เพลงประกอบภาพยนตร์ และบทเพลงจากละครเพลง ซึ่งสร้างความประทับใจแก่ผู้ชมมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะนำวง RBSO ถ่ายทอดบทเพลงอนิเมะยอดนิยมด้วยพลังและสีสันอันงดงามของวงซิมโฟนีออร์เคสตร้า


    พบกับผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ของ โจ ฮิซาอิชิ (Joe Hisaishi) คีตกวีชาวญี่ปุ่นผู้มีชื่อเสียงระดับโลก ได้แก่ Spirited Away Suite, Merry-Go-Round of Life และ Castle in the Sky Suite ก่อนขยับอารมณ์ไปกับความมันและพลังของ Naruto Shippuden, One Piece และ We Are! แล้วเข้าสู่โลกที่เข้มข้นขึ้นกับ Attack on Titan และ Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba


    นอกจากนี้ ยังมีเพลงที่คุ้นหูจาก Pokémon The Movie 2000, Detective Conan, Your Lie in April, Neon Genesis Evangelion, Your Name. และ Medalist ที่จะพาไปสัมผัสอีกหลากหลายอารมณ์ ตั้งแต่ความละมุนและอบอุ่น ไปจนถึงความตื่นเต้นและทรงพลัง


    บทเพลงทั้งหมดจะได้รับการเรียบเรียงและถ่ายทอดผ่านเสียงอันทรงพลังของวง RBSO พาผู้ชมสัมผัสหลากหลายอารมณ์ ตั้งแต่ความสนุกสนานและมีชีวิตชีวา ไปจนถึงความตื่นเต้น ความอบอุ่น ความซาบซึ้ง และพลังแห่งความหวัง เสมือนได้ย้อนกลับไปพบกับตัวละครและเรื่องราวอันเป็นที่รักอีกครั้ง


    คอนเสิร์ต “Anime Concert” จึงเป็นอีกหนึ่งการแสดงครั้งสำคัญสำหรับผู้ชื่นชอบดนตรีซิมโฟนี เพลงประกอบภาพยนตร์ และวัฒนธรรมอนิเมะญี่ปุ่น ตลอดจนผู้ชมทุกเพศทุกวัยที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ทางดนตรีอันน่าตื่นตาตื่นใจร่วมกัน


    ร่วมออกเดินทางสู่โลกแห่งเสียงดนตรีและจินตนาการไปกับวงรอยัลแบงก์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในคอนเสิร์ต “Anime Concert” วันที่ 20 และ 21 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย


    ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ที่ https://www.thaiticketmajor.com/concert/rbso-2026-anime-concert.html

  • Art - Fashion - Lifestyle

    แบรนด์ SIRIVANNAVARI ร่วมกับ ICONCRAFT ไอคอนสยาม นำเสนอ THREADS OF LEGACY: S’CRAFT 2026 คอลเลคชั่นกระเป๋าผ้าไทยประจำปี ถ่ายทอดแนวคิดจากสายใยแห่งปณิธานสู่การยกระดับหัตศิลป์ผ้าไทย โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

    S’CRAFT: Craftsmanship 2026 คอลเลคชั่นกระเป๋าผ้าไทยประจำปี ผลงานอันทรงคุณค่าและน่าสะสม กลับมาอีกครั้งในปีนี้พร้อมกระแสชุดไทยและผ้าไหมไทยที่กำลังเป็นที่จับตามองทั่วโลก โดยในเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในด้านการอนุรักษ์ผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ แบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ร่วมกับ ICONCRAFT แห่งไอคอนสยาม พื้นที่แห่งการเชิดชูวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย

    นำเสนอผลงานการสร้างสร้างสรรค์กระเป๋าผ้าไทยสุดพิเศษ ลิมิเต็ด เอดิชั่น 88 ชิ้น โดดเด่นด้วยผืนผ้าทอจากช่างระดับมาสเตอร์และช่างทอรุ่นใหม่ผู้ชนะการประกวดระดับประเทศและงานปักอันประณีตจากฝีมือของช่างปักแห่ง SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ผลงานอันทรงคุณค่าแต่ละชิ้นดั่งสายใยที่ถักทอขึ้นเพื่อเล่าขานแรงบันดาลใจจากราชสำนักและสายใยแห่งพระราชปณิธานของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ได้รับการสานต่อพระราชกรณียกิจโดยองค์ดีไซเนอร์ ผู้ทรงยกระดับงานฝีมือของช่างไทยในชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศให้มีความร่วมสมัยและเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล

    4 ชิ้นงานไฮไลท์อันน่าสะสมประจำปีนี้

    จากราชสำนักสู่ผลงานหัตถศิลป์ไทยอันล้ำเลิศ

    VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S EDITION

    ชิ้นงาน One-of-a-kind ซึ่งเป็นไฮไลท์กำนี้ ประกอบด้วยกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมพร้อมหูจับ (Boxy Bag) พิเศษเพียง 4 ใบที่มีชื่ออันไพเราะว่า ‘VICHIT RATTANA’ ถ่ายทอดความล้ำค่าในทุกองค์ประกอบของชิ้นงานตั้งแต่การคัดสรรผ้าทอจากสองมาสเตอร์ด้านหัตถกรรมผ้าทอมือคืออาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย และอาจารย์มีชัย แต้สุจริยา เพิ่มความพิเศษด้วยการตกแต่งงานเครื่องทองบริเวณหูจับจากฝีมือของช่างทองหลวงที่มีชื่อเสียง คือ อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม และอาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน ส่วนงานปักซึ่งเป็นอีกหนึ่งความพิเศษนั้น เนรมิตโดยช่างฝีมือจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy   ผู้ได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์อันงดงามสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ปรมาจารย์แห่งช่างทอท่านแรก อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็น ‘ครูศิลป์’ แห่งแผ่นดินและผู้ก่อตั้งกลุ่มทอผ้าไหมยกทอง “จันทร์โสมา” จ.สุรินทร์ ได้เนรมิตผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียงสองชิ้นซึ่งรังสรรค์จากผ้าทอมือที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ สะท้อนถึงศาสตร์ชั้นสูงแห่งการทอผ้า ส่วนงานปักอันประณีตโดยทีมช่างแห่ง SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ชุดไทยศิวาลัยของสมเด็จพระพันปีหลวง ซึ่งตัดเย็บโดยกูตูริเยร์ ชาวฝรั่งเศสผู้มีชื่อเสียงนามปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain) เป็นชุดที่พระองค์ทรงในงานพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำถวายสมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 2 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในพระบรมหาราชวัง พ.ศ. 2515

       VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’SRUBYEDITION

    ผ้าทอ:อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย
    งานตกแต่งทอง:อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม
    งานปักมือ:SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    ผลงานสร้างสรรค์จากผ้าทอมือในโทนสีแดงก่ำ ตกแต่งด้วยกระบวนลายโคมดอกในประจำยามที่มีความเด่นชัดของลวดลายผสมผสานกับความละเอียดอ่อนในการทอ สะท้อนระเบียบแบบแผนของศิลปกรรมไทยชั้นสูง พร้อมด้วยลายกรวยเชิงอันเป็นลายจารีตสำคัญของผ้ายกราชสำนัก

    ชิ้นงานตกแต่งกระเป๋ารังสรรค์โดยครูไพโรจน์ สืบสาม แห่ง Pairot Thai Jewelry ผู้สะท้อนมรดกแห่งภูมิปัญญางานช่างทองไทยอันทรงคุณค่า ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมตะวันตกของพระที่นั่งบรมพิมานโดยเฉพาะเส้นสายของหลังคาทรงโค้งที่สะท้อนความอ่อนช้อยและความสง่างาม อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือลวดลายหงส์ สัญลักษณ์แห่งความสูงศักดิ์ สิริมงคล และความสง่างาม เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงอุทิศพระองค์ในการอนุรักษ์ศิลปะและงานหัตถศิลป์ไทย ส่วนสัญลักษณ์ตัวอักษร “S” หมายถึงองค์ดีไซเนอร์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI
    ผู้ทรงสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ ส่งเสริมและต่อยอดงานหัตถศิลป์ไทย

    ส่วนงานปักใช้เทคนิคการปักลูกปัดและคริสตัลผสมดิ้นมันเพื่อทำให้เกิดมิติทั่งทั้งใบ เพิ่มความวิจิตรงดงามด้วยการตกแต่งบริเวณหูจับโดยอาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม ผู้เชี่ยวชาญการทำเครื่องประดับไทยโบราณและได้รับการยกย่องให้เป็นครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2562

     VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S NAVY EDITION

    ผ้าทอ:อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย
    งานตกแต่งทอง:อาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน
    งานปักมือ:SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    ชิ้นงานอันทรงคุณค่าจากผืนผ้าในโทนสีน้ำเงินเข้ม ลวดลายหลักของผืนผ้าเป็นกระบวนลายราชวัตรดอกแปดกลีบสลับดอกสี่กลีบ ที่เรียงร้อยอย่างคมชัดและละเอียดอ่อน สื่อถึงระเบียบแบบแผนของศิลปกรรมไทยชั้นสูง พร้อมด้วยลายกรวยเชิง ซึ่งเป็นลายจารีตสำคัญของผ้ายกราชสำนัก ประกอบด้วยลายช่อแทงท้องและกรวยเชิงที่ประดับด้วยแม่ลายลูกขนาบ เรียงชั้นลดหลั่นอย่างสง่างาม แสดงถึงความประณีตและความเชี่ยวชาญขั้นสูงของช่างทอไทย

    การตกแต่งด้วยทองรังสรรค์ด้วยงานหัตถศิลป์โดยใช้เทคนิคการถักลวดทองแบบดั้งเดิมและกรรมวิธีเฉพาะอันประณีต ประดับด้วยคริสตัลอันสะท้อนถึงความละเอียดลออ ความแม่นยำ และความงดงามของงานช่างฝีมือไทยในทุกขั้นตอนเพื่อให้เกิดลวดลายดอกไม้สี่กลีบอันสื่อถึงทิศทั้งสี่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการคุ้มครองและความเป็นสิริมงคล บริเวณตรงกลางประดับด้วยอักษร “S” หมายถึงพระนามย่อขององค์ดีไซเนอร์

    สำหรับงานปักใช้เทคนิคการปักลายเป็นจุดเล็กๆ รูปดอกประจำยาม 4 ทิศ โดยได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ชุดไทย ศิวาลัยของสมเด็จพระพันปีหลวง เพิ่มความวิจิตรงดงามด้วยการตกแต่งบริเวณหูจับโดยอาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน ช่างทองหลวงระดับปรมาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญการทำเครื่องทองโบราณขั้นสูงของไทย

    อีกหนึ่งมาสเตอร์ด้านการทอผ้าผู้เนรมิตกระเป๋าใบพิเศษในซีรีส์ VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S EDITION อีก 2 ใบคืออาจารย์มีชัย แต้สุจริยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ทอผ้า) ประจำปี 2564 เป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญระดับปรมาจารย์แห่งวงการผ้าไทย ผู้สืบทอดภูมิปัญญาแห่ง “บ้านคำปุน” จังหวัดอุบลราชธานี ผู้มีความปรารถนาในการพัฒนาผ้าไทยให้เข้ากับยุคสมัย ผลงานแต่ละชิ้นจึงเป็นดั่งงานศิลปะที่น่าสะสม

    สำหรับงานปักโดยทีมช่างจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy อันประณีตนั้นเล่าขานเรื่องราวแห่งราชสำนัก ผ่านแรงบันดาลใจจากลายขดและลายดอกไม้อันงดงามอ่อนช้อยที่ปรากฏอยู่บนฉลองพระองค์ชุดราตรีของสมเด็จพระพันปีหลวงซึ่งได้รับการเลือกสรรให้ไปจัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté. Royal Thai. Dress From Tradition to Modernity ซึ่งจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs in Paris

    VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S ONYXEDITION

    ผ้าทอ: อาจารย์มีชัย แต้สุจริยา
    งานตกแต่งทอง: อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม
    งานปักมือ: SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    ผลงานในโทนสีดำอันหรูหราจากศิลปะการทอผ้าชั้นสูงโดดเด่นด้วยผ้าลายมัดหมี่เครือเถาที่ดูสะดุดตาจากเทคนิคขิดแทรกเส้นหางกระรอกไหมสีดำและสีเงินที่ถ่ายทอดความอ่อนช้อยของลายเครือเถาที่ดูมีชีวิตชีวา ทำให้ผืนผ้ามีมิติและเกิดประกายเมื่อกระทบกับแสง

    ชิ้นงานห้อยประดับกระเป๋ารังสรรค์โดยครูไพโรจน์ สืบสาม แห่ง Pairot Thai Jewelry ได้แรงบันดาลใจจากพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทที่ผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันตกกับหลังคาพระราชวังแบบไทยอันเป็นเอกลักษณ์ ส่วนสัญลักษณ์ “S” เปรียบเสมือนศูนย์รวมแห่งการพึ่งพาพระบารมี และเป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงผู้สร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ไทยให้ร่วมกันสืบสานคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม ส่งต่อมรดกแห่งภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น

    ส่วนลายปักโดดเด่นด้วยลายขดและดอกไม้ที่ประยุกต์มาจากศิลปะเรอเนสซองส์ที่เข้ากับลายผ้า สำหรับบริเวณหูจับงดงามด้วยงานตกแต่งทองจากฝีมือของอาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม

    VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S GREY EDITION

    ผ้าทอ:อาจารย์มีชัย แต้สุจริยา
    งานตกแต่งทอง:อาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน
    งานปักมือ:SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    กระเป๋ารุ่นพิเศษใบนี้รังสรรค์จากผ้าทอกาบลายดาวซึ่งใช้เทคนิคการสอดประสานเส้นไหมโลหะสีเงินที่ตีเกลียวเข้ากับเส้นไหมไทยสีดำอย่างประณีต ก่อให้เกิดประกายแวววาวอันงดงามและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ ผสานกับลวดลาย มัดหมี่กนกนาค อันได้รับการออกแบบอย่างประณีตโดยครูช่างผู้เชี่ยวชาญ นับเป็นผืนผ้าที่ทรงคุณค่าทั้งด้านศิลปะและภูมิปัญญา โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2557 และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI: Geographical Indication) ในปี พ.ศ. 2567 ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากชุดไทยพระราชนิยมที่พระพันปีหลวงทรงสวมใส่ได้อย่างงดงาม ถือเป็นการแสดงความระลึกผ่านงานหัตถศิลป์ชั้นสูงได้อย่างน่าประทับใจ และต่อยอดมาสู่ลวดลายปักที่ความกลมกลืนกัน ในขณะที่งานตกแต่งด้วยทองบริเวณหูจับเข้ามาเพิ่มความโดดเด่นและหรูหราให้กับผลงานชิ้นนี้

    8 ความพิเศษจากฝีมือช่างไทยผู้ชนะรางวัลระดับประเทศสู่ผลงานร่วมสมัยอันทรงคุณค่า

    SIAM SOPHIT EDITION

    นอกจากกระเป๋าใบพิเศษทั้ง 4 ในปีนี้  S’CRAFT 2026 นำเสนองานดีไซน์กระเป๋ารูปทรงหลากหลายเหมาะสำหรับทุกโอกาส ผลงานแต่ละชิ้นมีความพิเศษเพียงหนึ่งเดียวด้วยการสร้างสรรค์จากผ้าทอมือโดยศิลปินรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ ผู้ชนะรางวัลการประกวดผ้าลายพระราชทานและงานหัตถกรรมอันเกิดขึ้นจากพระราชดำริขององค์ดีไซเนอร์ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาไทย ผ้าแต่ละผืนประดับด้วยลายปักมือโดย SIRIVANNAVARI Atelier & Academy สำหรับปีนี้พิเศษด้วยการทดลองใช้วัสดุที่หลากหลาย เข้ามาเพิ่มความท้าทายให้กับทีมช่างในการถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความงดงามของสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในพระที่นั่งทั้ง 8 แห่ง ที่มีความสำคัญและมีความเชื่อมโยงกับชื่อของชุดไทยพระราชนิยมที่มีความไพเราะทั้ง 8 แบบ

    Siam Sophit Grey Edition

    พระตำหนักเรือนต้น: ลวดลายที่มีความเรียบง่าย ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากลายเครื่องจักรสานและโครงสร้างของบ้านเรือนไทย และวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของไทย

    Siam Sophit Amber Gold Edition

    พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน: ถ่ายทอดผ่านลายน้ำอันสื่อถึงวิวทิวทัศน์ที่รายล้อมภายนอกของพระตำหนัก

    Siam Sophit White Edition

    พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย: ถ่ายทอดผ่านลายดอกไม้บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อันเป็นที่อยู่ของพระอินทร์อันเป็นที่มาของพระที่นั่ง

    Siam Sophit Purple Edition

    พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท: ถ่ายทอดผ่านลายดอกบัวและสระบัวในสวรรค์ชั้นดุสิตอันเป็นที่มาของชื่อพระราชวัง

    Siam Sophit Amber Edition

    พระที่นั่งบรมพิมาน: ถ่ายทอดผ่านลายปูนปั้นแบบศิลปะเรอเนสซองส์ที่ประดับตกแต่งพระที่นั่ง

    Siam Sophit Black Edition

    พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท: ลวดลายศิลปะไทยที่ผสมผสานศิลปะตะวันตกจนเกิดความเป็นไทยร่วมสมัย
    ซึ่งปรากฏอยู่ในพระที่นั่ง

    Siam Sophit Aquamarine Edition

    พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน: ถ่ายทอดผ่านลายก้อนเมฆและท้องฟ้าซึ่งเป็นลวดลายจิตรกรรมฝาผนังในพระที่นั่ง

    Siam Sophit Blue Edition

    พระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท: ลวดลายนกยูงและกินรีอันเป็นตัวแทนจากสัตว์ในป่าหิมพานต์ซึ่งมีเขาไกรลาศ เป็นศูนย์กลางและเป็นที่ประทับของพระศิวะ

    กระเป๋าผ้าไทยที่มาพร้อมกับดีไซน์อันมีเอกลักษณ์และฟังก์ชั่น

    CHARAT SIAM

    นอกจากนี้มีกระเป๋าหลากรูปทรงที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เนรมิตจากผ้าทอจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด
    จังหวัดอยุธยา
    ที่ผ่านการเลือกสรรและตกแต่งด้วยงานปักซึ่งมาเพิ่มเอกลักษณ์ให้กับกระเป๋าแต่ละใบ

    Charat Siam Clutch Ruby Edition

    กระเป๋าคลัทช์ (Clutch) รูปทรงซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยม พร้อมด้วยสายโซ่สะพายไหล่

    Charat Siam Top Handle Bag Amber Yellow Edition

    กระเป๋าถือขนาดกะทัดรัดพร้อมหูจับ (Top Handle) พร้อมด้วยสายโซ่สะพายไหล่

    Charat Siam Vanity Case Red Brown Edition

    กระเป๋าทรงกล่อง (Vanity Case) สำหรับใส่ของใช้ส่วนตัว

    Charat Siam Pyramid Wristlet Bag Onyx Edition

    กระเป๋าทรงพีระมิด (Pyramid) มีความโดดเด่นเหมาะสำหรับถือไปงาน

    Charat Siam Bucket Bag Tango Orange Edition

    กระเป๋าทรงบัคเก็ต (Bucket) มาพร้อมดีไซน์ที่ตอบโจทย์ฟังก์ชั่นใส่ของได้หลายชิ้น เหมาะสำหรับถือตลอดทั้งวัน

    ร่วมสืบสานงานหัตถศิลป์ไทย S’CRAFT: Craftsmanship 2026 คอลเลคชั่นกระเป๋าผ้าไหมไทยประจำปีโดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ ICONCRAFT ไอคอนสยามที่เล่าขานเรื่องราวอันทรงคุณค่าจากราชสำนักสู่งานฝีมือของช่างไทยอันเปรียบได้กับงานศิลปะอันน่าสะสมและทรงคุณค่าเพียงหนึ่งเดียว

    #SCRAFT2026
    #SIRIVANNAVARI
    #ICONCRAFT

  • Art - Culture - Music - Uncategorized

    RBSO ร่วมกับ Bangkok City Ballet จัดการแสดง “A Tribute to the Loyal Legacy” น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านบทเพลงบัลเลต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก 12 สิงหาคมนี้

    มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดการแสดงคอนเสิร์ตน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรายการ “A Tribute to the Loyal Legacy” โดยวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (Royal Bangkok Symphony Orchestra, RBSO) ร่วมกับคณะบางกอกซิตี้บัลเลต์ (Bangkok City Ballet, BCB) ภายใต้การอำนวยเพลงของ วานิช โปตะวนิช ในวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

    การแสดงครั้งนี้จะนำผู้ชมเข้าสู่โลกแห่งนาฏลีลาบัลเลต์ ซึ่งเสียงดนตรีจากวงซิมโฟนีออร์เคสตร้าและการเคลื่อนไหวของนักเต้นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ถ่ายทอดเรื่องราว อารมณ์ และจินตนาการผ่านบทประพันธ์อมตะของสองคีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ ได้แก่ ปีเตอร์ อิลิช ไชคอฟสกี และ เซอร์เก โปรโคฟีเยฟ


    เปิดการแสดงด้วยบทเพลงจาก The Nutcracker Suite ผลงานอันเปี่ยมด้วยสีสันและเสน่ห์แห่งโลกจินตนาการ ถ่ายทอดบรรยากาศของการเฉลิมฉลอง ความมหัศจรรย์ และความฝันผ่านท่วงทำนองอันเป็นเอกลักษณ์ของไชคอฟสกี ก่อนเข้าสู่ Swan Lake Suite หนึ่งในผลงานบัลเลต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตลอดกาล บอกเล่าเรื่องราวของความรัก ความเสียสละ และการต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่ว ผ่านบทเพลงที่งดงาม อ่อนหวาน และเปี่ยมด้วยพลังทางอารมณ์


    ปิดท้ายค่ำคืนด้วยบทเพลงจาก Romeo and Juliet Suite ของโปรโคฟีเยฟ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากโศกนาฏกรรมความรักเหนือกาลเวลาของวิลเลียม เชกสเปียร์ ด้วยจังหวะอันหนักแน่น ความแตกต่างทางอารมณ์ที่เด่นชัด และท่วงทำนองที่ลึกซึ้ง บทประพันธ์ชุดนี้สะท้อนทั้งความอ่อนโยนของความรัก ความขัดแย้ง และความสูญเสียของคู่รักหนุ่มสาวได้อย่างทรงพลัง

    ร่วมถ่ายทอดความงดงามของบทเพลงโดยนักเต้นจาก Bangkok City Ballet หนึ่งในคณะบัลเลต์ชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งมุ่งมั่นส่งเสริมและพัฒนาศิลปะบัลเลต์คลาสสิก ตลอดจนเปิดโอกาสให้นักเต้นชาวไทยรุ่นใหม่ได้พัฒนาศักยภาพสู่มาตรฐานสากล การแสดงครั้งนี้จึงนับเป็นการผสานพลังระหว่างวงซิมโฟนีออร์เคสตร้าและศิลปะการเต้นบัลเลต์อย่างสมบูรณ์ นำเสนอผลงานระดับมาสเตอร์พีซในมิติที่เต็มไปด้วยความสง่างาม ความโรแมนติก และความประทับใจ
    ขอเชิญผู้ชมร่วมดื่มด่ำกับค่ำคืนแห่งดนตรีและศิลปะการแสดง พร้อมร่วมแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ผ่านบทเพลงและการแสดงที่สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการทรงอุปถัมภ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่อง


    การแสดง “A Tribute to the Loyal Legacy” จัดขึ้นในวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรราคา 400, 800, 1,000, 1,500 และ 2,000 บาท จำหน่ายผ่านไทยทิคเก็ตเมเจอร์ นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รับส่วนลด 50% โดยใช้รหัส RBSO2026 ในการจองบัตร

  • Art - Exhibition

    นิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” ร่วมจารึกประวัติศาสตร์แห่งวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

       กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับไอคอนสยาม และชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ พร้อมด้วย 3 ศิลปินแห่งชาติ อาทิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปัญญา วิจินธนสาร และ ศาสตราจารย์เกียรติคุณปริญญา ตันติสุข รวมถึงศิลปินชั้นเยี่ยมแห่งรัชสมัย ได้แก่ วัชระ ประยูรคำ, อลงกรณ์ หล่อวัฒนา, พินิตย์ พันธประวัติ, นภดล วิรุฬห์ชาตะพันธ์, ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ, วิรัญญา จิราธิกิตติ์ และนที ทับทิมทอง ฯลฯ พร้อมใจกันรังสรรค์นิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติ ศิลปวัฒนธรรม  และพสกนิกรชาวไทยตลอดพระชนม์ชีพ 

    พิธีเปิดนิทรรศการจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม โดยมี พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดนิทรรศการ ณ ธารา ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติเฝ้ารับเสด็จจำนวนมาก อาทิ ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา, ณัฐวุฒิ เฉลิมวันเพ็ญ ผู้บริหารกลุ่มงานสนับสนุนความสำเร็จผู้เช่า บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด, วัลลภิศร์ สดประเสริฐ, บุญชัย เบญจรงคกุล, ทวินโชค ตันธุวนิตย์, มนาเทศ อันนวัฒน์ , ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร, นฤมล ล้อมทอง  ฯลฯ โดยนิทรรศการ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” จะเปิดให้ประชาชนและผู้สนใจเข้าชมระหว่างวันที่ 1–8 สิงหาคม ณ Thara Hall, Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม 

             “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” จึงนับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญของวงการศิลปะร่วมสมัยของไทยถือเป็นการรวบรวมผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าและหาชมได้ยากจากศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิของประเทศไทย ถ่ายทอดศาสตร์แห่งศิลปกรรมผ่าน 5 แขนงสำคัญ ได้แก่ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ศิลปะไทย และศิลปะภาพยนตร์ดิจิทัลสามมิติ (3D Digital Art) โดยเชื่อมโยงศิลปะดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีร่วมสมัยอย่างวิจิตรบรรจง

             หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ ภาพยนตร์แอนิเมชันเทิดพระเกียรติความยาว 6 นาที ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมการนำเสนอวงการศิลปะของไทยครั้งสำคัญ เมื่อผลงานจากปลายพู่กัน งานประติมากรรม และแม่พิมพ์โลหะ ได้รับการถ่ายทอดสู่โลกแห่งภาพเคลื่อนไหวสามมิติอย่างงดงามสมพระเกียรติ ผ่านการออกแบบสร้างสรรค์โดย ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ร่วมกับ Decide Kit Studio สตูดิโอสร้างสรรค์เจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ พร้อมทีมศิลปินจากหลากหลายสาขาที่ร่วมกันถ่ายทอดผลงานด้วยหัวใจแห่งความภาคภูมิใจในความเป็นไทย โดยภาพยนตร์เทิดพระเกียรติชุดนี้จะถูกนำขึ้นฉายพร้อมกันบนจอ มัลติมีเดียสกรีน ภายในไอคอนสยาม และจุดสำคัญทั่วกรุงเทพมหานครตลอดช่วงปลายเดือนกรกฎาคมไปจนถึงวันที่ 8 สิงหาคม เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมชื่นชมศิลปะที่ก้าวข้ามข้อจำกัดของพื้นที่  พร้อมร่วมถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ครบ 74 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาแห่งความเป็นสิริมงคลยิ่งของปวงชนชาวไทย

      ภายในนิทรรศการผู้สนใจจะได้ชื่นชม 46 ผลงานมาสเตอร์พีซจากศิลปินผู้ทรงคุณูปการที่หาชมได้ยาก จาก 3 ศิลปินแห่งชาติ อาทิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปัญญา วิจินธนสาร และ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปริญญา ตันติสุข รวมถึงศิลปินชั้นเยี่ยมแห่งรัชสมัย ซึ่งล้วนเป็นศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าให้แก่วงการศิลปะไทยแทบทั้งสิ้น สำหรับผลงานไฮโลต์ของศิลปิน อาทิ 

                – จักรพันธุ์ โปษยกฤต ภาพจิตรกรรมที่หาชมได้ยิ่งได้แก่ พระบรมสาทิสลักษณ์ ในหลวงร.9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นภาพจิตรกรรมศิลปะไทยร่วมสมัย  

                – ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปัญญา วิจินธนสาร  ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) นำเสนอ ภาพจิตรกรรมพระบรมสาทิสลักษณ์  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10   ชื่อภาพ “ดวงใจแม่”
                 – ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปริญญา ตันติสุข เป็นจิตรกรไทยผู้ทรงคุณูปการ และได้รับการยกย่องให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ผลงานของอาจารย์โดดเด่นด้วยการผสานความงามของศิลปะไทยเข้ากับแนวคิดร่วมสมัย ถ่ายทอดคุณค่าทางพุทธศาสนา วิถีชีวิต และจิตวิญญาณของความเป็นไทยอย่างลุ่มลึก

                – ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ งานนี้เขานำ 8 ผลงานมาจัดแสดง อาทิ ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10  “ทศมราชา พระเมตตาทอแสงแห่งแผ่นดิน” ใช้เวลาวาดนานถึง 2 ปีที่สะท้อนความศรัทธาที่ชูศิษฐ์น้อมรังสรรค์ขึ้นด้วยความจงรักภักดีอย่างลึกซึ้งต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผ่านพระราชจริยวัตรอันเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระวิริยะ และพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและแผ่นดินไทย 

               “ทศมราชา พระเมตตาทอแสงแห่งแผ่นดิน” เป็นผลงานถ่ายทอดด้วยเทคนิคจิตรกรรมแบบ Old Master อันประณีต สะท้อนพลังแห่งแสง สี และรายละเอียดที่เปี่ยมชีวิตชีวา พร้อมสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ได้รับการศึกษาค้นคว้าอย่างลึกซึ้ง ทุกฝีแปรงคือการน้อมถวายด้วยความเคารพ ทุกองค์ประกอบ คือความตั้งใจที่จะบันทึกพระจริยวัตรที่งดงามของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนไทย ผลงานชิ้นนี้จึงมิได้งดงามเพียงในเชิงศิลปกรรม หากยังเต็มไปด้วยความหมายทางจิตวิญญาณ และเป็นมรดกแห่งความทรงจำที่เชื่อมโยงศิลปะ ประวัติศาสตร์ และความรักต่อแผ่นดินไว้ในภาพเดียว”

              – นที ทับทิมทอง เป็นประติมากรที่มีความสามารถเป็นเลิศในการปั้นพระบรมสาทิสลักษณ์ เขาได้นำ 2 ชิ้นงานสุดปราณีต ได้แก่ ประติมากรรม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และประติมากรรมสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่หาชมได้ยากยิ่งมาจัดแสดงในงาน

              – พินิตย์ พันธประวัติ  จากผู้สร้างสรรค์ศิลปะบนธนบัตร ผู้ชื่นชอบการแกะสลักภาพพิมพ์โลหะ (Copper Engraving หรือ Intaglio) การแกะภาพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อนำไปใช้บนธนบัตร อีกนำศิลปะเป็นการสร้างสรรค์ภาพพิมพ์อันวิจิตรบนธนบัตรไทย  

               – วัชระ ประยูรคำ ประติมากรและศิลปินชื่อดังระดับประเทศ วัชระเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการปั้นประติมากรรมแบบเหมือนจริงมาก (Hyper-realistic) และงานศิลปะร่วมสมัย ภายในงานเขาได้นำประติมากรรมรูปปั้นสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ทำจากวัสดุเรซิน ที่รังสรรค์อย่างประณีตงดงาม มาจัดแสดง

                – อลงกรณ์ หล่อวัฒนา  จิตรกรไทยร่วมสมัยระดับแถวหน้า ผู้สร้างสรรค์ผลงานแนวจิตวิญญาณเชิงสัญลักษณ์ งานของอลงกรณ์เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ทางศาสนาและปรัชญา จับ “จิตวิญญาณ” มาเล่าในรูปภาพ ด้วยสีสันและลวดลายที่สะท้อนความเชื่อทางพุทธศาสนาและความศรัทธาในธรรมะโดยมี “ตัวตน” ของศิลปินและผู้ชม

                – วิรัญญา จิราธิกิตติ์ ศิลปินสร้างสรรค์ศิลปะไทยร่วมสมัย มีจุดเด่นในการสร้างสรรค์งานคือ นำเทคนิคจิตรกรรมไทย ประเพณีไทยมาประยุกต์กับแนวคิดร่วมสมัยในการใช้เส้น สีและองค์ประกอบแบบศิลปไทยอย่างปราณีต

                 – นภดล วิรุฬห์ชาตะพันธ์ ประติมากรมากฝีมือชาวไทย เจ้าของผลงานประติมากรรมร่วมสมัยที่ผสานความเหมือนจริงเข้ากับการสื่อความหมายเชิงสัญลักษณ์ โดยมุ่งสะท้อนคุณค่าของมนุษย์ ความทรงจำ และประเด็นทางสังคม 
        นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสวนาวิชาการอันทรงคุณค่า 2 หัวข้อ ที่จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 14.00 – 16.00 น. ได้แก่  
    เวลา 14.00-15.00 น. ร่วมเรียนรู้เรื่องราวและคุณูปการของ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติและนายช่างเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ถ่ายทอดโดย อาจารย์วัลลภิศร์ สดประเสริฐ ศิษย์เอก ผู้สืบทอดองค์ความรู้และมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า
    เวลา 15.00-16.00 น. ร่วมเรียนรู้เรื่องราวแห่งศิลปะไทย ในหัวข้อ “จากศิลปะไทยสู่การเคลื่อนไหวของภาพพอร์ตเทรตร่วมสมัยในสยามประเทศ” โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณปัญญา วิจินธนสาร (ศิลปินแห่งชาติ) ซึ่งจะมาถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์อันล้ำค่าแก่เยาวชน นักศึกษา ศิลปินรุ่นใหม่ และประชาชนผู้สนใจ

               “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” จึงมิใช่เพียงนิทรรศการศิลปะ หากเป็นการรวมพลังแห่งศรัทธา เป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ ถ่ายทอดความงดงามของศิลปกรรมไทย การสืบสานมรดกแรงบันดาลใจจากศิลปินผู้สร้างคุณูปการแก่แผ่นดิน ให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป และสะท้อนหัวใจรักของคนไทยทั้งชาติที่ร่วมกันจารึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์แห่งแผ่นดิน 
              สำหรับรายได้จากการจำหน่ายผลงาน ภายหลังหักค่าใช้จ่าย จะทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงใช้ตามพระราชอัธยาศัย อันเป็นการน้อมถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงออกถึงความจงรักภักดีอย่างสูงสุด 
             โดยการจัดนิทรรศการในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก ICONSIAM, BANGKOK AIRWAYS, RCL, PLAN B, DECIDE KIT, CHUSIT RPA, DEPERTMENT OF CULTURAL PROMOTION นิทรรศการนี้จะจัดไปจนถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ณ Thara Hall, Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม ขอเชิญประชาชนร่วมสัมผัสความงดงามของศิลปะที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางจิตใจและวัฒนธรรม

  • Art - Exhibition

    กรมธนารักษ์ จับมือสยามพารากอน เปิดนิทรรศการ “สิริกษาปณศิลป์” เชื่อมโยงมรดกเหรียญกษาปณ์ไทยสู่ประณีตศิลป์ร่วมสมัย เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่วันนี้ถึง 12 สิงหาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน

    กรมธนารักษ์ ร่วมกับศูนย์การค้าสยามพารากอน และ สกุล อินทกุล ศิลปินอิสระ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยนำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกและเหรียญที่ระลึกที่ผลิตจากกรมธนารักษ์มาผสมผสานงานประณีตศิลป์สมัยใหม่ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ความทรงจำร่วมสมัย และงานศิลปะชั้นสูงเข้าด้วยกัน ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการเหรียญและงานประณีตศิลป์สมัยใหม่ที่ทรงคุณค่าและหาชมยาก ภายใต้ชื่องาน “สิริกษาปณศิลป์” ตั้งแต่วันนี้ถึง 12 สิงหาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อเผยแพร่ความรู้และส่งเสริมคุณค่าการสะสมเหรียญกษาปณ์ของไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ

    ในวันเปิดนิทรรศการ 28 กรกฎาคม 2569 ได้รับเกียรติจาก อัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมธนารักษ์ อาทิ บุญชอบ วิเศษปรีชา, ชีรกัญญา หวังเจริญรุ่ง, ชลทิตย์ ไชยจันทร์, คงศักดิ์ พรพนาวรรณ, สกุล อินทกุล ศิลปินผู้รังสรรค์ผลงาน และ จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้บริหารสยามพิวรรธน์ มาร่วมงาน ซึ่งภายในงานนิทรรศการประกอบด้วย

    1.การจัดแสดงเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกและเหรียญที่ระลึกของกรมธนารักษ์ในวาระ
    ที่เกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
    ซึ่งหาชมได้ยากและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้บนเหรียญกว่า 40 รายการ การจัดแสดงแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่

    • “ภูมิสิริ” จัดแสดงเหรียญคู่พระบารมีในโอกาสสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
    • “สิริรัช” จัดแสดงเหรียญในวาระเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
    • “สิริกิจ” จัดแสดงเหรียญในวาระที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึง
      พระเกียรติคุณที่ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายจากนานาประเทศ

    2.การจัดแสดงนิทรรศการผลงานประณีตศิลป์ชุด “จากบุปผาสู่อัญมณี: เข็มกลัดมงคล
    ‘สิริแห่งดวงใจสยาม’ ล้อมเหรียญกษาปณ์ไทย” โดย สกุล อินทกุล ศิลปินอิสระผู้ถ่ายทอด
    จิตวิญญาณจากงานดอกไม้สดสู่ประติมากรรมอัญมณีลํ้าค่า บูรณาการศิลปะร่วมสมัยและนำเสนอเหรียญกษาปณ์ในรูปแบบ “ประติมากรรมเล็ก” (Jewelry Sculpture) เพื่อสร้างภาพลักษณ์
    ที่ทันสมัยและเป็นสากล

    3.การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหรียญโดยกรมธนารักษ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้สนใจและนักสะสมได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์เหรียญของกรมธนารักษ์ในวาระสำคัญต่าง ๆ สำหรับเป็นที่ระลึกหรือมอบเป็นของขวัญที่ทรงคุณค่า

    4.สาธิตเบื้องหลังการผลิตเหรียญผ่านกิจกรรม Live Demonstration ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสขั้นตอนการสร้างสรรค์เหรียญจากผู้เชี่ยวชาญ อันสะท้อนคุณค่าแห่งศิลปะและมรดกทางวัฒธรรมไทยอย่างใกล้ชิด ในวันที่ 28 ก.ค.2569 และ วันที่ 12 ส.ค. 2569
    (วันละ 3 รอบ เวลา 11.00 น. 14.00 น. และ 17.00 น.)

    กรมธนารักษ์ ขอเชิญชวนประชาชน นิสิต นักศึกษา นักสะสมเหรียญ และผู้สนใจทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและสัมผัสความงดงามของมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดผ่านเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกและเหรียญที่ระลึกของไทยที่รังสรรค์ขึ้นในงานนิทรรศการ “สิริกษาปณศิลป์” ตั้งแต่วันนี้ถึง 12 สิงหาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน (เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย)
    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม Facebook: กองส่งเสริมและพัฒนาทรัพย์สินมีค่าของรัฐ กรมธนารักษ์ หรือ Facebook: SiamParagon และ www.siamparagon.co.th

    #กรมธนารักษ์ #Sirikasapanasilp #SiamParagon #ArtJewel #เหรียญที่ระลึก