Travel

  • Hotel - IT-Technology - Travel

    เมื่อ AI ช่วยค้นหาทริปในฝัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ชวนค้นพบประสบการณ์ที่ใช่ ในแบบ More of What You Love

    สถิติชี้ นักเดินทาง 54% มั่นใจใช้ AI วางแผนเที่ยว ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ชวนเปลี่ยน “พรอมต์” บนหน้าจอสู่ประสบการณ์จริง ผ่าน 4 แบรนด์โรงแรมที่ตอบโจทย์หลากหลายความต้องการและสไตล์การเดินทาง ให้ทุกคนได้ค้นพบ More of What You Love ในแบบของตัวเอง

    “พักริมทะเล 3 วัน 2 คืน เดินทางสะดวก และมีอาหารท้องถิ่นรสเลิศ” คำสั่งเพียงไม่กี่คำที่วันนี้ไม่ใช่แค่การค้นหาข้อมูล แต่สามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของทริปในฝันได้ เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการวางแผนการเดินทาง ตั้งแต่ช่วยค้นหาจุดหมายที่ตรงใจ ไปจนถึงจัดทริปให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละคน และดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว เพราะรายงาน Travel Trends 2026 จาก Skyscanner ซึ่งสำรวจนักเดินทางทั่วโลก 22,000 คน พบว่า 54% มีความมั่นใจที่จะใช้ AI ช่วยวางแผนหรือจองการเดินทาง

    มากกว่าการช่วยตอบคำถามว่า “ควรไปที่ไหนดี” AI กำลังทำให้นักเดินทางหันกลับมาถามตัวเองว่า “เราอยากได้อะไรจากทริปนี้อย่างแท้จริง” มากขึ้น แม้เทคโนโลยีจะสามารถช่วยสร้างแผนการเดินทางที่ลงตัวบนหน้าจอได้ในเวลาไม่กี่วินาที แต่ความทรงจำที่ทำให้การเดินทางมีความหมายยังเกิดขึ้นจากสิ่งที่เราได้สัมผัสจริง ทั้งสถานที่ ผู้คน อาหาร บรรยากาศ และช่วงเวลาที่เกิดขึ้นระหว่างทาง

    เมื่อความต้องการของนักเดินทางชัดเจนขึ้น ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) พร้อมเปลี่ยนแผนการเดินทางจากบนหน้าจอให้กลายเป็นประสบการณ์จริง ภายใต้แนวคิด “More of What You Love” ที่มุ่งเติมเต็มสิ่งที่แต่ละคนชื่นชอบ ผ่าน 4 แบรนด์โรงแรมที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างกัน และพร้อมตอบรับรูปแบบการเดินทางที่หลากหลาย

    สำหรับผู้ที่แสวงหาการพักผ่อนที่เชื่อมโยงกับจุดหมาย อมารี (Amari) แบรนด์โรงแรม upper-upscale พร้อมมุ่งเปลี่ยนทุกการเข้าพักให้เป็นประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณท้องถิ่นและคงอยู่ในความทรงจำ ไม่ว่าจะเป็นการออกไปสัมผัสผู้คน วัฒนธรรม และเสน่ห์ของจุดหมาย หรือเลือกใช้เวลาอย่างผ่อนคลายภายในโรงแรมที่มีทั้งร้านอาหาร บาร์ สปา และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ให้ผู้เข้าพักได้พักกาย เติมพลังใจ และใช้เวลาในแบบที่ตัวเองต้องการตลอดทั้งวัน

    ไฮไลท์สำคัญถูกถ่ายทอดผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ เสน่ห์ท้องถิ่นที่สะท้อนผ่านงานออกแบบ รสชาติ ผู้คน และวัฒนธรรม, มุมมองที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน, การบริการที่ใส่ใจในแบบ Ari Service และพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้พบปะและสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย ทั้งหมดนี้ช่วยให้การเข้าพักไม่ได้เป็นเพียงการมาเยือนสถานที่แห่งหนึ่ง แต่เป็นโอกาสในการทำความรู้จักและเชื่อมโยงกับจุดหมายนั้นมากขึ้น

    หากคุณเป็นนักเดินทางที่มองหาความสบายและความคล่องตัวในการเดินทาง โอโซ่ (OZO) คือแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ออกแบบประสบการณ์การเข้าพักให้เข้ากับชีวิตของนักเดินทางในหลากหลายรูปแบบ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ตั้งแต่การนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม พื้นที่สำหรับพักผ่อนและทำกิจกรรม ไปจนถึงการเชื่อมต่อเทคโนโลยีที่สะดวกและรวดเร็ว

    เพราะความสบายของแต่ละคนมีความหมายไม่เหมือนกัน OZO จึงเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าพักเลือกใช้เวลาในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะออกไปค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ใช้เวลาไปกับกิจกรรมที่ชื่นชอบ หรือกลับมาพักผ่อนและเติมพลังที่โรงแรม พร้อมการบริการที่เป็นมิตรและคล่องตัวในแบบฉบับของ OZO ทำให้ทุกครั้งที่เข้าพักรู้สึกคุ้นเคยและลงตัว และเป็นที่พักที่นึกถึงได้เสมอเมื่อถึงเวลาของการเดินทางครั้งต่อไป

    สำหรับผู้ที่อยากใช้เวลาอยู่กับจุดหมายให้นานขึ้น ชามา (Shama) เติมเต็มการเข้าพักด้วยแนวคิด The Joy of Living ผ่านพื้นที่ที่ออกแบบให้ผู้เข้าพักสามารถใช้ชีวิต ทำงาน และพักผ่อนได้อย่างเป็นธรรมชาติและเป็นตัวของตัวเอง พร้อมสร้างความรู้สึกคุ้นเคยและอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้ทำความรู้จักผู้คนและค้นพบเสน่ห์ของย่านที่พักโดยรอบ และนี่คือเสน่ห์ที่ทำให้ชามาเป็นมากกว่าที่พักระหว่างการเดินทาง แต่เป็นพื้นที่ที่ให้ผู้เข้าพักได้ใช้ชีวิตในจุดหมาย ค่อยๆ ทำความคุ้นเคยกับสถานที่ ผู้คน และวิถีชีวิตรอบตัว จนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น

    และสำหรับผู้ที่มองหาความสงบและความเป็นส่วนตัว โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) นำเสนอประสบการณ์ภายใต้แนวคิด “The Art of Intuitive Refinement” ที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน พร้อมมอบความสบายใจและความเป็นส่วนตัวในทุกช่วงเวลา ด้วยบริการแบบ “Invisible Hand” ที่เข้าใจความต้องการของผู้เข้าพักและดูแลอย่างละเอียดอ่อน โดยไม่รบกวนพื้นที่ส่วนตัว จึงเกิดเป็นประสบการณ์ที่เปรียบเสมือน Sanctuary of Restoration หรือพื้นที่สำหรับหยุดพักและฟื้นฟูตัวเองท่ามกลางจังหวะชีวิตที่เร่งรีบ

    ท้ายที่สุดแล้ว การเดินทางที่ดีอาจไม่ได้วัดจากจำนวนสถานที่ที่เราไป หรือรายละเอียดของแผนการเดินทางที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่คือการได้ใช้เวลาในแบบที่ตรงกับสิ่งที่เราชื่นชอบและให้ความหมายกับตัวเราเอง แนวคิด More of What You Love จึงสะท้อนความเชื่อว่า ประสบการณ์ที่ดีไม่จำเป็นต้องเหมือนกันสำหรับทุกคน เพราะความสุขของการเดินทางมีได้หลากหลายรูปแบบ
    ในวันที่ AI ช่วยให้เราค้นหาและวางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่เพียงการได้คำตอบว่า “จะไปที่ไหน” แต่คือการค้นพบว่า “เราอยากใช้เวลาอย่างไร” เมื่อเดินทางไปถึง และไม่ว่าจะเป็นการออกไปค้นพบสิ่งใหม่ ใช้เวลาอยู่กับคนที่รัก หรือเพียงได้หยุดพักและมีเวลาอยู่กับตัวเอง ความหลากหลายของประสบการณ์เหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้การเดินทางแต่ละครั้งมีความหมาย และเป็นสิ่งที่ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ตั้งใจจะเติมเต็มให้มากขึ้นในทุกการเดินทาง

    แหล่งข้อมูล: Skyscanner Travel Trends 2026 – The Future of Travel & Tourism
    https://www.skyscanner.com/travel-trends/future
    (ผลสำรวจนักเดินทางทั่วโลก 22,000 คน)

  • Lifestyle - Travel - Uncategorized

    บาร์ สาทร ทะยานขึ้นสู่อันดับที่ 17 ในรายชื่อ Asia’s 50 Best Bars 2026 คว้ารางวัล Nikka Highest Climber Award

    โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ สวรรค์แห่งศิลปะและดีไซน์ใจกลางกรุงเทพฯ กำลังเฉลิมฉลองหลังจาก Bar Sathorn บาร์ค็อกเทลสุดชิคของโรงแรม ได้รับการจัดอันดับที่ 17 ในรายชื่อ Asia’s 50 Best Bars 2026 พร้อมคว้ารางวัล Nikka Highest Climber Award นับเป็นปีที่สองติดต่อกันที่ Bar Sathorn ติดอันดับในรายชื่ออันทรงเกียรตินี้ โดยก้าวกระโดดจากอันดับเปิดตัวที่ 48 ในปี 2025 ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบาร์ในการตีความฉากสังคมกรุงเทพฯใหม่ ผ่านศาสตร์การผสมค็อกเทลที่สร้างสรรค์ การออกแบบตกแต่งบาร์ด้วยศิลปะ และบรรยากาศที่สนุกสนาน พร้อมแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะมุ่งสู่ความเป็นเลิศต่อไปในอนาคต

    ตั้งอยู่ในเดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร สถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ได้รับการบูรณะเคียงคู่กับตึกสูง 31 ชั้นของโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ สถานที่แห่งนี้เป็นเวทีสำหรับค่ำคืนที่น่าประทับใจกับครอบครัวและเพื่อนฝูง เดิมสร้างขึ้นในปี 1889 เป็นบ้านพักส่วนตัว ก่อนจะกลายเป็นโรงแรมและสถานทูตรัสเซีย และได้รับการปรับปรุงใหม่โดยนักออกแบบชื่อดัง AvroKO เปิดอีกครั้งในปี 2015 ในฐานะหนึ่งในสถานที่สังคมที่น่าหลงใหลที่สุดของเมือง และบาร์ สาทรได้รับการเปิดตัวใหม่ในปี 2023 ด้วยคอนเซ็ปต์การออกแบบที่ผสมผสานมรดกกว่า 135 ปี พร้อมงานศิลป์โดดเด่นจากศิลปินรุ่นใหม่ชาวไทย

    ภายใต้การดูแลของ Marco Dongi บาร์เทนเดอร์ชาวอิตาลีผู้มากฝีมือบาร์ สาทรเชิญชวนผู้มาเยือนเข้าสู่โลกแห่งศิลปะและมิกซ์โซโลยี ตลอดเส้นทางอาชีพอันโดดเด่น Marco ได้แสดงฝีมือในโรงแรมและร้านอาหารระดับโลก รวมถึงร้านอาหาร Carlo Cracco ที่ได้รับดาวมิชลินในมิลาน และ Buddha Bar ที่มีชื่อเสียงในดูไบ เขายังติดอันดับ Top 10 ในการแข่งขัน World Class ที่อิตาลีและดูไบ และได้รับเลือกเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Coca Cola ในปี 2020

    Alexander Kellermann ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ กล่าวว่า “การได้รับการยอมรับเป็นปีที่สองติดต่อกันคือการยืนยันถึงความคิดสร้างสรรค์และความหลงใหลในเครื่องดื่มของทีมงาน เราภูมิใจที่เห็น Bar Sathorn เติบโตต่อเนื่อง และยังคงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ผสมผสานความทันสมัยของดับเบิ้ลยู โฮเทลเข้ากับมรดกอันทรงคุณค่าของสาทร”

    Marco Dongi กล่าวเสริมว่า: “รางวัลนี้เป็นการเฉลิมฉลองต่อทั้งแขกและทีมของเรา และยังมีโปรเจ็ค Local Mix ที่เราสอดแทรกความยั่งยืน ชุมชน และวัฒนธรรมลงในทุกแก้ว โดยจะใช้วัตถุดิบจากประเทศไทยและสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น เพื่อตอกย้ำคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมและเสริมสร้างวงการบาร์ที่มีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ ผมยังภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนของ Bar Sathorn ในการทำ Guest Shift ทั่วภูมิภาค ซึ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับค็อกเทลที่เราสร้างสรรค์”

    ค็อกเทลและม็อกเทลซิกเนเจอร์ของบาร์ สาทรที่นำพาผู้ที่มาเยือนผ่าน 4 ยุคประวัติศาสตร์ของเดอะ เฮ้าส์ ออน สาทรได้แก่

    • History of Sathorn (ปี 1888–1926): เฉลิมฉลองจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมค็อกเทลด้วยเครื่องดื่มคลาสสิกเหนือกาลเวลา
    • Hotel Royal (ปี 1926–1948): ถ่ายทอดยุคหรูหราของ Madame Staro ด้วยค็อกเทลสไตล์อิตาเลียน
    • Embassy Row (ปี 1948–1999): ยกย่องอดีตทางการทูตของถนนสาทรด้วยค็อกเทลนานาชาติที่เพิ่มรสชาติด้วยเครื่องเทศไทย
    • The Present (ปี 1999–ปัจจุบัน): สะท้อนการผสมผสานเสน่ห์ประวัติศาสตร์เข้ากับความทันสมัยผ่านเครื่องดื่มที่สร้างสรรค์

    บาร์ สาทร เตรียมตัวเปิดบทใหม่ของการเล่าเรื่องผ่านค็อกเทล โดยได้สร้างแรงบันดาลใจจากสถานที่และชุมชนในย่านสาทร เพื่อผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับนวัตกรรมการรังสรรค์เครื่องดื่ม

    บาร์ สาทร เชิญทุกท่านร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ ไม่ว่าคุณจะคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดีหรือมาเยือนเป็นครั้งแรก นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาสัมผัสค็อกเทล งานศิลป์ และกิจกรรมที่มีชีวิตชีวาซึ่งยังคงสร้างสีสันให้กับค่ำคืนของกรุงเทพฯ

    บาร์ สาทร เปิดทุกวัน เวลา 14:30 – 01:00 น. (รับออเดอร์สุดท้ายเวลา 00:30 น.)
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร 02 344 4025 อีเมล [email protected] เว็บไซต์: www.barsathorn.com หรือ Instagram: https://www.instagram.com/barsathorn/ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ W Bangkok ได้ที่ https://bit.ly/WBangkokHWS หรือ https://www.instagram.com/wbangkok/

  • Hotel - Travel

    แมริออท บอนวอย เชิญชวนครอบครัวที่มีสมาชิกสี่ขา ออกไปร่วมสัมผัสประสบการณ์พักผ่อน ในโรงแรมและรีสอร์ตที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยงทั่วประเทศไทย

    แพ็กเกจสุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจสัตว์เลี้ยงให้ได้รับการดูแลเทียบเท่าแขกคนสำคัญ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ขนม ของเล่น และอีกมากมาย ณ โรงแรมและรีสอร์ตในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศไทย

    แมริออท บอนวอย พอร์ตโฟลิโอแบรนด์โรงแรมระดับโลกกว่า 30 แบรนด์ภายใต้ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมโปรแกรมการเดินทางที่ได้รับรางวัลมากมาย เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวสำหรับผู้รักสัตว์เลี้ยง ให้สามารถเดินทางพร้อมเพื่อนสี่ขาได้สะดวกยิ่งขึ้นในประเทศไทย เตรียมพบกับประสบการณ์การเข้าพักสุด “purr-fect” ผ่านแพ็กเกจที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยงและสิ่งอำนวยความสะดวกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่พร้อมดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณเสมือนแขกระดับวีไอพี

    พาเจ้าสี่ขาพักผ่อนแบบมีสไตล์ใจกลางเมือง: ในกรุงเทพฯ น้องหมาและน้องแมวสามารถเพลิดเพลินกับการพักผ่อนใจกลางเมืองอย่างมีระดับได้ที่ โรงแรม แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ซึ่งมอบสิ่งอำนวยความสะดวกสุดพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยง อาทิ อาหารออร์แกนิค เตียงนอนสุดนุ่ม ชามอาหารและน้ำ รวมถึงบริการอื่น ๆ อีกมากมาย ขณะที่ โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ โรงแรมไลฟ์สไตล์สุดหรูใจกลางเมือง ที่มีโปรแกรม P.A.W. (“Pets Are Welcome”) ที่จัดเต็มทั้งของเล่น ขนม และเมนูอาหารภายในห้องพักที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเพื่อนขนฟูโดยเฉพาะ อีกทางเลือกหนึ่ง สัตว์เลี้ยงสามารถเข้าพักอย่างมีสไตล์ พร้อมทำความรู้จักเพื่อนใหม่ได้ที่โรงแรม ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ซึ่งพร้อมต้อนรับสัตว์เลี้ยง ด้วยเตียงนอน ชามอาหารและน้ำ และพื้นที่กลางแจ้งสำหรับการพักผ่อนอย่างอิสระ

    อบอุ่นเหมือนอยู่บ้านแบบพร้อมหน้ากับสัตว์เลี้ยงแสนรัก: สำหรับคุณพ่อคุณแม่เจ้าสี่ขาที่วางแผนการพักผ่อนระยะยาวในกรุงเทพฯ แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ ทั้ง 4 แห่ง พร้อมต้อนรับแขกสี่ขาด้วยข้อเสนออัตรารายเดือนสุดพิเศษ โดยสุนัขและแมวสามารถพักผ่อนอย่างสะดวกสบายได้ในราคาเพียง 5,000 บาทต่อเดือนที่ แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ แบงคอก สุขุมวิท 50 แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ แบงคอก สุขุมวิท 101 และ แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สาทร วิสต้า กรุงเทพฯ ในขณะที่แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ กรุงเทพ ทาวน์ฮอลล์ สุขุมวิท รองรับสุนัขได้สูงสุด 2 ตัว ในราคา 10,000 บาทต่อตัวต่อเดือน มอบประสบการณ์การเข้าพักที่สะดวกสบายและเป็นส่วนตัวสำหรับทั้งพ่อแม่ละสัตว์เลี้ยงตลอดระยะเวลาการเข้าพัก

    พักผ่อนริมชายหาดกับสมาชิกสี่ขา: คู่รักและครอบครัวที่กำลังวางแผนพักผ่อนริมชายหาด สามารถพาสัตว์เลี้ยงคู่ใจไปสัมผัสความงดงามของชายฝั่งและเกาะอันเงียบสงบของประเทศไทยได้แล้ว โดยโรงแรมดับเบิ้ลยู เกาะสมุย รีสอร์ตพูลวิลล่าสุดหรูบนชายฝั่งตอนเหนืออันงดงามของเกาะสมุย เชิญชวนสุนัขและแมวร่วมผ่อนคลายกับแพ็กเกจ P.A.W. ที่มาพร้อมของเล่นและขนมมากมายสำหรับสัตว์เลี้ยงแสนรัก ด้านโรงแรมระยอง แมริออท รีสอร์ แอนด์ สปา เดินทางสะดวกเพียงไม่กี่ชั่วโมงจากกรุงเทพโดยรถยนต์ เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้สัมผัสประสบการณ์เหยียบผืนทรายนุ่ม ผ่านแพ็กเกจเฉพาะที่จัดเตรียมเตียงสัตว์เลี้ยง ชามอาหารและน้ำ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสุดพิเศษอีกมากมาย ขณะที่โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา นำเสนอแพ็กเกจ “Doggy Dog Delight” ที่ครบครันด้วยชามอาหาร ผ้าห่ม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อมอบการพักผ่อนแสนสบายสำหรับสัตว์เลี้ยง

    เปิดประสบการณ์แสนสุขให้สัตว์เลี้ยงตัวโปรดท่ามกลางขุนเขาเมืองเหนือ: นอกจากนี้สัตว์เลี้ยงยังสามารถสูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางขุนเขาทางภาคเหนือของประเทศไทยได้ที่ โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เตียงนอนสุนัขแสนนุ่ม ชามอาหารและน้ำแบบเฉพาะตัว เสื้อคลุมอาบน้ำและแว่นตาสำหรับสุนัขดีไซน์เก๋ ของเล่นและขนม รวมถึงแผนที่แนะนำพื้นที่กลางแจ้งที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง เพื่อให้ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อนเต็มไปด้วยความสุข ก่อนปิดท้ายวันด้วยประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดพิเศษ

    ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนในเมือง การเข้าพักระยะยาวในกรุงเทพฯ การพักผ่อนริมชายทะเลหรือท่ามกลางธรรมชาติ แมริออท บอนวอย คือพันธมิตรที่สมบูรณ์แบบสำหรับการพาสัตว์เลี้ยงออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แมริออท บอนวอย และการสำรองการเข้าพักในประเทศไทย กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.marriott.com/th/destinations/thailand.mi

  • Hotel - Lifestyle - Travel

    ONYX Hospitality Group ฉลอง 60 ปีแห่งการเติบโต ร่วมกับ Grab ยกระดับ Seamless Travel Experience ให้นักเดินทางใช้เวลาทุกจุดหมายได้อย่างเต็มที่ภายใต้แนวคิด “More of What You Love”

    ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) เดินหน้าสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมาย ภายใต้แนวคิด “More of What You Love” เพื่อเติมเต็มทุกช่วงเวลาของการเดินทางให้เชื่อมโยง สะดวก และตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ ผ่านกิจกรรมและความร่วมมือพิเศษกับพันธมิตรชั้นนำตลอดปีแห่งการเฉลิมฉลอง

    หนึ่งในความร่วมมือสำคัญภายใต้การเฉลิมฉลองครั้งนี้ คือความร่วมมือระหว่าง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) และ แกร็บ (Grab) เพื่อยกระดับประสบการณ์ของนักเดินทางให้ครอบคลุมมากกว่าการเข้าพัก โดยเชื่อมโยงทุกช่วงเวลาของการเดินทาง ตั้งแต่การเดินทางสู่โรงแรม ประสบการณ์ระหว่างการเข้าพัก การรับประทานอาหาร ไปจนถึงการออกไปค้นพบสีสันของแต่ละจุดหมายปลายทาง ผ่านบริการและสิทธิประโยชน์ที่ช่วยเติมเต็มทุกการเดินทาง ให้สะดวก ราบรื่น และเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้ใช้เวลาในทุกจุดหมายอย่างเต็มที่
    ความร่วมมือครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักโรงแรมในเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ได้แก่ อมารี (Amari), โอโซ่ (OZO), ชามา (Shama) และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมแคมเปญ ได้สัมผัสแนวคิด “More of What You Love” ผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโยงทุกช่วงเวลาของการเดินทางบนแพลตฟอร์ม Grab ซึ่งครอบคลุม 3 ทั้งด้าน ได้แก่
    More Convenience – ความสะดวกที่มากขึ้นในทุกเส้นทาง: ไม่ว่าจะเดินทางจากสนามบินสู่โรงแรม ออกไปท่องเที่ยว หรือแวะรับประทานอาหารในเมือง นักเดินทางก็สามารถเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่าน Grab พร้อมรับสิทธิพิเศษ เพียงใส่รหัสโปรโมชัน ONYX60 บนแอปพลิเคชัน Grab เพื่อรับส่วนลดค่าโดยสาร 15% สูงสุด 100 บาทต่อเที่ยว สำหรับบริการ Grab ที่ร่วมรายการ (ยกเว้น GrabTaxi) จำกัดสิทธิ์สูงสุด 2 ครั้งต่อผู้ใช้ และรวม 700 สิทธิ์ต่อวัน
    ข้อเสนอพิเศษนี้จะช่วยให้ทุกการเดินทางระหว่างการเข้าพักสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร หรือจุดหมายต่าง ๆ โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม 2027 ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

    More Flavours and Dining Experiences – ประสบการณ์ความอร่อยที่หลากหลายยิ่งขึ้น:นอกเหนือจากความสะดวกในการเดินทาง นักเดินทางยังสามารถเติมเต็มประสบการณ์การเข้าพักผ่านร้านอาหารและบาร์ภายใต้ ONYX Dining กว่า 20 แห่งทั่วประเทศไทย ผ่านบริการ Dine Out บนแอปพลิเคชัน Grab หรือเลือกสั่งเมนูโปรดผ่าน GrabFood ได้อย่างสะดวก
    พร้อมรับสิทธิพิเศษ ส่วนลด 20% สำหรับการใช้บริการ Dine Out ครั้งแรก ณ ร้านที่ร่วมรายการ และส่วนลด 10% สำหรับการใช้บริการครั้งถัดไป เพื่อให้ทุกมื้อเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่น่าประทับใจระหว่างการเดินทาง
    More seamless service – บริการที่ราบรื่นตลอดการเข้าพัก: อีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเข้าพัก คือ The Guest Transport Concierge Service, powered by Grab บริการคอนเซียร์จ เรียกรถที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าพักตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางระหว่างสนามบิน โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว หรือการเดินทางเพื่อธุรกิจ เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างสะดวก ราบรื่น และอุ่นใจยิ่งขึ้น
    ผู้เข้าพักสามารถสำรองรถผ่านคอนเซียร์จของโรงแรม พร้อมติดตามสถานะรถและเส้นทางได้แบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังได้รับการดูแลจากทีมงาน Grab และคอนเซียร์จของโรงแรมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ทุกการเดินทางเชื่อมต่อกันได้อย่างสะดวก ราบรื่น และอุ่นใจได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงจุดหมาย

    นอกจากนี้ ยังมีบริการรถหลากหลายประเภทให้เลือก เพื่อให้เหมาะกับการเดินทางในแต่ละรูปแบบ โดย โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ (Oriental Residence Bangkok) ให้บริการผ่าน GrabPremium ขณะที่ โรงแรมอมารี (Amari) มีให้เลือกทั้ง GrabPremium, GrabCar, GrabSUV และ GrabVan ส่วน โรงแรมโอโซ่ (OZO) และ ชามา (Shama) ให้บริการ GrabCar, GrabSUV และ GrabVan ไม่ว่าจะเดินทางคนเดียว เดินทางกับครอบครัว หรือมาเป็นกลุ่ม ก็สามารถสำรองรถได้สูงสุด 10 คันต่อครั้ง พร้อมความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุในทุกเที่ยวการเดินทาง
    ความร่วมมือกับแกร็บในครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมพิเศษภายใต้การเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ภายใต้แนวคิด “More of What You Love” ที่จะมีขึ้นตลอดปีแห่งการเฉลิมฉลอง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จะเดินหน้าร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เชื่อมโยงและมีความหมาย พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาของการเดินทางให้กับลูกค้าในทุกจุดหมายปลายทาง
    ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาแคมเปญ โรงแรมและร้านอาหารที่ร่วมรายการ รวมถึงเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ ได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) และ แกร็บ (Grab)

  • Hotel - Lifestyle - Travel

    OZO ชวนเปิดประสบการณ์ Micro Trip เติมเต็มทุกวันหยุดสั้นๆ ด้วยการพักผ่อนคุณภาพ พร้อมสำรวจเมืองผ่านมุมมองใหม่

    ความสุขไม่ต้องรอทริปใหญ่ เพราะบางครั้งวันหยุดสั้นๆ ก็เพียงพอสำหรับการเติมพลัง และค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการตื่นมารับลมทะเล เดินเล่นในย่านที่ไม่เคยรู้จัก แวะร้านกาแฟเล็กๆ ของคนท้องถิ่น หรือค้นพบร้านอาหารที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองนั้นๆ
    เสน่ห์ของการเดินทางในวันนี้จึงอาจไม่ใช่การเก็บครบทุกแลนด์มาร์ก แต่คือการได้ใช้เวลาอย่างมีความหมายกับจุดหมายปลายทาง ผ่านผู้คน อาหาร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่นในแบบที่เป็นตัวเอง แนวคิดนี้สะท้อนรูปแบบการเดินทางแบบไมโครทริป (Micro-trip) ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นของคนยุคนี้ เมื่อผู้คนเลือกออกเดินทางระยะสั้นแต่บ่อยครั้งขึ้น เพื่อพักผ่อน เติมพลัง และเชื่อมต่อกับเมืองอย่างลึกซึ้งกว่าเดิม

    โอโซ่ (OZO) แบรนด์โรงแรมและรีสอร์ตระดับอัปเปอร์มิดสเกล (Upper Midscale) ในเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) ชวนนักเดินทางเปิดประสบการณ์ Micro Trip ในแบบของ OZO ที่เริ่มต้นจากการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ก่อนออกไปสัมผัสจังหวะชีวิตของแต่ละจุดหมายปลายทาง ผ่านความสะดวกสบาย การพักผ่อนที่มีคุณภาพ และกิจกรรมรอบโรงแรมที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นริมชายหาด สำรวจคาเฟ่ชุมชน ลิ้มลองอาหารท้องถิ่น หรือค้นพบมุมใหม่ของเมืองในแบบของตัวเอง

    ภายใต้แนวคิด “Unpack. Good. Vibes.” โรงแรมโอโซ่ได้รับการออกแบบให้เป็นมากกว่าที่พัก แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ช่วยให้ทุกทริปเกิดขึ้นได้อย่างง่ายและลงตัว ตั้งแต่ห้องพักที่ให้ความสำคัญกับการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และพร้อมออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ทำเลที่เชื่อมต่อกับสีสันของแต่ละจุดหมาย ไปจนถึงบรรยากาศที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเอง ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าพักรู้สึกผ่อนคลายและสนุกกับทุกช่วงเวลาของการเดินทาง ด้วยความเชื่อว่าการเดินทางไม่จำเป็นต้องรอช่วงเวลาพิเศษหรือวันหยุดยาว OZO จึงตอบโจทย์ Micro Trip ผ่านประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถพักผ่อน ค้นพบสิ่งใหม่ และเพลิดเพลินกับจุดหมายปลายทางได้อย่างเต็มที่ แม้ในระยะเวลาที่สั้นลง

    สำหรับ Micro Trip ที่อยากเติมพลังริมทะเลพร้อมออกไปสัมผัสสีสันของจุดหมาย โอโซ่ ภูเก็ต (OZO Phuket) เป็นจุดเริ่มต้นที่ลงตัว ด้วยทำเลห่างจากหาดกะตะเพียง 150 เมตร ให้ผู้เข้าพักสามารถใช้เวลาในแบบที่ต้องการได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่การเดินเล่นริมชายหาด สนุกกับการโต้คลื่น หรือออกไปสำรวจคาเฟ่และมุมถ่ายรูปในย่านกะตะ รวมถึงชมพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวกังหันลมและเดินเล่นที่ตลาดนัดกะตะ เมื่อกลับเข้าสู่โรงแรม ผู้เข้าพักยังสามารถผ่อนคลายได้ที่สระว่ายน้ำ สแปลช (SPLASH) ที่มีสไลเดอร์สำหรับเด็กให้คุณหนูตัวเล็ก ก่อนเติมเต็มวันด้วยอาหารอิตาเลียนที่ เปรโก้ (Prego) หรืออาหารและเครื่องดื่มริมสระที่อีท (EAT) และเธิร์สต์ พูลบาร์ (THIRST)

    สำหรับทริปที่ต้องการหยุดพักจากความเร่งรีบและใช้เวลาช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศของเกาะ โอโซ่ เฉวง สมุย (OZO Chaweng Samui) ชวนให้ผู้เข้าพักเริ่มต้นวันบนหาดเฉวง ก่อนออกไปค้นพบอีกหลากหลายมุมของสมุย ทั้งหมู่บ้านชาวประมงบ่อผุด ร้านกาแฟริมทะเล และถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยอาหารและงานคราฟต์ท้องถิ่น เมื่อกลับถึงที่พัก ความผ่อนคลายยังคงดำเนินต่อที่บีช บาร์ (Beach Bar) ซึ่งเหมาะสำหรับการชมพระอาทิตย์ตกพร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรด ก่อนพักผ่อนในห้องพักที่ออกแบบให้หลับสบาย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกไปสัมผัสเสน่ห์ของสมุยในวันถัดไป

    สำหรับโอโซ่ นอร์ธ พัทยา (OZO North Pattaya) คือจุดเริ่มต้นของวันหยุดที่เต็มไปด้วยความสนุกและความหลากหลาย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ชื่นชอบสีสันของเมือง อาหารอร่อย และการใช้เวลาร่วมกันกับเพื่อนหรือครอบครัว ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้หาดพัทยาเหนือและเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก พร้อมเชื่อมต่อกับสถานที่น่าสนใจรอบเมือง ทั้งศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ชุมชนนาเกลือ ตลาดลานโพธิ์ คาเฟ่ และร้านอาหารท้องถิ่น หลังจากออกไปสำรวจเมือง ผู้เข้าพักสามารถกลับมาสนุกต่อที่สระว่ายน้ำ สแปลช (SPLASH) หรือจะใช้เวลาร่วมกันที่ บิ๊ก ชิลล์ (BIG CHILL) พื้นที่พักผ่อนสำหรับทุกวัย หรือจะเลือกผ่อนคลายพร้อมอาหารและเครื่องดื่มที่อีท (EAT) และเธิร์สต์ พูลบาร์ (THIRST) ก่อนจบวันด้วยการพักผ่อนบนเตียงนอนอันเป็นเอกลักษณ์ของโอโซ่
    นอกจากจุดหมายปลายทางในประเทศไทยแล้ว OZO ยังชวนผู้เดินทางออกไปสัมผัสประสบการณ์ Micro Trip ในประเทศมาเลเซีย ผ่านสองจุดหมายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งเสน่ห์ของเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงความสนุกสำหรับทุกคนในครอบครัว

    สำหรับนักเดินทางที่หลงใหลเมืองเก่า งานศิลปะ และวัฒนธรรม โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง (OZO George Town Penang) เป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจเมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวในทุกมุมถนน ตั้งแต่ตรอกซอกซอยที่ประดับด้วยสตรีทอาร์ต คาเฟ่ท้องถิ่น และร้านอาหารชื่อดัง ไปจนถึงการเดินเล่นบนถนนอาร์เมเนียน (Armenian Street) สัมผัสวิถีชีวิตริมทะเลที่ชุมชนชิวเจ็ตตี้ (Chew Jetty) หรือชมทิวทัศน์ของเมืองจากปีนังฮิลล์ (Penang Hill) เมื่อกลับมายังโรงแรม ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลายที่สระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าที่มองเห็นวิวเมืองจอร์จทาวน์แบบพาโนรามา พร้อมเติมเต็มวันด้วยมื้ออร่อยที่ห้องอาหารอีท (EAT)

    สำหรับครอบครัวที่มองหาวันหยุดสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความสนุกสำหรับทุกวัย โอโซ่ เมดินี (OZO Medini) ประเทศมาเลเซีย เป็นตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับการพักผ่อนร่วมกัน ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว ทั้งเลโกแลนด์® มาเลเซีย รีสอร์ต (LEGOLAND® Malaysia Resort) ปูเตรีฮาร์เบอร์ (Puteri Harbour) และเอ็กซ์พาร์ก (X Park) เด็กๆ จะสามารถสนุกกับกิจกรรมได้ตลอดวัน ขณะที่ผู้ใหญ่ก็สามารถใช้เวลาผ่อนคลายริมสระว่ายน้ำ ออกกำลังกายที่ฟิตเนส โทน (TONE) หรือรับประทานอาหารร่วมกันที่ห้องอาหารอีท (EAT) ก่อนกลับสู่ห้องพักที่ช่วยเติมเต็มการพักผ่อนของทั้งครอบครัว

    เมื่อมองทุกจุดหมายรวมกัน OZO ไม่ได้เสนอรูปแบบการเดินทางสำเร็จรูปแบบเดียวสำหรับทุกคน แต่เปิดพื้นที่ให้นักเดินทางได้เลือกประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความชอบของตัวเอง บางคนอาจมีความสุขกับการตื่นเช้ามาเดินริมทะเล ขณะที่บางคนอยากใช้เวลาทั้งวันกับอาหาร งานศิลปะ หรือเสียงหัวเราะของครอบครัว ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้การเข้าพักในแต่ละครั้งกลายเป็นประสบการณ์เฉพาะตัว และเป็นอีกหนึ่งวิธีในการทำความรู้จักจุดหมายเดิมผ่านมุมมองใหม่
    ในภาพที่กว้างขึ้น OZO เป็นหนึ่งในประสบการณ์การเข้าพักที่หลากหลายของ ONYX Hospitality Group ซึ่งมุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เชื่อมโยงที่พัก อาหาร และเรื่องราวของแต่ละจุดหมายเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้นักเดินทางได้รับมากกว่าการเข้าพักเพียงหนึ่งคืน และสามารถต่อยอดประสบการณ์เหล่านั้นผ่าน ONYX Rewards โปรแกรมสมาชิกที่มอบสิทธิประโยชน์และการดูแลในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทริปของสายคาเฟ่ คนรักทะเล นักชิม ผู้หลงใหลศิลปะ หรือครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาร่วมกัน OZO เชื่อว่าการเดินทางที่มีความหมายไม่จำเป็นต้องไกลหรือยาวเสมอไป แต่คือการได้ค้นพบสิ่งที่รักในแบบของตัวเอง และเก็บเกี่ยวช่วงเวลาดี ๆ ที่สะท้อนแนวคิด “More of What You Love” ผ่านประสบการณ์การเข้าพักที่เต็มไปด้วยพลังบวกในแบบฉบับของ OZO ภายใต้แนวคิด “Unpack. Good. Vibes.”

  • Hotel - Lifestyle - Travel

    เทศกาล วัฒนธรรม และการพักผ่อนในจังหวะที่เป็นคุณ อมารี โอโซ่ และชามา ชวนออกเดินทางสู่มาเลเซีย เพื่อสัมผัส George Town Festival 2026 และ Hari Merdeka อย่างเต็มอิ่ม

    เมื่อพูดถึงมาเลเซีย หลายคนอาจนึกถึงตึกแฝดเปโตรนาส แหล่งช้อปปิ้งในกัวลาลัมเปอร์ หรือทริปสั้นๆ ที่เดินทางจากประเทศไทยได้อย่างสะดวก แต่หากมองให้ลึกกว่านั้น มาเลเซียยังมีอีกหลายมุมให้ค้นพบ ทั้งเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ศิลปะและวัฒนธรรมที่หลอมรวมอยู่ในวิถีชีวิต อาหารหลากหลายรสชาติ และบรรยากาศเฉพาะตัวของแต่ละจุดหมาย ตั้งแต่เสน่ห์ของจอร์จทาวน์ในปีนัง ความคึกคักของกัวลาลัมเปอร์ ไปจนถึงจังหวะชีวิตที่ ผ่อนคลายของยะโฮร์ บาห์รู

    สำหรับนักเดินทางในวันนี้ จุดหมายปลายทางไม่ได้มีเพียงสถานที่ที่ต้องไปให้ถึง แต่คือช่วงเวลาที่ได้สัมผัสและจดจำ ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมงานศิลปะในเมืองเก่า ลองรสชาติอาหารท้องถิ่น ฟังเสียงดนตรีท่ามกลางบรรยากาศของเทศกาล หรือใช้เวลาพักผ่อนในแบบที่เป็นตัวเอง นี่คือเสน่ห์ของ Festival Tourism หรือการเดินทางที่มีเทศกาลเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ที่ชวนให้เราได้เห็นอีกด้านของเมือง ผ่านผู้คน วัฒนธรรม และการเฉลิมฉลองในช่วงเวลาพิเศษ ซึ่งทำให้การเดินทางครั้งหนึ่ง กลายเป็นเรื่องราวที่มากกว่าการไปเยือนสถานที่ใหม่

    ในเดือนสิงหาคม 2569 ที่ประเทศมาเลเซียจะมีสองช่วงเวลาสำคัญที่น่าสนใจสำหรับการวางแผน เดินทาง ได้แก่ George Town Festival 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–9 สิงหาคม 2569 ณ เมืองจอร์จทาวน์ รัฐปีนัง และการเฉลิมฉลอง Hari Merdeka หรือวันชาติมาเลเซีย ครบรอบ 69 ปี ที่จะนำบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจ สีสันทางวัฒนธรรม และกิจกรรมการเฉลิมฉลอง มาสู่หลายเมืองทั่วประเทศ

    แต่เสน่ห์ของการเดินทางไม่ได้จบลงเมื่อเทศกาลสิ้นสุดลง เพราะความประทับใจยังเกิดขึ้นได้ ตลอดทั้งทริป ตั้งแต่การออกไปเดินสำรวจเมือง ค้นพบมุมใหม่ๆ ลองสัมผัสรสชาติอาหารท้องถิ่น ไปจนถึงช่วงเวลาสงบหลังจบวันแห่งการผจญภัย การเลือกที่พักจึงเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญ ที่ช่วยกำหนดความรู้สึกและประสบการณ์ของการเดินทาง เพราะที่พักไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับพักผ่อน แต่เป็นพื้นที่สำหรับเติมพลัง ใช้เวลาร่วมกับคนสำคัญ และเปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสจุดหมาย นั้นอย่างเต็มที่ในแบบของตัวเอง

    ด้วยความเข้าใจว่าการเดินทางของแต่ละคนมีจังหวะและความต้องการที่แตกต่างกัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จึงมีแบรนด์ที่หลากหลายเพื่อรองรับประสบการณ์การเข้าพักในรูปแบบต่างๆ ผ่าน อมารี (Amari) โอโซ่ (OZO) และชามา (Shama) เพื่อรองรับทุกความต้องการตั้งแต่ ผู้ที่อยากออกไปค้นพบเมืองอย่างเต็มที่ ผู้ที่มองหาช่วงเวลาพักผ่อนที่สะดวกสบาย ตลอดจนถึงผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตในจุดหมายปลายทางนั้นยาวนานขึ้น
    จุดหมายแรกสำหรับนักเดินทางที่อยากเริ่มต้นค้นพบเสน่ห์ของมาเลเซียผ่านศิลปะและวัฒนธรรม คือ ปีนัง เมืองที่ผสมผสานเรื่องราวของอดีตและความสร้างสรรค์ร่วมสมัยไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะในช่วง George Town Festival 2026 ที่จอร์จทาวน์จะเต็มไปด้วยงานศิลปะ การแสดง และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของเมืองมรดกโลกในอีกมุมหนึ่ง

    สำหรับนักเดินทางที่อยากใช้เวลาใกล้ชิดกับสีสันของจอร์จทาวน์ และออกไปค้นพบเมืองด้วยตัวเอง โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง (OZO George Town Penang) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยให้ทุกช่วงเวลา ของทริปเป็นเรื่องง่ายขึ้น ด้วยทำเลใกล้เขตเมืองเก่ามรดกโลกของยูเนสโก ผู้เข้าพักสามารถ ออกไปเดินชมสตรีทอาร์ต ลองร้านอาหารท้องถิ่น หรือค้นพบมุมเล็กๆ ของเมืองได้อย่างสะดวก พร้อมคำแนะนำจากทีม OZO Connector ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ของพื้นที่ ก่อนกลับมาเติมพลังที่ห้องอาหาร EAT และพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มตามแนวคิด Quality Sleep เพื่อพร้อมออกไปสัมผัสเมืองอีกครั้งในวันถัดไป

    ขณะที่ อมารี สไปซ์ ปีนัง (Amari SPICE Penang) สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์อมารีผ่านการบริการแบบไทยร่วมสมัย ผสานเข้ากับบรรยากาศและเสน่ห์ของจุดหมายปลายทาง พร้อมมอบประสบการณ์การเข้าพักในรูปแบบ full-service hotel สำหรับนักเดินทางที่มองหาทั้งความสะดวกสบาย การพักผ่อน และความคล่องตัวในการเดินทาง ด้วยทำเลที่เชื่อมต่อโดยตรงกับ SPICE Convention Centre และ SPICE Arena ซึ่งเป็นพื้นที่จัดอีเวนต์ระดับนานาชาติ หลังจากใช้เวลาทั้งวันกับงานเทศกาลหรือการสำรวจเมือง ผู้เข้าพักสามารถกลับมารีชาร์จที่ บรีซ สปา (Breeze Spa) หรือใช้เวลาร่วมกันผ่านมื้ออาหารที่ อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ (Amaya Food Gallery) ในบรรยากาศสบาย ๆ สไตล์สตรีทฟู้ดมาร์เก็ต

    เมื่อเข้าสู่ช่วง Hari Merdeka กัวลาลัมเปอร์จะเผยอีกหนึ่งมุมของมาเลเซียผ่านบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง โดยเฉพาะใจกลางเมืองที่ผสมผสานเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และจังหวะชีวิตแบบมหานครเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งแลนด์มาร์กสำคัญ รวมถึงพื้นที่จัดกิจกรรม และย่านต่างๆ ที่ร่วมสะท้อนสีสันของเมืองในช่วงเวลาพิเศษ

    สำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสพลังของเมืองหลวง อมารี กัวลาลัมเปอร์ (Amari Kuala Lumpur) ตั้งอยู่ใจกลาง KL Eco City และเชื่อมต่อกับระบบรถไฟสายหลักโดยตรง ช่วยให้การออกไปค้นพบกัวลาลัมเปอร์เป็นเรื่องสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปชมบรรยากาศการเฉลิมฉลอง จุดหมายสำคัญของเมือง หรือย่านที่เต็มไปด้วยสีสัน ก่อนกลับมาพักผ่อนในบรรยากาศอบอุ่น พร้อมสัมผัสประสบการณ์อาหาร เครื่องดื่ม และการบริการในแบบอมารี ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะยากจะลืมเลือน
    อีกด้านหนึ่งของมาเลเซียที่น่าค้นหาไม่แพ้กันคือ ยะโฮร์ บาห์รู เมืองที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากผสมผสานช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองเข้ากับการพักผ่อนแบบสบาย ๆ ทั้งการช้อปปิ้ง กิจกรรมสำหรับครอบครัว และการเดินทางต่อไปยังจุดหมายใกล้เคียง
    อมารี ยะโฮร์ บาห์รู (Amari Johor Bahru) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบนถนน Jalan Wong Ah Fook ท่ามกลางแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสีสันของวิถีชีวิตในเมือง เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากออกไปสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่น ก่อนกลับมาพักผ่อนในห้องพักที่โปร่งสบาย และเติมพลังที่ บรีซ สปา (Breeze Spa)

    สำหรับครอบครัว หรือผู้ที่ต้องการใช้เวลาในจุดหมายปลายทางนานขึ้น ชามา ซัวซานา ยะโฮร์ บาห์รู (Shama Suasana Johor Bahru) ถ่ายทอดแนวคิด The Joy of Living ผ่านประสบการณ์การพักในรูปแบบเซอร์วิส อพารต์เมนต์ ที่ให้อิสระในการใช้ชีวิตได้ตามจังหวะของตัวเอง ด้วยพื้นที่ที่ถูกออกแบบให้มีความรู้สึกเสมือนบ้าน พร้อมห้องขนาดกว้าง พื้นที่นั่งเล่น และส่วนครัวครบครัน ช่วยให้ผู้เข้าพักยังคงใช้ชีวิตได้ในแบบที่คุ้นเคย ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ หรือใช้เวลาร่วมกับคนสำคัญได้อย่างเต็มที่ แม้จะอยู่ในจุดหมายปลายทางใหม่ ทั้งยังมอบความเป็นส่วนตัว ความยืดหยุ่น และความสะดวกสบายสำหรับการเข้าพักทั้งระยะสั้นและระยะยาว อีกทั้งยังตั้งอยู่เหนือ Zenith Mall ทำให้การออกไปท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง หรือสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นเป็นเรื่องง่าย
    ขณะที่ โอโซ่ เมดินี มาเลเซีย (OZO Medini Malaysia) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับกลุ่มเพื่อนและครอบครัวที่ต้องการเติมความสนุกให้กับการเดินทาง ด้วยทำเลในย่านเมดินี ใกล้กับ LEGOLAND Malaysia Resort และสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังสิงคโปร์ได้อย่างสะดวก ที่นี่จึงเหมาะสำหรับทริปที่ผสมผสานทั้งการพักผ่อน กิจกรรมสำหรับทุกวัย และการออกไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ ไว้ในการเดินทางครั้งเดียว

    มากกว่าการเป็นจุดหมายปลายทางใกล้ประเทศไทยที่เดินทางได้อย่างสะดวก มาเลเซียยังเป็นประเทศที่สามารถกลับไปค้นพบมุมใหม่ได้ในหลากหลายช่วงเวลา ตั้งแต่งานศิลปะในเมืองเก่า การเฉลิมฉลองวันชาติ อาหารท้องถิ่น คาเฟ่ และย่านช้อปปิ้ง ไปจนถึงช่วงเวลาสบายๆ หลังจบวันแห่งการสำรวจ และนี่คือเสน่ห์ของ Festival Tourism ที่ทำให้เทศกาลไม่ได้เป็นเพียงเหตุผลในการออกเดินทาง แต่เป็นประตูสู่ประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยผู้คน เรื่องราว วัฒนธรรม และช่วงเวลาที่น่าจดจำ ซึ่งเกิดขึ้นตลอดทั้งการเดินทาง ที่รอให้นักเดินทางได้ออกไปค้นพบในแบบของตัวเอง
    เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป พร้อมเดินหน้าส่งต่อแนวคิด “More of What You Love” ผ่านการบริการภายใต้แบรนด์โรงแรม ร้านอาหาร บาร์ และสปา ในเครือ เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ของการออกเดินทางที่น่าจดจำและตอบสนองความต้องการของนักเดินทางได้อย่างน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเดินทางในรูปแบบใด

  • Lifestyle - Travel

    เมื่อความหรูหราไม่ได้มีเพียงนิยามเดียว แมริออทเผย 4 Luxury Mindsets ของ Gen Z ที่กำลังขับเคลื่อนอนาคตการท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่

    สิงคโปร์, 2 กรกฎาคม 2569 – ในขณะที่ Gen Z กำลังก้าวขึ้นมาเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ สมมติฐานที่เคยเชื่อกันมานานก็ใช้ไม่ได้อีกต่อไปนั่นคือ “ไม่มีนักเดินทาง Gen Z ที่เหมือนกันไปหมดทุกคน” รายงานฉบับใหม่จาก ลักซ์ชัวรี่ กรุ๊ป โดย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยกเว้นประเทศจีน (APEC) เผยให้เห็นว่าคนรุ่นนี้ประกอบด้วยกรอบความคิดระดับลักซ์ชัวรี่ที่แตกต่างกันถึง 4 รูปแบบ โดยแต่ละกลุ่มต่างนิยามความหรูหราในแบบของตัวเอง ตั้งแต่การดื่มด่ำกับวัฒนธรรม สุขภาวะส่วนบุคคล ไปจนถึงการตัดขาดจากโลกดิจิทัลและการออกสำรวจที่ขับเคลื่อนด้วยมรดกทางวัฒนธรรม

    Marriott International Hotel

    จากการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากนักเดินทางผู้มั่งคั่งจำนวน 2,800 คนในตลาดเอเชียแปซิฟิก 8 แห่ง ซึ่งรวมถึงผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็น Gen Z (อายุ 18 ถึง 29 ปี) จำนวน 1,200 คน รายงานฉบับนี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญว่า การท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ไม่ได้ถูกตีกรอบด้วยปัจจัยทางประชากรศาสตร์อีกต่อไป แต่ถูกหล่อหลอมด้วยความตั้งใจ อัตลักษณ์ และความหมายส่วนบุคคลมากขึ้นเรื่อยๆ

    โอริออล มอนทัล (Oriol Montal) รองประธานฝ่ายลักซ์ชัวรี่ของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน) กล่าวว่า
    “ลักซ์ชัวรี่ในปัจจุบันไม่ได้มีมาตรฐานเดียวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของความเป็นส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง งานวิจัยของเราพบว่า Gen Z กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงไม่ได้เพียงเข้ามามีส่วนร่วมกับการท่องเที่ยวลักซ์ชัวรี่ แต่กำลังเปลี่ยนโฉมด้วยแรงขับเคลื่อนจากความหมาย สุขภาพ และความเชื่อมโยงที่แท้จริง การเข้าใจมุมมองที่หลากหลายเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการออกแบบประสบการณ์การเดินทางในอนาคต”

    จากผู้ติดตาม สู่ผู้ออกแบบประสบการณ์การเดินทาง

    นักเดินทาง Gen Z ที่มั่งคั่งในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงผู้ร่วมทริปที่นิ่งเฉยอีกต่อไป แต่พวกเขาคือผู้ที่ตั้งใจวางแผนการเดินทางด้วยตัวเอง โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางเอง และเกือบครึ่งหนึ่งวางแผนทุกแง่มุมของการเดินทางด้วยตนเอง ครอบครัวที่ใกล้ชิดยังคงเป็นเพื่อนร่วมเดินทางที่โปรดปรานที่สุด (51%) ในขณะที่การเดินทางเป็นกลุ่มเล็กๆ เติบโตขึ้น 17% ซึ่งส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประสบการณ์ร่วมที่ใกล้ชิดและเป็นส่วนตัวมากขึ้น นอกจากนี้พวกเขายังมาพร้อมกับความคาดหวังที่ซับซ้อนและประณีตในทุกการเดินทาง 87% เลือกจุดหมายปลายทางจากโอกาสในการดื่มด่ำกับวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น 86% ให้ความสำคัญกับการค้นพบวัฒนธรรมอาหาร (Culinary discovery) 86% เน้นการได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ 85% มีสุขภาวะที่ดี (Wellness) เป็นลำดับความสำคัญหลักในการตัดสินใจ

    ในขณะเดียวกัน ชาว Gen Z คาดหวังว่าความหรูหรานั้นต้องมาพร้อมกับความราบรื่น ความไม่มีประสิทธิภาพด้านเวลาและช่องว่างในการสื่อสารถือเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาหงุดหงิดที่สุด ซึ่งตอกย้ำถึงความต้องการบริการที่เข้าใจง่ายและไม่ติดขัด นอกจากนี้เทคโนโลยีเริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการวางแผนการเดินทาง โดย 23% มีการใช้เครื่องมือ AI เพื่อหาแรงบันดาลใจและวางแผนการท่องเที่ยว

    4 กรอบความคิดระดับลักซ์ชัวรี่ที่แตกต่างกัน
    รายงานได้จำแนกกลุ่มสไตล์ของ Gen Z ออกเป็น 4 กลุ่ม ซึ่งมีนิยามความหรูหราที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ได้แก่:

    1) ผู้พิถีพิถันแบบดั้งเดิม (The Connoisseur Traditionalist) 34%
    สำหรับกลุ่มนี้ ความหรูหรายังคงหยั่งรากลึกอยู่ในเสาหลักของการต้อนรับแบบดั้งเดิม ได้แก่ ชื่อเสียง การบริการ และความประณีต พวกเขาจะดึงดูดเข้าหาโรงแรมที่โดดเด่น การบริการที่ยอดเยี่ยม การเป็นที่จดจำในฐานะลูกค้า VIP การรับประทานอาหารที่ได้รับรางวัล และกำหนดการเดินทางที่วางแผนมาอย่างพิถีพิถัน 79% เลือกพักในโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่อย่างสม่ำเสมอ 91% กล่าวว่าชื่อเสียงของแบรนด์มีผลต่อการตัดสินใจจอง 85% ขับเคลื่อนด้วยสิทธิประโยชน์และการยอมรับจากโปรแกรมสะสมคะแนน 66% จองทริปล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน สะท้อนถึงนิยามความหรูหราที่ตั้งอยู่บนความแม่นยำ ความไว้วางใจ และความยอดเยี่ยม

    2) ผู้ดูแลสุขภาวะแห่งอนาคต (The Future Proofer) 30%
    สำหรับกลุ่มนี้การเดินทางคือการลงทุนในสุขภาวะระยะยาว (Long-term wellbeing) การเดินทางของพวกเขาถูกออกแบบมาเพื่อความสมดุลและการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างคุ้มค่าที่สุด 97% ใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพระหว่างการเข้าพัก 95% ให้คุณค่ากับการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพภายในที่พัก และมองว่าการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกจุดหมายปลายทาง 57% ยินดีจ่ายเงินเพิ่มสำหรับโปรแกรมทรีตเมนต์เพื่อสุขภาพ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ Gen Z ทั่วไป (20%) อย่างมาก อิทธิพลที่เติบโตขึ้นของพวกเขา สะท้อนให้เห็นว่าการเดินทางระดับลักซ์ชัวรี่ได้วิวัฒนาการไปสู่การปรนเปรอตัวเองด้วยการดูแลสุขภาพ การฟื้นฟู และสุขภาวะแบบองค์รวม

    3) ผู้แสวงหาความหรูหราที่เงียบสงบ (The Quiet Luxurist) 20%
    ในยุคที่ผู้คนเชื่อมต่อกันตลอดเวลา กลุ่ม Quiet Luxurists กลับเลือก ความสันโดษมากกว่าการเข้าถึง พวกเขาตอบรับนิยามความหรูหราผ่านความสามารถในการตัดขาด หายตัวไป และทวงคืนความสงบเงียบ 100% ของคนกลุ่มนี้ระบุว่าตนเองจำกัดการใช้เทคโนโลยีในขณะเดินทาง (เทียบกับ 63% ของ Gen Z ในภาพรวม) 85% มองหาจุดหมายปลายทางที่เป็นที่รู้จักน้อย 60% ชอบไปในสถานที่ต่างๆ ก่อนที่จะกลายเป็นที่นิยม 90% ให้คุณค่ากับประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบส่วนตัว พวกเขามักเลือกโรงแรมบูติก พูลวิลล่าส่วนตัว และการพักผ่อนในที่ไม่พรุกพร่าน โดยวัดค่าความหรูหราไม่ใช่จากความโดดเด่นทางสังคม แต่จากอิสรภาพในการได้จากความเป็นส่วนตัว

    4) ผู้ฟื้นคืนวัฒนธรรม (The Cultural Reclaimer) 16%
    สำหรับกลุ่มนี้ การเดินทางระดับลักซ์ชัวรี่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับอัตลักษณ์ มรดกตกทอด และการเชื่อมต่อที่มีความหมาย 100% ของกลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในการวางแผนทริปครอบครัว โดย 65% ทำหน้าที่เป็นผู้ร่วมตัดสินใจหลักด้านการเงินด้วย 50% กล่าวว่าจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงกับมรดกทางวัฒนธรรมของครอบครัวมีความสำคัญมาก (สูงกว่าค่าเฉลี่ยของ Gen Z ทั่วไปซึ่งอยู่ที่ 33%) 88% มองหาประสบการณ์ที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม การเดินทางของพวกเขาไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการต้องการการยอมรับในโซเชียลมีเดีย แต่ขับเคลื่อนด้วยการค้นพบทางวัฒนธรรม การเติมเต็มคุณค่าให้ตัวเอง และการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว

    การปรับสมดุลครั้งใหญ่ของการท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ในภาพรวม
    นอกเหนือจากกลุ่ม Gen Z แล้ว รายงานยังส่งสัญญาณถึงการปรับสมดุลครั้งใหญ่ของการท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ทั่วทั้งภูมิภาค ด้วยความต้องการประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียมที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่นักเดินทางที่มั่งคั่งเริ่มมีความพิถีพิถันในการเลือกมากขึ้น โดยพวกเขาเลือกที่จะ เที่ยวจำนวนทริปน้อยลงแต่ใช้เวลาในแต่ละทริปนานขึ้น ระยะเวลาเฉลี่ยของทริปพักผ่อนต่างประเทศคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 7 คืน เป็น 9 คืน สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากการเน้นความถี่ ไปสู่ความลึกซึ้งของการเดินทาง และเมื่อนักเดินทางหันมาจดจ่อกับเวลาและเม็ดเงินที่จ่ายไป ความคาดหวังในเรื่องของการบริการที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล บริการที่ราบรื่น และการมีส่วนร่วมที่มีความหมายก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

    เมื่อการท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ สิ่งที่ค้นพบชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานว่า อนาคตของความหรูหราจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ความทะเยอทะยานเพียงรูปแบบเดียวอีกต่อไป แต่จะถูกกำหนดด้วยมิติของค่านิยมส่วนบุคคลที่หลากหลาย ตั้งแต่การแสวงหาความสงบเงียบ ไปจนถึงการตามหาอัตลักษณ์ ตั้งแต่สุขภาวะที่ดีไปจนถึงการดื่มด่ำทางวัฒนธรรม Gen Z กำลังเปลี่ยนความลักซ์ชัวรี่ให้กลายเป็นสิ่งที่มีความซับซ้อน ละเอียดอ่อน และเต็มไปด้วยความตั้งใจที่ชัดเจนมากขึ้น

    สำหรับภาคอุตสาหกรรมนี้ นัยสำคัญนั้นชัดเจนมาก ความสำเร็จจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสร้างนิยามความหรูหราเพียงรูปแบบเดียวอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจในความหรูหราที่หลากหลาย และการส่งมอบประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง มีความหมายต่อจิตใจ และตรงกับความต้องการของผู้รับอย่างแท้จริง

    รายงานฉบับเต็มดาวน์โหลดได้ที่นี่ (chrome-extension://efaidnbmnnnibpcajpcglclefindmkaj/https://news.marriott.com/static-assets/component-resources/newscenter/news/2026/07/01/beyond-the-gen-z-myth.pdf)
    สามารถดาวน์โหลดภาพความละเอียดสูงได้ที่นี่ (https://finnpartners.ent.box.com/s/3dfvrc9m0ghhpl4le6hxsi6ruoqvwmb6)

    หมายเหตุถึงบรรณาธิการ ข้อมูลเชิงลึกมาจากรายงานการวิจัยที่จัดทำขึ้นโดย Luxury Group ของ Marriott International ระหว่างวันที่ 24 เมษายน ถึง 19 พฤษภาคม 2026 โดยสำรวจความคิดเห็นจากนักเดินทางต่างประเทศที่เดินทางเพื่อการพักผ่อนเป็นหลัก กลุ่มเป้าหมายคือประชากรที่มีรายได้สูงสุด 10% แรก (The wealthiest 10%) ในประเทศออสเตรเลีย อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไทย และเวียดนาม โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 350 คนจากแต่ละประเทศ

  • Art - Culture - Travel

    ไอคอนสยาม นำทัพงานคราฟต์ไทย และภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมงาน Sawasdee Seoul Thai Festival 2026 ผลักดัน Soft Power ไทยสู่ตลาดโลก

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดินหน้าส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยและขับเคลื่อน Soft Power ไทยสู่เวทีสากล เตรียมพา “เมืองสุขสยาม” เมืองแห่งวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย หนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญที่รวบรวมเสน่ห์ วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และสินค้าท้องถิ่นจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยเข้าไว้ด้วยกัน และ “ไอคอนคราฟต์” (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ แหล่งรวมงานคราฟต์สร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทยที่ใหญ่ที่สุด ยกทัพงานคราฟต์ ศิลปะขนาดจิ๋ว และขนมหวานไทยทำมือสุดประณีต ไปถ่ายทอดความน่ารักของมรดกทางวัฒนธรรมไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ในงาน “Sawasdee Seoul Thai Festival 2026: Creative Life and Creative Heartbeat” เทศกาลไทยสุดยิ่งใหญ่ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2569 ณ Cheonggyecheon Plaza ใจกลางกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

    การเข้าร่วมงาน Sawasdee Seoul Thai Festival 2026 ในครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทของไอคอนสยาม เมืองสุขสยาม และไอคอนคราฟต์ ในฐานะแพลตฟอร์มสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย ช่างฝีมือ และผู้สร้างสรรค์ผลงานจากทั่วประเทศ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับมาตรฐาน และนำเสนอภูมิปัญญา รวมถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวจากนานาประเทศ พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ บนเวทีระดับนานาชาติ

    โดย คุณสุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “หลังจากประสบความสำเร็จในการนำผู้ประกอบการจากเมืองสุขสยามและไอคอนคราฟต์เข้าร่วมงาน Sawasdee Seoul Thai Festival 2025 ซึ่งได้รับผลตอบรับดีเกินคาดหมาย สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานได้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคต่างชาติ และเปิดตลาดใหม่ในเกาหลีใต้ได้อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของวัฒนธรรมไทยและผู้ประกอบการไทยที่สามารถสร้างความสนใจในตลาดต่างประเทศได้เป็นอย่างดี ปีนี้ไอคอนสยามพร้อมต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว ด้วยการพาเมืองสุขสยามไปนำเสนอเสน่ห์วัฒนธรรมไทยผ่านแนวคิด ‘Thai Cuteness = Thai Soft Power’ รวมถึงคัดเลือกแบรนด์คราฟต์ไทยที่มีศักยภาพจากไอคอนคราฟต์ ไปถ่ายทอดความงดงามของวิถีชีวิตไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น และงานหัตถศิลป์ร่วมสมัย ผ่านมุมมองสร้างสรรค์ที่เข้าถึงผู้คนทั่วโลกได้อย่างเป็นสากล เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ สร้างการรับรู้ต่อสินค้าและบริการไทย และผลักดัน Soft Power ไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลกอีกครั้ง”

    ในงาน Sawasdee Seoul Thai Festival 2026 ครั้งนี้ เมืองสุขสยาม พร้อมนำเสนอความเป็นไทยภายใต้แนวคิด “Thai Cuteness = Thai Soft Power” ถ่ายทอดวิถีท้องถิ่น ขนมไทย และแมวไทย ผ่านงานคราฟต์จิ๋วจากดินไทย ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของไทยอย่างสร้างสรรค์ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ “สารพัดสุข สนุกแบบไทย” ผ่านการจัดแสดงงานศิลปะจำลองขนาดจิ๋วที่สะท้อนวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ไทย 4 ภูมิภาค จาก “ร้านเล็กปั้นจิ๋ว” ซึ่งสร้างสรรค์เมนูอาหาร ขนม และวิถีชุมชนไทย ในรูปแบบงานคราฟต์ย่อส่วนจากดินไทยปั้นมือ อีกทั้งยังมีการสาธิตงานคราฟต์และภูมิปัญญาไทยจาก “จุ๊บเจลเนอรัล” ที่นำเสนอแฟชั่นคราฟต์ร่วมสมัยผ่านงานถักโครเชต์ไหมพรมดีไซน์สร้างสรรค์ และ “ร้านขนมไทยแพรวไพลิน” ที่นำเซ็ตขนมไทยมงคลและขนมพื้นบ้านอัตลักษณ์ไทยหาทานยาก อาทิ ขนมตระกูลทอง ขนมใส่ไส้ประยุกต์ ขนมสาคูตะโก้ และขนมลืมกลืน ไปให้ผู้ร่วมงานได้ลิ้มลอง พร้อมถ่ายทอดเสน่ห์ขนมไทยโบราณผ่านการสาธิตการปั้นลูกชุบ


    และเพื่อขยายฐานการรับรู้สู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ในเกาหลีใต้ เมืองสุขสยามยังเตรียมเปิดตัวไอเท็มสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “กล่องจุ่มแมวไทย” งานแฮนด์เมดดีไซน์ร่วมสมัยที่นำเอกลักษณ์ของแมวมงคลไทยมาต่อยอดในรูปแบบของสะสมสไตล์ Art Toy เป็นครั้งแรกภายในงาน รวมถึงเปิดตัว “น้องสุข” คาแรคเตอร์แมววิเชียรมาศ ทูตวัฒนธรรมประจำเมืองสุขสยาม ที่จะไปร่วมสร้างสีสันและความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานทุกเพศทุกวัย พร้อมยกระดับความสนุกด้วยกิจกรรม Thailand Check-in Mission เชิญชวนให้ชาวเกาหลีและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกร่วมแชร์ภาพถ่ายประสบการณ์ความน่ารักภายในงาน เพื่อแลกรับของที่ระลึกสุดพิเศษ ทั้งงานคราฟต์ไทยและ SOOKSIAM Limited Edition : Thai Food

    นอกจากนี้ ผลงานจาก 4 แบรนด์ไทยภายใต้ไอคอนคราฟต์ ยังได้ร่วมสร้างการรับรู้และเผยแพร่คุณค่าของงานหัตถศิลป์ร่วมสมัยไทยให้ชาวเกาหลีได้สัมผัส ตอกย้ำบทบาทของไอคอนสยามในการส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่เวทีนานาชาติ ทั้ง ผลิตภัณฑ์จาก “Mae Ing Shibori แม่อิงซิโบริ” วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผ้ามัดย้อมชิโบริสีธรรมชาติแม่อิง จังหวัดเชียงใหม่ ที่เน้นใช้สีธรรมชาติในการผลิตผ้ามัดย้อม พร้อมส่งเสริมบทบาทผู้หญิงในชุมชนและรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน, ของขวัญและของที่ระลึกไทยแบรนด์ “HOLEN” ที่นำเอกลักษณ์จากวรรณคดีรามเกียรติ์มาสร้างสรรค์เป็นคาแรกเตอร์สุดน่ารัก เด่นด้วยสินค้าเชิงฟังก์ชันอย่างยาดมสมุนไพร Aromadom เคสยาดม และไอเท็มสุดคราฟต์ที่เหมาะเป็นของขวัญ ของที่ระลึก ของฝาก และของสะสมเชิงสร้างสรรค์, กระเป๋าอัพไซเคิลฝีมือคนไทย “SAME THANG” ที่หยิบเอาซองเมล็ดกาแฟมาเล่าเรื่องใหม่เป็นกระเป๋าแฮนด์เมดน่าใช้หลากหลายรูปแบบ และของใช้ของแต่งบ้านจาก “SUCHAI CRAFT” แบรนด์ระดับตำนานที่แปลงโฉมเครื่องใช้อะลูมิเนียมปั๊มลายไทยให้กลายเป็นของใช้และของตกแต่งบ้านร่วมสมัยสีสันสดใส โดยทั้ง 4 แบรนด์ล้วนนำเสนอผลงานสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาไทยที่ร่วมสมัย ใช้งานได้จริง จึงไม่เพียงสะท้อนภาพความเป็นไทยได้อย่างน่าสนใจ ยังเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ดีด้วย

    สำหรับงาน Sawasdee Seoul Thai Festival 2026 จัดขึ้นโดย สถานเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงโซล กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งจากประเทศไทยและเกาหลีใต้ ภายใต้แนวคิด “Creative Life and Creative Heartbeat” เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยผ่านมิติด้านวัฒนธรรม อาหาร การท่องเที่ยว และนวัตกรรมสร้างสรรค์ ภายในงานอัดแน่นด้วยกิจกรรมน่าสนใจ อาทิ การแสดงของเหล่าศิลปิน T-Pop ชื่อดัง การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ขบวนพาเหรดวัฒนธรรม กิจกรรมการแข่งขัน โซนนวัตกรรมไทย รวมถึงรวบรวมร้านอาหารไทยชื่อดังมาให้ลิ้มลองมากมาย โดยคาดว่าจะดึงดูดชาวเกาหลีและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เข้าร่วมงานได้เป็นจำนวนมาก

    การหนุนเมืองสุขสยามและไอคอนคราฟต์เข้าร่วมงาน Sawasdee Seoul Thai Festival 2026 ในครั้งนี้ จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไอคอนสยาม ในการเป็นเวทีแห่งโอกาสที่เชื่อมโยงศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ชุมชน และผู้สร้างสรรค์ผลงานจากทั่วประเทศสู่ตลาดนานาชาติ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยของไทยได้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งจะต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย ตลอดจนเป็นการผลักดันทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยให้กลายเป็นพลัง Soft Power ที่สามารถสร้างคุณค่า สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างการรับรู้เชิงบวกต่อประเทศไทยบนเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน

  • Lifestyle - Travel

    “WORLD REWARD GROUP (WRG)” ผู้นำบริการความหรูหราระดับ Super High-End ตอบโจทย์ “ลักชัวรี่ ไลฟ์สไตล์” มอบความ Privilege มัดใจลูกค้า

    กลุ่มดับบลิวอาร์จี (WRG) ผู้บุกเบิกธุรกิจการบริการลักชัวรี่ ไลฟ์สไตล์แก่ลูกค้าที่มีความมั่งคั่ง เพื่อให้ได้รับความสะดวกสบายทุกด้านของการใช้ชีวิต รวมทั้งเป็นผู้นำในการจัดหาสิทธิประโยชน์ระดับโลก ด้วยประสบการณ์ในการดูแลและให้บริการกลุ่มลูกค้าสิทธิพิเศษระดับ HNWI (High Net Worth Individual) และ UHNWI (Ultra High Net Worth Individual) ทั้งรายบุคคลและกลุ่มลูกค้าขององค์กรชั้นนำในประเทศไทยและในทวีปเอเชียมากว่า 20 ปี วางตำแหน่งเป็น Lifestyle Management Company ที่เชื่อมระหว่างแบรนด์ระดับโลก สถาบันการเงิน กลุ่มบริษัทประกัน และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กับผู้บริโภคระดับ Affluent และ HNWI กลุ่มลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งระดับสูง โดยมีฐานปฏิบัติการที่กรุงเทพฯ และให้บริการครอบคลุมทั่วเอเชียและในระดับโลก


    ตอกย้ำความเหนือระดับ การันตีโดยกลุ่มผู้ก่อตั้ง WRG ที่ได้สั่งสมประสบการณ์ในการดูแลลูกค้ากลุ่ม Wealth ของประเทศไทยมายาวนานกว่า 20 ปี จนก้าวขึ้นเป็นเจ้าตลาดในเซ็กเมนต์นี้อย่างเป็นที่ยอมรับ ปัจจุบันเครือมีฐานลูกค้าทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเชียที่ใช้บริการมากกว่า 50,000 รายต่อปี ซึ่งทำให้ WRG กลายเป็นผู้ให้บริการ Lifestyle Management ที่มีขนาดและความลึกของ Data ลูกค้า Wealth ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย ด้วยบริการที่หลากหลายและครอบคลุมทุก Luxury Lifestyle พร้อมตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูงได้อย่างครบวงจร

    นายจักรพันธ์ รัตนเพชร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มดับบลิวอาร์จี (World Reward Group-WRG) เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงสร้างของกลุ่มประกอบด้วย 5 แบรนด์หลัก ได้แก่ World Reward Solutions (WRS) ผู้คัดสรรโปรแกรมสิทธิประโยชน์ระดับลักชัวรี่ และแพลตฟอร์ม Privilege Technology สำหรับธนาคารกลุ่มบริษัทประกัน และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ทำธุรกิจในการคิดค้น คัดสรร และวางกลยุทธ์สิทธิประโยชน์ (Benefits) จากพันธมิตรชั้นนำทั่วโลก, Silver Voyage Club คลับที่พร้อมมอบประสบการณ์และสิทธิพิเศษ (Privileges) ให้แก่สมาชิก และลูกค้ากลุ่ม Prestige/VIP ขององค์กร ไม่ว่าจะด้านการเดินทาง ท่องเที่ยว หรือร้านอาหารชั้นนำ โดยจะรังสรรผ่าน Silver Voyage Club Concierge ทีมผู้ช่วยส่วนตัวมืออาชีพที่ให้บริการด้วยความแม่นยำ ใส่ใจในคุณภาพ และเข้าใจทุกรายละเอียดไลฟ์สไตล์ของสมาชิก,White Glove Service ดูแลการบริการขนส่งทางบก อาทิ รถลีมูซีน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งบริการส่งของที่มีมูลค่า (Luxury Delivery), Lifestyle + Travel Media ผู้ถือลิขสิทธิ์ Robb Report Thailand ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ใน 22 ประเทศทั่วโลก และ พันธมิตรใหม่ล่าสุด Flow Yacht Club ลักชัวรียอชท์คลับและแพลตฟอร์มบริการท่องเที่ยวทางน้ำครบวงจรแห่งแรกในไทย

    จากการได้รับสิทธิ์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มระดับโลกภายใต้แบรนด์ Robb Report ซึ่งเจาะกลุ่มลูกค้าระดับ UHNWI โดยมีฐานผู้อ่านส่วนใหญ่เป็นมหาเศรษฐีตัวจริง ครอบคลุมทั้งนักลงทุน เจ้าของธุรกิจ ผู้ก่อตั้ง Family Office และนักสะสมระดับโลก ทำให้ Robb Report ไม่ใช่แค่นิตยสาร แต่คือใบเบิกทางที่ทำให้ WRG สามารถเข้าถึงมหาเศรษฐีตัวจริงทั่วโลก
    เช่นเดียวกับการได้ Flow Yacht Club เข้ามาเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เนื่องจากธุรกิจยอชท์ไม่ใช่เพียงการขายเรือ แต่เป็นไลฟ์สไตล์ทางทะเลแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ Yacht Sales & Brokerage, Yacht Management, การให้เช่าเหมาลำ (Charter), Fractional Ownership ไปจนถึงโปรแกรมสมาชิก Boat Club พร้อมเครือข่ายในจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลของไทย ทั้งกรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต ถือเป็นการขยายภาพรวมของ WRS Group สู่ไลฟ์สไตล์ทางทะเล และทำให้ Ecosystem ของ WRG มีความครบถ้วน สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
    ยกตัวอย่าง ลูกค้าระดับ UHNWI สามารถเริ่มความสัมพันธ์กับกลุ่มผ่านบัตรเครดิต Wealth ของธนาคารที่ใช้แพลตฟอร์มของ WRS ต่อยอดด้วยประสบการณ์จาก Silver Voyage Club และเดินทางด้วยบริการของ White Glove Service พร้อมอ่านเทรนด์ Ultra High Luxury Lifestyle ทั่วโลกผ่าน Robb Report และใช้วันพักผ่อนบนเรือยอชท์ของ Flow Yacht Club ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกันในแพลตฟอร์มเดียว

    นายจักรพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและกำลังซื้อที่ชะลอตัวจากปัจจัยลบ ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลากหลายอุตสาหกรรมในไทยได้รับผลกระทบ และต้องเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน แต่ธุรกิจที่ดูแลกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง ยังคงสวนกระแส โดยวันนี้ WRG และยืนเด่นอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับการเติบโตของตลาด Luxury Concierge Service ในระดับโลกที่ยังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ถือเป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุด โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกค้าในกลุ่ม HNWI และ UHNWI ในจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และอาเซียน
    นอกจากนี้ ปัจจัยที่ทำให้ WRG เติบโตสวนกระแส ยังมาจากการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตของกลุ่ม ที่ครอบคลุมลูกค้าทั้ง B2B, B2C และ B2B2C ขณะเดียวกันลูกค้าระดับ HNWI ยังได้รับผลกระทบน้อยกว่าลูกค้าในตลาดแมสในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยพบว่าลูกค้ากลุ่มนี้ยังคงใช้จ่ายเพื่อรับประสบการณ์ระดับพรีเมียมมากขึ้น ที่สำคัญจากการวางตำแหน่งระดับภูมิภาค โดย WRG ไม่ได้มองตัวเองเป็นบริษัทไทย แต่เป็นแพลตฟอร์มเอเชียที่ตั้งฐานในกรุงเทพฯ ทำให้สามารถดึงดูดทั้งกลุ่ม Affluent ในประเทศและ HNWI ที่กำลังย้ายฐานเข้ามาได้ในเวลาเดียวกัน

    สำหรับเป้าหมายในระยะกลาง World Reward Group (WRG) ตั้งเป้าสู่การเป็น Wealth Ecosystem ที่ครบวงจรสำหรับลูกค้ากลุ่ม HNWI ในเอเชีย โดยอาศัยฐานลูกค้า 50,000 รายต่อปี ฐานเทคโนโลยี Privilege Platform ของ WRS เครือข่าย Robb Report ใน 22 ประเทศ และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์อย่าง Flow Yacht Club เป็นแกนหลัก พร้อมเตรียมต่อยอดสู่บริการที่เข้าใกล้ลูกค้ามากขึ้นในอนาคต พร้อมเตรียมประกาศการเปิดตัวโครงการ Private Club ระดับโลกที่จะมีพันธมิตรระดับโลกเข้ามาร่วมกันในไตรมาสสี่ปี 2026 นี้

  • Hotel - Travel

    คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ขยายการเติบโตในภูเก็ต ด้วยการเปิดตัว คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ฉลอง เบย์ รีสอร์ท

    โรงแรมคอร์ทยาร์ดแห่งที่สามในภูเก็ต ยกระดับ “อ่าวฉลอง” สู่จุดหมายแห่งการพักผ่อนที่ผสานเสน่ห์ท้องถิ่นกับความสะดวกสบายทันสมัย เพื่อการสำรวจภูเก็ตอย่างไร้ขีดจำกัด

    ภูเก็ต, ประเทศไทย — คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท® หนึ่งในกว่า 30 แบรนด์ภายใต้พอร์ตโฟลิโอระดับโลกของแมริออท บอนวอย ประกาศเปิดตัว คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ฉลอง เบย์ รีสอร์ท อย่างเป็นทางการ นับเป็นโรงแรมคอร์ทยาร์ดแห่งที่สามในจังหวัดภูเก็ต พร้อมผลักดัน “อ่าวฉลอง” ให้ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ที่น่าจับตามองสำหรับนักเดินทางที่แสวงหาประสบการณ์ที่แตกต่าง รีสอร์ทขนาด 280 ห้องแห่งนี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแมริออท อินเตอร์เนชันแนลในภูเก็ต และนำเสนอที่พักสมัยใหม่ที่เชื่อมต่อทุกการเดินทางสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง


    แบรด เอ็ดแมน รองประธานกรรมการ ประจำประเทศไทย กัมพูชา และเมียนมาร์ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า“ภูเก็ตยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เราจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ขยายพอร์ตโฟลิโอด้วยการเปิดตัวคอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ฉลอง เบย์ รีสอร์ท แบรนด์คอร์ทยาร์ดได้รับการออกแบบเพื่อมอบความสะดวกสบายทันสมัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อสร้างประสบการณ์การพักผ่อนที่เต็มไปด้วยความสุข รีสอร์ทแห่งใหม่นี้ผสมผสานความสะดวกสบาย ฟังก์ชันการใช้งาน และเสน่ห์ท้องถิ่นได้อย่างลงตัว รองรับทั้งนักเดินทางเพื่อพักผ่อนและนักธุรกิจที่ต้องการสัมผัสภูเก็ตในมุมที่แปลกใหม่”

    อ่าวฉลอง เป็นพื้นที่ที่ขึ้นชื่อด้านวิถีชีวิตริมทะเลที่เรียบง่ายและความผูกพันกับชุมชนท้องถิ่น แขกสามารถเยี่ยมชม วัดฉลอง สถานที่สำคัญทางศาสนาของจังหวัด เดินเล่นใน ย่านเมืองเก่าภูเก็ต ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมชิโน–โปรตุกีส คาเฟ่สีสันสดใส และ หลาดใหญ่ ถนนคนเดินยอดนิยมในวันอาทิตย์ รวมถึงลิ้มลองอาหารทะเลสดจากบ้านชาวประมงกลางน้ำ
    รีสอร์ทตั้งอยู่เพียงไม่กี่นาทีจาก ท่าเรือฉลอง ซึ่งเป็นหนึ่งในประตูหลักสู่การผจญภัยทางทะเลของภูเก็ต ทำให้แขกสามารถเดินทางไปยังหมู่เกาะชื่อดังในทะเลอันดามันได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็น หมู่เกาะพีพี หมู่เกาะสิมิลัน เกาะเฮ และ เกาะราชา ซึ่งเหมาะสำหรับการดำน้ำลึกและดำน้ำตื้นระดับโลก
    สำหรับการเดินทางบนบก รีสอร์ทยังอยู่ใกล้หาดยอดนิยมอย่างป่าตอง กะตะ กะรน และในหาน ซึ่งล้วนมีบรรยากาศเฉพาะตัว ขณะที่สนามบินนานาชาติภูเก็ตอยู่ห่างออกไปประมาณ 40 กิโลเมตร

    รีสอร์ทประกอบด้วยห้องพักร่วมสมัยจำนวน 280 ห้อง เหมาะสำหรับทั้งครอบครัวและคู่รัก ทุกห้องผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถัน พร้อมเฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์และระเบียงส่วนตัวที่มองเห็นวิวรีสอร์ท รองรับทั้งการเข้าพักระยะสั้นและระยะยาว
    ด้านอาหารและเครื่องดื่มของรีสอร์ทได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาของวัน

    • Palai Bistro ห้องอาหารเปิดให้บริการตลอดวัน นำเสนอเมนูยุโรปและเอเชียคลาสสิก พร้อมรสชาติท้องถิ่นของภูเก็ตในบรรยากาศสบาย ๆ รวมถึงบุฟเฟ่ต์พิเศษในช่วงสุดสัปดาห์
    • Chalong Baking Company (CBCo) คาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น เสิร์ฟเบเกอรี่สดใหม่ กาแฟสเปเชียลตี้ มัทฉะเกรดพรีเมียม และเมนูเพื่อสุขภาพ เหมาะทั้งสำหรับการพักผ่อนและการทำงาน
    • Splash Pool Bar บาร์ริมสระแบบสวิมอัพ มอบเครื่องดื่มสดชื่น อาหารว่างเบา ๆ พร้อมมุมที่นั่งสไตล์ Seating Pod ดีไซน์ทันสมัย
      สำหรับผู้เข้าพักที่ต้องการผ่อนคลาย รีสอร์ทมีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง 2 สระ ได้แก่ สระหลักพร้อมเลานจ์สำหรับพักผ่อนอาบแดด และสระสำหรับเด็กที่อยู่ติดกับห้องเด็กเล่น เหมาะสำหรับครอบครัว อีกทั้งยังมีฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายทันสมัย ห้องสตีม และล็อกเกอร์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
      นิโคลัส ซี ผู้จัดการทั่วไปของ คอร์ทยาร์ด บาย แมริอออท ภูเก็ต ฉลอง เบย์ รีสอร์ท และ เจดับบลิว แมริอออท ภูเก็ต ฉลอง เบย์ รีสอร์ท แอนด์ สปา กล่าวว่า“เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับแขกทุกท่านสู่อ่าวฉลอง ซึ่งสะท้อนเสน่ห์ของภูเก็ตในมุมที่เงียบสงบและเป็นธรรมชาติ หล่อหลอมด้วยวิถีชีวิตท้องถิ่นและจังหวะของท้องทะเล เราตั้งใจมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่อบอุ่น ผ่อนคลาย และเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่างกลมกลืน”
      คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ฉลอง เบย์ รีสอร์ท เข้าร่วมโปรแกรม แมริออท บอนวอย® สมาชิกสามารถสะสมและแลกคะแนนจากการเข้าพักที่รีสอร์ท และโรงแรมในเครือกว่า 30 แบรนด์ทั่วโลก รวมถึงการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
      สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการสำรองห้องพัก สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซด์
      https://www.marriott.com/th/hotels/hktpc-courtyard-phuket-chalong-bay-resort/overview/