Travel

  • Dining - Food - Travel

    ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เดินหน้าสร้างประสบการณ์ใหม่ภายใต้ “More of What You Love”ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรจากหลากหลายอุตสาหกรรม

    ความร่วมมือกับชาตรามือ Benzilla และ Grab ประเทศไทย สะท้อนการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการบริการสู่ประสบการณ์ด้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ และการเดินทางที่ตอบโจทย์ผู้เข้าพักและลูกค้ายุคใหม่

    กรุงเทพฯ ประเทศไทย – ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) บริษัทชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู เดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์ความร่วมมือกับพันธมิตร ถ่ายทอดแนวคิด “More of What You Love” ซึ่งเป็นแคมเปญในโอกาสครบรอบ 60 ปี สู่ประสบการณ์ที่หลากหลาย ผ่านการผสานความเชี่ยวชาญด้านการบริการของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เข้ากับจุดแข็งของพันธมิตร เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ของนักเดินทางในปัจจุบัน
    ความร่วมมือกับชาตรามือ (ChaTraMue) แบรนด์ชาอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย Benzilla ศิลปินไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และ Grab ประเทศไทย แพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำด้านการเดินทางและบริการในชีวิตประจำวัน สะท้อนการผสานรากฐานความเป็นไทย ความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย และการเชื่อมโยงผ่านดิจิทัลเข้าด้วยกัน โดยแต่ละความร่วมมือจะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์ที่ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มอบให้กับลูกค้าในมิติที่แตกต่างกัน ครอบคลุมทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ศิลปะ ไลฟ์สไตล์ และการเดินทาง พร้อมเชื่อมโยงรากฐานความเป็นไทยและความเชี่ยวชาญด้านการบริการของกลุ่มฯ เข้ากับวิถีการเดินทาง การรับประทานอาหาร และการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ของนักเดินทางในทุกวันนี้


    ผสานชาตรามือ นำรสชาติที่คุ้นเคยสู่ประสบการณ์ใหม่

    ความร่วมมือระหว่าง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป และชาตรามือ สะท้อนการผสานสองแบรนด์ไทยที่มีประวัติอันยาวนานและเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคจากรุ่นสู่รุ่น โดยชาตรามือนำความเชี่ยวชาญด้านชาที่สืบทอดมาตั้งแต่ปี 2468 และรสชาติที่คนไทยคุ้นเคยมาผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในด้านการบริการ อาหาร และการสร้างสรรค์ประสบการณ์ ความร่วมมือนี้นำเสนอผ่านเมนูอาหาร เครื่องดื่ม และประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของชาไทยในรูปแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่ชาไทยแก้วโปรดไปจนถึงการสร้างสรรค์เมนูสำหรับโอกาสต่างๆ ให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสรสชาติที่คุ้นเคยและชื่นชอบในรูปแบบที่หลากหลายยิ่งขึ้น

    เติมสีสันให้การเดินทาง ผ่านงานสร้างสรรค์ของ Benzilla

    โอโซ่ (OZO) ร่วมมือกับ Benzilla เพื่อถ่ายทอดบุคลิกที่สนุกสนานของแบรนด์ผ่านคอลเลคชั่นสติ๊กเกอร์ติดกระเป๋าที่ถูกออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อเปลี่ยนกระเป๋าเดินทางให้เป็นพื้นที่สำหรับบอกเล่าความทรงจำจากการเดินทาง ผลงานชุดนี้ได้แรงบันดาลใจจากความสดใสและพลังของโอโซ่ ผสานกับลายเส้นร่วมสมัยและสไตล์อันโดดเด่นของ Benzilla ในการถ่ายทอดความสนุกและความเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าพักได้แสดงตัวตนและแบ่งปันเรื่องราวในแบบของตัวเอง

    เชื่อมโยงการเดินทางและการค้นพบ ผ่าน Grab ประเทศไทย

    ความร่วมมือกับ Grab ประเทศไทย เป็นการนำความเชี่ยวชาญด้านการบริการของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มาผสานกับความสะดวกของบริการดิจิทัล โดยเชื่อมโยงโรงแรม ร้านอาหาร และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ของเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ฯ เข้ากับบริการและฐานผู้ใช้ของ Grab ช่วยให้นักเดินทางเข้าถึงบริการต่างๆ ของกลุ่มออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ได้ง่ายขึ้นผ่านแพลตฟอร์มที่คุ้นเคยและใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งยังผสานบริการด้านการเดินทาง การรับประทานอาหาร และการค้นพบจุดหมายปลายทางเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อช่วยให้ประสบการณ์ของผู้เข้าพักเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งยังเปิดโอกาสให้กลุ่มฯ เข้าถึงผู้บริโภคที่ใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัลได้ตั้งแต่ก่อนเข้าพัก ระหว่างเข้าพัก ไปจนถึงหลังการเข้าพัก ทำให้แบรนด์ ร้านอาหาร และจุดหมายปลายทางในเครือของกลุ่มฯ เข้าถึงได้ง่ายและได้รับประสบการณ์จากแบรนด์ได้มากยิ่งขึ้น

    แม้แต่ละความร่วมมือจะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่ล้วนเกิดจากแนวคิดเดียวกันในการนำความเชี่ยวชาญด้านการบริการของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มาผสานกับจุดแข็งของพันธมิตรแต่ละราย เพื่อสร้างคุณค่าและประสบการณ์ที่มากขึ้นให้กับผู้เข้าพัก

    คุณพรทิพย์ เป้าทอง รองประธานฝ่ายแบรนด์และการตลาด ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า “วาระครบรอบ 60 ปีของกลุ่มฯ เป็นโอกาสให้เราได้มองย้อนกลับไปถึงรากฐานความเป็นไทยและประสบการณ์ด้านการบริการที่ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป สั่งสมมาตลอดหกทศวรรษ ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาที่เราได้มองไปข้างหน้า เพื่อทำความเข้าใจว่าวันนี้ผู้เข้าพักให้ความสำคัญกับอะไร ‘More of What You Love’ จึงเป็นแนวคิดที่มุ่งโอกาสให้ผู้คนได้ใช้เวลาและเพลิดเพลินกับประสบการณ์ที่เรามอบให้ในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ตั้งแต่โรงแรมที่เลือกเข้าพัก อาหารที่ได้ค้นพบ ไปจนถึงจุดหมายปลายทางที่ออกไปสำรวจ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประสบการณ์ที่สอดคล้องไปกับวิถีชีวิตและรูปแบบการเดินทางของผู้คนในวันนี้”

    ความร่วมมือเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญครบรอบ 60 ปีของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่จะช่วยต่อยอดประสบการณ์และสร้างเหตุผลใหม่ๆ ให้ผู้เข้าพักได้รู้จัก สัมผัส และกลับมาใช้บริการแบรนด์ต่างๆ ในเครือได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาประสบการณ์ภายใต้แบรนด์อมารี (Amari) โอโซ่ (OZO) ชามา (Shama) และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) โดยยึดเอกลักษณ์และบทบาทที่แตกต่างของแต่ละแบรนด์เป็นแนวทาง พร้อมเดินหน้าต่อยอดจากความเข้าใจด้านการบริการและจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมองหาความร่วมมือที่เชื่อมโยงรากฐานขององค์กรเข้ากับความคิดสร้างสรรค์และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เพื่อนำเสนอความร่วมมือและกิจกรรมในโอกาสครบรอบ 60 ปีเพิ่มเติมตลอดทั้งปี รวมถึงการต่อยอดความร่วมมือในปีถัดไป

  • Hotel - Lifestyle - Travel

    ให้ปลายทางเล่าเรื่องผ่านการเดินทางกับอมารี จากเสน่ห์ริมแม่น้ำโขงในเวียงจันทน์ สู่ขุนเขาและสายน้ำของวังเวียง

    เวียงจันทน์เป็นเมืองที่ยิ่งใช้เวลาอยู่ด้วยนานเท่าไร ก็ยิ่งได้พบสิ่งที่มากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นอาหารจานหนึ่งในตลาดเช้า ร้านกาแฟเล็กๆ ระหว่างทาง บทสนทนากับคนท้องถิ่น หรือช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ในแผน สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ เปิดมุมมองใหม่ และพาให้ผู้เดินทางได้รู้จักเมืองในแบบที่แตกต่างออกไป หากถามว่าเสน่ห์ของเวียงจันทน์อยู่ตรงไหน คำตอบอาจไม่ได้เริ่มต้นจากแลนด์มาร์ก หากอยู่ที่ “จังหวะของเมือง” เมืองหลวงของลาวแห่งนี้ไม่ได้เร่งให้ผู้มาเยือนต้องเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่ชวนให้ค่อย ๆ ใช้เวลาไปกับเมือง และมองเห็นรายละเอียดของชีวิตที่ดำเนินอยู่รอบตัว

    การทำความรู้จักเวียงจันทน์อาจเริ่มจากสถานที่สำคัญอย่างพระธาตุหลวง ประตูชัย และวัดสีสะเกด ก่อนปล่อยให้เวลานำไปสู่ประสบการณ์ที่เรียบง่ายกว่า ทั้งการเดินตลาดเช้า จิบกาแฟลาว ปั่นจักรยานไปตามถนนสายสงบ หรือนั่งมองความเคลื่อนไหวริมแม่น้ำโขงในช่วงเย็น อาหารเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่พาให้เข้าถึงตัวตนของเมือง ขณะที่คำทักทายง่าย ๆ อย่าง “สบายดี” หรือ “ขอบใจ” ก็ช่วยให้บทสนทนากับผู้คนเป็นกันเองขึ้น และบางครั้ง การพบปะสั้นๆ ระหว่างทางอาจกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีที่สุดของการเดินทาง

    ในฐานะเมืองหลวงและศูนย์กลางสำคัญด้านเศรษฐกิจ การปกครอง และวัฒนธรรมของลาว เวียงจันทน์มีเรื่องราวให้ค้นพบทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา อาหาร และวิถีชีวิต ที่นี่จึงไม่จำเป็นต้องทำความรู้จักให้ครบในครั้งเดียว เพราะบางทีเสน่ห์ของเมืองอาจอยู่ในร้านเล็กๆ ริมทาง การต้อนรับอย่างเป็นมิตร หรือเรื่องเล่าจากคนในพื้นที่ ที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นระหว่างทาง

    เมื่อการเดินทางไม่ได้หมายถึงการต้องออกไปค้นหาสิ่งใหม่ตลอดเวลา การเลือกที่พักซึ่งทำให้ผู้มาเยือนได้อยู่ใกล้กับจังหวะของเมือง จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์และเปิดพื้นที่ให้แต่ละคนทำความรู้จักจุดหมายปลายทางได้ในแบบของตนเอง

    เมื่อการเข้าพักเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวเมือง

    อมารี เวียงจันทน์ (Amari Vientiane) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองริมแม่น้ำโขง ทำให้การเข้าพักเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการทำความรู้จักเวียงจันทน์ในจังหวะที่เป็นของตัวเอง โรงแรมหยิบแรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของลาวมาถ่ายทอดผ่านการออกแบบ อาหาร และประสบการณ์ภายในโรงแรม พร้อมเชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับเรื่องราวของเมืองโดยรอบ

    จากโรงแรม ผู้เข้าพักสามารถเริ่มต้นเช้าด้วยการออกไปสัมผัสประเพณีและวิถีชีวิตของชาวเวียงจันทน์ แวะชมสถานที่สำคัญหรือสำรวจตลาดเช้า ก่อนกลับมาใช้เวลาพักผ่อน แล้วออกไปเดินเล่นริมแม่น้ำโขงและตลาดกลางคืนในช่วงค่ำ โดยไม่จำเป็นต้องจัดทุกกิจกรรมให้อยู่ในตารางที่เร่งรีบ เพราะเสน่ห์ของเวียงจันทน์อยู่ในรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นระหว่างวัน ขณะเดียวกัน การกลับมาใช้เวลาภายในโรงแรมก็เปิดโอกาสให้ได้พักผ่อน ดูแลกายและใจ หรือชมแสงสุดท้ายเหนือแม่น้ำโขง

    ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้ย่านสำคัญและแหล่งท่องเที่ยวของเมือง และห่างจากท่าอากาศยานนานาชาติวัตไตราว 4.8 กิโลเมตร อมารี เวียงจันทน์จึงเอื้อให้ผู้เดินทางเลือกใช้เวลาได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งวันที่อยากออกไปค้นพบเมือง และวันที่อยากพักผ่อนอย่างเต็มที่ ทำให้ที่พักแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดพักระหว่างการเดินทาง แต่เป็นอีกส่วนหนึ่งของประสบการณ์เวียงจันทน์

    เริ่มต้นสัมผัสเมืองผ่านรสชาติ

    ที่ อมารี เวียงจันทน์ ผู้เข้าพักสามารถเลือกสัมผัสอาหารหลากหลายรูปแบบ ทั้งอาหารนานาชาติ อาหารไทย และเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรสชาติและวัตถุดิบท้องถิ่นของลาว ตั้งแต่เมนูเส้น อาหารจากปลาแม่น้ำ ไปจนถึงอาหารพื้นถิ่นที่ปรุงด้วยสมุนไพรและวัตถุดิบประจำถิ่น โดย อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ (Amaya Food Gallery) นำเสนออาหารหลากหลายตลอดวัน ขณะที่ เอ็กเซ็กคิวทีฟ ไพรเวต ไดนิง (Executive Private Dining) เปิดพื้นที่สำหรับการรับประทานอาหารในบรรยากาศเป็นส่วนตัว พร้อมทิวทัศน์ของแม่น้ำโขง

    จากมื้ออาหารภายในโรงแรม ผู้เข้าพักสามารถออกไปค้นพบรสชาติและเรื่องราวของเวียงจันทน์ต่อผ่านตลาด ร้านอาหาร และชุมชนรอบเมือง ทำให้อาหารเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของการทำความรู้จักจุดหมายปลายทาง

    เว้นจังหวะให้กับการพักผ่อน

    หลังจากออกไปสัมผัสเมืองมาตลอดวัน การกลับมาใช้เวลาอย่างช้าๆ ที่ อมารี เวียงจันทน์ ก็เป็นอีกช่วงหนึ่งของการเดินทาง ห้องพัก 248 ห้อง ตั้งแต่ห้องดีลักซ์ จูเนียร์ สวีท เอ็กเซ็กคิวทีฟ สวีท ไปจนถึงเพรสซิเดนเชียล สวีท รองรับทั้งการเข้าพักระยะสั้นและผู้ที่ต้องการใช้เวลาอยู่ในเวียงจันทน์นานขึ้น ภายในโรงแรมยังมีพื้นที่สำหรับการพักผ่อนในหลากหลายรูปแบบ ทั้งสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และบรีซ สปา (Breeze Spa) สำหรับช่วงเวลาที่อยากเว้นจากการออกไปสำรวจเมือง หรือกลับมาใช้เวลากับตัวเองและคนที่ร่วมเดินทาง

    เมื่อเข้าสู่ช่วงเย็น สเตลลาร์ รูฟท็อป บาร์ (Stellar Rooftop Bar) เปิดมุมมองจากชั้นดาดฟ้าให้ชมแสงสุดท้ายเหนือแม่น้ำโขง ก่อนปล่อยให้บรรยากาศของเมืองค่อยๆ เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน จากมุมสูง ทั้งสายน้ำ เมือง และแสงที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป กลายเป็นอีกภาพหนึ่งของเวียงจันทน์ที่ชวนให้ทบทวนเรื่องราวเล็กๆ ที่ได้พบระหว่างวัน ก่อนปล่อยให้ค่ำคืนดำเนินต่อไปในจังหวะที่เป็นของตัวเอง ขณะเดียวกัน โรงแรมยังมีพื้นที่สำหรับการประชุมและจัดเลี้ยงที่รองรับกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ จึงสามารถรองรับทั้งการทำงาน การพบปะ และการพักผ่อนได้ในพื้นที่เดียวกัน

    จากเสน่ห์ริมแม่น้ำโขง สู่ธรรมชาติริมน้ำซอง

    จากเวียงจันทน์ที่ชวนให้ผู้เดินทางค่อย ๆ ปล่อยให้จังหวะของเมืองเล่าเรื่อง การเดินทางต่อไปยัง อมารี วังเวียง (Amari Vang Vieng) ก็เปิดอีกจังหวะของลาวผ่านภูเขา แม่น้ำซอง และธรรมชาติที่รายล้อมโรงแรม เติมเต็มประสบการณ์ด้วยบรรยากาศที่ใกล้ชิดธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้งมากขึ้น

    ปัจจุบัน การเดินทางด้วยรถไฟระหว่างเวียงจันทน์และวังเวียงช่วยเชื่อมสองจุดหมายปลายทางเข้าหากันได้อย่างสะดวก ทำให้นักเดินทางสามารถเริ่มต้นด้วยวัฒนธรรม รสชาติ และวิถีชีวิตของเมืองหลวง ก่อนเปลี่ยนบรรยากาศไปสัมผัสภูเขา สายน้ำ และพื้นที่เปิดกว้างของวังเวียง ปล่อยให้แต่ละจุดหมายค่อย ๆ เล่าเรื่องของตัวเองในแบบที่แตกต่างกัน

    อมารี วังเวียง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำซอง และนำทิวทัศน์ของธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การพักผ่อน ห้องพักมากกว่า 160 ห้องได้รับการออกแบบในสไตล์ร่วมสมัย พร้อมรายละเอียดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานฝีมือของลาว เปิดมุมมองสู่ขุนเขาและบรรยากาศโดยรอบ เพื่อให้ผู้เข้าพักรู้สึกเชื่อมโยงกับจุดหมายปลายทางตั้งแต่ภายในโรงแรม

    จากอมารี วังเวียง ผู้เดินทางสามารถเลือกออกไปสัมผัสวังเวียงในแบบของตนเอง ทั้งการชมทิวทัศน์จากมุมสูง สำรวจถ้ำ พายเรือคายัคตามแม่น้ำซอง หรือใช้เวลากับธรรมชาติ ก่อนกลับมาผ่อนคลายและรับประทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศของภูเขาและสายน้ำ

    สองโรงแรมจึงนำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างแต่เชื่อมต่อกัน อมารี เวียงจันทน์เปิดมุมมองสู่รสชาติ วัฒนธรรม และชีวิตริมแม่น้ำโขง ขณะที่อมารี วังเวียงพาผู้เข้าพักเข้าใกล้พลังของธรรมชาติและวิถีชีวิตริมน้ำซอง

    ภายใต้แนวคิด More of What You Love การเข้าพักที่อมารีทั้งสองแห่งจึงไม่ได้สิ้นสุดอยู่ภายในโรงแรม แต่เปิดออกไปสู่มื้ออาหาร การพักผ่อน การดูแลตนเอง การพบปะผู้คน และประสบการณ์ในจุดหมายปลายทาง ให้ผู้เดินทางได้ค้นพบลาวในหลายมิติและเลือกจังหวะของการเดินทางในแบบของตัวเอง เพราะบางครั้ง การรู้จักจุดหมายปลายทางไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นอย่างเร่งรีบ เพียงเปิดพื้นที่ให้เมือง ธรรมชาติ และผู้คนค่อย ๆ เล่าเรื่องของตัวเอง การเดินทางก็อาจกลายเป็นความทรงจำที่ยังคงอยู่ แม้ช่วงเวลาของการเข้าพักจะสิ้นสุดลงแล้ว

  • Hospitality - Travel

    เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัว ด้วยทริปพักผ่อนทั่วไทย ไปกับ แมริออท บอนวอย

    ร่วมเปิดประสบการณ์ให้ทุกคนในครอบครัว พร้อมออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์ของเมืองไทย ด้วยตัวเลือกการพักผ่อนที่หลากหลาย ตั้งแต่ทริปสบายๆ ใจกลางเมืองหลวง วันหยุดสุดคึกคักริมชายหาด ไปจนถึงการผจญภัยบนเกาะ

    กรุงเทพฯ, ประเทศไทย: 16 กันยายน 2569 – แมริออท บอนวอย โปรแกรมการท่องเที่ยวและเครือโรงแรมชั้นนำระดับโลกในเครือ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ที่มีแบรนด์โรงแรมชั้นนำมากกว่า 30 แบรนด์ ขอเชิญชวนทุกครอบครัวมาร่วมผ่อนคลายและกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว ณ จุดหมายปลายทางอันหลากหลายทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ทริปท่องเที่ยวแบบสบายๆ ในกรุงเทพฯ วันหยุดสุดสัปดาห์ที่หัวหิน ไปจนถึงการพักผ่อนบนเกาะสมุย หรือทริปริมชายหาดที่ภูเก็ตและเขาหลัก โดยทุกครอบครัวสามารถออกแบบการผจญภัยในแบบของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    ทริปพักผ่อนใจกลางเมืองสำหรับทุกคนในครอบครัว ณ กรุงเทพมหานคร
    โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ โรงแรมสไตล์รีสอร์ทริมแม่น้ำเจ้าพระยานำเสนอห้องพักประเภทแฟมิลี่ สวีท ขนาดกว้างขวางถึง 70 ตารางเมตร เปิดโอกาสให้คุณพ่อคุณแม่และเด็กๆ ได้ผ่อนคลายอย่างสบายใจพร้อมชมทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมมอบความสะดวกสบายในการเดินทางสู่สถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของกรุงเทพฯ ด้วยบริการเรือรับ-ส่งไปยังไอคอนสยาม ศูนย์การค้าและไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำสุดอลังการ รวมถึงสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำท่ามกลางสวนร่มรื่นให้ได้ผ่อนคลายในยามกลางวัน และห้องอาหารริมน้ำหลากหลายสไตล์ที่พร้อมสร้างความทรงจำอันมื้ออร่อยให้กับทุกคน

    โรงแรม เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง พร้อมยกระดับทุกการพักผ่อนด้วยการต้อนรับคุณหนูๆ อย่างอบอุ่นด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเด็กภายใต้คอนเซปต์ เจดับลิว คิดส์ (JW Kids) รวมถึงคู่มือแนะนำกิจกรรมและบริการจัดห้องพักก่อนนอนสุดพิเศษ ขณะที่ห้องพักและห้องชุดสำหรับครอบครัว มอบพื้นที่กว้างขวางให้ทุกคนได้พักผ่อนร่วมกันอย่างลงตัว อีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก และสวน เจดับลิว การ์เด้นท์ (JW Garden) ที่มีกิจกรรมผ่อนคลายหลากหลายรูปแบบ ด้วยทำเลที่ตั้งระดับพรีเมียมใจกลางเมือง แขกผู้เข้าพักสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าไปยังสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง อย่างซีไลฟ์ แบงคอก อควาเรียม ได้เพียงไม่กี่นาที พิเศษด้วยโปรโมชั่น “Family Stay & Breakfast Escape” เริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารเช้า ณ เจดับบลิว คาเฟ่ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 8 ห้องอาหารของโรงแรม พร้อมลิ้มลองความอร่อยระดับมิชลินที่นิวยอร์ก สเต็กเฮาส์

    วันหยุดพักผ่อนของครอบครัวใกล้กรุงฯ ริมชายฝั่งอ่าวไทย
    ขับรถจากกรุงเทพฯเพียงไม่นาน ทุกครอบครัวจะได้พบกับตัวเลือกรีสอร์ทตากอากาศริมชายฝั่งอ่าวไทย โรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา โดดเด่นด้วยสระว่ายน้ำสไตล์ลากูนอันเป็นเอกลักษณ์ มอบพื้นที่กว้างขวางให้ครอบครัวได้ว่ายน้ำ เล่นสนุก และผ่อนคลายร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Side by Side ที่เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและเด็กๆ ได้ทำกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ร่วมกัน ขณะที่คิดส์ คลับ เป็นพื้นที่สีสันสดใสที่เต็มไปด้วยตารางกิจกรรมสร้างสรรค์แสนสนุก และชายหาดยาวเม็ดทรายเนียนนุ่มยังเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กในการลงเล่นน้ำทะเล สำหรับแพ็กเกจ “Family Fun Getaway” ที่มอบห้องพักกว้างขวาง พร้อมสิทธิพิเศษเช็คอินก่อนเวลาหรือขยายเวลาการเช็คเอ้าท์ มื้ออาหารฟรีสำหรับเด็ก และอื่นๆ อีกมากมาย

    อีกหนึ่งตัวเลือกคือ เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า ที่มอบพื้นที่ความเป็นส่วนตัวให้ทุกคนในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างคุ้มค่า พูลวิลล่าแบบสองห้องนอน ขนาด 376 ตารางเมตร เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ ครบครันด้วยระเบียงรับลมธรรมชาติ สระว่ายน้ำส่วนตัว และซุ้มคาบาน่า พร้อมบริการจัดส่งอาหารในวิลล่า ให้ครอบครัวได้ดื่มด่ำกับมื้ออาหารอันน่าจดจำในบรรยากาศส่วนตัว เพียงไม่กี่ก้าวจากห้องพัก แขกสามารถเดินเล่นและลงเล่นน้ำบนหาดทรายท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ โดยแพ็กเกจ “Hua Hin Escape” มอบสิทธิ์เข้าพักในพูลวิลล่าแบบสองห้องนอน พร้อมอาหารเช้าประจำวันและเครดิตรีสอร์ทเพื่อยกระดับการพักผ่อน

    ทริปพักผ่อนริมชายหาดทางภาคใต้ของไทย
    เปิดประสบการณ์การผจญภัยสุดประทับใจของครอบครัว ท่ามกลางฉากหลังอันงดงามของหมู่เกาะและชายฝั่งทะเลใต้ ณ เกาะสมุย เด็กๆ จะต้องตื่นตาตื่นใจไปกับหาดทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลสีฟ้าใส โรงแรมเชอราตัน สมุย รีสอร์ท ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์แห่งเมืองร้อนด้วยกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย เช่น ฟาร์มออร์แกนิกของรีสอร์ท ครอบครัวจะได้สัมผัสวิถีธรรมชาติ ชมการปลูกและการเก็บเกี่ยวผลผลิตสดๆ พร้อมร่วมคลาสเรียนทำอาหาร นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำ 2 แห่ง คิดส์คลับ ห้องอาหารที่หลากหลาย และกีฬาทางน้ำ ให้คุณได้เพลิดเพลินกับความสนุกสนานริมทะเลอย่างไม่รู้จบ ภายใต้แพ็กเกจ “Side by Side” วันหยุดของคุณจะสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยอาหารเช้าประจำวัน สิทธิพิเศษเช็คอินก่อนเวลาหรือขยายเวลาการเช็คเอ้าท์ บริการรถรับ-ส่งสนามบิน ของขวัญต้อนรับ มื้ออาหารฟรีสำหรับเด็ก และกิจกรรมสำหรับครอบครัว

    ภูเก็ต ไม่เพียงเป็นเกาะท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก แต่ยังเป็นสวรรค์แห่งการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่โรงแรมเจดับบลิว แมริออท ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา เด็กๆ จะได้สัมผัสพลังความร่วมมือของชุมชนในการปกป้องเต่าทะเลที่มาวางไข่ ณ หาดไม้ขาว ด้วยห้องพักและห้องสวีทที่ผ่านการแปลงโฉมใหม่ รวมถึงห้องพักติดสระว่ายน้ำและห้องพักพร้อมระเบียงส่วนตัว เติมเต็มความสุขด้วยคิดส์คลับและกิจกรรมสนุกๆ มากมาย โดยตั้งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียง 15 นาที จึงเป็นจุดหมายในฝันของทุกคนในครอบครัว โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถจองแพ็กเกจ “Family by JW Staycation” ที่มาพร้อมอาหารเช้าสำหรับทุกคน มื้ออาหารฟรีสำหรับเด็ก พร้อมกิจกรรมไฮไลต์อย่างทัวร์ชมสวน JW Garden และการเยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเลอย่างใกล้ชิด

    โรงแรมเจดับบลิว แมริออท เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา ตั้งอยู่บนชายหาดอันงดงามของชายฝั่งอันดามัน โอบล้อมผู้มาเยือนด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์และการบริการระดับโลก ผ่อนคลายไปกับสระว่ายน้ำสไตล์ลากูน และเพลิดเพลินกับสวน JW Garden ขนาด 27 ไร่ พร้อมเป็นเวทีแห่งประสบการณ์ออร์แกนิก สร้างความสุขให้เด็กๆ ด้วยไฮไลต์สุดน่ารักอย่างการเสิร์ฟมะพร้าวสดๆ จากเรือไม้ พร้อมเติมเต็มการเรียนรู้ผ่านแนวคิด “Family by JW” ที่จะพาเด็กๆ ไปสัมผัสโภชนาการเพื่อสุขภาพ ผ่านคลาสเรียนทำอาหาร การรับประทานอาหารแบบ Farm-to-Table กิจกรรมปิกนิก และเกมล่าขุมทรัพย์สุดสนุก สำหรับแพ็กเกจ “Return to Paradise” มอบการพักผ่อนแบบ Full-Board ริมทะเลที่แสนสะดวกสบาย รวมอาหาร 3 มื้อต่อวัน เครื่องดื่มไม่อั้น 2 ชั่วโมงเต็มทุกยามบ่าย พร้อมสิทธิ์เข้าพักและรับประทานอาหารฟรีสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี และอื่นๆ อีกมากมาย

    ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหาการพักผ่อนในเมืองแบบไร้กังวล การท่องเที่ยวริมชายหาดที่สนุกสนานสำหรับทั้งครอบครัว หรือการผจญภัยบนเกาะที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ แมริออท บอยวอย คือคู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับวันพักผ่อนของครอบครัวในประเทศไทย พร้อมรับสิทธิประโยชน์จากโปรโมชั่นระดับโลกที่ให้คุณสะสมคะแนนโบนัสได้สูงสุด 4,500 คะแนนต่อการเข้าพัก ลงทะเบียนตอนนี้ แล้วรับ1,500 คะแนนโบนัส เมื่อเข้าพักตั้งแต่ 2 คืนขึ้นไป ณ โรงแรมที่ร่วมรายการทั่วโลก และ รับเพิ่มอีก 3,000 คะแนนโบนัส เมื่อเข้าพักที่รีสอร์ตที่ร่วมรายการ สะสมคะแนนได้สำหรับการเข้าพักระหว่างวันที่ 22 กันยายน ถึง 22 พฤศจิกายน ลงทะเบียนได้ที่ www.marriottbonvoy.com/MoreAtResorts
    หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือแมริออท บอนวอย ในประเทศไทย โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.marriott.com

  • Fashion - Travel

    ททท. ขับเคลื่อน “THAI T’REASURES” ต่อยอดทุนวัฒนธรรมไทยสู่สากล ปักหมุดประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทาง Fashion Tourism ระดับโลก

    (9 กันยายน 2569) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวโครงการ “THAI T’REASURES by Amazing Thailand” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–20 กันยายน 2569 ณ ลานริเวอร์ พาร์ค ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เพื่อยกระดับทุนทางวัฒนธรรมของไทยสู่แฟชั่นร่วมสมัยที่สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน บูรณาการความร่วมมือกับสมาพันธ์อัญมณีเครื่องประดับและโลหะมีค่า (ประเทศไทย) แบรนด์ดีไซเนอร์ นักออกแบบรุ่นใหม่ ศิลปิน นิสิตนักศึกษา และผู้ประกอบการผ้าไทย ร่วมถ่ายทอดคุณค่าของผ้าไทย อัญมณี งานหัตถศิลป์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านงานออกแบบร่วมสมัย เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนผู้ผลิตผ้าไทย ภายใต้แนวคิด “THAI T’REASURES” หรือ “ของดีประเทศไทย” สู่ภาพลักษณ์ใหม่ของ “แฟชั่นไทยเท่” ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ สวมใส่ได้จริง และต่อยอดเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยว พร้อมนำเสนอเสน่ห์ไทยสู่เวทีโลก

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการนำทุนวัฒนธรรมไทย ทั้งผ้าไทย อัญมณี งานหัตถศิลป์ และภูมิปัญญาจากท้องถิ่น ซึ่งล้วนมีเรื่องราวและอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ มาต่อยอดผ่านแฟชั่นและการออกแบบร่วมสมัย ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและความสนใจของผู้คนในปัจจุบัน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อสร้างมุมมองใหม่ต่อ “ของดีประเทศไทย” และทำให้เรื่องราวของทุนวัฒนธรรมสามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวในรูปแบบร่วมสมัยและจับต้องได้ ตลอดจนสะท้อนศักยภาพของแฟชั่นไทยในฐานะส่วนหนึ่งที่สำคัญของประสบการณ์การท่องเที่ยว

    สำหรับโครงการ “THAI T’REASURES by Amazing Thailand” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–20 กันยายน 2569 เวลา 15.00–22.00 น. ณ ลานริเวอร์ พาร์ค ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เปิดให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม โดยภายในงานนำเสนอแฟชั่นไทยผ่านหลากหลายรูปแบบ ทั้งแฟชั่นโชว์ นิทรรศการ การจัดแสดงสินค้า และผลงานออกแบบที่เชื่อมโยงแฟชั่นเข้ากับเรื่องราวของแหล่งท่องเที่ยวและชุมชน โดยวันที่ 18 กันยายน 2569 พบกับแฟชั่นโชว์จากการรวมพลัง 8 แบรนด์ดีไซเนอร์ชั้นนำ ได้แก่ KLOSET, JANESUDA, Painkiller Atelier, RAPEE, Maison Wonder Anatomie, SANGBOON, THITHA และ Made by Hotcake ภายใต้แนวคิด “365 แฟชั่นไทยเท่ได้ทุกวัน” ร่วมกับศิลปิน MEYOU – มิว ชิษณุชา ถ่ายทอดผ้าไทยและอัญมณีไทยในรูปแบบร่วมสมัยที่สวมใส่ได้จริงในทุกโอกาส ทั้งวันทำงาน วันพักผ่อน การเดินทาง และงานสังคม วันที่ 19 กันยายน 2569 พบกับแฟชั่นโชว์จากนักออกแบบรุ่นใหม่ อาทิ Warinnaya, Marionsiam และ Clothear ร่วมกับนักแสดงจากช่อง ONE31 ได้แก่ เพิร์ล ศัจกร และพีค ภีมพล เปิดพื้นที่ให้นักออกแบบรุ่นใหม่ได้นำเสนอแนวคิดและผลงานสู่ผู้ชมในวงกว้าง และวันที่ 20 กันยายน 2569 พบกับแฟชั่นโชว์จากนิสิตนักศึกษาด้านการออกแบบแฟชั่น จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมกับศิลปินวง COMPASS และนักดนตรีระนาดร่วมสมัย Finotheranad ถ่ายทอดศักยภาพของนักออกแบบรุ่นใหม่ผ่านการตีความทุนวัฒนธรรมในมุมมองร่วมสมัย นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการแฟชั่น “WEAR THE DESTINATION” นำเสนอเรื่องราว แรงบันดาลใจ และอัตลักษณ์ของผ้าไทย ภายใต้แนวคิด “10 Textile Journey Across Thailand – 10 เส้นทาง พาเที่ยวไทย” ผ่านเทคโนโลยีจอ Touch Screen ที่ช่วยให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้ข้อมูลและเรื่องราวของผ้าไทยในแต่ละเส้นทาง พร้อมเชื่อมโยงผืนผ้าเข้ากับแหล่งท่องเที่ยว วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ รวมถึงพื้นที่จัดแสดงสินค้าแฟชั่นไทยร่วมสมัยและเครื่องประดับ จากผู้ประกอบการ ร้านค้า ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ อาทิ แสงบุญ จังหวัดเชียงใหม่ ธนณันงานฝ้าย จังหวัดเลย และ RAYA BATIK จังหวัดปัตตานี ถ่ายทอดความหลากหลายของงานออกแบบและภูมิปัญญาจากแต่ละพื้นที่สู่ผลิตภัณฑ์ที่ร่วมสมัยและเข้าถึงผู้บริโภคในปัจจุบัน

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ TAT × THAI DESIGNER COLLABORATION การร่วมสร้างสรรค์ต้นแบบผลิตภัณฑ์ระหว่าง ททท. และนักออกแบบไทย จำนวน 3 ผลงาน ได้แก่ RAVIPA กับคอลเลกชันเครื่องประดับพญานาค “Faith to Fashion” ที่นำความเชื่อและศรัทธามาต่อยอดสู่แฟชั่นและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, PREMIUM POPS × TRK กับผ้าและหมวกแฟชั่นมัลติฟังก์ชันจากลวดลายศิลปะไทยร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด “Art to Journey” และ THITHA กับต้นแบบชุดจากเศษเปลือกรังไหม ภายใต้แนวคิด “Waste to Worth” ที่นำวัสดุเหลือใช้มาต่อยอดเป็นแฟชั่นที่คำนึงถึงความยั่งยืน สะท้อนการนำความเชื่อ ศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และแนวคิดด้านความยั่งยืน มาพัฒนาเป็น Tourism Lifestyle Product ที่ใช้งานได้จริงและมีเรื่องราว เชื่อมโยงมิติด้านแฟชั่นเข้ากับประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต


    “THAI T’REASURES คือของดีประเทศไทยที่ไม่เพียงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันน่าภาคภูมิใจ แต่ยังสามารถต่อยอดทุนวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของไทยสู่เวทีโลกผ่านงานออกแบบร่วมสมัยได้ แฟชั่นจึงไม่ได้เป็นเพียงสินค้า หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทอดเรื่องราวของผืนผ้า งานหัตถศิลป์ ภูมิปัญญา ผู้คน และชุมชน เชื่อมโยงจากแหล่งกำเนิดสู่จุดหมายปลายทางทางการท่องเที่ยว สร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางไปสัมผัสเรื่องราวและวิถีชีวิตของแต่ละพื้นที่ อันนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน”

    ทั้งนี้ โครงการ “THAI T’REASURES by Amazing Thailand” มุ่งส่งเสริม Fashion Tourism หรือ “การท่องเที่ยวผ่านแฟชั่น” ด้วยการเชื่อมโยงแฟชั่นเข้ากับวัตถุดิบ แหล่งผลิต ช่างฝีมือ ชุมชน และจุดหมายปลายทาง เพื่อเปลี่ยนสินค้าให้เป็นประสบการณ์การเดินทาง นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ ททท. ในการสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ใหม่ของ “แฟชั่นไทยเท่” ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ควบคู่กับการยกระดับทุนทางวัฒนธรรมผ่านแฟชั่นและการออกแบบร่วมสมัย โดย ททท. คาดการณ์ว่าโครงการนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการไทย และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้าน Fashion Tourism ระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

  • Hospitality - Travel

    ฉลอง Festive Season ท่ามกลางเสน่ห์ทะเลอันดามัน “เดอะ นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” เสิร์ฟประสบการณ์คริสต์มาส–ปีใหม่ พร้อมเคานต์ดาวน์ริมชายหาด

    รีสอร์ตรางวัล MICHELIN Key นำเสนอหลากหลายกิจกรรมเฉลิมฉลองที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่มื้ออาหารแห่งความสุขสำหรับครอบครัว ไปจนถึงค่ำคืนคริสต์มาสและปีใหม่ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของภูเก็ต ปิดท้ายด้วยงานฉลองเคานต์ดาวน์และการแสดงดอกไม้ไฟเหนือทะเลอันดามัน

    ภูเก็ต ประเทศไทย – เดอะ นาคา ไอแลนด์, อะ ลักซ์ชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ทแอนด์ สปา ภูเก็ต จุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนบนเกาะส่วนตัวอันเงียบสงบกลางทะเลอันดามัน เชิญชวนครอบครัวและคนที่คุณรักมาร่วมแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขตลอดเดือนธันวาคม ผ่านมื้ออาหารและกิจกรรมพิเศษที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

    ด้วยคุณภาพและประสบการณ์อันโดดเด่นซึ่งได้รับการยอมรับด้วยรางวัล MICHELIN Key รีสอร์ตพร้อมมอบช่วงเวลาแห่งความสุขให้ทุกท่านตลอดเทศกาลวันหยุดนี้ ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามและบริการเหนือระดับ

    เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 17 ธันวาคม เวลา 17.30–18.30 น. เมื่อผู้เข้าพักและพนักงานของรีสอร์ทมารวมตัวกัน ณ ริมชายหาดของรีสอร์ท เพื่อร่วมพิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาส (Christmas Tree Lighting Ceremony) ภายในงานพร้อมเสิร์ฟคานาเป้และค็อกเทลรังสรรค์พิเศษ ประกอบการแสดงดนตรีสด ก่อนเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญ เมื่อผู้จัดการทั่วไปให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดไฟประดับต้นคริสต์มาส นับเป็นการเริ่มต้นเทศกาลแห่งความสุขอย่างอบอุ่น

    วันที่ 24 ธันวาคม เวลา 18.30–22.30 น. ห้องอาหารวีรันดา (Veranda) ซึ่งโดดเด่นด้วยทัศนียภาพทะเลอันกว้างไกล จะเปิดต้อนรับทุกท่านสู่มื้อค่ำวันคริสต์มาสอีฟ ทีมเชฟของรีสอร์ทรังสรรค์บุฟเฟต์นานาชาติที่รวบรวมรสชาติแห่งเทศกาลและเมนูเลื่องชื่อจากทั่วโลก ทั้งโคลด์คัตและชีสนำเข้า เนื้อชั้นเลิศ อาหารทะเลท้องถิ่นคุณภาพเยี่ยม และขนมหวานหลากหลายรายการ พร้อมเพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีสดจากวงทรีโอ บทเพลงคริสต์มาส และการแสดงจากเหล่าเอลฟ์ที่จะมาเติมเต็มสีสันให้ค่ำคืนนี้

    การเฉลิมฉลองดำเนินต่อเนื่องในวันที่ 25 ธันวาคม เวลา 18.30–22.30 น. กับมื้อค่ำวันคริสต์มาส ณ ห้องอาหารวีรันดา พร้อมเซตเมนูพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเฉพาะสำหรับค่ำคืนนี้ พร้อมการแสดงดนตรีสดจากวงทรีโอ ท่ามกลางเสียงคลื่นและสายลมทะเล มอบค่ำคืนที่อบอุ่นและน่าประทับใจอีกหนึ่งค่ำคืนแห่งเทศกาล

    ในค่ำคืนสุดท้ายของปี รีสอร์ทขอเชิญทุกท่านร่วมต้อนรับปีใหม่กับงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าในธีม “กลิ่นอายภูเก็ต” ซึ่งจัดขึ้นทั่วบริเวณห้องอาหารวีรันดา ห้องอาหารไอยรา (Aiyara) และบริเวณริมชายหาดของรีสอร์ท

    ในวันที่ 31 ธันวาคม ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองจะเริ่มต้นด้วยเวลคัมค็อกเทลและคานาเป้ ตั้งแต่เวลา 18.30–20.00 น. ก่อนอิ่มอร่อยกับบุฟเฟต์นานาชาติที่ผสานกลิ่นอายและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของภูเก็ต ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป พร้อมสนุกสนานตลอดค่ำคืนกับการแสดงดนตรีสด โชว์ไฟ และการแสดงจากดีเจ ก่อนร่วมกันนับถอยหลังสู่ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงพร้อมชมการแสดงดอกไม้ไฟเหนือท้องทะเลอันดามันในเวลาเที่ยงคืน โดยงานเฉลิมฉลองจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงเวลา 00.15 น.
    เดอะ นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต รีสอร์ตแห่งเดียวบนเกาะนาคาใหญ่ พร้อมมอบสถานที่อันเหมาะสมสำหรับการสร้างความทรงจำแสนพิเศษในช่วงเทศกาล ด้วยห้องพัก ห้องสวีท และพูลวิลล่ารวม 90 ห้อง ควบคู่กับประสบการณ์ด้านอาหารและการดูแลสุขภาพที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน

    มื้อค่ำวันคริสต์มาสอีฟ ราคา 7,800++ บาทต่อผู้ใหญ่หนึ่งท่าน รวมเครื่องดื่มที่ร่วมรายการ และ 3,800++ บาทต่อเด็กหนึ่งท่าน สำหรับเด็กอายุ 6–12 ปี รวมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่ร่วมรายการ มื้อค่ำวันคริสต์มาส ราคา 4,800++ บาทต่อผู้ใหญ่หนึ่งท่าน รวมเครื่องดื่มที่ร่วมรายการ และ 2,500++ บาทต่อเด็กหนึ่งท่าน สำหรับเด็กอายุ 6–12 ปี รวมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่ร่วมรายการ ส่วนงานกาลาดินเนอร์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ราคา 22,000++ บาทต่อผู้ใหญ่หนึ่งท่าน รวมเครื่องดื่มที่ร่วมรายการ และ 8,000++ บาทต่อเด็กหนึ่งท่าน สำหรับเด็กอายุ 6–12 ปี รวมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่ร่วมรายการ เด็กอายุไม่เกิน 5 ปี สามารถเข้าร่วมกิจกรรมทุกรายการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สมาชิกแมริออท บอนวอย รับส่วนลด 10% สำหรับทุกประสบการณ์มื้อค่ำแห่งเทศกาลนี้

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เดอะ นาคา ไอแลนด์, อะ ลักซ์ชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ทแอนด์สปา ภูเก็ต และสำรองประสบการณ์พักผ่อนในช่วงเทศกาลบนเกาะสวรรค์ได้ทางอีเมล [email protected] หรือโทร. +66 (0) 76 371 400

    ช่องทางออนไลน์:
    เว็บไซต์: www.marriott.com/en-us/hotels/pyxlc-the-naka-island-a-luxury-collection-resort-and-spa-phuket/overview
    Facebook: www.facebook.com/thenakaisland
    Instagram: www.instagram.com/nakaislandphuket
    Line Official: lin.ee/6wOs1Rw

  • Hotel - IT-Technology - Travel

    เมื่อ AI ช่วยค้นหาทริปในฝัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ชวนค้นพบประสบการณ์ที่ใช่ ในแบบ More of What You Love

    สถิติชี้ นักเดินทาง 54% มั่นใจใช้ AI วางแผนเที่ยว ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ชวนเปลี่ยน “พรอมต์” บนหน้าจอสู่ประสบการณ์จริง ผ่าน 4 แบรนด์โรงแรมที่ตอบโจทย์หลากหลายความต้องการและสไตล์การเดินทาง ให้ทุกคนได้ค้นพบ More of What You Love ในแบบของตัวเอง

    “พักริมทะเล 3 วัน 2 คืน เดินทางสะดวก และมีอาหารท้องถิ่นรสเลิศ” คำสั่งเพียงไม่กี่คำที่วันนี้ไม่ใช่แค่การค้นหาข้อมูล แต่สามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของทริปในฝันได้ เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการวางแผนการเดินทาง ตั้งแต่ช่วยค้นหาจุดหมายที่ตรงใจ ไปจนถึงจัดทริปให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละคน และดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว เพราะรายงาน Travel Trends 2026 จาก Skyscanner ซึ่งสำรวจนักเดินทางทั่วโลก 22,000 คน พบว่า 54% มีความมั่นใจที่จะใช้ AI ช่วยวางแผนหรือจองการเดินทาง

    มากกว่าการช่วยตอบคำถามว่า “ควรไปที่ไหนดี” AI กำลังทำให้นักเดินทางหันกลับมาถามตัวเองว่า “เราอยากได้อะไรจากทริปนี้อย่างแท้จริง” มากขึ้น แม้เทคโนโลยีจะสามารถช่วยสร้างแผนการเดินทางที่ลงตัวบนหน้าจอได้ในเวลาไม่กี่วินาที แต่ความทรงจำที่ทำให้การเดินทางมีความหมายยังเกิดขึ้นจากสิ่งที่เราได้สัมผัสจริง ทั้งสถานที่ ผู้คน อาหาร บรรยากาศ และช่วงเวลาที่เกิดขึ้นระหว่างทาง

    เมื่อความต้องการของนักเดินทางชัดเจนขึ้น ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) พร้อมเปลี่ยนแผนการเดินทางจากบนหน้าจอให้กลายเป็นประสบการณ์จริง ภายใต้แนวคิด “More of What You Love” ที่มุ่งเติมเต็มสิ่งที่แต่ละคนชื่นชอบ ผ่าน 4 แบรนด์โรงแรมที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างกัน และพร้อมตอบรับรูปแบบการเดินทางที่หลากหลาย

    สำหรับผู้ที่แสวงหาการพักผ่อนที่เชื่อมโยงกับจุดหมาย อมารี (Amari) แบรนด์โรงแรม upper-upscale พร้อมมุ่งเปลี่ยนทุกการเข้าพักให้เป็นประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณท้องถิ่นและคงอยู่ในความทรงจำ ไม่ว่าจะเป็นการออกไปสัมผัสผู้คน วัฒนธรรม และเสน่ห์ของจุดหมาย หรือเลือกใช้เวลาอย่างผ่อนคลายภายในโรงแรมที่มีทั้งร้านอาหาร บาร์ สปา และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ให้ผู้เข้าพักได้พักกาย เติมพลังใจ และใช้เวลาในแบบที่ตัวเองต้องการตลอดทั้งวัน

    ไฮไลท์สำคัญถูกถ่ายทอดผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ เสน่ห์ท้องถิ่นที่สะท้อนผ่านงานออกแบบ รสชาติ ผู้คน และวัฒนธรรม, มุมมองที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน, การบริการที่ใส่ใจในแบบ Ari Service และพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้พบปะและสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย ทั้งหมดนี้ช่วยให้การเข้าพักไม่ได้เป็นเพียงการมาเยือนสถานที่แห่งหนึ่ง แต่เป็นโอกาสในการทำความรู้จักและเชื่อมโยงกับจุดหมายนั้นมากขึ้น

    หากคุณเป็นนักเดินทางที่มองหาความสบายและความคล่องตัวในการเดินทาง โอโซ่ (OZO) คือแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ออกแบบประสบการณ์การเข้าพักให้เข้ากับชีวิตของนักเดินทางในหลากหลายรูปแบบ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ตั้งแต่การนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม พื้นที่สำหรับพักผ่อนและทำกิจกรรม ไปจนถึงการเชื่อมต่อเทคโนโลยีที่สะดวกและรวดเร็ว

    เพราะความสบายของแต่ละคนมีความหมายไม่เหมือนกัน OZO จึงเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าพักเลือกใช้เวลาในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะออกไปค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ใช้เวลาไปกับกิจกรรมที่ชื่นชอบ หรือกลับมาพักผ่อนและเติมพลังที่โรงแรม พร้อมการบริการที่เป็นมิตรและคล่องตัวในแบบฉบับของ OZO ทำให้ทุกครั้งที่เข้าพักรู้สึกคุ้นเคยและลงตัว และเป็นที่พักที่นึกถึงได้เสมอเมื่อถึงเวลาของการเดินทางครั้งต่อไป

    สำหรับผู้ที่อยากใช้เวลาอยู่กับจุดหมายให้นานขึ้น ชามา (Shama) เติมเต็มการเข้าพักด้วยแนวคิด The Joy of Living ผ่านพื้นที่ที่ออกแบบให้ผู้เข้าพักสามารถใช้ชีวิต ทำงาน และพักผ่อนได้อย่างเป็นธรรมชาติและเป็นตัวของตัวเอง พร้อมสร้างความรู้สึกคุ้นเคยและอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้ทำความรู้จักผู้คนและค้นพบเสน่ห์ของย่านที่พักโดยรอบ และนี่คือเสน่ห์ที่ทำให้ชามาเป็นมากกว่าที่พักระหว่างการเดินทาง แต่เป็นพื้นที่ที่ให้ผู้เข้าพักได้ใช้ชีวิตในจุดหมาย ค่อยๆ ทำความคุ้นเคยกับสถานที่ ผู้คน และวิถีชีวิตรอบตัว จนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น

    และสำหรับผู้ที่มองหาความสงบและความเป็นส่วนตัว โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) นำเสนอประสบการณ์ภายใต้แนวคิด “The Art of Intuitive Refinement” ที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน พร้อมมอบความสบายใจและความเป็นส่วนตัวในทุกช่วงเวลา ด้วยบริการแบบ “Invisible Hand” ที่เข้าใจความต้องการของผู้เข้าพักและดูแลอย่างละเอียดอ่อน โดยไม่รบกวนพื้นที่ส่วนตัว จึงเกิดเป็นประสบการณ์ที่เปรียบเสมือน Sanctuary of Restoration หรือพื้นที่สำหรับหยุดพักและฟื้นฟูตัวเองท่ามกลางจังหวะชีวิตที่เร่งรีบ

    ท้ายที่สุดแล้ว การเดินทางที่ดีอาจไม่ได้วัดจากจำนวนสถานที่ที่เราไป หรือรายละเอียดของแผนการเดินทางที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่คือการได้ใช้เวลาในแบบที่ตรงกับสิ่งที่เราชื่นชอบและให้ความหมายกับตัวเราเอง แนวคิด More of What You Love จึงสะท้อนความเชื่อว่า ประสบการณ์ที่ดีไม่จำเป็นต้องเหมือนกันสำหรับทุกคน เพราะความสุขของการเดินทางมีได้หลากหลายรูปแบบ
    ในวันที่ AI ช่วยให้เราค้นหาและวางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่เพียงการได้คำตอบว่า “จะไปที่ไหน” แต่คือการค้นพบว่า “เราอยากใช้เวลาอย่างไร” เมื่อเดินทางไปถึง และไม่ว่าจะเป็นการออกไปค้นพบสิ่งใหม่ ใช้เวลาอยู่กับคนที่รัก หรือเพียงได้หยุดพักและมีเวลาอยู่กับตัวเอง ความหลากหลายของประสบการณ์เหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้การเดินทางแต่ละครั้งมีความหมาย และเป็นสิ่งที่ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ตั้งใจจะเติมเต็มให้มากขึ้นในทุกการเดินทาง

    แหล่งข้อมูล: Skyscanner Travel Trends 2026 – The Future of Travel & Tourism
    https://www.skyscanner.com/travel-trends/future
    (ผลสำรวจนักเดินทางทั่วโลก 22,000 คน)

  • Lifestyle - Travel - Uncategorized

    บาร์ สาทร ทะยานขึ้นสู่อันดับที่ 17 ในรายชื่อ Asia’s 50 Best Bars 2026 คว้ารางวัล Nikka Highest Climber Award

    โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ สวรรค์แห่งศิลปะและดีไซน์ใจกลางกรุงเทพฯ กำลังเฉลิมฉลองหลังจาก Bar Sathorn บาร์ค็อกเทลสุดชิคของโรงแรม ได้รับการจัดอันดับที่ 17 ในรายชื่อ Asia’s 50 Best Bars 2026 พร้อมคว้ารางวัล Nikka Highest Climber Award นับเป็นปีที่สองติดต่อกันที่ Bar Sathorn ติดอันดับในรายชื่ออันทรงเกียรตินี้ โดยก้าวกระโดดจากอันดับเปิดตัวที่ 48 ในปี 2025 ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบาร์ในการตีความฉากสังคมกรุงเทพฯใหม่ ผ่านศาสตร์การผสมค็อกเทลที่สร้างสรรค์ การออกแบบตกแต่งบาร์ด้วยศิลปะ และบรรยากาศที่สนุกสนาน พร้อมแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะมุ่งสู่ความเป็นเลิศต่อไปในอนาคต

    ตั้งอยู่ในเดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร สถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ได้รับการบูรณะเคียงคู่กับตึกสูง 31 ชั้นของโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ สถานที่แห่งนี้เป็นเวทีสำหรับค่ำคืนที่น่าประทับใจกับครอบครัวและเพื่อนฝูง เดิมสร้างขึ้นในปี 1889 เป็นบ้านพักส่วนตัว ก่อนจะกลายเป็นโรงแรมและสถานทูตรัสเซีย และได้รับการปรับปรุงใหม่โดยนักออกแบบชื่อดัง AvroKO เปิดอีกครั้งในปี 2015 ในฐานะหนึ่งในสถานที่สังคมที่น่าหลงใหลที่สุดของเมือง และบาร์ สาทรได้รับการเปิดตัวใหม่ในปี 2023 ด้วยคอนเซ็ปต์การออกแบบที่ผสมผสานมรดกกว่า 135 ปี พร้อมงานศิลป์โดดเด่นจากศิลปินรุ่นใหม่ชาวไทย

    ภายใต้การดูแลของ Marco Dongi บาร์เทนเดอร์ชาวอิตาลีผู้มากฝีมือบาร์ สาทรเชิญชวนผู้มาเยือนเข้าสู่โลกแห่งศิลปะและมิกซ์โซโลยี ตลอดเส้นทางอาชีพอันโดดเด่น Marco ได้แสดงฝีมือในโรงแรมและร้านอาหารระดับโลก รวมถึงร้านอาหาร Carlo Cracco ที่ได้รับดาวมิชลินในมิลาน และ Buddha Bar ที่มีชื่อเสียงในดูไบ เขายังติดอันดับ Top 10 ในการแข่งขัน World Class ที่อิตาลีและดูไบ และได้รับเลือกเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Coca Cola ในปี 2020

    Alexander Kellermann ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ กล่าวว่า “การได้รับการยอมรับเป็นปีที่สองติดต่อกันคือการยืนยันถึงความคิดสร้างสรรค์และความหลงใหลในเครื่องดื่มของทีมงาน เราภูมิใจที่เห็น Bar Sathorn เติบโตต่อเนื่อง และยังคงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ผสมผสานความทันสมัยของดับเบิ้ลยู โฮเทลเข้ากับมรดกอันทรงคุณค่าของสาทร”

    Marco Dongi กล่าวเสริมว่า: “รางวัลนี้เป็นการเฉลิมฉลองต่อทั้งแขกและทีมของเรา และยังมีโปรเจ็ค Local Mix ที่เราสอดแทรกความยั่งยืน ชุมชน และวัฒนธรรมลงในทุกแก้ว โดยจะใช้วัตถุดิบจากประเทศไทยและสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น เพื่อตอกย้ำคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมและเสริมสร้างวงการบาร์ที่มีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ ผมยังภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนของ Bar Sathorn ในการทำ Guest Shift ทั่วภูมิภาค ซึ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับค็อกเทลที่เราสร้างสรรค์”

    ค็อกเทลและม็อกเทลซิกเนเจอร์ของบาร์ สาทรที่นำพาผู้ที่มาเยือนผ่าน 4 ยุคประวัติศาสตร์ของเดอะ เฮ้าส์ ออน สาทรได้แก่

    • History of Sathorn (ปี 1888–1926): เฉลิมฉลองจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมค็อกเทลด้วยเครื่องดื่มคลาสสิกเหนือกาลเวลา
    • Hotel Royal (ปี 1926–1948): ถ่ายทอดยุคหรูหราของ Madame Staro ด้วยค็อกเทลสไตล์อิตาเลียน
    • Embassy Row (ปี 1948–1999): ยกย่องอดีตทางการทูตของถนนสาทรด้วยค็อกเทลนานาชาติที่เพิ่มรสชาติด้วยเครื่องเทศไทย
    • The Present (ปี 1999–ปัจจุบัน): สะท้อนการผสมผสานเสน่ห์ประวัติศาสตร์เข้ากับความทันสมัยผ่านเครื่องดื่มที่สร้างสรรค์

    บาร์ สาทร เตรียมตัวเปิดบทใหม่ของการเล่าเรื่องผ่านค็อกเทล โดยได้สร้างแรงบันดาลใจจากสถานที่และชุมชนในย่านสาทร เพื่อผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับนวัตกรรมการรังสรรค์เครื่องดื่ม

    บาร์ สาทร เชิญทุกท่านร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ ไม่ว่าคุณจะคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดีหรือมาเยือนเป็นครั้งแรก นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาสัมผัสค็อกเทล งานศิลป์ และกิจกรรมที่มีชีวิตชีวาซึ่งยังคงสร้างสีสันให้กับค่ำคืนของกรุงเทพฯ

    บาร์ สาทร เปิดทุกวัน เวลา 14:30 – 01:00 น. (รับออเดอร์สุดท้ายเวลา 00:30 น.)
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร 02 344 4025 อีเมล [email protected] เว็บไซต์: www.barsathorn.com หรือ Instagram: https://www.instagram.com/barsathorn/ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ W Bangkok ได้ที่ https://bit.ly/WBangkokHWS หรือ https://www.instagram.com/wbangkok/

  • Hotel - Travel

    แมริออท บอนวอย เชิญชวนครอบครัวที่มีสมาชิกสี่ขา ออกไปร่วมสัมผัสประสบการณ์พักผ่อน ในโรงแรมและรีสอร์ตที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยงทั่วประเทศไทย

    แพ็กเกจสุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจสัตว์เลี้ยงให้ได้รับการดูแลเทียบเท่าแขกคนสำคัญ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ขนม ของเล่น และอีกมากมาย ณ โรงแรมและรีสอร์ตในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศไทย

    แมริออท บอนวอย พอร์ตโฟลิโอแบรนด์โรงแรมระดับโลกกว่า 30 แบรนด์ภายใต้ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมโปรแกรมการเดินทางที่ได้รับรางวัลมากมาย เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวสำหรับผู้รักสัตว์เลี้ยง ให้สามารถเดินทางพร้อมเพื่อนสี่ขาได้สะดวกยิ่งขึ้นในประเทศไทย เตรียมพบกับประสบการณ์การเข้าพักสุด “purr-fect” ผ่านแพ็กเกจที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยงและสิ่งอำนวยความสะดวกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่พร้อมดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณเสมือนแขกระดับวีไอพี

    พาเจ้าสี่ขาพักผ่อนแบบมีสไตล์ใจกลางเมือง: ในกรุงเทพฯ น้องหมาและน้องแมวสามารถเพลิดเพลินกับการพักผ่อนใจกลางเมืองอย่างมีระดับได้ที่ โรงแรม แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ซึ่งมอบสิ่งอำนวยความสะดวกสุดพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยง อาทิ อาหารออร์แกนิค เตียงนอนสุดนุ่ม ชามอาหารและน้ำ รวมถึงบริการอื่น ๆ อีกมากมาย ขณะที่ โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ โรงแรมไลฟ์สไตล์สุดหรูใจกลางเมือง ที่มีโปรแกรม P.A.W. (“Pets Are Welcome”) ที่จัดเต็มทั้งของเล่น ขนม และเมนูอาหารภายในห้องพักที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเพื่อนขนฟูโดยเฉพาะ อีกทางเลือกหนึ่ง สัตว์เลี้ยงสามารถเข้าพักอย่างมีสไตล์ พร้อมทำความรู้จักเพื่อนใหม่ได้ที่โรงแรม ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ซึ่งพร้อมต้อนรับสัตว์เลี้ยง ด้วยเตียงนอน ชามอาหารและน้ำ และพื้นที่กลางแจ้งสำหรับการพักผ่อนอย่างอิสระ

    อบอุ่นเหมือนอยู่บ้านแบบพร้อมหน้ากับสัตว์เลี้ยงแสนรัก: สำหรับคุณพ่อคุณแม่เจ้าสี่ขาที่วางแผนการพักผ่อนระยะยาวในกรุงเทพฯ แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ ทั้ง 4 แห่ง พร้อมต้อนรับแขกสี่ขาด้วยข้อเสนออัตรารายเดือนสุดพิเศษ โดยสุนัขและแมวสามารถพักผ่อนอย่างสะดวกสบายได้ในราคาเพียง 5,000 บาทต่อเดือนที่ แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ แบงคอก สุขุมวิท 50 แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ แบงคอก สุขุมวิท 101 และ แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สาทร วิสต้า กรุงเทพฯ ในขณะที่แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ กรุงเทพ ทาวน์ฮอลล์ สุขุมวิท รองรับสุนัขได้สูงสุด 2 ตัว ในราคา 10,000 บาทต่อตัวต่อเดือน มอบประสบการณ์การเข้าพักที่สะดวกสบายและเป็นส่วนตัวสำหรับทั้งพ่อแม่ละสัตว์เลี้ยงตลอดระยะเวลาการเข้าพัก

    พักผ่อนริมชายหาดกับสมาชิกสี่ขา: คู่รักและครอบครัวที่กำลังวางแผนพักผ่อนริมชายหาด สามารถพาสัตว์เลี้ยงคู่ใจไปสัมผัสความงดงามของชายฝั่งและเกาะอันเงียบสงบของประเทศไทยได้แล้ว โดยโรงแรมดับเบิ้ลยู เกาะสมุย รีสอร์ตพูลวิลล่าสุดหรูบนชายฝั่งตอนเหนืออันงดงามของเกาะสมุย เชิญชวนสุนัขและแมวร่วมผ่อนคลายกับแพ็กเกจ P.A.W. ที่มาพร้อมของเล่นและขนมมากมายสำหรับสัตว์เลี้ยงแสนรัก ด้านโรงแรมระยอง แมริออท รีสอร์ แอนด์ สปา เดินทางสะดวกเพียงไม่กี่ชั่วโมงจากกรุงเทพโดยรถยนต์ เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้สัมผัสประสบการณ์เหยียบผืนทรายนุ่ม ผ่านแพ็กเกจเฉพาะที่จัดเตรียมเตียงสัตว์เลี้ยง ชามอาหารและน้ำ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสุดพิเศษอีกมากมาย ขณะที่โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา นำเสนอแพ็กเกจ “Doggy Dog Delight” ที่ครบครันด้วยชามอาหาร ผ้าห่ม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อมอบการพักผ่อนแสนสบายสำหรับสัตว์เลี้ยง

    เปิดประสบการณ์แสนสุขให้สัตว์เลี้ยงตัวโปรดท่ามกลางขุนเขาเมืองเหนือ: นอกจากนี้สัตว์เลี้ยงยังสามารถสูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางขุนเขาทางภาคเหนือของประเทศไทยได้ที่ โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เตียงนอนสุนัขแสนนุ่ม ชามอาหารและน้ำแบบเฉพาะตัว เสื้อคลุมอาบน้ำและแว่นตาสำหรับสุนัขดีไซน์เก๋ ของเล่นและขนม รวมถึงแผนที่แนะนำพื้นที่กลางแจ้งที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง เพื่อให้ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อนเต็มไปด้วยความสุข ก่อนปิดท้ายวันด้วยประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดพิเศษ

    ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนในเมือง การเข้าพักระยะยาวในกรุงเทพฯ การพักผ่อนริมชายทะเลหรือท่ามกลางธรรมชาติ แมริออท บอนวอย คือพันธมิตรที่สมบูรณ์แบบสำหรับการพาสัตว์เลี้ยงออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แมริออท บอนวอย และการสำรองการเข้าพักในประเทศไทย กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.marriott.com/th/destinations/thailand.mi

  • Hotel - Lifestyle - Travel

    ONYX Hospitality Group ฉลอง 60 ปีแห่งการเติบโต ร่วมกับ Grab ยกระดับ Seamless Travel Experience ให้นักเดินทางใช้เวลาทุกจุดหมายได้อย่างเต็มที่ภายใต้แนวคิด “More of What You Love”

    ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) เดินหน้าสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมาย ภายใต้แนวคิด “More of What You Love” เพื่อเติมเต็มทุกช่วงเวลาของการเดินทางให้เชื่อมโยง สะดวก และตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ ผ่านกิจกรรมและความร่วมมือพิเศษกับพันธมิตรชั้นนำตลอดปีแห่งการเฉลิมฉลอง

    หนึ่งในความร่วมมือสำคัญภายใต้การเฉลิมฉลองครั้งนี้ คือความร่วมมือระหว่าง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) และ แกร็บ (Grab) เพื่อยกระดับประสบการณ์ของนักเดินทางให้ครอบคลุมมากกว่าการเข้าพัก โดยเชื่อมโยงทุกช่วงเวลาของการเดินทาง ตั้งแต่การเดินทางสู่โรงแรม ประสบการณ์ระหว่างการเข้าพัก การรับประทานอาหาร ไปจนถึงการออกไปค้นพบสีสันของแต่ละจุดหมายปลายทาง ผ่านบริการและสิทธิประโยชน์ที่ช่วยเติมเต็มทุกการเดินทาง ให้สะดวก ราบรื่น และเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้ใช้เวลาในทุกจุดหมายอย่างเต็มที่
    ความร่วมมือครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักโรงแรมในเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ได้แก่ อมารี (Amari), โอโซ่ (OZO), ชามา (Shama) และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมแคมเปญ ได้สัมผัสแนวคิด “More of What You Love” ผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโยงทุกช่วงเวลาของการเดินทางบนแพลตฟอร์ม Grab ซึ่งครอบคลุม 3 ทั้งด้าน ได้แก่
    More Convenience – ความสะดวกที่มากขึ้นในทุกเส้นทาง: ไม่ว่าจะเดินทางจากสนามบินสู่โรงแรม ออกไปท่องเที่ยว หรือแวะรับประทานอาหารในเมือง นักเดินทางก็สามารถเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่าน Grab พร้อมรับสิทธิพิเศษ เพียงใส่รหัสโปรโมชัน ONYX60 บนแอปพลิเคชัน Grab เพื่อรับส่วนลดค่าโดยสาร 15% สูงสุด 100 บาทต่อเที่ยว สำหรับบริการ Grab ที่ร่วมรายการ (ยกเว้น GrabTaxi) จำกัดสิทธิ์สูงสุด 2 ครั้งต่อผู้ใช้ และรวม 700 สิทธิ์ต่อวัน
    ข้อเสนอพิเศษนี้จะช่วยให้ทุกการเดินทางระหว่างการเข้าพักสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร หรือจุดหมายต่าง ๆ โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม 2027 ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

    More Flavours and Dining Experiences – ประสบการณ์ความอร่อยที่หลากหลายยิ่งขึ้น:นอกเหนือจากความสะดวกในการเดินทาง นักเดินทางยังสามารถเติมเต็มประสบการณ์การเข้าพักผ่านร้านอาหารและบาร์ภายใต้ ONYX Dining กว่า 20 แห่งทั่วประเทศไทย ผ่านบริการ Dine Out บนแอปพลิเคชัน Grab หรือเลือกสั่งเมนูโปรดผ่าน GrabFood ได้อย่างสะดวก
    พร้อมรับสิทธิพิเศษ ส่วนลด 20% สำหรับการใช้บริการ Dine Out ครั้งแรก ณ ร้านที่ร่วมรายการ และส่วนลด 10% สำหรับการใช้บริการครั้งถัดไป เพื่อให้ทุกมื้อเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่น่าประทับใจระหว่างการเดินทาง
    More seamless service – บริการที่ราบรื่นตลอดการเข้าพัก: อีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเข้าพัก คือ The Guest Transport Concierge Service, powered by Grab บริการคอนเซียร์จ เรียกรถที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าพักตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางระหว่างสนามบิน โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว หรือการเดินทางเพื่อธุรกิจ เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างสะดวก ราบรื่น และอุ่นใจยิ่งขึ้น
    ผู้เข้าพักสามารถสำรองรถผ่านคอนเซียร์จของโรงแรม พร้อมติดตามสถานะรถและเส้นทางได้แบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังได้รับการดูแลจากทีมงาน Grab และคอนเซียร์จของโรงแรมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ทุกการเดินทางเชื่อมต่อกันได้อย่างสะดวก ราบรื่น และอุ่นใจได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงจุดหมาย

    นอกจากนี้ ยังมีบริการรถหลากหลายประเภทให้เลือก เพื่อให้เหมาะกับการเดินทางในแต่ละรูปแบบ โดย โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ (Oriental Residence Bangkok) ให้บริการผ่าน GrabPremium ขณะที่ โรงแรมอมารี (Amari) มีให้เลือกทั้ง GrabPremium, GrabCar, GrabSUV และ GrabVan ส่วน โรงแรมโอโซ่ (OZO) และ ชามา (Shama) ให้บริการ GrabCar, GrabSUV และ GrabVan ไม่ว่าจะเดินทางคนเดียว เดินทางกับครอบครัว หรือมาเป็นกลุ่ม ก็สามารถสำรองรถได้สูงสุด 10 คันต่อครั้ง พร้อมความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุในทุกเที่ยวการเดินทาง
    ความร่วมมือกับแกร็บในครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมพิเศษภายใต้การเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ภายใต้แนวคิด “More of What You Love” ที่จะมีขึ้นตลอดปีแห่งการเฉลิมฉลอง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จะเดินหน้าร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เชื่อมโยงและมีความหมาย พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาของการเดินทางให้กับลูกค้าในทุกจุดหมายปลายทาง
    ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาแคมเปญ โรงแรมและร้านอาหารที่ร่วมรายการ รวมถึงเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ ได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) และ แกร็บ (Grab)

  • Hotel - Lifestyle - Travel

    OZO ชวนเปิดประสบการณ์ Micro Trip เติมเต็มทุกวันหยุดสั้นๆ ด้วยการพักผ่อนคุณภาพ พร้อมสำรวจเมืองผ่านมุมมองใหม่

    ความสุขไม่ต้องรอทริปใหญ่ เพราะบางครั้งวันหยุดสั้นๆ ก็เพียงพอสำหรับการเติมพลัง และค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการตื่นมารับลมทะเล เดินเล่นในย่านที่ไม่เคยรู้จัก แวะร้านกาแฟเล็กๆ ของคนท้องถิ่น หรือค้นพบร้านอาหารที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองนั้นๆ
    เสน่ห์ของการเดินทางในวันนี้จึงอาจไม่ใช่การเก็บครบทุกแลนด์มาร์ก แต่คือการได้ใช้เวลาอย่างมีความหมายกับจุดหมายปลายทาง ผ่านผู้คน อาหาร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่นในแบบที่เป็นตัวเอง แนวคิดนี้สะท้อนรูปแบบการเดินทางแบบไมโครทริป (Micro-trip) ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นของคนยุคนี้ เมื่อผู้คนเลือกออกเดินทางระยะสั้นแต่บ่อยครั้งขึ้น เพื่อพักผ่อน เติมพลัง และเชื่อมต่อกับเมืองอย่างลึกซึ้งกว่าเดิม

    โอโซ่ (OZO) แบรนด์โรงแรมและรีสอร์ตระดับอัปเปอร์มิดสเกล (Upper Midscale) ในเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) ชวนนักเดินทางเปิดประสบการณ์ Micro Trip ในแบบของ OZO ที่เริ่มต้นจากการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ก่อนออกไปสัมผัสจังหวะชีวิตของแต่ละจุดหมายปลายทาง ผ่านความสะดวกสบาย การพักผ่อนที่มีคุณภาพ และกิจกรรมรอบโรงแรมที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นริมชายหาด สำรวจคาเฟ่ชุมชน ลิ้มลองอาหารท้องถิ่น หรือค้นพบมุมใหม่ของเมืองในแบบของตัวเอง

    ภายใต้แนวคิด “Unpack. Good. Vibes.” โรงแรมโอโซ่ได้รับการออกแบบให้เป็นมากกว่าที่พัก แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ช่วยให้ทุกทริปเกิดขึ้นได้อย่างง่ายและลงตัว ตั้งแต่ห้องพักที่ให้ความสำคัญกับการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และพร้อมออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ทำเลที่เชื่อมต่อกับสีสันของแต่ละจุดหมาย ไปจนถึงบรรยากาศที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเอง ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าพักรู้สึกผ่อนคลายและสนุกกับทุกช่วงเวลาของการเดินทาง ด้วยความเชื่อว่าการเดินทางไม่จำเป็นต้องรอช่วงเวลาพิเศษหรือวันหยุดยาว OZO จึงตอบโจทย์ Micro Trip ผ่านประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถพักผ่อน ค้นพบสิ่งใหม่ และเพลิดเพลินกับจุดหมายปลายทางได้อย่างเต็มที่ แม้ในระยะเวลาที่สั้นลง

    สำหรับ Micro Trip ที่อยากเติมพลังริมทะเลพร้อมออกไปสัมผัสสีสันของจุดหมาย โอโซ่ ภูเก็ต (OZO Phuket) เป็นจุดเริ่มต้นที่ลงตัว ด้วยทำเลห่างจากหาดกะตะเพียง 150 เมตร ให้ผู้เข้าพักสามารถใช้เวลาในแบบที่ต้องการได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่การเดินเล่นริมชายหาด สนุกกับการโต้คลื่น หรือออกไปสำรวจคาเฟ่และมุมถ่ายรูปในย่านกะตะ รวมถึงชมพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวกังหันลมและเดินเล่นที่ตลาดนัดกะตะ เมื่อกลับเข้าสู่โรงแรม ผู้เข้าพักยังสามารถผ่อนคลายได้ที่สระว่ายน้ำ สแปลช (SPLASH) ที่มีสไลเดอร์สำหรับเด็กให้คุณหนูตัวเล็ก ก่อนเติมเต็มวันด้วยอาหารอิตาเลียนที่ เปรโก้ (Prego) หรืออาหารและเครื่องดื่มริมสระที่อีท (EAT) และเธิร์สต์ พูลบาร์ (THIRST)

    สำหรับทริปที่ต้องการหยุดพักจากความเร่งรีบและใช้เวลาช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศของเกาะ โอโซ่ เฉวง สมุย (OZO Chaweng Samui) ชวนให้ผู้เข้าพักเริ่มต้นวันบนหาดเฉวง ก่อนออกไปค้นพบอีกหลากหลายมุมของสมุย ทั้งหมู่บ้านชาวประมงบ่อผุด ร้านกาแฟริมทะเล และถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยอาหารและงานคราฟต์ท้องถิ่น เมื่อกลับถึงที่พัก ความผ่อนคลายยังคงดำเนินต่อที่บีช บาร์ (Beach Bar) ซึ่งเหมาะสำหรับการชมพระอาทิตย์ตกพร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรด ก่อนพักผ่อนในห้องพักที่ออกแบบให้หลับสบาย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกไปสัมผัสเสน่ห์ของสมุยในวันถัดไป

    สำหรับโอโซ่ นอร์ธ พัทยา (OZO North Pattaya) คือจุดเริ่มต้นของวันหยุดที่เต็มไปด้วยความสนุกและความหลากหลาย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ชื่นชอบสีสันของเมือง อาหารอร่อย และการใช้เวลาร่วมกันกับเพื่อนหรือครอบครัว ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้หาดพัทยาเหนือและเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก พร้อมเชื่อมต่อกับสถานที่น่าสนใจรอบเมือง ทั้งศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ชุมชนนาเกลือ ตลาดลานโพธิ์ คาเฟ่ และร้านอาหารท้องถิ่น หลังจากออกไปสำรวจเมือง ผู้เข้าพักสามารถกลับมาสนุกต่อที่สระว่ายน้ำ สแปลช (SPLASH) หรือจะใช้เวลาร่วมกันที่ บิ๊ก ชิลล์ (BIG CHILL) พื้นที่พักผ่อนสำหรับทุกวัย หรือจะเลือกผ่อนคลายพร้อมอาหารและเครื่องดื่มที่อีท (EAT) และเธิร์สต์ พูลบาร์ (THIRST) ก่อนจบวันด้วยการพักผ่อนบนเตียงนอนอันเป็นเอกลักษณ์ของโอโซ่
    นอกจากจุดหมายปลายทางในประเทศไทยแล้ว OZO ยังชวนผู้เดินทางออกไปสัมผัสประสบการณ์ Micro Trip ในประเทศมาเลเซีย ผ่านสองจุดหมายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งเสน่ห์ของเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงความสนุกสำหรับทุกคนในครอบครัว

    สำหรับนักเดินทางที่หลงใหลเมืองเก่า งานศิลปะ และวัฒนธรรม โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง (OZO George Town Penang) เป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจเมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวในทุกมุมถนน ตั้งแต่ตรอกซอกซอยที่ประดับด้วยสตรีทอาร์ต คาเฟ่ท้องถิ่น และร้านอาหารชื่อดัง ไปจนถึงการเดินเล่นบนถนนอาร์เมเนียน (Armenian Street) สัมผัสวิถีชีวิตริมทะเลที่ชุมชนชิวเจ็ตตี้ (Chew Jetty) หรือชมทิวทัศน์ของเมืองจากปีนังฮิลล์ (Penang Hill) เมื่อกลับมายังโรงแรม ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลายที่สระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าที่มองเห็นวิวเมืองจอร์จทาวน์แบบพาโนรามา พร้อมเติมเต็มวันด้วยมื้ออร่อยที่ห้องอาหารอีท (EAT)

    สำหรับครอบครัวที่มองหาวันหยุดสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความสนุกสำหรับทุกวัย โอโซ่ เมดินี (OZO Medini) ประเทศมาเลเซีย เป็นตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับการพักผ่อนร่วมกัน ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว ทั้งเลโกแลนด์® มาเลเซีย รีสอร์ต (LEGOLAND® Malaysia Resort) ปูเตรีฮาร์เบอร์ (Puteri Harbour) และเอ็กซ์พาร์ก (X Park) เด็กๆ จะสามารถสนุกกับกิจกรรมได้ตลอดวัน ขณะที่ผู้ใหญ่ก็สามารถใช้เวลาผ่อนคลายริมสระว่ายน้ำ ออกกำลังกายที่ฟิตเนส โทน (TONE) หรือรับประทานอาหารร่วมกันที่ห้องอาหารอีท (EAT) ก่อนกลับสู่ห้องพักที่ช่วยเติมเต็มการพักผ่อนของทั้งครอบครัว

    เมื่อมองทุกจุดหมายรวมกัน OZO ไม่ได้เสนอรูปแบบการเดินทางสำเร็จรูปแบบเดียวสำหรับทุกคน แต่เปิดพื้นที่ให้นักเดินทางได้เลือกประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความชอบของตัวเอง บางคนอาจมีความสุขกับการตื่นเช้ามาเดินริมทะเล ขณะที่บางคนอยากใช้เวลาทั้งวันกับอาหาร งานศิลปะ หรือเสียงหัวเราะของครอบครัว ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้การเข้าพักในแต่ละครั้งกลายเป็นประสบการณ์เฉพาะตัว และเป็นอีกหนึ่งวิธีในการทำความรู้จักจุดหมายเดิมผ่านมุมมองใหม่
    ในภาพที่กว้างขึ้น OZO เป็นหนึ่งในประสบการณ์การเข้าพักที่หลากหลายของ ONYX Hospitality Group ซึ่งมุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เชื่อมโยงที่พัก อาหาร และเรื่องราวของแต่ละจุดหมายเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้นักเดินทางได้รับมากกว่าการเข้าพักเพียงหนึ่งคืน และสามารถต่อยอดประสบการณ์เหล่านั้นผ่าน ONYX Rewards โปรแกรมสมาชิกที่มอบสิทธิประโยชน์และการดูแลในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทริปของสายคาเฟ่ คนรักทะเล นักชิม ผู้หลงใหลศิลปะ หรือครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาร่วมกัน OZO เชื่อว่าการเดินทางที่มีความหมายไม่จำเป็นต้องไกลหรือยาวเสมอไป แต่คือการได้ค้นพบสิ่งที่รักในแบบของตัวเอง และเก็บเกี่ยวช่วงเวลาดี ๆ ที่สะท้อนแนวคิด “More of What You Love” ผ่านประสบการณ์การเข้าพักที่เต็มไปด้วยพลังบวกในแบบฉบับของ OZO ภายใต้แนวคิด “Unpack. Good. Vibes.”