Marketing

  • Food - Marketing

    จากวุ้นเส้นคุณภาพสู่แบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคไทย “วุ้นเส้นต้นสน” คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 ต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

    บริษัท สิทธินันท์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวุ้นเส้นตราต้นสน ได้รับรางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” แบรนด์วุ้นเส้น ยอดนิยมอันดับ 1 ที่ครองใจผู้บริโภคทั่วประเทศ ต่อเนื่องปีที่ 2 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ตอกย้ำถึงความไว้วางใจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ ตลอด 64 ปีที่ผ่านมา โดยมีคีย์ซัคเซสคือ คุณภาพที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร เป็นวุ้นเส้นคุณภาพระดับพรีเมียมที่ผลิตจากถั่วเขียวชั้นเลิศ 100% ทำให้ได้วุ้นเส้นที่มีความเหนียวนุ่ม ปรุงอาหารได้หลากหลายประเภท อร่อยถูกใจทั้งชาวไทยและต่างชาติ บวกกับการสื่อสารที่โดนใจผู้บริโภค ผ่านคอนเทนต์ที่เข้าถึงง่าย มีประโยชน์ และสามารถเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันได้จริง ส่งผลให้แบรนด์ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างยาวนาน พิสูจน์ได้จากการได้รับรางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ในครั้งนี้

    นางพรรณา ปัญจวีณิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิทธินันท์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวุ้นเส้นตราต้นสน เปิดเผยว่า “วุ้นเส้นต้นสน” ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมายาวนานกว่า 65 ปี คีย์ซัคเซส คือ คุณภาพที่โดดเด่น ไม่เหมือนใครและความสำคัญกับคุณภาพในทุกขั้นตอน ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิตไปจนถึงสินค้าที่ถึงมือผู้บริโภค เพื่อส่งมอบ “คุณค่า” ให้ผู้บริโภค นั่นคือ “ความมั่นใจในทุกมื้ออาหาร” เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกว่าทุกครั้งที่เลือกแบรนด์ต้นสน จะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และสามารถนำไปสร้างสรรค์เมนูได้อย่างหลากหลาย

    ทั้งนี้ จากการได้รับรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า แบรนด์ต้นสนยังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค และเป็นแรงผลักดันให้บริษัทฯ พัฒนาต่อไป เพื่อสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการทั้งคุณภาพ ความสะดวก และความสบายใจในการบริโภคไปพร้อมกัน โดยเชื่อว่าการสร้างแบรนด์ที่แข็งแรงไม่ใช่แค่การสร้างการรับรู้ แต่คือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวผ่านคุณภาพที่สม่ำเสมอ ความจริงใจ และการปรับตัวให้ทันความต้องการของผู้บริโภค เป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคนึกถึง เชื่อมั่น และพร้อมเลือกใช้ซ้ำท่ามกลางตัวเลือกในตลาดที่มีอย่างมากมาย

    ทั้งนี้ จากพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว การแข่งขันในตลาดที่รุนแรงกับทางเลือกใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ถือเป็นความท้าทายของการเป็นแบรนด์ชั้นนำในตลาดในการรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะยาว โดยกลยุทธ์สำคัญของแบรนด์ต้นสน นอกจากการรักษามาตรฐานเดิมให้ดียิ่งขึ้นแล้ว ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อสามารถสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโคและรักษาความเป็นผู้นำตลาดได้ในระยะยาว

    “วันนี้เป้าหมายของต้นสน ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตวุ้นเส้นและอาหาร แต่ต้องการเป็นแบรนด์ที่ช่วยให้การทำอาหารเป็นเรื่องง่าย อร่อย และสร้างความสุขในทุกวัน พร้อมยึดมั่นในการรักษาคุณภาพ ความจริงใจ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง” นางพรรณา กล่าว

    จากพฤติกรรมผู้บริโภค และสภาพตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาแบรนด์ต้นสนได้มีการปรับตัวทั้งในมิติของสินค้าและการสื่อสาร โดยพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปมากขึ้น เช่น การเปิดตัว “วุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูป” ภายใต้แบรนด์ “ต้นสน อีทซี่” ที่มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย แต่ยังคงคุณภาพที่ดี ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเติบโตของแบรนด์ต้นสน โดยขยายบทบาทจากการเป็น “วุ้นเส้นที่อยู่ในครัวไทย” ไปสู่การเป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น

    ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่เข้าใจผู้บริโภคแต่ละกลุ่มมากขึ้น ผ่านคอนเทนต์ที่เข้าถึงง่าย มีประโยชน์ และสามารถเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันได้จริง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยที่ผ่านมาได้ขยายการสื่อสารผ่าน Digital Platform มากขึ้น โดยนำข้อมูลและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อสามารถพัฒนาคอนเทนต์ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและสื่อสารได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ต้นสนสามารถเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ ทั้งยังช่วยให้แบรนด์ดูทันสมัย เข้าถึงง่าย และมีบทบาทในชีวิตประจำวันมากกว่าเดิม

    นางพรรณา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้บริโภคในอนาคตจะไม่ได้มองหาเพียงสินค้าที่มีคุณภาพ แต่จะคาดหวังแบรนด์ที่เข้าใจวิถีชีวิตพวกเขามากขึ้น และสามารถตอบโจทย์ทั้งเรื่องความสะดวก สุขภาพ ความโปร่งใส ความคุ้มค่า และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง ทำให้ทิศทางของบริษัทฯ จากนี้ จะเดินหน้าพัฒนาทั้งนวัตกรรมสินค้าและ Lifestyle Solution เพื่อให้แบรนด์ต้นสนสามารถอยู่ในทุกช่วงเวลาของการใช้ชีวิต และสร้างคุณภาพได้มากกว่าการเป็นเพียงวัตถุดิบประกอบอาหาร

    “ต้นสน ขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทย และอีกกว่า 40 ประเทศทั่วโลกที่มอบความไว้วางใจและสนับสนุนเรามาโดยตลอด การได้รับรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จของแบรนด์ แต่เป็นกำลังใจสำคัญของทีมงานทุกคนในการพัฒนาสินค้าและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค ต้นสนจะยังคงรักษาความจริงใจ คุณภาพ และความเชื่อมั่นที่ทุกคนมอบให้ เพื่ออยู่เคียงข้างครัวไทยและเติบโตไปในครัวโลกพร้อมกับผู้บริโภคในทุกยุคสมัย” นางพรรณา กล่าวทิ้งท้าย

  • Event - Marketing

    “ซีเจ มอร์” สู้ศึกค้าปลีก ชูกลยุทธ์สร้างฐานลูกค้าระยะยาว ผนึก “คำต้องเชื่อม” เดินสายพื้นที่ขวัญใจวัยรุ่น เชื่อมแบรนด์-สถานศึกษา ปลื้ม “เตรียมอุดม” ตอบรับล้นหลาม พร้อมลุกอีก 3 สเตชัน ก.ค. – ส.ค. นี้

    จบไปแล้วสำหรับกิจกรรมแคมปัสทัวร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “ซีเจ มอร์ x คำต้องเชื่อม” สำหรับการแข่งขันรอบคัดเลือกกลุ่มที่ 2 ที่จัดขึ้น ณ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ความสนุกครั้งใหญ่ โดยได้รับการตอบรับอย่างถล่มทลายจากทั้งกลุ่มนักเรียนเจ้าถิ่น และนิสิตนักศึกษาจากหลากหลายสถาบันรอบข้าง ที่ตบเท้าเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่งจนเต็มพื้นที่

    กิจกรรมดังกล่าว ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นศูนย์กลางชุมชนและพื้นที่รวมไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ยของ “ซีเจ มอร์” ที่ยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์การสื่อสารที่มุ่งเน้นความเป็นกันเอง เข้าถึงง่าย และสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเจเนอเรชันใหม่ โดยหยิบยกอัตลักษณ์เด่นของแบรนด์ในเรื่องความ “ครบ ถูก คุ้ม” มาปรับให้เข้ากับบริบทของวัยเรียน นอกจากนี้ ยังได้ขนทัพไอเทมเด็ดมาเปิดบูธให้น้องๆ ร่วมสนุก เล่นเกมแจกของรางวัลฟรีแบบจัดเต็ม พร้อมสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟมาสปอยล์น้องๆ กันถึงที่

    ความสนุกในรั้วแคมปัสยังไม่จบเพียงเท่านี้ ซีเจ มอร์ และ คำต้องเชื่อม เตรียมเดินหน้าลุยแจกความสดใสและส่งต่อความคุ้มค่าอย่างต่อเนื่อง โดยสเตชันถัดไปเตรียมบุกไปหาวัยรุ่นกันถึงที่ ใกล้ที่ไหน ไปร่วมกิจกรรมกันได้ ตามตารางทัวร์ดังนี้

    • วันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569: บุกรั้ว มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (วิทยาเขตรังสิต)
    • วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569: บุกรั้ว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
    • วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2569: บุกใจกลางเมืองเอาใจก๊วนวัยรุ่น ณ เซ็นทรัล ลาดพร้าว

    ปรากฏการณ์ความสำเร็จของการเดินสายแคมปัสทัวร์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนภาพจำของแบรนด์ในใจกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ ซีเจ มอร์ ในฐานะผู้นำค้าปลีกไทย ที่ปัจจุบันเปิดให้บริการรองรับทุกความต้องการของลูกค้ามากกว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ ที่พร้อมจะขับเคลื่อนความสุข ส่งมอบความคุ้มค่า และสแตนด์บายเป็นเพื่อนแท้เคียงข้างไลฟ์สไตล์ของทุกชุมชนและทุกเจเนอเรชันอย่างไม่หยุดยั้ง

  • Lifestyle - Marketing

    ไอคอนสยาม เปลี่ยนทุกยอดใช้จ่ายให้เป็นประสบการณ์เหนือระดับ เผยผลงาน 5 เดือนแรก ทราฟฟิก เพิ่ม 15% ก่อนส่ง “BIG BANG SALE 2026” ปลุกกำลังซื้อกลางปีด้วยสิทธิประโยชน์แบบ คุ้มเลเวลอัป

    ไอคอนสยาม ฉลองความสำเร็จตอกย้ำเป็น Global Experiential Destination ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เผย 5 เดือนแรก มียอดทราฟฟิกสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา 15% แม้เผชิญสถานการณ์ความท้าทายทางเศรษฐกิจ เดินหน้าจัดโปรแรงฉลองกลางปีกับแคมเปญใหญ่ “ICONSIAM BIG BANG SALE 2026” ภายใต้แนวคิด “คุ้มเลเวลอัป 6 ต่อ ช็อปรับเกินคุ้ม” ใช้กลยุทธ์หลัก เข้าใจอินไซต์ลูกค้า นำเสนอประสบการณ์ที่ตรงความต้องการ พร้อมเพิ่มความคุ้มค่าให้ชีวิตประจำวัน โดยจับมือพันธมิตรร้านค้าภายในศูนย์ มอบส่วนลดสูงสุดถึง 80% และOn Top แจกรางวัลรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท มั่นใจดันยอดขายกลางปีสูงขึ้นกว่า 20% รายการพิเศษนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน – 29 กรกฎาคม 2569 ติดตามรายละเอียดของรางวัลได้จาก https://www.facebook.com/share/p/1Z7qR1X3MC/

    ความสำเร็จดังกล่าวได้รับแรงหนุนสำคัญจากกลุ่มลูกค้าชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและเด็ก ซึ่งมีการใช้เวลาและใช้จ่ายภายในศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของไทยยังคงเผชิญความท้าทายหลายด้าน แต่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยี่ยมชมไอคอนสยามยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องใน 5 เดือนแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สูงขึ้นถึง 15% โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไต้หวัน สะท้อนบทบาทของไอคอนสยามในฐานะจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อภาคค้าปลีกและเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศ

    คุณสุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียง “ส่วนลด” แต่ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่ารวม” (Value for Money) ของการใช้จ่ายมากขึ้น ทั้งสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ ความสะดวก และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้จ่ายเปลี่ยนจากการซื้อเพื่อตอบสนองความต้องการ ไปสู่การตัดสินใจใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลมากขึ้น

    “การทำโปรโมชั่นในวันนี้ไม่ใช่เรื่องของ Discount เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถสร้าง Value Return ให้ลูกค้าได้จริง ทั้งในรูปแบบของรีวอร์ด สิทธิประโยชน์ และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน BIG BANG SALE 2026 จึงถูกออกแบบภายใต้แนวคิด ‘คุ้มเลเวลอัป’ เพื่อทำให้ทุกยอดใช้จ่ายคืนกลับมาเป็นคุณค่าในหลายมิติ”

    สำหรับ “ICONSIAM BIG BANG SALE 2026” สมาชิก ONESIAM จะได้รับสิทธิประโยชน์แบบ “คุ้มเลเวลอัป 6 ต่อ” ครอบคลุมทั้งส่วนลดสูงสุด 80% การรับคืน SIAM Gift Card สูงสุดกว่า 13,850 บาทต่อวัน พร้อม ONESIAM COINS 13,850 COINS เพิ่มเติม รวมถึงสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกใหม่ นักช็อปสายรีวอร์ด และข้อเสนอร่วมกับบัตรเครดิต เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการใช้จ่าย มากกว่าการเป็นแคมเปญส่งเสริมการขาย BIG BANG SALE 2026 ยังสะท้อนบทบาทของไอคอนสยามและไอซีเอสในฐานะกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจค้าปลีกและการท่องเที่ยวช่วงกลางปี ผ่านการสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคไทยและนักท่องเที่ยวออกมาจับจ่ายมากขึ้น พร้อมยกระดับประสบการณ์การช็อปปิ้งที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

    ทั้งนี้ ICONSIAM BIG BANG SALE 2026 เป็นแคมเปญโปรโมชั่นที่มอบสิทธิพิเศษให้สมาชิก ONESIAM ได้สัมผัสประสบการณ์แบบเลเวลอัปผ่านสิทธิประโยชน์ที่ทวีความคุ้มค่าขึ้นเรื่อย ๆ มอบความคุ้มให้กับสมาชิก ONESIAM ถึง 6 ต่อ ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน – 29 กรกฎาคม 2569

    ต่อที่ 1: เลือกช็อปสินค้าลดราคาพิเศษ สูงสุด 80% จากร้านค้าที่ร่วมรายการ ภายในไอคอนสยาม
    ต่อที่ 2: สมาชิก ONESIAM ช็อปเพลิน รับคืนเกินคุ้มสูงสุดกว่า 13,850 บาท/วัน และรับเพิ่ม 13,850 ONESIAM COINS เพียงรวบรวมใบเสร็จจากการซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ จากร้านค้าที่ร่วมรายการภายในไอคอนสยาม สยาม ทาคาชิมายะ ตามยอดที่กำหนด รับสิทธิ์แลกของรางวัลสำหรับนำไปใช้โดยไม่มีขั้นต่ำ ดังนี้

    • ช็อปสินค้าครบ 3,000 บาทขึ้นไป แลกรับ Lotus’s Privé Gift Card มูลค่า 100 บาท หรือ เลือกรับ 1 เมนู (จากร้านค้าที่ร่วมรายการ) และรับเพิ่ม 100 ONESIAM COINS จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน
    • ช็อปสินค้าครบ 9,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 250 บาท จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน และรับเพิ่ม 250 ONESIAM COINS จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน
    • ช็อปสินค้าครบ 45,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 1,500 บาท จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน และรับเพิ่ม 1,500 ONESIAM COINS จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน
    • ช็อปสินค้าครบ 250,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 12,000 บาท จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน และรับเพิ่ม 12,000 ONESIAM COINS จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน
      ต่อที่ 3: สิทธิพิเศษสำหรับ 3 สุดยอดนักช็อปที่เป็นสมาชิก ONESIAM รับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 100,000 บาท (ไม่มีขั้นต่ำในการใช้) ลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญ และสะสมยอดใช้จ่ายภายในวันที่ใช้จ่ายที่ไอคอนสยาม, สยาม ทาคาชิมายะ สูงสุดตลอดระยะโปรโมชั่น ยอดช็อปสะสมขั้นต่ำ 3,000,000 บาทขึ้นไป เฉพาะร้านค้า Luxury ที่ร่วมรายการ แลกรับ SIAM GIFT CARD สำหรับใช้ที่ร้านค้า Luxury ที่ร่วมรายการ มูลค่า 100,000 บาท ไม่มีขั้นต่ำในการใช้
      ต่อที่ 4: สำหรับลูกค้าใหม่ที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิก ONESIAM บน ONESIAM SuperApp และรวบรวมใบเสร็จจากการซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ จากร้านค้าที่ร่วมรายการภายในไอคอนสยาม สยาม ทาคาชิมายะ ครบ 2,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD สำหรับรับประทานอาหาร มูลค่า 200 บาท จำกัด 1 สิทธิ์/สมาชิกใหม่/ตลอดรายการ และจำกัด 2,000สิทธิ์ ตลอดรายการ
      ต่อที่ 5: ICONSIAM & ICS Shop & Snap บน ONESIAM SuperApp และสะสมยอดภายในวันที่ใช้จ่าย (ได้ทุกช่องทาง) จากร้านค้าและร้านอาหารที่ร่วมรายการในไอคอนสยาม ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะและไอซีเอส สมาชิกที่สะสมยอดจำนวนใบเสร็จสูงสุด 60 ท่านแรก (ยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ) รับ ONESIAM COIN รวม 1,000,000 ONESIAM COINS
      ต่อที่ 6: แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือ แบ่งชำระ 0% นานสูงสุด 6 เดือน เมื่อซื้อบัตร SIAM Gift Card มูลค่า 10,000 บาท
      *เงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ไอคอนสยาม

    ด้าน ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ตรงข้ามไอคอนสยาม) จัดแคมเปญ “ICS BIG BANG SALE 2026” มอบสิทธิพิเศษให้สมาชิก ONESIAM แสดงใบเสร็จภายในไอซีเอส แลกรับของรางวัลมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 600 บาทต่อวัน พร้อม ONESIAM COINS 600 COINS ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน – 29 กรกฎาคม 2569
    ต่อที่ 1: เลือกช็อปสินค้าราคาพิเศษ ลดสูงสุด 80% จากร้านค้าที่ร่วมรายการภายในไอซีเอส
    ต่อที่ 2: ซื้อสินค้า บริการ และรับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่ม ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด แลกรับของรางวัลสุดคุ้มแบบไม่มีขั้นต่ำในการใช้

    • รวบรวมใบเสร็จครบ 1,000 บาทขึ้นไป แลกรับ Lotus’s Privé Gift Card มูลค่า 100 บาท สำหรับใช้ที่ Lotus’s Privé ชั้น B1 สาขาไอซีเอส และรับเพิ่ม 100 ONESIAM COINS จำกัด 1 สิทธิ์ /สมาชิก /ขั้นการซื้อ /วัน
    • รวบรวมใบเสร็จครบ 5,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 500 บาท และรับเพิ่ม 500 ONESIAM COINS จำกัด 1 สิทธิ์ / สมาชิก /ขั้นการซื้อ /วัน
    • พิเศษสำหรับสมาชิกใหม่ รับเพิ่ม Lotus’s Privé มูลค่า 100 บาท จำกัด 1 สิทธิ์ / สมาชิก / ตลอดรายการ
      จำกัด 200สิทธิ์ ตลอดรายการ
      ต่อที่ 3: สมาชิก ONESIAM ที่สะสมยอดจำนวนใบเสร็จสูงสุด 60 ท่านแรก (ยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ) รับ ONESIAM COIN รวม 1,000,000 ONESIAM COINS
      *เงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ไอซีเอส

    ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีก แคมเปญนี้ไม่เพียงมุ่งกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงกลางปี แต่ยังสะท้อนแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ที่ใช้ Loyalty Ecosystem และ Data-driven Experience เป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมตอกย้ำบทบาทของไอคอนสยามและไอซีเอสในฐานะ Global Experiential Destination ที่สามารถดึงดูดทั้งผู้บริโภคชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์ช็อปปิ้งสุดคุ้มแห่งปี กับ “ICONSIAM & ICS BIG BANG SALE 2026” ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน – 29 กรกฎาคม 2569 ณ ไอคอนสยาม และไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ พร้อมสิทธิประโยชน์แบบ “คุ้มเลเวลอัป 6 ต่อ” และรางวัลรวมมูลค่าสูงสุดที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับทุกการใช้จ่ายให้คุ้มค่ากว่าที่เคย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ Facebook: ICONSIAM และ Facebook: ICS

  • Marketing - News

    แคเรียร์ ชวนสัมผัสความสุนทรีย์ที่ไม่มีใครเหมือนกับ “Beyond X” แอร์ดีไซน์เหลี่ยมพรีเมียมจาก “ไม้จริง” หนึ่งเดียวในโลก เพื่อโลกและการอยู่อาศัยที่ ยั่งยืน

    บริษัท บี.กริม แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศรายแรกของโลกสัญชาติอเมริกา ภายใต้แบรนด์ แคเรียร์ (Carrier) ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมความเย็น ฉีกทุกกฎเกณฑ์การดีไซน์เครื่องปรับอากาศนวัตกรรมใหม่ ชู 3 คอนเซปต์หลัก “Be Crafted, Be Cool, Be Care มุ่งสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นทางการ

    “แคเรียร์” สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศอีกครั้ง ด้วยการจัดงานเปิดตัวแอร์ระดับ Flagship สุดพรีเมียมรุ่นล่าสุด “Carrier Beyond X” ภายใต้คอนเซปต์งาน “The Masterpiece of Air Conditioner, Value Beyond Expectations” ยกระดับเครื่องปรับอากาศให้เป็นชิ้นงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซชิ้นเอกในบ้าน ทลายทุกข้อจำกัดด้านดีไซน์ด้วยการใช้วัสดุจาก “ไม้จริง” เป็นครั้งแรก มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับซูเปอร์พรีเมียมควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

    นายวรเศรษฐ์ ตันติศิริวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บี.กริม แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แคเรียร์” คือผู้คิดค้นเครื่องปรับอากาศรายแรกของโลก ตลอดระยะเวลากว่า 124 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมความเย็นเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แคเรียร์ได้สร้างปรากฏการณ์ด้าน Design & Innovation มาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การเปิดตัวรุ่น Color Smart แอร์ดีไซน์โค้งมนที่สามารถเปลี่ยนหน้ากากลวดลายและสีสันได้จนคว้ารางวัล Product Innovation Awards และตามมาด้วยรุ่น X Inverter Plus ที่ปฏิวัติวงการด้วยแนวคิดแอร์พรีเมียม 5 เฉดสี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค


    ในปีนี้ แคเรียร์พร้อมแล้วที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมความเย็นให้ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วย “Carrier Beyond X” เครื่องปรับอากาศรุ่น Flagship ที่ทลายทุกขีดจำกัดเดิมๆ โดยหลอมรวมเทคโนโลยีความเย็นและงานดีไซน์ชั้นเลิศเข้าด้วยกันอย่างขั้นสุด ผ่าน 3 แนวคิดหลัก (3 Be Concepts) คือ Be Crafted (ที่สุดแห่งความพิถีพิถัน) ครั้งแรกของโลกกับเครื่องปรับอากาศที่ตัวเครื่องทำจาก “ไม้จริง” โดยผ่านกระบวนการคัดสรรไม้และกรรมวิธีการผลิตอย่างประณีตในทุกขั้นตอน เสมือนชิ้นงานศิลปะล้ำค่าแบบ Custom-made ที่รังสรรค์มาเพื่อสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้ครอบครอง Be Cool (ที่สุดแห่งความเย็นสบายอุ่นใจ) มอบประสบการณ์นวัตกรรมความเย็นเหนือระดับที่พร้อมดูแลและอำนวยความสะดวกสบายขั้นสูงสุดในการใช้งาน เสริมความมั่นใจยาวนานด้วยการดูแลสุด Exclusive บริการหลังการขายและรับประกันฟรีตลอด 5 ปีเต็ม

    Be Care (ที่สุดแห่งความใส่ใจเพื่อโลก) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยไม้จริงที่นำมาใช้ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล Certification: PEFC Woods ซึ่งเป็นไม้ที่มาจากผืนป่าปลูกหมุนเวียนอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการเลือกใช้วัสดุพลาสติกรีไซเคิล และยังคงประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานในระดับสูงสุด


    “แคเรียร์” พร้อมแล้วที่จะให้ทุกท่านได้สัมผัสกับนิยามใหม่ของเครื่องปรับอากาศที่เป็นมากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่คือชิ้นงานมาสเตอร์พีซหนึ่งเดียวในโลกที่พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมความเย็นเพื่อความยั่งยืน กับ Carrier Beyond X แอร์นวัตกรรมดีไซน์จากไม้ มากกว่าดีไซน์ คือความใส่ใจที่เหนือกว่า”

    นอกจากไฮไลท์การเปิดตัวผลิตภัณฑ์พร้อมหนังโฆษณาแล้ว ภายในงานยังได้จัดช่วงพูดคุยสุดพิเศษ Panel Talks โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและเซเลบริตี้ชื่อดังจาก 3 วงการ มาร่วมสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับเทรนด์การอยู่อาศัย นวัตกรรม และความยั่งยืนในปัจจุบัน เจาะลึก 3 เทรนด์ใหญ่ ผสานนวัตกรรมและงานดีไซน์แห่งอนาคต คุณภาณุเดช วัฒนสุชาติ (ดุ๊ก) (ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ) ได้เปิดเผยถึงเทรนด์การดีไซน์ในปัจจุบันว่า กำลังมุ่งไปสู่แนวคิด “Eco-Luxury & Nature In” หรือความหรูหราจากธรรมชาติที่จับต้องได้ โดยดึงเอาสัจจะวัสดุอย่างงานไม้จากธรรมชาติมามิกซ์กับความโมเดิร์น ควบคู่ไปกับฟังก์ชันที่ปรับเปลี่ยนได้ตามชีวิตจริง และการแต่งบ้านที่เล่าตัวตนของผู้อยู่อาศัย ซึ่ง Carrier Beyond X สามารถตอบโจทย์นี้ได้อย่างดีเยี่ยมด้วยดีไซน์ทรงเหลี่ยมพรีเมียมที่เข้ากับการออกแบบทุกสไตล์ได้อย่างลงตัว ทางด้าน คุณพิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร (ท็อป) (นักขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม) ได้แชร์มุมมองในแง่มุมของการรักษ์โลกยุคใหม่ว่า ไม่ใช่แค่การปลูกต้นไม้ แต่คือกระบวนการคิดแบบ Circular Design (การออกแบบหมุนเวียน) ตั้งแต่ต้นทาง และเป็นการรักษ์โลกแบบไม่ทรมานตัวเอง เลือกแบรนด์ที่แคร์โลกและมีความโปร่งใส (Transparency) ซึ่งผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของแคเรียร์นี้ ถือเป็นตัวแทนของความยั่งยืนที่แท้จริง เพราะคิดและพัฒนามาเพื่อช่วยดูแลโลกในระยะยาว ขณะที่ คุณปริญ จิวารุ่งเรือง (คุณเบ้น) นักธุรกิจผู้สร้างสรรค์ Double B Hostel และคาเฟ่ดีไซน์ระดับโลกอย่าง “Bite and Bond” (ตัวแทนมุมมองผู้บริโภคและเจ้าของกิจการ) ได้ร่วมฟันธงถึงปัจจัยในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ว่า “ดีไซน์ต้องมาก่อนเพื่อเปิดประตู และเทคโนโลยีตามมาเพื่อปิดการขาย” งานดีไซน์ที่สวยสะดุดตาจะสร้างอารมณ์ร่วมให้อยากซื้อในครั้งแรก แต่เทคโนโลยีและความสะดวกสบายที่ซ่อนอยู่ข้างหลังอย่างกลมกลืน (Seamless) จะเป็นตัวตัดสินให้ผู้บริโภคใช้ในระยะยาว ซึ่งโปรดักต์ที่ชนะใจคนยุคนี้ได้เบ็ดเสร็จ คือโปรดักต์ที่เอาเทคโนโลยีชั้นยอดมาห่อหุ้มด้วยงานดีไซน์ที่สวยงามและคุ้มค่า หลอมรวมสู่ “Carrier Beyond X” ความลงตัวที่ผู้เชี่ยวชาญเลือก แขกรับเชิญทุกท่านต่างยกให้ Carrier Beyond X เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเครื่องปรับอากาศยุคใหม่


    ร่วมเปิดประสบการณ์นวัตกรรมความเย็นเหนือระดับ และสัมผัสความสุนทรีย์แห่งดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซชิ้นเอกที่จะเปลี่ยนบ้านคุณไปตลอดกาลกับ “Carrier Beyond X” ได้แล้ววันนี้ที่ Carrier Experience Space ณ อินเตอร์ลิ้งค์ ทาวเวอร์ บางนา หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง ทาง www.facebook.com/carrierthailand หรือทางเว็บไซต์ www.carrierthailand.com

  • Lifestyle - Marketing

    ไอคอนสยาม และ ไอซีเอส จัดเต็มความคุ้มกลางปี ชวนอิ่มอร่อย ช็อปสนุกใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” พร้อมโปรโมชั่นพิเศษตลอดแคมเปญ

    ไอคอนสยาม และ ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ เติมความสุขกลางปี ชวนทุกคนมาอิ่มอร่อยและเพลิดเพลินกับการช็อปปิงในบรรยากาศสุดครบครัน ด้วยการรวบรวมร้านอาหารและเครื่องดื่มชื่อดังที่เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ของภาครัฐ ให้เลือกใช้สิทธิได้อย่างเต็มอิ่ม พร้อมจัดเต็มโปรโมชั่นพิเศษตลอดช่วงกลางปี เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายและมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
    ทั้งนี้ โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นหนึ่งในมาตรการภาครัฐที่มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายภายในประเทศ ผ่านการสนับสนุนร้านค้า ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569


    โดยผู้ได้รับสิทธิจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส สามารถใช้สิทธิอิ่มอร่อยและช็อปของฝากสไตล์ไทยกว่า 60 ร้านค้า ณ
    เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม โดยมีร้านค้าร่วมโครงการหลากหลาย อาทิ โซนภาคกลาง ได้แก่ ร้านโสภาน้ำปลาหวานทรงเครื่อง, ขนมจีนยายระเบียบ, ขนมไทยลงเรือ, แพรวไพลิน, ชวนหลงกุ่ยช่ายตลาดพลู, แม่โสภาเมี่ยงคำโบราณ, บ้านตลิ่งงาม, ออเรนจี้, ข้าวแต๋นแม่โสภา,โซนอีสาน ได้แก่ ไทเมืองเพีย, สิรินาถทิพย์วดีผ้าไทยฯ, ปลายป่าน,สยามแหนมเนือง, Juicing Session, โซนภาคเหนือ ได้แก่ พรธิราโครเชต์, Grab Handmade, Art & Craft, ลุงเงินกาแฟหม้อดิน, ข้าวซอยลำดวนฟ้าฮ่าม, อารมณ์ดอย, โซนภาคใต้ โชคชนะพล, น้ำชาบังบ่าว, ครัว BARAKAT, ไม่เพียงเท่านั้นยังมีร้านอร่อยในโซนลานเมือง 1-2 ได้แก่ หอยทอดลุงยาวมหาชัย, โกเฮงเกาเหลาเนื้อตุ๋น, แมลงทอด, อาหารตามสั่ง Hussna, โกวเม เนื้อตุ๋นเอ็นตุ๋น, ทะเลครก@1000ไม้, อาหารตามสั่ง, ร้าน Seafood, Roti Hussna, หมูกรอบเบตง, แมลงทอด – กุ้งเต้น, ขาหมู ตรอกจันทน์, ครัวนลินธรณ์, นายน้อยหมูย่างเมืองตรัง, ผลไม้สด Fresh Fruit, เป็นต้น


    ด้าน ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ตรงข้ามไอคอนสยาม) ร้านอาหารและเครื่องดื่มเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสหลากหลายร้าน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งสายคาเฟ่ ของหวาน และสายกินตัวจริง เริ่มที่ชั้น G กับ “JD FOODY HOME” ร้านอาหารสไตล์โฮมเมด, “MILLILITRE” คาเฟ่ดีไซน์ทันสมัยสำหรับสายกาแฟ, “OLINO CREPE & TEA (Sweetory & Yogurt)” ร้านเครปและเครื่องดื่มสไตล์ฟิวชัน รวมถึง “SOOD’S”,“อร่อยทุกคำ” ต่อด้วยชั้น 3 กับ “OCHAYA” ร้านชานมและชาไทยยอดนิยมที่มีเมนูหลากหลาย ทั้งชานมไข่มุก ชาผลไม้ ส่วนชั้น 4 พบกับ “Yak Crepe ” ที่โดดเด่นด้วยเครปไส้แน่นกว่า 30 ไส้, ร้าน “Pang Lamoon” และร้านอื่นๆที่ร่วมรายการ รวมถึง “Lotus’s EATERY@ICS” (ตรวจสอบร้านค้าที่ร่วมโครงการ ณ สถานที่) พร้อมสิทธิประโยชน์และโปรโมชันเพิ่มเติมจาก Lotus’s PRIVÉ เพื่อมอบความคุ้มค่าในการใช้จ่ายตลอดแคมเปญ


    นอกจากอิ่มอร่อยและใช้สิทธิจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสแล้ว ไอคอนสยาม ยังมอบความพิเศษสุดคุ้มอีกต่อ กับแคมเปญ “ช็อปคุ้ม FULL TANK” ตั้งแต่วันนี้– 8 มิถุนายน 2569 แลกรับโค้ดเติมเงินชาร์จรถ EV มูลค่า 150 บาท เมื่อช็อปครบ 7,500 บาทขึ้นไป ด้าน ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ เมื่อช็อปครบ 1,000 บาทขึ้นไป สามารถแลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 100 บาท (จำกัด 1 สิทธิ์/ท่าน/ขั้นการซื้อ/วัน รวม 960 สิทธิ์ตลอดรายการ) สำหรับใช้จ่ายครั้งถัดไป 200 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ


    ต่อด้วยแคมเปญ ICONSIAM BIG BANG SALE 2026 ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ถึง 29 กรกฎาคม 2569 แลกรับ Lotus’s PRIVÉ Gift Card มูลค่า 100 บาท หรือเลือกรับ 1 เมนู (จากร้านค้าที่ร่วมรายการ) และรับเพิ่ม 100 ONESIAM COINS พิเศษสำหรับสมัครสมาชิกใหม่ ONESIAM รับเพิ่ม SIAM GIFT CARD มูลค่า 200 บาท เมื่อช็อปครบ 3,000 บาทขึ้นไป ด้าน “ICS BIG BANG SALE 2026” สมาชิก ONESIAM แลกรับ Lotus’s PRIVÉ Gift Card มูลค่า 100 บาท พร้อมรับเพิ่ม 100 ONESIAM COINS และพิเศษสำหรับสมาชิกใหม่ ONESIAM รับ Lotus’s PRIVÉ Gift Card เพิ่มอีก 100 บาท เมื่อช็อปครบ 1,000 บาทขึ้นไป
    ตลอดช่วงกลางปีนี้ ขอชวนทุกคนมาเติมเต็มความสุขทั้งการกิน ช็อป และใช้ชีวิตในแบบที่คุ้มค่ากว่าเดิม ที่ไอคอนสยาม และ ไอซีเอส สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1338 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook: ICONSIAM และ ICS

  • Exhibition - Food - Marketing

    วุ้นเส้นต้นสน ลอนช์ “ต้นสน อีทซี่” 2 รสชาติใหม่ “ยำทะเล-ต้มยำ” พร้อมเปิดตัวมาสคอต “น้องต้นสน” ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026

    บริษัท สิทธินันท์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวุ้นเส้นตราต้นสน และผลิตภัณฑ์อาหาร เปิดตัว “ต้นสน อีทซี่” วุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูปแบบคัพ 2 รสชาติใหม่ รสยำทะเล และรสต้มยำ ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 มหกรรมแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดในเอเชีย ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 ณ บูธ OO25 ฮอลล์ 11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    คุณพรรณา ปัญจวีณิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิทธินันท์ จำกัด เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ในครั้งนี้ “ครอบครัวต้นสน” พร้อมยกทัพความอร่อยกับหลากหลายผลิตภัณฑ์คุณภาพจากต้นสน พร้อมกันนี้ บริษัทยังถือโอกาสเปิดตัว “ต้นสน อีทซี่” วุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูปแบบคัพ 2 รสชาติใหม่ รสยำทะเล และรสต้มยำกุ้ง เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ต่อเนื่อง และต่อยอดความสำเร็จจาก 2 รสชาติแรก รสซุปไก่ และรสแจ่วฮ้อน ที่เปิดตัวออกสู่ตลาดเมื่อช่วงปลายปี 2568 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค โดยยังคงชูจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร ไขมัน 0% และน้ำตาลน้อย ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ


    พร้อมกันนี้ ในงานยังได้เปิดตัวมาสคอต “น้องต้นสน” ซึ่งสื่อถึงวุ้นเส้นต้นสนที่ทำจากถั่วเขียว 100% ด้วยต้องการให้แบรนด์ดูเข้าถึงง่าย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมสื่อถึงพลังบวกและนุ่มนวล เหมือนเพื่อนที่อยู่ข้างๆ ผู้บริโภคเสมอ มากับนิสัยที่สะท้อนถึงแบรนด์ “วุ้นเส้นต้นสน” ได้แก่ ความร่าเริง ขี้เล่น แต่ใส่ใจสุขภาพ รวมถึงมีใจรักธรรมชาติ และเป็นมิตรกับทุกคน

    โดยมีสโลแกนประจำตัว คือ “อร่อยดี เริ่มที่ต้นสน”“ต้นสน อีทซี่” แบบคัพ เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของครอบครัวต้นสน มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการอาหารที่ทานง่าย สะดวก และยังอร่อยแบบไม่รู้สึกผิด และยังเป็นการขยายตลาดกลุ่มสินค้าภายใต้ แบรนด์ต้นสน แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ที่ครองใจผู้บริโภคทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคและขยายฐานลูกค้าของแบรนด์ต้นสนให้กว้างขึ้น ด้านช่องทางจำหน่าย ปัจจุบัน “ต้นสน อีทซี่” วุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูปแบบคัพ มีจำหน่ายในหลายช่องทาง ได้แก่ โก โฮลเซลล์, วิลล่า มาร์เก็ท, มิตซูโคชิ เดปาจิกะ, แมกซ์มาร์ท, บางบอน ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ และฟู้ดแลนด์


    พลาดไม่ได้! พบกับบูธครอบครัวต้นสน และ “ต้นสน อีทซี่” วุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูปแบบคัพ 2 รสชาติใหม่ รสยำทะเล และรสต้มยำกุ้ง ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 ณ บูธ OO25 ฮอลล์ 11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

  • Exhibition - Marketing

    “ราวด์ เฮดส์” ภายใต้กลุ่มพูลผล ชูไฮไลต์นวัตกรรมสินค้า เปิดตัว “แป้งโมจิ” สูตรใหม่ร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 อิมแพ็ค เมืองทองธานี 26–30 พ.ค. นี้

    บริษัท ราวด์ เฮดส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายแป้งทำขนมสำเร็จรูปภายใต้ “กลุ่มพูลผล” ผู้นำด้านสินค้าเกษตรและอาหารที่มีประสบการณ์กว่า 84 ปี เข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 มหกรรมแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดในเอเชีย ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมสินค้าที่โดดเด่นและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ณ บูธ C52 ฮออล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    ไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการเปิดตัว ‘แป้งโมจิ’ สูตรพิเศษที่พัฒนาขึ้น เพื่อตอบโจทย์ ผู้ประกอบการขนมและเบเกอรี่โดยเฉพาะ โดยแป้งโมจิสูตรใหม่นี้ รองรับการทำโมจิได้หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นไดฟูกุ โมจิ ฟิล์ม โมจิในเครื่องดื่ม หรือโมจิครีมชีส ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูง พร้อมให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มเหนียวในระดับมืออาชีพ มีความโดดเด่นคือ สูตร anti-retrogradation ที่มุ่งแก้ปัญหาแป้งคืนตัวเมื่อเก็บในตู้เย็น ช่วยให้ร้านค้าสามารถควบคุมคุณภาพสินค้าได้สม่ำเสมอ โดยไม่ต้อง อาศัยทักษะการทำขนมขั้นสูง

    นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัว “ผงสังขยาสำเร็จรูป” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบของคนเมือง โดยเฉพาะ เพียงเติมน้ำร้อนก็สามารถทำสังขยารสชาติแบบต้นตำรับได้ทันที โดยไม่ต้องเตรียมวัตถุดิบหลาย ชนิดหรือใช้เวลานาน ประกอบด้วย 3 รสชาติที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ ได้แก่ สังขยาใบเตย หอมกลิ่นใบเตยแท้รส ชาติหวานละมุน, สังขยาชาไทย รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม และสังขยามันม่วง รสหวานนุ่มเป็นเอกลักษณ์ เหมาะทั้งการบริโภคในครัวเรือน และร้านค้า ผู้ประกอบการ สามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมในเมนูขนมหวาน ต่าง ๆ

    บริษัท ราวด์ เฮดส์ จำกัด มุ่งเน้นการสร้างสรรค์แป้งผสมสำเร็จรูปที่ง่ายต่อการใช้งาน ผลิตจาก กระบวนการผลิตที่ทันสมัย สะอาด และได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล สินค้าในพอร์ตโฟลิโอครอบคลุม ทั้งแป้งไดฟูกุ แป้งวาราบิโมจิ แป้งโมจิ แป้งนวล ชุดทำไดฟูกุสำเร็จรูป และผงสังขยาหลากหลายรสชาติ ได้แก่ สังขยาใบเตย สังขยาชาไทย และสังขยามันม่วง

    พันธกิจหลักของบริษัทคือการช่วยให้ผู้ประกอบการทุกขนาด ตั้งแต่รายเล็กไปจนถึงผู้ประกอบการ SME สามารถผลิตขนมคุณภาพสม่ำเสมอด้วยสูตรที่ควบคุมได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาความเชี่ยวชาญด้านการทำ ขนมโดยตรง นอกจากนี้ บริษัทยังรับผลิต OEM สำหรับผู้ประกอบการทั่วไป และจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทาง ออนไลน์และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line OA : @koonpremix หรือ www.koonpremix.com

  • Exhibition - Marketing

    คาราบาวกรุ๊ป ยกทัพเครื่องดื่ม ร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026เปิดอาณาจักรและประสบการณ์สุดยิ่งใหญ่ ตอกย้ำแบรนด์เครื่องดื่มระดับโลกภายใต้แนวคิด “Crafted Experiences Endless Possibilities”

    “คาราบาวกรุ๊ป” เปิดอาณาจักรเครื่องดื่มในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชูแนวคิด “Crafted Experiences. Endless Possibilities.” ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์เครื่องดื่มระดับโลก ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค พบไฮไลต์ สัมผัสถ้วยแชมป์ Carabao Cup พร้อมกิจกรรม Tasting Experience จากเครื่องดื่มหลากหลายของคาราบาวกรุ๊ป ช็อปเต็มอิ่มในวันสุดท้ายกับสินค้าและของที่ระลึกสุดพิเศษ 26–30 พฤษภาคม 2569 นี้ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    ภายใต้วิสัยทัศน์ “สินค้าระดับโลก แบรนด์ระดับโลก” (World-Class Product, World-Class Brand) คาราบาวกรุ๊ป บริษัทเครื่องดื่มระดับโลกที่มีธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การผลิตขวดแก้ว กระป๋องอะลูมิเนียม โรงงานบรรจุสินค้าสำเร็จรูป ไปจนถึงเครือข่ายการจัดจำหน่ายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ขนทัพเครื่องดื่มจัดเต็มในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 มหกรรมแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่ครบวงจรที่สุดในเอเชีย เข้าร่วมจัดแสดงสินค้า ระหว่างวันที่ 26–30 พฤษภาคม 2569 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มคาราบาว เปิดเผยว่า การร่วมจัดแสดงสินค้าของคาราบาวกรุ๊ปในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Crafted Experiences. Endless Possibilities.”
    สร้างสรรค์ทุกประสบการณ์ สู่ทุกความเป็นไปได้ เพื่อนำเสนอโลกแห่งเครื่องดื่มที่สะท้อนทั้งนวัตกรรม คุณภาพ และเอกลักษณ์ที่แตกต่างของแต่ละผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมทั้งเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้แก่ เครื่องดื่มชูกำลัง เบียร์ สุรา และเครื่องดื่มอื่น ๆ ซึ่งบางผลิตภัณฑ์มีวางจำหน่ายเฉพาะในต่างประเทศ ตอกย้ำแนวคิด “ครบทุกความหลากหลายของรสชาติจากเครื่องดื่มระดับโลก ที่ตอบโจทย์ทุกความชื่นชอบ” ของคาราบาวกรุ๊ป

    “การจัดแสดงปีนี้ เราต้องการสะท้อนศักยภาพของคาราบาวกรุ๊ป ผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ” นายเสถียร กล่าว
    ภายในงาน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสโลกแห่งเครื่องดื่มภายใต้แนวคิด “Crafted Experiences. Endless Possibilities.” พร้อมพบกับหนึ่งในไฮไลต์สำคัญจากการเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลอังกฤษ “Carabao Cup” กลยุทธ์ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างการรับรู้แบรนด์คาราบาวในระดับสากล ผ่านการจัดแสดงถ้วยแชมป์ Carabao Cup และเสื้อพร้อมลายเซ็นนักเตะจากสโมสรแชมป์ ตั้งแต่ปี 2017 จนถึงปัจจุบัน ได้แก่ สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, นิวคาสเซิล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์ฟุตบอลระดับโลกอย่างใกล้ชิด
    นอกจากนี้ ภายในบูทยังนำเสนอประสบการณ์ด้านเบียร์ผ่านนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ Fully Open Lid ของเบียร์คาราบาว, เบียร์ตะวันแดง, เบียร์พัทยา บีช และน้องใหม่ “เบียร์ภูเก็ต ไอส์แลนด์” รวมถึง “ข้าวหอมมิกซ์” เครื่องดื่มกระแสไวรัลในโลกออนไลน์ กับภาพจำของ “ถังน้ำเขียวในตำนาน” ที่หลายคนคุ้นเคย
    พร้อมกันนี้ ยังมีกิจกรรม Tasting Experience จากเครื่องดื่มหลากหลายของคาราบาวกรุ๊ป ทั้งเครื่องดื่มชูกำลังสูตรที่มีจำหน่ายเฉพาะในต่างประเทศ และกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ตลอดจนกิจกรรมภายในบูทที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ด้านเครื่องดื่มตลอดทั้งงาน สำหรับวันสุดท้ายของการจัดงาน ยังเปิดให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกสุดพิเศษภายในบูทอีกด้วย

    พลาดไม่ได้! ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ที่มากกว่าการดื่ม ผ่านเครื่องดื่มหลากหลายรูปแบบที่ผสานทั้งคุณภาพ นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ ภายในบูท “คาราบาวกรุ๊ป” ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี บูทหมายเลข 2-T15 โดยการจัดงานแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ วันที่ 26–29 พฤษภาคม 2569 วันเจรจาธุรกิจ และ 30 พฤษภาคม 2569 สำหรับบุคคลทั่วไป ตั้งแต่เวลา 10:00–18:00 น.

  • Beauty - Marketing

    NINE BEAUTY เปิด “อาณาจักรครีมซอง” ครบครันกว่า 500 รายการตอกย้ำของดี ราคาโดนใจ เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์สายบิวตี้

    NINE BEAUTY (นายน์ บิวตี้) โซนเครื่องสำอาง และความงามมัลติแบรนด์ (Multi-brand) ในร้านค้าปลีก CJ MORE บิวตี้สโตร์ที่เข้าใจความต้องการของคนไทย เปิด “อาณาจักรครีมซอง” แหล่งรวมครีมซองของแท้ที่เชื่อถือได้ ด้วยจำนวนสินค้ากว่า 500 รายการ ในราคาถูกและเข้าถึงได้ง่าย พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ความงาม และความต้องการของผู้บริโภคไทยยุคนี้ได้อย่างลงตัว

    ปัจจุบันครีมซองใน NINE BEAUTY กว่า 500 รายการ มีสินค้าให้เลือกสรรครอบคลุมทั้งกลุ่มดูแลผิวพื้นฐานและสกินแคร์เฉพาะทาง โดยกลุ่มที่ได้รับความนิยม ประกอบด้วย Moisturizing & Hydration, Acne Treatment & Control, Brightening & Whitening, Anti-aging & Firming, Sun Protection /UV Defense นอกจากครีมซองแล้ว ยังมีสินค้ารูปแบบซองอื่นๆ ทั้งเครื่องสำอาง อาทิ มาสคาร่า รองพื้น คุชชัน ลิป บลัช และผลิตภัณฑ์ย้อมสีผม/บำรุงผม ฯลฯ ครอบคลุมทุกประเภทสินค้าความงามเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกไลฟ์สไตล์

    จากข้อมูลของ Wisesight ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลบนโซเชียลมีเดียชั้นนำในไทย พบว่า ปัจจุบันผู้บริโภครับรู้และพูดถึง NINE BEAUTY ในฐานะ “อาณาจักรครีมซอง” อย่างต่อเนื่อง โดยมีการพูดถึงรวม 303 Messages และสร้าง Engagement ได้กว่า 23,070 ครั้ง รวมถึงมีค่าเฉลี่ย Engagement สูงถึง 256 Engagements ต่อวัน สะท้อนว่า “ครีมซอง” สามารถสร้างความสนใจและการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคได้ในระดับที่ดี รวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์ประเภทนี้อย่างสม่ำเสมอ โดยพบอีกว่าผู้บริโภคเริ่มเชื่อมโยงภาพจำของแบรนด์ NINE BEAUTY กับความ “ครบ” ของสินค้ากลุ่มครีมซองมากขึ้น จากจำนวนผู้มีส่วนร่วมทั้งหมด 150 Accounts


    สำหรับกลุ่มลูกค้าหลักของตลาดครีมซอง คือกลุ่ม Gen Z ที่มีพฤติกรรมเปิดรับสินค้าใหม่ ชอบทดลองใช้ และมีการสวิตช์แบรนด์ไปมาอยู่เสมอเพื่อค้นหาสินค้าที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด ส่งผลให้ตลาดครีมซองยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” และ “การได้ทดลองก่อนตัดสินใจซื้อไซซ์ใหญ่”

    ด้วยจุดยืนของ NINE BEAUTY เชื่อว่าความสวยไม่มีสูตรสำเร็จเดียว จึงคัดสรรสินค้าบิวตี้และของใช้ดูแลตัวเองที่ตอบโจทย์ความหลากหลายของคนไทย ครบทุกหมวด พร้อมเป็นจุดหมายใหม่ของนักช้อปสายบิวตี้ที่ต้องการของดี ราคาโดนใจ และเข้าถึงง่ายใกล้บ้าน มากกว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศไทย นอกจากนี้ ยังเดินหน้าส่งต่ออินไซต์ความงามแบบคนไทยผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยคอนเทนต์บน Facebook, Instagram และ TikTok : NINE BEAUTY เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและ Engagement กับผู้บริโภค ด้วยการอัปเดตเทรนด์ใหม่ ที่มีการรีวิวจริง พร้อมแนะนำไอเทมฮิต และโปรโมชันเด็ดแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจช้อปได้ง่ายขึ้น พร้อมตอกย้ำจุดยืนการเป็น “T-Beauty Destination” บิวตี้สโตร์ที่เข้าใจความต้องการของคนไทยอย่างแท้จริง

  • Highlights - Marketing

    สงกรานต์ไอคอนสยามประสบความสำเร็จเกินคาดดึงนักท่องเที่ยวร่วมประเพณีไทย 1.47 ล้านคนปลุกเศรษฐกิจริมแม่น้ำ กระตุ้นยอดขายเติบโตกว่า 15%

    สงกรานต์ไอคอนสยามประสบความสำเร็จเกินคาด รวมยอดทราฟฟิกหมุนเวียนตลอดเทศกาล 6 วันกว่า 1.47 ล้านคน เติบโตทั้งกลุ่มชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตอกย้ำให้ประเทศไทยและไอคอนสยามเป็นแลนมาร์กงานเทศกาลระดับโลกอย่างแท้จริงสร้างไวรัลบนโซเชี่ยล มีผู้ชมคอนเทนต์สงกรานต์บนออนไลน์รวม 100 ล้านวิว เป็นเบอร์หนึ่งของงานเทศกาลสงกรานต์ตัวจริงที่ครบทุกมิติทั้งการเล่นสาดน้ำและคงอัตลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีไทย พร้อมปลุกเศรษฐกิจ กระตุ้นยอดขายช่วงเทศกาลให้เติบโต 15% จากปีที่ผ่านมา

    คุณสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เปิดเผยว่า ไอคอนสยามและพันธมิตรภาครัฐและเอกชน มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ร่วมกันจัดงานเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่อ “ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN 2026” ถือเป็นส่วนสำคัญในการอนุรักษ์ และเผยแพร่เทศกาลสงกรานต์ไทยอันเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมและสัมผัสประสบการณ์อันทรงคุณค่านี้ร่วมกัน การจัดงานในปีนี้ ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายอย่างมาก กิจกรรมทั้งหมดได้รับความสนใจ มียอดทราฟฟิกหมุนเวียนตลอดเทศกาลทั้ง 6 วัน รวมกว่า 1.47 ล้านคน โดยจำนวนผู้ร่วมงานเติบโตทั้งในกลุ่มชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ นอกจากนั้น ยังสร้างปรากฎการณ์บนโลกออนไลน์ มีผู้ชมคอนเทนต์ตลอดเทศกาลสงกรานต์สูงมากถึง 100,000,000ครั้ง (views) ตอกย้ำให้ประเทศไทยและไอคอนสยามเป็นแลนมาร์กงานเทศกาลระดับโลกอย่างแท้จริง

    “งานสงกรานต์ไอคอนสยาม จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สาด สนุก สุข สิริมงคล สงกรานต์ไทย” นำเสนอประสบการณ์ครบมิติทั้งการสาดน้ำที่สนุกสนาน สะอาด ปลอดภัย มอบความบันเทิงจากศิลปินไทยมากความสามารถ พร้อมการแสดงทางวัฒนธรรมไทยหลากหลายด้าน เช่น ขบวนแห่นางสงกรานต์ การละเล่นพื้นบ้าน พร้อมกิจกรรมเสริมความสิริมงคล ส่งเสริมการใช้ชีวิตตามวิถีไทยอย่างครบเครื่อง ทำให้เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ครบทุกเซ็กเมนต์ ทั้งกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างประเทศ ประกอบกับการร่วมมือกับพันธมิตรร้านค้าผู้เช่าภายในศูนย์การค้ามากกว่า 1,000 ร้านค้า ส่งมอบประสบการณ์ช็อปปิ้งที่หลากหลายคุ้มค่า ทำให้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ มียอดจับจ่ายใช้สอยสูงกว่าปีที่ผ่านมาถึง 15% จึงเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งภายในศูนย์การค้าและธุรกิจโดยรอบริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างคึกคักตลอดเทศกาล” นายสุพจน์กล่าว

    ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับเทศกาลไทยสู่สากล
    โดยความสำเร็จในครั้งนี้ไอคอนสยาม ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ได้แก่กระทรวงวัฒนธรรม, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), กรุงเทพมหานคร, กรมประชาสัมพันธ์ และพันธมิตรภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท ปุริ จำกัด, บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด, บริษัท ซิตี้ ไอซ์ จำกัด, Beverly Hills Polo Club, Sapporo Beer, โรงพยาบาลสมิติเวช, บริษัท นิสชิน ฟูดส์ (ไทยแลนด์) จำกัด, แบรนด์ Havaianas, น้ำแร่ 6ty degrees, บริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด, DREAME THAILAND และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส (AIS), บริษัท แบรนด์ดีไลท์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และ เมืองสุขสยาม ร่วมสร้างมหาปรากฏการณ์งานสงกรานต์ ทำให้งานสงกรานต์ไอคอนสยามเป็นเบอร์หนึ่งของงานเทศกาลสงกรานต์ที่ครบมิติทั้งการละเล่นสาดน้ำและคงอัตลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีไทย ส่งเสริมให้ประเทศไทยและไอคอนสยามเป็นแลนมาร์กของการจัดงานเทศกาลระดับโลกอย่างแท้จริง

    ไฮไลต์กิจกรรมที่ผสานวัฒนธรรมและความบันเทิง สร้างประสบการณ์ “THAICONIC”
    ไอคอนสยามได้นำเสนอไฮไลต์สำคัญที่รวบรวมไอคอนแห่งความเป็นไทยในทุกมิติ มาบรรจบกันในเทศกาลฉลองปีใหม่ไทย ตั้งแต่มรดกทางวัฒนธรรม สัญลักษณ์ของชาติ จนถึงตัวแทนแห่งยุค เพื่อร่วมเชิดชูและสืบสานความงดงามของวัฒนธรรม สู่เทศกาลสงกรานต์ที่เต็มไปด้วยสีสัน และความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชาติ เพื่อมอบประสบการณ์ที่โดดเด่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    หนึ่งในไฮไลต์ที่ได้รับการกล่าวถึงในโลกโซเชียลและกลายเป็นจุดถ่ายรูปเช็คอินยอดฮิต คือ Water Landmark ช้างไทยพ่นน้ำขนาดยักษ์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการนำ “ช้างไทย” สัญลักษณ์และเอกลักษณ์ของไทยมานำเสนอในรูปแบบผลงานประติมากรรมศิลปะขนาดใหญ่ สร้างสรรค์โดยศิลปิน Dee SweetDrug Studio และสามารถพ่นน้ำได้ถึง 6 งวง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ร่วมงาน พร้อมเสริมสิริมงคลให้กับผู้เล่นน้ำสงกรานต์ด้วยน้ำมนต์ 9 วัด นอกจากนี้ ไอคอนสยามยังได้นำมรดกทางวัฒนธรรมให้ปรากฏสู่สายตาผู้คนทั่วโลกผ่าน ขบวนแห่นางสงกรานต์สุดวิจิตรตระการตา พร้อมไอคอนแห่งยุคอย่าง หลิง-ออม และ 4EVE ตลอดจนปรากฏการณ์ความบันเทิงที่รวบรวมศิลปินมากมายมามอบความสุขและความบันเทิงภายในงานกว่า 300 ชีวิตตลอด 6 วันเต็ม รวมถึงกิจกรรมที่ยังคงรักษาประเพณีดั้งเดิม ทั้งการสรงน้ำพระเสริมสิริมงคล รับพลังบุญต้อนรับปีใหม่ไทย กิจกรรมรดน้ำดำหัวขอพรจากผู้ใหญ่ เพื่อแสดงความเคารพและความกตัญญู กิจกรรมการประกวดหนูน้อยสงกรานต์ และการประกวดร้องเพลงรุ่นเด็ก เยาวชนและผู้ใหญ่ ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมความกล้าแสดงออกแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมความรักความอบอุ่นภายในครอบครัวอีกด้วย ทุกกิจกรรมล้วนสร้างประสบการณ์แบบ “THAICONIC” อย่างแท้จริงในทุกมิติ

    #ICONSIAMSongkran #สงกรานต์ที่ไอคอนสยาม #ICONSIAM