Culture

  • Art - Culture - Exhibition

    “The Living Heritage” จากภูมิปัญญาสู่มรดกที่ยังมีชีวิต ไอคอนคราฟต์ ชวนสัมผัสความงามของงานหัตถศิลป์สกุลช่างโลหะในนิทรรศการ “โลหะ 3 กษัตริย์ เงิน ทอง ทองแดง” 24 ก.ย. – 18 ต.ค. 2569 ณ ไอคอนสยาม

    ไอคอนคราฟต์ พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและแหล่งรวมงานคราฟต์สร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทย ร่วมกับ ไอคอนสยาม และ 3 แบรนด์นักออกแบบงานโลหะ Masaya, 5IVE SIS, Makkha Design Studio นำองค์ความรู้และภูมิปัญญา “สกุลช่างโลหะ” มาตีความผ่านการออกแบบร่วมสมัย ภายใต้โครงการ “The Living Heritage” เพื่อต่อยอดคุณค่าของงานช่างไทยให้ยังคงมีชีวิตและสอดคล้องกับบริบทของโลกปัจจุบัน โดยนำแรงบันดาลใจจาก “บุปผาราชินี” ดอกไม้ในพระนามาภิไธย “สิริกิติ์” มาถ่ายทอดภูมิปัญญางานช่างไทยในมิติใหม่ พร้อมจัดนิทรรศการ “โลหะ 3 กษัตริย์ เงิน ทอง ทองแดง” ขึ้น ภายใต้ความร่วมมือของ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, ไอคอนสยาม และ ไอคอนคราฟต์ นำเสนอเรื่องราวและกระบวนการสร้างสรรค์งานโลหะไทย โดยมีไฮไลต์เป็นผลงานเฟอร์นิเจอร์จากการร่วมออกแบบของทั้ง 3 แบรนด์ พร้อมเลือกชมเลือกซื้อผลงานหัตถศิลป์และงานออกแบบที่สะท้อนการต่อยอดภูมิปัญญาไทยสู่ชีวิตร่วมสมัย ระหว่างวันที่ 24 กันยายน – 18 ตุลาคม 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม

    นิทรรศการ “โลหะ 3 กษัตริย์ เงิน ทอง ทองแดง” นำเสนอผลงานหัตถศิลป์ร่วมสมัยที่สร้างสรรค์จากวัสดุ 3 ชนิด ได้แก่ เงิน ทอง และทองแดง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้ในพระนามาภิไธย “สิริกิติ์” หรือ “บุปผาราชินี” พรรณไม้อันทรงคุณค่าและงดงามซึ่งได้รับการขนานนามเพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง นำมาตีความผ่านมุมมองของนักออกแบบ ผสานเข้ากับองค์ความรู้และฝีมือช่างโลหะไทย จนเกิดเป็นผลงานร่วมสมัยที่สะท้อนความงดงามและอัตลักษณ์ของงานช่างไทยในมิติใหม่ พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้จากอดีตเข้ากับการออกแบบและการใช้ชีวิตในปัจจุบัน

    หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของนิทรรศการครั้งนี้ คือผลงานเฟอร์นิเจอร์สุดพิเศษที่เกิดจากการร่วมออกแบบและสร้างสรรค์ของ 3 แบรนด์ ได้แก่ “Masaya” แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านงานเฟอร์นิเจอร์และงานทองเหลือง ถ่ายทอดเสน่ห์ของโลหะผ่านรูปทรงและรายละเอียดที่สะท้อนความประณีตของงานช่าง “5IVE SIS” ผู้สร้างสรรค์ผลงานจากพิวเตอร์ หรือดีบุก ที่นำคุณลักษณะเฉพาะของวัสดุมาต่อยอดเป็นงานออกแบบอันมีเอกลักษณ์ รวมถึง “Makkha Design Studio” แบรนด์ที่ให้คุณค่ากับวัสดุธรรมชาติ งานทำมือ และกระบวนการสร้างสรรค์อย่างพิถีพิถัน เน้นถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ วัสดุ และฝีมือช่างผ่านผลงานออกแบบ โดยแต่ละแบรนด์ต่างนำความเชี่ยวชาญและเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาหลอมรวมเป็นผลงานเดียวกัน ถ่ายทอดเรื่องราวของงานโลหะผ่านรูปแบบที่ร่วมสมัยและสามารถเชื่อมโยงเข้ากับวิถีชีวิตได้อย่างลงตัว สะท้อนศักยภาพของงานช่างไทยในการต่อยอดจากรากฐานของภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่การออกแบบร่วมสมัย โดยยังคงรักษาคุณค่าของวัสดุ กระบวนการ และฝีมือช่างไว้อย่างงดงาม

    นอกจากนี้ภายในนิทรรศการยังเปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจได้สัมผัสเรื่องราวของงานโลหะไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมเลือกซื้อผลงานหัตถศิลป์และงานออกแบบจากแบรนด์ Masaya, 5IVE SIS และ Makkha Design Studio ซึ่งสะท้อนการต่อยอดภูมิปัญญาไทยให้สามารถเข้าถึงและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้

    ทั้งนี้ นิทรรศการ “โลหะ 3 กษัตริย์ เงิน ทอง ทองแดง” จัดขึ้นภายใต้โครงการ “The Living Heritage” หนึ่งในโครงการสำคัญของไอคอนคราฟต์ เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงอุทิศพระราชกรณียกิจในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานงานหัตถศิลป์ไทยผ่านโครงการศิลปาชีพ จนเกิดเป็นรากฐานสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาภูมิปัญญาช่างฝีมือไทยจากทั่วประเทศ โดยโครงการมุ่งเน้นความร่วมมือระหว่างช่างฝีมือ ศิลปิน ผู้ประกอบการไทย และนักออกแบบรุ่นใหม่ นำมรดกภูมิปัญญาและงานหัตถศิลป์ไทยมาตีความผ่านการออกแบบร่วมสมัย เพื่อส่งต่อคุณค่าของงานช่างไทยจากรุ่นสู่รุ่น จากภูมิปัญญาสู่การออกแบบ จากงานช่างสู่การใช้ชีวิต และจากมรดกในอดีตสู่มรดกที่ยังคงมีชีวิต “The Living Heritage” จึงเป็นพื้นที่ที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของงานหัตถศิลป์ไทยในการก้าวข้ามกาลเวลา พร้อมสร้างความหมายใหม่ให้กับงานคราฟต์ไทยในโลกปัจจุบัน

    เชิญร่วมสัมผัสความงดงามของ “สกุลช่างโลหะ” ผ่านมุมมองใหม่ของงานออกแบบร่วมสมัย ชมความประณีตของวัสดุและฝีมือช่างที่บอกเล่าเรื่องราวจากอดีต พร้อมค้นพบคุณค่าและความหมายใหม่ของงานหัตถศิลป์ไทยที่สามารถก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตยุคใหม่ ในนิทรรศการ “โลหะ 3 กษัตริย์ เงิน ทอง ทองแดง” ระหว่างวันที่ 24 กันยายน – 18 ตุลาคม 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONCRAFT

  • Art - Culture - Exhibition

    สัมผัสความงดงามแห่งขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ ไอคอนสยาม กองทัพเรือ จัดแสดงเรือพระราชพิธีจำลอง 52 ลำ พร้อม 4 เรือพระที่นั่งสำคัญ

    กองทัพเรือ ร่วมกับ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขอเชิญชวนประชาชน นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ร่วมชมนิทรรศการ “สี สรรค์ สะท้อนศิลป์ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค” ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 8 พฤศจิกายน 2569 ณ ไอคอนลักซ์ ชั้น M ไอคอนสยาม เพื่อร่วมเรียนรู้และชื่นชมความงดงามของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค อันเป็นหนึ่งในโบราณราชประเพณีสำคัญที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน พร้อมเตรียมความพร้อมก่อนการรับชมพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569

    ภายในนิทรรศการตื่นตากับการจัดแสดงเรือพระราชพิธีจำลองครบทั้ง 52 ลำตามรูปแบบริ้วขบวนจริง ซึ่งได้รับการออกแบบอย่างประณีตงดงาม พร้อมเรื่องราวเกี่ยวกับประเภท บทบาท และความสำคัญของเรือแต่ละลำในริ้วขบวน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมไทยให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้อย่างใกล้ชิด อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการจัดแสดงเรื่องราวของ 4 เรือพระที่นั่งสำคัญแห่งพระราชพิธีปี 2569 ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในริ้วขบวนพระราชพิธี ตลอดจนการจัดแสดงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จำลองขนาดใหญ่ ความยาว 15 เมตร พร้อมสื่อมัลติมีเดีย วิดีทัศน์ และองค์ความรู้ที่ช่วยถ่ายทอดความเป็นมาและความสำคัญของขบวนพยุหยาตราทางชลมารคได้อย่างครบถ้วนและเข้าใจง่ายสำหรับผู้ชมทุกวัย

    นิทรรศการครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์ของมรดกวัฒนธรรมไทยผ่านรูปแบบการนำเสนอที่เข้าถึงได้ง่าย พร้อมร่วมภาคภูมิใจในคุณค่าของโบราณราชประเพณีที่ได้รับการอนุรักษ์และสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ณ พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีความผูกพันกับวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์ของชาติไทยมาอย่างยาวนาน

    ผู้สนใจสามารถเข้าชม “สี สรรค์ สะท้อนศิลป์ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค” ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 8 พฤศจิกายน 2569 ณ ไอคอนลักซ์ ชั้น M ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ www.iconsiam.com

  • Culture - Fashion

    8 ดีไซเนอร์ไทยรวมพลังสร้างสรรค์ “แฟชั่นไทยเท่” ททท. เปิด “THAI T’REASURES by Amazing Thailand” เชื่อมแฟชั่น–วัฒนธรรม–การท่องเที่ยว 18–20 กันยายนนี้ ณ ไอคอนสยาม

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดงาน “THAI T’REASURES by Amazing Thailand” ถ่ายทอดคุณค่าของ “ของดีประเทศไทย” ผ่านแฟชั่นร่วมสมัยภายใต้แนวคิด “แฟชั่นไทยเท่” นำเสน่ห์ผ้าไทย อัญมณี งานหัตถศิลป์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบไทย เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวรูปแบบ Fashion Tourism โดยมีนายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมคณะผู้บริหาร ททท. พันธมิตร นักออกแบบ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน ณ ลานริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ

    นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า แฟชั่นเป็นสื่อสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพในการถ่ายทอดอัตลักษณ์และความเป็นไทยให้เข้าถึงผู้คนในมุมมองร่วมสมัย ททท. จึงร่วมกับพันธมิตรนำผ้าไทย อัญมณี งานหัตถศิลป์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาตีความผ่านงานออกแบบภายใต้แนวคิด “Fashion Tourism” เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า Soft Power ไทยไม่ได้อยู่เพียงในตัวสินค้า หากยังครอบคลุมถึงเรื่องราว ผู้คน วิถีชีวิตและภูมิปัญญาที่เชื่อมโยงจากแหล่งกำเนิดสู่แรงบันดาลใจในการเดินทาง พร้อมเปิดมุมมองใหม่ต่อความเป็นไทย และเพิ่มโอกาสให้ทุนทางวัฒนธรรมของไทยได้รับการต่อยอดและถ่ายทอดสู่ผู้คนทั่วโลก

    งาน THAI T’REASURES by Amazing Thailand จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–20 กันยายน 2569 เวลา 16.00–22.00 น. ณ บริเวณโซน Walkway ชั้น M และลานริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม เปิดให้ประชาชนและผู้สนใจเข้าชมแฟชั่นบนรันเวย์ เรื่องราวเบื้องหลังผืนผ้าและงานฝีมือ ไปจนถึงสินค้าแฟชั่นที่เลือกซื้อได้จริง โดยพิธีเปิดงานเริ่มต้นด้วย Grand Opening Performance และ T-POP Show × Fashion นำโดยศิลปิน MEYOU มิว-ชิษณุชา ตันติเมธ ก่อนเข้าสู่ไฮไลต์ “WEAR THE THAI T’REASURES” แฟชั่นโชว์จาก 8 แบรนด์ดีไซเนอร์ ได้แก่ KLOSET, JANESUDA, Painkiller Atelier, RAPEE, Maison Wonder Anatomie, SANGBOON, THITHA และ Made by Hotcake ร่วมกับผลงานจาก ICONCRAFT และอัญมณีจากสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ภายใต้แนวคิด “365 แฟชั่นไทยเท่ได้ทุกวัน”

    ภายในงานยังจัดแสดงต้นแบบผลงานจาก TAT × THAI DESIGNER COLLABORATION 3 ผลงาน ได้แก่ RAVIPA กับเครื่องประดับพญานาค “Faith to Fashion”, PREMIUM POPS × TRK กับผ้าและหมวกมัลติฟังก์ชัน “Art to Journey” และ THITHA กับต้นแบบชุดจากเศษเปลือกรังไหม “Waste to Worth” พร้อมนิทรรศการ “WEAR THE DESTINATION” ภายใต้แนวคิด “10 Textile Journeys Across Thailand – 10 เส้นทางผ้า พาเที่ยวไทย” ที่เชื่อมโยงผืนผ้ากับแหล่งท่องเที่ยวผ่านสื่อจอสัมผัส นอกจากนี้ ยังมีโซน “Thai Fashion Marketplace” ที่รวบรวมสินค้าแฟชั่นร่วมสมัยจากผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนทั่วประเทศไทยมาให้เลือกชมและเลือกซื้อภายในงาน

    สำหรับกิจกรรมในวันที่ 19 กันยายน 2569 พบกับแฟชั่นโชว์จาก Warinnaya, Marionsiam และ Clothear ร่วมกับนักแสดงจากช่อง ONE31 ได้แก่ เพิร์ล-ศัจกร และพีค-ภีมพล ก่อนปิดท้ายในวันที่ 20 กันยายน 2569 ด้วยการนำเสนอผลงานของนิสิตนักศึกษาด้านการออกแบบแฟชั่นจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยในภูมิภาค ร่วมกับวง COMPASS และนักดนตรีระนาดร่วมสมัย ฟีโน่-ปาเจร พัฒนศิริ (Fino the Ranad)

    ทั้งนี้ ททท. เชื่อมั่นว่า THAI T’REASURES by Amazing Thailand จะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางมายังประเทศไทย เชื่อมโยงความสนใจด้านแฟชั่นสู่การค้นพบเรื่องราวของผ้าไทย งานหัตถศิลป์ อัญมณี ช่างฝีมือ และชุมชนในแหล่งต้นกำเนิด พร้อมส่งเสริมและยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางด้าน Fashion Tourism ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากเดินทางมาสัมผัสผ่านเสน่ห์ของวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัยอย่างยั่งยืน

  • Art - Culture - Fashion

    ไอคอนคราฟต์ ชวนภาคภูมิใจในผ้าไทย ผ่าน “Donkoi Model”เผยเบื้องหลังภูมิปัญญาดอนกอย ก่อนก้าวสู่ชุดพิธีการ Asian Games 2026วันนี้–22 กันยายน 2569 ณ ไอคอนสยาม

    เพื่อน้อมนำพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทย ยกระดับงานหัตถศิลป์ท้องถิ่น และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนอย่างยั่งยืน  ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและแหล่งรวมงานคราฟต์สร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทยที่ใหญ่ที่สุด ร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI กรมการพัฒนาชุมชน และโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก จัดนิทรรศการพิเศษ “Donkoi Model: FROM LOCAL WISDOM TO ASIAN PRIDE จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ความภาคภูมิใจบนเวทีเอเชีย”  เผยเบื้องหลังการเดินทางของผ้าฝ้ายย้อมครามทอมือจากธรรมชาติของ “ดอนกอยโมเดล” โครงการภายใต้พระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในจังหวัดสกลนคร ซึ่งถักทอจากภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นผืนผ้าชุมชนที่เปี่ยมด้วยคุณค่า ก่อนต่อยอดสู่แฟชั่นร่วมสมัยที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยบนเวทีเอเชีย ในชุดพิธีการสำหรับทีมนักกีฬาไทยที่จะสวมใส่ในพิธีเปิดการแข่งขันมหกรรมกีฬา Asian Games 2026 ครั้งที่ 20 รวมถึงผลิตภัณฑ์แฟชั่นอีกหลากหลาย ชวนคนรักผ้าไทยมาร่วมภาคภูมิใจในภูมิปัญญาและหัตถศิลป์ไทย พร้อมเลือกซื้อสินค้าที่สร้างสรรค์จากผืนผ้าของดอนกอยโมเดล ตั้งแต่วันนี้ – 22 กันยายนนี้ ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม

    จากผืนผ้าที่รังสรรค์อย่างประณีตด้วยภูมิปัญญาและความตั้งใจของชุมชน สู่ผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล “ดอนกอยโมเดล (Donkoi Model)” กำลังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการรักษารากเหง้า แต่สามารถนำมาต่อยอดผ่านองค์ความรู้ด้านการออกแบบ การพัฒนาคุณภาพ และการสร้างสรรค์ร่วมสมัย จนกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาผ้าไทยอย่างยั่งยืน และสร้างโอกาสใหม่ให้กับชุมชน เพื่อร่วมถ่ายทอดเรื่องราวและความภาคภูมิใจของ “ดอนกอยโมเดล” สู่สายตาชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ไอคอนคราฟ ไอคอนสยาม จึงร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” จัดนิทรรศการ “ดอนกอยโมเดล Donkoi Model: FROM LOCAL WISDOM TO ASIAN PRIDE จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ความภาคภูมิใจบนเวทีเอเชีย” ขึ้น โดยถ่ายทอดเส้นทางของผ้าดอนกอย ตั้งแต่รากฐานของภูมิปัญญาชุมชน กระบวนการสร้างสรรค์ผืนผ้า ไปจนถึงการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่นร่วมสมัยที่สามารถก้าวสู่เวทีระดับเอเชียได้อย่างเต็มภาคภูมิ

    ทั้งนี้ เรื่องราวของดอนกอยโมเดลเริ่มต้นจาก ชุมชนบ้านดอนกอย อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร แหล่งภูมิปัญญาผ้าย้อมครามที่สืบทอดองค์ความรู้ด้านการทอผ้ามาอย่างยาวนาน กระทั่งในปี พ.ศ. 2563 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้เสด็จทอดพระเนตรกระบวนการผลิตผ้าย้อมครามของกลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย พร้อมพระราชทานแนวทางในการพัฒนาผ้าไทย ทั้งด้านการออกแบบ คุณภาพสิ่งทอ การพัฒนาลวดลาย สีสัน และมาตรฐานการผลิต เพื่อยกระดับผ้าทอพื้นถิ่นให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานร่วมสมัยและเพิ่มมูลค่าในเชิงเศรษฐกิจ โดยหนึ่งในหัวใจสำคัญของดอนกอยโมเดล คือการเปิดพื้นที่ให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้พบกับนักออกแบบและมุมมองร่วมสมัย นำเอกลักษณ์ของลวดลาย เนื้อผ้า และสีสันมาต่อยอดและพัฒนาให้เกิดความหลากหลาย สามารถสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ก่อนต่อยอดสู่ “ศูนย์เรียนรู้ผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย” ภายใต้ “ดอนกอยโมเดล” ซึ่งมุ่งพัฒนาชุมชนผ่านการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่ไปกับการสร้างอาชีพและรายได้ โดยได้รับความร่วมมือจาก กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ในการยกระดับผลิตภัณฑ์สู่มาตรฐาน Premium OTOP ตลอดจนส่งเสริมให้ผ้าไทยได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ

    นิทรรศการครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สัมผัสเรื่องราวของผ้าทอย้อมครามดอนกอยโมเดลอย่างลึกซึ้ง ด้วยการพาสำรวจกระบวนการสร้างสรรค์ผืนผ้าและองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มาจากความทุ่มเทของช่างทอและช่างฝีมือในชุมชนบ้านดอนกอย ตั้งแต่การคัดเลือกเส้นใย การย้อมครามด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิม การทอด้วยมือ ไปจนถึงการเก็บรายละเอียดของผืนผ้า พร้อมชมศักยภาพของผ้าดอนกอยเมื่อถูกนำมาต่อยอดเป็นผลงานแฟชั่นร่วมสมัย ที่ถ่ายทอดเรื่องราว ความภาคภูมิใจ และตัวตนของชุมชนออกไปสู่เวทีที่กว้างไกลยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ ภายในนิทรรศการยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่สร้างสรรค์จากผ้าดอนกอย โดยหนึ่งในแบรนด์ที่นำผ้าจากดอนกอยโมเดล มาต่อยอดคือ Kramin (ครามิน) แบรนด์ไลฟ์สไตล์แฟชั่นที่นำงานหัตถกรรมจากชุมชนทั่วประเทศมาผสมผสานเข้ากับแนวคิดการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมือง ถ่ายทอดเสน่ห์ของงานฝีมือท้องถิ่นผ่านมุมมองร่วมสมัย โดยให้ความสำคัญกับแนวคิด Sustainability ควบคู่กัน ทั้งการเลือกใช้เส้นใยจากธรรมชาติ และกระบวนการย้อมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการเลือกใช้พืชให้สีที่มีการปลูกหมุนเวียนบนผืนดินอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ขึ้นไม่ได้มีเพียงความงดงาม หากยังส่งต่อคุณค่าที่ดีให้แก่ชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยหนึ่งในผ้าทอท้องถิ่นที่ Kramin นำมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นสวยคือ ผ้าทอจากกลุ่มทอผ้าฝ้ายย้อมสีเปลือกไม้บ้านผักคำภู จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ผลิตภายใต้ดอนกอยโมเดล สะท้อนให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างภูมิปัญญาของชุมชนกับการออกแบบร่วมสมัย และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผืนผ้าท้องถิ่นสามารถก้าวเข้าสู่ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างมีความหมาย

    นับได้ว่า “ดอนกอยโมเดล” เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงศักยภาพของผ้าทอไทยที่สามารถก้าวข้ามจากการเป็นผ้าทอพื้นถิ่น สู่การเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยในบริบทสากล 

    ร่วมสัมผัสเรื่องราวของ “ดอนกอยโมเดล” และค้นพบอีกมิติของผ้าไทยที่กำลังเดินทางจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เวทีเอเชีย ผ่านนิทรรศการ “ดอนกอยโมเดล Donkoi Model: FROM LOCAL WISDOM TO ASIAN PRIDE จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ความภาคภูมิใจบนเวทีเอเชีย” พร้อมชมและเลือกซื้อผลงานแฟชั่นจากผ้าดอนกอยได้ ตั้งแต่วันนี้ – 22 กันยายน 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONCRAFT

  • Art - Culture - Event

    “THE WONDROUS JAPAN HERITAGE 2026” เปิดโลกวัฒนธรรมญี่ปุ่น ณ สยามพารากอนจัดเต็มโชว์ซามูไร-นินจา พร้อมนิทรรศการบอนไซหาชมยากอายุกว่า 500 ปี

    เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย- ญี่ปุ่น สยามพารากอน ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย และกระทรวงวัฒนธรรม จัดงาน “SIAM PARAGON THE WONDROUS JAPAN HERITAGE 2026” มหกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่นสุดยิ่งใหญ่แห่งปี นำเสนอประสบการณ์อันทรงคุณค่า ผ่านตำนานวิถีนักรบญี่ปุ่น ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งซามูไรและนินจา พร้อมตื่นตานิทรรศการบอนไซหาชมยากอายุกว่า 500 ปี ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

    สำหรับพิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติจาก นายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย, นายเปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี, ดร.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, วิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ, เพชรรัตน์
    สายทอง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม และ ธณพร ตันติยานนท์ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมงานและชมการแสดง

    สยามพารากอน ชวนเปิดประตูสู่โลกแห่งนักรบญี่ปุ่นใน “AWAKEN THE SAMURAI” การแสดง
    สุดพิเศษที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณอันทรงพลังของซามูไร ผ่านศิลปะการใช้ดาบคาตานะเต็มรูปแบบจาก
    ชิเดนริว (SHIDENRYU TOKYO) สำนักดาบชื่อดังจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ผู้สืบสานศาสตร์การต่อสู้และวัฒนธรรมนักรบที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมสัมผัสเรื่องราวแห่งเกียรติยศ ความกล้าหาญ และปรัชญาการดำเนินชีวิตของซามูไร ผู้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของประเทศญี่ปุ่น พร้อมตื่นตาตื่นใจกับการแสดงศิลปะการต่อสู้จากนินจา ที่เผยให้เห็นความลึกลับของวิชาพรางตัว เทคนิคการต่อสู้ และทักษะการเอาตัวรอดอันเป็นเอกลักษณ์

    วันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 I พาร์ค พารากอน ชั้น M I เวลา 14.00 / 17.00 น.

    พบกับการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างพลังแห่งดาบ ความงดงามของวัฒนธรรม และเรื่องราวของสองนักรบในตำนาน ที่จะปลุกจิตวิญญาณแห่งญี่ปุ่นให้มีชีวิต

    • The Art of Samurai & Ninja
      ร่วมรับชมศิลปะการต่อสู้อันทรงคุณค่าของซามูไร ผู้สืบทอดจิตวิญญาณและเกียรติยศจาก ขุนศึก คาซุโนริ อาโอกิ (青木一矩) ถ่ายทอดเรื่องราวการเผชิญหน้าระหว่าง “ซามูไร” ผู้ยึดมั่นในวิถีแห่งเกียรติและแสงสว่าง กับ “นินจา” ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งเงาและกลยุทธ์อันเหนือชั้น ตื่นตาตื่นใจไปกับ
      ศิลปะการต่อสู้ที่ผสานความแข็งแกร่ง ความแม่นยำ และภูมิปัญญาดั้งเ ดิม ของสองนักรบในตำนาน จนกลายเป็นการแสดงที่ทั้งเร้าใจและเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่น
    • The Way of the Warrior
      สัมผัสการสาธิตศิลปะการใช้ดาบอันทรงพลังและงดงาม ซึ่งถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งซามูไร นักรบผู้ยึดมั่นในเกียรติ ศักดิ์ศรี และวินัยเหนือสิ่งอื่นใด พร้อมเรียนรู้เรื่องราวและศาสตร์การต่อสู้ของนินจา นักรบเงาแห่งแดนอาทิตย์อุทัย ผู้เชี่ยวชาญด้านความคล่องแคล่ว ไหวพริบ และกลยุทธ์อันแยบยล ที่ยังคงเป็นตำนานที่น่าหลงใหลมาจนถึงปัจจุบัน

    วันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 I พาร์ค พารากอน ชั้น M I เวลา 10.00-20.00 น.

    พร้อมกันนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมเวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Experience Japanese Craft”
    ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด

    • Origami ศิลปะการพับกระดาษอันประณีตที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์และความละเอียดอ่อน
    • Maneki Neko Workshop สร้างสรรค์ตุ๊กตาแมวกวักและเครื่องรางมงคลจากดินปั้น เพื่อนำพาโชคลาภและความโชคดีติดตัวกลับบ้าน
    • Samurai by Reiner Knizia บอร์ดเกมวางกลยุทธ์ระดับคลาสสิก ที่จะพาคุณร่วมประลองไหวพริบและฝึกการตัดสินใจท่ามกลางบรรยากาศของคอมมูนิตี้ผู้รักบอร์ดเกม พร้อมสร้างประสบการณ์ความสนุกที่ผสมผสานทั้งวัฒนธรรม ศิลปะ และความบันเทิงไว้ในงานเดียว

    “A Living Legacy of Time” Japan Bonsai Exhibition by Bonsai Hunter
    วันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 I Living Hall ชั้น 3 I เวลา 10.00-20.00 น.

    ร่วมสัมผัสมรดกแห่งกาลเวลาและศิลปะอันทรงคุณค่า “A Living Legacy of Time” Japan Bonsai Exhibition by Bonsai Hunter หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้หลงใหลในความงดงามของบอนไซญี่ปุ่น พบกับ “The Magnificent Seven” 7 ต้นบอนไซระดับมาสเตอร์พีซของงาน พร้อมคอลเลกชันบอนไซญี่ปุ่นทรงคุณค่าที่หาชมได้ยากในประเทศไทย รวมถึง ต้นประธานอายุกว่า 500 ปีถ่ายทอดความงดงามของกาลเวลา ศิลปะ และปรัชญาแห่งธรรมชาติ ผ่านการจัดแสดงต้นบอนไซทรงคุณค่าที่ประเมินค่าไม่ได้และเรื่องราวจากหลากหลายยุคสมัย ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษให้ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งโลกบอนไซอย่างใกล้ชิด

    Bonsai Exhibition Tour
    ร่วมฟังเรื่องราว ความเป็นมา และเอกลักษณ์ของบอนไซแต่ละต้น ผ่านการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Bonsai Hunter (เฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ รอบเวลา 11.00 / 13.00 / 15.00 / 17.00 น.)

    Bonsai Workshop
    เรียนรู้เทคนิคการจัดแต่งและการดูแลรักษาต้นบอนไซจากผู้เชี่ยวชาญ (เฉพาะวันเสาร์ที่ 22 และ 29 สิงหาคม 2569 เวล 13.00-15.00 น.) ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย Bonsai Hunter

    Bonsai Lucky Draw
    พิเศษ! เมื่อช้อปครบ 3,000 บาท ภายในงาน รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม Lucky Draw เพื่อลุ้นรับบอนไซสนญี่ปุ่นและของรางวัลมูลรวมกว่า 50,000บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด
    นอกจากนี้ สยามพารากอนยังคัดสรรประสบการณ์ความเป็นญี่ปุ่นขนานแท้จากทุกแง่มุมมาไว้ใน
    ที่เดียว ให้ทุกคนได้สัมผัสเสน่ห์แห่งแดนอาทิตย์อุทัยอย่างครบครัน ทั้งศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ ผ่านร้านค้าและแบรนด์ชั้นนำภายในศูนย์การค้า ไม่ว่าจะเป็น Kinokuniya, Loft, Nintendo Authorized Store by SYNNEX, PRONTO Original, SHIMA Park, UNITED ARROWS และ Waltz พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษจากร้านอาหารชื่อดัง อาทิ AOI Japanese Restaurant, Domo Yakiniku, Fuji Japanese Restaurant, Henri Charpentier, Hikiniku To Come, Jerome Cheesecake, Kamu Kamu, KANEKO HANNOSUKE, Kanori Hand Roll Bar, KIWAMIYA, Kyo Roll En, MAGURO Kappou, MATCHA EKI, Robata Kitaro Sushi KAGUYA, Shabu Baru, The Grill Tokyo, Tonchin Ramen, Warabimochi Kamakura, Yume Matcha เป็นต้น *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดฯ ให้คุณได้ดื่มด่ำเสน่ห์วัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ครบทุกมิติ

    ร่วมเปิดประตูสู่โลกแห่งซามูไร สัมผัสความงดงามของศิลปะการต่อสู้ วิถีนักรบ และมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าในงาน “The Wondrous Japan Heritage 2026” ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 ณ สยามพารากอน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Siam Paragon
    และ www.siamparagon.co.th

    #SiamParagon #SiamParagonTheWondrousJapanHeritage

  • Art - Culture

    กรมการพัฒนาชุมชน สานพลังช่างทอทั่วไทยเปิดประกวด “ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ – ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” และงานหัตถกรรม

    วันที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ” และ “ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” และงานหัตถกรรม ประจำปี 2569 (ระดับภาคกลาง) โดยมี นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางอรจิรา ศิริมงคล ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน คณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน ที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” คณะกรรมการตัดสิน ผู้แทนจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    การประกวดผ้าลายพระราชทานฯ ครั้งนี้ สืบเนื่องจากการที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระราชทานแบบลายผ้า “ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ” และ “ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” เพื่อให้ช่างทอผ้าและผู้ประกอบการนำไปพัฒนาต่อยอดสร้างสรรค์ผลงาน

    โดยมีจำนวนผ้าและงานหัตถกรรมที่ส่งเข้าประกวดฯ จากทั่วประเทศทั้งสิ้น 10,948 ชิ้นงาน แบ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ประเภทผ้า จำนวน 10,341 ผืน และงานหัตถกรรม จำนวน 607 ชิ้น สำหรับการประกวดในระดับภาคกลางครั้งนี้ มีผ้าและงานหัตถกรรมที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองระดับจังหวัดรวมทั้งสิ้น 573 ชิ้นงาน (ประเภทผ้า 466 ผืน และงานหัตถกรรม 107 ชิ้น) จากผู้ส่งเข้าประกวดทั่วทั้ง 26 จังหวัดภาคกลาง

    ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวเปิดงานและเน้นย้ำถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และกระจายรายได้สู่ชุมชนเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับ Sustainable Fashion (แฟชั่นแห่งความยั่งยืน) ผ่านการส่งเสริมการใช้สีธรรมชาติ เส้นใยธรรมชาติ และเส้นใยรีไซเคิล เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างแท้จริง

    ภายหลังพิธีเปิด ประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมอันทรงคุณค่า ก่อนที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยจะเริ่มดำเนินการกลั่นกรองและตัดสินผลงานในภาคกลาง เพื่อคัดสรรสุดยอดผลงานผ้าและงานหัตถกรรมไทยของภาคกลาง เพื่อเข้าสู่รอบต่อไป

    ซึ่งจุดดำเนินการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะดำเนินการที่จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 26 – 27 สิงหาคม 2569 ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และภาคใต้ที่จังหวัดสงขลา ในวันที่ 7 กันยายน 2569 หลังจากนั้นจะเป็นรอบตัดสินระดับภาค ในวันที่ 11 กันยายน 2569 และรอบรองชนะเลิศ ระดับประเทศ ในวันที่ 12 กันยายน 2569 เพื่อเข้าสู่รอบตัดสินระดับประเทศต่อไป

  • Art - Culture

    “Between Sun and Moon” นิทรรศการภาพถ่ายห้ามพลาด!ชมผลงาน “โคชู เอ็นโดะ” ศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง เจ้าของผลงานใน Permanent Collection ของ LACMA

    ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม ชวนเปิดประสาทสัมผัสและร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งการมองเห็น ในนิทรรศการภาพถ่ายเดี่ยวครั้งสำคัญ “Between Sun and Moon: Light, Time, and the Act of Seeing” (ระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์: แสง กาลเวลา และการมองเห็น) โดย โคชู เอ็นโดะ (Koshu Endo) ศิลปินและช่างภาพญี่ปุ่นชื่อดังระดับโลก ผู้ใช้เลนส์กล้องส่องลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณของธรรมชาติ จัดแสดงให้ชมตั้งแต่วันที่ 5 – 31 สิงหาคม 2569 บริเวณ ชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ โดยนิทรรศการนี้ ถือเป็นหมุดหมายครั้งสำคัญของวงการภาพถ่าย โดยโคชู เอ็นโดะ ได้นำภาพถ่ายมาเป็นสื่อกลางในการตั้งคำถามต่อ ‘การรับรู้ของมนุษย์’ ผ่านความสัมพันธ์ของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และท้องฟ้า ผลงานของเขาไม่ใช่แค่การกดชัตเตอร์เพื่อบันทึกวัตถุตรงหน้า แต่เป็นการจับเอาบรรยากาศ ความรู้สึก และการเปลี่ยนแปลงของแสงที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีและไม่เคยย้อนกลับมาอีก นำเสนอความงามผ่าน 10 ผลงานสร้างสรรค์ โดยมี 4 ผลงานไฮไลต์ที่คนรักศิลปะไม่ควรพลาด

    • เจาะลึก 4 ผลงานไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดในนิทรรศการ 
    ความพิเศษสุดของงานนี้คือการโคจรมาพบกันของผลงานชุดสำคัญ ซึ่งอีก Edition หนึ่งของผลงานชิ้นที่ 2 และ 3 นั้นคอลเลกชันเดียวกันกับผลงานที่ได้รับการยอมรับให้บรรจุอยู่ใน Permanent Collection (คอลเลกชันสะสมถาวร) ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับโลกอย่าง Los Angeles County Museum of Art (LACMA) ประเทศสหรัฐอเมริกา  

    1 The Critical Ring ผลงานอันทรงพลังที่รวบรวมแสง เวลา และโครงสร้างของการรับรู้ไว้ในภาพเดียว ถ่ายทอดภาพวงแหวนแห่งแสงที่ลอยอยู่เหนือรูปทรงพระจันทร์เสี้ยวที่เรียงซ้อนกันเป็นจังหวะด้านล่าง สื่อถึงการสะสมของเวลาและการคงอยู่ของภาพในความทรงจำ ชวนให้ผู้ชมตั้งคำถามว่า มนุษย์เรามองเห็นและรับรู้โลกใบนี้ขึ้นได้อย่างไร

    2 Rising Sun (LACMA Permanent Collection) ผลงานชิ้นเอกที่ทำหน้าที่เป็นแกนของ “ดวงอาทิตย์” แสงแรกของวัน ที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในผลงานนี้ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุบนท้องฟ้า แต่เป็นสัญลักษณ์ของจุดเริ่มต้น การเดินทางของกาลเวลา และเป็นพลังขับเคลื่อนที่ทำให้เกิดการมองเห็นและการรับรู้โลกอย่างแท้จริง

    3 Evening Moon (LACMA Permanent Collection) ผลงานที่ทำหน้าที่เป็นแกนของ “ดวงจันทร์” เพื่อเปิดบทสนทนาคู่ขนานกับ Rising Sun โดยดวงจันทร์ยามค่ำคืนนี้ปรากฏขึ้นในฐานะแสงสะท้อนอันเงียบสงบ ล่องลอยอยู่ระหว่างการมองเห็นและการเลือนหาย ถ่ายทอดความรู้สึกของระยะทาง ความทรงจำ และห้วงเวลาที่ค่อย ๆ ผ่านไป

    4 Ripples of Circling Light การขยายแนวคิดจากแสงของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ไปสู่การสำรวจแสงในรูปแบบของจังหวะและการสะท้อน ผ่านเส้นโค้งของแสงที่เรียงซ้ำและแผ่ขยายบนพื้นหลังสีดำ เผยให้เห็นการเคลื่อนผ่านของเวลาและความต่อเนื่องของภาพที่ดวงตารับรู้ในแต่ละช่วงขณะ เชื้อเชิญให้ผู้ชมสัมผัสความเชื่อมโยงระหว่างโลกภายนอกและการรับรู้ภายในจิตใจ

    “Between Sun and Moon ไม่ได้ชวนให้เรามองเห็นเพียงภาพตรงหน้า แต่ชวนให้เราตั้งคำถามว่า
    สิ่งที่เราเห็นแท้จริงแล้ว… เกิดจากแสง เวลา และมุมมองของเราอย่างไร”

    ขอเชิญสัมผัสและร่วมเข้าใจศาสตร์แห่งแสงและเงาผ่านมุมมองของช่างภาพระดับสากลที่ไม่ควรพลาด ในนิทรรศการ “Between Sun and Moon: Light, Time, and the Act of Seeing” 5 – 31 สิงหาคม 2569 ณ ชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-011-7500 หรือทาง LINE: SIAM Takashimaya

    #BetweenSunAndMoon #KoshuEndo #ArtExhibitionBangkok #LACMACollection

    #PhotoExhibition2026 #SIAMTakashimaya #ICONSIAM

  • Culture - Event - Lifestyle

    ครั้งแรกในไทย! สยามพารากอน ปลุกตำนานนักรบแดนอาทิตย์อุทัยใน “THE WONDROUS JAPAN HERITAGE 2026” เปิดโลกซามูไร–นินจา พร้อมชมบอนไซกว่า 500 ปี ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 ณ สยามพารากอน

    สยามพารากอน ผนึกกำลัง สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย และกระทรวงวัฒนธรรม ตอกย้ำการเป็น Global Experiential Destination สร้างปรากฏการณ์เหนือความคาดหมายที่รวบรวมกิจกรรมและอีเวนต์ระดับโลกไว้ในที่เดียว เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย – ญี่ปุ่น จัดงาน “SIAM PARAGON THE WONDROUS JAPAN HERITAGE 2026” มหกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่นสุดยิ่งใหญ่แห่งปี นำเสนอประสบการณ์อันทรงคุณค่า ผ่านตำนานวิถีนักรบญี่ปุ่น ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งซามูไรและนินจา พร้อมตื่นตานิทรรศการบอนไซหาชมยากอายุกว่า 500 ปี ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

    สยามพารากอน ชวนเปิดประตูสู่โลกแห่งนักรบญี่ปุ่นใน “AWAKEN THE SAMURAI” การแสดงสุดพิเศษที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณอันทรงพลังของซามูไร ผ่านศิลปะการใช้ดาบคาตานะแบบเต็มรูปแบบจาก ชิเดนริว (SHIDENRYU TOKYO) สำนักดาบชื่อดังจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ผู้สืบสานศาสตร์การต่อสู้และวัฒนธรรมนักรบที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมสัมผัสเรื่องราวแห่งเกียรติยศ ความกล้าหาญ และปรัชญาการดำเนินชีวิตของซามูไร ผู้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของประเทศญี่ปุ่น ตื่นตาตื่นใจกับการแสดง นินจาอิงะ ต้นกำเนิดแห่งศาสตร์นินจา ที่เผยให้เห็นความลึกลับของวิชาพรางตัว เทคนิคการต่อสู้ และทักษะการเอาตัวรอดอันเป็นเอกลักษณ์

    วันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 I พาร์ค พารากอน ชั้น M I เวลา 14.00 / 17.00 น.

    เตรียมพบกับการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างพลังแห่งดาบ ความงดงามของวัฒนธรรม และเรื่องราวของสองนักรบในตำนาน ที่จะปลุกจิตวิญญาณแห่งญี่ปุ่นให้มีชีวิต

    • The Art of Samurai & Ninja
      ร่วมรับชมศิลปะการต่อสู้อันทรงคุณค่าของซามูไร ที่สืบทอดจิตวิญญาณและเกียรติยศแห่งตระกูลทากาโมริ (ขุนศึก คาซุโนริ อาโอกิ (青木一矩) ผ่านผู้สืบทอดสายเลือด “ซามูไรคนสุดท้าย” ถ่ายทอดเรื่องราวการเผชิญหน้าระหว่าง “ซามูไร” ผู้ยึดมั่นในวิถีแห่งเกียรติและแสงสว่าง กับ “นินจา” ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งเงาและกลยุทธ์อันเหนือชั้น ตื่นตาตื่นใจไปกับศิลปะการต่อสู้ที่ผสานความแข็งแกร่ง ความแม่นยำ และภูมิปัญญาดั้งเดิมของสองนักรบในตำนาน จนกลายเป็นการแสดงที่ทั้งเร้าใจและเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่น
    • The Way of the Warrior
      สัมผัสการสาธิตศิลปะการใช้ดาบอันทรงพลังและงดงาม ซึ่งถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งซามูไร นักรบผู้ยึดมั่นในเกียรติ ศักดิ์ศรี และวินัยเหนือสิ่งอื่นใด พร้อมเรียนรู้เรื่องราวและศาสตร์การต่อสู้ของนินจา นักรบเงาแห่งแดนอาทิตย์อุทัย ผู้เชี่ยวชาญด้านความคล่องแคล่ว ไหวพริบ และกลยุทธ์อันแยบยล ที่ยังคงเป็นตำนานที่น่าหลงใหลมาจนถึงปัจจุบัน

    วันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 I พาร์ค พารากอน ชั้น M I เวลา 10.00-20.00 น.

    พร้อมกันนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมเวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Experience Japanese Craft”
    ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด

    • Origami ศิลปะการพับกระดาษอันประณีตที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์และความละเอียดอ่อน
    • Maneki Neko Workshop สร้างสรรค์ตุ๊กตาแมวกวักและเครื่องรางมงคลจากดินปั้น เพื่อนำพาโชคลาภและความโชคดีติดตัวกลับบ้าน
    • Samurai by Reiner Knizia บอร์ดเกมวางกลยุทธ์ระดับคลาสสิก ที่จะพาคุณร่วมประลองไหวพริบและฝึกการตัดสินใจท่ามกลางบรรยากาศของคอมมูนิตี้ผู้รักบอร์ดเกม พร้อมสร้างประสบการณ์ความสนุกที่ผสมผสานทั้งวัฒนธรรม ศิลปะ และความบันเทิงไว้ในงานเดียว

    “A Living Legacy of Time” Japan Bonsai Exhibition by Bonsai Hunter
    วันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 I Living Hall ชั้น 3 I เวลา 10.00-20.00 น.

    ร่วมสัมผัสมรดกแห่งกาลเวลาและศิลปะอันทรงคุณค่า “A Living Legacy of Time” Japan Bonsai Exhibition by Bonsai Hunter หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้หลงใหลในความงดงามของบอนไซญี่ปุ่น พบกับ “The Magnificent Seven” 7 ต้นบอนไซระดับมาสเตอร์พีซของงาน พร้อมคอลเลกชันบอนไซญี่ปุ่นทรงคุณค่าที่หาชมได้ยากในประเทศไทย รวมถึง ต้นประธานอายุกว่า 500 ปีถ่ายทอดความงดงามของกาลเวลา ศิลปะ และปรัชญาแห่งธรรมชาติ ผ่านการจัดแสดงต้นบอนไซทรงคุณค่าที่ประเมินค่าไม่ได้และเรื่องราวจากหลากหลายยุคสมัย ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษให้ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งโลกบอนไซอย่างใกล้ชิด

    • Bonsai Exhibition Tour
      ร่วมฟังเรื่องราว ความเป็นมา และเอกลักษณ์ของบอนไซแต่ละต้น ผ่านการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Bonsai Hunter (เฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ รอบเวลา 11.00 / 13.00 / 15.00 / 17.00 น.)
    • Bonsai Workshop
      เรียนรู้เทคนิคการจัดแต่งและการดูแลรักษาต้นบอนไซจากผู้เชี่ยวชาญ (เฉพาะวันเสาร์ที่ 22 และ 29 สิงหาคม 2569 เวล 13.00-15.00 น.) ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย Bonsai Hunter
    • Bonsai Lucky Draw
      พิเศษ! เมื่อช้อปครบ 3,000 บาท ภายในงาน รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม Lucky Draw เพื่อลุ้นรับบอนไซสนญี่ปุ่นและของรางวัลมูลรวมกว่า 50,000บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด
      นอกจากนี้ สยามพารากอนยังคัดสรรประสบการณ์ความเป็นญี่ปุ่นขนานแท้จากทุกแง่มุมมาไว้ใน
      ที่เดียว ให้ทุกคนได้สัมผัสเสน่ห์แห่งแดนอาทิตย์อุทัยอย่างครบครัน ทั้งศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ ผ่านร้านค้าและแบรนด์ชั้นนำภายในศูนย์การค้า ไม่ว่าจะเป็น Kinokuniya, Loft, Nintendo Authorized Store by SYNNEX, PRONTO Original, SHIMA Park, UNITED ARROWS และ Waltz พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษจากร้านอาหารชื่อดัง อาทิ AOI Japanese Restaurant, Domo Yakiniku, Fuji Japanese Restaurant, Henri Charpentier, Hikiniku To Come, Jerome Cheesecake, Kamu Kamu, KANEKO HANNOSUKE, Kanori Hand Roll Bar, KIWAMIYA, Kyo Roll En, MAGURO Kappou, MATCHA EKI, Robata Kitaro Sushi KAGUYA, Shabu Baru, The Grill Tokyo, Tonchin Ramen, Warabimochi Kamakura, Yume Matcha เป็นต้น *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดฯ ให้คุณได้ดื่มด่ำเสน่ห์วัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ครบทุกมิติ
      ร่วมเปิดประตูสู่โลกแห่งซามูไร สัมผัสความงดงามของศิลปะการต่อสู้ วิถีนักรบ และมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าในงาน “The Wondrous Japan Heritage 2026” ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 ณ สยามพารากอน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Siam Paragon
      และ www.siamparagon.co.th
    #SiamParagon #SiamParagonTheWondrousJapanHeritage

  • Art - Culture - Music - Uncategorized

    RBSO ร่วมกับ Bangkok City Ballet จัดการแสดง “A Tribute to the Loyal Legacy” น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านบทเพลงบัลเลต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก 12 สิงหาคมนี้

    มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดการแสดงคอนเสิร์ตน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรายการ “A Tribute to the Loyal Legacy” โดยวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (Royal Bangkok Symphony Orchestra, RBSO) ร่วมกับคณะบางกอกซิตี้บัลเลต์ (Bangkok City Ballet, BCB) ภายใต้การอำนวยเพลงของ วานิช โปตะวนิช ในวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

    การแสดงครั้งนี้จะนำผู้ชมเข้าสู่โลกแห่งนาฏลีลาบัลเลต์ ซึ่งเสียงดนตรีจากวงซิมโฟนีออร์เคสตร้าและการเคลื่อนไหวของนักเต้นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ถ่ายทอดเรื่องราว อารมณ์ และจินตนาการผ่านบทประพันธ์อมตะของสองคีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ ได้แก่ ปีเตอร์ อิลิช ไชคอฟสกี และ เซอร์เก โปรโคฟีเยฟ


    เปิดการแสดงด้วยบทเพลงจาก The Nutcracker Suite ผลงานอันเปี่ยมด้วยสีสันและเสน่ห์แห่งโลกจินตนาการ ถ่ายทอดบรรยากาศของการเฉลิมฉลอง ความมหัศจรรย์ และความฝันผ่านท่วงทำนองอันเป็นเอกลักษณ์ของไชคอฟสกี ก่อนเข้าสู่ Swan Lake Suite หนึ่งในผลงานบัลเลต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตลอดกาล บอกเล่าเรื่องราวของความรัก ความเสียสละ และการต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่ว ผ่านบทเพลงที่งดงาม อ่อนหวาน และเปี่ยมด้วยพลังทางอารมณ์


    ปิดท้ายค่ำคืนด้วยบทเพลงจาก Romeo and Juliet Suite ของโปรโคฟีเยฟ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากโศกนาฏกรรมความรักเหนือกาลเวลาของวิลเลียม เชกสเปียร์ ด้วยจังหวะอันหนักแน่น ความแตกต่างทางอารมณ์ที่เด่นชัด และท่วงทำนองที่ลึกซึ้ง บทประพันธ์ชุดนี้สะท้อนทั้งความอ่อนโยนของความรัก ความขัดแย้ง และความสูญเสียของคู่รักหนุ่มสาวได้อย่างทรงพลัง

    ร่วมถ่ายทอดความงดงามของบทเพลงโดยนักเต้นจาก Bangkok City Ballet หนึ่งในคณะบัลเลต์ชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งมุ่งมั่นส่งเสริมและพัฒนาศิลปะบัลเลต์คลาสสิก ตลอดจนเปิดโอกาสให้นักเต้นชาวไทยรุ่นใหม่ได้พัฒนาศักยภาพสู่มาตรฐานสากล การแสดงครั้งนี้จึงนับเป็นการผสานพลังระหว่างวงซิมโฟนีออร์เคสตร้าและศิลปะการเต้นบัลเลต์อย่างสมบูรณ์ นำเสนอผลงานระดับมาสเตอร์พีซในมิติที่เต็มไปด้วยความสง่างาม ความโรแมนติก และความประทับใจ
    ขอเชิญผู้ชมร่วมดื่มด่ำกับค่ำคืนแห่งดนตรีและศิลปะการแสดง พร้อมร่วมแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ผ่านบทเพลงและการแสดงที่สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการทรงอุปถัมภ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่อง


    การแสดง “A Tribute to the Loyal Legacy” จัดขึ้นในวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรราคา 400, 800, 1,000, 1,500 และ 2,000 บาท จำหน่ายผ่านไทยทิคเก็ตเมเจอร์ นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รับส่วนลด 50% โดยใช้รหัส RBSO2026 ในการจองบัตร

  • Culture - Lifestyle

    ไอคอนสยาม น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ชวนสัมผัสเสน่ห์ผ้าไทย ศิลปะ และงานคราฟต์ ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษตลอดเดือนแห่งวันแม่

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เชิญชวนประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทย ผ่านนิทรรศการ กิจกรรม และพื้นที่สร้างสรรค์ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของผ้าไทย ศิลปะ งานคราฟต์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นจากทั่วประเทศในหลากหลายมิติ ให้ทุกคนได้ร่วมชื่นชมและสัมผัสตลอดเดือนสิงหาคม 2569 นี้ ทั่วพื้นที่ไอคอนสยาม

    “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” นิทรรศการเทิดพระเกียรติ โดยศิลปินแห่งรัชสมัย

    เริ่มจากนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-8 สิงหาคม ณ Thara Hall, Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม โดยศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นเยี่ยมแห่งรัชสมัย อาทิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ปัญญา วิจินธนสาร, วัชระ ประยูรคำ, อลงกรณ์ หล่อวัฒนา, พินิตย์ พันธประวัติ, นภดล วิรุฬห์ชาตะพันธ์, ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ, วิรัญญา จิราธิกิตติ์ และ นที ทับทิมทอง ร่วมกันถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านผลงานศิลปะ 5 แขนงสำคัญ ได้แก่ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ศิลปะไทย และศิลปะภาพยนตร์ดิจิทัลสามมิติ (3D Digital Art) เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติ ศิลปวัฒนธรรม และพสกนิกรชาวไทยตลอดพระชนม์ชีพ

    ไฮไลต์ของงานนี้คือภาพยนตร์แอนิเมชันเทิดพระเกียรติความยาว 6 นาที ที่นำผลงานจากปลายพู่กัน งานประติมากรรม และแม่พิมพ์โลหะ ของศิลปินจากหลากหลายสาขา มาถ่ายทอดเป็นภาพเคลื่อนไหวสามมิติ ออกแบบสร้างสรรค์โดย ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ร่วมกับ Decide Kit Studio ซึ่งเชื่อมโยงศิลปะดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีร่วมสมัยได้อย่างวิจิตร นอกจากนี้ภายในงานยังมีความพิเศษอีกมากมาย ทั้งพิธีเปิดในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม โดย พลเอกพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จทรงเป็นองค์ประธานเปิดนิทรรศการ และการจัดพิมพ์โปสต์การ์ดที่ระลึกชุด “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” โดย ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ เพื่อมอบเป็นของที่ระลึกสุดพิเศษแก่ผู้มาร่วมงานในวันเปิดงาน และยังมีกิจกรรมเสวนาวิชาการหัวข้อ “จักรพันธุ์ โปษยกฤต : ศิลปินแห่งชาติและนายช่างเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” และหัวข้อ “จากศิลปะไทยสู่การเคลื่อนไหวของภาพพอร์ตเทรตร่วมสมัยในสยามประเทศ” โดย อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร (ศิลปินแห่งชาติ) ในวันพฤหัสที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 -16.00 น. อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจภาพพิมพ์รีโปรดักชั่นพระบรมรูปคู่ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” พร้อมลายเซ็นลิมิเต็ดอีดิชัน ในกรอบไม้ทองประดับลายมงกุฎช่อดอกไม้มวลบุปผาราชินีอันงดงามและโลโก้ซิกเนเจอร์ฝีมือการปั้นโดย ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ สามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ที่เบอร์ 06-5239-4591 จำกัดเพียง 100 ชุดเท่านั้น โดยเข้าชมรูปภาพผลงานหรือติดต่อได้ที่ FB: Chusit Wijarnjoragij ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ นอกจากนี้ผู้เข้าชมงานยังสามารถจับจองผลงานศิลปะที่จัดแสดงภายในงานได้ โดยรายได้จากการจำหน่ายจำหน่ายผลงาน หลังหักค่าใช้จ่าย จะทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงใช้ตามพระราชอัธยาศัย

    “Legacy of Thai Textiles & Fashion” สืบสานพระราชปณิธาน ต่อยอดภูมิปัญญาสู่แฟชั่นร่วมสมัย

    สำหรับผู้ที่สนใจผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ร่วมสมัย สำนักนายกรัฐมนตรี โดยกรมประชาสัมพันธ์ เชิญร่วมสัมผัสเสน่ห์ของผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ไทยในงาน “Legacy of Thai Textiles & Fashion” ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2569 ณ เจริญนคร ฮอลล์ และธารา ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Legacy: Creative Continuity & Creativity ภูมิปัญญาที่ได้รับการต่อยอดโดยความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงวางรากฐานการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ พร้อมสืบสานพระราชปณิธานผ่านแนวพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการยกระดับผ้าไทยสู่แฟชั่นร่วมสมัยที่สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม

    ภายในงานพบกับนิทรรศการแฟชั่นและผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จาก 10 ชุมชนต้นแบบทั่วประเทศ ได้แก่ กลุ่มทอผ้าศรีวิชัย จังหวัดสุราษฎร์ธานี, กลุ่ม ธ.มณโฑ จังหวัดอุดรธานี, กลุ่มขวัญตา จังหวัดหนองบัวลำภู, กลุ่ม ME-D NATHAP จังหวัดสงขลา, กลุ่ม T.Chattuwan จังหวัดร้อยเอ็ด, กลุ่มมนตราธิกาญจน์ จังหวัดกาฬสินธุ์, บริษัท ไทยซิลค์วิลเลจ จำกัด จังหวัดเชียงใหม่, อู๋ไหมไทย กลุ่มทอผ้าบ้านแม่สารบ้านตอง จังหวัดลำพูน, กลุ่มอิมปานิ จังหวัดราชบุรี และ กลุ่มไหมทองสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการชุมชน นักออกแบบ สไตลิสต์ และผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น จัดแสดงผลงานกว่า 100 ชิ้นงาน ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านการออกแบบร่วมสมัย ครอบคลุมทั้งเครื่องแต่งกายสำหรับโอกาสทางการและไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน

    นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิ นักออกแบบ และผู้ประกอบการชั้นนำ อาทิ คุณสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, ดร.ศรินดา จามรมาน ที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”, คุณศิริชัย ทหรานนท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ THEATRE, คุณวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ผู้ก่อตั้งแบรนด์ WISHARAWISH, คุณเจนสุดา ปานโต สิริสันต์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ JANESUDA พร้อมด้วยคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ รวมถึงแฟชั่นโชว์สุดพิเศษที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของผ้าไทยผ่านมุมมองร่วมสมัยโดยนายแบบและนางแบบชื่อดัง อาทิ โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025, ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์, ลีน่า-ลลินา ชูเอ็ทท์, หมิว-ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์ และ แบงค์-ศรราม เอนกลาภ ฯลฯ ที่จะร่วมถ่ายทอดพลัง Soft Power ของไทยผ่านแฟชั่นร่วมสมัย 

    “S’CRAFT 2026” คอลเลกชันกระเป๋าผ้าไทยลิมิเต็ด ถ่ายทอดสายใยแห่งพระราชปณิธาน

    ขณะที่ S’CRAFT กระเป๋าผ้าไทยจากความร่วมมือของแบรนด์ SIRIVANNAVARI โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และ ไอคอนคราฟต์ พื้นที่แห่งการเชิดชูวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย ณ ไอคอนสยาม ชวนผู้รักงานคราฟต์มาเลือกชมกระเป๋าคอลเลกชันใหม่ประจำปี “THREADS OF LEGACY: S’CRAFT 2026” ถ่ายทอดแนวคิดจากสายใยแห่งพระราชปณิธานของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ได้รับการสานต่อพระราชกรณียกิจโดยองค์ดีไซเนอร์ ผู้ทรงยกระดับงานฝีมือของช่างไทยในชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศให้มีความร่วมสมัยและเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล นำเสนอผลงานการสร้างสร้างสรรค์กระเป๋าผ้าไทยสุดพิเศษ ลิมิเต็ด เอดิชั่น 88 ชิ้น ที่โดดเด่นด้วยผืนผ้าทอจากช่างระดับมาสเตอร์และช่างทอรุ่นใหม่ผู้ชนะการประกวดระดับประเทศ

    โดยชิ้นงานไอไลต์ประจำปีนี้คือ “VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S EDITION” กระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมพร้อมหูจับ (Boxy Bag) จำนวน 4 ใบ RUBY EDITION, NAVY EDITION, ONYX EDITION และ GREY EDITION ซึ่งรังสรรค์ขึ้นจากผ้าทอโดย อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย และ อาจารย์มีชัย แต้สุริยา เพิ่มความพิเศษด้วยการตกแต่งงานเครื่องทองบริเวณหูจับจากฝีมือของช่างทองหลวง อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม และ อาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน พร้อมงานปักอันงดงามโดยช่างฝีมือจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ที่ได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    นอกจากนี้ S’CRAFT 2026 ยังนำเสนองานดีไซน์กระเป๋ารูปทรงหลากหลายที่สร้างสรรค์จากผ้าทอมือโดยศิลปินรุ่นใหม่ ผู้ชนะรางวัลการประกวดผ้าลายพระราชทานและงานหัตถกรรม โดยผ้าแต่ละผืนประดับด้วยลายปักมือจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความงดงามของสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในพระที่นั่ง 8 แห่ง ที่มีความสำคัญและมีความเชื่อมโยงกับชื่อของชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ทั้ง เรือนต้น, พระตำหนักจิตรลดา, พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย, พระราชวังดุสิต, พระที่นั่งบรมพิมาน, พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท, พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน และ พระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท ไม่เพียงแค่นั้น คอลเลกชันนี้ยังมีกระเป๋าหลากรูปทรงที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งกระเป๋าคลัทช์ (Clutch), กระเป๋าถือขนาดกะทัดรัดพร้อมหูจับ (Top Handle), กระเป๋าทรงกล่อง (Vanity Case), กระเป๋าทรงพีระมิด (Pyramid) และ กระเป๋าทรงบัคเก็ต (Bucket) ที่รังสรรค์ขึ้นจากผ้าทอโดยศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดอยุธยา และตกแต่งด้วยงานปักอันเป็นเอกลักษณ์ โดย “THREADS OF LEGACY: S’CRAFT 2026” จะจัดแสดงให้ผู้สนใจได้ชื่นชมและเลือกซื้อ ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2569 ณ S’CRAFT ธารา ฮอลล์  ชั้น M ไอคอนสยาม และ วันที่  14-31 สิงหาคม 2569 ณ  ICONCRAFT ชั้น 4 ไอคอนสยาม 

    ค้นพบแรงบันดาลใจจากผ้าไทย งานคราฟต์ และศิลปหัตถกรรมไทย ที่ไอคอนคราฟต์

    ด้าน ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม ก็ร่วมจัดงานเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “แม่ของแผ่นดิน” และ “พระมารดาแห่งไหมไทย”  กับกิจกรรมพิเศษ “THAI TEXTILE HEROES 2026” ขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเทิดพระเกียรติและสนองต่อพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ผ้าไทย โดยในปี 2569 นี้จัดขึ้นระหว่าง 1 -31 สิงหาคม 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 – 5 ไอคอนสยาม นำเสนอเรื่องราวของผ้าไทย งานหัตถกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นในรูปแบบร่วมสมัย ให้ทุกคนได้สัมผัสความงดงามที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณของผ้าทอมือ ถ่ายทอดผ่านมรดกทางวัฒนธรรม ความหลงใหล และวิสัยทัศน์อันสร้างสรรค์ โดยเหล่าฮีโร่ตัวจริงแห่งงานศิลป์ไทย

    นอกจากนี้ ยังมี “นิทรรศการผ้าทอเยาวชนรุ่นใหม่” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-9 สิงหาคม 2569 เพื่อนำเสนอผลงานของเยาวชนจากค่ายพัฒนาผ้าทอไทยที่นำภูมิปัญญาพื้นถิ่นมาตีความใหม่อย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมการสืบทอดงานหัตถกรรมไทยอย่างยั่งยืน ก่อนต่อเนื่องด้วยการจัดแสดงผลงานผ้าทอและสิ่งทอที่ได้รับรางวัลจากโครงการ “Cultural Textile Awards 2026 (CTA)” ระหว่างวันที่ 10-14 สิงหาคม 2569 เพื่อเชิดชูผู้สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ และยกระดับมาตรฐานผ้าไทยสู่เวทีระดับประเทศและนานาชาติ

    นอกจากนี้ระหว่างวันที่ 9-31 สิงหาคม 2569 ภายใน Globe พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการและงานศิลปะสุดล้ำของไอคอนคราฟต์ บนชั้น 4 ไอคอนสยาม ยังจัดนิทรรศการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ถ่ายทอดที่มา แนวคิด วัตถุประสงค์ และความสำคัญของโครงการ ซึ่งริเริ่มโดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสาน อนุรักษ์ และต่อยอดผ้าไทยให้สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน พร้อมส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผ้าไทยและงานหัตถกรรมของชุมชนทั่วประเทศ

    “บุปผาบรมราชินีนาถ Her Majesty the Queen’s Blossoms” งานดอกไม้ที่ถ่ายทอดพระราชจริยวัตรอันงดงาม

    เพื่อร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไอคอนสยาม ได้ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จัดงาน “บุปผาบรมราชินีนาถ Her Majesty the Queen’s Blossoms” ขึ้นในวันที่ 11-16 สิงหาคม 2569 ณ วัฒนาฮอลล์ ชั้น 3 เพื่อถ่ายทอดพระราชจริยวัตรอันงดงาม และสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล

    โดยไฮไลต์สำคัญคือ “นิทรรศการดอกไม้ในพระนามาภิไธย” การจัดแสดงข้อมูลพรรณไม้ทรงคุณค่าที่ได้รับพระราชทานพระนามาภิไธย เช่น กุหลาบควีนสิริกิติ์ กล้วยไม้แคทลียาควีนสิริกิติ์ บัวควีนสิริกิติ์ ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ และที่พิเศษในงานสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ลวดลาย “บุปผาบรมราชินีนาถ” ซึ่งเป็นลวดลายที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนกัญญา ทรงออกแบบ นำมาจำหน่ายที่ไอคอนสยามเป็นที่แรก ทั้งผ้าคลุมไหล่ไหมปัก ผ้าพิมพ์ลายดอกบัวควีนสิริกิติ์ ผ้าพันคอ พัด สมุดโน๊ต และเซรามิกเขียนลายดอกไม้ในพระนามาภิไธย นอกจากนี้ยังมีการสาธิตทำดอกไม้ประดิษฐ์ เช่น กุหลาบในพระนามาภิไธย สาธิตการปักผ้าไทยแบบโบราณที่เรียกว่า “ปักซอย” โดยใช้เส้นไหมน้อย ซึ่งเป็นเส้นไหมขนาดเล็ก บาง และเงางาม จากชั้นในสุดของรังไหม มาย้อมสีต่าง ๆ แล้วปักสอดสลับสั้นยาว แซมไล่สีด้วยความประณีต ทำให้เกิดมิติคล้ายภาพวาดต้นแบบ อันเป็นหนึ่งในพระราชกรณียกิจที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงอนุรักษ์และฟื้นฟูงานปักซอยแบบโบราณของไทย ให้แพร่หลาย เป็นอาชีพเสริมที่สามารถทำได้ที่บ้าน โดยไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐานไปทำงานที่อื่น  นอกจากนี้ ยังมี ผลิตภัณฑ์อื่นๆ มากมาย จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ มาจำหน่ายในงานด้วยเช่นกัน 

    นิทรรศการเปิดตัว “Thai Textiles Trend Book SPRING/SUMMER 2027” ส่งเสริมแนวคิด ผ้าไทยใส่ให้สนุก

    นอกจากนี้อีกหนึ่งงานที่พลาดไม่ได้คือการที่ ไอคอนสยาม ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดงานเปิดตัว หนังสือพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2569 ผลงานเล่มที่ 7 “Thai Textiles Trend Book SPRING/SUMMER 2027” ภายใต้แนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร พร้อมพระนิพนธ์ โดยจะจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 และจัดแสดงนิทรรศการ “Thai Textiles Trend Book SPRING/SUMMER 2027” ให้ประชาชนผู้สนใจได้เข้าชม ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 11-14 สิงหาคม 2569

    สำหรับ “Thai Textiles Trend Book SPRING/SUMMER 2027” นำเสนอแนวคิดหลัก “Village to the World : The Soul of the Locality, The Pulse of the Globe” หรือ “จากอัตลักษณ์แห่งถิ่นฐาน สู่สุนทรียภาพที่คนทั้งโลกหลงรัก” โดยรวบรวมองค์ความรู้และแรงบันดาลใจด้านแฟชั่นและสิ่งทอไทย นำจิตวิญญาณและภูมิปัญญาจากชุมชนท้องถิ่นมาตีความใหม่ สร้างสรรค์เป็นงานสิ่งทอร่วมสมัยที่ก้าวข้ามบทบาทจากเครื่องนุ่งห่มสู่ส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตสากล ครอบคลุมมิติด้านกีฬา ศิลปะ ดนตรี และการออกแบบที่อยู่อาศัย สะท้อนศักยภาพของภูมิปัญญาไทยที่สามารถเชื่อมโยงกับผู้คนทั่วโลกได้อย่างงดงาม

    ภายในเล่มยังนำเสนอการผสานงานหัตถศิลป์ไทย อาทิ การเย็บ ปัก ถัก ร้อย เข้ากับภูมิปัญญาสิ่งทอและแนวคิด “ศิลปะแห่งการใช้ชีวิต” เพื่อพัฒนาเป็นแนวทางการออกแบบสำหรับฤดูกาล สู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต่อยอดสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับผ้าไทยจากฐานรากชุมชนสู่เวทีสากล และสร้างแรงบันดาลใจให้สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง

    ตลอดเดือนสิงหาคม 2569 นี้ เชิญมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานคุณค่าศิลปวัฒนธรรมไทย ผ่านนิทรรศการ กิจกรรม และงานสร้างสรรค์ที่สะท้อนความงดงามของผ้าไทย ศิลปหัตถกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นจากทั่วประเทศ พร้อมร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ไอคอนสยาม เพื่อให้เดือนแห่งวันแม่ปีนี้ เป็นช่วงเวลาแห่งการส่งต่อแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์ ต่อยอด และภาคภูมิใจในมรดกภูมิปัญญาไทยให้คงอยู่สืบไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1338 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook: ICONSIAM