The Art of Samurai & Ninja ร่วมรับชมศิลปะการต่อสู้อันทรงคุณค่าของซามูไร ผู้สืบทอดจิตวิญญาณและเกียรติยศจาก ขุนศึก คาซุโนริ อาโอกิ (青木一矩) ถ่ายทอดเรื่องราวการเผชิญหน้าระหว่าง “ซามูไร” ผู้ยึดมั่นในวิถีแห่งเกียรติและแสงสว่าง กับ “นินจา” ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งเงาและกลยุทธ์อันเหนือชั้น ตื่นตาตื่นใจไปกับ ศิลปะการต่อสู้ที่ผสานความแข็งแกร่ง ความแม่นยำ และภูมิปัญญาดั้งเ ดิม ของสองนักรบในตำนาน จนกลายเป็นการแสดงที่ทั้งเร้าใจและเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่น
The Way of the Warrior สัมผัสการสาธิตศิลปะการใช้ดาบอันทรงพลังและงดงาม ซึ่งถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งซามูไร นักรบผู้ยึดมั่นในเกียรติ ศักดิ์ศรี และวินัยเหนือสิ่งอื่นใด พร้อมเรียนรู้เรื่องราวและศาสตร์การต่อสู้ของนินจา นักรบเงาแห่งแดนอาทิตย์อุทัย ผู้เชี่ยวชาญด้านความคล่องแคล่ว ไหวพริบ และกลยุทธ์อันแยบยล ที่ยังคงเป็นตำนานที่น่าหลงใหลมาจนถึงปัจจุบัน
วันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 I พาร์ค พารากอน ชั้น M I เวลา 10.00-20.00 น.
พร้อมกันนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมเวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Experience Japanese Craft” ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด
ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม ชวนเปิดประสาทสัมผัสและร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งการมองเห็น ในนิทรรศการภาพถ่ายเดี่ยวครั้งสำคัญ “Between Sun and Moon: Light, Time, and the Act of Seeing” (ระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์: แสง กาลเวลา และการมองเห็น) โดย โคชู เอ็นโดะ (Koshu Endo) ศิลปินและช่างภาพญี่ปุ่นชื่อดังระดับโลก ผู้ใช้เลนส์กล้องส่องลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณของธรรมชาติ จัดแสดงให้ชมตั้งแต่วันที่ 5 – 31 สิงหาคม 2569 บริเวณ ชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ โดยนิทรรศการนี้ ถือเป็นหมุดหมายครั้งสำคัญของวงการภาพถ่าย โดยโคชู เอ็นโดะ ได้นำภาพถ่ายมาเป็นสื่อกลางในการตั้งคำถามต่อ ‘การรับรู้ของมนุษย์’ ผ่านความสัมพันธ์ของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และท้องฟ้า ผลงานของเขาไม่ใช่แค่การกดชัตเตอร์เพื่อบันทึกวัตถุตรงหน้า แต่เป็นการจับเอาบรรยากาศ ความรู้สึก และการเปลี่ยนแปลงของแสงที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีและไม่เคยย้อนกลับมาอีก นำเสนอความงามผ่าน 10 ผลงานสร้างสรรค์ โดยมี 4 ผลงานไฮไลต์ที่คนรักศิลปะไม่ควรพลาด
• เจาะลึก 4 ผลงานไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดในนิทรรศการ ความพิเศษสุดของงานนี้คือการโคจรมาพบกันของผลงานชุดสำคัญ ซึ่งอีก Edition หนึ่งของผลงานชิ้นที่ 2 และ 3 นั้นคอลเลกชันเดียวกันกับผลงานที่ได้รับการยอมรับให้บรรจุอยู่ใน Permanent Collection (คอลเลกชันสะสมถาวร) ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับโลกอย่าง Los Angeles County Museum of Art (LACMA) ประเทศสหรัฐอเมริกา
1 The Critical Ring ผลงานอันทรงพลังที่รวบรวมแสง เวลา และโครงสร้างของการรับรู้ไว้ในภาพเดียว ถ่ายทอดภาพวงแหวนแห่งแสงที่ลอยอยู่เหนือรูปทรงพระจันทร์เสี้ยวที่เรียงซ้อนกันเป็นจังหวะด้านล่าง สื่อถึงการสะสมของเวลาและการคงอยู่ของภาพในความทรงจำ ชวนให้ผู้ชมตั้งคำถามว่า มนุษย์เรามองเห็นและรับรู้โลกใบนี้ขึ้นได้อย่างไร
4 Ripples of Circling Light การขยายแนวคิดจากแสงของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ไปสู่การสำรวจแสงในรูปแบบของจังหวะและการสะท้อน ผ่านเส้นโค้งของแสงที่เรียงซ้ำและแผ่ขยายบนพื้นหลังสีดำ เผยให้เห็นการเคลื่อนผ่านของเวลาและความต่อเนื่องของภาพที่ดวงตารับรู้ในแต่ละช่วงขณะ เชื้อเชิญให้ผู้ชมสัมผัสความเชื่อมโยงระหว่างโลกภายนอกและการรับรู้ภายในจิตใจ
“Between Sun and Moon ไม่ได้ชวนให้เรามองเห็นเพียงภาพตรงหน้า แต่ชวนให้เราตั้งคำถามว่า สิ่งที่เราเห็นแท้จริงแล้ว… เกิดจากแสง เวลา และมุมมองของเราอย่างไร”
ขอเชิญสัมผัสและร่วมเข้าใจศาสตร์แห่งแสงและเงาผ่านมุมมองของช่างภาพระดับสากลที่ไม่ควรพลาด ในนิทรรศการ “Between Sun and Moon: Light, Time, and the Act of Seeing” 5 – 31 สิงหาคม 2569 ณ ชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-011-7500 หรือทาง LINE: SIAM Takashimaya
The Art of Samurai & Ninja ร่วมรับชมศิลปะการต่อสู้อันทรงคุณค่าของซามูไร ที่สืบทอดจิตวิญญาณและเกียรติยศแห่งตระกูลทากาโมริ (ขุนศึก คาซุโนริ อาโอกิ (青木一矩) ผ่านผู้สืบทอดสายเลือด “ซามูไรคนสุดท้าย” ถ่ายทอดเรื่องราวการเผชิญหน้าระหว่าง “ซามูไร” ผู้ยึดมั่นในวิถีแห่งเกียรติและแสงสว่าง กับ “นินจา” ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งเงาและกลยุทธ์อันเหนือชั้น ตื่นตาตื่นใจไปกับศิลปะการต่อสู้ที่ผสานความแข็งแกร่ง ความแม่นยำ และภูมิปัญญาดั้งเดิมของสองนักรบในตำนาน จนกลายเป็นการแสดงที่ทั้งเร้าใจและเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่น
The Way of the Warrior สัมผัสการสาธิตศิลปะการใช้ดาบอันทรงพลังและงดงาม ซึ่งถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งซามูไร นักรบผู้ยึดมั่นในเกียรติ ศักดิ์ศรี และวินัยเหนือสิ่งอื่นใด พร้อมเรียนรู้เรื่องราวและศาสตร์การต่อสู้ของนินจา นักรบเงาแห่งแดนอาทิตย์อุทัย ผู้เชี่ยวชาญด้านความคล่องแคล่ว ไหวพริบ และกลยุทธ์อันแยบยล ที่ยังคงเป็นตำนานที่น่าหลงใหลมาจนถึงปัจจุบัน
วันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 I พาร์ค พารากอน ชั้น M I เวลา 10.00-20.00 น.
พร้อมกันนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมเวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Experience Japanese Craft” ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด
เปิดการแสดงด้วยบทเพลงจาก The Nutcracker Suite ผลงานอันเปี่ยมด้วยสีสันและเสน่ห์แห่งโลกจินตนาการ ถ่ายทอดบรรยากาศของการเฉลิมฉลอง ความมหัศจรรย์ และความฝันผ่านท่วงทำนองอันเป็นเอกลักษณ์ของไชคอฟสกี ก่อนเข้าสู่ Swan Lake Suite หนึ่งในผลงานบัลเลต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตลอดกาล บอกเล่าเรื่องราวของความรัก ความเสียสละ และการต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่ว ผ่านบทเพลงที่งดงาม อ่อนหวาน และเปี่ยมด้วยพลังทางอารมณ์
ปิดท้ายค่ำคืนด้วยบทเพลงจาก Romeo and Juliet Suite ของโปรโคฟีเยฟ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากโศกนาฏกรรมความรักเหนือกาลเวลาของวิลเลียม เชกสเปียร์ ด้วยจังหวะอันหนักแน่น ความแตกต่างทางอารมณ์ที่เด่นชัด และท่วงทำนองที่ลึกซึ้ง บทประพันธ์ชุดนี้สะท้อนทั้งความอ่อนโยนของความรัก ความขัดแย้ง และความสูญเสียของคู่รักหนุ่มสาวได้อย่างทรงพลัง
สำหรับ “Thai Textiles Trend Book SPRING/SUMMER 2027” นำเสนอแนวคิดหลัก “Village to the World : The Soul of the Locality, The Pulse of the Globe” หรือ “จากอัตลักษณ์แห่งถิ่นฐาน สู่สุนทรียภาพที่คนทั้งโลกหลงรัก” โดยรวบรวมองค์ความรู้และแรงบันดาลใจด้านแฟชั่นและสิ่งทอไทย นำจิตวิญญาณและภูมิปัญญาจากชุมชนท้องถิ่นมาตีความใหม่ สร้างสรรค์เป็นงานสิ่งทอร่วมสมัยที่ก้าวข้ามบทบาทจากเครื่องนุ่งห่มสู่ส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตสากล ครอบคลุมมิติด้านกีฬา ศิลปะ ดนตรี และการออกแบบที่อยู่อาศัย สะท้อนศักยภาพของภูมิปัญญาไทยที่สามารถเชื่อมโยงกับผู้คนทั่วโลกได้อย่างงดงาม