Admin

  • Art - Culture

    กรมการพัฒนาชุมชน สานพลังช่างทอทั่วไทยเปิดประกวด “ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ – ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” และงานหัตถกรรม

    วันที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ” และ “ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” และงานหัตถกรรม ประจำปี 2569 (ระดับภาคกลาง) โดยมี นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางอรจิรา ศิริมงคล ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน คณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน ที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” คณะกรรมการตัดสิน ผู้แทนจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    การประกวดผ้าลายพระราชทานฯ ครั้งนี้ สืบเนื่องจากการที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระราชทานแบบลายผ้า “ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ” และ “ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” เพื่อให้ช่างทอผ้าและผู้ประกอบการนำไปพัฒนาต่อยอดสร้างสรรค์ผลงาน

    โดยมีจำนวนผ้าและงานหัตถกรรมที่ส่งเข้าประกวดฯ จากทั่วประเทศทั้งสิ้น 10,948 ชิ้นงาน แบ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ประเภทผ้า จำนวน 10,341 ผืน และงานหัตถกรรม จำนวน 607 ชิ้น สำหรับการประกวดในระดับภาคกลางครั้งนี้ มีผ้าและงานหัตถกรรมที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองระดับจังหวัดรวมทั้งสิ้น 573 ชิ้นงาน (ประเภทผ้า 466 ผืน และงานหัตถกรรม 107 ชิ้น) จากผู้ส่งเข้าประกวดทั่วทั้ง 26 จังหวัดภาคกลาง

    ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวเปิดงานและเน้นย้ำถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และกระจายรายได้สู่ชุมชนเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับ Sustainable Fashion (แฟชั่นแห่งความยั่งยืน) ผ่านการส่งเสริมการใช้สีธรรมชาติ เส้นใยธรรมชาติ และเส้นใยรีไซเคิล เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างแท้จริง

    ภายหลังพิธีเปิด ประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมอันทรงคุณค่า ก่อนที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยจะเริ่มดำเนินการกลั่นกรองและตัดสินผลงานในภาคกลาง เพื่อคัดสรรสุดยอดผลงานผ้าและงานหัตถกรรมไทยของภาคกลาง เพื่อเข้าสู่รอบต่อไป

    ซึ่งจุดดำเนินการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะดำเนินการที่จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 26 – 27 สิงหาคม 2569 ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และภาคใต้ที่จังหวัดสงขลา ในวันที่ 7 กันยายน 2569 หลังจากนั้นจะเป็นรอบตัดสินระดับภาค ในวันที่ 11 กันยายน 2569 และรอบรองชนะเลิศ ระดับประเทศ ในวันที่ 12 กันยายน 2569 เพื่อเข้าสู่รอบตัดสินระดับประเทศต่อไป

  • Charity - CSR - Sports

    แมริออท บอนวอย สานต่อภารกิจเพื่อสังคมผ่านกีฬากอล์ฟจัด “Marriott Bonvoy Charity Golf Day” ปีที่ 5 หลังระดมทุนแล้วกว่า 10 ล้านบาท

    การแข่งขันกอล์ฟการกุศลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เตรียมกลับมาสร้างสถิติครั้งใหม่ด้วยการจัดแข่งขันในสองจุดหมายปลายทางยอดนิยม ณ จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน และกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 16 พฤศจิกายน เพื่อระดมทุนสนับสนุน มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ประเทศไทย, มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย, และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

    แมริออท บอนวอย โปรแกรมการท่องเที่ยวระดับรางวัลจาก แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ประกาศการกลับมาอีกครั้งของกิจกรรมการกุศลอันเป็นเอกลักษณ์ กับงานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทยช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยนับเป็นการจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยการขยายสู่ 2 สนามแข่งขัน ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต และกรุงเทพมหานคร

    • งานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย เป็นส่วนหนึ่งของโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ของ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ในประเทศไทย และสนับสนุน เสิร์ฟ360 (Serve360) แพลตฟอร์มด้านความยั่งยืนและผลกระทบเชิงสังคมระดับโลกของบริษัท
    • นับตั้งแต่การจัดงานครั้งแรกในปี 2565 กิจกรรมดังกล่าวสามารถระดมทุนเพื่อสนับสนุนองค์กรการกุศลในประเทศไทยได้แล้วมากกว่า 10 ล้านบาท
    • โดยในปีนี้การแข่งขันที่ภูเก็ตจะจัดขึ้น ณ สนามกอล์ฟ บลู แคนยอน คันทรี คลับ ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2569
    • ในส่วนการแข่งขันที่กรุงเทพฯจะจัดขึ้น ณ สนามกอล์ฟ ไทย คันทรี คลับ ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่จัดกิจกรรมใจกลางกรุงเทพฯ
    • ทั้งสองงานเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมแข่งขันแล้ววันนี้ ราคาแพ็คเกจครอบคลุมการแข่งขันกอล์ฟตลอดทั้งวัน ตลอดจนกิจกรรมพิเศษภายในสนาม ความบันเทิงหลากหลาย และ งานกาล่าดินเนอร์

    นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2565 กิจกรรมงานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) ในประเทศไทยสามารถระดมทุนเพื่อสนับสนุนองค์กรการกุศลและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรได้แล้วมากกว่า 10 ล้านบาท และในปี 2569 นี้ กิจกรรมจะกลับมายิ่งใหญ่กว่าที่เคย ด้วยการจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล 2 รายการ ณ บลู แคนยอน คันทรี คลับ จังหวัดภูเก็ต และ ไทย คันทรี คลับ กรุงเทพมหานคร ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดกิจกรรมนี้ขึ้นในกรุงเทพฯ

    นอกจากนี้ ในปีนี้ยังมีการขยายการสนับสนุนด้านการกุศลให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยรายได้จากกิจกรรมจะมอบให้แก่องค์กรที่ได้รับความไว้วางใจ 3 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ประเทศไทย มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานอันสำคัญขององค์กรเหล่านี้ในการพัฒนาชุมชน ช่วยคุ้มครองเด็กด้อยโอกาสจากการถูกแสวงหาประโยชน์ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของครอบครัวให้หลุดพ้นจากสภาวะความไม่พร้อมทางทุนทรัพย์

    กิจกรรมงานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) เป็นประสบการณ์การแข่งขันกอล์ฟการกุศลที่เปี่ยมด้วยสีสันและมิตรภาพ ซึ่งรวบรวมนักกอล์ฟจากทั่วโลกมาร่วมสนุกกับกิจกรรมและการแข่งขันหลากหลายรูปแบบตลอดเส้นทางแฟร์เวย์ โดยในปีนี้ ผู้เข้าร่วมจะได้ออกรอบ ณ สนาม Lakes Course ของ บลู แคนยอน คันทรี คลับ จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2569 พร้อมการแข่งขันในรูปแบบช็อตกันสตาร์ต (Shotgun Tournament) เพลิดเพลินไปกับความบันเทิงเหนือระดับ กิจกรรมพิเศษชิงรางวัล และเซอร์ไพรส์อีกมากมายที่กระจายอยู่ตลอดทั้ง 18 หลุม ต่อด้วยอีเว้นท์ที่กรุงเทพฯ ที่จะจัดขึ้น ณ สนามกอล์ฟ ไทย คันทรี คลับ ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 พบกับงานกอล์ฟการกุศลเต็มวัน ที่พร้อมมอบประสบการณ์สุดประทับใจให้แก่ทั้งนักกอล์ฟและผู้ร่วมงาน

    ในกิจกรรมทั้งสองรายการ ผู้เข้าร่วมงานจะได้เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพจาก แมริออท บอนวอย ออน วีล์ส (Marriott Bonvoy on Wheels) ขบวนฟู้ดทรัก รถจำหน่ายอาหารที่นำเสนอเมนูโดดเด่นจากโรงแรมและรีสอร์ตในเครือ แมริออท บอนวอย และก่อนที่กิจกรรมการแข่งขันจะจบลง ปิดท้ายค่ำคืนด้วยงานกาล่าดินเนอร์สุดพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองค่ำคืนแห่งการแบ่งปันและการกุศลร่วมกันอย่างงดงาม

    “งานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญประจำปีของเรา ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้มารวมตัวกันผ่านการแข่งขันกอล์ฟในบรรยากาศที่เป็นมิตร พร้อมร่วมระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการและองค์กรที่สร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ในโอกาสที่กิจกรรมนี้จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ขยายผลเชิงบวกของโครงการ และเปิดโอกาสให้ผู้คนได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น ผ่านแพลตฟอร์ม เสิร์ฟ360 (Serve360) ของแมริออท กิจกรรมนี้สามารถระดมทุนได้มากกว่า 10 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสทั่วประเทศไทย และเราภูมิใจที่ได้ขยายการสนับสนุนไปยังองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ควบคู่กับพันธมิตรระยะยาวของเราอย่างมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ประเทศไทย และ มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย เพื่อช่วยให้องค์กรเหล่านี้สามารถสานต่อภารกิจที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่ชีวิตผู้คนได้อย่างต่อเนื่อง” กล่าวโดย แบรด เอ็ดแมน (Brad Edman) รองประธานกรรมการประจำประเทศไทย กัมพูชา ลาว และเมียนมา แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล

    กิจกรรมงานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) ณ จังหวัดภูเก็ต เปิดจำหน่ายบัตรเข้าร่วมในราคา 5,900 บาทต่อท่าน ขณะที่กิจกรรมในกรุงเทพฯราคาบัตรเข้าร่วมงานอยู่ที่ 7,500 บาทต่อท่าน โดยราคาแพ็คเกจครอบคลุมประสบการณ์กอล์ฟตลอดทั้งวัน กิจกรรมภายในงาน อาหารว่างและเครื่องดื่มระหว่างออกรอบ และสิทธิ์เข้าร่วมงานกาล่าดินเนอร์ ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ที่ https://bit.ly/marriottcharitygolf2026 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/MBVGolfCharity

    สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการเดินทางและเข้าพัก สามารถสำรองห้องพักกับโรงแรมและรีสอร์ตในเครือ แมริออท บอนวอย ในจังหวัดภูเก็ตและกรุงเทพมหานคร ได้ที่ www.marriott.com/en/destinations/thailand.mi.

  • Shopping

    ไอคอนสยามฉลอง 8 ปี Global Destination ส่งความสุขไม่สิ้นสุดช็อป 800 อิ่มฟรี 800 พร้อมรับ Siam Gift Card สูงสุด 10,150 บาทต่อวัน

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฉลองใหญ่ครบรอบ 8 ปีแห่งความสำเร็จ “The 8th ANNIVERSARY ICONSIAM, INFINITE ICON” ประเดิมแคมเปญแรก “INFINITE WONDERS – มหัศจรรย์ความสุขสุดอินฟินิตี้” ส่งต่อความคุ้มค่าและประสบการณ์เหนือความคาดหมาย

    • แจกสุดอินฟินิตี้ ช็อปปิ้ง 800 รับอิ่มฟรีอีก 800 บาท กับโปรสุดคุ้มเพียง 8 วันเท่านั้น
    • รับคุ้มอินฟินิตี้ แลกรับสยามกิฟท์การ์ด สูงสุดถึง 10,150 บาทต่อวันเมื่อช็อปปิ้งครบตามกำหนด
    เพื่อฉลองและตอกย้ำการเป็น  Global Destination จุดหมายปลายทางที่มอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้กับนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคจากทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มแคมเปญ ตั้งแต่ 18 สิงหาคม – 18 กันยายน 2569 นี้ ติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://iconsiam.com/th/promotions/iconsiam-8th-anniversary-infinite-wonders  หรือ เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/share/p/1PPnQBuX45/ 

    นางสุมา วงษ์พันธุ์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่  สายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด  กล่าวว่า  ในโอกาสครบรอบ 8 ปี ไอคอนสยามฉลองใหญ่ 8 ปีแห่งความสำเร็จ “The 8th ANNIVERSARY ICONSIAM, INFINITE ICON” เดินหน้ากลยุทธ์ Experience-Led Retail ขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกด้วยการสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายให้กับลูกค้า โดยผสานการช็อปปิ้ง การรับประทานอาหาร ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์ไว้ในจุดหมายปลายทางเดียว พร้อมยกระดับ Customer Engagement และ Loyalty program ผ่านแคมเปญที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม ทั้งนักช็อป นักชิม และกลุ่มฐานลูกค้าสมาชิก ONESIAM ซึ่งแต่ละกิจกรรมการตลาดได้รับการออกแบบจากความเข้าใจพฤติกรรมและแรงจูงใจของลูกค้า เพื่อส่งมอบคุณค่าที่แตกต่าง และคุ้มค่า (Value for Money) เหมาะสมกับแต่ละเซ็กเมนต์ โดยประเดิมด้วยการฉลองแคมเปญโปรโมชั่นแรกคือ “INFINITE WONDERS – มหัศจรรย์ความสุข แจกสุดอินฟินิตี้” และจะมีกิจกรรมการตลาดเพื่อขอบคุณลูกค้าทุกท่านอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 อีกด้วย

    “มหัศจรรย์ความสุข แจกสุด อินฟินิตี้ – ช็อป 800 อิ่มฟรี 800”
    ไฮไลต์แรก คือ เมื่อ “ช็อปครบ 800 บาท แลกรับฟรี E-Gift Card มูลค่า 800 บาท เพื่ออิ่มฟรี โดยไม่มีขั้นต่ำในการใช้” เพียง 8 วันเท่านั้น ตั้งแต่วันที่  18 – 25  สิงหาคม 2569 ซึ่งสะท้อนแนวคิดการคืนคุณค่ากลับสู่ลูกค้าอย่างเต็มที่ เปลี่ยนทุกการใช้จ่ายให้ต่อยอดเป็นประสบการณ์ความสุขครั้งใหม่ภายในไอคอนสยาม โดยลูกค้าสามารถนำ E-Gift Card ไปใช้กับร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ร่วมรายการ ช่วยกระตุ้นการกลับมาใช้บริการซ้ำภายในศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ความหลากหลายของร้านค้าภายในศูนย์ได้เป็นอย่างดี

    “มหัศจรรย์ความสุข รับคุ้ม อินฟินิตี้ – แลกรับ Siam Gift Card สูงสุด 10,150 บาทต่อวัน”
    ขณะเดียวกัน ไอคอนสยามก็มอบ “มหัศจรรย์ความสุข รับคุ้ม อินฟินิตี้” คืนความคุ้มค่าและสิทธิพิเศษที่เพิ่มขึ้นอย่างเป็นขั้นบันได สะท้อนแนวคิด Customer Loyalty และการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับสมาชิก ONESIAM  โดยสมาชิก ONESIAM รับเพิ่มความคุ้มค่า เมื่อช็อปครบตามยอดซื้อที่กำหนด ทั้งในไอคอนสยาม และสยาม ทาคาชิมายะ  ตั้งแต่ 18 สิงหาคม – 18 กันยายน 2569 แลกรับ SIAM Gift Card ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ดังนี้

    • ใช้จ่ายครบ 8,000 บาท รับ SIAM Gift Card มูลค่า 150 บาท• ใช้จ่ายครบ 80,000 บาท รับ SIAM Gift Card มูลค่า 2,000 บาท• ใช้จ่ายครบ 280,000 บาท รับ SIAM Gift Card มูลค่า 8,000 บาท
      รวมทุกขั้นการซื้อ ลูกค้าสามารถรับ SIAM Gift Card มูลค่าสูงสุด ถึง 10,150 บาทต่อวัน

    ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ไอคอนสยามได้พัฒนาบทบาทจากการเป็นศูนย์การค้าสู่การเป็น Global Experiential Destination ที่ผสานการค้า ศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์ การเฉลิมฉลองในปีนี้จึงไม่ใช่เพียงการฉลองความสำเร็จของโครงการ แต่ยังเป็นการขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ร่วมสร้างเรื่องราวแห่งความประทับใจ และเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ด้วยคอนเซปต์ “The 8th ANNIVERSARY ICONSIAM, INFINITE ICON” ไอคอนสยามพร้อมเดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการค้าปลีก และตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายอย่างไม่สิ้นสุด เพื่อให้ทุกการมาเยือนไอคอนสยามเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์และความสุขที่ไร้ขีดจำกัด สมกับการฉลองครบรอบ 8 ปีแห่งความเป็นที่สุดของแลนด์มาร์กระดับโลกของประเทศไทย
    ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความสุขแห่งการช็อป เพื่อฉลองครบรอบ 8 ปี กับ “INFINITE WONDERS – มหัศจรรย์ความสุข แจกสุดอินฟินิตี้”  ระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม – 18 กันยายน 2569 ณ ไอคอนสยาม และสยาม ทาคาชิมายะ  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ Facebook: ICONSIAM

  • Beauty

    NINE BEAUTY เปิดตัว “NINE BEAUTY AWARDS OF THE MONTH” ยก “ไอเทมตัวท็อปคนไทย” จากออนไลน์สู่หน้าร้าน CJ MORE 139 สาขา

    NINE BEAUTY (นายน์ บิวตี้) โซนเครื่องสำอางและความงามมัลติแบรนด์ (Multi-brand) ในร้านค้าปลีก CJ MORE บิวตี้สโตร์ที่เข้าใจความต้องการของคนไทย เปิดตัว “NINE BEAUTY AWARDS OF THE MONTH” หรือ “ไอเทมตัวท็อปคนไทย ประจำเดือน” รูปแบบการจัดอันดับสินค้าใหม่ที่คัดสรรจากความนิยมและพฤติกรรมการเลือกซื้อของผู้บริโภค พร้อมยกการจัดอันดับจากช่องทางออนไลน์มาสู่หน้าร้าน เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น โดยเริ่มจัดแสดงภายในโซน NINE BEAUTY ของร้าน CJ MORE ที่ร่วมรายการจำนวน 139 สาขา ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

    ภายใต้แนวคิด “NINE BEAUTY AWARDS OF THE MONTH” NINE BEAUTY รวบรวมและคัดเลือกผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ได้รับความนิยม พร้อมจัดอันดับไอเทมเด่นประจำเดือน ครอบคลุม 5 หมวดหมู่ ได้แก่ เมคอัพ, บำรุงผิวหน้า, บำรุงผิวกาย, เส้นผมและช่องปาก และอาหารเสริมและสมุนไพร เพื่อสะท้อนเทรนด์ ความนิยม และพฤติกรรมการเลือกซื้อของผู้บริโภคไทยในแต่ละช่วงเวลา

    สำหรับการจัดอันดับในแต่ละเดือน แบ่งออกเป็น 4 ประเภทรางวัล ได้แก่

    1. ไอเทมที่สุดแห่งเดือน สินค้าขายดีที่สุดประจำเดือนในแต่ละหมวดหมู่ สะท้อนความนิยมจากยอดขายจริงของผู้บริโภค
    2. T-Beauty ใช้แล้วเลิฟ คัดเลือกสินค้าแบรนด์ไทยที่มียอดขายโดดเด่นและได้รับความนิยมจากผู้บริโภค สะท้อนกระแสของ T-Beauty ที่กำลังได้รับความสนใจ
    3. NINE’s PICK สินค้าที่ NINE BEAUTY คัดสรรให้เหมาะกับผู้บริโภคชาวไทยในแต่ละช่วงเวลา โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งฤดูกาล เทศกาล สภาพอากาศ และเทรนด์ความงาม
    4. ไอเทมใหม่มาแรงน่าลอง! แนะนำสินค้าเข้าใหม่ที่น่าสนใจและมีศักยภาพที่จะกลายเป็นไอเทมยอดนิยมในอนาคต สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการค้นหาไอเทมใหม่ ๆ ก่อนใคร

    การขยายรูปแบบนำเสนอการจัดอันดับผ่านช่องทางออนไลน์สู่หน้าร้านช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลสินค้าเด่นและไอเทมที่ได้รับความนิยมได้ใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น โดยมีการอัปเดตรายชื่อสินค้าและรางวัลใหม่เป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและเทรนด์ความงามที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

    การเปิดตัว “NINE BEAUTY AWARDS OF THE MONTH” จึงเป็นการตอกย้ำความตั้งใจของ NINE BEAUTY ในการเป็นบิวตี้สโตร์ที่เข้าใจความต้องการของคนไทย ด้วยการนำข้อมูลความนิยมและเทรนด์ความงามมานำเสนอในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย ช่วยให้ผู้บริโภคค้นหาและตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับตัวเองได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ได้พบกับไอเทมใหม่ แบรนด์ไทย และผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจในทุกเดือน

  • Art - Culture

    “Between Sun and Moon” นิทรรศการภาพถ่ายห้ามพลาด!ชมผลงาน “โคชู เอ็นโดะ” ศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง เจ้าของผลงานใน Permanent Collection ของ LACMA

    ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม ชวนเปิดประสาทสัมผัสและร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งการมองเห็น ในนิทรรศการภาพถ่ายเดี่ยวครั้งสำคัญ “Between Sun and Moon: Light, Time, and the Act of Seeing” (ระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์: แสง กาลเวลา และการมองเห็น) โดย โคชู เอ็นโดะ (Koshu Endo) ศิลปินและช่างภาพญี่ปุ่นชื่อดังระดับโลก ผู้ใช้เลนส์กล้องส่องลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณของธรรมชาติ จัดแสดงให้ชมตั้งแต่วันที่ 5 – 31 สิงหาคม 2569 บริเวณ ชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ โดยนิทรรศการนี้ ถือเป็นหมุดหมายครั้งสำคัญของวงการภาพถ่าย โดยโคชู เอ็นโดะ ได้นำภาพถ่ายมาเป็นสื่อกลางในการตั้งคำถามต่อ ‘การรับรู้ของมนุษย์’ ผ่านความสัมพันธ์ของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และท้องฟ้า ผลงานของเขาไม่ใช่แค่การกดชัตเตอร์เพื่อบันทึกวัตถุตรงหน้า แต่เป็นการจับเอาบรรยากาศ ความรู้สึก และการเปลี่ยนแปลงของแสงที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีและไม่เคยย้อนกลับมาอีก นำเสนอความงามผ่าน 10 ผลงานสร้างสรรค์ โดยมี 4 ผลงานไฮไลต์ที่คนรักศิลปะไม่ควรพลาด

    • เจาะลึก 4 ผลงานไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดในนิทรรศการ 
    ความพิเศษสุดของงานนี้คือการโคจรมาพบกันของผลงานชุดสำคัญ ซึ่งอีก Edition หนึ่งของผลงานชิ้นที่ 2 และ 3 นั้นคอลเลกชันเดียวกันกับผลงานที่ได้รับการยอมรับให้บรรจุอยู่ใน Permanent Collection (คอลเลกชันสะสมถาวร) ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับโลกอย่าง Los Angeles County Museum of Art (LACMA) ประเทศสหรัฐอเมริกา  

    1 The Critical Ring ผลงานอันทรงพลังที่รวบรวมแสง เวลา และโครงสร้างของการรับรู้ไว้ในภาพเดียว ถ่ายทอดภาพวงแหวนแห่งแสงที่ลอยอยู่เหนือรูปทรงพระจันทร์เสี้ยวที่เรียงซ้อนกันเป็นจังหวะด้านล่าง สื่อถึงการสะสมของเวลาและการคงอยู่ของภาพในความทรงจำ ชวนให้ผู้ชมตั้งคำถามว่า มนุษย์เรามองเห็นและรับรู้โลกใบนี้ขึ้นได้อย่างไร

    2 Rising Sun (LACMA Permanent Collection) ผลงานชิ้นเอกที่ทำหน้าที่เป็นแกนของ “ดวงอาทิตย์” แสงแรกของวัน ที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในผลงานนี้ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุบนท้องฟ้า แต่เป็นสัญลักษณ์ของจุดเริ่มต้น การเดินทางของกาลเวลา และเป็นพลังขับเคลื่อนที่ทำให้เกิดการมองเห็นและการรับรู้โลกอย่างแท้จริง

    3 Evening Moon (LACMA Permanent Collection) ผลงานที่ทำหน้าที่เป็นแกนของ “ดวงจันทร์” เพื่อเปิดบทสนทนาคู่ขนานกับ Rising Sun โดยดวงจันทร์ยามค่ำคืนนี้ปรากฏขึ้นในฐานะแสงสะท้อนอันเงียบสงบ ล่องลอยอยู่ระหว่างการมองเห็นและการเลือนหาย ถ่ายทอดความรู้สึกของระยะทาง ความทรงจำ และห้วงเวลาที่ค่อย ๆ ผ่านไป

    4 Ripples of Circling Light การขยายแนวคิดจากแสงของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ไปสู่การสำรวจแสงในรูปแบบของจังหวะและการสะท้อน ผ่านเส้นโค้งของแสงที่เรียงซ้ำและแผ่ขยายบนพื้นหลังสีดำ เผยให้เห็นการเคลื่อนผ่านของเวลาและความต่อเนื่องของภาพที่ดวงตารับรู้ในแต่ละช่วงขณะ เชื้อเชิญให้ผู้ชมสัมผัสความเชื่อมโยงระหว่างโลกภายนอกและการรับรู้ภายในจิตใจ

    “Between Sun and Moon ไม่ได้ชวนให้เรามองเห็นเพียงภาพตรงหน้า แต่ชวนให้เราตั้งคำถามว่า
    สิ่งที่เราเห็นแท้จริงแล้ว… เกิดจากแสง เวลา และมุมมองของเราอย่างไร”

    ขอเชิญสัมผัสและร่วมเข้าใจศาสตร์แห่งแสงและเงาผ่านมุมมองของช่างภาพระดับสากลที่ไม่ควรพลาด ในนิทรรศการ “Between Sun and Moon: Light, Time, and the Act of Seeing” 5 – 31 สิงหาคม 2569 ณ ชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-011-7500 หรือทาง LINE: SIAM Takashimaya

    #BetweenSunAndMoon #KoshuEndo #ArtExhibitionBangkok #LACMACollection

    #PhotoExhibition2026 #SIAMTakashimaya #ICONSIAM

  • Education - Lifestyle

    “Bangkok Education & Lifestyle Fair 2026” ชวนพ่อแม่เตรียมพร้อมอนาคตให้ลูกรวมข้อมูลโรงเรียนนานาชาติ กิจกรรม และบริการสำหรับครอบครัวไว้ครบในวันเดียว

    การเลือกโรงเรียนนานาชาติที่ใช่สำหรับลูก และการเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เมื่อ Bangkok Beat ร่วมกับ The Thaiger จัดงาน Bangkok Education & Lifestyle Fair เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 10.00–17.00 น. ณ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ


    ปัจจุบัน กรุงเทพฯ ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายด้านการศึกษาที่สำคัญของเอเชีย โดยมีโรงเรียนนานาชาติให้เลือกหลากหลาย ทั้งหลักสูตรอังกฤษ (British Curriculum) หลักสูตรอเมริกัน (American Curriculum) หลักสูตร International Baccalaureate (IB) และหลักสูตรนานาชาติอื่น ๆ ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก อย่างไรก็ตาม ด้วยตัวเลือกที่มีอยู่มากมาย การทำความเข้าใจความแตกต่างของแต่ละหลักสูตร ขั้นตอนการสมัคร และแนวทางการเรียนการสอนของแต่ละที่ อาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อนสำหรับเหล่าผู้ปกครอง
    ด้วยเหตุนี้ Bangkok Education & Lifestyle Fair จึงถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการเลือกโรงเรียนที่ใช่สำหรับแต่ละครอบครัว โดยได้รวบรวมโรงเรียนนานาชาติ สถาบันการศึกษา และองค์กรที่ให้บริการด้านเด็กและครอบครัวไว้ในที่เดียว เปิดโอกาสให้ทั้งครอบครัวชาวไทยและชาวต่างชาติได้พูดคุยกับตัวแทนของแต่ละโรงเรียนโดยตรง เปรียบเทียบหลักสูตร ทำความรู้จักสถานที่ และสอบถามข้อมูลที่จำเป็นได้ภายในวันเดียว


    นอกจากจะเป็นงานแฟร์ด้านการศึกษาแล้ว ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมสำหรับเด็ก บูธจากโรงเรียนเสริมทักษะ สถาบันกีฬา ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ บริการสำหรับครอบครัว และแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัว


    ไฮไลต์ภายในงาน Bangkok Education & Lifestyle Fair:
    โซนโรงเรียนนานาชาติ
    พบกับบูธจากโรงเรียนนานาชาติชั้นนำพูดคุยกับตัวแทนโรงเรียนโดยตรง เปรียบเทียบหลักสูตรและแนวทางการเรียนการสอน พร้อมวางแผนการศึกษาที่เหมาะกับทุกช่วงวัยของลูก
    โซนครอบครัวและไลฟ์สไตล์
    เลือกชมแบรนด์ สินค้า และบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัว พร้อมร่วมสนุกไปกับกิจกรรมสำหรับน้องๆ หนูๆ
    เวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ
    ร่วมฟังมุมมองและความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญในแวดวงต่าง ๆ เกี่ยวกับการศึกษา พัฒนาการเด็ก และการใช้ชีวิตของครอบครัวในกรุงเทพฯ

    รายชื่อโรงเรียนที่ เข้าร่วมงาน พาร์ทเนอร์ และรายละเอียดกิจกรรมภายในงาน จะประกาศเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้
    Bangkok Education & Lifestyle Fair 2026 ขอเชิญผู้ปกครอง ครอบครัวคุณครู บุคลากรด้านการศึกษา และผู้ที่สนใจ
    เข้าร่วมงานในวันเสาร์ ที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 10.00 – 17.00 น. ณ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ
    ขณะนี้เปิดลงทะเบียนเข้าร่วมงานแล้ว


    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
    สำหรับโรงเรียน องค์กร หรือแบรนด์ด้านครอบครัว และไลฟ์สไตล์ ที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Bangkok Education & Lifestyle Fair สามารถติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
    คุณเอมี่
    อีเมล: [email protected]
    โทร: 085-811-8979

  • CSR - Education

    บี.กริม ผนึก จุฬาฯ และพันธมิตร เปิดเวที “Youth for Change” ชวนคนรุ่นใหม่ใช้ Mindfulness สร้างความเข้าใจระหว่างคนต่างวัย สู่สังคมไทยที่เติบโตไปด้วยกัน

    บี.กริม ร่วมกับ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (Thailand Institute for Mental Health Sustainability: TIMS) และ Sati App เปิดตัวโครงการ “Youth for Change: The Mindful Future Contest” เวทีสำหรับคนรุ่นใหม่ในการนำองค์ความรู้ด้าน Mindfulness มาผสานกับกระบวนการคิดเชิงนวัตกรรม เพื่อร่วมออกแบบแนวคิดและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความท้าทายของสังคม และสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เกียรติกล่าวเปิดงานและเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ณ อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


    โครงการ Youth for Change: The Mindful Future Contest เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และภาคีเครือข่าย โดยมุ่งสร้างพื้นที่การเรียนรู้ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ลงมือปฏิบัติจริง แลกเปลี่ยนมุมมองจากหลากหลายภาคส่วน และพัฒนาแนวคิดให้สามารถต่อยอดไปสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้จริง

    สำหรับปีนี้ โครงการจัดขึ้นภายใต้โจทย์ “ต่างวัย เข้าใจกัน ด้วยพลังสติ” โดยชวนคนรุ่นใหม่ร่วมกันค้นหาคำตอบว่า
    “เราจะใช้ Mindfulness เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างวัย และสร้างสังคมไทยที่เข้าใจกันมากขึ้นได้อย่างไร?”
    ภายในงานแถลงข่าวยังมีการจัดเสวนาพิเศษในหัวข้อ “Building a Better Society through Mindfulness: สำรวจบทบาทของ Mindfulness ในการพัฒนาคน สังคม และนวัตกรรม” โดยมี นายเกรียงไกร อยู่ยืน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายอมรเทพ สัจจะมุนีวงศ์ ผู้ก่อตั้ง Sati App ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของ Mindfulness ในการพัฒนาศักยภาพของคน การสร้างสุขภาวะที่ดี และการนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การสร้างนวัตกรรม ตลอดจนความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และภาคสังคมในการร่วมกันสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม


    จุฬาฯ มุ่งสร้างคนรุ่นใหม่สู่ Change Makers
    ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “เวทีแห่งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็น Change Makers ผู้ที่สามารถใช้ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจในมนุษย์ มาร่วมกันออกแบบอนาคตที่ดีกว่า ทั้งในระดับองค์กร ชุมชน และประเทศ”
    “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเชื่อว่า องค์ความรู้จะมีคุณค่าอย่างแท้จริงเมื่อสามารถนำไปสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม โครงการนี้จึงเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากโจทย์จริง ลงมือคิด ลงมือทำ และพัฒนาแนวคิดให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คนได้”
    อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ไม่ได้มุ่งสร้างเพียงผู้ชนะในการแข่งขัน แต่ต้องการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้และพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ มีสติ มีความรับผิดชอบต่อสังคม และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน


    บี.กริม ส่งต่อ “การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี” สู่คนรุ่นใหม่
    นายเกรียงไกร อยู่ยืน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
    “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บี.กริม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสุขภาวะของพนักงานอย่างเป็นระบบ เพราะเราเชื่อว่าสุขภาวะที่ดีเป็นทักษะพื้นฐานในการใช้ชีวิตและการทำงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน”
    แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับปรัชญา “การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี” (Doing Business with Compassion) ซึ่งให้ความสำคัญกับการมองคนเป็นคน ปฏิบัติต่อกันด้วยหัวใจ และเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง โดย บี.กริม เชื่อว่าความสำเร็จขององค์กรไม่ได้วัดจากผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนผ่านความสุข ความสัมพันธ์ที่ดี และคุณภาพชีวิตของผู้คนในองค์กรและสังคม
    “ด้วยเหตุนี้ บี.กริม จึงต้องการส่งต่อแนวคิดและทักษะดังกล่าวไปสู่คนรุ่นใหม่ผ่านโครงการ Youth for Change: The Mindful Future Contest โดยเริ่มต้นจากการเชื่อมต่อกับตนเอง (Connect to Self) เพื่อสร้างพื้นฐานใจที่เข้มแข็ง ก่อนส่งต่อความเข้าใจไปยังผู้อื่น (Connect to Others) และร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (Connect to Society)”
    “เราเชื่อมั่นว่า หากเราสามารถบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งสติและความโอบอ้อมอารีให้เติบโตในหัวใจของคนรุ่นใหม่ได้ตั้งแต่วันนี้ พวกเขาจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมให้เป็นสังคมที่พร้อมรับฟัง ใส่ใจกัน และปฏิบัติต่อกันด้วยหัวใจอย่างแท้จริง”
    เปิดโอกาสคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไอเดียสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลง
    สำหรับโครงการ Youth for Change: The Mindful Future Contest เปิดรับสมัครนิสิตและนักศึกษาระดับ ปวส. และปริญญาตรี จากทุกสถาบันการศึกษา รวมทีม 3–5 คน โดยสมาชิกในทีมต้องสังกัดสถาบันการศึกษาเดียวกัน เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวคิดและนวัตกรรมภายใต้โจทย์ “ต่างวัย เข้าใจกัน ด้วยพลังสติ”
    ตลอดระยะเวลาของโครงการ ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรม Workshop และ Coaching จากผู้เชี่ยวชาญในด้าน Mindfulness, Psychology, Innovation รวมถึงการพัฒนาแนวคิด การสื่อสาร และการนำเสนอผลงาน พร้อมได้รับคำแนะนำจาก Mentor เพื่อพัฒนาแนวคิดให้สามารถต่อยอดไปสู่โครงการหรือแนวทางที่สร้างประโยชน์ต่อสังคมได้จริง
    ผู้เข้าร่วมจะได้มีโอกาส Pitch ผลงานต่อคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ และผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจะมีโอกาสนำเสนอในงาน Better Mind Better Bangkok 2026 พร้อมร่วมชิง เงินรางวัลรวม 60,000 บาท แบ่งเป็น รางวัลชนะเลิศ 30,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 20,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร โดยผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนจะได้รับเกียรติบัตร


    โครงการเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม – 13 กันยายน 2569 เวลา 23.59 น. ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียด คุณสมบัติ กติกา และเงื่อนไขของโครงการ และสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ https://forms.gle/BNF1FypNmdk4ckCf8


    เกี่ยวกับ Youth for Change: The Mindful Future Contest
    Youth for Change: The Mindful Future Contest เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บี.กริม สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) และ Sati App มีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และประยุกต์ใช้ Mindfulness ร่วมกับองค์ความรู้ด้านจิตวิทยาและกระบวนการคิดเชิงนวัตกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวคิดและแนวทางที่ตอบโจทย์ความท้าทายของสังคม และนำไปสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม


    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
    คุณอริสรา (แพท) โทร. 090-140-6757 อีเมล [email protected]

  • Art - Music

    RBSO ชวนออกเดินทางสู่โลกแห่งจินตนาการใน “Anime Concert” สัมผัสบทเพลงอนิเมะญี่ปุ่นชื่อดังผ่านพลังซิมโฟนี 20-21 สิงหาคมนี้

    วงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (Royal Bangkok Symphony Orchestra: RBSO) เตรียมนำผู้ชมออกเดินทางสู่โลกแห่งจินตนาการอันไร้ขอบเขตผ่านบทเพลงจากภาพยนตร์และซีรีส์อนิเมะญี่ปุ่นชื่อดัง ในคอนเสิร์ต “Anime Concert” ในวันที่ 20 และ 21 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย


    การแสดงครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยเพลงของ วานิช โปตะวนิช วาทยกรผู้มีประสบการณ์ในการถ่ายทอดบทเพลงหลากหลายรูปแบบ ทั้งดนตรีคลาสสิก เพลงประกอบภาพยนตร์ และบทเพลงจากละครเพลง ซึ่งสร้างความประทับใจแก่ผู้ชมมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะนำวง RBSO ถ่ายทอดบทเพลงอนิเมะยอดนิยมด้วยพลังและสีสันอันงดงามของวงซิมโฟนีออร์เคสตร้า


    พบกับผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ของ โจ ฮิซาอิชิ (Joe Hisaishi) คีตกวีชาวญี่ปุ่นผู้มีชื่อเสียงระดับโลก ได้แก่ Spirited Away Suite, Merry-Go-Round of Life และ Castle in the Sky Suite ก่อนขยับอารมณ์ไปกับความมันและพลังของ Naruto Shippuden, One Piece และ We Are! แล้วเข้าสู่โลกที่เข้มข้นขึ้นกับ Attack on Titan และ Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba


    นอกจากนี้ ยังมีเพลงที่คุ้นหูจาก Pokémon The Movie 2000, Detective Conan, Your Lie in April, Neon Genesis Evangelion, Your Name. และ Medalist ที่จะพาไปสัมผัสอีกหลากหลายอารมณ์ ตั้งแต่ความละมุนและอบอุ่น ไปจนถึงความตื่นเต้นและทรงพลัง


    บทเพลงทั้งหมดจะได้รับการเรียบเรียงและถ่ายทอดผ่านเสียงอันทรงพลังของวง RBSO พาผู้ชมสัมผัสหลากหลายอารมณ์ ตั้งแต่ความสนุกสนานและมีชีวิตชีวา ไปจนถึงความตื่นเต้น ความอบอุ่น ความซาบซึ้ง และพลังแห่งความหวัง เสมือนได้ย้อนกลับไปพบกับตัวละครและเรื่องราวอันเป็นที่รักอีกครั้ง


    คอนเสิร์ต “Anime Concert” จึงเป็นอีกหนึ่งการแสดงครั้งสำคัญสำหรับผู้ชื่นชอบดนตรีซิมโฟนี เพลงประกอบภาพยนตร์ และวัฒนธรรมอนิเมะญี่ปุ่น ตลอดจนผู้ชมทุกเพศทุกวัยที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ทางดนตรีอันน่าตื่นตาตื่นใจร่วมกัน


    ร่วมออกเดินทางสู่โลกแห่งเสียงดนตรีและจินตนาการไปกับวงรอยัลแบงก์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในคอนเสิร์ต “Anime Concert” วันที่ 20 และ 21 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย


    ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ที่ https://www.thaiticketmajor.com/concert/rbso-2026-anime-concert.html

  • Art - Fashion - Lifestyle

    แบรนด์ SIRIVANNAVARI ร่วมกับ ICONCRAFT ไอคอนสยาม นำเสนอ THREADS OF LEGACY: S’CRAFT 2026 คอลเลคชั่นกระเป๋าผ้าไทยประจำปี ถ่ายทอดแนวคิดจากสายใยแห่งปณิธานสู่การยกระดับหัตศิลป์ผ้าไทย โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

    S’CRAFT: Craftsmanship 2026 คอลเลคชั่นกระเป๋าผ้าไทยประจำปี ผลงานอันทรงคุณค่าและน่าสะสม กลับมาอีกครั้งในปีนี้พร้อมกระแสชุดไทยและผ้าไหมไทยที่กำลังเป็นที่จับตามองทั่วโลก โดยในเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในด้านการอนุรักษ์ผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ แบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ร่วมกับ ICONCRAFT แห่งไอคอนสยาม พื้นที่แห่งการเชิดชูวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย

    นำเสนอผลงานการสร้างสร้างสรรค์กระเป๋าผ้าไทยสุดพิเศษ ลิมิเต็ด เอดิชั่น 88 ชิ้น โดดเด่นด้วยผืนผ้าทอจากช่างระดับมาสเตอร์และช่างทอรุ่นใหม่ผู้ชนะการประกวดระดับประเทศและงานปักอันประณีตจากฝีมือของช่างปักแห่ง SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ผลงานอันทรงคุณค่าแต่ละชิ้นดั่งสายใยที่ถักทอขึ้นเพื่อเล่าขานแรงบันดาลใจจากราชสำนักและสายใยแห่งพระราชปณิธานของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ได้รับการสานต่อพระราชกรณียกิจโดยองค์ดีไซเนอร์ ผู้ทรงยกระดับงานฝีมือของช่างไทยในชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศให้มีความร่วมสมัยและเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล

    4 ชิ้นงานไฮไลท์อันน่าสะสมประจำปีนี้

    จากราชสำนักสู่ผลงานหัตถศิลป์ไทยอันล้ำเลิศ

    VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S EDITION

    ชิ้นงาน One-of-a-kind ซึ่งเป็นไฮไลท์กำนี้ ประกอบด้วยกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมพร้อมหูจับ (Boxy Bag) พิเศษเพียง 4 ใบที่มีชื่ออันไพเราะว่า ‘VICHIT RATTANA’ ถ่ายทอดความล้ำค่าในทุกองค์ประกอบของชิ้นงานตั้งแต่การคัดสรรผ้าทอจากสองมาสเตอร์ด้านหัตถกรรมผ้าทอมือคืออาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย และอาจารย์มีชัย แต้สุจริยา เพิ่มความพิเศษด้วยการตกแต่งงานเครื่องทองบริเวณหูจับจากฝีมือของช่างทองหลวงที่มีชื่อเสียง คือ อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม และอาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน ส่วนงานปักซึ่งเป็นอีกหนึ่งความพิเศษนั้น เนรมิตโดยช่างฝีมือจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy   ผู้ได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์อันงดงามสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ปรมาจารย์แห่งช่างทอท่านแรก อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็น ‘ครูศิลป์’ แห่งแผ่นดินและผู้ก่อตั้งกลุ่มทอผ้าไหมยกทอง “จันทร์โสมา” จ.สุรินทร์ ได้เนรมิตผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียงสองชิ้นซึ่งรังสรรค์จากผ้าทอมือที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ สะท้อนถึงศาสตร์ชั้นสูงแห่งการทอผ้า ส่วนงานปักอันประณีตโดยทีมช่างแห่ง SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ชุดไทยศิวาลัยของสมเด็จพระพันปีหลวง ซึ่งตัดเย็บโดยกูตูริเยร์ ชาวฝรั่งเศสผู้มีชื่อเสียงนามปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain) เป็นชุดที่พระองค์ทรงในงานพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำถวายสมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 2 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในพระบรมหาราชวัง พ.ศ. 2515

       VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’SRUBYEDITION

    ผ้าทอ:อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย
    งานตกแต่งทอง:อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม
    งานปักมือ:SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    ผลงานสร้างสรรค์จากผ้าทอมือในโทนสีแดงก่ำ ตกแต่งด้วยกระบวนลายโคมดอกในประจำยามที่มีความเด่นชัดของลวดลายผสมผสานกับความละเอียดอ่อนในการทอ สะท้อนระเบียบแบบแผนของศิลปกรรมไทยชั้นสูง พร้อมด้วยลายกรวยเชิงอันเป็นลายจารีตสำคัญของผ้ายกราชสำนัก

    ชิ้นงานตกแต่งกระเป๋ารังสรรค์โดยครูไพโรจน์ สืบสาม แห่ง Pairot Thai Jewelry ผู้สะท้อนมรดกแห่งภูมิปัญญางานช่างทองไทยอันทรงคุณค่า ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมตะวันตกของพระที่นั่งบรมพิมานโดยเฉพาะเส้นสายของหลังคาทรงโค้งที่สะท้อนความอ่อนช้อยและความสง่างาม อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือลวดลายหงส์ สัญลักษณ์แห่งความสูงศักดิ์ สิริมงคล และความสง่างาม เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงอุทิศพระองค์ในการอนุรักษ์ศิลปะและงานหัตถศิลป์ไทย ส่วนสัญลักษณ์ตัวอักษร “S” หมายถึงองค์ดีไซเนอร์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI
    ผู้ทรงสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ ส่งเสริมและต่อยอดงานหัตถศิลป์ไทย

    ส่วนงานปักใช้เทคนิคการปักลูกปัดและคริสตัลผสมดิ้นมันเพื่อทำให้เกิดมิติทั่งทั้งใบ เพิ่มความวิจิตรงดงามด้วยการตกแต่งบริเวณหูจับโดยอาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม ผู้เชี่ยวชาญการทำเครื่องประดับไทยโบราณและได้รับการยกย่องให้เป็นครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2562

     VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S NAVY EDITION

    ผ้าทอ:อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย
    งานตกแต่งทอง:อาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน
    งานปักมือ:SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    ชิ้นงานอันทรงคุณค่าจากผืนผ้าในโทนสีน้ำเงินเข้ม ลวดลายหลักของผืนผ้าเป็นกระบวนลายราชวัตรดอกแปดกลีบสลับดอกสี่กลีบ ที่เรียงร้อยอย่างคมชัดและละเอียดอ่อน สื่อถึงระเบียบแบบแผนของศิลปกรรมไทยชั้นสูง พร้อมด้วยลายกรวยเชิง ซึ่งเป็นลายจารีตสำคัญของผ้ายกราชสำนัก ประกอบด้วยลายช่อแทงท้องและกรวยเชิงที่ประดับด้วยแม่ลายลูกขนาบ เรียงชั้นลดหลั่นอย่างสง่างาม แสดงถึงความประณีตและความเชี่ยวชาญขั้นสูงของช่างทอไทย

    การตกแต่งด้วยทองรังสรรค์ด้วยงานหัตถศิลป์โดยใช้เทคนิคการถักลวดทองแบบดั้งเดิมและกรรมวิธีเฉพาะอันประณีต ประดับด้วยคริสตัลอันสะท้อนถึงความละเอียดลออ ความแม่นยำ และความงดงามของงานช่างฝีมือไทยในทุกขั้นตอนเพื่อให้เกิดลวดลายดอกไม้สี่กลีบอันสื่อถึงทิศทั้งสี่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการคุ้มครองและความเป็นสิริมงคล บริเวณตรงกลางประดับด้วยอักษร “S” หมายถึงพระนามย่อขององค์ดีไซเนอร์

    สำหรับงานปักใช้เทคนิคการปักลายเป็นจุดเล็กๆ รูปดอกประจำยาม 4 ทิศ โดยได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ชุดไทย ศิวาลัยของสมเด็จพระพันปีหลวง เพิ่มความวิจิตรงดงามด้วยการตกแต่งบริเวณหูจับโดยอาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน ช่างทองหลวงระดับปรมาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญการทำเครื่องทองโบราณขั้นสูงของไทย

    อีกหนึ่งมาสเตอร์ด้านการทอผ้าผู้เนรมิตกระเป๋าใบพิเศษในซีรีส์ VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S EDITION อีก 2 ใบคืออาจารย์มีชัย แต้สุจริยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ทอผ้า) ประจำปี 2564 เป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญระดับปรมาจารย์แห่งวงการผ้าไทย ผู้สืบทอดภูมิปัญญาแห่ง “บ้านคำปุน” จังหวัดอุบลราชธานี ผู้มีความปรารถนาในการพัฒนาผ้าไทยให้เข้ากับยุคสมัย ผลงานแต่ละชิ้นจึงเป็นดั่งงานศิลปะที่น่าสะสม

    สำหรับงานปักโดยทีมช่างจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy อันประณีตนั้นเล่าขานเรื่องราวแห่งราชสำนัก ผ่านแรงบันดาลใจจากลายขดและลายดอกไม้อันงดงามอ่อนช้อยที่ปรากฏอยู่บนฉลองพระองค์ชุดราตรีของสมเด็จพระพันปีหลวงซึ่งได้รับการเลือกสรรให้ไปจัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté. Royal Thai. Dress From Tradition to Modernity ซึ่งจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs in Paris

    VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S ONYXEDITION

    ผ้าทอ: อาจารย์มีชัย แต้สุจริยา
    งานตกแต่งทอง: อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม
    งานปักมือ: SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    ผลงานในโทนสีดำอันหรูหราจากศิลปะการทอผ้าชั้นสูงโดดเด่นด้วยผ้าลายมัดหมี่เครือเถาที่ดูสะดุดตาจากเทคนิคขิดแทรกเส้นหางกระรอกไหมสีดำและสีเงินที่ถ่ายทอดความอ่อนช้อยของลายเครือเถาที่ดูมีชีวิตชีวา ทำให้ผืนผ้ามีมิติและเกิดประกายเมื่อกระทบกับแสง

    ชิ้นงานห้อยประดับกระเป๋ารังสรรค์โดยครูไพโรจน์ สืบสาม แห่ง Pairot Thai Jewelry ได้แรงบันดาลใจจากพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทที่ผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันตกกับหลังคาพระราชวังแบบไทยอันเป็นเอกลักษณ์ ส่วนสัญลักษณ์ “S” เปรียบเสมือนศูนย์รวมแห่งการพึ่งพาพระบารมี และเป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงผู้สร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ไทยให้ร่วมกันสืบสานคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม ส่งต่อมรดกแห่งภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น

    ส่วนลายปักโดดเด่นด้วยลายขดและดอกไม้ที่ประยุกต์มาจากศิลปะเรอเนสซองส์ที่เข้ากับลายผ้า สำหรับบริเวณหูจับงดงามด้วยงานตกแต่งทองจากฝีมือของอาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม

    VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S GREY EDITION

    ผ้าทอ:อาจารย์มีชัย แต้สุจริยา
    งานตกแต่งทอง:อาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน
    งานปักมือ:SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    กระเป๋ารุ่นพิเศษใบนี้รังสรรค์จากผ้าทอกาบลายดาวซึ่งใช้เทคนิคการสอดประสานเส้นไหมโลหะสีเงินที่ตีเกลียวเข้ากับเส้นไหมไทยสีดำอย่างประณีต ก่อให้เกิดประกายแวววาวอันงดงามและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ ผสานกับลวดลาย มัดหมี่กนกนาค อันได้รับการออกแบบอย่างประณีตโดยครูช่างผู้เชี่ยวชาญ นับเป็นผืนผ้าที่ทรงคุณค่าทั้งด้านศิลปะและภูมิปัญญา โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2557 และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI: Geographical Indication) ในปี พ.ศ. 2567 ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากชุดไทยพระราชนิยมที่พระพันปีหลวงทรงสวมใส่ได้อย่างงดงาม ถือเป็นการแสดงความระลึกผ่านงานหัตถศิลป์ชั้นสูงได้อย่างน่าประทับใจ และต่อยอดมาสู่ลวดลายปักที่ความกลมกลืนกัน ในขณะที่งานตกแต่งด้วยทองบริเวณหูจับเข้ามาเพิ่มความโดดเด่นและหรูหราให้กับผลงานชิ้นนี้

    8 ความพิเศษจากฝีมือช่างไทยผู้ชนะรางวัลระดับประเทศสู่ผลงานร่วมสมัยอันทรงคุณค่า

    SIAM SOPHIT EDITION

    นอกจากกระเป๋าใบพิเศษทั้ง 4 ในปีนี้  S’CRAFT 2026 นำเสนองานดีไซน์กระเป๋ารูปทรงหลากหลายเหมาะสำหรับทุกโอกาส ผลงานแต่ละชิ้นมีความพิเศษเพียงหนึ่งเดียวด้วยการสร้างสรรค์จากผ้าทอมือโดยศิลปินรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ ผู้ชนะรางวัลการประกวดผ้าลายพระราชทานและงานหัตถกรรมอันเกิดขึ้นจากพระราชดำริขององค์ดีไซเนอร์ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาไทย ผ้าแต่ละผืนประดับด้วยลายปักมือโดย SIRIVANNAVARI Atelier & Academy สำหรับปีนี้พิเศษด้วยการทดลองใช้วัสดุที่หลากหลาย เข้ามาเพิ่มความท้าทายให้กับทีมช่างในการถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความงดงามของสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในพระที่นั่งทั้ง 8 แห่ง ที่มีความสำคัญและมีความเชื่อมโยงกับชื่อของชุดไทยพระราชนิยมที่มีความไพเราะทั้ง 8 แบบ

    Siam Sophit Grey Edition

    พระตำหนักเรือนต้น: ลวดลายที่มีความเรียบง่าย ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากลายเครื่องจักรสานและโครงสร้างของบ้านเรือนไทย และวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของไทย

    Siam Sophit Amber Gold Edition

    พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน: ถ่ายทอดผ่านลายน้ำอันสื่อถึงวิวทิวทัศน์ที่รายล้อมภายนอกของพระตำหนัก

    Siam Sophit White Edition

    พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย: ถ่ายทอดผ่านลายดอกไม้บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อันเป็นที่อยู่ของพระอินทร์อันเป็นที่มาของพระที่นั่ง

    Siam Sophit Purple Edition

    พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท: ถ่ายทอดผ่านลายดอกบัวและสระบัวในสวรรค์ชั้นดุสิตอันเป็นที่มาของชื่อพระราชวัง

    Siam Sophit Amber Edition

    พระที่นั่งบรมพิมาน: ถ่ายทอดผ่านลายปูนปั้นแบบศิลปะเรอเนสซองส์ที่ประดับตกแต่งพระที่นั่ง

    Siam Sophit Black Edition

    พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท: ลวดลายศิลปะไทยที่ผสมผสานศิลปะตะวันตกจนเกิดความเป็นไทยร่วมสมัย
    ซึ่งปรากฏอยู่ในพระที่นั่ง

    Siam Sophit Aquamarine Edition

    พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน: ถ่ายทอดผ่านลายก้อนเมฆและท้องฟ้าซึ่งเป็นลวดลายจิตรกรรมฝาผนังในพระที่นั่ง

    Siam Sophit Blue Edition

    พระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท: ลวดลายนกยูงและกินรีอันเป็นตัวแทนจากสัตว์ในป่าหิมพานต์ซึ่งมีเขาไกรลาศ เป็นศูนย์กลางและเป็นที่ประทับของพระศิวะ

    กระเป๋าผ้าไทยที่มาพร้อมกับดีไซน์อันมีเอกลักษณ์และฟังก์ชั่น

    CHARAT SIAM

    นอกจากนี้มีกระเป๋าหลากรูปทรงที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เนรมิตจากผ้าทอจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด
    จังหวัดอยุธยา
    ที่ผ่านการเลือกสรรและตกแต่งด้วยงานปักซึ่งมาเพิ่มเอกลักษณ์ให้กับกระเป๋าแต่ละใบ

    Charat Siam Clutch Ruby Edition

    กระเป๋าคลัทช์ (Clutch) รูปทรงซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยม พร้อมด้วยสายโซ่สะพายไหล่

    Charat Siam Top Handle Bag Amber Yellow Edition

    กระเป๋าถือขนาดกะทัดรัดพร้อมหูจับ (Top Handle) พร้อมด้วยสายโซ่สะพายไหล่

    Charat Siam Vanity Case Red Brown Edition

    กระเป๋าทรงกล่อง (Vanity Case) สำหรับใส่ของใช้ส่วนตัว

    Charat Siam Pyramid Wristlet Bag Onyx Edition

    กระเป๋าทรงพีระมิด (Pyramid) มีความโดดเด่นเหมาะสำหรับถือไปงาน

    Charat Siam Bucket Bag Tango Orange Edition

    กระเป๋าทรงบัคเก็ต (Bucket) มาพร้อมดีไซน์ที่ตอบโจทย์ฟังก์ชั่นใส่ของได้หลายชิ้น เหมาะสำหรับถือตลอดทั้งวัน

    ร่วมสืบสานงานหัตถศิลป์ไทย S’CRAFT: Craftsmanship 2026 คอลเลคชั่นกระเป๋าผ้าไหมไทยประจำปีโดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ ICONCRAFT ไอคอนสยามที่เล่าขานเรื่องราวอันทรงคุณค่าจากราชสำนักสู่งานฝีมือของช่างไทยอันเปรียบได้กับงานศิลปะอันน่าสะสมและทรงคุณค่าเพียงหนึ่งเดียว

    #SCRAFT2026
    #SIRIVANNAVARI
    #ICONCRAFT

  • Event - Lifestyle - Sustainability

    NEXTOPIA สยามพารากอน ชวนเฉลิมฉลองเดือนแห่งแม่ผ่าน “Love with Purpose” Celebrating Mom. Creating Meaningful Moments. เพราะความรักที่มีความหมาย…คือความรักที่ส่งต่อคุณค่าได้

    NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน ชวนทุกคนร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งวันแม่ 2569 ผ่านแคมเปญ “Love with Purpose” ภายใต้แนวคิด “Celebrating Mom. Creating Meaningful Moments.” ที่เชื่อว่า ความรักที่ดีที่สุด ไม่ได้หยุดอยู่เพียงคำว่า “รัก” แต่คือการลงมือทำ สร้างช่วงเวลา ที่มีความหมายร่วมกัน พร้อมส่งต่อคุณค่าให้กับผู้คน สังคม และโลก


    ในฐานะ Lifestyle Destination with Purpose NEXTOPIA ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่แห่งการช้อปปิ้ง แต่เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการสร้างการเปลี่ยนแปลง ผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโยงผู้คน ความคิดสร้างสรรค์ และการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน ตลอดเดือนสิงหาคม NEXTOPIA จึงชวนทุกคนมาสร้าง “Meaningful Moments” ร่วมกับคุณแม่ ผ่านกิจกรรมที่เต็มไปด้วย ความอบอุ่น ความคิดสร้างสรรค์ และคุณค่าที่ส่งต่อได้

    Responsible Jewelry for Sustainable World by GIT x NEXTOPIA
    เพราะของขวัญที่งดงามที่สุดสำหรับคนที่เรารัก คือของขวัญที่สร้างคุณค่าได้ในระยะยาว NEXTOPIA จึงร่วมกับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (GIT) จัดงาน Responsible Jewelry for Sustainable World by GIT x NEXTOPIA ภายใต้โครงการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์การค้าและการผลิตอัญมณีและเครื่องประดับโลกแบบยั่งยืน: Thailand towards World Sustainable Gem and Jewelry Hub ระหว่างวันที่ 12–18 สิงหาคม 2569 ณ NEXTOPIA ชั้น 5
    พบกับแขกรับเชิญสุดพิเศษ “Nord Pritdison (นอร์ท iZ)” ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ พร้อมคุณแม่ ร่วมเปิดมุมมองใหม่ของอัญมณีและเครื่องประดับ ผ่านแนวคิด “The Pure Light : ค้นพบคุณค่าที่แท้จริง เบื้องหลังประกายที่ยั่งยืน” ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป
    พร้อมด้วยนิทรรศการ เสวนา เวิร์กช็อป และโซนจัดแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการ ที่นำเสนอแนวคิด Responsible Jewelry นวัตกรรม และมาตรฐานด้านความยั่งยืน ชวนทุกคนค้นพบว่าความงดงามของเครื่องประดับ สามารถสะท้อนทั้งความรัก ความรับผิดชอบ และความตั้งใจที่จะส่งต่อโลกที่ดีกว่าให้คนรุ่นต่อไป

    Mother Tongue “ภาษาแม่ : ไม่พูดก็รู้ว่ารัก” โดย Environman
    วันที่ 12 สิงหาคม 2569 NEXTOPIA ร่วมกับ Environman ชวนทุกคนถ่ายทอด “ภาษารัก” ที่บางครั้งไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูด ผ่านกิจกรรม Mother Tongue : ภาษาแม่ ไม่พูดก็รู้ว่ารัก เพราะกับข้าวจานโปรด เสื้อที่ถูกซ่อมอยู่เสมอ หรือต้นไม้ที่เติบโตมาด้วยความใส่ใจ ล้วนเป็นภาษารัก ที่แม่ส่งมอบให้ลูกมาตลอดชีวิต ปีนี้ถึงเวลาที่ลูกจะได้ส่งความรักกลับไป ผ่านเวิร์กช็อปงานคราฟต์ อาทิ การร้อยพวงมาลัย การทำสร้อยเรซิ่นดอกไม้ กรอบรูปดอกไม้แห้ง การเขียนโปสต์การ์ดบันทึกความทรงจำ และกิจกรรมบริจาคหนังสือและสื่อการเรียนรู้ เพื่อร่วมสร้างห้องสมุดให้เด็ก ๆ จังหวัดสุรินทร์ เปลี่ยนความรักในครอบครัวให้กลายเป็นโอกาสของสังคม

    ECOTOPIA เติมเต็มความรัก ผ่านงานคราฟต์และการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน
    ตลอดเดือนสิงหาคม ECOTOPIA ชวนทุกคนค้นพบแรงบันดาลใจผ่านกิจกรรมที่ผสานงานดีไซน์ งานคราฟต์ และแนวคิด Sustainable Lifestyle ให้การสร้างของขวัญสำหรับคุณแม่ กลายเป็นประสบการณ์ ที่มี ความหมายยิ่งกว่าเดิม


    เริ่มต้นด้วยกิจกรรม DIY มาลัยรักษ์โลกจาก QUALY (6–12 สิงหาคม) ที่ชวนออกแบบพวงมาลัย ที่สามารถใช้งานได้ยาวนาน ลดการสร้างขยะ พร้อมส่งต่อความกตัญญูในรูปแบบใหม่

    ต่อด้วยเวิร์กช็อป ยาดมสมุนไพรจาก YUVANICH (7–9 สิงหาคม) ที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาสมุนไพรไทย ผ่านการลงมือทำ และกิจกรรม Custom Aroma Diffuser Stone จาก SANIT (14–16 สิงหาคม) ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนออกแบบกลิ่นหอมที่สะท้อนตัวตน
    ปิดท้ายเดือนด้วย Workshop ถักพวงกุญแจจาก V CRAFT (28–30 สิงหาคม)ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วม ได้สร้างสรรค์ผลงานร่วมกับผู้พิการทางสายตา สะท้อนคุณค่าของงานคราฟต์ที่สร้างอาชีพ สร้างโอกาส และเชื่อมโยงผู้คนอย่างยั่งยืน
    ในช่วงเดียวกัน NEXTOPIA ยังชวนย้อนสัมผัสเสน่ห์แห่งวันวานกับงาน Get Back to The Vintage Vibes (28–30 สิงหาคม) ที่รวบรวมแผ่นเสียงหายากยุคคุณแม่ สินค้าไลฟ์สไตล์วินเทจ ของสะสม เวิร์กช็อป และกิจกรรมจากดีเจ ที่หลอมรวมความทรงจำ งานออกแบบ และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยไว้ในพื้นที่เดียว

    เติมเต็มช่วงเวลาดี ๆ กับคุณแม่ ผ่านโปรโมชั่นพิเศษจากร้านค้าภายใน NEXTOPIA
    ตลอดเทศกาลวันแม่ ร้านค้าภายใน NEXTOPIA ได้ร่วมส่งต่อความสุขผ่านโปรโมชั่นพิเศษจาก Nicolo, Hopsy Story, Fikka, Kyo Roll En, Dean & Deluca, Gong cha, Street Burger, Conte de Tulear, Uncle Boss และ สรรพรส พร้อมไฮไลต์ อาทิ Dean & Deluca มอบสิทธิ์ Buy 1 Get 1 Free เมื่อพาคุณแม่มาซื้อเครื่องดื่มภายในร้าน,
    Gong cha รับฟรี Jasmine Green Tea Size M 1 แก้ว เมื่อซื้อเครื่องดื่ม Size L พร้อมคุณแม่, Kyo Roll En รับฟรี Yuzu Butterfly Pea Soda เมื่อรับประทานครบตามเงื่อนไข, สรรพรส รับฟรีพวงมาลัย ผ้าถุงผลิตภันฑ์จากชุมชน เมื่อรับประทานอาหารครบ 2,000 บาท, Street Burger รับฟรีภาพถ่าย Polaroid เพื่อเก็บความทรงจำร่วมกับคุณแม่


    ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ NEXTOPIA ขอเชิญทุกคนมาร่วมเฉลิมฉลองความรัก ในรูปแบบที่มี ความหมาย เพราะทุกช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกับคนที่เรารัก สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ที่ยั่งยืนได้ Love with Purpose ไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองวันแม่ แต่คือการเปลี่ยนความรัก ความตั้งใจ และการลงมือทำ ให้กลายเป็นคุณค่าที่ส่งต่อจากครอบครัว สู่ชุมชน และสู่โลกใบนี้
    ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความทรงจำที่อบอุ่น และการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ ที่ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน

    #NEXTOPIA #LovewithPurpose #SiamParagon