Fashion

  • Fashion - Lifestyle

    สยาม ทาคาชิมายะ เผยโฉม ‘SIAM Takashimaya Luxe Hall’ รวมคอนเซ็ปต์สโตร์แบรนด์ดังระดับโลกเปิดนิยามใหม่ Seamless Luxury ที่เชื่อมต่อทุกจังหวะการช็อปปิงอย่างสมบูรณ์แบบ

    สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม มร.อัตสึชิ โอะคูโมริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม ทาคาชิมายะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ห้างฯ สยามทาคาชิมายะ ได้มีการเปิดโซน “SIAM Takashimaya Luxe Hall” เนรมิตพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ของชั้น M ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งประสบการณ์ช็อปปิงเหนือระดับ เพื่อเติมเต็มความสุนทรีย์ในทุกจังหวะของการเดินเลือกซื้อสินค้า โดยการพลิกโฉมพื้นที่ในครั้งนี้ มาพร้อมแนวคิด “Seamless Luxury Experience” ที่เน้นการออกแบบเชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนกลาง (Integrated Continuity) โดยปรับเปลี่ยนจากพื้นที่แบบ Open Space เดิม ให้กลายเป็นโซน Fashion Luxury Brand ที่ต่อเนื่องมาจากโซนหลักของไอคอนสยาม เพื่อสร้างความต่อเนื่องของพื้นที่ซึ่งหลอมรวมทุกสัมผัสแห่งความหรูหราให้ลื่นไหลเป็นหนึ่งเดียว ตกแต่งในสไตล์ Modern Luxury โดดเด่นด้วยงานออกแบบความร่วมสมัย ด้วยโทนสี Neutral เสริมความน่าสนใจด้วยโคมไฟเพดาน Abstract Modern Art ที่ช่วยสร้างมิติทางสายตาและบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าของไอคอนสยาม และสยาม ทาคาชิมายะ ได้อย่างชัดเจน”

    ภายในโซน SIAM Takashimaya Luxe Hall แห่งนี้ ได้รวบรวมเหล่าแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ที่พร้อมใจกันนำเสนอคอนเซ็ปต์สโตร์รูปแบบใหม่เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่พิเศษสุดสำหรับลูกค้าสยาม ทาคาชิมายะ สัมผัส DIOR Beauty ที่เปิดบูติคใหม่ที่ใหญ่ที่สุดใน South East Asia พร้อมลักชูรีแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Burberry และ RIMOWA ร่วมด้วยแบรนด์ PLEATS PLEASE ISSEY MIYAKE, BAO BAO ISSEY MIYAKE, me ISSEY MIYAKE, HOMME PLISSÉ ISSEY MIYAKE, MARIMEKKO, MAJE, SANDRO, JIM THOMPSON และความเที่ยงตรงเหนือระดับจาก LONGINES นอกจากนี้ยังเติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้วยแบรนด์เครื่องประดับอันประณีตและ แอคเซสซอรี จาก ARTS DE MAISON, ANTEPRIMA, PANDORA และ TUMI

    ร่วมสัมผัสรูปลักษณ์ใหม่และดื่มด่ำกับสุนทรียภาพแห่งการช็อปปิงที่เหนือระดับได้แล้ววันนี้ที่ SIAM Takashimaya Luxe Hall ชั้น M ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม จุดหมายปลายทางที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างมีระดับ สะท้อนเอกลักษณ์แห่งความหรูหราที่ผสานหัวใจบริการแบบญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-011-7500 หรือ Facebook: Siam Takashimaya

  • Fashion - Movie

    เริ่ดเลยล่ะ! “มารีญา” ร่วมพากย์เสียงไทยในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี“The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” ก่อนฉายจริง 30 เมษายนนี้ในโรงภาพยนตร์

    สร้างแรงสั่นสะเทือนจากวงการภาพยนตร์สู่แวดวงแฟชั่น เมื่อล่าสุด “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” เซอร์ไพรส์แฟน ๆ ชาวไทย ด้วยการเปิดตัว “มารีญา พูลเลิศลาภ” นางแบบ นักแสดง และนางงามขวัญใจใครหลายคน เป็นหนึ่งในนักพากย์คนดังผู้ร่วมพากย์เสียงภาษาไทยในภาพยนตร์ภาคต่อสุดไอคอนิกแห่งยุค งานนี้ไม่เพียงสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ เจ้าตัวเองก็ดีใจไม่น้อยที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างตำนานบทใหม่กับเหล่าไอคอนระดับตัวแม่ ส่วนใครที่อยากรู้ว่า มารีญาจะพากย์เสียงเป็นตัวละครไหน ต้องไปลุ้นกันในโรงภาพยนตร์ 30 เมษายนนี้

    การร่วมเป็นหนึ่งในทีมพากย์เสียงภาษาไทยในภาพยนตร์ “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” เรียกได้ว่าเป็นบทบาทใหม่ของมารีญาในแวดวงภาพยนตร์และวงการแฟชั่น หลังฝากภาพจำจากการเป็นเมนเทอร์ของรายการเรียลลิตี้ชื่อดัง The Face Thailand มาแล้วก่อนหน้านี้ โดยเธอเผยว่า เป็นแฟนภาพยนตร์ที่ชื่นชอบทั้งเรื่องราวและประทับใจในทุกตัวละครของ The Devil Wears Prada อยู่แล้ว โดยเฉพาะ Miranda Priestly ตัวแทนของผู้หญิงเก่งที่ขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของสายอาชีพด้านแฟชั่น จึงรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติ ที่ได้มีส่วนร่วมในภาพยนตร์ที่มีอิทธิพลกับคนในวงการแฟชั่นทั่วโลก

    “จำได้ว่าตอนดู The Devil Wears Prada ครั้งแรกรู้สึกว้าวมาก เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดความหรูหรา ความน่าหลงไหลของโลกแฟชั่นออกมาได้ดี ขณะเดียวกันก็สื่อให้เห็นถึงเบื้องหลังอุตสาหกรรมนี้ที่เต็มไปด้วยแรงกดดันและการแข่งขัน สะท้อนภาพชีวิตของคนทำงานที่ต้องเผชิญความท้าทายหลาย ๆ อย่าง พอรู้ว่าจะได้ดู The Devil Wears Prada 2 เลยตื่นเต้นสุด ๆ คาดเดาไปต่าง ๆ นานา ว่าทีมผู้สร้างจะเล่าเรื่องยังไง เพราะโลกแฟชั่นทุกวันนี้เปลี่ยนไปเยอะมาก  เลยตื่นเต้นที่จะได้เห็นเรื่องราวของตัวละครที่เรารักในบริบทใหม่ ๆ โดยเฉพาะ Miranda Priestly ที่ต้องมาเห็นว่า สิ่งที่เธอสร้างมากำลังถูกท้าทายจากโลกที่เปลี่ยนไป อยากเห็นค่ะว่าเธอจะยอมปรับตัวแค่ไหนโดยที่ไม่เสียตัวตนของตัวเอง” นักพากย์คนดังกล่าว

    แม้จะตื่นเต้นกับการได้ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของเหล่าไอคอนในเวอร์ชันภาษาไทยจนแทบเก็บอาการดีใจไม่ไหว แต่มารีญาก็ไม่เผลอเปิดเผยว่าตัวเองพากย์เสียงเป็นตัวละครใด เพราะอยากให้แฟน ๆ ได้คาดเดาและลุ้นไปด้วยกัน ก่อนไปค้นหาคำตอบในโรงภาพยนตร์ 30 เมษายนนี้

    และแล้ว 20 ปีหลังจากฝากการแสดงอันเป็นตำนานในบท Miranda, Andy, Emily และ Nigel — Meryl Streep, Anne Hathaway, Emily Blunt และ Stanley Tucci หวนคืนสู่ถนนสายแฟชั่นแห่งนครนิวยอร์ก และออฟฟิศสุดเฉียบของ Runway Magazine อีกครั้ง ในภาพยนตร์ภาคต่อที่ทั่วโลกรอคอย สานต่อปรากฏการณ์จากปี 2006 ที่เคยสร้างนิยามใหม่ให้กับทั้งเจเนอเรชันมาแล้ว
     
    นอกจากนี้ “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” ยังเป็นการกลับมารวมตัวอีกครั้งของทีมงานจากภาคแรก ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ David Frankel และนักเขียนบท Aline Brosh McKenna อีกทั้งยังเสริมทัพด้วยนักแสดงชุดใหม่ที่จะมาสร้างมิติใหม่ให้กับรันเวย์ อาทิ Kenneth Branagh, Simone Ashley, Justin Theroux, Lucy Liu, Patrick Brammall, Caleb Hearon, Helen J. Shen, Pauline Chalamet, B.J. Novak และ Conrad Ricamora พร้อมการกลับมาของ Tracie Thoms และ Tibor Feldman ในบท “Lily” และ “Irv” ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงความต่อเนื่องจากภาคแรก 
     
    “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” อำนวยการสร้างโดย Wendy Finerman และได้ Michael Bederman, Karen Rosenfelt และ Aline Brosh McKenna เป็นผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร 

    “ฝาก The Devil Wears Prada 2 ด้วยนะคะ ประสบการณ์การพากย์เสียงภาพยนตร์ระดับตำนานในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ท้าทายและมีความหมายมาก ๆ สำหรับมารีญา เลยอยากชวนทุกคนไปดูกันค่ะ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวงการแฟชั่นหรือไม่ เพราะจริง ๆ แล้วสารสำคัญของเรื่องไม่ได้เล่าถึงแค่แวดวงแฟชั่น แต่เป็นการเติบโต การเลือก และการเป็นตัวเองในโลกที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ซึ่งจะทำให้ทุกคนทั้งสนุกไปกับโลกแฟชั่นสุดเข้มข้น และได้อินไปกับเรื่องราวชีวิตที่สะท้อนตัวเราในแต่ละช่วงเวลาด้วย” มารีญาฝากผลงานล่าสุดของเธอ

    เตรียมพบกับนิยามใหม่ของคำว่าไอคอน ในสมรภูมิแห่งสไตล์และความมั่นที่จะสะกดทุกสายตากับ “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” 30 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

    โซเชียลมีเดีย:
    X: @20thCenturyTH
    Instagram: @20thCenturyStudiosTH
    Facebook: @20thCenturyStudiosTH
    Youtube: @20thCenturyStudiosTH
    Hashtag: #TheDevilWearsPrada2TH #นางมารสวมปราด้า2

  • Fashion

    ส่งตรงจากญี่ปุ่น! สยาม ทาคาชิมายะ ชวนอัปเดต 6 คีย์ลุคSpring/Summer 2026 กับเอ็กซ์คลูซีฟเจแปนแบรนด์ที่คุณต้องมี!

    ไม่ต้องบินไปถึงญี่ปุ่น ก็อัปเดตลุคใหม่ล่าสุดได้ก่อนใคร! สยาม ทาคาชิมายะ ตอกย้ำความเป็นหนึ่งเดียวของห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ปักหมุดเป็นแฟชั่นเดสทิเนชันที่พร้อมพาคุณไปสัมผัสกับ “Exclusive Japan Brands” คอลเลกชัน Spring/Summer 2026 สัมผัสเสน่ห์ของงานดีไซน์ที่ผสมผสานความคราฟต์เข้ากับความทันสมัยได้อย่างมีชั้นเชิง ตั้งแต่มนต์เสน่ห์ของคาแรกเตอร์สุดคิวท์ ไปจนถึงความเรียบหรูแบบ City Girl ที่สายแฟตัวจริงต้องรีบเช็กอินอัปเดตลิสต์ไอเทมโดยด่วนกับ 6 แฟชั่นแบรนด์ชั้นนำ อิมพอร์ตตรงจากรันเวย์ญี่ปุ่น ที่ชั้น M และ ชั้น 1 สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม

    • ANTEPRIMA (แอนทริพริม่า) | Spring–Summer 2026 ภูมิใจนำเสนอความร่วมมือสุดพิเศษกับศิลปินชาวญี่ปุ่นระดับนานาชาติ อิวาซากิ ทาคาฮิโระ (Iwasaki Takahiro) ผลงานของเขาสะท้อนแนวคิดเรื่อง “ความเปราะบางและความแข็งแกร่ง” “ความไม่เที่ยงและการสร้างใหม่” รวมถึง “ความทรงจำและการรับรู้” ซึ่งสอดคล้องอย่างลึกซึ้งกับปรัชญาของ ANTEPRIMA คอลเลกชันนี้ต่อยอดการสำรวจความงามจากวัตถุในชีวิตประจำวัน นำเสนอ WIREBAG ในรูปแบบประติมากรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “แปรงปัดมือ” รังสรรค์ด้วยวัสดุ Raffia Wire อันเป็นเอกลักษณ์ แต่ละชิ้นใช้เวลาในการผลิตประมาณ 21 ชั่วโมง ด้วยเส้นลวดขนาด 2 มม. สะท้อนแนวคิดที่ผสานศิลปะและงานฝีมือเข้าด้วยกันอย่างลงตัว อีกหนึ่งดีไซน์พัฒนาจาก Glitter Bag ถ่ายทอดมิติใหม่ผ่านองค์ประกอบประติมากรรมบริเวณส่วนบนของกระเป๋า ซึ่งประกอบด้วยนกกระเรียน ตึกสูง สายไฟ และเสาไฟ สะท้อนโลกขนาดจิ๋วในมุมมองของ Iwasaki Takahiro
    • SNIDEL (สไนเดล) | The “Breeze Wave” Vibes นิยามใหม่ของสไตล์ Modern Trad ที่พัดพาความสดชื่นมาพร้อมกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ SNIDEL ซีซันนี้โดดเด่นด้วยซิลูเอต Peplum และดีเทลระบายที่พลิ้วไหวประหนึ่งจังหวะของคลื่นน้ำ พิเศษสุดด้วยการร่วมงานกับ The New York Botanical Garden (NYBG) นำลวดลายพฤกษศาสตร์จากคลังภาพพิมพ์ระดับโลกมาดีไซน์ใหม่ลงบนผืนผ้า ในโทนสีครีมเบส ตัดกับสีเขียว และสีเหลือง ที่ดูเปี่ยมพลัง ให้ลุคที่ทั้งคลาสสิกและร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน
    • FRAY I.D (เฟรย์ ไอดี) | “Petal Bloom” Sophistication สะกดทุกสายตาด้วยแรงบันดาลใจจากกลีบดอกไม้ที่ซ้อนทับกันอย่างละเมียดละไม FRAY I.D นำเสนอความ Feminine ที่แข็งแกร่งและสง่างามแบบผู้หญิงในเมืองใหญ่ ผ่านเลเยอร์ผ้าชีฟองเนื้อบางและงาน Cutwork Lace ที่ละเอียดราวกับงานศิลปะ เพิ่มความเก๋ด้วยลาย Polka Dot กลิ่นอายเรโทรบนผ้าลินินที่ระบายอากาศได้ดี มาในโทนสี Citrus Yellow และ Blush Pink ที่ช่วยเติมความมีชีวิตชีวาให้กับลุค Daily Wear ได้อย่างไร้ที่ติ
    • CELFORD (เซลฟอร์ด) |”Beyond The Feel” เพราะแฟชั่นคือเรื่องของความรู้สึก CELFORD จึงนำเสนอคอลเลกชันที่เน้นการสัมผัสผ่านสายตาและผิวกาย ด้วยเนื้อผ้าที่เล่นกับแสงแดดฤดูใบไม้ผลิ และซิลูเอตที่เคลื่อนไหวอย่างสง่างามดั่งท่วงทำนองเพลง ทุกรายละเอียดถูกขัดเกลามาอย่างดีเพื่อเปลี่ยนความคุ้นเคยเดิมๆ ให้กลายเป็นความพิเศษที่สั่นสะเทือนถึงหัวใจ เป็นไอเทมที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงที่ต้องการความงามที่สัมผัสได้มากกว่าแค่ตาเห็น
    • GELATO PIQUE (เจลาโต้ ปิเก้) | Relax in “Your Own Time” ยกระดับความสุขของการอยู่บ้านให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่น่าหลงรัก กับรูมแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อโอบกอดช่วงเวลาพักผ่อนของคุณอย่างอ่อนโยนที่สุด คัดสรรวัสดุที่นุ่มละมุน และดีเทลสุดคิวท์ที่ทำให้ทุกเช้าไปจนถึงก่อนเข้านอนเป็นช่วงเวลาที่พิเศษ และเป็นความสุขเรียบง่ายที่ช่วยให้หัวใจได้พักผ่อนในบรรยากาศส่วนตัวที่คุณสามารถเลือกได้เองในทุกๆ วัน พร้อมพบกับไฮไลต์ Collaboration Collection ที่นำเสนอคาแรคเตอร์ระดับไอคอนอย่าง DORAEMON , PEANUTS และ SESAME STREET ในคอลเลกชันนี้
    • MAISON MAVERICK PRESENTS (เมซง มาเวอริค พรีเซ้นต์) | The Iconic “Mules” Movement ปิดท้ายด้วยไอเทมขายดีที่สายสตรีทลักชัวรีต้องมี กับการกลับมาของรองเท้าส้นสูงซิกเนเจอร์ “เดินสบาย วิ่งได้” ที่ผสานทั้งสไตล์และความสบายอย่างลงตัว ในซีซันนี้ปรับโฉมเป็นรองเท้า Mules ที่ผสานความสปอร์ตและความหรูหราเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ออกแบบมาเพื่อให้เป็น Base Item ที่สวมใส่ง่ายแต่คอมพลีทลุคได้สนุกขึ้น โดยเฉพาะเมื่อแมตช์กับถุงเท้าเก๋ๆ เพิ่มกิมมิคให้ทุกย่างก้าวดูมีคาแรกเตอร์ไม่ซ้ำใคร
      ก้าวเข้าสู่ซีซันใหม่ด้วยความเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใคร กับคอลเลกชัน Spring/Summer 2026 จาก 6 แบรนด์ แฟชั่นดังส่งตรงจากญี่ปุ่น และอีกมากมายกว่า 10 แบรนด์ดัง อาทิ Ball&Chain, A-Jolie, Vasic, Viva Heart, Red Card, Upper Heights และ Betty Smith ที่คัดสรรมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ ได้แล้ววันนี้เฉพาะที่ สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-011-7500 หรือ Facebook: SIAM Takashimaya
    #SiamTakashimaya #ExclusiveJapanBrands #ICONSIAM

  • Fashion - Lifestyle

    MCM ฉลองครบรอบ 50 ปี เปิดตัว MCM Lifestyle Store แห่งใหม่ที่ EmQuartier ประเทศไทย

    แบรนด์ลักชัวรีระดับโลก MCM เฉลิมฉลองการเปิดตัว MCM Lifestyle Store แห่งใหม่ ณ EmQuartier อย่างยิ่งใหญ่ นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ในประเทศไทย ในวาระก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ของแบรนด์ งานครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ MCM ในการผลักดันขอบเขตของความหรูหราร่วมสมัย พร้อมนิยามอนาคตของแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ผ่านการผสานดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งาน และความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม

    โอกาสสำคัญนี้ยังสะท้อนถึงบทบาทของ กรุงเทพฯ ในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมและแฟชั่นที่มีพลังของเอเชีย และยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเฉลิมฉลองวาระ 50 Years of Excellence and Beyond ของ MCM ในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางระดับโลกของแบรนด์

    ภายในงานได้รับเกียรติจากศิลปินระดับโลก MINGI จากวง ATEEZ มาร่วมเฉลิมฉลองในฐานะแขกพิเศษ พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ชั้นนำของไทยจากวงการบันเทิงและแฟชั่น อาทิ เบลล่า ราณี, เบคกี้ รีเบคก้า, แอลม่อน ภูมิสุวรรณ, โปรเกรส ภาสวิชญ์, เมเบิ้ล สิริวลี, แป้งจี่ ปภาวรินทร์ และ หมีพูห์ วิน ที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับค่ำคืนแห่งแฟชั่นครั้งนี้

    แขกผู้ร่วมงานต่างปรากฏตัวในลุคจากคอลเลกชัน MCM Spring/Summer 2026 ซึ่งสะท้อน DNA ของแบรนด์ที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผ่านแนวคิด “Made for Movement” ที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์ลักชัวรีของคนยุคใหม่ ไอเท็มสำคัญอย่างกระเป๋าซิกเนเจอร์ แอ็กเซสซอรี และเรดี้ทูแวร์ ถูกนำมามิกซ์แอนด์แมตช์ในแต่ละลุค โดยมีลวดลาย Visetos monogram อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ถูกนำมาผสานอย่างโดดเด่นในซิลูเอตของฤดูกาลนี้ ขณะเดียวกันยังเพิ่มลูกเล่นสนุกสนานผ่านคาแรกเตอร์ Rabot คาแรกเตอร์กระต่ายลูกผสมหุ่นยนต์ของ MCM ที่ช่วยเติมความขี้เล่นและความมีชีวิตชีวาให้กับคอลเลกชัน

    MCM ก่อตั้งขึ้นที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ในปี 1976 ท่ามกลางช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ และเติบโตเคียงข้างกระแสความคิดสร้างสรรค์ของโลก ตั้งแต่ฉากวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวาของยุโรปในยุค 1970s ไปจนถึงวัฒนธรรมฮิปฮอปของนิวยอร์กในยุค 1980s–1990s และต่อเนื่องมาสู่กระแสป๊อปและวัฒนธรรมเยาวชนของเอเชียในปัจจุบัน ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา แบรนด์ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมรักษาความเชื่อมโยงกับพลังทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมความหมายของลักชัวรีในยุคใหม่

    การเปิดตัว MCM Lifestyle Store ที่ EmQuartier จึงไม่ใช่เพียงการเปิดร้านแห่งใหม่ แต่ยังเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของ MCM ในประเทศไทย ที่เฉลิมฉลองอิทธิพลทางวัฒนธรรมตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตด้วยความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และจิตวิญญาณแห่งความเป็นตัวของตัวเอง

    เกี่ยวกับ MCM (Modern Creation München)
    MCM ก่อตั้งขึ้นในประเทศเยอรมนีเมื่อปี ค.ศ. 1976 โดยเริ่มต้นจากการเป็นแบรนด์ลักชัวรีที่นำเสนอทางเลือกใหม่ที่แตกต่างจากลักชัวรีแบบดั้งเดิม ในช่วงเวลานั้น MCM โดดเด่นด้วยการออกแบบแอคเซสซอรีและไลฟ์สไตล์ไอเทมที่สะท้อนความหรูหรา ความกล้า และความเป็นตัวของตัวเองของวัฒนธรรมเมืองมิวนิกในยุค 1970
    ปัจจุบัน MCM ยังคงสานต่อจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่จะแตกต่าง พร้อมนำเสนอรูปแบบใหม่ของแบรนด์ลักชัวรีที่ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีความคิดเป็นอิสระ ภายใต้การนำของ ซองจู คิม (Sung-Joo Kim) ซึ่งเข้าซื้อกิจการแบรนด์ในปี ค.ศ. 2005 MCM ได้พัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และแนวคิดด้านนวัตกรรมที่ก้าวไปข้างหน้า
    ปัจจุบัน MCM มีร้านค้ากว่า 584 แห่ง ใน 43 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมเมืองสำคัญระดับโลก เช่น มิวนิก เบอร์ลิน ซูริก ลอนดอน ปารีส นิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง โซล โตเกียว รวมถึงตะวันออกกลาง และเมืองสำคัญด้านลักชัวรีอื่น ๆ ทั่วโลก

    MCMWorldwide #MCMThailand #MCMLifestyleEMQ #MCMTHxMINGI