Fashion

  • Fashion

    ไอคอนคราฟต์ เปิดพื้นที่ให้ 3 ดีไซเนอร์ VOYAGE, FEEL YOUTH และ COLLECTOR PROJECT นำเสนอ“Thai Craft Wisdom” สู่รันเวย์ ELLE Fashion Week 2026

    ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและแพลตฟอร์มที่มุ่งส่งเสริมศักยภาพของช่างฝีมือ นักออกแบบ และผู้ประกอบการสร้างสรรค์ไทย เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการนำ “ภูมิปัญญาไทย” ก้าวสู่บริบทใหม่ของโลกแฟชั่น ผนึกกำลัง 3 แบรนด์แฟชั่นไทย VOYAGE โดย ณัฏฐ์ มั่งคั่ง, FEEL YOUTH โดย ภูวดล จันทรเกษม และ COLLECTOR PROJECT โดย เอก ทองประเสริฐ ร่วมถ่ายทอดศักยภาพขององค์ความรู้จากรากเหง้าทางวัฒนธรรมบนเวที ELLE FASHION WEEK 2026 ภายใต้แนวคิด “Thai Craft Wisdom – From Heritage to Contemporary Fashion” นำเสนอแง่มุมใหม่ที่มองงานคราฟต์ไทยไม่ใช่เพียงมรดกจากอดีต แต่คือองค์ความรู้ที่ยังคงมีชีวิต ผ่านผู้คน งานฝีมือ และความคิดสร้างสรรค์ สามารถพัฒนา ปรับเปลี่ยน และสร้างความหมายใหม่ให้สอดรับกับแต่ละยุคสมัย พร้อมเชื่อมโยงรากเหง้าทางวัฒนธรรมเข้ากับโลกแห่งการออกแบบร่วมสมัย และต่อยอดสู่ความเป็นไปได้ของอนาคต พร้อมโชว์เสน่ห์ความงามจากภูมิปัญญาไทยบนรันเวย์สุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

    ด้วยแนวคิด Thai Craft Wisdom – From Heritage to Contemporary Fashion ทั้ง 3 ดีไซเนอร์ได้นำทักษะของช่างฝีมือ วัสดุพื้นถิ่น ความเชื่อ วิถีชีวิต และความทรงจำทางวัฒนธรรม มาตีความผ่านภาษาการออกแบบที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การเดินทางและชีวิตในเมือง การเปลี่ยนแปลงผ่านสายตาของคนรุ่นใหม่ ไปจนถึงการนำความเชื่อและสัญลักษณ์ในอดีตกลับมาสร้างความหมายใหม่ เพื่อแสดงให้เห็นว่า Thai Craft Wisdom สามารถก้าวไปข้างหน้าได้โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งรากของตัวเอง ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของไอคอนคราฟต์ ในฐานะแพลตฟอร์มที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มสยามพิวรรธน์ ช่างฝีมือ ศิลปิน ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ และเครือข่ายชุมชนจากทั่วประเทศ เพื่อสร้างพื้นที่ให้ภูมิปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ของไทยได้รับการมองเห็น และต่อยอดจาก Local Heroes สู่โอกาสในระดับสากล

    บนเวที ELLE FASHION WEEK 2026 ทั้ง 3 ดีไซเนอร์จาก 3 แบรนด์จะบอกเล่าเรื่องราวของภูมิปัญญาไทยในมุมมองที่แตกต่าง โดยถ่ายทอดผ่านเอกลักษณ์การออกแบบของแต่ละแบรนด์

    VOYAGE กับเรื่องราวของการเดินทาง ซึ่งมองเห็นได้ผ่านสิ่งที่สวมใส่

    สำหรับ VOYAGE ณัฏฐ์ มั่งคั่ง ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ได้นำประสบการณ์ในแวดวงแฟชั่น ทั้งในฐานะ Creative Director ของแบรนด์ Kloset ที่ปรึกษาโครงการพัฒนางานออกแบบผู้ประกอบการงานคราฟต์กับกระทรวงต่างๆ และที่ปรึกษาด้านการออกแบบให้กับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ ตลอดจนประสบการณ์จากการเดินทางและการพบเจอผู้คนซึ่งมีที่มา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตแตกต่างกัน มาเป็นรากฐานของแบรนด์ โดยยึดปรัชญา People / Story / Versatile ในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยเน้นย้ำว่าเสื้อผ้าไม่ควรมีเพียงความสวยงาม แต่ควรมีเหตุผลในการสวมใส่ สามารถอยู่ในชีวิตจริง และในขณะเดียวกันก็สามารถสอดแทรกวัฒนธรรมและคุณค่าบางอย่างที่ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกภูมิใจได้

    โดย ELLE FASHION WEEK x ICONCRAFT ครั้งนี้ VOYAGE นำเสนอคอลเลกชัน “Journey within the City” หยิบเอาภาพของการเดินทางภายในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยกิจกรรม ผู้คน และวัฒนธรรมซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา มาบอกเล่าผ่านคอลเลกชันที่นำ Urban Culture และอิทธิพลของ Sportswear มาผสมผสานกับ Thai Craft เพื่อสร้างเสื้อผ้าสำหรับชีวิตของคนเมืองในปัจจุบัน

    “VOYAGE มองว่าประเทศไทยยังมีต้นทุนสำคัญคือผู้คนที่มีทักษะและองค์ความรู้ด้านงานฝีมืออยู่เป็นจำนวนมาก โอกาสของงานคราฟต์ไทยจึงอยู่ที่การทำให้ภูมิปัญญาเหล่านั้นสามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตจริง เมื่อผู้คนยังเลือกใช้และสวมใส่ งานฝีมือก็จะยังคงมีพื้นที่ในการพัฒนาและส่งต่อไปสู่คนรุ่นต่อไปได้”ณัฏฐ์เผยมุมมองซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คอลเลกชันนี้ขยายความหมายของ “Thai Craft” ให้กว้างไปกว่าการทอผ้า ด้วยการทดลองนำเทคนิคของช่างฝีมือพื้นบ้าน อย่างการร้อยลูกปัดที่เชื่อมโยงกับเครื่องแต่งกายมโนราห์ และงานปักที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องแต่งกายลิเกมาใช้ พร้อมกับนำวัสดุหลากหลายประเภทเข้ามาผสมผสาน โดยเฉพาะวัสดุที่เคยถูกมองข้าม อย่างผ้าขาวม้า Eco Print หรือแม้แต่กระดุม Dead Stock ที่หลงเหลือจากกระบวนการผลิตเสื้อผ้า ซึ่งถูกนำกลับมาสร้างคุณค่าและความหมายใหม่ผ่านงานออกแบบ โดยจัดวางในบริบทใหม่ให้ร่วมสมัยและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพื่อให้ “เรื่องราวของการเดินทาง มองเห็นได้ผ่านสิ่งที่เราสวมใส่” ตามความตั้งใจของแบรนด์

    “FEEL YOUTH” กับคอลเลกชันที่สื่อให้เห็นว่า ทุกการเปลี่ยนแปลงคือตัวตนที่เป็นเรา

    ด้าน ภูวดล จันทรเกษม ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ FEEL YOUTH มองแฟชั่นในฐานะพื้นที่ของการสำรวจตัวตน อารมณ์ และความเปลี่ยนแปลง โดยหยิบเอาสิ่งรอบตัว ตั้งแต่ผู้คน สถานที่ ธรรมชาติ ไปจนถึงเรื่องราวและความรู้สึกที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงชีวิต มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบสร้างสรรค์ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่สามารถนำงานออกแบบไปเชื่อมโยงและตีความต่อผ่านตัวตนของตนเอง เพื่อให้ผลงานของ FEEL YOUTH บอกเล่าตัวตนและมุมมองของแต่ละคนได้ โดยจุดเด่นของแบรนด์อยู่ที่การผสมผสานความมีชีวิตชีวาและความเป็นธรรมชาติเข้ากับความประณีตของงานฝีมือและการทดลองด้านเทคนิคการย้อม เพื่อสร้างเสื้อผ้าที่ร่วมสมัย เข้าถึงง่าย และสะท้อนบุคลิกของคนรุ่นใหม่

    สำหรับคอลเลกชัน ELLE FASHION WEEK x ICONCRAFT ของ FEEL YOUTH ภูวดลนำแรงบันดาลใจจาก “วงจรชีวิตของผีเสื้อ” มาสะท้อนให้เห็นกระบวนการเติบโต ที่ความงดงามของปีกผีเสื้อไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่ค่อย ๆ ก่อร่างผ่านเวลาและเรื่องราว เช่นเดียวกับตัวตนของมนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงครั้งแล้วครั้งเล่า โดยหยิบเอาสีสันของปีกผีเสื้อมาผสมผสานกับดีไซน์แบบ FEEL YOUTH Workwear ที่สนุกและมีมิติ นำเสนอเป็นแฟชั่นไอเท็มที่ไล่ระดับจากความคล่องตัวและสนุกสนานไปสู่ความประณีตและซับซ้อน ตั้งแต่ Workwear Ready to Wear, Easy Comfort Wear และ Luxury Workwear เพื่อสะท้อนแนวคิด Every Change Creates the Next You ทุกการเปลี่ยนแปลงคือตัวตนที่เป็นเรา

    ไม่เพียงดีไซน์ที่สะดุดตา อีกหนึ่งจุดเด่นของคอลเลกชันนี้คือแนวคิดด้าน Sustainability ที่เริ่มตั้งแต่กระบวนการออกแบบ ด้วยการสร้าง Silhouette ที่สามารถอยู่เหนือกระแส Fast Fashion และสวมใส่ได้ในระยะยาว นอกจากนี้ยังรวมไปถึงงานย้อมที่ทางแบรนด์ได้พัฒนาวัสดุและเทคนิคเฉพาะขึ้นมาเป็น Natural Friendly Colors ที่เพิ่มความหลากหลายของเฉดสีโดยยังคำนึงถึงผู้คนและธรรมชาติ, Thickener Color ที่สามารถควบคุมความข้นและเหลวของสีเพื่อเพิ่มอิสระในการสร้างพื้นผิว และ Cold Wax ซึ่งเปิดความเป็นไปได้ใหม่ให้กับการสร้างสรรค์งานด้วยเทียน

    โดยภูวดลบอกถึงความตั้งใจในการออกแบบคอลเลกชันนี้ว่า“เรามองว่าอนาคตของแฟชั่นไทยไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง ความเป็นไทยกับความร่วมสมัย แต่คือการนำภูมิปัญญาที่มีอยู่กลับมามองผ่านสายตาของคนรุ่นใหม่ งานคราฟต์จึงไม่ใช่เพียงสิ่งที่ต้องอนุรักษ์ แต่เป็นองค์ความรู้ที่สามารถถูกตีความใหม่ผ่านดีไซน์ วัสดุ เทคนิค และวิธีคิด เพื่อเชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าด้วยกัน” ซึ่งการร่วมงานกับไอคอนคราฟต์ในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่เปิดโอกาสให้ FEEL YOUTH ได้นำเสนอพัฒนาการของแบรนด์และพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่สู่ผู้ชมแฟชั่นในวงกว้างขึ้น

    COLLECTOR PROJECT จาก “เสื้อยันต์” สู่ Urban Armour ของคนเมือง

    เอก ทองประเสริฐ นักออกแบบผู้ก่อตั้ง COLLECTOR PROJECT มีพื้นฐานการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนศึกษาต่อด้านแฟชั่นที่ Royal Academy of Fine Arts Antwerp ประเทศเบลเยียม การผสานกระบวนการคิดเชิงโครงสร้างเข้ากับการออกแบบเชิงแนวคิดจึงกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของผลงานของเขา ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการตั้งคำถามต่อกรอบความคิดเรื่องความงาม คุณค่า และความล้ำค่า โดยหัวใจสำคัญของ  COLLECTOR PROJECT ตั้งอยู่บนความเชื่อว่า วัฒนธรรมเป็นสิ่งมีชีวิต และไม่จำเป็นต้องถูกเก็บรักษาไว้ในรูปแบบเดิมเสมอไป สิ่งเก่าสามารถถูกมองใหม่ ความทรงจำสามารถได้รับความหมายใหม่ และวัฒนธรรมสามารถกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนในปัจจุบันได้

    การร่วมกับ ELLE FASHION WEEK x ICONCRAFT นำเสนอภูมิปัญญาไทยผ่านมุมมองใหม่ในครั้งนี้ COLLECTOR PROJECT จึงมาพร้อม “Urban Armour – Contemporary Talisman for Everyday Battles” คอลเลกชันที่หยิบยกเอาวัฒนธรรมความเชื่อของคนไทยอย่าง “เสื้อยันต์” เครื่องปกป้องของนักรบในอดีตที่ทำหน้าที่ทั้งในเชิงกายภาพและจิตใจ มาตีความใหม่ในบริบทปัจจุบัน เมื่อสนามรบเปลี่ยนมาเป็น “สนามชีวิต” ของคนเมือง ที่ต้องเผชิญการทำงาน ความคาดหวัง และความไม่แน่นอน เสื้อผ้าจึงถูกนิยามใหม่ให้เป็น Urban Armour หรือเกราะทางจิตวิญญาณสำหรับชีวิตประจำวัน

    จุดเด่นของคอลเลกชันนี้คือการนำผ้าไหมและผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติจากโครงการศูนย์ศิลปาชีพบางไทรมาตัดเย็บในโครงสร้างร่วมสมัย ผสานงานปักมือที่ถ่ายทอดเส้นสายของยันต์พร้อมถ้อยคำและคติเตือนใจลงบนเสื้อผ้าอย่างละเอียดลออ สอดแทรกด้วยแรงบันดาลใจจากจิตรกรรมและศิลปกรรมในวัดภาคอีสาน เรื่องราวพระเวสสันดรชาดก และผ้าพระเวส ที่ถูกนำมาลดทอนและสร้างความหมายใหม่ อีกทั้งยังใช้เทคนิคตัด ปะ และปักผ้าสักหลาดด้วยมือ ซึ่งสะท้อนถึง Craftsmanship ของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับ Human Imperfection เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างความหมายระหว่างนักออกแบบ วัสดุ และช่างฝีมือ

    ในฐานะนักออกแบบ เอกกล่าวว่า “อนาคตของ Thai Craft Wisdom จะยิ่งมีความหมายในโลกที่เทคโนโลยีและ AI สามารถสร้างความสมบูรณ์แบบทางสายตาได้อย่างรวดเร็ว เพราะสิ่งที่งานคราฟต์มีและเทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด คือ เวลา ร่องรอยของมนุษย์ ความไม่แน่นอน ความสัมพันธ์กับวัสดุ และเรื่องราวของผู้สร้าง ดังนั้นงานคราฟต์ไทยไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับเทคโนโลยีด้วยความเร็วหรือความสมบูรณ์แบบ แต่สามารถสร้างคุณค่าจากความช้า ความไม่เหมือนกัน และร่องรอยของมือ พร้อมนำองค์ความรู้เฉพาะถิ่นไปตอบคำถามร่วมสมัยของโลก จนได้รับการมองในฐานะ Contemporary Design with Cultural Origins มากกว่าจะถูกจำกัดความว่าเป็นเพียงงานหัตถกรรมจากประเทศไทย”

    สำหรับการร่วมงานกับไอคอนคราฟต์ในครั้งนี้ เอกมองว่ามีความหมายในฐานะพื้นที่เชื่อมโยง งานหัตถกรรมกับโลกแฟชั่นร่วมสมัย เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้พบเห็นผ้าไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นในบริบทที่แตกต่างออกไป เพราะการรักษางานคราฟต์ให้ยั่งยืนไม่ใช่เพียงการเก็บรักษาสิ่งเดิม แต่คือการสร้าง “ความหมายและความต้องการใหม่” เพื่อให้งานคราฟต์ยังมีชีวิต มีผู้ใช้ และมีผู้สืบทอดต่อไป

    ทั้งนี้ การนำ “Thai Craft Wisdom” ก้าวสู่บริบทใหม่ของโลกแฟชั่นใน ELLE FASHION WEEK x ICONCRAFT นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้องค์ความรู้จากรากเหง้าทางวัฒนธรรมได้ถูกตีความ ทดลอง และสร้างความหมายใหม่ผ่านภาษาของการออกแบบร่วมสมัย เพื่อให้สิ่งที่สืบทอดจากอดีตยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน และสามารถเดินทางต่อไปสู่อนาคตได้ การออกแบบคอลเลกชันของทั้ง 3 แบรนด์ภายใต้แนวคิด “Thai Craft Wisdom – From Heritage to Contemporary Fashion” จึงเป็นมากกว่าการนำเสนอแฟชั่น แต่คือการสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อรากเหง้าทางวัฒนธรรมได้พบกับความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ งานคราฟต์ก็สามารถมีชีวิตในรูปแบบใหม่ และสร้างบทสนทนากับผู้คนในทุกยุคสมัย

    ไอคอนคราฟต์ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมค้นพบเสน่ห์และศักยภาพของภูมิปัญญาไทยใน ELLE FASHION WEEK x ICONCRAFT กับ 3 คอลเลกชัน 3 มุมมอง และ 3 ภาษาการออกแบบที่แตกต่างกัน ของ 3 แบรนด์แฟชั่นไทย VOYAGE, FEEL YOUTH และ COLLECTOR PROJECT บนรันเวย์สุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในวันที่  25 ตุลาคม 2569 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม และร่วมชื่นชมผลงานจากภูมิปัญญาของอดีต ที่ผ่านความคิดสร้างสรรค์ของปัจจุบัน สู่ความเป็นไปได้ใหม่ของอนาคต ได้ใน ELLE FASHION WEEK 2026: POP-UP EXHIBITION ระหว่างวันที่ 21 ตุลาคม – 14 พฤศจิกายน 2569 ณ ICONCRAFT ชั้น 4-5 ICONSIAM เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ใกล้ชิดกับเรื่องราวของงานฝีมือไทยผ่านสายตาของคนรุ่นใหม่ และค้นพบว่า เมื่อภูมิปัญญาจากวันวานถูกตีความด้วยภาษาของวันนี้ เรื่องราวของ Thai Craft Wisdom ก็สามารถเดินทางไปได้ไกลยิ่งกว่าเดิม

    พิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM เมื่อช็อปสินค้าภายในไอคอนคราฟต์ ครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ระหว่างวันที่ 15-23 ตุลาคม 2569 รับทันที! บัตรเข้าชมแฟชั่นโชว์ ELLE FASHION WEEK x ICONCRAFT จำนวน 1 ที่นั่ง (จำกัดรางวัลรวม 30 สิทธิ์ตลอดรายการ) เพื่อร่วมชื่นชมเสน่ห์ความงามจากภูมิปัญญาไทย ผ่านโชว์สุดตระการตาบนรันเวย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONCRAFT

  • Fashion

    เปิดฉากเวทีแฟชั่นวีคสุดยิ่งใหญ่แห่งปี“Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ตอกย้ำมหานครแฟชั่นแห่งเอเชีย! กับโชว์จาก “ISSUE – VVON SUGUNNASIL”สร้างปรากฏการณ์ สะกดทุกสายตา ด้วยสองนิยามแห่งความสร้างสรรค์

    สยามพารากอนในฐานะแลนด์มาร์กระดับโลก เปิดฉากมหกรรมแฟชั่นระดับแถวหน้าของเอเชีย “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026” (BIFW2026) อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “TH-nomenal Extraordinary – Lead the Culture, Wear the Future” ถ่ายทอดพลังของแฟชั่นไทยผ่านอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ งานฝีมือ และวิสัยทัศน์แห่งอนาคต พร้อมประกาศศักยภาพประเทศไทยในฐานะ Creative Powerhouse บนเวทีโลก ประเดิมรันเวย์ด้วยสองแบรนด์ไทยระดับแนวหน้ากับโชว์ของ “ISSUE presented by THANN” และ “VVON SUGUNNASIL presented by XPENG Thailand” ที่นำเสนอสองมุมมองแห่งแฟชั่นผ่านงานออกแบบอันโดดเด่นและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ ท่ามกลางเหล่าคนดัง แฟชั่นไอคอน และแฟชั่นเลิฟเวอร์ที่มาร่วมสัมผัส ณ พาร์ค พารากอน ชั้น M สยามพารากอน

    ทั้งนี้ BIFW2026 ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรชั้นนำทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย จำกัด,บริษัท มาดามฟิน จำกัด, เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย (XPENG Thailand), มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป (Millennium Auto Group), บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน), ธัญ (THANN), กีกี้ บิวตี้ สเปซ (KIKI Beauty Space), เกรย์กูส (Grey Goose), และแมค คอสเมติกส์ ไทยแลนด์ (M.A.C Cosmetics) ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย เชื่อมโยงแฟชั่นเข้ากับไลฟ์สไตล์ ความงาม เทคโนโลยี ธุรกิจ และความคิดสร้างสรรค์ พร้อมร่วมยกระดับประสบการณ์แฟชั่นให้ก้าวไกลสู่ระดับนานาชาติ

    ม่านรันเวย์ “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026” (BIFW2026) เปิดออกพร้อมบทใหม่ของตำนานจาก ISSUE ฉลองการเดินทางสู่ปีที่ 28 ด้วยแฟชั่นโชว์สุดอลังการ “ISSUE presented by THANN” ที่พา “อดีต” และ “มิตรภาพ” ออกจากโลกแห่งความรู้สึก สู่โลกแห่งดีไซน์ ก่อนหลอมรวมวัฒนธรรมไทยเข้ากับจินตนาการแห่งยุค Y3K กับคอลเลกชันพิเศษ “Sornram and Friends X ISSUE” ที่ได้ “แบงค์-ศรราม เอนกลาภ” พระเอกลิเกชื่อดัง มาร่วมถ่ายทอดแรงบันดาลใจ โดยหยิบยกเอา “อดีต” และ “มิตรภาพ” จากผู้คนรอบข้างที่ร่วมเดินทางด้วยกันมาตลอด 20 กว่าปีมาเป็นรากฐานในการออกแบบ พร้อมนำเสนอในมิติที่ก้าวข้ามกรอบของความสัมพันธ์โดยขยายขอบเขตของคำว่าเพื่อนไปสู่ “สัตว์เลี้ยง” แสนรัก ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่ ISSUE ขยายโลกของแฟชั่นออกสู่เสื้อผ้าสำหรับสุนัขและแมว พร้อมต่อยอดคอลเลกชันสู่ภารกิจเพื่อสังคม โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายร่วมสมทบทุนให้กับ มูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) เพื่อช่วยเหลือและดูแลสัตว์ไร้บ้านและสัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง

    บนรันเวย์ครั้งนี้ ISSUE ยังคงนำเสนอภาษาดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ผ่านการปะทะและหลอมรวมระหว่าง ศิลปะ วัฒนธรรม และแฟชั่น พร้อมหยิบเรื่องราวจากอดีต ตลอดจนมิตรภาพที่สั่งสมตลอดเส้นทาง 28 ปีบนโลกแฟชั่น มาตีความใหม่ภายใต้เลนส์แห่งอนาคต เมื่อรากเหง้าทางวัฒนธรรมไทยถูกนำมาคอลลาจเข้ากับสุนทรียะแห่งโลก Y3K และจินตนาการของโลก ที่เทคโนโลยีกำลังเข้ามากำหนดนิยามใหม่ให้กับชีวิต ตั้งแต่ AI, Humanoids ไปจนถึง Robot Dogs เกิดเป็นแฟชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยความสนุก ความล้ำ และจินตนาการ ขณะเดียวกันยังคงกลิ่นอายของตัวตน ISSUE ไว้อย่างชัดเจน

    “ISSUE presented by THANN” เฉลิมฉลองมิตรภาพพร้อมเหล่าคนดัง อาทิ จั๋ง-กฤต-ปาล์ม PERSES, อู่อู๋-ธนภูมิ เศรษฐสิทธิกุล, เซฟ-วรพงษ์ วาเลาะ, ริวจิน-ทินภัทร ทัศนีย์ไตรเทพ, แพทจิ-จิรชาติ บุษปวนิช, เจมส์ ซู-ศุภมงคล วงศ์วิสุทธิ์, นัน-นัฐนันท์ จินดานนท์, อูโน่ หลาวทอง, กระทิง-ขุนณรงค์ ประเทศรัตน์, โม-จิรัชยา ศิริมงคลนาวิน, นัท-นิสามณี เลิศวรพงศ์, Badmixy มิกซ์ เฉลิมศรี, นารา-อนิวัติ ประทุมถิ่น, แพรขวัญ, มานิต้า เทียนประดิษฐ์, ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม, ซินดี้ บิชอพ, อุ๋ม-อาภาศิริ นิติพน, บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์, แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์, แนท-อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ และโมเดลตัวจิ๋ว น้องเจค-น้องจาญา สเปนเซอร์ ที่มาร่วมตีความคาแรกเตอร์ของคอลเลกชันผ่านรันเวย์ในหลากหลายมิติ ตั้งแต่เสน่ห์ของแฟชั่นร่วมสมัย ไปจนถึงพลังของมิตรภาพระหว่างมนุษย์และสัตว์เลี้ยง ก่อนหลอมรวมทั้งหมดให้กลายเป็นหนึ่งแฟชั่นสเตทเมนต์ที่ทั้งมีชีวิตชีวา และสะท้อนวิสัยทัศน์ของ ISSUE ต่ออนาคตของแฟชั่นได้อย่างโดดเด่น

    เมื่อความเรียบง่ายสะท้อนตัวตน “VVON SUGUNNASIL presented by XPENG Thailand” นำเสนอ “Time Shelter” คอลเลกชันที่ชวนผู้ชมก้าวเข้าสู่ห้วงเวลาซึ่งความงามไม่จำเป็นต้องเร่งเร้า หากค่อยๆ เผยตัวผ่านรายละเอียดบนรันเวย์ โดยหยิบยกภาพถ่ายชุด “Seascapes” ของศิลปินระดับโลก Hiroshi Sugimoto มาตีความผ่านภาษามินิมัลลิสม์ ลดทอนทุกองค์ประกอบสู่แก่นของรูปทรง เปิดพื้นที่ให้วัสดุ สัดส่วน และการเคลื่อนไหวทำหน้าที่เล่าเรื่องอย่างเต็มที่ ความเบาสบายถูกถ่ายทอดผ่าน Washed Silk, ผ้าไหมผสมโพลีเอสเตอร์ และไนลอน ที่พริ้วไหวไปตามจังหวะของผู้สวมใส่ ขณะที่ซิลูเอตสำรวจความสัมพันธ์ระหว่าง “สัดส่วน” และ “ปริมาตร” ตั้งแต่โอเวอร์ไซซ์ที่ทอดยาวจรดพื้น ไปจนถึงรูปทรงเพรียวกระชับแนบสรีระ สร้างคอนทราสต์ที่กลมกลืนและเติมมิติให้กับแต่ละลุค

    พาเลตต์สีถูกเลือกสรรอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่โทนสีเอิร์ธและเฉดเข้ม ไปจนถึงโทนสีอ่อนที่ให้ความรู้สึกเบาสบาย “Time Shelter” จึงเป็นมากกว่าการนิยามความเรียบง่าย แต่คือการทำให้ความสงบนิ่งมีชีวิต ทุกลุคค่อย ๆ เคลื่อนผ่านรันเวย์อย่างมีจังหวะ เผยความสดใหม่ที่ซ่อนอยู่ใต้ความนิ่ง ก่อนหลอมรวมเป็นภาพเดียวของความงามเชิงกวีและจิตวิญญาณทางศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ของ VVON SUGUNNASIL

    อีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญที่เติมพลังให้โชว์ค่ำ คือการปรากฏตัวของศิลปิน นักแสดง และเหล่าคนดัง อาทิ มิว-นิษฐา คูหาเปรมกิจ, ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, พอลล่า เทเลอร์, บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์, เจเลอร์-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม, ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส, กระทิง-ขุนณรงค์ ประเทศรัตน์, เน PERSES – ณรัณ วิกัยรุ่งโรจน์, เปเปอร์-ภานุโรจน์ เฉลิมกิจพรทวี, มอส-ภาณุวัฒน์ โสประดิษฐ์, มีน- นิชคุณ ขจรบริรักษ์ และ เทศน์ ไมรอน ซึ่งต่างถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของแต่ละลุคออกมาได้อย่างโดดเด่น เผยรายละเอียดเฉพาะตัวของแบรนด์ในมิติที่แตกต่างกันออกไป และเมื่อแต่ละลุคค่อยๆ เคลื่อนผ่านสายตาผู้ชม เรื่องราวของ “Time Shelter” ก็ราวกับกำลังเปลี่ยนจากภาพนิ่งให้กลายเป็นภาพที่มีชีวิต บอกลาวันแรกของแฟชั่นวีคด้วยความงามที่สงบ หากไม่เคยหยุดนิ่ง และทิ้งอารมณ์บางอย่างไว้บนรันเวย์ให้ผู้ชมได้พกพาต่อไปหลังม่านปิดลง

    นับได้ว่า “ISSUE presented by THANN” และ “VVON SUGUNNASIL presented by XPENG” เป็นสองโชว์ที่บอกเล่ามุมมองแฟชั่นด้วยความแตกต่างของสองภาษาดีไซน์ที่มีคาแรคเตอร์ชัดเจน ซึ่งนี่เป็นเพียงบทแรกของ Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026” (BIFW2026) เตรียมพบโชว์สุดไอคอนิคจากเหล่าดีไซเนอร์แถวหน้าของไทยได้ ตั้งแต่วันนี้ถึง 11 ตุลาคม 2569 ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน และติดตามทุกโชว์ผ่าน Live ได้ที่ Facebook: Siam Paragon และ www.siamparagon.co.th

    SiamParagonBIFW2026 #BIFW2026 #SiamParagon

  • Campaign - Fashion

    ไอคอนสยาม จัดแคมเปญ “FASHION ATTENTION เสิร์ฟลุคสับ รับซีซันใหม่” ยกทัพแบรนด์แฟชั่น-บิวตี้ระดับโลก ช็อปคุ้มรับ SIAM GIFT CARD และของสมนาคุณสุดพิเศษ ตลอดเดือนตุลาคมนี้

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์และแฟชั่นระดับโลก ชวนสายแฟและบิวตี้เลิฟเวอร์มาอัปเดตเทรนด์ใหม่ล่าสุดประจำฤดูกาล ในแคมเปญ “FASHION ATTENTION เสิร์ฟลุคสับ รับซีซันใหม่” ขนทัพบิวตี้ไอเท็มและแฟชั่นเซตสุดฮอตจากแบรนด์ดังระดับโลกมาให้เลือกช็อปอย่างจุใจ พร้อมมอบโปรโมชันและสิทธิพิเศษสุดคุ้มค่าเฉพาะสมาชิก ONESIAM ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ตุลาคม 2569 ณ ไอคอนสยาม และห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ

    สำหรับสมาชิก ONESIAM เพียงรวบรวมใบเสร็จจากการใช้จ่ายในหมวดแฟชั่นและบิวตี้ที่ร่วมรายการภายในวันเดียวกัน เพื่อแลกรับสิทธิ์ ดังนี้
    • ช็อปครบ 7,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 200 บาท
    • ช็อปครบ 15,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 500 บาท 
    • พิเศษ! รับเพิ่ม สำหรับสมาชิกใหม่! เมื่อช็อปครบตามที่กำหนด และสมัครสมาชิก ONESIAM ภายในวัน รับทันที 2,000 ONESIAM Coins (จำกัด 500 สิทธิ์ตลอดรายการ)

    ของรางวัลพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ! เฉพาะช่วงวันที่ 22 –25 ตุลาคม 2569 เอาใจสายแฟชั่นนิสต้าตัวจริง เพียงช็อปสินค้าหมวดแฟชั่นและบิวตี้ครบ 10,000 บาทขึ้นไป รับฟรี! Elle Freedom Tote Bag มูลค่า 790 บาท กระเป๋าดีไซน์เก๋สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ช่วยคอมพลีตลุคให้มีสไตล์ (จำกัด 120 สิทธิ์ตลอดรายการ, ของมีจำนวนจำกัด มาก่อนรับสิทธิ์ก่อน)

    เพลิดเพลินกับการเลือกสรรสินค้าจากทัพพาเหรดแบรนด์ชั้นนำระดับโลกและแบรนด์ยอดนิยมมากมาย อาทิ Louis Vuitton, Dior, Gucci, Prada, Loewe, Balenciaga, Bottega Veneta, CELINE, Tiffany & Co., Cartier, Sephora, Chanel Beauté, Byredo, Le Labo, Tory Burch, Coach, Adidas, Nike, Onitsuka Tiger, HOKA, Lululemon, Swarovski, Gentlewoman, Charles & Keith, Pandora และอื่นๆ อีกมากมาย

    มาร่วมอัปเดตลุคใหม่สุดปังรับซีซันได้ในแคมเปญ “FASHION ATTENTION เสิร์ฟลุคสับ รับซีซันใหม่” ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ตุลาคม 2569 ณ ไอคอนสยาม และห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ โดยสามารถนำใบเสร็จที่แลกรับสิทธิ์ได้ที่เคาน์เตอร์ Information ชั้น G, ชั้น M และชั้น 2 ของไอคอนสยาม ภายในวันเดียวกัน ติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ ICONSIAM: https://www.iconsiam.com/th/promotions หรือ Facebook: ICONSIAM

  • Culture - Fashion

    8 ดีไซเนอร์ไทยรวมพลังสร้างสรรค์ “แฟชั่นไทยเท่” ททท. เปิด “THAI T’REASURES by Amazing Thailand” เชื่อมแฟชั่น–วัฒนธรรม–การท่องเที่ยว 18–20 กันยายนนี้ ณ ไอคอนสยาม

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดงาน “THAI T’REASURES by Amazing Thailand” ถ่ายทอดคุณค่าของ “ของดีประเทศไทย” ผ่านแฟชั่นร่วมสมัยภายใต้แนวคิด “แฟชั่นไทยเท่” นำเสน่ห์ผ้าไทย อัญมณี งานหัตถศิลป์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบไทย เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวรูปแบบ Fashion Tourism โดยมีนายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมคณะผู้บริหาร ททท. พันธมิตร นักออกแบบ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน ณ ลานริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ

    นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า แฟชั่นเป็นสื่อสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพในการถ่ายทอดอัตลักษณ์และความเป็นไทยให้เข้าถึงผู้คนในมุมมองร่วมสมัย ททท. จึงร่วมกับพันธมิตรนำผ้าไทย อัญมณี งานหัตถศิลป์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาตีความผ่านงานออกแบบภายใต้แนวคิด “Fashion Tourism” เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า Soft Power ไทยไม่ได้อยู่เพียงในตัวสินค้า หากยังครอบคลุมถึงเรื่องราว ผู้คน วิถีชีวิตและภูมิปัญญาที่เชื่อมโยงจากแหล่งกำเนิดสู่แรงบันดาลใจในการเดินทาง พร้อมเปิดมุมมองใหม่ต่อความเป็นไทย และเพิ่มโอกาสให้ทุนทางวัฒนธรรมของไทยได้รับการต่อยอดและถ่ายทอดสู่ผู้คนทั่วโลก

    งาน THAI T’REASURES by Amazing Thailand จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–20 กันยายน 2569 เวลา 16.00–22.00 น. ณ บริเวณโซน Walkway ชั้น M และลานริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม เปิดให้ประชาชนและผู้สนใจเข้าชมแฟชั่นบนรันเวย์ เรื่องราวเบื้องหลังผืนผ้าและงานฝีมือ ไปจนถึงสินค้าแฟชั่นที่เลือกซื้อได้จริง โดยพิธีเปิดงานเริ่มต้นด้วย Grand Opening Performance และ T-POP Show × Fashion นำโดยศิลปิน MEYOU มิว-ชิษณุชา ตันติเมธ ก่อนเข้าสู่ไฮไลต์ “WEAR THE THAI T’REASURES” แฟชั่นโชว์จาก 8 แบรนด์ดีไซเนอร์ ได้แก่ KLOSET, JANESUDA, Painkiller Atelier, RAPEE, Maison Wonder Anatomie, SANGBOON, THITHA และ Made by Hotcake ร่วมกับผลงานจาก ICONCRAFT และอัญมณีจากสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ภายใต้แนวคิด “365 แฟชั่นไทยเท่ได้ทุกวัน”

    ภายในงานยังจัดแสดงต้นแบบผลงานจาก TAT × THAI DESIGNER COLLABORATION 3 ผลงาน ได้แก่ RAVIPA กับเครื่องประดับพญานาค “Faith to Fashion”, PREMIUM POPS × TRK กับผ้าและหมวกมัลติฟังก์ชัน “Art to Journey” และ THITHA กับต้นแบบชุดจากเศษเปลือกรังไหม “Waste to Worth” พร้อมนิทรรศการ “WEAR THE DESTINATION” ภายใต้แนวคิด “10 Textile Journeys Across Thailand – 10 เส้นทางผ้า พาเที่ยวไทย” ที่เชื่อมโยงผืนผ้ากับแหล่งท่องเที่ยวผ่านสื่อจอสัมผัส นอกจากนี้ ยังมีโซน “Thai Fashion Marketplace” ที่รวบรวมสินค้าแฟชั่นร่วมสมัยจากผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนทั่วประเทศไทยมาให้เลือกชมและเลือกซื้อภายในงาน

    สำหรับกิจกรรมในวันที่ 19 กันยายน 2569 พบกับแฟชั่นโชว์จาก Warinnaya, Marionsiam และ Clothear ร่วมกับนักแสดงจากช่อง ONE31 ได้แก่ เพิร์ล-ศัจกร และพีค-ภีมพล ก่อนปิดท้ายในวันที่ 20 กันยายน 2569 ด้วยการนำเสนอผลงานของนิสิตนักศึกษาด้านการออกแบบแฟชั่นจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยในภูมิภาค ร่วมกับวง COMPASS และนักดนตรีระนาดร่วมสมัย ฟีโน่-ปาเจร พัฒนศิริ (Fino the Ranad)

    ทั้งนี้ ททท. เชื่อมั่นว่า THAI T’REASURES by Amazing Thailand จะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางมายังประเทศไทย เชื่อมโยงความสนใจด้านแฟชั่นสู่การค้นพบเรื่องราวของผ้าไทย งานหัตถศิลป์ อัญมณี ช่างฝีมือ และชุมชนในแหล่งต้นกำเนิด พร้อมส่งเสริมและยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางด้าน Fashion Tourism ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากเดินทางมาสัมผัสผ่านเสน่ห์ของวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัยอย่างยั่งยืน

  • Fashion - Shopping

    ลดแรงแห่งปี! “ICONSIAM Friends & Family Sale 2026” ไอคอนสยาม ยกทัพกว่า 22 แบรนด์แฟชั่น–ไลฟ์สไตล์ระดับโลก ลดสูงสุด 90% 17–20 กันยายนนี้ ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการ ช้อปปิ้งระดับโลก จัดมหกรรมเซลล์ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “ICONSIAM Friends & Family Sale 2026” รวบรวมกว่า 22 แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชั้นนำจากทั่วโลก มอบส่วนลดสุดพิเศษ ลดสูงสุด 90% ให้เหล่านักช้อปและแฟชั่นเลิฟเวอร์ได้เลือกช้อปไอเท็มคุณภาพจากแบรนด์โปรดในราคาสุดคุ้ม ตลอด 4 วันเท่านั้น ระหว่างวันที่ 17 – 20 กันยายน 2569 ณ ห้อง Meeting Room 1 -5 ชั้น 7 ไอคอนสยาม

    “ICONSIAM Friends & Family Sale 2026” ถือเป็นหนึ่งในที่สุดมหกรรมแฟชั่นเซลล์แห่งปี โดยไอคอนสยามจับมือกับแบรนด์ชั้นนำคัดสรรแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติที่ได้รับความนิยมจากนักช้อปทั่วโลกมารวมไว้ในที่เดียว อาทิ 3.1 Phillip Lim, Alexander Wang, American Eagle, Armani, Aveda, Camper, CK, Clarins, Club 21 Multi-Label, Coccinelle, Furla, Kate Spade, Keds, Kenneth Cole, Max Mara, Mulberry, Paul Smith, Rag & Bone, Rockfish Weatherwear, Sperry, Stella Mccartney, Three, Tommy และ Tommy Jeans เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ครบครัน ตอบโจทย์ทั้งสายแฟชั่น และผู้ที่มองหาไอเท็มคุณภาพในราคาสุดพิเศษ ภายในงานนักช้อปจะได้พบกับข้อเสนอพิเศษจากสินค้าหลากหลายหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องประดับ และแอ็กเซสซอรีจากแบรนด์ดังที่ร่วมรายการ พร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 90% เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของไอเท็มคุณภาพจากแบรนด์ระดับโลกในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าที่เคย

    พิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM MEMBER ระดับ Black และ Gold รับสิทธิ์ช้อปสินค้าและไอเท็มจากแบรนด์ชั้นนำภายในงานก่อนใครในรอบ Exclusive Pre-Sale วันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 10.00 – 12.00 น. และเปิดรอบ Public Sale ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไปต่อเนื่องถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 พร้อมข้อเสนอสุดคุ้มและสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM MEMBER ที่จัดขึ้นเฉพาะภายในงานเท่านั้น ได้แก่

    • ช้อปครบ 5,000 บาท แลกรับ SIAM Dining E-Gift Card มูลค่า 100 บาท*
    • ช้อปครบ 20,000 บาท แลกรับ SIAM E-Gift Card มูลค่า 300 บาท*
    • สิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบี และบัตร UOB Cash Plus รับสิทธิ์แบ่งชำระ 0% นาน 10 เดือน เมื่อซื้อ SIAM GIFT CARD มูลค่าใบละ 5,000 บาท*
    • สำหรับสมาชิกใหม่ เพียงดาวน์โหลด ONESIAM SuperApp และลงทะเบียนสมัครสมาชิก รับ Cash Coupon มูลค่ารวม 500 บาท* (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อ 1 ร้านค้า หรือ 1 ใบเสร็จ เท่านั้น)
      *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

    เตรียมพบกับ “ICONSIAM Friends & Family Sale 2026” มหาปรากฏการณ์งานเซลล์แห่งปีที่รวมกว่า 22 แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับโลก มอบส่วนลดสูงสุด 90% ระหว่างวันที่ 17 – 20 กันยายน 2569 ณ ห้อง Meeting Room 1-5 ชั้น 7 ไอคอนสยาม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: ICONSIAM และ www.iconsiam.com

  • Art - Culture - Fashion

    ไอคอนคราฟต์ ชวนภาคภูมิใจในผ้าไทย ผ่าน “Donkoi Model”เผยเบื้องหลังภูมิปัญญาดอนกอย ก่อนก้าวสู่ชุดพิธีการ Asian Games 2026วันนี้–22 กันยายน 2569 ณ ไอคอนสยาม

    เพื่อน้อมนำพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทย ยกระดับงานหัตถศิลป์ท้องถิ่น และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนอย่างยั่งยืน  ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและแหล่งรวมงานคราฟต์สร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทยที่ใหญ่ที่สุด ร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI กรมการพัฒนาชุมชน และโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก จัดนิทรรศการพิเศษ “Donkoi Model: FROM LOCAL WISDOM TO ASIAN PRIDE จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ความภาคภูมิใจบนเวทีเอเชีย”  เผยเบื้องหลังการเดินทางของผ้าฝ้ายย้อมครามทอมือจากธรรมชาติของ “ดอนกอยโมเดล” โครงการภายใต้พระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในจังหวัดสกลนคร ซึ่งถักทอจากภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นผืนผ้าชุมชนที่เปี่ยมด้วยคุณค่า ก่อนต่อยอดสู่แฟชั่นร่วมสมัยที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยบนเวทีเอเชีย ในชุดพิธีการสำหรับทีมนักกีฬาไทยที่จะสวมใส่ในพิธีเปิดการแข่งขันมหกรรมกีฬา Asian Games 2026 ครั้งที่ 20 รวมถึงผลิตภัณฑ์แฟชั่นอีกหลากหลาย ชวนคนรักผ้าไทยมาร่วมภาคภูมิใจในภูมิปัญญาและหัตถศิลป์ไทย พร้อมเลือกซื้อสินค้าที่สร้างสรรค์จากผืนผ้าของดอนกอยโมเดล ตั้งแต่วันนี้ – 22 กันยายนนี้ ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม

    จากผืนผ้าที่รังสรรค์อย่างประณีตด้วยภูมิปัญญาและความตั้งใจของชุมชน สู่ผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล “ดอนกอยโมเดล (Donkoi Model)” กำลังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการรักษารากเหง้า แต่สามารถนำมาต่อยอดผ่านองค์ความรู้ด้านการออกแบบ การพัฒนาคุณภาพ และการสร้างสรรค์ร่วมสมัย จนกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาผ้าไทยอย่างยั่งยืน และสร้างโอกาสใหม่ให้กับชุมชน เพื่อร่วมถ่ายทอดเรื่องราวและความภาคภูมิใจของ “ดอนกอยโมเดล” สู่สายตาชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ไอคอนคราฟ ไอคอนสยาม จึงร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” จัดนิทรรศการ “ดอนกอยโมเดล Donkoi Model: FROM LOCAL WISDOM TO ASIAN PRIDE จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ความภาคภูมิใจบนเวทีเอเชีย” ขึ้น โดยถ่ายทอดเส้นทางของผ้าดอนกอย ตั้งแต่รากฐานของภูมิปัญญาชุมชน กระบวนการสร้างสรรค์ผืนผ้า ไปจนถึงการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่นร่วมสมัยที่สามารถก้าวสู่เวทีระดับเอเชียได้อย่างเต็มภาคภูมิ

    ทั้งนี้ เรื่องราวของดอนกอยโมเดลเริ่มต้นจาก ชุมชนบ้านดอนกอย อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร แหล่งภูมิปัญญาผ้าย้อมครามที่สืบทอดองค์ความรู้ด้านการทอผ้ามาอย่างยาวนาน กระทั่งในปี พ.ศ. 2563 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้เสด็จทอดพระเนตรกระบวนการผลิตผ้าย้อมครามของกลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย พร้อมพระราชทานแนวทางในการพัฒนาผ้าไทย ทั้งด้านการออกแบบ คุณภาพสิ่งทอ การพัฒนาลวดลาย สีสัน และมาตรฐานการผลิต เพื่อยกระดับผ้าทอพื้นถิ่นให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานร่วมสมัยและเพิ่มมูลค่าในเชิงเศรษฐกิจ โดยหนึ่งในหัวใจสำคัญของดอนกอยโมเดล คือการเปิดพื้นที่ให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้พบกับนักออกแบบและมุมมองร่วมสมัย นำเอกลักษณ์ของลวดลาย เนื้อผ้า และสีสันมาต่อยอดและพัฒนาให้เกิดความหลากหลาย สามารถสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ก่อนต่อยอดสู่ “ศูนย์เรียนรู้ผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย” ภายใต้ “ดอนกอยโมเดล” ซึ่งมุ่งพัฒนาชุมชนผ่านการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่ไปกับการสร้างอาชีพและรายได้ โดยได้รับความร่วมมือจาก กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ในการยกระดับผลิตภัณฑ์สู่มาตรฐาน Premium OTOP ตลอดจนส่งเสริมให้ผ้าไทยได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ

    นิทรรศการครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สัมผัสเรื่องราวของผ้าทอย้อมครามดอนกอยโมเดลอย่างลึกซึ้ง ด้วยการพาสำรวจกระบวนการสร้างสรรค์ผืนผ้าและองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มาจากความทุ่มเทของช่างทอและช่างฝีมือในชุมชนบ้านดอนกอย ตั้งแต่การคัดเลือกเส้นใย การย้อมครามด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิม การทอด้วยมือ ไปจนถึงการเก็บรายละเอียดของผืนผ้า พร้อมชมศักยภาพของผ้าดอนกอยเมื่อถูกนำมาต่อยอดเป็นผลงานแฟชั่นร่วมสมัย ที่ถ่ายทอดเรื่องราว ความภาคภูมิใจ และตัวตนของชุมชนออกไปสู่เวทีที่กว้างไกลยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ ภายในนิทรรศการยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่สร้างสรรค์จากผ้าดอนกอย โดยหนึ่งในแบรนด์ที่นำผ้าจากดอนกอยโมเดล มาต่อยอดคือ Kramin (ครามิน) แบรนด์ไลฟ์สไตล์แฟชั่นที่นำงานหัตถกรรมจากชุมชนทั่วประเทศมาผสมผสานเข้ากับแนวคิดการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมือง ถ่ายทอดเสน่ห์ของงานฝีมือท้องถิ่นผ่านมุมมองร่วมสมัย โดยให้ความสำคัญกับแนวคิด Sustainability ควบคู่กัน ทั้งการเลือกใช้เส้นใยจากธรรมชาติ และกระบวนการย้อมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการเลือกใช้พืชให้สีที่มีการปลูกหมุนเวียนบนผืนดินอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ขึ้นไม่ได้มีเพียงความงดงาม หากยังส่งต่อคุณค่าที่ดีให้แก่ชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยหนึ่งในผ้าทอท้องถิ่นที่ Kramin นำมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นสวยคือ ผ้าทอจากกลุ่มทอผ้าฝ้ายย้อมสีเปลือกไม้บ้านผักคำภู จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ผลิตภายใต้ดอนกอยโมเดล สะท้อนให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างภูมิปัญญาของชุมชนกับการออกแบบร่วมสมัย และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผืนผ้าท้องถิ่นสามารถก้าวเข้าสู่ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างมีความหมาย

    นับได้ว่า “ดอนกอยโมเดล” เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงศักยภาพของผ้าทอไทยที่สามารถก้าวข้ามจากการเป็นผ้าทอพื้นถิ่น สู่การเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยในบริบทสากล 

    ร่วมสัมผัสเรื่องราวของ “ดอนกอยโมเดล” และค้นพบอีกมิติของผ้าไทยที่กำลังเดินทางจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เวทีเอเชีย ผ่านนิทรรศการ “ดอนกอยโมเดล Donkoi Model: FROM LOCAL WISDOM TO ASIAN PRIDE จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ความภาคภูมิใจบนเวทีเอเชีย” พร้อมชมและเลือกซื้อผลงานแฟชั่นจากผ้าดอนกอยได้ ตั้งแต่วันนี้ – 22 กันยายน 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONCRAFT

  • Fashion - Travel

    ททท. ขับเคลื่อน “THAI T’REASURES” ต่อยอดทุนวัฒนธรรมไทยสู่สากล ปักหมุดประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทาง Fashion Tourism ระดับโลก

    (9 กันยายน 2569) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวโครงการ “THAI T’REASURES by Amazing Thailand” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–20 กันยายน 2569 ณ ลานริเวอร์ พาร์ค ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เพื่อยกระดับทุนทางวัฒนธรรมของไทยสู่แฟชั่นร่วมสมัยที่สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน บูรณาการความร่วมมือกับสมาพันธ์อัญมณีเครื่องประดับและโลหะมีค่า (ประเทศไทย) แบรนด์ดีไซเนอร์ นักออกแบบรุ่นใหม่ ศิลปิน นิสิตนักศึกษา และผู้ประกอบการผ้าไทย ร่วมถ่ายทอดคุณค่าของผ้าไทย อัญมณี งานหัตถศิลป์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านงานออกแบบร่วมสมัย เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนผู้ผลิตผ้าไทย ภายใต้แนวคิด “THAI T’REASURES” หรือ “ของดีประเทศไทย” สู่ภาพลักษณ์ใหม่ของ “แฟชั่นไทยเท่” ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ สวมใส่ได้จริง และต่อยอดเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยว พร้อมนำเสนอเสน่ห์ไทยสู่เวทีโลก

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการนำทุนวัฒนธรรมไทย ทั้งผ้าไทย อัญมณี งานหัตถศิลป์ และภูมิปัญญาจากท้องถิ่น ซึ่งล้วนมีเรื่องราวและอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ มาต่อยอดผ่านแฟชั่นและการออกแบบร่วมสมัย ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและความสนใจของผู้คนในปัจจุบัน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อสร้างมุมมองใหม่ต่อ “ของดีประเทศไทย” และทำให้เรื่องราวของทุนวัฒนธรรมสามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวในรูปแบบร่วมสมัยและจับต้องได้ ตลอดจนสะท้อนศักยภาพของแฟชั่นไทยในฐานะส่วนหนึ่งที่สำคัญของประสบการณ์การท่องเที่ยว

    สำหรับโครงการ “THAI T’REASURES by Amazing Thailand” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–20 กันยายน 2569 เวลา 15.00–22.00 น. ณ ลานริเวอร์ พาร์ค ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เปิดให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม โดยภายในงานนำเสนอแฟชั่นไทยผ่านหลากหลายรูปแบบ ทั้งแฟชั่นโชว์ นิทรรศการ การจัดแสดงสินค้า และผลงานออกแบบที่เชื่อมโยงแฟชั่นเข้ากับเรื่องราวของแหล่งท่องเที่ยวและชุมชน โดยวันที่ 18 กันยายน 2569 พบกับแฟชั่นโชว์จากการรวมพลัง 8 แบรนด์ดีไซเนอร์ชั้นนำ ได้แก่ KLOSET, JANESUDA, Painkiller Atelier, RAPEE, Maison Wonder Anatomie, SANGBOON, THITHA และ Made by Hotcake ภายใต้แนวคิด “365 แฟชั่นไทยเท่ได้ทุกวัน” ร่วมกับศิลปิน MEYOU – มิว ชิษณุชา ถ่ายทอดผ้าไทยและอัญมณีไทยในรูปแบบร่วมสมัยที่สวมใส่ได้จริงในทุกโอกาส ทั้งวันทำงาน วันพักผ่อน การเดินทาง และงานสังคม วันที่ 19 กันยายน 2569 พบกับแฟชั่นโชว์จากนักออกแบบรุ่นใหม่ อาทิ Warinnaya, Marionsiam และ Clothear ร่วมกับนักแสดงจากช่อง ONE31 ได้แก่ เพิร์ล ศัจกร และพีค ภีมพล เปิดพื้นที่ให้นักออกแบบรุ่นใหม่ได้นำเสนอแนวคิดและผลงานสู่ผู้ชมในวงกว้าง และวันที่ 20 กันยายน 2569 พบกับแฟชั่นโชว์จากนิสิตนักศึกษาด้านการออกแบบแฟชั่น จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมกับศิลปินวง COMPASS และนักดนตรีระนาดร่วมสมัย Finotheranad ถ่ายทอดศักยภาพของนักออกแบบรุ่นใหม่ผ่านการตีความทุนวัฒนธรรมในมุมมองร่วมสมัย นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการแฟชั่น “WEAR THE DESTINATION” นำเสนอเรื่องราว แรงบันดาลใจ และอัตลักษณ์ของผ้าไทย ภายใต้แนวคิด “10 Textile Journey Across Thailand – 10 เส้นทาง พาเที่ยวไทย” ผ่านเทคโนโลยีจอ Touch Screen ที่ช่วยให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้ข้อมูลและเรื่องราวของผ้าไทยในแต่ละเส้นทาง พร้อมเชื่อมโยงผืนผ้าเข้ากับแหล่งท่องเที่ยว วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ รวมถึงพื้นที่จัดแสดงสินค้าแฟชั่นไทยร่วมสมัยและเครื่องประดับ จากผู้ประกอบการ ร้านค้า ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ อาทิ แสงบุญ จังหวัดเชียงใหม่ ธนณันงานฝ้าย จังหวัดเลย และ RAYA BATIK จังหวัดปัตตานี ถ่ายทอดความหลากหลายของงานออกแบบและภูมิปัญญาจากแต่ละพื้นที่สู่ผลิตภัณฑ์ที่ร่วมสมัยและเข้าถึงผู้บริโภคในปัจจุบัน

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ TAT × THAI DESIGNER COLLABORATION การร่วมสร้างสรรค์ต้นแบบผลิตภัณฑ์ระหว่าง ททท. และนักออกแบบไทย จำนวน 3 ผลงาน ได้แก่ RAVIPA กับคอลเลกชันเครื่องประดับพญานาค “Faith to Fashion” ที่นำความเชื่อและศรัทธามาต่อยอดสู่แฟชั่นและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, PREMIUM POPS × TRK กับผ้าและหมวกแฟชั่นมัลติฟังก์ชันจากลวดลายศิลปะไทยร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด “Art to Journey” และ THITHA กับต้นแบบชุดจากเศษเปลือกรังไหม ภายใต้แนวคิด “Waste to Worth” ที่นำวัสดุเหลือใช้มาต่อยอดเป็นแฟชั่นที่คำนึงถึงความยั่งยืน สะท้อนการนำความเชื่อ ศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และแนวคิดด้านความยั่งยืน มาพัฒนาเป็น Tourism Lifestyle Product ที่ใช้งานได้จริงและมีเรื่องราว เชื่อมโยงมิติด้านแฟชั่นเข้ากับประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต


    “THAI T’REASURES คือของดีประเทศไทยที่ไม่เพียงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันน่าภาคภูมิใจ แต่ยังสามารถต่อยอดทุนวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของไทยสู่เวทีโลกผ่านงานออกแบบร่วมสมัยได้ แฟชั่นจึงไม่ได้เป็นเพียงสินค้า หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทอดเรื่องราวของผืนผ้า งานหัตถศิลป์ ภูมิปัญญา ผู้คน และชุมชน เชื่อมโยงจากแหล่งกำเนิดสู่จุดหมายปลายทางทางการท่องเที่ยว สร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางไปสัมผัสเรื่องราวและวิถีชีวิตของแต่ละพื้นที่ อันนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน”

    ทั้งนี้ โครงการ “THAI T’REASURES by Amazing Thailand” มุ่งส่งเสริม Fashion Tourism หรือ “การท่องเที่ยวผ่านแฟชั่น” ด้วยการเชื่อมโยงแฟชั่นเข้ากับวัตถุดิบ แหล่งผลิต ช่างฝีมือ ชุมชน และจุดหมายปลายทาง เพื่อเปลี่ยนสินค้าให้เป็นประสบการณ์การเดินทาง นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ ททท. ในการสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ใหม่ของ “แฟชั่นไทยเท่” ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ควบคู่กับการยกระดับทุนทางวัฒนธรรมผ่านแฟชั่นและการออกแบบร่วมสมัย โดย ททท. คาดการณ์ว่าโครงการนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการไทย และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้าน Fashion Tourism ระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

  • Art - Fashion - Lifestyle

    แบรนด์ SIRIVANNAVARI ร่วมกับ ICONCRAFT ไอคอนสยาม นำเสนอ THREADS OF LEGACY: S’CRAFT 2026 คอลเลคชั่นกระเป๋าผ้าไทยประจำปี ถ่ายทอดแนวคิดจากสายใยแห่งปณิธานสู่การยกระดับหัตศิลป์ผ้าไทย โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

    S’CRAFT: Craftsmanship 2026 คอลเลคชั่นกระเป๋าผ้าไทยประจำปี ผลงานอันทรงคุณค่าและน่าสะสม กลับมาอีกครั้งในปีนี้พร้อมกระแสชุดไทยและผ้าไหมไทยที่กำลังเป็นที่จับตามองทั่วโลก โดยในเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในด้านการอนุรักษ์ผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ แบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ร่วมกับ ICONCRAFT แห่งไอคอนสยาม พื้นที่แห่งการเชิดชูวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย

    นำเสนอผลงานการสร้างสร้างสรรค์กระเป๋าผ้าไทยสุดพิเศษ ลิมิเต็ด เอดิชั่น 88 ชิ้น โดดเด่นด้วยผืนผ้าทอจากช่างระดับมาสเตอร์และช่างทอรุ่นใหม่ผู้ชนะการประกวดระดับประเทศและงานปักอันประณีตจากฝีมือของช่างปักแห่ง SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ผลงานอันทรงคุณค่าแต่ละชิ้นดั่งสายใยที่ถักทอขึ้นเพื่อเล่าขานแรงบันดาลใจจากราชสำนักและสายใยแห่งพระราชปณิธานของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ได้รับการสานต่อพระราชกรณียกิจโดยองค์ดีไซเนอร์ ผู้ทรงยกระดับงานฝีมือของช่างไทยในชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศให้มีความร่วมสมัยและเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล

    4 ชิ้นงานไฮไลท์อันน่าสะสมประจำปีนี้

    จากราชสำนักสู่ผลงานหัตถศิลป์ไทยอันล้ำเลิศ

    VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S EDITION

    ชิ้นงาน One-of-a-kind ซึ่งเป็นไฮไลท์กำนี้ ประกอบด้วยกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมพร้อมหูจับ (Boxy Bag) พิเศษเพียง 4 ใบที่มีชื่ออันไพเราะว่า ‘VICHIT RATTANA’ ถ่ายทอดความล้ำค่าในทุกองค์ประกอบของชิ้นงานตั้งแต่การคัดสรรผ้าทอจากสองมาสเตอร์ด้านหัตถกรรมผ้าทอมือคืออาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย และอาจารย์มีชัย แต้สุจริยา เพิ่มความพิเศษด้วยการตกแต่งงานเครื่องทองบริเวณหูจับจากฝีมือของช่างทองหลวงที่มีชื่อเสียง คือ อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม และอาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน ส่วนงานปักซึ่งเป็นอีกหนึ่งความพิเศษนั้น เนรมิตโดยช่างฝีมือจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy   ผู้ได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์อันงดงามสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ปรมาจารย์แห่งช่างทอท่านแรก อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็น ‘ครูศิลป์’ แห่งแผ่นดินและผู้ก่อตั้งกลุ่มทอผ้าไหมยกทอง “จันทร์โสมา” จ.สุรินทร์ ได้เนรมิตผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียงสองชิ้นซึ่งรังสรรค์จากผ้าทอมือที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ สะท้อนถึงศาสตร์ชั้นสูงแห่งการทอผ้า ส่วนงานปักอันประณีตโดยทีมช่างแห่ง SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ชุดไทยศิวาลัยของสมเด็จพระพันปีหลวง ซึ่งตัดเย็บโดยกูตูริเยร์ ชาวฝรั่งเศสผู้มีชื่อเสียงนามปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain) เป็นชุดที่พระองค์ทรงในงานพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำถวายสมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 2 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในพระบรมหาราชวัง พ.ศ. 2515

       VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’SRUBYEDITION

    ผ้าทอ:อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย
    งานตกแต่งทอง:อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม
    งานปักมือ:SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    ผลงานสร้างสรรค์จากผ้าทอมือในโทนสีแดงก่ำ ตกแต่งด้วยกระบวนลายโคมดอกในประจำยามที่มีความเด่นชัดของลวดลายผสมผสานกับความละเอียดอ่อนในการทอ สะท้อนระเบียบแบบแผนของศิลปกรรมไทยชั้นสูง พร้อมด้วยลายกรวยเชิงอันเป็นลายจารีตสำคัญของผ้ายกราชสำนัก

    ชิ้นงานตกแต่งกระเป๋ารังสรรค์โดยครูไพโรจน์ สืบสาม แห่ง Pairot Thai Jewelry ผู้สะท้อนมรดกแห่งภูมิปัญญางานช่างทองไทยอันทรงคุณค่า ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมตะวันตกของพระที่นั่งบรมพิมานโดยเฉพาะเส้นสายของหลังคาทรงโค้งที่สะท้อนความอ่อนช้อยและความสง่างาม อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือลวดลายหงส์ สัญลักษณ์แห่งความสูงศักดิ์ สิริมงคล และความสง่างาม เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงอุทิศพระองค์ในการอนุรักษ์ศิลปะและงานหัตถศิลป์ไทย ส่วนสัญลักษณ์ตัวอักษร “S” หมายถึงองค์ดีไซเนอร์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI
    ผู้ทรงสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ ส่งเสริมและต่อยอดงานหัตถศิลป์ไทย

    ส่วนงานปักใช้เทคนิคการปักลูกปัดและคริสตัลผสมดิ้นมันเพื่อทำให้เกิดมิติทั่งทั้งใบ เพิ่มความวิจิตรงดงามด้วยการตกแต่งบริเวณหูจับโดยอาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม ผู้เชี่ยวชาญการทำเครื่องประดับไทยโบราณและได้รับการยกย่องให้เป็นครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2562

     VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S NAVY EDITION

    ผ้าทอ:อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย
    งานตกแต่งทอง:อาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน
    งานปักมือ:SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    ชิ้นงานอันทรงคุณค่าจากผืนผ้าในโทนสีน้ำเงินเข้ม ลวดลายหลักของผืนผ้าเป็นกระบวนลายราชวัตรดอกแปดกลีบสลับดอกสี่กลีบ ที่เรียงร้อยอย่างคมชัดและละเอียดอ่อน สื่อถึงระเบียบแบบแผนของศิลปกรรมไทยชั้นสูง พร้อมด้วยลายกรวยเชิง ซึ่งเป็นลายจารีตสำคัญของผ้ายกราชสำนัก ประกอบด้วยลายช่อแทงท้องและกรวยเชิงที่ประดับด้วยแม่ลายลูกขนาบ เรียงชั้นลดหลั่นอย่างสง่างาม แสดงถึงความประณีตและความเชี่ยวชาญขั้นสูงของช่างทอไทย

    การตกแต่งด้วยทองรังสรรค์ด้วยงานหัตถศิลป์โดยใช้เทคนิคการถักลวดทองแบบดั้งเดิมและกรรมวิธีเฉพาะอันประณีต ประดับด้วยคริสตัลอันสะท้อนถึงความละเอียดลออ ความแม่นยำ และความงดงามของงานช่างฝีมือไทยในทุกขั้นตอนเพื่อให้เกิดลวดลายดอกไม้สี่กลีบอันสื่อถึงทิศทั้งสี่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการคุ้มครองและความเป็นสิริมงคล บริเวณตรงกลางประดับด้วยอักษร “S” หมายถึงพระนามย่อขององค์ดีไซเนอร์

    สำหรับงานปักใช้เทคนิคการปักลายเป็นจุดเล็กๆ รูปดอกประจำยาม 4 ทิศ โดยได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ชุดไทย ศิวาลัยของสมเด็จพระพันปีหลวง เพิ่มความวิจิตรงดงามด้วยการตกแต่งบริเวณหูจับโดยอาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน ช่างทองหลวงระดับปรมาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญการทำเครื่องทองโบราณขั้นสูงของไทย

    อีกหนึ่งมาสเตอร์ด้านการทอผ้าผู้เนรมิตกระเป๋าใบพิเศษในซีรีส์ VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S EDITION อีก 2 ใบคืออาจารย์มีชัย แต้สุจริยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ทอผ้า) ประจำปี 2564 เป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญระดับปรมาจารย์แห่งวงการผ้าไทย ผู้สืบทอดภูมิปัญญาแห่ง “บ้านคำปุน” จังหวัดอุบลราชธานี ผู้มีความปรารถนาในการพัฒนาผ้าไทยให้เข้ากับยุคสมัย ผลงานแต่ละชิ้นจึงเป็นดั่งงานศิลปะที่น่าสะสม

    สำหรับงานปักโดยทีมช่างจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy อันประณีตนั้นเล่าขานเรื่องราวแห่งราชสำนัก ผ่านแรงบันดาลใจจากลายขดและลายดอกไม้อันงดงามอ่อนช้อยที่ปรากฏอยู่บนฉลองพระองค์ชุดราตรีของสมเด็จพระพันปีหลวงซึ่งได้รับการเลือกสรรให้ไปจัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté. Royal Thai. Dress From Tradition to Modernity ซึ่งจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs in Paris

    VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S ONYXEDITION

    ผ้าทอ: อาจารย์มีชัย แต้สุจริยา
    งานตกแต่งทอง: อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม
    งานปักมือ: SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    ผลงานในโทนสีดำอันหรูหราจากศิลปะการทอผ้าชั้นสูงโดดเด่นด้วยผ้าลายมัดหมี่เครือเถาที่ดูสะดุดตาจากเทคนิคขิดแทรกเส้นหางกระรอกไหมสีดำและสีเงินที่ถ่ายทอดความอ่อนช้อยของลายเครือเถาที่ดูมีชีวิตชีวา ทำให้ผืนผ้ามีมิติและเกิดประกายเมื่อกระทบกับแสง

    ชิ้นงานห้อยประดับกระเป๋ารังสรรค์โดยครูไพโรจน์ สืบสาม แห่ง Pairot Thai Jewelry ได้แรงบันดาลใจจากพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทที่ผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันตกกับหลังคาพระราชวังแบบไทยอันเป็นเอกลักษณ์ ส่วนสัญลักษณ์ “S” เปรียบเสมือนศูนย์รวมแห่งการพึ่งพาพระบารมี และเป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงผู้สร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ไทยให้ร่วมกันสืบสานคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม ส่งต่อมรดกแห่งภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น

    ส่วนลายปักโดดเด่นด้วยลายขดและดอกไม้ที่ประยุกต์มาจากศิลปะเรอเนสซองส์ที่เข้ากับลายผ้า สำหรับบริเวณหูจับงดงามด้วยงานตกแต่งทองจากฝีมือของอาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม

    VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S GREY EDITION

    ผ้าทอ:อาจารย์มีชัย แต้สุจริยา
    งานตกแต่งทอง:อาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน
    งานปักมือ:SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    กระเป๋ารุ่นพิเศษใบนี้รังสรรค์จากผ้าทอกาบลายดาวซึ่งใช้เทคนิคการสอดประสานเส้นไหมโลหะสีเงินที่ตีเกลียวเข้ากับเส้นไหมไทยสีดำอย่างประณีต ก่อให้เกิดประกายแวววาวอันงดงามและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ ผสานกับลวดลาย มัดหมี่กนกนาค อันได้รับการออกแบบอย่างประณีตโดยครูช่างผู้เชี่ยวชาญ นับเป็นผืนผ้าที่ทรงคุณค่าทั้งด้านศิลปะและภูมิปัญญา โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2557 และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI: Geographical Indication) ในปี พ.ศ. 2567 ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากชุดไทยพระราชนิยมที่พระพันปีหลวงทรงสวมใส่ได้อย่างงดงาม ถือเป็นการแสดงความระลึกผ่านงานหัตถศิลป์ชั้นสูงได้อย่างน่าประทับใจ และต่อยอดมาสู่ลวดลายปักที่ความกลมกลืนกัน ในขณะที่งานตกแต่งด้วยทองบริเวณหูจับเข้ามาเพิ่มความโดดเด่นและหรูหราให้กับผลงานชิ้นนี้

    8 ความพิเศษจากฝีมือช่างไทยผู้ชนะรางวัลระดับประเทศสู่ผลงานร่วมสมัยอันทรงคุณค่า

    SIAM SOPHIT EDITION

    นอกจากกระเป๋าใบพิเศษทั้ง 4 ในปีนี้  S’CRAFT 2026 นำเสนองานดีไซน์กระเป๋ารูปทรงหลากหลายเหมาะสำหรับทุกโอกาส ผลงานแต่ละชิ้นมีความพิเศษเพียงหนึ่งเดียวด้วยการสร้างสรรค์จากผ้าทอมือโดยศิลปินรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ ผู้ชนะรางวัลการประกวดผ้าลายพระราชทานและงานหัตถกรรมอันเกิดขึ้นจากพระราชดำริขององค์ดีไซเนอร์ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาไทย ผ้าแต่ละผืนประดับด้วยลายปักมือโดย SIRIVANNAVARI Atelier & Academy สำหรับปีนี้พิเศษด้วยการทดลองใช้วัสดุที่หลากหลาย เข้ามาเพิ่มความท้าทายให้กับทีมช่างในการถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความงดงามของสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในพระที่นั่งทั้ง 8 แห่ง ที่มีความสำคัญและมีความเชื่อมโยงกับชื่อของชุดไทยพระราชนิยมที่มีความไพเราะทั้ง 8 แบบ

    Siam Sophit Grey Edition

    พระตำหนักเรือนต้น: ลวดลายที่มีความเรียบง่าย ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากลายเครื่องจักรสานและโครงสร้างของบ้านเรือนไทย และวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของไทย

    Siam Sophit Amber Gold Edition

    พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน: ถ่ายทอดผ่านลายน้ำอันสื่อถึงวิวทิวทัศน์ที่รายล้อมภายนอกของพระตำหนัก

    Siam Sophit White Edition

    พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย: ถ่ายทอดผ่านลายดอกไม้บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อันเป็นที่อยู่ของพระอินทร์อันเป็นที่มาของพระที่นั่ง

    Siam Sophit Purple Edition

    พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท: ถ่ายทอดผ่านลายดอกบัวและสระบัวในสวรรค์ชั้นดุสิตอันเป็นที่มาของชื่อพระราชวัง

    Siam Sophit Amber Edition

    พระที่นั่งบรมพิมาน: ถ่ายทอดผ่านลายปูนปั้นแบบศิลปะเรอเนสซองส์ที่ประดับตกแต่งพระที่นั่ง

    Siam Sophit Black Edition

    พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท: ลวดลายศิลปะไทยที่ผสมผสานศิลปะตะวันตกจนเกิดความเป็นไทยร่วมสมัย
    ซึ่งปรากฏอยู่ในพระที่นั่ง

    Siam Sophit Aquamarine Edition

    พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน: ถ่ายทอดผ่านลายก้อนเมฆและท้องฟ้าซึ่งเป็นลวดลายจิตรกรรมฝาผนังในพระที่นั่ง

    Siam Sophit Blue Edition

    พระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท: ลวดลายนกยูงและกินรีอันเป็นตัวแทนจากสัตว์ในป่าหิมพานต์ซึ่งมีเขาไกรลาศ เป็นศูนย์กลางและเป็นที่ประทับของพระศิวะ

    กระเป๋าผ้าไทยที่มาพร้อมกับดีไซน์อันมีเอกลักษณ์และฟังก์ชั่น

    CHARAT SIAM

    นอกจากนี้มีกระเป๋าหลากรูปทรงที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เนรมิตจากผ้าทอจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด
    จังหวัดอยุธยา
    ที่ผ่านการเลือกสรรและตกแต่งด้วยงานปักซึ่งมาเพิ่มเอกลักษณ์ให้กับกระเป๋าแต่ละใบ

    Charat Siam Clutch Ruby Edition

    กระเป๋าคลัทช์ (Clutch) รูปทรงซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยม พร้อมด้วยสายโซ่สะพายไหล่

    Charat Siam Top Handle Bag Amber Yellow Edition

    กระเป๋าถือขนาดกะทัดรัดพร้อมหูจับ (Top Handle) พร้อมด้วยสายโซ่สะพายไหล่

    Charat Siam Vanity Case Red Brown Edition

    กระเป๋าทรงกล่อง (Vanity Case) สำหรับใส่ของใช้ส่วนตัว

    Charat Siam Pyramid Wristlet Bag Onyx Edition

    กระเป๋าทรงพีระมิด (Pyramid) มีความโดดเด่นเหมาะสำหรับถือไปงาน

    Charat Siam Bucket Bag Tango Orange Edition

    กระเป๋าทรงบัคเก็ต (Bucket) มาพร้อมดีไซน์ที่ตอบโจทย์ฟังก์ชั่นใส่ของได้หลายชิ้น เหมาะสำหรับถือตลอดทั้งวัน

    ร่วมสืบสานงานหัตถศิลป์ไทย S’CRAFT: Craftsmanship 2026 คอลเลคชั่นกระเป๋าผ้าไหมไทยประจำปีโดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ ICONCRAFT ไอคอนสยามที่เล่าขานเรื่องราวอันทรงคุณค่าจากราชสำนักสู่งานฝีมือของช่างไทยอันเปรียบได้กับงานศิลปะอันน่าสะสมและทรงคุณค่าเพียงหนึ่งเดียว

    #SCRAFT2026
    #SIRIVANNAVARI
    #ICONCRAFT

  • Fashion - Lifestyle

    สยาม ทาคาชิมายะ เปิดตัว LA COUSETTE แลนดิ้งครั้งแรกในไทย! กระเป๋าผ้าไนลอนดีไซน์ชิค น้ำหนักเบา ส่งตรงจากญี่ปุ่น ณ ไอคอนสยาม

    สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม เปิดตัว LA COUSETTE (ลา คูเซตต์) แบรนด์กระเป๋าสุดฮิตส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ไอเทมชิ้นเด่นที่จะมาช่วยเสริมภาพลักษณ์ของผู้หญิงยุคใหม่ให้ดูดีมีสไตล์ ลาคูเซตต์ถ่ายทอดแนวคิด “EASY BAG” ผ่านกระเป๋าดีไซน์คลาสสิกที่ผสานความอเนกประสงค์ได้อย่างลงตัว พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ สามารถใช้งานได้ทั้งในโอกาสทางการและวันสบายๆ ตั้งแต่วันทำงาน ชีวิตปะจำวัน ไปจนถึงช่วงเวลาพิเศษ เอกลักษณ์ของแบรนด์อยู่ที่เทคนิคการเย็บเมโร่ (Merrow Stitch) และการใช้ผ้าไนลอนคุณภาพ ซึ่งช่วยให้กระเป๋ามีน้ำหนักเบา ทำให้เติมเต็มความสนุกในการมิกซ์แอนด์แมตช์ให้เข้ากับทุกสไตล์การแต่งตัว

    ไฮไลต์ของการเปิดตัว LA COUSETTE ในครั้งนี้ สยาม ทาคาชิมายะ ได้อิมพอร์ตกระเป๋ามาให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าชาวไทยได้เลือกช็อปมากกว่า 50 ดีไซน์ ผสานความสวยงามและการใช้งานไว้ในหนึ่งเดียว ที่ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชื่อดัง คุณมิฮาระ ฮิเดกิ (Hideaki Mihara) นำโดย Scarf Collection คอลเลกชันสุดโดดเด่นที่นำลวดลายผ้าพันคอ มาถ่ายทอดลงบนกระเป๋าได้อย่างมีเอกลักษณ์ และคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ร่วมงานกับไอคอนิกคาแรกเตอร์ระดับตำนานอย่าง Hello Kitty มาร่วมสร้างสีสันและเพิ่มความสนุกสนานในการแต่งตัว นอกเหนือจากลวดลายพิเศษแล้ว แบรนด์ยังมี New Classic Collection กระเป๋าโทนสีพื้นเรียบโก้ให้เลือกสรรอีกหลากหลายโทนสีที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกวัน

    เพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง LA COUSETTE นำเสนอกระเป๋ารุ่นยอดนิยมนี้ใน 3 ขนาด เริ่มจากขนาด ‘SS Size’ ขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับวันสบาย ๆ พกพาของใช้จำเป็นสำหรับมื้อกลางวัน ไปคาเฟ่ หรือเดินเล่นในวันหยุด ถัดมาคือ ‘S Size’ ขนาดมาตรฐานสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน มอบความคล่องตัวในการสะพาย และขนาดใหญ่ ‘L Size’ ที่ออกแบบมาให้จุของได้หลากหลาย เหมาะสำหรับวันทำงานหรือการเดินทาง โดยกระเป๋าทุกใบสามารถพับเก็บได้อย่างสะดวก เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญให้กับคนพิเศษ หรือเป็นของขวัญสำหรับตัวคุณเอง

    พิเศษฉลองการเปิดร้านใหม่ รับฟรี! LA COUSETTE Tote Bag 1 ใบ (Limited Edition) เมื่อช็อปครบ 3,500 บาท ขึ้นไป ร่วมสัมผัสและเป็นเจ้าของกระเป๋าแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นได้แล้ววันนี้ที่บริเวณชั้น G ตั้งแต่ 29 กรกฏาคม – 16 สิงหาคม 2569 และหลังจากนั้นสามารถชมสินค้าได้ที่ชั้น 2 สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-011-7500 หรือทาง LINE: SIAM Takashimaya

  • Art - Fashion

    ไอคอนคราฟต์ ชวนพบกับนิยามใหม่ของแฟชั่นร่วมสมัยใน“KNOT : Knitting Nature and Ocean into Trends of Fashion”นิทรรศการและแฟชั่นโชว์สะท้อนแนวคิด Waste to Value ที่จะเปลี่ยนความยั่งยืนให้เป็นสไตล์วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม

    ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ แหล่งรวมงานคราฟต์สร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทยที่ใหญ่ที่สุด ร่วมกับหลักสูตรศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดนิทรรศการและแฟชั่นโชว์สุดสร้างสรรค์ “KNOT : Knitting Nature and Ocean into Trends of Fashion” ชวนสัมผัสมิติใหม่ของแฟชั่น ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ งานวิจัย และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน ผ่านแนวคิด Waste to Value กับการพัฒนาสีย้อมธรรมชาติจากวัสดุเหลือทิ้งในระบบนิเวศป่าชายเลน สู่การออกแบบแฟชั่นไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยที่สวมใส่ได้จริง โดยเปิดให้ผู้สนใจร่วมชมนิทรรศการตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569 และร่วมตื่นตากับแฟชั่นโชว์สุดพิเศษในวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม

    “KNOT : Knitting Nature and Ocean into Trends of Fashion” คือโปรเจ็กต์พิเศษ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์หลักสูตรศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ของ นายนภดล สังวาลเพ็ชร ภายใต้คำแนะนำของ ศาสตราจารย์ ดร.พัดชา อุทิศวรรณกุล โดยเกิดขึ้นจากความร่วมมือและการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน ทั้ง ไอคอนคราฟต์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ซึ่งร่วมกันผลักดันงานด้านการออกแบบ งานวิจัย และความยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

    ทั้งนี้นิทรรศการและแฟชั่นโชว์ “KNOT : Knitting Nature and Ocean into Trends of Fashion” ไม่ได้นำเสนอแฟชั่นเป็นเพียงเรื่องของรูปลักษณ์ แต่เป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงผู้คนกลับสู่ธรรมชาติ ผ่านแนวคิด Waste to Value ที่นำทรัพยากรเหลือทิ้งมาสร้างคุณค่าใหม่อย่างสร้างสรรค์ ด้วยการพัฒนาสีย้อมธรรมชาติจากวัสดุเหลือทิ้งในระบบนิเวศป่าชายเลน จนกลายเป็นแฟชั่นที่เปี่ยมด้วยความหมาย ผสานนวัตกรรม งานวิจัย และความยั่งยืนเข้าไว้ในชิ้นงานเดียวกันอย่างกลมกลืน โดยภายในงานจะนำเสนอแฟชั่นคอลเลกชันจำนวน 12 ชุด ภายใต้ 3 ธีมหลัก ได้แก่ Urban Sport Weekend, Adventure Sportwear และ Extreme Sportwear ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากเส้นสายของรากโกงกาง การเคลื่อนไหวของคลื่นน้ำ และความงดงามของระบบนิเวศป่าชายเลน มาถ่ายทอดผ่านงานออกแบบร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ พร้อมสะท้อนแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    มาค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ แฟชั่น และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวได้ในนิทรรศการ “KNOT : Knitting Nature and Ocean into Trends of Fashion” ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569 และเชิญร่วมสัมผัสแฟชั่นโชว์สุดพิเศษในวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONCRAFT