Fashion

  • Art - Fashion - Lifestyle

    แบรนด์ SIRIVANNAVARI ร่วมกับ ICONCRAFT ไอคอนสยาม นำเสนอ THREADS OF LEGACY: S’CRAFT 2026 คอลเลคชั่นกระเป๋าผ้าไทยประจำปี ถ่ายทอดแนวคิดจากสายใยแห่งปณิธานสู่การยกระดับหัตศิลป์ผ้าไทย โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

    S’CRAFT: Craftsmanship 2026 คอลเลคชั่นกระเป๋าผ้าไทยประจำปี ผลงานอันทรงคุณค่าและน่าสะสม กลับมาอีกครั้งในปีนี้พร้อมกระแสชุดไทยและผ้าไหมไทยที่กำลังเป็นที่จับตามองทั่วโลก โดยในเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในด้านการอนุรักษ์ผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ แบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ร่วมกับ ICONCRAFT แห่งไอคอนสยาม พื้นที่แห่งการเชิดชูวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย

    นำเสนอผลงานการสร้างสร้างสรรค์กระเป๋าผ้าไทยสุดพิเศษ ลิมิเต็ด เอดิชั่น 88 ชิ้น โดดเด่นด้วยผืนผ้าทอจากช่างระดับมาสเตอร์และช่างทอรุ่นใหม่ผู้ชนะการประกวดระดับประเทศและงานปักอันประณีตจากฝีมือของช่างปักแห่ง SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ผลงานอันทรงคุณค่าแต่ละชิ้นดั่งสายใยที่ถักทอขึ้นเพื่อเล่าขานแรงบันดาลใจจากราชสำนักและสายใยแห่งพระราชปณิธานของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ได้รับการสานต่อพระราชกรณียกิจโดยองค์ดีไซเนอร์ ผู้ทรงยกระดับงานฝีมือของช่างไทยในชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศให้มีความร่วมสมัยและเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล

    4 ชิ้นงานไฮไลท์อันน่าสะสมประจำปีนี้

    จากราชสำนักสู่ผลงานหัตถศิลป์ไทยอันล้ำเลิศ

    VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S EDITION

    ชิ้นงาน One-of-a-kind ซึ่งเป็นไฮไลท์กำนี้ ประกอบด้วยกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมพร้อมหูจับ (Boxy Bag) พิเศษเพียง 4 ใบที่มีชื่ออันไพเราะว่า ‘VICHIT RATTANA’ ถ่ายทอดความล้ำค่าในทุกองค์ประกอบของชิ้นงานตั้งแต่การคัดสรรผ้าทอจากสองมาสเตอร์ด้านหัตถกรรมผ้าทอมือคืออาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย และอาจารย์มีชัย แต้สุจริยา เพิ่มความพิเศษด้วยการตกแต่งงานเครื่องทองบริเวณหูจับจากฝีมือของช่างทองหลวงที่มีชื่อเสียง คือ อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม และอาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน ส่วนงานปักซึ่งเป็นอีกหนึ่งความพิเศษนั้น เนรมิตโดยช่างฝีมือจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy   ผู้ได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์อันงดงามสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ปรมาจารย์แห่งช่างทอท่านแรก อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็น ‘ครูศิลป์’ แห่งแผ่นดินและผู้ก่อตั้งกลุ่มทอผ้าไหมยกทอง “จันทร์โสมา” จ.สุรินทร์ ได้เนรมิตผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียงสองชิ้นซึ่งรังสรรค์จากผ้าทอมือที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ สะท้อนถึงศาสตร์ชั้นสูงแห่งการทอผ้า ส่วนงานปักอันประณีตโดยทีมช่างแห่ง SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ชุดไทยศิวาลัยของสมเด็จพระพันปีหลวง ซึ่งตัดเย็บโดยกูตูริเยร์ ชาวฝรั่งเศสผู้มีชื่อเสียงนามปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain) เป็นชุดที่พระองค์ทรงในงานพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำถวายสมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 2 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในพระบรมหาราชวัง พ.ศ. 2515

       VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’SRUBYEDITION

    ผ้าทอ:อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย
    งานตกแต่งทอง:อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม
    งานปักมือ:SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    ผลงานสร้างสรรค์จากผ้าทอมือในโทนสีแดงก่ำ ตกแต่งด้วยกระบวนลายโคมดอกในประจำยามที่มีความเด่นชัดของลวดลายผสมผสานกับความละเอียดอ่อนในการทอ สะท้อนระเบียบแบบแผนของศิลปกรรมไทยชั้นสูง พร้อมด้วยลายกรวยเชิงอันเป็นลายจารีตสำคัญของผ้ายกราชสำนัก

    ชิ้นงานตกแต่งกระเป๋ารังสรรค์โดยครูไพโรจน์ สืบสาม แห่ง Pairot Thai Jewelry ผู้สะท้อนมรดกแห่งภูมิปัญญางานช่างทองไทยอันทรงคุณค่า ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมตะวันตกของพระที่นั่งบรมพิมานโดยเฉพาะเส้นสายของหลังคาทรงโค้งที่สะท้อนความอ่อนช้อยและความสง่างาม อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือลวดลายหงส์ สัญลักษณ์แห่งความสูงศักดิ์ สิริมงคล และความสง่างาม เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงอุทิศพระองค์ในการอนุรักษ์ศิลปะและงานหัตถศิลป์ไทย ส่วนสัญลักษณ์ตัวอักษร “S” หมายถึงองค์ดีไซเนอร์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI
    ผู้ทรงสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ ส่งเสริมและต่อยอดงานหัตถศิลป์ไทย

    ส่วนงานปักใช้เทคนิคการปักลูกปัดและคริสตัลผสมดิ้นมันเพื่อทำให้เกิดมิติทั่งทั้งใบ เพิ่มความวิจิตรงดงามด้วยการตกแต่งบริเวณหูจับโดยอาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม ผู้เชี่ยวชาญการทำเครื่องประดับไทยโบราณและได้รับการยกย่องให้เป็นครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2562

     VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S NAVY EDITION

    ผ้าทอ:อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย
    งานตกแต่งทอง:อาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน
    งานปักมือ:SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    ชิ้นงานอันทรงคุณค่าจากผืนผ้าในโทนสีน้ำเงินเข้ม ลวดลายหลักของผืนผ้าเป็นกระบวนลายราชวัตรดอกแปดกลีบสลับดอกสี่กลีบ ที่เรียงร้อยอย่างคมชัดและละเอียดอ่อน สื่อถึงระเบียบแบบแผนของศิลปกรรมไทยชั้นสูง พร้อมด้วยลายกรวยเชิง ซึ่งเป็นลายจารีตสำคัญของผ้ายกราชสำนัก ประกอบด้วยลายช่อแทงท้องและกรวยเชิงที่ประดับด้วยแม่ลายลูกขนาบ เรียงชั้นลดหลั่นอย่างสง่างาม แสดงถึงความประณีตและความเชี่ยวชาญขั้นสูงของช่างทอไทย

    การตกแต่งด้วยทองรังสรรค์ด้วยงานหัตถศิลป์โดยใช้เทคนิคการถักลวดทองแบบดั้งเดิมและกรรมวิธีเฉพาะอันประณีต ประดับด้วยคริสตัลอันสะท้อนถึงความละเอียดลออ ความแม่นยำ และความงดงามของงานช่างฝีมือไทยในทุกขั้นตอนเพื่อให้เกิดลวดลายดอกไม้สี่กลีบอันสื่อถึงทิศทั้งสี่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการคุ้มครองและความเป็นสิริมงคล บริเวณตรงกลางประดับด้วยอักษร “S” หมายถึงพระนามย่อขององค์ดีไซเนอร์

    สำหรับงานปักใช้เทคนิคการปักลายเป็นจุดเล็กๆ รูปดอกประจำยาม 4 ทิศ โดยได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ชุดไทย ศิวาลัยของสมเด็จพระพันปีหลวง เพิ่มความวิจิตรงดงามด้วยการตกแต่งบริเวณหูจับโดยอาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน ช่างทองหลวงระดับปรมาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญการทำเครื่องทองโบราณขั้นสูงของไทย

    อีกหนึ่งมาสเตอร์ด้านการทอผ้าผู้เนรมิตกระเป๋าใบพิเศษในซีรีส์ VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S EDITION อีก 2 ใบคืออาจารย์มีชัย แต้สุจริยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ทอผ้า) ประจำปี 2564 เป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญระดับปรมาจารย์แห่งวงการผ้าไทย ผู้สืบทอดภูมิปัญญาแห่ง “บ้านคำปุน” จังหวัดอุบลราชธานี ผู้มีความปรารถนาในการพัฒนาผ้าไทยให้เข้ากับยุคสมัย ผลงานแต่ละชิ้นจึงเป็นดั่งงานศิลปะที่น่าสะสม

    สำหรับงานปักโดยทีมช่างจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy อันประณีตนั้นเล่าขานเรื่องราวแห่งราชสำนัก ผ่านแรงบันดาลใจจากลายขดและลายดอกไม้อันงดงามอ่อนช้อยที่ปรากฏอยู่บนฉลองพระองค์ชุดราตรีของสมเด็จพระพันปีหลวงซึ่งได้รับการเลือกสรรให้ไปจัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté. Royal Thai. Dress From Tradition to Modernity ซึ่งจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs in Paris

    VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S ONYXEDITION

    ผ้าทอ: อาจารย์มีชัย แต้สุจริยา
    งานตกแต่งทอง: อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม
    งานปักมือ: SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    ผลงานในโทนสีดำอันหรูหราจากศิลปะการทอผ้าชั้นสูงโดดเด่นด้วยผ้าลายมัดหมี่เครือเถาที่ดูสะดุดตาจากเทคนิคขิดแทรกเส้นหางกระรอกไหมสีดำและสีเงินที่ถ่ายทอดความอ่อนช้อยของลายเครือเถาที่ดูมีชีวิตชีวา ทำให้ผืนผ้ามีมิติและเกิดประกายเมื่อกระทบกับแสง

    ชิ้นงานห้อยประดับกระเป๋ารังสรรค์โดยครูไพโรจน์ สืบสาม แห่ง Pairot Thai Jewelry ได้แรงบันดาลใจจากพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทที่ผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันตกกับหลังคาพระราชวังแบบไทยอันเป็นเอกลักษณ์ ส่วนสัญลักษณ์ “S” เปรียบเสมือนศูนย์รวมแห่งการพึ่งพาพระบารมี และเป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงผู้สร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ไทยให้ร่วมกันสืบสานคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม ส่งต่อมรดกแห่งภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น

    ส่วนลายปักโดดเด่นด้วยลายขดและดอกไม้ที่ประยุกต์มาจากศิลปะเรอเนสซองส์ที่เข้ากับลายผ้า สำหรับบริเวณหูจับงดงามด้วยงานตกแต่งทองจากฝีมือของอาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม

    VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S GREY EDITION

    ผ้าทอ:อาจารย์มีชัย แต้สุจริยา
    งานตกแต่งทอง:อาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน
    งานปักมือ:SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

    กระเป๋ารุ่นพิเศษใบนี้รังสรรค์จากผ้าทอกาบลายดาวซึ่งใช้เทคนิคการสอดประสานเส้นไหมโลหะสีเงินที่ตีเกลียวเข้ากับเส้นไหมไทยสีดำอย่างประณีต ก่อให้เกิดประกายแวววาวอันงดงามและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ ผสานกับลวดลาย มัดหมี่กนกนาค อันได้รับการออกแบบอย่างประณีตโดยครูช่างผู้เชี่ยวชาญ นับเป็นผืนผ้าที่ทรงคุณค่าทั้งด้านศิลปะและภูมิปัญญา โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2557 และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI: Geographical Indication) ในปี พ.ศ. 2567 ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากชุดไทยพระราชนิยมที่พระพันปีหลวงทรงสวมใส่ได้อย่างงดงาม ถือเป็นการแสดงความระลึกผ่านงานหัตถศิลป์ชั้นสูงได้อย่างน่าประทับใจ และต่อยอดมาสู่ลวดลายปักที่ความกลมกลืนกัน ในขณะที่งานตกแต่งด้วยทองบริเวณหูจับเข้ามาเพิ่มความโดดเด่นและหรูหราให้กับผลงานชิ้นนี้

    8 ความพิเศษจากฝีมือช่างไทยผู้ชนะรางวัลระดับประเทศสู่ผลงานร่วมสมัยอันทรงคุณค่า

    SIAM SOPHIT EDITION

    นอกจากกระเป๋าใบพิเศษทั้ง 4 ในปีนี้  S’CRAFT 2026 นำเสนองานดีไซน์กระเป๋ารูปทรงหลากหลายเหมาะสำหรับทุกโอกาส ผลงานแต่ละชิ้นมีความพิเศษเพียงหนึ่งเดียวด้วยการสร้างสรรค์จากผ้าทอมือโดยศิลปินรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ ผู้ชนะรางวัลการประกวดผ้าลายพระราชทานและงานหัตถกรรมอันเกิดขึ้นจากพระราชดำริขององค์ดีไซเนอร์ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาไทย ผ้าแต่ละผืนประดับด้วยลายปักมือโดย SIRIVANNAVARI Atelier & Academy สำหรับปีนี้พิเศษด้วยการทดลองใช้วัสดุที่หลากหลาย เข้ามาเพิ่มความท้าทายให้กับทีมช่างในการถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความงดงามของสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในพระที่นั่งทั้ง 8 แห่ง ที่มีความสำคัญและมีความเชื่อมโยงกับชื่อของชุดไทยพระราชนิยมที่มีความไพเราะทั้ง 8 แบบ

    Siam Sophit Grey Edition

    พระตำหนักเรือนต้น: ลวดลายที่มีความเรียบง่าย ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากลายเครื่องจักรสานและโครงสร้างของบ้านเรือนไทย และวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของไทย

    Siam Sophit Amber Gold Edition

    พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน: ถ่ายทอดผ่านลายน้ำอันสื่อถึงวิวทิวทัศน์ที่รายล้อมภายนอกของพระตำหนัก

    Siam Sophit White Edition

    พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย: ถ่ายทอดผ่านลายดอกไม้บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อันเป็นที่อยู่ของพระอินทร์อันเป็นที่มาของพระที่นั่ง

    Siam Sophit Purple Edition

    พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท: ถ่ายทอดผ่านลายดอกบัวและสระบัวในสวรรค์ชั้นดุสิตอันเป็นที่มาของชื่อพระราชวัง

    Siam Sophit Amber Edition

    พระที่นั่งบรมพิมาน: ถ่ายทอดผ่านลายปูนปั้นแบบศิลปะเรอเนสซองส์ที่ประดับตกแต่งพระที่นั่ง

    Siam Sophit Black Edition

    พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท: ลวดลายศิลปะไทยที่ผสมผสานศิลปะตะวันตกจนเกิดความเป็นไทยร่วมสมัย
    ซึ่งปรากฏอยู่ในพระที่นั่ง

    Siam Sophit Aquamarine Edition

    พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน: ถ่ายทอดผ่านลายก้อนเมฆและท้องฟ้าซึ่งเป็นลวดลายจิตรกรรมฝาผนังในพระที่นั่ง

    Siam Sophit Blue Edition

    พระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท: ลวดลายนกยูงและกินรีอันเป็นตัวแทนจากสัตว์ในป่าหิมพานต์ซึ่งมีเขาไกรลาศ เป็นศูนย์กลางและเป็นที่ประทับของพระศิวะ

    กระเป๋าผ้าไทยที่มาพร้อมกับดีไซน์อันมีเอกลักษณ์และฟังก์ชั่น

    CHARAT SIAM

    นอกจากนี้มีกระเป๋าหลากรูปทรงที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เนรมิตจากผ้าทอจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด
    จังหวัดอยุธยา
    ที่ผ่านการเลือกสรรและตกแต่งด้วยงานปักซึ่งมาเพิ่มเอกลักษณ์ให้กับกระเป๋าแต่ละใบ

    Charat Siam Clutch Ruby Edition

    กระเป๋าคลัทช์ (Clutch) รูปทรงซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยม พร้อมด้วยสายโซ่สะพายไหล่

    Charat Siam Top Handle Bag Amber Yellow Edition

    กระเป๋าถือขนาดกะทัดรัดพร้อมหูจับ (Top Handle) พร้อมด้วยสายโซ่สะพายไหล่

    Charat Siam Vanity Case Red Brown Edition

    กระเป๋าทรงกล่อง (Vanity Case) สำหรับใส่ของใช้ส่วนตัว

    Charat Siam Pyramid Wristlet Bag Onyx Edition

    กระเป๋าทรงพีระมิด (Pyramid) มีความโดดเด่นเหมาะสำหรับถือไปงาน

    Charat Siam Bucket Bag Tango Orange Edition

    กระเป๋าทรงบัคเก็ต (Bucket) มาพร้อมดีไซน์ที่ตอบโจทย์ฟังก์ชั่นใส่ของได้หลายชิ้น เหมาะสำหรับถือตลอดทั้งวัน

    ร่วมสืบสานงานหัตถศิลป์ไทย S’CRAFT: Craftsmanship 2026 คอลเลคชั่นกระเป๋าผ้าไหมไทยประจำปีโดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ ICONCRAFT ไอคอนสยามที่เล่าขานเรื่องราวอันทรงคุณค่าจากราชสำนักสู่งานฝีมือของช่างไทยอันเปรียบได้กับงานศิลปะอันน่าสะสมและทรงคุณค่าเพียงหนึ่งเดียว

    #SCRAFT2026
    #SIRIVANNAVARI
    #ICONCRAFT

  • Fashion - Lifestyle

    สยาม ทาคาชิมายะ เปิดตัว LA COUSETTE แลนดิ้งครั้งแรกในไทย! กระเป๋าผ้าไนลอนดีไซน์ชิค น้ำหนักเบา ส่งตรงจากญี่ปุ่น ณ ไอคอนสยาม

    สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม เปิดตัว LA COUSETTE (ลา คูเซตต์) แบรนด์กระเป๋าสุดฮิตส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ไอเทมชิ้นเด่นที่จะมาช่วยเสริมภาพลักษณ์ของผู้หญิงยุคใหม่ให้ดูดีมีสไตล์ ลาคูเซตต์ถ่ายทอดแนวคิด “EASY BAG” ผ่านกระเป๋าดีไซน์คลาสสิกที่ผสานความอเนกประสงค์ได้อย่างลงตัว พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ สามารถใช้งานได้ทั้งในโอกาสทางการและวันสบายๆ ตั้งแต่วันทำงาน ชีวิตปะจำวัน ไปจนถึงช่วงเวลาพิเศษ เอกลักษณ์ของแบรนด์อยู่ที่เทคนิคการเย็บเมโร่ (Merrow Stitch) และการใช้ผ้าไนลอนคุณภาพ ซึ่งช่วยให้กระเป๋ามีน้ำหนักเบา ทำให้เติมเต็มความสนุกในการมิกซ์แอนด์แมตช์ให้เข้ากับทุกสไตล์การแต่งตัว

    ไฮไลต์ของการเปิดตัว LA COUSETTE ในครั้งนี้ สยาม ทาคาชิมายะ ได้อิมพอร์ตกระเป๋ามาให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าชาวไทยได้เลือกช็อปมากกว่า 50 ดีไซน์ ผสานความสวยงามและการใช้งานไว้ในหนึ่งเดียว ที่ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชื่อดัง คุณมิฮาระ ฮิเดกิ (Hideaki Mihara) นำโดย Scarf Collection คอลเลกชันสุดโดดเด่นที่นำลวดลายผ้าพันคอ มาถ่ายทอดลงบนกระเป๋าได้อย่างมีเอกลักษณ์ และคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ร่วมงานกับไอคอนิกคาแรกเตอร์ระดับตำนานอย่าง Hello Kitty มาร่วมสร้างสีสันและเพิ่มความสนุกสนานในการแต่งตัว นอกเหนือจากลวดลายพิเศษแล้ว แบรนด์ยังมี New Classic Collection กระเป๋าโทนสีพื้นเรียบโก้ให้เลือกสรรอีกหลากหลายโทนสีที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกวัน

    เพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง LA COUSETTE นำเสนอกระเป๋ารุ่นยอดนิยมนี้ใน 3 ขนาด เริ่มจากขนาด ‘SS Size’ ขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับวันสบาย ๆ พกพาของใช้จำเป็นสำหรับมื้อกลางวัน ไปคาเฟ่ หรือเดินเล่นในวันหยุด ถัดมาคือ ‘S Size’ ขนาดมาตรฐานสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน มอบความคล่องตัวในการสะพาย และขนาดใหญ่ ‘L Size’ ที่ออกแบบมาให้จุของได้หลากหลาย เหมาะสำหรับวันทำงานหรือการเดินทาง โดยกระเป๋าทุกใบสามารถพับเก็บได้อย่างสะดวก เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญให้กับคนพิเศษ หรือเป็นของขวัญสำหรับตัวคุณเอง

    พิเศษฉลองการเปิดร้านใหม่ รับฟรี! LA COUSETTE Tote Bag 1 ใบ (Limited Edition) เมื่อช็อปครบ 3,500 บาท ขึ้นไป ร่วมสัมผัสและเป็นเจ้าของกระเป๋าแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นได้แล้ววันนี้ที่บริเวณชั้น G ตั้งแต่ 29 กรกฏาคม – 16 สิงหาคม 2569 และหลังจากนั้นสามารถชมสินค้าได้ที่ชั้น 2 สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-011-7500 หรือทาง LINE: SIAM Takashimaya

  • Art - Fashion

    ไอคอนคราฟต์ ชวนพบกับนิยามใหม่ของแฟชั่นร่วมสมัยใน“KNOT : Knitting Nature and Ocean into Trends of Fashion”นิทรรศการและแฟชั่นโชว์สะท้อนแนวคิด Waste to Value ที่จะเปลี่ยนความยั่งยืนให้เป็นสไตล์วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม

    ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ แหล่งรวมงานคราฟต์สร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทยที่ใหญ่ที่สุด ร่วมกับหลักสูตรศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดนิทรรศการและแฟชั่นโชว์สุดสร้างสรรค์ “KNOT : Knitting Nature and Ocean into Trends of Fashion” ชวนสัมผัสมิติใหม่ของแฟชั่น ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ งานวิจัย และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน ผ่านแนวคิด Waste to Value กับการพัฒนาสีย้อมธรรมชาติจากวัสดุเหลือทิ้งในระบบนิเวศป่าชายเลน สู่การออกแบบแฟชั่นไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยที่สวมใส่ได้จริง โดยเปิดให้ผู้สนใจร่วมชมนิทรรศการตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569 และร่วมตื่นตากับแฟชั่นโชว์สุดพิเศษในวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม

    “KNOT : Knitting Nature and Ocean into Trends of Fashion” คือโปรเจ็กต์พิเศษ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์หลักสูตรศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ของ นายนภดล สังวาลเพ็ชร ภายใต้คำแนะนำของ ศาสตราจารย์ ดร.พัดชา อุทิศวรรณกุล โดยเกิดขึ้นจากความร่วมมือและการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน ทั้ง ไอคอนคราฟต์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ซึ่งร่วมกันผลักดันงานด้านการออกแบบ งานวิจัย และความยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

    ทั้งนี้นิทรรศการและแฟชั่นโชว์ “KNOT : Knitting Nature and Ocean into Trends of Fashion” ไม่ได้นำเสนอแฟชั่นเป็นเพียงเรื่องของรูปลักษณ์ แต่เป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงผู้คนกลับสู่ธรรมชาติ ผ่านแนวคิด Waste to Value ที่นำทรัพยากรเหลือทิ้งมาสร้างคุณค่าใหม่อย่างสร้างสรรค์ ด้วยการพัฒนาสีย้อมธรรมชาติจากวัสดุเหลือทิ้งในระบบนิเวศป่าชายเลน จนกลายเป็นแฟชั่นที่เปี่ยมด้วยความหมาย ผสานนวัตกรรม งานวิจัย และความยั่งยืนเข้าไว้ในชิ้นงานเดียวกันอย่างกลมกลืน โดยภายในงานจะนำเสนอแฟชั่นคอลเลกชันจำนวน 12 ชุด ภายใต้ 3 ธีมหลัก ได้แก่ Urban Sport Weekend, Adventure Sportwear และ Extreme Sportwear ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากเส้นสายของรากโกงกาง การเคลื่อนไหวของคลื่นน้ำ และความงดงามของระบบนิเวศป่าชายเลน มาถ่ายทอดผ่านงานออกแบบร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ พร้อมสะท้อนแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    มาค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ แฟชั่น และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวได้ในนิทรรศการ “KNOT : Knitting Nature and Ocean into Trends of Fashion” ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569 และเชิญร่วมสัมผัสแฟชั่นโชว์สุดพิเศษในวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONCRAFT

  • Fashion - Lifestyle

    สยาม ทาคาชิมายะ เผยโฉม ‘SIAM Takashimaya Luxe Hall’ รวมคอนเซ็ปต์สโตร์แบรนด์ดังระดับโลกเปิดนิยามใหม่ Seamless Luxury ที่เชื่อมต่อทุกจังหวะการช็อปปิงอย่างสมบูรณ์แบบ

    สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม มร.อัตสึชิ โอะคูโมริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม ทาคาชิมายะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ห้างฯ สยามทาคาชิมายะ ได้มีการเปิดโซน “SIAM Takashimaya Luxe Hall” เนรมิตพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ของชั้น M ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งประสบการณ์ช็อปปิงเหนือระดับ เพื่อเติมเต็มความสุนทรีย์ในทุกจังหวะของการเดินเลือกซื้อสินค้า โดยการพลิกโฉมพื้นที่ในครั้งนี้ มาพร้อมแนวคิด “Seamless Luxury Experience” ที่เน้นการออกแบบเชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนกลาง (Integrated Continuity) โดยปรับเปลี่ยนจากพื้นที่แบบ Open Space เดิม ให้กลายเป็นโซน Fashion Luxury Brand ที่ต่อเนื่องมาจากโซนหลักของไอคอนสยาม เพื่อสร้างความต่อเนื่องของพื้นที่ซึ่งหลอมรวมทุกสัมผัสแห่งความหรูหราให้ลื่นไหลเป็นหนึ่งเดียว ตกแต่งในสไตล์ Modern Luxury โดดเด่นด้วยงานออกแบบความร่วมสมัย ด้วยโทนสี Neutral เสริมความน่าสนใจด้วยโคมไฟเพดาน Abstract Modern Art ที่ช่วยสร้างมิติทางสายตาและบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าของไอคอนสยาม และสยาม ทาคาชิมายะ ได้อย่างชัดเจน”

    ภายในโซน SIAM Takashimaya Luxe Hall แห่งนี้ ได้รวบรวมเหล่าแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ที่พร้อมใจกันนำเสนอคอนเซ็ปต์สโตร์รูปแบบใหม่เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่พิเศษสุดสำหรับลูกค้าสยาม ทาคาชิมายะ สัมผัส DIOR Beauty ที่เปิดบูติคใหม่ที่ใหญ่ที่สุดใน South East Asia พร้อมลักชูรีแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Burberry และ RIMOWA ร่วมด้วยแบรนด์ PLEATS PLEASE ISSEY MIYAKE, BAO BAO ISSEY MIYAKE, me ISSEY MIYAKE, HOMME PLISSÉ ISSEY MIYAKE, MARIMEKKO, MAJE, SANDRO, JIM THOMPSON และความเที่ยงตรงเหนือระดับจาก LONGINES นอกจากนี้ยังเติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้วยแบรนด์เครื่องประดับอันประณีตและ แอคเซสซอรี จาก ARTS DE MAISON, ANTEPRIMA, PANDORA และ TUMI

    ร่วมสัมผัสรูปลักษณ์ใหม่และดื่มด่ำกับสุนทรียภาพแห่งการช็อปปิงที่เหนือระดับได้แล้ววันนี้ที่ SIAM Takashimaya Luxe Hall ชั้น M ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม จุดหมายปลายทางที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างมีระดับ สะท้อนเอกลักษณ์แห่งความหรูหราที่ผสานหัวใจบริการแบบญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-011-7500 หรือ Facebook: Siam Takashimaya

  • Fashion - Movie

    เริ่ดเลยล่ะ! “มารีญา” ร่วมพากย์เสียงไทยในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี“The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” ก่อนฉายจริง 30 เมษายนนี้ในโรงภาพยนตร์

    สร้างแรงสั่นสะเทือนจากวงการภาพยนตร์สู่แวดวงแฟชั่น เมื่อล่าสุด “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” เซอร์ไพรส์แฟน ๆ ชาวไทย ด้วยการเปิดตัว “มารีญา พูลเลิศลาภ” นางแบบ นักแสดง และนางงามขวัญใจใครหลายคน เป็นหนึ่งในนักพากย์คนดังผู้ร่วมพากย์เสียงภาษาไทยในภาพยนตร์ภาคต่อสุดไอคอนิกแห่งยุค งานนี้ไม่เพียงสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ เจ้าตัวเองก็ดีใจไม่น้อยที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างตำนานบทใหม่กับเหล่าไอคอนระดับตัวแม่ ส่วนใครที่อยากรู้ว่า มารีญาจะพากย์เสียงเป็นตัวละครไหน ต้องไปลุ้นกันในโรงภาพยนตร์ 30 เมษายนนี้

    การร่วมเป็นหนึ่งในทีมพากย์เสียงภาษาไทยในภาพยนตร์ “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” เรียกได้ว่าเป็นบทบาทใหม่ของมารีญาในแวดวงภาพยนตร์และวงการแฟชั่น หลังฝากภาพจำจากการเป็นเมนเทอร์ของรายการเรียลลิตี้ชื่อดัง The Face Thailand มาแล้วก่อนหน้านี้ โดยเธอเผยว่า เป็นแฟนภาพยนตร์ที่ชื่นชอบทั้งเรื่องราวและประทับใจในทุกตัวละครของ The Devil Wears Prada อยู่แล้ว โดยเฉพาะ Miranda Priestly ตัวแทนของผู้หญิงเก่งที่ขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของสายอาชีพด้านแฟชั่น จึงรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติ ที่ได้มีส่วนร่วมในภาพยนตร์ที่มีอิทธิพลกับคนในวงการแฟชั่นทั่วโลก

    “จำได้ว่าตอนดู The Devil Wears Prada ครั้งแรกรู้สึกว้าวมาก เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดความหรูหรา ความน่าหลงไหลของโลกแฟชั่นออกมาได้ดี ขณะเดียวกันก็สื่อให้เห็นถึงเบื้องหลังอุตสาหกรรมนี้ที่เต็มไปด้วยแรงกดดันและการแข่งขัน สะท้อนภาพชีวิตของคนทำงานที่ต้องเผชิญความท้าทายหลาย ๆ อย่าง พอรู้ว่าจะได้ดู The Devil Wears Prada 2 เลยตื่นเต้นสุด ๆ คาดเดาไปต่าง ๆ นานา ว่าทีมผู้สร้างจะเล่าเรื่องยังไง เพราะโลกแฟชั่นทุกวันนี้เปลี่ยนไปเยอะมาก  เลยตื่นเต้นที่จะได้เห็นเรื่องราวของตัวละครที่เรารักในบริบทใหม่ ๆ โดยเฉพาะ Miranda Priestly ที่ต้องมาเห็นว่า สิ่งที่เธอสร้างมากำลังถูกท้าทายจากโลกที่เปลี่ยนไป อยากเห็นค่ะว่าเธอจะยอมปรับตัวแค่ไหนโดยที่ไม่เสียตัวตนของตัวเอง” นักพากย์คนดังกล่าว

    แม้จะตื่นเต้นกับการได้ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของเหล่าไอคอนในเวอร์ชันภาษาไทยจนแทบเก็บอาการดีใจไม่ไหว แต่มารีญาก็ไม่เผลอเปิดเผยว่าตัวเองพากย์เสียงเป็นตัวละครใด เพราะอยากให้แฟน ๆ ได้คาดเดาและลุ้นไปด้วยกัน ก่อนไปค้นหาคำตอบในโรงภาพยนตร์ 30 เมษายนนี้

    และแล้ว 20 ปีหลังจากฝากการแสดงอันเป็นตำนานในบท Miranda, Andy, Emily และ Nigel — Meryl Streep, Anne Hathaway, Emily Blunt และ Stanley Tucci หวนคืนสู่ถนนสายแฟชั่นแห่งนครนิวยอร์ก และออฟฟิศสุดเฉียบของ Runway Magazine อีกครั้ง ในภาพยนตร์ภาคต่อที่ทั่วโลกรอคอย สานต่อปรากฏการณ์จากปี 2006 ที่เคยสร้างนิยามใหม่ให้กับทั้งเจเนอเรชันมาแล้ว
     
    นอกจากนี้ “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” ยังเป็นการกลับมารวมตัวอีกครั้งของทีมงานจากภาคแรก ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ David Frankel และนักเขียนบท Aline Brosh McKenna อีกทั้งยังเสริมทัพด้วยนักแสดงชุดใหม่ที่จะมาสร้างมิติใหม่ให้กับรันเวย์ อาทิ Kenneth Branagh, Simone Ashley, Justin Theroux, Lucy Liu, Patrick Brammall, Caleb Hearon, Helen J. Shen, Pauline Chalamet, B.J. Novak และ Conrad Ricamora พร้อมการกลับมาของ Tracie Thoms และ Tibor Feldman ในบท “Lily” และ “Irv” ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงความต่อเนื่องจากภาคแรก 
     
    “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” อำนวยการสร้างโดย Wendy Finerman และได้ Michael Bederman, Karen Rosenfelt และ Aline Brosh McKenna เป็นผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร 

    “ฝาก The Devil Wears Prada 2 ด้วยนะคะ ประสบการณ์การพากย์เสียงภาพยนตร์ระดับตำนานในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ท้าทายและมีความหมายมาก ๆ สำหรับมารีญา เลยอยากชวนทุกคนไปดูกันค่ะ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวงการแฟชั่นหรือไม่ เพราะจริง ๆ แล้วสารสำคัญของเรื่องไม่ได้เล่าถึงแค่แวดวงแฟชั่น แต่เป็นการเติบโต การเลือก และการเป็นตัวเองในโลกที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ซึ่งจะทำให้ทุกคนทั้งสนุกไปกับโลกแฟชั่นสุดเข้มข้น และได้อินไปกับเรื่องราวชีวิตที่สะท้อนตัวเราในแต่ละช่วงเวลาด้วย” มารีญาฝากผลงานล่าสุดของเธอ

    เตรียมพบกับนิยามใหม่ของคำว่าไอคอน ในสมรภูมิแห่งสไตล์และความมั่นที่จะสะกดทุกสายตากับ “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” 30 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

    โซเชียลมีเดีย:
    X: @20thCenturyTH
    Instagram: @20thCenturyStudiosTH
    Facebook: @20thCenturyStudiosTH
    Youtube: @20thCenturyStudiosTH
    Hashtag: #TheDevilWearsPrada2TH #นางมารสวมปราด้า2

  • Fashion

    ส่งตรงจากญี่ปุ่น! สยาม ทาคาชิมายะ ชวนอัปเดต 6 คีย์ลุคSpring/Summer 2026 กับเอ็กซ์คลูซีฟเจแปนแบรนด์ที่คุณต้องมี!

    ไม่ต้องบินไปถึงญี่ปุ่น ก็อัปเดตลุคใหม่ล่าสุดได้ก่อนใคร! สยาม ทาคาชิมายะ ตอกย้ำความเป็นหนึ่งเดียวของห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ปักหมุดเป็นแฟชั่นเดสทิเนชันที่พร้อมพาคุณไปสัมผัสกับ “Exclusive Japan Brands” คอลเลกชัน Spring/Summer 2026 สัมผัสเสน่ห์ของงานดีไซน์ที่ผสมผสานความคราฟต์เข้ากับความทันสมัยได้อย่างมีชั้นเชิง ตั้งแต่มนต์เสน่ห์ของคาแรกเตอร์สุดคิวท์ ไปจนถึงความเรียบหรูแบบ City Girl ที่สายแฟตัวจริงต้องรีบเช็กอินอัปเดตลิสต์ไอเทมโดยด่วนกับ 6 แฟชั่นแบรนด์ชั้นนำ อิมพอร์ตตรงจากรันเวย์ญี่ปุ่น ที่ชั้น M และ ชั้น 1 สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม

    • ANTEPRIMA (แอนทริพริม่า) | Spring–Summer 2026 ภูมิใจนำเสนอความร่วมมือสุดพิเศษกับศิลปินชาวญี่ปุ่นระดับนานาชาติ อิวาซากิ ทาคาฮิโระ (Iwasaki Takahiro) ผลงานของเขาสะท้อนแนวคิดเรื่อง “ความเปราะบางและความแข็งแกร่ง” “ความไม่เที่ยงและการสร้างใหม่” รวมถึง “ความทรงจำและการรับรู้” ซึ่งสอดคล้องอย่างลึกซึ้งกับปรัชญาของ ANTEPRIMA คอลเลกชันนี้ต่อยอดการสำรวจความงามจากวัตถุในชีวิตประจำวัน นำเสนอ WIREBAG ในรูปแบบประติมากรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “แปรงปัดมือ” รังสรรค์ด้วยวัสดุ Raffia Wire อันเป็นเอกลักษณ์ แต่ละชิ้นใช้เวลาในการผลิตประมาณ 21 ชั่วโมง ด้วยเส้นลวดขนาด 2 มม. สะท้อนแนวคิดที่ผสานศิลปะและงานฝีมือเข้าด้วยกันอย่างลงตัว อีกหนึ่งดีไซน์พัฒนาจาก Glitter Bag ถ่ายทอดมิติใหม่ผ่านองค์ประกอบประติมากรรมบริเวณส่วนบนของกระเป๋า ซึ่งประกอบด้วยนกกระเรียน ตึกสูง สายไฟ และเสาไฟ สะท้อนโลกขนาดจิ๋วในมุมมองของ Iwasaki Takahiro
    • SNIDEL (สไนเดล) | The “Breeze Wave” Vibes นิยามใหม่ของสไตล์ Modern Trad ที่พัดพาความสดชื่นมาพร้อมกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ SNIDEL ซีซันนี้โดดเด่นด้วยซิลูเอต Peplum และดีเทลระบายที่พลิ้วไหวประหนึ่งจังหวะของคลื่นน้ำ พิเศษสุดด้วยการร่วมงานกับ The New York Botanical Garden (NYBG) นำลวดลายพฤกษศาสตร์จากคลังภาพพิมพ์ระดับโลกมาดีไซน์ใหม่ลงบนผืนผ้า ในโทนสีครีมเบส ตัดกับสีเขียว และสีเหลือง ที่ดูเปี่ยมพลัง ให้ลุคที่ทั้งคลาสสิกและร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน
    • FRAY I.D (เฟรย์ ไอดี) | “Petal Bloom” Sophistication สะกดทุกสายตาด้วยแรงบันดาลใจจากกลีบดอกไม้ที่ซ้อนทับกันอย่างละเมียดละไม FRAY I.D นำเสนอความ Feminine ที่แข็งแกร่งและสง่างามแบบผู้หญิงในเมืองใหญ่ ผ่านเลเยอร์ผ้าชีฟองเนื้อบางและงาน Cutwork Lace ที่ละเอียดราวกับงานศิลปะ เพิ่มความเก๋ด้วยลาย Polka Dot กลิ่นอายเรโทรบนผ้าลินินที่ระบายอากาศได้ดี มาในโทนสี Citrus Yellow และ Blush Pink ที่ช่วยเติมความมีชีวิตชีวาให้กับลุค Daily Wear ได้อย่างไร้ที่ติ
    • CELFORD (เซลฟอร์ด) |”Beyond The Feel” เพราะแฟชั่นคือเรื่องของความรู้สึก CELFORD จึงนำเสนอคอลเลกชันที่เน้นการสัมผัสผ่านสายตาและผิวกาย ด้วยเนื้อผ้าที่เล่นกับแสงแดดฤดูใบไม้ผลิ และซิลูเอตที่เคลื่อนไหวอย่างสง่างามดั่งท่วงทำนองเพลง ทุกรายละเอียดถูกขัดเกลามาอย่างดีเพื่อเปลี่ยนความคุ้นเคยเดิมๆ ให้กลายเป็นความพิเศษที่สั่นสะเทือนถึงหัวใจ เป็นไอเทมที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงที่ต้องการความงามที่สัมผัสได้มากกว่าแค่ตาเห็น
    • GELATO PIQUE (เจลาโต้ ปิเก้) | Relax in “Your Own Time” ยกระดับความสุขของการอยู่บ้านให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่น่าหลงรัก กับรูมแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อโอบกอดช่วงเวลาพักผ่อนของคุณอย่างอ่อนโยนที่สุด คัดสรรวัสดุที่นุ่มละมุน และดีเทลสุดคิวท์ที่ทำให้ทุกเช้าไปจนถึงก่อนเข้านอนเป็นช่วงเวลาที่พิเศษ และเป็นความสุขเรียบง่ายที่ช่วยให้หัวใจได้พักผ่อนในบรรยากาศส่วนตัวที่คุณสามารถเลือกได้เองในทุกๆ วัน พร้อมพบกับไฮไลต์ Collaboration Collection ที่นำเสนอคาแรคเตอร์ระดับไอคอนอย่าง DORAEMON , PEANUTS และ SESAME STREET ในคอลเลกชันนี้
    • MAISON MAVERICK PRESENTS (เมซง มาเวอริค พรีเซ้นต์) | The Iconic “Mules” Movement ปิดท้ายด้วยไอเทมขายดีที่สายสตรีทลักชัวรีต้องมี กับการกลับมาของรองเท้าส้นสูงซิกเนเจอร์ “เดินสบาย วิ่งได้” ที่ผสานทั้งสไตล์และความสบายอย่างลงตัว ในซีซันนี้ปรับโฉมเป็นรองเท้า Mules ที่ผสานความสปอร์ตและความหรูหราเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ออกแบบมาเพื่อให้เป็น Base Item ที่สวมใส่ง่ายแต่คอมพลีทลุคได้สนุกขึ้น โดยเฉพาะเมื่อแมตช์กับถุงเท้าเก๋ๆ เพิ่มกิมมิคให้ทุกย่างก้าวดูมีคาแรกเตอร์ไม่ซ้ำใคร
      ก้าวเข้าสู่ซีซันใหม่ด้วยความเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใคร กับคอลเลกชัน Spring/Summer 2026 จาก 6 แบรนด์ แฟชั่นดังส่งตรงจากญี่ปุ่น และอีกมากมายกว่า 10 แบรนด์ดัง อาทิ Ball&Chain, A-Jolie, Vasic, Viva Heart, Red Card, Upper Heights และ Betty Smith ที่คัดสรรมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ ได้แล้ววันนี้เฉพาะที่ สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-011-7500 หรือ Facebook: SIAM Takashimaya
    #SiamTakashimaya #ExclusiveJapanBrands #ICONSIAM

  • Fashion - Lifestyle

    MCM ฉลองครบรอบ 50 ปี เปิดตัว MCM Lifestyle Store แห่งใหม่ที่ EmQuartier ประเทศไทย

    แบรนด์ลักชัวรีระดับโลก MCM เฉลิมฉลองการเปิดตัว MCM Lifestyle Store แห่งใหม่ ณ EmQuartier อย่างยิ่งใหญ่ นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ในประเทศไทย ในวาระก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ของแบรนด์ งานครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ MCM ในการผลักดันขอบเขตของความหรูหราร่วมสมัย พร้อมนิยามอนาคตของแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ผ่านการผสานดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งาน และความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม

    โอกาสสำคัญนี้ยังสะท้อนถึงบทบาทของ กรุงเทพฯ ในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมและแฟชั่นที่มีพลังของเอเชีย และยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเฉลิมฉลองวาระ 50 Years of Excellence and Beyond ของ MCM ในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางระดับโลกของแบรนด์

    ภายในงานได้รับเกียรติจากศิลปินระดับโลก MINGI จากวง ATEEZ มาร่วมเฉลิมฉลองในฐานะแขกพิเศษ พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ชั้นนำของไทยจากวงการบันเทิงและแฟชั่น อาทิ เบลล่า ราณี, เบคกี้ รีเบคก้า, แอลม่อน ภูมิสุวรรณ, โปรเกรส ภาสวิชญ์, เมเบิ้ล สิริวลี, แป้งจี่ ปภาวรินทร์ และ หมีพูห์ วิน ที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับค่ำคืนแห่งแฟชั่นครั้งนี้

    แขกผู้ร่วมงานต่างปรากฏตัวในลุคจากคอลเลกชัน MCM Spring/Summer 2026 ซึ่งสะท้อน DNA ของแบรนด์ที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผ่านแนวคิด “Made for Movement” ที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์ลักชัวรีของคนยุคใหม่ ไอเท็มสำคัญอย่างกระเป๋าซิกเนเจอร์ แอ็กเซสซอรี และเรดี้ทูแวร์ ถูกนำมามิกซ์แอนด์แมตช์ในแต่ละลุค โดยมีลวดลาย Visetos monogram อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ถูกนำมาผสานอย่างโดดเด่นในซิลูเอตของฤดูกาลนี้ ขณะเดียวกันยังเพิ่มลูกเล่นสนุกสนานผ่านคาแรกเตอร์ Rabot คาแรกเตอร์กระต่ายลูกผสมหุ่นยนต์ของ MCM ที่ช่วยเติมความขี้เล่นและความมีชีวิตชีวาให้กับคอลเลกชัน

    MCM ก่อตั้งขึ้นที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ในปี 1976 ท่ามกลางช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ และเติบโตเคียงข้างกระแสความคิดสร้างสรรค์ของโลก ตั้งแต่ฉากวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวาของยุโรปในยุค 1970s ไปจนถึงวัฒนธรรมฮิปฮอปของนิวยอร์กในยุค 1980s–1990s และต่อเนื่องมาสู่กระแสป๊อปและวัฒนธรรมเยาวชนของเอเชียในปัจจุบัน ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา แบรนด์ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมรักษาความเชื่อมโยงกับพลังทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมความหมายของลักชัวรีในยุคใหม่

    การเปิดตัว MCM Lifestyle Store ที่ EmQuartier จึงไม่ใช่เพียงการเปิดร้านแห่งใหม่ แต่ยังเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของ MCM ในประเทศไทย ที่เฉลิมฉลองอิทธิพลทางวัฒนธรรมตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตด้วยความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และจิตวิญญาณแห่งความเป็นตัวของตัวเอง

    เกี่ยวกับ MCM (Modern Creation München)
    MCM ก่อตั้งขึ้นในประเทศเยอรมนีเมื่อปี ค.ศ. 1976 โดยเริ่มต้นจากการเป็นแบรนด์ลักชัวรีที่นำเสนอทางเลือกใหม่ที่แตกต่างจากลักชัวรีแบบดั้งเดิม ในช่วงเวลานั้น MCM โดดเด่นด้วยการออกแบบแอคเซสซอรีและไลฟ์สไตล์ไอเทมที่สะท้อนความหรูหรา ความกล้า และความเป็นตัวของตัวเองของวัฒนธรรมเมืองมิวนิกในยุค 1970
    ปัจจุบัน MCM ยังคงสานต่อจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่จะแตกต่าง พร้อมนำเสนอรูปแบบใหม่ของแบรนด์ลักชัวรีที่ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีความคิดเป็นอิสระ ภายใต้การนำของ ซองจู คิม (Sung-Joo Kim) ซึ่งเข้าซื้อกิจการแบรนด์ในปี ค.ศ. 2005 MCM ได้พัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และแนวคิดด้านนวัตกรรมที่ก้าวไปข้างหน้า
    ปัจจุบัน MCM มีร้านค้ากว่า 584 แห่ง ใน 43 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมเมืองสำคัญระดับโลก เช่น มิวนิก เบอร์ลิน ซูริก ลอนดอน ปารีส นิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง โซล โตเกียว รวมถึงตะวันออกกลาง และเมืองสำคัญด้านลักชัวรีอื่น ๆ ทั่วโลก

    MCMWorldwide #MCMThailand #MCMLifestyleEMQ #MCMTHxMINGI