CSR

  • CSR

    LEPAS Thailand ร่วมฟื้นฟูจังหวัดน่าน ส่งต่อกำลังใจผ่านการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

    LEPAS Thailand ร่วมกับพันธมิตร หอการค้าจังหวัดพิษณุโลก กลุ่มบริษัท Vgroupcars, LEPAS พิษณุโลก, LEPAS นครสวรรค์ และ LEPAS เชียงใหม่ ตลอดจนกองทัพภาคที่ 3 (ทภ.3) ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและฟื้นฟูจังหวัดน่าน ภายหลังสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ โดยร่วมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อกำลังใจให้แก่พี่น้องชาวน่าน

    การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของ LEPAS Thailand และพันธมิตรทุกฝ่ายในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย พร้อมยืนเคียงข้างและให้ความช่วยเหลือชุมชนในช่วงเวลาที่ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยได้รับการสนับสนุนด้านพื้นที่และกำลังพลจากกองทัพภาคที่ 3 ในการลำเลียงสิ่งของไปยังพื้นที่ประสบภัยอย่างทั่วถึง

    “ทุกน้ำใจที่มอบให้ คือพลังใจที่ส่งต่อ ไม่ว่าความช่วยเหลือจะมากหรือน้อย ล้วนมีความหมายต่อผู้ที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นแรงสนับสนุนให้จังหวัดน่านฟื้นตัวได้อย่างเข้มแข็งโดยเร็ว”

    นายชาล หวัง
    ผู้อำนวยการ เลพาส ประเทศไทย (Country Director, LEPAS Thailand)

    LEPAS Thailand ขอร่วมส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกคน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้ จะช่วยให้จังหวัดน่านสามารถฟื้นฟูและก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ พร้อมเดินหน้าสู่การกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

    ติดต่อประสานงาน
    คุณรัฐกร เจ็งบำเพ็ญทาน โทร. 091-553-9969

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมด้านการตลาด
    คุณพัสตร์ดากานต์ รังสิโรจน์ โทร. 098-787-9291

    ติดตามข้อมูลข่าวสาร
    Facebook: LEPAS Thailand
    Instagram: Lepas.Thailand
    เว็บไซต์: lepasthailand.com

  • CSR

    บี.กริม ส่งมอบ “Fountain of Compassion” กลางสวนลุมพินีต่อยอดพื้นที่สีเขียวสู่แลนด์มาร์กพักผ่อนแห่งใหม่สำหรับทุกคน

    จากนโยบายของกรุงเทพมหานครในการสร้างเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชาวกรุงเทพฯ อย่างรอบด้าน บี.กริม องค์กรที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนานกว่า 148 ปี ส่งมอบ “Fountain of Compassion” หรือน้ำพุแห่งความโอบอ้อมอารี ให้แก่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้เป็นจุดพักผ่อนแห่งใหม่ภายในสวนลุมพินี เติมความสดชื่นและสร้างพื้นที่แห่งความสุขที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ท่ามกลางธรรมชาติใจกลางกรุงเทพมหานคร

    โครงการดังกล่าวจัดทำขึ้นเนื่องในสองวาระสำคัญ ได้แก่ วาระครบ 100 ปี วันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และวาระครบ 100 ปี สวนลุมพินี สวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทยอันเกิดจากพระราชดำริของพระองค์ และเป็นพระราชมรดกที่ยังคงสร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน

    น้ำพุตั้งอยู่ระหว่าง Lumpini Dog Park และทางขึ้นสู่สะพานเขียว เส้นทางเดินและทางจักรยานที่เชื่อมสวนลุมพินีกับสวนเบญจกิติ บริเวณแห่งนี้จึงมีผู้คนหลากหลายแวะเวียนผ่านในแต่ละวัน ทั้งครอบครัว เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ นักวิ่ง นักปั่นจักรยาน ตลอดจนผู้ที่พาสัตว์เลี้ยงมาใช้บริการสวน

    การส่งมอบน้ำพุจัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เรียบง่ายและอบอุ่น โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานบี.กริม คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ หม่อมหลวงสุดาวดี เกรียงไกร คุณนันทินี แทนเนอร์ และนายวันชัย ญาณอุบล ผู้จัดการมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตรา ร่วมชมความงดงามของน้ำพุ พร้อมรับฟังการบรรเลงทรัมเป็ตโดยนักดนตรีจากวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตรา เสียงดนตรี สายน้ำ และพื้นที่สีเขียวจึงหลอมรวมเป็นบรรยากาศแห่งความผ่อนคลายใจกลางเมือง

    ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ กล่าวว่า “เราหวังว่าน้ำพุแห่งนี้จะช่วยเติมความสดชื่น ความสงบ และความสุขให้แก่ทุกคนที่มาใช้สวนลุมพินี ทั้งยังเป็นอีกส่วนหนึ่งของความผูกพันที่บี.กริมมีต่อสวนแห่งนี้มาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา บี.กริมได้สนับสนุนวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตราในการจัด Concert in the Park เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สัมผัสดนตรีคลาสสิกโดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึงสนับสนุนการบูรณะอาคารบันเทิง หรือ B.Grimm Pavilion ให้กลับมาเป็นเวทีสำหรับดนตรีและศิลปะการแสดงอีกครั้ง เราเชื่อว่าธรรมชาติ ศิลปะ และวัฒนธรรมควรเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและมีความสุขร่วมกันได้”

    “B.Grimm Fountain of Compassion” เปิดให้ประชาชนและผู้มาเยือนสวนลุมพินีได้สัมผัสแล้ววันนี้ ในฐานะพื้นที่แห่งใหม่ที่เชื้อเชิญให้ทุกคนหยุดพัก สูดลมหายใจ และพบความสดชื่นท่ามกลางจังหวะชีวิตของเมืองใหญ่

  • Charity - CSR - Sports

    แมริออท บอนวอย สานต่อภารกิจเพื่อสังคมผ่านกีฬากอล์ฟจัด “Marriott Bonvoy Charity Golf Day” ปีที่ 5 หลังระดมทุนแล้วกว่า 10 ล้านบาท

    การแข่งขันกอล์ฟการกุศลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เตรียมกลับมาสร้างสถิติครั้งใหม่ด้วยการจัดแข่งขันในสองจุดหมายปลายทางยอดนิยม ณ จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน และกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 16 พฤศจิกายน เพื่อระดมทุนสนับสนุน มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ประเทศไทย, มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย, และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

    แมริออท บอนวอย โปรแกรมการท่องเที่ยวระดับรางวัลจาก แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ประกาศการกลับมาอีกครั้งของกิจกรรมการกุศลอันเป็นเอกลักษณ์ กับงานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทยช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยนับเป็นการจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยการขยายสู่ 2 สนามแข่งขัน ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต และกรุงเทพมหานคร

    • งานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย เป็นส่วนหนึ่งของโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ของ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ในประเทศไทย และสนับสนุน เสิร์ฟ360 (Serve360) แพลตฟอร์มด้านความยั่งยืนและผลกระทบเชิงสังคมระดับโลกของบริษัท
    • นับตั้งแต่การจัดงานครั้งแรกในปี 2565 กิจกรรมดังกล่าวสามารถระดมทุนเพื่อสนับสนุนองค์กรการกุศลในประเทศไทยได้แล้วมากกว่า 10 ล้านบาท
    • โดยในปีนี้การแข่งขันที่ภูเก็ตจะจัดขึ้น ณ สนามกอล์ฟ บลู แคนยอน คันทรี คลับ ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2569
    • ในส่วนการแข่งขันที่กรุงเทพฯจะจัดขึ้น ณ สนามกอล์ฟ ไทย คันทรี คลับ ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่จัดกิจกรรมใจกลางกรุงเทพฯ
    • ทั้งสองงานเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมแข่งขันแล้ววันนี้ ราคาแพ็คเกจครอบคลุมการแข่งขันกอล์ฟตลอดทั้งวัน ตลอดจนกิจกรรมพิเศษภายในสนาม ความบันเทิงหลากหลาย และ งานกาล่าดินเนอร์

    นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2565 กิจกรรมงานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) ในประเทศไทยสามารถระดมทุนเพื่อสนับสนุนองค์กรการกุศลและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรได้แล้วมากกว่า 10 ล้านบาท และในปี 2569 นี้ กิจกรรมจะกลับมายิ่งใหญ่กว่าที่เคย ด้วยการจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล 2 รายการ ณ บลู แคนยอน คันทรี คลับ จังหวัดภูเก็ต และ ไทย คันทรี คลับ กรุงเทพมหานคร ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดกิจกรรมนี้ขึ้นในกรุงเทพฯ

    นอกจากนี้ ในปีนี้ยังมีการขยายการสนับสนุนด้านการกุศลให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยรายได้จากกิจกรรมจะมอบให้แก่องค์กรที่ได้รับความไว้วางใจ 3 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ประเทศไทย มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานอันสำคัญขององค์กรเหล่านี้ในการพัฒนาชุมชน ช่วยคุ้มครองเด็กด้อยโอกาสจากการถูกแสวงหาประโยชน์ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของครอบครัวให้หลุดพ้นจากสภาวะความไม่พร้อมทางทุนทรัพย์

    กิจกรรมงานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) เป็นประสบการณ์การแข่งขันกอล์ฟการกุศลที่เปี่ยมด้วยสีสันและมิตรภาพ ซึ่งรวบรวมนักกอล์ฟจากทั่วโลกมาร่วมสนุกกับกิจกรรมและการแข่งขันหลากหลายรูปแบบตลอดเส้นทางแฟร์เวย์ โดยในปีนี้ ผู้เข้าร่วมจะได้ออกรอบ ณ สนาม Lakes Course ของ บลู แคนยอน คันทรี คลับ จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2569 พร้อมการแข่งขันในรูปแบบช็อตกันสตาร์ต (Shotgun Tournament) เพลิดเพลินไปกับความบันเทิงเหนือระดับ กิจกรรมพิเศษชิงรางวัล และเซอร์ไพรส์อีกมากมายที่กระจายอยู่ตลอดทั้ง 18 หลุม ต่อด้วยอีเว้นท์ที่กรุงเทพฯ ที่จะจัดขึ้น ณ สนามกอล์ฟ ไทย คันทรี คลับ ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 พบกับงานกอล์ฟการกุศลเต็มวัน ที่พร้อมมอบประสบการณ์สุดประทับใจให้แก่ทั้งนักกอล์ฟและผู้ร่วมงาน

    ในกิจกรรมทั้งสองรายการ ผู้เข้าร่วมงานจะได้เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพจาก แมริออท บอนวอย ออน วีล์ส (Marriott Bonvoy on Wheels) ขบวนฟู้ดทรัก รถจำหน่ายอาหารที่นำเสนอเมนูโดดเด่นจากโรงแรมและรีสอร์ตในเครือ แมริออท บอนวอย และก่อนที่กิจกรรมการแข่งขันจะจบลง ปิดท้ายค่ำคืนด้วยงานกาล่าดินเนอร์สุดพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองค่ำคืนแห่งการแบ่งปันและการกุศลร่วมกันอย่างงดงาม

    “งานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญประจำปีของเรา ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้มารวมตัวกันผ่านการแข่งขันกอล์ฟในบรรยากาศที่เป็นมิตร พร้อมร่วมระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการและองค์กรที่สร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ในโอกาสที่กิจกรรมนี้จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ขยายผลเชิงบวกของโครงการ และเปิดโอกาสให้ผู้คนได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น ผ่านแพลตฟอร์ม เสิร์ฟ360 (Serve360) ของแมริออท กิจกรรมนี้สามารถระดมทุนได้มากกว่า 10 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสทั่วประเทศไทย และเราภูมิใจที่ได้ขยายการสนับสนุนไปยังองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ควบคู่กับพันธมิตรระยะยาวของเราอย่างมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ประเทศไทย และ มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย เพื่อช่วยให้องค์กรเหล่านี้สามารถสานต่อภารกิจที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่ชีวิตผู้คนได้อย่างต่อเนื่อง” กล่าวโดย แบรด เอ็ดแมน (Brad Edman) รองประธานกรรมการประจำประเทศไทย กัมพูชา ลาว และเมียนมา แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล

    กิจกรรมงานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) ณ จังหวัดภูเก็ต เปิดจำหน่ายบัตรเข้าร่วมในราคา 5,900 บาทต่อท่าน ขณะที่กิจกรรมในกรุงเทพฯราคาบัตรเข้าร่วมงานอยู่ที่ 7,500 บาทต่อท่าน โดยราคาแพ็คเกจครอบคลุมประสบการณ์กอล์ฟตลอดทั้งวัน กิจกรรมภายในงาน อาหารว่างและเครื่องดื่มระหว่างออกรอบ และสิทธิ์เข้าร่วมงานกาล่าดินเนอร์ ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ที่ https://bit.ly/marriottcharitygolf2026 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/MBVGolfCharity

    สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการเดินทางและเข้าพัก สามารถสำรองห้องพักกับโรงแรมและรีสอร์ตในเครือ แมริออท บอนวอย ในจังหวัดภูเก็ตและกรุงเทพมหานคร ได้ที่ www.marriott.com/en/destinations/thailand.mi.

  • CSR - Education

    บี.กริม ผนึก จุฬาฯ และพันธมิตร เปิดเวที “Youth for Change” ชวนคนรุ่นใหม่ใช้ Mindfulness สร้างความเข้าใจระหว่างคนต่างวัย สู่สังคมไทยที่เติบโตไปด้วยกัน

    บี.กริม ร่วมกับ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (Thailand Institute for Mental Health Sustainability: TIMS) และ Sati App เปิดตัวโครงการ “Youth for Change: The Mindful Future Contest” เวทีสำหรับคนรุ่นใหม่ในการนำองค์ความรู้ด้าน Mindfulness มาผสานกับกระบวนการคิดเชิงนวัตกรรม เพื่อร่วมออกแบบแนวคิดและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความท้าทายของสังคม และสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เกียรติกล่าวเปิดงานและเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ณ อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


    โครงการ Youth for Change: The Mindful Future Contest เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และภาคีเครือข่าย โดยมุ่งสร้างพื้นที่การเรียนรู้ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ลงมือปฏิบัติจริง แลกเปลี่ยนมุมมองจากหลากหลายภาคส่วน และพัฒนาแนวคิดให้สามารถต่อยอดไปสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้จริง

    สำหรับปีนี้ โครงการจัดขึ้นภายใต้โจทย์ “ต่างวัย เข้าใจกัน ด้วยพลังสติ” โดยชวนคนรุ่นใหม่ร่วมกันค้นหาคำตอบว่า
    “เราจะใช้ Mindfulness เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างวัย และสร้างสังคมไทยที่เข้าใจกันมากขึ้นได้อย่างไร?”
    ภายในงานแถลงข่าวยังมีการจัดเสวนาพิเศษในหัวข้อ “Building a Better Society through Mindfulness: สำรวจบทบาทของ Mindfulness ในการพัฒนาคน สังคม และนวัตกรรม” โดยมี นายเกรียงไกร อยู่ยืน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายอมรเทพ สัจจะมุนีวงศ์ ผู้ก่อตั้ง Sati App ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของ Mindfulness ในการพัฒนาศักยภาพของคน การสร้างสุขภาวะที่ดี และการนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การสร้างนวัตกรรม ตลอดจนความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และภาคสังคมในการร่วมกันสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม


    จุฬาฯ มุ่งสร้างคนรุ่นใหม่สู่ Change Makers
    ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “เวทีแห่งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็น Change Makers ผู้ที่สามารถใช้ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจในมนุษย์ มาร่วมกันออกแบบอนาคตที่ดีกว่า ทั้งในระดับองค์กร ชุมชน และประเทศ”
    “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเชื่อว่า องค์ความรู้จะมีคุณค่าอย่างแท้จริงเมื่อสามารถนำไปสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม โครงการนี้จึงเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากโจทย์จริง ลงมือคิด ลงมือทำ และพัฒนาแนวคิดให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คนได้”
    อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ไม่ได้มุ่งสร้างเพียงผู้ชนะในการแข่งขัน แต่ต้องการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้และพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ มีสติ มีความรับผิดชอบต่อสังคม และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน


    บี.กริม ส่งต่อ “การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี” สู่คนรุ่นใหม่
    นายเกรียงไกร อยู่ยืน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
    “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บี.กริม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสุขภาวะของพนักงานอย่างเป็นระบบ เพราะเราเชื่อว่าสุขภาวะที่ดีเป็นทักษะพื้นฐานในการใช้ชีวิตและการทำงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน”
    แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับปรัชญา “การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี” (Doing Business with Compassion) ซึ่งให้ความสำคัญกับการมองคนเป็นคน ปฏิบัติต่อกันด้วยหัวใจ และเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง โดย บี.กริม เชื่อว่าความสำเร็จขององค์กรไม่ได้วัดจากผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนผ่านความสุข ความสัมพันธ์ที่ดี และคุณภาพชีวิตของผู้คนในองค์กรและสังคม
    “ด้วยเหตุนี้ บี.กริม จึงต้องการส่งต่อแนวคิดและทักษะดังกล่าวไปสู่คนรุ่นใหม่ผ่านโครงการ Youth for Change: The Mindful Future Contest โดยเริ่มต้นจากการเชื่อมต่อกับตนเอง (Connect to Self) เพื่อสร้างพื้นฐานใจที่เข้มแข็ง ก่อนส่งต่อความเข้าใจไปยังผู้อื่น (Connect to Others) และร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (Connect to Society)”
    “เราเชื่อมั่นว่า หากเราสามารถบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งสติและความโอบอ้อมอารีให้เติบโตในหัวใจของคนรุ่นใหม่ได้ตั้งแต่วันนี้ พวกเขาจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมให้เป็นสังคมที่พร้อมรับฟัง ใส่ใจกัน และปฏิบัติต่อกันด้วยหัวใจอย่างแท้จริง”
    เปิดโอกาสคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไอเดียสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลง
    สำหรับโครงการ Youth for Change: The Mindful Future Contest เปิดรับสมัครนิสิตและนักศึกษาระดับ ปวส. และปริญญาตรี จากทุกสถาบันการศึกษา รวมทีม 3–5 คน โดยสมาชิกในทีมต้องสังกัดสถาบันการศึกษาเดียวกัน เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวคิดและนวัตกรรมภายใต้โจทย์ “ต่างวัย เข้าใจกัน ด้วยพลังสติ”
    ตลอดระยะเวลาของโครงการ ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรม Workshop และ Coaching จากผู้เชี่ยวชาญในด้าน Mindfulness, Psychology, Innovation รวมถึงการพัฒนาแนวคิด การสื่อสาร และการนำเสนอผลงาน พร้อมได้รับคำแนะนำจาก Mentor เพื่อพัฒนาแนวคิดให้สามารถต่อยอดไปสู่โครงการหรือแนวทางที่สร้างประโยชน์ต่อสังคมได้จริง
    ผู้เข้าร่วมจะได้มีโอกาส Pitch ผลงานต่อคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ และผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจะมีโอกาสนำเสนอในงาน Better Mind Better Bangkok 2026 พร้อมร่วมชิง เงินรางวัลรวม 60,000 บาท แบ่งเป็น รางวัลชนะเลิศ 30,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 20,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร โดยผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนจะได้รับเกียรติบัตร


    โครงการเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม – 13 กันยายน 2569 เวลา 23.59 น. ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียด คุณสมบัติ กติกา และเงื่อนไขของโครงการ และสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ https://forms.gle/BNF1FypNmdk4ckCf8


    เกี่ยวกับ Youth for Change: The Mindful Future Contest
    Youth for Change: The Mindful Future Contest เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บี.กริม สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) และ Sati App มีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และประยุกต์ใช้ Mindfulness ร่วมกับองค์ความรู้ด้านจิตวิทยาและกระบวนการคิดเชิงนวัตกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวคิดและแนวทางที่ตอบโจทย์ความท้าทายของสังคม และนำไปสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม


    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
    คุณอริสรา (แพท) โทร. 090-140-6757 อีเมล [email protected]

  • CSR - Health

    ฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ผนึกกำลัง ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิด “ห้องรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station)” แห่งแรกในศูนย์การค้า จังหวัดปทุมธานี ภายใต้โครงการ “ฟิวเจอร์ให้ใจ” เดินหน้าสร้างสังคมแห่งการให้

    บริษัท รังสิตพลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการสนับสนุนการจัดตั้งหน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) พร้อมเปิด“ห้องรับบริจาคโลหิตสภากาชาดไทย” ภายใต้โครงการ “ฟิวเจอร์ให้ใจ” ซึ่งนับเป็นหน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่แห่งแรกในศูนย์การค้า จังหวัดปทุมธานี เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในจังหวัดปทุมธานี และพื้นที่ใกล้เคียง สามารถเข้าถึงการบริจาคโลหิตได้ง่าย สะดวก และต่อเนื่องตลอดทั้งปี

    พร้อมร่วมสร้างสังคมแห่งการให้ และเสริมสร้างความมั่นคงของปริมาณโลหิตสำรองสำหรับการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ โดยห้องรับบริจาคโลหิตสภากาชาดไทย ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ฝั่งอีสต์ สเปลล์ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค เปิดรับบริจาคทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 – 18.00 น. (ปิดทำการ 1 มกราคม ของทุกปี)

    พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ได้รับเกียรติจากนายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยและนางสาวจิตตินันท์ หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการร่วม – กลุ่มงานธุรกิจ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ร่วมลงนาม โดยมี นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และนายดนัยธนิต พิศาลบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พูลผล จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน ก่อนประกอบพิธีเปิดห้องรับบริจาคโลหิตสภากาชาดไทย อย่างเป็นทางการ

    นางสาวจิตตินันท์ หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการร่วม – กลุ่มงานธุรกิจ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่ผ่านมา ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ มีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ในการสนับสนุนพื้นที่จัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับการดำเนินงานจากหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ สู่หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการบริจาคโลหิตได้สะดวกยิ่งขึ้น และเป็นพื้นที่แห่งการให้ที่พร้อมส่งต่อความช่วยเหลือ ความหวัง และโอกาสในการมีชีวิตแก่ผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ ‘ฟิวเจอร์ให้ใจ’ ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมอย่างยั่งยืน”

    นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย กล่าวว่า “การจัดตั้งหน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายศักยภาพการสร้างเครือข่ายการจัดหาโลหิตของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการบริจาคโลหิตได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ความร่วมมือจากภาคเอกชนในครั้งนี้จะช่วยเสริมความมั่นคงของปริมาณโลหิตสำรองสำหรับใช้รักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ ทั้งในภาวะปกติ และในช่วงเวลาที่เกิดภาวะการขาดแคลนโลหิต พร้อมสะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการร่วมสร้างสังคมแห่งการให้”

    ด้าน รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) แห่งนี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงการบริจาคโลหิตให้แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือ จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดใกล้เคียง โดยเปิดให้บริการทุกวัน ช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลา และการเดินทาง และเป็นกำลังสำคัญในการเพิ่มปริมาณโลหิตสำรองสำหรับการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ”

    ห้องรับบริจาคโลหิตสภากาชาดไทย ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ฝั่งอีสต์ สเปลล์ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 – 18.00 น. (ปิดให้บริการวันที่ 1 มกราคมของทุกปี) ภายในมีเตียงบริจาคโลหิต จำนวน 7 เตียง พร้อมรองรับ ผู้บริจาคโลหิตได้ประมาณ 150–180 คนต่อวัน ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในจังหวัดปทุมธานี และพื้นที่ใกล้เคียง ให้สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผ่านการบริจาคโลหิตได้อย่างสะดวก และต่อเนื่อง

    ความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัท รังสิตพลาซ่า จำกัด ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จังหวัดปทุมธานี และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ในการร่วมกันสร้างสังคมแห่งการให้ พร้อมส่งเสริมให้การบริจาคโลหิตเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคงของระบบโลหิตสำรองของประเทศ และส่งต่อโอกาสในการมีชีวิตแก่ผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตทั่วประเทศอย่างยั่งยืน

  • CSR - Environment - Sustainability

    สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเปิดงาน “YOUNG รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE” โดยมี บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมรับเสด็จและสนับสนุนการอนุรักษ์ทะเลไทย

    สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานมหกรรมนิทรรศการด้านการอนุรักษ์ทะเลแห่งปี “Young รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE : สร้างโลกทะเลใหม่ ด้วยมือเรา” ณ NEX HALL ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดโดยมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผนึกกำลังร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และคนรุ่นใหม่ ในโอกาสนี้ ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เข้าเฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมเข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณ ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนมอบเงินจำนวน 2,000,000 บาท แก่ มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยฯ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภารกิจฟื้นฟูและปกป้องระบบนิเวศทางทะเลของประเทศไทยอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ณ NEX Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

    มหกรรมนิทรรศการ “YOUNG รักษ์ทะเล : SEA THE CHANGE สร้างโลกทะเลใหม่ ด้วยมือเรา” เปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยได้เรียนรู้ ลงมือทำ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการกอบกู้ท้องทะเลไทย โดยมีจุดเด่นสำคัญของงานคือการนำเสนอ Immersive Experience 360 องศา ที่พาผู้เข้าชมจำลองการดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลผ่านภาพและระบบเสียงรอบทิศทาง

    พร้อมเรียนรู้เรื่องราววิกฤติทะเลไทยและแนวทางการร่วมแก้ไขปัญหาด้วยวิธีง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม – 12 สิงหาคม 2569 ณ NEX Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและเยาวชนได้เรียนรู้ ลงมือทำ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์และฟื้นฟูท้องทะเลไทยอย่างยั่งยืน

  • Charity - CSR

    บี.กริม และ บางกอกโพสต์ ชวนคนไทยร่วมวิ่งเพื่อสุขภาพและร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา ผ่าน Bangkok Post International Mini Marathon 2026 Run For Nurses

    บริษัท บี.กริม ร่วมกับ บริษัท บางกอก โพสต์ จำกัด (มหาชน) จัดงานแข่งขัน เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ การกุศล Bangkok Post International Mini Marathon 2026: Run For Nurses (ครั้งที่15) ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อนำรายได้จากการสมัครหลังหักค่าใช้จ่ายในการจัดงาน ช่วยเหลือและสนับสนุนด้านการศึกษาให้กับนักเรียนพยาบาล ผ่านทางมูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

    ภายในงานมี นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วย นายดอน ทยาทาน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิศวกรรม เทคโนโลยี พัฒนาโครงการและการก่อสร้าง บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) นายศูนย์รัฐ บุณยมณี บรรณาธิการ บางกอกโพสต์ นางสาวอธิชาภรณ์ จันทร์ประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท บี.กริม ฟาร์มา และนายแพทย์ สุวัช เซียศิริวัฒนา รองประธานมูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ สวนหลวง ร.9 กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569

    นายดอน ทยาทาน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิศวกรรม เทคโนโลยี พัฒนาโครงการและการก่อสร้าง บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM กล่าวว่า การจัดงานแข่งขัน เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพการกุศลฯ ในปีนี้ ยังมุ่งรณรงค์ให้ประชาชนคนไทยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ด้วยการ เดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพ แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ มินิ มาราธอน (Mini Marathon) ระยะทาง 10 กิโลเมตร ไมโคร มาราธอน (Micro Marathon) ระยะทาง 5 กิโลเมตร และฟันรัน (Fun Run) ระยะทาง 3 กิโลเมตร ตั้งแต่เวลา 05.00 – 08.00 น. โดยมีจุดเริ่มต้นและเส้นชัย ณ บริเวณ ประตู 4 ดาวเรือง สวนหลวง ร.9 กรุงเทพมหานคร โดยปีนี้ได้รับการตอบรับจากประชาชนเข้าร่วมแข่งขันอย่างล้นหลามกว่า 2,500 คน

    มูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก่อตั้งขึ้นในปี 2523 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณแห่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ต่อมาในปี 2533 จึงได้ตั้ง “ทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90” เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมายุครบ 90 พรรษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสำหรับจัดสรรให้แก่นักศึกษาพยาบาลจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สังกัด สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข ที่มีผลการเรียนและความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยมอบทุนให้ตลอดหลักสูตร4ปี จนปัจจุบันมูลนิธิฯ ได้จัดสรรทุนให้ไปแล้วกว่า 36ปี เป็นจำนวน 11,144 ทุน โดยเป็นนักศึกษาพยาบาลจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี 30 แห่ง ทั่วประเทศ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพอากาศ และวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ โดยมูลนิธิฯ มุ่งหวังว่านักเรียนพยาบาลที่ได้รับ “ทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90” เหล่านี้ จะยึดมั่นในอุดมการณ์ของวิชาชีพพยาบาล และดำรงตนอย่างผู้เสียสละตามแบบอย่างที่ได้เรียนรู้ในพระจริยวัตรของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคม และประเทศชาติสืบต่อไป

  • CSR

    บี.กริม เพาเวอร์ มอบเครื่องดนตรีวงโยธวาทิตกว่า 2.1 ล้านบาท สร้างโอกาสทางการศึกษา พัฒนาเยาวชนสกลนครผ่านพลังดนตรี

    บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านการพัฒนาสังคมและการศึกษา สนับสนุนเครื่องดนตรีวงโยธวาทิตเพื่อการศึกษาแก่โรงเรียนกุดเรือคำพิทยาคาร จังหวัดสกลนคร มูลค่ารวม 2,129,000 บาท เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านดนตรี เปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงทรัพยากรทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม และพัฒนาศักยภาพสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ
    พิธีส่งมอบจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 โดยได้รับเกียรติจาก นายณรงณ์ เห็นหลอด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร เป็นประธานรับมอบ พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

    ในการนี้ ได้มีคณะผู้แทนจากบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ และผู้แทนจากบริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด ร่วมส่งมอบเครื่องดนตรีให้แก่โรงเรียนกุดเรือคำพิทยาคาร เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนและพัฒนาศักยภาพของนักเรียนในระยะยาว รวมไปถึงเป็นการส่งเสริมศักยภาพวงโยธวาทิตของโรงเรียนเพื่อเข้าแข่งขันในเวทีระดับประเทศ อีกด้วย
    บี.กริม เพาเวอร์ เชื่อว่าการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคนและสังคมอย่างยั่งยืน ขณะที่ดนตรีเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมทักษะรอบด้าน ทั้งความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ วินัย และความมั่นใจในตนเอง ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญสำหรับการเติบโตของเยาวชนในศตวรรษที่ 21 การสนับสนุนครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และภาคศิลปวัฒนธรรม โดยมีมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า และบริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด ร่วมเป็นพันธมิตรในการผลักดันโครงการ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาด้านดนตรีให้กับเยาวชนในพื้นที่ และสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่
    ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บี.กริม เพาเวอร์ ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคม (Creating Shared Value) ผ่านการพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทย อันเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตที่ยั่งยืน

  • CSR - Environment - Sustainable

    “กลุ่มพูลผล” ผนึกคู่ค้า พันธมิตร จัดงานสัมมนาประจำปี POONPHOL GROUP FORWARD KNOWLEDGE SYNERGY 2026พลิกฟื้นสู่อนาคตสีเขียวเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนธุรกิจเคียงคู่เศรษฐกิจไทย

    บริษัท เอสเอ็มเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์นํ้ามันพืช จำกัด และบริษัท สิทธินันท์ จำกัด บริษัทในกลุ่มพูลผล (Poonphol Group) จัดงานสัมมนา POONPHOL GROUP FORWARD KNOWLEDGE SYNERGY 2026 โดยครั้งนี้มุ่งเน้นกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด “พลิกฟื้นสู่อนาคตสีเขียวเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน” ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่าง “กลุ่มพูลผล” มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี และคู่ค้า โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าชุมชนอย่างยั่งยืน ตลอดจนเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านความยั่งยืนและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กร ระหว่างวันที่ 3-4 เมษายน 2569 ณ ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมวิมานดิน มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี

    นายเพชร หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มพูลผล” มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเคียงคู่สังคมไทย โดยร่วมพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศไทยตลอดระยะเวลา 85 ปีที่ผ่านมา พร้อมให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อกลุ่มลูกค้าและคู่ค้าธุรกิจ ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อน “กลุ่มพูลผล” จนได้รับความเชื่อมั่นและเสียงชื่นชมจากลูกค้าและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    นายเขม หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอ็มเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้ ทางกลุ่มฯ จึงถือโอกาสในการเชิญคู่ค้า และหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยผนึกกำลังสร้างฝายชะลอนํ้า จํานวน 20 ฝาย และร่วมปลูกต้นทองอุไรและต้นกัลปพฤกษ์ จํานวน 200 ต้น พร้อมกิจกรรมอื่นๆ ที่มุ่งกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดีที่เข้มแข็งระหว่างชุมชน องค์กรและสังคม

    นอกจากนี้ ยังมีการจัดสัมมนาโดยเน้นการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน โดยผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆของกลุ่มพูลผล ประกอบด้วย หัวข้อ Building a Sustainable Future with SMS : Confidence through Traceable Supply โดย ดร.ศิวรัตน์ บุณยรัตกลิน ผู้ช่วยผู้อํานวยการฝ่ายนวัตกรรม, หัวข้อ “เทคโนโลยีเพื่ออนาคต” และ ดร.เกื้อกูล ปิยะจอมขวัญ ผู้ช่วยกรรมการจัดการสายงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ และ หัวข้อ”พลังความร่วมมือ สร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน” โดยคุณภานุวัฒน์ ยีหวังเจริญ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารความยั่งยืนองค์กร

    กลุ่มพูลผล มุ่งมั่นในการดำเนินงานตามทิศทางองค์กรเพื่อก้าวสู่เป้าหมาย พร้อมสอดรับนโยบายภาครัฐ ภาคสังคม ผู้บริโภค ภายใต้แนวคิดความยั่งยืน (Sustainability) โดยเน้นส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง สู่การพัฒนากระบวนการบริหารองค์กรเพื่อมุ่งสู่ระดับสากล โดยพร้อมเดินหน้าเติบโตเคียงคู่เศรษฐกิจ สังคมไทย และเป็นส่วนหนึ่งของกระแสโลกในยุคที่มีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

  • CSR

    “น้ำมันพืชกุ๊ก” รับรางวัล CSR-DIW Continuous Award ปี 2569ตอกย้ำมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม ก้าวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

    นายเพชร หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด เข้ารับรางวัล CSR-DIW Continuous Award ประจำปี 2569 จาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม จัดโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมอบให้แก่สถานประกอบการที่ให้ความสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงาน และปฏิบัติตามมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) ได้อย่างครบถ้วน โดยงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลดังกล่าว ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพคเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569

    นายเพชร กล่าวว่า บริษัทฯ ได้รับรางวัล CSR-DIW Continuous Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม ผ่านแนวทางที่สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเริ่มจากการเสริมสร้างจิตสำนึกด้านความยั่งยืนให้กับพนักงานภายในองค์กร ภายใต้ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social), และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และขยายผลด้วยการสนับสนุนให้ความรู้กับชุมชนภายนอก เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืน โดยมีโครงการสำคัญที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
    โครงการ “คัดแยกขยะสัญจร และธนาคารขยะ” โดยจัดกิจกรรม ส่งเสริมการคัดแยกขยะอย่างถูกต้องในชุมชนและโรงเรียน พร้อมระบบ “แลกเปลี่ยนขยะรีไซเคิลเป็นมูลค่า” คืนกลับให้คนในพื้นที่ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการบริหารจัดการขยะ พร้อมกระตุ้นจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและผลักดันแนวทางการจัดการขยะที่เป็นรูปธรรม เพื่อช่วยลดขยะฝังกลบและเพิ่มประสิทธิภาพการนำกลับมาใช้ใหม่มากขึ้น

    โครงการ “กุ๊กขอเก็บ” ซึ่งต่อยอดจากโครงการ “คัดแยกขยะสัญจร” โดยบริษัทฯ ได้จัดทำตู้เก็บขวด PET และกระป๋องอลูมิเนียม เพื่อส่งเสริมการการคัดแยกขยะ และเพิ่มมูลค่าขยะ โดยการรีไซเคลหรืออัพไซคลิ่งให้สามารถนำกลับใช้ประโยชน์ได้ พร้อมเชิญชวนคนในชุมชน ร้านค้า เข้าร่วม ด้วยการนำขวด PET หรือกระป๋องอลูมิเนียม มาหย่อนลงตู้เพื่อสะสมคะแนน นำไปใช้แลกของ หรือ ส่วนลดสินค้าของร้านค้าที่เข้าร่วม เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม
    โครงการโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า ORGANIC WASTE การส่งเสริม การจัดการขยะอินทรีย์อย่างยั่งยืน ด้วยหนอน BSF (Black Soldier Fly) โดยนำไปเพิ่มมูลค่าเป็น “ปุ๋ยดินดำ” รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการนี้ อาทิ ปลอกดักแด้ หนอนสด และไข่หนอน ตลอดจนพัฒนา “ศูนย์เรียนรู้” เพื่อสร้างความตระหนักและส่งเสริมการสร้างอาชีพให้กับชุมชน โดยเริ่มต้นที่โรงเรียนเกาะสีชัง และขยายผลสู่โรงเรียนอื่นๆ
    โครงการ “น้ำมันเก่าแลกใหม่” โดยการตั้งจุดรับแลกน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว ณ สถานีบริการน้ำมันบางจากในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อส่งเสริมการคัดแยกของเสียอย่างมีคุณค่า และผลักดันการนำของเสียกลับมาสร้างประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
    สำหรับรางวัล CSR-DIW Continuous Award เป็นรางวัลที่มอบให้แก่บริษัทฯ ที่มีมาตรฐานการทำงานภายใต้การปฏิบัติตามมาตรฐานความรับผิดชอบของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ครอบคลุมแนวทางทั้ง 7 ด้าน คือ การกำกับดูแลองค์กร สิทธิมนุษยชน การปฏิบัติด้านแรงงาน การดูแลสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานอย่างเป็นธรรม ความใส่ใจต่อผู้บริโภค และการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชน ซึ่งการได้รับรางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจขององค์กรต่างๆ ในการรักษามาตรฐานการทำงาน ในด้านการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และการพัฒนาอย่างยั่งยืน