CSR

  • Charity - CSR

    บี.กริม และ บางกอกโพสต์ ชวนคนไทยร่วมวิ่งเพื่อสุขภาพและร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา ผ่าน Bangkok Post International Mini Marathon 2026 Run For Nurses

    บริษัท บี.กริม ร่วมกับ บริษัท บางกอก โพสต์ จำกัด (มหาชน) จัดงานแข่งขัน เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ การกุศล Bangkok Post International Mini Marathon 2026: Run For Nurses (ครั้งที่15) ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อนำรายได้จากการสมัครหลังหักค่าใช้จ่ายในการจัดงาน ช่วยเหลือและสนับสนุนด้านการศึกษาให้กับนักเรียนพยาบาล ผ่านทางมูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

    ภายในงานมี นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วย นายดอน ทยาทาน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิศวกรรม เทคโนโลยี พัฒนาโครงการและการก่อสร้าง บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) นายศูนย์รัฐ บุณยมณี บรรณาธิการ บางกอกโพสต์ นางสาวอธิชาภรณ์ จันทร์ประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท บี.กริม ฟาร์มา และนายแพทย์ สุวัช เซียศิริวัฒนา รองประธานมูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ สวนหลวง ร.9 กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569

    นายดอน ทยาทาน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิศวกรรม เทคโนโลยี พัฒนาโครงการและการก่อสร้าง บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM กล่าวว่า การจัดงานแข่งขัน เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพการกุศลฯ ในปีนี้ ยังมุ่งรณรงค์ให้ประชาชนคนไทยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ด้วยการ เดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพ แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ มินิ มาราธอน (Mini Marathon) ระยะทาง 10 กิโลเมตร ไมโคร มาราธอน (Micro Marathon) ระยะทาง 5 กิโลเมตร และฟันรัน (Fun Run) ระยะทาง 3 กิโลเมตร ตั้งแต่เวลา 05.00 – 08.00 น. โดยมีจุดเริ่มต้นและเส้นชัย ณ บริเวณ ประตู 4 ดาวเรือง สวนหลวง ร.9 กรุงเทพมหานคร โดยปีนี้ได้รับการตอบรับจากประชาชนเข้าร่วมแข่งขันอย่างล้นหลามกว่า 2,500 คน

    มูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก่อตั้งขึ้นในปี 2523 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณแห่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ต่อมาในปี 2533 จึงได้ตั้ง “ทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90” เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมายุครบ 90 พรรษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสำหรับจัดสรรให้แก่นักศึกษาพยาบาลจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สังกัด สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข ที่มีผลการเรียนและความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยมอบทุนให้ตลอดหลักสูตร4ปี จนปัจจุบันมูลนิธิฯ ได้จัดสรรทุนให้ไปแล้วกว่า 36ปี เป็นจำนวน 11,144 ทุน โดยเป็นนักศึกษาพยาบาลจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี 30 แห่ง ทั่วประเทศ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพอากาศ และวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ โดยมูลนิธิฯ มุ่งหวังว่านักเรียนพยาบาลที่ได้รับ “ทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90” เหล่านี้ จะยึดมั่นในอุดมการณ์ของวิชาชีพพยาบาล และดำรงตนอย่างผู้เสียสละตามแบบอย่างที่ได้เรียนรู้ในพระจริยวัตรของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคม และประเทศชาติสืบต่อไป

  • CSR

    บี.กริม เพาเวอร์ มอบเครื่องดนตรีวงโยธวาทิตกว่า 2.1 ล้านบาท สร้างโอกาสทางการศึกษา พัฒนาเยาวชนสกลนครผ่านพลังดนตรี

    บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านการพัฒนาสังคมและการศึกษา สนับสนุนเครื่องดนตรีวงโยธวาทิตเพื่อการศึกษาแก่โรงเรียนกุดเรือคำพิทยาคาร จังหวัดสกลนคร มูลค่ารวม 2,129,000 บาท เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านดนตรี เปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงทรัพยากรทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม และพัฒนาศักยภาพสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ
    พิธีส่งมอบจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 โดยได้รับเกียรติจาก นายณรงณ์ เห็นหลอด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร เป็นประธานรับมอบ พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

    ในการนี้ ได้มีคณะผู้แทนจากบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ และผู้แทนจากบริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด ร่วมส่งมอบเครื่องดนตรีให้แก่โรงเรียนกุดเรือคำพิทยาคาร เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนและพัฒนาศักยภาพของนักเรียนในระยะยาว รวมไปถึงเป็นการส่งเสริมศักยภาพวงโยธวาทิตของโรงเรียนเพื่อเข้าแข่งขันในเวทีระดับประเทศ อีกด้วย
    บี.กริม เพาเวอร์ เชื่อว่าการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคนและสังคมอย่างยั่งยืน ขณะที่ดนตรีเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมทักษะรอบด้าน ทั้งความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ วินัย และความมั่นใจในตนเอง ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญสำหรับการเติบโตของเยาวชนในศตวรรษที่ 21 การสนับสนุนครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และภาคศิลปวัฒนธรรม โดยมีมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า และบริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด ร่วมเป็นพันธมิตรในการผลักดันโครงการ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาด้านดนตรีให้กับเยาวชนในพื้นที่ และสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่
    ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บี.กริม เพาเวอร์ ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคม (Creating Shared Value) ผ่านการพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทย อันเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตที่ยั่งยืน

  • CSR - Environment - Sustainable

    “กลุ่มพูลผล” ผนึกคู่ค้า พันธมิตร จัดงานสัมมนาประจำปี POONPHOL GROUP FORWARD KNOWLEDGE SYNERGY 2026พลิกฟื้นสู่อนาคตสีเขียวเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนธุรกิจเคียงคู่เศรษฐกิจไทย

    บริษัท เอสเอ็มเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์นํ้ามันพืช จำกัด และบริษัท สิทธินันท์ จำกัด บริษัทในกลุ่มพูลผล (Poonphol Group) จัดงานสัมมนา POONPHOL GROUP FORWARD KNOWLEDGE SYNERGY 2026 โดยครั้งนี้มุ่งเน้นกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด “พลิกฟื้นสู่อนาคตสีเขียวเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน” ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่าง “กลุ่มพูลผล” มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี และคู่ค้า โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าชุมชนอย่างยั่งยืน ตลอดจนเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านความยั่งยืนและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กร ระหว่างวันที่ 3-4 เมษายน 2569 ณ ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมวิมานดิน มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี

    นายเพชร หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มพูลผล” มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเคียงคู่สังคมไทย โดยร่วมพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศไทยตลอดระยะเวลา 85 ปีที่ผ่านมา พร้อมให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อกลุ่มลูกค้าและคู่ค้าธุรกิจ ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อน “กลุ่มพูลผล” จนได้รับความเชื่อมั่นและเสียงชื่นชมจากลูกค้าและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    นายเขม หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอ็มเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้ ทางกลุ่มฯ จึงถือโอกาสในการเชิญคู่ค้า และหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยผนึกกำลังสร้างฝายชะลอนํ้า จํานวน 20 ฝาย และร่วมปลูกต้นทองอุไรและต้นกัลปพฤกษ์ จํานวน 200 ต้น พร้อมกิจกรรมอื่นๆ ที่มุ่งกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดีที่เข้มแข็งระหว่างชุมชน องค์กรและสังคม

    นอกจากนี้ ยังมีการจัดสัมมนาโดยเน้นการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน โดยผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆของกลุ่มพูลผล ประกอบด้วย หัวข้อ Building a Sustainable Future with SMS : Confidence through Traceable Supply โดย ดร.ศิวรัตน์ บุณยรัตกลิน ผู้ช่วยผู้อํานวยการฝ่ายนวัตกรรม, หัวข้อ “เทคโนโลยีเพื่ออนาคต” และ ดร.เกื้อกูล ปิยะจอมขวัญ ผู้ช่วยกรรมการจัดการสายงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ และ หัวข้อ”พลังความร่วมมือ สร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน” โดยคุณภานุวัฒน์ ยีหวังเจริญ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารความยั่งยืนองค์กร

    กลุ่มพูลผล มุ่งมั่นในการดำเนินงานตามทิศทางองค์กรเพื่อก้าวสู่เป้าหมาย พร้อมสอดรับนโยบายภาครัฐ ภาคสังคม ผู้บริโภค ภายใต้แนวคิดความยั่งยืน (Sustainability) โดยเน้นส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง สู่การพัฒนากระบวนการบริหารองค์กรเพื่อมุ่งสู่ระดับสากล โดยพร้อมเดินหน้าเติบโตเคียงคู่เศรษฐกิจ สังคมไทย และเป็นส่วนหนึ่งของกระแสโลกในยุคที่มีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

  • CSR

    “น้ำมันพืชกุ๊ก” รับรางวัล CSR-DIW Continuous Award ปี 2569ตอกย้ำมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม ก้าวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

    นายเพชร หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด เข้ารับรางวัล CSR-DIW Continuous Award ประจำปี 2569 จาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม จัดโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมอบให้แก่สถานประกอบการที่ให้ความสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงาน และปฏิบัติตามมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) ได้อย่างครบถ้วน โดยงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลดังกล่าว ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพคเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569

    นายเพชร กล่าวว่า บริษัทฯ ได้รับรางวัล CSR-DIW Continuous Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม ผ่านแนวทางที่สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเริ่มจากการเสริมสร้างจิตสำนึกด้านความยั่งยืนให้กับพนักงานภายในองค์กร ภายใต้ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social), และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และขยายผลด้วยการสนับสนุนให้ความรู้กับชุมชนภายนอก เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืน โดยมีโครงการสำคัญที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
    โครงการ “คัดแยกขยะสัญจร และธนาคารขยะ” โดยจัดกิจกรรม ส่งเสริมการคัดแยกขยะอย่างถูกต้องในชุมชนและโรงเรียน พร้อมระบบ “แลกเปลี่ยนขยะรีไซเคิลเป็นมูลค่า” คืนกลับให้คนในพื้นที่ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการบริหารจัดการขยะ พร้อมกระตุ้นจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและผลักดันแนวทางการจัดการขยะที่เป็นรูปธรรม เพื่อช่วยลดขยะฝังกลบและเพิ่มประสิทธิภาพการนำกลับมาใช้ใหม่มากขึ้น

    โครงการ “กุ๊กขอเก็บ” ซึ่งต่อยอดจากโครงการ “คัดแยกขยะสัญจร” โดยบริษัทฯ ได้จัดทำตู้เก็บขวด PET และกระป๋องอลูมิเนียม เพื่อส่งเสริมการการคัดแยกขยะ และเพิ่มมูลค่าขยะ โดยการรีไซเคลหรืออัพไซคลิ่งให้สามารถนำกลับใช้ประโยชน์ได้ พร้อมเชิญชวนคนในชุมชน ร้านค้า เข้าร่วม ด้วยการนำขวด PET หรือกระป๋องอลูมิเนียม มาหย่อนลงตู้เพื่อสะสมคะแนน นำไปใช้แลกของ หรือ ส่วนลดสินค้าของร้านค้าที่เข้าร่วม เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม
    โครงการโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า ORGANIC WASTE การส่งเสริม การจัดการขยะอินทรีย์อย่างยั่งยืน ด้วยหนอน BSF (Black Soldier Fly) โดยนำไปเพิ่มมูลค่าเป็น “ปุ๋ยดินดำ” รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการนี้ อาทิ ปลอกดักแด้ หนอนสด และไข่หนอน ตลอดจนพัฒนา “ศูนย์เรียนรู้” เพื่อสร้างความตระหนักและส่งเสริมการสร้างอาชีพให้กับชุมชน โดยเริ่มต้นที่โรงเรียนเกาะสีชัง และขยายผลสู่โรงเรียนอื่นๆ
    โครงการ “น้ำมันเก่าแลกใหม่” โดยการตั้งจุดรับแลกน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว ณ สถานีบริการน้ำมันบางจากในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อส่งเสริมการคัดแยกของเสียอย่างมีคุณค่า และผลักดันการนำของเสียกลับมาสร้างประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
    สำหรับรางวัล CSR-DIW Continuous Award เป็นรางวัลที่มอบให้แก่บริษัทฯ ที่มีมาตรฐานการทำงานภายใต้การปฏิบัติตามมาตรฐานความรับผิดชอบของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ครอบคลุมแนวทางทั้ง 7 ด้าน คือ การกำกับดูแลองค์กร สิทธิมนุษยชน การปฏิบัติด้านแรงงาน การดูแลสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานอย่างเป็นธรรม ความใส่ใจต่อผู้บริโภค และการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชน ซึ่งการได้รับรางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจขององค์กรต่างๆ ในการรักษามาตรฐานการทำงาน ในด้านการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

  • CSR

    บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท สหพัฒนา อินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และพันธมิตร ได้แก่ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ส่งมอบเครื่องอุปโภค–บริโภคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ผ่านสภากาชาดไทยและหน่วยงานที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท

    ในการนี้ ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ และคุณนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย คุณธนินธร โชควัฒนา ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กรและธรรมาภิบาล บริษัท สหพัฒนา อินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ส่งมอบ โดยมี เภสัชกรหญิงสุมาลิน ศีลพิพัฒน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ ณ คลังสัมภาระผู้ประสบภัย สำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ สภากาชาดไทย

    นอกจากนี้ ยังได้มีการส่งมอบถุงยังชีพ ณ จุดรับบริจาคของโครงการ “สยามร่วมใจ ไทยช่วยไทย” ซึ่งเป็นโครงการของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ประสบเหตุอุทกภัย โดยมี คุณศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงินและบัญชี และ คุณเกรียงไกร อยู่ยืน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล เป็นผู้แทนบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ในการส่งมอบเครื่องอุปโภค–บริโภค ในครั้งนี้