Environment

  • Environment

    “น้ำมันพืชกุ๊ก” รับมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอนตอกย้ำความมุ่งมั่นลดก๊าซเรือนกระจก ก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero

    บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด โดยนายอดุลย์ เปรมประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นตัวแทนเข้ารับมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization : CFO) จาก ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ในพิธีในพิธีมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอน จัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) ณ ห้อง Conference Hall สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569


    นายอดุลย์ เปรมประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับนโยบายในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainability) และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีพันธกิจ “ส่งเสริมการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน” ด้วยการกำหนดการดำเนินการในด้านต่างๆ ประกอบด้วย การพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการทำงาน กระบวนการผลิต และทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ตลอดจนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม พร้อมตระหนักถึงความสำคัญของการรับผิดชอบต่อสังคมทั้งภายในและภายนอกองค์กร

    บริษัทฯ ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง (GREEN BUSINESS ROAD MAP) โดยวิธีการประเมินเชิงปริมาณของการใช้ทรัพยากร ปริมาณมลพิษที่เกิดขึ้น และผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อโลก และระบบนิเวศ ตามหลักการ Life Cycle Assessment (LCA) ตลอดจนการส่งเสริม BCG Model เป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำใน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ก่อให้เกิดการสร้างคุณค่าอย่างสมดุลต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
    ทั้งนี้ จากการได้รับเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการลดก๊าซเรือนกระจก และการดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมมีส่วนในการร่วมขับเคลื่อนประเทศไทย สู่การบรรลุเป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายใน พ.ศ. 2593 (ค.ศ.2050)

  • CSR - Environment - Sustainable

    “กลุ่มพูลผล” ผนึกคู่ค้า พันธมิตร จัดงานสัมมนาประจำปี POONPHOL GROUP FORWARD KNOWLEDGE SYNERGY 2026พลิกฟื้นสู่อนาคตสีเขียวเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนธุรกิจเคียงคู่เศรษฐกิจไทย

    บริษัท เอสเอ็มเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์นํ้ามันพืช จำกัด และบริษัท สิทธินันท์ จำกัด บริษัทในกลุ่มพูลผล (Poonphol Group) จัดงานสัมมนา POONPHOL GROUP FORWARD KNOWLEDGE SYNERGY 2026 โดยครั้งนี้มุ่งเน้นกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด “พลิกฟื้นสู่อนาคตสีเขียวเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน” ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่าง “กลุ่มพูลผล” มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี และคู่ค้า โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าชุมชนอย่างยั่งยืน ตลอดจนเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านความยั่งยืนและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กร ระหว่างวันที่ 3-4 เมษายน 2569 ณ ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมวิมานดิน มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี

    นายเพชร หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มพูลผล” มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเคียงคู่สังคมไทย โดยร่วมพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศไทยตลอดระยะเวลา 85 ปีที่ผ่านมา พร้อมให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อกลุ่มลูกค้าและคู่ค้าธุรกิจ ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อน “กลุ่มพูลผล” จนได้รับความเชื่อมั่นและเสียงชื่นชมจากลูกค้าและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    นายเขม หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอ็มเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้ ทางกลุ่มฯ จึงถือโอกาสในการเชิญคู่ค้า และหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยผนึกกำลังสร้างฝายชะลอนํ้า จํานวน 20 ฝาย และร่วมปลูกต้นทองอุไรและต้นกัลปพฤกษ์ จํานวน 200 ต้น พร้อมกิจกรรมอื่นๆ ที่มุ่งกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดีที่เข้มแข็งระหว่างชุมชน องค์กรและสังคม

    นอกจากนี้ ยังมีการจัดสัมมนาโดยเน้นการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน โดยผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆของกลุ่มพูลผล ประกอบด้วย หัวข้อ Building a Sustainable Future with SMS : Confidence through Traceable Supply โดย ดร.ศิวรัตน์ บุณยรัตกลิน ผู้ช่วยผู้อํานวยการฝ่ายนวัตกรรม, หัวข้อ “เทคโนโลยีเพื่ออนาคต” และ ดร.เกื้อกูล ปิยะจอมขวัญ ผู้ช่วยกรรมการจัดการสายงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ และ หัวข้อ”พลังความร่วมมือ สร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน” โดยคุณภานุวัฒน์ ยีหวังเจริญ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารความยั่งยืนองค์กร

    กลุ่มพูลผล มุ่งมั่นในการดำเนินงานตามทิศทางองค์กรเพื่อก้าวสู่เป้าหมาย พร้อมสอดรับนโยบายภาครัฐ ภาคสังคม ผู้บริโภค ภายใต้แนวคิดความยั่งยืน (Sustainability) โดยเน้นส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง สู่การพัฒนากระบวนการบริหารองค์กรเพื่อมุ่งสู่ระดับสากล โดยพร้อมเดินหน้าเติบโตเคียงคู่เศรษฐกิจ สังคมไทย และเป็นส่วนหนึ่งของกระแสโลกในยุคที่มีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

  • Energy - Environment - Sustainable

    สยามพิวรรธน์ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ความยั่งยืนระดับโลก ชู “NEXTOPIA” สยามพารากอน เป็นแลนด์มาร์กหลักฉลอง 20 ปี Earth Hour มุ่งหน้าสู่พลังงานสะอาด 100%

    กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของโครงการระดับโลก อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม ประกาศเดินหน้าพันธกิจ ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มกำลัง ร่วมฉลองครบรอบ 20 ปี กิจกรรม Earth Hour ในประเทศไทย โดยคัดเลือก “NEXTOPIA” ณ สยามพารากอน เป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์หลัก (Spotlight) ในการรณรงค์ปิดไฟเพื่อโลก พร้อมโชว์ศักยภาพเมืองต้นแบบที่บริหารจัดการด้วยพลังงานสะอาด 100%

    • วิสัยทัศน์แห่งอนาคต: สยามพิวรรธน์กับการจัดการพลังงานที่ยั่งยืน
      สยามพิวรรธน์ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์การเป็น “ผู้นำแห่งการสร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมาย” ที่ให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนกับสิ่งแวดล้อม องค์กรมุ่งมั่นบริหารจัดการ ระบบนิเวศพลังงานใจกลางเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการติดตั้งนวัตกรรมโซลาร์รูฟท็อป การใช้ระบบทำ ความเย็นประสิทธิภาพสูง (Chiller Efficiency) และการเปลี่ยนระบบแสงสว่างเป็น LED ทั้งหมด โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ซึ่งความสำเร็จที่ผ่านมาสะท้อนได้จากการที่ศูนย์การค้าในเครือได้รับการรับรองการชดเชยคาร์บอน 100% (Carbon Neutral) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกในปี 2025
    • Earth Hour: มากกว่าการปิดไฟ คือการสร้างจิตสำนึกร่วมกัน
      กิจกรรม Earth Hour เริ่มต้นครั้งแรกโดย WWF ในปี 2007 ที่ Sydney ประเทศ Australia มีผู้เข้าร่วมกว่า 2.2 ล้านคน และธุรกิจกว่า 2,000 แห่ง ร่วมกัน ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดการใช้พลังงานและ สร้างการรับรู้ เรื่องโลกร้อน ปัจจุบัน Earth Hour ไม่ใช่เพียงการปิดไฟเชิงสัญลักษณ์เป็นเวลา 1 ชั่วโมง แต่เป็นเครื่องมือสำคัญ ในการสร้างความตระหนักรู้ถึงวิกฤตการณ์ภูมิอากาศในระยะยาว ในปีนี้ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน ได้รับเกียรติจาก องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ประเทศไทย (World Wide Fund For Nature – WWF Thailand) ให้เป็น 1 ใน 5 แลนด์มาร์กสำคัญของไทย ร่วมกับ ไอคอนสยาม วัดอรุณราชวราราม วัดสระเกศ และเสาชิงช้า ในการจัดกิจกรรมปิดไฟประหยัดพลังงาน เพื่อส่งสัญญาณไปถึงคนทั่วโลกให้หันมาใส่ใจ ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างจริงจัง
    • NEXTOPIA สยามพารากอน: พื้นที่ต้นแบบมาตรฐานโลก
      การจัดงานในปีนี้มีความพิเศษยิ่งขึ้น เนื่องจากจัดขึ้น ณ NEXTOPIA ซึ่งเป็น “เมืองต้นแบบแห่งโลก อนาคต” ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลระดับโลกอย่าง EDGE Advanced ด้านการประหยัดพลังงาน และมาตรฐาน Fitwel ที่สะท้อนถึงการออกแบบพื้นที่ที่ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้งาน นอกจากนี้ NEXTOPIA ยังโดดเด่นด้วยนวัตกรรม Floor Radiant Cooling และเป็นพื้นที่ที่ใช้พลังงานสะอาด 100% ในปี 2026 นี้ ทำให้การจัดงาน Earth Hour ณ ที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การรณรงค์ แต่คือการพิสูจน์ให้เห็นว่า พื้นที่ค้าปลีก ระดับโลก สามารถดำเนินกิจกรรมควบคู่ไปกับการรักษาโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ
    • จาก Earth Hour สู่ Earth Everyday: เชิญชวนร่วมสร้างโลกที่ดียิ่งขึ้น
      สยามพิวรรธน์ และ NEXTOPIA ขอเชิญชวนทุกท่านเปลี่ยนความสนุกให้เป็นพลังรักษาโลกผ่านกิจกรรม “Give an Hour for Earth” ตลอด 6 วันเต็ม (24 – 29 มีนาคม 2569) ณ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน พบกับไฮไลต์กิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ:
      Energy Zone: ร่วมสร้างพลังงานด้วยตัวเองผ่าน Bicycle Energy และ Kinetic Floor
      Nature Documentary: แรงบันดาลใจจากสารคดีระดับโลก One Planet, Jungles และ Freshwater
      Sustainable Workshop: กิจกรรม Plantable Seed Workshop ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง และ Sticker Book for Kid เพื่อปลูกฝังหัวใจสีเขียวให้คนรุ่นใหม่ สยามพิวรรธน์ และ NEXTOPIA สยามพารากอน เชื่อมั่นว่า พลังจากความร่วมมือในกิจกรรม Earth Hour ครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่ “Earth Everyday” เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคม คาร์บอนต่ำ และสร้างโลกที่ยั่งยืนเพื่อส่งต่อให้คนรุ่นหลังต่อไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: NEXTOPIA และ SIAMPARAGON

    #SIAMPIWAT #SIAMAPRAGON #NEXTOPIA #EarthHour #WWFThailand
  • Environment - Movie

    “Disney & Pixar’s Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์” เปิดตัวสามสาวอินฟลูเสริมทัพความฮาเวอร์ชันพากย์ไทย มายด์ เลขามอส – ต๊อกแต๊ก Pizza Movie – แป้ง zbing z. พากย์เป็นนางพญางู พร้อมแจกเสียงหัวเราะแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

    ตัวอย่างภาพยนตร์: https://www.youtube.com/watch?v=g1uZG2Iy6D0
    โปสเตอร์และภาพนิ่ง: https://shorturl.asia/DMp4U

    ใครไม่โดด Hoppers ชวนโดด! ไปขำจนกรามค้างปอดโยกกันได้แล้ววันนี้กับ “Disney & Pixar’s Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์ แนวแอ็กชันคอเมดีที่เสิร์ฟความแปลกใหม่ พาทุกคนไปผจญภัยในโลกของสัตว์ ด้วยการย้ายจิตใจมนุษย์ไปอยู่ในร่างหุ่นยนต์บีเวอร์ พร้อมภารกิจลับที่วุ่นวายกว่าที่คิด แถมยังจัดเต็มเซอร์ไพรส์ล้นจอ โดยเฉพาะเวอร์ชั่นพากย์ไทย ที่ไม่เพียงได้หนุ่มฮอต “ปอนด์ ณราวิชญ์” มาพากย์เสียงเป็นตัวละครสุดจี๊ด “ทอมกิ้งก่า” ล่าสุดยังประกาศเปิดตัวสามสาวอินฟลู มายด์ สุพรรษา เลขามอสมัดจุก, ต๊อกแต๊ก สุธิรจน์ Pizza Movie และ แป้ง นัยรัตน์ หรือแป้ง zbing z. ในฐานะนักพากย์คนพิเศษที่มาร่วมให้เสียงพากย์ภาษาไทยเป็นสามพี่น้อง “นางพญางู” งานนี้บอกเลยว่าบันเทิงแน่นอน!

    เรียกว่าเป็นเซอร์ไพรส์ซ้อนเซอร์ไพรส์ เพราะหลังจากเปิดตัว ปอนด์ ณราวิชญ์ ในฐานะนักพากย์คนดัง จนสร้างกระแสฮือฮาติดเทรนด์บนโลกโซเชียล “Disney & Pixar’s Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์” ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องใหม่จากดิสนีย์และพิกซาร์ ก็ตอกย้ำความแรงด้วยการพาสามสาวอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมาเสริมทัพความป่วน ด้วยการพากย์เสียงเป็น “สามพี่น้องนางพญางู” (Reptile Queens) แก๊งงูสาวสุดเฟียสที่หน้าตาคล้ายกันจนน่าขนลุก

    นางพญางูสามสี นับเป็นตัวละครสร้างสีสันของแท้ เพราะพวกเธอคือแก๊งสวย เริ่ด เชิด หยิ่ง ที่ไม่เพียงแค่พร้อมจะงับหัวทุกคนให้ขาดได้ทุกเมื่อ ยังมีงานอดิเรกเป็นการซุบซิบนินทา เยาะเย้ยถากถาง และล้อเลียนสัตว์ตัวอื่นที่มีขา โดยต๊อกแต๊กเล่าถึงคาแรกเตอร์ของเธออย่างออกรสว่า “พวกเราคือนางพญางูสามพี่น้องที่ลุคเปรี้ยว เฉี่ยว ร้ายนิด ๆ เหมือนบุคลิกของพวกเราเปี๊ยบ” ก่อนที่มายด์จะปิดท้ายว่า “ความเฟียสของพวกเราคือการจิกกัดสิ่งมีชีวิตที่มีขาค่ะ ใครเดินผ่านมาบอกเลยว่าโดนแน่” แต่ถึงจะร้าย พวกเธอก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งสง่างามและมีพลัง สามสาวจึงมั่นใจว่าเหล่านางพญางูจะเป็นที่จดจำและทำให้คนดูตกหลุมรักได้อย่างแน่นอน

    สำหรับมายด์นอกจากคนดูจะเซอร์ไพรส์ หัวหน้างานอย่าง “มอสมัดจุก” ก็เซอร์ไพรส์ไม่ต่างกัน เพราะเพิ่งรู้พร้อมกับแฟน ๆ ในวันเปิดตัวภาพยนตร์ ว่าเลขาผู้มีเสียงหัวเราะเป็นเอกลักษณ์แอบมารับจ๊อบพิเศษเป็นนักพากย์ให้กับ “Disney & Pixar’s Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์” โดยมายด์บอกว่า ความลับก็คือความลับ ในเมื่อทีมงานไม่ให้บอกใคร แม้แต่หัวหน้างานเธอก็ไม่บอก ส่วนใครที่อยากรู้ว่าเธอจะทำหน้าที่นักพากย์ได้ยอดเยี่ยมแค่ไหน มายด์แย้มว่า งานเดิมเสิร์ฟเสียงหัวเราะมาเยอะแล้ว งานนี้ขอมอบเสียงหัวเราะให้คนดูบ้าง “อย่างที่เห็นว่ามายด์เป็นคนเส้นตื้นมาก ชอบความตลก ความฮา พอได้เห็นตัวอย่าง Hoppers แล้วรู้เลยว่าต้องสนุก คือขำนำไปก่อนเลย หนังมีความป่วนในหลายซีน ทั้งความวุ่นวายของภารกิจและคาแรกเตอร์สัตว์ที่มีแทรกมุขตลกตลอด ฮากันทั้งเรื่องจริง ๆ รวมถึงคาแรกเตอร์นางพญางูสีเหลืองที่มายด์พากย์ด้วย เป็นความร้ายที่มาพร้อมความฮา ถ้าอยากรู้ว่าจะฮาแค่ไหน ไปพิสูจน์ได้ในโรงภาพยนตร์ค่ะ” 

    ส่วนเจ้าแม่เกมเมอร์อย่างแป้งฝากผลงานล่าสุดของเธอว่า “Hoppers เป็นแอนิเมชันที่เสิร์ฟความแอ็กชันผจญภัยแบบจัดเต็มมาก ๆ มีทั้งภารกิจลับ ฉากแอ็กชัน ไล่ล่า และไม่ได้มีแค่บีเวอร์ตัวเดียว เพราะในเรื่องขนทัพสัตว์มาหลากหลายสุด ๆ ทั้งสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ สัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ปีก เรียกว่าครบทุกสายพันธุ์ ดูจบแล้วเชื่อว่าทุกคนต้องมีตัวโปรดในใจแน่นอน ส่วนตัวขอฝากนางพญางูไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ ทั้งสง่างามและทรงพลังสุด ๆ อย่าพลาด ไปให้กำลังใจพวกเรา สามพี่น้องนางพญางูใน ‘Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์’ กันนะคะ เข้าฉายจริงแล้ว ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศค่ะ”

    ต๊อกแต๊กเองก็ฝากผลงาน พร้อมย้ำว่า “Disney & Pixar’s Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์” คือภาพยนตร์แอนิเมชันฟอร์มยักษ์รสชาติใหม่จากพิกซาร์ที่เหมาะกับทุกวัย ดูได้สนุกทุกเจนจริง ๆ “อยากชวนทุกคนยกบ้านไปดู ‘Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์’ กันค่ะ ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้ถือเป็นความกล้าที่สดใหม่ของพิกซาร์เลย เพราะไม่ได้มีแค่ความน่ารัก แต่ยังเล่นกับไอเดียสลับร่างในโทนแอ็กชันสายลับที่ดูโตขึ้น มีความน่าสนใจและชวนติดตาม อีกทั้งงานภาพและสเกลยังใหญ่และอลังการแบบที่ดูในโรงแล้วจะต้องสนุก แถมยังดีไซน์โลกของสัตว์อย่างละเอียดตามสไตล์พิกซาร์ จนรู้สึกเหมือนได้เข้าไปสำรวจโลกของสัตว์จริง ๆ สำหรับคนรักสัตว์บอกเลยว่าควรดู เพราะนอกจากความสนุก ยังมีเนื้อเรื่องที่อบอุ่นและซึ้งกินใจตามสไตล์พิกซาร์อีกด้วย และขอฝากแก๊งนางพญางูของพวกเราด้วย หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ” 

    ทั้งนี้ “Disney & Pixar’s Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์” เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันแอ็กชันคอเมดี้สุดแหวกแนว  ที่มาในธีมสลับร่างแบบ Avatar ย้ายจิตใจไปอยู่ในหุ่นยนต์บีเวอร์  กับภารกิจสายลับที่ต้องผจญภัยในอาณาจักรสัตว์ โดยจะพาไปติดตาม เมเบิล (Mabel) สาวน้อยผู้หลงใหลในสัตว์อย่างสุดหัวใจ และคว้าโอกาสครั้งสำคัญในการใช้เทคโนโลยีใหม่ซึ่งสามารถ “Hop” หรือถ่ายโอนจิตสำนึกของมนุษย์เข้าไปอยู่ในร่างของหุ่นยนต์บีเวอร์ที่เหมือนมีชีวิตจริง เพื่อสื่อสารกับสัตว์ต่าง ๆ ได้โดยตรง จนเกิดเป็นความอลเวงของสัตว์สายลับ ที่ได้เปิดโลกและค้นพบความลับของอาณาจักรสัตว์อันเหนือจินตนาการกว่าที่เคยคาดคิด และยิ่งอลม่านมากขึ้น เมื่อเมเบิลได้ผูกมิตรกับบีเวอร์ผู้นำที่เปี่ยมเสน่ห์อย่าง ราชาจอร์จ (King George) และรวบรวมเหล่าสรรพสัตว์ทั้งผองให้ร่วมมือกัน เพื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามครั้งใหญ่จากมนุษย์ที่กำลังจะเกิดขึ้นจากน้ำมือของนายกเทศมนตรีฝีปากกล้าและมากเล่ห์ เจอร์รี่ (Jerry Generazzo) งานนี้บอกเลยว่าสนุก มัน ฮา แถมด้วยแง่คิดตามแบบฉบับพิกซาร์

    ไม่ว่าจะวัยไหนก็ไปผจญภัยพร้อมเสียงหัวเราะกับ “Disney & Pixar’s Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์” ได้แล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ทั้งในระบบปกติ และระบบ IMAX, 4DX, Dolby Vision+Atmos, Zigma Cinestadium และ MX4D 

    ฮากันในโรงแล้วอย่าพลาด ไปเก็บภาพความประทับใจกับคาแรกเตอร์บีเวอร์ยักษ์ ที่รอมอบความน่ารักหน้าโรงภาพยนตร์ 5 แห่ง ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 มีนาคม 2569 ที่ SF World Cinema และตั้งแต่วันนี้ถึง 11 มีนาคม 2569 ที่ Paragon Cineplex , Quartier Cineart, Mega Cineplex และ SF Cinema เดอะมอลล์ บางแค พิเศษ! สำหรับผู้ถือบัตรชมภาพยนตร์เรื่อง “Disney & Pixar’s Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์” รับสิทธิ์ถ่ายภาพในตู้ถ่ายรูปธีม Hoppers โดยบัตรชมภาพยนตร์ 1 ที่นั่ง รับสิทธิ์ถ่ายภาพได้ 1 ครั้ง ร่วมเก็บภาพความประทับใจกับการเด้งโดดเปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์ได้ที่ SF World Cinema เซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 3-15 มีนาคม 2569 รวมถึง Paragon Cineplex สยามพารากอน และ Major Ratchayothin ระหว่างวันที่ 5-15 มีนาคม 2569 

    โซเชียลมีเดีย:
    X: @DisneyStudiosTH
    Instagram: @disneystudiosth
    Facebook: @WaltDisneyStudiosTH
    Youtube: @waltdisneystudiosth
    Hashtag: #HoppersTH #เด้งโดดเปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์

  • Business - Environment

    “น้ำมันพืชกุ๊ก” เดินหน้ายกระดับสิ่งแวดล้อมปี 2569 ขยายผลโครงการ “สิ้นสุดการเป็นของเสีย” สร้างต้นแบบจัดการขยะอินทรีย์สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

    บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด ผู้ผลิต “น้ำมันพืชกุ๊ก” หนึ่งในธุรกิจหลักของ กลุ่มพูลผล เดินหน้าสานต่อโครงการ “ยกระดับด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่เป้าหมายการสิ้นสุดการเป็นของเสีย (End of Waste)” หลังจากประสบความสำเร็จในการก่อสร้าง “โรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste” ครบ 3 แห่งในปีที่ผ่านมา พร้อมตั้งเป้าขยายผลสู่การพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบระดับชุมชน

    โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน ในการจัดการขยะอินทรีย์ด้วยนวัตกรรมการเพาะเลี้ยงหนอนแมลงวันลาย (Black Soldier Fly: BSF) เพื่อเปลี่ยน “ของเสีย” ให้กลายเป็น “ทรัพยากรที่มีมูลค่า” โดยในปี 2569 บริษัทฯ ได้ดำเนินการก่อสร้างโรงเรือนครบ 3 แห่ง ได้แก่ 1.โรงเรียนเกาะสีชัง 2. โรงเรียนอนุบาลพระสมุทรเจดีย์ และ 3. โรงเรียนวัดแค ซึ่งโรงเรือนทั้ง 3 สามารถลดปริมาณขยะอินทรีย์จากโรงเรียนและชุมชนโดยรอบได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ในปี 2569 บริษัทฯ มุ่งเน้นการพัฒนาโรงเรือนทั้ง 3 แห่งให้เป็น “ศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะอินทรีย์ระดับชุมชน” โดยมีแผนดำเนินงานสำคัญ ได้แก่ พัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้บูรณาการด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับนักเรียน จัดอบรมชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่ ขยายเครือข่ายความร่วมมือกับสถานศึกษา วัด โรงพยาบาล และภาคเอกชน และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และผลิตภัณฑ์จาก BSF ผลผลิตจากกระบวนการดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง รวมถึงผลิตภัณฑ์จากวงจรชีวิตของหนอน BSF ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม และโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน

    โครงการนี้ได้เริ่มต้นจากการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ต้นแบบที่ เกาะสีชัง ซึ่งบริษัทฯ ได้ร่วมพัฒนากับ Betterfly วิสาหกิจเพื่อสังคมด้านการจัดการขยะอินทรีย์ ตั้งแต่ปี 2566 โดยต้นแบบดังกล่าวได้รับความสนใจจากหลายหน่วยงานที่เข้าศึกษาดูงานและนำแนวทางไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง โดยขับเคลื่อนภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Business Strategy ตามหลัก 4G เพื่อความยั่งยืน ได้แก่ Green Corporate Great Society Good Governance และ Global Sustainability โดยเฉพาะ Green Corporate ที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบผ่านการคัดแยกขยะต้นทางอย่างมีประสิทธิภาพ และผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เกิดขึ้นจริงในระดับชุมชน

    นายอดุลย์ เปรมประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด กล่าวว่า “เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการลดปริมาณขยะ แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน การขยายผลในปี 2569 จึงเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงจาก การจัดการขยะ ไปสู่การสร้างคุณค่าจากทรัพยากรอย่างแท้จริง”