Admin

  • Automotive - Business

    LEPAS Thailand เดินหน้าปักหมุดตลาดไทย เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรแห่งแรก “LEPAS MK รามอินทรา” พร้อมขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย 50 แห่งทั่วประเทศ

    เลพาส ประเทศไทย (LEPAS Thailand) ตอกย้ำความมุ่งมั่น ในการวางรากฐานธุรกิจอย่างมั่นคงในประเทศไทย ด้วยการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรแห่ง แรกอย่างเป็นทางการ “เลพาส เอ็ม.เค. รามอินทรา” โดยแต่งตั้ง บริษัท เอ็ม.เค.ยนตรการ ในเครือ เอ็ม.เค. กรุ๊ป หนึ่งในผู้จำหน่ายจาก 50 รายทั่วประเทศตามแผนการสร้างเครือค่ายในปี 2569 เป็นผู้ดำเนินการ

    การเปิดโชว์รูมแห่งนี้สะท้อนกลยุทธ์สำคัญของ LEPAS Thailand ในการคัดเลือกผู้แทนจำหน่าย ที่มีประสบการณ์ ศักยภาพ และความเชี่ยวชาญในธุรกิจยานยนต์อย่างแท้จริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้แก่ลูกค้าตั้งแต่วันแรกของการเป็นเจ้าของ โดย เอ็ม.เค. กรุ๊ป เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีประสบการณ์ใน อุตสาหกรรมรถยนต์ยาวนานกว่า 30 ปี และมีปรัชญาการดูแลลูกค้าแบบใส่ใจ เป็นหัวใจหลัก ของ การ ให้บริการมาโดยตลอด

    โชว์รูมเลพาส เอ็ม.เค. รามอินทรา ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์“Elegant Lifestyle House” ถ่ายทอด ความพรีเมียมและสง่างามของแบรนด์ผ่านบรรยากาศที่ทันสมัยและการต้อนรับที่อบอุ่น สะท้อน ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในเทคโนโลยีอัจฉริยะ ความปลอดภัย ดีไซน์โดดเด่น และความสะดวก สบาย เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้านิวเจน (New Gen) ระดับไฮเอนด์ ทั้งยังตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา ทำเลศักยภาพสูงของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ

    นายวรศักดิ์ ชาญไพบูลย์รัตน์ กรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม.เค.ยนตรการ และกลุ่มบริษัท เอ็ม.เค. กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มบริษัทฯ มีประสบการณ์ในธุรกิจรถยนต์มายาวนานกว่า 30 ปี การดูแล ลูกค้า แบบใส่ใจคือหัวใจหลักของเรามาโดยตลอด โชว์รูมเลพาส เอ็ม.เค. รามอินทรา พร้อมให้บริการ ภายใต้แนวคิด ‘One Stop Service Lepas MK’ มอบประสบการณ์ ที่สมบูรณ์แบบทั้งการซื้อรถใหม่ และบริการหลังการขาย เปิดให้บริการแล้ววันนี้”

    บริการครบวงจรของโชว์รูมประกอบด้วย

    • บริการทดลองขับถึงบ้าน และการขายครบทุกช่องทาง รวมถึงการขายกลุ่มองค์กร (Fleet) และการเช่าซื้อ
    • บริการรถเก่าแลกรถใหม่แบบ One Stop รับรถใหม่ได้ทันที ไร้กังวลเรื่องการขายรถคันเดิม
    • ศูนย์บริการหลังการขายมาตรฐานมืออาชีพ พร้อมศูนย์ซ่อมสีและตัวถังครบวงจร
    • ระบบนัดหมายล่วงหน้าเพื่อความสะดวกและตรงเวลา พร้อมห้องรับรองส่วนตัว (Private Lounge) และบริการ Afternoon Tea ระหว่างรอรับบริการ
      การเปิดโชว์รูมครบวงจรแห่งแรกในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของ LEPAS Thailand ในการขยาย เครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่มีคุณภาพครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อส่งมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมและ สร้างความเชื่อมั่นระยะยาวให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย

    ข้อมูลโชว์รูม เลพาส เอ็ม.เค. รามอินทรา

    • ฝ่ายขาย: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 8.30 – 17.30 น.
    • ศูนย์บริการและศูนย์ซ่อมสีมาตรฐาน: วันจันทร์ – เสาร์ เวลา 8.30 – 17.30 น.
    • นัดหมายทดลองขับหรือสอบถามข้อมูล โทร. 02-521-4678 หรือ 088-917-8819
    • Facebook: Lepas MK Ramintra (facebook.com/LepasMKRamintra)

    ติดต่อเป็นตัวแทน คุณรัฐกร เจ็งบำเพ็ญทาน โทร 091-5539969
    สอบถามเพิ่มเติมข้อมูลการตลาด คุณพัสตร์ดากานต์ รังสิโรจน์ โทร 098-7879291
    ติดตามข้อมูลข่าวสาร Facebook: Lepas Thailand, Instragram: Lepas.Thailand https://lepasthailand.com/
    LineOA: @lepasthailand

  • Exhibition - Lifestyle

    THAILAND DIECAST EXPO 2026 มหกรรมรถโมเดลและของสะสมระดับอาเซียน โดยกรังด์ปรีซ์ฯ และไอคอนสยาม สร้างสีสันและกระแสตอบรับอย่างคึกคักตลอด 3 วัน

    บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานยานยนต์ระดับนานาชาติ Bangkok International Motor Show จับมือ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำ และ Global Experience Destination พร้อมด้วยพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ จัดงาน “THAILAND DIECAST EXPO 2026” มหกรรมไดแคสต์และของสะสมใหญ่ที่สุดแห่งภูมิภาคอาเซียน ในวันที่ 10 – 12 กรกฎาคม 2569 ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์ ชั้น 7 เพื่อสร้างคอมมูนิตี้สำหรับคนรักรถของเล่น โมเดล และของสะสมอย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางของเหล่านักสะสมทั่วโลก โดยพิธีเปิดงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร พันธมิตรทางธุรกิจ นักสะสม และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักและสีสันความสนุกสนานที่สามารถตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชัน ตั้งแต่นักสะสมมืออาชีพไปจนถึงกลุ่มครอบครัวและคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในงานศิลปะและการออกแบบ

    สำหรับงาน Thailand Diecast Expo 2026 ในปีนี้ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน มีผู้เข้าชมงานหมุนเวียน ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์ ชั้น 7 และริเวอร์ พาร์ค ชั้น G รวมกว่า 100,000 คน เพิ่มขึ้น 20% จากการจัดงานในปี 2025 ที่ผ่านมา แบ่งเป็นชาวไทย 60% และชาวต่างชาติ 40% สะท้อนการเติบโตของงานในฐานะมหกรรมรถโมเดลและของสะสมระดับนานาชาติอย่างแท้จริง

    ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ของไอคอนสยามในการเป็น Global Experience Destination ที่มีความพร้อมในการรองรับอีเวนต์และการสร้างสรรค์พื้นที่ให้เป็นศูนย์รวมของไลฟ์สไตล์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่หลากหลายในทุกมิติ โดยเปิดพื้นที่ไอคอนสยามให้กลายเป็นศูนย์กลางของคอมมูนิตี้ Diecast & Collectible ที่ครบวงจรที่สุดในประเทศไทย เพื่อต้อนรับนักสะสม ครีเอเตอร์ ผู้ประกอบการ ตลอดจนนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งงานนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่แสดงของเล่นทั่วไป แต่คือพื้นที่แห่งจินตนาการ แรงบันดาลใจ และการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมของสะสมไทยในการก้าวสู่เวทีสากล

    ภายในงานได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับทุกแพสชันอย่างเต็มรูปแบบ โดยอัดแน่นไปด้วยโซนกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกมิติถึง 8 โซนหลัก ได้แก่ 
    • โซน Diecast และ Collectible รวบรวมแบรนด์ชั้นนำและโมเดลรถหายากจากทั่วโลก   
    • โซน Diorama และ Toy พื้นที่จัดแสดงฉากจำลองสุดสมจริงและของเล่นที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์   
    • โซน Hobby, Marketplace และ Playground & Entertainment แหล่งช็อปปิง แลกเปลี่ยน และพื้นที่กิจกรรมความบันเทิงสำหรับทุกคนในครอบครัว   
    • โซน Knowledge และ Contest เวทีประกวดและพื้นที่แบ่งปันองค์ความรู้จากกูรูตัวจริงในวงการ   

    นอกจากนี้ งานในปีนี้ยังทวีความสนุกและสีสันมากยิ่งขึ้นผ่านความร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Chupa Chups ในฐานะ Official Partner ภายใต้แนวคิด “สยามอมยิ้ม x Diecast” ที่ผสานโลกของรถโมเดลเข้ากับสีสันและไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของอมยิ้มชื่อดัง ช่วยสร้างบรรยากาศภายในงานให้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม พร้อมขยายฐานและเชื่อมโยงคอมมูนิตี้นักสะสมให้เข้าถึงกลุ่มเด็ก เยาวชน ครอบครัว และคนรุ่นใหม่ รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างน่าสนใจ

    ความสำเร็จของการจัดงาน “THAILAND DIECAST EXPO 2026” ปีที่ 2  ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไอคอนสยามในฐานะแลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตร ส่งเสริมให้ทุกงานกลายเป็นอีเวนต์ยิ่งใหญ่ระดับโลก ที่สามารถสร้างความประทับใจ และเป็นหมุดหมายให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในหลายมิติ และหลายอุตสาหกรรม เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ เดินหน้าไปพร้อมกัน ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ www.iconsiam.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1338

  • Automotive - Business

    LEPAS เปิดฉากบุกตลาดไทยอย่างเป็นทางการ ส่ง L6 EV ล็อตแรกกว่า 1,000 คันก่อนประกาศราคา 24 กรกฎาคมนี้

    LEPAS แบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เอสยูวี พรีเมียมรุ่นล่าสุดในเครือ Chery Group ณ ท่าเรือหนานซา นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน (Nansha Port Area of Guangzhou Port) เมื่อขบวนยนตรกรรม LEPAS L6 EV รถไฟฟ้า 100% ล็อตแรกจำนวนกว่า 1,000 คัน ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ประเทศไทย การนับถอยหลังสู่การเปิดตัว LEPAS L6 EV อย่างเป็นทางการจึงเริ่มต้นขึ้นแล้ว นับเป็นเกียรติของตลาดไทยที่ LEPAS มอบให้เป็นประเทศแรกของโลกในการส่งมอบ LEPAS L6 EV —ชาวไทยกลุ่มแรกจึงไม่เพียงครอบครองยนตรกรรม หากคือผู้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประสบการณ์การเดินทางอันสง่างาม (Elegant Mobility) ไปพร้อมกัน

    ความพร้อมของเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการหลังการขาย
    ก่อนการมาถึงของยนตรกรรมล็อตแรก LEPAS ได้วางรากฐานธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นระบบและมั่นคง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคในระยะยาว ทั้งด้านการขาย เครือข่ายผู้จำหน่าย และบริการหลังการขาย โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 LEPAS ได้จัดการประชุมผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมเรเนซองส์ (The Renaissance Hotel) เพื่อร่วมวางแผนกลยุทธ์และสร้างความเข้าใจในทิศทางธุรกิจร่วมกัน ปัจจุบัน LEPAS มีผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งแล้วในเฟสแรกจำนวน 36 ราย ซึ่งจะทยอยเปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการมาตรฐานครอบคลุมทั่วประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจได้ว่า ทุกการเป็นเจ้าของ LEPAS จะได้รับการดูแลอย่างประณีต

    LEPAS L6 EV Version VPD
    LEPAS L6 EV คือ SUV ไฟฟ้า 100% ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนความสง่างามในทุกรายละเอียด โดดเด่นด้วยภาษาการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ “Leopard Aesthetics” เส้นสายพลิ้วไหวเปี่ยมพลังดุจเสือดาว ผสานความสปอร์ตเข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว
    และเพื่อสะท้อนแนวคิด Premium Mobility อย่างแท้จริง LEPAS L6 EV Version VPD มาพร้อมระบบ VPD (Valet Parking Driver) เทคโนโลยีจอดรถอัตโนมัติอัจฉริยะ ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล NVIDIA DRIVE Orin-Y หน่วยประมวลผล AI ระดับยานยนต์ (Automotive-grade) ประสิทธิภาพสูงถึง 200 TOPS ที่ทำหน้าที่เสมือน “สมองกล” ของรถ ผสานข้อมูลจากเซนเซอร์รอบคันแบบเรียลไทม์ (Sensor Fusion) วิเคราะห์สภาพแวดล้อม ระบุช่องจอด และตัดสินใจได้ในระดับเสี้ยววินาที ทำให้รถสามารถเข้าจอดในพื้นที่ที่กำหนดได้โดยอัตโนมัติอย่างแม่นยำและนุ่มนวล พร้อมเรียกรถกลับมารับได้ตามต้องการดุจมี Valet ส่วนตัวประจำคัน — ขุมพลังการประมวลผลระดับนี้คือมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในระบบขับขี่อัจฉริยะชั้นนำระดับโลก และคือความแตกต่างที่เหนือกว่าคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน ยกระดับความสะดวกสบายเหนือระดับให้แก่ผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมเมืองที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่จอดรถ ทั้งนี้ Version VPD คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายในช่วงปลายไตรมาส 4 พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

    แบรนด์และวิสัยทัศน์
    ภายใต้ปรัชญาแบรนด์ “Drive Your Elegance — ขับเคลื่อนความสง่างามในแบบคุณ” LEPAS มุ่งมั่นก้าวสู่การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจสำหรับไลฟ์สไตล์การเดินทางอันสง่างาม (Preferred Brand for Elegant Mobility Life) และในอนาคต LEPAS จะยังคงยึดมั่นในปรัชญาการพัฒนาระดับโลกของ Chery Group “In somewhere, For somewhere, Be somewhere” เดินหน้ายกระดับการดำเนินงานเชิงท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบไลฟ์สไตล์อันสง่างามแก่ผู้ใช้ชาวไทยทุกคน
    พบกับการเปิดตัว LEPAS L6 EV พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นี้

  • Event

    ซีเจ มอร์ (CJ MORE) จับมือ “คำต้องเชื่อม Campus Tournament” บุก ม.กรุงเทพ ชวนคนรุ่นใหม่สัมผัสประสบการณ์ “ครบ ถูก คุ้ม” ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

    ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ร่วมมือกับ “คำต้องเชื่อม Campus Tournament” โครงการแข่งขันด้านภาษาไทยรูปแบบ Edutainment ที่ต่อยอดจากรายการออนไลน์ยอดนิยม “ยกกำลัง” จัดกิจกรรม Campus Tour บุกมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมสนุกผ่านกิจกรรมและเกมภายในบูธ พร้อมสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงความสนุกเข้ากับความคุ้มค่าในแบบฉบับของซีเจ มอร์ โดยได้รับกระแสตอบรับอย่างคึกคักจากนักศึกษาที่เข้าร่วมงานตลอดทั้งวัน

    ภายในงานได้รับสีสันจากแก๊งตัวตึงสุดฮอตอย่าง พี่เติร์ด พี่สมัคร และพี่หมี ที่มาร่วมสร้างความสนุกและพบปะน้อง ๆ อย่างใกล้ชิด ส่งผลให้นักศึกษาจำนวนมากต่อคิวร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพเท่านั้น แต่ยังมีนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาอื่น ๆ ในกรุงเทพมหานคร เดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก สะท้อนกระแสความนิยมของกิจกรรมและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังของคนรุ่นใหม่

    ไฮไลต์ภายในบูธ ซีเจ มอร์ อัดแน่นด้วยกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของวัยเรียน ไม่ว่าจะเป็นการสมัครสมาชิก ซีเจ สบายการ์ด เพื่อรับสิทธิ์ถ่ายภาพฟรีที่ตู้ Photo Booth, กิจกรรมเช็กดวงพร้อมรับครีมซองฟรีจาก Nine Beauty (นายน์ บิวตี้) รวมถึงการร่วมลุ้นรับของรางวัลลิขสิทธิ์แท้คอลเลกชัน Toy Story จาก UNO (อูโนะ) ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก สร้างทั้งรอยยิ้มและความประทับใจให้กับน้อง ๆ นักศึกษาตลอดกิจกรรม

    การบุกแคมปัสในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ ซีเจ มอร์ ได้เข้ามาแนะนำตัวและเปิดโอกาสให้กลุ่มนักเรียนนักศึกษาได้ทำความรู้จัก พร้อมทั้งสัมผัสประสบการณ์จริงกับแบรนด์ผ่านกิจกรรมที่สนุกสนาน โดย ซีเจ มอร์ มุ่งเน้นการสื่อสารที่เป็นกันเอง เข้าถึงง่าย เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับคนรุ่นใหม่ พร้อมหยิบจุดเด่นของแบรนด์มาถ่ายทอดผ่านกิจกรรมที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของวัยเรียนได้อย่างลงตัว สะท้อนแนวคิด “ครบ ถูก คุ้ม” ตอกย้ำภาพลักษณ์ของซีเจ มอร์ ในฐานะซูเปอร์มาร์เก็ตของคนไทยที่พร้อมอยู่เคียงข้างทุกชุมชน

    ในโอกาสครบรอบ 21 ปี ซีเจ มอร์ ยังคงเดินหน้าตามแนวคิด “โตไปด้วยกัน ทุกวัน ครบ ถูก คุ้ม” ผ่านการเปิดให้บริการแล้วมากกว่า 2,000 สาขา ครอบคลุมกว่า 60 จังหวัด ทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนไทยทุกช่วงวัย และสร้างประสบการณ์การจับจ่ายที่สะดวก คุ้มค่า และเข้าถึงได้ในทุกชุมชน

    ความสนุกยังไม่จบเพียงเท่านี้ ซีเจ มอร์ และ คำต้องเชื่อม Campus Tournament เตรียมเดินหน้าจัดกิจกรรม Campus Tour อย่างต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม เพื่อส่งต่อทั้งความสนุกและความคุ้มค่าให้กับน้อง ๆ นักศึกษา โดยมีกำหนดการดังนี้

    • 13 สิงหาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
    • 22 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว
      ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดี ๆ จาก ซีเจ มอร์ ได้ที่ Facebook: CJ MORE, TikTok: @CJMORETH และ LINE Official Account: @CJMORE
  • Art - Lifestyle

    Awakening Song Wat 2026 ชูแนวคิด “The Longevity of Song Wat” สำรวจคุณค่าที่ทำให้ย่านเก่าแก่แห่งนี้ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางของคนทั่วโลก

    Awakening Song Wat 2026 เทศกาลแสงไฟและศิลปะดิจิทัล กลับมาเป็นครั้งที่ 2 ในย่านทรงวาด ระหว่างวันที่ 3-12 กรกฎาคม 2569 ภายใต้ธีม “SON(G)EVITY: The Longevity of Song Wat” แนวคิดที่ชวนผู้คน มองย่านทรงวาดผ่านความหมายของคำว่า Longevity หรือการดำรงอยู่อย่างยืนยาว พร้อมตั้งคำถามว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้ย่านเก่าแก่แห่งนี้ยังคงมีชีวิต มีเสน่ห์ และสามารถส่งต่อเรื่องราวจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างต่อเนื่อง

    พงศ์สิริ เหตระกูล ผู้อำนวยการเทศกาล Awakening กล่าวถึงแรงบันดาลใจของธีมการจัดงานในปีนี้ว่า “Awakening Song Wat 2026 ถือเป็นการกลับมาจัดงานเป็นครั้งที่ 2 ในย่านทรงวาด และเป็นเทศกาลแรกของซีรีส์ Awakening ในปีนี้ เราตั้งใจให้ธีม SON(G)EVITY: The Longevity of Song Wat ชวนผู้คนกลับมามองทรงวาดผ่านมุมมองใหม่ ไม่ใช่เพียงในฐานะย่านประวัติศาสตร์ แต่เป็นย่านที่ยังคงมีชีวิต เติบโต และส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่นอยู่ตลอดเวลา

    สิ่งที่เราภูมิใจที่สุดไม่ใช่เพียงจำนวนผลงานศิลปะที่เพิ่มขึ้น แต่คือการที่เทศกาลได้รับความร่วมมือจากชุมชน สมาคม Made in Song Wat และพันธมิตรภาคเอกชนที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันในการสร้างย่านให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น เมื่อผู้คนออกมาเดินชมงาน ร้านค้าก็มีผู้มาเยือน ศิลปินก็มีพื้นที่เล่าเรื่อง และชุมชนก็มีโอกาสต้อนรับผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก เราหวังว่า Awakening Song Wat จะเป็นมากกว่าเทศกาลแสงไฟ แต่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเศรษฐกิจยามค่ำคืน และช่วยให้ทรงวาดเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับชุมชน”

    Awakening Song Wat 2026 มีการจัดแสดงผลงานศิลปะและแสงไฟรวม 21 ผลงาน กระจายตัวอยู่ใน 14 จุดจัดแสดง ทั่วพื้นที่ย่านทรงวาด เปลี่ยนตรอก ซอย อาคารประวัติศาสตร์ และพื้นที่สร้างสรรค์ให้กลายเป็นเส้นทางแห่งการค้นพบเรื่องราวใหม่ ๆ ผ่านมุมมองของแสง ศิลปะ และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีจุดจัดแสดงสำคัญ อาทิ ตึกแขกทรงวาด, Lost in Song Wat, โกดังเจริญวัฒนา, ศาลเจ้าซินปุนเถ้ากง และ โซวทรงวาด รวมถึงพื้นที่น่าสนใจอื่นๆ ทั่วทั้งย่าน

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทรงวาด หนึ่งในย่านการค้าที่เก่าแก่ที่สุดของกรุงเทพฯ ได้กลายเป็นหนึ่งในย่านสร้างสรรค์ที่ได้รับความสนใจจากทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยเสน่ห์ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างธุรกิจเก่าแก่ ร้านค้ารุ่นใหม่ คาเฟ่ บาร์ ร้านอาหาร และพื้นที่สร้างสรรค์ที่เข้ามาต่อยอดประวัติศาสตร์ของย่าน ทำให้ทรงวาดเป็นพื้นที่ที่อดีตและปัจจุบันเติบโตไปพร้อมกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด SON(G)EVITY ที่สะท้อนการส่งต่อคุณค่าและชีวิตของย่านจากรุ่นสู่รุ่น

    เทศกาล Awakening ครั้งที่ 2 ในย่านทรงวาด เกิดขึ้นจากความร่วมมือและการสนับสนุนของสมาคม Made in Song Wat โดย เกียรติวัฒน์ ศรีจันทร์วันเพ็ญ นายกสมาคม กล่าวถึงการสนับสนุนเทศกาลในปีนี้ว่า “เราเชื่อว่างาน Awakening Song Wat ไม่ใช่แค่งานเทศกาลแสงไฟ แต่เป็นการนำศิลปะมาช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้ผู้คนได้สัมผัสเสน่ห์ของทรงวาด ผ่านเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และชุมชนที่ยังมีชีวิต ในปีนี้เราได้รับความร่วมมือจากสมาชิกกว่า 50 ร้านค้า ที่จะขยายเวลาเปิดทำการตลอดทั้ง10 วัน เพื่อเพิ่มสีสันในยามค่ำคืน และหวังให้งานนี้เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่จะทำให้ผู้คนกลับมาหลงรัก “ทรงวาด” มากยิ่งขึ้นและตลอดไป”

    นอกจากนี้ เทศกาลยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรที่เล็งเห็นคุณค่าของศิลปะ วัฒนธรรม และการฟื้นฟูย่านเมือง ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานแสงไฟ กิจกรรม และประสบการณ์ที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ของทรงวาดเข้ากับแนวคิดของแต่ละแบรนด์

    SangSom ซึ่งร่วมสนับสนุนเทศกาล Awakening มาอย่างต่อเนื่อง กลับมาถ่ายทอดประสบการณ์แสงไฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระจันทร์อีกครั้ง ภายใต้แนวคิด MOONIVERSE นำพระจันทร์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการพบปะ เชื่อมโยงผู้คน เมือง และวัฒนธรรมการสังสรรค์ มาถ่ายทอดผ่านงานศิลปะ เพื่อเติมสีสันและความเคลื่อนไหวให้ย่านทรงวาดยามค่ำคืน พร้อมจับมือกับบาร์ในย่านสร้างสรรค์เครื่องดื่มพิเศษเฉพาะเทศกาล

    Lepas Thailand แบรนด์ Premium Mobility ที่เตรียมก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำนวัตกรรมที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย ภายใต้การออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ มาสู่ย่านทรงวาด เพื่อสะท้อนการอยู่ร่วมกันของนวัตกรรมและมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมร่วมขับเคลื่อนอนาคตของย่านประวัติศาสตร์แห่งนี้

    ขณะที่ vivo ชวนทุกคนเปลี่ยนมุมมองของทรงวาดผ่านประสบการณ์การถ่ายภาพพอร์ตเทรตด้วย vivo V70 และการบันทึกวิดีโอระดับโปรด้วย vivo X300 Ultra ถ่ายทอดทั้งแสง สีสัน อารมณ์ และเรื่องราวของย่านผ่านงานศิลปะดิจิทัล สะท้อนให้เห็นว่าทุกมุมของทรงวาดล้วนเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์

    แบรนด์รวงข้าว เชื่อว่าย่านเก่า กลับมามีชีวิตใหม่ได้เสมอ เมื่อเรื่องราวเดิมถูกเล่าผ่านวิธีคิดและพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ในฐานะแบรนด์ไทยต้นตำรับที่อยู่คู่ความทรงจำและวิถีชีวิตของผู้คนมายาวนาน รวงข้าวร่วมสนับสนุน Awakening Song Wat 2026 เพื่อปลุกเสน่ห์ของทรงวาดให้กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง เพื่อสะท้อนความเป็นไทยที่ยังร่วมสมัย และพร้อมถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ในแบบของวันนี้

    Grab กลับมาสร้างสีสันให้กับเทศกาลอีกครั้ง ผ่านความอร่อยการันตีโดย #GrabThumbsUp ถ่ายทอดประสบการณ์ด้านรสชาติผ่านชิ้นงานศิลปะสุดเปล่งประกาย พร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้ร่วมงานด้วยโค้ดส่วนลดและจุดรับ-ส่งตลอดเส้นทาง เพื่อให้การเดินทางในทรงวาดสะดวกยิ่งขึ้น และเชื่อมโยงให้ทุกคนได้ค้นพบร้านอร่อยและธุรกิจท้องถิ่นทั่วทั้งย่าน
    ขณะที่ Visa ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในย่าน ผ่านแคมเปญ Feel So Thai ไท๊ ไทย with VISA ที่เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติออกมาสัมผัสเสน่ห์ของทรงวาด พร้อมสร้างประสบการณ์การใช้จ่ายที่สะดวกและไร้รอยต่อในหนึ่งในย่านสร้างสรรค์เพื่อผลักดันให้ทรงวาดเป็นหนึ่งใน Visa Destination ของประเทศไทยที่น่าจับตามองที่สุดของแห่งหนึ่งของโลก

    นอกจากการชมผลงานศิลปะ ผู้เข้าชมยังสามารถเดินสำรวจร้านค้า คาเฟ่ บาร์ และพื้นที่สร้างสรรค์ที่กระจายตัวอยู่ตลอดเส้นทางของเทศกาล พร้อมร่วมกิจกรรมพิเศษจากศิลปินและพันธมิตรที่จัดขึ้นในแต่ละจุด เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสวิถีชีวิตของทรงวาดผ่านผู้คน อาหาร ศิลปะ และธุรกิจท้องถิ่นที่ยังคงเติบโตเคียงคู่กับย่านแห่งนี้
    ตลอดช่วงเทศกาล ร้านค้า คาเฟ่ บาร์ และธุรกิจต่างๆ ในย่านถนนทรงวาดจะขยายเวลาเปิดให้บริการยาวนานกว่าปกติ เพื่อสร้างความคึกคักให้กับย่าน และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเวลากลางคืนมากยิ่งขึ้น อันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยามค่ำคืน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่เทศกาล Awakening มุ่งผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง

    Awakening Song Wat 2026 เปิดให้เข้าชมฟรี ระหว่างวันที่ 3-12 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.00-23.00 น. ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเส้นทางจัดแสดง แผนที่เทศกาล และกิจกรรมพิเศษเพิ่มเติมได้ทาง Facebook และ Instagram: Awakening Festivals รวมถึงเว็บไซต์ www.fridaybangkok.com

  • Lifestyle

    เปิดบทใหม่วงการอัลตร้าลักชัวรีไทย Robb Report Thailand ประเดิมฉบับแรกภายใต้แนวคิด “Creators & Collectors”

    Robb Report Thailand ได้เปิดตัวนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์อย่างเป็นทางการ ภายใต้ธีม “Creators & Collectors” ซึ่งถือเป็นการก้าวเข้าสู่ตลาดประเทศไทยของหนึ่งในสื่อด้านไลฟ์สไตล์หรูที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในระดับโลก โดยดำเนินงานภายใต้ลิขสิทธิ์จาก Robb Report และจัดพิมพ์โดยบริษัท ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ทราเวล มีเดีย จำกัด การเปิดตัวครั้งนี้นำโดยคุณนา ทาสุคนธ์ บรรณาธิการบริหารของ Robb Report Thailand ร่วมกับคุณอมรินทร์ คชรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ทราเวล มีเดีย จำกัด โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงสื่อ ผู้สร้างสรรค์ ประสบการณ์ และเครือข่ายระดับโลกจากฐานในประเทศไทย   

    “ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ในกลุ่มเศรษฐกิจลักชัวรีระดับโลก” คุณนา ทาสุคนธ์ บรรณาธิการบริหาร กล่าว “ด้วยธีม ‘Creators & Collectors’ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้สร้างแพลตฟอร์มที่ไม่เพียงนำเสนอความหรูหรา แต่ยังเชื่อมโยงเหล่าผู้มีวิสัยทัศน์ที่กำลังกำหนดอนาคตของวงการอย่างแข็งขัน ทั้งในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศไทย” 

    การเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวงเสวนาและมื้อกลางวันสุดพิเศษสำหรับแขกผู้มีเกียรติกว่า 100 ท่าน ณ ห้องอาหาร Nobu Bangkok at EA Rooftop บนชั้น 57 ของอาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ สาทร — ซึ่งเป็นห้องอาหาร Nobu ที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก สถานที่ที่ผสานอาหารสไตล์ญี่ปุ่น–เปรู เข้ากับทัศนียภาพ 360 องศาของกรุงเทพมหานครแห่งนี้ไว้ในที่เดียวกัน โดยบรรณาธิการบริหารได้เลือกรูปแบบการจัดงานในครั้งนี้ในแบบวงเสวนาในแบบที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ โดยมีเนื้อหาเป็นหัวใจสำคัญของงาน การเลือกสถานที่ก็เป็นไปอย่างตั้งใจ — สถานที่ซึ่งได้นิยามวงการร้านอาหารของกรุงเทพฯ ขึ้นใหม่ เพื่อรองรับการรวมตัวที่ว่าด้วยการนิยามใหม่ว่าสื่อไลฟ์สไตล์หรูของไทยจะเป็นตัวแทนของสิ่งใดได้บ้าง   

    ธีมของฉบับปฐมฤกษ์ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าความหรูหราได้ถูกปรับเปลี่ยนไป โดยอาจไม่จำกัดความหรูหราด้วยการครอบครองเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป หากแต่เครื่องชี้วัดที่บ่งบอกได้ชัดเจนกว่าในวันนี้ คือสิ่งที่บุคคลเลือกจะสร้างสรรค์ และสิ่งที่เขาเห็นว่าควรค่าแก่การเก็บรักษา Robb Report Thailand นำเสนอแนวคิดนี้ผ่านบทสัมภาษณ์สุดพิเศษของบุคคลชั้นนำที่เป็นตัวแทนของแนวคิดดังกล่าว อาทิ คุณบิล ไฮเนคกี้ นักธุรกิจและนักพัฒนาธุรกิจบริการระดับนานาชาติ; คุณนันท์มาลี ภิรมย์ภักดี ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนไลฟ์สไตล์ยานยนต์หรูและการออกแบบประสบการณ์; และคุณวริศ ยงสกุล นักธุรกิจและนักพัฒนาธุรกิจเรือยอชต์ ร่วมกันสะท้อนภาพประเทศไทยในฐานะตลาดที่พร้อมก้าวขึ้นรับบทบาทใหม่ในเศรษฐกิจลักชัวรีระดับโลก

    วงเสวนาซึ่งดำเนินรายการโดยคุณนา ทาสุคนธ์ พร้อมกับได้แขกผู้มีเกียรติที่เป็นตัวแทนของ “Creators & Collectors” ได้แก่ คุณวรวรรต ศรีสอ้าน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ One Bangkok และคุณศรี เอี้ยวสกุล ผู้ก่อตั้ง LuxuryHunt และ 100 BEST ซึ่งบทสนทนาของพวกเขาได้กล่าวถึงการพัฒนาเมืองในช่วงเวลานี้ ทั้งในเรื่องของวิธีการการสร้างจุดหมายปลายทางระดับโลกในเมืองไทย คุณค่าใดที่ควรค่าแก่การรักษาไว้ในกระบวนการนั้น และเหตุใดการออกแบบ ประสบการณ์ และการลงทุนในไลฟ์สไตล์ จึงกลายเป็นภาษากลางของเศรษฐกิจมูลค่าสูง One Bangkok ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ในการสร้างแลนด์มาร์กระดับดิสทรีค (District) หรือเขตเมืองแห่งใหม่ให้กับเมืองหลวง ขณะที่ LuxuryHunt และ 100 BEST ได้แบ่งปันมุมมองต่อมาตรฐานใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นสำหรับการเดินทางและการใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ข้อสรุปร่วมกันของทั้งสามฝ่ายคือ การคัดสรร (curation) ได้กลายเป็นเครื่องบ่งชี้ความหรูหราที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการครอบครอง

    “วิสัยทัศน์ของเราก้าวไปไกลกว่าการจัดพิมพ์แบบดั้งเดิม เรากำลังสร้างระบบนิเวศที่ซึ่งบุคคลผู้มีรสนิยมและแบรนด์ระดับโลกสามารถมาบรรจบกันได้” คุณอมรินทร์ คชรัตน์ กรรมการผู้จัดการ กล่าวเสริม “ด้วยการนำสื่อระดับลักชัวรีที่ทรงอิทธิพลนี้เข้าสู่ตลาด เรากำลังตอกย้ำสถานะของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางของการใช้ชีวิตอย่างหรูหราและประสบการณ์ระดับโลกในภูมิภาคนี้อย่างแท้จริง”

    ภายในงาน Robb Report Thailand ได้เปิดเผยแผนงานสำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นี้ ทั้งโปรแกรมงานอีเวนต์ระดับพรีเมียมที่ขยายขอบเขตมากขึ้น กิจกรรมต่างๆ และความร่วมมือด้านบรรณาธิการ ควบคู่ไปกับการสร้างคอมมิวนิตี้ที่กว้างขึ้นเพื่อเชื่อมโยงนักลงทุน ผู้ประกอบการ และพลเมืองโลกที่เลือกประเทศไทยเป็นฐาน ด้วยความตั้งใจที่จะนำพาสื่อนี้ก้าวข้ามหน้ากระดาษ ไปสู่บทสนทนาและการรวมตัวที่หล่อหลอมความเข้าใจและการปฏิบัติเกี่ยวกับความหรูหราในภูมิภาค

    หนึ่งในกิจกรรมที่เป็นไฮไลต์สำคัญในปี 2569 นี้ คือ งาน Best of the Best 2026 งานอีเว้นต์ประจำปีสุดหรูที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Robb Report ที่เชิดชูบุคคล แบรนด์ จุดหมายปลายทาง และประสบการณ์ที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นตัวกำหนดมาตรฐานความหรูหราในยุคปัจจุบัน โดยฉบับประเทศไทยจะจัดขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรม Fairmont Bangkok Sukhumvit.

    นิตยสาร Robb Report Thailand ฉบับปฐมฤกษ์ มีจำหน่ายแล้วในรูปแบบสิ่งพิมพ์ภาษาอังกฤษที่ร้าน Asia Books และ Kinokuniya และในรูปแบบดิจิทัลที่ links.bookkurry.com/Robb_Report_TH

    สำหรับข้อมูลเชิงลึกและข่าวสารอัปเดต เยี่ยมชม robbreport.co.th และติดตาม Robb Report Thailand ได้ทาง Facebook (https://www.facebook.com/robbreportthailand) และ Instagram (https://www.instagram.com/robbreportth)

    เกี่ยวกับ Robb Report Thailand 
    Robb Report Thailand เป็นหนึ่งใน 22 เวอร์ชั่นทั่วโลกของสื่อชั้นนำด้านไลฟ์สไตล์หรูระดับโลกจัดพิมพ์ภายใต้ลิขสิทธิ์โดยบริษัท ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ทราเวล มีเดีย จำกัด Robb Report เป็นสื่อที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในโลกในด้านงานฝีมืออันยอดเยี่ยม การออกแบบที่ประณีต และความหรูหราที่ไม่มีการประนีประนอม กลุ่มผู้อ่านระดับโลกที่มีรสนิยมล้วนมีความชื่นชมในคุณภาพระดับสูง ความพิเศษเฉพาะตัว มรดกทางวัฒนธรรม และรสนิยมที่ผ่านการพินิจพิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อค้นพบแนวคิด มุมมอง ผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์ที่มีความหมายอย่างแท้จริง ในระดับโลก Robb Report เป็นแบรนด์ที่มีความหมายเทียบเท่ากับความมั่งคั่งและอิทธิพล และได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี ในฐานะแบรนด์ที่มีความชัดเจนในการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดของที่สุด (Best of the Best) ในการใช้ชีวิตอย่างหรูหรามีระดับ  

    เกี่ยวกับบริษัท ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ทราเวล มีเดีย จำกัด
    บริษัท ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ทราเวล มีเดีย จำกัด เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ Robb Report Thailand ที่มุ่งมั่นสร้างแพลตฟอร์มระดับพรีเมียมเพื่อเชื่อมโยงผู้อ่าน แบรนด์ และคอมมิวนิตี้ ทั้งในด้านสื่อและประสบการณ์จริง ในฐานะผู้จัดพิมพ์ที่มีชื่อเสียงในภูมิภาค บริษัทมีพอร์ตโฟลิโอที่ประกอบด้วยสื่อชั้นนำเป็นที่รู้จัก อาทิ นิตยสาร Lifestyle+Travel, AROUND และเป็นผู้ได้รับสิทธิ์ในการผลิตนิตยสาร Sawasdee ให้แก่สายการบินไทย ด้วยการผสมผสานระหว่างเนื้อหาที่ทรงอิทธิพลและงานอีเวนต์สุดพิเศษ บริษัทยังคงเดินหน้าหล่อหลอมเรื่องราวของไลฟ์สไตล์หรูในประเทศไทยและในระดับภูมิภาค

  • Art - Exhibition

    ไอคอนสยาม จัด “NEO Land Festival 2026” รวมผลงาน NEO Art Toy จาก 33 ศิลปินไทย ถ่ายทอดศิลปะร่วมสมัยผ่านคาแรคเตอร์ช้างไทย

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดินหน้าสนับสนุนวงการศิลปะไทยอย่างต่อเนื่องในฐานะ “Global Hub of Art & Culture” ร่วมกับ KHUNPARE COLLECTION จัดงาน “NEO Land Festival 2026” นิทรรศการศิลปะที่รวบรวมผลงานจิตรกรรมบนประติมากรรม NEO (นีโอ) อาร์ตทอยซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก “ช้าง” สัญลักษณ์แห่งความเป็นไทย มาตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัยของศิลปินไทยหลากหลายแขนง เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสความคิดสร้างสรรค์และอัตลักษณ์ทางศิลปะในรูปแบบที่แตกต่าง ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2569 ณ Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม

    ภายในงานรวบรวมผลงานกว่า 49 ชิ้น จาก 33 ศิลปินไทย ที่มีฝีมือทางศิลปะโดดเด่น ทั้ง Contemporary Thai Art, Pop Art, Doodle Art, Surrealism และศิลปะร่วมสมัยอีกหลากหลายรูปแบบ โดยศิลปินแต่ละคนได้ถ่ายทอดเรื่องราว ประสบการณ์ ความเชื่อ และจินตนาการลงบนประติมากรรม NEO ด้วยเทคนิคเฉพาะตัว จนเกิดเป็นผลงานต้นฉบับที่มีเพียงหนึ่งเดียว

    “NEO” คือเฟรมผ้าใบศิลปะที่มีมิติ หมายถึง “การเกิดใหม่” สะท้อนการแปรเปลี่ยนของผลงานในทุกครั้งเมื่ออยู่ในมือของศิลปิน เพราะ NEO ไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นสิ่งใด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของจินตนาการที่สามารถถือกำเนิดใหม่ได้เสมอ ผ่านผลงานที่มีเอกลักษณ์และมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก NEO จึงมิใช่เพียงคาแรคเตอร์ช้าง หรือสัญลักษณ์ทางศิลปะ หากยังเป็นพื้นที่แห่งเสรีภาพที่เปิดโอกาสให้ศิลปินได้ปลดปล่อยจินตนาการและแสดงศักยภาพในการสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ ปราศจากข้อจำกัด บนผืนผ้าใบและพื้นผิวที่มีมิติ ซึ่งผลงานทุกชิ้นในนิทรรศการล้วนผ่านการรังสรรค์ด้วยมือของศิลปินโดยตรง ผ่านเทคนิคอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำมัน สีอะคริลิก สีสเปรย์ เส้นสี หรือปากกาเคมีซึ่งกลายเป็นพื้นที่สำหรับการกำเนิดของแนวคิดใหม่ ๆ และการตีความทางศิลปะที่ไม่สิ้นสุด

    หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือ “Horse of Dawn” ผลงานอาร์ตทอยขนาดใหญ่สูง 170 เซนติเมตร โดย Indy Nine หรือ ชนกนันท์ ขวัญมุณี ถ่ายทอดสภาวะของมนุษย์ในโลกยุคใหม่ที่ต้องเผชิญทั้งความคาดหวัง พลัง และการแสวงหาความสงบทางจิตวิญญาณ ผ่านสัญลักษณ์ของ “ม้าสีทอง” ที่เปรียบเสมือนพลังแห่งอิสรภาพและปัญญา ท่ามกลางโทนสีแดงอันร้อนแรง พร้อมแทรกดอกไม้ที่สื่อถึงความอ่อนโยนซึ่งยังคงซ่อนอยู่ภายในจิตใจของมนุษย์

    อีกหนึ่งผลงานน่าสนใจ ของเอื้องอัญญากรณ์ หมั่นพลศรี กับผลงาน Flash Space ผลงานการวาดสไตล์ Doodle Art ที่นำการผสมผสานระหว่างรถยนต์ ความเร็ว อวกาศ และจินตนาการที่ไม่มีที่สิ้นสุด สีสันที่สดและฉูดฉาดแสดงถึงความสนุกสนานถึงขีดสุด ความกล้าที่จะคิดออกนอกกรอบ

    รวมถึงผลงานของ ณรงค์ชัย อุ่นใจ กับผลงาน Low Fat ผลงานสไตล์ Surrealism ที่เลือกกะเทาะ “เปลือก” หรือลวดลายภายนอกของนีโอออกจนหมด แล้วย้อนกลับไปหาโครงสร้างกล้ามเนื้อและร่างกายภายใน เพื่อสื่อถึง “รากฐานร่วมกัน” ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแตกต่างอันหลากหลาย ส่วนชื่อผลงานมาจากอารมณ์ขันส่วนตัวของศิลปิน ที่หยิบยกเอาเรื่องราวการลดน้ำหนักและดูแลรูปร่างของตัวเองในช่วงนั้นมาตั้งเป็นชื่อได้อย่างมีเสน่ห์

    นอกจากนี้ยังมีผลงานที่สะท้อนแนวคิดอันหลากหลาย อาทิ DOODLE FLOW ที่ถ่ายทอดเส้นสายเรียบง่ายแต่ทรงพลังในสไตล์ Doodle Art,  Love of the Forest 01 : My Sleeping Forest Summer ที่บอกเล่าเรื่องราวการฟื้นคืนชีวิตของธรรมชาติ, TAMU’s Land ที่สะท้อนแนวคิดเรื่องโลกแห่งความยั่งยืนและการใช้พลังงานสะอาด, Rhythm of Love ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระพิฆเนศในฐานะต้นกำเนิดแห่งศิลปะและการสร้างสรรค์

    รวมถึงอีกหลายผลงานที่น่าสนใจ ได้แก่ Monster Parade, NEO 2050, Ruby Ganesha, NINJA Ganesha และ Night Dreaming ซึ่งล้วนสะท้อนมุมมอง ความเชื่อ วัฒนธรรม และประสบการณ์ของศิลปินแต่ละคน ผ่านการตีความบนประติมากรรมอาร์ตทอย NEO จนกลายเป็นงานศิลปะร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
    NEO Land Festival 2026 จึงไม่ใช่เพียงนิทรรศการอาร์ตทอย หากยังเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เดินทางผ่านความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินไทยหลากหลายรุ่น พร้อมสัมผัสความงดงามของศิลปะร่วมสมัยที่หลอมรวมวัฒนธรรม ความเชื่อ และจินตนาการไว้บนผลงานแต่ละชิ้นอย่างสมบูรณ์แบบ


    ผู้สนใจสามารถเข้าชมงาน NEO Land Festival 2026 ได้ตั้งแต่วันนี้ -31 กรกฎาคม 2569 ณ Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม

  • Highlights - Music

    มูลนิธิ RBSO จัดคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ “Royal Harmony” น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ

    มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้าฯ ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กำหนดจัดการจัดแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยาราชนารี“Royal Harmony” บรรเลงโดยวง Royal Bangkok Symphony Orchestra (RBSO) อำนวยเพลงโดย Valentin Egel วาทยกรชาวเยอรมัน และ ศิลปินรับเชิญ Niklas Liepe นักไวโอลินชาวเยอรมัน

    รายการการแสดงในค่ำคืนนี้จะพาทุกท่านสัมผัสเสน่ห์ของดนตรีหลากหลายอารมณ์ ตั้งแต่พลังและความเร่าร้อนของ Symphonic Dances from West Side Story ของ Leonard Bernstein ความละเอียดอ่อนร่วมสมัยใน Tipping Points ของ Rachel Portman ความสนุกและลีลาการประชันอันน่าตื่นตาใน Passacaglia ผลงานเรียบเรียงโดย Aleksey Igudesman จากบทประพันธ์ของ George Frideric Handel ก่อนปิดท้ายด้วยความงดงามราวบทกวีแห่งท้องทะเลใน La Mer (Three Symphonic Sketches) ของ Claude Debussy ที่จะชวนทุกท่านดื่มด่ำไปกับจินตนาการและสีสันของเสียงดนตรีตลอดค่ำคืนอันน่าประทับใจ

    กำหนดแสดงในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

  • Art - Lifestyle

    นิทรรศการ “Six Landscapes: 6 ภูมิทัศน์แห่งถ้วยชาญี่ปุ่น” รวมที่สุดแห่งถ้วยชาทำมือชิ้นเดียวในโลก จาก 6 เตาเผาโบราณยุคประวัติศาสตร์ จัดแสดงให้ชมฟรี 1 – 15 กรกฎาคม 2569 ณ ชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม

    สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมชั้นสูงของญี่ปุ่น จัดงานนิทรรศการเครื่องปั้นดินเผาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Six Landscapes: 6 ภูมิทัศน์แห่งถ้วยชาญี่ปุ่น” นำเสนอผลงานเซรามิกทำมือระดับมาสเตอร์พีซกว่า 50 ผลงานจากฝีมือของปรมาจารย์และเตาเผาชั้นครู 6 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด “Six Landscapes” ความงาม 6 ภูมิทัศน์ เรื่องราวของ ดิน เปลวไฟ การเคลือบ และจิตวิญญาณแห่งงานหัตถศิลป์ ซึ่งล้วนถือกำเนิดขึ้นจากภูมิประเทศ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศญี่ปุ่น เพื่อเชิญชวนให้ผู้ที่รักงานศิลปะและนักสะสมชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์แห่งสุนทรียศาสตร์ของนิทรรศการทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของงานหัตถศิลป์ดั้งเดิม และความรู้เกี่ยวกับพิธีชงชา พร้อมถ่ายทอดคุณค่าของ 6 เตาเผาดั้งเดิมชั้นครู ที่มาร่วมสะท้อนภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่มีอัตลักษณ์อันโดดเด่น ได้แก่

    • เตาเผาโชอุนซัง จังหวัดยามากุจิ สืบทอดศาสตร์ ‘ฮากิยากิ’ กับความมหัศจรรย์ของผิวเคลือบที่สามารถเปลี่ยนเฉดสีได้ถึง 7 เฉดตามกาลเวลาและการใช้งาน
    • เตาเผาคิคโค โชเก็ตสึ จังหวัดโอซาก้า เตาเผาหลวงเก่าแก่กว่า 200 ปีตั้งแต่สมัยโชกุน ผู้นำความคลาสสิกมาผสานดีไซน์ร่วมสมัยจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม
    • เตาเผาโคไซอัน จังหวัดยามากุจิ โดดเด่นด้วยนวัตกรรมสีเคลือบน้ำเงินลุ่มลึกอันเป็นเอกลักษณ์ “Seigan Blue” และฐานถ้วยชาฉลากรอยแยกตามแบบฉบับเฉพาะตัว
    • เตาเผาโชอิน จังหวัดคาโกชิมะ ถ่ายทอดความงามของเครื่องปั้นดินเผาซัตสึมะโบราณ ผ่านการเผาด้วยเตาฟืนธรรมชาติที่ทำให้ผลงานทุกชิ้นมีลวดลายและเอกลักษณ์ชิ้นเดียวในโลก
    • เตาเผาอาโออิ จังหวัดวากายามะ ผู้ฟื้นฟูตำนาน ‘คิชูยากิ’ ด้วยเทคนิคเคลือบสีดำนาจิกุโระจากหินธรรมชาติ มอบสัมผัสที่สุขุม สง่างาม และเปี่ยมด้วยความศักดิ์สิทธิ์
    • เตาเผาริเฮ จังหวัดคางาวะ ศิลปะการทำถ้วยชาจากยุคเอโดะที่สืบทอดมายาวนานกว่า 300 ปีจนถึงทายาทรุ่นที่ 14 โดดเด่นด้วยงานเขียนลายด้วยมือ สะท้อนภาพทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงามของญี่ปุ่น

    ภายในงานเปิดโอกาสให้นักสะสมได้ยลโฉมและเป็นเจ้าของผลงานชิ้นประวัติศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์ โดยมีผลงานไฮไลต์ล้ำค่าที่ส่งตรงมาจัดแสดงในครั้งนี้ อาทิ ถ้วยแห่งสัญลักษณ์ของตระกูลโทะกุงาวะ จากเตาเผาอาโออิ ซึ่งเป็นถ้วยชาที่ได้รับการตกแต่งด้วยตราประจำตระกูลซามูไรผู้ก่อตั้งรัฐบาลโชกุนอันยิ่งใหญ่ ซึ่งปกครองญี่ปุ่นยาวนานกว่า 260 ปี โดยได้รับอนุญาตให้ใช้ตรานี้จาก คุณโยริซาดะ โทะกุงาวะ ผู้สืบสายตระกูลรุ่นที่ 16 โดยตรง ถัดมาคือ ถ้วยชาเทคนิคการเผาแบบรีดักชัน จากเตาเผาโชอุนซัง ผลงานที่เกิดจากการเผาด้วยเทคนิคพิเศษ Reduction Firing จนเกิดการผสมผสานอันงดงามลุ่มลึกระหว่างสีบิวะอิโระ หรือ สีเหลืองนวลคล้ายผลบิวะ และเฉดสีเทา มอบมิติสีสันที่เปลี่ยนแปลงไปตามมุมมอง

    นอกจากนี้ยังมี ชิ้นงานปั้นมือและแป้นหมุนโบราณ จากเตาเผาโชอิน ผลงานที่ขึ้นรูปด้วยมือและแป้นหมุน (โระคุโระ) เผยให้เห็นร่องรอยรายละเอียดของรูปทรงและผิวสัมผัสหยาบของเนื้อดินอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละชิ้น และอีกหนึ่งชิ้นงานที่ไม่ควรพลาดคือ ถ้วยชาฐานวาริโคได จากเตาเผาโคไซอัน ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบฐานรองก้นถ้วยให้มีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ สร้างความรู้สึกเคลื่อนไหว ผสานกับเฉดสีน้ำเงินลุ่มลึกที่ชวนให้นึกถึงความเวิ้งว้างอันไร้ขอบเขตของห้วงอวกาศ เกิดเป็นผลงานที่เปี่ยมด้วยพลังและจินตนาการร่วมสมัยอย่างลึกซึ้ง

    สยาม ทาคาชิมายะ ยังได้จัดกิจกรรมเจาะลึกวัฒนธรรมญี่ปุ่น กับบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Six Landscapes : 6 ภูมิทัศน์แห่งถ้วยชาญี่ปุ่น” จาก คุณเคนทาโร่ ฮากิฮาระ นักเขียนและนักวิจารณ์ด้านวัฒนธรรม สมาชิกของสมาคมนักเขียนแห่งประเทศญี่ปุ่น ผู้เชี่ยวชาญเรื่องงานหัตถกรรมพื้นบ้าน (Mingei) และวิถีชีวิตร่วมสมัยที่เชื่อมโยงกับงานฝีมือดั้งเดิม ในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. – 15.00 น. จำนวนจำกัดเพียง 20 ท่าน ผู้ที่สนใจสามารถร่วมกิจกรรมฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
    ขอเชิญร่วมเดินทางสัมผัสความงามแห่งภูมิประเทศและจิตวิญญาณช่างฝีมือญี่ปุ่นในนิทรรศการ “Six Landscapes: 6 ภูมิทัศน์แห่งถ้วยชาญี่ปุ่น” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 15 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณชั้น M ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-011-7500 หรือทาง LINE: SIAM Takashimaya

  • Automotive

    LEPAS สร้างประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ ผ่าน Media Test Drive LEPAS L6 EV รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่ผสานความงดงามและเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน

    LEPAS Thailand จัดกิจกรรม Media Test Drive ครั้งแรกในประเทศไทย เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสายยานยนต์ชั้นนำร่วมสัมผัสสมรรถนะ เทคโนโลยี และคุณภาพของ LEPAS L6 EV รถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่างใกล้ชิดและครบทุกมิติ ก่อนการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการ โดยประเทศไทยยังถือเป็นตลาดแรกของโลกที่ LEPAS เลือกเปิดตัวรถยนต์พวงมาลัยขวา กิจกรรมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการทดสอบขับ หากแต่เป็นการประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า LEPAS พร้อมส่งมอบความสง่างามแห่งการเดินทาง สู่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างเต็มภาคภูมิ

    LEPAS — แบรนด์พรีเมียมแห่งการเดินทางอย่างสง่างาม
    LEPAS (เลพาส) คือแบรนด์รถยนต์ SUV พรีเมียม ไฟฟ้า 100% ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองตลาดระดับโลก ภายใต้แนวคิด Preferred Brand for Elegant Mobility Life ซึ่งมุ่งส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่ผสานความงดงามของงานออกแบบ สมรรถนะการขับขี่ และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน
    ภาษาการออกแบบ Leopard Aesthetics ที่เป็นเอกลักษณ์ของ LEPAS ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรง และพลังงานของเสือดาว สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบของพลัง และความสง่างาม พร้อมช่วยให้ LEPAS L6 EV บรรลุค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) เพียง 0.27 ซึ่งดีที่สุดในกลุ่มเซ็กเมนต์เดียวกัน พิสูจน์ว่าความงามและประสิทธิภาพเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ

    สมรรถนะและเทคโนโลยีที่พิสูจน์ได้จริง
    LEPAS L6 EV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 160 kW (218 PS) ให้แรงบิด 275 Nm และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.9 วินาที มาพร้อมแบตเตอรี่ LFP ขนาด 65.05 kWh ให้ระยะวิ่งสูงสุด 500 กม. (NEDC) และรองรับการชาร์จ DC Fast Charge ที่ 120 kW สามารถชาร์จจาก 30% ถึง 80% ได้ภายใน 20 นาที ขณะที่ภายในห้องโดยสาร ออกแบบด้วยแนวคิด Skyline ให้ความรู้สึกโอบล้อมอย่างลงตัว พร้อมระบบ Bosch IPB 2.0 Brake by Wire และชุด ADAS ครบถ้วน ทั้ง ACC / ICA / TJA / APA และ FTBA

    รูปแบบการทดลองขับ: 5 สถานี บนเส้นทาง 3.5 กม.
    กิจกรรม Media Test Drive ถูกออกแบบให้ครอบคลุมทุกมิติของ LEPAS L6 EV ผ่านสถานีทดสอบด้วยระยะทางรวม 3.5 กิโลเมตร ซึ่งประกอบด้วย 5 สถานีทดสอบและกิจกรรมพิเศษ ดังนี้
    Station 01 — Advanced Driver Assistance Features
    ทดลองระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ พร้อมเปรียบเทียบการตอบสนองของโหมดการขับขี่ Eco, Normal และ Sport ทั้งในด้านอัตราเร่งและน้ำหนักพวงมาลัย รวมถึงทดสอบระบบ ACC (Adaptive Cruise Control with Stop & Go), ICA และ TJA ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในสภาพการจราจรจริงได้อย่างชาญฉลาด
    Station 02 — Acceleration Test 0-100 กม./ชม.
    ทดสอบสมรรถนะการเร่งของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง160 kW และแรงบิด 275 Nm ที่ถูกจูนให้การเร่งมีความ Smooth ต่อเนื่อง ลดอาการ Torque Surge แบบรถไฟฟ้าทั่วไป ให้ความรู้สึกของพลังที่ไหลลื่นอย่างเป็นธรรมชาติตลอดทุกช่วงความเร็ว
    Station 03 — Bosch IPB 2.0 Brake by Wire
    ระบบเบรกไร้สายรุ่นล่าสุดที่ผู้ขับขี่สามารถ ปรับระดับการตอบสนองและน้ำหนักการเบรกได้อย่างอิสระ ตั้งแต่โหมดนุ่มนวลแต่ทรงพลัง ไปจนถึงโหมดตอบสนองเฉียบคมให้กำลังเบรกสูง หรือให้ระบบปรับโดยอัตโนมัติตามโหมดขับขี่
    Station 04 — Handling Test & Lane Change
    ทดสอบการควบคุมรถ การเปลี่ยนเลนกะทันหัน และความมั่นคงในการเข้าโค้ง เพื่อประเมินสมรรถนะของช่วงล่าง Global Model Specification ที่ได้รับการปรับเซ็ต Anti-roll Bar หน้า-หลังเป็นพิเศษ สำหรับสภาพถนนในประเทศไทย มอบการยึดเกาะถนนที่มั่นคงและสมดุล
    Station 05 — Suspension Test (NVH)
    การขับผ่าน Speed Bump หลายขนาดเพื่อวัดสมรรถนะ การซับแรงสั่นสะเทือน ความนุ่มนวล และระดับเสียงภายในห้องโดยสาร ผ่านการขับขี่บนพื้นผิวจำลองหลากหลายรูปแบบ ทั้งลูกระนาด ถนนคลื่น และพื้นผิวขรุขระ เพื่อสัมผัสการใช้งานในสภาพถนนจริง
    Special Test — APA & FTBA
    ทีม Driving Instructor ของ LEPAS สาธิตระบบ Automatic Parking Assistance (APA) และระบบ Tracing Reverse Function (FTBA) ในพื้นที่และสถานการณ์หลากหลาย ณ บริเวณ PARK11 ใกล้ที่รับรองสื่อมวลชน Silverskin Cafe เพื่อให้เห็นถึงความสามารถของเทคโนโลยีจอดรถอัจฉริยะในการใช้งานจริง

    เครือข่ายผู้แทนจำหน่าย: ความพร้อมที่จับต้องได้
    เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ผู้แทนจำหน่าย และคู่ค้าในวงกว้าง LEPAS Thailand ได้ประกาศแผนขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรให้ครบ 50 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2569 โดยมี นาย จิตติศักดิ์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการด้านการขายและการพัฒนาเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย LEPAS Thailand ผู้บริหารชาวไทยคนแรกของแบรนด์ที่มีประสบการณ์ยาวนานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เป็นผู้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้
    คุณจิตติศักดิ์มองว่า ความท้าทายที่แท้จริงของแบรนด์รถยนต์ใหม่ในตลาดไทยไม่ใช่ตัวผลิตภัณฑ์ แต่คือ “ความเชื่อมั่น” ที่ต้องสร้างผ่านการเข้าถึงที่จับต้องได้ LEPAS Thailand จึงให้ความสำคัญตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ การบริการหลังการขาย ไปจนถึงประสบการณ์ลูกค้าในทุกจุดสัมผัส เพื่อสร้างความมั่นใจตั้งแต่วันแรกที่ผู้บริโภครู้จักแบรนด์

    เปิดตัวอย่างเป็นทางการ 24 กรกฎาคม 2569
    LEPAS Thailand กำหนดจัดงานเปิดตัว LEPAS L6 EV รถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่างเป็นทางการพร้อมประกาศราคา ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ซึ่งจะเป็นหมุดหมายสำคัญที่ลูกค้า ผู้แทนจำหน่าย และคู่ค้า ทุกภาคส่วนจะได้รับข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับรุ่น ราคา และเงื่อนไขการจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดย LEPAS L6 EV รถยนต์ไฟฟ้า 100% นับเป็นรถยนต์พวงมาลัยขวาคันแรกในโลกของแบรนด์ ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติ เป็นผู้เปิดตัวก่อนใคร สะท้อนถึงบทบาทเชิงกลยุทธ์ของไทยในแผนงานระดับโลกของ LEPAS
    Media Test Drive ครั้งแรกที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงกิจกรรมทดสอบยานยนต์ หากแต่เป็นการส่งสัญญาณ ที่ชัดเจนถึงทุกภาคส่วนว่า LEPAS พร้อมแล้วในทุกมิติ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี เครือข่าย และการบริการ เพื่อก้าวเข้าสู่ตลาดยานยนต์พรีเมียมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน