Sports

  • Hospitality - Sports

    แมริออท บอนวอย เสิร์ฟความสุขเอาใจแฟนเทนนิสในศึกออสเตรเลียน โอเพ่น 2570 ด้วยสิทธิพิเศษเข้าถึงการแข่งขันแบบเหนือระดับ พร้อมโอกาสกระทบไหล่ “อเล็กซ์ เอียลา”

    สิทธิพิเศษและประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น 2570 ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา สำหรับสมาชิกผ่าน แมริออท บอยวอย โมเมนตส์ เท่านั้น รวมถึงโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้พบกับ อเล็กซ์ เอียลา (Alex Eala) นักเทนนิสชื่อดังระดับโลก

    สิงคโปร์ – แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy) ในฐานะพันธมิตรอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเทนนิสออสเตรเลียน โอเพ่น ได้เปิดตัวแพ็กเกจ แมริออท บอยวอย โมเมนตส์ ที่งานออสเตรเลียน โอเพ่น ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อมอบทางเลือกให้สมาชิกได้สัมผัสกับหนึ่งในรายการกีฬาที่มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น โดยจะมีแพ็กเกจการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น มากกว่า 250 แพ็กเกจเปิดให้สมาชิกทั่วโลกได้ร่วมประมูล ซึ่งรวมถึงโอกาสพิเศษในการพบปะกับ อเล็กซ์ เอียลา (Alex Eala) นักเทนนิสดาวรุ่งระดับโลก


    นอกจากนี้ สมาชิกที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวในออสเตรเลียผ่านการแข่งขันเทนนิสในเดือนมกราคม ยังสามารถประมูลแพ็กเกจ Summer of Tennis ที่มีทั้งหมด 120 แพ็กเกจ สำหรับการแข่งขันในเมืองแอดเดเลด บริสเบน แคนเบอร์รา โฮบาร์ต และเพิร์ธ โดยประสบการณ์ทั้งหมดนี้จะทยอยเปิดให้จองตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี


    แพ็กเกจการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น 2570 เปิดให้จองแล้ววันนี้
    สมาชิกสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพ็กเกจแมริออท บอนวอย โมเมนตส์ ซึ่งประกอบด้วยสิทธิพิเศษในการเข้าถึงตำนานนักหวดออสเตรเลียน โอเพ่น ประสบการณ์รับประทานอาหารระดับพรีเมียม ทัวร์เบื้องหลังสนามแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ดินเนอร์สุดพิเศษ บัตรเข้าชมการแข่งขัน และห้องพักโรงแรม
    หนึ่งในแพ็กเกจที่เป็นที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดคือ กิจกรรมฝึกซ้อมหรือสอนเทนนิสแบบเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกับ แอช บาร์ตี (Ash Barty) อดีตนักเทนนิสชื่อดังชาวออสเตรเลีย บัตรเข้าชมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศประเภทหญิง พร้อมสิทธิ์เข้าใช้บริการเลานจ์รับรองและห้องพักโรงแรม


    โอกาสสุดพิเศษในการพบกับ อเล็กซ์ เอียลา (Alex Eala) ที่เมลเบิร์น
    ในเดือนตุลาคม 2569 สมาชิก แมริออท บอนวอย จะมีโอกาสได้พบกับ อเล็กซ์ เอียลา (Alex Eala) ระหว่างการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น 2570 ที่เมืองเมลเบิร์น โดยการเสนอประมูลสูงสุด หรือแลกรับประสบการณ์นี้ด้วยคะแนน แมริออท บอนวอย เพียง 1 คะแนน
    นอกเหนือจากการได้พบกับหนึ่งในนักเทนนิสดาวรุ่งที่น่าตื่นเต้นแล้ว สมาชิกจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศของสัปดาห์เปิดการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น และเพลิดเพลินกับการเข้าพักที่คัดสรรมาเป็นพิเศษจาก แมริออท บอนวอย ในเมลเบิร์น แพ็กเกจนี้ประกอบด้วย:

    • สิทธิ์เข้าร่วมงานพบปะพูดคุย (Meet-and-Greet) กับ อเล็กซ์ เอียลา (Alex Eala) ที่เมลเบิร์น
    • การเข้าพัก 1 คืน ณ โรงแรมในเครือ แมริออท บอยวอย
    • สิทธิ์เข้าร่วมงานอีเวนต์ในสัปดาห์เปิดการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น
    • ชุดต้อนรับและสินค้าที่ระลึกจากออสเตรเลียน โอเพ่น

    สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับสมาชิก
    เทนนิสเป็นกีฬาที่กำลังได้รับความนิยมและมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมากในฟิลิปปินส์และญี่ปุ่น โดยกระแสคลั่งไคล้ “เอียลา” (Eala-mania) ได้ครองใจชาวฟิลิปปินส์ ขณะที่ออสเตรเลียน โอเพ่น ก็เป็นศึกแกรนด์สแลมที่มีผู้ชมมากที่สุดในญี่ปุ่น
    เพื่อตอบสนองความต้องการของแฟนๆ นอกเหนือจากแพ็กเกจแมริออท บอนวอย โมเมนตส์แล้ว ทางแมริออท บอยวอย มอบสิทธิ์พิเศษให้สมาชิกในฟิลิปปินส์และญี่ปุ่นได้เข้าร่วมกิจกรรมชิงโชคของ แมริออท บอนวอย อีกด้วย ซึ่งของรางวัลประกอบไปด้วย โอกาสในการพบกับอเล็กซ์ เอียลา สินค้าพร้อมลายเซ็น และบัตรเข้าชมการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น


    ท่องโลกเทนนิสไปกับ แมริออท บอนวอย
    ประสบการณ์ใหม่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มระดับโลก Tennis The World ของ แมริออท บอยวอย ซึ่งเชื่อมโยงการเดินทางเข้ากับพลัง ความตื่นเต้น และการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงกีฬาเทนนิส แพลตฟอร์มนี้ผสานรวมสิทธิ์เข้าถึงการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่นที่เพิ่มมากขึ้นผ่าน แมริออท บอยวอย โมเมนตส์ พร้อมทั้งรวบรวมรายชื่อโรงแรมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเทนนิส เพื่อเชื่อมโยงสมาชิกผู้รักกีฬาเทนนิสเข้ากับสิ่งที่พวกเขาชื่นชอบในขณะที่ออกไปสำรวจโลกผ่านกีฬาชนิดนี้


    “Tennis The World คือการเปิดประตูสู่ประสบการณ์ที่จะนำพาสมาชิกของเราให้เข้าใกล้ความหลงใหลและสถานที่ที่พวกเขารักมากยิ่งขึ้น” จอห์น ทูมี (John Toomey) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าว “โอกาสในการได้พบกับ อเล็กซ์ เอียลาที่เมลเบิร์น สัมผัสประสบการณ์การแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น และเพลิดเพลินกับการเข้าพักที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าอันเป็นเอกลักษณ์ของ แมริออท บอนวอย ด้วยการนำเสนอประสบการณ์เหล่านี้ผ่านทั้งกิจกรรมแจกสิทธิ์ด้วยคะแนน 1 แต้ม (1-Point Drops) และการประมูล เรากำลังสร้างสรรค์วิธีใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นเพื่อให้สมาชิกสามารถเปลี่ยนคะแนนสะสมให้กลายเป็นความทรงจำที่จะตราตรึงอยู่กับพวกเขาไปนานหลังจากการแข่งขันนัดสุดท้ายสิ้นสุดลง”


    มาร่วมฟังอเล็กซ์เล่าว่า ทำไมการร่วมงานกับ Marriott Bonvoy ถึงตอบโจทย์ ในการเปิดโอกาสให้เธอได้ใกล้ชิดกับแฟนๆ ที่คอยสนับสนุนและร่วมเดินทางมากับเธอตลอดเส้นทาง อเล็กซ์กล่าวในงานแถลงข่าวที่จัดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 18 กันยายน 2569 เชิญรับฟังเส้นทางที่ผ่านมาของเธอ มุมมองที่มีต่อแฟนคลับทั่วโลก และความหวังที่มีต่ออนาคต

  • Sports

    4 คู่หูนักกีฬา–ม้าศึกไทย พร้อมลงสนามผ่าน Horse Inspection ก่อนลุยศึกอีเวนติ้ง เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20

    สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยความพร้อมของทีมขี่ม้าอีเวนติงทีมชาติไทย ก่อนลงแข่งขันในมหกรรมเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 หลังม้ากีฬาทั้ง 4 ตัว ผ่านการตรวจสภาพม้า หรือ Horse Inspection อย่างเป็นทางการ เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 20 กันยายน 2569

    นักกีฬาและม้ากีฬาที่ผ่านการตรวจสภาพ ประกอบด้วย
    ● พันตรี สุภาพ ขาวงาม กับม้า VINETTO 3
    ● วรปรัชญ์ สิทธิจู กับม้า B.GRIMM USTER DE CHANAY
    ● กรธวัช สำราญ (Korntawat Samran) กับ B.GRIMM BILLY ELMY
    ● วีรภัฎ ปิฎกานนท์ (Weerapat Pitakanonda) กับ B.GRIMM CARNIVAL MARCH

    ระหว่างการตรวจสภาพม้า นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมชาติไทยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ด้วยชุดยูนิฟอร์มสำหรับการตรวจม้า หรือ Trot-up Outfit ที่มีความสง่างาม โดดเด่น และสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย ออกแบบโดย SIRIVANNAVARI

    สำหรับโปรแกรมการแข่งขันประเภทอีเวนติ้ง ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับการพยากรณ์สภาพอากาศ โดยการแข่งขันในวันที่ 22 กันยายน 2569 มีกำหนดดังนี้
    ● เวลา 08.00 น. – การแข่งขันศิลปะบังคับม้าประเภทอีเวนติ้ง (Eventing Dressage)
    ● เวลา 13.00 น. – การแข่งขันกระโดดข้ามเครื่องกีดขวางในภูมิประเทศ (Cross Country)

    ผลการจับสลากลำดับการลงแข่งขันของนักกีฬาไทย ได้แก่
    ● ลำดับที่ 2 – พันตรี สุภาพ ขาวงาม
    ● ลำดับที่ 9 – วรปรัชญ์ สิทธิจู
    ● ลำดับที่ 18 – กรธวัช สำราญ
    ● ลำดับที่ 26 – วีรภัฎ ปิฎกานนท์

    ทีมอีเวนติ้งไทยพร้อมลงสนามอย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างผลงานในการแข่งขันระดับทวีป และนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทย ขอเชิญแฟนกีฬาชาวไทยร่วมส่งกำลังใจเชียร์นักกีฬาและทีมงานทุกคนในการแข่งขันครั้งสำคัญนี้
    ภาพ: Thailand Equestrian Federation / HorseMove Thailand

    #TEFThailand #ThailandEquestrianTeam #AsianGames2026 #Equestrian #Eventing #TeamThailand

  • Sports

    ทัพขี่ม้าไทยพร้อมสู้ศึก Asian Games 20268 นักกีฬา–8 ม้าคู่ใจ ถึงญี่ปุ่น เตรียมลงสนามสองประเภทใหญ่

    นักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทยและม้าคู่ใจเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นแล้ว เตรียมลงแข่งขัน 2 ประเภท ได้แก่ ศิลปะบังคับม้าและอีเวนติ้ง ในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20

    สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เตรียมส่งนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 Aichi–Nagoya 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 กันยายน–4 ตุลาคม 2569 ณ ประเทศญี่ปุ่น

    ในการแข่งขันครั้งนี้ ประเทศไทยจะส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้า 2 ประเภท ได้แก่ ศิลปะบังคับม้า (Dressage) และอีเวนติ้ง (Eventing) รวมทั้งสิ้น 8 คน แบ่งเป็นประเภทละ 4 คนนักกีฬาและม้าทีมชาติไทยเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นอย่างปลอดภัยเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เพื่อให้ม้าได้พักฟื้นและปรับตัวภายหลังการเดินทางระหว่างประเทศ ก่อนเริ่มการฝึกซ้อมและเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายสำหรับการแข่งขัน

    รายชื่อนักกีฬาทีมชาติไทย
    ประเภทศิลปะบังคับม้า (Dressage)
    ● สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา กับม้า Boulevard
    ● เฉลิมฉาน ยศวีระพาณิชย์ กับม้า Sant Jordi 3
    ● ฉันชนก คลารา รึคเคอร์ กับม้า Vincent 186
    ● นิร พุทธิสมบัติ กับม้า Rock That Tango

    นอกจากนี้ เฉลิมฉาน ยศวีระพาณิชย์ นักกีฬาศิลปะบังคับม้ามากประสบการณ์ ยังได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในผู้ถือธงชาติไทยนำทัพนักกีฬาไทยเข้าสู่พิธีเปิดการแข่งขันในวันที่ 19 กันยายน ร่วมกับ ทัดดาว นึกแจ้ง นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติ
    ประเภทอีเวนติ้ง (Eventing)
    ● กรธวัช สำราญ กับม้า B.Grimm Billy Elmy
    ● พันตรี สุภาพ ขาวงาม กับม้า Vinetto 3
    ● วรภัทร สิทธิจู กับม้า B.Grimm Uster de Chanay
    ● วีรภัฏ ปฏิกานนท์ กับม้า B.Grimm Carnival March

    เบื้องหลังนักกีฬาและม้าทั้ง 8 คู่ คือทีมงานมากประสบการณ์ นำโดย พลตรี สมพงษ์ สุขประดิษฐ์ หัวหน้าคณะนักกีฬา พร้อมด้วย นารา เกตุสิงห์ ฝ่ายเทคนิคและผู้ช่วยผู้จัดการทีม โดยทีมศิลปะบังคับม้าอยู่ภายใต้การดูแลของ Matthias Rath ขณะที่ทีมอีเวนติงได้รับการฝึกสอนโดย Maxime Livio นักกีฬาขี่ม้าโอลิมปิกชาวฝรั่งเศส

    ด้าน Olivier Geffroy สัตวแพทย์ประจำทีม ทำหน้าที่ติดตามสุขภาพ การพักฟื้น และสวัสดิภาพของม้าอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงการเตรียมตัวและการแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้นักกีฬาและม้าทุกคู่มีความพร้อมสูงสุดก่อนลงสนามทำหน้าที่เพื่อประเทศไทย
    ทีมอีเวนติ้งไทยประเดิมสนาม 21 กันยายน

    การแข่งขันกีฬาขี่ม้าของทีมชาติไทยจะเริ่มต้นด้วยประเภทอีเวนติง หนึ่งในประเภทการแข่งขันที่ท้าทายที่สุด เนื่องจากนักกีฬาและม้าต้องแข่งขันครบทั้ง 3 บททดสอบ ได้แก่ ศิลปะบังคับม้า ครอสคันทรี และกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง

    จากนั้น นักกีฬาทีมชาติไทยจะลงแข่งขันประเภทศิลปะบังคับม้าระหว่างวันที่ 25–27 กันยายน โดยมุ่งแสดงถึงความแม่นยำ ความสง่างาม และความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างนักกีฬากับม้าในเวทีระดับทวีป

    ชิงชัย ณ สนามประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น
    การแข่งขันกีฬาขี่ม้าจะจัดขึ้น ณ Equestrian Park เขตเซตากายะ กรุงโตเกียว สนามกีฬาขี่ม้าท่ามกลางธรรมชาติที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2483
    สนามแห่งนี้เคยใช้จัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกมาแล้ว 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2507 และ พ.ศ. 2564 ก่อนปิดปรับปรุงครั้งใหญ่และเปิดให้บริการอีกครั้งในปี พ.ศ. 2566
    สำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ Equestrian Park จะเป็นสนามจัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้าทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ศิลปะบังคับม้า อีเวนติง และกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง

    ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพม้า
    ภายหลังเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่น ทีมสัตวแพทย์ คนดูแลม้า และเจ้าหน้าที่สนับสนุน ได้ร่วมกันดูแลและติดตามสุขภาพของม้าแต่ละตัวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ม้าได้พักฟื้นและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับสุขภาพและสวัสดิภาพของม้า นักกีฬาจะใช้ช่วงเวลาก่อนการแข่งขันทำความคุ้นเคยกับสนาม ฝึกซ้อมขั้นสุดท้าย และเสริมสร้างความพร้อมของคู่ม้า–นักกีฬา ก่อนลงสนามทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทย

    คำกล่าวจาก ดร.ฮาราลด์ ลิงค์
    “การได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ถือเป็นเกียรติและความรับผิดชอบที่สำคัญ นักกีฬา ม้า ผู้ฝึกสอน คนดูแลม้า สัตวแพทย์ และทีมงานทุกคน ได้ทุ่มเทและเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการแข่งขันครั้งนี้
    เรามีความเชื่อมั่นในความสามารถของนักกีฬาทีมชาติไทย และหวังว่าทุกคนจะสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างดีที่สุด โดยให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของม้าเป็นอันดับแรก ขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยร่วมส่งกำลังใจให้แก่นักกีฬา ม้า และทีมงานทุกคนในการทำหน้าที่เพื่อประเทศไทย”

    ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
    ร่วมส่งกำลังใจให้ทีมขี่ม้าไทยก้าวสู่เวทีเอเชียไปด้วยกัน
    Together, we ride for Thailand.

    #TeamThailand #ThaiEquestrianTeam #AsianGames2026 #AichiNagoya2026 #RoadToAsianGames #Dressage #Eventing #RideForThailand

  • Charity - CSR - Sports

    แมริออท บอนวอย สานต่อภารกิจเพื่อสังคมผ่านกีฬากอล์ฟจัด “Marriott Bonvoy Charity Golf Day” ปีที่ 5 หลังระดมทุนแล้วกว่า 10 ล้านบาท

    การแข่งขันกอล์ฟการกุศลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เตรียมกลับมาสร้างสถิติครั้งใหม่ด้วยการจัดแข่งขันในสองจุดหมายปลายทางยอดนิยม ณ จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน และกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 16 พฤศจิกายน เพื่อระดมทุนสนับสนุน มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ประเทศไทย, มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย, และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

    แมริออท บอนวอย โปรแกรมการท่องเที่ยวระดับรางวัลจาก แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ประกาศการกลับมาอีกครั้งของกิจกรรมการกุศลอันเป็นเอกลักษณ์ กับงานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทยช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยนับเป็นการจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยการขยายสู่ 2 สนามแข่งขัน ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต และกรุงเทพมหานคร

    • งานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย เป็นส่วนหนึ่งของโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ของ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ในประเทศไทย และสนับสนุน เสิร์ฟ360 (Serve360) แพลตฟอร์มด้านความยั่งยืนและผลกระทบเชิงสังคมระดับโลกของบริษัท
    • นับตั้งแต่การจัดงานครั้งแรกในปี 2565 กิจกรรมดังกล่าวสามารถระดมทุนเพื่อสนับสนุนองค์กรการกุศลในประเทศไทยได้แล้วมากกว่า 10 ล้านบาท
    • โดยในปีนี้การแข่งขันที่ภูเก็ตจะจัดขึ้น ณ สนามกอล์ฟ บลู แคนยอน คันทรี คลับ ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2569
    • ในส่วนการแข่งขันที่กรุงเทพฯจะจัดขึ้น ณ สนามกอล์ฟ ไทย คันทรี คลับ ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่จัดกิจกรรมใจกลางกรุงเทพฯ
    • ทั้งสองงานเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมแข่งขันแล้ววันนี้ ราคาแพ็คเกจครอบคลุมการแข่งขันกอล์ฟตลอดทั้งวัน ตลอดจนกิจกรรมพิเศษภายในสนาม ความบันเทิงหลากหลาย และ งานกาล่าดินเนอร์

    นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2565 กิจกรรมงานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) ในประเทศไทยสามารถระดมทุนเพื่อสนับสนุนองค์กรการกุศลและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรได้แล้วมากกว่า 10 ล้านบาท และในปี 2569 นี้ กิจกรรมจะกลับมายิ่งใหญ่กว่าที่เคย ด้วยการจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล 2 รายการ ณ บลู แคนยอน คันทรี คลับ จังหวัดภูเก็ต และ ไทย คันทรี คลับ กรุงเทพมหานคร ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดกิจกรรมนี้ขึ้นในกรุงเทพฯ

    นอกจากนี้ ในปีนี้ยังมีการขยายการสนับสนุนด้านการกุศลให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยรายได้จากกิจกรรมจะมอบให้แก่องค์กรที่ได้รับความไว้วางใจ 3 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ประเทศไทย มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานอันสำคัญขององค์กรเหล่านี้ในการพัฒนาชุมชน ช่วยคุ้มครองเด็กด้อยโอกาสจากการถูกแสวงหาประโยชน์ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของครอบครัวให้หลุดพ้นจากสภาวะความไม่พร้อมทางทุนทรัพย์

    กิจกรรมงานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) เป็นประสบการณ์การแข่งขันกอล์ฟการกุศลที่เปี่ยมด้วยสีสันและมิตรภาพ ซึ่งรวบรวมนักกอล์ฟจากทั่วโลกมาร่วมสนุกกับกิจกรรมและการแข่งขันหลากหลายรูปแบบตลอดเส้นทางแฟร์เวย์ โดยในปีนี้ ผู้เข้าร่วมจะได้ออกรอบ ณ สนาม Lakes Course ของ บลู แคนยอน คันทรี คลับ จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2569 พร้อมการแข่งขันในรูปแบบช็อตกันสตาร์ต (Shotgun Tournament) เพลิดเพลินไปกับความบันเทิงเหนือระดับ กิจกรรมพิเศษชิงรางวัล และเซอร์ไพรส์อีกมากมายที่กระจายอยู่ตลอดทั้ง 18 หลุม ต่อด้วยอีเว้นท์ที่กรุงเทพฯ ที่จะจัดขึ้น ณ สนามกอล์ฟ ไทย คันทรี คลับ ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 พบกับงานกอล์ฟการกุศลเต็มวัน ที่พร้อมมอบประสบการณ์สุดประทับใจให้แก่ทั้งนักกอล์ฟและผู้ร่วมงาน

    ในกิจกรรมทั้งสองรายการ ผู้เข้าร่วมงานจะได้เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพจาก แมริออท บอนวอย ออน วีล์ส (Marriott Bonvoy on Wheels) ขบวนฟู้ดทรัก รถจำหน่ายอาหารที่นำเสนอเมนูโดดเด่นจากโรงแรมและรีสอร์ตในเครือ แมริออท บอนวอย และก่อนที่กิจกรรมการแข่งขันจะจบลง ปิดท้ายค่ำคืนด้วยงานกาล่าดินเนอร์สุดพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองค่ำคืนแห่งการแบ่งปันและการกุศลร่วมกันอย่างงดงาม

    “งานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญประจำปีของเรา ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้มารวมตัวกันผ่านการแข่งขันกอล์ฟในบรรยากาศที่เป็นมิตร พร้อมร่วมระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการและองค์กรที่สร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ในโอกาสที่กิจกรรมนี้จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ขยายผลเชิงบวกของโครงการ และเปิดโอกาสให้ผู้คนได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น ผ่านแพลตฟอร์ม เสิร์ฟ360 (Serve360) ของแมริออท กิจกรรมนี้สามารถระดมทุนได้มากกว่า 10 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสทั่วประเทศไทย และเราภูมิใจที่ได้ขยายการสนับสนุนไปยังองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ควบคู่กับพันธมิตรระยะยาวของเราอย่างมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ประเทศไทย และ มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย เพื่อช่วยให้องค์กรเหล่านี้สามารถสานต่อภารกิจที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่ชีวิตผู้คนได้อย่างต่อเนื่อง” กล่าวโดย แบรด เอ็ดแมน (Brad Edman) รองประธานกรรมการประจำประเทศไทย กัมพูชา ลาว และเมียนมา แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล

    กิจกรรมงานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) ณ จังหวัดภูเก็ต เปิดจำหน่ายบัตรเข้าร่วมในราคา 5,900 บาทต่อท่าน ขณะที่กิจกรรมในกรุงเทพฯราคาบัตรเข้าร่วมงานอยู่ที่ 7,500 บาทต่อท่าน โดยราคาแพ็คเกจครอบคลุมประสบการณ์กอล์ฟตลอดทั้งวัน กิจกรรมภายในงาน อาหารว่างและเครื่องดื่มระหว่างออกรอบ และสิทธิ์เข้าร่วมงานกาล่าดินเนอร์ ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ที่ https://bit.ly/marriottcharitygolf2026 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/MBVGolfCharity

    สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการเดินทางและเข้าพัก สามารถสำรองห้องพักกับโรงแรมและรีสอร์ตในเครือ แมริออท บอนวอย ในจังหวัดภูเก็ตและกรุงเทพมหานคร ได้ที่ www.marriott.com/en/destinations/thailand.mi.

  • Sports

    สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทยฯ ตอกย้ำการเติบโตของกีฬาขี่ม้าเยาวชนไทย ผ่านการแข่งขันระดับประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

    การแข่งขันกีฬาขี่ม้าระดับเยาวชนของประเทศ รวบรวมนักกีฬาและม้ากีฬา 157 คู่ จาก 97 โรงเรียน ใน 18 จังหวัดทั่วประเทศ ชิงชัย 4 ประเภทการแข่งขัน พร้อมบรรจุการแข่งขันอีเวนต์ติ้งเป็นครั้งแรก
    สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับกรมพลศึกษา จัดการแข่งขัน กีฬาขี่ม้า  กีฬาระหว่างโรงเรียน กรมพลศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569  ระหว่างวันที่ 11–16 สิงหาคม 2569 ณ สนาม ไทยโปโล แอนด์ อีเควสเทรียน บี.กริม คันทรีคลับ พัทยา เพื่อส่งเสริมและพัฒนากีฬาขี่ม้าในประเทศไทย พร้อมเปิดเวทีให้นักเรียนจากทั่วประเทศได้แสดงศักยภาพ พัฒนาทักษะ และก้าวสู่การเป็นนักกีฬาระดับชาติและนานาชาติ

    การแข่งขันในปีนี้ประกอบด้วยการแข่งขัน ศิลปะการบังคับม้า (Dressage) เอ็นดูแรนซ์ (Endurance) การกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (Jumping) และอีเวนต์ติ้ง (Eventing) ซึ่งได้รับการบรรจุในการแข่งขันกีฬาขี่ม้ากีฬาระหว่างโรงเรียนเป็นครั้งแรก โดยการแข่งขันอีเวนต์ติ้งจะจัดในรูปแบบ One-Day Event พร้อมไฮไลต์การแข่งขัน Derby Course ณ สนามไทยโปโล แอนด์ อีเควสเทรียน บี.กริม คันทรีคลับ
    กีฬาขี่ม้าเป็นกีฬาที่ส่งเสริมการพัฒนาทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ปลูกฝังระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ความอดทน การตัดสินใจ และการทำงานร่วมกัน อีกทั้งยังเปิดโอกาสสู่การศึกษาต่อและการประกอบอาชีพในหลากหลายสาขา อาทิ การฝึกสอน การดูแลม้า สัตวแพทยศาสตร์ การจัดการแข่งขัน และอุตสาหกรรมม้า จึงนับเป็นกีฬาที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเยาวชนและสร้างคุณค่าให้แก่สังคม


    การแข่งขันในปีนี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกีฬาขี่ม้าในประเทศไทย โดยมี นักกีฬา 157 คน และ157 ม้า จาก 97 โรงเรียน และ 18 จังหวัดทั่วประเทศ ลงแข่งขันรวม 247 รายการ (Entries) ครอบคลุมทั้ง 4 ประเภทการแข่งขัน นับเป็นสถิติการเข้าร่วมแข่งขันสูงสุดของรายการ สะท้อนถึงความนิยมของกีฬาขี่ม้าในกลุ่มเยาวชนไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความร่วมมือของสถานศึกษา ผู้ปกครอง สโมสร และทุกภาคส่วนในการขยายโอกาสให้เยาวชนได้เข้าถึงกีฬาขี่ม้ามากยิ่งขึ้น


    “นักกีฬาทุกคนล้วนเริ่มต้นจากความฝันและโอกาส การแข่งขันรายการนี้คือก้าวแรกให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง พัฒนาทักษะ และสร้างความมั่นใจในการก้าวสู่การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น ผมหวังว่ารายการนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยก้าวขึ้นไปเป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ การแข่งขัน FEI Asian Championships และมหกรรมกีฬาโอลิมปิกในอนาคต” กล่าวโดย ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

    ตารางการแข่งขัน
    Wednesday, August 12: Dressage
    Thursday, August 13: Endurance, Dressage
    Friday, August 14: Eventing, Dressage
    Saturday, August 15: Jumping
    Sunday, August 16: Jumping

  • Highlights - Sports

    สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทอดพระเนตรการดำเนินงานของสหพันธ์กีฬาขี่ม้านานาชาติ (FEI) ณ เมืองโลซาน สมาพันธรัฐสวิส

    เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสมาพันธรัฐสวิส สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปยังสำนักงานใหญ่สหพันธ์กีฬาขี่ม้านานาชาติ (Fédération Équestre Internationale : FEI) ณ เมืองโลซาน โดยมีนางซาบรีนา อิบาเนซ (Sabrina Ibáñez) เลขาธิการ FEI พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง เฝ้ารับเสด็จ

    ในการนี้ ทรงทอดพระเนตรการดำเนินงานของ FEI เพื่อศึกษาข้อมูลและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านกีฬาขี่ม้า อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาวงการกีฬาขี่ม้าของประเทศไทย ตลอดจนสะท้อนถึงพระปณิธานอันแน่วแน่ในการส่งเสริมความเป็นเลิศด้านกีฬาขี่ม้าและสวัสดิภาพม้าอย่างยั่งยืน

    การเสด็จเยือนครั้งนี้ ทรงสนพระทัยศึกษาโครงการฝึกอบรมและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบโดยรอบของกีฬาขี่ม้า ที่จะมีส่วนในการสนับสนุนสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของม้า รวมถึงพัฒนาการด้านเวชศาสตร์ม้า การรักษาพยาบาลทางสัตวแพทย์ และแนวทางการบริหารจัดการโรงพยาบาลม้า เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาวงการกีฬาขี่ม้าและหน่วยม้าทรงประจำพระองค์ (Royal Stable Unit) ให้มีมาตรฐานในระดับสากล

    นอกจากนี้ ยังทรงให้ความสำคัญกับบุคลากรทุกภาคส่วนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวงการกีฬาขี่ม้า โดยทรงเน้นย้ำว่าการพัฒนานักกีฬาและวงการขี่ม้าอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้ขี่ม้า ผู้ฝึกสอน สัตวแพทย์ ผู้ดูแลม้า (Groom) และช่างทำเกือกม้า (Farrier) ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการดูแลและพัฒนาศักยภาพของม้าและนักกีฬา

    สหพันธ์กีฬาขี่ม้านานาชาติ (FEI) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1921 เป็นองค์กรกำกับดูแลกีฬาขี่ม้าระดับนานาชาติ มีหน้าที่กำหนดกติกาการแข่งขัน ดูแลสวัสดิภาพม้า จัดอันดับนักกีฬา และควบคุมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในมหกรรมกีฬาระดับโลก อาทิ โอลิมปิกเกมส์ และพาราลิมปิกเกมส์ ครอบคลุมการแข่งขันหลายประเภท เช่น ศิลปะบังคับม้า (Dressage) การกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (Jumping) อีเวนติง (Eventing) การขับรถม้า (Driving) การขี่ม้าทางไกล (Endurance) วอลต์ติง-ยิมนาสติกบนหลังม้า (Vaulting) และพารา-อีเควสเทรียน (Para-Equestrian) พร้อมทั้งกำกับดูแลมาตรฐานด้านสวัสดิภาพม้าและการป้องกันการใช้สารต้องห้ามในการแข่งขัน

    ในโอกาสนี้ นางซาบรีนา อิบาเนซ เลขาธิการ FEI ได้ถวายรางวัลประกาศเกียรติคุณ เพื่อเชิดชูพระเกียรติในฐานะผู้นำทีมชาติไทยคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขัน FEI Asian Championships 2019 และ FEI Asian Championships 2025 รวมทั้งเพื่อแสดงความชื่นชมต่อพระวิสัยทัศน์และพระกรณียกิจที่ทรงอุทิศเพื่อการพัฒนากีฬาขี่ม้าและการส่งเสริมสวัสดิภาพม้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

    สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสนพระทัยกีฬาขี่ม้ามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และทรงเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรด้านกีฬาขี่ม้าอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าประเภทศิลปะบังคับม้า และเคยทรงเข้าร่วมการแข่งขันในนามทีมชาติไทยในหลายรายการระดับนานาชาติ

    นอกจากนี้ ยังทรงมีพระดำริให้จัดสร้างโรงฝึกขี่ม้าในร่ม Fürst Henry และศูนย์การแพทย์และฟื้นฟูม้า Royal Stable Unit Equine Medical and Rehabilitation Service Centre ซึ่งนับเป็นสถานพยาบาลม้ามาตรฐานสูงแห่งหนึ่งของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรองรับการพัฒนาหน่วยม้าทรงประจำพระองค์และวงการกีฬาขี่ม้าของไทยในทุกมิติ ทั้งด้านการฝึกม้าและผู้ขี่ม้า การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพม้า ตลอดจนการเตรียมความพร้อมของกำลังพลม้าทรงสำหรับพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ

    อีกทั้งยังทรงจัดตั้งโครงการบ้านพักม้าชราในพระอุปถัมภ์ เพื่อดูแลม้ากีฬาและม้าปฏิบัติงานของกองทัพบกที่ปลดประจำการ ให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีสุขภาพแข็งแรงตามหลักสวัสดิภาพสัตว์และมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง

  • Lifestyle - Sports

    สยามพารากอน จุดพลังคนรักสุขภาพ เปิดแคมเปญ “RUN MORE GET MORE” ยิ่งวิ่ง ยิ่งได้! แลกรับสิทธิประโยชน์และรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท ตลอดเดือนมิถุนายนนี้

    สยามพารากอน โกลบอลเดสติเนชั่นระดับโลกและจุดหมายปลายทางที่ครองใจทั้งลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ตอกย้ำการเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์ประสบการณ์เหนือความคาดหมาย เปิดตัวแคมเปญใหม่ล่าสุด “RUN MORE GET MORE” ยิ่งวิ่ง ยิ่งได้! แลกรับของรางวัลโดนใจทุก Lifestyle ชวนคนรักสุขภาพและสายแอคทีฟออกมาสนุกกับการวิ่ง พร้อมเปลี่ยนทุกกิโลเมตรให้กลายเป็นสิทธิประโยชน์และรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากร้านค้าและแบรนด์ชั้นนำระหว่างวันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2569


    เพื่อตอบรับกระแส Health & Wellness Lifestyle ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชื่อมโยงโลกของสุขภาพเข้ากับประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบพรีเมียม ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถสะสมระยะวิ่งผ่านแอปพลิเคชันสุขภาพและฟิตเนสที่กำหนด อาทิ Apple Health, Garmin Connect, Strava, Nike Run Club, Samsung Health และแอปพลิเคชันชั้นนำอื่น ๆ เพื่อนำมาแลกรับสิทธิพิเศษและของรางวัลจากร้านค้าที่ร่วมรายการได้อย่างง่ายดาย


    โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 ไฮไลต์สำคัญ เริ่มจากเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมกิจกรรมสะสมระยะวิ่งภายในวัน และแลกรับของรางวัลตามระยะที่กำหนด โดยระยะวิ่ง 2 – 5 กิโลเมตร สามารถแลกรับคูปองซื้อ 1 ฟรี 1 หรือส่วนลดจากร้านค้าชั้นนำกว่า 1,400 รางวัล ขณะที่ผู้พิชิตระยะวิ่ง 5 กิโลเมตรขึ้นไป สามารถรับสิทธิ์คูปองใช้บริการฟรีจากแบรนด์สุขภาพ ความงาม ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์ รวมกว่า 400 รางวัลตลอดรายการ อาทิ ร้านอาหาร คาเฟ่ คลินิกความงาม สปอร์ตรีเทล และโรงภาพยนตร์


    อีกหนึ่งไฮไลต์พิเศษคือกิจกรรมแข่งขันสะสมระยะวิ่งสูงสุด เพื่อเฟ้นหา 19 นักวิ่งตัวจริง ที่ทำสถิติได้สูงที่สุด รับ 10,000 ONESIAM Coins พร้อมของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท จากพันธมิตรชั้นนำ ทั้งสมาชิกฟิตเนสระดับพรีเมียมจาก Fitness First โปรแกรมความงามและดูแลสุขภาพจาก Dii Aesthetic และ The Klinique รวมถึงรางวัลเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย โดยผู้ร่วมกิจกรรมจะต้องสะสมระยะวิ่งขั้นต่ำตั้งแต่ 21 กิโลเมตรขึ้นไป และมีการบันทึกผลอย่างน้อย 4 ครั้งภายในระยะเวลากิจกรรม

    นอกจากนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมยังสามารถนำระยะวิ่งที่สะสมจากแอปพลิเคชันสุขภาพและฟิตเนสชั้นนำ
    มาแสดง ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ เพื่อรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ทั้งคูปองส่วนลด ของสมนาคุณ และบริการพิเศษจากหลากหลายแบรนด์ดัง อาทิ PASAYA, Apex Hospital & Clinic, Distar Fresh และร้านค้าไลฟ์สไตล์ชั้นนำอีกมากมาย


    ร่วมเปลี่ยนทุกก้าวการวิ่งให้กลายเป็นรางวัลแห่งความสุขกับแคมเปญ “RUN MORE GET MORE” ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2569 ณ สยามพารากอน พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โซเชียลมีเดีย SIAM PARAGON และ ONESIAM SuperApp

  • Hotel - Sports

    อาลิง โฮลัน และ วีนีซียุส ฌูนีโยร์ ร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ในแคมเปญใหม่ของ แมริออท บอนวอย และ วีซ่า “เพื่อแฟนบอลทั่วโลก” (For Fans, Everywhere) ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026 (FIFA World Cup 2026™)

    ด้วยการสนับสนุนจากวีซ่า พันธมิตรระดับโลกอย่างเป็นทางการของ ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ แมริออท บอนวอย เตรียมเปิดตัวสิทธิพิเศษในการเข้าถึงบัตรชมการแข่งขัน ผ่านกิจกรรม โมเมนต์ส ดรอป ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

    เบเทสดา รัฐแมริแลนด์ – วันที่ 16 เมษายน 2569 – ในโอกาสที่การแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ (FIFA World Cup™) กลับมาจัดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนืออีกครั้งเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสามทศวรรษ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy) แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลการันตีของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) และ วีซ่า (Visa) ผู้นำระดับโลกด้านระบบการชำระเงินดิจิทัล ประกาศเปิดตัวแคมเปญระดับโลกครั้งใหม่ร่วมกันภายใต้ชื่อ “เพื่อแฟนบอลทั่วโลก” (For Fans, Everywhere) แคมเปญดังกล่าวนำโดยสองซูเปอร์สตาร์ลูกหนังระดับโลก ผู้เป็นที่รักของแฟนบอลจากทั่วทุกมุมโลก ตอกย้ำพลังแห่งความหลงใหลของแฟนๆ ที่พร้อมเดินทางข้ามพรมแดนทันทีที่ได้ยินเสียงนกหวีดเริ่มเกม เพื่อออกไปสัมผัสกับเสน่ห์ของกีฬาฟุตบอลอย่างแท้จริง ตลอดช่วงการแข่งขัน For Fans, Everywhere จะมอบสิทธิ์เข้าถึงแมตช์การแข่งขันแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน รวมถึงประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ให้แก่สมาชิกแมริออท บอนวอย ที่ถือบัตรวีซ่า นำแฟนบอลเข้าใกล้มหกรรมกีฬาที่ทั่วโลกต่างเฝ้ารอคอยมากที่สุด

    แคมเปญ For Fans, Everywhere จะถูกถ่ายทอดผ่านสองไอคอนแห่งวงการฟุตบอลระดับโลก ได้แก่ อาลิง โฮลัน (Erling Haaland) และ วีนีซียุส ฌูนีโยร์ (Vinícius Júnior) โดยทั้งสองจะร่วมปรากฏตัวในคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบร่วมกับแมริออท บอนวอย และวีซ่า ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอโซเชียลมีเดีย “สลีปโอเวอร์ สวีท” (Sleepover Suite) รวมถึงภาพยนตร์โฆษณา (Cinematic Brand Film) ที่เตรียมสร้างการมีส่วนร่วมกับแฟนบอลทั่วโลก เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นในเดือนมิถุนายนนี้

    ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน เป็นต้นไป แมริออท บอนวอย เปิดโอกาสให้สมาชิกเข้าถึงบัตรเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ ครบทุกแมตช์ พร้อมประสบการณ์สุดพิเศษที่ได้รับการคัดสรรมาโดยเฉพาะ ผ่านแพลตฟอร์ม แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส (Marriott Bonvoy Moments) โดยได้รับการสนับสนุนจากวีซ่า การเปิดตัวแมริออท บอนวอย โมเมนต์ส ในครั้งนี้ถือเป็นการมอบสิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับอีเวนต์เดียว โดยมีข้อเสนอมากกว่า 600 รายการ ครอบคลุมทั้งประสบการณ์ในการรีดีมสิทธิ์ในอัตราคงที่ การประมูล และ กิจกรรม 1 พอยต์ ดรอป เกือบร้อยรายการ ซึ่งจะทยอยเปิดให้แลกสิทธิ์ทุกวันศุกร์ ไฮไลต์พิเศษในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม คือสัปดาห์แห่ง 1 พอยต์ ดรอป แบบรายวัน มอบโอกาสในการเข้าถึงสิทธิ์ในรูปแบบมาก่อนได้ก่อน สำหรับช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ รวมถึงแมตช์รอบชิงชนะเลิศ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำอย่างแท้จริงให้กับแฟนบอลทั่วโลก

    “แคมเปญของเราสะท้อนความจริงสำคัญของแฟนฟุตบอลโลก นั่นคือการเดินทางไม่ได้เป็นเพียงการออกเดินทาง แต่คือหนทางในการเข้าใกล้ผู้คน ความหลงใหล และสถานที่ที่พวกเขารักมากยิ่งขึ้น เรากำลังสร้างพื้นที่ที่แฟนๆ สามารถเฉลิมฉลองความเป็นแฟนกีฬา เชื่อมโยงกับชุมชน และแบ่งปันวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น” เพ็กกี้ โรว์ (Peggy Roe) รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลูกค้า แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว “การเดินทางเพื่อฟุตบอลโลกแตกต่างจากการเดินทางรูปแบบอื่น แฟนบอลไม่ได้เพียงออกไปสำรวจโลก แต่พวกเขานำโลกของตนเองติดตัวไปด้วย ทั้งการสนับสนุนทีมที่รัก และการแบ่งปันวัฒนธรรมของตนในระดับโลก ในฐานะพันธมิตรด้านการเดินทางตลอดชีวิต เราภูมิใจที่ได้อยู่เคียงข้างและสนับสนุนแฟนบอลในทุกช่วงของการเดินทาง ตั้งแต่การแข่งขันนัดแรก ไปจนถึงธรรมเนียมและความทรงจำที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น”

    “การแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ จะเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์ประสบการณ์แฟนบอลรูปแบบใหม่ที่ล้ำสมัย” มัทเธียส กราฟสตรอม (Mattias Grafström) เลขาธิการสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) กล่าว “ขณะที่แคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา เตรียมต้อนรับแฟนฟุตบอลนับล้านคนสู่มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่แมริออท บอนวอย และวีซ่า จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเปิดโอกาสสุดพิเศษหนึ่งเดียวในชีวิตให้กับแฟนบอลทั่วโลก ตั้งแต่นัดเปิดสนามที่เม็กซิโกซิตี้ ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศที่ทุกคนเฝ้ารอ ณ นิวยอร์ก–นิวเจอร์ซีย์”

    “การแข่งขันฟุตบอลโลกถูกนิยามด้วยช่วงเวลาอันน่าจดจำที่แฟนบอลเก็บไว้ตลอดชีวิต และการเดินทางสู่การแข่งขันก็เป็นส่วนสำคัญของมนตร์เสน่ห์นั้น” คินดรา รัสเซลล์ (Kyndra Russell) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ภูมิภาคอเมริกาเหนือ วีซ่า กล่าว “แมริออท บอนวอย และวีซ่า กำลังร่วมกันเปิดโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่หาไม่ได้จากที่ใด เพื่อพาสมาชิกเข้าใกล้การแข่งขันมากยิ่งขึ้น เปลี่ยนการเดินทางและการเข้าถึง ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน ไม่ต่างจากเหตุการณ์บนสนามแข่งขัน”

    ท่ามกลางกระแสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวทั่วโลก และมีแนวโน้มแตะมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2575* แมริออท บอนวอย อยู่ในตำแหน่งที่พร้อมอย่างยิ่งในการตอบโจทย์ความต้องการด้านการเดินทางที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ ด้วยชาวอเมริกันเกือบ 75% ที่แสดงความสนใจในกีฬาฟุตบอล* ประกอบกับการเดินทางระหว่างประเทศเพื่อชมการแข่งขันกีฬาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ กำลังก้าวขึ้นเป็นช่วงเวลาแห่งวัฒนธรรมและการเดินทางที่สำคัญระดับโลก และด้วยการสนับสนุนจากวีซ่า แมริออท บอนวอย กำลังยกระดับรูปแบบการเข้าถึง การเชื่อมโยงสมาชิกและผู้ถือบัตรวีซ่าให้เข้าถึงโอกาสสุดพิเศษ เพื่อสัมผัสประสบการณ์ฟุตบอลโลกในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส สามารถเข้าชมได้ที่ moments.marriottbonvoy.com

  • Charity - Sports

    บีชโปโล “Princess Pa’s Cup” หวนคืนหัวหิน ฉลองปีที่ 15

    หัวหินเตรียมกลับมาคึกคักอีกครั้ง กับการแข่งขันขี่ม้าโปโลบนชายหาดรายการระดับนานาชาติ “Princess Pa’s Cup InterContinental – B.Grimm Beach Polo Hua Hin 2026” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทราเทพยวดี ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 4 เมษายน 2569 ณ ชายหาดหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท
    ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา รายการนี้ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในอีเวนต์สำคัญของทั้งวงการกีฬาและไลฟ์สไตล์ของประเทศไทย ผสานเสน่ห์ของกีฬาขี่ม้าเข้ากับบรรยากาศชายทะเลและกิจกรรมทางสังคมได้อย่างลงตัว ภายใต้ความร่วมมือของ บี.กริม กลุ่มบริษัทพราว โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท และบลูพอร์ต หัวหิน

    เสน่ห์เฉพาะของ “บีชโปโล” อยู่ที่การเล่นบนผืนทราย ซึ่งต้องอาศัยจังหวะน้ำขึ้น-น้ำลงเป็นตัวกำหนดสภาพสนาม ทำให้การแข่งขันในแต่ละปีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะที่หัวหิน เมืองตากอากาศที่มีภาพจำของการขี่ม้าริมชายหาดมาอย่างยาวนาน ยังคงเป็นสถานที่เดียวในประเทศไทยที่เหมาะสมสำหรับการแข่งขันรูปแบบนี้
    ในปีนี้ มีทีมจาก 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย เบลเยียม อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมประชันฝีมือ ในรูปแบบการแข่งขันที่รวดเร็ว เร้าใจ และเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสความสนุกของกีฬาโปโลอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

    นอกเหนือจากการแข่งขัน ภายในงานยังเต็มไปด้วยกิจกรรมตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารและเครื่องดื่มริมชายหาด บูธกิจกรรมจากผู้สนับสนุน และแฟชั่นโชว์บนหลังม้า ก่อนจะเข้าสู่ไฮไลต์ของการแข่งขันโปโลในช่วงเย็น

    เมื่อแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า บรรยากาศจะเปลี่ยนสู่ค่ำคืนริมทะเลกับงาน “Sea Breeze Garden Party” ต่อเนื่องด้วยการแสดงจากวงรอยัล แบงค็อก ซิมโฟนี ออร์เคสตรา พร้อมกิจกรรมประมูลการกุศล เติมเต็มประสบการณ์ของวันแห่งกีฬาและศิลปะอย่างสมบูรณ์
    การแข่งขันครั้งนี้ยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ด้านการกุศล โดยรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้แก่ “โครงการกำลังใจ” ในพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทราเทพยวดี เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและการกลับคืนสู่สังคมของผู้ต้องขัง
    ด้วยการผสานกีฬา วิถีชีวิต และบรรยากาศชายทะเลเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน บีชโปโลยังคงเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนเสน่ห์ของหัวหิน ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

  • Activity - Sports

    “เลวี่ ลี” จากเวทีระดับโลกสู่บทบาทผู้บริหารนำเทรนด์ Wellness & Healthy Lifestyle สร้างประสบการณ์ลูกค้าที่แตกต่างเหนือระดับกับภารกิจปั้น Bravo BKK สู่ Sport & Lifestyle Destination

    ในวันที่ผู้คนทั่วโลกหันมาให้นิยามความสำเร็จใหม่ จากความมั่งคั่งทางการเงิน สู่การมีสุขภาพที่ดี คุณภาพชีวิตที่สมดุล และความสุขที่ยั่งยืน เทรนด์ Health is the New Wealth ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิตในยุคนี้ และนั่นคือโอกาสที่ผู้บริหารรุ่นใหม่อย่าง เลวี่ ลี (Levy Li Su Lin) ประธานเจ้าหน้าที่ดูแลประสบการณ์ลูกค้า (Chief Experience Officer: CXO) บริษัท บราโว บีเคเค จำกัด ผู้นั่งแท่นควบตำแหน่ง แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของ Bravo BKK และผู้ก่อตั้ง (Founder) Tropickle สนามพิกเกิลบอลในร่มที่ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของศูนย์การค้า Bravo BKK ได้นำมาเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายบทบาทของศูนย์การค้าให้เป็นมากกว่าแหล่งช้อปปิ้ง พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการก้าวสู่ “Sport and Lifestyle Destination” จุดหมายของการใช้เวลาคุณภาพด้านออกกำลังกาย เพื่อมุ่งตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างรอบด้าน ให้สอดคล้องกับแนวคิดตั้งต้น Fit by Day, Fun by Night

    ก่อนหน้านี้ คุณเลวี่ ลี เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติจากการเป็น Miss Malaysia Universe 2008 และตัวแทนประเทศมาเลเซียบนเวที Miss Universe ในปีเดียวกัน จากนั้นเธอได้เข้าสู่แวดวงแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ สั่งสมชื่อเสียงและประสบการณ์ในแวดวงสังคมทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ จนหล่อหลอมมุมมองด้านภาพลักษณ์และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ถูกนำมาต่อยอดสู่บทบาทผู้บริหารในด้านการออกแบบประสบการณ์ลูกค้า
    อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของเธอคือ การเป็น Wellness & Lifestyle Guru ผู้รักสุขภาพและชื่นชอบการออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเฉพาะกีฬา Pickleball ซึ่งเป็นกีฬาที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก รวมถึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการเติบโตของคอมมูนิตี้ผู้เล่นอย่างต่อเนื่องในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และประเทศไทย

    เมื่อมองเห็นโอกาสจากกระแสการเติบโตของกีฬาไลฟ์สไตล์ดังกล่าว คุณเลวี่จึงได้ก่อตั้งสนาม Pickleball ที่มีชื่อว่า Tropickle ขึ้นภายในห้าง Bravo BKK เพื่อเป็นพื้นที่รองรับการเติบโตของคอมมูนิตี้คนรัก Pickleball และสร้างพื้นที่ให้กีฬาชนิดนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนเมือง โดย Tropickle ได้รับการออกแบบให้เป็น สนาม Pickleball ในร่มที่ผสานกีฬา ไลฟ์สไตล์ และคอมมูนิตี้เข้าด้วยกัน พร้อมบรรยากาศที่โดดเด่นในสไตล์ Tropical


    สนาม Tropickle ภายใน Bravo BKK ประกอบด้วย สนาม Indoor Pickleball จำนวน 5 สนาม โดยแบ่งเป็น 4 Garden Courts ที่ให้บรรยากาศผ่อนคลายในสไตล์ทรอปิคัล และ 1 Neon Court ที่ออกแบบด้วยแสงสีแบบนีออนซึ่งสามารถรองรับการจัดกิจกรรมอีเวนต์ คอนเทนต์ และประสบการณ์การเล่นที่สนุกแตกต่างจากสนามทั่วไป อีกทั้งเมืองไทยมีอากาศร้อนเกือบทั้งปี และมีฝุ่น pm 2.5 การสร้างสนามในร่มที่มีเครื่องปรับอากาศ ทำให้สามารถเล่นกีฬาได้อย่างสะดวกสบายตลอดทั้งปี
    ด้วยแนวคิดดังกล่าว Tropickle จึงไม่ได้เป็นเพียงสนามกีฬา แต่ถูกออกแบบให้เป็น Lifestyle Pickleball Destination ที่ผสมผสานการออกกำลังกายเข้ากับไลฟ์สไตล์ และสังคมของคนรุ่นใหม่ รวมไปถึง Creative Community ที่มองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการออกกำลังกายและการใช้เวลาร่วมกัน

    “ทุกวันนี้อุตสาหกรรม Wellness ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในประเทศไทยเอง ข้อมูลจาก SCB EIC เผยให้เห็นว่า ตลาด Health & Wellness ของไทยมีมูลค่าแตะระดับ 1.5 ล้านล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการที่คนไทยกว่า 70% หันมาให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพ Bravo BKK จึงมองเห็นโอกาสในการสร้างพื้นที่ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพทั้งร่างกาย จิตใจ รวมถึงการเชื่อมต่อกับผู้คน โดยเปลี่ยนจากการเป็นศูนย์การค้าที่มุ่งเน้นเพียงการขายสินค้าหรือบริการ มาเป็นการส่งต่อ Quality of Life หรือ คุณภาพชีวิตที่ดี โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้ Wellness กลายเป็นเรื่องสนุกและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ดังนั้นการมาที่นี่ ไม่ว่าใครก็สามารถมาออกกำลังกาย เติมเต็มพลังใจ บนพื้นที่ที่เปิดรับทุกกิจกรรมสร้างสรรค์ รวมถึงดื่มด่ำกับความบันเทิงที่เหนือระดับได้ในที่เดียว ซึ่งสอดคล้องกับ concept Fit by Day, Fun by Night ของเรา” คุณเลวี่กล่าว

    ในฐานะ CXO คุณเลวี่ทำหน้าที่ออกแบบ Customer Journey และ Lifestyle Experience ของ Bravo BKK ขณะเดียวกันเธอยังทำหน้าที่เป็น Brand Ambassador ที่สื่อสารตัวตนและแนวคิดของ Bravo BKK ได้อย่างชัดเจน ทั้งในมิติของสุขภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความสนุกของชีวิตคนเมือง

    “เรามองว่าการจะชนะใจผู้บริโภคยุคใหม่ได้ต้องสร้าง Wellness Ecosystem ที่เชื่อมโยงความแข็งแรงเข้ากับความสุข เพราะคนเมืองทุกวันนี้ต้องการคอมมูนิตี้ที่สนับสนุนไลฟ์สไตล์ของเขาอย่างรอบด้าน ซึ่ง Bravo BKK ตอบโจทย์นี้ด้วยโมเดลธุรกิจที่ครบวงจรใน 4 มิติหลัก ทั้งด้าน Sport เรามีพื้นที่ Indoor Sport Active Zone ที่รวบรวมกีฬาเทรนด์ใหม่อย่าง Pickleball และ Skate park รวมไปถึง Fit & Fun Zone บริเวณชั้น 1 ที่เปิดสอนเต้น โยคะฟรีในช่วงเย็น, ด้าน Education ก็มีแหล่งเรียนรู้ที่เติมเต็มทักษะชีวิตและแนวคิดสร้างสรรค์ เช่น โรงเรียนสอนดนตรี โรงเรียนสอนบุคลิกภาพและการแสดง, โรงเรียนสอนเทควันโด้, ด้าน Wellness ก็นับว่าเป็นศูนย์รวมของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่มีทั้งฟิตเนสชั้นนำ คลินิกดูแลสุขภาพและความ, ส่วนด้าน Entertainment ก็พร้อมมอบความสนุกยามค่ำคืนที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้อย่างลงตัว” CXO ของ Bravo BKK เผยวิสัยทัศน์

    ตลอดระยะเวลาสองปี นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 2566 เป็นต้นมา Bravo BKK มุ่งมั่นที่จะทำให้ห้างนี้เป็น Lifestyle Community ภายใต้คอนเซ็ปต์แรกเริ่ม “Fit and Fun Mall” พร้อมแนวคิด Fit by Day, Fun by Night ที่เน้นประสบการณ์ลูกค้า (Lifestyle Experience) เป็นหัวใจสำคัญ ก่อนจะก้าวสู่การเป็น “Sport and Lifestyle Destination” ในย่านพระราม 9 ที่ทุกคนสามารถมาใช้ชีวิต ดูแลสุขภาพ และสร้างแรงบันดาลใจร่วมกันได้ในที่เดียว โดยในด้าน Sport, Education และ Wellness นั้น Bravo BKK ประสบความสำเร็จในการสร้างโซนกิจกรรมที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพยุคใหม่ รวมถึงการ ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่โดดเด่นในแต่ละด้าน มาร่วมสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ อาทิ

    • SIP @ Bravo พื้นที่คอมมูนิตี้ชั้น 5 ที่เปิดกว้างให้คนทุกวัยได้เชื่อมต่อกัน ในพื้นที่โซน Sip นี้
    • Tropickle Pickleball Court สนามพิกเกิลบอลในร่ม บริหารจัดการโดย Dink A Lot (Pickleball Thailand) ที่มาพร้อมการตกแต่งสไตล์ Tropickle โดดเด่นไม่เหมือนใคร และยังมี Center Court ซึ่งมาพร้อม concept Glow in the Dark ที่สามารถเปลี่ยนการออกกำลังกายให้กลายเป็นปาร์ตี้สุดชิค
    • Fitwhey Gym ฟิตเนสระดับแฟล็กชิพ พร้อมอุปกรณ์พรีเมียมครบครัน ตอบโจทย์ทั้งการสร้างกล้ามเนื้อและโภชนาการที่ดี
    • SOM Balance School โรงเรียนสอนทักษะการทรงตัวและกีฬาเอ็กซ์ตรีมอย่าง Surf skate Roller Skating และ Balance Bike เพื่อเสริมสร้างสมาธิและกล้ามเนื้อในรูปแบบ Creative Sport
    • Identity Clinic คลินิกที่ยกระดับ Well-being ด้วยนวัตกรรมการดูแลสุขภาพและความงามลึกถึงระดับเซลล์

    ขณะเดียวกันด้าน Entertainment ยังโดดเด่นในฐานะ ศูนย์รวมความบันเทิงยามค่ำคืน ที่ตอบโจทย์สมดุลชีวิตคนเมือง ด้วยการเป็นที่ตั้งของผับและบาร์ชื่อดังระดับไอคอน อาทิ

    • Elysium Immersive Club: คลับและไนต์ไลฟ์สปอตที่เสิร์ฟแสงสีเสียงสุดเร้าใจ ภาพและเสียงแบบ 360 องศา นับเป็นจุดหมายใหม่ของการปาร์ตี้และแฮงเอาท์ในย่านพระราม 9 ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

    นอกจากนี้ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านนั่งชิล ซึ่งดึงดูดทั้งชาวไทยและต่างชาติ สะท้อนแนวคิดของคุณเลวี่ที่มองว่า ความสุข ความผ่อนคลาย และการใช้เวลาคุณภาพ ก็นับเป็นส่วนหนึ่งของ Well-being เช่นกัน และไม่เพียงแค่นั้น Bravo BKK ยังเปิดพื้นที่ฟรีบริเวณลาน Atriumจัดกิจกรรมสร้างสรรค์และอีเวนต์ที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถมาใช้เวลาอย่างมีคุณภาพและเติมแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ได้ตลอดทั้งปี

    ในฐานะ ประธานเจ้าหน้าที่ดูแลประสบการณ์ลูกค้า บริษัท บราโว บีเคเค และแอมบาสซาเดอร์ของ Bravo BKK คุณเลวี่ ลี ย้ำถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจว่า “Bravo BKK ไม่ใช่เพียงศูนย์การค้า แต่เป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ จุดหมายใหม่ของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ทั้งกลางวันและยามค่ำคืน” เชิญมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่สุขภาพและไลฟ์สไตล์ ไปด้วยกันได้อย่างลงตัว ที่ Bravo BKK – Sport and Lifestyle Destination จุดหมายใหม่ของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ใจกลางพระราม 9 สามารถติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวใหม่ ๆ ของ Bravo BKK ได้ทาง Facebook: Bravo BKK www.bravobkk.co.th