Sports

  • Charity - CSR - Sports

    แมริออท บอนวอย สานต่อภารกิจเพื่อสังคมผ่านกีฬากอล์ฟจัด “Marriott Bonvoy Charity Golf Day” ปีที่ 5 หลังระดมทุนแล้วกว่า 10 ล้านบาท

    การแข่งขันกอล์ฟการกุศลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เตรียมกลับมาสร้างสถิติครั้งใหม่ด้วยการจัดแข่งขันในสองจุดหมายปลายทางยอดนิยม ณ จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน และกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 16 พฤศจิกายน เพื่อระดมทุนสนับสนุน มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ประเทศไทย, มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย, และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

    แมริออท บอนวอย โปรแกรมการท่องเที่ยวระดับรางวัลจาก แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ประกาศการกลับมาอีกครั้งของกิจกรรมการกุศลอันเป็นเอกลักษณ์ กับงานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทยช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยนับเป็นการจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยการขยายสู่ 2 สนามแข่งขัน ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต และกรุงเทพมหานคร

    • งานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย เป็นส่วนหนึ่งของโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ของ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ในประเทศไทย และสนับสนุน เสิร์ฟ360 (Serve360) แพลตฟอร์มด้านความยั่งยืนและผลกระทบเชิงสังคมระดับโลกของบริษัท
    • นับตั้งแต่การจัดงานครั้งแรกในปี 2565 กิจกรรมดังกล่าวสามารถระดมทุนเพื่อสนับสนุนองค์กรการกุศลในประเทศไทยได้แล้วมากกว่า 10 ล้านบาท
    • โดยในปีนี้การแข่งขันที่ภูเก็ตจะจัดขึ้น ณ สนามกอล์ฟ บลู แคนยอน คันทรี คลับ ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2569
    • ในส่วนการแข่งขันที่กรุงเทพฯจะจัดขึ้น ณ สนามกอล์ฟ ไทย คันทรี คลับ ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่จัดกิจกรรมใจกลางกรุงเทพฯ
    • ทั้งสองงานเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมแข่งขันแล้ววันนี้ ราคาแพ็คเกจครอบคลุมการแข่งขันกอล์ฟตลอดทั้งวัน ตลอดจนกิจกรรมพิเศษภายในสนาม ความบันเทิงหลากหลาย และ งานกาล่าดินเนอร์

    นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2565 กิจกรรมงานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) ในประเทศไทยสามารถระดมทุนเพื่อสนับสนุนองค์กรการกุศลและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรได้แล้วมากกว่า 10 ล้านบาท และในปี 2569 นี้ กิจกรรมจะกลับมายิ่งใหญ่กว่าที่เคย ด้วยการจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล 2 รายการ ณ บลู แคนยอน คันทรี คลับ จังหวัดภูเก็ต และ ไทย คันทรี คลับ กรุงเทพมหานคร ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดกิจกรรมนี้ขึ้นในกรุงเทพฯ

    นอกจากนี้ ในปีนี้ยังมีการขยายการสนับสนุนด้านการกุศลให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยรายได้จากกิจกรรมจะมอบให้แก่องค์กรที่ได้รับความไว้วางใจ 3 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ประเทศไทย มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานอันสำคัญขององค์กรเหล่านี้ในการพัฒนาชุมชน ช่วยคุ้มครองเด็กด้อยโอกาสจากการถูกแสวงหาประโยชน์ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของครอบครัวให้หลุดพ้นจากสภาวะความไม่พร้อมทางทุนทรัพย์

    กิจกรรมงานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) เป็นประสบการณ์การแข่งขันกอล์ฟการกุศลที่เปี่ยมด้วยสีสันและมิตรภาพ ซึ่งรวบรวมนักกอล์ฟจากทั่วโลกมาร่วมสนุกกับกิจกรรมและการแข่งขันหลากหลายรูปแบบตลอดเส้นทางแฟร์เวย์ โดยในปีนี้ ผู้เข้าร่วมจะได้ออกรอบ ณ สนาม Lakes Course ของ บลู แคนยอน คันทรี คลับ จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2569 พร้อมการแข่งขันในรูปแบบช็อตกันสตาร์ต (Shotgun Tournament) เพลิดเพลินไปกับความบันเทิงเหนือระดับ กิจกรรมพิเศษชิงรางวัล และเซอร์ไพรส์อีกมากมายที่กระจายอยู่ตลอดทั้ง 18 หลุม ต่อด้วยอีเว้นท์ที่กรุงเทพฯ ที่จะจัดขึ้น ณ สนามกอล์ฟ ไทย คันทรี คลับ ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 พบกับงานกอล์ฟการกุศลเต็มวัน ที่พร้อมมอบประสบการณ์สุดประทับใจให้แก่ทั้งนักกอล์ฟและผู้ร่วมงาน

    ในกิจกรรมทั้งสองรายการ ผู้เข้าร่วมงานจะได้เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพจาก แมริออท บอนวอย ออน วีล์ส (Marriott Bonvoy on Wheels) ขบวนฟู้ดทรัก รถจำหน่ายอาหารที่นำเสนอเมนูโดดเด่นจากโรงแรมและรีสอร์ตในเครือ แมริออท บอนวอย และก่อนที่กิจกรรมการแข่งขันจะจบลง ปิดท้ายค่ำคืนด้วยงานกาล่าดินเนอร์สุดพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองค่ำคืนแห่งการแบ่งปันและการกุศลร่วมกันอย่างงดงาม

    “งานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญประจำปีของเรา ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้มารวมตัวกันผ่านการแข่งขันกอล์ฟในบรรยากาศที่เป็นมิตร พร้อมร่วมระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการและองค์กรที่สร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ในโอกาสที่กิจกรรมนี้จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ขยายผลเชิงบวกของโครงการ และเปิดโอกาสให้ผู้คนได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น ผ่านแพลตฟอร์ม เสิร์ฟ360 (Serve360) ของแมริออท กิจกรรมนี้สามารถระดมทุนได้มากกว่า 10 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสทั่วประเทศไทย และเราภูมิใจที่ได้ขยายการสนับสนุนไปยังองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ควบคู่กับพันธมิตรระยะยาวของเราอย่างมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ประเทศไทย และ มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย เพื่อช่วยให้องค์กรเหล่านี้สามารถสานต่อภารกิจที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่ชีวิตผู้คนได้อย่างต่อเนื่อง” กล่าวโดย แบรด เอ็ดแมน (Brad Edman) รองประธานกรรมการประจำประเทศไทย กัมพูชา ลาว และเมียนมา แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล

    กิจกรรมงานกอล์ฟการกุศลประจำปีของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy Charity Golf Day) ณ จังหวัดภูเก็ต เปิดจำหน่ายบัตรเข้าร่วมในราคา 5,900 บาทต่อท่าน ขณะที่กิจกรรมในกรุงเทพฯราคาบัตรเข้าร่วมงานอยู่ที่ 7,500 บาทต่อท่าน โดยราคาแพ็คเกจครอบคลุมประสบการณ์กอล์ฟตลอดทั้งวัน กิจกรรมภายในงาน อาหารว่างและเครื่องดื่มระหว่างออกรอบ และสิทธิ์เข้าร่วมงานกาล่าดินเนอร์ ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ที่ https://bit.ly/marriottcharitygolf2026 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/MBVGolfCharity

    สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการเดินทางและเข้าพัก สามารถสำรองห้องพักกับโรงแรมและรีสอร์ตในเครือ แมริออท บอนวอย ในจังหวัดภูเก็ตและกรุงเทพมหานคร ได้ที่ www.marriott.com/en/destinations/thailand.mi.

  • Sports

    สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทยฯ ตอกย้ำการเติบโตของกีฬาขี่ม้าเยาวชนไทย ผ่านการแข่งขันระดับประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

    การแข่งขันกีฬาขี่ม้าระดับเยาวชนของประเทศ รวบรวมนักกีฬาและม้ากีฬา 157 คู่ จาก 97 โรงเรียน ใน 18 จังหวัดทั่วประเทศ ชิงชัย 4 ประเภทการแข่งขัน พร้อมบรรจุการแข่งขันอีเวนต์ติ้งเป็นครั้งแรก
    สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับกรมพลศึกษา จัดการแข่งขัน กีฬาขี่ม้า  กีฬาระหว่างโรงเรียน กรมพลศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569  ระหว่างวันที่ 11–16 สิงหาคม 2569 ณ สนาม ไทยโปโล แอนด์ อีเควสเทรียน บี.กริม คันทรีคลับ พัทยา เพื่อส่งเสริมและพัฒนากีฬาขี่ม้าในประเทศไทย พร้อมเปิดเวทีให้นักเรียนจากทั่วประเทศได้แสดงศักยภาพ พัฒนาทักษะ และก้าวสู่การเป็นนักกีฬาระดับชาติและนานาชาติ

    การแข่งขันในปีนี้ประกอบด้วยการแข่งขัน ศิลปะการบังคับม้า (Dressage) เอ็นดูแรนซ์ (Endurance) การกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (Jumping) และอีเวนต์ติ้ง (Eventing) ซึ่งได้รับการบรรจุในการแข่งขันกีฬาขี่ม้ากีฬาระหว่างโรงเรียนเป็นครั้งแรก โดยการแข่งขันอีเวนต์ติ้งจะจัดในรูปแบบ One-Day Event พร้อมไฮไลต์การแข่งขัน Derby Course ณ สนามไทยโปโล แอนด์ อีเควสเทรียน บี.กริม คันทรีคลับ
    กีฬาขี่ม้าเป็นกีฬาที่ส่งเสริมการพัฒนาทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ปลูกฝังระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ความอดทน การตัดสินใจ และการทำงานร่วมกัน อีกทั้งยังเปิดโอกาสสู่การศึกษาต่อและการประกอบอาชีพในหลากหลายสาขา อาทิ การฝึกสอน การดูแลม้า สัตวแพทยศาสตร์ การจัดการแข่งขัน และอุตสาหกรรมม้า จึงนับเป็นกีฬาที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเยาวชนและสร้างคุณค่าให้แก่สังคม


    การแข่งขันในปีนี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกีฬาขี่ม้าในประเทศไทย โดยมี นักกีฬา 157 คน และ157 ม้า จาก 97 โรงเรียน และ 18 จังหวัดทั่วประเทศ ลงแข่งขันรวม 247 รายการ (Entries) ครอบคลุมทั้ง 4 ประเภทการแข่งขัน นับเป็นสถิติการเข้าร่วมแข่งขันสูงสุดของรายการ สะท้อนถึงความนิยมของกีฬาขี่ม้าในกลุ่มเยาวชนไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความร่วมมือของสถานศึกษา ผู้ปกครอง สโมสร และทุกภาคส่วนในการขยายโอกาสให้เยาวชนได้เข้าถึงกีฬาขี่ม้ามากยิ่งขึ้น


    “นักกีฬาทุกคนล้วนเริ่มต้นจากความฝันและโอกาส การแข่งขันรายการนี้คือก้าวแรกให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง พัฒนาทักษะ และสร้างความมั่นใจในการก้าวสู่การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น ผมหวังว่ารายการนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยก้าวขึ้นไปเป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ การแข่งขัน FEI Asian Championships และมหกรรมกีฬาโอลิมปิกในอนาคต” กล่าวโดย ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

    ตารางการแข่งขัน
    Wednesday, August 12: Dressage
    Thursday, August 13: Endurance, Dressage
    Friday, August 14: Eventing, Dressage
    Saturday, August 15: Jumping
    Sunday, August 16: Jumping

  • Highlights - Sports

    สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทอดพระเนตรการดำเนินงานของสหพันธ์กีฬาขี่ม้านานาชาติ (FEI) ณ เมืองโลซาน สมาพันธรัฐสวิส

    เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสมาพันธรัฐสวิส สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปยังสำนักงานใหญ่สหพันธ์กีฬาขี่ม้านานาชาติ (Fédération Équestre Internationale : FEI) ณ เมืองโลซาน โดยมีนางซาบรีนา อิบาเนซ (Sabrina Ibáñez) เลขาธิการ FEI พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง เฝ้ารับเสด็จ

    ในการนี้ ทรงทอดพระเนตรการดำเนินงานของ FEI เพื่อศึกษาข้อมูลและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านกีฬาขี่ม้า อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาวงการกีฬาขี่ม้าของประเทศไทย ตลอดจนสะท้อนถึงพระปณิธานอันแน่วแน่ในการส่งเสริมความเป็นเลิศด้านกีฬาขี่ม้าและสวัสดิภาพม้าอย่างยั่งยืน

    การเสด็จเยือนครั้งนี้ ทรงสนพระทัยศึกษาโครงการฝึกอบรมและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบโดยรอบของกีฬาขี่ม้า ที่จะมีส่วนในการสนับสนุนสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของม้า รวมถึงพัฒนาการด้านเวชศาสตร์ม้า การรักษาพยาบาลทางสัตวแพทย์ และแนวทางการบริหารจัดการโรงพยาบาลม้า เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาวงการกีฬาขี่ม้าและหน่วยม้าทรงประจำพระองค์ (Royal Stable Unit) ให้มีมาตรฐานในระดับสากล

    นอกจากนี้ ยังทรงให้ความสำคัญกับบุคลากรทุกภาคส่วนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวงการกีฬาขี่ม้า โดยทรงเน้นย้ำว่าการพัฒนานักกีฬาและวงการขี่ม้าอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้ขี่ม้า ผู้ฝึกสอน สัตวแพทย์ ผู้ดูแลม้า (Groom) และช่างทำเกือกม้า (Farrier) ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการดูแลและพัฒนาศักยภาพของม้าและนักกีฬา

    สหพันธ์กีฬาขี่ม้านานาชาติ (FEI) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1921 เป็นองค์กรกำกับดูแลกีฬาขี่ม้าระดับนานาชาติ มีหน้าที่กำหนดกติกาการแข่งขัน ดูแลสวัสดิภาพม้า จัดอันดับนักกีฬา และควบคุมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในมหกรรมกีฬาระดับโลก อาทิ โอลิมปิกเกมส์ และพาราลิมปิกเกมส์ ครอบคลุมการแข่งขันหลายประเภท เช่น ศิลปะบังคับม้า (Dressage) การกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (Jumping) อีเวนติง (Eventing) การขับรถม้า (Driving) การขี่ม้าทางไกล (Endurance) วอลต์ติง-ยิมนาสติกบนหลังม้า (Vaulting) และพารา-อีเควสเทรียน (Para-Equestrian) พร้อมทั้งกำกับดูแลมาตรฐานด้านสวัสดิภาพม้าและการป้องกันการใช้สารต้องห้ามในการแข่งขัน

    ในโอกาสนี้ นางซาบรีนา อิบาเนซ เลขาธิการ FEI ได้ถวายรางวัลประกาศเกียรติคุณ เพื่อเชิดชูพระเกียรติในฐานะผู้นำทีมชาติไทยคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขัน FEI Asian Championships 2019 และ FEI Asian Championships 2025 รวมทั้งเพื่อแสดงความชื่นชมต่อพระวิสัยทัศน์และพระกรณียกิจที่ทรงอุทิศเพื่อการพัฒนากีฬาขี่ม้าและการส่งเสริมสวัสดิภาพม้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

    สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสนพระทัยกีฬาขี่ม้ามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และทรงเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรด้านกีฬาขี่ม้าอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าประเภทศิลปะบังคับม้า และเคยทรงเข้าร่วมการแข่งขันในนามทีมชาติไทยในหลายรายการระดับนานาชาติ

    นอกจากนี้ ยังทรงมีพระดำริให้จัดสร้างโรงฝึกขี่ม้าในร่ม Fürst Henry และศูนย์การแพทย์และฟื้นฟูม้า Royal Stable Unit Equine Medical and Rehabilitation Service Centre ซึ่งนับเป็นสถานพยาบาลม้ามาตรฐานสูงแห่งหนึ่งของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรองรับการพัฒนาหน่วยม้าทรงประจำพระองค์และวงการกีฬาขี่ม้าของไทยในทุกมิติ ทั้งด้านการฝึกม้าและผู้ขี่ม้า การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพม้า ตลอดจนการเตรียมความพร้อมของกำลังพลม้าทรงสำหรับพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ

    อีกทั้งยังทรงจัดตั้งโครงการบ้านพักม้าชราในพระอุปถัมภ์ เพื่อดูแลม้ากีฬาและม้าปฏิบัติงานของกองทัพบกที่ปลดประจำการ ให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีสุขภาพแข็งแรงตามหลักสวัสดิภาพสัตว์และมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง

  • Lifestyle - Sports

    สยามพารากอน จุดพลังคนรักสุขภาพ เปิดแคมเปญ “RUN MORE GET MORE” ยิ่งวิ่ง ยิ่งได้! แลกรับสิทธิประโยชน์และรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท ตลอดเดือนมิถุนายนนี้

    สยามพารากอน โกลบอลเดสติเนชั่นระดับโลกและจุดหมายปลายทางที่ครองใจทั้งลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ตอกย้ำการเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์ประสบการณ์เหนือความคาดหมาย เปิดตัวแคมเปญใหม่ล่าสุด “RUN MORE GET MORE” ยิ่งวิ่ง ยิ่งได้! แลกรับของรางวัลโดนใจทุก Lifestyle ชวนคนรักสุขภาพและสายแอคทีฟออกมาสนุกกับการวิ่ง พร้อมเปลี่ยนทุกกิโลเมตรให้กลายเป็นสิทธิประโยชน์และรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากร้านค้าและแบรนด์ชั้นนำระหว่างวันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2569


    เพื่อตอบรับกระแส Health & Wellness Lifestyle ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชื่อมโยงโลกของสุขภาพเข้ากับประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบพรีเมียม ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถสะสมระยะวิ่งผ่านแอปพลิเคชันสุขภาพและฟิตเนสที่กำหนด อาทิ Apple Health, Garmin Connect, Strava, Nike Run Club, Samsung Health และแอปพลิเคชันชั้นนำอื่น ๆ เพื่อนำมาแลกรับสิทธิพิเศษและของรางวัลจากร้านค้าที่ร่วมรายการได้อย่างง่ายดาย


    โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 ไฮไลต์สำคัญ เริ่มจากเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมกิจกรรมสะสมระยะวิ่งภายในวัน และแลกรับของรางวัลตามระยะที่กำหนด โดยระยะวิ่ง 2 – 5 กิโลเมตร สามารถแลกรับคูปองซื้อ 1 ฟรี 1 หรือส่วนลดจากร้านค้าชั้นนำกว่า 1,400 รางวัล ขณะที่ผู้พิชิตระยะวิ่ง 5 กิโลเมตรขึ้นไป สามารถรับสิทธิ์คูปองใช้บริการฟรีจากแบรนด์สุขภาพ ความงาม ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์ รวมกว่า 400 รางวัลตลอดรายการ อาทิ ร้านอาหาร คาเฟ่ คลินิกความงาม สปอร์ตรีเทล และโรงภาพยนตร์


    อีกหนึ่งไฮไลต์พิเศษคือกิจกรรมแข่งขันสะสมระยะวิ่งสูงสุด เพื่อเฟ้นหา 19 นักวิ่งตัวจริง ที่ทำสถิติได้สูงที่สุด รับ 10,000 ONESIAM Coins พร้อมของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท จากพันธมิตรชั้นนำ ทั้งสมาชิกฟิตเนสระดับพรีเมียมจาก Fitness First โปรแกรมความงามและดูแลสุขภาพจาก Dii Aesthetic และ The Klinique รวมถึงรางวัลเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย โดยผู้ร่วมกิจกรรมจะต้องสะสมระยะวิ่งขั้นต่ำตั้งแต่ 21 กิโลเมตรขึ้นไป และมีการบันทึกผลอย่างน้อย 4 ครั้งภายในระยะเวลากิจกรรม

    นอกจากนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมยังสามารถนำระยะวิ่งที่สะสมจากแอปพลิเคชันสุขภาพและฟิตเนสชั้นนำ
    มาแสดง ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ เพื่อรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ทั้งคูปองส่วนลด ของสมนาคุณ และบริการพิเศษจากหลากหลายแบรนด์ดัง อาทิ PASAYA, Apex Hospital & Clinic, Distar Fresh และร้านค้าไลฟ์สไตล์ชั้นนำอีกมากมาย


    ร่วมเปลี่ยนทุกก้าวการวิ่งให้กลายเป็นรางวัลแห่งความสุขกับแคมเปญ “RUN MORE GET MORE” ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2569 ณ สยามพารากอน พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โซเชียลมีเดีย SIAM PARAGON และ ONESIAM SuperApp

  • Hotel - Sports

    อาลิง โฮลัน และ วีนีซียุส ฌูนีโยร์ ร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ในแคมเปญใหม่ของ แมริออท บอนวอย และ วีซ่า “เพื่อแฟนบอลทั่วโลก” (For Fans, Everywhere) ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026 (FIFA World Cup 2026™)

    ด้วยการสนับสนุนจากวีซ่า พันธมิตรระดับโลกอย่างเป็นทางการของ ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ แมริออท บอนวอย เตรียมเปิดตัวสิทธิพิเศษในการเข้าถึงบัตรชมการแข่งขัน ผ่านกิจกรรม โมเมนต์ส ดรอป ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

    เบเทสดา รัฐแมริแลนด์ – วันที่ 16 เมษายน 2569 – ในโอกาสที่การแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ (FIFA World Cup™) กลับมาจัดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนืออีกครั้งเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสามทศวรรษ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy) แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลการันตีของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) และ วีซ่า (Visa) ผู้นำระดับโลกด้านระบบการชำระเงินดิจิทัล ประกาศเปิดตัวแคมเปญระดับโลกครั้งใหม่ร่วมกันภายใต้ชื่อ “เพื่อแฟนบอลทั่วโลก” (For Fans, Everywhere) แคมเปญดังกล่าวนำโดยสองซูเปอร์สตาร์ลูกหนังระดับโลก ผู้เป็นที่รักของแฟนบอลจากทั่วทุกมุมโลก ตอกย้ำพลังแห่งความหลงใหลของแฟนๆ ที่พร้อมเดินทางข้ามพรมแดนทันทีที่ได้ยินเสียงนกหวีดเริ่มเกม เพื่อออกไปสัมผัสกับเสน่ห์ของกีฬาฟุตบอลอย่างแท้จริง ตลอดช่วงการแข่งขัน For Fans, Everywhere จะมอบสิทธิ์เข้าถึงแมตช์การแข่งขันแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน รวมถึงประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ให้แก่สมาชิกแมริออท บอนวอย ที่ถือบัตรวีซ่า นำแฟนบอลเข้าใกล้มหกรรมกีฬาที่ทั่วโลกต่างเฝ้ารอคอยมากที่สุด

    แคมเปญ For Fans, Everywhere จะถูกถ่ายทอดผ่านสองไอคอนแห่งวงการฟุตบอลระดับโลก ได้แก่ อาลิง โฮลัน (Erling Haaland) และ วีนีซียุส ฌูนีโยร์ (Vinícius Júnior) โดยทั้งสองจะร่วมปรากฏตัวในคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบร่วมกับแมริออท บอนวอย และวีซ่า ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอโซเชียลมีเดีย “สลีปโอเวอร์ สวีท” (Sleepover Suite) รวมถึงภาพยนตร์โฆษณา (Cinematic Brand Film) ที่เตรียมสร้างการมีส่วนร่วมกับแฟนบอลทั่วโลก เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นในเดือนมิถุนายนนี้

    ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน เป็นต้นไป แมริออท บอนวอย เปิดโอกาสให้สมาชิกเข้าถึงบัตรเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ ครบทุกแมตช์ พร้อมประสบการณ์สุดพิเศษที่ได้รับการคัดสรรมาโดยเฉพาะ ผ่านแพลตฟอร์ม แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส (Marriott Bonvoy Moments) โดยได้รับการสนับสนุนจากวีซ่า การเปิดตัวแมริออท บอนวอย โมเมนต์ส ในครั้งนี้ถือเป็นการมอบสิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับอีเวนต์เดียว โดยมีข้อเสนอมากกว่า 600 รายการ ครอบคลุมทั้งประสบการณ์ในการรีดีมสิทธิ์ในอัตราคงที่ การประมูล และ กิจกรรม 1 พอยต์ ดรอป เกือบร้อยรายการ ซึ่งจะทยอยเปิดให้แลกสิทธิ์ทุกวันศุกร์ ไฮไลต์พิเศษในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม คือสัปดาห์แห่ง 1 พอยต์ ดรอป แบบรายวัน มอบโอกาสในการเข้าถึงสิทธิ์ในรูปแบบมาก่อนได้ก่อน สำหรับช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ รวมถึงแมตช์รอบชิงชนะเลิศ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำอย่างแท้จริงให้กับแฟนบอลทั่วโลก

    “แคมเปญของเราสะท้อนความจริงสำคัญของแฟนฟุตบอลโลก นั่นคือการเดินทางไม่ได้เป็นเพียงการออกเดินทาง แต่คือหนทางในการเข้าใกล้ผู้คน ความหลงใหล และสถานที่ที่พวกเขารักมากยิ่งขึ้น เรากำลังสร้างพื้นที่ที่แฟนๆ สามารถเฉลิมฉลองความเป็นแฟนกีฬา เชื่อมโยงกับชุมชน และแบ่งปันวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น” เพ็กกี้ โรว์ (Peggy Roe) รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลูกค้า แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว “การเดินทางเพื่อฟุตบอลโลกแตกต่างจากการเดินทางรูปแบบอื่น แฟนบอลไม่ได้เพียงออกไปสำรวจโลก แต่พวกเขานำโลกของตนเองติดตัวไปด้วย ทั้งการสนับสนุนทีมที่รัก และการแบ่งปันวัฒนธรรมของตนในระดับโลก ในฐานะพันธมิตรด้านการเดินทางตลอดชีวิต เราภูมิใจที่ได้อยู่เคียงข้างและสนับสนุนแฟนบอลในทุกช่วงของการเดินทาง ตั้งแต่การแข่งขันนัดแรก ไปจนถึงธรรมเนียมและความทรงจำที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น”

    “การแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ จะเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์ประสบการณ์แฟนบอลรูปแบบใหม่ที่ล้ำสมัย” มัทเธียส กราฟสตรอม (Mattias Grafström) เลขาธิการสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) กล่าว “ขณะที่แคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา เตรียมต้อนรับแฟนฟุตบอลนับล้านคนสู่มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่แมริออท บอนวอย และวีซ่า จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเปิดโอกาสสุดพิเศษหนึ่งเดียวในชีวิตให้กับแฟนบอลทั่วโลก ตั้งแต่นัดเปิดสนามที่เม็กซิโกซิตี้ ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศที่ทุกคนเฝ้ารอ ณ นิวยอร์ก–นิวเจอร์ซีย์”

    “การแข่งขันฟุตบอลโลกถูกนิยามด้วยช่วงเวลาอันน่าจดจำที่แฟนบอลเก็บไว้ตลอดชีวิต และการเดินทางสู่การแข่งขันก็เป็นส่วนสำคัญของมนตร์เสน่ห์นั้น” คินดรา รัสเซลล์ (Kyndra Russell) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ภูมิภาคอเมริกาเหนือ วีซ่า กล่าว “แมริออท บอนวอย และวีซ่า กำลังร่วมกันเปิดโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่หาไม่ได้จากที่ใด เพื่อพาสมาชิกเข้าใกล้การแข่งขันมากยิ่งขึ้น เปลี่ยนการเดินทางและการเข้าถึง ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน ไม่ต่างจากเหตุการณ์บนสนามแข่งขัน”

    ท่ามกลางกระแสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวทั่วโลก และมีแนวโน้มแตะมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2575* แมริออท บอนวอย อยู่ในตำแหน่งที่พร้อมอย่างยิ่งในการตอบโจทย์ความต้องการด้านการเดินทางที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ ด้วยชาวอเมริกันเกือบ 75% ที่แสดงความสนใจในกีฬาฟุตบอล* ประกอบกับการเดินทางระหว่างประเทศเพื่อชมการแข่งขันกีฬาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026™ กำลังก้าวขึ้นเป็นช่วงเวลาแห่งวัฒนธรรมและการเดินทางที่สำคัญระดับโลก และด้วยการสนับสนุนจากวีซ่า แมริออท บอนวอย กำลังยกระดับรูปแบบการเข้าถึง การเชื่อมโยงสมาชิกและผู้ถือบัตรวีซ่าให้เข้าถึงโอกาสสุดพิเศษ เพื่อสัมผัสประสบการณ์ฟุตบอลโลกในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส สามารถเข้าชมได้ที่ moments.marriottbonvoy.com

  • Charity - Sports

    บีชโปโล “Princess Pa’s Cup” หวนคืนหัวหิน ฉลองปีที่ 15

    หัวหินเตรียมกลับมาคึกคักอีกครั้ง กับการแข่งขันขี่ม้าโปโลบนชายหาดรายการระดับนานาชาติ “Princess Pa’s Cup InterContinental – B.Grimm Beach Polo Hua Hin 2026” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทราเทพยวดี ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 4 เมษายน 2569 ณ ชายหาดหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท
    ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา รายการนี้ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในอีเวนต์สำคัญของทั้งวงการกีฬาและไลฟ์สไตล์ของประเทศไทย ผสานเสน่ห์ของกีฬาขี่ม้าเข้ากับบรรยากาศชายทะเลและกิจกรรมทางสังคมได้อย่างลงตัว ภายใต้ความร่วมมือของ บี.กริม กลุ่มบริษัทพราว โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท และบลูพอร์ต หัวหิน

    เสน่ห์เฉพาะของ “บีชโปโล” อยู่ที่การเล่นบนผืนทราย ซึ่งต้องอาศัยจังหวะน้ำขึ้น-น้ำลงเป็นตัวกำหนดสภาพสนาม ทำให้การแข่งขันในแต่ละปีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะที่หัวหิน เมืองตากอากาศที่มีภาพจำของการขี่ม้าริมชายหาดมาอย่างยาวนาน ยังคงเป็นสถานที่เดียวในประเทศไทยที่เหมาะสมสำหรับการแข่งขันรูปแบบนี้
    ในปีนี้ มีทีมจาก 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย เบลเยียม อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมประชันฝีมือ ในรูปแบบการแข่งขันที่รวดเร็ว เร้าใจ และเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสความสนุกของกีฬาโปโลอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

    นอกเหนือจากการแข่งขัน ภายในงานยังเต็มไปด้วยกิจกรรมตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารและเครื่องดื่มริมชายหาด บูธกิจกรรมจากผู้สนับสนุน และแฟชั่นโชว์บนหลังม้า ก่อนจะเข้าสู่ไฮไลต์ของการแข่งขันโปโลในช่วงเย็น

    เมื่อแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า บรรยากาศจะเปลี่ยนสู่ค่ำคืนริมทะเลกับงาน “Sea Breeze Garden Party” ต่อเนื่องด้วยการแสดงจากวงรอยัล แบงค็อก ซิมโฟนี ออร์เคสตรา พร้อมกิจกรรมประมูลการกุศล เติมเต็มประสบการณ์ของวันแห่งกีฬาและศิลปะอย่างสมบูรณ์
    การแข่งขันครั้งนี้ยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ด้านการกุศล โดยรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้แก่ “โครงการกำลังใจ” ในพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทราเทพยวดี เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและการกลับคืนสู่สังคมของผู้ต้องขัง
    ด้วยการผสานกีฬา วิถีชีวิต และบรรยากาศชายทะเลเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน บีชโปโลยังคงเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนเสน่ห์ของหัวหิน ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

  • Activity - Sports

    “เลวี่ ลี” จากเวทีระดับโลกสู่บทบาทผู้บริหารนำเทรนด์ Wellness & Healthy Lifestyle สร้างประสบการณ์ลูกค้าที่แตกต่างเหนือระดับกับภารกิจปั้น Bravo BKK สู่ Sport & Lifestyle Destination

    ในวันที่ผู้คนทั่วโลกหันมาให้นิยามความสำเร็จใหม่ จากความมั่งคั่งทางการเงิน สู่การมีสุขภาพที่ดี คุณภาพชีวิตที่สมดุล และความสุขที่ยั่งยืน เทรนด์ Health is the New Wealth ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิตในยุคนี้ และนั่นคือโอกาสที่ผู้บริหารรุ่นใหม่อย่าง เลวี่ ลี (Levy Li Su Lin) ประธานเจ้าหน้าที่ดูแลประสบการณ์ลูกค้า (Chief Experience Officer: CXO) บริษัท บราโว บีเคเค จำกัด ผู้นั่งแท่นควบตำแหน่ง แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของ Bravo BKK และผู้ก่อตั้ง (Founder) Tropickle สนามพิกเกิลบอลในร่มที่ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของศูนย์การค้า Bravo BKK ได้นำมาเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายบทบาทของศูนย์การค้าให้เป็นมากกว่าแหล่งช้อปปิ้ง พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการก้าวสู่ “Sport and Lifestyle Destination” จุดหมายของการใช้เวลาคุณภาพด้านออกกำลังกาย เพื่อมุ่งตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างรอบด้าน ให้สอดคล้องกับแนวคิดตั้งต้น Fit by Day, Fun by Night

    ก่อนหน้านี้ คุณเลวี่ ลี เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติจากการเป็น Miss Malaysia Universe 2008 และตัวแทนประเทศมาเลเซียบนเวที Miss Universe ในปีเดียวกัน จากนั้นเธอได้เข้าสู่แวดวงแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ สั่งสมชื่อเสียงและประสบการณ์ในแวดวงสังคมทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ จนหล่อหลอมมุมมองด้านภาพลักษณ์และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ถูกนำมาต่อยอดสู่บทบาทผู้บริหารในด้านการออกแบบประสบการณ์ลูกค้า
    อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของเธอคือ การเป็น Wellness & Lifestyle Guru ผู้รักสุขภาพและชื่นชอบการออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเฉพาะกีฬา Pickleball ซึ่งเป็นกีฬาที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก รวมถึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการเติบโตของคอมมูนิตี้ผู้เล่นอย่างต่อเนื่องในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และประเทศไทย

    เมื่อมองเห็นโอกาสจากกระแสการเติบโตของกีฬาไลฟ์สไตล์ดังกล่าว คุณเลวี่จึงได้ก่อตั้งสนาม Pickleball ที่มีชื่อว่า Tropickle ขึ้นภายในห้าง Bravo BKK เพื่อเป็นพื้นที่รองรับการเติบโตของคอมมูนิตี้คนรัก Pickleball และสร้างพื้นที่ให้กีฬาชนิดนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนเมือง โดย Tropickle ได้รับการออกแบบให้เป็น สนาม Pickleball ในร่มที่ผสานกีฬา ไลฟ์สไตล์ และคอมมูนิตี้เข้าด้วยกัน พร้อมบรรยากาศที่โดดเด่นในสไตล์ Tropical


    สนาม Tropickle ภายใน Bravo BKK ประกอบด้วย สนาม Indoor Pickleball จำนวน 5 สนาม โดยแบ่งเป็น 4 Garden Courts ที่ให้บรรยากาศผ่อนคลายในสไตล์ทรอปิคัล และ 1 Neon Court ที่ออกแบบด้วยแสงสีแบบนีออนซึ่งสามารถรองรับการจัดกิจกรรมอีเวนต์ คอนเทนต์ และประสบการณ์การเล่นที่สนุกแตกต่างจากสนามทั่วไป อีกทั้งเมืองไทยมีอากาศร้อนเกือบทั้งปี และมีฝุ่น pm 2.5 การสร้างสนามในร่มที่มีเครื่องปรับอากาศ ทำให้สามารถเล่นกีฬาได้อย่างสะดวกสบายตลอดทั้งปี
    ด้วยแนวคิดดังกล่าว Tropickle จึงไม่ได้เป็นเพียงสนามกีฬา แต่ถูกออกแบบให้เป็น Lifestyle Pickleball Destination ที่ผสมผสานการออกกำลังกายเข้ากับไลฟ์สไตล์ และสังคมของคนรุ่นใหม่ รวมไปถึง Creative Community ที่มองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการออกกำลังกายและการใช้เวลาร่วมกัน

    “ทุกวันนี้อุตสาหกรรม Wellness ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในประเทศไทยเอง ข้อมูลจาก SCB EIC เผยให้เห็นว่า ตลาด Health & Wellness ของไทยมีมูลค่าแตะระดับ 1.5 ล้านล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการที่คนไทยกว่า 70% หันมาให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพ Bravo BKK จึงมองเห็นโอกาสในการสร้างพื้นที่ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพทั้งร่างกาย จิตใจ รวมถึงการเชื่อมต่อกับผู้คน โดยเปลี่ยนจากการเป็นศูนย์การค้าที่มุ่งเน้นเพียงการขายสินค้าหรือบริการ มาเป็นการส่งต่อ Quality of Life หรือ คุณภาพชีวิตที่ดี โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้ Wellness กลายเป็นเรื่องสนุกและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ดังนั้นการมาที่นี่ ไม่ว่าใครก็สามารถมาออกกำลังกาย เติมเต็มพลังใจ บนพื้นที่ที่เปิดรับทุกกิจกรรมสร้างสรรค์ รวมถึงดื่มด่ำกับความบันเทิงที่เหนือระดับได้ในที่เดียว ซึ่งสอดคล้องกับ concept Fit by Day, Fun by Night ของเรา” คุณเลวี่กล่าว

    ในฐานะ CXO คุณเลวี่ทำหน้าที่ออกแบบ Customer Journey และ Lifestyle Experience ของ Bravo BKK ขณะเดียวกันเธอยังทำหน้าที่เป็น Brand Ambassador ที่สื่อสารตัวตนและแนวคิดของ Bravo BKK ได้อย่างชัดเจน ทั้งในมิติของสุขภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความสนุกของชีวิตคนเมือง

    “เรามองว่าการจะชนะใจผู้บริโภคยุคใหม่ได้ต้องสร้าง Wellness Ecosystem ที่เชื่อมโยงความแข็งแรงเข้ากับความสุข เพราะคนเมืองทุกวันนี้ต้องการคอมมูนิตี้ที่สนับสนุนไลฟ์สไตล์ของเขาอย่างรอบด้าน ซึ่ง Bravo BKK ตอบโจทย์นี้ด้วยโมเดลธุรกิจที่ครบวงจรใน 4 มิติหลัก ทั้งด้าน Sport เรามีพื้นที่ Indoor Sport Active Zone ที่รวบรวมกีฬาเทรนด์ใหม่อย่าง Pickleball และ Skate park รวมไปถึง Fit & Fun Zone บริเวณชั้น 1 ที่เปิดสอนเต้น โยคะฟรีในช่วงเย็น, ด้าน Education ก็มีแหล่งเรียนรู้ที่เติมเต็มทักษะชีวิตและแนวคิดสร้างสรรค์ เช่น โรงเรียนสอนดนตรี โรงเรียนสอนบุคลิกภาพและการแสดง, โรงเรียนสอนเทควันโด้, ด้าน Wellness ก็นับว่าเป็นศูนย์รวมของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่มีทั้งฟิตเนสชั้นนำ คลินิกดูแลสุขภาพและความ, ส่วนด้าน Entertainment ก็พร้อมมอบความสนุกยามค่ำคืนที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้อย่างลงตัว” CXO ของ Bravo BKK เผยวิสัยทัศน์

    ตลอดระยะเวลาสองปี นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 2566 เป็นต้นมา Bravo BKK มุ่งมั่นที่จะทำให้ห้างนี้เป็น Lifestyle Community ภายใต้คอนเซ็ปต์แรกเริ่ม “Fit and Fun Mall” พร้อมแนวคิด Fit by Day, Fun by Night ที่เน้นประสบการณ์ลูกค้า (Lifestyle Experience) เป็นหัวใจสำคัญ ก่อนจะก้าวสู่การเป็น “Sport and Lifestyle Destination” ในย่านพระราม 9 ที่ทุกคนสามารถมาใช้ชีวิต ดูแลสุขภาพ และสร้างแรงบันดาลใจร่วมกันได้ในที่เดียว โดยในด้าน Sport, Education และ Wellness นั้น Bravo BKK ประสบความสำเร็จในการสร้างโซนกิจกรรมที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพยุคใหม่ รวมถึงการ ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่โดดเด่นในแต่ละด้าน มาร่วมสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ อาทิ

    • SIP @ Bravo พื้นที่คอมมูนิตี้ชั้น 5 ที่เปิดกว้างให้คนทุกวัยได้เชื่อมต่อกัน ในพื้นที่โซน Sip นี้
    • Tropickle Pickleball Court สนามพิกเกิลบอลในร่ม บริหารจัดการโดย Dink A Lot (Pickleball Thailand) ที่มาพร้อมการตกแต่งสไตล์ Tropickle โดดเด่นไม่เหมือนใคร และยังมี Center Court ซึ่งมาพร้อม concept Glow in the Dark ที่สามารถเปลี่ยนการออกกำลังกายให้กลายเป็นปาร์ตี้สุดชิค
    • Fitwhey Gym ฟิตเนสระดับแฟล็กชิพ พร้อมอุปกรณ์พรีเมียมครบครัน ตอบโจทย์ทั้งการสร้างกล้ามเนื้อและโภชนาการที่ดี
    • SOM Balance School โรงเรียนสอนทักษะการทรงตัวและกีฬาเอ็กซ์ตรีมอย่าง Surf skate Roller Skating และ Balance Bike เพื่อเสริมสร้างสมาธิและกล้ามเนื้อในรูปแบบ Creative Sport
    • Identity Clinic คลินิกที่ยกระดับ Well-being ด้วยนวัตกรรมการดูแลสุขภาพและความงามลึกถึงระดับเซลล์

    ขณะเดียวกันด้าน Entertainment ยังโดดเด่นในฐานะ ศูนย์รวมความบันเทิงยามค่ำคืน ที่ตอบโจทย์สมดุลชีวิตคนเมือง ด้วยการเป็นที่ตั้งของผับและบาร์ชื่อดังระดับไอคอน อาทิ

    • Elysium Immersive Club: คลับและไนต์ไลฟ์สปอตที่เสิร์ฟแสงสีเสียงสุดเร้าใจ ภาพและเสียงแบบ 360 องศา นับเป็นจุดหมายใหม่ของการปาร์ตี้และแฮงเอาท์ในย่านพระราม 9 ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

    นอกจากนี้ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านนั่งชิล ซึ่งดึงดูดทั้งชาวไทยและต่างชาติ สะท้อนแนวคิดของคุณเลวี่ที่มองว่า ความสุข ความผ่อนคลาย และการใช้เวลาคุณภาพ ก็นับเป็นส่วนหนึ่งของ Well-being เช่นกัน และไม่เพียงแค่นั้น Bravo BKK ยังเปิดพื้นที่ฟรีบริเวณลาน Atriumจัดกิจกรรมสร้างสรรค์และอีเวนต์ที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถมาใช้เวลาอย่างมีคุณภาพและเติมแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ได้ตลอดทั้งปี

    ในฐานะ ประธานเจ้าหน้าที่ดูแลประสบการณ์ลูกค้า บริษัท บราโว บีเคเค และแอมบาสซาเดอร์ของ Bravo BKK คุณเลวี่ ลี ย้ำถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจว่า “Bravo BKK ไม่ใช่เพียงศูนย์การค้า แต่เป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ จุดหมายใหม่ของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ทั้งกลางวันและยามค่ำคืน” เชิญมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่สุขภาพและไลฟ์สไตล์ ไปด้วยกันได้อย่างลงตัว ที่ Bravo BKK – Sport and Lifestyle Destination จุดหมายใหม่ของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ใจกลางพระราม 9 สามารถติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวใหม่ ๆ ของ Bravo BKK ได้ทาง Facebook: Bravo BKK www.bravobkk.co.th

  • Lifestyle - Sports

    GENTLE MONSTER เผยโฉม “2026 Circuit Collection” นิยามใหม่แห่งความโฉบเฉี่ยวที่หลอมรวมจิตวิญญาณ F1 และเสน่ห์ระดับตำนานจาก Disney เข้าด้วยกัน

    GENTLE MONSTER แบรนด์แว่นตาและไลฟ์สไตล์ระดับโลกจากเกาหลีใต้ เผยโฉมคอลเลกชันใหม่ล่าสุด “2026 Circuit Collection” ที่ผสานพลังของแฟชั่น ความเร็ว และจินตนาการ เข้าด้วยกัน ผ่านแว่นตาดีไซน์ล้ำที่นำโครงสร้างของรถแข่ง F1 รวมเข้ากับแรงบันดาลใจจาก Disney’s Mickey and Friends และวิสัยทัศน์ด้านการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยเปิดตัวพร้อมป๊อปอัพสุดตื่นตา พา Disney’s Mickey Mouse ไซส์ยักษ์มาเคียงข้างพลังอันเร้าใจของรถ F1 สร้างบรรยากาศสุดเร้าใจ ราวกับยกสนามแข่งมาไว้ใจกลางเมือง

    GENTLE MONSTER 2026 Circuit Collection เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของ 3 แบรนด์ระดับไอคอน ที่จับมือกันสร้างจักรวาลใหม่อันเหนือความคาดหมาย ถ่ายทอดพลังสุดเร้าใจของการแข่งขัน F1 ผ่านการตีความโครงสร้างของรถแข่งด้วยมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ของ GENTLE MONSTER นำเสนอเป็นแว่นตา 8 ดีไซน์ในสไตล์สปอร์ต ที่หยิบแรงบันดาลใจจากโครงสร้างเชิงวิศวกรรมของรถแข่งมาสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นปีกหน้า (Front Wing) และช่องรับอากาศ (Air Ducts) ที่ถูกนำมาออกแบบเป็นเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวให้สัมผัสแห่งความเร็วบนกรอบแว่น รวมถึงโครงสร้างแบบโอบกระชับ (Wrap-Around) ที่สามารถแมตช์ได้ทั้งกับลุคแอ็กทีฟและแฟชั่นล้ำสมัย นับเป็นการเชื่อมโลกกีฬาและแฟชั่นเข้าด้วยกันได้อย่างน่าสนใจ นอกจากนี้ยังมาพร้อม 3 ดีไซน์พิเศษ ที่นำจิตวิญญาณของตัวละครระดับไอคอนจาก Disney’s Mickey and Friends มารวมเข้ากับความตื่นเต้นของเครื่องยนต์ F1 ที่กำลังทะยานบนสนามแข่ง โดยทุกดีไซน์รังสรรค์ขึ้นจากวัสดุคุณสมบัติพิเศษ ทั้งแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ไม่ต่างจากการคัดสรรวัสดุเพื่อสร้างตัวถังรถแข่งชั้นเลิศ

    และเพื่อเฉลิมฉลองให้กับการเปิดตัว 2026 Circuit Collection ซึ่งนับเป็นความร่วมมือระดับปรากฏการณ์ของ 3 แบรนด์ระดับไอคอน GENTLE MONSTER ได้เนรมิตป๊อปอัพสโตร์สุดตระการตาขึ้น ณ กรุงโซลและเซี่ยงไฮ้ โดยยกเอาประติมากรรม Mickey Mouse ไซส์ยักษ์ มาเคียงข้างรถแข่ง F1 ดีไซน์ล้ำ พร้อมเติมเต็มประสบการณ์พิเศษด้วย Photo Booth ในธีม Disney’s Mickey Mouse สร้างมิติใหม่ที่โลกของความเร็วสุดเร้าใจมาบรรจบกับความสดใสของโลกแห่งจินตนาการได้อย่างลงตัว เพื่อสะท้อนแนวทางการออกแบบที่กล้าทดลอง กล้าแตกต่าง และก้าวข้ามทุกกรอบเดิม ของคอลเลกชันนี้


    เชิญสัมผัสเสน่ห์ความเร็วระดับสนามแข่งของ F1 ที่หลอมรวมเข้ากับจินตนาการอันไร้ขอบเขตของ Disney และโลกแฟชั่นอันไร้กฏเกณฑ์และขีดจำกัดของ GENTLE MONSTER ได้ใน 2026 Circuit Collection วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป ที่ GENTLE MONSTER STORE ดิ เอ็มควอเทียร์, GENTLE MONSTER STORE สยามพารากอน และ GENTLE MONSTER STORE, HAUS NOWHERE BANGKOK ไอคอนสยาม
     

    GENTLEMONSTER #GENTLEMONSTER_2026CircuitCollection #GENTLEMONSTER2026

  • Charity - Sports

    ปิดฉากอย่างสง่างาม “ควีนส์คัพ พิงค์ โปโล 2026” ครั้งที่ 17 การแข่งขันขี่ม้าโปโลหญิงการกุศล หารายได้มอบให้ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม

    จบลงอย่างน่าประทับใจสำหรับการจัดการแข่งขันขี่ม้าโปโลหญิงการกุศล รายการ “ควีนส์คัพ พิงค์ โปโล 2026” (Queen’s Cup Pink Polo 2026) ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อหารายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ขาดโอกาสภายใต้การดำเนินงานของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ที่จัดโดย บี.กริม นำโดย มร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม ในฐานะนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นันทินี แทนเนอร์ อุปนายกสมาคมฯ ประธานจัดการแข่งขันขี่ม้าโปโลหญิงการกุศล เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ณ สนามไทย โปโล แอนด์ อีเควสเทรียน คลับ พัทยา ซึ่งเป็นการแข่งขันโปโลหญิงระดับนานาชาติ จากทีมประเทศไทย สิงคโปร์ และเกาหลี โดยในปีนี้ทีมเจ้าภาพไทย โปโล (Thai Polo) เป็นผู้คว้าชัยได้ถ้วยพระราชทานฯ ไปครอง ท่ามกลางเสียงกองเชียร์ที่ส่งเสียงเชียร์อย่างสนุกสนาน

    คุณนันทินี แทนเนอร์ นักกีฬาขี่ม้าโปโลหญิงคนแรกของไทย ในฐานะประธานจัดการแข่งขันฯ เผยว่า “พิงค์ โปโล” เป็นการแข่งขันขี่ม้าโปโลหญิงเพื่อการกุศล มีวัตถุประสงค์เพื่อหารายช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ขาดโอกาสภายใต้การดำเนินงานของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ที่มีจุดมุ่งหมายที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ขาดโอกาสและต้านภัยจากโรคมะเร็งเต้านมอย่างมีประสิทธิภาพ ตามแนวทาง “ป้องกัน รักษา และดูแล” เพื่อรณรงค์ให้ผู้หญิงไทยได้รับความรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม และในฐานะที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งจึงอยากเชิญชวนให้ผู้หญิงมารวมพลัง ช่วยสร้างประโยชน์ให้สังคมด้วยการสนับสนุนและส่งเสริมศูนย์ฯ ผ่านกิจกรรมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโล “พิงค์ โปโล” ที่มีนักกีฬาเป็นผู้หญิงทั้งหมด รวมถึงการส่งเสริมกีฬาโปโลของไทยให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้หญิงรุ่นใหม่ สามารถเข้าสู่การแข่งขันระดับนานาชาติได้ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญเพื่อสังคมอันสร้างสรรค์เปี่ยมคุณค่า ซึ่งได้รับการตอบรับด้วยดีเสมอมา”

    นายแพทย์กฤษณ์ จาฏามระ ผู้ก่อตั้งศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านมและมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า กว่า 20 ปี ของการดำเนินงานตามพระราชปณิธาน ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้ศูนย์ฯ นี้เป็นที่พึ่งของผู้หญิงไทยอย่างแท้จริง เราจึงทำงานช่วยเหลือผู้หญิงทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิงที่ขาดโอกาสทางสังคม จึงมีโครงการหลายโครงการที่ครอบคลุมการดำเนินงานเชิงป้องกัน รักษา และดูแล อาทิ โครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ โครงการภูมิคุ้มกันบำบัดระดับเซลล์ (Cellular Immunotherapy Project) โครงการประชุมวิชาการเพื่อยกระดับการรักษามะเร็งเต้านม (International Conferences & Seminars Project) โครงการสร้างความตระหนักรู้และใส่ใจสุขภาพเต้านม (Breast Cancer Awareness Campaign) โครงการช่วยเหลือผู้หญิงที่ขาดโอกาสในชุมชนแออัดให้ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกอย่างเท่าเทียม (Slum Project) และโครงการบ้านพิงพัก (Pink Park Village) ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นล้วนป็นประโยชน์กับผู้หญิงไทยทุกคน

    ก่อนจะไปชมการแข่งขัน B.Grimm Pink Cup CSIY-B Pattaya 2026 เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการแข่งขันกระโดดข้ามเครื่องกีดขวางระดับเยาวชนนานาชาติ มีนักกีฬาจาก 11 ประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน และในงานยังพบกับกิจกรรมหลากหลายจากการออกร้านของผู้สนับสนุน อาทิ บูทกิจกรรมจากเหล่าผู้สนับสนุน และไฮไลท์หนึ่งของงานคือเหล่าบรรดาเชียร์ลีเดอร์จากประเทศเกาหลีที่มาสร้างสีสันให้กับแขกในปีนี้ได้ไม่น้อย รวมทั้งแฟชั่นโชว์สุดสง่าบนหลังม้า นำขบวนโดย นันทินี แทนเนอร์ นักกีฬาขี่ม้าโปโลหญิงคนแรกของไทย ประธานจัดการแข่งขันฯ แล้วยังมีเหล่านางแบบนายแบบกิตติมศักดิ์ ร่วมแสดงแบบบนหลังม้าด้วย

    กหนึ่งสีสันที่พลาดไม่ได้คือ ประเพณี “สตอมปิ้ง ดิวอทส์ Stomping Divots” ของผู้เข้าชมการแข่งขัน ซึ่งเป็นประเพณีปฏิบัติของกีฬาขี่ม้าโปโล การย่ำหญ้าเพื่อกลบหลุมในสนาม และกลบรอยเท้าม้าจากการแข่งขัน สร้างสีสันให้กับงาน ที่เหล่าสุภาพสตรีทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ต่างลงสนามร่วมกันย่ำหญ้าอย่างสนุกสนาน ปิดท้ายด้วยการมอบรางวัล Best Dress Awards และ Best Hat Awards ให้แก่บรรดาแขกผู้เกียรติที่มาร่วมงาน

    นับเป็นการแข่งขันขี่ม้าโปโลหญิงการกุศลที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 ซึ่งนอกจากความสนุกสนานท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นแล้ว ผู้ร่วมงานยังได้อิ่มเอมใจไปกับการได้ร่วมทำบุญช่วยเหลือสังคมทุกปีอีกด้วย

  • Charity - Sports

    ควีนส์คัพ พิงค์ โปโล 2569 หวนคืนพัทยา สานต่อภารกิจสนับสนุนผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

    บี.กริม ร่วมกับ สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เตรียมจัดการแข่งขัน ควีนส์คัพ พิงค์ โปโล ครั้งที่ 17 ประจำปี 2569 ในวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามไทย โปโล แอนด์ อีเควสเทรียน คลับ พัทยา เพื่อระดมทุนสนับสนุนการดำเนินงานของ ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อมะเร็งเต้านม พร้อมร่วมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองและการป้องกันมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น

    การแข่งขันจัดขึ้นภายใต้การนำของ ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ นันทินี แทนเนอร์ นักกีฬาโปโลหญิงคนแรกของประเทศไทย และผู้ก่อตั้งการแข่งขันรายการนี้ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ควีนส์คัพ พิงค์ โปโล ได้เติบโตเป็นหนึ่งในงานการกุศลด้านกีฬาที่โดดเด่นของประเทศไทย สะท้อนถึงพลังของกีฬาในการสร้างประโยชน์แก่สังคม พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่เวทีการแข่งขันกีฬาขี่ม้านานาชาติ
    ไฮไลท์สำคัญของปีนี้ ได้แก่ การแข่งขันโปโลหญิงระดับนานาชาติ จากทีมประเทศไทย สิงคโปร์ และเกาหลี สะท้อนถึงบทบาทและศักยภาพของนักกีฬาหญิงในวงการโปโลเอเชียที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

    อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ คือการจัดการแข่งขัน B.Grimm Pink Cup CSIY-B Pattaya 2026 เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการแข่งขันกระโดดข้ามเครื่องกีดขวางระดับเยาวชนนานาชาติ มีนักกีฬาจาก 11 ประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน โดยการแข่งขันรายการใหม่นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบี.กริมในการสนับสนุนและพัฒนานักกีฬาขี่ม้ารุ่นใหม่ ควบคู่ไปกับการร่วมระดมทุนเพื่อสนับสนุนภารกิจของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อมะเร็งเต้านม


    ภายในงานยังมีกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ อาทิ แฟชั่นโชว์บนหลังม้า กิจกรรมการกุศลในธีมสีชมพู ขบวนพาเหรด การกลบหลุมสนามตามธรรมเนียมการแข่งขันโปโล ตลอดจนการแสดงพลุเฉลิมฉลองในช่วงท้ายของงาน


    ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา ควีนส์คัพ พิงค์ โปโล ได้เป็นเวทีสำคัญในการผสานกีฬาโปโล และกามีส่วนร่วมของสังคม พร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อมะเร็งเต้านมอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของพัทยาในฐานะศูนย์กลางกีฬาขี่ม้าระดับนานาชาติของภูมิภาค


    การแข่งขันครั้งนี้ยังสะท้อนถึงปรัชญาของบี.กริมในการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี” (Doing Business with Compassion) ที่มุ่งสร้างคุณค่าและประโยชน์อย่างยั่งยืนให้แก่สังคม
    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่งเข้าร่วมงาน
    อีเมล: [email protected]