Energy

  • Energy - Environment - Sustainable

    สยามพิวรรธน์ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ความยั่งยืนระดับโลก ชู “NEXTOPIA” สยามพารากอน เป็นแลนด์มาร์กหลักฉลอง 20 ปี Earth Hour มุ่งหน้าสู่พลังงานสะอาด 100%

    กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของโครงการระดับโลก อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม ประกาศเดินหน้าพันธกิจ ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มกำลัง ร่วมฉลองครบรอบ 20 ปี กิจกรรม Earth Hour ในประเทศไทย โดยคัดเลือก “NEXTOPIA” ณ สยามพารากอน เป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์หลัก (Spotlight) ในการรณรงค์ปิดไฟเพื่อโลก พร้อมโชว์ศักยภาพเมืองต้นแบบที่บริหารจัดการด้วยพลังงานสะอาด 100%

    • วิสัยทัศน์แห่งอนาคต: สยามพิวรรธน์กับการจัดการพลังงานที่ยั่งยืน
      สยามพิวรรธน์ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์การเป็น “ผู้นำแห่งการสร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมาย” ที่ให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนกับสิ่งแวดล้อม องค์กรมุ่งมั่นบริหารจัดการ ระบบนิเวศพลังงานใจกลางเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการติดตั้งนวัตกรรมโซลาร์รูฟท็อป การใช้ระบบทำ ความเย็นประสิทธิภาพสูง (Chiller Efficiency) และการเปลี่ยนระบบแสงสว่างเป็น LED ทั้งหมด โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ซึ่งความสำเร็จที่ผ่านมาสะท้อนได้จากการที่ศูนย์การค้าในเครือได้รับการรับรองการชดเชยคาร์บอน 100% (Carbon Neutral) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกในปี 2025
    • Earth Hour: มากกว่าการปิดไฟ คือการสร้างจิตสำนึกร่วมกัน
      กิจกรรม Earth Hour เริ่มต้นครั้งแรกโดย WWF ในปี 2007 ที่ Sydney ประเทศ Australia มีผู้เข้าร่วมกว่า 2.2 ล้านคน และธุรกิจกว่า 2,000 แห่ง ร่วมกัน ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดการใช้พลังงานและ สร้างการรับรู้ เรื่องโลกร้อน ปัจจุบัน Earth Hour ไม่ใช่เพียงการปิดไฟเชิงสัญลักษณ์เป็นเวลา 1 ชั่วโมง แต่เป็นเครื่องมือสำคัญ ในการสร้างความตระหนักรู้ถึงวิกฤตการณ์ภูมิอากาศในระยะยาว ในปีนี้ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน ได้รับเกียรติจาก องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ประเทศไทย (World Wide Fund For Nature – WWF Thailand) ให้เป็น 1 ใน 5 แลนด์มาร์กสำคัญของไทย ร่วมกับ ไอคอนสยาม วัดอรุณราชวราราม วัดสระเกศ และเสาชิงช้า ในการจัดกิจกรรมปิดไฟประหยัดพลังงาน เพื่อส่งสัญญาณไปถึงคนทั่วโลกให้หันมาใส่ใจ ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างจริงจัง
    • NEXTOPIA สยามพารากอน: พื้นที่ต้นแบบมาตรฐานโลก
      การจัดงานในปีนี้มีความพิเศษยิ่งขึ้น เนื่องจากจัดขึ้น ณ NEXTOPIA ซึ่งเป็น “เมืองต้นแบบแห่งโลก อนาคต” ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลระดับโลกอย่าง EDGE Advanced ด้านการประหยัดพลังงาน และมาตรฐาน Fitwel ที่สะท้อนถึงการออกแบบพื้นที่ที่ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้งาน นอกจากนี้ NEXTOPIA ยังโดดเด่นด้วยนวัตกรรม Floor Radiant Cooling และเป็นพื้นที่ที่ใช้พลังงานสะอาด 100% ในปี 2026 นี้ ทำให้การจัดงาน Earth Hour ณ ที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การรณรงค์ แต่คือการพิสูจน์ให้เห็นว่า พื้นที่ค้าปลีก ระดับโลก สามารถดำเนินกิจกรรมควบคู่ไปกับการรักษาโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ
    • จาก Earth Hour สู่ Earth Everyday: เชิญชวนร่วมสร้างโลกที่ดียิ่งขึ้น
      สยามพิวรรธน์ และ NEXTOPIA ขอเชิญชวนทุกท่านเปลี่ยนความสนุกให้เป็นพลังรักษาโลกผ่านกิจกรรม “Give an Hour for Earth” ตลอด 6 วันเต็ม (24 – 29 มีนาคม 2569) ณ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน พบกับไฮไลต์กิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ:
      Energy Zone: ร่วมสร้างพลังงานด้วยตัวเองผ่าน Bicycle Energy และ Kinetic Floor
      Nature Documentary: แรงบันดาลใจจากสารคดีระดับโลก One Planet, Jungles และ Freshwater
      Sustainable Workshop: กิจกรรม Plantable Seed Workshop ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง และ Sticker Book for Kid เพื่อปลูกฝังหัวใจสีเขียวให้คนรุ่นใหม่ สยามพิวรรธน์ และ NEXTOPIA สยามพารากอน เชื่อมั่นว่า พลังจากความร่วมมือในกิจกรรม Earth Hour ครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่ “Earth Everyday” เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคม คาร์บอนต่ำ และสร้างโลกที่ยั่งยืนเพื่อส่งต่อให้คนรุ่นหลังต่อไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: NEXTOPIA และ SIAMPARAGON

    #SIAMPIWAT #SIAMAPRAGON #NEXTOPIA #EarthHour #WWFThailand
  • Business - Energy

    บี.กริม เพาเวอร์ ตั้งบริษัทย่อยในมาเลเซีย ลุยจัดหาและค้าส่ง LNG – ก๊าซธรรมชาติ ตอบโจทย์ผู้ผลิตไฟฟ้าและกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม

    นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บริษัท บี.กริม แอลเอ็นจี จำกัด บริษัทย่อยที่ บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 100% ได้จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ในประเทศมาเลเซีย ภายใต้ชื่อบริษัท B.Grimm LNG Sdn. Bhd. ทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วจำนวน 1 ริงกิตมาเลเซีย แบ่งออกเป็น 1 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 ริงกิตมาเลเซีย โดย บริษัท บี.กริม แอลเอ็นจี จำกัด ถือหุ้น 100% ของหุ้นที่ออกทั้งหมด ซึ่งใช้แหล่งเงินทุนหมุนเวียนของ บริษัท บี.กริม แอลเอ็นจี จำกัด

    สำหรับเป้าหมายในการจัดตั้งบริษัทย่อยในครั้งนี้ เพื่อจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และ/หรือ ก๊าซธรรมชาติให้แก่โรงไฟฟ้า และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในประเทศมาเลเซีย ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ GreenLeap ของ บี.กริม เพาเวอร์ ที่มุ่งจัดหาพลังงานที่สะอาด ยั่งยืน มีเสถียรภาพในระดับสูง และราคาที่เข้าถึงได้ให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การจัดหาแหล่งพลังงานทางเลือกเพื่อการผลิตไฟฟ้าสำหรับอนาคต (Sustainable Fuels) โดยอาศัยจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญของ บี.กริม เพาเวอร์ ในการจัดหาก๊าซธรรมชาติ และความร่วมมือที่ยาวนานและแข็งแกร่งกับคู่ค้าและผู้ผลิตอุปกรณ์ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ตอบโจทย์แผนระยะยาวของ บี.กริม เพาเวอร์ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานทดแทน และผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก พร้อมบรรลุเป้าหมายองค์กรที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net-Zero Carbon Emissions ภายในปี ค.ศ. 2050 (ปี พ.ศ. 2593) รวมถึงเป้าหมายกำลังการผลิตสู่ 10,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573

  • Energy - Lifestyle - News - Sustainable

    “สยามพิวรรธน์” พลิกเกมวงการ สร้างต้นแบบแรกของโลก “Co-Creation Retail for Sustainable Lifestyle” คว้า 2 Global Certificates คือ EDGE และ FITWEL ครั้งแรกให้ประเทศไทย

    สยามพิวรรธน์นำ “NEXTOPIA” ณ สยามพารากอน พลิกโฉมวงการรีเทล สร้างต้นแบบแรกของโลก “Co-Creation Retail for Sustainable Lifestyle”  คว้า 2 มาตรฐานสากล EDGE (Excellence in Design for Greater Efficiencies) ระดับ Advanced และ Fitwel ระดับสูง 2 ดาว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่ได้รับรองทั้งอาคารเขียวและการออกแบบเพื่อสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คน นอกจากนี้ NEXTOPIA เป็นพื้นที่ต้นแบบแรกที่ใช้พลังงานสะอาด 100% ตั้งแต่ปี 2026 และจะขยายครอบคลุมศูนย์การค้าทั้งหมดภายในปี 2030 พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี 2050

    มาตรฐานดังกล่าว ตอกย้ำบทบาทของสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาโกลบอลเดสติเนชั่น และเป็น Game Changer ที่บุกเบิกสร้างต้นแบบ และสร้างแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่เชื่อมโยงธุรกิจ ผู้คน ชุมชน และโลกเข้าไว้ด้วยกัน

    NEXTOPIA เกิดขึ้นจากการผนึกกำลังและศักยภาพของกลุ่มสยามพิวรรธน์ และพันธมิตรชั้นนำในอีโค่ซิสเต็มระดับโลก 50 องค์กรนวัตกรรม พันธมิตร คู่ค้า และ 30 คอมมูนิตี้ของ Friends of NEXTOPIA ที่ได้สร้างสรรค์ภายใต้ Revolutionary Concept ให้เป็นแพลตฟอร์มเพื่อ Co-creating Communities for a Better World นำเสนอไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตสู่วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า จึงได้นำหลักการด้านสุขภาวะมาบูรณาการในทุกขั้นตอน โดยเริ่มตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและการก่อสร้างที่ใส่ใจทุกรายละเอียด โดยมีการรวบรวมนวัตกรรมล่าสุดที่เป็นมิตรต่อคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารอย่างครอบคลุม

    NEXTOPIA ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้มาตรฐาน EDGE ใน 3 ด้านหลัก 
    1 พลังงาน (Energy Efficiency) ออกแบบให้รองรับแสงธรรมชาติและหมุนเวียนอากาศได้ดี ใช้วัสดุ ETFE แทนกระจก และเทคโนโลยีที่ช่วยลดความร้อน ติดตั้งโซลาร์รูฟขนาดใหญ่เพื่อผลิตพลังงานสะอาด ทำให้ช่วยลดการใช้พลังงานในการดำเนินงานได้ 47%

    2 น้ำ (Water Efficiency) เน้นการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและลดการสูญเสีย โดยเลือกใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ใช้น้ำชนิดประหยัด ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเพิ่มฟองอากาศ  สามารถลดการใช้น้ำได้ 34%
    3 วัสดุ (Materials Efficiency) เลือกใช้สีพิเศษปลอดสารปรอทและตะกั่ว ปล่อยสารระเหยต่ำมาก (Ultra Low VOCs) รวมทั้งการใช้วัสดุรียูส รีไซเคิล และวัสดุธรรมชาติที่มีโครงสร้างที่ทนทาน ทำให้ลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิตวัสดุก่อสร้างและตกแต่งได้ 59%  

    NEXTOPIA ยกระดับผู้คนและสุขภาวะ ภายใต้มาตรฐาน Fitwel 
    1 ด้านสุขภาวะ (Well-being) : ส่งเสริมสุขภาพผ่านสภาพแวดล้อมภายในอาคาร 
    • ติดตั้งระบบปรับอากาศขั้นสูง Displacement Air System (DAS) ผสาน Dedicated Outdoor Air System (DOAS) แยกและกำจัดอากาศเก่า สารปนเปื้อน และเชื้อโรคอย่างต่อเนื่อง 
    • มี Floor Radiant Cooling (ระบบความเย็นแบบแผ่รังสีจากพื้น) ให้อุณหภูมิเย็นสม่ำเสมอโดยไม่ใช้การเป่าอากาศผ่านท่อลม (Forced Air) ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ และเชื้อโรค เพื่ออากาศสะอาด  
    • วัสดุทั้งหมดเป็นแบบ Ultra Low VOCs ซึ่งปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายในระดับต่ำมาก เพื่อรักษาคุณภาพอากาศ พร้อมด้วยมาตรการทำความสะอาดตาม Fitwel Cleaning Policy 
    • การสื่อสารคุณภาพอากาศและเทรนด์โลกแบบเรียลไทม์ ผ่าน “The Globe” ลูกโลกจำลองจอ LED ขนาดใหญ่ พร้อมกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกคน

    2 สนับสนุนการเคลื่อนไหวทางกายและความปลอดภัย (Increases Physical Activity)

    • ออกแบบพื้นที่โดยใช้แนวคิด Biophilic พร้อมผสานหลัก Active Design เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น The Spiral บันไดโถงที่เชื่อมต่อพื้นที่ชั้น 4, 5 และ 5A ทำให้คนเลือกเดินขึ้นลงมากกว่าการใช้ลิฟท์ อีกทั้ง The Forest Canopy และ The Ocean Canopy ที่ใช้วัสดุรีไซเคิล รวมถึงขยะจากท้องทะเล มาสร้างสรรค์เป็นงานศิลป์ที่สวยงาม เพื่อเชื่อมโยงมนุษย์กับธรรมชาติ และดึงดูดให้คนใช้เป็นเส้นทางเดินขึ้นชั้น 5A เช่นกัน
    • The Kinetic Floor และ The Energy Playground แค่ทุกคนขยับก็ร่วมกันผลิตไฟฟ้า ส่งเสริมให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องสนุก โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่นที่สนใจเทคโนโลยีและชอบนวัตกรรมที่สัมผัสได้ 
    • มีพื้นที่ออกกำลังกายและมุมพักผ่อน, กิจกรรมร่วมกับร้านค้าเพื่อสนับสนุนบริการและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น, การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต และการฉีดวัคซีน
      3 อาหารสุขภาพและน้ำดื่ม (Food & Water) : ส่งเสริมการเข้าถึงโภชนาการและน้ำดื่มที่ดีต่อสุขภาพ
      • สนับสนุนการเลือกทานอาหารที่ดีด้วยเมนูสุขภาพจากทุกร้านค้า พร้อมจุดเติมน้ำดื่ม (Refill Stations) ที่ให้บริการน้ำดื่มคุณภาพสูง 
      • มีตลาดเกษตรกร (Farmers Market) โชว์เคสผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และเวิร์กช็อปอัพไซคลิง (Upcycling) เพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งสุขภาพและความยั่งยืน 
      4 สนับสนุนความเท่าเทียมในสังคมสำหรับกลุ่มเปราะบาง (Supports Social Equity for Vulnerable Populations)     
      • มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ออกแบบเพื่อรองรับทุกคน เช่น ห้องน้ำที่ได้มาตรฐาน ADA (American with Disabilities Act) สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงห้องให้นมบุตรสำหรับคุณแม่ 
      • ให้การสนับสนุนพื้นที่สำหรับกลุ่มคนด้อยโอกาส เช่น Dots Coffee ที่เป็นร้านกาแฟแรกของโลกที่พนักงานบาริสต้าทุกคนเป็นคนตาบอด และ Autistic Art ที่เป็นแกลลอรี่งานศิลปะจากเด็กออทิสติก
      การสร้าง NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคตนี้ สะท้อนถึงแนวคิด วิถีสยามพิวรรธน์ (Siam Piwat Way) พันธกิจที่หล่อหลอมเข้าสู่ทุกกระบวนการทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ ด้วยการเป็น ‘แพลตฟอร์มแห่งโอกาส’ พื้นที่ที่สร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

  • Business - Energy

    SRTA จับมือ UNISUS เดินหน้าศึกษาพัฒนา Central Utility Plantพลิกโฉมบางซื่อสู่ “เมืองอัจฉริยะต้นแบบ” บนพื้นที่กว่า 1,200 ไร่

    บริษัท ยูนิซัส กรีน เอ็นเนอร์จี จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางสำหรับโครงการภาคเอกชนรายแรกของเมืองไทย และ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) หน่วยงานที่มีภารกิจในการบริหารทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง (Central Utility Plant: CUP) ในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณบางซื่อกว่า 1,200 ไร่ เพื่อยกระดับพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นเมืองอัจฉริยะต้นแบบที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและเป็นศูนย์กลางการเดินทางของกรุงเทพฯ ในอนาคต

    การลงนามครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนา “เมืองอัจฉริยะบางซื่อ (Bang Sue Smart City)” ซึ่งทาง SRTA วางแผนที่จะจัดหาการลงทุนกว่า 200,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการทั้งหมด โดยความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อเมืองอัจฉริยะยุคใหม่ อันได้แก่ โรงผลิตความเย็นแบบรวมศูนย์ขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการปรับอากาศ พร้อมระบบกักเก็บพลังงานความเย็นเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบจัดการน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสียและผลิตน้ำรีไซเคิล ระบบไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ระบบการจัดการขยะ ระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบเตือนภัยพิบัติและแผนรองรับอุบัติภัย รวมถึงศูนย์จัดการพลังงานอัจฉริยะ
    ยูนิซัส กรีน เอ็นเนอร์จี เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง 3 บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ วิศวกรรม และพลังงาน ได้แก่ แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น (MQDC), อีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวิร์ค และ บี.กริม โดยภายใต้บันทึกข้อตกลงกับ SRTA นี้ ยูนิซัส กรีน เอ็นเนอร์จี มีบทบาทในการจัดเตรียมแนวคิดเบื้องต้นของระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ด้านเทคนิคและด้านการเงิน และนำเสนอรูปแบบการพัฒนาโครงการให้แก่ SRTA


    นายกมล ตันพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิซัส กรีน เอ็นเนอร์จี จำกัด กล่าวว่า “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ ยูนิซัส กรีน เอ็นเนอร์จี ได้รับความไว้วางใจจาก SRTA ในการศึกษาเพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางสำหรับเมืองอัจฉริยะบางซื่อ เราตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในโครงการเมืองอัจฉริยะเป็นอย่างดี การพัฒนาระบบที่ดีสามารถช่วยลดการใช้พลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการพัฒนาเมือง และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้อย่างมีนัยสำคัญ เราพร้อมที่จะนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จากการให้บริการแบบครบวงจรในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางสำหรับโครงการขนาดใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งเรารับผิดชอบตั้งแต่ขั้นตอนวางแผน ดูแลงานก่อสร้างและบริการด้านวิศวกรรม การวางระบบเพื่อใช้งานจริง ไปจนถึงการบริการในระยะยาว เพื่อเสนอแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดแก่ SRTA ในการพัฒนาโครงการต่อไป”
    นายกษพล บวรศรีการ รองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจ ปฏิบัติหน้าที่กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด เปิดเผยว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการลงนาม แต่เป็นการจับมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างรัฐวิสาหกิจกับภาคเอกชนชั้นนำ เพื่อผลักดันพื้นที่บางซื่อซึ่งเป็นเมกะโปรเจ็กต์ขนาด 1,200 ไร่ ให้เติบโตเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเดินทางของประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ โดยต่อจากนี้ทั้งสององค์กรจะลงพื้นที่เพื่อศึกษาร่วมกันและผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมตามแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะบางซื่อของ SRTA”
    ความร่วมมือของ ยูนิซัส กรีน เอ็นเนอร์จี และ SRTA ครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้เกิดรูปแบบการลงทุนใหม่ ๆ เช่น การร่วมลงทุน (Joint Venture) ที่ SRTA สามารถนำมูลค่าที่ดินมาร่วมเป็นทุน เพื่อวางระบบสาธารณูปโภคที่มีความคุ้มค่าและรองรับการใช้งานระยะยาว มุ่งสร้างพื้นที่บางซื่อให้เป็นสังคมคุณภาพ ที่อยู่อาศัยและทำงานอย่างสะดวก ปลอดภัย และประหยัดพลังงาน สร้างประโยชน์ให้ทั้งนักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชน ด้วยศักยภาพของทั้งสององค์กร ความร่วมมือครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งพัฒนาการสำคัญของพื้นที่บางซื่อ ที่กำลังจะก้าวสู่การเป็น “Smart City แห่งใหม่ของประเทศไทย”