Hospitality

  • Hospitality - Sports

    แมริออท บอนวอย เสิร์ฟความสุขเอาใจแฟนเทนนิสในศึกออสเตรเลียน โอเพ่น 2570 ด้วยสิทธิพิเศษเข้าถึงการแข่งขันแบบเหนือระดับ พร้อมโอกาสกระทบไหล่ “อเล็กซ์ เอียลา”

    สิทธิพิเศษและประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น 2570 ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา สำหรับสมาชิกผ่าน แมริออท บอยวอย โมเมนตส์ เท่านั้น รวมถึงโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้พบกับ อเล็กซ์ เอียลา (Alex Eala) นักเทนนิสชื่อดังระดับโลก

    สิงคโปร์ – แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy) ในฐานะพันธมิตรอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเทนนิสออสเตรเลียน โอเพ่น ได้เปิดตัวแพ็กเกจ แมริออท บอยวอย โมเมนตส์ ที่งานออสเตรเลียน โอเพ่น ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อมอบทางเลือกให้สมาชิกได้สัมผัสกับหนึ่งในรายการกีฬาที่มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น โดยจะมีแพ็กเกจการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น มากกว่า 250 แพ็กเกจเปิดให้สมาชิกทั่วโลกได้ร่วมประมูล ซึ่งรวมถึงโอกาสพิเศษในการพบปะกับ อเล็กซ์ เอียลา (Alex Eala) นักเทนนิสดาวรุ่งระดับโลก


    นอกจากนี้ สมาชิกที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวในออสเตรเลียผ่านการแข่งขันเทนนิสในเดือนมกราคม ยังสามารถประมูลแพ็กเกจ Summer of Tennis ที่มีทั้งหมด 120 แพ็กเกจ สำหรับการแข่งขันในเมืองแอดเดเลด บริสเบน แคนเบอร์รา โฮบาร์ต และเพิร์ธ โดยประสบการณ์ทั้งหมดนี้จะทยอยเปิดให้จองตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี


    แพ็กเกจการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น 2570 เปิดให้จองแล้ววันนี้
    สมาชิกสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพ็กเกจแมริออท บอนวอย โมเมนตส์ ซึ่งประกอบด้วยสิทธิพิเศษในการเข้าถึงตำนานนักหวดออสเตรเลียน โอเพ่น ประสบการณ์รับประทานอาหารระดับพรีเมียม ทัวร์เบื้องหลังสนามแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ดินเนอร์สุดพิเศษ บัตรเข้าชมการแข่งขัน และห้องพักโรงแรม
    หนึ่งในแพ็กเกจที่เป็นที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดคือ กิจกรรมฝึกซ้อมหรือสอนเทนนิสแบบเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกับ แอช บาร์ตี (Ash Barty) อดีตนักเทนนิสชื่อดังชาวออสเตรเลีย บัตรเข้าชมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศประเภทหญิง พร้อมสิทธิ์เข้าใช้บริการเลานจ์รับรองและห้องพักโรงแรม


    โอกาสสุดพิเศษในการพบกับ อเล็กซ์ เอียลา (Alex Eala) ที่เมลเบิร์น
    ในเดือนตุลาคม 2569 สมาชิก แมริออท บอนวอย จะมีโอกาสได้พบกับ อเล็กซ์ เอียลา (Alex Eala) ระหว่างการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น 2570 ที่เมืองเมลเบิร์น โดยการเสนอประมูลสูงสุด หรือแลกรับประสบการณ์นี้ด้วยคะแนน แมริออท บอนวอย เพียง 1 คะแนน
    นอกเหนือจากการได้พบกับหนึ่งในนักเทนนิสดาวรุ่งที่น่าตื่นเต้นแล้ว สมาชิกจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศของสัปดาห์เปิดการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น และเพลิดเพลินกับการเข้าพักที่คัดสรรมาเป็นพิเศษจาก แมริออท บอนวอย ในเมลเบิร์น แพ็กเกจนี้ประกอบด้วย:

    • สิทธิ์เข้าร่วมงานพบปะพูดคุย (Meet-and-Greet) กับ อเล็กซ์ เอียลา (Alex Eala) ที่เมลเบิร์น
    • การเข้าพัก 1 คืน ณ โรงแรมในเครือ แมริออท บอยวอย
    • สิทธิ์เข้าร่วมงานอีเวนต์ในสัปดาห์เปิดการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น
    • ชุดต้อนรับและสินค้าที่ระลึกจากออสเตรเลียน โอเพ่น

    สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับสมาชิก
    เทนนิสเป็นกีฬาที่กำลังได้รับความนิยมและมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมากในฟิลิปปินส์และญี่ปุ่น โดยกระแสคลั่งไคล้ “เอียลา” (Eala-mania) ได้ครองใจชาวฟิลิปปินส์ ขณะที่ออสเตรเลียน โอเพ่น ก็เป็นศึกแกรนด์สแลมที่มีผู้ชมมากที่สุดในญี่ปุ่น
    เพื่อตอบสนองความต้องการของแฟนๆ นอกเหนือจากแพ็กเกจแมริออท บอนวอย โมเมนตส์แล้ว ทางแมริออท บอยวอย มอบสิทธิ์พิเศษให้สมาชิกในฟิลิปปินส์และญี่ปุ่นได้เข้าร่วมกิจกรรมชิงโชคของ แมริออท บอนวอย อีกด้วย ซึ่งของรางวัลประกอบไปด้วย โอกาสในการพบกับอเล็กซ์ เอียลา สินค้าพร้อมลายเซ็น และบัตรเข้าชมการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น


    ท่องโลกเทนนิสไปกับ แมริออท บอนวอย
    ประสบการณ์ใหม่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มระดับโลก Tennis The World ของ แมริออท บอยวอย ซึ่งเชื่อมโยงการเดินทางเข้ากับพลัง ความตื่นเต้น และการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงกีฬาเทนนิส แพลตฟอร์มนี้ผสานรวมสิทธิ์เข้าถึงการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่นที่เพิ่มมากขึ้นผ่าน แมริออท บอยวอย โมเมนตส์ พร้อมทั้งรวบรวมรายชื่อโรงแรมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเทนนิส เพื่อเชื่อมโยงสมาชิกผู้รักกีฬาเทนนิสเข้ากับสิ่งที่พวกเขาชื่นชอบในขณะที่ออกไปสำรวจโลกผ่านกีฬาชนิดนี้


    “Tennis The World คือการเปิดประตูสู่ประสบการณ์ที่จะนำพาสมาชิกของเราให้เข้าใกล้ความหลงใหลและสถานที่ที่พวกเขารักมากยิ่งขึ้น” จอห์น ทูมี (John Toomey) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าว “โอกาสในการได้พบกับ อเล็กซ์ เอียลาที่เมลเบิร์น สัมผัสประสบการณ์การแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น และเพลิดเพลินกับการเข้าพักที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าอันเป็นเอกลักษณ์ของ แมริออท บอนวอย ด้วยการนำเสนอประสบการณ์เหล่านี้ผ่านทั้งกิจกรรมแจกสิทธิ์ด้วยคะแนน 1 แต้ม (1-Point Drops) และการประมูล เรากำลังสร้างสรรค์วิธีใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นเพื่อให้สมาชิกสามารถเปลี่ยนคะแนนสะสมให้กลายเป็นความทรงจำที่จะตราตรึงอยู่กับพวกเขาไปนานหลังจากการแข่งขันนัดสุดท้ายสิ้นสุดลง”


    มาร่วมฟังอเล็กซ์เล่าว่า ทำไมการร่วมงานกับ Marriott Bonvoy ถึงตอบโจทย์ ในการเปิดโอกาสให้เธอได้ใกล้ชิดกับแฟนๆ ที่คอยสนับสนุนและร่วมเดินทางมากับเธอตลอดเส้นทาง อเล็กซ์กล่าวในงานแถลงข่าวที่จัดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 18 กันยายน 2569 เชิญรับฟังเส้นทางที่ผ่านมาของเธอ มุมมองที่มีต่อแฟนคลับทั่วโลก และความหวังที่มีต่ออนาคต

  • Hospitality - Travel

    เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัว ด้วยทริปพักผ่อนทั่วไทย ไปกับ แมริออท บอนวอย

    ร่วมเปิดประสบการณ์ให้ทุกคนในครอบครัว พร้อมออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์ของเมืองไทย ด้วยตัวเลือกการพักผ่อนที่หลากหลาย ตั้งแต่ทริปสบายๆ ใจกลางเมืองหลวง วันหยุดสุดคึกคักริมชายหาด ไปจนถึงการผจญภัยบนเกาะ

    กรุงเทพฯ, ประเทศไทย: 16 กันยายน 2569 – แมริออท บอนวอย โปรแกรมการท่องเที่ยวและเครือโรงแรมชั้นนำระดับโลกในเครือ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ที่มีแบรนด์โรงแรมชั้นนำมากกว่า 30 แบรนด์ ขอเชิญชวนทุกครอบครัวมาร่วมผ่อนคลายและกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว ณ จุดหมายปลายทางอันหลากหลายทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ทริปท่องเที่ยวแบบสบายๆ ในกรุงเทพฯ วันหยุดสุดสัปดาห์ที่หัวหิน ไปจนถึงการพักผ่อนบนเกาะสมุย หรือทริปริมชายหาดที่ภูเก็ตและเขาหลัก โดยทุกครอบครัวสามารถออกแบบการผจญภัยในแบบของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    ทริปพักผ่อนใจกลางเมืองสำหรับทุกคนในครอบครัว ณ กรุงเทพมหานคร
    โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ โรงแรมสไตล์รีสอร์ทริมแม่น้ำเจ้าพระยานำเสนอห้องพักประเภทแฟมิลี่ สวีท ขนาดกว้างขวางถึง 70 ตารางเมตร เปิดโอกาสให้คุณพ่อคุณแม่และเด็กๆ ได้ผ่อนคลายอย่างสบายใจพร้อมชมทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมมอบความสะดวกสบายในการเดินทางสู่สถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของกรุงเทพฯ ด้วยบริการเรือรับ-ส่งไปยังไอคอนสยาม ศูนย์การค้าและไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำสุดอลังการ รวมถึงสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำท่ามกลางสวนร่มรื่นให้ได้ผ่อนคลายในยามกลางวัน และห้องอาหารริมน้ำหลากหลายสไตล์ที่พร้อมสร้างความทรงจำอันมื้ออร่อยให้กับทุกคน

    โรงแรม เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง พร้อมยกระดับทุกการพักผ่อนด้วยการต้อนรับคุณหนูๆ อย่างอบอุ่นด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเด็กภายใต้คอนเซปต์ เจดับลิว คิดส์ (JW Kids) รวมถึงคู่มือแนะนำกิจกรรมและบริการจัดห้องพักก่อนนอนสุดพิเศษ ขณะที่ห้องพักและห้องชุดสำหรับครอบครัว มอบพื้นที่กว้างขวางให้ทุกคนได้พักผ่อนร่วมกันอย่างลงตัว อีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก และสวน เจดับลิว การ์เด้นท์ (JW Garden) ที่มีกิจกรรมผ่อนคลายหลากหลายรูปแบบ ด้วยทำเลที่ตั้งระดับพรีเมียมใจกลางเมือง แขกผู้เข้าพักสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าไปยังสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง อย่างซีไลฟ์ แบงคอก อควาเรียม ได้เพียงไม่กี่นาที พิเศษด้วยโปรโมชั่น “Family Stay & Breakfast Escape” เริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารเช้า ณ เจดับบลิว คาเฟ่ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 8 ห้องอาหารของโรงแรม พร้อมลิ้มลองความอร่อยระดับมิชลินที่นิวยอร์ก สเต็กเฮาส์

    วันหยุดพักผ่อนของครอบครัวใกล้กรุงฯ ริมชายฝั่งอ่าวไทย
    ขับรถจากกรุงเทพฯเพียงไม่นาน ทุกครอบครัวจะได้พบกับตัวเลือกรีสอร์ทตากอากาศริมชายฝั่งอ่าวไทย โรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา โดดเด่นด้วยสระว่ายน้ำสไตล์ลากูนอันเป็นเอกลักษณ์ มอบพื้นที่กว้างขวางให้ครอบครัวได้ว่ายน้ำ เล่นสนุก และผ่อนคลายร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Side by Side ที่เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและเด็กๆ ได้ทำกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ร่วมกัน ขณะที่คิดส์ คลับ เป็นพื้นที่สีสันสดใสที่เต็มไปด้วยตารางกิจกรรมสร้างสรรค์แสนสนุก และชายหาดยาวเม็ดทรายเนียนนุ่มยังเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กในการลงเล่นน้ำทะเล สำหรับแพ็กเกจ “Family Fun Getaway” ที่มอบห้องพักกว้างขวาง พร้อมสิทธิพิเศษเช็คอินก่อนเวลาหรือขยายเวลาการเช็คเอ้าท์ มื้ออาหารฟรีสำหรับเด็ก และอื่นๆ อีกมากมาย

    อีกหนึ่งตัวเลือกคือ เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า ที่มอบพื้นที่ความเป็นส่วนตัวให้ทุกคนในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างคุ้มค่า พูลวิลล่าแบบสองห้องนอน ขนาด 376 ตารางเมตร เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ ครบครันด้วยระเบียงรับลมธรรมชาติ สระว่ายน้ำส่วนตัว และซุ้มคาบาน่า พร้อมบริการจัดส่งอาหารในวิลล่า ให้ครอบครัวได้ดื่มด่ำกับมื้ออาหารอันน่าจดจำในบรรยากาศส่วนตัว เพียงไม่กี่ก้าวจากห้องพัก แขกสามารถเดินเล่นและลงเล่นน้ำบนหาดทรายท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ โดยแพ็กเกจ “Hua Hin Escape” มอบสิทธิ์เข้าพักในพูลวิลล่าแบบสองห้องนอน พร้อมอาหารเช้าประจำวันและเครดิตรีสอร์ทเพื่อยกระดับการพักผ่อน

    ทริปพักผ่อนริมชายหาดทางภาคใต้ของไทย
    เปิดประสบการณ์การผจญภัยสุดประทับใจของครอบครัว ท่ามกลางฉากหลังอันงดงามของหมู่เกาะและชายฝั่งทะเลใต้ ณ เกาะสมุย เด็กๆ จะต้องตื่นตาตื่นใจไปกับหาดทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลสีฟ้าใส โรงแรมเชอราตัน สมุย รีสอร์ท ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์แห่งเมืองร้อนด้วยกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย เช่น ฟาร์มออร์แกนิกของรีสอร์ท ครอบครัวจะได้สัมผัสวิถีธรรมชาติ ชมการปลูกและการเก็บเกี่ยวผลผลิตสดๆ พร้อมร่วมคลาสเรียนทำอาหาร นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำ 2 แห่ง คิดส์คลับ ห้องอาหารที่หลากหลาย และกีฬาทางน้ำ ให้คุณได้เพลิดเพลินกับความสนุกสนานริมทะเลอย่างไม่รู้จบ ภายใต้แพ็กเกจ “Side by Side” วันหยุดของคุณจะสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยอาหารเช้าประจำวัน สิทธิพิเศษเช็คอินก่อนเวลาหรือขยายเวลาการเช็คเอ้าท์ บริการรถรับ-ส่งสนามบิน ของขวัญต้อนรับ มื้ออาหารฟรีสำหรับเด็ก และกิจกรรมสำหรับครอบครัว

    ภูเก็ต ไม่เพียงเป็นเกาะท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก แต่ยังเป็นสวรรค์แห่งการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่โรงแรมเจดับบลิว แมริออท ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา เด็กๆ จะได้สัมผัสพลังความร่วมมือของชุมชนในการปกป้องเต่าทะเลที่มาวางไข่ ณ หาดไม้ขาว ด้วยห้องพักและห้องสวีทที่ผ่านการแปลงโฉมใหม่ รวมถึงห้องพักติดสระว่ายน้ำและห้องพักพร้อมระเบียงส่วนตัว เติมเต็มความสุขด้วยคิดส์คลับและกิจกรรมสนุกๆ มากมาย โดยตั้งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียง 15 นาที จึงเป็นจุดหมายในฝันของทุกคนในครอบครัว โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถจองแพ็กเกจ “Family by JW Staycation” ที่มาพร้อมอาหารเช้าสำหรับทุกคน มื้ออาหารฟรีสำหรับเด็ก พร้อมกิจกรรมไฮไลต์อย่างทัวร์ชมสวน JW Garden และการเยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเลอย่างใกล้ชิด

    โรงแรมเจดับบลิว แมริออท เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา ตั้งอยู่บนชายหาดอันงดงามของชายฝั่งอันดามัน โอบล้อมผู้มาเยือนด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์และการบริการระดับโลก ผ่อนคลายไปกับสระว่ายน้ำสไตล์ลากูน และเพลิดเพลินกับสวน JW Garden ขนาด 27 ไร่ พร้อมเป็นเวทีแห่งประสบการณ์ออร์แกนิก สร้างความสุขให้เด็กๆ ด้วยไฮไลต์สุดน่ารักอย่างการเสิร์ฟมะพร้าวสดๆ จากเรือไม้ พร้อมเติมเต็มการเรียนรู้ผ่านแนวคิด “Family by JW” ที่จะพาเด็กๆ ไปสัมผัสโภชนาการเพื่อสุขภาพ ผ่านคลาสเรียนทำอาหาร การรับประทานอาหารแบบ Farm-to-Table กิจกรรมปิกนิก และเกมล่าขุมทรัพย์สุดสนุก สำหรับแพ็กเกจ “Return to Paradise” มอบการพักผ่อนแบบ Full-Board ริมทะเลที่แสนสะดวกสบาย รวมอาหาร 3 มื้อต่อวัน เครื่องดื่มไม่อั้น 2 ชั่วโมงเต็มทุกยามบ่าย พร้อมสิทธิ์เข้าพักและรับประทานอาหารฟรีสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี และอื่นๆ อีกมากมาย

    ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหาการพักผ่อนในเมืองแบบไร้กังวล การท่องเที่ยวริมชายหาดที่สนุกสนานสำหรับทั้งครอบครัว หรือการผจญภัยบนเกาะที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ แมริออท บอยวอย คือคู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับวันพักผ่อนของครอบครัวในประเทศไทย พร้อมรับสิทธิประโยชน์จากโปรโมชั่นระดับโลกที่ให้คุณสะสมคะแนนโบนัสได้สูงสุด 4,500 คะแนนต่อการเข้าพัก ลงทะเบียนตอนนี้ แล้วรับ1,500 คะแนนโบนัส เมื่อเข้าพักตั้งแต่ 2 คืนขึ้นไป ณ โรงแรมที่ร่วมรายการทั่วโลก และ รับเพิ่มอีก 3,000 คะแนนโบนัส เมื่อเข้าพักที่รีสอร์ตที่ร่วมรายการ สะสมคะแนนได้สำหรับการเข้าพักระหว่างวันที่ 22 กันยายน ถึง 22 พฤศจิกายน ลงทะเบียนได้ที่ www.marriottbonvoy.com/MoreAtResorts
    หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือแมริออท บอนวอย ในประเทศไทย โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.marriott.com

  • Hospitality - Lifestyle - Luxury

    เมื่อความต้องการได้รับการเข้าใจโดยไม่ต้องเอ่ยถึง การดูแลจึงสัมผัสได้อย่างเป็นธรรมชาติ

    โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ (Oriental Residence Bangkok) ถ่ายทอดบทใหม่ของประสบการณ์การพักอาศัยใจกลางเมืองผ่านแนวคิด The Art of Intuitive Refinement ซึ่งผสานความสง่างามของการพักอาศัยเข้ากับการบริการที่เข้าใจจังหวะของผู้เข้าพักอย่างเป็นธรรมชาติ เคารพความเป็นส่วนตัว และคิดเผื่อในทุกรายละเอียด เพื่อมอบความสบายใจตลอดการเข้าพัก ปรัชญาการดูแลที่อยู่เบื้องหลังประสบการณ์ดังกล่าวยังได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยรางวัล One MICHELIN Key ประจำปี 2024 และ 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง รวมถึงการเป็นสมาชิกของ Small Luxury Hotels of the World (SLH)

    หัวใจสำคัญของแนวคิด The Art of Intuitive Refinement คือ The Invisible Hand ที่สะท้อนการดูแลซึ่งไม่จำเป็นต้องปรากฏให้เห็นในทุกขั้นตอน หากแต่ทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกได้ว่า ทุกสิ่งรอบตัวได้รับการจัดเตรียมพร้อมไว้อย่างพอดี เพื่อให้ได้ใช้เวลาอย่างเป็นส่วนตัวและไม่ถูกรบกวน ขณะเดียวกันก็ยังมั่นใจได้ว่ามีทีมงานพร้อมดูแลอยู่เสมอ หนึ่งในภาพสะท้อนของแนวคิดดังกล่าวคือ บริการบัตเลอร์ตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับผู้เข้าพักห้องเพรสทีจ คลับ (Prestige Club Room) ซึ่งทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยส่วนตัว คอยดูแลตั้งแต่การจัดเตรียมและดูแลสัมภาระ เสื้อผ้า และรองเท้า การสำรองโต๊ะอาหาร ไปจนถึงการคัดสรรสถานที่และประสบการณ์ในกรุงเทพฯ ให้สอดคล้องกับความสนใจของผู้เข้าพักแต่ละคน เพื่อให้เรื่องต่างๆ ได้รับการจัดการอย่างราบรื่น ก่อนที่จะกลายเป็นสิ่งที่ผู้เข้าพักต้องเอ่ยขอหรือกังวล

    สำหรับผู้เข้าพักห้องเพรสทีจ คลับ ยังสามารถใช้บริการ เอ็กเซ็กคิวทีฟ เลานจ์ (Executive Lounge) พื้นที่ส่วนตัวสำหรับการพักผ่อน ตั้งแต่ช่วงเวลาที่เดินทางมาถึง ไปจนถึงการนัดพบแบบไม่เป็นทางการ พร้อมบริการเช็กอินและเช็กเอาต์ เครื่องดื่มและของว่างตลอดวัน อาฟเตอร์นูนที ตลอดจนค็อกเทลและคานาเป้ในช่วงเย็น ทุกช่วงเวลาภายในเลานจ์ได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนตัวและผ่อนคลาย เพื่อให้ผู้เข้าพักใช้เวลาในแบบของตัวเอง โดยไม่ต้องถูกรบกวน

    ความรู้สึกของการได้รับการดูแลอย่างพอดียังสะท้อนผ่านการออกแบบโรงแรมฯ โดย บาร์บารา แบร์รี (Barbara Barry) ซึ่งถ่ายทอดความสงบผ่านเส้นสายที่อ่อนโยน โทนสีที่อบอุ่น วัสดุธรรมชาติ และการใช้แสงอย่างละเมียด เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพักผ่อนอย่างแท้จริง ภายในห้องพัก รายละเอียดต่างๆ ได้รับการเตรียมไว้อย่างพอดีและเรียบง่าย ตั้งแต่เครื่องนอนคุณภาพ ผ้าปิดตา ไปจนถึงเสียงดนตรีที่ได้รับการคัดสรรเพื่อสร้างบรรยากาศที่เหมาะแก่การนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ให้ผู้เข้าพักได้ตื่นขึ้นมาพร้อมความสดชื่นสำหรับวันใหม่

    สำหรับผู้บริหาร นักธุรกิจ ครอบครัว หรือนักเดินทางที่ต้องการที่พักในกรุงเทพฯ หลายวันหรือหลายสัปดาห์ ห้องพักแบบเรสซิเดนซ์ขนาด 1–3 ห้องนอนออกแบบให้รองรับการใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างครบถ้วน ทั้งพื้นที่นั่งเล่น ห้องครัว และมุมทำงานที่แยกเป็นสัดส่วน ให้สามารถทำงาน ใช้เวลากับครอบครัว หรือพักผ่อนได้ในพื้นที่ของตัวเอง โดยยังคงใช้ชีวิตได้ในจังหวะที่คุ้นเคย และไม่ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพียงเพราะอยู่ระหว่างการเข้าพัก

    ช่วงเวลาต่างๆ ของวันสามารถดำเนินต่อไปภายในโรงแรมฯ ตั้งแต่มื้ออาหารที่ คาเฟ่ แคลร์ (Café Claire) บิสโทรฝรั่งเศสร่วมสมัย ช่วงเวลาสบายๆ ริมสระหรือในคาบาน่าที่ เดอะ เพลย์ เด็ค (The Play Deck) ไปจนถึงเครื่องดื่มและบทสนทนายามเย็นที่ โอเรียนทัล บาร์ (Oriental Bar) ขณะที่สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ฟิตเนส และพื้นที่พักผ่อนต่างๆ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้เว้นจากตารางระหว่างวัน และเลือกใช้เวลาในแบบที่ต้องการ ก่อนเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งความสงบ ที่ความเร่งรีบจากการประชุม การเดินทาง หรือกิจกรรมต่างๆ ในเมืองค่อยๆ จางลง เหลือเพียงเวลาให้ได้หยุดนิ่งและอยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง

    ขณะเดียวกัน สภาพแวดล้อมโดยรอบยังเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การพำนัก ด้วยทำเลบนถนนวิทยุท่ามกลางย่านสถานเอกอัครราชทูต ซึ่งมอบทั้งความสงบและความเป็นส่วนตัว พร้อมเชื่อมต่อกับย่านธุรกิจ แหล่งช้อปปิ้ง และจุดหมายด้านไลฟ์สไตล์ต่างๆ ของกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก ในวันที่ต้องการออกไปพบเจอความเคลื่อนไหวของเมือง หรือในช่วงเวลาที่อยากถอยกลับมาสู่ความสงบ สวนลุมพินีและสวนเบญจกิติที่อยู่ไม่ไกลยังเปิดพื้นที่ให้ได้ใช้เวลาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและกลับมาอยู่กับจังหวะของตัวเอง

    ท้ายที่สุด The Art of Intuitive Refinement อาจไม่ได้อยู่ที่การทำให้ทุกอย่างโดดเด่น หากแต่อยู่ที่ศิลปะของการทำให้ทุกสิ่งอยู่ในจุดที่พอดี เมื่อการดูแลเกิดขึ้นโดยไม่ต้องเอ่ยขอ ความเป็นส่วนตัวได้รับการเคารพ และรายละเอียดต่างๆ ได้รับการคิดเผื่อไว้ในทุกขั้นตอน สิ่งที่เหลืออยู่จึงไม่ใช่เพียงความสะดวกสบาย หากคือเวลาและพื้นที่ที่เป็นของผู้เข้าพักอย่างแท้จริง สำหรับตัวเอง คนสำคัญ และสิ่งที่มีความหมายในแต่ละวัน
    ในพอร์ตโฟลิโอของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่นำเสนอประสบการณ์การพักอาศัยในแบบที่แตกต่าง ด้วยความสงบ ความเป็นส่วนตัว และการดูแลที่ใส่ใจในรายละเอียด เสริมทัพแบรนด์หลักอย่าง อมารี (Amari) โอโซ่ (OZO) และชามา (Shama) เพื่อให้ผู้เข้าพักได้เลือกประสบการณ์ที่เหมาะกับรูปแบบการเดินทางและช่วงเวลาของชีวิตที่แตกต่างกัน และได้ใช้เวลาไปกับสิ่งที่มีความหมายในแบบของตัวเอง สอดคล้องกับแนวคิด “More of What You Love” ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป

  • Hospitality - Sustainability

    ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ร่วมมือ SP Group ยกระดับประสิทธิภาพด้านพลังงานเสริมความแข็งแกร่งการดำเนินงานธุรกิจโรงแรมอย่างยั่งยืน

    ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป หนึ่งในบริษัทบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรูชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เดินหน้ายกระดับการดำเนินงานธุรกิจโรงแรมอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ SP Group (SP) หนึ่งในผู้ให้บริการด้านพลังงานที่ยั่งยืนชั้นนำของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

    ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญภายใต้ Sustainability Framework ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป โดยทั้งสององค์กรจะร่วมกันศึกษาโอกาสในการนำเทคโนโลยีและแนวทางด้านพลังงานที่ยั่งยืนไปประยุกต์ใช้กับโรงแรมในเครือของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอน ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่เจ้าของโรงแรม ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ทั้งสององค์กรได้ลงนามร่วมกัน ความร่วมมือจะครอบคลุมเทคโนโลยีด้านพลังงานที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน อาทิ Cooling-as-a-Service (CaaS) และพลังงานหมุนเวียน โดยถือเป็นความร่วมมือครั้งแรกของ SP Group กับธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานด้านความสะดวกสบายและการบริการที่แขกคาดหวัง

    ความร่วมมือดังกล่าวต่อยอดจากโครงการ Cooling-as-a-Service (CaaS) แห่งแรกของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในประเทศไทย ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ ซึ่งมีขนาด 429 ห้อง ตั้งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติดอนเมืองเพียงไม่กี่นาที และได้รับการออกแบบให้รองรับทั้งนักเดินทางเพื่อธุรกิจและเพื่อการพักผ่อน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการประชุมและการจัดงานที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้สูงสุดถึง 800 คน

    โครงการนี้ครอบคลุมการเปลี่ยนเครื่องทำน้ำเย็น (Chiller) เดิมเป็นอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง พร้อมติดตั้งระบบบริหารจัดการ Chiller Plant ที่ช่วยควบคุมและปรับการทำงานของระบบโดยอัตโนมัติ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบใหม่นี้มีกำลังการทำความเย็น 1,195 ตันความเย็น (Refrigeration Tonnes: RT) และคาดว่าจะช่วยลดการใช้พลังงานได้มากกว่า 40% เมื่อเทียบกับระบบเดิม หรือคิดเป็นการลดการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 900,000 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ต่อปี ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ประมาณ 4 ล้านบาทต่อปี และตลอดระยะเวลา 15 ปีของสัญญา คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโรงแรมได้ประมาณ 25.5 ล้านบาท พร้อมลดการปล่อยคาร์บอนได้ 449 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี เทียบเท่ากับการลดการปล่อยคาร์บอนจากรถยนต์มากกว่า 400 คันต่อปี

    โครงการนี้สะท้อนแนวทางของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยยังคงให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและประสบการณ์ที่ดีของผู้เข้าพักเป็นสำคัญ

    นายสมชาย กิตติไกรศักดิ์ รองประธานกรรมการแผนกโครงการ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า “ความยั่งยืนเป็นหนึ่งในแนวทางการดำเนินธุรกิจและการเติบโตของสำหรับออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป โดยเฉพาะการบริหารจัดการพลังงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรม ระบบทำความเย็นถือเป็นหนึ่งในระบบที่ใช้พลังงานสูง การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบจึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะช่วยลดการใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน เรายังคงให้ความสำคัญกับการมอบความสะดวกสบายและประสบการณ์ที่ดีให้กับแขกตลอดการเข้าพัก”
    “ความร่วมมือกับ SP Group เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของเรา โดยมุ่งเน้นไปที่โซลูชันที่สามารถนำมาใช้ได้จริงและสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนต่อการดำเนินงาน นอกจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานแล้ว ความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้าขยายแนวทางด้านพลังงานที่ยั่งยืนไปยังโรงแรมที่มีความเหมาะสมในประเทศไทย เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับเจ้าของโรงแรม แขก และชุมชน”

    นายเบนจามิน เทย์ ประธานกรรมการ Singapore Power Energy (Thailand) Limited กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) ในการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนมาใช้ในโรงแรมในประเทศไทย ปัจจุบันภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ และการเติบโตอย่างยั่งยืนมากขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของโรงแรมให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น”

    นายมาร์ค เอลเมนโซ ผู้จัดการทั่วไป อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ กล่าวว่า “ความเชี่ยวชาญของ SP Group ด้านเทคโนโลยีระบบทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เราพิจารณาในการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ที่โรงแรม อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ เพราะระบบทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้เป็นส่วนสำคัญของการดำเนินงาน การเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานจึงเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางด้านความยั่งยืนของเรา ขณะเดียวกัน ความร่วมมือครั้งนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ในขณะที่ยังคงสามารถรักษาความสะดวกสบายดั่งที่แขกของเราคาดหวัง”

    ทั้งสององค์กรจะยังคงเดินหน้าศึกษาโอกาสในการนำเทคโนโลยีและแนวทางด้านพลังงานที่ยั่งยืนไปประยุกต์ใช้กับโรงแรมในเครือของกลุ่มออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ฯ ในประเทศไทยที่มีความเหมาะสมต่อไป โดยต่อยอดจากความสำเร็จในการนำระบบดังกล่าวมาใช้ที่อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ
    การเดินหน้าครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Sustainability Framework ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่มุ่งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดการใช้ทรัพยากร และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย

  • Fashion & Design - Hospitality

    อนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป × เกรฮาวด์ ออริจินัลเปิดมิติใหม่ Fashion Meets Hospitality ผ่านยูนิฟอร์ม “ชามา” เปลี่ยนแฟชั่นให้เป็นอีกหนึ่งภาษาของการบริการ

    กรุงเทพฯ — ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) ผู้นำด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ที่พักอาศัยระดับหรู รวมถึงร้านอาหารและสปาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ของแต่ละแบรนด์ภายในพอร์ตโฟลิโอ ผ่านองค์ประกอบในทุกจุดสัมผัส ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่และการบริการ ไปจนถึงรายละเอียดต่างๆ ที่ช่วยสร้างความรู้สึกและความผูกพันระหว่างแบรนด์กับลูกค้าผู้เข้าพักอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความโดดเด่นและเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของแต่ละแบรนด์ พร้อมตอบรับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเข้าพักที่สะท้อนตัวตนและรูปแบบการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น

    ล่าสุด ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ของแบรนด์ ผ่านการเปิดตัวยูนิฟอร์มใหม่ของ “ชามา” (Shama) แบรนด์เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในเครือที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยร่วมมือกับ “เกรฮาวด์ ออริจินัล” (Greyhound Original) แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของชามาให้ชัดเจนยิ่งขึ้นผ่านดีไซน์ที่สะท้อนความทันสมัย ความคล่องตัว และมาตรฐานการบริการที่เข้าถึงง่ายและเป็นธรรมชาติ โดยยูนิฟอร์มถือเป็นอีกหนึ่งจุดสัมผัสสำคัญที่ผู้เข้าพักจะได้เห็นและสัมผัสตั้งแต่แรกเยือน

    ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสะท้อนแนวคิดของชามา ผ่านการสร้างบรรยากาศของการอยู่อาศัยที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างสะดวกสบายและเป็นธรรมชาติ โดยมองยูนิฟอร์มเป็นมากกว่าองค์ประกอบด้านภาพลักษณ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ตั้งแต่แรกสัมผัส ที่ช่วยบอกเล่าความเป็นชามาผ่านดีไซน์และการแต่งกายของทีมงาน ควบคู่ไปกับการสื่อถึงความอบอุ่น เป็นกันเอง และความเป็นมืออาชีพในการให้บริการ รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้ทุกปฏิสัมพันธ์ระหว่างทีมงานและผู้เข้าพักเต็มไปด้วยความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่ช่วงแรกของการเข้าพักไปจนถึงการดูแลในแต่ละวัน พร้อมสะท้อนความใส่ใจในรายละเอียดและมาตรฐานการบริการในแบบฉบับของชามา

    เกรฮาวด์ ออริจินัลเป็นหนึ่งในแบรนด์ไทยที่มีบทบาทสำคัญในวงการแฟชั่นและไลฟ์สไตล์มาอย่างยาวนาน ด้วยประสบการณ์กว่า 46 ปี และคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นทั้งในด้านความเรียบเท่ ความร่วมสมัย และลูกเล่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แบรนด์เกรฮาวด์ ออริจินัลจึงไม่ได้สะท้อนเพียงมิติของแฟชั่น หากแต่ยังสะท้อน “วิถีและสไตล์การใช้ชีวิต” ของคนเมืองที่ให้ความสำคัญกับความคล่องตัว ความมั่นใจ และการใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

    คุณยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า “สำหรับชามา การเป็นมากกว่าที่พักหมายถึงการที่แบรนด์ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้เข้าพัก ดังนั้นรายละเอียดต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการเข้าพักจึงมีส่วนสำคัญต่อความรู้สึกที่ผู้เข้าพักมีต่อแบรนด์ และยูนิฟอร์มของทีมงานก็เป็นหนึ่งในรายละเอียดที่ผู้เข้าพักได้เห็นและมีปฏิสัมพันธ์ด้วยอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้การร่วมงานกับเกรฮาวด์ ออริจินัลจึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะนำมุมมองด้านแฟชั่นและการออกแบบมาช่วยถ่ายทอดบุคลิกของชามา (Shama) ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยยึดแนวคิด Joy of Living เป็นส่วนสำคัญในการออกแบบ โดยยูนิฟอร์มใหม่นี้จะสะท้อนถึงความอบอุ่น ความร่วมสมัย ความคล่องตัว และความเข้าถึงง่าย ตามคาเรคเตอร์ของแบรนด์ ขณะเดียวกันก็ต้องสวมใส่สบายและเหมาะกับการทำงานจริง เพื่อส่งต่อความรู้สึกคุ้นเคย สบายใจ และเป็นธรรมชาติในแบบของชามา ตั้งแต่แรกพบและตลอดการเข้าพัก

    คุณเอกบุตร อุดมผล ครีเอทีฟไดเรกเตอร์จากเกรฮาวด์ ออริจินัล เผยถึงแนวคิดในการออกแบบว่า “ความท้าทายของโปรเจกต์นี้ คือการหลอมรวมอัตลักษณ์ของสองแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันให้สื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน ระหว่างความร่วมสมัยและความเรียบเท่ในแบบเกรฮาวด์ ออริจินัล ภายใต้ปรัชญา Basic with a Twist กับแนวคิด Joy of Living ของชามา ที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกสบาย เป็นตัวของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ และการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่มีคุณภาพ เราจึงเลือกแนวทางการออกแบบที่เรียบง่าย แต่แฝงด้วยรายละเอียด เพื่อให้ยูนิฟอร์มทำหน้าที่ได้มากกว่าเครื่องแต่งกาย แต่เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สะท้อนตัวตนของ แบรนด์ได้อย่างชัดเจน”

    “จากโจทย์ที่ได้รับ การออกแบบจึงเริ่มจากการมองว่ายูนิฟอร์มของชามาควรให้ความรู้สึกเป็นมิตร สบายตา และสวมใส่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ จึงเลือกใช้โทนสีเอิร์ธโทน (Earth Tone) ผสานกับเส้นสายแบบมินิมอลร่วมสมัย (Modern Minimal) เพื่อให้ภาพรวมดูคล่องตัวและเป็นมืออาชีพ ขณะเดียวกันได้เติมรายละเอียดเล็กๆ ที่ช่วยสะท้อนตัวตนของชามาและความเป็นแบรนด์เอเชีย เช่น คอปกที่สามารถปรับรูปแบบการสวมใส่ได้ การซ่อนโลโก้ ชามาไว้อย่างแนบเนียน รวมถึงการแทรกกลิ่นอายแบบเอเชียน (Asian Influence) เข้าไปในดีไซน์ ทุกองค์ประกอบจึงถูกคิดให้ใช้งานได้จริงควบคู่ไปกับความสวยงาม เพื่อให้พนักงานเคลื่อนไหวและทำงานได้อย่างคล่องตัวตลอดวัน โดยที่ยูนิฟอร์มยังคงความเป็นชามาไว้อย่างชัดเจน”

    ชามา (Shama) เป็นแบรนด์เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่มีรากฐานมาจากแนวคิดของ “บ้านในเมือง” ก่อตั้งขึ้นที่ฮ่องกง และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในสาธารณรัฐประชาชนจีนและฮ่องกง ก่อนเข้ามาอยู่ภายใต้การบริหารของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป และได้รับการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ชามาเปิดให้บริการรวมกว่า 20 แห่งในประเทศไทย จีน ฮ่องกง และมาเลเซีย พร้อมพัฒนาแบรนด์ย่อย ได้แก่ ชามา (Shama), ชามา ฮับ (Shama Hub) และชามา ลักซ์ (Shama Luxe) เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ภายใต้หัวใจเดียวกัน คือการสร้างความรู้สึกสบายใจ ให้ผู้เข้าพักสามารถใช้ชีวิตในแบบของตัวเองได้อย่างเป็นธรรมชาติเสมือนอยู่บ้าน

    สำหรับผู้เข้าพัก ชามาไม่ได้มอบเพียงห้องพักที่สะดวกสบาย แต่เป็นพื้นที่ที่รองรับการใช้ชีวิตจริง ทั้งพื้นที่พักผ่อน พื้นที่ทำงาน ห้องครัว พื้นที่จัดเก็บ และบริการที่เข้าใจความต้องการของผู้เข้าพัก ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ ชาวต่างชาติที่ย้ายมาอาศัยและทำงานในต่างเมือง ครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้ชีวิตที่แบ่งสัดส่วนได้อย่างชัดเจน รองรับทั้งช่วงเวลาส่วนตัวและการใช้เวลาร่วมกัน หรือผู้ที่มองหาบ้านหลังที่สองที่ให้ทั้งความเป็นส่วนตัว ความสะดวกสบาย และมาตรฐานการบริการแบบ Hospitality ชามาจึงเป็นมากกว่าที่พัก แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตในทุกวันเป็นเรื่องง่ายและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น ประสบการณ์ในแบบชามายังไม่ได้หยุดอยู่เพียงภายในพื้นที่พักอาศัย แต่ขยายต่อไปสู่การเชื่อมโยงกับย่านและชุมชนโดยรอบ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสวิถีชีวิตของพื้นที่นั้นอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านการสร้างบรรยากาศแห่งการอยู่อาศัยที่เอื้อต่อการพบปะ การใช้ชีวิตร่วมกัน และการออกไปค้นพบเสน่ห์ของพื้นที่ใกล้เคียงในแบบของตนเอง

    ทั้งหมดนี้สะท้อนบทบาทของชามาในฐานะแบรนด์ที่มองการอยู่อาศัยมากกว่าการให้บริการที่พัก แต่คือการสร้างประสบการณ์ของการใช้ชีวิตที่ออกแบบขึ้นจากความเข้าใจผู้คนในแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่พื้นที่ที่รองรับกิจวัตรประจำวัน การบริการที่ใส่ใจ ไปจนถึงการเชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับย่านและชุมชนโดยรอบ

    ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ยูนิฟอร์มจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ แต่เป็นอีกหนึ่งภาษาของการบริการที่ถ่ายทอดตัวตนของชามาออกมาอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนความอบอุ่น ความร่วมสมัย และความใส่ใจในรายละเอียด เพื่อส่งต่อความรู้สึกของการได้อยู่ในสถานที่ที่เข้าใจการใช้ชีวิต และทำให้ทุกการเข้าพักไม่ใช่เพียงการมาอาศัยอยู่ชั่วคราว แต่เป็นความรู้สึกของการได้กลับมาอยู่ในพื้นที่ที่ให้ความสบายใจได้ทุกครั้ง

  • Hospitality - Travel

    ฉลอง Festive Season ท่ามกลางเสน่ห์ทะเลอันดามัน “เดอะ นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” เสิร์ฟประสบการณ์คริสต์มาส–ปีใหม่ พร้อมเคานต์ดาวน์ริมชายหาด

    รีสอร์ตรางวัล MICHELIN Key นำเสนอหลากหลายกิจกรรมเฉลิมฉลองที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่มื้ออาหารแห่งความสุขสำหรับครอบครัว ไปจนถึงค่ำคืนคริสต์มาสและปีใหม่ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของภูเก็ต ปิดท้ายด้วยงานฉลองเคานต์ดาวน์และการแสดงดอกไม้ไฟเหนือทะเลอันดามัน

    ภูเก็ต ประเทศไทย – เดอะ นาคา ไอแลนด์, อะ ลักซ์ชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ทแอนด์ สปา ภูเก็ต จุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนบนเกาะส่วนตัวอันเงียบสงบกลางทะเลอันดามัน เชิญชวนครอบครัวและคนที่คุณรักมาร่วมแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขตลอดเดือนธันวาคม ผ่านมื้ออาหารและกิจกรรมพิเศษที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

    ด้วยคุณภาพและประสบการณ์อันโดดเด่นซึ่งได้รับการยอมรับด้วยรางวัล MICHELIN Key รีสอร์ตพร้อมมอบช่วงเวลาแห่งความสุขให้ทุกท่านตลอดเทศกาลวันหยุดนี้ ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามและบริการเหนือระดับ

    เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 17 ธันวาคม เวลา 17.30–18.30 น. เมื่อผู้เข้าพักและพนักงานของรีสอร์ทมารวมตัวกัน ณ ริมชายหาดของรีสอร์ท เพื่อร่วมพิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาส (Christmas Tree Lighting Ceremony) ภายในงานพร้อมเสิร์ฟคานาเป้และค็อกเทลรังสรรค์พิเศษ ประกอบการแสดงดนตรีสด ก่อนเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญ เมื่อผู้จัดการทั่วไปให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดไฟประดับต้นคริสต์มาส นับเป็นการเริ่มต้นเทศกาลแห่งความสุขอย่างอบอุ่น

    วันที่ 24 ธันวาคม เวลา 18.30–22.30 น. ห้องอาหารวีรันดา (Veranda) ซึ่งโดดเด่นด้วยทัศนียภาพทะเลอันกว้างไกล จะเปิดต้อนรับทุกท่านสู่มื้อค่ำวันคริสต์มาสอีฟ ทีมเชฟของรีสอร์ทรังสรรค์บุฟเฟต์นานาชาติที่รวบรวมรสชาติแห่งเทศกาลและเมนูเลื่องชื่อจากทั่วโลก ทั้งโคลด์คัตและชีสนำเข้า เนื้อชั้นเลิศ อาหารทะเลท้องถิ่นคุณภาพเยี่ยม และขนมหวานหลากหลายรายการ พร้อมเพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีสดจากวงทรีโอ บทเพลงคริสต์มาส และการแสดงจากเหล่าเอลฟ์ที่จะมาเติมเต็มสีสันให้ค่ำคืนนี้

    การเฉลิมฉลองดำเนินต่อเนื่องในวันที่ 25 ธันวาคม เวลา 18.30–22.30 น. กับมื้อค่ำวันคริสต์มาส ณ ห้องอาหารวีรันดา พร้อมเซตเมนูพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเฉพาะสำหรับค่ำคืนนี้ พร้อมการแสดงดนตรีสดจากวงทรีโอ ท่ามกลางเสียงคลื่นและสายลมทะเล มอบค่ำคืนที่อบอุ่นและน่าประทับใจอีกหนึ่งค่ำคืนแห่งเทศกาล

    ในค่ำคืนสุดท้ายของปี รีสอร์ทขอเชิญทุกท่านร่วมต้อนรับปีใหม่กับงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าในธีม “กลิ่นอายภูเก็ต” ซึ่งจัดขึ้นทั่วบริเวณห้องอาหารวีรันดา ห้องอาหารไอยรา (Aiyara) และบริเวณริมชายหาดของรีสอร์ท

    ในวันที่ 31 ธันวาคม ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองจะเริ่มต้นด้วยเวลคัมค็อกเทลและคานาเป้ ตั้งแต่เวลา 18.30–20.00 น. ก่อนอิ่มอร่อยกับบุฟเฟต์นานาชาติที่ผสานกลิ่นอายและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของภูเก็ต ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป พร้อมสนุกสนานตลอดค่ำคืนกับการแสดงดนตรีสด โชว์ไฟ และการแสดงจากดีเจ ก่อนร่วมกันนับถอยหลังสู่ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงพร้อมชมการแสดงดอกไม้ไฟเหนือท้องทะเลอันดามันในเวลาเที่ยงคืน โดยงานเฉลิมฉลองจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงเวลา 00.15 น.
    เดอะ นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต รีสอร์ตแห่งเดียวบนเกาะนาคาใหญ่ พร้อมมอบสถานที่อันเหมาะสมสำหรับการสร้างความทรงจำแสนพิเศษในช่วงเทศกาล ด้วยห้องพัก ห้องสวีท และพูลวิลล่ารวม 90 ห้อง ควบคู่กับประสบการณ์ด้านอาหารและการดูแลสุขภาพที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน

    มื้อค่ำวันคริสต์มาสอีฟ ราคา 7,800++ บาทต่อผู้ใหญ่หนึ่งท่าน รวมเครื่องดื่มที่ร่วมรายการ และ 3,800++ บาทต่อเด็กหนึ่งท่าน สำหรับเด็กอายุ 6–12 ปี รวมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่ร่วมรายการ มื้อค่ำวันคริสต์มาส ราคา 4,800++ บาทต่อผู้ใหญ่หนึ่งท่าน รวมเครื่องดื่มที่ร่วมรายการ และ 2,500++ บาทต่อเด็กหนึ่งท่าน สำหรับเด็กอายุ 6–12 ปี รวมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่ร่วมรายการ ส่วนงานกาลาดินเนอร์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ราคา 22,000++ บาทต่อผู้ใหญ่หนึ่งท่าน รวมเครื่องดื่มที่ร่วมรายการ และ 8,000++ บาทต่อเด็กหนึ่งท่าน สำหรับเด็กอายุ 6–12 ปี รวมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่ร่วมรายการ เด็กอายุไม่เกิน 5 ปี สามารถเข้าร่วมกิจกรรมทุกรายการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สมาชิกแมริออท บอนวอย รับส่วนลด 10% สำหรับทุกประสบการณ์มื้อค่ำแห่งเทศกาลนี้

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เดอะ นาคา ไอแลนด์, อะ ลักซ์ชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ทแอนด์สปา ภูเก็ต และสำรองประสบการณ์พักผ่อนในช่วงเทศกาลบนเกาะสวรรค์ได้ทางอีเมล [email protected] หรือโทร. +66 (0) 76 371 400

    ช่องทางออนไลน์:
    เว็บไซต์: www.marriott.com/en-us/hotels/pyxlc-the-naka-island-a-luxury-collection-resort-and-spa-phuket/overview
    Facebook: www.facebook.com/thenakaisland
    Instagram: www.instagram.com/nakaislandphuket
    Line Official: lin.ee/6wOs1Rw