Lifestyle

  • Beauty - Lifestyle

    TAMBURINS เปิดตัว “Evening Glow” กลิ่นกุหลาบยามเย็น ในรูปแบบ Egg Perfume และ Perfumed Hand Wash

    TAMBURINS แบรนด์น้ำหอมที่ถ่ายทอดความงามในมิติใหม่ ประกาศเปิดตัว Egg Perfume Evening Glow อย่างเป็นทางการ พร้อมวางจำหน่ายในวันที่ 2 เมษายนนี้ โดยนำกลิ่นซิกเนเจอร์ “Evening Glow” มาต่อยอดในคอลเลกชัน Egg Perfume ซึ่งเป็นหนึ่งในไอเท็มขายดีที่สุดของแบรนด์
     
    กลิ่น Evening Glow คือการตีความกลิ่นกุหลาบใหม่ ผ่านมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ของ TAMBURINS ถ่ายทอดออกมาเป็นกุหลาบที่ถูกอาบด้วยแสงอาทิตย์ยามเย็น โดดเด่นด้วยกลิ่นกุหลาบโทนราสป์เบอร์รีที่ผสานความสดชื่นของดิลล์ (Dill) และเปลือกเลมอนเข้าด้วยกันอย่างมีชีวิตชีวา ก่อนจะเติมมิติความลุ่มลึกด้วยพิมเสน (Patchouli) และไซพริออล (Cypriol) เพื่อแฝงความคมบาง ๆ ราวกับหนามกุหลาบ เผยอีกด้านของกลิ่นดอกไม้อันทรงเสน่ห์ ที่ยังคงความสง่างาม แม้ในยามที่แสงสุดท้ายของวันกำลังจะเลือนหาย

     สำหรับ Egg Perfume นับเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของ TAMBURINS ด้วยดีไซน์รูปทรงราวงานประติมากรรมอันโดดเด่น และความสะดวกในการพกพา โดยรุ่น Evening Glow นี้ ได้เพิ่มองค์ประกอบที่ได้แรงบันดาลใจจากดอกกุหลาบ เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของกลิ่นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 TAMBURINS ยังเตรียมเปิดตัว Perfumed Hand Wash Evening Glow ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไลน์สินค้ายอดฮิตของแบรนด์ โดยการต่อยอดเพิ่มกลิ่น Evening Glow เข้ามา จะเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภคสามารถสัมผัสกลิ่นหอมเดียวกันได้ในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น
     
    การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ของ “Evening Glow” ซึ่งเป็นหนึ่งในกลิ่นซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง คนรักความหอมและแฟน TAMBURINS พบกับ Egg Perfume Evening Glow และ Perfumed Hand Wash Evening Glow ได้ที่ TAMBURINS STORE ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

    TAMBURINS #TAMBURINS #TamburinsPerfume #TamburinsPerfume #TamburinsEveningGlow #EVENINGGLOW

  • Hotel - Lifestyle

    เดอะ นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต ชวนครอบครัวพักผ่อน เชื่อมความสัมพันธ์และเพลิดเพลินกับการผจญภัยบนเกาะส่วนตัว

    “แพ็กเกจครอบครัว (Family Package) ใหม่ล่าสุดจากทางรีสอร์ท พร้อมเปิดประสบการณ์ให้ทุกคนในครอบครัวได้ใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกันในพูลวิลล่าส่วนตัว พร้อมรับสิทธิพิเศษ มื้ออาหารฟรีสำหรับเด็กๆ และกิจกรรมทสำหรับทุกวัย รวมถึงโปรแกรม Destination Discovery ที่จะพาทุกคนไปสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

    เดอะ นาคา ไอแลนด์, อะ ลักซ์ชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ทแอนด์สปา ภูเก็ต (The Naka Island, a Luxury Collection Resort & Spa, Phuket) รีสอร์ทระดับห้าดาวบนเกาะส่วนตัวอันเงียบสงบกลางทะเลอันดามัน ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสการพักผ่อนบนเกาะนาคาใหญ่ พร้อมนำเสนอแพ็กเกจสำหรับครอบครัวที่ออกแบบให้เหมาะกับผู้เข้าพักทุกช่วงวัย ภายใต้บรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและใกล้ชิดธรรมชาติ

    ต้อนรับปิดเทอมที่กำลังจะมาถึงด้วยข้อเสนอสุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อสมาชิกทุกคนในครอบครัว เลือกได้ทั้งวิวสวนอันร่มรื่น หรือวิวทะเลสีเทอร์ควอยซ์ที่สามารถมองเห็นวิวสุดสายตา ทุกองค์ประกอบได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่กิจกรรมสำหรับเด็ก ทรีตเมนต์เพื่อการผ่อนคลายสำหรับผู้ใหญ่ ประสบการณ์ด้านอาหาร ธรรมชาติ และวัฒนธรรม เพื่อเติมเต็มสายใยแห่งความรักในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

    ทุกเช้าเริ่มต้นอย่างสดใสที่ ห้องอาหารวีรันดาห้องอาหารบรรยากาศโปร่งสบายริมทะเล มีเชฟมากความสามารถรังสรรค์ทั้งอาหารท้องถิ่นรสชาติกลมกล่อม เมนูนานาชาติยอดนิยม และเมนูเพื่อสุขภาพ พร้อมผลไม้สดตามฤดูกาลและน้ำผลไม้ ภายใต้โปรแกรม “Kids Eat Free” เด็ก ๆ จะได้รับสิทธิ์รับประทานอาหารเช้าและเมนูสำหรับเด็กโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่กำหนด

    สำหรับช่วงเวลากลางวัน เด็ก ๆ สามารถใช้บริการ นาคา คิดส์ คลับ (Naka Kids Club) สองชั้นที่ออกแบบเพื่อจินตนาการของเด็ก ๆ เต็มไปด้วยของเล่น หนังสือ เกม และสระบอล พร้อมตารางกิจกรรม Kids Camp ที่ช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งยังมีพื้นที่สำหรับเด็กโต ให้ได้พักผ่อนและสร้างมิตรภาพกับเพื่อนวัยเดียวกันอีกด้วย

    ในขณะที่เด็ก ๆ เพลิดเพลินกับการผจญภัยในโลกส่วนตัว คุณพ่อคุณแม่สามารถพักผ่อนได้ที่สระว่ายน้ำอินฟินิตี้ริมชายหาด นอกจากนี้ยังสามารถเลือกผ่อนคลายได้ที่ สปา นาคา บาย หาญ (Spa Naka by HARNN) ที่มาพร้อมห้องทรีตเมนต์ใหม่ และโปรแกรมที่ผสานศาสตร์การบำบัดแบบไทยเข้ากับแนวคิดเวลเนสร่วมสมัย เพื่อคืนความสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมทั้งบริการห้องซาวน่า ห้องสตีม หรือห้องน้ำแข็ง เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้ด้วย อีกทั้งยังมีฟิตเนสเซ็นเตอร์ที่เปิดให้บริการตลอดวัน

    เปิดประสบการณ์การพักผ่อนที่ตอบโจทย์ทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่กิจกรรมกีฬาทางน้ำ เช่น พายเรือคายัคและแพดเดิลบอร์ด ไปจนถึงการปั่นจักรยาน เดินศึกษาธรรมชาติ และกิจกรรมปลูกป่าชายเลน เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมกับระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ของเกาะอย่างใกล้ชิด

    นอกจากนี้โปรแกรม Destination Discovery ของรีสอร์ทยังมอบโอกาสให้ครอบครัวได้สำรวจสวนออร์แกนิก และค้นพบความหลากหลายทางชีวภาพของเกาะนาคาใหญ่ โดยทุกกิจกรรมถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อเปลี่ยนการพักผ่อนให้กลายเป็นบทเรียนแห่งธรรมชาติที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและคุณค่าที่น่าจดจำ

    เมื่อถึงเวลาของมื้อค่ำ ทุกครอบครัวสามารถลิ้มรสอาหารไทยต้นตำรับที่ ห้องอาหารไอยรา (Aiyara) ห้องอาหารซิกเนเจอร์ของรีสอร์ท หรือเลือกอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารนานาชาติได้ที่ ห้องอาหารวีรันดา (Veranda) ซึ่งแพ็กเกจนี้ยังมอบเครดิตรีสอร์ทมูลค่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อการเข้าพักหนึ่งครั้ง สำหรับใช้บริการห้องอาหารหรือสปา เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การพักผ่อนให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

    สำหรับแพ็คเกจครอบครัวนี้ เปิดให้เข้าพักตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2569ราคาเริ่มต้นที่ 16,000 บาทต่อคืน

    เดอะ นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต รีสอร์ตแห่งเดียวบนเกาะนาคาใหญ่ อัญมณีแห่งท้องทะเลอันดามัน คือจุดหมายแห่งการพักผ่อนที่ผสมผสานความเป็นส่วนตัว ความผ่อนคลาย และการผจญภัยไว้ด้วยกันอย่างลงตัว รีสอร์ทประกอบด้วยห้องพัก ห้องสวีท และพูลวิลล่ารวม 90 ห้อง พร้อมบริการด้านการดูแลตนเองและอาหารรสเลิศ รวมไปถึงกิจกรรมที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน รวมถึงทริปท่องเที่ยวสู่หมู่เกาะใกล้เคียง โอเอซิสบนเกาะส่วนตัวแห่งนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการหลีกหนีความวุ่นวาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางคนเดียว ทริปพักผ่อนของครอบครัว ช่วงเวลาแห่งความโรแมนติก การเฉลิมฉลองงานแต่งงานในฝัน หรือฮันนีมูน ด้วยมาตราฐานการบริการที่เหนือระดับ เดอะ นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต จึงได้รับการการันตีด้วยรางวัล MICHELIN Key ประจำปี 2568

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เดอะ นาคาไอแลนด์, อะ ลักซ์ชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ทแอนด์สปา ภูเก็ตโทร. +66 (0) 76 371 400 อีเมล์: [email protected]
    ช่องทางออนไลน์:
    เว็บไซต์: www.marriott.com/en-us/hotels/pyxlc-the-naka-island-a-luxury-collection-resort-and-spa-phuket/overview
    Facebook: www.facebook.com/thenakaisland
    Instagram: www.instagram.com/nakaislandphuket
    Line Official: lin.ee/6wOs1Rw

  • Food - Lifestyle

    Blue by Alain Ducasse ชวนลิ้มรสเมนูประจำฤดูใบไม้ผลิโดยเชฟ Evens Lópezคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ ฉลองการเดินทางผ่านฤดูกาลครบหนึ่งรอบของเชฟมากฝีมือณ ร้านอาหารมิชลินสตาร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

    กรุงเทพฯ มีนาคม 2569 – Blue by Alain Ducasse ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ ณ ไอคอนสยาม เปิดตัวเมนูฤดูใบไม้ผลิประจำปี 2026 (Spring 2026 Menu) ซึ่งถ่ายทอดแนวคิดการทำอาหารที่ยึดโยงกับฤดูกาล งานฝีมือ และความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับธรรมชาติ พร้อมเฉลิมฉลองให้กับการบรรจบครบรอบวัฏจักรแห่งฤดูกาลในการมอบประสบการณ์ด้านอาหารสุดพิเศษแก่เหล่านักชิมของเชฟ Evens López นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง Executive Chef ให้กับร้านอาหารมิชลินสตาร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจในการสำรวจวัตถุดิบอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น และการเคารพต่อจังหวะการเติบโตของธรรมชาติอย่างแท้จริง

    โดยเชฟ Evens López เผยว่า “ฤดูใบไม้ผลิครั้งนี้มีความหมายเป็นพิเศษ เพราะเป็นการเดินทางผ่านฤดูกาลมาครบหนึ่งรอบพอดี นับตั้งแต่ผมเข้ามาร่วมงานกับ Blue ซึ่งเราต่างรู้ดีว่าธรรมชาติคือผู้กำหนดจังหวะในการรังสรรค์รสชาติ และพวกเราก็เฝ้ารออย่างอดทนให้วัตถุดิบสำคัญเติบโตจนถึงช่วงเวลาที่ดีที่สุด หลายอย่างเพิ่งมาถึงเมื่อไม่นานมานี้ เมนูประจำฤดูใบไม้ผลิ ทั้งเมนูยอดนิยมที่หวนกลับมาอีกครั้งในรูปแบบที่พัฒนาขึ้น และเมนูใหม่ที่เราได้แรงบันดาลใจจากการเดินทางไปเยือน KP Farm ในจังหวัดกำแพงเพชร จึงสะท้อนถึงการเติบโตตามธรรมชาติอย่างแท้จริงของวัตถุดิบและอาหารของเรา”

    ตลอดฤดูกาลนี้ Blue by Alain Ducasse พร้อมมอบประสบการณ์พิเศษให้ทุกคนได้สัมผัสรสชาติแห่งฤดูใบไม้ผลิอย่างเต็มอิ่ม ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาเยือนจนถึงคำสุดท้ายที่ลิ้มรส โดยเริ่มอารัมภบทด้วย House-Made Kombucha คอมบูชาสูตรพิเศษของทางร้าน ที่หมักจากผลผลิตประจำสัปดาห์ของฟาร์ม เสิร์ฟให้สัมผัสความสดชื่นตั้งแต่ในล็อบบี้ ก่อนเชื้อเชิญสู่โต๊ะอาหารพร้อม Canapé Selection ที่จะพาไปทำความรู้จักกับกลิ่นอายของฤดูกาลผ่านคำเล็ก ๆ ซึ่งปรุงแต่งอย่างประณีตบรรจง เริ่มด้วย ข้าวโพดหวานย่างเสิร์ฟคู่กับริคอตต้าชีสรมควัน (Smoked Ricotta) และซอสจากดอกดาวเรือง ซึ่งฉายภาพความทรงจำวัยเด็กในประเทศเปรูของเชฟ Evens López ผ่านรสชาติอันละเมียดละไม ตามด้วย แครอทสายพันธุ์ดั้งเดิมที่เพิ่มมิติของรสชาติด้วยกลิ่นหอมจากใบชิโสะ แล้วค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยกับฤดูใบไม้ผลิด้วย “Amulette” หอยนางรมจากแคว้นบริตตานี ประเทศฝรั่งเศส ที่ลวกอย่างเบามือ เสิร์ฟพร้อมเครื่องปรุงจากดอกแนสเทอเชียม (Nasturtium) ผลผลิตจาก KP Farm และส้มคาลามันซี (Calamansi Citrus) ก่อนจบคานาเป้คำสุดท้ายด้วย เนื้อวากิวระดับ A4 จากออสเตรเลีย เสิร์ฟพร้อมอิมัลชันจากใบกระเทียมป่า (Ramson) และเพิ่มรสสัมผัสอันน่าประทับใจด้วยความโปร่งใสของ Noresore หรือตัวอ่อนปลาไหลทะเล วัตถุดิบชั้นเลิศจากจังหวัดโคจิและโทคุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีให้ลิ้มรสเฉพาะช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น

    หลังจากเปิดประตูสู่รสชาติแห่งฤดูกาล เชฟ Evens López จะพาดำดิ่งสู่ช่วงเวลาแห่งการผลิบานด้วยคอร์สแรก “Trompe-l’œil of Golden Cuttlefish” หมึกกระดองสีทองที่จัดเตรียมให้ดูคล้ายเส้นพาสต้าบางละเอียด เสิร์ฟพร้อมหน่อไม้ฝรั่งขาวจากแคว้นเลส์ ล็องด์ และน้ำซุปที่แต่งกลิ่นด้วยใบเจอราเนียมจาก KP Farm
    ต่อด้วย “Brown Crab from Roscoff” ปูสีน้ำตาลจากเมืองรอสคอฟฟ์ในแคว้นบริตตานี ที่ปรุงในน้ำซุป Court-Bouillon หอมกรุ่น เสิร์ฟมาบน Chawanmushi ที่ได้แรงบันดาลใจจากซุป Bouillabaisse โดยซ่อนชั้นของเครื่องปรุงผักชีและอะโวคาโดไว้ข้างใน ก่อนเติมความหรูหราด้วย Kristal Caviar จาก Maison Kaviari และซอสเนยสีน้ำตาลที่แต่งกลิ่นด้วยยูซุสีเหลือง เพิ่มความลุ่มลึกของรสชาติ

    หนึ่งในเมนูยอดนิยมที่กลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้งคือ “Rainbow Courgette Filled with Comté Cheese and Walnuts” ซูกินีสีรุ้งยัดไส้ชีสกงเต้และวอลนัต เสิร์ฟพร้อมซอส Beurre Blanc กลิ่นเลมอนเวอร์บีนา ซึ่งให้ความสดชื่นแบบสมุนไพร ช่วยสร้างสมดุลกับความเข้มข้นของชีสได้เป็นอย่างดี จากนั้นลิ้มรส “Norwegian Langoustine” ลังกูสทีนจากนอร์เวย์ย่างเบา ๆ เหนือถ่าน เสิร์ฟคู่กับหัวผักกาดพันธุ์ Hakurei จากโตเกียว และน้ำซุปบิสก์ (Bisque) จากหัวลังกูสทีน ที่รินเสิร์ฟให้ที่โต๊ะพร้อมเติมกลิ่นหอมของเสจจากเปรู เพื่อเป็นการยกย่องเทคนิคการทำอาหารฝรั่งเศสคลาสสิก

    อีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์คือ “Dry-aged Monkfish Cured with Citron (Cédrat) Leaves” ปลามังค์ฟิชบ่มแห้ง หมักด้วยใบซิตรอน ปรุงแบบ à la meunière เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่ง พายสไตล์ฝรั่งเศส (feuilletée) เครื่องปรุงจากกระเทียมต้นและซิตรอน พร้อมซอสไวน์แดงที่เคี่ยวจากกระดูกปลาและแต่งกลิ่นตะไคร้ ซึ่งจะรินเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ
    ปิดท้ายคอร์สอาหารคาวด้วย “Gundagai Lamb” เนื้อแกะกุนดาไกหมักและย่างบนใบมะเดื่อจาก KP Farm จนได้กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของอัลมอนด์และสมุนไพร เสิร์ฟคู่กับหน่อไม้ฝรั่งเขียวคุณภาพเยี่ยมจาก Sylvain Erhardt เครื่องปรุงจากพืชทะเลอย่าง Rock Samphire และมะเดื่อเขียวดองที่ช่วยชูรสชาติได้อย่างลงตัว ก่อนเพลิดเพลินไปกับ “Blue’s Cheese Selection” ชีสบอร์ดที่ Blue คัดสรรอย่างพิถีพิถันเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านชีส (Cheesemonger) ของร้านในฝรั่งเศส เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงโฮมเมดตามฤดูกาลและสลัดปลอดสารพิษจาก KP Farm เพื่อเตรียมเข้าสู่ช่วงเวลาของเมนูขนมหวาน อันเป็นบทสรุปแห่งรสชาติของฤดูใบไม้ผลิ
    สำหรับของหวาน Executive Pastry Chef Christophe Grilo และ Pastry Chef Florian Bauge จะเติมเต็มประสบการณ์ความอร่อยให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยชุดของหวานที่ผสมผสานเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของฝรั่งเศสเข้ากับวัตถุดิบอันมีชีวิตชีวาไทย โดยมีเมนูไฮไลต์เป็น “Marinated Tomato with Tagete Sorbet” มะเขือเทศหมักเสิร์ฟพร้อมซอร์เบต์ดอกดาวเรือง ที่ชูเอกลักษณ์ของมะเขือเทศไทยผ่านรสสัมผัสที่สดชื่นและหวานละมุนตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมี “Lemon from Nice with Kumquat, Olive Oil and Orange Blossom” เมนูที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อให้เกียรติแก่เมืองนีซ บ้านเกิดของเชฟ Florian Bauge โดยนำเลมอนจากนีซและส้มซิตรัสจากตอนใต้ของฝรั่งเศสมาผสานกับความนุ่มนวลของน้ำมันมะกอกและดอกส้มออร์แกนิกจากกาป-ดาอิล (Cap-d’Ail)


    ก่อนจะต่อด้วยการตีความใหม่ของสองคู่รสชาติยอดนิยมในไทยอย่าง “Mango and Smoked Chili” มะม่วงและพริกรมควัน ที่มอบสมดุลระหว่างความหวานฉ่ำแบบเขตร้อนและความเผ็ดร้อนจาง ๆ ของพริกรมควันได้อย่างมีชั้นเชิง จากนั้นลิ้มลองความนุ่มฟูของ “Coffee Soufflé” ที่หอมกรุ่นสุดพรีเมียมด้วยกาแฟของ Manufacture de Café Alain Ducasse ซึ่งถ่ายทอดรสชาติอันบริสุทธิ์และกลิ่นหอมเข้มข้นอย่างน่าประทับใจ
    ส่งท้ายการเดินทางแห่งรสชาติของฤดูใบไม้ผลิด้วยความหรูหราจาก “Cacao Trolley” รถเข็นช็อกโกแลตสุดพิเศษที่เสิร์ฟทั้งมูสช็อกโกแลต ซอร์เบต์เยื่อโกโก้ (Mucilage Sorbet) เมล็ดโกโก้คาราเมล และช็อกโกแลตสอดไส้ธัญพืชกรุบกรอบอย่างครีมเฮเซลนัต อัลมอนด์พราลีน ข้าวพอง เติมกลิ่นหอมจากผิวเลมอน ซึ่งเป็นการจับคู่กันอย่างลงตัวระหว่างช็อกโกแลตระดับพรีเมียมจากปารีสและเมล็ดโกโก้คุณภาพเยี่ยมจากเชียงใหม่ สะท้อนการบรรจบกันอย่างงดงามระหว่างงานฝีมือแบบฝรั่งเศสและวัตถุดิบจากผืนแผ่นดินไทย
    นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นไป Blue by Alain Ducasse ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ ณ ไอคอนสยาม พร้อมแล้วที่จะพาทุกท่านสัมผัสประสบการณ์แห่งรสชาติอันแสนพิเศษของฤดูกาลใหม่ โดยคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดตามฤดูกาลของไทย มารังสรรค์ด้วยเทคนิคการทำอาหารฝรั่งเศสอันประณีต ผ่านความตั้งใจของเชฟ Evens López ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อให้ทุกเมนูถ่ายทอดเสน่ห์ของฤดูใบไม้ผลิในปีนี้ได้อย่างงดงามที่สุด
    สำรองที่นั่งและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.blue-alainducasse.com
    หรือโทร +66 (0)6-5731-2346


    เกี่ยวกับ Blue by Alain Ducasse
    Blue by Alain Ducasse ตั้งอยู่ ชั้น 1 ไอคอนสยาม จุดหมายปลายทางสุดไอคอนิกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถ่ายทอดจิตวิญญาณของอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยด้วยความสง่างาม ความประณีต และความเคารพต่อวัตถุดิบอย่างลึกซึ้ง ภายใต้วิสัยทัศน์ของเชฟระดับโลก Alain Ducasse ซึ่งร้านอาหารแห่งนี้ถือเป็นร้านแรกของเชฟอลัง ดูคาส ในประเทศไทย เชฟ Alain Ducasse เป็นหนึ่งในเชฟเพียงไม่กี่คนในโลกที่ได้รับดาวมิชลินมากถึง 21 ดวง และยังเป็นเชฟคนแรกในโลกที่ครอบครองร้านอาหารระดับสามดาวมิชลินอีกด้วย Blue by Alain Ducasse คว้าดาวมิชลินดวงแรกตั้งแต่ปีแรกที่เปิดให้บริการ และยังคงรักษามาตรฐาน มิชลินอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ด้วยรสชาติอาหาร การบริการอันยอดเยี่ยม รวมถึงทัศนียภาพอันงดงามของโค้งน้ำเจ้าพระยา และการออกแบบภายในอันงดงาม ที่ได้รับรางวัล Le France Design 100 และรางวัลอันดับ 1 จากนิตยสาร Interior Design สาขา Fine Dining ในเวที Best of the Year Award

  • Fashion - Lifestyle

    MCM ฉลองครบรอบ 50 ปี เปิดตัว MCM Lifestyle Store แห่งใหม่ที่ EmQuartier ประเทศไทย

    แบรนด์ลักชัวรีระดับโลก MCM เฉลิมฉลองการเปิดตัว MCM Lifestyle Store แห่งใหม่ ณ EmQuartier อย่างยิ่งใหญ่ นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ในประเทศไทย ในวาระก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ของแบรนด์ งานครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ MCM ในการผลักดันขอบเขตของความหรูหราร่วมสมัย พร้อมนิยามอนาคตของแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ผ่านการผสานดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งาน และความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม

    โอกาสสำคัญนี้ยังสะท้อนถึงบทบาทของ กรุงเทพฯ ในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมและแฟชั่นที่มีพลังของเอเชีย และยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเฉลิมฉลองวาระ 50 Years of Excellence and Beyond ของ MCM ในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางระดับโลกของแบรนด์

    ภายในงานได้รับเกียรติจากศิลปินระดับโลก MINGI จากวง ATEEZ มาร่วมเฉลิมฉลองในฐานะแขกพิเศษ พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ชั้นนำของไทยจากวงการบันเทิงและแฟชั่น อาทิ เบลล่า ราณี, เบคกี้ รีเบคก้า, แอลม่อน ภูมิสุวรรณ, โปรเกรส ภาสวิชญ์, เมเบิ้ล สิริวลี, แป้งจี่ ปภาวรินทร์ และ หมีพูห์ วิน ที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับค่ำคืนแห่งแฟชั่นครั้งนี้

    แขกผู้ร่วมงานต่างปรากฏตัวในลุคจากคอลเลกชัน MCM Spring/Summer 2026 ซึ่งสะท้อน DNA ของแบรนด์ที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผ่านแนวคิด “Made for Movement” ที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์ลักชัวรีของคนยุคใหม่ ไอเท็มสำคัญอย่างกระเป๋าซิกเนเจอร์ แอ็กเซสซอรี และเรดี้ทูแวร์ ถูกนำมามิกซ์แอนด์แมตช์ในแต่ละลุค โดยมีลวดลาย Visetos monogram อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ถูกนำมาผสานอย่างโดดเด่นในซิลูเอตของฤดูกาลนี้ ขณะเดียวกันยังเพิ่มลูกเล่นสนุกสนานผ่านคาแรกเตอร์ Rabot คาแรกเตอร์กระต่ายลูกผสมหุ่นยนต์ของ MCM ที่ช่วยเติมความขี้เล่นและความมีชีวิตชีวาให้กับคอลเลกชัน

    MCM ก่อตั้งขึ้นที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ในปี 1976 ท่ามกลางช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ และเติบโตเคียงข้างกระแสความคิดสร้างสรรค์ของโลก ตั้งแต่ฉากวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวาของยุโรปในยุค 1970s ไปจนถึงวัฒนธรรมฮิปฮอปของนิวยอร์กในยุค 1980s–1990s และต่อเนื่องมาสู่กระแสป๊อปและวัฒนธรรมเยาวชนของเอเชียในปัจจุบัน ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา แบรนด์ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมรักษาความเชื่อมโยงกับพลังทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมความหมายของลักชัวรีในยุคใหม่

    การเปิดตัว MCM Lifestyle Store ที่ EmQuartier จึงไม่ใช่เพียงการเปิดร้านแห่งใหม่ แต่ยังเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของ MCM ในประเทศไทย ที่เฉลิมฉลองอิทธิพลทางวัฒนธรรมตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตด้วยความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และจิตวิญญาณแห่งความเป็นตัวของตัวเอง

    เกี่ยวกับ MCM (Modern Creation München)
    MCM ก่อตั้งขึ้นในประเทศเยอรมนีเมื่อปี ค.ศ. 1976 โดยเริ่มต้นจากการเป็นแบรนด์ลักชัวรีที่นำเสนอทางเลือกใหม่ที่แตกต่างจากลักชัวรีแบบดั้งเดิม ในช่วงเวลานั้น MCM โดดเด่นด้วยการออกแบบแอคเซสซอรีและไลฟ์สไตล์ไอเทมที่สะท้อนความหรูหรา ความกล้า และความเป็นตัวของตัวเองของวัฒนธรรมเมืองมิวนิกในยุค 1970
    ปัจจุบัน MCM ยังคงสานต่อจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่จะแตกต่าง พร้อมนำเสนอรูปแบบใหม่ของแบรนด์ลักชัวรีที่ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีความคิดเป็นอิสระ ภายใต้การนำของ ซองจู คิม (Sung-Joo Kim) ซึ่งเข้าซื้อกิจการแบรนด์ในปี ค.ศ. 2005 MCM ได้พัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และแนวคิดด้านนวัตกรรมที่ก้าวไปข้างหน้า
    ปัจจุบัน MCM มีร้านค้ากว่า 584 แห่ง ใน 43 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมเมืองสำคัญระดับโลก เช่น มิวนิก เบอร์ลิน ซูริก ลอนดอน ปารีส นิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง โซล โตเกียว รวมถึงตะวันออกกลาง และเมืองสำคัญด้านลักชัวรีอื่น ๆ ทั่วโลก

    MCMWorldwide #MCMThailand #MCMLifestyleEMQ #MCMTHxMINGI
  • Lifestyle

    สยามพารากอน ผนึกกำลังพันธมิตรระดับโลก ร่วมฉลองวันสตรีสากล 8 มีนาคมนี้เปิดพื้นที่ “HER-story Maker: Celebrating International Women’s Day 2026”ส่งต่อพลังหญิงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืน

    สยามพารากอน จุดหมายปลายทางระดับโลก และเดสติเนชั่นที่หนึ่งในใจคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
    จากทั่วทุกมุมโลก ในฐานะสมาชิกเครือข่ายผู้สนับสนุนหลักการเสริมสร้างศักยภาพสตรี (Women’s Empowerment Principles หรือ WEPs) ซึ่งก่อตั้งโดย UN Women และ UN Global Compact ร่วมกับสมาคมธุรกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย (SE Thailand) และพันธมิตร สร้างปรากฏการณ์ “HER-story Maker: Celebrating International Women’s Day 2026” เฉลิมฉลองวันสตรีสากล เนรมิตคอมมูนิตี้แห่งแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดความสำเร็จของผู้หญิงในมิติด้านธุรกิจและเศรษฐกิจซึ่งผลักดันให้เกิดความเสมอภาคและการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านกิจกรรมหลากหลาย และความพิเศษที่มอบให้กับผู้หญิงทุกคนโดยเฉพาะ ตลอดวันที่ 8 มีนาคม 2569

    ทุกวันที่ 8 มีนาคม วันสตรีสากล (International Women’s Day: IWD) คือช่วงเวลาที่ทั่วโลกพร้อมใจกันยกย่องความสำเร็จของผู้หญิงในทุกมิติ พร้อมผลักดันให้ความเสมอภาคทางเพศเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ โดยสยามพารากอน ได้ร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วน จัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองให้กับพลังหญิง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “HER-story Maker: Celebrating International Women’s Day 2026 เพราะโลกที่น่าอยู่ เริ่มต้นจากพลังแห่งการร่วมสร้างสรรค์โดยผู้หญิง” รวมเหล่า Change-makers, ผู้ประกอบการ, ศิลปิน และผู้นำทางความคิด (KOLs) จากหลากหลายคอมมูนิตี้ ร่วมเจาะลึกแนวคิดการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืนจากภายในสู่ภายนอก พร้อมขับเคลื่อนกลไกทางสังคมและเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนไปพร้อมกัน โดยกิจกรรมไฮไลต์จัดขึ้นที่ NEXTOPIA ได้แก่

    การรวมพลังครั้งสำคัญของ สยามพิวรรธน์, Women’s Empowerment Principles (Established by UN Women and the UN Global Compact Office) และ SE Thailand ที่จะเปลี่ยนเสียงรณรงค์วันสตรีสากลให้เป็นการลงมือทำจริง โดยมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงและ SMEs ทั่วไทยให้แกร่งกว่าเดิม เพราะเราเชื่อว่าเมื่อผู้หญิงเข้มแข็ง เศรษฐกิจและสังคมจะเติบโตไปพร้อมกัน งานนี้จะพาไปส่องความสำเร็จของเหล่าผู้หญิงเก่งที่ใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมเปิดประตูโอกาสให้เชื่อมโยงกับเมนเทอร์และตลาดใหม่ ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและยืนยันว่า “พลังของสตรี” คือฟันเฟืองสำคัญที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจทั่วโลก โดยมีกิจกรรมน่าสนใจ ในวันที่ 8 มีนาคม 2569 อาทิ

    • 13.00 – 13.35 น. พบกับ “Keynote Address: บทบาทของผู้หญิงแถวหน้าในวงการธุรกิจ”
    • 13.35 – 14.20 น. พบกับ “Shop to Change Panel Discussion: ช็อปยังไงให้โลกเปลี่ยน” เวทีเสวนาสร้างแรงบันดาลใจ เปิดมุมมองหลากหลายด้านของผู้หญิงแถวหน้าในวงการธุรกิจ
    • 14.20 – 15.00 น. ร่วมฟังไอเดียหลายความคิดพลิกธุรกิจกับ Inspiring Sparks “Diversity is Power

    โดยมีผู้ร่วมเสวนาและแบ่งปันมุมมอง อาทิ ศุภพิมพ์ วัณโณภาศ ผู้จัดการโครงการ WE RISE Together- UN Women, เปมิกา นครศรี กรรมการ บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด, พิมภัทร์ ยมนาค ผู้บริหารโรงเรียนนานาชาติ บางกอกเพรพ, ศศมนธร หนุนภักดี กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท ฮอปซี่ สตอรี่ จำกัด, กฤษณะ ธรรมวิมล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี Distar Fresh, ธมลวรรณ วิโรจน์ชัยยันต์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Moreloop, ยุจเรศ สมนา ผู้ก่อตั้ง Craft de Quarr,
    มาย การุณงามพรรณ Co-founder ของ BRAVESHOES และ CEO of UPCYDE ร่วมด้วย ฟ้าใส บุณยัษฐิติ จาก NEXTOPIA
    นอกจากนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ยังเปิด #BuyForEqual Marketplace ให้ทุกคนได้ชิม ชม ช็อปสินค้าจากร้านค้า
    ที่นำโดยผู้ประกอบการหญิง โดยผู้เข้าร่วมงานที่ซื้อสินค้าจาก #BuyForEqual Marketplace สามารถนำใบเสร็จมาแลกรับของ
    ที่ระลึก UN Women – UNBlind Box ได้ฟรี! ที่บูธ UN Women

    NEXTOPIA ร่วมกับ itsokaybesties และ FIKKA เฉลิมฉลองให้กับพลังของผู้หญิงยุคใหม่ ผ่านบทสนทนาและประสบการณ์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จที่ยั่งยืน ทั้งในชีวิต การทำงาน และการดูแลตัวเองจากภายใน โดยรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายให้ทุกคนได้พัฒนาตัวเองอย่างรอบด้าน เริ่มด้วยกิจกรรมยืดเหยียดเติมพลังกาย It’s Okay Besties Yolates Session ตั้งแต่เวลา 10.10 – 11.00 น. ต่อด้วย Friends of NEXTOPIA Session ล้อมวงคุยเรื่องสุขภาพและเวิร์กชอปทำอาหาร
    กับ Maxdicine พร้อมฟังเคล็ดลับการปั้นแบรนด์ฉบับ Girl Boss จากเจ้าของร้าน FIKKA ในเวลา 11.00 – 12.00 น. แล้วมาร่วมเช็กสุขภาพเบื้องต้นกับกิจกรรม Mingle and Genesenn Health Check Up เวลา 12.00 – 12.45 น. ก่อนปิดท้ายด้วยการปล่อยใจไปกับศิลปะพร้อมจิบเครื่องดื่มชิล ๆ ในเวิร์กชอป Bloom Into Her: Sip & Paint ตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ บริเวณ NEXTOPIA และร้าน FIKKA ใน NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน

    กิจกรรมจากความร่วมมือของ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, Friedrich Naumann Foundation, COFACT.ORG, มูลนิธิสถาบันการจัดการวิถีพุทธเพื่อสุขและสันติ และ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เชิญชวนรับฟังมุมมองเกี่ยวกับผู้หญิงในเวทีเสวนาเข้มข้นในหัวข้อ “Mrs.& Miss Information เรื่องเล่าที่หญิงเราควรรู้” โดยเหล่านักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา อาทิ Hnin Oo Wai Research and communication intern at IBHAP foundation, วาเนสซ่า สไตน์เม็ทซ์ ผู้อำนวยการ มูลนิธิฟรีดริชเนามัน ประเทศไทย, วศินี พบูประภาพ สื่อมวลชนและผู้แปล The Feminist City, ศ. ดร. พรรณชฎา ศิริวรรณบุตย์ คณบดีคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล,
    ดร. พิมพ์รภัช ดุษฎีอิสริยกุล ที่ปรึกษา Cofect ประเทศไทย, สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Cofect ประเทศไทย, วสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ชมพูนุท เฉลียวบุญ ผู้จัดการโครงการภูมิภาค Westminster Foundation For Democracy (WFD), Nann Legal and Human Rights Research และ Assistant Intern at IBHAP Foundation, Thu Zar Win Digital Peacebuilding & Conflict Analysis Intern Institute of Buddhist Management for Happiness and Peace Foundation และ ดร. ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมอาชญากร อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงเชิญชมนิทรรศการพิเศษเพื่อเฉลอมฉลองวันสตรีสากล ในวันอาทิตย์ที่ 8 มี.ค. 2569 ตั้งแต่เวลา 13.00-17.30 น. ณ SCBX NEXT STAGE @NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน

    พิเศษ! เพื่อเฉลิมฉลองให้กับวันสตรีสากล ร้านอาหารใน NEXTOPIA ยังมอบส่วนลดพิเศษให้ผู้หญิงทุกคนได้อิ่มอร่อย เติมเต็มความสุข พร้อมรับพลังดี ๆ ต้อนรับเดือนแห่งผู้หญิงอย่างเต็มที่ เฉพาะวันที่ 8 มีนาคม 2569 เท่านั้น

    วันสตรีสากลนี้ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างปรากฏการณ์แห่งพลังหญิงใน “HER-story Maker: Celebrating International Women’s Day 2026” ที่สยามพารากอน เพื่อส่งเสียงให้โลกรู้ว่า พลังอันเข้มแข็งของผู้หญิงสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และอนาคตที่ยั่งยืนให้เติบโตไปพร้อมกันได้อย่างแท้จริง ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : NEXTOPIA และ Facebook : SIAMPARAGON

    SiamParagonHERstoryMaker #SiamParagonIWD2026 #IWD2026 #NEXTOPIA

  • Lifestyle - News

    ไอคอนสยาม เปิดจุดบริการฝังไมโครชิปจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง และฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ฟรี!

    กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ ไอคอนสยาม และ PET SAFARI พร้อมด้วยพันธมิตร จัดกิจกรรม “ICONSIAM PETS CARE” เปิดพื้นที่บริการฝังไมโครชิป จดทะเบียนสัตว์เลี้ยง (เฉพาะสุนัขและแมว) และฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ฟรี! เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเตรียมความพร้อมให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง
    สำหรับพื้นที่ให้บริการจะจัดขึ้น ณ ชั้น B 1 (โถงบันไดเลื่อน หน้าร้าน PET SAFARI) ไอคอนสยาม โดยจัดจุดบริการแบบ Drive Thru รองรับการลงทะเบียนหน้างาน (Walk-in) สำหรับการฝังไมโครชิป จำนวน 100 ตัวต่อวัน และฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า จำนวน 200 ตัวต่อวัน โดยแบ่งพื้นที่ให้บริการออกเป็นหลายโซน ได้แก่

    • Check-point: ตรวจหลักฐานการลงทะเบียน
    • Chipping Zone: บริการฝังไมโครชิปตามมาตรฐานสากลโดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ฟรี
    • Vaccine Zone: ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ฟรี
    • Registration Desk: บริการจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงและออกใบรับรองในระบบของกรุงเทพมหานครทันที
    • Care & Share: นิทรรศการให้คำแนะนำเรื่องกฎหมายสัตว์เลี้ยงฉบับใหม่และเทคนิคการเลี้ยงดู โดย กทม.
    • PET Market: บูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง

    โดยกิจกรรมนี้พร้อมให้บริการทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์แรกของเดือนตลอดปี 2569 เริ่มให้บริการครั้งแรกในวันที่ 7- 8 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ ชั้น B1 (โถงบันไดเลื่อน หน้าร้าน PET SAFARI) ไอคอนสยาม

    โครงการ “ICONSIAM PETS CARE” นับเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของไอคอนสยาม ในการร่วมสร้างสังคมเมืองที่มีคุณภาพ พร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมที่ดีของสังคมและชุมชน ขอเชิญนำสุนัขและแมวสัตว์เลี้ยงแสนรักมาใช้บริการฝังไมโครชิป จดทะเบียนสัตว์เลี้ยง และฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ฟรี! ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONSIAM หรือ โทร 1338

    ไอคอนสยาม #สำนักอนามัย #ฉีดฝังไมโครชิป #จดทะเบียนสุนัขและแมวกรุงเทพมหานคร

  • Lifestyle - News

    สยามพารากอน ผนึกกำลัง Chow Tai Fook นำกระแส LUXURY PETจัดงาน “NEXTOPIA PET IMMERSION”ชวนลูกค้าคนสำคัญพร้อมสัตว์เลี้ยงตัวโปรดสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ

    ท่ามกลางกระแส “Pet Parent” ที่เติบโตต่อเนื่องและสะท้อนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตยุคใหม่ สยามพารากอน จุดหมายปลายทางระดับโลกที่ครองใจทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผนึกกำลังกับ Chow Tai Fook แบรนด์เครื่องประดับชั้นนำจากฮ่องกง ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการสร้างประสบการณ์เหนือระดับ จัดงาน “NEXTOPIA PET IMMERSION” ชวนลูกค้าคนสำคัญใช้ช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกับสัตว์เลี้ยงแสนรักที่เปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัว ภายใต้บรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

    ภายในงานอบอวลไปด้วยบรรยากาศแสนอบอุ่น เมื่อลูกค้าคนสำคัญต่างพาเหล่าสัตว์เลี้ยง “ลูกรัก” มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในงาน “NEXTOPIA PET IMMERSION” ท่ามกลางพื้นที่ที่ถูกเนรมิตให้เป็นโลกแห่งความสุขของทั้งคนและสัตว์เลี้ยง กิจกรรมเริ่มต้นด้วยเวิร์กช็อปสุดพิเศษในการเลือกเครื่องประดับจาก Chow Tai Fook Pet Collection ถ่ายทอดสายสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยง บันทึกช่วงเวลาแห่งความสุข ความสนุกสนาน และความรู้สึกที่สัตว์เลี้ยงคือสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว ออกแบบเป็นชิ้นงานคู่สำหรับเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ผลิตจากทองคำบริสุทธิ์ 999 ด้วยเทคนิคงานฝีมือประณีตและผิวสัมผัสคุณภาพสูง ผสานคุณค่าทางอารมณ์เข้ากับความพิถีพิถัน เพื่อเป็นของที่ระลึกอันทรงความหมายในทุกช่วงเวลาแห่งความรัก

    จากนั้นบรรยากาศภายในงานก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกับกิจกรรมจัดเซ็ตถ่ายภาพ ที่เปิดโอกาสให้คุณพ่อคุณแม่และสัตว์เลี้ยงได้เก็บภาพความทรงจำร่วมกันในมุมสุดน่ารัก แต่ละเฟรมถ่ายทอดสายใยความผูกพันได้อย่างเป็นธรรมชาติ กลายเป็นโมเมนต์ประทับใจที่สร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนที่ได้เห็น และตอกย้ำความหมายของคำว่า “ครอบครัว” ในรูปแบบที่อบอุ่น ร่วมสมัย ได้อย่างน่าประทับใจ

    ก่อนเข้าสู่ไฮไลต์สำคัญของงานกับช่วงทอล์กสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยได้รับเกียรติจาก คุณอารีรัตน์ กฤษณะสมิต ผู้เชี่ยวชาญด้าน Animal Communication หรือศาสตร์การสื่อสารกับสัตว์ มาร่วมแบ่งปันมุมมองและเทคนิคการทำความเข้าใจความรู้สึกของสัตว์เลี้ยงอย่างลึกซึ้ง สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ร่วมงานได้เรียนรู้การสื่อสารจากหัวใจถึงหัวใจ เพื่อสานต่อความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างพ่อแม่และลูกรักสี่ขาให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น

    ไม่เพียงเท่านี้ สยามพารากอน ยังคงมุ่งมั่นยกระดับการมอบประสบการณ์เหนือระดับ พร้อมสร้างความประทับใจในทุกช่วงเวลาให้กับลูกค้าคนสำคัญ เพื่อตอกย้ำบทบาทการเป็นจุดหมายปลายทางแห่งไลฟ์สไตล์ลักชัวรีที่เข้าใจและตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างแท้จริง ตลอดปี 2569 นี้ สยามพารากอนเตรียมเดินหน้ารังสรรค์กิจกรรมและแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายและตอบแทนลูกค้าคนพิเศษในทุกมิติ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Siam Paragon

  • Lifestyle - News

    สยามพารากอน ผนึกกำลัง Chow Tai Fook นำกระแส LUXURY PETจัดงาน “NEXTOPIA PET IMMERSION”ชวนลูกค้าคนสำคัญพร้อมสัตว์เลี้ยงตัวโปรดสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ

    ท่ามกลางกระแส “Pet Parent” ที่เติบโตต่อเนื่องและสะท้อนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตยุคใหม่ สยามพารากอน จุดหมายปลายทางระดับโลกที่ครองใจทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผนึกกำลังกับ Chow Tai Fook แบรนด์เครื่องประดับชั้นนำจากฮ่องกง ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการสร้างประสบการณ์เหนือระดับ จัดงาน “NEXTOPIA PET IMMERSION” ชวนลูกค้าคนสำคัญใช้ช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกับสัตว์เลี้ยงแสนรักที่เปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัว ภายใต้บรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

    ภายในงานอบอวลไปด้วยบรรยากาศแสนอบอุ่น เมื่อลูกค้าคนสำคัญต่างพาเหล่าสัตว์เลี้ยง “ลูกรัก” มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในงาน “NEXTOPIA PET IMMERSION” ท่ามกลางพื้นที่ที่ถูกเนรมิตให้เป็นโลกแห่งความสุขของทั้งคนและสัตว์เลี้ยง กิจกรรมเริ่มต้นด้วยเวิร์กช็อปสุดพิเศษในการเลือกเครื่องประดับจาก Chow Tai Fook Pet Collection ถ่ายทอดสายสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยง บันทึกช่วงเวลาแห่งความสุข ความสนุกสนาน และความรู้สึกที่สัตว์เลี้ยงคือสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว ออกแบบเป็นชิ้นงานคู่สำหรับเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ผลิตจากทองคำบริสุทธิ์ 999 ด้วยเทคนิคงานฝีมือประณีตและผิวสัมผัสคุณภาพสูง ผสานคุณค่าทางอารมณ์เข้ากับความพิถีพิถัน เพื่อเป็นของที่ระลึกอันทรงความหมายในทุกช่วงเวลาแห่งความรัก

    จากนั้นบรรยากาศภายในงานก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกับกิจกรรมจัดเซ็ตถ่ายภาพ ที่เปิดโอกาสให้คุณพ่อคุณแม่และสัตว์เลี้ยงได้เก็บภาพความทรงจำร่วมกันในมุมสุดน่ารัก แต่ละเฟรมถ่ายทอดสายใยความผูกพันได้อย่างเป็นธรรมชาติ กลายเป็นโมเมนต์ประทับใจที่สร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนที่ได้เห็น และตอกย้ำความหมายของคำว่า “ครอบครัว” ในรูปแบบที่อบอุ่น ร่วมสมัย ได้อย่างน่าประทับใจ

    ก่อนเข้าสู่ไฮไลต์สำคัญของงานกับช่วงทอล์กสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยได้รับเกียรติจาก คุณอารีรัตน์ กฤษณะสมิต ผู้เชี่ยวชาญด้าน Animal Communication หรือศาสตร์การสื่อสารกับสัตว์ มาร่วมแบ่งปันมุมมองและเทคนิคการทำความเข้าใจความรู้สึกของสัตว์เลี้ยงอย่างลึกซึ้ง สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ร่วมงานได้เรียนรู้การสื่อสารจากหัวใจถึงหัวใจ เพื่อสานต่อความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างพ่อแม่และลูกรักสี่ขาให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น

    ไม่เพียงเท่านี้ สยามพารากอน ยังคงมุ่งมั่นยกระดับการมอบประสบการณ์เหนือระดับ พร้อมสร้างความประทับใจในทุกช่วงเวลาให้กับลูกค้าคนสำคัญ เพื่อตอกย้ำบทบาทการเป็นจุดหมายปลายทางแห่งไลฟ์สไตล์ลักชัวรีที่เข้าใจและตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างแท้จริง ตลอดปี 2569 นี้ สยามพารากอนเตรียมเดินหน้ารังสรรค์กิจกรรมและแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายและตอบแทนลูกค้าคนพิเศษในทุกมิติ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Siam Paragon

  • Lifestyle - Sports

    GENTLE MONSTER เผยโฉม “2026 Circuit Collection” นิยามใหม่แห่งความโฉบเฉี่ยวที่หลอมรวมจิตวิญญาณ F1 และเสน่ห์ระดับตำนานจาก Disney เข้าด้วยกัน

    GENTLE MONSTER แบรนด์แว่นตาและไลฟ์สไตล์ระดับโลกจากเกาหลีใต้ เผยโฉมคอลเลกชันใหม่ล่าสุด “2026 Circuit Collection” ที่ผสานพลังของแฟชั่น ความเร็ว และจินตนาการ เข้าด้วยกัน ผ่านแว่นตาดีไซน์ล้ำที่นำโครงสร้างของรถแข่ง F1 รวมเข้ากับแรงบันดาลใจจาก Disney’s Mickey and Friends และวิสัยทัศน์ด้านการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยเปิดตัวพร้อมป๊อปอัพสุดตื่นตา พา Disney’s Mickey Mouse ไซส์ยักษ์มาเคียงข้างพลังอันเร้าใจของรถ F1 สร้างบรรยากาศสุดเร้าใจ ราวกับยกสนามแข่งมาไว้ใจกลางเมือง

    GENTLE MONSTER 2026 Circuit Collection เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของ 3 แบรนด์ระดับไอคอน ที่จับมือกันสร้างจักรวาลใหม่อันเหนือความคาดหมาย ถ่ายทอดพลังสุดเร้าใจของการแข่งขัน F1 ผ่านการตีความโครงสร้างของรถแข่งด้วยมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ของ GENTLE MONSTER นำเสนอเป็นแว่นตา 8 ดีไซน์ในสไตล์สปอร์ต ที่หยิบแรงบันดาลใจจากโครงสร้างเชิงวิศวกรรมของรถแข่งมาสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นปีกหน้า (Front Wing) และช่องรับอากาศ (Air Ducts) ที่ถูกนำมาออกแบบเป็นเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวให้สัมผัสแห่งความเร็วบนกรอบแว่น รวมถึงโครงสร้างแบบโอบกระชับ (Wrap-Around) ที่สามารถแมตช์ได้ทั้งกับลุคแอ็กทีฟและแฟชั่นล้ำสมัย นับเป็นการเชื่อมโลกกีฬาและแฟชั่นเข้าด้วยกันได้อย่างน่าสนใจ นอกจากนี้ยังมาพร้อม 3 ดีไซน์พิเศษ ที่นำจิตวิญญาณของตัวละครระดับไอคอนจาก Disney’s Mickey and Friends มารวมเข้ากับความตื่นเต้นของเครื่องยนต์ F1 ที่กำลังทะยานบนสนามแข่ง โดยทุกดีไซน์รังสรรค์ขึ้นจากวัสดุคุณสมบัติพิเศษ ทั้งแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ไม่ต่างจากการคัดสรรวัสดุเพื่อสร้างตัวถังรถแข่งชั้นเลิศ

    และเพื่อเฉลิมฉลองให้กับการเปิดตัว 2026 Circuit Collection ซึ่งนับเป็นความร่วมมือระดับปรากฏการณ์ของ 3 แบรนด์ระดับไอคอน GENTLE MONSTER ได้เนรมิตป๊อปอัพสโตร์สุดตระการตาขึ้น ณ กรุงโซลและเซี่ยงไฮ้ โดยยกเอาประติมากรรม Mickey Mouse ไซส์ยักษ์ มาเคียงข้างรถแข่ง F1 ดีไซน์ล้ำ พร้อมเติมเต็มประสบการณ์พิเศษด้วย Photo Booth ในธีม Disney’s Mickey Mouse สร้างมิติใหม่ที่โลกของความเร็วสุดเร้าใจมาบรรจบกับความสดใสของโลกแห่งจินตนาการได้อย่างลงตัว เพื่อสะท้อนแนวทางการออกแบบที่กล้าทดลอง กล้าแตกต่าง และก้าวข้ามทุกกรอบเดิม ของคอลเลกชันนี้


    เชิญสัมผัสเสน่ห์ความเร็วระดับสนามแข่งของ F1 ที่หลอมรวมเข้ากับจินตนาการอันไร้ขอบเขตของ Disney และโลกแฟชั่นอันไร้กฏเกณฑ์และขีดจำกัดของ GENTLE MONSTER ได้ใน 2026 Circuit Collection วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป ที่ GENTLE MONSTER STORE ดิ เอ็มควอเทียร์, GENTLE MONSTER STORE สยามพารากอน และ GENTLE MONSTER STORE, HAUS NOWHERE BANGKOK ไอคอนสยาม
     

    GENTLEMONSTER #GENTLEMONSTER_2026CircuitCollection #GENTLEMONSTER2026

  • Energy - Lifestyle - News - Sustainable

    “สยามพิวรรธน์” พลิกเกมวงการ สร้างต้นแบบแรกของโลก “Co-Creation Retail for Sustainable Lifestyle” คว้า 2 Global Certificates คือ EDGE และ FITWEL ครั้งแรกให้ประเทศไทย

    สยามพิวรรธน์นำ “NEXTOPIA” ณ สยามพารากอน พลิกโฉมวงการรีเทล สร้างต้นแบบแรกของโลก “Co-Creation Retail for Sustainable Lifestyle”  คว้า 2 มาตรฐานสากล EDGE (Excellence in Design for Greater Efficiencies) ระดับ Advanced และ Fitwel ระดับสูง 2 ดาว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่ได้รับรองทั้งอาคารเขียวและการออกแบบเพื่อสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คน นอกจากนี้ NEXTOPIA เป็นพื้นที่ต้นแบบแรกที่ใช้พลังงานสะอาด 100% ตั้งแต่ปี 2026 และจะขยายครอบคลุมศูนย์การค้าทั้งหมดภายในปี 2030 พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี 2050

    มาตรฐานดังกล่าว ตอกย้ำบทบาทของสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาโกลบอลเดสติเนชั่น และเป็น Game Changer ที่บุกเบิกสร้างต้นแบบ และสร้างแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่เชื่อมโยงธุรกิจ ผู้คน ชุมชน และโลกเข้าไว้ด้วยกัน

    NEXTOPIA เกิดขึ้นจากการผนึกกำลังและศักยภาพของกลุ่มสยามพิวรรธน์ และพันธมิตรชั้นนำในอีโค่ซิสเต็มระดับโลก 50 องค์กรนวัตกรรม พันธมิตร คู่ค้า และ 30 คอมมูนิตี้ของ Friends of NEXTOPIA ที่ได้สร้างสรรค์ภายใต้ Revolutionary Concept ให้เป็นแพลตฟอร์มเพื่อ Co-creating Communities for a Better World นำเสนอไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตสู่วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า จึงได้นำหลักการด้านสุขภาวะมาบูรณาการในทุกขั้นตอน โดยเริ่มตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและการก่อสร้างที่ใส่ใจทุกรายละเอียด โดยมีการรวบรวมนวัตกรรมล่าสุดที่เป็นมิตรต่อคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารอย่างครอบคลุม

    NEXTOPIA ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้มาตรฐาน EDGE ใน 3 ด้านหลัก 
    1 พลังงาน (Energy Efficiency) ออกแบบให้รองรับแสงธรรมชาติและหมุนเวียนอากาศได้ดี ใช้วัสดุ ETFE แทนกระจก และเทคโนโลยีที่ช่วยลดความร้อน ติดตั้งโซลาร์รูฟขนาดใหญ่เพื่อผลิตพลังงานสะอาด ทำให้ช่วยลดการใช้พลังงานในการดำเนินงานได้ 47%

    2 น้ำ (Water Efficiency) เน้นการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและลดการสูญเสีย โดยเลือกใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ใช้น้ำชนิดประหยัด ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเพิ่มฟองอากาศ  สามารถลดการใช้น้ำได้ 34%
    3 วัสดุ (Materials Efficiency) เลือกใช้สีพิเศษปลอดสารปรอทและตะกั่ว ปล่อยสารระเหยต่ำมาก (Ultra Low VOCs) รวมทั้งการใช้วัสดุรียูส รีไซเคิล และวัสดุธรรมชาติที่มีโครงสร้างที่ทนทาน ทำให้ลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิตวัสดุก่อสร้างและตกแต่งได้ 59%  

    NEXTOPIA ยกระดับผู้คนและสุขภาวะ ภายใต้มาตรฐาน Fitwel 
    1 ด้านสุขภาวะ (Well-being) : ส่งเสริมสุขภาพผ่านสภาพแวดล้อมภายในอาคาร 
    • ติดตั้งระบบปรับอากาศขั้นสูง Displacement Air System (DAS) ผสาน Dedicated Outdoor Air System (DOAS) แยกและกำจัดอากาศเก่า สารปนเปื้อน และเชื้อโรคอย่างต่อเนื่อง 
    • มี Floor Radiant Cooling (ระบบความเย็นแบบแผ่รังสีจากพื้น) ให้อุณหภูมิเย็นสม่ำเสมอโดยไม่ใช้การเป่าอากาศผ่านท่อลม (Forced Air) ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ และเชื้อโรค เพื่ออากาศสะอาด  
    • วัสดุทั้งหมดเป็นแบบ Ultra Low VOCs ซึ่งปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายในระดับต่ำมาก เพื่อรักษาคุณภาพอากาศ พร้อมด้วยมาตรการทำความสะอาดตาม Fitwel Cleaning Policy 
    • การสื่อสารคุณภาพอากาศและเทรนด์โลกแบบเรียลไทม์ ผ่าน “The Globe” ลูกโลกจำลองจอ LED ขนาดใหญ่ พร้อมกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกคน

    2 สนับสนุนการเคลื่อนไหวทางกายและความปลอดภัย (Increases Physical Activity)

    • ออกแบบพื้นที่โดยใช้แนวคิด Biophilic พร้อมผสานหลัก Active Design เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น The Spiral บันไดโถงที่เชื่อมต่อพื้นที่ชั้น 4, 5 และ 5A ทำให้คนเลือกเดินขึ้นลงมากกว่าการใช้ลิฟท์ อีกทั้ง The Forest Canopy และ The Ocean Canopy ที่ใช้วัสดุรีไซเคิล รวมถึงขยะจากท้องทะเล มาสร้างสรรค์เป็นงานศิลป์ที่สวยงาม เพื่อเชื่อมโยงมนุษย์กับธรรมชาติ และดึงดูดให้คนใช้เป็นเส้นทางเดินขึ้นชั้น 5A เช่นกัน
    • The Kinetic Floor และ The Energy Playground แค่ทุกคนขยับก็ร่วมกันผลิตไฟฟ้า ส่งเสริมให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องสนุก โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่นที่สนใจเทคโนโลยีและชอบนวัตกรรมที่สัมผัสได้ 
    • มีพื้นที่ออกกำลังกายและมุมพักผ่อน, กิจกรรมร่วมกับร้านค้าเพื่อสนับสนุนบริการและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น, การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต และการฉีดวัคซีน
      3 อาหารสุขภาพและน้ำดื่ม (Food & Water) : ส่งเสริมการเข้าถึงโภชนาการและน้ำดื่มที่ดีต่อสุขภาพ
      • สนับสนุนการเลือกทานอาหารที่ดีด้วยเมนูสุขภาพจากทุกร้านค้า พร้อมจุดเติมน้ำดื่ม (Refill Stations) ที่ให้บริการน้ำดื่มคุณภาพสูง 
      • มีตลาดเกษตรกร (Farmers Market) โชว์เคสผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และเวิร์กช็อปอัพไซคลิง (Upcycling) เพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งสุขภาพและความยั่งยืน 
      4 สนับสนุนความเท่าเทียมในสังคมสำหรับกลุ่มเปราะบาง (Supports Social Equity for Vulnerable Populations)     
      • มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ออกแบบเพื่อรองรับทุกคน เช่น ห้องน้ำที่ได้มาตรฐาน ADA (American with Disabilities Act) สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงห้องให้นมบุตรสำหรับคุณแม่ 
      • ให้การสนับสนุนพื้นที่สำหรับกลุ่มคนด้อยโอกาส เช่น Dots Coffee ที่เป็นร้านกาแฟแรกของโลกที่พนักงานบาริสต้าทุกคนเป็นคนตาบอด และ Autistic Art ที่เป็นแกลลอรี่งานศิลปะจากเด็กออทิสติก
      การสร้าง NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคตนี้ สะท้อนถึงแนวคิด วิถีสยามพิวรรธน์ (Siam Piwat Way) พันธกิจที่หล่อหลอมเข้าสู่ทุกกระบวนการทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ ด้วยการเป็น ‘แพลตฟอร์มแห่งโอกาส’ พื้นที่ที่สร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน