Lifestyle

  • Lifestyle

    สยามพารากอน จัดใหญ่ “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” รวมสุดยอดแบรนด์นาฬิกาโลก ยกระดับกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางวัฒนธรรมเรือนเวลาแห่งเอเชีย

    สยามพารากอน จุดหมายปลายทางระดับโลก และ Global Luxury Destination ที่หนึ่งในใจคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลก เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์แห่งเรือนเวลาระดับโลก ด้วยการจัดงาน “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เวทีสำคัญสำหรับแวดวงนาฬิกาชั้นสูง ที่รวบรวมเมซงชั้นนำ ผู้สร้างสรรค์เรือนเวลาอิสระ และนักสะสมนาฬิกาจากทั่วโลก เพื่อร่วมกันสืบสานงานฝีมืออันประณีต เผยโฉมนวัตกรรมล่าสุด ยกระดับการมีส่วนร่วมของคอมมิวนิตี้นาฬิกา และร่วมเฉลิมฉลองวัฒนธรรมโลกแห่งเรือนเวลา ระหว่างวันที่ 22-27 กันยายน 2569 โดยปีนี้ได้รับการตอบรับจากพันธมิตรแบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลกกว่า 45 แบรนด์ เพิ่มขึ้นจากปี 2025 สูงถึงกว่า 50% สร้างปรากฏการณ์แห่งเรือนเวลาให้ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยในทุกมิติ ทั้งการแลกเปลี่ยนแนวความคิดว่าด้วยวัฒนธรรมการสร้างสรรค์นาฬิกา พร้อมสัมผัสนิทรรศการ รวมถึงโชว์เคสสุดพิเศษ และยังได้รับเกียรติจาก Fondation de la Haute Horlogerie (FHH) องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านศาสตร์แห่งเรือนเวลา ร่วมจัด The Symposium สุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยคาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักสะสมจากทั่วโลกกว่า 400 คน และดึงดูดผู้ร่วมงานกว่า 40,000 คน ตอกย้ำบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางวัฒนธรรมนาฬิกาแห่งใหม่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    หลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการนาฬิกาลักชัวรีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการตอบรับอย่างล้นหลามจากแบรนด์ระดับโลก นักสะสม และผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งเรือนเวลา ในการจัด Siam Paragon Bangkok Watch Week 2025 ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา โดยสามารถสร้างการเติบโตของยอดขายนาฬิกาลักชัวรีในช่วงจัดงานสูงถึง 92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 20,000 คน นักสะสมนาฬิกานานาชาติกว่า 200 คน และสร้างการรับรู้กว่า 300 ล้านครั้ง จนสามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะตลาดลักชัวรีที่มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ปีนี้สยามพารากอนพร้อมเดินหน้าสานต่อความสำเร็จ ด้วยการประกาศจัดงาน “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” อย่างยิ่งใหญ่ ยกระดับในทุกมิติ ทั้งในด้านขนาดของงาน จำนวนแบรนด์ที่เข้าร่วม และความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยมีแบรนด์นาฬิการะดับโลกตอบรับเข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นจาก 30 แบรนด์ในปีแรก เป็นกว่า 45 แบรนด์ ครอบคลุมทั้งเมซงชั้นนำระดับโลก ผู้ผลิตนาฬิกาอิสระ และแบรนด์ชั้นนำ
    ในแวดวง Haute Horlogerie พร้อมคาดการณ์ว่าตลอดระยะเวลาการจัดงาน ระหว่างวันที่ 22-27 กันยายน 2569 จะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 40,000 คน และมีนักสะสมนาฬิกาจากทั่วโลกเดินทางมาร่วมงานมากกว่า 400 คน ภายใต้เป้าหมายสำคัญในการยกระดับกรุงเทพมหานครสู่ศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมนาฬิกาแห่งเอเชียและหนึ่งในหมุดหมายสำคัญบนปฏิทินงานนาฬิการะดับโลก

    คุณธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน กล่าวถึงความพร้อมในการจัดงานครั้งนี้ว่า “ความสำเร็จของ Siam Paragon Bangkok Watch Week ในปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความไว้วางใจจากแบรนด์นาฬิกาชั้นนำที่มีต่อกลุ่มสยามพิวรรธน์ และศักยภาพของประเทศไทยและกรุงเทพมหานครในฐานะจุดหมายปลายทางสำคัญของอุตสาหกรรมเรือนเวลาลักชัวรีระดับโลก  โดยในปีนี้ได้รับการตอบรับที่เพิ่มขึ้นจากแบรนด์ระดับโลก นักสะสม และพันธมิตรจากนานาประเทศ ซึ่งหนึ่งในก้าวสำคัญที่สะท้อนสถานะของงาน Siam Paragon Bangkok Watch Week บนเวทีโลก คือการได้รับเกียรติจาก Fondation de la Haute Horlogerie (FHH) องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านศาสตร์แห่งการทำนาฬิกา ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมนาฬิกาในระดับนานาชาติ เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานซึ่งช่วยยกระดับ Siam Paragon Bangkok Watch Week ให้ก้าวสู่มาตรฐานเดียวกับงานนาฬิกาชั้นนำของโลก นอกจากนี้เรายังได้รับการสนับสนุนจากธนาคารยูโอบี ประเทศไทย โดยเราคาดหวังว่า Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 จะเป็นแพลตฟอร์มระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงแบรนด์ ผู้สร้างสรรค์ นักสะสม และผู้หลงใหลในวัฒนธรรมแห่งเรือนเวลาจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน พร้อมสร้างคุณค่าให้กับอุตสาหกรรมลักชัวรี การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของประเทศ ตอกย้ำบทบาทของกรุงเทพมหานครในฐานะ Global Watch Destination แห่งภูมิภาค”

    ด้าน มร.ปาสคาล ราเวซูด์ (Mr.Pascal Ravessoud) รองประธาน Fondation de la Haute Horlogerie (FHH) กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Bangkok Watch Week เพื่อนำองค์ความรู้ด้านด้านศาสตร์แห่งเรือนเวลา มาสู่ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียเป็นครั้งแรก ซึ่งนอกเหนือจากการรับรองมาตรฐานแล้ว ความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการทำให้วัฒนธรรมศาสตร์แห่งเรือนเวลาเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น มีความน่าสนใจ และมีความหมายสำหรับกลุ่มผู้คนรุ่นใหม่ทั่วทั้งเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก ซึ่งนับเป็นการร่วมกันสร้างโอกาสให้ผู้ที่หลงใหลในเรือนเวลา นักสะสม และผู้ประกอบวิชาชีพในวงการนาฬิกา ได้ต่อยอดความเข้าใจในศาสตร์แห่งเรือนเวลาชั้นสูง และก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ระดับโลกที่เชื่อมโยงกันด้วยความหลงใหลในศิลปะและศาสตร์แห่งเรือนเวลา”

    Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ด้วยการผนึกกำลังร่วมกับแบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับตำนานและเวิลด์คลาส มากกว่า 45 แบรนด์ อาทิ A. LANGE & SÖHNE , BIANCHET, BOUCHERON, BOVET, BREITLING, BVLGARI, CARTIER, CHOPARD, FRANCK MULLER, GRAND SEIKO, H. MOSER & CIE., HUBLOT, IWC SCHAFFHAUSEN, JAEGER-LECOULTRE,  LAURENT FERRIER, LOUIS ERARD,  PANERAI, PIAGET, TAG HEUER, TIFFANY & CO., ULYSSE NARDIN, VACHERON CONSTANTIN, VAN CLEEF & ARPELS, ZENITH  รวมถึงแบรนด์ใหม่ที่เข้าร่วมในปีนี้ได้แก่ BLANCPAIN, BREGUET, BREMONT, CVSTOS, DAVID CANDAUX, GERALD CHARLES, GREUBEL FORSEY, JACOB & CO., L.LEROY, MB&F, NORQAIN, ORIS, PARMIGIANI FLEURIER, RESSENCE, ROGER DUBUIS, SPEAKE-MARIN, TUDOR และ UNIVERSAL GENEVE พร้อมยกระดับประสบการณ์ด้านนาฬิกาลักชัวรีในทุกมิติ ทั้งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับองค์กรด้านนาฬิกาชั้นนำระดับโลกและเครือข่ายนักสะสมนาฬิกานานาชาติ รวมถึงการขยายพื้นที่และจำนวนเซสชันของ “The Symposium” ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในปีที่ผ่านมา 

    โดยในปีนี้ “The Symposium” เวทีบอกเล่าเรื่องราว (storytelling) และแลกเปลี่ยนแนวความคิดว่าด้วยวัฒนธรรมการสร้างสรรค์นาฬิกา ที่ถ่ายทอดโดยผู้ก่อตั้งแบรนด์ ผู้บริหารระดับสูง นักสร้างสรรค์นาฬิกาจากแบรนด์ชั้นนำระดับเวิลด์คลาส ตลอดจนผู้คร่ำหวอดในแวดวงนาฬิการะดับโลกที่บินตรงมาร่วมงาน จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าที่เคย ด้วยการเพิ่มจำนวนเซสชันและขยายพื้นที่รองรับผู้เข้าร่วมได้มากขึ้น ภายใต้ความร่วมมือกับ Fondation de la Haute Horlogerie (FHH)  ผู้บริหารแบรนด์ชั้นนำระดับโลก และนักสะสมผู้ทรงอิทธิพลจากนานาประเทศ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังงานฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ และมรดกทางวัฒนธรรมของศาสตร์แห่งการทำนาฬิกาอย่างรอบด้านและลึกซึ้งมากขึ้น

    นอกจากนี้ภายในงานยังมี “The Exhibition” พื้นที่นิทรรศการที่รวบรวมนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อน, นาฬิการุ่นลิมิเต็ด, รุ่นมาสเตอร์พีซ, เรือนเวลาที่โดดเด่นด้านความซับซ้อนของกลไกสร้างสรรค์, ชิ้นงานหายาก และคอลเลกชันส่วนตัวของนักสะสมระดับโลกที่หายากและประเมินค่าไม่ได้ประหนึ่งชิ้นงานระดับพิพิธภัณฑ์จากแบรนด์ระดับไอคอนนิกมาให้ชม รวมถึง “The Experience” สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ระดับโลกอาทิเช่น Watchmaking Class โดยช่างนาฬิกาชาวสวิสที่รังสรรค์ขึ้นเฉพาะสำหรับ Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 เท่านั้น โดยหนึ่งในความพิเศษคือการเปิดตัว “Academy Lounge” โดย Fondation de la Haute Horlogerie Academy (FHH Academy) อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจในศาสตร์แห่งเรือนเวลา ทั้งนักสะสม ผู้บริหารแบรนด์ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ได้เข้ารับคำแนะนำและข้อมูลการเตรียมความพร้อมจากผู้เชี่ยวชาญของ Fondation de la Haute Horlogerie (FHH) องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านศาสตร์แห่งการทำนาฬิกา ซึ่งมีพันธกิจในการส่งเสริมองค์ความรู้ อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และยกระดับมาตรฐานความเข้าใจด้าน Haute Horlogerie ในระดับสากล เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับศาสตร์แห่งเรือนเวลาอย่างเป็นระบบ พร้อมเข้ารับการทดสอบเพื่อรับ FHH Certification การรับรองมาตรฐานระดับสากลซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลก

    เตรียมพบกับ “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” งานเฉลิมฉลองวัฒนธรรมนาฬิกาครั้งสำคัญของโลก ที่จะรวบรวมสุดยอดแบรนด์นาฬิกา นักสร้างสรรค์ ผู้เชี่ยวชาญ และนักสะสมจากทั่วโลกมาไว้ในงานเดียว พร้อมขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่การเป็นศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมนาฬิกาและเมืองหลวงแห่งเรือนเวลาของเอเชีย ระหว่างวันที่ 22-27 กันยายน 2569 ณ สยามพารากอน ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียด ความเคลื่อนไหว และลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ www.bangkokwatchweek.com และ Facebook : SIAMPARAGON

    #BangkokWatchWeek2026 #SIAMPIWAT #SiamParagon #SiamParagonBangkokWatchWeek2026 #LuxuryWatchDestination

  • Event - Lifestyle

    “ไอคอนสยาม” จับมือ “Nx Gallery” จัดมหกรรมงานการ์ดสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ICONSIAM ‘World of Card’ ขนทัพ Rare Collectibles จัดเต็มตลอด 4 วัน เข้าร่วมงานฟรี! วันที่ 19-22 มิถุนายน 2569 ณ วัฒนา ฮอลล์ ชั้น 3

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์เหนือระดับ จับมือ Nx Gallery ผู้นำด้านการจัดงาน Card Show และ TCG Event เต็มรูปแบบในประเทศไทย จัดงาน ICONSIAM ‘WORLD OF CARD’ Step Into The Ultimate Card Universe มหกรรมงานการ์ดสุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกที่ไอคอนสยาม ที่สุดของงานรวมการ์ดและของสะสมระดับพรีเมียมแห่งปี ตั้งแต่วันที่ 19-22 มิถุนายน 2569 ณ วัฒนา ฮอลล์ ชั้น 3 ไอคอนสยาม 

    ภายในงานพบกับไฮไลท์โชว์การ์ดที่มีมูลค่ามากที่สุดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น Champion One Piece, Champion Dragon Ball, Magic the Gathering – Black Lotus, Pikachu with Grey Felt Hat (Pokémon), Yu-Gi-Oh! – Blue Eye White Dragon และหลากหลายเซ็ตการ์ดในตำนานอีกมากกว่า 50 ใบ รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 100 ล้านบาท พร้อมจัดเต็มโซนร้านค้าและดีลเลอร์ชื่อดัง อาทิ จ๋ายรับจบ, Suntorylive, ปวดหลัง Gaming, Randaworld.Tcg  และร้านค้าชั้นนำกว่า 50 บูธที่ขนการ์ดระดับพรีเมียม การ์ดแรร์ และไอเทมของสะสมหายากมาให้เลือกชมแบบจัดเต็ม

    อีกหนึ่งไฮไลท์พิเศษร่วมกระทบไหล่ คุณวศิน ทายะบวร (Wasinha) คนไทยคนแรกผู้สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์โลกงาน One Piece World Championship 2025-26 รวมทั้งพบกับเหล่าแขกรับเชิญไม่ว่าจะเป็น Card Expert คอสเพลเยอร์ และอินฟลูเอนเซอร์สายการ์ดชื่อดัง ที่จะมาสร้างสีสันและร่วมกิจกรรมสุดสนุกกับแฟนๆ ตลอดทั้ง 4 วัน พร้อมเปิดพื้นที่ Trading & Match ให้เหล่านักเล่นการ์ดทุกรุ่น ทุกสัญชาติ ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนและร่วมประลองฝีมือกันอย่างเต็มที่ 

    นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ของงานการ์ดที่ไม่เหมือนครั้งไหน Stamp Rally Mission ภารกิจสะสมแสตมป์ลุ้นรับของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท และ Lucky Draw แจกรางวัลอัดแน่นทุกวัน พร้อมด้วยกิจกรรมสำหรับคนรักการ์ดและนักสะสมอีกมากมายตลอดงาน พิเศษยิ่งขึ้น สำหรับสมาชิก ONESIAM ที่เข้าร่วมงาน รับ E-CASH COUPON มูลค่า 200.- สำหรับการใช้จ่ายขั้นต่ำ 600 บาทต่อใบเสร็จ (จำกัด 1 สิทธิ์/สมาชิก รวม 2,000 สิทธิ์ ตลอดรายการ, E-CASH COUPON สามารถใช้ได้ถึงวันที่ 28 มิถุนายน 2569)

    ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกแห่งการ์ดและของสะสมระดับพรีเมียมแบบครบจบในที่เดียว  ในงาน ICONSIAM ‘World of Card’ ตั้งแต่วันที่ 19-22 มิถุนายน 2569 ณ วัฒนา ฮอลล์ ชั้น 3 ไอคอนสยาม ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยแสกน QR Code   เพื่อลงทะเบียนเข้างานล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ www.iconsiam.com และ Facebook : ICONSIAM                                                                                #ICONSIAMWorldOfCard #ICONSIAM #NXEVENT #TCGThailand #ตลาดการ์ด #TradingCardGame

  • Food - Lifestyle

    เกษรวิลเลจ เปิดเวที Gastronomy ระดับโลก ชูวัตถุดิบไทยสู่สายตานานาชาติ ในงาน DINNER INCREDIBLE THAILAND 2026: THE BLACK BOX EDITION

    กรุงเทพมหานคร สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้วงการอาหารไทยได้รับการกล่าวถึงบนเวทีโลกอีกครั้ง กับการเป็น Venue Host ของงาน DINNER INCREDIBLE THAILAND 2026: THE BLACK BOX EDITION ที่รวบรวม 12 เชฟระดับแนวหน้าจากทั่วโลก ผู้ครอบครองดาวมิชลินรวมกว่า 21 ดาว พร้อมการรวมตัวครั้งประวัติศาสตร์ของ 5 เชฟระดับ 3 Michelin Stars เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
    ค่ำคืนแห่ง Gastronomy ระดับโลกครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของประเทศไทยผ่านมุมมองของศาสตร์แห่งอาหารร่วมสมัย โดยนำเสนอคุณค่าของวัตถุดิบท้องถิ่น วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ ผ่านผลงานการรังสรรค์อาหารจากเชฟระดับโลก

    ภายใต้แนวคิด “THE BLACK BOX EDITION” เชฟทั้ง 12 ท่านจะได้รับภารกิจพิเศษในการค้นหาแรงบันดาลใจจากวัตถุดิบไทยที่ถูกซ่อนอยู่ภายใน “กล่องปริศนา” ก่อนนำมาตีความและสร้างสรรค์เป็นเมนูระดับโลกที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเรื่องราวอันทรงคุณค่าของประเทศไทยผ่านมุมมองที่แตกต่างและน่าจดจำ
    THE BLACK BOX ไม่ได้เป็นเพียงความท้าทายทางการปรุงอาหาร หากยังเป็นสัญลักษณ์ของเรื่องราวที่รอการค้นพบ ตั้งแต่ภูมิปัญญาท้องถิ่น ความทุ่มเทของเกษตรกรไทย แนวคิดด้านความยั่งยืน ไปจนถึงศักยภาพของวัตถุดิบไทยที่พร้อมก้าวสู่การยอมรับในระดับสากล
    งานครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะแหล่งวัตถุดิบชั้นเลิศของโลก ที่อุดมไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม และองค์ความรู้ที่สั่งสมมายาวนาน ซึ่งยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เชฟและผู้เชี่ยวชาญด้าน Gastronomy จากทั่วโลก

    12 เชฟระดับโลกที่ร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ได้แก่

    • Chef Alvin Leung (Hong Kong) – 3 Michelin Stars
    • Chef Bruno Menard (France) – 3 Michelin Stars
    • Chef Thierry Voisin (France) – 3 Michelin Stars
    • Chef Jacob Jan Boerma (The Netherlands) – 3 Michelin Stars
    • Chef Thomas Bühner (Germany) – 3 Michelin Stars
    • Chef Tim Golsteijn (The Netherlands) – 1 Michelin Star
    • Chef Deepanker Khosla (India / Thailand) – 1 Michelin Star & Michelin Green Star
    • Chef Massimiliano Sena (Italy) – Michelin-Starred Chef
    • Chef Alessandro Frau (Italy) – International Michelin Chef
    • Chef Gerard Villaret (France) – International Culinary Master
    • Chef Michael Huu Huynh (Vietnam) – Award-Winning International Chef
    • Chef Giorgio Diana (Italy) – Founder of Dinner Incredible & Global Gastronomy Ambassador

    จาก 12 เชฟระดับโลก ดาวมิชลินรวมกว่า 21 ดาว วัตถุดิบปริศนา 12 ชนิด และ 1 ภารกิจสำคัญ ประวัติศาสตร์บทใหม่ของวงการอาหารไทยกำลังจะถูกบันทึกผ่านการถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยในมิติที่ลึกซึ้ง ทรงคุณค่า และร่วมสมัย
    ในฐานะ Venue Host ของงาน Gaysorn Village ตอกย้ำบทบาทการเป็น World-Class Gastronomy Destination ใจกลางกรุงเทพมหานคร ด้วยการเปิดพื้นที่ The Crystal Box ชั้น 19 ณ Gaysorn Urban Resort ให้กลายเป็นเวทีระดับโลกสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แรงบันดาลใจทางอาหาร และบทสนทนาระหว่างวัฒนธรรม

    DINNER INCREDIBLE THAILAND 2026 สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Gaysorn Village ในการสร้างประสบการณ์ที่ก้าวข้ามขอบเขตของการรับประทานอาหาร สู่การเป็นพื้นที่แห่งการค้นพบ การเชื่อมโยงผู้คน (Mingle) และการสร้าง Community ของผู้รักอาหาร เชฟผู้รังสรรค์อาหาร และผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม ผ่านพลังของ Gastronomy พร้อมร่วมผลักดันศักยภาพของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านอาหารที่สำคัญของโลก
    ความร่วมมือดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ผู้รักอาหารได้สัมผัสรสชาติและแนวคิดการปรุงอาหารระดับโลกต่อเนื่องจากค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ เปลี่ยนประสบการณ์จากเวที Gastronomy ระดับโลกให้กลายเป็นการเดินทางด้านอาหารที่เข้าถึงได้ พร้อมตอกย้ำบทบาทของ Gaysorn Village ในฐานะจุดหมายปลายทางด้าน Gastronomy ที่รวบรวมประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับแนวหน้าของโลกไว้ใจกลางกรุงเทพมหานคร

    DINNER INCREDIBLE THAILAND 2026: THE BLACK BOX EDITION
    13–14 มิถุนายน 2569 ณ The Crystal Box ชั้น 19, Gaysorn Urban Resort, Gaysorn Village
    “UNVEIL THE BLACK BOX. REVEAL THE TRUE THAILAND.”
    เพราะวัตถุดิบอันล้ำค่าของไทยไม่ได้มอบเพียงรสชาติอันโดดเด่น หากยังบรรจุเรื่องราวของผู้คน วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และความทรงจำที่เชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกเข้าหากัน

  • Lifestyle - Marketing

    ไอคอนสยาม เปลี่ยนทุกยอดใช้จ่ายให้เป็นประสบการณ์เหนือระดับ เผยผลงาน 5 เดือนแรก ทราฟฟิก เพิ่ม 15% ก่อนส่ง “BIG BANG SALE 2026” ปลุกกำลังซื้อกลางปีด้วยสิทธิประโยชน์แบบ คุ้มเลเวลอัป

    ไอคอนสยาม ฉลองความสำเร็จตอกย้ำเป็น Global Experiential Destination ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เผย 5 เดือนแรก มียอดทราฟฟิกสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา 15% แม้เผชิญสถานการณ์ความท้าทายทางเศรษฐกิจ เดินหน้าจัดโปรแรงฉลองกลางปีกับแคมเปญใหญ่ “ICONSIAM BIG BANG SALE 2026” ภายใต้แนวคิด “คุ้มเลเวลอัป 6 ต่อ ช็อปรับเกินคุ้ม” ใช้กลยุทธ์หลัก เข้าใจอินไซต์ลูกค้า นำเสนอประสบการณ์ที่ตรงความต้องการ พร้อมเพิ่มความคุ้มค่าให้ชีวิตประจำวัน โดยจับมือพันธมิตรร้านค้าภายในศูนย์ มอบส่วนลดสูงสุดถึง 80% และOn Top แจกรางวัลรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท มั่นใจดันยอดขายกลางปีสูงขึ้นกว่า 20% รายการพิเศษนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน – 29 กรกฎาคม 2569 ติดตามรายละเอียดของรางวัลได้จาก https://www.facebook.com/share/p/1Z7qR1X3MC/

    ความสำเร็จดังกล่าวได้รับแรงหนุนสำคัญจากกลุ่มลูกค้าชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและเด็ก ซึ่งมีการใช้เวลาและใช้จ่ายภายในศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของไทยยังคงเผชิญความท้าทายหลายด้าน แต่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยี่ยมชมไอคอนสยามยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องใน 5 เดือนแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สูงขึ้นถึง 15% โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไต้หวัน สะท้อนบทบาทของไอคอนสยามในฐานะจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อภาคค้าปลีกและเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศ

    คุณสุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียง “ส่วนลด” แต่ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่ารวม” (Value for Money) ของการใช้จ่ายมากขึ้น ทั้งสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ ความสะดวก และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้จ่ายเปลี่ยนจากการซื้อเพื่อตอบสนองความต้องการ ไปสู่การตัดสินใจใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลมากขึ้น

    “การทำโปรโมชั่นในวันนี้ไม่ใช่เรื่องของ Discount เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถสร้าง Value Return ให้ลูกค้าได้จริง ทั้งในรูปแบบของรีวอร์ด สิทธิประโยชน์ และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน BIG BANG SALE 2026 จึงถูกออกแบบภายใต้แนวคิด ‘คุ้มเลเวลอัป’ เพื่อทำให้ทุกยอดใช้จ่ายคืนกลับมาเป็นคุณค่าในหลายมิติ”

    สำหรับ “ICONSIAM BIG BANG SALE 2026” สมาชิก ONESIAM จะได้รับสิทธิประโยชน์แบบ “คุ้มเลเวลอัป 6 ต่อ” ครอบคลุมทั้งส่วนลดสูงสุด 80% การรับคืน SIAM Gift Card สูงสุดกว่า 13,850 บาทต่อวัน พร้อม ONESIAM COINS 13,850 COINS เพิ่มเติม รวมถึงสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกใหม่ นักช็อปสายรีวอร์ด และข้อเสนอร่วมกับบัตรเครดิต เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการใช้จ่าย มากกว่าการเป็นแคมเปญส่งเสริมการขาย BIG BANG SALE 2026 ยังสะท้อนบทบาทของไอคอนสยามและไอซีเอสในฐานะกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจค้าปลีกและการท่องเที่ยวช่วงกลางปี ผ่านการสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคไทยและนักท่องเที่ยวออกมาจับจ่ายมากขึ้น พร้อมยกระดับประสบการณ์การช็อปปิ้งที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

    ทั้งนี้ ICONSIAM BIG BANG SALE 2026 เป็นแคมเปญโปรโมชั่นที่มอบสิทธิพิเศษให้สมาชิก ONESIAM ได้สัมผัสประสบการณ์แบบเลเวลอัปผ่านสิทธิประโยชน์ที่ทวีความคุ้มค่าขึ้นเรื่อย ๆ มอบความคุ้มให้กับสมาชิก ONESIAM ถึง 6 ต่อ ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน – 29 กรกฎาคม 2569

    ต่อที่ 1: เลือกช็อปสินค้าลดราคาพิเศษ สูงสุด 80% จากร้านค้าที่ร่วมรายการ ภายในไอคอนสยาม
    ต่อที่ 2: สมาชิก ONESIAM ช็อปเพลิน รับคืนเกินคุ้มสูงสุดกว่า 13,850 บาท/วัน และรับเพิ่ม 13,850 ONESIAM COINS เพียงรวบรวมใบเสร็จจากการซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ จากร้านค้าที่ร่วมรายการภายในไอคอนสยาม สยาม ทาคาชิมายะ ตามยอดที่กำหนด รับสิทธิ์แลกของรางวัลสำหรับนำไปใช้โดยไม่มีขั้นต่ำ ดังนี้

    • ช็อปสินค้าครบ 3,000 บาทขึ้นไป แลกรับ Lotus’s Privé Gift Card มูลค่า 100 บาท หรือ เลือกรับ 1 เมนู (จากร้านค้าที่ร่วมรายการ) และรับเพิ่ม 100 ONESIAM COINS จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน
    • ช็อปสินค้าครบ 9,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 250 บาท จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน และรับเพิ่ม 250 ONESIAM COINS จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน
    • ช็อปสินค้าครบ 45,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 1,500 บาท จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน และรับเพิ่ม 1,500 ONESIAM COINS จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน
    • ช็อปสินค้าครบ 250,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 12,000 บาท จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน และรับเพิ่ม 12,000 ONESIAM COINS จำนวน 1 สิทธิ์/สมาชิก/ขั้นการซื้อ/วัน
      ต่อที่ 3: สิทธิพิเศษสำหรับ 3 สุดยอดนักช็อปที่เป็นสมาชิก ONESIAM รับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 100,000 บาท (ไม่มีขั้นต่ำในการใช้) ลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญ และสะสมยอดใช้จ่ายภายในวันที่ใช้จ่ายที่ไอคอนสยาม, สยาม ทาคาชิมายะ สูงสุดตลอดระยะโปรโมชั่น ยอดช็อปสะสมขั้นต่ำ 3,000,000 บาทขึ้นไป เฉพาะร้านค้า Luxury ที่ร่วมรายการ แลกรับ SIAM GIFT CARD สำหรับใช้ที่ร้านค้า Luxury ที่ร่วมรายการ มูลค่า 100,000 บาท ไม่มีขั้นต่ำในการใช้
      ต่อที่ 4: สำหรับลูกค้าใหม่ที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิก ONESIAM บน ONESIAM SuperApp และรวบรวมใบเสร็จจากการซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ จากร้านค้าที่ร่วมรายการภายในไอคอนสยาม สยาม ทาคาชิมายะ ครบ 2,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD สำหรับรับประทานอาหาร มูลค่า 200 บาท จำกัด 1 สิทธิ์/สมาชิกใหม่/ตลอดรายการ และจำกัด 2,000สิทธิ์ ตลอดรายการ
      ต่อที่ 5: ICONSIAM & ICS Shop & Snap บน ONESIAM SuperApp และสะสมยอดภายในวันที่ใช้จ่าย (ได้ทุกช่องทาง) จากร้านค้าและร้านอาหารที่ร่วมรายการในไอคอนสยาม ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะและไอซีเอส สมาชิกที่สะสมยอดจำนวนใบเสร็จสูงสุด 60 ท่านแรก (ยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ) รับ ONESIAM COIN รวม 1,000,000 ONESIAM COINS
      ต่อที่ 6: แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือ แบ่งชำระ 0% นานสูงสุด 6 เดือน เมื่อซื้อบัตร SIAM Gift Card มูลค่า 10,000 บาท
      *เงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ไอคอนสยาม

    ด้าน ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ตรงข้ามไอคอนสยาม) จัดแคมเปญ “ICS BIG BANG SALE 2026” มอบสิทธิพิเศษให้สมาชิก ONESIAM แสดงใบเสร็จภายในไอซีเอส แลกรับของรางวัลมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 600 บาทต่อวัน พร้อม ONESIAM COINS 600 COINS ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน – 29 กรกฎาคม 2569
    ต่อที่ 1: เลือกช็อปสินค้าราคาพิเศษ ลดสูงสุด 80% จากร้านค้าที่ร่วมรายการภายในไอซีเอส
    ต่อที่ 2: ซื้อสินค้า บริการ และรับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่ม ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด แลกรับของรางวัลสุดคุ้มแบบไม่มีขั้นต่ำในการใช้

    • รวบรวมใบเสร็จครบ 1,000 บาทขึ้นไป แลกรับ Lotus’s Privé Gift Card มูลค่า 100 บาท สำหรับใช้ที่ Lotus’s Privé ชั้น B1 สาขาไอซีเอส และรับเพิ่ม 100 ONESIAM COINS จำกัด 1 สิทธิ์ /สมาชิก /ขั้นการซื้อ /วัน
    • รวบรวมใบเสร็จครบ 5,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 500 บาท และรับเพิ่ม 500 ONESIAM COINS จำกัด 1 สิทธิ์ / สมาชิก /ขั้นการซื้อ /วัน
    • พิเศษสำหรับสมาชิกใหม่ รับเพิ่ม Lotus’s Privé มูลค่า 100 บาท จำกัด 1 สิทธิ์ / สมาชิก / ตลอดรายการ
      จำกัด 200สิทธิ์ ตลอดรายการ
      ต่อที่ 3: สมาชิก ONESIAM ที่สะสมยอดจำนวนใบเสร็จสูงสุด 60 ท่านแรก (ยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ) รับ ONESIAM COIN รวม 1,000,000 ONESIAM COINS
      *เงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ไอซีเอส

    ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีก แคมเปญนี้ไม่เพียงมุ่งกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงกลางปี แต่ยังสะท้อนแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ที่ใช้ Loyalty Ecosystem และ Data-driven Experience เป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมตอกย้ำบทบาทของไอคอนสยามและไอซีเอสในฐานะ Global Experiential Destination ที่สามารถดึงดูดทั้งผู้บริโภคชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์ช็อปปิ้งสุดคุ้มแห่งปี กับ “ICONSIAM & ICS BIG BANG SALE 2026” ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน – 29 กรกฎาคม 2569 ณ ไอคอนสยาม และไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ พร้อมสิทธิประโยชน์แบบ “คุ้มเลเวลอัป 6 ต่อ” และรางวัลรวมมูลค่าสูงสุดที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับทุกการใช้จ่ายให้คุ้มค่ากว่าที่เคย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ Facebook: ICONSIAM และ Facebook: ICS

  • Hotel - Lifestyle

    โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ และดับเบิ้ลยู เกาะสมุย เผยไฮไลต์กิจกรรม “Stand for Love” ตลอดเดือนมิถุนายน ครอบคลุมตั้งแต่เมนูมาการิต้าซิกเนเจอร์ แฟชั่นโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ไปจนถึงเวทีสนทนาที่จุดประกายแรงบันดาลใจ

    ดับเบิ้ลยู โฮเทล ภายใต้พอร์ตโฟลิโอของ แมริออทบอนวอย ซึ่งมีแบรนด์ชั้นนำระดับโลกกว่า 30 แบรนด์ ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาล Pride Month ในประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ด้วยแคมเปญ “Stand for Love” แคมเปญเชิงประสบการณ์สุดพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงออกถึงตัวตนอย่างอิสระ พร้อมจุดประกายบทสนทนาอันทรงคุณค่าผ่านหลากหลายกิจกรรมน่าสนใจ ณ โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ และโรงแรมดับเบิ้ลยู เกาะสมุย

    นับตั้งแต่ก่อตั้ง ดับเบิ้ลยู โฮเทล ยืนหยัดในการเป็นจุดหมายปลายทางที่เปิดกว้างและพร้อมต้อนรับทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยยึดมั่นในคุณค่าของความเป็นตัวของตัวเอง ความคิดสร้างสรรค์ ความหลากหลาย และเสรีภาพในการแสดงออก การสนับสนุนชุมชน LGBTQIA+ จึงฝังรากลึกอยู่ในดีเอ็นเอ (DNA) ของแบรนด์อย่างแท้จริง ดับเบิ้ลยู โฮเทล ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแสดงออกเท่านั้น แต่เรายังร่วมเฉลิมฉลองในทุกตัวตนอย่างไม่มีเงื่อนไข และในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นเดือนแห่งเทศกาล Pride Month ทั่วโลก ดับเบิ้ลยู โฮเทล พร้อมร่วมเป็นกระบอกเสียงสำคัญผ่านกิจกรรมหลากหลายสีสันตลอดทั้งเดือน เพื่อขับเคลื่อนความเท่าเทียม และสร้างความตระหนักรู้ถึงความท้าทายต่างๆ ที่ชุมชน LGBTQIA+ ยังคงต้องเผชิญ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก

    ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ ดับเบิ้ลยู โฮเทล และแคมเปญ Pride

    • การเฉลิมฉลอง Pride: ดับเบิ้ลยู โฮเทล ต้อนรับเดือนมิถุนายนนี้ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “Stand for Love” พร้อมกันทั่วโลก เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและยืนหยัดเคียงข้างชุมชน LGBTQIA+ อย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนคุณค่าด้านความเท่าเทียม
    • วัตถุประสงค์และพันธกิจ: มุ่งส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม เพื่อสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยและสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างแท้จริง
    • สร้างสรรค์ประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์: เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้งผ่านประสบการณ์ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตื่นตาตื่นใจไปกับพื้นที่ Living Room ที่มีชีวิตชีวา และพร้อมตอบสนองทุกความต้องการด้วยบริการระดับตำนานอย่าง Whatever/Whenever®
    • การผสานเสน่ห์ท้องถิ่นและมาตรฐานระดับโลก: ทุกจุดหมายปลายทางดับเบิ้ลยู โฮเทล ได้หลอมรวมพลังอันโดดเด่นและทันสมัยของแบรนด์ เข้ากับอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างลงตัว เพื่อเปิดมุมมองใหม่และจุดประกายแรงบันดาลใจ

    เชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์และเฉลิมฉลองแคมเปญ Stand for Love กับ ดับเบิ้ลยู โฮเทล ในประเทศไทย ผ่านกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ที่จัดขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และเกาะสมุย

    Stand for Love ที่โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ

    • นิทรรศการศิลปะ ที่ดับเบิ้ลยู เลานจ์ (W Lounge) และ เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร (The House on Sathorn): วันที่ 6 – 30 มิถุนายน
    • Connectors Brunch พร้อมการแสดงพิเศษ ที่เดอะ คิทเช่น เทเบิ้ล (The Kitchen Table): วันที่ 6 มิถุนายน (12.30 – 15.30 น.)
    • แฟชั่นโชว์โดย Eric Raisina ที่เดอะ คิทเช่น เทเบิ้ล (The Kitchen Table): วันที่ 13 มิถุนายน
    • โปรแกรม Elixirs ที่ดับเบิ้ลยู เลานจ์ (W Lounge): วันที่ 20 มิถุนายน
    • กิจกรรม Stand for Love Run: วันที่ 28 มิถุนายน (6.00 – 9.00น.)

    โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ โรงแรมดีไซน์โดดเด่นที่ผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายทางประวัติศาสตร์ใจกลางเมือง ผู้เข้าพักและลูกค้าสามารถร่วมชม นิทรรศการศิลปะ (Art Installations) ตลอดช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งรังสรรค์โดย Bill Bensley นักออกแบบตกแต่งภายในชื่อดังระดับโลก และคุณนิ่ม แก้วตระการ ผู้บุกเบิกงานอัปไซคลิง (Upcycling) ที่จะมาเนรมิตพื้นที่ของโรงแรมให้เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ และไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด ในวันที่ 6 มิถุนายน เตรียมพบกับ Connectors Brunch บุฟเฟ่ต์มื้อสายสุดสัปดาห์ยอดนิยมเวอร์ชั่นพิเศษที่ห้องอาหาร เดอะ คิทเช่นเทเบิ้ล (The Kitchen Table) ที่่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยตลอด 3 ชั่วโมงเต็ม รวมไปถึงแพ็กเกจเครื่องดื่ม การแสดงแดร็กควีนระดับไอคอน และดนตรีจากดีเจ

    วันที่ 13 มิถุนายน ร่วมสัมผัสความตระการตาของ แฟชั่นโชว์ โดย Eric Raisina ดีไซเนอร์และศิลปินสิ่งทอระดับโลก ต่อเนื่องในวันที่ 20 มิถุนายน ที่ดับเบิ้ลยู เลานจ์ (W Lounge) ซึ่งจะเนรมิตค่ำคืนแห่งค็อกเทลสุดสร้างสรรค์ โดยบาร์เทนเดอร์รับเชิญจากชุมชน LGBTQIA+ มาร่วมถ่ายทอดสีสันใหม่ให้กับวงการมิกโซโลจี และในวันที่ 28 มิถุนายน ปิดท้ายด้วยกิจกรรม Stand for Love Run นำโดยคุณ Meepik อินฟลูเอนเซอร์ด้านไลฟ์สไตล์และสุขภาพ กิจกรรมที่เปี่ยมพลังซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกเพศทุกวัยได้ร่วมเคลื่อนไหวอย่างมีความหมาย พร้อมส่งเสริมมิตรภาพและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

    Stand for Love Beach ที่โรงแรมดับเบิ้ลยู เกาะสมุย

    • โปรแกรม Elixirs: วันที่ 1 – 30 มิถุนายน
    • นิทรรศการศิลปะ: วันที่ 1 – 30 มิถุนายน
    • Stand for Love Session กับ Kelio และ Ryann: วันที่ 13 มิถุนายน (17.00 – 18.00 น.)
    • ดนตรีโดยดีเจ Groove และดีเจ Gregory ที่ Sip Beach: วันที่ 13 มิถุนายน (19.00 น.)
    • Innerdance Workshop กับ Caro: วันที่ 11 มิถุยายน (16.30 – 18.00น.)

    โรงแรมดับเบิ้ลยู เกาะสมุย รีสอร์ทไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรีที่โดดเด่นด้วยพูลวิลล่าส่วนตัว สระว่ายน้ำ และวิวทะเล เชิญชวนคนที่คุณรักมาร่วมเฉลิมฉลองตลอดเดือนมิถุนายนกับโปรแกรม Elixirs ผ่านเมนูค็อกเทลสีสันสดใสและความบันเทิงที่เต็มไปด้วยพลัง นอกจากนี้ระหว่างวันที่ 1 – 30 มิถุนายน กิจกรรม Stand for Love Beach จะเปลี่ยนชายหาดสีทองของรีสอร์ทให้กลายเป็นพื้นที่ศิลปะที่มีชีวิต ถ่ายทอดผ่านผลงานศิลป์แนวออร์แกนิกและประติมากรรมดอกไม้

    บรรยากาศเฉลิมฉลองของเทศกาล Pride Month จะยิ่งเพิ่มความเอ็กซ์คลูซีฟและเข้มข้นขึ้นในค่ำคืนวันที่ 13 มิถุนายน มาร่วมเปิดฉากด้วยบทสนทนาที่มีความหมาย ก่อนไปสนุกกันต่อกับปาร์ตี้สุดเจิดจรัส เริ่มต้นค่ำคืนด้วย Stand For Love Session พื้นที่เปิดกว้างสำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นสำคัญ ทั้งเรื่องอัตลักษณ์และการเป็นตัวของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ พร้อมพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับ Kelio และ Ryann คู่รัก LGBTQIA+ ที่จะมาสะท้อนเรื่องราวและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความท้าทายที่ชุมชนยังต้องเผชิญในปัจจุบัน ผู้ร่วมภายในงานจะได้อิ่มอร่อยไปกับเครื่องดื่มและของว่างรสเลิศ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยการแบ่งปันเรื่องราว เพื่อให้ทุกเสียงมีความหมายและถูกรับฟังอย่างแท้จริง ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนแห่งความสุขและความเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยเสียงดนตรีสุดมันส์จากดีเจที่ Sip Beach

    วันที่ 11 มิถุนายน มาร่วมปลุกทุกประสาทสัมผัสให้ตื่นรู้ไปกับ Innerdance Workshop กิจกรรมที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ห้วงเวลาแห่งการเยียวยา ผ่านการผสมผสานอย่างลงตัวของเสียงดนตรี คลื่นเสียง และพลังงานบำบัด โดยมี Caro เป็นผู้ปรนนิบัติและนำทางทุกท่านเดินทางเข้าสู่สภาวะตระหนักรู้ทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อก้าวข้ามและปลดปล่อยทุกความรู้สึกภายในใจให้ไหลเวียนอย่างเป็นอิสระและเป็นธรรมชาติ

    แบรด เอ็ดแมน (Brad Edman) รองประธานกรรมการบริหารประจำภูมิภาคไทย กัมพูชา ลาวและเมียนมา แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “ดับเบิ้ลยู โฮเทล มีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นกระบอกเสียงและสนับสนุนสิทธิของชุมชน LGBTQIA+ ทั่วโลกมาอย่างยาวนาน เราจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอประสบการณ์สุดพิเศษเหล่านี้ในประเทศไทย สำหรับเรา Pride Month คือช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองความสุขในการอยู่ร่วมกันและเสรีภาพในการเป็นตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งนี้ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าในอีกหลายพื้นที่ทั่วโลก ยังคงมีสิ่งที่เราต้องขับเคลื่อนร่วมกันเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและการยอมรับอย่างแท้จริง ซึ่งดับเบิ้ลยู โฮเทล หวังเป็นอย่างยิ่งว่า แคมเปญ Stand for Love จะช่วยส่งต่อข้อความแห่งอิสรภาพและการเชื่อมโยงผู้คนในสังคมเข้าด้วยกันอย่างกว้างขวาง”

    ดับเบิ้ลยู โฮเทล ขอเชิญชวนแขกผู้เข้าพักทุกท่าน ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก มาร่วมเฉลิมฉลองและสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในเทศกาล Pride Month ในประเทศไทย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมที่โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ กรุณาคลิกที่นี่ (https://www.marriott.com/offers/stand-for-love-off-229190/bkkwb-w-bangkok) และที่โรงแรมดับเบิ้ลยู เกาะสมุย กรุณาคลิกที่นี่ (https://www.marriott.com/offers/pride-month-activation-off-228280/usmwh-w-koh-samui)

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ในด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.marriott.com/diversity/diversity-and-inclusion.mi

  • Lifestyle - Marketing

    ไอคอนสยาม และ ไอซีเอส จัดเต็มความคุ้มกลางปี ชวนอิ่มอร่อย ช็อปสนุกใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” พร้อมโปรโมชั่นพิเศษตลอดแคมเปญ

    ไอคอนสยาม และ ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ เติมความสุขกลางปี ชวนทุกคนมาอิ่มอร่อยและเพลิดเพลินกับการช็อปปิงในบรรยากาศสุดครบครัน ด้วยการรวบรวมร้านอาหารและเครื่องดื่มชื่อดังที่เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ของภาครัฐ ให้เลือกใช้สิทธิได้อย่างเต็มอิ่ม พร้อมจัดเต็มโปรโมชั่นพิเศษตลอดช่วงกลางปี เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายและมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
    ทั้งนี้ โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นหนึ่งในมาตรการภาครัฐที่มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายภายในประเทศ ผ่านการสนับสนุนร้านค้า ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569


    โดยผู้ได้รับสิทธิจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส สามารถใช้สิทธิอิ่มอร่อยและช็อปของฝากสไตล์ไทยกว่า 60 ร้านค้า ณ
    เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม โดยมีร้านค้าร่วมโครงการหลากหลาย อาทิ โซนภาคกลาง ได้แก่ ร้านโสภาน้ำปลาหวานทรงเครื่อง, ขนมจีนยายระเบียบ, ขนมไทยลงเรือ, แพรวไพลิน, ชวนหลงกุ่ยช่ายตลาดพลู, แม่โสภาเมี่ยงคำโบราณ, บ้านตลิ่งงาม, ออเรนจี้, ข้าวแต๋นแม่โสภา,โซนอีสาน ได้แก่ ไทเมืองเพีย, สิรินาถทิพย์วดีผ้าไทยฯ, ปลายป่าน,สยามแหนมเนือง, Juicing Session, โซนภาคเหนือ ได้แก่ พรธิราโครเชต์, Grab Handmade, Art & Craft, ลุงเงินกาแฟหม้อดิน, ข้าวซอยลำดวนฟ้าฮ่าม, อารมณ์ดอย, โซนภาคใต้ โชคชนะพล, น้ำชาบังบ่าว, ครัว BARAKAT, ไม่เพียงเท่านั้นยังมีร้านอร่อยในโซนลานเมือง 1-2 ได้แก่ หอยทอดลุงยาวมหาชัย, โกเฮงเกาเหลาเนื้อตุ๋น, แมลงทอด, อาหารตามสั่ง Hussna, โกวเม เนื้อตุ๋นเอ็นตุ๋น, ทะเลครก@1000ไม้, อาหารตามสั่ง, ร้าน Seafood, Roti Hussna, หมูกรอบเบตง, แมลงทอด – กุ้งเต้น, ขาหมู ตรอกจันทน์, ครัวนลินธรณ์, นายน้อยหมูย่างเมืองตรัง, ผลไม้สด Fresh Fruit, เป็นต้น


    ด้าน ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ตรงข้ามไอคอนสยาม) ร้านอาหารและเครื่องดื่มเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสหลากหลายร้าน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งสายคาเฟ่ ของหวาน และสายกินตัวจริง เริ่มที่ชั้น G กับ “JD FOODY HOME” ร้านอาหารสไตล์โฮมเมด, “MILLILITRE” คาเฟ่ดีไซน์ทันสมัยสำหรับสายกาแฟ, “OLINO CREPE & TEA (Sweetory & Yogurt)” ร้านเครปและเครื่องดื่มสไตล์ฟิวชัน รวมถึง “SOOD’S”,“อร่อยทุกคำ” ต่อด้วยชั้น 3 กับ “OCHAYA” ร้านชานมและชาไทยยอดนิยมที่มีเมนูหลากหลาย ทั้งชานมไข่มุก ชาผลไม้ ส่วนชั้น 4 พบกับ “Yak Crepe ” ที่โดดเด่นด้วยเครปไส้แน่นกว่า 30 ไส้, ร้าน “Pang Lamoon” และร้านอื่นๆที่ร่วมรายการ รวมถึง “Lotus’s EATERY@ICS” (ตรวจสอบร้านค้าที่ร่วมโครงการ ณ สถานที่) พร้อมสิทธิประโยชน์และโปรโมชันเพิ่มเติมจาก Lotus’s PRIVÉ เพื่อมอบความคุ้มค่าในการใช้จ่ายตลอดแคมเปญ


    นอกจากอิ่มอร่อยและใช้สิทธิจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสแล้ว ไอคอนสยาม ยังมอบความพิเศษสุดคุ้มอีกต่อ กับแคมเปญ “ช็อปคุ้ม FULL TANK” ตั้งแต่วันนี้– 8 มิถุนายน 2569 แลกรับโค้ดเติมเงินชาร์จรถ EV มูลค่า 150 บาท เมื่อช็อปครบ 7,500 บาทขึ้นไป ด้าน ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ เมื่อช็อปครบ 1,000 บาทขึ้นไป สามารถแลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 100 บาท (จำกัด 1 สิทธิ์/ท่าน/ขั้นการซื้อ/วัน รวม 960 สิทธิ์ตลอดรายการ) สำหรับใช้จ่ายครั้งถัดไป 200 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ


    ต่อด้วยแคมเปญ ICONSIAM BIG BANG SALE 2026 ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ถึง 29 กรกฎาคม 2569 แลกรับ Lotus’s PRIVÉ Gift Card มูลค่า 100 บาท หรือเลือกรับ 1 เมนู (จากร้านค้าที่ร่วมรายการ) และรับเพิ่ม 100 ONESIAM COINS พิเศษสำหรับสมัครสมาชิกใหม่ ONESIAM รับเพิ่ม SIAM GIFT CARD มูลค่า 200 บาท เมื่อช็อปครบ 3,000 บาทขึ้นไป ด้าน “ICS BIG BANG SALE 2026” สมาชิก ONESIAM แลกรับ Lotus’s PRIVÉ Gift Card มูลค่า 100 บาท พร้อมรับเพิ่ม 100 ONESIAM COINS และพิเศษสำหรับสมาชิกใหม่ ONESIAM รับ Lotus’s PRIVÉ Gift Card เพิ่มอีก 100 บาท เมื่อช็อปครบ 1,000 บาทขึ้นไป
    ตลอดช่วงกลางปีนี้ ขอชวนทุกคนมาเติมเต็มความสุขทั้งการกิน ช็อป และใช้ชีวิตในแบบที่คุ้มค่ากว่าเดิม ที่ไอคอนสยาม และ ไอซีเอส สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1338 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook: ICONSIAM และ ICS

  • Lifestyle - Travel

    “WORLD REWARD GROUP (WRG)” ผู้นำบริการความหรูหราระดับ Super High-End ตอบโจทย์ “ลักชัวรี่ ไลฟ์สไตล์” มอบความ Privilege มัดใจลูกค้า

    กลุ่มดับบลิวอาร์จี (WRG) ผู้บุกเบิกธุรกิจการบริการลักชัวรี่ ไลฟ์สไตล์แก่ลูกค้าที่มีความมั่งคั่ง เพื่อให้ได้รับความสะดวกสบายทุกด้านของการใช้ชีวิต รวมทั้งเป็นผู้นำในการจัดหาสิทธิประโยชน์ระดับโลก ด้วยประสบการณ์ในการดูแลและให้บริการกลุ่มลูกค้าสิทธิพิเศษระดับ HNWI (High Net Worth Individual) และ UHNWI (Ultra High Net Worth Individual) ทั้งรายบุคคลและกลุ่มลูกค้าขององค์กรชั้นนำในประเทศไทยและในทวีปเอเชียมากว่า 20 ปี วางตำแหน่งเป็น Lifestyle Management Company ที่เชื่อมระหว่างแบรนด์ระดับโลก สถาบันการเงิน กลุ่มบริษัทประกัน และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กับผู้บริโภคระดับ Affluent และ HNWI กลุ่มลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งระดับสูง โดยมีฐานปฏิบัติการที่กรุงเทพฯ และให้บริการครอบคลุมทั่วเอเชียและในระดับโลก


    ตอกย้ำความเหนือระดับ การันตีโดยกลุ่มผู้ก่อตั้ง WRG ที่ได้สั่งสมประสบการณ์ในการดูแลลูกค้ากลุ่ม Wealth ของประเทศไทยมายาวนานกว่า 20 ปี จนก้าวขึ้นเป็นเจ้าตลาดในเซ็กเมนต์นี้อย่างเป็นที่ยอมรับ ปัจจุบันเครือมีฐานลูกค้าทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเชียที่ใช้บริการมากกว่า 50,000 รายต่อปี ซึ่งทำให้ WRG กลายเป็นผู้ให้บริการ Lifestyle Management ที่มีขนาดและความลึกของ Data ลูกค้า Wealth ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย ด้วยบริการที่หลากหลายและครอบคลุมทุก Luxury Lifestyle พร้อมตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูงได้อย่างครบวงจร

    นายจักรพันธ์ รัตนเพชร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มดับบลิวอาร์จี (World Reward Group-WRG) เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงสร้างของกลุ่มประกอบด้วย 5 แบรนด์หลัก ได้แก่ World Reward Solutions (WRS) ผู้คัดสรรโปรแกรมสิทธิประโยชน์ระดับลักชัวรี่ และแพลตฟอร์ม Privilege Technology สำหรับธนาคารกลุ่มบริษัทประกัน และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ทำธุรกิจในการคิดค้น คัดสรร และวางกลยุทธ์สิทธิประโยชน์ (Benefits) จากพันธมิตรชั้นนำทั่วโลก, Silver Voyage Club คลับที่พร้อมมอบประสบการณ์และสิทธิพิเศษ (Privileges) ให้แก่สมาชิก และลูกค้ากลุ่ม Prestige/VIP ขององค์กร ไม่ว่าจะด้านการเดินทาง ท่องเที่ยว หรือร้านอาหารชั้นนำ โดยจะรังสรรผ่าน Silver Voyage Club Concierge ทีมผู้ช่วยส่วนตัวมืออาชีพที่ให้บริการด้วยความแม่นยำ ใส่ใจในคุณภาพ และเข้าใจทุกรายละเอียดไลฟ์สไตล์ของสมาชิก,White Glove Service ดูแลการบริการขนส่งทางบก อาทิ รถลีมูซีน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งบริการส่งของที่มีมูลค่า (Luxury Delivery), Lifestyle + Travel Media ผู้ถือลิขสิทธิ์ Robb Report Thailand ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ใน 22 ประเทศทั่วโลก และ พันธมิตรใหม่ล่าสุด Flow Yacht Club ลักชัวรียอชท์คลับและแพลตฟอร์มบริการท่องเที่ยวทางน้ำครบวงจรแห่งแรกในไทย

    จากการได้รับสิทธิ์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มระดับโลกภายใต้แบรนด์ Robb Report ซึ่งเจาะกลุ่มลูกค้าระดับ UHNWI โดยมีฐานผู้อ่านส่วนใหญ่เป็นมหาเศรษฐีตัวจริง ครอบคลุมทั้งนักลงทุน เจ้าของธุรกิจ ผู้ก่อตั้ง Family Office และนักสะสมระดับโลก ทำให้ Robb Report ไม่ใช่แค่นิตยสาร แต่คือใบเบิกทางที่ทำให้ WRG สามารถเข้าถึงมหาเศรษฐีตัวจริงทั่วโลก
    เช่นเดียวกับการได้ Flow Yacht Club เข้ามาเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เนื่องจากธุรกิจยอชท์ไม่ใช่เพียงการขายเรือ แต่เป็นไลฟ์สไตล์ทางทะเลแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ Yacht Sales & Brokerage, Yacht Management, การให้เช่าเหมาลำ (Charter), Fractional Ownership ไปจนถึงโปรแกรมสมาชิก Boat Club พร้อมเครือข่ายในจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลของไทย ทั้งกรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต ถือเป็นการขยายภาพรวมของ WRS Group สู่ไลฟ์สไตล์ทางทะเล และทำให้ Ecosystem ของ WRG มีความครบถ้วน สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
    ยกตัวอย่าง ลูกค้าระดับ UHNWI สามารถเริ่มความสัมพันธ์กับกลุ่มผ่านบัตรเครดิต Wealth ของธนาคารที่ใช้แพลตฟอร์มของ WRS ต่อยอดด้วยประสบการณ์จาก Silver Voyage Club และเดินทางด้วยบริการของ White Glove Service พร้อมอ่านเทรนด์ Ultra High Luxury Lifestyle ทั่วโลกผ่าน Robb Report และใช้วันพักผ่อนบนเรือยอชท์ของ Flow Yacht Club ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกันในแพลตฟอร์มเดียว

    นายจักรพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและกำลังซื้อที่ชะลอตัวจากปัจจัยลบ ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลากหลายอุตสาหกรรมในไทยได้รับผลกระทบ และต้องเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน แต่ธุรกิจที่ดูแลกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง ยังคงสวนกระแส โดยวันนี้ WRG และยืนเด่นอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับการเติบโตของตลาด Luxury Concierge Service ในระดับโลกที่ยังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ถือเป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุด โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกค้าในกลุ่ม HNWI และ UHNWI ในจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และอาเซียน
    นอกจากนี้ ปัจจัยที่ทำให้ WRG เติบโตสวนกระแส ยังมาจากการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตของกลุ่ม ที่ครอบคลุมลูกค้าทั้ง B2B, B2C และ B2B2C ขณะเดียวกันลูกค้าระดับ HNWI ยังได้รับผลกระทบน้อยกว่าลูกค้าในตลาดแมสในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยพบว่าลูกค้ากลุ่มนี้ยังคงใช้จ่ายเพื่อรับประสบการณ์ระดับพรีเมียมมากขึ้น ที่สำคัญจากการวางตำแหน่งระดับภูมิภาค โดย WRG ไม่ได้มองตัวเองเป็นบริษัทไทย แต่เป็นแพลตฟอร์มเอเชียที่ตั้งฐานในกรุงเทพฯ ทำให้สามารถดึงดูดทั้งกลุ่ม Affluent ในประเทศและ HNWI ที่กำลังย้ายฐานเข้ามาได้ในเวลาเดียวกัน

    สำหรับเป้าหมายในระยะกลาง World Reward Group (WRG) ตั้งเป้าสู่การเป็น Wealth Ecosystem ที่ครบวงจรสำหรับลูกค้ากลุ่ม HNWI ในเอเชีย โดยอาศัยฐานลูกค้า 50,000 รายต่อปี ฐานเทคโนโลยี Privilege Platform ของ WRS เครือข่าย Robb Report ใน 22 ประเทศ และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์อย่าง Flow Yacht Club เป็นแกนหลัก พร้อมเตรียมต่อยอดสู่บริการที่เข้าใกล้ลูกค้ามากขึ้นในอนาคต พร้อมเตรียมประกาศการเปิดตัวโครงการ Private Club ระดับโลกที่จะมีพันธมิตรระดับโลกเข้ามาร่วมกันในไตรมาสสี่ปี 2026 นี้

  • Lifestyle - Sports

    สยามพารากอน จุดพลังคนรักสุขภาพ เปิดแคมเปญ “RUN MORE GET MORE” ยิ่งวิ่ง ยิ่งได้! แลกรับสิทธิประโยชน์และรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท ตลอดเดือนมิถุนายนนี้

    สยามพารากอน โกลบอลเดสติเนชั่นระดับโลกและจุดหมายปลายทางที่ครองใจทั้งลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ตอกย้ำการเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์ประสบการณ์เหนือความคาดหมาย เปิดตัวแคมเปญใหม่ล่าสุด “RUN MORE GET MORE” ยิ่งวิ่ง ยิ่งได้! แลกรับของรางวัลโดนใจทุก Lifestyle ชวนคนรักสุขภาพและสายแอคทีฟออกมาสนุกกับการวิ่ง พร้อมเปลี่ยนทุกกิโลเมตรให้กลายเป็นสิทธิประโยชน์และรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากร้านค้าและแบรนด์ชั้นนำระหว่างวันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2569


    เพื่อตอบรับกระแส Health & Wellness Lifestyle ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชื่อมโยงโลกของสุขภาพเข้ากับประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบพรีเมียม ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถสะสมระยะวิ่งผ่านแอปพลิเคชันสุขภาพและฟิตเนสที่กำหนด อาทิ Apple Health, Garmin Connect, Strava, Nike Run Club, Samsung Health และแอปพลิเคชันชั้นนำอื่น ๆ เพื่อนำมาแลกรับสิทธิพิเศษและของรางวัลจากร้านค้าที่ร่วมรายการได้อย่างง่ายดาย


    โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 ไฮไลต์สำคัญ เริ่มจากเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมกิจกรรมสะสมระยะวิ่งภายในวัน และแลกรับของรางวัลตามระยะที่กำหนด โดยระยะวิ่ง 2 – 5 กิโลเมตร สามารถแลกรับคูปองซื้อ 1 ฟรี 1 หรือส่วนลดจากร้านค้าชั้นนำกว่า 1,400 รางวัล ขณะที่ผู้พิชิตระยะวิ่ง 5 กิโลเมตรขึ้นไป สามารถรับสิทธิ์คูปองใช้บริการฟรีจากแบรนด์สุขภาพ ความงาม ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์ รวมกว่า 400 รางวัลตลอดรายการ อาทิ ร้านอาหาร คาเฟ่ คลินิกความงาม สปอร์ตรีเทล และโรงภาพยนตร์


    อีกหนึ่งไฮไลต์พิเศษคือกิจกรรมแข่งขันสะสมระยะวิ่งสูงสุด เพื่อเฟ้นหา 19 นักวิ่งตัวจริง ที่ทำสถิติได้สูงที่สุด รับ 10,000 ONESIAM Coins พร้อมของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท จากพันธมิตรชั้นนำ ทั้งสมาชิกฟิตเนสระดับพรีเมียมจาก Fitness First โปรแกรมความงามและดูแลสุขภาพจาก Dii Aesthetic และ The Klinique รวมถึงรางวัลเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย โดยผู้ร่วมกิจกรรมจะต้องสะสมระยะวิ่งขั้นต่ำตั้งแต่ 21 กิโลเมตรขึ้นไป และมีการบันทึกผลอย่างน้อย 4 ครั้งภายในระยะเวลากิจกรรม

    นอกจากนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมยังสามารถนำระยะวิ่งที่สะสมจากแอปพลิเคชันสุขภาพและฟิตเนสชั้นนำ
    มาแสดง ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ เพื่อรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ทั้งคูปองส่วนลด ของสมนาคุณ และบริการพิเศษจากหลากหลายแบรนด์ดัง อาทิ PASAYA, Apex Hospital & Clinic, Distar Fresh และร้านค้าไลฟ์สไตล์ชั้นนำอีกมากมาย


    ร่วมเปลี่ยนทุกก้าวการวิ่งให้กลายเป็นรางวัลแห่งความสุขกับแคมเปญ “RUN MORE GET MORE” ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2569 ณ สยามพารากอน พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โซเชียลมีเดีย SIAM PARAGON และ ONESIAM SuperApp

  • Lifestyle

    สยามพิวรรธน์ ตอกย้ำบทบาท Game Changer สู่มิติใหม่ของการขยายฐานลูกค้า ผนึกกำลังพันธมิตรระดับระดับเวิลด์คลาส ทรงพลังด้วยฐานกำลังซื้อสูงสุด

    • ครองอันดับ 1 ในตลาดลักชูรีที่ทรงพลังที่สุดในเอเชีย ด้วยยอดขายระดับท็อปของโลก สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในอุตสาหกรรมลักชูรีไลฟ์สไตล์ ยกระดับและขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่ง Global Luxury Destination
    • ปรากฏการณ์ความร่วมมือระดับโลกครั้งประวัติศาสตร์ ผสานพลัง 4 ผู้นำลักชูรีจากหลากหลายอุตสาหกรรม BELMOND (LVMH), GALERIES LAFAYETTE, INSIGNIA และ MJETS สู่การสร้างระบบนิเวศลักชูรีแห่งอนาคต 
    • ผสานระบบนิเวศธุรกิจอันทรงพลังแบบไร้พรมแดน (Borderless Global Privilege) ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ดึงดูดกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงระดับสูงสุดจากทั่วโลก ตอบโจทย์การใช้ชีวิตลักชูรีแห่งโลกอนาคตครบทุกมิติ

    กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกชั้นนำระดับโลก เจ้าของและผู้บริหารสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพฯ ตอกย้ำบทบาทผู้นำ Game Changer ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งประวัติศาสตร์ร่วมกับพันธมิตรผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก ได้แก่ BELMOND (LVMH), GALERIES LAFAYETTE, INSIGNIA และ MJETS เสริมความแข็งแกร่งของ Global Privilege Partnership และยกระดับ “Global Luxury Ecosystem” ที่เชื่อมโยงโลกแห่งลักชูรีอย่างไร้รอยต่อ สำหรับกลุ่มสมาชิก ONESIAM และสมาชิกขององค์กรพันธมิตร ผ่านเครือข่ายสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาส ครอบคลุมทุกมิติของการใช้ชีวิตทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก  โดยปัจจุบันสยามพิวรรธน์ครองตำแหน่งผู้นำในตลาดลักชูรี่ที่มีฐานลูกค้ากลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง ทรงพลังที่สุดในภูมิภาคเอเชีย และครองยอดขายกว่า 70% ของตลาดในประเทศไทย 
    ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งยกระดับนิยามแห่งลักชูรี ด้วยพลังของเครือข่ายระบบนิเวศระดับโลกที่เชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด  สยามพิวรรธน์จึงเดินหน้าสร้างเครือข่ายลักชูรีที่เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดของโลก  ผ่านการผสานประสบการณ์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งการบินส่วนบุคคล โรงแรมและรีสอร์ทหรูทั่วโลก ห้างสรรพสินค้าลักชูรีชั้นนำ และบริการบริหารจัดการไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคล สู่การสร้าง “Borderless Luxury Ecosystem” ที่ไร้ขีดจำกัด พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำอันดับหนึ่งด้านธุรกิจค้าปลีกลักชูรีและระบบนิเวศไลฟ์สไตล์ลักชูรีของไทย ที่และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางของลักชูรีระดับโลกอย่างเต็มภาคภูมิ
    นางสรัลธร อัศเวศน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Customer Centricity & Relationship บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “สยามพิวรรธน์ยึดมั่นในกลยุทธ์ Co-creation & Collaboration และเป็นผู้บุกเบิกการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งในระดับโลกมาอย่างยาวนาน เพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับและสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ผ่านมาเรามีองค์กรพาร์ทเนอร์ระดับโลกที่ล้วนเป็นผู้นำในธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ เข้าร่วมในอีโค่ซิสเต็มที่ผสานศัภยภาพไร้ขีดจำกัดและสร้าง Share Values ร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง ในด้านลักชูรี่ไลฟ์สไตล์ซึ่งเป็นตลาดสำคัญและมีมูลค่าสูงสุด เรามีความเชี่ยวชาญในการดูแลกลุ่มลูกค้า High-Net-Worth จากทั่วโลก และมีฐานสมาชิก ONESIAM ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าระดับบนที่แข็งแกร่งที่สุดของภูมิภาค โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา สมาชิกกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงมียอดจับจ่ายมากกว่า 1 ล้านบาทต่อครั้ง และมียอดใช้จ่ายต่อปีมากกว่ากลุ่มลูกค้าทั่วไปถึง 35 เท่า ซึ่งสะทัอนให้เห็นถึงพลังการจับจ่ายของลูกค้าระดับบนได้เป็นอย่างดี 
    เป้าหมายสำคัญของการสร้าง Global Privilege Partnership ในปีนี้ คือ การยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Luxury Destination มุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Global Luxury Ecosystem เชื่อมต่อระบบนิเวศธุรกิจลักชูรีอย่างไร้รอยต่อสำหรับลูกค้ากลุ่ม Ultra-HNWIs ผ่านการบูรณาการฐานข้อมูลและสิทธิประโยชน์ข้ามอุตสาหกรรม เพื่อมอบเอกสิทธิ์สูงสุดที่เหนือความคาดหมาย” 

    ในปีนี้ องค์กรพันธมิตรระดับโลกที่เข้าร่วม Global Privilege ล่าสุดได้แก่ BELMOND (LVMH) เครือธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมระดับ Ultra-Luxury ระดับโลก, GALERIES LAFAYETTE ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเดสติเนชั่นสำคัญในกรุงปารีสที่เหล่านักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องไปเยือน, INSIGNIA ผู้นำด้านการดูแลสมาชิกและไลฟ์สไตล์จัดการระดับพรีเมียม, และ MJETS ผู้ให้บริการด้านการบินส่วนบุคคลครบวงจรแห่งเดียวในประเทศไทย ต้นแบบการเดินทางเหนือระดับ โดยมีความพิเศษที่แตกต่างที่ตอบโจทย์ลักชูรี่ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุม ดังนี้
    • ยกระดับประสบการณ์การเดินทางไปกับ BELMOND (LVMH): ปฏิวัติศิลปะการเดินทางด้วย “Curated Journey” เชื่อมโยงการบริการชั้นเลิศของโรงแรมและรีสอร์ทหรูทั่วโลก เข้ากับสิทธิประโยชน์ในศูนย์การค้า สมาชิกจะได้รับบริการผู้ช่วยส่วนตัวแบบ 1-1 ในการวางแผนการเดินทาง พร้อมการต้อนรับระดับ VIP เมื่อเข้าพัก ณ โรงแรมระดับตำนาน หรือเดินทางไปกับรถไฟสุดหรูอันเป็นเอกลักษณ์ของ Belmond ทั่วโลก นอกจากนี้ ยังจะได้รับสิทธิ์เข้าถึงการเดินทางที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะบุคคล เพื่อมอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครสำหรับสมาชิกคนสำคัญ
    “ที่ Belmond เรามุ่งมั่นที่จะรังสรรค์การเดินทางที่น่าจดจำอย่างไม่รู้จบ การร่วมมือกับ สยามพิวรรธน์ ในครั้งนี้ ช่วยให้เราสามารถผสานโลกแห่งลักชูรีรีเทลเข้ากับการท่องเที่ยวระดับอัลตร้าลักชัวรีได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับสมาชิก ONESIAM ให้ได้สัมผัสเสน่ห์ของจุดหมายปลายทางระดับโลกในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน” — Charlotte Heyman, Director of Sales Asia, BELMOND
    • ที่สุดแห่งบริการเหนือระดับจาก INSIGNIA: ยกระดับไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่าด้วยบริการดูแลลูกค้ารายบุคคลในรูปแบบเฉพาะตลอด 24 ชั่วโมง ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการเฉพาะบุคคลอย่างไร้ขีดจำกัดด้านพรมแดน ตั้งแต่การสำรองที่นั่งในร้านอาหารที่จองยากที่สุดระดับโลก ไปจนถึงการเปิดประตูสู่การเข้าถึงกิจกรรมและประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งยากที่บุคคลทั่วไปจะเข้าถึงได้
    “ความร่วมมือนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการมอบการดูแลที่เหนือความคาดหมาย เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ผสานบริการดูแลลูกค้าระดับเวิลด์คลาสของเราเข้ากับระบบนิเวศธุรกิจ (Ecosystem) ของสยามพิวรรธน์ เพื่อยกระดับความผูกพันของลูกค้าผ่านบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง” — Nada T. Rouviere, President of INSIGNIA

    • เดินทางสะดวกสบายกับ MJETs: เติมเต็มจิ๊กซอว์ด้านการเดินทางไร้ขีดจำกัดผ่านบริการเครื่องบินส่วนตัว รวมถึงการเข้าใช้เลานจ์พิเศษที่สนามบิน พร้อมรถรับส่งระดับหรูจากรันเวย์ตรงสู่ศูนย์การค้าในเครือสยามพิวรรธน์อย่างไร้รอยต่อ
    “MJets เชื่อว่า คุณค่าของประสบการณ์การเดินทางในวันนี้ คือเวลา ความสะดวกสบาย และความราบรื่นในทุกช่วงของการเดินทาง การเข้าร่วม Global Privilege Ecosystem ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเชื่อมต่อระหว่างไลฟ์สไตล์และการเดินทาง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ seamless ตั้งแต่ก้าวออกจากบ้านจนถึงจุดหมายปลายทาง พร้อมสิทธิประโยชน์และการดูแลที่ออกแบบเฉพาะสำหรับสมาชิก” — ณัฏฐภัทร สีบุญเรือง, CEO of MJETS
    • ช้อปปิ้งอย่างไร้รอยต่อกับ GALERIES LAFAYETTE: มอบสิทธิพิเศษระดับเอ็กซ์คลูซีฟและบริการระดับ VIP ผ่านเครือข่ายเชื่อมต่อระดับโลกอย่างไร้รอยต่อให้กับนักช้อปทั้งสองทวีป โดยเมื่อเดินทางถึงปารีส สมาชิก ONESIAM จะได้รับของขวัญต้อนรับสุดพิเศษ พร้อมสิทธิ์เข้าใช้บริการ VIP Lounge เมื่อมียอดใช้จ่ายตามเงื่อนไข ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับสมาชิกกลุ่ม Black, Platinum และ Scarlet จะได้รับเอกสิทธิ์เหนือระดับในการเข้าใช้ Private Personal Shopping Lounge พร้อมบริการผู้ช่วยช้อปปิ้งส่วนบุคคล (Dedicated Personal Shopper) เมื่อแจ้งความประสงค์ รวมถึงบริการคืนภาษี (Tax Refund) แบบเร่งด่วน และการต้อนรับระดับ VIP อันอบอุ่น เช่นเดียวกับการช้อปปิ้งที่ศูนย์การค้าในกลุ่มสยามพิวรรธน์
    “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ขยายระบบนิเวศธุรกิจ ร่วมกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งและทรงพลังอย่างสยามพิวรรธน์ ความร่วมมือในครั้งนี้คือการส่งมอบ ‘ประสบการณ์ช้อปปิ้งอย่างไร้รอยต่อ’ ข้ามทวีป เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าของสยามพิวรรธน์จะได้รับการต้อนรับและการดูแลระดับสูงสุด ไม่ว่าจะกำลังช้อปปิ้งอยู่ที่กรุงเทพฯ หรือปารีสก็ตาม” — Thierry Vannier, Director of International Customer Development and Operational Marketing at Galeries Lafayette Paris Haussmann.

    นอกจากความร่วมมือกับ 4 พันธมิตรล่าสุดแล้ว ปัจจุบันสยามพิวรรธน์มีเครือข่ายพันธมิตร Global Privilege Partnership ที่มอบสิทธิพิเศษเหนือระดับแบบข้ามพรมแดนให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับโลกและอยู่ในโกลบอลเดสติเนชั่น ประกอบด้วย ศูนย์การค้า PARCO ประเทศญี่ปุ่น, TAIPEI 101 ไต้หวัน, Hong Kong Times Square ฮ่องกง, ห้างสรรพสินค้า ION Orchard ประเทศสิงคโปร์, Pavilion Kuala Lumpur ประเทศมาเลเซีย, Plaza Indonesia ประเทศอินโดนีเซีย, FOSUN สาธารณรัฐประชาชนจีน และ Hyundai Department Store ห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่จากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจชั้นนำที่ครอบคลุมทั้งศูนย์การค้า การท่องเที่ยว และบริการด้านสุขภาพ ที่เข้าร่วมเสริมสร้างความพิเศษเหนือระดับสำหรับลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
    โดยสมาชิก ONESIAM จะได้รับส่วนลด โปรโมชั่นพิเศษ การรับรองระดับ VIP และประสบการณ์เหนือระดับที่มิอาจซื้อได้อื่นๆ ครบทุกมิติ ในขณะเดียวกัน สมาชิกของพันธมิตรเมื่อมาเยือนศูนย์การค้าในกลุ่มสยามพิวรรธน์ จะได้รับสิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียมเช่นเดียวกัน ทั้งส่วนลดพิเศษจากร้านค้าชั้นนำ การใช้บริการห้องเลานจ์ การรับบริการจากทีม Customer Relationship และบริการเอ็กซ์คลูซีฟอีกมากมาย นอกจากนี้ สยามพิวรรธน์ยังเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลร่วมกับพันธมิตร เพื่อวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าในเชิงลึก ทำให้สามารถนำเสนอข้อเสนอที่ตรงใจลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล (Hyper-Personalization) ได้มากขึ้น โดยมุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวมากกว่าการทำโปรโมชั่นเพียงชั่วคราว มีการบูรณาการสิทธิประโยชน์ข้ามอุตสาหกรรมเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์กลุ่ม High-Net-Worth Individuals ในทุกมิติ
    “การผนึกกำลังครั้งนี้ คือการก้าวข้ามทุกขีดจำกัด สู่การเติบโตอย่างไร้พรมแดน (Borderless Growth) พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง หรือ Global Luxury Destination และสร้างมาตรฐานใหม่ของการใช้ชีวิตระดับลักชูรีไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง” นางสรัลธร กล่าวทิ้งท้าย

  • Automotive - Lifestyle

    LEPAS L6 สุดยอด SUV ไฟฟ้าภายใต้เชอรี กรุ๊ป เทคโนโลยีคุณภาพระดับโลกผู้นิยามมาตรฐานใหม่แห่งการเดินทางอันสง่างาม ด้วยอัจฉริยภาพอันประณีต

    ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยความรวดเร็ว “ความสง่างาม” กลายเป็นคุณค่าที่โดดเด่นยิ่งกว่าที่เคย สำหรับผู้ขับขี่ในเมืองกลายเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากยิ่งขึ้นในการเดินทาง สำหรับผู้ขับขี่ในเมืองและยุคปัจจุบัน รถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะสำหรับการเดินทาง แต่เป็นส่วนขยายของรสนิยมส่วนตัว เป็นพื้นที่อัจฉริยะอันประณีตที่เคลื่อนไหวได้ และเป็นเพื่อนคู่ใจที่เชื่อถือได้สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน
    LEPAS L6 Premium SUV ไฟฟ้าภายใต้ CHERY Group (เชอรี กรุ๊ป) ได้รับการพัฒนาขึ้นในฐานะ “A Global High-Quality Tech SUV” ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับงานออกแบบระดับพรีเมียมอย่างลงตัว พร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางที่สงบนิ่ง นุ่มนวล และเหนือระดับ สำหรับคนเมืองที่มองหาความสมดุลระหว่างความหรูหราและนวัตกรรม โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “เสือดาว” (Leopard Aesthetics) ซึ่งถ่ายทอดความงดงามที่ผสานพลังและความสง่างามเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์
    ไฟหน้า LED ดีไซน์ “Predator Eyes” ช่วยเสริมบุคลิกที่ล้ำสมัยและโดดเด่น ขณะที่ตัวถังแบบ Low-Slung Wide-Body สร้างภาพลักษณ์ที่ทรงพลัง สปอร์ต และโฉบเฉี่ยวเหนือระดับ ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำเพียง 0.27 Cd ผสานกับไฟท้ายดีไซน์พรีเมียมและล้ออัลลอยสไตล์สปอร์ต LEPAS L6 จึงมอบทั้งประสิทธิภาพการขับขี่และความโดดเด่นทางดีไซน์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    ภายในห้องโดยสารได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ถ่ายทอดสุนทรียะแห่งความเรียบหรูผ่านพื้นที่อันประณีต (Exquisite Space) พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการใช้งานในชีวิตประจำวัน หน้าจอแสดงผลแบบ Waterfall Screen ขนาด 13.2 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล 8155 มอบประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็ว ลื่นไหล ดุจสมาร์ทโฟน
    ด้านความปลอดภัย LEPAS L6 มาพร้อมระบบความปลอดภัยเชิงรุกและระบบป้องกันอัจฉริยะรอบคัน รวมถึงระบบตัดกระแสไฟระดับมิลลิวินาทีเมื่อเกิดการชน ระบบระบายแรงดันแบตเตอรี่แบบกำหนดทิศทาง และมาตรฐานความปลอดภัยแบตเตอรี่ระดับสูง ทำงานร่วมกันเพื่อลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ทำให้ความปลอดภัยไม่ใช่เพียงคำมั่นสัญญา แต่เป็นเพื่อนคู่กายที่อุ่นใจและคงที่ เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกเส้นทาง

    ในฐานะรถ SUV ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในเมือง LEPAS L6 แสดงให้เห็นถึงความสามารถของพื้นที่อันประณีต (Exquisite Space) ที่เน้นไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม LEX (Next-generation Intelligent Platform) ที่รองรับทั้งเครื่องยนต์สันดาป (ICE), Plug-in Hybrid (PHEV) และไฟฟ้า 100% (BEV) มาพร้อมระยะฐานล้อยาวถึง 2,700 มม. ด้วยพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางเสมือน “Mobile Grand Living Room” มอบการนั่งที่ผ่อนคลายและสบาย รองรับทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างลงตัว

    ด้วยพื้นที่จัดเก็บอเนกประสงค์ถึง 39 จุดตลอดทั้งคัน พร้อมดีไซน์ห้องเก็บสัมภาระแบบหลายชั้น และช่องเก็บใต้พื้นขนาด 99 ลิตร สามารถจัดเก็บสัมภาระส่วนตัว อุปกรณ์กลางแจ้ง และกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ได้อย่างเป็นระเบียบ ด้วยการจัดวางยางอะไหล่ที่ด้านหน้ายังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของห้องเก็บสัมภาระ และเพิ่มความจุสัมภาระให้สูงสุด

    ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล เงียบสงบ ประสิทธิภาพพลังงานที่ยอดเยี่ยม และระบบจัดการบรรยากาศภายในห้องโดยสารอัจฉริยะ และโหมดการทำงานต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างชาญฉลาด ทำให้ห้องโดยสารไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการเดินทาง แต่เป็นส่วนต่อขยายอันสง่างามของชีวิตประจำวัน

    ในฐานะรถ SUV เทคโนโลยีคุณภาพระดับโลก LEPAS L6 มาพร้อมนิยามมาตรฐานใหม่ของ SUV พลังงานไฟฟ้า ที่ผสานดีไซน์ เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อทุกการเดินทางที่สง่างามในทุกวัน
    วันนี้ LEPAS L6 Premium SUV จึงไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ไฟฟ้า แต่คือพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตที่สะท้อนความสง่างามของคนเมืองยุคใหม่อย่างแท้จริง

    ติดต่อเป็นตัวแทน คุณรัฐกร เจ็งบำเพ็ญทาน โทร 091-5539969
    สอบถามเพิ่มเติมข้อมูลการตลาด คุณพัสตร์ดากานต์ รังสิโรจน์ โทร 098-7879291
    ติดตามข้อมูลข่าวสาร Facebook: Lepas Thailand, Instragram: Lepas.Thailand https://lepasthailand.com/