Dining

  • Dining - Food

    “ONYX Dining × ChaTraMue” เปิดมิติใหม่ของประสบการณ์ชาไทยผสานเสน่ห์รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านอาหารและบริการยกระดับ Thai Tea Experience สู่ Destination Dining

    ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป(ONYX Hospitality Group) บริษัท บริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค เดินหน้าต่อยอดวิสัยทัศน์ด้านธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มผ่าน ONYX Dining ผนึกพลังความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ ชาตรามือ(ChaTraMue) แบรนด์ชาไทยที่มีความผูกพันกับผู้บริโภคมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2468 เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มรูปแบบใหม่ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านอาหารและเครื่องดื่มของ ONYX Dining กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มภายใต้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มาผสานเข้ากับเอกลักษณ์และความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ชาภายใต้แบรนด์ ChaTraMue เพื่อร่วมสร้างสรรค์เมนูของหวานและเครื่องดื่มใหม่ๆ ที่ผสานรสชาติอันคุ้นเคยเข้ากับแนวคิดและประสบการณ์ร่วมสมัย ถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ อมารี(Amari) โอโซ่(OZO) ชามา(Shama) และ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์(Oriental Residence) ได้อย่างน่าสนใจ

    “ONYX Dining × ChaTraMue Collaboration” เป็นการร่วมมือภายใต้กลยุทธ์ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่น่าจดจำให้กับนักเดินทาง และยังเป็นหนึ่งในแคมเปญการเฉลิมฉลองเนื่องในวาระครบรอบ 60 ปีของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ภายใต้แนวคิด More of what you love รวมถึงวาระครบรอบ 80 ปี ของชาตรามือ
    ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของสองแบรนด์ไทยที่มีรากฐานและความผูกพันกับความเป็นไทยเข้าด้วยกัน โดยชาตรามือ นำเสนอรสชาติอันคุ้นเคยและอยู่ในความทรงจำของคนไทยมาช้านาน ขณะที่ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป นำความเชี่ยวชาญด้านอาหาร การบริการ และการสร้างสรรค์ประสบการณ์ มาต่อยอดรสชาติที่คุ้นเคยให้เกิดเป็นเมนูและกิจกรรมในรูปแบบใหม่ๆ จากความคุ้นเคยจึงกลายเป็นโอกาสให้ผู้เข้าพักและลูกค้าของทั้งสองแบรนด์ได้ลองสัมผัสชาไทยในมุมที่แตกต่างออกไป ผ่านทั้งของหวาน เครื่องดื่ม ไลฟ์สไตล์ และการบริการ ทำให้สิ่งที่คุ้นเคยกลับมาน่าสนใจอีกครั้งในบริบทของการใช้ชีวิตและการเดินทางในวันนี้

    คุณพรทิพย์ เป้าทอง รองประธานกรรมการแผนกการตลาด ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ ONYX Dining ที่มองธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเป็นมากกว่าส่วนประกอบของโรงแรม แต่เป็นหนึ่งในพลังสำคัญในการสร้างเอกลักษณ์ให้กับแต่ละแบรนด์และเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนต่างอยากมาลิ้มลอง โดยมุ่งพัฒนาประสบการณ์ที่สามารถดึงดูดผู้คนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ และสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจในระยะยาว
    “เราเชื่อว่าอาหารและเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้คนตัดสินใจเดินทางมายังจุดหมายปลายทางนั้น และเป็นความทรงจำที่ทำให้พวกเขาอยากกลับมาอีกครั้ง นี่จึงเป็นทิศทางที่เรามุ่งพัฒนา ONYX Dining ให้ก้าวไปไกลกว่าการนำเสนอเมนูที่มีคุณภาพ เพื่อรังสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่มีเรื่องราวและโดดเด่นในแต่ละจุดหมายปลายทาง ดังนั้นความร่วมมือกับชาตรามือ ซึ่งเป็นแบรนด์ไทยที่มีเอกลักษณ์และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์ดังกล่าว พร้อมสร้างสรรค์เหตุผลใหม่ๆ ให้ทั้งนักเดินทางและผู้บริโภคในพื้นที่อยากเข้ามาสัมผัส และกลับมาใช้บริการกับเราอย่างต่อเนื่อง”

    สำหรับชาตรามือ คุณเศรษฐิกิจ เรืองฤทธิเดช ผู้บริหาร บริษัท ชาไทย อินเตอร์แนชั่นเนล จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างชาตรามือ และออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่เราได้ก้าวเข้ามาทำงานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม Hospitality อย่างเต็มรูปแบบ และถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำศักยภาพของชาตรามือที่สั่งสมมายาวนาน มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้าน Hospitality ของกลุ่มออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ฯ เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักเดินทางยุคใหม่ เราเชื่อว่าการผนึกกำลังครั้งนี้จะนำความเชี่ยวชาญและจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์มารวมกันจะช่วยเปิดมิติใหม่ให้กับชาไทย นำบุคลิกที่โดดเด่นของชาแต่ละชนิดมาต่อยอดผ่านอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มได้อย่างลงตัว ตั้งแต่ชาไทยต้นตำรับ ชากุหลาบ ไปจนถึงชาเขียว โดยยังคงเอกลักษณ์ของชาไว้อย่างชัดเจน และมอบประสบการณ์ที่น่าสนใจให้กับผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น สามารถเปิดมิติใหม่ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสชาตรามือ ในบริบทของ Hospitality และการเดินทาง”
    จากรสชาติที่คุ้นเคย สู่หลากหลายเมนูในแบบของแต่ละแบรนด์

    • Amari × ChaTraMue: “The Art of Indulgence”
      จากชาไทยรสชาติคุ้นเคย สู่ของหวานที่ชวนให้ลองในมุมใหม่ “The Art of Indulgence” นำรสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมละมุนของชาตรามือมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เครื่องดื่มและของหวานที่ผสานความเป็นไทยเข้ากับความร่วมสมัย จากชาไทยที่คุ้นเคยถูกนำเสนอในรูปแบบที่ไม่เหมือนเดิม ทำให้การจิบชาธรรมดาๆ กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำอีกหนึ่งเรื่องราว ลิ้มลอง “The Art of Indulgence” ได้ที่โรงแรม อมารีที่เข้าร่วมแคมเปญ
    • Amari × ChaTraMue: “The Origin of Thai Tea Experience”
      ชาไทยที่เราคุ้นเคยอาจสนุกกว่าที่คิด เมื่อได้ลองชงด้วยตัวเองกับ DIY Thai Tea Making Experience ที่ให้ผู้เข้าพักได้ลองชงชาไทยจากใบชาของชาตรามือพร้อมอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ให้ครบ โดยมีพนักงานคอยแนะนำในแต่ละขั้นตอน จากชาไทยหนึ่งแก้ว สู่กิจกรรมง่ายๆ ที่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรมไทยผ่านการลงมือทำด้วยตัวเอง ณ โรงแรมอมารีที่เข้าร่วมแคมเปญ
    • OZO × ChaTraMue: “Brew. Sip. Smile.”
      OZO ชวนมาลองชาไทยในมุมใหม่ กับ “Playful Poolside Thai Tea” ซีรีส์เครื่องดื่มที่นำรสชาติชาไทยที่คุ้นเคยมาสร้างสรรค์ใหม่ ให้สนุกและสดใสในสไตล์ของ OZO เหมาะกับการจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ริมสระระหว่างนั่งพักผ่อน หรือใช้เวลาสบายๆ กับเพื่อน พร้อมให้ลิ้มลองแล้ววันนี้ ณ โรงแรม OZO ที่เข้าร่วมแคมเปญ
    • Shama × ChaTraMue: “Sip Into Thailand”
      เริ่มต้นการเข้าพักด้วย Welcome Amenity ที่จับคู่ชาไทยจากชาตรามือกับของหวานที่ได้แรงบันดาลใจจากวัตถุดิบและรสชาติท้องถิ่น ให้ผู้เข้าพักได้ลิ้มลองรสชาติแบบไทยๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง
      และสำหรับผู้เข้าพักที่อยากรู้จักชาไทยมากขึ้น ยังสามารถเข้าร่วม Workshop กับ Shama Social Club ที่จะเรียนรู้เรื่องราวของชาไทยแต่ละแบบ ก่อนลงมือสร้างสรรค์เครื่องดื่มชาไทยสูตรซิกเนเจอร์ด้วยตัวเอง ณ โรงแรมชามา ที่เข้าร่วมแคมเปญ
    • Oriental Residence × ChaTraMue: “Saint-Honoré au ChaTraMue”
      สัมผัสการพบกันของความคลาสสิกแบบฝรั่งเศสและเสน่ห์ของชาไทย ณ Café Claire, Oriental Residence Bangkok กับ “Saint-Honoré au ChaTraMue” ของหวานซิกเนเจอร์ที่ประกอบด้วยชูส์เคลือบคาราเมลกรอบ พัฟเพสตรี้เนย และวานิลลาครีมเนื้อเนียน เสิร์ฟคู่กับชาตรามือ Infused Tea ที่ผสานชาไทยกับผลไม้ตามฤดูกาล เติมความสดชื่นด้วยโน้ตซิตรัสและฟลอรัล เป็นอีกประสบการณ์ที่นำความหอมของชาไทยมาอยู่บนโต๊ะเดียวกับความคลาสสิกของของหวานฝรั่งเศสได้อย่างลงตัว

    ประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มของ ONYX Dining นอกเหนือจากความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีชื่อเสียงแล้ว ยังครอบคลุมหลากหลายรูปแบบผ่าน 8 แบรนด์เรือธง ได้แก่ Prego, ChomSindh, NILA, La Gritta, Café Claire, Stacked Burger, Amaya Food Gallery และ EAT รวมถึงแบรนด์อื่นๆ รวม 19 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมนำเสนอรสชาติจากทั่วโลกควบคู่กับการสะท้อนรากเหง้า วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของท้องถิ่นในแต่ละจุดหมายปลายทางอย่างลงตัว ตลอดจนถ่ายทอดจิตวิญญาณการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ฯ ที่สั่งสมประสบการณ์มายาวนานกว่า 6 ทศวรรษ สู่การสร้างสรรค์ประสบการณ์ด้านอาหารที่ใส่ใจ อบอุ่น และเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง
    พร้อมกันนี้ ONYX Dining มุ่งยกระดับร้านอาหารสู่การเป็นพื้นที่ของชุมชนและจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงผู้คนในท้องถิ่นกับนักเดินทางจากทั่วโลก ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนผ่านการสนับสนุนเกษตรกร ชาวประมง และผู้ผลิตรายย่อยในท้องถิ่น เพื่อส่งต่อคุณภาพ วัฒนธรรม และคุณค่ากลับคืนสู่ชุมชน ทำให้ ONYX Dining เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินและการใช้ชีวิตในแต่ละเมือง

    ในด้านการเติบโต ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอของ ONYX Dining ไปยังจุดหมายปลายทางสำคัญต่างๆ โดยมีการขยาย Prego แห่งใหม่ในจังหวัดบุรีรัมย์ และแผนที่จะขยายอีกสาขาไปที่ดอนเมือง ขณะที่ Prego Pattaya ได้เปิดตัวคอนเซ็ปต์ Pasta Lab & Bar ที่สร้างประสบการ์ที่แตกต่างให้กับอาหารอิตาเลียน ด้าน ChomSindh เตรียมขยายสู่ภูเก็ตและเปิดตัวประสบการณ์แบบ Pop-up ในต่างประเทศ ส่วน NILA มีแผนขยายคอนเซ็ปต์ด้านอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ไปยังตลาดใหม่ ๆ ผ่านประสบการณ์ Pop-up Dining ที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ ONYX Dining ในฐานะแพลตฟอร์มการเติบโตเชิงกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัทต่อไป

    มาค้นพบเสน่ห์ของชาไทยในมิติใหม่ พร้อมสัมผัสประสบการณ์ที่ผสานความเป็นไทยเข้ากับความคิดสร้างสรรค์และมาตรฐานการบริการในแบบฉบับ ONYX Dining ผ่านแคมเปญ “ONYX Dining × ChaTraMue Collaboration” ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มกราคม 2570 ณ โรงแรมและจุดหมายปลายทางของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป แล้วให้รสชาติที่คุ้นเคย พาไปพบกับประสบการณ์ใหม่ที่น่าประทับใจยิ่งกว่าเดิม

  • Dining - Food - Hotel

    เติมสีสันยามเย็นทั่วเอเชียแปซิฟิก เรเนซองส์ โฮเทลส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”

    เนื่องในโอกาส Renaissance Day of Discovery 2026 เรเนซองส์ โฮเทลส์ ประกาศเปิดตัวคอลเลกชันเครื่องดื่มสร้างสรรค์ชุดใหม่ เพื่อยกระดับประสบการณ์ โดยเชิญชวนนักเดินทางร่วมค้นพบเสน่ห์ของจุดหมายปลายทางต่างๆ ผ่านวัฒนธรรมท้องถิ่น รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ และเรื่องราวของชุมชนในย่านใกล้เคียง ภายใต้การพัฒนาคอนเซ็ปต์ร่วมกับ เดมิทรีย์ “เดมี่” ดาน่า ปารมิตา
    (Demitria “Demi” Dana Paramita) บาร์เทนเดอร์รางวัลระดับนานาชาติ

    เรเนซองส์ โฮเทลส์ หนึ่งในกว่า 30 แบรนด์โรงแรมในพอร์ตโฟลิโอระดับโลกของแมริออท บอนวอย เตรียมเปิดตัวบทใหม่ของประสบการณ์ Evenings at Renaissance ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นประเทศจีน) ผ่านคอลเลคชั่นเครื่องดื่มชุดใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัตถุดิบท้องถิ่น ประเพณีทางวัฒนธรรม และความร่วมมือกับผู้สร้างสรรค์ในแต่ละชุมชน ซึ่งคอลเลคชั่นดังกล่าวได้รับการพัฒนาร่วมกับ Demitria “Demi” Dana Paramita บาร์เทนเดอร์ชาวอินโดนีเซียเจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ โดยนำรสชาติและขนบธรรมเนียมที่คุ้นเคยมาตีความใหม่ให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละจุดหมายปลายทางได้อย่างโดดเด่น

    คอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่นี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในระหว่างช่วง Renaissance Day of Discovery 2026 ซึ่งเป็นกิจกรรมประจำปีของแบรนด์ที่เฉลิมฉลองจิตวิญญาณแห่งการค้นพบวัฒนธรรมและเสน่ห์ของชุมชนโดยรอบ โดยจะจัดขึ้นตลอดเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ณ โรงแรมเรเนซองส์ที่เข้าร่วมโครงการทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายใต้แนวคิด “Layers of Discovery” กิจกรรมในปีนี้จะชวนแขกผู้เข้าพักออกสำรวจมิติที่หลากหลายของแต่ละจุดหมายปลายทาง ผ่านประสบการณ์ที่นำโดย Renaissance Navigators ด้วยการพบปะผู้สร้างสรรค์ในท้องถิ่น และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้สัมผัสพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของชุมชนอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน คอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่นี้ยังเข้ามาเติมเต็มอีกหนึ่งมิติของการค้นพบ โดยได้นำเอาแรงบันดาลใจจากตลาดท้องถิ่น พืชพรรณพื้นถิ่น และมรดกทางวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ มาสร้างสรรค์เป็นประสบการณ์ที่เชื่อมโยงนักเดินทางเข้ากับจุดหมายปลายทางได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
    “ที่เรเนซองส์ โฮเทลส์ เราเชื่อว่าการค้นพบที่น่าจดจำที่สุดเกิดขึ้นเมื่อแขกผู้เข้าพักได้เชื่อมโยงกับเอกลักษณ์ของจุดหมายปลายทางในรูปแบบที่คาดไม่ถึง” คริสเตียโน รินัลดี (Cristiano Rinaldi) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการด้านที่พักประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นประเทศจีน) แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว “การยกระดับประสบการณ์ Evenings at Renaissance ครั้งนี้ เป็นการนำเรื่องราวของชุมชนและย่านใกล้เคียงมาถ่ายทอดผ่านรสชาติและประเพณีที่หล่อหลอมอัตลักษณ์ของแต่ละจุดหมายปลายทาง ความสามารถของ Demi ในการนำวัตถุดิบที่คุ้นเคยและธรรมเนียมปฏิบัติทางวัฒนธรรมมาตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัย สะท้อนจิตวิญญาณของเรเนซองส์ โฮเทลส์ได้อย่างลงตัว พร้อมสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แขกผู้เข้าพักได้ออกไปค้นพบเสน่ห์ของย่านชุมชน รวมถึงผู้คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์เหล่านั้น”

    สัมผัสอัตลักษณ์ของจุดหมายปลายทางผ่านประสบการณ์แห่งรสชาติ
    Evenings at Renaissance เชิญชวนแขกผู้เข้าพักออกสำรวจเสน่ห์ของย่านชุมชนหลังพระอาทิตย์ตกดิน ผ่านประสบการณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผู้คน สถานที่ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมเอกลักษณ์ของแต่ละจุดหมายปลายทาง โดยหัวใจสำคัญของประสบการณ์นี้คือ Beverage Rituals ที่ช่วยสร้างช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านจากกลางวันสู่กลางคืน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้เชื่อมโยงกับผู้คน ค้นพบเรื่องราวใหม่ๆ และสัมผัสเสน่ห์ของสถานที่นั้นได้อย่างลึกซึ้ง

    เรเนซองส์ โฮเทลส์ ได้แต่งตั้ง Demitria “Demi” Dana Paramita ผู้ก่อตั้ง HATS Bar Jakarta และบาร์เทนเดอร์เจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ ให้ดำรงบทบาท ตัวแทนผู้ถ่ายทอดแนวคิด Beverage Rituals คนแรกของแบรนด์ เพื่อร่วมรังสรรค์คอลเลคชั่นเครื่องดื่ม Demi ได้ร่วมพัฒนาคอลเลคชั่นเครื่องดื่มที่นำวัตถุดิบคุ้นเคยและธรรมเนียมท้องถิ่นมาตีความใหม่เป็นประสบการณ์แห่งการค้นพบที่น่าประทับใจ ด้วยแรงบันดาลใจจากรากเหง้าชาวสุมาตราและประสบการณ์ในแวดวงบาร์ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไฮไลต์ของเครื่องดื่มคอลเลคชั่นนี้ประกอบด้วยเมนู Blooming Flower เครื่องดื่มฟลอรัลพั้นช์ที่ถ่ายทอดประสบการณ์การแบ่งปันผ่านการรับประทานเยลลี่รสส้มร่วมกัน The Night Market เครื่องดื่มที่ผสานรสชาติของใบเตย ส้มจี๊ด และมะขาม ได้รับแรงบันดาลใจจากสีสันและพลังชีวิตของย่านชุมชนยามค่ำคืน และ Silk Road เครื่องดื่มกลิ่นหอมที่ผสมผสานชา หญ้าฝรั่น และเครื่องเทศ เพื่อสะท้อนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม รสชาติ และประเพณีระหว่างผู้คนจากหลากหลายภูมิภาค


    นอกเหนือจากกิจกรรม Renaissance Day of Discovery แล้ว แขกผู้เข้าพักยังสามารถสัมผัสประสบการณ์ Evenings at Renaissance ได้อย่างต่อเนื่องผ่านคอลเลคชั่นเครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของแต่ละจุดหมายปลายทาง ไม่ว่าจะเป็น Tropical Silk เครื่องดื่มที่ผสานเสาวรส ลิ้นจี่ และชาเข้าด้วยกันอย่างกลมกล่อม หรือ Remedy เครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำรับดั้งเดิมแห่งการดูแลและปลอบประโลมจิตใจ โดยใช้ผลไม้แปรรูปสูตรพิเศษของแต่ละโรงแรมเป็นองค์ประกอบหลัก เพื่อสะท้อนรสนิยมและวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างมีเอกลักษณ์

    สัมผัสหลากหลายมิติแห่งการค้นพบทั่วประเทศไทย
    ในประเทศไทยแขกผู้เข้าพักสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ Renaissance Day of Discovery ได้ ณ โรงแรมเรเนซองส์ในจุดหมายปลายทางอันโดดเด่น ได้แก่ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์, โรงแรมมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา, โรงแรมเรเนซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา และ โรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา แขกผู้เข้าพักจะได้ร่วมออกสำรวจเรื่องราว ประเพณี และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละจุดหมายปลายทาง ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ด้านเครื่องดื่มที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันจากแรงบันดาลใจในท้องถิ่น เพื่อมอบอีกหนึ่งมิติแห่งการค้นพบที่สะท้อนจิตวิญญาณของสถานที่ พร้อมปลุกความอยากรู้อยากเห็น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์เรเนซองส์ โฮเทลส์


    โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ โรงแรมไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นด้านการออกแบบใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ นำเสนอ “Unfold Bangkok” ในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผ่านโปรแกรมเครื่องดื่ม (Beverage Rituals) รูปแบบใหม่จำนวน 4 รายการ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากตลาดท้องถิ่นอันมีชีวิตชีวา วัตถุดิบพื้นถิ่น และเรื่องเล่าจากย่านชุมชนต่างๆ ของกรุงเทพฯ ในช่วงกลางวันนักเดินทางสามารถร่วมกิจกรรมสำรวจเมืองที่นำโดยทีม Navigators ของโรงแรม ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวที่สะท้อนเสน่ห์ของชุมชน อาทิ สวนบางมด ตลาดยอดพิมาน และปากคลองตลาด เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตและสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด

    จากนั้นในช่วงค่ำแขกผู้เข้าพักสามารถต่อยอดประสบการณ์แห่งการค้นพบที่ R Bar ด้วยการลิ้มลองเครื่องดื่มทั้ง 4 รายการ ทั้งในรูปแบบค็อกเทลสูตรพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูร่างกาย (Revitalizer) และพั้นช์ม็อกเทล ซึ่งได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อถ่ายทอดกลิ่นอายและความงดงามของตลาดดอกไม้ชื่อดังของกรุงเทพฯ ผ่านรสชาติ สีสัน และวัตถุดิบที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมือง
    ณ โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา รีสอร์ทร่วมสมัยริมทะเลที่ตั้งอยู่ระหว่างความมีชีวิตชีวาของเมืองพัทยาและความเงียบสงบของบางเสร่ ผู้เข้าพักจะได้ร่วมออกเดินทางสู่ประสบการณ์ “Beyond the Horizon” ระหว่างวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2569 เพื่อเปิดมุมมองใหม่ในการค้นพบเสน่ห์ของชายฝั่งตะวันออกของประเทศไทย ภายใต้การนำทางของทีม Navigators ผู้เข้าพักจะได้สำรวจชุมชนชายฝั่งบางเสร่และ ไทยธานี หมู่บ้านวัฒนธรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ความเป็นไทย พร้อมร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปเชิงสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้สัมผัสภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เมื่อกลับสู่รีสอร์ทผู้เข้าพักจะได้ดื่มด่ำกับค่ำคืน Discovery Sunset ภายใต้บรรยากาศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องทะเล ณ The Deck พร้อมเพลิดเพลินกับการแสดงควงไฟและดนตรีสด ก่อนร่วมกิจกรรมยามเช้าในวันถัดไป ซึ่งประกอบด้วยพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล คลาสโยคะ และเวิร์กชอปรีไซเคิลที่ส่งเสริมแนวคิดด้านความยั่งยืน ผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบอย่างมีความหมาย

    โรงแรมเรเนซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา รีสอร์ทที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรอันเงียบสงบ ชวนสัมผัส “Craft & Culture” ผ่านเสน่ห์แห่งศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดทั้งวันในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เชิญชวนแขกผู้เข้าพักออกสำรวจแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสถานที่น่าสนใจที่ซ่อนตัวอยู่บนเกาะสมุย ภายใต้การนำทางโดยทีม Navigators ไฮไลท์ของกิจกรรมประกอบด้วยการเยี่ยมชม วัดศิลางู วัดดินสีแดงอันโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ศาลเจ้ากวนอู ซึ่งสะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมไทย-จีนของเกาะสมุย ศูนย์หัตถกรรมโอท็อปสมุย พร้อมสาธิตการประดิษฐ์งานหัตถกรรมจากมะพร้าว และ House of Lucie แกลเลอรีที่รวบรวมผลงานภาพถ่าย ศิลปะ และงานเล่าเรื่องร่วมสมัยจากศิลปินอิสระ เมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำ บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองจะทวีความพิเศษยิ่งขึ้นที่ Lotus Room โดยแขกผู้เข้าพักจะได้ดื่มด่ำกับเครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัตถุดิบและรสชาติท้องถิ่น เพลิดเพลินกับเมนูสตรีทฟู้ดที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตรในชุมชน และดื่มด่ำไปกับการแสดงดนตรีสด ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์และเสน่ห์ของเกาะสมุยได้อย่างมีชีวิตชีวา


    ปิดท้ายในวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา รีสอร์ทริมชายหาดไม้ขาวซึ่งตั้งอยู่บนแนวชายหาดที่ยาวที่สุดของเกาะภูเก็ต โดยผู้เข้าพักจะได้ออกสำรวจเสน่ห์ของจุดหมายปลายทาง “Discover Phuket’s Hidden Gem” ที่นำเสนอเรื่องราวของ “ส้มควาย” วัตถุดิบท้องถิ่นอันทรงคุณค่าซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนมาอย่างยาวนาน กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พบปะเกษตรกรในท้องถิ่น พร้อมเรียนรู้กระบวนการผลิตชาตามภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชน นอกจากนี้ยังสามารถร่วมสัมผัสการนำเสนอเครื่องดื่มสูตรพิเศษในถ้วยพั้นช์ขนาดใหญ่ (Revitalizing Punch Bowl Ritual) ดื่มด่ำกับบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาของตลาดท้องถิ่นในภูเก็ต และร่วมค้นพบมนต์เสน่ห์ของ หนังตะลุง ศิลปะการแสดงเงาอันทรงคุณค่าของภาคใต้ ซึ่งสะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการผสมผสานระหว่างรสชาติท้องถิ่น เรื่องราวของผู้คน และประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ ประสบการณ์ดังกล่าวจะมอบอีกหนึ่งมิติแห่งการค้นพบที่เชื่อมโยงนักเดินทางเข้ากับวัฒนธรรมและชุมชนของภูเก็ตได้อย่างลึกซึ้ง

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เรเนซองส์ โฮเทลส์ หรือการสำรองห้องพัก สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://renaissance-hotels.marriott.com และติดตามข่าวสารรวมถึงแรงบันดาลใจในการเดินทางจาก เรเนซองส์ โฮเทลส์ ผ่านช่องทาง เฟสบุ๊ก อินสตาแกรม และเอ็กซ์

  • Dining - Food - Luxury

    มื้อนี้อยากใช้เวลากับใคร? ONYX Dining ชวนเลือกประสบการณ์บนโต๊ะอาหารให้ตรงกับทุกโมเมนต์ของคนสำคัญ

    การเลือกร้านอาหารในวันนี้อาจไม่ได้เริ่มจากคำถามเพียงว่า “อยากกินอะไร” แต่รวมถึง “อยากใช้เวลากับใคร” และ “อยากให้มื้อนั้นเป็นแบบไหน” เพราะไม่ว่าจะเป็นมื้อของครอบครัว นัดพบปะเพื่อนฝูง การเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ หรือการใช้เวลาโรแมนติกริมทะเล ต่างต้องการทั้งรสชาติ บรรยากาศ และประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป

    ครั้งนี้ ONYX Dining ชวนค้นพบหลากหลายรูปแบบของมื้ออาหารจาก อมารี กรุงเทพฯ (Amari Bangkok) และ อมารี พัทยา (Amari Pattaya) ตั้งแต่มื้อที่ตอบโจทย์สมาชิกทุกวัย มื้อที่ชวนให้นั่งพูดคุยกันนานขึ้น ไปจนถึงช่วงเวลาที่อยากออกไปลองรสชาติใหม่หรือเปลี่ยนบรรยากาศสู่มื้อริมทะเล เพื่อให้ทุกมื้อเป็นมากกว่าแค่มื้ออาหาร แต่เป็นช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกับคนที่รักและสิ่งที่ชอบ ให้ได้ “more of what you love” ในทุกโอกาส

    มื้อครอบครัวที่ทุกคนบนโต๊ะมีเมนูที่ชอบ — เปรโก้

    เวลาพาครอบครัวออกไปกินข้าว แต่ละคนอาจมีเมนูโปรดไม่เหมือนกัน บางคนอยากกินพิซซ่า บางคนชอบพาสต้า หรือบางคนก็อยากลองเมนูใหม่ๆ เปรโก้ (Prego) ณ อมารี กรุงเทพฯ จึงรวมอาหารอิตาเลียนหลากหลายไว้บนโต๊ะเดียว ตั้งแต่พิซซ่าอบจากเตาฟืน พาสต้าโฮมเมด และอาหารอิตาเลียนคลาสสิก ไปจนถึงเมนูสำหรับเด็กและตัวเลือกอาหารปราศจากกลูเตน รวมถึง Risotto alla Montanara หนึ่งในซิกเนเจอร์ของร้าน บูร์ราตา และทีรามิสุ ให้ทุกคนได้เลือกจานที่ชอบ และใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่

    และเมื่ออยากเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองสู่ริมทะเล เปรโก้ พัทยา พาสต้า แล็บ แอนด์ บาร์ (Prego Pattaya Pasta Lab & Bar) ณ อมารี พัทยา ก็พร้อมต้อนรับด้วยพาสต้าเส้นสดที่ทำภายในร้าน พิซซ่า และอาหารอิตาเลียนคลาสสิกในมุมมองร่วมสมัย ท่ามกลางวิวโค้งชายหาดพัทยาเหนือ ขณะที่ อมาญา (Amaya) นำเสนออาหารไทยและอาหารนานาชาติที่คุ้นเคย เติมเต็มมื้อริมทะเลให้เป็นอีกช่วงเวลาที่ได้พักผ่อนและใช้เวลาด้วยกันกับครอบครัวหรือคนพิเศษ

    และในเดือนพฤศจิกายนนี้ เปรโก้ เตรียมเปิดทำเลใหม่ ณ อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ (Amari Don Muang Airport Bangkok) เพิ่มอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับมื้อครอบครัวที่อยากใช้เวลาร่วมกัน พร้อมอาหารอิตาเลียนที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะอยู่ในเมือง ริมทะเล หรือใกล้สนามบิน

    มื้ออาหารไทยสำหรับช่วงเวลาที่อยากนั่งคุยกันนานขึ้น — ชมสินธุ์

    สำหรับมื้อที่อยากพาผู้ใหญ่ในครอบครัวหรือเพื่อนต่างวัยมารับประทานอาหารร่วมกัน เสน่ห์ของอาหารไทยอยู่ที่การได้ล้อมวงร่วมรับประทานอาหารหลากหลายจานบนโต๊ะเดียวกัน ทั้งเลือก ตัก และแบ่งปันกันไปพร้อมกับบทสนทนา ชมสินธุ์ (ChomSindh) ณ อมารี กรุงเทพฯ (Amari Bangkok) นำเสนออาหารไทยจากแม่น้ำและท้องทะเล อาทิ ผัดไทยไชยากุ้งแม่น้ำ ข้าวต้มชมสินธุ์ นารีกรรแสง กุ้งลายเสือผัดสมุนไพรและเครื่องเทศสูตรโบราณ และ ปลาเก๋าสามรส ผ่านตำรับที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น วัตถุดิบจากแหล่งผลิตในท้องถิ่น และเทคนิคการปรุงแบบดั้งเดิม ในบรรยากาศร่วมสมัยพร้อมครัวเปิด

    เสน่ห์ของชมสินธุ์ยังเดินทางไปให้ได้สัมผัสผ่านร้านอาหารป๊อปอัป ณ อมารี ยะโฮร์บาห์รู (Amari Johor Bahru) ประเทศมาเลเซีย ตลอดเดือนตุลาคม และอมารี หัวหิน (Amari Hua Hin) ตลอดเดือนพฤศจิกายน เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ลิ้มลองรสชาติอาหารไทยที่บอกเล่าเรื่องราวจากแม่น้ำและท้องทะเล พร้อมแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ กับคนในครอบครัวและเพื่อนร่วมโต๊ะ

    เมื่อหลายจานถูกเลือกมาไว้บนโต๊ะเดียวกัน แต่ละคนจึงได้ลองรสชาติที่หลากหลาย ไปพร้อมๆ กับการนั่งพูดคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราว และใช้เวลาร่วมกันตลอดมื้อ ให้ความอิ่มอร่อยเดินทางไปพร้อมกับความอิ่มใจ

    เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้เป็นโอกาสพิเศษด้วยรสชาติใหม่ — นิลา

    โอกาสสำหรับการฉลองไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เฉพาะวันเกิดหรือวันครบรอบ แต่สามารถเริ่มต้นจากข่าวดีเล็กๆ การเริ่มต้นสิ่งใหม่ หรือเพียงความตั้งใจที่จะออกไปใช้เวลาด้วยกัน

    นิลา (NILA) ณ อมารี กรุงเทพฯ (Amari Bangkok) นำเสนออาหารอินเดียจากหลากหลายภูมิภาคผ่านมุมมองร่วมสมัย เชื่อมโยงรากของตำรับเข้ากับเรื่องราวและความทรงจำ พร้อมรสชาติที่เข้าถึงได้ง่าย เหมาะสำหรับคู่รักหรือกลุ่มเพื่อนที่อยากลองรสชาติใหม่ ๆ โดยมีเมนูตั้งแต่ Fruit Bhel, Kozhi Chuttathu, Meen Pollichathu และ Peri-Peri Jheenga ไปจนถึง Crab Cutlet ที่เหมาะสำหรับเลือกหลายจานมาแบ่งกันชิม ทำให้การออกมาลองรสชาติใหม่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลของการใช้เวลาร่วมกัน

    มากกว่ามื้ออาหาร คือช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกัน อีกหนึ่งประสบการณ์จาก ONYX Hospitality Group

    จากมื้อครอบครัวที่ทุกคนเลือกเมนูที่ชอบ การนั่งพูดคุยกันนานขึ้นบนโต๊ะอาหารไทย การลองรสชาติใหม่กับเพื่อน หรือการเปลี่ยนบรรยากาศสู่มื้อริมทะเล อาหารอาจเป็นจุดเริ่มต้นของมื้อ แต่สิ่งที่ทำให้แต่ละมื้อน่าจดจำ คือช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกัน

    สำหรับ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) ผู้บริหารธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู พร้อมทั้งร้านอาหารและสปาในเอเชียแปซิฟิก อาหารเป็นอีกส่วนสำคัญของการเดินทาง จึงพัฒนา ONYX Dining ขึ้นเพื่อรวบรวมร้านอาหารหลากหลายแนวคิดในเครือ ตั้งแต่อาหารอิตาเลียน อาหารไทย และอาหารอินเดียร่วมสมัย ไปจนถึงร้านอาหารริมทะเล พร้อมสร้างตัวตนของแต่ละร้านให้ชัดเจนในแต่ละจุดหมายปลายทาง

    แนวทางนี้สอดคล้องกับธีม More of What You Love ของ ONYX Hospitality Group ซึ่งถ่ายทอดแนวคิดการเลือกใช้เวลาไปกับสิ่งที่แต่ละคนชื่นชอบตลอดการเดินทาง ตั้งแต่อาหารและการพักผ่อน ไปจนถึงกิจกรรม การค้นพบจุดหมายปลายทาง และช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกับคนสำคัญสำหรับ

    ทั้งนี้สมาชิก ONYX Rewards สามารถรับส่วนลดค่าอาหาร ณ ห้องอาหารที่ร่วมรายการตามระดับสมาชิก ขณะที่ร้านเปรโก้มอบส่วนลดตั้งแต่10% และสูงสุด 30% สำหรับสมาชิกระดับแพลทินัม นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ด้านการเข้าพักตามเงื่อนไขที่กำหนด

    ไม่ว่าจะเป็นมื้อแบบไหน คำถามจึงอาจไม่ได้มีแค่ “วันนี้อยากรับประทานอะไร?” แต่อาจเป็น “มื้อนี้อยากใช้เวลากับใคร?”

  • Dining - Food - Travel

    ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เดินหน้าสร้างประสบการณ์ใหม่ภายใต้ “More of What You Love”ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรจากหลากหลายอุตสาหกรรม

    ความร่วมมือกับชาตรามือ Benzilla และ Grab ประเทศไทย สะท้อนการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการบริการสู่ประสบการณ์ด้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ และการเดินทางที่ตอบโจทย์ผู้เข้าพักและลูกค้ายุคใหม่

    กรุงเทพฯ ประเทศไทย – ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) บริษัทชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู เดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์ความร่วมมือกับพันธมิตร ถ่ายทอดแนวคิด “More of What You Love” ซึ่งเป็นแคมเปญในโอกาสครบรอบ 60 ปี สู่ประสบการณ์ที่หลากหลาย ผ่านการผสานความเชี่ยวชาญด้านการบริการของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เข้ากับจุดแข็งของพันธมิตร เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ของนักเดินทางในปัจจุบัน
    ความร่วมมือกับชาตรามือ (ChaTraMue) แบรนด์ชาอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย Benzilla ศิลปินไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และ Grab ประเทศไทย แพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำด้านการเดินทางและบริการในชีวิตประจำวัน สะท้อนการผสานรากฐานความเป็นไทย ความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย และการเชื่อมโยงผ่านดิจิทัลเข้าด้วยกัน โดยแต่ละความร่วมมือจะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์ที่ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มอบให้กับลูกค้าในมิติที่แตกต่างกัน ครอบคลุมทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ศิลปะ ไลฟ์สไตล์ และการเดินทาง พร้อมเชื่อมโยงรากฐานความเป็นไทยและความเชี่ยวชาญด้านการบริการของกลุ่มฯ เข้ากับวิถีการเดินทาง การรับประทานอาหาร และการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ของนักเดินทางในทุกวันนี้


    ผสานชาตรามือ นำรสชาติที่คุ้นเคยสู่ประสบการณ์ใหม่

    ความร่วมมือระหว่าง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป และชาตรามือ สะท้อนการผสานสองแบรนด์ไทยที่มีประวัติอันยาวนานและเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคจากรุ่นสู่รุ่น โดยชาตรามือนำความเชี่ยวชาญด้านชาที่สืบทอดมาตั้งแต่ปี 2468 และรสชาติที่คนไทยคุ้นเคยมาผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในด้านการบริการ อาหาร และการสร้างสรรค์ประสบการณ์ ความร่วมมือนี้นำเสนอผ่านเมนูอาหาร เครื่องดื่ม และประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของชาไทยในรูปแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่ชาไทยแก้วโปรดไปจนถึงการสร้างสรรค์เมนูสำหรับโอกาสต่างๆ ให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสรสชาติที่คุ้นเคยและชื่นชอบในรูปแบบที่หลากหลายยิ่งขึ้น

    เติมสีสันให้การเดินทาง ผ่านงานสร้างสรรค์ของ Benzilla

    โอโซ่ (OZO) ร่วมมือกับ Benzilla เพื่อถ่ายทอดบุคลิกที่สนุกสนานของแบรนด์ผ่านคอลเลคชั่นสติ๊กเกอร์ติดกระเป๋าที่ถูกออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อเปลี่ยนกระเป๋าเดินทางให้เป็นพื้นที่สำหรับบอกเล่าความทรงจำจากการเดินทาง ผลงานชุดนี้ได้แรงบันดาลใจจากความสดใสและพลังของโอโซ่ ผสานกับลายเส้นร่วมสมัยและสไตล์อันโดดเด่นของ Benzilla ในการถ่ายทอดความสนุกและความเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าพักได้แสดงตัวตนและแบ่งปันเรื่องราวในแบบของตัวเอง

    เชื่อมโยงการเดินทางและการค้นพบ ผ่าน Grab ประเทศไทย

    ความร่วมมือกับ Grab ประเทศไทย เป็นการนำความเชี่ยวชาญด้านการบริการของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มาผสานกับความสะดวกของบริการดิจิทัล โดยเชื่อมโยงโรงแรม ร้านอาหาร และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ของเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ฯ เข้ากับบริการและฐานผู้ใช้ของ Grab ช่วยให้นักเดินทางเข้าถึงบริการต่างๆ ของกลุ่มออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ได้ง่ายขึ้นผ่านแพลตฟอร์มที่คุ้นเคยและใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งยังผสานบริการด้านการเดินทาง การรับประทานอาหาร และการค้นพบจุดหมายปลายทางเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อช่วยให้ประสบการณ์ของผู้เข้าพักเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งยังเปิดโอกาสให้กลุ่มฯ เข้าถึงผู้บริโภคที่ใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัลได้ตั้งแต่ก่อนเข้าพัก ระหว่างเข้าพัก ไปจนถึงหลังการเข้าพัก ทำให้แบรนด์ ร้านอาหาร และจุดหมายปลายทางในเครือของกลุ่มฯ เข้าถึงได้ง่ายและได้รับประสบการณ์จากแบรนด์ได้มากยิ่งขึ้น

    แม้แต่ละความร่วมมือจะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่ล้วนเกิดจากแนวคิดเดียวกันในการนำความเชี่ยวชาญด้านการบริการของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มาผสานกับจุดแข็งของพันธมิตรแต่ละราย เพื่อสร้างคุณค่าและประสบการณ์ที่มากขึ้นให้กับผู้เข้าพัก

    คุณพรทิพย์ เป้าทอง รองประธานฝ่ายแบรนด์และการตลาด ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า “วาระครบรอบ 60 ปีของกลุ่มฯ เป็นโอกาสให้เราได้มองย้อนกลับไปถึงรากฐานความเป็นไทยและประสบการณ์ด้านการบริการที่ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป สั่งสมมาตลอดหกทศวรรษ ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาที่เราได้มองไปข้างหน้า เพื่อทำความเข้าใจว่าวันนี้ผู้เข้าพักให้ความสำคัญกับอะไร ‘More of What You Love’ จึงเป็นแนวคิดที่มุ่งโอกาสให้ผู้คนได้ใช้เวลาและเพลิดเพลินกับประสบการณ์ที่เรามอบให้ในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ตั้งแต่โรงแรมที่เลือกเข้าพัก อาหารที่ได้ค้นพบ ไปจนถึงจุดหมายปลายทางที่ออกไปสำรวจ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประสบการณ์ที่สอดคล้องไปกับวิถีชีวิตและรูปแบบการเดินทางของผู้คนในวันนี้”

    ความร่วมมือเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญครบรอบ 60 ปีของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่จะช่วยต่อยอดประสบการณ์และสร้างเหตุผลใหม่ๆ ให้ผู้เข้าพักได้รู้จัก สัมผัส และกลับมาใช้บริการแบรนด์ต่างๆ ในเครือได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาประสบการณ์ภายใต้แบรนด์อมารี (Amari) โอโซ่ (OZO) ชามา (Shama) และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) โดยยึดเอกลักษณ์และบทบาทที่แตกต่างของแต่ละแบรนด์เป็นแนวทาง พร้อมเดินหน้าต่อยอดจากความเข้าใจด้านการบริการและจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมองหาความร่วมมือที่เชื่อมโยงรากฐานขององค์กรเข้ากับความคิดสร้างสรรค์และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เพื่อนำเสนอความร่วมมือและกิจกรรมในโอกาสครบรอบ 60 ปีเพิ่มเติมตลอดทั้งปี รวมถึงการต่อยอดความร่วมมือในปีถัดไป

  • Dining - Hotel - Lifestyle - Luxury

    พลังแห่งอัตลักษณ์ท้องถิ่น : แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เผยอนาคตแห่งวงการอาหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

    รสชาติท้องถิ่นครองใจนักชิมทั่วเอเชียแปซิฟิก ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านจากร้านอาหารแบบดั้งเดิมสู่พื้นที่สังสรรค์ยุคใหม่

    แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เผยโฉมรายงานเทรนด์อาหารแห่งอนาคต ปี 2570 หรือ Future of Food 2027 รายงานล่าสุดที่สำรวจแนวโน้มด้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) รายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการพูดคุยกับเชฟชั้นนำ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการ และผู้มีอิทธิพลทางด้านอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาค ควบคู่กับข้อมูลเชิงลึกจากโรงแรมในเครือ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ทั่วภูมิภาค โดยเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ นั่นคือการเติบโตและความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของสถานที่ ในขณะที่การรับประทานอาหารก้าวข้ามขอบเขตของร้านอาหารแบบดั้งเดิมไปสู่รูปแบบที่มีความยืดหยุ่นและเน้นการเข้าสังคม ผู้รับประทานอาหารจึงมองหาประสบการณ์ที่มีความเป็นท้องถิ่น ความดั้งเดิม และความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับจุดหมายปลายทางของตนมากยิ่งขึ้น

    ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) เหล่านักชิมกำลังมองหาความดั้งเดิมและการเข้าสังคมมากยิ่งขึ้น ความต้องการลิ้มรสอาหารจานเด่นประจำท้องถิ่นแบบดั้งเดิมกำลังพุ่งสูงขึ้น โดยโรงแรมที่เข้าร่วมการสำรวจมากถึง 95% ระบุว่า นี่คือแนวโน้มที่ใหญ่ที่สุดในตลาดของตน ในขณะเดียวกัน การรับประทานอาหารไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในรูปแบบร้านอาหารแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แขกผู้เข้าพักมารวมตัวกันตามบาร์ เลานจ์ เคาน์เตอร์ และพื้นที่ต่างๆ ซึ่งเปลี่ยนโรงแรมให้กลายเป็นศูนย์กลางทางสังคมและวัฒนธรรมที่แขกสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างลื่นไหลตลอดทั้งวัน ส่งผลให้เกิดยุคใหม่ของการรับประทานอาหารที่เรื่องราวเบื้องหลังสิ่งที่ผู้คนรับประทานและสถานที่ที่พวกเขารับประทานมีความสำคัญมากกว่าที่เคย

    “ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เรากำลังเห็นเทรนด์ที่เปลี่ยนไปสู่ประสบการณ์ที่อบอุ่นเป็นกันเองและมีรากฐานมาจากท้องถิ่น โดยพื้นที่ขนาดเล็กที่ได้รับการออกแบบมาอย่างตั้งใจ ได้เข้ามาแทนที่รูปแบบการรับประทานอาหารแบบทางการแบบเดิม” ปีเตอร์ ราบา (Petr Raba) รองประธานฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไม่รวมประเทศจีน แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว “โรงแรมกำลังกลายเป็นนักเล่าเรื่องราวทางวัฒนธรรม โดยผสานความสามารถของเชฟท้องถิ่น วัตถุดิบที่จัดหาจากในพื้นที่ และความเชื่อมโยงเข้าไว้ในทุกมิติของประสบการณ์การรับประทานอาหาร เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่นั้นๆ อย่างแท้จริง”

    กระแสหลักที่กำหนดอนาคตของวงการอาหาร

    1. การเปลี่ยนแปลงด้านพื้นที่ (The Spatial Shift)

    การรับประทานอาหารกำลังก้าวข้ามรูปแบบร้านอาหารแบบดั้งเดิม เนื่องจากแขกผู้เข้าพักโน้มเอียงไปทางพื้นที่ที่มีความยืดหยุ่น เข้าสังคมได้ง่าย และขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์มากยิ่งขึ้น ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) เกือบครึ่งหนึ่งของโรงแรมที่สำรวจรายงานว่ามีความต้องการสถานที่แบบลำลอง เช่น เลานจ์ บาร์ และพื้นที่กลางแจ้งที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่แนวคิดใหม่ๆ กำลังเปิดรับพื้นที่ขนาดกะทัดรัด 40 ถึง 60 ที่นั่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในประเทศเวียดนาม โรงแรมที่สำรวจ 71% รายงานว่ามีการเติบโตของการรับประทานอาหารในโซนบาร์และเลานจ์ ซึ่งสะท้อนถึงความดึงดูดใจที่เพิ่มขึ้นของประสบการณ์การรับประทานอาหารที่มีความยืดหยุ่น เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังกำลังสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยยกระดับทุกด้านตั้งแต่การพัฒนาเมนูและการตลาด ไปจนถึงการจัดสรรพนักงานและข้อมูลเชิงลึกของแขก ซึ่งช่วยให้ทีมงานสามารถมุ่งเน้นไปที่การมอบการบริการที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น ร้านอาหารและบาร์ 100% ที่สำรวจในประเทศไทยมีการใช้ AI ในการดำเนินงาน

    • ความได้เปรียบของท้องถิ่น (The Local Advantage)

    อาหารท้องถิ่นกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดการตัดสินใจเลือกรับประทานอาหารทั่วทั้งภูมิภาค 95% ของโรงแรมที่สำรวจพบว่าความต้องการอาหารจานเด่นประจำท้องถิ่นแบบดั้งเดิมในปัจจุบันถือเป็นแนวโน้มที่แข็งแกร่งที่สุด และมีความสำคัญเหนือกว่าเรื่องความคุ้มค่าเมื่อแขกต้องเลือกว่าจะรับประทานอาหารที่ไหน โรงแรมต่างๆ กำลังตอบสนองด้วยการสร้างสรรค์เมนูด้วยวัตถุดิบและเรื่องราวที่มีรากฐานมาจากจุดหมายปลายทางนั้นๆ ตัวอย่างเช่น ที่ห้องอาหาร Hearth โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เมืองเพิร์ท เมนูจานเด่นอย่างเป็ด Wagin ท้องถิ่น ไม่เพียงแต่นำเสนอผลผลิตขึ้นชื่อของออสเตรเลียตะวันตก แต่ยังสะท้อนถึงปรัชญาของห้องอาหารที่เน้นวัตถุดิบตามฤดูกาลและท้องถิ่นอีกด้วย นอกจากนี้ ในช่วงปีที่ผ่านมา โรงแรม 4 ใน 5 แห่งได้นำวัตถุดิบใหม่ๆ ในท้องถิ่นมาใช้ ตั้งแต่ผักจากเกียวโตในญี่ปุ่น ไปจนถึงเกลือทะเลกำปอดในเมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากกัมพูชา และเครื่องเทศพื้นเมืองทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่เกือบ 75% ระบุว่ามีการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นในเมนูเครื่องดื่มมากขึ้น เทรนด์นี้เด่นชัดมากเป็นพิเศษในอินเดียและอินโดนีเซีย โดยมีความต้องการอาหารท้องถิ่นสูงถึง 71% และ 67% ตามลำดับ ซึ่งตอกย้ำว่านักเดินทางต้องการหาประสบการณ์การรับประทานอาหารที่บอกเล่าเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ อย่างแท้จริง

    • ประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งครบจบใน 99 นาที (99-Minute Fine Dining)  

    อาหารไฟน์ไดนิ่งกำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านด้านเวลา โดยหลายๆร้านหันมาเสิร์ฟคอร์สอาหารจานเด่น 4-5 คอร์สที่จบภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงี่ แทน Tasting Menu แบบเดิมที่อาจใช้เวลายาวนานถึง 4 ชั่วโมงและมีอาหารมากกว่า 10 คอร์ส ข้อมูลจากทั่วภูมิภาคระบุว่า โรงแรมถึง 58% มีระยะเวลาทานอาหารมื้อหรูเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 ถึง 2 ชั่วโมง โดยสิงคโปร์กลายเป็นหนึ่งในตลาดไฟน์ไดนิ่งดำเนินไปอย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่ง 85% ของร้านอาหารใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 1.5 ชั่วโมงเท่านั้น และเพื่อปรับตัวให้เข้ากับไลฟ์สไตล์นี้ ร้านอาหารต่างๆ จึงเลือกกระชับเมนูให้สั้นลง เพิ่มทางเลือกแบบอะลาคาร์ท (À la carte) และหันมามุ่งเน้นที่ “ช่วงเวลาว้าว” แทนที่จะนับจำนวนคอร์สอาหาร เช่นเดียวกับในเกาหลีใต้ที่ 1 ใน 5 ของร้านได้ลดจำนวนคอร์สลง ในขณะที่ฟิลิปปินส์มีร้านไฟน์ไดนิ่งถึง 30% ที่หันมาเสิร์ฟเมนูแบบอะลาคาร์ท (À la carte) เช่นเดียวกับออสเตรเลียที่ทั้งลดจำนวนคอร์สและลดเวลาบริการให้กระชับขึ้น

    ข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากรายงาน

    • กินดี อยู่ดี ตามวัย (Eat Well, Eating Your Age): เรื่องสุขภาพได้ก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญในการเลือกร้านอาหาร โดยวัตถุดิบดั้งเดิมจากภูมิปัญญาอาหารเอเชียแปซิฟิกกลับมาได้รับความสนใจจากนักเดินทางยุคใหม่อีกครั้ง ปัจจุบันโรงแรมในเครือแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลถึง 97% ที่ได้รับการสำรวจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) มีการเสิร์ฟเมนูอาหารที่เน้นเรื่องสุขภาพและการมีอายุยืนยาว ยิ่งไปกว่านั้น เทรนด์รักสุขภาพนี้ยังขยายขอบเขตไปไกลกว่ามื้ออาหาร โดยครอบคลุมไปถึงมินิบาร์ทางเลือกเพื่อสุขภาพ และบริการเตรียมห้องนอนก่อนนอน ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการนอนหลับและการผ่อนคลายอีกด้วย
    • เมนูยุคใหม่ (The Modern Menu): ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เมนูอาหารกำลังได้รับการรังสรรค์ให้มีความโดดเด่นและกระตุ้นประสาทสัมผัสมากยิ่งขึ้น โดยสัมผัสหรือเนื้อสัมผัสของอาหาร (Texture) ได้ก้าวขึ้นมามีความสำคัญเทียบเท่ากับรสชาติ เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารให้สมบูรณ์แบบ ในขณะเดียวกัน การรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก (Plant-forward) ก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งผลักดันให้แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวโครงการ APEC Plant-Forward Program ทั่วภูมิภาคในปี 2570 ส่งผลให้เป็นหนึ่งในกลุ่มโรงแรมระดับโลกกลุ่มแรกๆ ที่บูรณาการการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักเข้าเป็นรากฐานการดำเนินงานอย่างถาวร
    • เครื่องดื่มทางเลือกแบบไร้แอลกอฮอล์ (Alcohol Alternatives): กระแสเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่ำและไม่มีแอลกอฮอล์ได้ก้าวข้ามจากการเป็นเทรนด์เฉพาะกลุ่ม สู่การเป็นหลักปฏิบัติสำคัญของธุรกิจบริการ โดยร้านอาหารและบาร์ในเครือแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล 42% ที่สำรวจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) รายงานว่ายอดขายเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เติบโตสูงขึ้น ตั้งแต่สปิริตพรีเมียมไปจนถึงการจับคู่เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์กับมื้ออาหาร แขกผู้เข้าพักต่างมองหาทางเลือกที่มีความละเมียดละไมและตอบโจทย์การใช้ชีวิต โดยไม่ต้องประนีประนอมเรื่องรสชาติหรือความรื่นรมย์แต่อย่างใด

    อนาคตด้านอาหารและเครื่องดื่ม

    ภูมิทัศน์ด้านอาหารและเครื่องดื่มของเอเชียแปซิฟิกกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่สู่ความดั้งเดิมอย่างแท้จริง และความตั้งใจจริง ร้านอาหารและโรงแรมที่จะประสบความสำเร็จในปี 2570 คือผู้ที่เข้าใจแก่นแท้ของสถานที่นั้นๆ อย่างลึกซึ้ง ทั้งวัตถุดิบ วัฒนธรรม และผู้คน แล้วนำมาต่อยอดเป็นประสบการณ์การออกแบบบนพื้นฐานดังกล่าว สถานที่เหล่านี้กำลังรังสรรค์พื้นที่ขนาดเล็กที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวชัดเจน โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยเสริมสร้างการบริการที่อบอุ่นและจริงใจ พร้อมทั้งบอกเล่าเรื่องราวที่เชื่อมโยงความรู้สึกของแขกเข้ากับจุดหมายปลายทางและอาหาร ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นวงการอาหารในภูมิภาคที่ไม่ใช่แค่การยกโมเดลมาตรฐานสากลทั่วไปมาใช้อีกต่อไป แต่เป็นแหล่งรวมประสบการณ์อันโดดเด่นที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง