Food

  • Food - Hotel

    แมริออท บอนวอย เชิญชวนมาลิ้มรสความสดชื่นแห่งฤดูร้อนกับเมนูข้าวแช่จากห้องอาหารชั้นนำทั่วไทย ต้อนรับหน้าร้อนด้วยเมนูข้าวแช่ตำรับไทยจากกรุงเทพฯ ภูเก็ต เขาหลัก หัวหิน และเชียงราย

    แมริออท บอนวอย® (Marriott Bonvoy®) แพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับรางวัลยอดเยี่ยมจากเครือ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) ร่วมเฉลิมฉลองการมาถึงของฤดูร้อนในประเทศไทยด้วยการนำเสนอ เมนูข้าวแช่ อาหารไทยชั้นสูงที่สะท้อนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในทุกองค์ประกอบ พร้อมมอบความสดชื่นในช่วงเดือนที่ร้อนที่สุดของปี
    “ข้าวแช่” เป็นเมนูที่ประกอบด้วยข้าวหอมมะลิหุงสุกแช่น้ำลอยดอกไม้เย็นหอมสดชื่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับช่วงฤดูร้อนของไทย นอกจากนี้ยังเสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงหลากรส ทั้งหวาน เปรี้ยว เผ็ด และเค็ม เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมและมีมิติ โดยข้าวแช่เริ่มมีชื่อเสียงจากราชสำนักไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2411–2453) และได้กลายมาเป็นอาหารประจำฤดูร้อนของไทย รวมถึงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทยอีกด้วย
    ปีนี้ แมริออท บอนวอย นำเสนอเมนูข้าวแช่ที่ห้องอาหารกว่า 16 แห่งทั่วประเทศไทย ครอบคลุมกรุงเทพฯ ภูเก็ต เขาหลัก หัวหิน และเชียงราย พร้อมต้อนรับให้สัมผัสประสบการณ์วัฒนธรรมการรับประทานอาหารไทยสุดประณีตกับโปรโมชั่นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ตลอดเดือนเมษายนนี้

    ในกรุงเทพฯ แขกผู้มาเยือนสามารถเพลิดเพลินกับรสชาติความสดชื่นในฤดูร้อน ณ ห้องอาหารชั้นนำของเมืองหลวง อาทิ เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ (The House of Smooth Curry) แห่ง โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล (The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok) ซึ่งคัดสรรข้าวคุณภาพจากเกษตรกรท้องถิ่นในจังหวัดอำนาจเจริญ รวมถึงห้องอาหารหลากหลาย ได้แก่ พระยา คิทเช่น (Praya Kitchen) และ เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์ (The Lobby Lounge) แห่ง โรงแรม แบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ (Bangkok Marriott Hotel The Surawongse) ซึ่งนำเสนอชุดข้าวแช่แบบนำกลับบรรจุในกระจาดหวายเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจน เดอะ สยาม ที รูมท์ (The Siam Tea Room) แห่ง โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค (Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park) ที่เชฟอบข้าวด้วยควันเทียนให้กลิ่นหอมละมุน และ แบงค็อก เบกกิ้ง คอมพานี (Bangkok Baking Company) โรงแรม เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ (JW Marriott Hotel Bangkok) นำเสนอข้าวแช่สุดประณีตโดยเชฟธนันท์ธร บุนนาค

    ยกระดับประสบการณ์การรับประทานข้าวแช่ให้พิเศษยิ่งขึ้น พร้อมดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันสวยงามได้ที่ ฤดูกาล (Le Du Kaan) บนรูฟท็อปชั้น 55 ของอาคาร ดิ เอ็มไพร์ ทาวเวอร์ (The Empire Tower) รวมถึง เดอะ สยาม ที รูมท์ – เอเชียทีค (The Siam Tea Room – Asiatique) ซึ่งมองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาอันงดงาม รวมถึงห้องอาหาร ธาราทอง (Thara Thong) กับศาลาไม้สักแกะสลัก ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ (Royal Orchid Sheraton Riverside Hotel Bangkok)

    ท่ามกลางบรรยากาศขุนเขาโอบล้อมด้วยหมอกทางภาคเหนือ ที่ เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท (Le Méridien Chiang Rai Resort) แขกผู้เข้าพักสามารถลิ้มลองเมนูข้าวแช่อันประณีตได้ที่ เลเทส เรซิพี (Latest Recipe) พร้อมเพลิดเพลินกับวิวโค้งน้ำกกอันงดงาม หรือเดินทางลงสู่ชายฝั่งอ่าวไทยสีทอง เชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา (Sheraton Hua Hin Resort & Spa) ลิ้มลองข้าวแช่ตำรับเพชรบุรีแท้ดั้งเดิม ณ ซันดารา สปอร์ต เลานจ์ (Sundara Sport Lounge)

    ตามแนวชายฝั่งอันดามันที่อบอุ่นด้วยแสงแดด นักชิมสามารถเพลิดเพลินกับเมนูข้าวแช่ได้ที่สี่รีสอร์ทในจังหวัดภูเก็ตและเขาหลัก ที่ เดอะ นาคา ไอส์แลนด์, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น รีสอร์ท แอนด์ สปา ภูเก็ต (The Naka Island, a Luxury Collection Resort & Spa, Phuket) สัมผัสประสบการณ์ข้าวแช่พร้อมกิจกรรมแกะสลักผลไม้ ณ วีรันดา (Veranda) ที่ เขาหลัก แมริออท บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา (Khao Lak Marriott Beach Resort & Spa) หรือพบกับชุดข้าวแช่แบบไทยดั้งเดิมที่ โกจิ คิทเช่น แอนด์ บาร์ (Goji Kitchen & Bar) และสามารถผ่อนคลายไปกับสายลมทะเลพร้อมลิ้มรสข้าวแช่ได้ที่ห้องอาหาร ตะไคร้ (Ta-Krai) เจดับบลิว แมริออท เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา (JW Marriott Khao Lak Resort & Spa)
    สำหรับรายชื่อโรงแรมและห้องอาหารที่ร่วมรายการทั้งหมด สามารถตรวจสอบได้ด้านล่าง หรือเยี่ยมชมได้ที่เว็ปไซด์ ทั้งนี้ สมาชิก แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy) สามารถรับสิทธิประโยชน์และส่วนลดพิเศษเฉพาะสมาชิกเท่านั้น พร้อมสะสมคะแนนและแลกคะแนนได้ในทุกการใช้จ่าย ณ ห้องอาหารและบาร์ที่ร่วมรายการ
    หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม แมริออท บอนวอย หรือเพื่อสำรองประสบการณ์ซัมเมอร์ในประเทศไทย สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.marriott.com

    ห้องอาหารที่ร่วมรายการ

    กรุงเทพฯ

    • เดอะ สยาม ที รูมท์, สาขา สุขุมวิท 22, โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค
    • เดอะ สยาม ที รูมท์ฐ สาขา เอเชียทีค
    • ฤดูกาล, ดิ เอ็มไพร์ ทาวเวอร์
    • เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่, โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล
    • เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์ และ พระยา คิทเช่น, โรงแรม แบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์
    • แบงค็อก เบกกิ้ง คอมพานี (บีบีโค), โรงแรม เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ
    • ธาราทอง, โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ
    • เดอะ คาเฟ่ เรสเตอรองท์, โรงแรม มณเฑียร ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ
    • เฟลเวอร์ส, โรงแรม เรอเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์

    ภูเก็ต

    • วีรันดา, เดอะ นาคา ไอส์แลนด์, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น รีสอร์ท แอนด์ สปา ภูเก็ต

    เขาหลัก

    • ตะไคร้, เจดับบลิว แมริออท เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา
    • โกจิ คิทเช่น แอนด์ บาร์, เขาหลัก แมริออท บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา
    • เดอะ เนสต์, เลอ เมอริเดียน เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา

    หัวหิน

    • ซันดารา สปอร์ต เลานจ์, เชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา

    เชียงราย

    • เลเทส เรซิพี, เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท

  • Food - Hotel

    สัมผัสเสน่ห์แห่งซิซิลีผ่านค่ำคืนไวน์และอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ เดอะ นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต

    The Luxury Collection รีสอร์ท ในเครือแมริออท เชิญชวนผู้หลงใหลในไวน์และอาหาร ดื่มด่ำในค่ำคืนแห่งประสบการณ์เหนือระดับกับไวน์ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Sicily’s Finest” ณ ห้องอาหาร รัมชาเพล ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งไวน์ชั้นเลิศจากเกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี จัดขึ้น ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569

    ภูเก็ต ประเทศไทย – เดอะ นาคา ไอแลนด์, อะ ลักซ์ชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ทแอนด์สปา ภูเก็ต (The Naka Island, a Luxury Collection Resort & Spa, Phuket) รีสอร์ทระดับห้าดาวบนเกาะส่วนตัวอันเงียบสงบกลางทะเลอันดามัน ขอเชิญชวนผู้ที่ชื่นชอบไวน์และอาหารรสเลิศร่วมสัมผัสประสบการณ์เมดิเตอร์เรเนียน ผ่านดินเนอร์จับคู่ไวน์และอาหารรังสรรค์พิเศษ โดยความร่วมมือกับ Feudo Maccari หนึ่งในโรงบ่มไวน์ชั้นนำจากเกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี

    กิจกรรมไวน์ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Sicily’s Finest – A Wine and Culinary Journey” จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 โดยผสานศิลปะการปรุงอาหารร่วมสมัยจากห้องอาหารรัมชาเพล ห้องอาหารริมชายหาดอันงดงามของเดอะ นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต จับคู่กับไวน์ชั้นเลิศจำนวน 6 ตัวจาก Feudo Maccari ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาค Val di Noto แหล่งมรดกโลกของยูเนสโก (UNESCO) บนเกาะซิซิลี เป็นพื้นที่ผลิตไวน์ระดับ DOC ซึ่งเป็นมาตรฐานรับรองแหล่งกำเนิดไวน์ที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี

    Feudo Maccari ก่อตั้งโดย Antonio Moretti เจ้าของ Tenuta Sette Ponti ผู้มีวิสัยทัศน์ด้านการผลิตไวน์ โดยไร่องุ่นแห่งนี้มีชื่อเสียงจากไวน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของ terroir ได้อย่างลึกซึ้ง สะท้อนรสชาติอันโดดเด่นจากดินภูเขาไฟอันอุดมสมบูรณ์ของเกาะซิซิลีและผสานความสดชื่นจากภูมิอากาศริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอย่างงดงาม

    ค่ำคืนแห่งรสชาติ ณ รัมชาเพล จะถ่ายทอดประสบการณ์การจับคู่อาหารและไวน์ระดับระดับชั้นเลิศผ่านอาหารค่ำ 5 คอร์สที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันอาทิ King Fish Carpaccio, Phuket Lobster Medallions, Black Grouper, Australian Wagyu Beef และ Chumphon Chocolate Entremet โดยแต่ละจานได้รับการออกแบบมาเพื่อความสมดุลของรสชาติและเผยเสน่ห์เฉพาะตัวของไวน์แต่ละชนิด ตั้งแต่ความสดชื่นของ Olli Grillo ไปจนถึงความลุ่มลึกอบอุ่นและกลิ่นผลไม้อันโดดเด่นของ Nero d’Avola

    ภายใต้บรรยากาศอันสงบของยามค่ำคืน หลังแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าเหนือทะเลอันดามัน แขกผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสกับค่ำคืนสุดพิเศษที่ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมซิซิลีเข้ากับความเงียบสงบของธรรมชาติทางภาคใต้ของประเทศไทยอย่างลงตัว

    Sicily’s Finest – A Wine and Culinary Journey
    วันและเวลา: วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 19.00 – 22.00 น.
    สถานที่: ห้องอาหาร รัมชาเพล, เดอะ นาคาไอแลนด์, อะ ลักซ์ชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ทแอนด์สปา ภูเก็ต
    ราคา: 3,900 บาท++ ต่อท่าน
    ที่นั่งมีจำนวนจำกัด กรุณาสำรองล่วงหน้าเพื่อร่วมดื่มด่ำค่ำคืนแห่งรสชาติอันน่าประทับใจนี้ โทร. +66 (0) 76 371 400 หรืออีเมล [email protected]

    เดอะ นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต รีสอร์ทแห่งเดียวบนเกาะนาคาใหญ่ อัญมณีแห่งทะเลอันดามัน คือจุดหมายปลายทางที่ผสานความเป็นส่วนตัว ความผ่อนคลาย และการผจญภัยไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน รีสอร์ทประกอบด้วยห้องพัก ห้องสวีท และพูลวิลล่ารวม 90 ห้อง พร้อมบริการด้านการพักผ่อน เวลเนส และประสบการณ์อาหารชั้นเลิศ กิจกรรมที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน รวมถึงทริปท่องเที่ยวสู่หมู่เกาะใกล้เคียง โอเอซิสบนเกาะส่วนตัวแห่งนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการหลีกหนีความวุ่นวาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางคนเดียว ทริปพักผ่อนของครอบครัว ช่วงเวลาโรแมนติก การเฉลิมฉลองงานแต่งงานในฝัน หรือฮันนีมูน ด้วยคุณภาพและประสบการณ์อันโดดเด่น เดอะ นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต จึงได้รับการยกย่องด้วยรางวัล MICHELIN Key ประจำปี 2568

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพัก อีเมล: [email protected]
    ช่องทางออนไลน์

    Email: [email protected]
    Website: www.marriott.com/en-us/hotels/pyxlc-the-naka-island-a-luxury-collection-resort-and-spa-phuket/overview
    Facebook: www.facebook.com/thenakaisland
    Instagram: www.instagram.com/nakaislandphuket
    Line Official: lin.ee/6wOs1Rw

  • Food - Lifestyle

    Blue by Alain Ducasse ชวนลิ้มรสเมนูประจำฤดูใบไม้ผลิโดยเชฟ Evens Lópezคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ ฉลองการเดินทางผ่านฤดูกาลครบหนึ่งรอบของเชฟมากฝีมือณ ร้านอาหารมิชลินสตาร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

    กรุงเทพฯ มีนาคม 2569 – Blue by Alain Ducasse ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ ณ ไอคอนสยาม เปิดตัวเมนูฤดูใบไม้ผลิประจำปี 2026 (Spring 2026 Menu) ซึ่งถ่ายทอดแนวคิดการทำอาหารที่ยึดโยงกับฤดูกาล งานฝีมือ และความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับธรรมชาติ พร้อมเฉลิมฉลองให้กับการบรรจบครบรอบวัฏจักรแห่งฤดูกาลในการมอบประสบการณ์ด้านอาหารสุดพิเศษแก่เหล่านักชิมของเชฟ Evens López นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง Executive Chef ให้กับร้านอาหารมิชลินสตาร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจในการสำรวจวัตถุดิบอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น และการเคารพต่อจังหวะการเติบโตของธรรมชาติอย่างแท้จริง

    โดยเชฟ Evens López เผยว่า “ฤดูใบไม้ผลิครั้งนี้มีความหมายเป็นพิเศษ เพราะเป็นการเดินทางผ่านฤดูกาลมาครบหนึ่งรอบพอดี นับตั้งแต่ผมเข้ามาร่วมงานกับ Blue ซึ่งเราต่างรู้ดีว่าธรรมชาติคือผู้กำหนดจังหวะในการรังสรรค์รสชาติ และพวกเราก็เฝ้ารออย่างอดทนให้วัตถุดิบสำคัญเติบโตจนถึงช่วงเวลาที่ดีที่สุด หลายอย่างเพิ่งมาถึงเมื่อไม่นานมานี้ เมนูประจำฤดูใบไม้ผลิ ทั้งเมนูยอดนิยมที่หวนกลับมาอีกครั้งในรูปแบบที่พัฒนาขึ้น และเมนูใหม่ที่เราได้แรงบันดาลใจจากการเดินทางไปเยือน KP Farm ในจังหวัดกำแพงเพชร จึงสะท้อนถึงการเติบโตตามธรรมชาติอย่างแท้จริงของวัตถุดิบและอาหารของเรา”

    ตลอดฤดูกาลนี้ Blue by Alain Ducasse พร้อมมอบประสบการณ์พิเศษให้ทุกคนได้สัมผัสรสชาติแห่งฤดูใบไม้ผลิอย่างเต็มอิ่ม ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาเยือนจนถึงคำสุดท้ายที่ลิ้มรส โดยเริ่มอารัมภบทด้วย House-Made Kombucha คอมบูชาสูตรพิเศษของทางร้าน ที่หมักจากผลผลิตประจำสัปดาห์ของฟาร์ม เสิร์ฟให้สัมผัสความสดชื่นตั้งแต่ในล็อบบี้ ก่อนเชื้อเชิญสู่โต๊ะอาหารพร้อม Canapé Selection ที่จะพาไปทำความรู้จักกับกลิ่นอายของฤดูกาลผ่านคำเล็ก ๆ ซึ่งปรุงแต่งอย่างประณีตบรรจง เริ่มด้วย ข้าวโพดหวานย่างเสิร์ฟคู่กับริคอตต้าชีสรมควัน (Smoked Ricotta) และซอสจากดอกดาวเรือง ซึ่งฉายภาพความทรงจำวัยเด็กในประเทศเปรูของเชฟ Evens López ผ่านรสชาติอันละเมียดละไม ตามด้วย แครอทสายพันธุ์ดั้งเดิมที่เพิ่มมิติของรสชาติด้วยกลิ่นหอมจากใบชิโสะ แล้วค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยกับฤดูใบไม้ผลิด้วย “Amulette” หอยนางรมจากแคว้นบริตตานี ประเทศฝรั่งเศส ที่ลวกอย่างเบามือ เสิร์ฟพร้อมเครื่องปรุงจากดอกแนสเทอเชียม (Nasturtium) ผลผลิตจาก KP Farm และส้มคาลามันซี (Calamansi Citrus) ก่อนจบคานาเป้คำสุดท้ายด้วย เนื้อวากิวระดับ A4 จากออสเตรเลีย เสิร์ฟพร้อมอิมัลชันจากใบกระเทียมป่า (Ramson) และเพิ่มรสสัมผัสอันน่าประทับใจด้วยความโปร่งใสของ Noresore หรือตัวอ่อนปลาไหลทะเล วัตถุดิบชั้นเลิศจากจังหวัดโคจิและโทคุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีให้ลิ้มรสเฉพาะช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น

    หลังจากเปิดประตูสู่รสชาติแห่งฤดูกาล เชฟ Evens López จะพาดำดิ่งสู่ช่วงเวลาแห่งการผลิบานด้วยคอร์สแรก “Trompe-l’œil of Golden Cuttlefish” หมึกกระดองสีทองที่จัดเตรียมให้ดูคล้ายเส้นพาสต้าบางละเอียด เสิร์ฟพร้อมหน่อไม้ฝรั่งขาวจากแคว้นเลส์ ล็องด์ และน้ำซุปที่แต่งกลิ่นด้วยใบเจอราเนียมจาก KP Farm
    ต่อด้วย “Brown Crab from Roscoff” ปูสีน้ำตาลจากเมืองรอสคอฟฟ์ในแคว้นบริตตานี ที่ปรุงในน้ำซุป Court-Bouillon หอมกรุ่น เสิร์ฟมาบน Chawanmushi ที่ได้แรงบันดาลใจจากซุป Bouillabaisse โดยซ่อนชั้นของเครื่องปรุงผักชีและอะโวคาโดไว้ข้างใน ก่อนเติมความหรูหราด้วย Kristal Caviar จาก Maison Kaviari และซอสเนยสีน้ำตาลที่แต่งกลิ่นด้วยยูซุสีเหลือง เพิ่มความลุ่มลึกของรสชาติ

    หนึ่งในเมนูยอดนิยมที่กลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้งคือ “Rainbow Courgette Filled with Comté Cheese and Walnuts” ซูกินีสีรุ้งยัดไส้ชีสกงเต้และวอลนัต เสิร์ฟพร้อมซอส Beurre Blanc กลิ่นเลมอนเวอร์บีนา ซึ่งให้ความสดชื่นแบบสมุนไพร ช่วยสร้างสมดุลกับความเข้มข้นของชีสได้เป็นอย่างดี จากนั้นลิ้มรส “Norwegian Langoustine” ลังกูสทีนจากนอร์เวย์ย่างเบา ๆ เหนือถ่าน เสิร์ฟคู่กับหัวผักกาดพันธุ์ Hakurei จากโตเกียว และน้ำซุปบิสก์ (Bisque) จากหัวลังกูสทีน ที่รินเสิร์ฟให้ที่โต๊ะพร้อมเติมกลิ่นหอมของเสจจากเปรู เพื่อเป็นการยกย่องเทคนิคการทำอาหารฝรั่งเศสคลาสสิก

    อีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์คือ “Dry-aged Monkfish Cured with Citron (Cédrat) Leaves” ปลามังค์ฟิชบ่มแห้ง หมักด้วยใบซิตรอน ปรุงแบบ à la meunière เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่ง พายสไตล์ฝรั่งเศส (feuilletée) เครื่องปรุงจากกระเทียมต้นและซิตรอน พร้อมซอสไวน์แดงที่เคี่ยวจากกระดูกปลาและแต่งกลิ่นตะไคร้ ซึ่งจะรินเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ
    ปิดท้ายคอร์สอาหารคาวด้วย “Gundagai Lamb” เนื้อแกะกุนดาไกหมักและย่างบนใบมะเดื่อจาก KP Farm จนได้กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของอัลมอนด์และสมุนไพร เสิร์ฟคู่กับหน่อไม้ฝรั่งเขียวคุณภาพเยี่ยมจาก Sylvain Erhardt เครื่องปรุงจากพืชทะเลอย่าง Rock Samphire และมะเดื่อเขียวดองที่ช่วยชูรสชาติได้อย่างลงตัว ก่อนเพลิดเพลินไปกับ “Blue’s Cheese Selection” ชีสบอร์ดที่ Blue คัดสรรอย่างพิถีพิถันเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านชีส (Cheesemonger) ของร้านในฝรั่งเศส เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงโฮมเมดตามฤดูกาลและสลัดปลอดสารพิษจาก KP Farm เพื่อเตรียมเข้าสู่ช่วงเวลาของเมนูขนมหวาน อันเป็นบทสรุปแห่งรสชาติของฤดูใบไม้ผลิ
    สำหรับของหวาน Executive Pastry Chef Christophe Grilo และ Pastry Chef Florian Bauge จะเติมเต็มประสบการณ์ความอร่อยให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยชุดของหวานที่ผสมผสานเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของฝรั่งเศสเข้ากับวัตถุดิบอันมีชีวิตชีวาไทย โดยมีเมนูไฮไลต์เป็น “Marinated Tomato with Tagete Sorbet” มะเขือเทศหมักเสิร์ฟพร้อมซอร์เบต์ดอกดาวเรือง ที่ชูเอกลักษณ์ของมะเขือเทศไทยผ่านรสสัมผัสที่สดชื่นและหวานละมุนตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมี “Lemon from Nice with Kumquat, Olive Oil and Orange Blossom” เมนูที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อให้เกียรติแก่เมืองนีซ บ้านเกิดของเชฟ Florian Bauge โดยนำเลมอนจากนีซและส้มซิตรัสจากตอนใต้ของฝรั่งเศสมาผสานกับความนุ่มนวลของน้ำมันมะกอกและดอกส้มออร์แกนิกจากกาป-ดาอิล (Cap-d’Ail)


    ก่อนจะต่อด้วยการตีความใหม่ของสองคู่รสชาติยอดนิยมในไทยอย่าง “Mango and Smoked Chili” มะม่วงและพริกรมควัน ที่มอบสมดุลระหว่างความหวานฉ่ำแบบเขตร้อนและความเผ็ดร้อนจาง ๆ ของพริกรมควันได้อย่างมีชั้นเชิง จากนั้นลิ้มลองความนุ่มฟูของ “Coffee Soufflé” ที่หอมกรุ่นสุดพรีเมียมด้วยกาแฟของ Manufacture de Café Alain Ducasse ซึ่งถ่ายทอดรสชาติอันบริสุทธิ์และกลิ่นหอมเข้มข้นอย่างน่าประทับใจ
    ส่งท้ายการเดินทางแห่งรสชาติของฤดูใบไม้ผลิด้วยความหรูหราจาก “Cacao Trolley” รถเข็นช็อกโกแลตสุดพิเศษที่เสิร์ฟทั้งมูสช็อกโกแลต ซอร์เบต์เยื่อโกโก้ (Mucilage Sorbet) เมล็ดโกโก้คาราเมล และช็อกโกแลตสอดไส้ธัญพืชกรุบกรอบอย่างครีมเฮเซลนัต อัลมอนด์พราลีน ข้าวพอง เติมกลิ่นหอมจากผิวเลมอน ซึ่งเป็นการจับคู่กันอย่างลงตัวระหว่างช็อกโกแลตระดับพรีเมียมจากปารีสและเมล็ดโกโก้คุณภาพเยี่ยมจากเชียงใหม่ สะท้อนการบรรจบกันอย่างงดงามระหว่างงานฝีมือแบบฝรั่งเศสและวัตถุดิบจากผืนแผ่นดินไทย
    นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นไป Blue by Alain Ducasse ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ ณ ไอคอนสยาม พร้อมแล้วที่จะพาทุกท่านสัมผัสประสบการณ์แห่งรสชาติอันแสนพิเศษของฤดูกาลใหม่ โดยคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดตามฤดูกาลของไทย มารังสรรค์ด้วยเทคนิคการทำอาหารฝรั่งเศสอันประณีต ผ่านความตั้งใจของเชฟ Evens López ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อให้ทุกเมนูถ่ายทอดเสน่ห์ของฤดูใบไม้ผลิในปีนี้ได้อย่างงดงามที่สุด
    สำรองที่นั่งและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.blue-alainducasse.com
    หรือโทร +66 (0)6-5731-2346


    เกี่ยวกับ Blue by Alain Ducasse
    Blue by Alain Ducasse ตั้งอยู่ ชั้น 1 ไอคอนสยาม จุดหมายปลายทางสุดไอคอนิกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถ่ายทอดจิตวิญญาณของอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยด้วยความสง่างาม ความประณีต และความเคารพต่อวัตถุดิบอย่างลึกซึ้ง ภายใต้วิสัยทัศน์ของเชฟระดับโลก Alain Ducasse ซึ่งร้านอาหารแห่งนี้ถือเป็นร้านแรกของเชฟอลัง ดูคาส ในประเทศไทย เชฟ Alain Ducasse เป็นหนึ่งในเชฟเพียงไม่กี่คนในโลกที่ได้รับดาวมิชลินมากถึง 21 ดวง และยังเป็นเชฟคนแรกในโลกที่ครอบครองร้านอาหารระดับสามดาวมิชลินอีกด้วย Blue by Alain Ducasse คว้าดาวมิชลินดวงแรกตั้งแต่ปีแรกที่เปิดให้บริการ และยังคงรักษามาตรฐาน มิชลินอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ด้วยรสชาติอาหาร การบริการอันยอดเยี่ยม รวมถึงทัศนียภาพอันงดงามของโค้งน้ำเจ้าพระยา และการออกแบบภายในอันงดงาม ที่ได้รับรางวัล Le France Design 100 และรางวัลอันดับ 1 จากนิตยสาร Interior Design สาขา Fine Dining ในเวที Best of the Year Award

  • Food - Hotel

    แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) เปิดตัวรางวัล Artisan Award เป็นครั้งแรก เพื่อเชิดชูผู้หญิงผู้มีบทบาทสำคัญในสายงานอาหารและเครื่องดื่ม และการประกอบอาหาร

    แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไม่รวมประเทศจีน (APEC) ได้ประกาศเปิดตัวรางวัล “Artisan Award” แพลตฟอร์มการประกาศเกียรติคุณรูปแบบใหม่ที่จัดขึ้นเพื่อยกย่องบุคลากรผู้มีความโดดเด่นในสายงานอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) รวมถึงงานด้านการประกอบอาหาร (Culinary)
    รางวัลนี้เปิดตัวขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันสตรีสากล (International Women’s Day) ประจำปี 2568 จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อเชิดชูสตรีในเครือแมริออท ผู้ซึ่งมีบทบาทในการขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมการบริการผ่านความคิดสร้างสรรค์ ภาวะผู้นำ และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่สามารถวัดได้

    ผู้หญิงกว่า 40% ของบุคลากรในสายงานอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) และงานประกอบอาหาร (Culinary) ซึ่งมีอัตรการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทำงานครอบคลุมทั้งในส่วนของห้องอาหาร บาร์ ห้องครัว และงานปฏิบัติการต่างๆ รางวัล Artisan Award จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อยกระดับบทบาทของพวกเธอให้ก้าวไกลสู่เวทีระดับภูมิภาค

    ในปีแรกของการจัดงาน รางวัลดังกล่าวได้รับการเสนอชื่อเกือบ 100 รายจากโรงแรมทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สะท้อนถึงศักยภาพอันโดดเด่นในกลุ่มสานงานด้านอาหารและเครื่องดื่มของเครือแมริออท รวมถึงความภาคภูมิใจของโรงแรมต่าง ๆ ที่ต้องการยกย่องและร่วมเฉลิมฉลองให้กับบุคคลผู้มีผลงานยอดเยี่ยม ผู้ได้รับรางวัลแต่ละท่านผ่านกระบวนการคัดเลือกที่เข้มข้น ยึดหลักความสามารถบนพื้นฐานของผลงานที่ชัดเจน ทั้งด้านการดำเนินงาน ผลลัพธ์ทางธุรกิจ และประสบการณ์ของลูกค้า

    ผู้ชนะทั้งห้าคนได้รับรางวัลการประกาศเกียรติคุณ ณ กรุงเทพมหานคร ในงาน Marriott Women in Leadership สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการส่งเสริมโอกาสให้แก่ผู้หญิงในทุกระดับขององค์กร ทั้งนี้ผู้ได้รับรางวัลทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของการเป็นตัวแทนผู้หญิงในสายงานอาหารและเครื่องดื่ม และการประกอบอาหารของแมริออทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตลอดจนบทบาทผู้นำที่เพิ่มขึ้นของผู้หญิงที่กำลังกำหนดนิยามใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการบริการทั่วทั้งภูมิภาค

    ปีเตอร์ ราบา (Petr Raba) รองประธานฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไม่รวมประเทศจีน แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “ผู้หญิงของเราเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและยกระดับประสิทธิภาพของสายงานอาหารและเครื่องดื่ม ผ่านความหลงใหลและความมุ่งมั่นมาสู่บทบาทการทำงาน รางวัล Artisan Award เป็นเวทีระดับภูมิภาคในการยกย่องสตรีผู้มีส่วนในการยกระดับประสบการณ์ของแขก และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างโดดเด่นในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง การเปิดตัวรางวัลนี้ควบคู่ไปกับวันสตรีสากล ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้างโอกาส ส่งเสริมความเท่าเทียม และทำให้บทบาทผู้นำในอุตสาหกรรมการบริการมีความหลากหลายและมีพลังมากยิ่งขึ้น”

    เฉลิมฉลองผู้ได้รับรางวัล Artisan Award ประจำปี 2568
    ผู้ชนะทั้งห้าท่านต่างสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศด้านการประกอบอาหารและอาหารและเครื่องดื่มในทุกมิติ ทั้งส่วนงานหน้าบ้านและหลังบ้าน ตั้งแต่ความคิดสร้างสรรค์ด้านการประกอบอาหารและกลยุทธ์บาร์ ไปจนถึงภาวะผู้นำด้านการบริการและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน แม้เส้นทางอาชีพของแต่ละท่านจะแตกต่างกัน แต่ทุกคนล้วนแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งต่อผลประกอบการ การมีส่วนร่วมของทีมงาน และความพึงพอใจของแขกผู้เข้าพัก

    1. ไอรา โมนิกา (Aaira Monica) – ผู้จัดการห้องอาหาร, โรงแรมเดอะ เวสทิน เดซารู โคสต์ รีสอร์ท (The Westin Desaru Coast Resort), มาเลเซีย
      ไอราเริ่มต้นเส้นทางอาชีพในปี 2557 ในตำแหน่งโฮสต์ที่โรงแรม มีรี แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา (Miri Marriott Resort & Spa) ก่อนพัฒนาความเชี่ยวชาญผ่านหลากหลายบทบาทในสายงานอาหารและเครื่องดื่ม งานครัว และงานฝ่ายวิศวกรรม ตลอดเส้นทางอาชีพเธอได้ร่วมงานกับโรงแรมหรูและโรงแรมไลฟ์สไตล์ชั้นนำหลาย อาทิ โรงแรมเดอะ ริทซ์–คาร์ลตัน กัวลาลัมเปอร์ และ อลอฟต์ กัวลาลัมเปอร์ เซนทรัล (Aloft Kuala Lumpur Sentral) ไอราเป็นผู้ที่สร้างผลงานด้านรายได้อย่างโดดเด่น และมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมแก่แขกผู้เข้าพัก พร้อมส่งเสริมวัฒนธรรมที่เข้มแข็งให้กับทีม ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน เธอยังริเริ่มโครงการต่าง ๆ เช่น เครื่องดื่มสุขภาพไร้แอลกอฮอล์ (zero proof wellness beverages) และการปลูกสมุนไพรใช้เองภายในโรงแรมเพื่อลดปริมาณของเสีย
    2. อัมรีตา บิสวาส (Amrita Biswas) – รองหัวหน้าเชฟ (Sous Chef), โรงแรมเดอะ เวสทิน ไฮเดอราบัด ไฮเทค ซิตี้ (The Westin Hyderabad Hitec City), อินเดีย
      เชฟอัมรีตา มีประสบการณ์ด้านการประกอบอาหารมากกว่า 10 ปี พร้อมความหลงใหลในการผสานรสชาติอาหารอินเดียดั้งเดิมเข้ากับเทคนิคการทำอาหารแบบตะวันตกสมัยใหม่ เธอสำเร็จการศึกษาจาก Institute of Hotel Management Kolkata และได้ร่วมงานกับแบรนด์โรงแรมชั้นนำของอินเดียหลายแห่ง ก่อนเข้าร่วมกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลในปี 2566 โดยมีบทบาทสำคัญในการเปิดตัวโรงแรม เดอะ เวสทิน ไฮเดอราบัด ไฮเทค ซิตี้ ซึ่งเป็นโรงแรมที่ขับเคลื่อนโดยทีมงานสตรีทั้งหมดแห่งแรกของแมริออท เชฟอัมรีตาเป็นที่รู้จักในด้านวิสัยทัศน์ที่ทันสมัย เปิดรับทุกมุมมอง และให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ยกระดับศักยภาพทีมงานผ่านการสอนและการฝึกอบรม พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่แขกผู้เข้าพัก แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างวินัยในการดำเนินงานและความยั่งยืนที่สามารถขับเคลื่อนทั้งวัฒนธรรมองค์กรและความสำเร็จทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง
    3. พักตร์พิไล เชี่ยนมั่น (ส้ม) – รองหัวหน้าเชฟบริหารประจำงานจัดเลี้ยง โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ประเทศไทย
      เชฟส้มเข้าร่วมงานกับโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ในปี 2561 ในตำแหน่งจูเนียร์ซูเชฟประจำห้องอาหารสยามทีรูม ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเธอได้มีบทบาทสำคัญในการเปิดให้บริการหลายร้านอาหารของโรงแรม โดยเชฟส้มได้รับการฝึกฝนตามหลักสูตรอาหารไทยดั้งเดิม นำเสนอความเชี่ยวชาญอันลึกซึ้งในรสชาติไทยต้นตำรับควบคู่กับการบริหารงานจัดเลี้ยงสมัยใหม่ โดดเด่นด้านการผสานการปฏิบัติเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ โดยเชฟส้มเธอเป็นผู้นำกำกับดูแลงานโปรแกรมอาหารขนาดใหญ่ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อทั้งความประทับใจของแขกและการเติบโตทางรายได้
      แนวทางการบริหารงานจัดเลี้ยงที่มีวินัย การถ่ายทอดเรื่องราวผ่านอาหารอย่างสร้างสรรค์ และภาวะผู้นำทีม ล้วนแสดงให้เห็นว่าศิลปะการทำอาหารและผลประกอบการที่แข็งแกร่งสามารถดำเนินไปเคียงข้างกันได้อย่างลงตัว
    4. กวิ่น จาง ฝาม (Quynh Trang Pham Thi) – ผู้จัดการเลานจ์, โรงแรมวินเพิร์ล แลนด์มาร์ค 81 ออโตกราฟ คอลเลกชั่น (Vinpearl Landmark 81, Autograph Collection), เวียดนาม
      จางสำเร็จการศึกษาด้านการบริการ และมีประสบการณ์ทำงานกว่าเจ็ดปีจากโรงแรม เจดับบลิว แมริออท ฮานอย (JW Marriott Hanoi) และ เจดับบลิว แมริออท ฟู้ก๊วก (JW Marriott Phu Quoc) โรงแรมวินเพิร์ล แลนด์มาร์ค 81 ออโตกราฟ คอลเลกชั่น ซึ่งเธอได้เปลี่ยนโฉม The Cloud Lounge ให้เป็นสถานที่ที่นำเสนอประสบการณ์สองบรรยากาศ ช่วงกลางวันเป็นคาเฟ่สุดมีชีวิตชีวา และช่วงค่ำเป็นบาร์ค็อกเทลสมัยใหม่ จางโดดเด่นด้วยภาวะผู้นำที่รอบคอบ เข้าถึงง่าย และมีมนุษยสัมพันธันดี เสริมสร้างศักยภาพให้ทีมงานบาริสตา มิกโซโลจิสต์ และซอมเมอลิเยร์ ผ่านการฝึกอบรม การส่งเสริมความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เธอขับเคลื่อนการบริการระดับลักซ์ชัวรี่ด้วยโครงการด้านความยั่งยืน ตั้งแต่การเลือกสรรไวน์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงโปรแกรมกาแฟแบบปิดวงจร (closed-loop coffee programs) เสริมสร้างนวัตกรรมภายในทีม พร้อมทั้งยกระดับประสบการณ์ของแขกให้โดดเด่นและน่าประทับใจยิ่งขึ้น
    5. ซู เซน จาย (Sue Sein Chai) – ผู้จัดการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม, โรงแรมดับเบิ้ลยู สิงคโปร์ – เซ็นโตซา โคฟ (W Singapore – Sentosa Cove), สิงคโปร์
      ซูซานเริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลในปี 2559 ในตำแหน่งพนักงานฝึกหัดที่ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กัวลาลัมเปอร์ (The St. Regis Kuala Lumpur) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่หล่อหลอมพื้นฐานด้านการบริการระดับลักซ์ชัวรี่ของเธอ ต่อมาซูซานได้พัฒนาทักษะด้านธุรกิจและการมีส่วนร่วมกับแขกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่โรงแรม โรงแรมดับเบิ้ลยู กัวลาลัมเปอร์ (W Kuala Lumpur) โดยเติบโตจากตำแหน่งเจ้าหน้าที่สำรองที่นั่งร้านอาหารและเครื่องดื่ม ไปสู่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ WOOBAR และผู้จัดการประจำสถานที่ FLOCK ซูซานเป็นที่รู้จักจากภาวะผู้นำที่อาศัยข้อมูลเป็นหลักและการเป็นผู้นำที่มีส่วนร่วมในการทำงานกับทีม เธอสามารถผสานกลยุทธ์ด้านเครื่องดื่มควบคู่กับการขับเคลื่อนด้านธุรกิจอย่างมีวินัยและมีประสิทธิภาพ เธอเสริมสร้างศักยภาพให้ทีมงาน เสริมความแข็งแกร่งให้กับภาพลักษณ์แบรนด์ และสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่แขกอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งส่งมอบผลลัพธ์ด้านการดำเนินงานและการเงินที่สามารถวัดได้อย่างเด่นชัด
      การเปิดตัวรางวัล Artisan Award ในปีแรกซึ่งให้ความสำคัญกับสตรี สอดคล้องกับโครงการ Women in Leadership ของแมริออทในภูมิภาคอเชียแปซิฟิกที่ส่งเสริมการให้คำปรึกษา การพัฒนาเส้นทางอาชีพ การเพิ่มอัตราการเป็นตัวแทนของสตรี และการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้างและครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค แมริออทเดินหน้าพัฒนาโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างพลังให้สตรี ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงตำแหน่งผู้นำระดับผู้บริหาร เพื่อให้มั่นใจว่าผู้หญิงจะมีโอกาสในการเติบโตและก้าวหน้าอย่างยั่งยืนภายในองค์กร
  • Food - Marketing

    ICS lifestyle Complex ชวนนักชิมอิ่มฟินกับแคมเปญ “ICS DINE & SMILE อิ่มทุกมื้อ อร่อยทุกรอยยิ้ม”มอบสิทธิพิเศษสมาชิก ONESIAM แลกรับคูปองร้านดัง

    ICS lifestyle Complex เดินหน้าสร้างประสบการณ์ความสุขให้กับนักชิม เปิดตัวแคมเปญพิเศษ “ICS DINE & SMILE อิ่มทุกมื้อ อร่อยทุกรอยยิ้ม” มอบสิทธิประโยชน์สุดคุ้มสำหรับสมาชิก ONESIAM ที่มาใช้บริการร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ตรงข้ามไอคอนสยาม แลกรับคูปองเงินสดจากร้านค้าและร้านไอศครีมชื่อดัง ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2569


    สำหรับสมาชิก ONESIAM เพียงรวบรวมใบเสร็จจากการใช้บริการร้านอาหารหรือเครื่องดื่มจากร้านค้าที่ร่วมรายการภายในไอซีเอส ครบตามยอดใช้จ่ายที่กำหนด ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป (ไม่รวมยอดใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์) เลือกรับคูปองแทนเงินสดมูลค่า 100 บาท เพื่อใช้ที่ร้านอาหาร ได้แก่ MOS BURGER, 9 กุ้งอบ ปูอบ-สุกี้ ที่ชั้น G สาขา ICS และ SWENSEN’S ที่ชั้น 4 สาขาไอคอนสยาม รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,050 สิทธิ์ ตลอดรายการ จำกัดสิทธิ์การแลก 1 สิทธิ์ ต่อสมาชิก 1 คน ต่อวัน โดยคูปองสามารถใช้ได้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569


    อิ่มทุกมื้ออร่อย ได้ทุกวันที่ ICS lifestyle Complex (ตรงข้ามไอคอนสยาม) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟสบุ๊ก ICS

  • Food - Marketing

    ICS lifestyle Complex ชวนนักชิมอิ่มฟินกับแคมเปญ “ICS DINE & SMILE อิ่มทุกมื้อ อร่อยทุกรอยยิ้ม”มอบสิทธิพิเศษสมาชิก ONESIAM แลกรับคูปองร้านดัง

    ICS lifestyle Complex เดินหน้าสร้างประสบการณ์ความสุขให้กับนักชิม เปิดตัวแคมเปญพิเศษ “ICS DINE & SMILE อิ่มทุกมื้อ อร่อยทุกรอยยิ้ม” มอบสิทธิประโยชน์สุดคุ้มสำหรับสมาชิก ONESIAM ที่มาใช้บริการร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ตรงข้ามไอคอนสยาม แลกรับคูปองเงินสดจากร้านค้าและร้านไอศครีมชื่อดัง ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2569


    สำหรับสมาชิก ONESIAM เพียงรวบรวมใบเสร็จจากการใช้บริการร้านอาหารหรือเครื่องดื่มจากร้านค้าที่ร่วมรายการภายในไอซีเอส ครบตามยอดใช้จ่ายที่กำหนด ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป (ไม่รวมยอดใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์) เลือกรับคูปองแทนเงินสดมูลค่า 100 บาท เพื่อใช้ที่ร้านอาหาร ได้แก่ MOS BURGER, 9 กุ้งอบ ปูอบ-สุกี้ ที่ชั้น G สาขา ICS และ SWENSEN’S ที่ชั้น 4 สาขาไอคอนสยาม รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,050 สิทธิ์ ตลอดรายการ จำกัดสิทธิ์การแลก 1 สิทธิ์ ต่อสมาชิก 1 คน ต่อวัน โดยคูปองสามารถใช้ได้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569


    อิ่มทุกมื้ออร่อย ได้ทุกวันที่ ICS lifestyle Complex (ตรงข้ามไอคอนสยาม) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟสบุ๊ก ICS

  • Food - Hotel

    เมนูฤดูหนาว ณ ALEX DILLING AT LORD JIM’S

    ฤดูกาลแห่งรสชาติได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งที่ Alex Dilling at Lord Jim’s กับเมนูฤดูหนาวชุดใหม่ ซึ่งรังสรรค์โดยเชฟ Alex Dilling ผู้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์อันละเมียดละไมของศิลปะการครัวยุโรปอย่างร่วมสมัย ทุกจานคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลคุณภาพเยี่ยม ผสานเข้ากับเทคนิคอันประณีตและความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด เพื่อนำเสนอประสบการณ์การลิ้มรสอันลึกซึ้งและเปี่ยมเสน่ห์ในแบบฉบับของ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ ฯ

    กรุงเทพฯ, โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ นำเสนอเมนูฤดูหนาวชุดใหม่ที่ห้องอาหาร Alex Dilling at Lord Jim’s ตอกย้ำเส้นทางการพัฒนาของห้องอาหารภายใต้การกำกับดูแลของเชฟอเล็กซ์ ดิลลิ่งอย่างสง่างาม แนวทางการทำอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของเขายังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของบทใหม่ในห้องอาหารแห่งนี้ โดยเมนูฤดูหนาวได้รับการรังสรรค์อย่างประณีต สะท้อนพัฒนาการที่ลุ่มลึกยิ่งขึ้นของศาสตร์การปรุงอาหาร ซึ่งร้อยเรียงรากฐานความคลาสสิกเข้ากับสไตล์การรับประทาน
    หัวใจหลักของการรังสรรค์เมนูฤดูหนาวอยู่ที่จานอาหารที่ปรุงตามกรรมวิธีดั้งเดิม พร้อมนำเสนอผ่านมุมมองใหม่ที่ร่วมสมัย อย่าง Poule au Pot จานแห่งความคลาสสิกแห่งอาหารฝรั่งเศสอันแสนอบอุ่น ถูกตีความอย่างประณีตด้วยสะโพกไก่ออร์แกนิกตุ๋น ห่อในราวิโอลีเนื้อบางละมุนราดคอนซอมเม่ปรุงกลิ่นหอมด้วยพริกทิมุตที่จะช่วยเติมเต็มรสสัมผัสของจานนี้ถ่ายทอดความอบอุ่นที่คุ้นเคยคล้ายซุปไก่ที่คุ้นเคยทั้งฝั่งยุโรปและเอเชีย ต่อด้วย Pâté en Croûte อีกหนึ่งไฮไลต์ประจำวันอาทิตย์ของครอบครัวเชฟ ดิลลิ่ง รังสรรค์อย่างประณีตด้วยหมูไอเบอริกา ฟัวกราส์ บูแด็งนัวร์ และพิสตาชิโอ ส่วน Dover Sole Grenobloise นั้นผ่านการย่างบนเปลวไฟ ก่อนเสิร์ฟคู่ซอสเกอวร์ซทรามิเนอร์และเคเปอร์หอมกรุ่น เพิ่มมิติรสชาติที่ซับซ้อนอย่างลงตัว
    ฤดูกาลล่าสัตว์ในยุโรปเป็นแรงบันดาลใจให้กับ Venison Pithivier ที่ทำจากเนื้อกวางฟอลโลว์ ปรุงรสด้วยจูนิเปอร์และพริกไทยอ่อนของไทย ผสานฟัวกราส์ห่อด้วยใบชาร์ดและพัฟเพสตรี่อบกรอบ เสิร์ฟคู่ซอสพริกไทยอ่อนรมควันด้วยหญ้าแห้ง เพิ่มมิติความหอมและรสชาติที่ซับซ้อนอย่างสมบูรณ์

    การคัดสรรวัตถุดิบของเมนูฤดูหนาวนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเชฟในคุณภาพและแหล่งที่มา วัตถุดิบหลักส่วนใหญ่คัดสรรมาจากฝรั่งเศส พร้อมด้วยบางรายการจากญี่ปุ่น และวัตถุดิบตามฤดูกาลจากประเทศไทย การให้ความสำคัญกับต้นกำเนิดและความใส่ใจนี้ ช่วยให้แต่ละจานสะท้อนรสชาติแห่งสถานที่และฤดูกาลได้อย่างชัดเจน ไฮไลต์ของวัตถุดิบประกอบด้วย เนื้อแกะเลี้งด้วยนมจาก Pays d’Oc ตับอ่อนวัวจาก Limousin เนื้อปลาสดจากแคว้น Brittany หอยและสัตว์น้ำจากเกาะ Hokkaido รวมถึงวัตถุดิบตามฤดูกาลจากฟาร์มในจังหวัดกำแพงเพชร

    ร่วมทีมเชฟ ดิลลิ่ง คือ George Kay ผู้ซึ่งเคยร่วมงานกับเขาที่ลอนดอน จนช่วยให้ร้านอาหารในชื่อเชฟ Dilling จนได้รับรางวัลสองดาวมิชลิน ปัจจุบันเชฟ จอร์จ เคย์ ได้นำประสบการณ์อันทรงคุณค่าและเอกลักษณ์ด้านการทำอาหารมาสู่ Alex Dilling at Lord Jim’s ในบทบาท เชฟเดอคูซีน ประจำห้องอาหาร
    เมนูฤดูหนาวพร้อมให้บริการแล้ว ณ Alex Dilling at Lord Jim’s
    เปิดให้บริการ มื้อค่ำทุกวัน เวลา 18:30 – 22:30 น.
    สำรองที่นั่งหรือติดต่อสอบถาม กรุณาโทร +66 (0) 2 659 9000 หรืออีเมล [email protected]
    ข้อมูลเพิ่มเติมเยี่ยมชมได้ที่ mandarinoriental.com/bangkok

  • Food - Lifestyle

    Blue by Alain Ducasse ฉลองครบรอบ 6 ปีเปิดบ้านต้อนรับเชฟระดับตำนาน ‘Alain Ducasse’พร้อมเสิร์ฟเมนูพิเศษ Découverte โดยเชฟ Evens López

    Blue by Alain Ducasse ร้านอาหารฝรั่งเศสไฟน์ไดนิ่งระดับหนึ่งดาวมิชลิน ตั้งอยู่ที่ ไอคอนลักซ์ ชั้น 1 ไอคอนสยาม ฉลองครบรอบ 6 ปี ด้วยการมาเยือนของเชฟระดับตำนาน Mr. Alain Ducasse เชฟระดับโลก ในโอกาสสำคัญนี้ เชฟอีเวนส์ โลเปซ (Evens López) Executive Chef ของ Blue by Alain Ducasse ได้รังสรรค์เมนูฉลองวาระพิเศษ Découverte เพื่อถ่ายทอดเทคนิคอันประณีตและความพิถีพิถันแห่งรสชาติของ Alain Ducasse ผ่านวัตถุดิบพรีเมียมและการนำเสนอที่ให้ประสบการณ์เหนือระดับ ซึ่งถือเป็นหัวใจของร้านมาตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2019

    คุณอลัง ดูคาส กล่าวถึงการกลับมาเยือนกรุงเทพฯ อีกครั้งว่า “Blue by Alain Ducasse คือภาพสะท้อนปรัชญาของเรา อาหารที่สื่อถึงความเป็นเลิศและอารมณ์ ผ่านการตีความอย่างประณีตของเชฟอีเวนส์ โลเปซ และทีมงาน ตลอดหกปีที่ผ่านมา Blue by Alain Ducasse เติบโตอย่างงดงาม ถ่ายทอดศิลปะแห่งอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยอย่างมีเอกลักษณ์ ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ร้านยังคงสร้างแรงบันดาลใจและมอบประสบการณ์ประทับใจให้ลูกค้าจากทั่วโลก

    “ครั้งแรกที่ผมมาเยือนไอคอนสยาม ผมประทับใจกับวิสัยทัศน์ ความงดงาม และทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผมเลือกที่นี่เพราะสะท้อนจิตวิญญาณเดียวกับงานสร้างสรรค์ของเรา คือ ความเป็นเลิศ นวัตกรรม และอารมณ์ความรู้สึก มันคือเวทีที่สมบูรณ์แบบสำหรับการถ่ายทอดศิลปะการใช้ชีวิตที่ผมอยากมอบให้กับนักชิมในเอเชีย” คุณอลัง กล่าว

    สำหรับเมนูฉลองวาระพิเศษ Découverte นำเสนอประสบการณ์ 6 คอร์ส ถ่ายทอดความเป็นอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยผ่านมุมมองเฉพาะตัวของเชฟอีเวนส์ โลเปซ เริ่มต้นด้วย Aubergine Royale โรยด้วยเมล็ดมัสตาร์ดและซอสผักรมควัน ตามด้วย Bluefin Tuna เสิร์ฟคู่หัวไชเท้าแตงโม ยูสุ และ คาเวียร์ Kristal ต่อด้วย Rainbow Courgette และ Comté cheese เสริมรสด้วยวอลนัทพราไลน์และใบเสจแบล็กเคอร์แรนต์ สำหรับเมนูไฮไลต์ Barbarie Duckling รมควันอ่อนๆ เสิร์ฟคู่กับเรดิคคิโอ เคอร์แรนท์ และใบโลเวจ ปิดท้ายด้วยชุดของหวาน Delight Collection ที่ประกอบด้วย Chocolate Soufflé, Lemon Kaffir Lime & Sake และ Tart Tatin ‘our way’ ราดด้วยซอสไวน์วินโฌน

    นอกจากนี้ ในช่วงเย็นยังมีการเฉลิมฉลองด้วย คานาเป้สุดประณีต นำเสนอรสชาติและความปราณีตของงานคราฟต์ระดับสูง อาทิ ปลาเทราต์รมควันกับพริกหวานและยูสุ, หอยเชลล์กับสึดาจิ ฟิงเกอร์ไลม์และคาเวียร์ Kristal, ทาทาร์เนื้อวากิวกับชิโสะและมัสตาร์ด, และ พาร์เมซานกับทรัฟเฟิลขาวอัลบา ขณะที่ของหวานประกอบด้วย ส้มโอและมะพร้าว รวมถึง ช็อกโกแลตกับแบล็กเลมอนและถั่วลิสง

    คุณสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “Blue by Alain Ducasse คือหนึ่งในความสำเร็จของคำมั่นสัญญาที่ผู้ร่วมลงทุนทั้งสามบริษัท ได้แก่ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น ได้ให้ไว้กับประเทศไทยในการนำสิ่งที่ดีที่สุดของโลกมาสู่เมืองไทย ตลอดหกปีที่ผ่านมา ร้านแห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเลิศ ความคิดสร้างสรรค์ และความร่วมมือระดับนานาชาติ เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ไอคอนสยามเป็นศูนย์การค้าแห่งเดียวในประเทศที่มีร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การอาหารของไทย”

    นับตั้งแต่เปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายน 2019 Blue by Alain Ducasse ยืนหยัดในฐานะผู้นำวงการอาหารไฟน์ไดนิ่งของกรุงเทพฯ พร้อมได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ โดยคว้ารางวัล มิชลินสตาร์ 1 ดาวต่อเนื่องถึง 5 ปี จาก Michelin Guide Thailand ตอกย้ำมาตรฐานระดับโลกของประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา อีกทั้งยังได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในร้านอาหารยอดเยี่ยมของเอเชียจาก Asia’s 50 Best Restaurants และได้รับการยกย่องด้านการออกแบบจาก Le French Design 100 สำหรับดีไซน์ภายในอันโดดเด่นและเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์

    ภายใต้การนำของ เชฟ Evens López เชฟชาวเปรูผู้มากด้วยประสบการณ์ระดับโลก ที่เคยสร้างชื่อเสียงในร้านอาหารระดับมิชลินสองและสามดาวทั้งในอิตาลี ฝรั่งเศส โมนาโก และลอนดอน อาทิ Il Ristorante Trussardi alla Scala มิลาน, Pavillon Ledoyen ปารีส ภายใต้เชฟ Yannick Alléno, Le Louis XV – Alain Ducasse ที่ Hôtel de Paris โมนาโก, The Clove Club ลอนดอน และ Dame de Pic ลอนดอน เชฟ López นำแรงบันดาลใจจากปรัชญาของ Ducasse ผสานเข้ากับภูมิปัญญาอาหารไทย รังสรรค์จานที่เน้นความสดตามฤดูกาล งานฝีมือ และอารมณ์ความรู้สึกเป็นหัวใจสำคัญ พร้อมนำเสนอรสชาติร่วมสมัย เปี่ยมอารมณ์ และสะท้อนวัฒนธรรมอาหารแบบสากลอย่างแท้จริง

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ไฮไลต์เมนู และข่าวสารล่าสุด กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.blue-alainducasse.com/

  • Food - Lifestyle

    ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ กลุ่มคาราบาว“ส่งเบียร์สดเยอรมันตะวันแดง” บุกตลาดนอกโรงเบียร์

    ชูคอนเซ็ปต์ “ดื่มที่ไหน ก็สด อร่อย เหมือนดื่มที่โรงเบียร์”
    พร้อมนวัตกรรมการเสิร์ฟ มอบประสบการณ์ใหม่ในการดื่มเบียร์สดในประเทศไทย

    สิ้นสุดการรอคอยกว่า 25 ปี! “กลุ่มคาราบาว” ประกาศสร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ส่ง
    “เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง” จากตำนานโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง Microbrewery ที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งแรกของไทย ออกจำหน่ายนอกพื้นที่โรงเบียร์เป็นครั้งแรก บุกช่องทางออนพรีมิส (On-Premise) ทั้งร้านอาหาร ผับ บาร์ ทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ ภายใต้แบรนด์ “เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง” ด้วยสองรสชาติยอดนิยม ได้แก่ ลาเกอร์ (Lager) และ โรเซ่ (Rosé) พร้อมคอนเซ็ปต์ “ดื่มที่ไหน ก็สด อร่อย เหมือนดื่มที่โรงเบียร์” การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้ ตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่รอคอยเบียร์สดคุณภาพ รสชาติและรสสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากเบียร์สดทั่วไป

    นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มคาราบาว ผู้ก่อตั้งโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง และ เบียร์คาราบาว-เบียร์ตะวันแดง เปิดเผยว่า “นี่เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 25 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง เมื่อปี ค.ศ. 1999 หรือ พ.ศ.2542 ที่เราตัดสินใจนำเบียร์สดออกจำหน่ายนอกโรงเบียร์อย่างเป็นทางการ การขยายช่องทางจำหน่ายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการ ‘ปลดล็อก’ ด้านกฎหมาย ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการส่งมอบเบียร์สดคุณภาพสูงให้เข้าถึงคอเบียร์ในวงกว้าง”

    หัวใจคือความสด ต่อยอดรสชาติเยอรมันแท้ ด้วยนวัตกรรมการเสิร์ฟ
    โจทย์ใหญ่ที่สุดในการก้าวออกจากโรงเบียร์ คือ “การคงความสดและรสชาติ” อันเป็นหัวใจของเบียร์
    ให้เหมือนกับนั่งดื่มที่โรงเบียร์ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

    “ก่อนที่เราจะตัดสินใจขายเบียร์สดนอกโรงเบียร์ เราต้องแน่ใจว่ารสชาติที่ทุกคนได้ดื่มนั้น มีความสดใหม่ และมีคุณภาพเหมือนกับเบียร์สดของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง จุดเด่นของเราคือการควบคุมอุณหภูมิตั้งแต่การผลิตจนถึงการจัดส่ง ทำให้เบียร์ยังคงความสดใหม่ มีคาแรคเตอร์ครบถ้วนทั้งรสชาติ
    และกลิ่นหอม” นายเสถียรกล่าว

      เบียร์สด เยอรมันตะวันแดง ยังได้พัฒนาต่อยอดทางเทคนิคการเสิร์ฟ ด้วยแท็ปอุณหภูมิต่ำซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยคงความสดใหม่ของเบียร์ระหว่างที่เสิร์ฟ พร้อมสร้างโฟมเบียร์ที่เนียนละเอียดเป็นพิเศษ ช่วยเสริมให้

    รสสัมผัสของเบียร์นุ่มละมุน ยกระดับรสชาติ และรสสัมผัสของเบียร์สดเยอรมันตะวันแดงให้ดียิ่งขึ้น สร้างความแตกต่างที่ไม่เหมือนใคร

    สองรสชาติเอกลักษณ์ ที่ทุกคนรอคอย
    “เบียร์สด เยอรมันตะวันแดง” ที่จะบุกตลาดออนพรีมิสทั่วประเทศ มี 2 รสชาติที่ได้รับการยอมรับ
    และเป็นที่รอคอย
    ลาเกอร์ (Lager): เบียร์รสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย สดชื่น นุ่มละมุน กลิ่นมอลต์หอมโดดเด่น คงเอกลักษณ์รสชาติลาเกอร์เยอรมันแท้
    โรเซ่ (Rosé): เบียร์ที่ผสมผสานราสป์เบอร์รี่แท้ กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ รสหวานละมุนเป็นธรรมชาติ ดื่มง่าย ไม่หวานเลี่ยน
    “โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง คือหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ครองใจนักดื่มทั้งไทยและต่างชาติกว่า 10 ล้านคน ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เราไม่ใช่แค่ ‘ผู้บุกเบิก’ แต่ยังเป็น ‘ผู้สร้างมาตรฐาน’ เบียร์สดรสชาติเยอรมัน ด้วย Brewmaster และวัตถุดิบจากเยอรมัน วันนี้เราพร้อมแล้วที่จะส่งต่อเบียร์สดคุณภาพดี เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้นักดื่มทั่วประเทศ ได้สัมผัสรสชาติที่ทุกคนรอคอย ในราคาที่เข้าถึงง่าย” นายเสถียร กล่าวทิ้งท้าย

    “เบียร์สด เยอรมันตะวันแดง” พร้อมเสิร์ฟแล้ววันนี้ที่ร้านอาหาร ผับ บาร์ ชั้นนำทั่วประเทศ

    สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเบียร์สดเยอรมันตะวันแดง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ได้ที่ Facebook : Carabao Tawandang Beverage

  • Food

    ฉลองครบรอบ 1 ปี โนบุ แบงค็อกประสบการณ์โอมากาเสะสุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับเชฟโนบุ มัตสึฮิสะ ตำนานแห่งวงการอาหารระดับโลก

    โนบุ แบงค็อก (Nobu Bangkok) ร้านอาหารโนบุที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก ขอเชิญแขกผู้มีเกียรติร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปีแห่งความสำเร็จ ด้วยค่ำคืนสุดพิเศษกับเชฟโนบุ มัตสึฮิสะ ตำนานเชฟระดับโลกผู้สร้างสรรค์ศิลปะแห่งการผสมผสานอาหารญี่ปุ่น-เปรูอันเป็นเอกลักษณ์ที่ครองใจนักชิมทั่วโลกมากกว่า 30 ปี


    เชฟโนบุเปิดร้านโนบุแห่งแรกในนิวยอร์กเมื่อปี ค.ศ. 1994 (หรือ ปี พ.ศ. 2537) และได้ขยายสู่จักรวรรดิอาหารระดับโลกกว่า 58 แห่งใน 24 ประเทศ สำหรับประเทศไทย โนบุ แบงค็อกได้เปิดประตูต้อนรับนักชิมเมื่อเดือนกันยายน 2567 และกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการรับประทานอาหารที่หรูหราและเป็นที่ต้องการสูงสุดของกรุงเทพฯ อย่างรวดเร็ว
    เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปี เชฟโนบุจะรังสรรค์โอมากาเสะ 8 คอร์สสุดพิเศษในวันที่ 4 และ 5 พฤศจิกายน 2568 แขกจะได้ดื่มด่ำกับเมนูอันโดดเด่นสไตล์โนบุ ประกอบด้วย:

    • ปลาเนื้อขาวพร้อมดอกขิงญี่ปุ่นและซอสเผ็ดยูซุ จานเปิดงานที่สดชื่นและละเอียดอ่อน
    • สลัดมันแกว มิโสะแห้ง และกุ้งลอบสเตอร์ การผสมผสานรสชาติที่ลงตัวระหว่างความหวานของกุ้งลอบสเตอร์และความเข้มข้นของมิโสะแห้งอันเป็นเอกลักษณ์ของโนบุ
    • ซูชิพรีเมียม คัดสรรจากวัตถุดิบชั้นเลิศ ได้แก่ อากามิ ซึเกะ (เนื้อปลาทูน่าส่วนเนื้อแดงหมักในซอสโชยุพิเศษ), ฮิราเมะ คอมบุจิเมะ (ปลาตาเดียวหมักสาหร่ายคอมบุ), โคฮาดะ (ปลาตะเพียนญี่ปุ่น) และอานาโกะ (ปลาไหลทะเลญี่ปุ่น)
    • หอยเชลล์ย่างกะหล่ำดาวราดซอสพริกฮาลาเปญโญ การผสมผสานความเผ็ดร้อนและความหวานมันที่กลมกล่อม
    • อกเป็ดอูมามิ เนื้อเป็ดที่เปี่ยมด้วยรสชาติและความนุ่ม
    • อินานิวะโซบะกับเนื้อวากิวญี่ปุ่น หนึ่งในเส้นโซบะที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นรังสรรค์เพื่อโนบุเท่านั้น ลิ้มลองรสชาติอันกลมกล่อมของโซบะในดาชิพร้อมเนื้อวากิวคุณภาพระดับพรีเมียม
    • ชีสมูสมะกรูดกับเคิร์ดยูซุและแยมส้มสับปะรด ของหวานที่สดชื่นจากแยมส้มสับปะรดพร้อมด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวของมะกรูดไทย
    • โมจิคาราเมลช็อกโกแลต จานปิดท้ายที่เปี่ยมด้วยความหวานหอมและเนื้อสัมผัสที่ลงตัว
      นอกจากได้ดื่มด่ำกับมื้อค่ำอันเลอค่า แขกยังจะได้พบปะและพูดคุยกับเชฟโนบุเกี่ยวกับแรงบันดาลใจและวิสัยทัศน์ของเขา พร้อมรับของที่ระลึกสุดพิเศษ ได้แก่ หนังสือชีวประวัติ “Nobu: A Memoir” พร้อมลายเซ็นจากเชฟโนบุ กล่องไม้มาสุของโนบุ แบงค็อก และเครื่องปรุงมิโสะแห้งอันเป็นเอกลักษณ์ของโนบุ

      มื้อค่ำสุดพิเศษจะจัดขึ้นในวันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2025 โดยแขกสามารถเลือกได้ 2 ช่วงเวลา คือ เวลา 17.30 น. สำหรับรอบบรรยากาศพระอาทิตย์ตก และเวลา 19.30 น. สำหรับรอบมื้อค่ำในแสงสีเมือง ในราคา 5,500++ บาทต่อท่าน สำรองที่นั่งล่วงหน้าเท่านั้น โดยต้องชำระมัดจำ 1,000 บาทต่อท่าน
      อย่าพลาดโอกาสพิเศษในการร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปี โนบุ แบงค็อก พร้อมสัมผัสประสบการณ์อาหารระดับโลกจากมือเชฟผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของวงการอาหารโลก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ อีเมล [email protected] โทร +66 (0) 2 407 1654 หรือเว็บไซต์ https://sevn.ly/xJ8YEUDl
      หรือติดต่อกับเราผ่านช่องทางเหล่านี้:
      เว็บไซต์: https://www.noburestaurants.com/bangkok
      เฟสบุ๊ก: https://www.facebook.com/NOBUBangkok
      อินสตาแกรม: https://www.instagram.com/nobu.bangkok
      ไลน์ OA: @nobubangkok