Business

  • Business - Stock Market

    ROCTEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2568/69 มีรายได้เติบโตกว่า 26% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 50% YoY จากงานโครงการที่เพิ่มขึ้นและการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย

    บริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ “ROCTEC” รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2568/69 สำหรับงวด ตุลาคม ถึง ธันวาคม 2568 โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 917 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.6% YoY และมีกำไรสุทธิจำนวน 127 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.2% YoY สะท้อนถึงปริมาณงานโครงการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการบริหารโครงสร้างต้นทุนให้มีความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ยังคงอยู่ในระดับที่ดีที่ 13.8% จากระดับ 11.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

    ในไตรมาสนี้ ผลการดำเนินงานของ ROCTEC ได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มธุรกิจบริการไอซีที (ICT Solutions) ซึ่งยังคงเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัทฯ จากการเติบโตอย่างโดดเด่นของธุรกิจงานสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัล (Digital Display Solutions) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อในปริมาณสูงจากกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน รวมถึงความคืบหน้าของโครงการด้านระบบคมนาคมขนส่ง นอกจากนี้ลักษณะโครงการที่มีการให้บริการและรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องช่วยเสริมความชัดเจนและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการรายได้และต้นทุนของบริษัท  ขณะเดียวกันธุรกิจสื่อโฆษณายังคงมีพัฒนาการเชิงบวก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากสื่อโฆษณาประเภท Street Furniture ที่ยังมีความต้องการอยู่ในระดับสูง

    ด้านความสามารถในการทำกำไร บริษัทมีกำไรขั้นต้นจำนวน 258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% YoY แม้อัตรากำไรจะเผชิญแรงกดดันจากโครงสร้างของโครงการ โดยเฉพาะสัดส่วนรายได้จากธุรกิจงานสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัล ซึ่งอยู่ในช่วงขยายขนาดการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม ROCTEC ยังคงสามารถรักษาความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงานไว้ได้จากการบริหารโครงการอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กับการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย สนับสนุนให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นโดดเด่น

    นายเว่ย แซม แลม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ROCTEC กล่าวว่า “ผลประกอบการในไตรมาสนี้สะท้อนถึงความสามารถของ ROCTEC ในการขยายโครงการควบคู่กับการรักษาประสิทธิภาพด้านต้นทุนได้อย่างสมดุล โดยธุรกิจสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัลมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นภายใต้กลุ่มธุรกิจบริการไอซีที (ICT Solutions) ในฐานะโซลูชันด้านการแสดงผลและบริหารข้อมูลแบบดิจิทัล ซึ่งช่วยเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานของลูกค้าและสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทจะยังคงมุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างมีวินัย เพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว”

    สำหรับงวด 9 เดือนของปีงบประมาณ 2568/69 ROCTEC มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 2,561 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% YoY และมีกำไรสุทธิ 370 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.3% YoY สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงานโดยรวม รวมถึงศักยภาพในการขยายการให้บริการของธุรกิจหลักได้อย่างต่อเนื่อง

    สำหรับช่วงที่เหลือของปี บริษัทฯ คาดว่าการรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการจะมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจงานระบบคมนาคมขนส่ง (Transportation Solutions) และธุรกิจงานระบบแบบครบวงจร (Integrated Technology Solutions) ซึ่งโครงการต่าง ๆ มีความคืบหน้าเป็นไปตามแผน และคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการสนับสนุนรายได้รวมในระยะถัดไป ขณะเดียวกันธุรกิจสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัลยังคงเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของกลุ่มธุรกิจบริการไอซีที จากความต้องการที่ต่อเนื่องของพันธมิตรเชิงกลยุทธ์

    ROCTEC ยังคงยึดมั่นในแนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี การบริหารจัดการโครงการ และการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและส่งมอบคุณค่าในระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้น

  • Business - News

    “บี้-กุ๊บกิ๊บ” จูงมือ “น้องเป่าเปา-น้องเป่าเป้ย์” ปักหมุดพิกัดหวานที่ไอคอนสยาม!ฉลองวันแห่งความรักยั่งยืน “Happy VaLongTine’s Celebration”มาทำให้วาเลนไทน์นี้รักกันยาวนานกว่าที่เคย

    เทศกาลวันแห่งความรักปีนี้หวานละมุนยิ่งกว่าครั้งไหน เมื่อ ไอคอนสยาม เชิญชวนทุกคู่รักมาร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งความผูกพันที่ลึกซึ้งและยั่งยืนยิ่งกว่าเคย ด้วยการฉลองนิยามวันวาเลนไทน์รูปแบบใหม่ให้เป็นเทศกาลแห่งความรักที่ยืนยาว ภายใต้แนวคิด “Happy VaLongTine’s Celebration สุขสันต์วันแห่งความรักยั่งยืน” โดยได้รับเกียรติจากครอบครัวต้นแบบแห่งความสุข คุณบี้ ธรรศภาคย์ และ คุณกุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ พร้อมด้วยสองโซ่ทองคล้องใจ น้องเป่าเปา และ น้องเป่าเป้ย์ มาร่วมแบ่งปันเรื่องราวความรักแบบฉบับใหม่ ที่สะท้อนถึงการรักผู้อื่นให้เป็นและรักตนเองอย่างถูกวิธี โดย ไอคอนสยาม ได้รังสรรค์กิจกรรมอันหลากหลายให้ทุกคู่รักมาชาร์จพลังดีๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ได้แก่ “LONG | LIVE | LOVE” เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน ได้มีความรักแบบยั่งยืน และค้นพบความหมายที่แท้จริงของความรักที่เริ่มต้นจากภายในสู่ภายนอก

    • “LONG” ถนอมความรักแบบยาวนานยั่งยืน ต้องเริ่มต้นที่ดูแลสุขภาพกายและใจ ไอคอนสยาม จับมือ ALO แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์สายแอคทีฟแวร์ จัดกิจกรรมโยคะที่จะมาเติมเอเนจี้สีชมพูให้คุณ รักตัวเองมากยิ่งขึ้นกับ “ALO x ICONSIAM Breath & Movement with Juju” จูงมือคนรักมาใช้เวลาสุดพิเศษที่เป็นมากกว่าการออกกำลังกาย เพราะได้ดูแลสุขภาพกายพร้อมหัวใจของกันและกันให้แข็งแรง สัมผัสประสบการณ์โยคะเหนือระดับท่ามกลางวิวท้องฟ้าและสายน้ำ ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00-18.00 น. ณ ICONSIAM Park ชั้น 2
    • “LIVE” เคล็ดลับบริหารความรักให้ยั่งยืนในแบบฉบับของ บี้ ธรรศภาคย์ และ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ จากการเป็นพาร์ทเนอร์คู่รัก สู่การเป็นคู่ชีวิตและครอบครัว พร้อมจูงมือลูกสาวแสนน่ารักทั้งสอง น้องเป่าเปา และ น้องเป่าเป้ย์ มาใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกัน ด้วยการเนรมิตให้ทุกวันเป็นวันแห่งความรัก เริ่มต้นวันแห่งความสุขของครอบครัวที่ ไอคอนสยาม ทานมื้ออร่อยพร้อมท่องโลกคาแรกเตอร์ที่ POP MART CAFÉ เสิร์ฟเมนูน่ารักเกินต้านถูกใจทั้ง น้องเป่าเปา และ น้องเป่าเป้ย์ ต่อด้วยผจญภัยในโลกจินตนาการกันที่ Kids Cinema ICON CINECONIC แดนสวรรค์แสนสนุกของเด็กๆ ที่ได้ชมภาพยนตร์พร้อมหน้ากันในบรรยากาศสุดแฮปปี้ทั้งครอบครัว ไม่พลาดชอปปิงชุดออกกำลังกายสุดเทรนดี้ชวนเปิดตี้ดูแลสุขภาพทั้งบ้าน และปิดท้ายด้วยการเลือกซื้อช็อกโกแลตเป็นของขวัญแทนใจให้กันในวันแห่งความรัก เรียกว่าได้รับมวลแห่งความอบอุ่นใจกลับบ้านกันไปทั้งครอบครัว
    • “LOVE” ต้อนรับเทศกาลแห่งความหวานชื่น ไอคอนสยาม ยกทัพร้านขนมหวานโดนใจ ให้คุณชวนคนที่คุณรักมาอร่อยเพลินกับพร้อมเมนูสุดพิเศษที่ใครได้ชิมต้องตกหลุมรัก ในงาน “Happy VaLongTine’s Sweet & Love Festival” เทศกาลขนมหวานสุดโรแมนติก ยกร้านขนมหวานชื่อดังกว่า 200 เมนู เสิร์ฟความหวานฉ่ำให้อิ่มเอมใจ อาทิ ต้อนรับวาเลนไทน์ด้วย Lover’s Cheesecake ชีสเค้กสตรอเบอร์รี่รสหวานหอมอมเปรี้ยวชื่นใจ จากร้าน Nie & ivan, หวานกรอบอร่อยฟินกับราสเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ และองุ่น เคลือบช็อกโกแลตเบลเยียมคุณภาพเต็มคำ จาก Rubycrush, คาเฟ่และเบเกอรีของน้องแดน ยูทูปเบอร์ ชื่อดัง Bake Urban ที่ผสานรสชาติแบบไทยและเกาหลี อร่อยละมุนจนใครๆ ก็ต้องยิ้มใจฟู, ร้านเค้กสไตล์มินิมอลยอดฮิต babycakes ให้คุณเลือก DIY ตกแต่งข้อความแทนใจ สำหรับมอบเซอร์ไพรส์ในเทศกาลแห่งความรักนี้ และ สัมผัสขนมไทยต้นตำรับสูตรโบราณ รสชาติจากความรักที่สืบทอดมาจากอาม่า ที่ร้าน ตำรับอาม่า นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์คชอปที่สายหวานต้องเลิฟ เวิร์คช็อปแต่งหน้าเค้กสุดคิ้วท์ จาก babycakes หรือ เวิร์คชอปเมนูสุดฮอตแห่งปี Dubai Chewy Dango เรียนรู้เทคนิคแบบต้นฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ จาก ABC Cooking Studio งานนี้สายหวานพลาดไม่ได้! มาสร้างโมเมนต์หวานๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 10-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Wattana Hall ชั้น 3

    บทสรุปความรักในนิยามใหม่จากใจของคู่รักตัวอย่าง
    เพิ่มดีกรีความหวานและเติมเต็มความหมายของรักฉบับยั่งยืนของคู่รัก บี้ ธรรศภาคย์ และ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ มาร่วมเผยนิยามความรักที่มาเติมเต็มชีวิตของกันและกันให้รักสมบูรณ์ยาวนานและยั่งยืนว่า

    “สำหรับครอบครัวของเราความรักที่ดีคือ ความรักที่ทำให้เราเติบโตไปข้างหน้า พร้อมที่จะเรียนรู้พัฒนาตัวเองและเติบโตเป็นเราในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น นี่เป็นเคล็ดลับที่ทำให้เรารักกันได้ยาวนาน เพราะความรักที่ดีจะทำให้เราอยากเป็นคนที่ดีขึ้น อีกสิ่งสำคัญที่สุดในครอบครัวเราคือการใช้เวลาอยู่ด้วยกัน พูดคุยสื่อสารกันเป็นกิจวัตรประจำวันในทุกวัน การใช้เวลาร่วมกัน นั่งพูดคุยแบ่งปันกันว่าในแต่ละวันพบเจออะไรมาบ้าง ทำให้ความสัมพันธ์ของครอบครัวเราแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อย่างเช่น การที่ครอบครัวของเราได้มาใช้เวลาหนึ่งวันที่ ไอคอนสยาม ทำให้ทุกคนได้สนุกไปด้วยกัน น้องเป่าเปา และ น้องเป่าเป้ย์ ได้กินได้เล่นสนุกกันอย่างเต็มที่ กิ๊บได้เดินเล่นชอปปิง บี้ได้มาเลือกซื้ออุปกรณ์กีฬา และเราทุกคนยังได้ใช้เวลาทานข้าวร่วมกัน ทุกคนจะได้ค้นหาพื้นที่ของตัวเองที่นี่ ซึ่งนี่อาจจะเป็นโมเมนต์ที่ลูกของเราจะจดจำได้จนถึงวันที่เขาโตขึ้นเลย วาเลนไทน์ของพวกเราจะไม่ใช่เพียงแค่วันวันเดียว แต่จะต้องเป็น “วาลองไทน์” ที่เต็มไปด้วยความสุขในทุกวันและความรักที่ยาวนานในแบบของครอบครัวเรา เชิญชวนทุกคนมาใช้ช่วงเวลาแห่งความสุขแบบยั่งยืนนี้ไปด้วยกันนะคะ”

    ร่วมเอนจอยทุกโมเมนต์แห่งความประทับใจในช่วงเทศกาลแห่งความรักที่ ไอคอนสยาม เติมเต็มความสุขให้ตัวเอง พร้อมชวนคนสำคัญมาสร้างความทรงจำที่มีค่ามากกว่าคำว่ารักไปด้วยกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ www.iconsiam.com และ Facebook : ICONSIAM

    ICONSIAMValongtine #Valongtine #Valentine #LongLiveLove #Longevity #ICONSIAM

  • Business - Lifestyle - Travel

    Robb Report ร่วมกับ บริษัท ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ทราเวล มีเดีย จำกัด ประกาศการกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ของ “Robb Report Thailand”

    Robb Report สื่อระดับโลกด้านลักชัวรีที่คร่ำหวอดในวงการมากว่าห้าทศวรรษ ประกาศการกลับมาอีกครั้งอย่างเป็นทางการของ Robb Report Thailand ภายใต้ความร่วมมือกับ บริษัท ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ทราเวล มีเดีย จำกัด ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร โดยการกลับมาเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นบทใหม่ที่สำคัญของแบรนด์ในการเดินหน้าอย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย หนึ่งในตลาดลักชัวรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเอเชีย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความต้องการด้าน Craftsmanship ประสบการณ์อันเปี่ยมด้วยความหมาย และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ของภูมิภาคนี้

    โดย Robb Report Thailand จะเผยแพร่เนื้อหาแบบมัลติแพลตฟอร์ม ทั้งแพลตฟอร์มดิจิทัล นิตยสารฉบับพิมพ์รายไตรมาส และการจัดอีเวนต์ระดับพรีเมียมที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้มีรสนิยมในประเทศไทย โดยเนื้อหาจะผสานมุมมองระดับโลกเข้ากับอัตลักษณ์แบบไทย ครอบคลุมหมวดหมู่หลักอันเป็นเอกลักษณ์ของ Robb Report อาทิ รถยนต์, เรือยอชต์, อากาศยาน, นาฬิกา, เครื่องประดับ, อสังหาริมทรัพย์, อาหารและเครื่องดื่ม, การท่องเที่ยว, Wellness, ศิลปะและการออกแบบ เพื่อตอบโจทย์ผู้อ่านที่ให้คุณค่ากับมรดกทางวัฒนธรรม นวัตกรรม และรางวัลแห่งการใช้ชีวิตเหนือระดับ

    การเปิดตัวใหม่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างที่สุดของ Robb Report Thailand ที่จะทำความเข้าใจพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภคลักชัวรีไทยในปัจจุบัน ซึ่งเชื่อมโยงกันผ่านหลากหลายช่องทาง หลากหลายประสบการณ์ และหลากหลายนิยามการใช้ชีวิตหรูหราร่วมสมัย ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกลุ่มผู้อ่านที่มีฐานะและมีมุมมองระดับนานาชาติ Robb Report Thailand ตั้งเป้าที่จะเป็นสื่อที่เปรียบเสมือนเข็มทิศ นำเสนอเรื่องราวของ Craftsmanship วัฒนธรรม และความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ความทรงคุณค่าของแบรนด์ระดับโลกให้แข็งแกร่งและยืนหยัดอย่างสง่างามในตลาดประเทศไทย

    ทั้งนี้ Robb Report Thailand จะนำทัพโดย วัชรวรณ์ ทาสุคนธ์ (Vajravorn Tasukon) ผู้มาพร้อมประสบการณ์ที่ลึกซึ้งในแวดวงสื่อลักชูรี มีความชำนาญในการเล่าเรื่องอุตสาหกรรมการบริการ (Hospitality) และการวางกลยุทธ์ให้กับแบรนด์ระดับนานาชาติมาแล้ว โดยจะมารับหน้าที่สำคัญในการนำมุมมองอันประณีตและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลมาสู่ Robb Report Thailand ในฐานะบรรณาธิการบริหารคนแรก (Editor-in-Chief)

    Luke Bahrenburg ประธาน Robb Report เผยถึงก้าวสำคัญในครั้งนี้ว่า “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดลักชัวรีที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลก เป็นที่ซึ่ง Craftsmanship วัฒนธรรม และการให้คุณค่ากับสิ่งงดงามเหนือระดับ ผสานรวมกันอย่างกลมกลืนและโดดเด่นไม่เหมือนใคร เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัว Robb Report Thailand อีกครั้ง ร่วมกับพันธมิตรที่เข้าใจทั้งมรดกของแบรนด์ และความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไปของกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทย ผมเชื่อว่าบทใหม่นี้จะนำความเชี่ยวชาญระดับโลกของเรามาสู่ตลาดที่เต็มไปด้วยโอกาส ความคิดสร้างสรรค์ และแพสชันต่อโลกแห่งลักชัวรีอย่างแท้จริง”

    ด้าน อมรินทร์ คชรัตน์ ผู้อำนวยการ บริษัท ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ทราเวล มีเดีย จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้นำ Robb Report Thailand ก้าวสู่ยุคใหม่ ด้วยความที่ผู้บริโภคชาวไทยในปัจจุบันคาดหวังความเป็นเลิศ ทั้งในด้านการเล่าเรื่อง ประสบการณ์ และแบรนด์ที่เลือกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต วิสัยทัศน์ของเราสำหรับ Robb Report Thailand จึงมุ่งเน้นการสร้างกลยุทธ์แบบ     ไดนามิก หลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นโลกดิจิทัล สังคม ประสบการณ์ เพื่อสะท้อนการใช้ชีวิตลักชัวรีอย่างแท้จริง โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพต่อมรดกทางวัฒนธรรม และที่สำคัญคือ เรามุ่งมั่นที่จะสร้างสื่อและแพลตฟอร์มที่สมศักดิ์ศรีกับชื่อเสียงระดับโลกของ Robb Report รวมถึงสังคมลักชัวรีของประเทศไทย”

    เตรียมพบกับ “Robb Report Thailand” สื่อไลฟ์สไตล์ลักชัวรีระดับโลกที่จะนำความหรูหราที่แท้จริง มามาสู่ประเทศไทย ในปี 2026 นี้

    เกี่ยวกับ Robb Report

    Robb Report คือสื่อลักชัวรีระดับโลก ซึ่งเกาะติดทุกความเคลื่อนไหวของผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ระดับสุดยอดที่ผู้บริโภคยุคใหม่แสวงหา โดยดึงดูดผู้อ่านที่มีรสนิยมและความหลงใหลร่วมกันในด้าน Craftsmanship มรดกทางวัฒนธรรม การออกแบบชั้นเลิศ และความเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งล้วนเป็นแก่นแท้ของความลักชัวรีอย่างแท้จริง Robb Report ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นสื่อทรงอิทธิพลที่สุดในการนำเสนอศิลปะแห่งการใช้ชีวิต โดยปัจจุบันมีฉบับนานาชาติรวม 17 ประเทศทั่วโลก พร้อมเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าที่ครอบคลุมทุกหมวดหมู่และแพสชันของโลกแห่งลักชัวรี

    เกี่ยวกับ บริษัท ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ทราเวล มีเดีย จำกัด

    บริษัท ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ทราเวล มีเดีย จำกัด (Lifestyle and Travel Media Co., Ltd.) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2547 โดยมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร เป็นบริษัทสื่อและสำนักพิมพ์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม และการผลิตคอนเทนต์เฉพาะทาง มีนิตยสารเรือธงคือ Lifestyle & Travel หนึ่งในนิตยสารไลฟ์สไตล์ภาษาอังกฤษชั้นนำของประเทศไทย ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผลิตสื่อคุณภาพสูงของบริษัท ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในงานสิ่งพิมพ์และดิจิทัล คอนเทนต์แบบคัสตอม ตลอดจนความร่วมมือในอุตสาหกรรมโรงแรม การท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์ บริษัท ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ทราเวล มีเดีย จำกัด จึงนำความเชี่ยวชาญที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว มาสู่บทบาทใหม่ในการผู้ถือลิขสิทธิ์ Robb Report Thailand อย่างเต็มภาคภูมิ

  • Business - Hotel

    โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ คว้ารางวัลเกียรติยศ จากเวที Thailand Tourism Awards 2025พร้อมเปิดตัวแคมเปญสุดพิเศษต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข

    โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ (Oriental Residence Bangkok) ในเครือ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) บริษัทชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู คว้ารางวัล Outstanding Award ประเภท Luxury Hotel จากเวที Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568 จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รางวัลอันทรงเกียรตินี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ในการยกระดับมาตรฐานการบริการและประสบการณ์การเข้าพักที่เหนือระดับ พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการบริการในกลุ่มโรงแรมหรูของประเทศไทย

    โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ โรงแรมแห่งแรกภายใต้แบรนด์ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพใจกลางกรุงเทพฯ บนถนนวิทยุ รายล้อมด้วยสถานทูต แหล่งธุรกิจสำคัญ และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ อาทิ สวนลุมพินี พร้อมการเดินทางที่สะดวกสบายใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสจึงทำให้การเดินทางไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ ของกรุงเทพเป็นเรื่องง่าย โรงแรมโดดเด่นด้วยการออกแบบที่ผสมผสานความหรูหราแบบร่วมสมัยเข้ากับความอบอุ่นแบบไทยอย่างลงตัว ทุกห้องพักได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพิถัน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงห้องสวีทขนาดกว้างขวางที่มาพร้อมครัวแบบครบชุด เพื่อรองรับทั้งการพักผ่อนและการอยู่อาศัยระยะยาว แขกสามารถสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับโลกได้ที่ Café Claire และ Oriental Bar ซึ่งให้บริการในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

    อีกทั้ง โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ยังได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยการเป็นสมาชิกของกลุ่มโรงแรมหรู Small Luxury Hotels of the World (SLH) และได้รับรางวัล MICHELIN Key ประจำปี 2024 และ 2025 ซึ่งมอบให้แก่โรงแรมที่โดดเด่นด้านบรรยากาศและการบริการที่ยอดเยี่ยม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่น่าประทับใจและน่าจดจำสำหรับแขกทุกท่าน

    งานมอบรางวัลดังกล่าว ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรางวัล ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 ณ โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ โดยโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ ถือเป็นหนึ่งในที่พัก 4 แห่งในประเทศไทย ที่ได้รับรางวัล Outstanding Award ประเภท Luxury Hotel ซึ่งถือเป็นรางวัลระดับสูง นอกจากนี้ ยังเป็นสมาชิกของ SLH และที่พัก MICHELIN Key เพียงรายเดียวที่ได้รางวัลดังกล่าว

    อีวาน ไทเลอร์ (Ewan Tylor) ผู้จัดการทั่วไปของ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ กล่าวว่า โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่านี้ ซึ่งสะท้อนถึงความทุ่มเทอย่างไม่หยุดยั้งของเราในการมอบบริการที่เป็นเลิศและประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่แขกทุกท่าน รางวัลนี้ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและความรักในงานบริการของทีมงานทุกคน รวมถึงความไว้วางใจจากแขกผู้เข้าพักและพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ผลักดันให้เรายกระดับมาตรฐานความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง

    มากไปกว่านั้น การได้รับรางวัลในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงการพัฒนาการให้บริการของ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ ที่ครอบคลุมในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง โดยผสมผสานบริการที่เป็นเลิศเข้ากับการออกแบบพื้นที่อย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่หลากหลายและตอบโจทย์นักเดินทางผู้มีรสนิยม ทั้งในด้านความสะดวกสบาย ความสงบ และความหรูหราในแบบร่วมสมัย

    รางวัล Thailand Tourism Awards ถือเป็นรางวัลอันทรงคุณค่าของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการ ในการยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทย ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย Thailand Tourism Awards หรือที่รู้จักกันในชื่อ “รางวัลกินรี” (Kinnaree Awards) จัดขึ้นทุกสองปี ตั้งแต่ปี 2539 โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาผ่านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อเชิดชูผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวที่เป็นแบบอย่างของมาตรฐานคุณภาพและการบริการที่ยอดเยี่ยม โดยมีเป้าหมายยกระดับสถานะของประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการบริการระดับโลก ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีแรกของรางวัล Thailand Tourism Sustainability Awards ซึ่งมีสัญลักษณ์เป็น “กินรีสีเขียว” (Green Kinnaree) แสดงถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทย ต่อแนวทางการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ

    โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ มอบนิยามใหม่แห่งความหรูหราที่มาพร้อมความเป็นส่วนตัวสูงสุด โดยแขกผู้เข้าพักสามารถเลือกพักผ่อนที่ Play Deck บนชั้น 4 ที่มาพร้อมสระว่ายน้ำกลางแจ้งระบบน้ำเกลือขนาด 20 เมตร และทิวทัศน์อันตระการตาของเส้นขอบฟ้ากรุงเทพ สร้างความรู้สึกสงบผ่อนคลายและพึงพอใจอย่างยิ่ง หรือ เลือกผ่อนคลายในห้องพักที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ผสมผสานเสน่ห์แบบตะวันออก ความอบอุ่นแบบไทย และความสะดวกสบายของโลกยุคใหม่เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
    ทุกห้องพักมีพื้นที่นั่งเล่นกว้างขวาง พร้อมห้องครัวที่มีอุปกรณ์ครบครัน ตอบโจทย์นักเดินทางที่มองหาความหรูหรา ความสะดวกสบาย และความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านในเวลาเดียวกัน ถือเป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตในเมืองอย่างมีสไตล์และคุณภาพ

    นอกจากนี้ยังมี โอเรียนเต็ล บาร์ (Oriental Bar) ซึ่งถือเป็นจุดศูนย์กลางของโรงแรมที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ได้รับอิทธิพลจากความเป็นย่านสถานทูตเก่าแก่ของกรุงเทพฯ บวกกับบรรยากาศของเมืองที่พร้อมสรรพและทันสมัย ทั้งยังได้รับแรงบันดาลใจจากถนนวิทยุ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุแห่งแรกของประเทศไทย ผนวกเป็นแนวคิด “Classic with a Twist” ด้วยการจับคู่การตกแต่งภายในที่ทำจากไม้และหนังที่แสนหรูหรา กับเมนูค็อกเทล ซิกเนเจอร์ ที่มีธีมเกี่ยวข้องกับแนวเพลงที่เป็นตำนาน จึงออกมาเป็นสถานที่พักผ่อนที่มีสไตล์และน่าจดจำสำหรับแขกที่มาเยือน

    สำหรับ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ ความเป็นเลิศไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องการบริการ แต่ขยายไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับแขกทุกคน ซึ่งในเทศกาลวันหยุดนี้ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ ได้จัดบริการ White & Gold ที่รวมข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้ธีม ‘Timeless Elegance’ ผสมผสานสไตล์ที่ประณี การเฉลิมฉลอง และสัมผัสที่เต็มไปด้วยความเอาใจใส่ เพื่อการเฉลิมฉลองเทศกาลที่น่าจดจำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญในช่วงเทศกาลส่งท้ายปลายปี 2568 ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ภายใต้แคมเปญ “Beyond the Festivities” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความทรงจำอันล้ำค่า และประสบการณ์การฉลองเทศกาลที่น่าประทับใจสำหรับแขกทุกคน

    นอกจากนี้แขกผู้เข้าพักจะได้ร่วมสัมผัสช่วงเวลาแห่งความสุขใน พิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาส (Christmas Tree Lighting Ceremony) ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2025 ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของเสียงดนตรีอะคูสติกสด เครื่องดื่มสุดคลาสสิกในเทศกาลคริสต์มาส และมุมถ่ายภาพสุดเก๋แบบอินเทอร์แอคทีฟ พร้อมดื่มด่ำกับประสบการณ์อาหารฉลองเทศกาลแห่งความสุขสุดพิเศษ อาทิ Festive Afternoon Tea น้ำชายามบ่ายสุดหรูที่รังสรรค์ขึ้นเฉพาะช่วงเทศกาลนี้ โดยจะมีขนมหวานและของว่างธีมคริสต์มาสจับคู่กับชาเกรดพรีเมียม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับช่วงเวลาพบปะสังสรรค์กับคนพิเศษในบ่ายที่แสนอบอุ่น และปิดท้ายด้วย New Year’s Eve Sparkling Indulgence Dinner มื้อค่ำส่งท้ายปีที่แขกจะได้ลิ้มลองรสชาติอาหารชั้นเลิศ ท่ามกลางบรรยากาศที่จะช่วยเติมเต็มช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

    มากกว่านั้ย แขกผู้เข้าพักยังสามารถเลือกซื้อ กระเช้าของขวัญเทศกาล (Festive Hampers) ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ภายในบรรจุของพรีเมียมหลากหลายรายการ พร้อมถุงของขวัญรักษ์โลก แผ่นรองจานสานมือจากฝีมือของผู้สูงอายุในท้องถิ่น และผ้าพันคอรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น สำหรับผู้ที่ต้องการฉลองเทศกาลคริสต์มาส ทางโรงแรมได้จัดเตรียม Christmas Eve & Christmas Day Set Dinner ชุดอาหารมื้อค่ำแบบ 4 คอร์ส ตามด้วย บุฟเฟต์บรันช์วันคริสต์มาส (Christmas Day Brunch) เพื่อให้ทุกคนได้รังสรรค์ช่วงเวลาแห่งความทรงจำอันแสนอบอุ่นกับครอบครัวและคนที่รัก

    รางวัลอันทรงเกียรติและโปรแกรมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขในช่วงปลายปีนี้ ได้รับการคัดสรรมาเป็นพิเศษ ตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ ในการนำเสนอบริการที่เป็นเลิศ และประสบการณ์อันน่าประทับใจ มาพร้อมกับความสง่างาม ความจริงใจ และการบริการด้วยหัวใจที่มอบให้แขกผู้มาเยือนทุกคน

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ กรุณาเข้าไปที่ www.oriental-residence.com สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กรุณาเข้าไปที่ www.onyx-hospitality.com

  • Business - Energy

    SRTA จับมือ UNISUS เดินหน้าศึกษาพัฒนา Central Utility Plantพลิกโฉมบางซื่อสู่ “เมืองอัจฉริยะต้นแบบ” บนพื้นที่กว่า 1,200 ไร่

    บริษัท ยูนิซัส กรีน เอ็นเนอร์จี จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางสำหรับโครงการภาคเอกชนรายแรกของเมืองไทย และ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) หน่วยงานที่มีภารกิจในการบริหารทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง (Central Utility Plant: CUP) ในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณบางซื่อกว่า 1,200 ไร่ เพื่อยกระดับพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นเมืองอัจฉริยะต้นแบบที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและเป็นศูนย์กลางการเดินทางของกรุงเทพฯ ในอนาคต

    การลงนามครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนา “เมืองอัจฉริยะบางซื่อ (Bang Sue Smart City)” ซึ่งทาง SRTA วางแผนที่จะจัดหาการลงทุนกว่า 200,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการทั้งหมด โดยความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อเมืองอัจฉริยะยุคใหม่ อันได้แก่ โรงผลิตความเย็นแบบรวมศูนย์ขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการปรับอากาศ พร้อมระบบกักเก็บพลังงานความเย็นเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบจัดการน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสียและผลิตน้ำรีไซเคิล ระบบไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ระบบการจัดการขยะ ระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบเตือนภัยพิบัติและแผนรองรับอุบัติภัย รวมถึงศูนย์จัดการพลังงานอัจฉริยะ
    ยูนิซัส กรีน เอ็นเนอร์จี เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง 3 บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ วิศวกรรม และพลังงาน ได้แก่ แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น (MQDC), อีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวิร์ค และ บี.กริม โดยภายใต้บันทึกข้อตกลงกับ SRTA นี้ ยูนิซัส กรีน เอ็นเนอร์จี มีบทบาทในการจัดเตรียมแนวคิดเบื้องต้นของระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ด้านเทคนิคและด้านการเงิน และนำเสนอรูปแบบการพัฒนาโครงการให้แก่ SRTA


    นายกมล ตันพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิซัส กรีน เอ็นเนอร์จี จำกัด กล่าวว่า “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ ยูนิซัส กรีน เอ็นเนอร์จี ได้รับความไว้วางใจจาก SRTA ในการศึกษาเพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางสำหรับเมืองอัจฉริยะบางซื่อ เราตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในโครงการเมืองอัจฉริยะเป็นอย่างดี การพัฒนาระบบที่ดีสามารถช่วยลดการใช้พลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการพัฒนาเมือง และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้อย่างมีนัยสำคัญ เราพร้อมที่จะนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จากการให้บริการแบบครบวงจรในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางสำหรับโครงการขนาดใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งเรารับผิดชอบตั้งแต่ขั้นตอนวางแผน ดูแลงานก่อสร้างและบริการด้านวิศวกรรม การวางระบบเพื่อใช้งานจริง ไปจนถึงการบริการในระยะยาว เพื่อเสนอแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดแก่ SRTA ในการพัฒนาโครงการต่อไป”
    นายกษพล บวรศรีการ รองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจ ปฏิบัติหน้าที่กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด เปิดเผยว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการลงนาม แต่เป็นการจับมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างรัฐวิสาหกิจกับภาคเอกชนชั้นนำ เพื่อผลักดันพื้นที่บางซื่อซึ่งเป็นเมกะโปรเจ็กต์ขนาด 1,200 ไร่ ให้เติบโตเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเดินทางของประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ โดยต่อจากนี้ทั้งสององค์กรจะลงพื้นที่เพื่อศึกษาร่วมกันและผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมตามแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะบางซื่อของ SRTA”
    ความร่วมมือของ ยูนิซัส กรีน เอ็นเนอร์จี และ SRTA ครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้เกิดรูปแบบการลงทุนใหม่ ๆ เช่น การร่วมลงทุน (Joint Venture) ที่ SRTA สามารถนำมูลค่าที่ดินมาร่วมเป็นทุน เพื่อวางระบบสาธารณูปโภคที่มีความคุ้มค่าและรองรับการใช้งานระยะยาว มุ่งสร้างพื้นที่บางซื่อให้เป็นสังคมคุณภาพ ที่อยู่อาศัยและทำงานอย่างสะดวก ปลอดภัย และประหยัดพลังงาน สร้างประโยชน์ให้ทั้งนักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชน ด้วยศักยภาพของทั้งสององค์กร ความร่วมมือครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งพัฒนาการสำคัญของพื้นที่บางซื่อ ที่กำลังจะก้าวสู่การเป็น “Smart City แห่งใหม่ของประเทศไทย”

  • Business - Sustainable

    CORAL LIFE เปิดตัว “ดู๋ สัญญา” ในฐานะ Brand Ambassador “Zehnder”ร่วมขับเคลื่อนภารกิจ “Rewrite the Future” จุดประกายแนวคิดการอยู่อาศัยยุคใหม่ผสานเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

    ในโลกที่ “อากาศ” กลายเป็นทรัพยากรสำคัญที่ต้องบริหารจัดการอย่างจริงจัง “คอรัล ไลฟ์” (Coral Life) ในฐานะผู้นำด้าน Built Environment Total Solution โซลูชันอสังหาฯ อย่างยั่งยืน ที่เริ่มต้นจากความเข้าใจโครงสร้างอาคารถึงคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย เดินหน้าสานต่อวิสัยทัศน์องค์กร ภายใต้แนวคิด “ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนผ่านอาคารที่หายใจได้” ด้วยภารกิจ “Rewrite the Future” เพื่อสะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ไม่เพียงเปลี่ยนโครงสร้างของอาคาร แต่ยัง “เขียนอนาคตใหม่” ให้กับการอยู่อาศัยในสังคมเมืองอย่างแท้จริง


    คุณเจมส์ ดูอัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอรัล ไลฟ์ จำกัด กล่าวว่า Coral Life มีเป้าหมายในการ “สร้างระบบนิเวศอัจฉริยะ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน” โดยมองเห็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานของอาคารที่มีชีวิต ให้เป็นระบบนิเวศอัจฉริยะ (Smart Ecosystem) ที่สามารถปรับตัวเองได้อย่างชาญฉลาด ครอบคลุมทั้งระบบจัดการคุณภาพอากาศและพลังงาน ภายใต้โซลูชันครบวงจร Coral Life Total Solution โดยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา Coral Life ได้เปลี่ยนอาคารทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศให้กลายเป็นอาคารประหยัดพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองต่อพลังงาน อุณหภูมิ และคุณภาพอากาศ เพื่อสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่ดีต่อร่างกาย จิตใจ และโลกใบนี้

    “เราเชื่อว่าอนาคตของการอยู่อาศัย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของดีไซน์หรือความสะดวกสบาย แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และสุขภาวะของมนุษย์ ภายใต้ภารกิจ Rewrite the Future โดยชวนทุกคนกลับมาทบทวนว่า เราจะอยู่ร่วมกับอากาศที่เราหายใจอย่างเข้าใจและรับผิดชอบมากขึ้นได้อย่างไร และ Coral Life ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบนั้น” คุณเจมส์ กล่าว
    โดยปีนี้อีกหนึ่งก้าวสำคัญของภารกิจ “Rewrite the Future” คือ การเปิดตัว Zehnder แบรนด์ชั้นนำระดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้นำด้านระบบหมุนเวียนอากาศ (Ventilation with Heat Recovery) ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง Coral Life และ Zehnder ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย โดย Coral Life ยังเป็นผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ และเป็นผู้ถือสิทธิ์จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวของแบรนด์ Zehnder ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    Zehnder คือเทคโนโลยีที่ยกระดับ “อากาศดี” ให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัย ด้วยระบบที่สามารถควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และกรองมลภาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นนวัตกรรมที่เชื่อมโยงสุขภาพของผู้คนเข้ากับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว ล่าสุดได้เปิดตัว คุณดู๋ สัญญา คุณากร ในฐานะ Brand Ambassador และผู้ใช้จริง เป็นตัวแทนในการถ่ายทอดแนวคิดของการอยู่อาศัยที่ใส่ใจใน “สิ่งที่เรามองไม่เห็น” อย่างอากาศ
    “ผมเชื่อว่าความสบายที่แท้จริงไม่ได้มาจากสิ่งที่เรามองเห็นด้วยตา แต่คือสิ่งที่เรารู้สึกได้จากอากาศที่ดีในทุกลมหายใจ Zehnder ไม่ได้เปลี่ยนแค่บ้านของผม แต่มันเปลี่ยนวิธีที่ผมเข้าใจคำว่า บ้านที่มีชีวิต” คุณดู๋ สัญญา กล่าว
    ทั้งนี้ เพื่อให้ภารกิจ Rewrite the Future เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม Coral Life ได้จับมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์จากหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น สถาบันการเงิน สถาปนิก วิศวกร นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม และพันธมิตรทางเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อสร้าง “เครือข่ายแห่งการเปลี่ยนแปลง” ที่จะร่วมกันยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยของไทยและภูมิภาค ให้ก้าวสู่มิติใหม่ของความยั่งยืน
    “Rewrite the Future ไม่ใช่เพียงภารกิจขององค์กร แต่คือบทสนทนาใหม่ของสังคมว่า อนาคตเรากำหนดใหม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกอยู่ร่วมกับโลกใบนี้อย่างเข้าใจและรับผิดชอบมากเพียงใด โดย Coral Life เชื่อว่าการเริ่มต้นเปลี่ยน สิ่งที่เรามองไม่เห็น อย่างอากาศ คือจุดเริ่มต้นของการเขียนอนาคตใหม่ที่ดีกว่าให้กับทุกชีวิตบนโลกใบนี้” คุณเจมส์ ดูอัน กล่าวทิ้งท้าย

  • Business

    ‘เบียร์ชิงเต่า–คาราบาว–นามยง’ ผนึกกำลัง รุกตลาดเครื่องดื่มไทย-จีน ฉลองครบรอบ 50 ปีไทย-จีน “เบียร์ชิงเต่า–คาราบาว–นามยง” ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ลุยธุรกิจเครื่องดื่มครบวงจร

    บริษัท เบียร์ชิงเต่า ร่วมกับ บริษัท โรงเบียร์ตะวันแดง 1999 จำกัด, บริษัท ไทย ไชน่า เบฟเวอร์เรจ จำกัด และ บริษัท ชิงเต่า เบียร์ (ฮ่องกง) เทรดดิ้ง จำกัด จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์สามฝ่าย ณ ชั้น 3 อาคาร 393 สำนักงานใหญ่คาราบาวกรุ๊ป

    พิธีดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี, คุณเจียง จงเสียง ประธานกรรมการบริษัทเบียร์ชิงเต่า, คุณเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน), ดร.เทพรักษ์ เหลืองสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน), คุณหม่า หนิง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้จัดการทั่วไปฝ่ายต่างประเทศของบริษัทเบียร์ชิงเต่า พร้อมด้วยผู้นำระดับสูงของเมืองชิงเต่า และผู้แทนจากแวดวงธุรกิจจีน–ไทย เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ร่วมกันเปิดศักราชใหม่แห่งความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมเบียร์และเครื่องดื่มจีน–ไทย

    ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นหมุดหมายสำคัญของทั้งสามบริษัท สะท้อนถึงมิตรภาพระหว่างไทย-จีน พร้อมชื่นชมอิทธิพลระดับโลกของแบรนด์เบียร์ชิงเต่า และความแข็งแกร่งของคาราบาวในตลาดไทยและต่างประเทศ รวมถึงศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของบริษัท นามยง เทอร์มินัล ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างพลังความร่วมมือและยกระดับการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศ

    ดร.เทพรักษ์ เหลืองสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) เล่าย้อนถึงเส้นทางการเติบโตของบริษัทฯ ซึ่งก่อตั้งมากว่า 50 ปี ครอบคลุมธุรกิจโลจิสติกส์ การค้าระหว่างประเทศ สื่อสารมวลชน คมนาคม พลังงาน และสาธารณสุข โดยท่าเรือในเครือของบริษัทฯ เป็นท่าเรือขนส่งรถยนต์แบบโรลออนโรลออฟ (ro-ro) รายเดียวในประเทศไทย ติดอันดับที่ 4 ของโลก และอันดับที่ 2 ของเอเชีย มีการส่งออกรถยนต์มากกว่า 1.5 ล้านคันต่อปี พร้อมย้ำว่า ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ความร่วมมือระหว่าง บริษัท ไทย ไชน่า เบฟเวอร์เรจ จำกัด ของนามยง เทอร์มินัล กับ บริษัทเบียร์ชิงเต่า และคาราบาว ถือเป็นสัญลักษณ์ของการยกระดับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนสองประเทศ โดยพร้อมจะต่อยอดความร่วมมือด้านโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมเพื่อสนับสนุนโครงการอย่างเต็มที่

    คุณเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แบรนด์คาราบาวในฐานะผู้นำเครื่องดื่มฟังก์ชันนัล (Functional Drink) ของไทย คาราบาวได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยด้วยนวัตกรรมและคุณภาพ และกำลังขยายตลาดไปต่างประเทศอย่างมั่นคง สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ คาราบาวพร้อมจะอาศัยระบบช่องทางจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งของบริษัท ส่งเสริมการบูรณาการอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย-จีน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดร่วมกัน

    คุณเจียง จงเสียง ประธานกรรมการบริษัทเบียร์ชิงเต่า กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนมิตรภาพ 50 ปีไทย-จีน แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการเร่งขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศของเบียร์ชิงเต่า เบียร์ชิงเต่าเข้าสู่ตลาดไทยตั้งแต่ทศวรรษ 1990 และตลอด 20 ปีที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับบริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) ขยายฐานตลาดอย่างมั่นคง ปัจจุบันมีเครือข่ายการจัดจำหน่ายครอบคลุมร้านค้ากว่า 2,000 แห่งทั่วไทย ด้วยประสบการณ์กว่า 100 ปีและอิทธิพลครอบคลุมกว่า 120 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก เบียร์ชิงเต่าพร้อมเปิดเส้นทางใหม่ในตลาดไทยและอาเซียน โดยอาศัยทรัพยากรช่องทางจัดจำหน่ายและเทคโนโลยีการผลิตของคาราบาว เพื่อรองรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เบียร์ระดับพรีเมียม และขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ

    การลงนามครั้งนี้วางรากฐานที่มั่นคงสำหรับความร่วมมือเชิงลึกของทั้งสามฝ่าย ทั้งด้านเทคโนโลยี ตลาด แบรนด์ และเครือข่ายช่องทางจัดจำหน่าย นับเป็นก้าวใหม่ครั้งสำคัญของการขยายตลาดในอาเซียนของเบียร์ชิงเต่า

  • Business

    การบินไทย พร้อมก้าวสู่ยุคใหม่ เปิดตัวแนวคิด “THE NEW WORLDS OF TOMORROW” ฉลองเข้าสู่ปีที่ 65 ด้วยการยกระดับการเดินทางในทุกมิติ

    บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ก้าวเข้าสู่ปีที่ 65 พร้อมส่งต่อเอกลักษณ์ความเป็นไทยสู่ผู้คนทั่วโลกอย่างภาคภูมิ จัดงาน “THE NEW WORLDS OF TOMORROW” เพื่อนำเสนอแนวทางใหม่ขององค์กรในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 65 ปีแห่งการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการยกระดับการเดินทางในทุกมิติ ทั้งในด้านประสบการณ์บนเที่ยวบินที่ผสานเสน่ห์ความ เป็นไทยอย่างกลมกลืนกับเทคโนโลยีการบินล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์ผู้โดยสารยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำบทบาทในฐานะสายการบินของไทยที่พร้อมแข่งขันในเวทีระดับสากล

    งานนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 ณ ห้อง World Ballroom โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ที่สะท้อนถึงการเติบโตอย่างสง่างามและมั่นคงภายหลังจากที่บริษัทฯ ได้ประสบความสำเร็จในการดำเนินแผนฟื้นฟูกิจการ และคาดว่าจะกลับเข้าสู่การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกครั้งได้ภายในเดือนกรกฎาคมของปีนี้ โดยมี คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นเกียรติในงาน พร้อมด้วย คุณปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ คุณชาญศิลป์ ตรีนุชกร ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ คุณชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณกรกฏ ชาตะสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ และคณะผู้บริหารการบินไทย ร่วมในงาน ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติทั้งลูกค้าคนพิเศษ กลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจ และสื่อมวลชน ร่วมงานอย่างคับคั่ง

    โดย คุณปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 65 ปีที่ผ่านมา การบินไทยได้รับความไว้วางใจจากผู้โดยสารทั่วโลก และพร้อมเดินหน้าสู่อนาคตด้วยกลยุทธ์ที่ครอบคลุมและชัดเจน เพื่อปรับเปลี่ยนการดำเนินงานให้สอดรับกับความต้องการของนักเดินทางในยุคปัจจุบัน ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาในหลากหลายด้าน ด้วยความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้สมบูรณ์แบบในทุกมิติ”

    THE NEW WORLDS OF INSIGHT AND HOSPITALITY เปิดมุมมองใหม่แห่งแรงบันดาลใจ ก้าวสู่ยุคใหม่ของการบริการ

    เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษให้แก่ผู้โดยสาร การบินไทยได้ยกระดับการบริการบนเที่ยวบินในหลายด้าน ดังนี้

    • โฉมใหม่นิตยสาร “Sawasdee” เข้าถึงผู้อ่านยุคใหม่

    งานนี้มีการเปิดตัวนิตยสาร “Sawasdee” โฉมใหม่ ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนสื่อสำคัญที่อยู่คู่กับสายการบินไทยมาอย่างยาวนาน ให้ทันสมัยและเข้าถึงกลุ่มผู้อ่านยุคใหม่ได้อย่างทั่วถึง โดย คุณกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้าและการตลาด บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะ Executive Editor และ Mr. Hans Mueller Executive Creative Director เผยว่า นิตยสาร “Sawasdee” จะกลับมาให้บริการอีกครั้งในรูปแบบครบวงจร ทั้ง ฉบับพิมพ์ (Printed Version), e-Magazine และ เว็บไซต์ Sawasdee Online เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางในโลกดิจิทัล

    • Amenities Kit รุ่นพิเศษ โดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI

    นอกจากนี้ยังเปิดตัว Amenities Kit รุ่นพิเศษ ซึ่งการบินไทยได้สร้างสรรค์ร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI แบรนด์แฟชั่นระดับลักซ์ชัวรี จากวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรคของแบรนด์ เป็นกระเป๋า Amenities Kit ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งศิลปะและวัฒนธรรมไทย นำเสนอใน 2 ลวดลาย ได้แก่ ลวดลายผ้าบาติกโทนขาว-น้ำเงิน ถ่ายทอดมนตร์เสน่ห์ผืนผ้าอันงดงามของภาคใต้ ผสมผสานกับลายดอกรักราชกัญญา ซึ่งเป็นลายผ้าที่องค์ดีไซเนอร์พระราชทานให้กลุ่มบาติกไทย ประดับด้วยสัญลักษณ์ช้าง นกยูง รวมถึงดอกไอริสและกล้วยไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI และการบินไทย ลวดลายที่สอง คือสวนสีสวย เบ่งบานไปด้วยดอกไอริสและดอกกล้วยไม้ บนผืนผ้าลายกราฟฟิกรูปเกือกม้า สัญลักษณแห่งความโชคดี ที่วางสลับกันเป็นลาย S Monogram ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ในโทนสีชมพูและสีม่วงสดใส

    ภายในกระเป๋าประกอบด้วย Hand Cream กลิ่นกุหลาบ, Lip Balm บำรุงฝีปาก และ Deodorant Spray กลิ่นอายภูมิปัญญาไทย จาก SIRIVANNAVARI Maison รวมถึงผ้าปิดตาในสีสันและลวดลายเดียวกับกระเป๋า, แปรงสีฟันจากไม้ไผ่, ยาสีฟัน MARVIS, ที่อุดหูกันเสียงรบกวน โดยของใช้ทุกชิ้นคัดสรรมาเป็นพิเศษให้ผู้โดยสารชั้นธุรกิจ ที่เดินทางสู่จุดหมายปลายทาง 4 เมืองแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ได้แก่ มิลาน ปารีส โตเกียว และเซี่ยงไฮ้ ได้สัมผัสกับนิยาม Smooth as Silk อย่างแท้จริง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป

    • แคมเปญความอร่อย นำเสนอรสชาติไทยระดับสากล

    สำหรับด้านอาหาร มีการเปิดตัวแคมเปญ “Good Taste for a Good Cause” ที่คัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพจากผู้ประกอบการไทย เพื่อส่งเสริมสินค้าไทยสู่ระดับสากล ตอบสนองนโยบาย Soft Power ของรัฐบาล ลูกจุ๊บทีจี ไรซ์แครกเกอร์การบินไทย ช็อกโกแลตกานเวลา กาแฟดอยตุง และขนมหวานจากร้าน After You Dessert Café โครงการ Taste of Thai Tales อาหารไทยเมนูพิเศษรังสรรค์โดยเชพไทยที่มีชื่อเสียง รวมถึงแคมเปญ “Streets to Sky” ที่คัดสรรอาหารจานเด่นจากร้านดังของไทย อาทิ ผัดไทยมันกุ้งทิพย์สมัย ก๋วยเตี๋ยวคั่วทะเลเจ๊ไฝ และข้าวหน้าไก่รสดีเด็ด เสิร์ฟบนเที่ยวบินเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังยกระดับการให้บริการด้วย คาร์เวียร์ระดับพรีเมียม และ เครื่องดื่มสูตรพิเศษ “Oriental Dawn” และ Rose of Royal Voyage ที่รังสรรค์ขึ้นสำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่ง รอยัลเฟิสต์ และชั้นธุรกิจ รอยัลซิลค์

    THE NEW WORLDS OF TRAVEL COMFORT
    เตรียมพร้อมสู่ยุคใหม่ของการเดินทางด้วยเทคโนโลยีและฝูงบินทันสมัย

    ในโอกาสนี้ คุณชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยังได้ประกาศความพร้อมในการรับมอบเครื่องบินรุ่นใหม่ Airbus A321 Neo ที่จะเข้าประจำการภายในสิ้นปี 2568 นี้ โดยคาดหวังว่าจะเสริมศักยภาพฝูงบินของการบินไทยให้มีความทันสมัย ประหยัดพลังงาน และตอบโจทย์ผู้โดยสารยุคใหม่ได้อย่างเต็มรูปแบบ “บนเที่ยวบินที่ให้บริการโดย Airbus A321 Neo ผู้โดยสารจะได้สัมผัสความสะดวกสบายจากระบบความบันเทิงบนเที่ยวบินที่ติดตั้งในทุกที่นั่ง พร้อม บริการ Wi-Fi ฟรี สำหรับสมาชิก Royal Orchid Plus ทุกระดับสถานะ สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดการเดินทางของเรา” คุณชาย เอี่ยมศิริ กล่าว

    “THE NEW WORLDS OF TOMORROW” นับเป็นการฉายภาพการบินไทยในโฉมใหม่ ที่พร้อมจะก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และเติบโตอย่างสง่างาม เป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทยสู่ผู้คนทั่วโลกอย่างเต็มภาคภูมิ ในฐานะสายการบินที่มุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐานการบริการระดับสากล และก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยความเหนือระดับที่ทั่วโลกเชื่อมั่น