Lifestyle

  • Hotel - Lifestyle - Travel

    ONYX Hospitality Group ฉลอง 60 ปีแห่งการเติบโต ร่วมกับ Grab ยกระดับ Seamless Travel Experience ให้นักเดินทางใช้เวลาทุกจุดหมายได้อย่างเต็มที่ภายใต้แนวคิด “More of What You Love”

    ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) เดินหน้าสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมาย ภายใต้แนวคิด “More of What You Love” เพื่อเติมเต็มทุกช่วงเวลาของการเดินทางให้เชื่อมโยง สะดวก และตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ ผ่านกิจกรรมและความร่วมมือพิเศษกับพันธมิตรชั้นนำตลอดปีแห่งการเฉลิมฉลอง

    หนึ่งในความร่วมมือสำคัญภายใต้การเฉลิมฉลองครั้งนี้ คือความร่วมมือระหว่าง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) และ แกร็บ (Grab) เพื่อยกระดับประสบการณ์ของนักเดินทางให้ครอบคลุมมากกว่าการเข้าพัก โดยเชื่อมโยงทุกช่วงเวลาของการเดินทาง ตั้งแต่การเดินทางสู่โรงแรม ประสบการณ์ระหว่างการเข้าพัก การรับประทานอาหาร ไปจนถึงการออกไปค้นพบสีสันของแต่ละจุดหมายปลายทาง ผ่านบริการและสิทธิประโยชน์ที่ช่วยเติมเต็มทุกการเดินทาง ให้สะดวก ราบรื่น และเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้ใช้เวลาในทุกจุดหมายอย่างเต็มที่
    ความร่วมมือครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักโรงแรมในเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ได้แก่ อมารี (Amari), โอโซ่ (OZO), ชามา (Shama) และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมแคมเปญ ได้สัมผัสแนวคิด “More of What You Love” ผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโยงทุกช่วงเวลาของการเดินทางบนแพลตฟอร์ม Grab ซึ่งครอบคลุม 3 ทั้งด้าน ได้แก่
    More Convenience – ความสะดวกที่มากขึ้นในทุกเส้นทาง: ไม่ว่าจะเดินทางจากสนามบินสู่โรงแรม ออกไปท่องเที่ยว หรือแวะรับประทานอาหารในเมือง นักเดินทางก็สามารถเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่าน Grab พร้อมรับสิทธิพิเศษ เพียงใส่รหัสโปรโมชัน ONYX60 บนแอปพลิเคชัน Grab เพื่อรับส่วนลดค่าโดยสาร 15% สูงสุด 100 บาทต่อเที่ยว สำหรับบริการ Grab ที่ร่วมรายการ (ยกเว้น GrabTaxi) จำกัดสิทธิ์สูงสุด 2 ครั้งต่อผู้ใช้ และรวม 700 สิทธิ์ต่อวัน
    ข้อเสนอพิเศษนี้จะช่วยให้ทุกการเดินทางระหว่างการเข้าพักสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร หรือจุดหมายต่าง ๆ โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม 2027 ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

    More Flavours and Dining Experiences – ประสบการณ์ความอร่อยที่หลากหลายยิ่งขึ้น:นอกเหนือจากความสะดวกในการเดินทาง นักเดินทางยังสามารถเติมเต็มประสบการณ์การเข้าพักผ่านร้านอาหารและบาร์ภายใต้ ONYX Dining กว่า 20 แห่งทั่วประเทศไทย ผ่านบริการ Dine Out บนแอปพลิเคชัน Grab หรือเลือกสั่งเมนูโปรดผ่าน GrabFood ได้อย่างสะดวก
    พร้อมรับสิทธิพิเศษ ส่วนลด 20% สำหรับการใช้บริการ Dine Out ครั้งแรก ณ ร้านที่ร่วมรายการ และส่วนลด 10% สำหรับการใช้บริการครั้งถัดไป เพื่อให้ทุกมื้อเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่น่าประทับใจระหว่างการเดินทาง
    More seamless service – บริการที่ราบรื่นตลอดการเข้าพัก: อีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเข้าพัก คือ The Guest Transport Concierge Service, powered by Grab บริการคอนเซียร์จ เรียกรถที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าพักตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางระหว่างสนามบิน โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว หรือการเดินทางเพื่อธุรกิจ เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างสะดวก ราบรื่น และอุ่นใจยิ่งขึ้น
    ผู้เข้าพักสามารถสำรองรถผ่านคอนเซียร์จของโรงแรม พร้อมติดตามสถานะรถและเส้นทางได้แบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังได้รับการดูแลจากทีมงาน Grab และคอนเซียร์จของโรงแรมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ทุกการเดินทางเชื่อมต่อกันได้อย่างสะดวก ราบรื่น และอุ่นใจได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงจุดหมาย

    นอกจากนี้ ยังมีบริการรถหลากหลายประเภทให้เลือก เพื่อให้เหมาะกับการเดินทางในแต่ละรูปแบบ โดย โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ (Oriental Residence Bangkok) ให้บริการผ่าน GrabPremium ขณะที่ โรงแรมอมารี (Amari) มีให้เลือกทั้ง GrabPremium, GrabCar, GrabSUV และ GrabVan ส่วน โรงแรมโอโซ่ (OZO) และ ชามา (Shama) ให้บริการ GrabCar, GrabSUV และ GrabVan ไม่ว่าจะเดินทางคนเดียว เดินทางกับครอบครัว หรือมาเป็นกลุ่ม ก็สามารถสำรองรถได้สูงสุด 10 คันต่อครั้ง พร้อมความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุในทุกเที่ยวการเดินทาง
    ความร่วมมือกับแกร็บในครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมพิเศษภายใต้การเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ภายใต้แนวคิด “More of What You Love” ที่จะมีขึ้นตลอดปีแห่งการเฉลิมฉลอง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จะเดินหน้าร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เชื่อมโยงและมีความหมาย พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาของการเดินทางให้กับลูกค้าในทุกจุดหมายปลายทาง
    ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาแคมเปญ โรงแรมและร้านอาหารที่ร่วมรายการ รวมถึงเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ ได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) และ แกร็บ (Grab)

  • Beauty - Event - Lifestyle

    ไอคอนสยาม ตอกย้ำบทบาท Global Experiential Destination จับมือ ไอคอนคราฟต์ และสมาคมอุตสาหกรรมน้ำหอมไทย จัดงาน “THE SCENT OF SIAM” รวมสุดยอดเครื่องหอมไทยกว่า 50 แบรนด์

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตอกย้ำการเป็น Global Experiential Destination ที่เป็นมากกว่าจุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ ด้วยบทบาทการเป็นแพลตฟอร์มส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตในระดับนานาชาติ จับมือไอคอนคราฟต์ และสมาคมอุตสาหกรรมน้ำหอมไทย (Thai Fragrance Industry Association: TFIA) จัดงาน “THE SCENT OF SIAM” เปิดประสบการณ์มหกรรมเครื่องหอมไทยครั้งแรกที่รวบรวมผู้ผลิต นักปรุงน้ำหอม และแบรนด์เครื่องหอมไทยชั้นนำกว่า 50 แบรนด์ จากทั่วประเทศ มาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของศาสตร์แห่งกลิ่นหอมไทยในมิติร่วมสมัย ภายใต้การสนับสนุนโดย Skonx Perfumery และ Neferlogne เพื่อเผยแพร่ศาสตร์แห่งกลิ่นหอมไทย ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการและแบรนด์ไทยสู่เวทีสากล พร้อมประกาศศักยภาพของอุตสาหกรรมเครื่องหอมไทยที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และนับเป็นอีกหนึ่ง Soft Power สำคัญของประเทศ โดยจะเปิดโลกแห่งกลิ่นหอมจากภูมิปัญญาไทยให้ทุกคนได้สัมผัสอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 5-9 สิงหาคม 2569 ณ วัฒนา ฮอลล์ ชั้น 3 ไอคอนสยาม

    มหกรรมเครื่องหอมไทย “THE SCENT OF SIAM” จัดขึ้นภายใต้แนวคิดที่มุ่งยกระดับ Thai Scent Craftsmanship ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของภูมิปัญญา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทยผ่านศาสตร์แห่งการปรุงน้ำหอมร่วมสมัย สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมเครื่องหอมไทยในฐานะหนึ่งใน Soft Power ของประเทศ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและต่อยอดสู่ตลาดโลก พร้อมตอกย้ำบทบาทของไอคอนสยามในการเป็นเวทีที่รวมผู้ประกอบการเครื่องหอมไทยที่มีศักยภาพ เพื่อผลักดันสู่การยอมรับในระดับสากล และการเติบโตอย่างยั่งยืน งานนี้จึงเปรียบเสมือนเวทีแห่งการรวมพลังของผู้ประกอบการเครื่องหอมไทย ตั้งแต่แบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ นักปรุงน้ำหอมมากประสบการณ์ ไปจนถึงนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ที่ร่วมกัน สะท้อนให้เห็นว่า เครื่องหอมไทยได้พัฒนาอย่างก้าวไกล ทั้งในด้านการคัดสรรวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การทำงานร่วมกับนักปรุงน้ำหอมระดับสากล ตลอดจนมาตรฐานและคุณภาพที่สามารถแข่งขันเคียงข้างแบรนด์ชั้นนำของโลกได้อย่างภาคภูมิ

    ด้วยความตั้งใจในการนำเสนอเครื่องหอมไทยที่ดี มีคุณภาพ รังสรรค์จากวัตถุดิบชั้นเลิศ และเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ภายในงานได้รวบรวมแบรนด์เครื่องหอมไทยชั้นนำมาให้ผู้รักความหอมได้สัมผัสและเลือกสรรกว่า 50 แบรนด์ ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทั้งน้ำหอม เทียนหอม เครื่องหอม ผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน และไลฟ์สไตล์กลิ่นหอม อาทิ แบรนด์ไทยระดับรางวัลที่ดังไกลระดับโลกอย่าง Parfums Dusita,SIAM1928,Perfumers’ Journey, Strangers Parfumerie, Butterfly Thai Perfume รวมถึงแบรนด์ Airen Fragrance, Ameenah, AYADA, CHOL, EVC PARFUM, Ice Perfume House, KLĀY, L’Cloche, La Joie, LAOL, Luatimo Perfume, Ma Chandelle, Mangla, MN Formula, MYND Perfume, MysNyx Perfume, Neferlogne, NOMR, Nostalgia Perfume, Novelic, Parfum Eclectiques, Parfum Prissana, POETIQ, Pratintip Artist perfume, Prin, RARINRIN, Saisalang, SAKUNA fragrance, SA-NE’ Perfume, Savor Perfume, Scent Mastery, Shaman Perfumery, Sirodom Parfum, Siva, Soulerie, Sphere, Sukonta, Tada Parfumeur, The Perfume Sanctuary, Velvétail Perfumes, Vive Perfume, Voyager, Whispering Memories, Witch’s Scent และ Zantiis ที่พร้อมนำเสนอเอกลักษณ์ของกลิ่นหอมไทยในมุมมองใหม่ผ่านผลงานสร้างสรรค์ที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวและตัวตนของแต่ละแบรนด์

    ภายในงานยังมีประสบการณ์เชิงลึกของศาสตร์แห่งกลิ่นผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมายให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัส ทั้งการเปิดตัวน้ำหอมและคอลเลกชันใหม่ครั้งแรกภายในงานจากแบรนด์ MysNyx Perfume, Neferlogne, SAISALANG, SAKUNA fragrance, Scent Mastery, Sphere และ VOYAGER พร้อมเปิดโลกของวัตถุดิบหายากผ่านโซน Thai Raw Materials ที่นำเสนอวัตถุดิบอันทรงคุณค่าซึ่งมีบทบาทในประวัติศาสตร์น้ำหอมโลก และเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานที่หล่อหลอมศาสตร์การปรุงน้ำหอมและอัตลักษณ์กลิ่นหอมของไทย

    อีกหนึ่งไฮไลต์คือการเผยกลิ่นหอมสุดโปรดของสองศิลปินหนุ่ม อัพ-ภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง และ ภูมิ-ภูริพันธ์ ทรัพย์แสงสวัสดิ์ ที่จะมาร่วมพิธีเปิดงาน ในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 พร้อมร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์กลิ่นน้ำหอมสำหรับวันแม่ เพื่อถ่ายทอดความรักและความผูกพันผ่านศาสตร์แห่งกลิ่น รวมถึงสร้างประสบการณ์พิเศษที่จะเชื่อมโยงแบรนด์เครื่องหอมไทยเข้ากับคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ภายในงาน อัพ ภูมิพัฒน์ และ ภูมิ ภูริพันธ์ ยังจะมีกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกับกลุ่มแฟนคลับอีกด้วย

    ทั้งนี้ การจัดงาน “THE SCENT OF SIAM” นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของไอคอนสยามในการสร้างเวทีระดับโลกให้กับผู้ประกอบการไทย ศิลปิน และนักสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ไทยได้เข้าถึงผู้บริโภคทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมร่วมผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องหอมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และก้าวสู่การเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศในเวทีสากล

    พิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM ตลอดการจัดงาน โดยสมาชิกที่แสดงสถานะการเป็นสมาชิกและมีชื่อ-สกุลตรงกับผู้รับสิทธิ์ ณ จุดแลกของสมนาคุณ เคาน์เตอร์ Information ชั้น G, ชั้น M และชั้น 2 ไอคอนสยาม สามารถรับบัตรแลกรับตัวอย่างน้ำหอม เพื่อนำไปแลกรับตัวอย่างน้ำหอมขนาด 2 มิลลิลิตร จำนวน 2 ชิ้น ณ บริเวณจัดกิจกรรม “THE SCENT OF SIAM” วัฒนา ฮอลล์ ชั้น 3 ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 5-9 สิงหาคม 2569 จำกัด 1 สิทธิ์ต่อสมาชิกตลอดรายการ จำนวนรวม 285 สิทธิ์ ตลอดการจัดงาน อีกทั้งสมาชิก ONESIAM ที่ช้อปสินค้าภายในงานครบ 5,000 บาทขึ้นไป สามารถรับคูปองแทนเงินสดมูลค่า 300 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าจากร้านค้าภายในงาน “THE SCENT OF SIAM” ได้ทันที โดยคูปองดังกล่าวใช้สำหรับซื้อสินค้าภายในงานเท่านั้น ไม่สามารถแลกเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้ จำกัด 1 สิทธิ์ต่อสมาชิกตลอดรายการ และจำกัดจำนวนรวม 100 สิทธิ์ ตลอดการจัดงาน
    สำหรับแฟนคลับของสองศิลปินหนุ่ม อัพ-ภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง และ ภูมิ-ภูริพันธ์ ทรัพย์แสงสวัสดิ์ สมาชิก ONESIAM ที่มียอดใช้จ่ายภายในงานครบ 3,000 บาทขึ้นไปจากร้านค้าที่ร่วมรายการ ได้แก่ Skonx Perfumery, Neferlogne, Saisalang, Sphere x Scent Mastery, Scentdicate และ CHOL จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมถ่ายภาพ Group Photo กับศิลปินทั้งสองในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 โดยเปิดรับแลกสิทธิ์ระหว่างเวลา 10.30-13.30 น. และผู้ได้รับสิทธิ์ต้องรายงานตัว ณ จุดนัดหมายภายในเวลา 13.45 น. กิจกรรมดังกล่าวจัดในรูปแบบ Group Photo อัตรา 2:4 จำนวน 25 กลุ่ม และสามารถรับภาพได้ผ่านช่องทาง Facebook: ICONSIAM จำกัดสูงสุด 2 สิทธิ์ต่อคน สามารถโอนสิทธิ์ได้ และมีจำนวนรวม 100 สิทธิ์ ตลอดรายการ ทั้งนี้ ใบเสร็จที่นำมาใช้แลกรับสิทธิพิเศษรายการใดแล้ว จะไม่สามารถนำมาใช้แลกรับสิทธิ์ในรายการอื่นได้อีก

    นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมจาก ICONCRAFT เมื่อซื้อสินค้าภายในร้าน ICONCRAFT ครบ 2,500 บาทต่อใบเสร็จ รับคูปองส่วนลดมูลค่า 100 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าครั้งถัดไปภายในงาน โดยมีเงื่อนไขการใช้คูปองเมื่อมียอดซื้อขั้นต่ำ 200 บาทต่อใบเสร็จ สำหรับสินค้า ICONCRAFT ที่ร่วมรายการภายในงานเท่านั้น จำกัดจำนวน 200 สิทธิ์ ตลอดรายการ ทั้งนี้ ของสมนาคุณและสิทธิพิเศษทั้งหมดมีจำนวนจำกัด และเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
    เชิญร่วมสัมผัสเสน่ห์ของศาสตร์แห่งกลิ่นหอมของไทย ผ่านผลิตภัณฑ์เครื่องหอมไทยร่วมสมัยที่แฝงไว้ด้วยเรื่องราวของภูมิปัญญา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทย ในงาน “THE SCENT OF SIAM” มหกรรมกลิ่นหอมจากภูมิปัญญาไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ระหว่างวันที่ 5-9 สิงหาคม 2569 ณ วัฒนา ฮอลล์ ชั้น 3 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูล โทร. 1338 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONSIAM

    #TheScentOfSiam #ICONCRAFT #ICONSIAM #UpPoomxICONSIAM

  • Event - Lifestyle - Wellness

    Bravo BKK ชวนร่วมสร้างความทรงจำดี ๆ ในวันแม่กับ “Bravo’s LOVE IN MOTION” งาน Wellness Celebration ที่ทุกคนในครอบครัวไม่ควรพลาด 9 สิงหาคมนี้

    หากกำลังมองหากิจกรรมดี ๆ สำหรับใช้เวลาร่วมกับคุณแม่และครอบครัวในวันแม่ปีนี้ Bravo BKK ชวนมาสร้างโมเมนต์แห่งความสุขในงาน “Bravo’s LOVE IN MOTION: A Mother’s Day Wellness Celebration” เทศกาลที่รวมกิจกรรมด้านสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเวิร์กชอปสุดสร้างสรรค์ไว้ในวันเดียว พร้อมเปิดให้เข้าร่วมฟรี ในวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 – 18.00 น. ณ Atrium ชั้น 1 ศูนย์การค้า Bravo BKK

    ภายใต้แนวคิด Love in Motion งานนี้ชวนทุกคนมาส่งต่อความรักผ่านการใช้เวลาร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการขยับร่างกาย สร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวเอง หรือเก็บภาพความทรงจำในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังบวก เพราะบางครั้ง ของขวัญที่ดีที่สุดในวันแม่ อาจเป็นเพียงช่วงเวลาที่ได้หัวเราะและใช้เวลาร่วมกัน

    ภายในงานพบกับกิจกรรมตลอดทั้งบ่าย ไม่ว่าจะเป็น Wellness Pop-up ที่รวมสินค้าและบริการด้านสุขภาพจากพันธมิตรชั้นนำ, Coffee Art Workshop โดย Brew², Floral Arrangement Workshop โดย Noël eve ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนจัดช่อดอกไม้แทนคำบอกรัก, Photo Booth Corner สำหรับบันทึกโมเมนต์พิเศษ รวมถึงกิจกรรม Lucky Draw ลุ้นรับของรางวัลภายในงาน

    อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด คือกิจกรรม Aerobic Dance เวลา 16.00 น. นำโดย คุณดาด้า มิสแกรนด์ กาฬสินธุ์ 2569 ร่วมกับทีม Fitwhey Gym ที่จะชวนทุกคนมาออกกำลังกายอย่างสนุกสนานผ่านช่วง Warm Up, Dance Session และ Cool Down ในบรรยากาศที่เหมาะสำหรับทุกวัย

    งานครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ ได้แก่ Lactasoy, UFC Refresh, Peppermint Field, Identity Clinic, Royal Pizza, Vivy, Brew² และ Noël eve ที่จะร่วมสร้างประสบการณ์แห่งการดูแลสุขภาพ พร้อมเติมสีสันให้กับวันแม่ปีนี้

    ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนฟรีล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ โดยสแกน QR Code บนสื่อประชาสัมพันธ์ของงาน Workshop ทุกกิจกรรมเปิดให้เข้าร่วมฟรี แต่มีจำนวนจำกัด ผู้จัดแนะนำให้ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อสำรองสิทธิ์

    Bravo’s LOVE IN MOTION: A Mother’s Day Wellness Celebration
    📅 วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569
    🕑 เวลา 14.00 – 18.00 น.
    📍 Atrium ชั้น 1 ศูนย์การค้า Bravo BKK

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง
    Facebook: Bravo BKK
    Instagram: @bravobkkmall
    TikTok: @bravobkk
    X: @bravobkkmall

  • Event - Food - Lifestyle

    สัมผัสรสชาติชาเขียวต้นตำรับจากญี่ปุ่นในงาน “Matcha Meets Tea” ที่สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม ยกขบวนร้านดังจากอาซากุซะและอุจิมาให้ลิ้มลอง

    เตรียมตัวให้พร้อมกับพื้นที่ความอร่อยสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จะมาตกหัวใจของคนรักชาเขียวให้อยู่หมัด ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ ณ ไอคอนสยาม ชวนเหล่าเจแปนเลิฟเวอร์มาอิ่มเอมใจในงาน ‘Matcha Meets Tea’ งานรวมขนมหวานและเครื่องดื่มมัทฉะพรีเมียมมาให้ลิ้มลองแบบใกล้ชิด พร้อมอิมพอร์ต “ร้านมัทฉะชื่อดังจากย่านอาซากุซะและอุจิ ประเทศญี่ปุ่น” มาเปิดเป็นครั้งแรกในไทยให้ทุกคนได้ลิ้มลอง มอบประสบการณ์ความอร่อยแบบ Authentic เหมือนเดินอยู่ย่านอาซากุซะ โดยไม่ต้องบินไปไกลถึงโตเกียว ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม 2569 ณ ชั้น G ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ

    เปิดลายแทง 4 ร้านไฮไลต์ระดับสตาร์ ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!

    Kotobukiseian (โคโตบุกิเซอัน) เครปมัทฉะคิวทองแห่งย่านอาซากุซะ โตเกียว ร้านเครปมัทฉะชื่อดังที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องยอมต่อคิว โดดเด่นด้วยเนื้อแป้งเครปผสมมัทฉะคุณภาพสูงจากเมืองอุจิ ให้รสสัมผัสเข้มข้น ทำสดใหม่ชิ้นต่อชิ้น มาพร้อมเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Yasaka เครปไส้มัทฉะทีรามิสุผสานความนุ่มละมุนของมาสคาโปนชีส โรยผงมัทฉะแท้ด้านบน และ Enmachi เครปคัสตาร์ดท็อปด้วยเครมบรูเล่ที่เบิร์นไฟจนคาราเมลกรอบบาง หอมหวานลงตัว ห้ามพลาด! วันที่ 6 – 16 ส.ค. 69 เท่านั้น

    Chacha Kobo Futatsume (ชาช่า โคโบ ฟุตะสึเมะ) การกลับมาของมัทฉะมงบลังค์ในตำนาน หลังจากสร้างปรากฏการณ์ในงาน The WAGASHI ครั้งนี้กลับมาตามคำเรียกร้องพร้อมเมนูไวรัล Matcha Mont Blanc ขนมหวานสุดประณีตที่ปกติหาทานได้เฉพาะที่อาซากุสะเท่านั้น พร้อมเสิร์ฟคู่กับ Matcha Latte มัทฉะลาเต้เย็นรสชาติกลมกล่อมจากชาเมืองอุจิ เฉพาะวันที่ 29 ก.ค. – 16 ส.ค. 69

    Rikyuen (ริคิวเอ็น) แบรนด์ผู้ผลิตชาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี จากเมืองอุจิ เกียวโต นำเสนอชาเขียวระดับ Ceremonial Grade ที่ตอบโจทย์คนรักมัทฉะตัวจริง โดยสามารถเลือก “ระดับความเข้มข้น” ได้ตามใจชอบถึง 4 ระดับ ตั้งแต่ นุ่มนวล (ระดับ 40), กลมกล่อม (ระดับ 60), เข้มลึก (ระดับ 80) ไปจนถึงเข้มข้นสะใจ (ระดับ 100) ผ่าน 2 เมนูท็อปฮิต Softserve Uji Matcha ซอฟต์เสิร์ฟเนื้อเนียนนุ่มละลายในปาก และ Uji Matcha Ice Cream Cup ไอศกรีมถ้วยที่ดึงคาแรกเตอร์ของชาอุจิออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    HUNDREDS HERITAGE (ฮันเดรดส์ เฮอริเทจ) ซอฟต์พาวเวอร์ชาสมุนไพรออร์แกนิกสัญชาติไทย พลิกโฉมความร่วมสมัยด้วยแบรนด์เครื่องดื่มชาและสมุนไพรออร์แกนิกของไทยที่ได้รับการคัดสรรมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ นำเสนอ “Wisdom Tea” ชาที่ปรุงขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาไทย เช่น สูตร Tom Yum Tea ที่หยิบยกสมุนไพรจากเมนูต้มยำอันเลื่องชื่อมาครีเอทเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ซึ่งแบรนด์นี้ได้รับความไว้วางใจให้เสิร์ฟในโรงแรม 5 ดาว และได้รับการคัดเลือกจาก ททท. ให้เป็น Wellness Tea รวมถึงเป็นกรณีศึกษาความสำเร็จผลิตภัณฑ์ Soft Power ไทยโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมอีกด้วย

    นอกจากนี้ยังมีเอ็กซ์คลูซีฟเมนูที่รังสรรค์ขึ้นเพื่องานนี้ เริ่มด้วย Azabu Sabo (อาซาบุ ซาโบะ) ที่เสิร์ฟ 2 เมนูใหม่สุดครีเอทีฟอย่าง Pistachio Soft Serve ซอฟต์เสิร์ฟหอมมันเข้มข้นลงตัว และ Dark Choco Soft ดาร์กช็อกโกแลตพรีเมียมรสเข้มข้นในซอฟต์เสิร์ฟเนื้อเนียนนุ่ม (เฉพาะวันที่ 29 ก.ค. – 5 ส.ค. 69) ต่อด้วย Van Hart (แวน ฮาร์ต) ร้านกาแฟออร์แกนิกชื่อดังที่ครีเอทเครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Strawberry Foam Matcha ผสานความเข้มข้นของมัทฉะพรีเมียมจากชิซุโอกะ เข้ากับความเปรี้ยวหวานสดชื่นของสตรอว์เบอร์รี่ ท็อปด้วยโฟมนมนุ่มละมุนอย่างลงตัว พร้อมเติมความฟินขั้นสุดกับขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นและเมนูชาอีกหลากหลายคาเฟ่ชั้นนำภายในห้างฯ สยาม ทาคาชิมายะ อาทิ Jalux Corner, K.Minamoto, Toku Dessert, Café Kaldi และ Yuzu House ที่ขนทัพมาให้เลือกชิมเลือกช้อปกันอย่างจุใจ

    มาร่วมเปิดประสบการณ์ความหอมกรุ่นและลิ้มรสสัมผัสของมัทฉะและชาในงาน ‘Matcha Meets Tea’ ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม 2569 ณ ชั้น G ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-011-7500 หรือทาง LINE: SIAM Takashimaya

    #SiamTakashimaya #MatchaMeetsTea2026 #Kotobukiseian
    #MatchaLover #ICONSIAM #สยามทาคาชิมายะ

  • Hotel - Lifestyle - Travel

    OZO ชวนเปิดประสบการณ์ Micro Trip เติมเต็มทุกวันหยุดสั้นๆ ด้วยการพักผ่อนคุณภาพ พร้อมสำรวจเมืองผ่านมุมมองใหม่

    ความสุขไม่ต้องรอทริปใหญ่ เพราะบางครั้งวันหยุดสั้นๆ ก็เพียงพอสำหรับการเติมพลัง และค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการตื่นมารับลมทะเล เดินเล่นในย่านที่ไม่เคยรู้จัก แวะร้านกาแฟเล็กๆ ของคนท้องถิ่น หรือค้นพบร้านอาหารที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองนั้นๆ
    เสน่ห์ของการเดินทางในวันนี้จึงอาจไม่ใช่การเก็บครบทุกแลนด์มาร์ก แต่คือการได้ใช้เวลาอย่างมีความหมายกับจุดหมายปลายทาง ผ่านผู้คน อาหาร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่นในแบบที่เป็นตัวเอง แนวคิดนี้สะท้อนรูปแบบการเดินทางแบบไมโครทริป (Micro-trip) ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นของคนยุคนี้ เมื่อผู้คนเลือกออกเดินทางระยะสั้นแต่บ่อยครั้งขึ้น เพื่อพักผ่อน เติมพลัง และเชื่อมต่อกับเมืองอย่างลึกซึ้งกว่าเดิม

    โอโซ่ (OZO) แบรนด์โรงแรมและรีสอร์ตระดับอัปเปอร์มิดสเกล (Upper Midscale) ในเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) ชวนนักเดินทางเปิดประสบการณ์ Micro Trip ในแบบของ OZO ที่เริ่มต้นจากการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ก่อนออกไปสัมผัสจังหวะชีวิตของแต่ละจุดหมายปลายทาง ผ่านความสะดวกสบาย การพักผ่อนที่มีคุณภาพ และกิจกรรมรอบโรงแรมที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นริมชายหาด สำรวจคาเฟ่ชุมชน ลิ้มลองอาหารท้องถิ่น หรือค้นพบมุมใหม่ของเมืองในแบบของตัวเอง

    ภายใต้แนวคิด “Unpack. Good. Vibes.” โรงแรมโอโซ่ได้รับการออกแบบให้เป็นมากกว่าที่พัก แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ช่วยให้ทุกทริปเกิดขึ้นได้อย่างง่ายและลงตัว ตั้งแต่ห้องพักที่ให้ความสำคัญกับการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และพร้อมออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ทำเลที่เชื่อมต่อกับสีสันของแต่ละจุดหมาย ไปจนถึงบรรยากาศที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเอง ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าพักรู้สึกผ่อนคลายและสนุกกับทุกช่วงเวลาของการเดินทาง ด้วยความเชื่อว่าการเดินทางไม่จำเป็นต้องรอช่วงเวลาพิเศษหรือวันหยุดยาว OZO จึงตอบโจทย์ Micro Trip ผ่านประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถพักผ่อน ค้นพบสิ่งใหม่ และเพลิดเพลินกับจุดหมายปลายทางได้อย่างเต็มที่ แม้ในระยะเวลาที่สั้นลง

    สำหรับ Micro Trip ที่อยากเติมพลังริมทะเลพร้อมออกไปสัมผัสสีสันของจุดหมาย โอโซ่ ภูเก็ต (OZO Phuket) เป็นจุดเริ่มต้นที่ลงตัว ด้วยทำเลห่างจากหาดกะตะเพียง 150 เมตร ให้ผู้เข้าพักสามารถใช้เวลาในแบบที่ต้องการได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่การเดินเล่นริมชายหาด สนุกกับการโต้คลื่น หรือออกไปสำรวจคาเฟ่และมุมถ่ายรูปในย่านกะตะ รวมถึงชมพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวกังหันลมและเดินเล่นที่ตลาดนัดกะตะ เมื่อกลับเข้าสู่โรงแรม ผู้เข้าพักยังสามารถผ่อนคลายได้ที่สระว่ายน้ำ สแปลช (SPLASH) ที่มีสไลเดอร์สำหรับเด็กให้คุณหนูตัวเล็ก ก่อนเติมเต็มวันด้วยอาหารอิตาเลียนที่ เปรโก้ (Prego) หรืออาหารและเครื่องดื่มริมสระที่อีท (EAT) และเธิร์สต์ พูลบาร์ (THIRST)

    สำหรับทริปที่ต้องการหยุดพักจากความเร่งรีบและใช้เวลาช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศของเกาะ โอโซ่ เฉวง สมุย (OZO Chaweng Samui) ชวนให้ผู้เข้าพักเริ่มต้นวันบนหาดเฉวง ก่อนออกไปค้นพบอีกหลากหลายมุมของสมุย ทั้งหมู่บ้านชาวประมงบ่อผุด ร้านกาแฟริมทะเล และถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยอาหารและงานคราฟต์ท้องถิ่น เมื่อกลับถึงที่พัก ความผ่อนคลายยังคงดำเนินต่อที่บีช บาร์ (Beach Bar) ซึ่งเหมาะสำหรับการชมพระอาทิตย์ตกพร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรด ก่อนพักผ่อนในห้องพักที่ออกแบบให้หลับสบาย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกไปสัมผัสเสน่ห์ของสมุยในวันถัดไป

    สำหรับโอโซ่ นอร์ธ พัทยา (OZO North Pattaya) คือจุดเริ่มต้นของวันหยุดที่เต็มไปด้วยความสนุกและความหลากหลาย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ชื่นชอบสีสันของเมือง อาหารอร่อย และการใช้เวลาร่วมกันกับเพื่อนหรือครอบครัว ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้หาดพัทยาเหนือและเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก พร้อมเชื่อมต่อกับสถานที่น่าสนใจรอบเมือง ทั้งศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ชุมชนนาเกลือ ตลาดลานโพธิ์ คาเฟ่ และร้านอาหารท้องถิ่น หลังจากออกไปสำรวจเมือง ผู้เข้าพักสามารถกลับมาสนุกต่อที่สระว่ายน้ำ สแปลช (SPLASH) หรือจะใช้เวลาร่วมกันที่ บิ๊ก ชิลล์ (BIG CHILL) พื้นที่พักผ่อนสำหรับทุกวัย หรือจะเลือกผ่อนคลายพร้อมอาหารและเครื่องดื่มที่อีท (EAT) และเธิร์สต์ พูลบาร์ (THIRST) ก่อนจบวันด้วยการพักผ่อนบนเตียงนอนอันเป็นเอกลักษณ์ของโอโซ่
    นอกจากจุดหมายปลายทางในประเทศไทยแล้ว OZO ยังชวนผู้เดินทางออกไปสัมผัสประสบการณ์ Micro Trip ในประเทศมาเลเซีย ผ่านสองจุดหมายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งเสน่ห์ของเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงความสนุกสำหรับทุกคนในครอบครัว

    สำหรับนักเดินทางที่หลงใหลเมืองเก่า งานศิลปะ และวัฒนธรรม โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง (OZO George Town Penang) เป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจเมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวในทุกมุมถนน ตั้งแต่ตรอกซอกซอยที่ประดับด้วยสตรีทอาร์ต คาเฟ่ท้องถิ่น และร้านอาหารชื่อดัง ไปจนถึงการเดินเล่นบนถนนอาร์เมเนียน (Armenian Street) สัมผัสวิถีชีวิตริมทะเลที่ชุมชนชิวเจ็ตตี้ (Chew Jetty) หรือชมทิวทัศน์ของเมืองจากปีนังฮิลล์ (Penang Hill) เมื่อกลับมายังโรงแรม ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลายที่สระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าที่มองเห็นวิวเมืองจอร์จทาวน์แบบพาโนรามา พร้อมเติมเต็มวันด้วยมื้ออร่อยที่ห้องอาหารอีท (EAT)

    สำหรับครอบครัวที่มองหาวันหยุดสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความสนุกสำหรับทุกวัย โอโซ่ เมดินี (OZO Medini) ประเทศมาเลเซีย เป็นตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับการพักผ่อนร่วมกัน ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว ทั้งเลโกแลนด์® มาเลเซีย รีสอร์ต (LEGOLAND® Malaysia Resort) ปูเตรีฮาร์เบอร์ (Puteri Harbour) และเอ็กซ์พาร์ก (X Park) เด็กๆ จะสามารถสนุกกับกิจกรรมได้ตลอดวัน ขณะที่ผู้ใหญ่ก็สามารถใช้เวลาผ่อนคลายริมสระว่ายน้ำ ออกกำลังกายที่ฟิตเนส โทน (TONE) หรือรับประทานอาหารร่วมกันที่ห้องอาหารอีท (EAT) ก่อนกลับสู่ห้องพักที่ช่วยเติมเต็มการพักผ่อนของทั้งครอบครัว

    เมื่อมองทุกจุดหมายรวมกัน OZO ไม่ได้เสนอรูปแบบการเดินทางสำเร็จรูปแบบเดียวสำหรับทุกคน แต่เปิดพื้นที่ให้นักเดินทางได้เลือกประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความชอบของตัวเอง บางคนอาจมีความสุขกับการตื่นเช้ามาเดินริมทะเล ขณะที่บางคนอยากใช้เวลาทั้งวันกับอาหาร งานศิลปะ หรือเสียงหัวเราะของครอบครัว ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้การเข้าพักในแต่ละครั้งกลายเป็นประสบการณ์เฉพาะตัว และเป็นอีกหนึ่งวิธีในการทำความรู้จักจุดหมายเดิมผ่านมุมมองใหม่
    ในภาพที่กว้างขึ้น OZO เป็นหนึ่งในประสบการณ์การเข้าพักที่หลากหลายของ ONYX Hospitality Group ซึ่งมุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เชื่อมโยงที่พัก อาหาร และเรื่องราวของแต่ละจุดหมายเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้นักเดินทางได้รับมากกว่าการเข้าพักเพียงหนึ่งคืน และสามารถต่อยอดประสบการณ์เหล่านั้นผ่าน ONYX Rewards โปรแกรมสมาชิกที่มอบสิทธิประโยชน์และการดูแลในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทริปของสายคาเฟ่ คนรักทะเล นักชิม ผู้หลงใหลศิลปะ หรือครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาร่วมกัน OZO เชื่อว่าการเดินทางที่มีความหมายไม่จำเป็นต้องไกลหรือยาวเสมอไป แต่คือการได้ค้นพบสิ่งที่รักในแบบของตัวเอง และเก็บเกี่ยวช่วงเวลาดี ๆ ที่สะท้อนแนวคิด “More of What You Love” ผ่านประสบการณ์การเข้าพักที่เต็มไปด้วยพลังบวกในแบบฉบับของ OZO ภายใต้แนวคิด “Unpack. Good. Vibes.”

  • Hotel - Lifestyle - Travel

    เทศกาล วัฒนธรรม และการพักผ่อนในจังหวะที่เป็นคุณ อมารี โอโซ่ และชามา ชวนออกเดินทางสู่มาเลเซีย เพื่อสัมผัส George Town Festival 2026 และ Hari Merdeka อย่างเต็มอิ่ม

    เมื่อพูดถึงมาเลเซีย หลายคนอาจนึกถึงตึกแฝดเปโตรนาส แหล่งช้อปปิ้งในกัวลาลัมเปอร์ หรือทริปสั้นๆ ที่เดินทางจากประเทศไทยได้อย่างสะดวก แต่หากมองให้ลึกกว่านั้น มาเลเซียยังมีอีกหลายมุมให้ค้นพบ ทั้งเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ศิลปะและวัฒนธรรมที่หลอมรวมอยู่ในวิถีชีวิต อาหารหลากหลายรสชาติ และบรรยากาศเฉพาะตัวของแต่ละจุดหมาย ตั้งแต่เสน่ห์ของจอร์จทาวน์ในปีนัง ความคึกคักของกัวลาลัมเปอร์ ไปจนถึงจังหวะชีวิตที่ ผ่อนคลายของยะโฮร์ บาห์รู

    สำหรับนักเดินทางในวันนี้ จุดหมายปลายทางไม่ได้มีเพียงสถานที่ที่ต้องไปให้ถึง แต่คือช่วงเวลาที่ได้สัมผัสและจดจำ ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมงานศิลปะในเมืองเก่า ลองรสชาติอาหารท้องถิ่น ฟังเสียงดนตรีท่ามกลางบรรยากาศของเทศกาล หรือใช้เวลาพักผ่อนในแบบที่เป็นตัวเอง นี่คือเสน่ห์ของ Festival Tourism หรือการเดินทางที่มีเทศกาลเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ที่ชวนให้เราได้เห็นอีกด้านของเมือง ผ่านผู้คน วัฒนธรรม และการเฉลิมฉลองในช่วงเวลาพิเศษ ซึ่งทำให้การเดินทางครั้งหนึ่ง กลายเป็นเรื่องราวที่มากกว่าการไปเยือนสถานที่ใหม่

    ในเดือนสิงหาคม 2569 ที่ประเทศมาเลเซียจะมีสองช่วงเวลาสำคัญที่น่าสนใจสำหรับการวางแผน เดินทาง ได้แก่ George Town Festival 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–9 สิงหาคม 2569 ณ เมืองจอร์จทาวน์ รัฐปีนัง และการเฉลิมฉลอง Hari Merdeka หรือวันชาติมาเลเซีย ครบรอบ 69 ปี ที่จะนำบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจ สีสันทางวัฒนธรรม และกิจกรรมการเฉลิมฉลอง มาสู่หลายเมืองทั่วประเทศ

    แต่เสน่ห์ของการเดินทางไม่ได้จบลงเมื่อเทศกาลสิ้นสุดลง เพราะความประทับใจยังเกิดขึ้นได้ ตลอดทั้งทริป ตั้งแต่การออกไปเดินสำรวจเมือง ค้นพบมุมใหม่ๆ ลองสัมผัสรสชาติอาหารท้องถิ่น ไปจนถึงช่วงเวลาสงบหลังจบวันแห่งการผจญภัย การเลือกที่พักจึงเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญ ที่ช่วยกำหนดความรู้สึกและประสบการณ์ของการเดินทาง เพราะที่พักไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับพักผ่อน แต่เป็นพื้นที่สำหรับเติมพลัง ใช้เวลาร่วมกับคนสำคัญ และเปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสจุดหมาย นั้นอย่างเต็มที่ในแบบของตัวเอง

    ด้วยความเข้าใจว่าการเดินทางของแต่ละคนมีจังหวะและความต้องการที่แตกต่างกัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จึงมีแบรนด์ที่หลากหลายเพื่อรองรับประสบการณ์การเข้าพักในรูปแบบต่างๆ ผ่าน อมารี (Amari) โอโซ่ (OZO) และชามา (Shama) เพื่อรองรับทุกความต้องการตั้งแต่ ผู้ที่อยากออกไปค้นพบเมืองอย่างเต็มที่ ผู้ที่มองหาช่วงเวลาพักผ่อนที่สะดวกสบาย ตลอดจนถึงผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตในจุดหมายปลายทางนั้นยาวนานขึ้น
    จุดหมายแรกสำหรับนักเดินทางที่อยากเริ่มต้นค้นพบเสน่ห์ของมาเลเซียผ่านศิลปะและวัฒนธรรม คือ ปีนัง เมืองที่ผสมผสานเรื่องราวของอดีตและความสร้างสรรค์ร่วมสมัยไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะในช่วง George Town Festival 2026 ที่จอร์จทาวน์จะเต็มไปด้วยงานศิลปะ การแสดง และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของเมืองมรดกโลกในอีกมุมหนึ่ง

    สำหรับนักเดินทางที่อยากใช้เวลาใกล้ชิดกับสีสันของจอร์จทาวน์ และออกไปค้นพบเมืองด้วยตัวเอง โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง (OZO George Town Penang) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยให้ทุกช่วงเวลา ของทริปเป็นเรื่องง่ายขึ้น ด้วยทำเลใกล้เขตเมืองเก่ามรดกโลกของยูเนสโก ผู้เข้าพักสามารถ ออกไปเดินชมสตรีทอาร์ต ลองร้านอาหารท้องถิ่น หรือค้นพบมุมเล็กๆ ของเมืองได้อย่างสะดวก พร้อมคำแนะนำจากทีม OZO Connector ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ของพื้นที่ ก่อนกลับมาเติมพลังที่ห้องอาหาร EAT และพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มตามแนวคิด Quality Sleep เพื่อพร้อมออกไปสัมผัสเมืองอีกครั้งในวันถัดไป

    ขณะที่ อมารี สไปซ์ ปีนัง (Amari SPICE Penang) สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์อมารีผ่านการบริการแบบไทยร่วมสมัย ผสานเข้ากับบรรยากาศและเสน่ห์ของจุดหมายปลายทาง พร้อมมอบประสบการณ์การเข้าพักในรูปแบบ full-service hotel สำหรับนักเดินทางที่มองหาทั้งความสะดวกสบาย การพักผ่อน และความคล่องตัวในการเดินทาง ด้วยทำเลที่เชื่อมต่อโดยตรงกับ SPICE Convention Centre และ SPICE Arena ซึ่งเป็นพื้นที่จัดอีเวนต์ระดับนานาชาติ หลังจากใช้เวลาทั้งวันกับงานเทศกาลหรือการสำรวจเมือง ผู้เข้าพักสามารถกลับมารีชาร์จที่ บรีซ สปา (Breeze Spa) หรือใช้เวลาร่วมกันผ่านมื้ออาหารที่ อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ (Amaya Food Gallery) ในบรรยากาศสบาย ๆ สไตล์สตรีทฟู้ดมาร์เก็ต

    เมื่อเข้าสู่ช่วง Hari Merdeka กัวลาลัมเปอร์จะเผยอีกหนึ่งมุมของมาเลเซียผ่านบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง โดยเฉพาะใจกลางเมืองที่ผสมผสานเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และจังหวะชีวิตแบบมหานครเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งแลนด์มาร์กสำคัญ รวมถึงพื้นที่จัดกิจกรรม และย่านต่างๆ ที่ร่วมสะท้อนสีสันของเมืองในช่วงเวลาพิเศษ

    สำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสพลังของเมืองหลวง อมารี กัวลาลัมเปอร์ (Amari Kuala Lumpur) ตั้งอยู่ใจกลาง KL Eco City และเชื่อมต่อกับระบบรถไฟสายหลักโดยตรง ช่วยให้การออกไปค้นพบกัวลาลัมเปอร์เป็นเรื่องสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปชมบรรยากาศการเฉลิมฉลอง จุดหมายสำคัญของเมือง หรือย่านที่เต็มไปด้วยสีสัน ก่อนกลับมาพักผ่อนในบรรยากาศอบอุ่น พร้อมสัมผัสประสบการณ์อาหาร เครื่องดื่ม และการบริการในแบบอมารี ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะยากจะลืมเลือน
    อีกด้านหนึ่งของมาเลเซียที่น่าค้นหาไม่แพ้กันคือ ยะโฮร์ บาห์รู เมืองที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากผสมผสานช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองเข้ากับการพักผ่อนแบบสบาย ๆ ทั้งการช้อปปิ้ง กิจกรรมสำหรับครอบครัว และการเดินทางต่อไปยังจุดหมายใกล้เคียง
    อมารี ยะโฮร์ บาห์รู (Amari Johor Bahru) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบนถนน Jalan Wong Ah Fook ท่ามกลางแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสีสันของวิถีชีวิตในเมือง เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากออกไปสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่น ก่อนกลับมาพักผ่อนในห้องพักที่โปร่งสบาย และเติมพลังที่ บรีซ สปา (Breeze Spa)

    สำหรับครอบครัว หรือผู้ที่ต้องการใช้เวลาในจุดหมายปลายทางนานขึ้น ชามา ซัวซานา ยะโฮร์ บาห์รู (Shama Suasana Johor Bahru) ถ่ายทอดแนวคิด The Joy of Living ผ่านประสบการณ์การพักในรูปแบบเซอร์วิส อพารต์เมนต์ ที่ให้อิสระในการใช้ชีวิตได้ตามจังหวะของตัวเอง ด้วยพื้นที่ที่ถูกออกแบบให้มีความรู้สึกเสมือนบ้าน พร้อมห้องขนาดกว้าง พื้นที่นั่งเล่น และส่วนครัวครบครัน ช่วยให้ผู้เข้าพักยังคงใช้ชีวิตได้ในแบบที่คุ้นเคย ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ หรือใช้เวลาร่วมกับคนสำคัญได้อย่างเต็มที่ แม้จะอยู่ในจุดหมายปลายทางใหม่ ทั้งยังมอบความเป็นส่วนตัว ความยืดหยุ่น และความสะดวกสบายสำหรับการเข้าพักทั้งระยะสั้นและระยะยาว อีกทั้งยังตั้งอยู่เหนือ Zenith Mall ทำให้การออกไปท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง หรือสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นเป็นเรื่องง่าย
    ขณะที่ โอโซ่ เมดินี มาเลเซีย (OZO Medini Malaysia) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับกลุ่มเพื่อนและครอบครัวที่ต้องการเติมความสนุกให้กับการเดินทาง ด้วยทำเลในย่านเมดินี ใกล้กับ LEGOLAND Malaysia Resort และสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังสิงคโปร์ได้อย่างสะดวก ที่นี่จึงเหมาะสำหรับทริปที่ผสมผสานทั้งการพักผ่อน กิจกรรมสำหรับทุกวัย และการออกไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ ไว้ในการเดินทางครั้งเดียว

    มากกว่าการเป็นจุดหมายปลายทางใกล้ประเทศไทยที่เดินทางได้อย่างสะดวก มาเลเซียยังเป็นประเทศที่สามารถกลับไปค้นพบมุมใหม่ได้ในหลากหลายช่วงเวลา ตั้งแต่งานศิลปะในเมืองเก่า การเฉลิมฉลองวันชาติ อาหารท้องถิ่น คาเฟ่ และย่านช้อปปิ้ง ไปจนถึงช่วงเวลาสบายๆ หลังจบวันแห่งการสำรวจ และนี่คือเสน่ห์ของ Festival Tourism ที่ทำให้เทศกาลไม่ได้เป็นเพียงเหตุผลในการออกเดินทาง แต่เป็นประตูสู่ประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยผู้คน เรื่องราว วัฒนธรรม และช่วงเวลาที่น่าจดจำ ซึ่งเกิดขึ้นตลอดทั้งการเดินทาง ที่รอให้นักเดินทางได้ออกไปค้นพบในแบบของตัวเอง
    เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป พร้อมเดินหน้าส่งต่อแนวคิด “More of What You Love” ผ่านการบริการภายใต้แบรนด์โรงแรม ร้านอาหาร บาร์ และสปา ในเครือ เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ของการออกเดินทางที่น่าจดจำและตอบสนองความต้องการของนักเดินทางได้อย่างน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเดินทางในรูปแบบใด

  • Event - Food - Lifestyle

    เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์ความหวานละมุน ยกขบวนขนมหวานไทยและเมนูขนมสุดสร้างสรรค์ ในงาน SOOK SWEET STREET

    เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์ความหวานของขนมไทยและเมนูของหวานสุดสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบในงาน SOOK SWEET STREET หวานละมุน อบอวลกลิ่นอายไทย ตั้งแต่วันนี้ -31 กรกฎาคม 2569

    ภายในงานพบกับการรวมตัวของร้านขนมหวานชื่อดัง ที่คัดสรรทั้งขนมไทยตำรับดั้งเดิมและขนมร่วมสมัยมาให้ลิ้มลองในบรรยากาศอบอวลกลิ่นอายความเป็นไทย มีทั้งร้านขนมอร่อยๆ และแบรนด์ดัง อาทิ พุดดิ้งมะพร้าวอ่อนจากร้านเวลาหวาน เนื้อพุดดิ้งเนียนนุ่ม หอมกลิ่นมะพร้าวอ่อนแท้ ผสานเนื้อมะพร้าวอ่อนสด ให้รสชาติหวานละมุน สดชื่น รับประทานได้ทุกวัย

    ร้านแพรวไพลิน ขนมไทยหายากที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และความทรงจำในวัยเด็ก อาทิสาคูเปียก, ปากริมไข่เต่า, ลูกชุบ และขนมหวานไทยที่ใส่น้ำกะทิมีหลากหลายสไตล์ ทั้งแบบต้มร้อนและราดน้ำแข็งไสเย็นชื่นใจ, ไอศกรีมกะทิ และวุ้นมะพร้าวจากมะพร้าวน้ำหอมแท้จากอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี กับร้านบ้านมะพร้าวมหานาค

    นอกจากขนมไทยแล้ว ยังมีขนมหวานร่วมสมัยอีกมากมาย เอาใจคนรักทุเรียนกับ วุ้นทุเรียนหมอนทอง ที่คงความหอมหวานของเนื้อทุเรียนแท้ในเนื้อวุ้นเนียนนุ่ม และ เค้กทุเรียนหมอนทอง จากร้าน Golden Spoon ใช้ทุเรียนคุณภาพเป็นวัตถุดิบหลัก ให้รสชาติหวานมัน กลิ่นหอมเข้มข้นของทุเรียนแท้ เหมาะสำหรับทั้งนักชิมและผู้ที่หลงใหลราชาแห่งผลไม้, ทองม้วนดับเบิ้ล ข้างนอกกรอบ ข้างในเนื้อหนึบหอมมะพร้าวอ่อนเข้ากันอย่างลงตัวหรือทองม้วนสดมะพร้าวอ่อนสูตรดั้งเดิมจากร้านคุณยงค์ทองม้วนสด

    คุกกี้ฟิวชั่นด้วยการท้อปหน้าขนมไทย ฝอยทอง ทองหยอด คุกกี้ยอดฮิตจากนิวยอร์ก รสชาติต้นตำรับ ไซซ์ใหญ่ ไส้ทะลัก คุณภาพพรีเมียม กับร้าน Dusha NYC Cookie, ไอศกรีมและของหวานที่โด่งดังจาก Fruit Pops ไอศกรีมแท่งเนื้อเนียนรูปทรงผลไม้สุดน่ารัก กับร้าน Churn’d

    UHOLIC Soft Cream เป็นร้านซอฟต์ครีมสไตล์ญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยเนื้อไอศกรีมนมฮอกไกโดและมัทฉะที่เนียนนุ่ม เข้มข้น ละลายช้า, LOKA ไอติมทอด ร้านไอติมทอดชื่อดังในจังหวัดภูเก็ต โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่อลังการ กรอบนอก ร้อนนิดๆ แต่ไส้ไอศกรีมด้านในยังคงเย็นฉ่ำ, Dewang Chef Pans ไอศกรีมผลไม้ ไดฟูกุสตอเบอร์รี่ มาการอง เบเกอร์รี่และขนมทำเอง โดยเชฟแพน จากรายการ Hell’s Kitchen Thailand ซีซั่น 2

    ขอเชิญทุกท่านสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งขนมไทยและขนมหวานร่วมสมัยที่ขนทัพมาให้ลิ้มลองมากมายในงาน SOOK SWEET STREET ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฏาคม 2569 ณ เมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม ชั้น G

  • Hotel - Lifestyle

    แมริออท บอนวอย และ มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น จับมือ SPLASH BOX ชวนสัมผัสประสบการณ์ Dark Beat Boxercise ทัวร์ทองหล่อ และปาร์ตี้มัทฉะสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

    แมริออท บอนวอย โปรแกรมการท่องเที่ยวและสะสมคะแนนที่ได้รับรางวัลระดับโลกจาก แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เดินหน้าสร้างสีสันให้กับวงการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวแพ็กเกจสุดเอ็กซ์คลูซีฟใหม่ภายใต้ แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส ณ โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น เริ่มต้นเพียง 5,000 คะแนนจากแมริออทบอนวอยสมาชิกสามารถร่วมประมูลเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ผสานการออกกำลังกาย อาหาร และการสำรวจเสน่ห์ของย่านท้องถิ่น ผ่านความร่วมมือสุดพิเศษกับ Splash Box ในย่านทองหล่ออันคึกคักใจกลางกรุงเทพฯ


    กิจกรรมสุดพิเศษนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งชาวกรุงเทพและนักท่องเที่ยว โดยสมาชิก แมริออท บอนวอย จะได้สัมผัสประสบการณ์ความสนุกที่ Splash Box คลาสมวยเพลง EDM ที่ผสานโลกของการชกมวยและความสนุกสไตล์คลับเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตั้งอยู่ใจกลางย่านทองหล่ออันเต็มไปด้วยชีวิตชีวา โดดเด่นด้วยแนวคิดฟิตเนสแห่งอนาคตที่เปลี่ยนการออกกำลังกายให้เป็นประสบการณ์สุดเร้าใจ ภายในสตูดิโอที่ได้แรงบันดาลใจจากไนต์คลับ ผู้เข้าร่วมจะได้ปลดปล่อยพลังผ่านคลาส “Dark Beat Boxercise” ท่ามกลางจังหวะดนตรีสดจากดีเจ สร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและเปี่ยมด้วยพลังไม่ต่างจากค่ำคืนบนฟลอร์เต้นรำ
    สมาชิกแมริออท บอนวอย สามารถใช้คะแนนสะสมเพื่อร่วมประมูลหนึ่งใน 10 แพ็กเกจสุดพิเศษ โดยประสบการณ์จะเริ่มต้นด้วยคลาสต่อยมวยสุดมันส์ความยาว 1 ชั่วโมง ที่ผสานการออกกำลังกายเข้ากับเสียงดนตรีได้อย่างลงตัว เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้พื้นฐานการชกมวย พร้อมกระตุ้นร่างกายและปลุกทุกประสาทสัมผัสให้ตื่นตัวไปตลอดกิจกรรม

    หลังจบคลาส ผู้เข้าร่วมจะได้โดยสารรถบัสสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของย่านทองหล่อ เพื่อสัมผัสบรรยากาศของย่านสุดฮิปแห่งนี้ ก่อนเดินทางสู่โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น เพื่อเพลิดเพลินกับอาหารว่างและปาร์ตี้มัทฉะสุดพิเศษ ณ ห้องอาหารเอกะลักษณ์ (EKKALUCK) หนึ่งในห้องอาหารยอดนิยมของโรงแรมที่ได้รับคะแนนรีวิวโดดเด่นบน Tripadvisor พร้อมรับของที่ระลึกสุดพิเศษกลับบ้านเป็นความทรงจำจากประสบการณ์อันน่าประทับใจครั้งนี้ โดยแพ็กเกจเริ่มต้นเพียง 5,000 คะแนนแมริออท บอนวอย

    นอกจากนี้ ยังมีแพ็กเกจพิเศษจำนวน 3 แพ็กเกจ ที่รวมการเข้าพัก 1 คืน ณ โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น พร้อมอาหารเช้าแบบสดใหม่ไม่อั้น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์ของย่านทองหล่ออย่างเต็มที่ ก่อนร่วมสนุกกับกิจกรรมที่ Splash Box และปิดท้ายวันด้วยอาหาร เครื่องดื่ม และของที่ระลึกสุดพิเศษ โดยแพ็กเกจพร้อมที่พักเริ่มต้นเพียง 25,000 คะแนนแมริออท บอนวอยเท่านั้น โดยเปิดให้ร่วมประมูลระหว่างวันนี้ – 7 สิงหาคม 2569
    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส และการร่วมประมูลประสบการณ์สุดพิเศษครั้งนี้ สามารถเยี่ยมชมได้ที่นี่. (https://moments.marriottbonvoy.com/en-us/moments/collection/1188)

  • Exhibition - Lifestyle

    THAILAND DIECAST EXPO 2026 มหกรรมรถโมเดลและของสะสมระดับอาเซียน โดยกรังด์ปรีซ์ฯ และไอคอนสยาม สร้างสีสันและกระแสตอบรับอย่างคึกคักตลอด 3 วัน

    บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานยานยนต์ระดับนานาชาติ Bangkok International Motor Show จับมือ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำ และ Global Experience Destination พร้อมด้วยพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ จัดงาน “THAILAND DIECAST EXPO 2026” มหกรรมไดแคสต์และของสะสมใหญ่ที่สุดแห่งภูมิภาคอาเซียน ในวันที่ 10 – 12 กรกฎาคม 2569 ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์ ชั้น 7 เพื่อสร้างคอมมูนิตี้สำหรับคนรักรถของเล่น โมเดล และของสะสมอย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางของเหล่านักสะสมทั่วโลก โดยพิธีเปิดงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร พันธมิตรทางธุรกิจ นักสะสม และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักและสีสันความสนุกสนานที่สามารถตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชัน ตั้งแต่นักสะสมมืออาชีพไปจนถึงกลุ่มครอบครัวและคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในงานศิลปะและการออกแบบ

    สำหรับงาน Thailand Diecast Expo 2026 ในปีนี้ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน มีผู้เข้าชมงานหมุนเวียน ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์ ชั้น 7 และริเวอร์ พาร์ค ชั้น G รวมกว่า 100,000 คน เพิ่มขึ้น 20% จากการจัดงานในปี 2025 ที่ผ่านมา แบ่งเป็นชาวไทย 60% และชาวต่างชาติ 40% สะท้อนการเติบโตของงานในฐานะมหกรรมรถโมเดลและของสะสมระดับนานาชาติอย่างแท้จริง

    ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ของไอคอนสยามในการเป็น Global Experience Destination ที่มีความพร้อมในการรองรับอีเวนต์และการสร้างสรรค์พื้นที่ให้เป็นศูนย์รวมของไลฟ์สไตล์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่หลากหลายในทุกมิติ โดยเปิดพื้นที่ไอคอนสยามให้กลายเป็นศูนย์กลางของคอมมูนิตี้ Diecast & Collectible ที่ครบวงจรที่สุดในประเทศไทย เพื่อต้อนรับนักสะสม ครีเอเตอร์ ผู้ประกอบการ ตลอดจนนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งงานนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่แสดงของเล่นทั่วไป แต่คือพื้นที่แห่งจินตนาการ แรงบันดาลใจ และการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมของสะสมไทยในการก้าวสู่เวทีสากล

    ภายในงานได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับทุกแพสชันอย่างเต็มรูปแบบ โดยอัดแน่นไปด้วยโซนกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกมิติถึง 8 โซนหลัก ได้แก่ 
    • โซน Diecast และ Collectible รวบรวมแบรนด์ชั้นนำและโมเดลรถหายากจากทั่วโลก   
    • โซน Diorama และ Toy พื้นที่จัดแสดงฉากจำลองสุดสมจริงและของเล่นที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์   
    • โซน Hobby, Marketplace และ Playground & Entertainment แหล่งช็อปปิง แลกเปลี่ยน และพื้นที่กิจกรรมความบันเทิงสำหรับทุกคนในครอบครัว   
    • โซน Knowledge และ Contest เวทีประกวดและพื้นที่แบ่งปันองค์ความรู้จากกูรูตัวจริงในวงการ   

    นอกจากนี้ งานในปีนี้ยังทวีความสนุกและสีสันมากยิ่งขึ้นผ่านความร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Chupa Chups ในฐานะ Official Partner ภายใต้แนวคิด “สยามอมยิ้ม x Diecast” ที่ผสานโลกของรถโมเดลเข้ากับสีสันและไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของอมยิ้มชื่อดัง ช่วยสร้างบรรยากาศภายในงานให้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม พร้อมขยายฐานและเชื่อมโยงคอมมูนิตี้นักสะสมให้เข้าถึงกลุ่มเด็ก เยาวชน ครอบครัว และคนรุ่นใหม่ รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างน่าสนใจ

    ความสำเร็จของการจัดงาน “THAILAND DIECAST EXPO 2026” ปีที่ 2  ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไอคอนสยามในฐานะแลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตร ส่งเสริมให้ทุกงานกลายเป็นอีเวนต์ยิ่งใหญ่ระดับโลก ที่สามารถสร้างความประทับใจ และเป็นหมุดหมายให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในหลายมิติ และหลายอุตสาหกรรม เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ เดินหน้าไปพร้อมกัน ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ www.iconsiam.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1338

  • Art - Lifestyle

    Awakening Song Wat 2026 ชูแนวคิด “The Longevity of Song Wat” สำรวจคุณค่าที่ทำให้ย่านเก่าแก่แห่งนี้ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางของคนทั่วโลก

    Awakening Song Wat 2026 เทศกาลแสงไฟและศิลปะดิจิทัล กลับมาเป็นครั้งที่ 2 ในย่านทรงวาด ระหว่างวันที่ 3-12 กรกฎาคม 2569 ภายใต้ธีม “SON(G)EVITY: The Longevity of Song Wat” แนวคิดที่ชวนผู้คน มองย่านทรงวาดผ่านความหมายของคำว่า Longevity หรือการดำรงอยู่อย่างยืนยาว พร้อมตั้งคำถามว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้ย่านเก่าแก่แห่งนี้ยังคงมีชีวิต มีเสน่ห์ และสามารถส่งต่อเรื่องราวจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างต่อเนื่อง

    พงศ์สิริ เหตระกูล ผู้อำนวยการเทศกาล Awakening กล่าวถึงแรงบันดาลใจของธีมการจัดงานในปีนี้ว่า “Awakening Song Wat 2026 ถือเป็นการกลับมาจัดงานเป็นครั้งที่ 2 ในย่านทรงวาด และเป็นเทศกาลแรกของซีรีส์ Awakening ในปีนี้ เราตั้งใจให้ธีม SON(G)EVITY: The Longevity of Song Wat ชวนผู้คนกลับมามองทรงวาดผ่านมุมมองใหม่ ไม่ใช่เพียงในฐานะย่านประวัติศาสตร์ แต่เป็นย่านที่ยังคงมีชีวิต เติบโต และส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่นอยู่ตลอดเวลา

    สิ่งที่เราภูมิใจที่สุดไม่ใช่เพียงจำนวนผลงานศิลปะที่เพิ่มขึ้น แต่คือการที่เทศกาลได้รับความร่วมมือจากชุมชน สมาคม Made in Song Wat และพันธมิตรภาคเอกชนที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันในการสร้างย่านให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น เมื่อผู้คนออกมาเดินชมงาน ร้านค้าก็มีผู้มาเยือน ศิลปินก็มีพื้นที่เล่าเรื่อง และชุมชนก็มีโอกาสต้อนรับผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก เราหวังว่า Awakening Song Wat จะเป็นมากกว่าเทศกาลแสงไฟ แต่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเศรษฐกิจยามค่ำคืน และช่วยให้ทรงวาดเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับชุมชน”

    Awakening Song Wat 2026 มีการจัดแสดงผลงานศิลปะและแสงไฟรวม 21 ผลงาน กระจายตัวอยู่ใน 14 จุดจัดแสดง ทั่วพื้นที่ย่านทรงวาด เปลี่ยนตรอก ซอย อาคารประวัติศาสตร์ และพื้นที่สร้างสรรค์ให้กลายเป็นเส้นทางแห่งการค้นพบเรื่องราวใหม่ ๆ ผ่านมุมมองของแสง ศิลปะ และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีจุดจัดแสดงสำคัญ อาทิ ตึกแขกทรงวาด, Lost in Song Wat, โกดังเจริญวัฒนา, ศาลเจ้าซินปุนเถ้ากง และ โซวทรงวาด รวมถึงพื้นที่น่าสนใจอื่นๆ ทั่วทั้งย่าน

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทรงวาด หนึ่งในย่านการค้าที่เก่าแก่ที่สุดของกรุงเทพฯ ได้กลายเป็นหนึ่งในย่านสร้างสรรค์ที่ได้รับความสนใจจากทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยเสน่ห์ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างธุรกิจเก่าแก่ ร้านค้ารุ่นใหม่ คาเฟ่ บาร์ ร้านอาหาร และพื้นที่สร้างสรรค์ที่เข้ามาต่อยอดประวัติศาสตร์ของย่าน ทำให้ทรงวาดเป็นพื้นที่ที่อดีตและปัจจุบันเติบโตไปพร้อมกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด SON(G)EVITY ที่สะท้อนการส่งต่อคุณค่าและชีวิตของย่านจากรุ่นสู่รุ่น

    เทศกาล Awakening ครั้งที่ 2 ในย่านทรงวาด เกิดขึ้นจากความร่วมมือและการสนับสนุนของสมาคม Made in Song Wat โดย เกียรติวัฒน์ ศรีจันทร์วันเพ็ญ นายกสมาคม กล่าวถึงการสนับสนุนเทศกาลในปีนี้ว่า “เราเชื่อว่างาน Awakening Song Wat ไม่ใช่แค่งานเทศกาลแสงไฟ แต่เป็นการนำศิลปะมาช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้ผู้คนได้สัมผัสเสน่ห์ของทรงวาด ผ่านเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และชุมชนที่ยังมีชีวิต ในปีนี้เราได้รับความร่วมมือจากสมาชิกกว่า 50 ร้านค้า ที่จะขยายเวลาเปิดทำการตลอดทั้ง10 วัน เพื่อเพิ่มสีสันในยามค่ำคืน และหวังให้งานนี้เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่จะทำให้ผู้คนกลับมาหลงรัก “ทรงวาด” มากยิ่งขึ้นและตลอดไป”

    นอกจากนี้ เทศกาลยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรที่เล็งเห็นคุณค่าของศิลปะ วัฒนธรรม และการฟื้นฟูย่านเมือง ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานแสงไฟ กิจกรรม และประสบการณ์ที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ของทรงวาดเข้ากับแนวคิดของแต่ละแบรนด์

    SangSom ซึ่งร่วมสนับสนุนเทศกาล Awakening มาอย่างต่อเนื่อง กลับมาถ่ายทอดประสบการณ์แสงไฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระจันทร์อีกครั้ง ภายใต้แนวคิด MOONIVERSE นำพระจันทร์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการพบปะ เชื่อมโยงผู้คน เมือง และวัฒนธรรมการสังสรรค์ มาถ่ายทอดผ่านงานศิลปะ เพื่อเติมสีสันและความเคลื่อนไหวให้ย่านทรงวาดยามค่ำคืน พร้อมจับมือกับบาร์ในย่านสร้างสรรค์เครื่องดื่มพิเศษเฉพาะเทศกาล

    Lepas Thailand แบรนด์ Premium Mobility ที่เตรียมก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำนวัตกรรมที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย ภายใต้การออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ มาสู่ย่านทรงวาด เพื่อสะท้อนการอยู่ร่วมกันของนวัตกรรมและมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมร่วมขับเคลื่อนอนาคตของย่านประวัติศาสตร์แห่งนี้

    ขณะที่ vivo ชวนทุกคนเปลี่ยนมุมมองของทรงวาดผ่านประสบการณ์การถ่ายภาพพอร์ตเทรตด้วย vivo V70 และการบันทึกวิดีโอระดับโปรด้วย vivo X300 Ultra ถ่ายทอดทั้งแสง สีสัน อารมณ์ และเรื่องราวของย่านผ่านงานศิลปะดิจิทัล สะท้อนให้เห็นว่าทุกมุมของทรงวาดล้วนเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์

    แบรนด์รวงข้าว เชื่อว่าย่านเก่า กลับมามีชีวิตใหม่ได้เสมอ เมื่อเรื่องราวเดิมถูกเล่าผ่านวิธีคิดและพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ในฐานะแบรนด์ไทยต้นตำรับที่อยู่คู่ความทรงจำและวิถีชีวิตของผู้คนมายาวนาน รวงข้าวร่วมสนับสนุน Awakening Song Wat 2026 เพื่อปลุกเสน่ห์ของทรงวาดให้กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง เพื่อสะท้อนความเป็นไทยที่ยังร่วมสมัย และพร้อมถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ในแบบของวันนี้

    Grab กลับมาสร้างสีสันให้กับเทศกาลอีกครั้ง ผ่านความอร่อยการันตีโดย #GrabThumbsUp ถ่ายทอดประสบการณ์ด้านรสชาติผ่านชิ้นงานศิลปะสุดเปล่งประกาย พร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้ร่วมงานด้วยโค้ดส่วนลดและจุดรับ-ส่งตลอดเส้นทาง เพื่อให้การเดินทางในทรงวาดสะดวกยิ่งขึ้น และเชื่อมโยงให้ทุกคนได้ค้นพบร้านอร่อยและธุรกิจท้องถิ่นทั่วทั้งย่าน
    ขณะที่ Visa ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในย่าน ผ่านแคมเปญ Feel So Thai ไท๊ ไทย with VISA ที่เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติออกมาสัมผัสเสน่ห์ของทรงวาด พร้อมสร้างประสบการณ์การใช้จ่ายที่สะดวกและไร้รอยต่อในหนึ่งในย่านสร้างสรรค์เพื่อผลักดันให้ทรงวาดเป็นหนึ่งใน Visa Destination ของประเทศไทยที่น่าจับตามองที่สุดของแห่งหนึ่งของโลก

    นอกจากการชมผลงานศิลปะ ผู้เข้าชมยังสามารถเดินสำรวจร้านค้า คาเฟ่ บาร์ และพื้นที่สร้างสรรค์ที่กระจายตัวอยู่ตลอดเส้นทางของเทศกาล พร้อมร่วมกิจกรรมพิเศษจากศิลปินและพันธมิตรที่จัดขึ้นในแต่ละจุด เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสวิถีชีวิตของทรงวาดผ่านผู้คน อาหาร ศิลปะ และธุรกิจท้องถิ่นที่ยังคงเติบโตเคียงคู่กับย่านแห่งนี้
    ตลอดช่วงเทศกาล ร้านค้า คาเฟ่ บาร์ และธุรกิจต่างๆ ในย่านถนนทรงวาดจะขยายเวลาเปิดให้บริการยาวนานกว่าปกติ เพื่อสร้างความคึกคักให้กับย่าน และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเวลากลางคืนมากยิ่งขึ้น อันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยามค่ำคืน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่เทศกาล Awakening มุ่งผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง

    Awakening Song Wat 2026 เปิดให้เข้าชมฟรี ระหว่างวันที่ 3-12 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.00-23.00 น. ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเส้นทางจัดแสดง แผนที่เทศกาล และกิจกรรมพิเศษเพิ่มเติมได้ทาง Facebook และ Instagram: Awakening Festivals รวมถึงเว็บไซต์ www.fridaybangkok.com