Lifestyle

  • Lifestyle - Marketing - News

    บอกรักผ่านกุหลาบกับ “Evening Glow” กลิ่นหอมของกุหลาบยามเย็นจาก TAMBURINS

    วาเลนไทน์นี้ TAMBURINS ชวนมอบของขวัญแทนใจให้คนพิเศษ ด้วยคอลเลกชัน Evening Glow กลิ่นหอมที่บอกเล่าเสน่ห์ของกุหลาบในมุมใหม่ ทั้งอบอุ่น ละมุน และเข้าถึงง่ายกว่าเดิม โดยหยิบเอาวลีคลาสสิก “A rose is a rose is a rose” ที่พูดถึงความงามของกุหลาบในทุกช่วงเวลา ตั้งแต่ยังเป็นเมล็ดพันธุ์จนผลิบาน แม้รูปลักษณ์จะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่เสน่ห์ก็ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง มาตีความตามจินตนาการในแบบฉบับ TAMBURINS เป็นกลิ่นหอมฟีลกุหลาบที่ให้ความรู้สึกใหม่ ไม่จำเจ

    Evening Glow Perfume คือกลิ่นหอมนุ่ม อบอุ่น ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของกุหลาบซึ่งเปล่งประกายใต้แสงสีทองยามเย็น เป็นกุหลาบสีชมพูระเรื่อคล้ายราสป์เบอร์รี่ ที่ถูกเติมความสดชื่นสดใสด้วยกลิ่นหอมซาบซ่าของดิลล์และผิวเลมอน ตามด้วยกลิ่นโทนเอิร์ธตี้จากแพตชูลีและไซพริออล ที่ชวนให้นึกถึงหนามกุหลาบซึ่งแข็งแรงแต่ดูสง่างาม ขับเน้นให้กลิ่นมีมิติและความลึกมากขึ้น

    อีกหนึ่งความน่าสนใจคือแพ็กเกจของ Evening Glow มาในดีไซน์ใหม่ แตกต่างจากคอลเลกชันก่อน ๆ ด้วยการไล่เฉดสีชมพู ที่ได้แรงบันดาลใจจากกลีบกุหลาบอาบไล้แสงพระอาทิตย์ยามเย็น อีกทั้งยังได้ Byun Wooseok มาร่วมแคมเปญถ่ายทอดภาพลักษณ์ ซึ่งสร้างกระแสให้คอลเลกชันนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก จนกลายเป็นหนึ่งในคอลเลกชันที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของ TAMBURINS

    พิเศษ สำหรับวาเลนไทน์นี้ เพื่อร่วมฉลองให้กับช่วงเวลาแห่งความรัก TAMBURINS ยังได้เปิดตัว “Heart Package” แพ็กเกจรูปหัวใจแบบจำนวนจำกัด ที่ออกแบบมาเพื่อสื่อความหมายแทนใจและเพิ่มความน่าประทับใจให้กับของขวัญทุกชิ้น เพียงเลือกซื้อสินค้าในกลุ่ม Shell (ขนาด 15 มล. หรือ 30 มล.), Lip Balm, Perfume Balm หรือ Perfume Oil ไปเพิ่มบรรยากาศความโรแมนติก รับฟรี! Heart Package ดีไซน์เก๋ ตั้งแต่วันนี้ จนกว่าของจะหมด นอกจากนี้ยังมีกล่องของขวัญสุดพรีเมียมจำหน่ายแยกสองขนาด ไซส์ S ราคา 120 บาท และไซส์ M ราคา 150 บาท ให้เลือกแมตช์ของขวัญได้ตามสไตล์

    หากกำลังมองหาของขวัญวาเลนไทน์เพื่อสร้างความประทับใจให้กับคนพิเศษ คอลเลกชัน Evening Glow และ Heart Package จาก TAMBURINS คือวิธีบอกรักผ่านกลิ่นหอม ที่สวย ละมุน อบอุ่น และแทนความรู้สึกดี ๆ ได้อย่างพอดี มาพบกับโปรโมชันพิเศษได้ที่ TAMBURINS STORE ไอคอนสยาม

    @tamburinsofficial  

    #TAMBURINS #TAMBURINSPERFUME #TamburinsEveningGlow #EVENINGGLOW

  • Business - Lifestyle - Travel

    Robb Report ร่วมกับ บริษัท ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ทราเวล มีเดีย จำกัด ประกาศการกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ของ “Robb Report Thailand”

    Robb Report สื่อระดับโลกด้านลักชัวรีที่คร่ำหวอดในวงการมากว่าห้าทศวรรษ ประกาศการกลับมาอีกครั้งอย่างเป็นทางการของ Robb Report Thailand ภายใต้ความร่วมมือกับ บริษัท ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ทราเวล มีเดีย จำกัด ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร โดยการกลับมาเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นบทใหม่ที่สำคัญของแบรนด์ในการเดินหน้าอย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย หนึ่งในตลาดลักชัวรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเอเชีย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความต้องการด้าน Craftsmanship ประสบการณ์อันเปี่ยมด้วยความหมาย และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ของภูมิภาคนี้

    โดย Robb Report Thailand จะเผยแพร่เนื้อหาแบบมัลติแพลตฟอร์ม ทั้งแพลตฟอร์มดิจิทัล นิตยสารฉบับพิมพ์รายไตรมาส และการจัดอีเวนต์ระดับพรีเมียมที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้มีรสนิยมในประเทศไทย โดยเนื้อหาจะผสานมุมมองระดับโลกเข้ากับอัตลักษณ์แบบไทย ครอบคลุมหมวดหมู่หลักอันเป็นเอกลักษณ์ของ Robb Report อาทิ รถยนต์, เรือยอชต์, อากาศยาน, นาฬิกา, เครื่องประดับ, อสังหาริมทรัพย์, อาหารและเครื่องดื่ม, การท่องเที่ยว, Wellness, ศิลปะและการออกแบบ เพื่อตอบโจทย์ผู้อ่านที่ให้คุณค่ากับมรดกทางวัฒนธรรม นวัตกรรม และรางวัลแห่งการใช้ชีวิตเหนือระดับ

    การเปิดตัวใหม่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างที่สุดของ Robb Report Thailand ที่จะทำความเข้าใจพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภคลักชัวรีไทยในปัจจุบัน ซึ่งเชื่อมโยงกันผ่านหลากหลายช่องทาง หลากหลายประสบการณ์ และหลากหลายนิยามการใช้ชีวิตหรูหราร่วมสมัย ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกลุ่มผู้อ่านที่มีฐานะและมีมุมมองระดับนานาชาติ Robb Report Thailand ตั้งเป้าที่จะเป็นสื่อที่เปรียบเสมือนเข็มทิศ นำเสนอเรื่องราวของ Craftsmanship วัฒนธรรม และความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ความทรงคุณค่าของแบรนด์ระดับโลกให้แข็งแกร่งและยืนหยัดอย่างสง่างามในตลาดประเทศไทย

    ทั้งนี้ Robb Report Thailand จะนำทัพโดย วัชรวรณ์ ทาสุคนธ์ (Vajravorn Tasukon) ผู้มาพร้อมประสบการณ์ที่ลึกซึ้งในแวดวงสื่อลักชูรี มีความชำนาญในการเล่าเรื่องอุตสาหกรรมการบริการ (Hospitality) และการวางกลยุทธ์ให้กับแบรนด์ระดับนานาชาติมาแล้ว โดยจะมารับหน้าที่สำคัญในการนำมุมมองอันประณีตและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลมาสู่ Robb Report Thailand ในฐานะบรรณาธิการบริหารคนแรก (Editor-in-Chief)

    Luke Bahrenburg ประธาน Robb Report เผยถึงก้าวสำคัญในครั้งนี้ว่า “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดลักชัวรีที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลก เป็นที่ซึ่ง Craftsmanship วัฒนธรรม และการให้คุณค่ากับสิ่งงดงามเหนือระดับ ผสานรวมกันอย่างกลมกลืนและโดดเด่นไม่เหมือนใคร เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัว Robb Report Thailand อีกครั้ง ร่วมกับพันธมิตรที่เข้าใจทั้งมรดกของแบรนด์ และความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไปของกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทย ผมเชื่อว่าบทใหม่นี้จะนำความเชี่ยวชาญระดับโลกของเรามาสู่ตลาดที่เต็มไปด้วยโอกาส ความคิดสร้างสรรค์ และแพสชันต่อโลกแห่งลักชัวรีอย่างแท้จริง”

    ด้าน อมรินทร์ คชรัตน์ ผู้อำนวยการ บริษัท ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ทราเวล มีเดีย จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้นำ Robb Report Thailand ก้าวสู่ยุคใหม่ ด้วยความที่ผู้บริโภคชาวไทยในปัจจุบันคาดหวังความเป็นเลิศ ทั้งในด้านการเล่าเรื่อง ประสบการณ์ และแบรนด์ที่เลือกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต วิสัยทัศน์ของเราสำหรับ Robb Report Thailand จึงมุ่งเน้นการสร้างกลยุทธ์แบบ     ไดนามิก หลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นโลกดิจิทัล สังคม ประสบการณ์ เพื่อสะท้อนการใช้ชีวิตลักชัวรีอย่างแท้จริง โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพต่อมรดกทางวัฒนธรรม และที่สำคัญคือ เรามุ่งมั่นที่จะสร้างสื่อและแพลตฟอร์มที่สมศักดิ์ศรีกับชื่อเสียงระดับโลกของ Robb Report รวมถึงสังคมลักชัวรีของประเทศไทย”

    เตรียมพบกับ “Robb Report Thailand” สื่อไลฟ์สไตล์ลักชัวรีระดับโลกที่จะนำความหรูหราที่แท้จริง มามาสู่ประเทศไทย ในปี 2026 นี้

    เกี่ยวกับ Robb Report

    Robb Report คือสื่อลักชัวรีระดับโลก ซึ่งเกาะติดทุกความเคลื่อนไหวของผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ระดับสุดยอดที่ผู้บริโภคยุคใหม่แสวงหา โดยดึงดูดผู้อ่านที่มีรสนิยมและความหลงใหลร่วมกันในด้าน Craftsmanship มรดกทางวัฒนธรรม การออกแบบชั้นเลิศ และความเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งล้วนเป็นแก่นแท้ของความลักชัวรีอย่างแท้จริง Robb Report ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นสื่อทรงอิทธิพลที่สุดในการนำเสนอศิลปะแห่งการใช้ชีวิต โดยปัจจุบันมีฉบับนานาชาติรวม 17 ประเทศทั่วโลก พร้อมเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าที่ครอบคลุมทุกหมวดหมู่และแพสชันของโลกแห่งลักชัวรี

    เกี่ยวกับ บริษัท ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ทราเวล มีเดีย จำกัด

    บริษัท ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ทราเวล มีเดีย จำกัด (Lifestyle and Travel Media Co., Ltd.) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2547 โดยมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร เป็นบริษัทสื่อและสำนักพิมพ์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม และการผลิตคอนเทนต์เฉพาะทาง มีนิตยสารเรือธงคือ Lifestyle & Travel หนึ่งในนิตยสารไลฟ์สไตล์ภาษาอังกฤษชั้นนำของประเทศไทย ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผลิตสื่อคุณภาพสูงของบริษัท ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในงานสิ่งพิมพ์และดิจิทัล คอนเทนต์แบบคัสตอม ตลอดจนความร่วมมือในอุตสาหกรรมโรงแรม การท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์ บริษัท ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ทราเวล มีเดีย จำกัด จึงนำความเชี่ยวชาญที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว มาสู่บทบาทใหม่ในการผู้ถือลิขสิทธิ์ Robb Report Thailand อย่างเต็มภาคภูมิ

  • Lifestyle

    “Siam Paragon Dining Phenomenon”รวมความเป็นที่สุดในทุกมิติของร้านอาหารและคาเฟ่ระดับโลกยิ่งใหญ่ครบครัน พร้อมแหล่งแฮงค์เอ้าท์ใหม่ใจกลางกรุงเทพ

    สยามพารากอน โกลบอลแลนด์มาร์กระดับโลกที่มีผู้คนจากทั่วโลกมาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่ง ตอกย้ำความเป็น World-Class Food Destination ที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดในเอเชีย ด้วยการเปิดตัว “Siam Paragon Dining Phenomenon” – โลกใหม่แห่งปรากฏการณ์การกินดื่มเหนือระดับ ศูนย์รวมความเป็นที่สุดในทุกมิติของร้านอาหารและคาเฟ่ระดับโลก ที่ผสานความยิ่งใหญ่ของกว่า 700 ร้าน ครอบคลุมทุกประเภทในที่เดียว พร้อมเปิดแหล่งแฮงค์เอ้าท์ใหม่ใจกลางกรุงเทพ

    สยามพารากอน มอบประสบการณ์สุนทรีย์ของการกินดื่มสุดหรูที่แตกต่างเหนือใคร – Luxury Dining Experience ตั้งแต่ Michelin-Star Restaurants, Chef’s Tables, ร้านอาหาร Flagship จากแบรนด์ชั้นนำของโลก (Global Flagship & First-in-Thailand) ไปจนถึงคาเฟ่สุดหรูและร้านเชฟชื่อดังระดับโลก (World-Renowned Restaurants) ที่แต่ละร้านได้รับการออกแบบให้สะท้อนทั้งความหรูหรา เอกลักษณ์ และศิลปะในการรังสรรค์รสชาติอย่างพิถีพิถัน ร้านอาหารไทยร่วมสมัยระดับตำนาน และ Street Food ชื่อดังจาก Paragon Food Hall และ Gourmet Eats ที่ได้รับการดีไซน์ใหม่ให้ร่วมสมัยและครบครัน ยกระดับเสน่ห์อาหารไทยให้กลายเป็นศิลปะแห่งรสชาติที่สื่อสารกับผู้คนทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีร้าน Organic & Health Food คาเฟ่และร้านขนมชื่อดังที่นำเสนอเมนูสุดครีเอท เพื่อสร้างมหานครแห่งรสชาติ (Culinary Metropolis) ที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลก

    1. Luxury Dining –สุนทรียรสแห่งความหรูหราระดับโลก
      สยามพารากอนรังสรรค์มิติใหม่แห่งประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดหรู ยกระดับมาตรฐานวงการไดนิ่งของประเทศไทยสู่เวทีโลก โดยเฉพาะการมาถึงของคาเฟ่สุดลักซ์ชูรีจากแบรนด์ดังระดับโลก อย่าง DG Caffè (ดีจี คาเฟ่) คาเฟ่
      สุดหรูสัญชาติอิตาลีจาก Dolce & Gabbana ปักหมุดสยามพารากอนเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ถ่ายทอดความงดงามในแบบซิซิเลียนอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์สู่บริบทของกรุงเทพฯ ผสานด้วยวัสดุหรูหราเข้ากับเมนูอาหารที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวัฒนธรรมการรับประทานอาหารแบบอิตาเลียนอย่างแท้จริง
      อีกทั้งยังมี Bacha Coffee (บาชาคอฟฟี่) แบรนด์กาแฟเฮอริเทจระดับตำนานจากประเทศโมร็อกโก เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย โดยนำเสน่ห์ของกาแฟพิเศษกว่า 200 ชนิด ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยศิลปะแห่งการชงอันเป็นเอกลักษณ์และเหนือกาลเวลา เพื่อส่งมอบประสบการณ์การดื่มกาแฟในแบบไม่ซ้ำใคร และนอกจากนี้สยามพารากอนยังเตรียมเปิดตัว Chef’s Table และร้านลักซ์ชูรีไดนิ่งชั้นนำจากทั่วโลกอีกมากมายในปี 2569 ที่จะมอบประสบการณ์และเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของมหานครแห่งสุนทรียรสที่ไม่มีใครเทียบได้
    2. Famous International Restaurants – ปรากฏการณ์ร้านดังระดับโลกที่เลือกสยามพารากอนเป็นแลนด์มาร์กแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย
      สยามพารากอนเป็น Global Dining Destination ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากสุดยอดแบรนด์ร้านอาหารระดับโลก
      ให้เป็นจุดหมายแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยในการเปิดตัวสาขา พร้อมนำเสนอรสชาติและประสบการณ์ต้นตำรับจากทั่วทุกมุมโลกอย่างแท้จริง อาทิ Ginza Bairin (กินซ่า ไบริน) ร้านทงคัตสึชื่อดังระดับตำนานจากย่านกินซ่า กรุงโตเกียว, Gordon Ramsay Street Burger (กอร์ดอน แรมซีย์ สตรีท เบอร์เกอร์) ร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังจากเชฟระดับโลก กอร์ดอน แรมซีย์ ที่จะมอบประสบการณ์ความอร่อยแบบพรีเมียมด้วยสูตรเฉพาะของเชฟชื่อดัง, KuanZhai Panda (ควานจ่าย แพนด้า) ร้านอาหารจีนชื่อดังรสชาติต้นตำรับจากเมืองเฉิงตู, L’Antica Pizzeria Da Michelle (ลา อันติกา พิซเซอเรีย ดา มิเคเล่) ร้านพิซซ่าระดับตำนานแห่งเมืองเนเปิลส์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากอิตาลี, Soba House Konjiki Hototogisu (โซบะ เฮาส์ คอนจิกิ โฮโตโตงิสุ) ร้านราเมนระดับมิชลินสตาร์จากญี่ปุ่น หนึ่งในร้านมิชลินที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโตเกียว, Tanyu Grilled Fish (แทน-ยู กริลด์ ฟิช) ร้านปลาย่างชื่อดังอันดับหนึ่งในประเทศจีน ส่งตรงความอร่อยต้นตำรับจากเมืองฉงชิ่งและเฉิงตู และในช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้เตรียมพบกับ CONTE de TULEAR (คงติ เดอ ทูเลีย) คาเฟ่ ไดนิ่ง เอ็กซ์พีเรียนซ์สุดชิคชื่อดังจากย่านอับกูจองในเขตกังนัม กรุงโซล ที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาล ถ่ายทอดรสชาติแบบเกาหลีในมุมมองใหม่ ด้วยการผสมผสานเทคนิคและวัตถุดิบจากทั่วโลก และ Keep in Touch (คีพ อิน ทัช) ร้านอาหารจีนและบาร์บีคิวชื่อดังจากประเทศจีน ที่นำเสนอศิลปะแห่งการย่างและอาหารจีนร่วมสมัยอย่างประณีต นำมาเสิร์ฟเป็นแห่งแรกในประเทศไทย
    3. Famous Local Food – ความอร่อยจากร้านดังของไทยที่ยกระดับสู่ประสบการณ์พรีเมียมครั้งแรกในศูนย์การค้า
      สยามพารากอนคัดสรรความอร่อยระดับตำนานจากร้านอาหารชื่อดังของไทย มาสร้างสรรค์ในรูปแบบพรีเมี่ยมอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในศูนย์การค้า เพื่อถ่ายทอด รสชาติไทยแท้ ในมิติที่ร่วมสมัยและสง่างามยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของรสชาติ การนำเสนอ และบรรยากาศที่สะท้อนศิลปะแห่งการกินในแบบฉบับสยามพารากอนอย่างสมบูรณ์แบบ อาทิ Kampang Isan Artisan (คำ แพง อีสาน อาร์ทิซาน), Louisvanich Eatery (หลุยส์วาณิชย์ อีทเทอรี่), Sri’s Room by Sri Trat (ห้องของศรี
      โดย ศรีตราด) และ ไก่ย่างเสือใหญ่
      พร้อมกันนี้ ยังมีร้านอาหารคอนเซ็ปต์ใหม่ที่มอบประสบการณ์ความอร่อยที่แตกต่างไม่เหมือนใคร อาทิ % Arabica (อาราบิก้า), A Keen House (อะ คีน เฮ้าส์), CHONGDEE TEAHOUSE (ชงดี ทีเฮ้าส์), City fresh (ซิตี้ เฟรช), Dean & Deluca (ดีน แอนด์ เดลูก้า), Distar Fresh (ไดสตาร์ เฟรช), Domo Yakiniku (โดโมะ ยากินิกุ), Fá Pla Tahn (ฟ้า ปลา ทาน), Fatbro (แฟทโบร), FATT CHICKEN & SLIM PIG (ฟัด ชิกเก้น แอนด์ สลิม พิก), FIKKA (ฟิกก้า), Gelateria Kitokki (เจลาเทอเรีย คิทกกิ), Gong Cha (กงชา), Grow by getfresh (โกรว์ บาย เก็ตเฟรช) , Henryfry (เฮนรี ฟราย), KANEKO HANNOSUKE (คาเนโกะ ฮันโนะสุเกะ), KRAZ (คราซ), Kyo Roll En (เคียว โรล เอน), Nicolo (นิโคโล), On Roll Nori (ออน โรล โนริ), Shabu Baru (ชาบู บารุ), Shersanctuary Tea Bar (เชอร์แซงชูเออะรี ทีบาร์), Small Table (สมอลล์ เทเบิล), SMITH & Co. (สมิทธ์ แอนด์ โค), SOT(ซอต), Talay Jai (ทะเลใจ), Uncle Boss (อังเคิล บอส), เตี๋ยวคอปเปอร์ คราฟท์ และ สรรพรส เป็นต้น
      ล่าสุด สยามพารากอนเปิดตัวโซนใหม่ “EATELIER” Dining Entertainment แห่งแรกของประเทศไทย นำเสนอประสบการณ์การกินดื่มที่ผสานศิลปะ ดนตรี และการออกแบบ เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว สร้างพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่เปี่ยมชีวิตชีวาและความร่วมสมัย ผ่านการตกแต่งที่โดดเด่นในแต่ละโซน จากความสนุกของ Fast Casual ที่ถ่ายทอดบรรยากาศความสดใส สนุกสนาน ทันสมัย เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ สู่ความละเมียดของ Fusion ที่สะท้อนความร่วมสมัยระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก ผสมผสานศิลปะและรสชาติออกมาได้อย่างแยบยล จนมาถึงความประณีตของ Feast พื้นที่แห่งการสังสรรค์กับดีไซน์ที่หรูหรา โอบล้อมด้วยพลังแห่งความสุข นับเป็นการปฏิวัติประสบการณ์การกินดื่มให้กลายเป็น “Eat–Drink–Chill Hub” ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
      EATELIER สร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด “Curation & Co-Creation” เป็นแพลตฟอร์มแห่งแรงบันดาลใจที่รวมพลังของเชฟระดับดาวมิชลิน ศิลปิน นักแสดง และไอคอนในวงการบันเทิงทั้งไทยและต่างประเทศ มาร่วมกันรังสรรค์ประสบการณ์แห่งรสชาติแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่เชื่อมโยงศิลปะ ดนตรี และการออกแบบเข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมเติมเต็มอรรถรสแห่งการกิน–ดื่มด้วย Live Bands & DJs สร้างบรรยากาศแห่งความสนุกและชีวิตชีวา ทั้งกลางวันและกลางคืน สำหรับ Live Bands ชั้น 4 EATELIER แสดงทุกวัน วันละ 4 รอบ รอบละ 1 ชม. จันทร์-พฤหัสบดี, อาทิตย์ เวลา 14.00 น. / 16.00 น. / 18.00 น. / 20.00 น.และ ศุกร์ เสาร์ เวลา 12.00 น. / 14.00 น. / 16.00 น. / 18.00 น. สำหรับ DJs ชั้น 5 แสดงทุกศุกร์ เสาร์ เวลา 20.00-23.00 น.และอาทิตย์ เวลา19.00-22.00 น.
      สำหรับคนที่กำลังมองหาที่แฮงค์เอ้าท์กับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว ขอแนะนำร้านเปิดใหม่ใน EATELIER อาทิ Blue Moon (บูลมูน), Bubble Bar by Vessel (บับเบิ้ล บาร์ บาย เวสเซิ่ล) หรือ จะลองดื่มด่ำกับค่ำคืนพิเศษ บนชั้น 5 และ 5A ที่ขยายเวลาเปิดให้บริการถึง 24.00 น.กับร้านดังอย่าง Crafture by Hobs (คราฟเจอร์ บาย ฮอบส์), Fallabella Little Sister Kitchen (ฟาลาเบลล่า ลิตเติ้ล ซิสเทอร์ คิทเช่น), Hendrick’s Gin Bar (เฮนดริกส์ จิน บาร์), PICHÉ Wine Bar (ปิเช่ ไวน์ บาร์) และ Hopsy Story (ฮอบซี่ สตอรี่) เป็นต้น ที่จะกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของการสังสรรค์และดื่มด่ำกับประสบการณ์ในยามค่ำคืนใจกลางกรุงเทพฯ
      สยามพารากอนมอบความสุขในทุกมื้ออาหาร ด้วยรสสัมผัสแห่งความทรงจำ มอบโปรโมชั่น อร่อยดี(ล) Tasteaholic อร่อยแบบเหนือระดับ ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.68-31 ธ.ค.68 พร้อมดีลพิเศษให้ทุกมื้อกลายเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ รับทันที Siam Dining Gift Card มูลค่า 100 บาท* เมื่อรับประทานครบ 1,000 บาทขึ้นไป ณ ร้านอาหารที่ร่วมรายการภายในสยามพารากอน
      พิเศษเฉพาะร้านอาหาร ชั้น 4 โซน EATERLIER , ชั้น 5 และ ชั้น 5A ที่ร่วมรายการ รับทันที Siam Dining Gift Card มูลค่า 200 บาท* เมื่อทานครบ 2,000 บาทขึ้นไป หรือลูกค้าบัตรเครดิตกสิกรไทย รับสิทธิ์พิเศษเพียงทานและชำระผ่านบัตรครบ 1,500 บาทเท่านั้น** จำกัด 1 สิทธิ์/ ท่าน/ Tier/ วัน และสูงสุด 3 สิทธิ์/ ท่าน/ Tier/ ตลอดรายการ
      ตรวจสอบร้านอาหารในศูนย์การค้าฯ ที่เข้าร่วมโครงการ คลิก>> https://app.onesiam.com/4qkcYcd

    สยามพารากอน ตอกย้ำจุดยืนในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก (Global Destination) ที่มอบประสบการณ์เหนือระดับในทุกมิติของการใช้ชีวิต พร้อมก้าวสู่อีกบทใหม่แห่งความยิ่งใหญ่ด้วยการสร้าง Global Dining Attraction แห่งเอเชีย ที่จะดึงดูดนักชิมและผู้หลงใหลในศิลปะแห่งรสชาติจากทั่วทุกมุมโลก
    ให้มาสัมผัส “Siam Paragon Dining Phenomenon” — มิติใหม่แห่งประสบการณ์เหนือระดับของการกินดื่มที่ครบครัน สมบูรณ์แบบ และยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย

    SiamParagonDiningPhenomenon #SiamParagonWorldClassFoodDestination #Eatelier #DiningEntertainment #SiamParagon

  • Food - Lifestyle

    Blue by Alain Ducasse ฉลองครบรอบ 6 ปีเปิดบ้านต้อนรับเชฟระดับตำนาน ‘Alain Ducasse’พร้อมเสิร์ฟเมนูพิเศษ Découverte โดยเชฟ Evens López

    Blue by Alain Ducasse ร้านอาหารฝรั่งเศสไฟน์ไดนิ่งระดับหนึ่งดาวมิชลิน ตั้งอยู่ที่ ไอคอนลักซ์ ชั้น 1 ไอคอนสยาม ฉลองครบรอบ 6 ปี ด้วยการมาเยือนของเชฟระดับตำนาน Mr. Alain Ducasse เชฟระดับโลก ในโอกาสสำคัญนี้ เชฟอีเวนส์ โลเปซ (Evens López) Executive Chef ของ Blue by Alain Ducasse ได้รังสรรค์เมนูฉลองวาระพิเศษ Découverte เพื่อถ่ายทอดเทคนิคอันประณีตและความพิถีพิถันแห่งรสชาติของ Alain Ducasse ผ่านวัตถุดิบพรีเมียมและการนำเสนอที่ให้ประสบการณ์เหนือระดับ ซึ่งถือเป็นหัวใจของร้านมาตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2019

    คุณอลัง ดูคาส กล่าวถึงการกลับมาเยือนกรุงเทพฯ อีกครั้งว่า “Blue by Alain Ducasse คือภาพสะท้อนปรัชญาของเรา อาหารที่สื่อถึงความเป็นเลิศและอารมณ์ ผ่านการตีความอย่างประณีตของเชฟอีเวนส์ โลเปซ และทีมงาน ตลอดหกปีที่ผ่านมา Blue by Alain Ducasse เติบโตอย่างงดงาม ถ่ายทอดศิลปะแห่งอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยอย่างมีเอกลักษณ์ ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ร้านยังคงสร้างแรงบันดาลใจและมอบประสบการณ์ประทับใจให้ลูกค้าจากทั่วโลก

    “ครั้งแรกที่ผมมาเยือนไอคอนสยาม ผมประทับใจกับวิสัยทัศน์ ความงดงาม และทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผมเลือกที่นี่เพราะสะท้อนจิตวิญญาณเดียวกับงานสร้างสรรค์ของเรา คือ ความเป็นเลิศ นวัตกรรม และอารมณ์ความรู้สึก มันคือเวทีที่สมบูรณ์แบบสำหรับการถ่ายทอดศิลปะการใช้ชีวิตที่ผมอยากมอบให้กับนักชิมในเอเชีย” คุณอลัง กล่าว

    สำหรับเมนูฉลองวาระพิเศษ Découverte นำเสนอประสบการณ์ 6 คอร์ส ถ่ายทอดความเป็นอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยผ่านมุมมองเฉพาะตัวของเชฟอีเวนส์ โลเปซ เริ่มต้นด้วย Aubergine Royale โรยด้วยเมล็ดมัสตาร์ดและซอสผักรมควัน ตามด้วย Bluefin Tuna เสิร์ฟคู่หัวไชเท้าแตงโม ยูสุ และ คาเวียร์ Kristal ต่อด้วย Rainbow Courgette และ Comté cheese เสริมรสด้วยวอลนัทพราไลน์และใบเสจแบล็กเคอร์แรนต์ สำหรับเมนูไฮไลต์ Barbarie Duckling รมควันอ่อนๆ เสิร์ฟคู่กับเรดิคคิโอ เคอร์แรนท์ และใบโลเวจ ปิดท้ายด้วยชุดของหวาน Delight Collection ที่ประกอบด้วย Chocolate Soufflé, Lemon Kaffir Lime & Sake และ Tart Tatin ‘our way’ ราดด้วยซอสไวน์วินโฌน

    นอกจากนี้ ในช่วงเย็นยังมีการเฉลิมฉลองด้วย คานาเป้สุดประณีต นำเสนอรสชาติและความปราณีตของงานคราฟต์ระดับสูง อาทิ ปลาเทราต์รมควันกับพริกหวานและยูสุ, หอยเชลล์กับสึดาจิ ฟิงเกอร์ไลม์และคาเวียร์ Kristal, ทาทาร์เนื้อวากิวกับชิโสะและมัสตาร์ด, และ พาร์เมซานกับทรัฟเฟิลขาวอัลบา ขณะที่ของหวานประกอบด้วย ส้มโอและมะพร้าว รวมถึง ช็อกโกแลตกับแบล็กเลมอนและถั่วลิสง

    คุณสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “Blue by Alain Ducasse คือหนึ่งในความสำเร็จของคำมั่นสัญญาที่ผู้ร่วมลงทุนทั้งสามบริษัท ได้แก่ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น ได้ให้ไว้กับประเทศไทยในการนำสิ่งที่ดีที่สุดของโลกมาสู่เมืองไทย ตลอดหกปีที่ผ่านมา ร้านแห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเลิศ ความคิดสร้างสรรค์ และความร่วมมือระดับนานาชาติ เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ไอคอนสยามเป็นศูนย์การค้าแห่งเดียวในประเทศที่มีร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การอาหารของไทย”

    นับตั้งแต่เปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายน 2019 Blue by Alain Ducasse ยืนหยัดในฐานะผู้นำวงการอาหารไฟน์ไดนิ่งของกรุงเทพฯ พร้อมได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ โดยคว้ารางวัล มิชลินสตาร์ 1 ดาวต่อเนื่องถึง 5 ปี จาก Michelin Guide Thailand ตอกย้ำมาตรฐานระดับโลกของประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา อีกทั้งยังได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในร้านอาหารยอดเยี่ยมของเอเชียจาก Asia’s 50 Best Restaurants และได้รับการยกย่องด้านการออกแบบจาก Le French Design 100 สำหรับดีไซน์ภายในอันโดดเด่นและเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์

    ภายใต้การนำของ เชฟ Evens López เชฟชาวเปรูผู้มากด้วยประสบการณ์ระดับโลก ที่เคยสร้างชื่อเสียงในร้านอาหารระดับมิชลินสองและสามดาวทั้งในอิตาลี ฝรั่งเศส โมนาโก และลอนดอน อาทิ Il Ristorante Trussardi alla Scala มิลาน, Pavillon Ledoyen ปารีส ภายใต้เชฟ Yannick Alléno, Le Louis XV – Alain Ducasse ที่ Hôtel de Paris โมนาโก, The Clove Club ลอนดอน และ Dame de Pic ลอนดอน เชฟ López นำแรงบันดาลใจจากปรัชญาของ Ducasse ผสานเข้ากับภูมิปัญญาอาหารไทย รังสรรค์จานที่เน้นความสดตามฤดูกาล งานฝีมือ และอารมณ์ความรู้สึกเป็นหัวใจสำคัญ พร้อมนำเสนอรสชาติร่วมสมัย เปี่ยมอารมณ์ และสะท้อนวัฒนธรรมอาหารแบบสากลอย่างแท้จริง

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ไฮไลต์เมนู และข่าวสารล่าสุด กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.blue-alainducasse.com/

  • Food - Lifestyle

    ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ กลุ่มคาราบาว“ส่งเบียร์สดเยอรมันตะวันแดง” บุกตลาดนอกโรงเบียร์

    ชูคอนเซ็ปต์ “ดื่มที่ไหน ก็สด อร่อย เหมือนดื่มที่โรงเบียร์”
    พร้อมนวัตกรรมการเสิร์ฟ มอบประสบการณ์ใหม่ในการดื่มเบียร์สดในประเทศไทย

    สิ้นสุดการรอคอยกว่า 25 ปี! “กลุ่มคาราบาว” ประกาศสร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ส่ง
    “เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง” จากตำนานโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง Microbrewery ที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งแรกของไทย ออกจำหน่ายนอกพื้นที่โรงเบียร์เป็นครั้งแรก บุกช่องทางออนพรีมิส (On-Premise) ทั้งร้านอาหาร ผับ บาร์ ทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ ภายใต้แบรนด์ “เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง” ด้วยสองรสชาติยอดนิยม ได้แก่ ลาเกอร์ (Lager) และ โรเซ่ (Rosé) พร้อมคอนเซ็ปต์ “ดื่มที่ไหน ก็สด อร่อย เหมือนดื่มที่โรงเบียร์” การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้ ตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่รอคอยเบียร์สดคุณภาพ รสชาติและรสสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากเบียร์สดทั่วไป

    นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มคาราบาว ผู้ก่อตั้งโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง และ เบียร์คาราบาว-เบียร์ตะวันแดง เปิดเผยว่า “นี่เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 25 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง เมื่อปี ค.ศ. 1999 หรือ พ.ศ.2542 ที่เราตัดสินใจนำเบียร์สดออกจำหน่ายนอกโรงเบียร์อย่างเป็นทางการ การขยายช่องทางจำหน่ายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการ ‘ปลดล็อก’ ด้านกฎหมาย ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการส่งมอบเบียร์สดคุณภาพสูงให้เข้าถึงคอเบียร์ในวงกว้าง”

    หัวใจคือความสด ต่อยอดรสชาติเยอรมันแท้ ด้วยนวัตกรรมการเสิร์ฟ
    โจทย์ใหญ่ที่สุดในการก้าวออกจากโรงเบียร์ คือ “การคงความสดและรสชาติ” อันเป็นหัวใจของเบียร์
    ให้เหมือนกับนั่งดื่มที่โรงเบียร์ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

    “ก่อนที่เราจะตัดสินใจขายเบียร์สดนอกโรงเบียร์ เราต้องแน่ใจว่ารสชาติที่ทุกคนได้ดื่มนั้น มีความสดใหม่ และมีคุณภาพเหมือนกับเบียร์สดของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง จุดเด่นของเราคือการควบคุมอุณหภูมิตั้งแต่การผลิตจนถึงการจัดส่ง ทำให้เบียร์ยังคงความสดใหม่ มีคาแรคเตอร์ครบถ้วนทั้งรสชาติ
    และกลิ่นหอม” นายเสถียรกล่าว

      เบียร์สด เยอรมันตะวันแดง ยังได้พัฒนาต่อยอดทางเทคนิคการเสิร์ฟ ด้วยแท็ปอุณหภูมิต่ำซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยคงความสดใหม่ของเบียร์ระหว่างที่เสิร์ฟ พร้อมสร้างโฟมเบียร์ที่เนียนละเอียดเป็นพิเศษ ช่วยเสริมให้

    รสสัมผัสของเบียร์นุ่มละมุน ยกระดับรสชาติ และรสสัมผัสของเบียร์สดเยอรมันตะวันแดงให้ดียิ่งขึ้น สร้างความแตกต่างที่ไม่เหมือนใคร

    สองรสชาติเอกลักษณ์ ที่ทุกคนรอคอย
    “เบียร์สด เยอรมันตะวันแดง” ที่จะบุกตลาดออนพรีมิสทั่วประเทศ มี 2 รสชาติที่ได้รับการยอมรับ
    และเป็นที่รอคอย
    ลาเกอร์ (Lager): เบียร์รสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย สดชื่น นุ่มละมุน กลิ่นมอลต์หอมโดดเด่น คงเอกลักษณ์รสชาติลาเกอร์เยอรมันแท้
    โรเซ่ (Rosé): เบียร์ที่ผสมผสานราสป์เบอร์รี่แท้ กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ รสหวานละมุนเป็นธรรมชาติ ดื่มง่าย ไม่หวานเลี่ยน
    “โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง คือหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ครองใจนักดื่มทั้งไทยและต่างชาติกว่า 10 ล้านคน ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เราไม่ใช่แค่ ‘ผู้บุกเบิก’ แต่ยังเป็น ‘ผู้สร้างมาตรฐาน’ เบียร์สดรสชาติเยอรมัน ด้วย Brewmaster และวัตถุดิบจากเยอรมัน วันนี้เราพร้อมแล้วที่จะส่งต่อเบียร์สดคุณภาพดี เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้นักดื่มทั่วประเทศ ได้สัมผัสรสชาติที่ทุกคนรอคอย ในราคาที่เข้าถึงง่าย” นายเสถียร กล่าวทิ้งท้าย

    “เบียร์สด เยอรมันตะวันแดง” พร้อมเสิร์ฟแล้ววันนี้ที่ร้านอาหาร ผับ บาร์ ชั้นนำทั่วประเทศ

    สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเบียร์สดเยอรมันตะวันแดง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ได้ที่ Facebook : Carabao Tawandang Beverage

  • Lifestyle - Marketing

    หล่อทะลุช็อต! วิน เมธวิน ครีเอทมาการอง Souri สุดพิเศษ ทานคู่กับกาแฟให้แฟนคลับฟินในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2025

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการกาแฟไทยอีกครั้งในงาน “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2025” งานกาแฟสุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 7 กันยายน 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม งานนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากคนรักกาแฟที่มารวมตัวกันอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไฮไลต์สุดพิเศษกับการปรากฏตัวของ วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร ในฐานะแขกคนสำคัญของพิธีเปิดงาน ที่ไม่เพียงแต่นำร้านมาการองชื่อดัง Souri มาร่วมออกบูธเท่านั้น แต่ยังสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการครีเอทและตกแต่งมาการองสุดพิเศษที่มีเพียงหนึ่งเดียวขึ้นมา เพื่อให้เข้าคู่กับกาแฟที่คัดสรรมาอย่างลงตัว เรียกเสียงกรี๊ดและความประทับใจจากแฟน ๆ และผู้ร่วมงานได้เป็นอย่างมาก

    สำหรับงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2025 จัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “Sip of SIAM – สัมผัสประสบการณ์แห่งแรงบันดาลใจกาแฟไทยและโลก” ได้รวบรวมความเป็นที่สุดเกี่ยวกับกาแฟไว้ในงานเดียวอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟชื่อดังจากทั่วประเทศไทยกว่า 100 ร้านค้า, เมล็ดกาแฟหายากจากทั่วโลก, เรื่องราวจากเหล่าบาริสต้าแถวหน้าในแวดวงกาแฟไทยและโลก, รวมถึงเมนูกาแฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟกว่า 1,000 เมนู พร้อมนำเสนอวัฒนธรรมกาแฟในทุกมิติ โดยมีเป้าหมายในการปักหมุดให้ไอคอนสยามเป็น Global Coffee Destination ที่จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับคอกาแฟทุกคน รวมถึงสร้างเครือข่ายธุรกิจและยกระดับอุตสาหกรรมกาแฟไทยให้ก้าวไกลสู่สากล

    คนรักกาแฟพลาดไม่ได้ 29 สิงหาคม – 7 กันยายน 2568 นี้ มาดื่มด่ำกับกาแฟแก้วพิเศษ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมกาแฟไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนใน “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2025” ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม, ชั้น M ไอซีเอส และ ชั้น 4 ไอคอนคราฟต์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ www.iconsiam.com และ Facebook:ICONSIAM

    ICONSIAM #ICONICCraftCoffeeExpo #winmetawin #SOURI

  • Lifestyle - Marketing

    RAVIPA ผนึกกำลัง Butterbear เปิดตัวคอลเลกชันสุดยิ่งใหญ่ “Butter Tarot Collection”และ “Butterfull Bear Collection” สะท้อนพลังแห่งความโชคดี และความน่ารักระดับไอคอนิก

    RAVIPA แบรนด์จิวเวลรี่ไทยชั้นนำ ที่มีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นที่ไว้วางใจจากเซเลบริตี้และศิลปินระดับโลก พร้อมสาขากว่า 40 แห่งทั่วโลก เดินหน้าสร้างสรรค์ปรากฏการณ์ครั้งสำคัญอีกครั้ง ด้วยการประกาศความร่วมมือกับ “น้องหมีเนย” (Butterbear) คาแรกเตอร์ขวัญใจเหล่ามัมหมี และพ่อหมี ผ่านการเปิดตัวคอลเลคชั่น Collaboration สุดพิเศษที่ทุกคนรอคอย โดยครั้งนี้ได้รังสรรค์ผลงานถึงสองคอลเลคชั่น ได้แก่ Buttertarot Collection และ Butterful Bear Collection ถ่ายทอดความน่ารักสดใสของ Butterbear ผสานเข้ากับความหมายอันลึกซึ้งและพลังบวกที่เป็นเอกลักษณ์ของ RAVIPA เพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ชื่นชอบเครื่องประดับ ไลฟ์สไตล์ไอเท็ม และผู้ที่กำลังมองหาของขวัญสำหรับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง

    Buttertarot Collection ได้รับแรงบันดาลใจจากศาสตร์แห่งไพ่ทาโรต์ ถ่ายทอดความหมายลึกซึ้งผ่าน 5 สัญลักษณ์อันทรงพลัง ได้แก่ The Sun, The Empress, The Chariot, The Magician และ Ace of Pentacle ซึ่งแต่ละสัญลักษณ์สะท้อนพลังบวก ความสำเร็จ และความสมหวัง โดยเสริมด้วยอัญมณีแท้ที่เชื่อกันว่ามีพลังดึงดูดความรัก ความมั่งคั่ง และความสุข คอลเลคชั่นนี้นำเสนอทั้งในรูปแบบเครื่องประดับ อาทิ สร้อยข้อมือและสร้อยคอ ตลอดจนไลฟ์สไตล์ไอเทมที่สามารถพกพาความหมายอันงดงามและความสดใสของ Butterbear ไปในทุกวัน

    Butterfull Bear Collection อีกหนึ่งความพิเศษที่สะท้อนบุคลิกอันสดใสของ Butterbear ผ่าน 4 คาแรกเตอร์ ที่ทำให้มัมหมี พ่อหมีตกหลุมรัก โดยแต่ละตัวมี Butterbear’s Wishlist เป็นของตัวเอง ได้แก่
    ● Who’s Next – สื่อถึงความโชคดีและโอกาสใหม่
    ● Rise and Shine – ตัวแทนแห่งความมั่งคั่งและความก้าวหน้า
    ● Love Me Long Time – ถ่ายทอดความรักที่ยืนยาว
    ● Yummy Tummy – แทนความสุข ความอิ่มเอม และความสมบูรณ์

    ทั้งสองคอลเลกชันนี้ครบครันด้วยทั้งเครื่องประดับ อาทิ สร้อยคอ สร้อยข้อมือ และต่างหู ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ไอเท็มหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าถือ, กระเป๋าผ้า, เสื้อยืด, พวงกุญแจ, การ์ด, สติกเกอร์ และผ้าผูกผม ทุกชิ้นออกแบบมาเพื่อส่งต่อความหมายดี ๆ พร้อมเป็นของขวัญที่มีคุณค่าทั้งสำหรับผู้สวมใส่และผู้รับ

    การเปิดตัวคอลเลกชันร่วมกับ Butterbear ในครั้งนี้ ถือเป็น “การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่” ของ RAVIPA อันสะท้อนถึงพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการที่ไร้ขอบเขตพร้อมถ่ายทอดผลงานที่เปี่ยมด้วยคุณค่า ความหมาย และความงดงาม เพื่อนำเสนอประสบการณ์เหนือระดับแก่ผู้ที่ได้ครอบครอง คอลเลกชันพิเศษทั้งสองซีรีส์นี้ วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วทางเว็บไซต์ www.ravipa.com และที่สาขา RAVIPA ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2568 เป็นต้นไป

    สามารถเยี่ยมชมและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
    Website: www.ravipa.com
    IG: @ravipajelwery
    Facebook: RAVIPA
    Line: @ravipajewelry

  • Lifestyle

    มอนซูน แวลลีย์ ร่วมกับ ททท. จัด “A Night of Thai Excellence” กลางกรุงลอนดอนชวน “อเล็กซ์ อัลบอน” นักแข่งฟอร์มูลาวัน ร่วมฉลองให้กับที่สุดของความเป็นไทยผ่านอาหาร เครื่องดื่ม และกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับโลก

    มอนซูน แวลลีย์ (Monsoon Valley) ไวน์ไทยที่ได้รับเหรียญรางวัลระดับสากลมากที่สุด ของบริษัทสยาม ไวเนอรี่ จำกัด หนึ่งในผู้ผลิตไวน์แถวหน้าและมีนวัตกรรมการผลิตที่ดีที่สุดของเอเชีย ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลอนดอน จัดงาน “A Night of Thai Excellence” เฉลิมฉลองให้กับความรุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทย นำเสนอที่สุดของเรื่องราวและรสชาติผ่านอาหารไทยเลิศรส ไวน์ไทยชั้นยอด พร้อมชวน “อเล็กซ์ อัลบอน” นักแข่งฟอร์มูลาวันชื่อดัง ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ แบรนด์แอมบาสเดอร์ มอนซูน แวลลีย์ ร่วมสะท้อนภาพลักษณ์อันทันสมัยเชื่อมโยงไทยกับวัฒนธรรมมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ณ “AngloThai” ร้านอาหารไทยระดับมิชลินสตาร์ ใจกลางกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568

    “A Night of Thai Excellence” เป็นกิจกรรมพิเศษที่เชิญบุคคลชั้นนำจากหลากหลายแวดวง อาทิ มอเตอร์สปอร์ต ศิลปะ การท่องเที่ยวลักชูรี และสื่อมวลชนชื่อดัง มาร่วมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความร่วมมือระดับนานาชาติผ่านดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กว่า 40 คน โดยมี ณัฐวัฒน์ กฤษณามระ เอกอัครราชทูตไทยประจำสหราชอาณาจักร เป็นประธาน และมีแขกรับเชิญคนสำคัญคือ “อเล็กซ์ อัลบอน” หรือ อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์ นักแข่งฟอร์มูลาวัน สัญชาติไทย ผู้สร้างชื่อเสียงในวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก แบรนด์แอมบาสเดอร์ของมอนซูน แวลลีย์ พร้อมด้วย ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ นักแข่งรุ่นใหม่ชาวไทย แชมป์รายการ Formula 3 Feature Race ที่เมืองมอนซา ประเทศอิตาลี ร่วมงาน

    ความพิเศษของงานนี้คือการนำอาหารและกีฬามาเป็นทูตวัฒนธรรม เชื่อมโยงความเป็นไทยให้เข้าถึงผู้คนทั่วโลก โดย AngloThai ร้านอาหารไทยระดับ 1 ดาวมิชลิน ได้นำเสนอที่สุดของรสชาติผ่านเมนูที่ผสานวัตถุดิบท้องถิ่นจาก 5 ภูมิภาคของไทยเข้ากับเทคนิคการปรุงแบบร่วมสมัย ซึ่งจับคู่กับไวน์พรีเมียมระดับโลกจาก มอนซูน แวลลีย์ ได้อย่างลงตัว มอบประสบการณ์การรับประทานอาหารอันเหนือระดับ เปี่ยมด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมที่ผสมกลมกลืนเข้ากับยุคสมัยได้อย่างกลมกล่อม เผยเสน่ห์ความเป็นไทยให้เวทีนานาชาติได้สัมผัส ภายในงาน มอนซูน แวลลีย์ เปรียบเสมือนตัวแทนของผลิตภัณฑ์ไทยระดับพรีเมียมในตลาดโลก ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด และคัดสรรให้เข้ากับอาหารแต่ละจานอย่างพิถีพิถัน สะท้อนให้เห็นถึงความประณีตและศักยภาพของไทยในการก้าวสู่เวทีสากล นอกจากนี้การปรากฏตัวของยอดนักแข่งฟอร์มูลาวันและฟอร์มูลาทรีชาวไทย ยังเป็นการตอกย้ำถึงความโดดเด่นของไทยในแวดวงมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ซึ่งช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารและการท่องเที่ยวลักชูรีได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงพลังทางวัฒนธรรมหรือ Soft Power ไทย ที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนหลากหลายวงการ ตั้งแต่คนรักอาหาร ไวน์ ไปจนถึงแฟนกีฬาความเร็วเข้าด้วยกัน
    กล่าวได้ว่า “A Night of Thai Excellence” เป็นมากกว่างานเลี้ยงสังสรรค์ แต่คือการประกาศศักยภาพของไทยบนเวทีโลก ผ่านรสชาติของอาหาร ไวน์ และเรื่องราวของมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นไทยในมิติใหม่ที่เต็มไปด้วยด้วยเสน่ห์และความทันสมัย ทำให้นานาชาติได้รู้ว่า ประเทศไทยไม่ใช่เพียงจุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อน แต่ยังเปี่ยมด้วยศิลปวัฒนธรรมและความน่าสนใจในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ที่พร้อมจะมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก

    ทั้งนี้ มอนซูน แวลลีย์ คือแบรนด์ไทยที่มุ่งมั่นและตั้งใจนำเสนอความเป็นเลิศแบบไทยไปสู่สายตาชาวโลก นอกจากจะผลิตไวน์และน้ำองุ่นระดับเวิลด์คลาสส่งออกไปหลายประเทศ ยังมองหามุมสร้างสรรค์ใหม่ ๆ เพื่อประกาศความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมและความงามแบบไทยให้ทั่วโลกได้เห็นอยู่เสมอ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวใหม่ ๆ ของ มอนซูน แวลลีย์ ได้ทาง www.monsoonvalley.com และ FB: Monsoon Valley