Admin

  • Exhibition - Food

    ไอคอนสยาม เปิดมหานครแห่งกาแฟ “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026” รวมที่สุดของกาแฟจากทั่วไทยและทั่วโลกที่คนรักกาแฟต้องมาเช็กอิน ระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปักหมุดเป็น Global Coffee Destination เตรียมสร้างปรากฏการณ์สุดพิเศษครั้งใหม่ ชวนคนรักกาแฟมาร่วมเปิดประตูสู่มหานครแห่งกาแฟ ที่ทุกแก้วร้อยเรียงเรื่องราวของผู้คน รสชาติ และวัฒนธรรมจากทั่วทุกมุมโลก ในมหกรรมกาแฟสุดยิ่งใหญ่ “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ICON OF COFFEE METROPOLIS” มหานครที่พร้อมเปิดพื้นที่เชื่อมโยงผู้คนและไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ผ่านประสบการณ์แห่งรสชาติและความหอมกรุ่นของเครื่องดื่มยอดนิยม โดยรวบรวมความเป็นระดับโลกและที่สุดเกี่ยวกับกาแฟมาไว้ในงานเดียว ตั้งแต่เมนูพิเศษที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ร้านกาแฟและเมล็ดกาแฟคุณภาพจากไทยและนานาประเทศ เรื่องราวน่าสนใจจากเหล่า ICONIC ของวงการกาแฟ เวทีการแข่งขันระดับประเทศที่ตัดสินโดยกรรมการระดับโลก วัฒนธรรมกาแฟจากหลากหลายประเทศ ไปจนถึงประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จะเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้ทุกคนได้ค้นพบและทำความรู้จักกาแฟในหลากหลายมิติยิ่งขึ้น โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ICONSIAM HALL และ SURALAI HALL ชั้น 7 ไอคอนสยาม

    หัวใจสำคัญของ ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 คือการเนรมิตไอคอนสยามให้เป็นมหานครแห่งกาแฟ จุดหมายปลายทางของเหล่าคนรักกาแฟ โดยตลอด 5 วันของการจัดงานอัดแน่นด้วยความพิเศษมากมาย ที่พร้อมจะมอบแรงบันดาลใจผ่านรสชาติและกลิ่นหอมอันเต็มไปด้วยเสน่ห์และเอกลักษณ์ของกาแฟจากหลายแหล่งที่มา ผ่านการเดินทางสู่ 6 Coffee District ที่พร้อมเสิร์ฟกาแฟกว่า 1,000 เมนูจากทั่วโลกบนพื้นที่ชั้น 7 ของไอคอนสยาม

    Local Gems District: ถนนสายกาแฟที่รวมร้านเด็ดร้านดังจากทั่วไทย คอมมูนิตี้ของคนรักกาแฟและอาหาร

    โซนที่เนรมิตขึ้นเพื่อคนรักกาแฟโดยเฉพาะ ท่องไปกับเรื่องราวของกาแฟทั่วไทย ตั้งแต่เมล็ดกาแฟคุณภาพระดับแชมป์จากโรงคั่วชั้นนำ ท็อปลิสต์ร้านกาแฟสุดคราฟต์ที่คัดสรรแบบเอ็กซ์คลูซีฟโดย ไอคอนคราฟต์ เพื่อนำเสนอเมนูกาแฟและเมล็ดกาแฟให้ผู้ร่วมงานได้ชิมและเลือกสรร อาทิ THE OLD SCHOOL, RIPPLE COFFEE ROASTERS, ROAST8RY, 19 DEGREES NORTH COFFEE, A KEEN HOUSE, SANTIPANICH, PANGKHON COFFEE ROASTER, MONSTER AND FRIENDS, POUR OVER LEB, ORDINARY ROASTERY, THE SUMMER COFFEE, Muaycoff x Muaycha, SIAMAYA CHOCOLATE, FIKA & CO, ROAST RUNNER, GRAPH, SIAS KOFFEE ROASTER, BALENA COFFEE, RÊVER ROASTERS, AFTER CHOC และ SIAMDRIPCO พร้อมอุปกรณ์กาแฟจากแบรนด์ KINTO และ MOCCAMASTER นอกจากนี้ยังมีสุดยอดกาแฟ GI ไทยที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาวิถีชีวิตและความตั้งใจของคนในท้องถิ่นมาให้เลือกซื้ออีกด้วย

              คนรักความอร่อยห้ามพลาดชิมของอร่อยฝั่งธนฯ แบบเต็มอิ่มกับโซน Thonburian Vibes ยกร้านเทรนดี้และของดี  ฝั่งธนฯ กว่า 30 ร้านมาไว้ในงานเดียว มากกว่างานรวมร้านอาหารแต่เป็น Lifestyle Destination ลิ้มลองรสชาติความอร่อยจากร้านดังย่านฝั่งธนฯ แบบครบจบในที่เดียว อาทิ Goosta , Prim home café, เล่อ ขาหมูทรงเครื่อง, เล่อก๋วยจั๊บ, บ้านออพอ, Ombrown, Station เส้นสด, HARU Bakehouse, เนื้อสยาม, โปรดมากินคุกกี้ของฉัน, อร่อยมาร์ค โตเกียวหน้าล้น, ขนมไทยบ้านใบเปลว, Black Bear Bakery, เจนจิตร, Daily Theory, Taraba Japanese Restaurant, grin : Specialty Chocolate Café, Rincha Tearoom x Cafe และ HAUYONGSENG CAFE (เฮ้าย่งเซ้ง) เป็นต้น

    Championship District: โซนแห่งความเข้มข้นของเวทีการแข่งขันระดับประเทศ เพื่อรังสรรค์สุดยอดเมนูกาแฟ

    หนึ่งในเวทีสำคัญของงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีคือ Thailand ICONIC Coffee and Creativity Championship 2026 (TICC2026) การแข่งขันที่เปิดพื้นที่ให้บาริสต้าได้ประชันทั้งทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการรังสรรค์เครื่องดื่มจากเมล็ดกาแฟ โดยมีกรรมการระดับโลกเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้โจทย์ “ICON OF COFFEE METROPOLIS” ให้ผู้เข้าแข่งขันตีความไอคอนสยามในฐานะมหานครแห่งกาแฟ ผ่านเครื่องดื่มที่สะท้อนความหลากหลายของรสชาติ ผู้คน ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์ ทั้งนี้การแข่งขัน TICC2026 แบ่งออกเป็น 3 รอบ ได้แก่ Prelim คัดเลือกสูตรเครื่องดื่มจากผู้เข้าแข่งขัน, Semifinal Stage Presentation Round ที่ผู้เข้าแข่งขันจะนำเสนอเครื่องดื่มต่อคณะกรรมการ และ Final Selling Round ซึ่งผู้เข้าแข่งขันต้องขายเครื่องดื่มจริงจำนวน 50 แก้ว ภายในเวลา 60 นาที เพื่อพิสูจน์ทั้งฝีมือและศักยภาพในการสร้างสรรค์เครื่องดื่มให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค ก่อนลุ้นกับการประกาศผลในวันที่ 20 กันยายน 2569 โดยผู้ชนะเลิศจะได้รับโล่รางวัลพร้อมเงินรางวัล 60,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 รับโล่ร่างวัลพร้อมเงินรางวัล 15,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 รับโล่รางวัลพร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท และรางวัลชมเชย 3 รางวัล รับเงินรางวัลละ 5,000 บาท รวมถึง All Star Championship Zone ซึ่งรวบรวมเมนูจากการแข่งขันและร้านของแชมป์ TICC มาให้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

    ICONIC District: รวบรวมทุกไฮไลต์ระดับไอคอนิคที่สามารถพบได้เฉพาะในงานนี้เท่านั้น

    อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด คือการลิ้มรสชาติเครื่องดื่มแก้วพิเศษ ICONIC MENU กับ3 เมนูที่รังสรรค์โดย คุณชัญญา ธาราธิคุณเดช  World Certified Judge กรรมการตัดสินการแข่งขันกาแฟระดับโลกเพื่อให้ลิ้มลองเฉพาะในงานนี้เท่านั้น โดยปีนี้นำเสนอเป็นเครื่องดื่ม 3 เมนูที่สะท้อนทั้งความคิดสร้างสรรค์และคาแรกเตอร์ของงาน ได้แก่ Golden Heritage แรงบันดาลใจจากกาแฟมะขามคั่วดั้งเดิมของไทย ซึ่งนำมาประยุกต์ใหม่ให้เข้ากับยุคปัจจุบัน, Metropolis Blend ที่นำ Irish Coffee ผสมผสานกับชาไทยและชาดำจนได้เป็นรสชาติใหม่ที่ลงตัว และ Emerald District นำพิสตาชิโอและช็อกโกแลตมาออกแบบเป็นเครื่องดื่มรสเลิศชวนเปิดประสบการณ์การดื่มในแบบฉบับ ICONIC MENU ที่หาไม่ได้จากที่อื่น

    สำหรับผู้ที่หลงใหลในเรื่องราวเบื้องหลังกาแฟ เตรียมพบกับเหล่า ICONIC PERSON ตัวจริงจากแวดวงกาแฟไทยและนานาชาติที่จะมาแบ่งปันเรื่องราวผ่านเวที ICONIC PERSON TALK นำโดย Cadence World Representative และ Education Celebrity จากประเทศมาเลเซีย, แคท-ชัญญา ธาราธิคุณเดช World Certified Judge, Marcia Yoko Shimosaka Coach World  Barista Champion 2023 นอกจากนี้ยังได้พบกับ สิทธิพงษ์ ยงศิริ, กรวิกา ยังประภากร, ศราวุธ หมั่นงาน, สุปรียา ก้างออนตา, วรกมล เลี้ยงรักษา, Marion Paolo Lara Saksopin และ Ahmad Farhan

    ไม่เพียงแค่นั้นยังมีกิจกรรม EXCLUSIVE COFFEE LOVER GUESTS เปิดพื้นที่ให้เหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์ได้ ร่วมกิจกรรมกับศิลปินคู่โปรดอย่างใกล้ชิด พร้อมอร่อยกับเครื่องดื่ม ICONIC MENU และรับสิทธิพิเศษสุดฟิน โดยวันที่ 16 กันยายน 2569  เปิดให้ร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ ตี๋ บุญยเกียรติ และเฮง ทัตพงศ์, วันที่ 18 กันยายน 2569  ฟินขั้นสุดกับ โทมัส ธีร์ทัศน์ และ ก้อง ก้องภพ, วันที่ 19 กันยายน 2569 จิ้นไม่หยุดกับ  เน็ต สิรภพ และเจเจ รัชพล ก่อนปิดท้ายวันที่ 20 กันยายน 2569 ด้วยความน่ารักของ แม้ก กรธัสส์ และณฐ ณฐสิชณ์ โดยสามารถติดตามรายละเอียดการจำหน่ายบัตรเข้าร่วมกิจกรรมได้ทางโซเชียลมีเดียของไอคอนสยาม

    Global Flavor District: พาทุกคนออกเดินทางท่องโลกกว้างผ่านสุนทรียภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

    ครั้งแรกที่ Marcia Yoko Shimosaka โค้ชผู้อยู่เบื้องหลังแชมป์ World Barista 2023 จะมาร่วมดริปกาแฟระดับ Competition Grade ผ่าน 5 เมล็ดกาแฟพิเศษที่คัดสรรมาเฉพาะสำหรับงานนี้ ซึ่งล้วนเป็นกาแฟที่ปลูกในพื้นที่เฉพาะ เก็บเกี่ยวแบบ Zero Defects และพัฒนาเป็น Micro Lots ที่หาได้ยาก ทั้ง “BRAZIL Pink Bourbon” หนึ่งในสายพันธุ์กาแฟพิเศษที่น่าจับตามองที่สุดในปัจจุบัน มีเอกลักษณ์คือรสชาติที่หวานฉ่ำ บอดี้เนียนนุ่ม และมีความเป็นกรดสว่างสดใส, “PANAMA Washed” หนึ่งในมาตรฐานสูงสุดของวงการกาแฟสาย Specialty รสจะเน้นไปที่ความสะอาดและสว่างขั้นสุด, “PANAMA Geisha” ราชินีแห่งวงการ Specialty Coffee และเป็นสายพันธุ์ที่ทุบสถิติราคาประมูลแพงที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง, “PANAMA Geisha 26” เมล็ดที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการกาแฟภายใต้เอกลักษณ์หลักคือ Complex Clarity และ “PANAMA Chiroso” หนึ่งในกาแฟสายพันธุ์หายาก ที่กำลังมาแรงอย่างมากบนเวทีประกวดและในกลุ่ม Competition Grade พร้อมเปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของเมล็ดกาแฟ Competition Grade จาก ULT Coffee Roaster ร้านกาแฟของแชมป์ระดับโลก Boram Um ที่ส่งตรงมาจำหน่ายเฉพาะในงานเพียง 30 ชุดเท่านั้น นอกจากนี้ภายในงานยังรวมวัฒนธรรมกาแฟจากทั่วโลก มาให้สัมผัสรสชาติผ่านเมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกคุณภาพและร้านกาแฟชื่อดังกว่า 12 ประเทศ อาทิ บราซิล ตุรกี และเวียดนาม เป็นต้น

    Star-Brew District: พบกับความอร่อยสุดอินเทรนด์จากร้านของศิลปินชื่อดัง

                เตรียมเช็คอินพิกัดความอร่อยสุดอินเทรนด์ที่รวบรวมร้านเครื่องดื่มและขนมชื่อดังจากเหล่าศิลปินดาราแถวหน้าของเมืองไทยมาเสิร์ฟความฟินให้คุณถึงที่ ไม่ว่าจะเป็น เอาใจคอกาแฟสายชิคกับร้าน SELF Coffee ของ ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์ และ ร้าน rowie’s coffee ของ ฟอส-จิรัชพงศ์ ที่สายหวานต้องถูกใจแน่นอน สำหรับสายเฮลตี้มาเลือกดื่มด่ำกับมัตจะพรีเมียมเข้มข้นจากร้าน Fenme Matcha ของ เอิร์ธ-ศัลย์, ร้าน Hosomi Matcha & Bagle ของ เสนาหอย, ร้าน Machat Matcha ของอุ้ม-ทวีพร และร้าน Miu Miu ของโบ๊ท-ธารา งานนี้เหล่านักชิมและแฟนคลับห้ามพลาด ร่วมลิ้มลองเมนูเด็ดและสร้างความทรงจำสุดประทับใจไปด้วยกัน

    Reserve District: ที่สุดแห่งประสบการณ์กาแฟเหนือระดับสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

    ค้นพบเสน่ห์ของ L’Italien กาแฟจาก Le Café Alain Ducasse ที่นำเสนอโดยร้านชื่อดังระดับมิชลิน Blue by Alain Ducasse สัมผัสความพรีเมียมของเมนูกาแฟที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมกาแฟอิตาเลียนอันคลาสสิกผ่านรสชาติเข้มข้นกลิ่นหอมลุ่มลึกและความประณีตในรูปแบบเอสเปรสโซคลาสสิกและเมนูกาแฟสูตรพิเศษ พร้อมลิ้มลอง Signature Coffee Bean Cake เค้กรูปเมล็ดกาแฟที่ถ่ายทอดกลิ่นรสคั่วหอมละมุนและช็อกโกแลต รวมไปถึงการเปิดประสบการณ์ ลิ้มลองการจับคู่อาหารและกาแฟที่ลงตัวที่สุดเพื่อเติมสีสันให้กับมหานครแห่งกาแฟ สัมผัสเสน่ห์แห่งรสชาติที่รังสรรมาเป็นพิเศษผ่านFood & Coffee Pairing จากร้านดังไม่ว่าจะเป็น Fongs รัญจวน ร่วมกับ KAREN Coffee, สำเภานาวา และ Roma Khao Yai

    นอกจากนี้ยังได้พบกับอีกหลากหลายความพิเศษในงาน อาทิ การเปิดพื้นที่ Workshop & Creative Space สำหรับคนรักศิลปะและกาแฟ อาทิ วาดรูปบนแก้วกาแฟ, Coffee Painting และ เพ้นท์ที่รองแก้ว รวมถึงกิจกรรมเวิร์กช็อป Drip by ME โดยสมาคมกาแฟไทย ซึ่งจัดที่ Co-working Space ชั้น 1 ไอซีเอส ตรงข้ามไอคอนสยาม ชวนมาเรียนรู้ การดริปกาแฟ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ก่อนลิ้มรสชาติกาแฟไทยไปพร้อมกัน โดยจัดกิจกรรม 5 รอบต่อวัน (รอบละ 5 ท่าน) เวลา 11.00 , 13.00 , 15.00 , 17.00 , 19.00 น. ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรีเพียงแสดงใบเสร็จการซื้อสินค้าและบริการภายใน ไอซีเอส ภายในวัน

    และเพื่อตอกย้ำแนวคิด ICONSIAM GO GREEN ชวนทุกคนร่วมสร้างความยั่งยืนผ่านแคมเปญ ZERO Cup to Landfill ทุกแก้วที่ดื่ม มีปลายทางที่ยั่งยืน เชิญชวนผู้ร่วมงานร่วมกันแยกแก้วและวัสดุที่ใช้แล้วให้ถูกประเภท ณ จุด RETURN STATION ซึ่งตั้งอยู่ภายในงาน เพื่อนำแก้วที่ใช้แล้วไปเข้าสู่กระบวนการจัดการที่ถูกต้อง ไม่ให้กลายเป็นขยะฝังกลบ พร้อมรับปุ๋ยและต้นไม้ฟรี รวมถึงกิจกรรม แก้วเพื่อน้อง จุดแบ่งปันแก้วน้ำ Reuse สภาพดีที่เหลือใช้จากพี่ๆ ส่งต่อสู่มือน้องๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมสัมผัสมิติของกาแฟเพื่อความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม กาแฟ ปิง วัง ยม น่าน  ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ของ 4 แม่น้ำสายหลักทางภาคเหนือของไทย ภายใต้โครงการที่มุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่ป่า สู่การสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในชุมชนอย่างยั่งยืน

                ทั้งนี้ ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 มาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษมากมาย เพื่อให้คนรักกาแฟได้เพลิดเพลินกับเรื่องราวของเครื่องดื่มแก้วโปรดอย่างเต็มอิ่ม อาทิ

    • STAMP JOURNEY ZONE สมาชิก ONESIAM ช้อปครบ 200 บาทจากร้านค้าภายในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 รับแสตมป์ 1 ดวง สะสมครบ 10 ดวง แลกรับของรางวัลตามที่กำหนด
    • ลูกค้า ทรู หรือ ดีแทค แลกรับส่วนลดเครื่องดื่ม 50 บาท และ ICONIC MENU มูลค่า 250 บาท
    • ไอคอนสยาม ร่วมแจกกาแฟฟรี 1,000 แก้ว สำหรับสมาชิก ONESIAM แลกรับสิทธิ์คูปองส่วนลด 60 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลดภายในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 โดยสามารถแลกรับสิทธิ์ได้ที่หน้าร้าน ZARA ชั้น M
    • สมาชิก ONESIAM ซื้อสินค้าไอคอนคราฟต์ภายในงานครบ 2,500 บาท แลกรับ ICONCRAFT ECO CUP 1 ใบ มูลค่า 490 บาท
    • Bring your own cup เพียงนำแก้วส่วนตัวมาเองรับส่วนลด 5 บาท เมื่อซื้อเครื่องดื่มภายในงานจากร้านที่ร่วมรายการ

                เชิญชวนทุกคนร่วมออกเดินทางสู่มหานครแห่งกาแฟที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและประสบการณ์พิเศษในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 ระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ ICONSIAM HALLและ SURALAI HALL ชั้น 7 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1338 หรือรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook: ICONSIAM และ https://iconsiam.com/th/events-activities/iconic-craft-coffee-expo-2026 

    #ICONICCRAFTCOFFEEEXPO #มหานครแห่งกาแฟไอคอนสยาม #ICONSIAM #ThailandIconicCoffeeandCreativityChampionship #TICC #specialtycoffee #specialtycoffeeroaster #Coffee #กาแฟ

  • Exhibition - Fashion & Design

    สยามพารากอน–สยามเซ็นเตอร์–สยามดิสคัฟเวอรี่ผนึกพลังจัด “Bangkok International Fashion Week 2026” ดันแฟชั่นไทยสู่เวทีโลก

    แวดวงแฟชั่นกำลังจะลุกเป็นไฟอีกครั้ง เมื่อ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ผนึกกำลังเตรียมเปิดเวทีแฟชั่นวีคที่ทรงอิทธิพลที่สุดของไทย “Bangkok International Fashion Week 2026” (BIFW2026) อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อประกาศศักยภาพของประเทศไทยในการขับเคลื่อนพลังแห่งความสร้างสรรค์ผ่าน 10 โชว์ จาก 10 ดีไซเนอร์และแบรนด์ไทยชั้นนำ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ Young Designers คลื่นลูกใหม่ได้แสดงฝีมือและก้าวสู่เวทีแฟชั่นอย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมชวนเหล่าแฟชั่นเลิฟเวอร์ไปค้นพบแบรนด์รวมถึงเทรนด์แฟชั่นจากทั่วโลก ตอกย้ำบทบาทของสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านแฟชั่นและความคิดสร้างสรรค์ที่น่าจับตามองของเอเชีย โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-11 ตุลาคม 2569 ณ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่

    สำหรับปีนี้ “Bangkok International Fashion Week 2026” (BIFW2026) จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 19 โดยนับว่าเป็นเวทีแฟชั่นวีคอันดับหนึ่งของประเทศไทยและมหกรรมแฟชั่นระดับแถวหน้าของเอเชียที่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ผนึกกำลังพันธมิตรชั้นนำทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย จำกัด, บริษัท มาดามฟิน จำกัด, เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย (XPENG Thailand), มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป (Millennium Auto Group), บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน), ธัญ (THANN), กีกี้ บิวตี้ สเปซ (KIKI Beauty Space), เกรย์กูส (Grey Goose), และแมค คอสเมติกส์ ไทยแลนด์ (M.A.C Cosmetics) เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่เวทีสากลอย่างทรงพลัง

    งานนี้ ธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 19 ปี Siam Paragon Bangkok International Fashion Week ได้รับการจับตามองในฐานะแฟชั่นวีคระดับแนวหน้าของภูมิภาค และเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนวัฒนธรรมและกำหนดทิศทางของแฟชั่นแห่งอนาคต ซึ่งปีนี้เรายังคงตอกย้ำภาพนั้นผ่าน BIFW2026 ที่ไม่เพียงเป็นเวทีสำหรับนำเสนอคอลเลกชันล่าสุดบนรันเวย์ แต่ยังเป็นศูนย์กลางของแรงบันดาลใจ การแลกเปลี่ยนมุมมองทางความคิดสร้างสรรค์ และการขับเคลื่อนวัฒนธรรมร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด TH-nomenal Extraordinary – Lead the Culture, Wear the Future ที่พร้อมถ่ายทอดศักยภาพและความเป็นเลิศของแฟชั่นไทยสู่สายตานานาชาติ แต่ละโชว์จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการนำเสนอผลงานแฟชั่น แต่ยังถ่ายทอดวิสัยทัศน์ อัตลักษณ์ และพลังทางวัฒนธรรมผ่านงานออกแบบร่วมสมัย พร้อมสร้างประสบการณ์แฟชั่นที่ก้าวไกลไปกว่ารูปแบบของแฟชั่นโชว์ที่คุ้นเคย และในปีนี้ สยามพารากอนยังคงมุ่งใช้ BIFW2026 เป็นส่วนสำคัญในการสะท้อนศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของวงการแฟชั่นไทยสู่สายตาระดับโลก ตอกย้ำบทบาทของสยามพารากอนในฐานะ World Class Fashion Destination ที่พร้อมยกระดับกรุงเทพมหานครสู่หนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านแฟชั่นที่สำคัญของเอเชีย และร่วมขับเคลื่อนวงการแฟชั่นไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง”

    ทางด้าน เอกวิทย์ ชัยวรานุรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารหน่วยธุรกิจสยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ กล่าวเสริมว่า “สำหรับสยามเซ็นเตอร์ยังสานต่อความร่วมมือกับ เอปสัน ประเทศไทย เป็นปีที่ 3 เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และกระบวนการผลิต อีกทั้งยังคงเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ สามารถเติบโตเป็นพลังสำคัญของวงการแฟชั่นไทยในวันข้างหน้า ‘Visionary Stage’ จึงเป็นมากกว่าเวทีแฟชั่น แต่คือพื้นที่แห่งโอกาสที่เปิดให้ Young Designers จากทั่วประเทศได้ทดลอง ถ่ายทอดตัวตน และนำอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคมาตีความใหม่ผ่านงานดีไซน์ร่วมสมัย ซึ่งภายใต้แนวคิด ‘NEXT TH-PHENOMENON’ เราอยากเห็นคลื่นลูกใหม่ของวงการแฟชั่นไทยได้มีพื้นที่ในการแสดงศักยภาพ และก้าวต่อไปสู่ระดับโลกอย่างมั่นใจ

    ทางด้านสยามดิสคัฟเวอรี่มองว่าแฟชั่นเป็นประสบการณ์ของการค้นพบ ไม่ใช่เพียงการติดตามเทรนด์ แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ทดลอง ค้นหาแรงบันดาลใจ และนิยามสไตล์ของตัวเอง สำหรับ SIAM DISCOVERY FASHION REVOLUTIONARY 2026 เราจึงนำเสนอแฟชั่นจากหลากหลายมุมมอง ทั้งแบรนด์ระดับโลก คอลเลกชันใหม่ และแบรนด์จากเอเชียที่น่าจับตามอง เพื่อให้สยามดิสคัฟเวอรี่เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ทุกคนสามารถเข้ามาค้นพบสิ่งใหม่ ๆ และสนุกกับแฟชั่นในแบบของตัวเอง”

    “Bangkok International Fashion Week 2026” (BIFW2026) มาพร้อมไฮไลต์ที่จะประกาศศักยภาพของแฟชั่นไทยในฐานะขุมพลังสร้างสรรค์ระดับโลก ผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ สยามพารากอน ในฐานะแลนด์มาร์กระดับโลก เตรียมเนรมิตแกรนด์รันเวย์สุดไอคอนิก ถ่ายทอดศักยภาพและความเป็นเลิศของแฟชั่นไทยผ่าน 10 โชว์อันทรงพลัง จาก 10 ดีไซเนอร์และแบรนด์ไทยระดับแถวหน้า

    ได้แก่ 27 FRIDAY, 37°c Thirty-seven degrees Celsius, CHATO, FLYNOW, ISSUE, MERGE, NAGARA, PAINKILLER Atelier, POEM และ VVON SUGUNNASIL ที่จะมาร่วมตีความแฟชั่นผ่านมุมมองอันโดดเด่นและหลากหลาย ภายใต้แนวคิด “TH-nomenal Extraordinary” Lead the Culture, Wear the Future. (“ที-โนมีนอล เอ็กซ์ตรอดิแนรี่” ลีด เดอะ คัลเจอร์, แวร์ เดอะ ฟิวเจอร์.)

    ถ่ายทอดพลังสร้างสรรค์ของแฟชั่นไทยผ่านคอลเลกชันที่สะท้อนวิสัยทัศน์ อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และมุมมองแห่งอนาคต พร้อมแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของดีไซเนอร์ไทยในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์และสามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้กับแวดวงแฟชั่นระดับนานาชาติได้ 10 โชว์บนแกรนด์รันเวย์ จึงไม่เพียงนำเสนอคอลเลกชันล่าสุดของแต่ละแบรนด์ แต่เป็นพื้นที่ที่เหล่าดีไซเนอร์จะได้ถ่ายทอดตัวตนและวิสัยทัศน์ผ่านงานออกแบบร่วมสมัย สร้างประสบการณ์ที่ก้าวข้ามจากรูปแบบแฟชั่นโชว์แบบเดิม และสะท้อนพลังของแฟชั่น ในขณะเดียวกันยังตอกย้ำบทบาทของสยามพารากอนในฐานะ Global Landmark ที่พร้อมยกระดับกรุงเทพมหานครสู่หนึ่งในจุดหมายปลายทางแฟชั่นที่สำคัญของเอเชีย

    ขณะที่ สยามเซ็นเตอร์ ‘The Ideaopolis’ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ยังคงเดินหน้าสนับสนุนพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ด้วย “Bangkok International Fashion Week 2026 – Visionary Stage at Siam Center” เวทีที่เปิดโอกาสให้ Young Designers ได้แสดงศักยภาพผ่านผลงานแฟชั่นดีไซน์ที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ อัตลักษณ์ และเรื่องราวจากหลากหลายภูมิภาคของประเทศไทย

    ภายใต้คอนเซ็ปต์ “NEXT TH-PHENOMENON” (เน็ก ที-ฟีโนมีน่อน) ปรากฏการณ์คลื่นลูกใหม่ พลังไทยสร้างสรรค์สู่ผลงานแฟชั่นดีไซน์ระดับโลก โดยปีนี้รวมพลังจาก 13 มหาวิทยาลัยและสถาบันทั่วประเทศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมด้วย 3 แบรนด์ดีไซเนอร์ไทย ได้แก่ Keira Selbe, Sleeping Cloud และ เต่าทองดำ x Mohhomphrae / Heritage / Kanhom มาร่วมกันตีความแฟชั่นไทยผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่ เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของแต่ละภูมิภาคเข้ากับงานออกแบบร่วมสมัย

    อีกหนึ่งมิติที่น่าสนใจจาก สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม The Biggest Arena of Lifestyle Experiments คือการนำเสนอแฟชั่นผ่านมุมมองของการค้นพบและการทดลองไลฟ์สไตล์กับ “SIAM DISCOVERY FASHION REVOLUTIONARY 2026” ที่จะเปลี่ยนพื้นที่ สยามดิสคัฟเวอรี่ ให้เป็นรันเวย์แห่งการค้นพบ ถ่ายทอดคอลเลกชันเด่นประจำซีซั่น ซิลูเอตอันทรงพลัง และเทรนด์ที่กำลังกำหนดทิศทางของแฟชั่นร่วมสมัย ผ่านการสไตลิ่งที่โดดเด่นและแตกต่าง

    ไฮไลต์สำคัญคือการ นำเสนอ Discovery Selection เป็นพื้นที่ที่คัดสรรแบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์จากทั่วโลก ที่มีเอกลักษณ์ และมีความเป็น Trendsetter ให้มาค้นพบอะไรใหม่ๆ อย่างคอลเลกชันล่าสุดจาก DAMSON MADDER. ที่ตีความ British countryside ในมุมมองใหม่ และ ADERERROR ที่นำเสนอแนวคิด TIME AFTER TIME ที่ได้แรงบันดาลใจสำคัญมาจาก เครื่องปั้นดินเผาและเซรามิก ผ่านซิลูเอตและการจับคู่ไอเทมที่สร้างสัดส่วนอันเป็นเอกลักษณ์ และอีกมากมายอย่าง OPEN YY , AJOBYAJO , ANDERSSON BELL เป็นต้น พร้อมตอกย้ำบทบาทของสยามดิสคัฟเวอรี่ในการพาแฟชั่นนิสต้าไทยไปค้นพบแบรนด์ใหม่ ๆ ด้วยการคัดสรรแบรนด์แฟชั่นจากเวียดนามมาสู่กรุงเทพฯ โดย House Of Aren เข้ามาเสริมความหลากหลายทางแฟชั่นมากขึ้น รวมแบรนด์เวียดนามที่ถ่ายทอดตัวตนผ่านแฟชั่น ความมั่นใจ และความคิดสร้างสรรค์ พร้อมก้าวนำพลังของผู้หญิงให้เปล่งประกายอย่างไร้ขีดจำกัด อาทิ BONJOUR และ FIG&TONKA ที่นำเสนอแนวคิดและมุมมองด้านแฟชั่นในรูปแบบเฉพาะตัว

    เตรียมพบกับปรากฏการณ์แฟชั่นแห่งปี “Bangkok International Fashion Week 2026” ที่จะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ Visionary Stage at Siam Center ระหว่างวันที่ 1-4 ตุลาคม 2569, SIAM DISCOVERY FASHIONREVOLUTIONARY 2026 วันที่ 6 ตุลาคม 2569 และปิดท้ายด้วยแกรนด์รันเวย์สุดยิ่งใหญ่ Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026 ระหว่างวันที่ 8-11 ตุลาคม 2569 ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.siamparagon.co.th หรือเฟซบุ๊ก Siam Paragon

    #BIFW2026 #SiamParagonBIFW2026 #SiamCenterBIFW2026 #SiamDiscoveryBIFW2026SiamParagon #SiamCenter #SiamDiscovery

  • Hospitality - Travel

    เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัว ด้วยทริปพักผ่อนทั่วไทย ไปกับ แมริออท บอนวอย

    ร่วมเปิดประสบการณ์ให้ทุกคนในครอบครัว พร้อมออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์ของเมืองไทย ด้วยตัวเลือกการพักผ่อนที่หลากหลาย ตั้งแต่ทริปสบายๆ ใจกลางเมืองหลวง วันหยุดสุดคึกคักริมชายหาด ไปจนถึงการผจญภัยบนเกาะ

    กรุงเทพฯ, ประเทศไทย: 16 กันยายน 2569 – แมริออท บอนวอย โปรแกรมการท่องเที่ยวและเครือโรงแรมชั้นนำระดับโลกในเครือ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ที่มีแบรนด์โรงแรมชั้นนำมากกว่า 30 แบรนด์ ขอเชิญชวนทุกครอบครัวมาร่วมผ่อนคลายและกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว ณ จุดหมายปลายทางอันหลากหลายทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ทริปท่องเที่ยวแบบสบายๆ ในกรุงเทพฯ วันหยุดสุดสัปดาห์ที่หัวหิน ไปจนถึงการพักผ่อนบนเกาะสมุย หรือทริปริมชายหาดที่ภูเก็ตและเขาหลัก โดยทุกครอบครัวสามารถออกแบบการผจญภัยในแบบของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    ทริปพักผ่อนใจกลางเมืองสำหรับทุกคนในครอบครัว ณ กรุงเทพมหานคร
    โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ โรงแรมสไตล์รีสอร์ทริมแม่น้ำเจ้าพระยานำเสนอห้องพักประเภทแฟมิลี่ สวีท ขนาดกว้างขวางถึง 70 ตารางเมตร เปิดโอกาสให้คุณพ่อคุณแม่และเด็กๆ ได้ผ่อนคลายอย่างสบายใจพร้อมชมทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมมอบความสะดวกสบายในการเดินทางสู่สถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของกรุงเทพฯ ด้วยบริการเรือรับ-ส่งไปยังไอคอนสยาม ศูนย์การค้าและไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำสุดอลังการ รวมถึงสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำท่ามกลางสวนร่มรื่นให้ได้ผ่อนคลายในยามกลางวัน และห้องอาหารริมน้ำหลากหลายสไตล์ที่พร้อมสร้างความทรงจำอันมื้ออร่อยให้กับทุกคน

    โรงแรม เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง พร้อมยกระดับทุกการพักผ่อนด้วยการต้อนรับคุณหนูๆ อย่างอบอุ่นด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเด็กภายใต้คอนเซปต์ เจดับลิว คิดส์ (JW Kids) รวมถึงคู่มือแนะนำกิจกรรมและบริการจัดห้องพักก่อนนอนสุดพิเศษ ขณะที่ห้องพักและห้องชุดสำหรับครอบครัว มอบพื้นที่กว้างขวางให้ทุกคนได้พักผ่อนร่วมกันอย่างลงตัว อีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก และสวน เจดับลิว การ์เด้นท์ (JW Garden) ที่มีกิจกรรมผ่อนคลายหลากหลายรูปแบบ ด้วยทำเลที่ตั้งระดับพรีเมียมใจกลางเมือง แขกผู้เข้าพักสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าไปยังสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง อย่างซีไลฟ์ แบงคอก อควาเรียม ได้เพียงไม่กี่นาที พิเศษด้วยโปรโมชั่น “Family Stay & Breakfast Escape” เริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารเช้า ณ เจดับบลิว คาเฟ่ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 8 ห้องอาหารของโรงแรม พร้อมลิ้มลองความอร่อยระดับมิชลินที่นิวยอร์ก สเต็กเฮาส์

    วันหยุดพักผ่อนของครอบครัวใกล้กรุงฯ ริมชายฝั่งอ่าวไทย
    ขับรถจากกรุงเทพฯเพียงไม่นาน ทุกครอบครัวจะได้พบกับตัวเลือกรีสอร์ทตากอากาศริมชายฝั่งอ่าวไทย โรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา โดดเด่นด้วยสระว่ายน้ำสไตล์ลากูนอันเป็นเอกลักษณ์ มอบพื้นที่กว้างขวางให้ครอบครัวได้ว่ายน้ำ เล่นสนุก และผ่อนคลายร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Side by Side ที่เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและเด็กๆ ได้ทำกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ร่วมกัน ขณะที่คิดส์ คลับ เป็นพื้นที่สีสันสดใสที่เต็มไปด้วยตารางกิจกรรมสร้างสรรค์แสนสนุก และชายหาดยาวเม็ดทรายเนียนนุ่มยังเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กในการลงเล่นน้ำทะเล สำหรับแพ็กเกจ “Family Fun Getaway” ที่มอบห้องพักกว้างขวาง พร้อมสิทธิพิเศษเช็คอินก่อนเวลาหรือขยายเวลาการเช็คเอ้าท์ มื้ออาหารฟรีสำหรับเด็ก และอื่นๆ อีกมากมาย

    อีกหนึ่งตัวเลือกคือ เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า ที่มอบพื้นที่ความเป็นส่วนตัวให้ทุกคนในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างคุ้มค่า พูลวิลล่าแบบสองห้องนอน ขนาด 376 ตารางเมตร เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ ครบครันด้วยระเบียงรับลมธรรมชาติ สระว่ายน้ำส่วนตัว และซุ้มคาบาน่า พร้อมบริการจัดส่งอาหารในวิลล่า ให้ครอบครัวได้ดื่มด่ำกับมื้ออาหารอันน่าจดจำในบรรยากาศส่วนตัว เพียงไม่กี่ก้าวจากห้องพัก แขกสามารถเดินเล่นและลงเล่นน้ำบนหาดทรายท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ โดยแพ็กเกจ “Hua Hin Escape” มอบสิทธิ์เข้าพักในพูลวิลล่าแบบสองห้องนอน พร้อมอาหารเช้าประจำวันและเครดิตรีสอร์ทเพื่อยกระดับการพักผ่อน

    ทริปพักผ่อนริมชายหาดทางภาคใต้ของไทย
    เปิดประสบการณ์การผจญภัยสุดประทับใจของครอบครัว ท่ามกลางฉากหลังอันงดงามของหมู่เกาะและชายฝั่งทะเลใต้ ณ เกาะสมุย เด็กๆ จะต้องตื่นตาตื่นใจไปกับหาดทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลสีฟ้าใส โรงแรมเชอราตัน สมุย รีสอร์ท ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์แห่งเมืองร้อนด้วยกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย เช่น ฟาร์มออร์แกนิกของรีสอร์ท ครอบครัวจะได้สัมผัสวิถีธรรมชาติ ชมการปลูกและการเก็บเกี่ยวผลผลิตสดๆ พร้อมร่วมคลาสเรียนทำอาหาร นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำ 2 แห่ง คิดส์คลับ ห้องอาหารที่หลากหลาย และกีฬาทางน้ำ ให้คุณได้เพลิดเพลินกับความสนุกสนานริมทะเลอย่างไม่รู้จบ ภายใต้แพ็กเกจ “Side by Side” วันหยุดของคุณจะสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยอาหารเช้าประจำวัน สิทธิพิเศษเช็คอินก่อนเวลาหรือขยายเวลาการเช็คเอ้าท์ บริการรถรับ-ส่งสนามบิน ของขวัญต้อนรับ มื้ออาหารฟรีสำหรับเด็ก และกิจกรรมสำหรับครอบครัว

    ภูเก็ต ไม่เพียงเป็นเกาะท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก แต่ยังเป็นสวรรค์แห่งการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่โรงแรมเจดับบลิว แมริออท ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา เด็กๆ จะได้สัมผัสพลังความร่วมมือของชุมชนในการปกป้องเต่าทะเลที่มาวางไข่ ณ หาดไม้ขาว ด้วยห้องพักและห้องสวีทที่ผ่านการแปลงโฉมใหม่ รวมถึงห้องพักติดสระว่ายน้ำและห้องพักพร้อมระเบียงส่วนตัว เติมเต็มความสุขด้วยคิดส์คลับและกิจกรรมสนุกๆ มากมาย โดยตั้งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียง 15 นาที จึงเป็นจุดหมายในฝันของทุกคนในครอบครัว โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถจองแพ็กเกจ “Family by JW Staycation” ที่มาพร้อมอาหารเช้าสำหรับทุกคน มื้ออาหารฟรีสำหรับเด็ก พร้อมกิจกรรมไฮไลต์อย่างทัวร์ชมสวน JW Garden และการเยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเลอย่างใกล้ชิด

    โรงแรมเจดับบลิว แมริออท เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา ตั้งอยู่บนชายหาดอันงดงามของชายฝั่งอันดามัน โอบล้อมผู้มาเยือนด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์และการบริการระดับโลก ผ่อนคลายไปกับสระว่ายน้ำสไตล์ลากูน และเพลิดเพลินกับสวน JW Garden ขนาด 27 ไร่ พร้อมเป็นเวทีแห่งประสบการณ์ออร์แกนิก สร้างความสุขให้เด็กๆ ด้วยไฮไลต์สุดน่ารักอย่างการเสิร์ฟมะพร้าวสดๆ จากเรือไม้ พร้อมเติมเต็มการเรียนรู้ผ่านแนวคิด “Family by JW” ที่จะพาเด็กๆ ไปสัมผัสโภชนาการเพื่อสุขภาพ ผ่านคลาสเรียนทำอาหาร การรับประทานอาหารแบบ Farm-to-Table กิจกรรมปิกนิก และเกมล่าขุมทรัพย์สุดสนุก สำหรับแพ็กเกจ “Return to Paradise” มอบการพักผ่อนแบบ Full-Board ริมทะเลที่แสนสะดวกสบาย รวมอาหาร 3 มื้อต่อวัน เครื่องดื่มไม่อั้น 2 ชั่วโมงเต็มทุกยามบ่าย พร้อมสิทธิ์เข้าพักและรับประทานอาหารฟรีสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี และอื่นๆ อีกมากมาย

    ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหาการพักผ่อนในเมืองแบบไร้กังวล การท่องเที่ยวริมชายหาดที่สนุกสนานสำหรับทั้งครอบครัว หรือการผจญภัยบนเกาะที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ แมริออท บอยวอย คือคู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับวันพักผ่อนของครอบครัวในประเทศไทย พร้อมรับสิทธิประโยชน์จากโปรโมชั่นระดับโลกที่ให้คุณสะสมคะแนนโบนัสได้สูงสุด 4,500 คะแนนต่อการเข้าพัก ลงทะเบียนตอนนี้ แล้วรับ1,500 คะแนนโบนัส เมื่อเข้าพักตั้งแต่ 2 คืนขึ้นไป ณ โรงแรมที่ร่วมรายการทั่วโลก และ รับเพิ่มอีก 3,000 คะแนนโบนัส เมื่อเข้าพักที่รีสอร์ตที่ร่วมรายการ สะสมคะแนนได้สำหรับการเข้าพักระหว่างวันที่ 22 กันยายน ถึง 22 พฤศจิกายน ลงทะเบียนได้ที่ www.marriottbonvoy.com/MoreAtResorts
    หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือแมริออท บอนวอย ในประเทศไทย โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.marriott.com

  • Retail

    จาก “ของดีในชุมชน” สู่ “ดาว” บนชั้นวาง CJ MOREเปิดโครงการ “CJ STAR ของดีติดดาว” เพิ่มโอกาสขาย–ขยายตลาดหนุนผู้ประกอบการรายเล็กเติบโตอย่างก้าวกระโดด

    ซีเจ มอร์ (CJ MORE) เปิดตัว “CJ STAR ของดีติดดาว” มุ่งสร้างโอกาสให้สินค้าดีจากชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ และผู้ประกอบการรายเล็กได้พัฒนาศักยภาพ ขยายช่องทางขาย เพิ่มโอกาสทางการตลาดเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ผ่านเครือข่ายร้าน CJ MORE กว่า 2,100 สาขา ครอบคลุมกว่า 60 จังหวัด ตั้งเป้ายกระดับผู้ประกอบการรายเล็กในชุมชนเติบโตก้าวกระโดด พร้อมขยายตลาดสู่ต่างประเทศในอนาคต

    นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มคาราบาว เปิดเผยว่า ซีเจ มอร์ (CJ MORE) เดินหน้าสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กและสินค้าดีจากชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ผ่านโครงการ “CJ STAR ของดี ติดดาว” โครงการที่มุ่งค้นหาและยกระดับสินค้าของดีจากท้องถิ่น ให้ก้าวไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น โดย CJ MORE จะทำหน้าที่เป็นทั้ง “ผู้ค้นหาและผู้สนับสนุน” ด้วยการลงพื้นที่เพื่อค้นหาสินค้าที่มีศักยภาพจากผู้ประกอบการรายเล็ก ก่อนนำมาพัฒนาต่อยอดให้พร้อมสำหรับการเข้าสู่ตลาดในวงกว้าง ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน รูปลักษณ์สินค้า และบรรจุภัณฑ์

    พร้อมทั้งถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลัง คุณค่า และความตั้งใจของคนทำของดี รวมถึงเปิดพื้นที่ให้สินค้าได้พบกับผู้บริโภคผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายของ CJ MORE โดยเริ่มต้นผ่านเครือข่ายร้าน CJ MORE กว่า 538 สาขา ในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก และพร้อมเดินหน้าขยายโอกาสอย่างต่อเนื่องไปยังเครือข่ายร้าน CJ MORE ที่เปิดให้บริการแล้วกว่า 2,100 สาขา ครอบคลุมกว่า 60 จังหวัดทั่วประเทศ

    ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ได้รับการติดดาวทั้งสิ้น 14 ราย รวม 21 รายการสินค้า ซึ่งถือเป็นตัวแทน “ของดี” จากชุมชนต่างๆ ที่มีความหลากหลายทั้งอาหาร ขนม เครื่องปรุง และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ความพิเศษคือ สินค้าเหล่านี้จะได้วางขายในบริเวณพื้นที่หัวชั้น “CJ STAR ของดีติดดาว” ในร้าน CJ MORE เพื่อสร้างการรับรู้และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง

    นายเสถียร กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของโครงการนี้ มาจากความเชื่อว่าในประเทศไทยยังมีของดีอีกมาก โดยเฉพาะของดีในชุมชนซึ่งมีคุณค่าและศักยภาพที่จะไปได้ไกล แต่สิ่งที่ขาดคือโอกาส เพราะเบื้องหลังสินค้าหนึ่งชิ้น ไม่ได้มีเพียงตัวสินค้า แต่คือความตั้งใจ ภูมิปัญญา และเรื่องราวของคนทำของดีในชุมชน ที่ต้องการโอกาสให้สินค้าของเขาได้เติบโต


    “เราตั้งใจให้ CJ STAR ของดี ติดดาว เป็นมากกว่าโครงการสนับสนุนสินค้า แต่เป็นอีกหนึ่งกลไกในการเชื่อมต่อของดีจากท้องถิ่น กับโอกาสทางการตลาด และส่งต่อเรื่องราว คุณค่า และความภาคภูมิใจของคนทำของดีจากชุมชนไปสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ” นายเสถียร กล่าว

    สำหรับเป้าหมายในอนาคต จากจุดเริ่มต้นในวันนี้ CJ MORE พร้อมเดินหน้าค้นหา “ของดี” และ “คนทำของดี” จากชุมชนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมติดดาวให้กับสินค้าที่มีศักยภาพ และส่งต่อโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กได้เติบโตไปอีกขั้น ในอนาคตมุ่งขยายโครงการ “CJ STAR ของดีติดดาว” ไปสู่พื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนและต่อยอดโอกาสให้ ของดีเหล่านี้ได้เติบโตและขยายตลาดไปสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อให้ดาวของคนทำของดีจากทุกชุมชนได้เปล่งประกายและไปได้ไกลกว่าที่เคย

    “เป้าหมายของโครงการ CJ STAR ของดีติดดาว ไม่ได้มุ่งเพียงนำสินค้าเข้ามาวางจำหน่าย แต่ต้องการ ติดดาวให้ของดี และติดโอกาสให้ท้องถิ่น เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีพื้นที่ในการเติบโต มีช่องทางในการเข้าถึงตลาด และสามารถเปลี่ยนความตั้งใจในการทำของดีให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน เพราะ CJ MORE เชื่อว่าทุกโอกาสที่ได้รับ ไม่เพียงสร้างโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังเป็นพลัง และกำลังใจสำคัญให้คนทำของดีได้เดินหน้าต่อ และเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด” นายเสถียร กล่าวทิ้งท้าย

  • Hospitality - Lifestyle - Luxury

    เมื่อความต้องการได้รับการเข้าใจโดยไม่ต้องเอ่ยถึง การดูแลจึงสัมผัสได้อย่างเป็นธรรมชาติ

    โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ (Oriental Residence Bangkok) ถ่ายทอดบทใหม่ของประสบการณ์การพักอาศัยใจกลางเมืองผ่านแนวคิด The Art of Intuitive Refinement ซึ่งผสานความสง่างามของการพักอาศัยเข้ากับการบริการที่เข้าใจจังหวะของผู้เข้าพักอย่างเป็นธรรมชาติ เคารพความเป็นส่วนตัว และคิดเผื่อในทุกรายละเอียด เพื่อมอบความสบายใจตลอดการเข้าพัก ปรัชญาการดูแลที่อยู่เบื้องหลังประสบการณ์ดังกล่าวยังได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยรางวัล One MICHELIN Key ประจำปี 2024 และ 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง รวมถึงการเป็นสมาชิกของ Small Luxury Hotels of the World (SLH)

    หัวใจสำคัญของแนวคิด The Art of Intuitive Refinement คือ The Invisible Hand ที่สะท้อนการดูแลซึ่งไม่จำเป็นต้องปรากฏให้เห็นในทุกขั้นตอน หากแต่ทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกได้ว่า ทุกสิ่งรอบตัวได้รับการจัดเตรียมพร้อมไว้อย่างพอดี เพื่อให้ได้ใช้เวลาอย่างเป็นส่วนตัวและไม่ถูกรบกวน ขณะเดียวกันก็ยังมั่นใจได้ว่ามีทีมงานพร้อมดูแลอยู่เสมอ หนึ่งในภาพสะท้อนของแนวคิดดังกล่าวคือ บริการบัตเลอร์ตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับผู้เข้าพักห้องเพรสทีจ คลับ (Prestige Club Room) ซึ่งทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยส่วนตัว คอยดูแลตั้งแต่การจัดเตรียมและดูแลสัมภาระ เสื้อผ้า และรองเท้า การสำรองโต๊ะอาหาร ไปจนถึงการคัดสรรสถานที่และประสบการณ์ในกรุงเทพฯ ให้สอดคล้องกับความสนใจของผู้เข้าพักแต่ละคน เพื่อให้เรื่องต่างๆ ได้รับการจัดการอย่างราบรื่น ก่อนที่จะกลายเป็นสิ่งที่ผู้เข้าพักต้องเอ่ยขอหรือกังวล

    สำหรับผู้เข้าพักห้องเพรสทีจ คลับ ยังสามารถใช้บริการ เอ็กเซ็กคิวทีฟ เลานจ์ (Executive Lounge) พื้นที่ส่วนตัวสำหรับการพักผ่อน ตั้งแต่ช่วงเวลาที่เดินทางมาถึง ไปจนถึงการนัดพบแบบไม่เป็นทางการ พร้อมบริการเช็กอินและเช็กเอาต์ เครื่องดื่มและของว่างตลอดวัน อาฟเตอร์นูนที ตลอดจนค็อกเทลและคานาเป้ในช่วงเย็น ทุกช่วงเวลาภายในเลานจ์ได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนตัวและผ่อนคลาย เพื่อให้ผู้เข้าพักใช้เวลาในแบบของตัวเอง โดยไม่ต้องถูกรบกวน

    ความรู้สึกของการได้รับการดูแลอย่างพอดียังสะท้อนผ่านการออกแบบโรงแรมฯ โดย บาร์บารา แบร์รี (Barbara Barry) ซึ่งถ่ายทอดความสงบผ่านเส้นสายที่อ่อนโยน โทนสีที่อบอุ่น วัสดุธรรมชาติ และการใช้แสงอย่างละเมียด เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพักผ่อนอย่างแท้จริง ภายในห้องพัก รายละเอียดต่างๆ ได้รับการเตรียมไว้อย่างพอดีและเรียบง่าย ตั้งแต่เครื่องนอนคุณภาพ ผ้าปิดตา ไปจนถึงเสียงดนตรีที่ได้รับการคัดสรรเพื่อสร้างบรรยากาศที่เหมาะแก่การนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ให้ผู้เข้าพักได้ตื่นขึ้นมาพร้อมความสดชื่นสำหรับวันใหม่

    สำหรับผู้บริหาร นักธุรกิจ ครอบครัว หรือนักเดินทางที่ต้องการที่พักในกรุงเทพฯ หลายวันหรือหลายสัปดาห์ ห้องพักแบบเรสซิเดนซ์ขนาด 1–3 ห้องนอนออกแบบให้รองรับการใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างครบถ้วน ทั้งพื้นที่นั่งเล่น ห้องครัว และมุมทำงานที่แยกเป็นสัดส่วน ให้สามารถทำงาน ใช้เวลากับครอบครัว หรือพักผ่อนได้ในพื้นที่ของตัวเอง โดยยังคงใช้ชีวิตได้ในจังหวะที่คุ้นเคย และไม่ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพียงเพราะอยู่ระหว่างการเข้าพัก

    ช่วงเวลาต่างๆ ของวันสามารถดำเนินต่อไปภายในโรงแรมฯ ตั้งแต่มื้ออาหารที่ คาเฟ่ แคลร์ (Café Claire) บิสโทรฝรั่งเศสร่วมสมัย ช่วงเวลาสบายๆ ริมสระหรือในคาบาน่าที่ เดอะ เพลย์ เด็ค (The Play Deck) ไปจนถึงเครื่องดื่มและบทสนทนายามเย็นที่ โอเรียนทัล บาร์ (Oriental Bar) ขณะที่สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ฟิตเนส และพื้นที่พักผ่อนต่างๆ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้เว้นจากตารางระหว่างวัน และเลือกใช้เวลาในแบบที่ต้องการ ก่อนเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งความสงบ ที่ความเร่งรีบจากการประชุม การเดินทาง หรือกิจกรรมต่างๆ ในเมืองค่อยๆ จางลง เหลือเพียงเวลาให้ได้หยุดนิ่งและอยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง

    ขณะเดียวกัน สภาพแวดล้อมโดยรอบยังเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การพำนัก ด้วยทำเลบนถนนวิทยุท่ามกลางย่านสถานเอกอัครราชทูต ซึ่งมอบทั้งความสงบและความเป็นส่วนตัว พร้อมเชื่อมต่อกับย่านธุรกิจ แหล่งช้อปปิ้ง และจุดหมายด้านไลฟ์สไตล์ต่างๆ ของกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก ในวันที่ต้องการออกไปพบเจอความเคลื่อนไหวของเมือง หรือในช่วงเวลาที่อยากถอยกลับมาสู่ความสงบ สวนลุมพินีและสวนเบญจกิติที่อยู่ไม่ไกลยังเปิดพื้นที่ให้ได้ใช้เวลาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและกลับมาอยู่กับจังหวะของตัวเอง

    ท้ายที่สุด The Art of Intuitive Refinement อาจไม่ได้อยู่ที่การทำให้ทุกอย่างโดดเด่น หากแต่อยู่ที่ศิลปะของการทำให้ทุกสิ่งอยู่ในจุดที่พอดี เมื่อการดูแลเกิดขึ้นโดยไม่ต้องเอ่ยขอ ความเป็นส่วนตัวได้รับการเคารพ และรายละเอียดต่างๆ ได้รับการคิดเผื่อไว้ในทุกขั้นตอน สิ่งที่เหลืออยู่จึงไม่ใช่เพียงความสะดวกสบาย หากคือเวลาและพื้นที่ที่เป็นของผู้เข้าพักอย่างแท้จริง สำหรับตัวเอง คนสำคัญ และสิ่งที่มีความหมายในแต่ละวัน
    ในพอร์ตโฟลิโอของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่นำเสนอประสบการณ์การพักอาศัยในแบบที่แตกต่าง ด้วยความสงบ ความเป็นส่วนตัว และการดูแลที่ใส่ใจในรายละเอียด เสริมทัพแบรนด์หลักอย่าง อมารี (Amari) โอโซ่ (OZO) และชามา (Shama) เพื่อให้ผู้เข้าพักได้เลือกประสบการณ์ที่เหมาะกับรูปแบบการเดินทางและช่วงเวลาของชีวิตที่แตกต่างกัน และได้ใช้เวลาไปกับสิ่งที่มีความหมายในแบบของตัวเอง สอดคล้องกับแนวคิด “More of What You Love” ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป

  • Education - Entertainment

    TSA ยกระดับมาตรฐานนักเขียนบทหนุนคอนเทนต์ไทยเติบโตสู่อุตสาหกรรมระดับสากล

    TSA สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ยกระดับนักเขียนบทไทยด้วยมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ” ระหว่างวันที่ 18 กรกฎาคม – 12 กันยายน 2569 เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะนักเขียนบทไทยที่มีคุณภาพให้ผ่านการรับรองที่ได้มาตรฐานในระดับสากล โดยผู้ผ่านการคัดเลือก 30 คน เข้ารับการอบรมความรู้ ทักษะหลากหลายรอบด้านจากวิทยากรและนักเขียนบทมืออาชีพชื่อดัง อาทิ

    ดร.สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์ ผศ.ดร.อภิรักษ์ ชัยปัญหา ผศ.วรลักษณ์ กล้าสุคนธ์ กฤตย์ อัทธเสรี ณัฐิยา ศิรกรวิไล อมราพร แผ่นดินทอง เกรียงไกร วชิรธรรมพร และ นิตินันท์ สุภาพพงษ์ ตลอดระยะเวลา 2 เดือนเต็ม เสริมด้วยกิจกรรมพูดคุยถ่ายทอดประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจจาก คุณศัลยา สุขะนิวัตติ์ นักเขียนบทระดับตำนานที่สร้างปรากฎการณ์มากว่า 40 ปี อดีตนายกสมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์คนแรกของประเทศไทย และการเสวนาเรื่องขายยังไงให้โดนใจโปรดิวเซอร์กับ คุณวิรัตน์ เฮงคงดี กรรมการบริษัทและผู้อำนวยการสร้างบริษัท คาร์แมนไลน์สตูดิโอ จำกัด

    ในวันสุดท้ายของการอบรม 12 กันยายน 2569 นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมด้วยมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพนักเขียนบทในระดับ 4 และ 5 ร่วมด้วย คุณคฑาหัสต์ บุษปะเกศ นายกสมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ มอบรางวัลแก่ผลงานผู้อบรมที่ทำคะแนนสูงสุด และกิจกรรมไฮไลท์ งาน TSA Market “ที่ซ่าส์ มาร์เก็ต” เวทีที่บทไทยได้พบผู้สร้าง เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าอบรมนำเสนอผลงาน (Pitching) ต่อ
    ตัวจริงของอุตสาหกรรม โดยมีตัวแทนสตูดิโอผู้ผลิตและแพลตฟอร์มชั้นนำ ได้แก่ Netflix, ช่อง 7HD,

    บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด, จังก้า สตูดิโอ, Feel Good Entertainment, Star Hunter, ปรากฏการณ์ดี, Matching Maximize Solution, บุญนำ โปรดักชั่น, อาหลองกรุ๊ป และ Narrators House เข้าฟังการนำเสนองาน ปิดด้วยกิจกรรม One on One เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าอบรมสร้างเครือข่ายโดยตรงกับตัวแทนสตูดิโอและแพลตฟอร์ม ซึ่งได้รับความสนใจจากฝ่ายผู้ผลิตอย่างมาก

    นับเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งของโครงการ “ยกระดับนักเขียนบทไทย ด้วยมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ” ที่นักเขียนบทผู้เข้าอบรมได้รับทั้งความรู้ เทคนิค แรงบันดาลใจและสร้างเครือข่ายกับผู้ผลิต เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการเขียนอย่างไร้ขีดกำจัด ตอบสนองอุตสาหกรรมบันเทิงในตลาดโลกต่อไป

  • Fashion - Shopping

    ลดแรงแห่งปี! “ICONSIAM Friends & Family Sale 2026” ไอคอนสยาม ยกทัพกว่า 22 แบรนด์แฟชั่น–ไลฟ์สไตล์ระดับโลก ลดสูงสุด 90% 17–20 กันยายนนี้ ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการ ช้อปปิ้งระดับโลก จัดมหกรรมเซลล์ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “ICONSIAM Friends & Family Sale 2026” รวบรวมกว่า 22 แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชั้นนำจากทั่วโลก มอบส่วนลดสุดพิเศษ ลดสูงสุด 90% ให้เหล่านักช้อปและแฟชั่นเลิฟเวอร์ได้เลือกช้อปไอเท็มคุณภาพจากแบรนด์โปรดในราคาสุดคุ้ม ตลอด 4 วันเท่านั้น ระหว่างวันที่ 17 – 20 กันยายน 2569 ณ ห้อง Meeting Room 1 -5 ชั้น 7 ไอคอนสยาม

    “ICONSIAM Friends & Family Sale 2026” ถือเป็นหนึ่งในที่สุดมหกรรมแฟชั่นเซลล์แห่งปี โดยไอคอนสยามจับมือกับแบรนด์ชั้นนำคัดสรรแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติที่ได้รับความนิยมจากนักช้อปทั่วโลกมารวมไว้ในที่เดียว อาทิ 3.1 Phillip Lim, Alexander Wang, American Eagle, Armani, Aveda, Camper, CK, Clarins, Club 21 Multi-Label, Coccinelle, Furla, Kate Spade, Keds, Kenneth Cole, Max Mara, Mulberry, Paul Smith, Rag & Bone, Rockfish Weatherwear, Sperry, Stella Mccartney, Three, Tommy และ Tommy Jeans เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ครบครัน ตอบโจทย์ทั้งสายแฟชั่น และผู้ที่มองหาไอเท็มคุณภาพในราคาสุดพิเศษ ภายในงานนักช้อปจะได้พบกับข้อเสนอพิเศษจากสินค้าหลากหลายหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องประดับ และแอ็กเซสซอรีจากแบรนด์ดังที่ร่วมรายการ พร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 90% เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของไอเท็มคุณภาพจากแบรนด์ระดับโลกในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าที่เคย

    พิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM MEMBER ระดับ Black และ Gold รับสิทธิ์ช้อปสินค้าและไอเท็มจากแบรนด์ชั้นนำภายในงานก่อนใครในรอบ Exclusive Pre-Sale วันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 10.00 – 12.00 น. และเปิดรอบ Public Sale ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไปต่อเนื่องถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 พร้อมข้อเสนอสุดคุ้มและสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM MEMBER ที่จัดขึ้นเฉพาะภายในงานเท่านั้น ได้แก่

    • ช้อปครบ 5,000 บาท แลกรับ SIAM Dining E-Gift Card มูลค่า 100 บาท*
    • ช้อปครบ 20,000 บาท แลกรับ SIAM E-Gift Card มูลค่า 300 บาท*
    • สิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบี และบัตร UOB Cash Plus รับสิทธิ์แบ่งชำระ 0% นาน 10 เดือน เมื่อซื้อ SIAM GIFT CARD มูลค่าใบละ 5,000 บาท*
    • สำหรับสมาชิกใหม่ เพียงดาวน์โหลด ONESIAM SuperApp และลงทะเบียนสมัครสมาชิก รับ Cash Coupon มูลค่ารวม 500 บาท* (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อ 1 ร้านค้า หรือ 1 ใบเสร็จ เท่านั้น)
      *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

    เตรียมพบกับ “ICONSIAM Friends & Family Sale 2026” มหาปรากฏการณ์งานเซลล์แห่งปีที่รวมกว่า 22 แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับโลก มอบส่วนลดสูงสุด 90% ระหว่างวันที่ 17 – 20 กันยายน 2569 ณ ห้อง Meeting Room 1-5 ชั้น 7 ไอคอนสยาม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: ICONSIAM และ www.iconsiam.com

  • Hospitality - Sustainability

    ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ร่วมมือ SP Group ยกระดับประสิทธิภาพด้านพลังงานเสริมความแข็งแกร่งการดำเนินงานธุรกิจโรงแรมอย่างยั่งยืน

    ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป หนึ่งในบริษัทบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรูชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เดินหน้ายกระดับการดำเนินงานธุรกิจโรงแรมอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ SP Group (SP) หนึ่งในผู้ให้บริการด้านพลังงานที่ยั่งยืนชั้นนำของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

    ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญภายใต้ Sustainability Framework ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป โดยทั้งสององค์กรจะร่วมกันศึกษาโอกาสในการนำเทคโนโลยีและแนวทางด้านพลังงานที่ยั่งยืนไปประยุกต์ใช้กับโรงแรมในเครือของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอน ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่เจ้าของโรงแรม ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ทั้งสององค์กรได้ลงนามร่วมกัน ความร่วมมือจะครอบคลุมเทคโนโลยีด้านพลังงานที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน อาทิ Cooling-as-a-Service (CaaS) และพลังงานหมุนเวียน โดยถือเป็นความร่วมมือครั้งแรกของ SP Group กับธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานด้านความสะดวกสบายและการบริการที่แขกคาดหวัง

    ความร่วมมือดังกล่าวต่อยอดจากโครงการ Cooling-as-a-Service (CaaS) แห่งแรกของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในประเทศไทย ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ ซึ่งมีขนาด 429 ห้อง ตั้งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติดอนเมืองเพียงไม่กี่นาที และได้รับการออกแบบให้รองรับทั้งนักเดินทางเพื่อธุรกิจและเพื่อการพักผ่อน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการประชุมและการจัดงานที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้สูงสุดถึง 800 คน

    โครงการนี้ครอบคลุมการเปลี่ยนเครื่องทำน้ำเย็น (Chiller) เดิมเป็นอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง พร้อมติดตั้งระบบบริหารจัดการ Chiller Plant ที่ช่วยควบคุมและปรับการทำงานของระบบโดยอัตโนมัติ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบใหม่นี้มีกำลังการทำความเย็น 1,195 ตันความเย็น (Refrigeration Tonnes: RT) และคาดว่าจะช่วยลดการใช้พลังงานได้มากกว่า 40% เมื่อเทียบกับระบบเดิม หรือคิดเป็นการลดการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 900,000 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ต่อปี ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ประมาณ 4 ล้านบาทต่อปี และตลอดระยะเวลา 15 ปีของสัญญา คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโรงแรมได้ประมาณ 25.5 ล้านบาท พร้อมลดการปล่อยคาร์บอนได้ 449 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี เทียบเท่ากับการลดการปล่อยคาร์บอนจากรถยนต์มากกว่า 400 คันต่อปี

    โครงการนี้สะท้อนแนวทางของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยยังคงให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและประสบการณ์ที่ดีของผู้เข้าพักเป็นสำคัญ

    นายสมชาย กิตติไกรศักดิ์ รองประธานกรรมการแผนกโครงการ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า “ความยั่งยืนเป็นหนึ่งในแนวทางการดำเนินธุรกิจและการเติบโตของสำหรับออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป โดยเฉพาะการบริหารจัดการพลังงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรม ระบบทำความเย็นถือเป็นหนึ่งในระบบที่ใช้พลังงานสูง การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบจึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะช่วยลดการใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน เรายังคงให้ความสำคัญกับการมอบความสะดวกสบายและประสบการณ์ที่ดีให้กับแขกตลอดการเข้าพัก”
    “ความร่วมมือกับ SP Group เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของเรา โดยมุ่งเน้นไปที่โซลูชันที่สามารถนำมาใช้ได้จริงและสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนต่อการดำเนินงาน นอกจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานแล้ว ความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้าขยายแนวทางด้านพลังงานที่ยั่งยืนไปยังโรงแรมที่มีความเหมาะสมในประเทศไทย เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับเจ้าของโรงแรม แขก และชุมชน”

    นายเบนจามิน เทย์ ประธานกรรมการ Singapore Power Energy (Thailand) Limited กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) ในการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนมาใช้ในโรงแรมในประเทศไทย ปัจจุบันภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ และการเติบโตอย่างยั่งยืนมากขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของโรงแรมให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น”

    นายมาร์ค เอลเมนโซ ผู้จัดการทั่วไป อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ กล่าวว่า “ความเชี่ยวชาญของ SP Group ด้านเทคโนโลยีระบบทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เราพิจารณาในการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ที่โรงแรม อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ เพราะระบบทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้เป็นส่วนสำคัญของการดำเนินงาน การเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานจึงเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางด้านความยั่งยืนของเรา ขณะเดียวกัน ความร่วมมือครั้งนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ในขณะที่ยังคงสามารถรักษาความสะดวกสบายดั่งที่แขกของเราคาดหวัง”

    ทั้งสององค์กรจะยังคงเดินหน้าศึกษาโอกาสในการนำเทคโนโลยีและแนวทางด้านพลังงานที่ยั่งยืนไปประยุกต์ใช้กับโรงแรมในเครือของกลุ่มออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ฯ ในประเทศไทยที่มีความเหมาะสมต่อไป โดยต่อยอดจากความสำเร็จในการนำระบบดังกล่าวมาใช้ที่อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ
    การเดินหน้าครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Sustainability Framework ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่มุ่งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดการใช้ทรัพยากร และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย

  • Automotive

    LEPAS Thailand จัดกิจกรรม “Elegance on the Road Rally” ขอบคุณลูกค้ากลุ่มแรกในไทย พร้อมเปิดตัวบริการ LEPAS Care และแคมเปญลุ้นทริปสุดพิเศษ

    LEPAS Thailand จัดกิจกรรม Rally สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Elegance on the Road Rally” ขึ้นเมื่อวันที่ 12–13 กันยายนที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกของแบรนด์ในการพาลูกค้าออกเดินทางเปิดประสบการณ์ใหม่ร่วมกัน โดยมีคาราวานรถยนต์ไฟฟ้า 100% พรีเมียมรุ่น LEPAS L6 เข้าร่วมทริปถึง 36 คัน พร้อมลูกค้าและผู้ร่วมเดินทางกว่า 100 ท่าน บนเส้นทางจากกรุงเทพมหานครมุ่งหน้าสู่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อแทนคำขอบคุณอย่างจริงใจและร่วมเฉลิมฉลองการส่งมอบรถยนต์ล็อตแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

    การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้วัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ เพื่อขับเคลื่อนความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า:

    • การกระชับความสัมพันธ์อันอบอุ่น: สร้างพื้นที่คอมมูนิตี้ที่เหนียวแน่น เชื่อมความผูกพันระหว่างทีมงาน LEPAS Thailand และกลุ่มผู้ใช้งานจริงกลุ่มแรกอย่างใกล้ชิด
    • การสร้างความมั่นใจในระยะยาวผ่าน “LEPAS Care”: ประกาศเปิดตัวบริการหลังการขายแบบครบวงจร ชูความพร้อมทั้งด้านการดูแลเชิงรุก ช่างผู้เชี่ยวชาญ และสต็อกอะไหล่สำรอง (Aftersales & Spare Part Readiness) เพื่อให้ผู้ขับขี่มั่นใจได้ในทุกเส้นทาง
    • การมอบสิทธิประโยชน์และแคมเปญพิเศษ: เปิดตัวกิจกรรมออนไลน์สำหรับเจ้าของรถ LEPAS L6 ในประเทศไทย ให้ได้ร่วมสนุกลุ้นรับรางวัลใหญ่ทริปเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศแบบไป-กลับ จำนวน 3 ที่นั่ง รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท

    ตลอดการเดินทาง 2 วัน 1 คืน ผู้ร่วมทริปได้สัมผัสสมรรถนะและความสะดวกสบายเหนือระดับของ LEPAS L6 ท่ามกลางบรรยากาศการเดินทางที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่จุดนัดพบรับอรุณ ณ คาเฟ่ Dawn To Dusk ก่อนเคลื่อนขบวนผ่านทัศนียภาพเลียบชายทะเลอันงดงามของสะพานชลมารควิถี และแวะเติมพลังด้วยมื้อกลางวันอาหารทะเลรสเลิศที่ร้านมุมอร่อย

    นอกจากประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียม กิจกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนเจตนารมณ์ของแบรนด์ในการเติบโตเคียงข้างสังคมอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรม CSR ที่ทีมงานและลูกค้าร่วมแรงร่วมใจประกอบจักรยาน เพื่อส่งมอบให้แก่น้อง ๆ ณ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพัทยา โดยมีไฮไลต์พิเศษคือการปรากฏตัวของ Argos หุ่นยนต์สุนัขอัจฉริยะ AIMOGA นวัตกรรมสุดล้ำจาก Chery Group ที่มาร่วมวิ่งเล่น โชว์ความสามารถ และสร้างเสียงหัวเราะอย่างอบอุ่น ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนด้วยงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์สุดหรู ณ ห้อง Khram Ballroom โรงแรม Meliá Pattaya พร้อมพิธีมอบรางวัลและช่วงเวลาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเป็นกันเอง

    LEPAS Thailand ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสานต่อความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งมอบยนตรกรรมคุณภาพ นวัตกรรมล้ำสมัย และบริการหลังการขายที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตอกย้ำปณิธานการเป็นผู้นำด้านประสบการณ์การขับเคลื่อนที่สง่างามสำหรับผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง

  • Art - Culture - Fashion

    ไอคอนคราฟต์ ชวนภาคภูมิใจในผ้าไทย ผ่าน “Donkoi Model”เผยเบื้องหลังภูมิปัญญาดอนกอย ก่อนก้าวสู่ชุดพิธีการ Asian Games 2026วันนี้–22 กันยายน 2569 ณ ไอคอนสยาม

    เพื่อน้อมนำพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทย ยกระดับงานหัตถศิลป์ท้องถิ่น และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนอย่างยั่งยืน  ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและแหล่งรวมงานคราฟต์สร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทยที่ใหญ่ที่สุด ร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI กรมการพัฒนาชุมชน และโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก จัดนิทรรศการพิเศษ “Donkoi Model: FROM LOCAL WISDOM TO ASIAN PRIDE จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ความภาคภูมิใจบนเวทีเอเชีย”  เผยเบื้องหลังการเดินทางของผ้าฝ้ายย้อมครามทอมือจากธรรมชาติของ “ดอนกอยโมเดล” โครงการภายใต้พระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในจังหวัดสกลนคร ซึ่งถักทอจากภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นผืนผ้าชุมชนที่เปี่ยมด้วยคุณค่า ก่อนต่อยอดสู่แฟชั่นร่วมสมัยที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยบนเวทีเอเชีย ในชุดพิธีการสำหรับทีมนักกีฬาไทยที่จะสวมใส่ในพิธีเปิดการแข่งขันมหกรรมกีฬา Asian Games 2026 ครั้งที่ 20 รวมถึงผลิตภัณฑ์แฟชั่นอีกหลากหลาย ชวนคนรักผ้าไทยมาร่วมภาคภูมิใจในภูมิปัญญาและหัตถศิลป์ไทย พร้อมเลือกซื้อสินค้าที่สร้างสรรค์จากผืนผ้าของดอนกอยโมเดล ตั้งแต่วันนี้ – 22 กันยายนนี้ ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม

    จากผืนผ้าที่รังสรรค์อย่างประณีตด้วยภูมิปัญญาและความตั้งใจของชุมชน สู่ผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล “ดอนกอยโมเดล (Donkoi Model)” กำลังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการรักษารากเหง้า แต่สามารถนำมาต่อยอดผ่านองค์ความรู้ด้านการออกแบบ การพัฒนาคุณภาพ และการสร้างสรรค์ร่วมสมัย จนกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาผ้าไทยอย่างยั่งยืน และสร้างโอกาสใหม่ให้กับชุมชน เพื่อร่วมถ่ายทอดเรื่องราวและความภาคภูมิใจของ “ดอนกอยโมเดล” สู่สายตาชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ไอคอนคราฟ ไอคอนสยาม จึงร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” จัดนิทรรศการ “ดอนกอยโมเดล Donkoi Model: FROM LOCAL WISDOM TO ASIAN PRIDE จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ความภาคภูมิใจบนเวทีเอเชีย” ขึ้น โดยถ่ายทอดเส้นทางของผ้าดอนกอย ตั้งแต่รากฐานของภูมิปัญญาชุมชน กระบวนการสร้างสรรค์ผืนผ้า ไปจนถึงการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่นร่วมสมัยที่สามารถก้าวสู่เวทีระดับเอเชียได้อย่างเต็มภาคภูมิ

    ทั้งนี้ เรื่องราวของดอนกอยโมเดลเริ่มต้นจาก ชุมชนบ้านดอนกอย อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร แหล่งภูมิปัญญาผ้าย้อมครามที่สืบทอดองค์ความรู้ด้านการทอผ้ามาอย่างยาวนาน กระทั่งในปี พ.ศ. 2563 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้เสด็จทอดพระเนตรกระบวนการผลิตผ้าย้อมครามของกลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย พร้อมพระราชทานแนวทางในการพัฒนาผ้าไทย ทั้งด้านการออกแบบ คุณภาพสิ่งทอ การพัฒนาลวดลาย สีสัน และมาตรฐานการผลิต เพื่อยกระดับผ้าทอพื้นถิ่นให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานร่วมสมัยและเพิ่มมูลค่าในเชิงเศรษฐกิจ โดยหนึ่งในหัวใจสำคัญของดอนกอยโมเดล คือการเปิดพื้นที่ให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้พบกับนักออกแบบและมุมมองร่วมสมัย นำเอกลักษณ์ของลวดลาย เนื้อผ้า และสีสันมาต่อยอดและพัฒนาให้เกิดความหลากหลาย สามารถสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ก่อนต่อยอดสู่ “ศูนย์เรียนรู้ผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย” ภายใต้ “ดอนกอยโมเดล” ซึ่งมุ่งพัฒนาชุมชนผ่านการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่ไปกับการสร้างอาชีพและรายได้ โดยได้รับความร่วมมือจาก กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ในการยกระดับผลิตภัณฑ์สู่มาตรฐาน Premium OTOP ตลอดจนส่งเสริมให้ผ้าไทยได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ

    นิทรรศการครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สัมผัสเรื่องราวของผ้าทอย้อมครามดอนกอยโมเดลอย่างลึกซึ้ง ด้วยการพาสำรวจกระบวนการสร้างสรรค์ผืนผ้าและองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มาจากความทุ่มเทของช่างทอและช่างฝีมือในชุมชนบ้านดอนกอย ตั้งแต่การคัดเลือกเส้นใย การย้อมครามด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิม การทอด้วยมือ ไปจนถึงการเก็บรายละเอียดของผืนผ้า พร้อมชมศักยภาพของผ้าดอนกอยเมื่อถูกนำมาต่อยอดเป็นผลงานแฟชั่นร่วมสมัย ที่ถ่ายทอดเรื่องราว ความภาคภูมิใจ และตัวตนของชุมชนออกไปสู่เวทีที่กว้างไกลยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ ภายในนิทรรศการยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่สร้างสรรค์จากผ้าดอนกอย โดยหนึ่งในแบรนด์ที่นำผ้าจากดอนกอยโมเดล มาต่อยอดคือ Kramin (ครามิน) แบรนด์ไลฟ์สไตล์แฟชั่นที่นำงานหัตถกรรมจากชุมชนทั่วประเทศมาผสมผสานเข้ากับแนวคิดการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมือง ถ่ายทอดเสน่ห์ของงานฝีมือท้องถิ่นผ่านมุมมองร่วมสมัย โดยให้ความสำคัญกับแนวคิด Sustainability ควบคู่กัน ทั้งการเลือกใช้เส้นใยจากธรรมชาติ และกระบวนการย้อมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการเลือกใช้พืชให้สีที่มีการปลูกหมุนเวียนบนผืนดินอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ขึ้นไม่ได้มีเพียงความงดงาม หากยังส่งต่อคุณค่าที่ดีให้แก่ชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยหนึ่งในผ้าทอท้องถิ่นที่ Kramin นำมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นสวยคือ ผ้าทอจากกลุ่มทอผ้าฝ้ายย้อมสีเปลือกไม้บ้านผักคำภู จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ผลิตภายใต้ดอนกอยโมเดล สะท้อนให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างภูมิปัญญาของชุมชนกับการออกแบบร่วมสมัย และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผืนผ้าท้องถิ่นสามารถก้าวเข้าสู่ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างมีความหมาย

    นับได้ว่า “ดอนกอยโมเดล” เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงศักยภาพของผ้าทอไทยที่สามารถก้าวข้ามจากการเป็นผ้าทอพื้นถิ่น สู่การเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยในบริบทสากล 

    ร่วมสัมผัสเรื่องราวของ “ดอนกอยโมเดล” และค้นพบอีกมิติของผ้าไทยที่กำลังเดินทางจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เวทีเอเชีย ผ่านนิทรรศการ “ดอนกอยโมเดล Donkoi Model: FROM LOCAL WISDOM TO ASIAN PRIDE จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ความภาคภูมิใจบนเวทีเอเชีย” พร้อมชมและเลือกซื้อผลงานแฟชั่นจากผ้าดอนกอยได้ ตั้งแต่วันนี้ – 22 กันยายน 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONCRAFT