Admin

  • Hotel

    แมริออท บอนวอย พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คู่รักที่กำลังวางแผนจัดงานแต่งงานในประเทศไทย ผ่านงานโชว์เคสสุดประทับใจที่ SABUY WEDDING FESTIVAL 2026

    แมริออท บอนวอย แพลตฟอร์มการเดินทางและพอร์ตโฟลิโอแบรนด์โรงแรมกว่า 30 แบรนด์ภายใต้ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ขอเชิญชวนคู่รักมาร่วมค้นหาแรงบันดาลใจและเนรมิตงานแต่งงานในฝันให้เป็นจริง ในงานเวดดิ้งโชว์เคสสุดยิ่งใหญ่ประจำปี Sabuy Wedding Festival 2026 จัดขึ้น ณ พารากอน ฮอลล์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 14–15 มีนาคม

    งานในปีนี้ คู่บ่าวสาวจะได้พบกับผู้เชี่ยวชาญด้านงานแต่งงานจากโรงแรมและรีสอร์ทในเครือแมริออท บอนวอย จำนวน 28 แห่งทั่วประเทศไทยที่มาร่วมงานตลอดสองวันเต็ม ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมในกรุงเทพฯ รีสอร์ทริมทะเลอันงดงามในเขาหลัก พัทยา ระยอง และหัวหิน หรือรีสอร์ทบนเกาะสวรรค์อย่างเกาะสมุยและภูเก็ต ไปจนถึงโรงแรมบรรยากาศโรแมนติกในเชียงใหม่และเชียงราย ทุกคู่รักสามารถค้นพบสถานที่จัดงานแต่งงานที่มาตอบโจทย์งานในฝันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    ผู้ร่วมงานที่เข้าเยี่ยมชมโซนแมริออท บอนวอยภายในงาน จะได้สัมผัสประสบการณ์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Fuel the Journey, Fill the Journal” ถ่ายทอดเส้นทางแห่งแรงบันดาลของการงานแต่งงาน ทันทีที่มาถึงผู้เข้าชมจะได้รับแท็กกระเป๋าแมริออท บอนวอย รุ่นลิมิเต็ด พร้อมรับหนังสือเดินทาง “Love Concierge Passport’” ภายในหนังสือเดินทางมีเช็กลิสต์ของโรงแรมและรีสอร์ทที่ร่วมจัดแสดงในงาน ให้คู่รักได้เดินสำรวจและเก็บตราประทับ โดยผู้ที่สะสมตราประทับครบอย่างน้อย 5 แห่ง จะได้รับสิทธิ์การเข้าใช้พื้นที่พิเศษ แมริออท บอนวอย เลาจ์น (Marriott Bonvoy Lounge) เพื่อเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ อาทิ บาร์น้ำหอม มุมถ่ายภาพ และตู้เครื่องคีบรางวัล มอบของพิเศษให้นำกลับบ้านอีกด้วย

    นอกจากนี้ภายในโซนแมริออท บอนวอยยังมี “Experience Zone” ให้คู่รักสามารถจินตนาการงานแต่งงานในฝันผ่านจอ LED แบบอินเมอร์ซีฟ นำเสนอหลากหลายจุดหมายปลายทางของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือแมริออททั่วประเทศไทย โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญจากโรงแรมที่เข้าร่วมงานคอยให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกสถานที่ ไปจนถึงช่วงเวลาสำคัญของการแลกแหวน และสำหรับคู่รักที่ยืนยันจัดงานภายในงานจะได้รับโบนัส แมริออท บอนวอย 15,000 คะแนน (เงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงแรมกำหนด)

    โรงแรมและรีสอร์ททั้ง 28 แห่งที่เข้าร่วมจัดแสดงภายในงานครอบคลุมแบรนด์ในกลุ่มลักซ์ชัวรี่ (Luxury) , พรีเมียม (Premium) ซีเล็ก (Select service) กว่า 9 จุดหมายปลายทางยอดนิยมทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงานสุดหรูในห้องบอลรูมใจกลางกรุงเทพฯ งานเฉลิมฉลองริมทะเลในบรรยากาศโรแมนติกของอ่าวไทยและทะเลอันดามัน หรืองานพิธีการท่ามกลางธรรมชาติของขุนเขาอันเขียวชอุ่มในภาคเหนือ แมริออท บอนวอย พร้อมมอบสถานที่อันสมบูรณ์แบบให้ทุกคู่รักได้เอ่ยคำสาบาน และเริ่มต้นการเดินแห่งรักอย่างงดงามและน่าจดจำ

    งาน Sabuy Wedding Festival 2026 จะจัดขึ้นที่ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน วันที่ 14–15 มีนาคม 2026 เวลา 10.00 –21.00 น. ดูรายชื่อโรงแรมและรีสอร์ทที่เข้าร่วมได้ที่: https://www.marriott.com/en-us/marriott-brands/portfolio/Thailand_Wedding_Fair.mi

    เหนือกว่าการเข้าพัก แมริออท บอนวอย มอบประสบการณ์ด้วยแบรนด์โรงแรมกว่า 30 แบรนด์ ครอบคลุมจุดหมายปลายทางกว่า 10,000 แห่งทั่วโลก พร้อมโปรแกรมสมาชิกที่ได้รับรางวัล และประสบการณ์ที่เชื่อมโยงนักเดินทางกับผู้คน สถานที่ และแรงบันดาลใจที่พวกเขาหลงไหล

    ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแมริออท บอนวอย: marriottbonvoy.com.

    โรงแรมและรีสอร์ทในโซนแมริออท บอนวอย

    • โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ
    • โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล
    • โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์
    • โรงแรม เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ
    • แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนต์ สุขุมวิท พาร์ค กรุงเทพ
    • โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา
    • โรงแรมระยอง แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา
    • โรงแรม เชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา
    • โรงแรม เชียงใหม่ แมริออท โฮเทล
    • โรงแรม เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท
    • โรงแรม เจดับบลิว แมริออท เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา
    • โรงแรม เรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา
    • โรงแรม ภูเก็ต แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา ในยางบีช
    • โรงแรม คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ทาวน์
    • โรงแรม เลอ เมอริเดียน เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา
    • โรงแรม เขาหลัก แมริออท บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา
    • โรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เกาะสมุย
    • โรงแรม ดับเบิลยู เกาะสมุย
    • โรงแรม เรเนซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา

    โรงแรมและรีสอร์ทอื่น ๆ ในเครือแมริออท บอนวอย ที่ร่วมจัดแสดงในงาน

    • โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ (บูธ 40)
    • โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ (บูธ 19)
    • โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท, เอ ลักซ์ชัวรี่ คอลเล็คชั่น โฮเท็ล กรุงเทพฯ  (บูธ 16)
    • โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค (บูธ 54)
    • โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ (บูธ A4)
    • โรงแรมแมริออท กรุงเทพฯ สุขุมวิท (บูธ 11)
    • โรงแรม เลอ เมอริเดียน กรุงเทพ (บูธ 20)
    • โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ (บูธ 3)
    • โรงแรม คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท แบงค็อก สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต (บูธ A5)
  • Hotel

    แมริออท บอนวอย พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คู่รักที่กำลังวางแผนจัดงานแต่งงานในประเทศไทย ผ่านงานโชว์เคสสุดประทับใจที่ SABUY WEDDING FESTIVAL 2026

    แมริออท บอนวอย แพลตฟอร์มการเดินทางและพอร์ตโฟลิโอแบรนด์โรงแรมกว่า 30 แบรนด์ภายใต้ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ขอเชิญชวนคู่รักมาร่วมค้นหาแรงบันดาลใจและเนรมิตงานแต่งงานในฝันให้เป็นจริง ในงานเวดดิ้งโชว์เคสสุดยิ่งใหญ่ประจำปี Sabuy Wedding Festival 2026 จัดขึ้น ณ พารากอน ฮอลล์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 14–15 มีนาคม

    งานในปีนี้ คู่บ่าวสาวจะได้พบกับผู้เชี่ยวชาญด้านงานแต่งงานจากโรงแรมและรีสอร์ทในเครือแมริออท บอนวอย จำนวน 28 แห่งทั่วประเทศไทยที่มาร่วมงานตลอดสองวันเต็ม ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมในกรุงเทพฯ รีสอร์ทริมทะเลอันงดงามในเขาหลัก พัทยา ระยอง และหัวหิน หรือรีสอร์ทบนเกาะสวรรค์อย่างเกาะสมุยและภูเก็ต ไปจนถึงโรงแรมบรรยากาศโรแมนติกในเชียงใหม่และเชียงราย ทุกคู่รักสามารถค้นพบสถานที่จัดงานแต่งงานที่มาตอบโจทย์งานในฝันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    ผู้ร่วมงานที่เข้าเยี่ยมชมโซนแมริออท บอนวอยภายในงาน จะได้สัมผัสประสบการณ์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Fuel the Journey, Fill the Journal” ถ่ายทอดเส้นทางแห่งแรงบันดาลของการงานแต่งงาน ทันทีที่มาถึงผู้เข้าชมจะได้รับแท็กกระเป๋าแมริออท บอนวอย รุ่นลิมิเต็ด พร้อมรับหนังสือเดินทาง “Love Concierge Passport’” ภายในหนังสือเดินทางมีเช็กลิสต์ของโรงแรมและรีสอร์ทที่ร่วมจัดแสดงในงาน ให้คู่รักได้เดินสำรวจและเก็บตราประทับ โดยผู้ที่สะสมตราประทับครบอย่างน้อย 5 แห่ง จะได้รับสิทธิ์การเข้าใช้พื้นที่พิเศษ แมริออท บอนวอย เลาจ์น (Marriott Bonvoy Lounge) เพื่อเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ อาทิ บาร์น้ำหอม มุมถ่ายภาพ และตู้เครื่องคีบรางวัล มอบของพิเศษให้นำกลับบ้านอีกด้วย

    นอกจากนี้ภายในโซนแมริออท บอนวอยยังมี “Experience Zone” ให้คู่รักสามารถจินตนาการงานแต่งงานในฝันผ่านจอ LED แบบอินเมอร์ซีฟ นำเสนอหลากหลายจุดหมายปลายทางของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือแมริออททั่วประเทศไทย โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญจากโรงแรมที่เข้าร่วมงานคอยให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกสถานที่ ไปจนถึงช่วงเวลาสำคัญของการแลกแหวน และสำหรับคู่รักที่ยืนยันจัดงานภายในงานจะได้รับโบนัส แมริออท บอนวอย 15,000 คะแนน (เงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงแรมกำหนด)

    โรงแรมและรีสอร์ททั้ง 28 แห่งที่เข้าร่วมจัดแสดงภายในงานครอบคลุมแบรนด์ในกลุ่มลักซ์ชัวรี่ (Luxury) , พรีเมียม (Premium) ซีเล็ก (Select service) กว่า 9 จุดหมายปลายทางยอดนิยมทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงานสุดหรูในห้องบอลรูมใจกลางกรุงเทพฯ งานเฉลิมฉลองริมทะเลในบรรยากาศโรแมนติกของอ่าวไทยและทะเลอันดามัน หรืองานพิธีการท่ามกลางธรรมชาติของขุนเขาอันเขียวชอุ่มในภาคเหนือ แมริออท บอนวอย พร้อมมอบสถานที่อันสมบูรณ์แบบให้ทุกคู่รักได้เอ่ยคำสาบาน และเริ่มต้นการเดินแห่งรักอย่างงดงามและน่าจดจำ

    งาน Sabuy Wedding Festival 2026 จะจัดขึ้นที่ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน วันที่ 14–15 มีนาคม 2026 เวลา 10.00 –21.00 น. ดูรายชื่อโรงแรมและรีสอร์ทที่เข้าร่วมได้ที่: https://www.marriott.com/en-us/marriott-brands/portfolio/Thailand_Wedding_Fair.mi

    เหนือกว่าการเข้าพัก แมริออท บอนวอย มอบประสบการณ์ด้วยแบรนด์โรงแรมกว่า 30 แบรนด์ ครอบคลุมจุดหมายปลายทางกว่า 10,000 แห่งทั่วโลก พร้อมโปรแกรมสมาชิกที่ได้รับรางวัล และประสบการณ์ที่เชื่อมโยงนักเดินทางกับผู้คน สถานที่ และแรงบันดาลใจที่พวกเขาหลงไหล

    ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแมริออท บอนวอย: marriottbonvoy.com.

    โรงแรมและรีสอร์ทในโซนแมริออท บอนวอย

    • โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ
    • โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล
    • โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์
    • โรงแรม เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ
    • แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนต์ สุขุมวิท พาร์ค กรุงเทพ
    • โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา
    • โรงแรมระยอง แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา
    • โรงแรม เชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา
    • โรงแรม เชียงใหม่ แมริออท โฮเทล
    • โรงแรม เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท
    • โรงแรม เจดับบลิว แมริออท เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา
    • โรงแรม เรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา
    • โรงแรม ภูเก็ต แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา ในยางบีช
    • โรงแรม คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ทาวน์
    • โรงแรม เลอ เมอริเดียน เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา
    • โรงแรม เขาหลัก แมริออท บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา
    • โรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เกาะสมุย
    • โรงแรม ดับเบิลยู เกาะสมุย
    • โรงแรม เรเนซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา

    โรงแรมและรีสอร์ทอื่น ๆ ในเครือแมริออท บอนวอย ที่ร่วมจัดแสดงในงาน

    • โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ (บูธ 40)
    • โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ (บูธ 19)
    • โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท, เอ ลักซ์ชัวรี่ คอลเล็คชั่น โฮเท็ล กรุงเทพฯ  (บูธ 16)
    • โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค (บูธ 54)
    • โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ (บูธ A4)
    • โรงแรมแมริออท กรุงเทพฯ สุขุมวิท (บูธ 11)
    • โรงแรม เลอ เมอริเดียน กรุงเทพ (บูธ 20)
    • โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ (บูธ 3)
    • โรงแรม คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท แบงค็อก สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต (บูธ A5)
  • Entertainment - Movie - News

    เมื่อภาพยนตร์และแฟชั่นมารวมตัวกัน “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” ส่งต่อแรงบันดาลใจ สู่หนึ่งในชาเลนจ์ของ “The Face Men Thailand Season 4”

    เตรียมพบกับ “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” ภาคต่อภาพยนตร์สุดไอคอนิกที่ทั่วโลกตั้งตารอ 30 เมษายนนี้ เฉพาะในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

    “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” ได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อรายการ The Face Men Season 4 เปิดตัวหนึ่งในชาเลนจ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ โดยเป็นการผสานโลกแห่งแฟชั่นและความบันเทิงเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมฉลองให้กับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์ที่ทุกคนรอคอย ซึ่งจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ วันที่ 30 เมษายน 2026

    หนึ่งในชาเลนจ์หลักของ “The Face Men Thailand Season 4” จะสร้างสรรค์จากแรงบันดาลใจในภาพยนตร์ “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” โดยท้าทายผู้เข้าแข่งขันภายใต้โจทย์สุดหินซึ่งว่าที่ The Face Men ทุกคนต้องถ่ายทอดทั้งความมั่นใจ ความทะเยอทะยาน และความเพอร์เฟกต์ ในแบบที่พร้อมขึ้นรันเวย์อย่างแท้จริง เพื่อสะท้อนแก่นแท้ของอุตสาหกรรมแฟชั่นยุคใหม่ และไม่เพียงแค่นั้น ผู้ชนะ “The Face Men Thailand Season 4” ยังจะได้รับโอกาสร่วมเดินพรมแดง ในงาน Thailand Gala Premiere “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนเมษายนนี้

    20 ปีหลังจากฝากการแสดงอันเป็นตำนานในบท Miranda, Andy, Emily และ Nigel — Meryl Streep, Anne Hathaway, Emily Blunt และ Stanley Tucci หวนคืนสู่ถนนสายแฟชั่นแห่งนครนิวยอร์ก และออฟฟิศสุดเฉียบของ Runway Magazine อีกครั้ง ในภาพยนตร์ภาคต่อที่ทั่วโลกรอคอยจาก 20th Century Studios เรื่อง “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” สานต่อปรากฏการณ์จากปี 2006 ที่เคยสร้างนิยามใหม่ให้กับทั้งเจเนอเรชันมาแล้ว

    นอกจากนี้ “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” ยังเป็นการกลับมารวมตัวอีกครั้งของทีมงานจากภาคแรก ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ David Frankel และนักเขียนบท Aline Brosh McKenna อีกทั้งยังเสริมทัพด้วยนักแสดงชุดใหม่ที่จะมาสร้างมิติใหม่ให้กับรันเวย์ อาทิ Kenneth Branagh, Justin Theroux, Lucy Liu, B.J. Novak, Simone Ashley, Patrick Brammall, Caleb Hearon และ Helen J. Shen พร้อมการกลับมาของตัวละครที่แฟน ๆ คิดถึงอย่าง Tracie Thoms และ Tibor Feldman ในบท “Lily” และ “Irv” ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงความต่อเนื่องจากภาคแรก ทำให้ภาพจำในวันวานกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

    “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” อำนวยการสร้างโดย Wendy Finerman และได้ Michael Bederman, Karen Rosenfelt และ Aline Brosh McKenna เป็นผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร เตรียมเซ็ตติ้งชุด หน้า ผม ให้พร้อม ซ้อมเดินให้สับ แล้วไปเฉิดฉายกับเหล่าไอคอน 30 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

    “The Face Men Thailand Season 4” เริ่มตอนแรก 7 มีนาคมนี้

    #TheDevilWearsPrada2TH #นางมารสวมปราด้า2


    X: @20thCenturyTH
    Instagram: @20thCenturyStudiosTH
    Facebook: @20thCenturyStudiosTH
    Youtube: @20thCenturyStudiosTH

  • Hotel

    ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ตอกย้ำบทบาทผู้นำบริษัทบริหารจัดการโรงแรมระดับเอเชียแปซิฟิก บนเวที ITB Berlin 2026

    ONYX Hospitality Group หรือ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป บริษัทบริหารจัดการโรงแรมสัญชาติไทยที่มีเครือข่ายครอบคลุมทำเลศักยภาพทั่วเอเชียแปซิฟิก เตรียมเข้าร่วมงาน ITB Berlin 2026 ระหว่างวันที่ 3–5 มีนาคม 2569 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี (ฮอลล์ 26 บูธ 211) เวทีเจรจาธุรกิจท่องเที่ยวระดับโลกที่รวบรวมผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว รายสำคัญของอุตสาหกรรมไว้ในที่เดียว
    ภายในงาน ITB Berlin 2026 ออนิกซ์ฯ พร้อมนำเสนอพอร์ตโฟลิโอโรงแรมเรือธงในประเทศไทย ซึ่งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และสะท้อนศักยภาพการบริหารจัดการที่ครอบคลุมทั้งตลาดท่องเที่ยว (Leisure) และตลาดธุรกิจ (Business & MICE) ได้แก่

    • อมารี กรุงเทพ (Amari Bangkok) – โรงแรมแลนด์มาร์คใจกลางย่านราชประสงค์ รายล้อมด้วยศูนย์การค้าระดับโลก มอบประสบการณ์ “City Break” ระดับพรีเมียม พร้อมศักยภาพรองรับงานประชุมขนาดใหญ่ (MICE) และงานเฉลิมฉลองระดับนานาชาติ
    • อมารี ภูเก็ต (Amari Phuket) – รีสอร์ตริมหาดอ่าวป่าตองที่มีความเป็นส่วนตัวสูง โดดเด่นด้วยวิวทะเลอันดามันแบบพาโนรามา ตอบโจทย์ตลาดคู่รัก ฮันนีมูน และงานแต่งงานริมทะเล พร้อมมาตรฐานบริการระดับสากล
    • อมารี พัทยา (Amari Pattaya) – รีสอร์ตระดับพรีเมียมที่ผสานความเงียบสงบเข้ากับความมีชีวิตชีวาของเมืองพัทยา รองรับทั้งครอบครัว คู่รัก และกลุ่มธุรกิจ ด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ สวนน้ำสำหรับเด็ก และพื้นที่จัดประชุมที่มีฟังก์ชั่นครบครัน
    • อมารี เกาะสมุย (Amari Koh Samui) – รีสอร์ตริมหาดเฉวงที่ผสมผสานเสน่ห์เขตร้อนเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย พร้อมร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังอย่างเปรโก้ (Prego) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายด้านไลฟ์สไตล์ที่ได้รับความนิยมของนักเดินทางจากทั่วโลก
    • โอโซ่ ฌแวง สมุย (OZO Chaweng Samui) – โรงแรมไลฟ์สไตล์บนทำเลศักยภาพของหาดเฉวง ภายใต้คอนเซปต์ “Sparking Adrenaline of Happiness” มอบประสบการณ์การพักผ่อนที่สดใส คุ้มค่า และตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่
      การเข้าร่วมงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการนำเสนอพอร์ตโฟลิโอโรงแรมในเครือของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เท่านั้น หากยังเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การขยายความร่วมมือในตลาดยุโรปอย่างมีทิศทาง ทั้งกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว สายการบิน นักลงทุน และผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้าง “การเติบโตเชิงคุณภาพ” โดยมุ่งสร้างพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในระยะยาว ขณะเดียวกัน เวทีนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญในการรับฟังเสียงของตลาด เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์และปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับพฤติกรรมนักเดินทางที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้อย่างดีเยี่ยม
      แนวทางดังกล่าวสอดคล้องไปกับปรัชญาการดำเนินธุรกิจ “A Tailored Approach to Hospitality” ที่ออนิกซ์ฯ ยึดเป็นกรอบในการออกแบบทั้งยุทธศาสตร์ ประสบการณ์การเข้าพัก การพัฒนาโครงการ ตลอดจนการบริหารจัดการในระดับปฏิบัติการ เพื่อให้สอดรับกับบริบทของคู่ค้าและนักเดินทางแต่ละกลุ่มอย่างแท้จริง รวมถึงการขยายพอร์ตโฟลิโอเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในแต่ละช่วงเวลา โดยเฉพาะในยุคที่นักเดินทางให้คุณค่ากับ “ประสบการณ์ที่มีความหมาย” มากกว่าความสวยงามของห้องพักเพียงอย่างเดียว
      ทั้งนี้ ตลาดยุโรปยังคงเป็นตลาดระยะไกล (Long Haul) ที่มีศักยภาพสูงต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ด้วยพฤติกรรมการเข้าพักที่ยาวนานและระดับการใช้จ่ายต่อทริปที่อยู่ในเกณฑ์สูง อีกทั้งยังเป็นกลุ่มนักเดินทางที่นิยมวางแผนทริปแบบผสมผสาน ที่รวมเอาความสะดวกสบายของชีวิตเมืองเข้ากับเสน่ห์ของธรรมชาติไว้ภายในทริปเดียว ซึ่งประเทศไทยมีความได้เปรียบเชิงโครงสร้างนี้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายการบินที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ กับเมืองหลักในยุโรป โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับตลาดพรีเมียม และความหลากหลายของจุดหมายปลายทางภายในประเทศ
      ออนิกซ์ฯ มองว่า กรุงเทพฯ ในฐานะ “ประตูสู่ภูมิภาค” คือกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เพราะเอื้อต่อการวางแผนทริปแบบ “City Break & Leisure” ซี่งเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวยุโรปเริ่มต้นด้วยประสบการณ์เมืองหลวงที่ครบครันทั้งไลฟ์สไตล์ แหล่งช้อปปิ้ง และวัฒนธรรมที่หลากหลาย ก่อนเชื่อมต่อสู่เมืองท่าชายทะเลอันสวยงามและเงียบสงบ ไม่ว่าจะเป็นสมุยหรือภูเก็ต หรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้อย่างสะดวก ด้วยเที่ยวบินภายในประเทศเพียงหนึ่งชั่วโมง หรือพัทยาที่เดินทางโดยรถยนต์เพียงสองชั่วโมง ความคล่องตัวดังกล่าวจึงสนับสนุนแนวคิด “City-to-Sea” ของออนิกซ์ฯ ที่ออกแบบประสบการณ์จากเมืองสู่ทะเลได้อย่างลงตัว
      ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมตั้งแต่โรงแรมในเมือง รีสอร์ตริมทะเล ไปจนถึงเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ใจกลางแหล่งพักอาศัยที่สะดวกสบาย ออนิกซ์ฯ จึงมีความพร้อมและความยืดหยุ่นในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งตลาดท่องเที่ยว (Leisure) และตลาดธุรกิจ (Business & MICE) อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมายาวนานกว่า 60 ปีในตลาดระดับภูมิภาค ที่ผสานเข้ากับมาตรฐานการดำเนินงานระดับสากลไว้ได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นรากฐานสำคัญขององค์กร และสะท้อนพัฒนาการของบริษัทไทยที่เติบโตจากผู้ประกอบการท้องถิ่นสู่บริษัทบริหารจัดการโรงแรมที่มีบทบาทในเวทีสากลได้อย่างมั่นคง
      ตลอดหกทศวรรษที่ผ่านมา ออนิกซ์ฯ มีบทบาทในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมบริการของภูมิภาค พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในฐานะแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของโครงการและนักเดินทางอย่างต่อเนื่อง บนพื้นฐานของวิสัยทัศน์ระยะยาวและการวางกลยุทธ์อย่างรอบด้าน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังคงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ทั่วโลก เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน และตอกย้ำบทบาทของบริษัทบริหารจัดการโรงแรมที่เป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก
      ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เยี่ยมชมได้ที่: www.onyx-hospitality.com

  • Highlights

    Blue by Alain Ducasse คว้ารางวัล “Best French Restaurant”พร้อมติด Top 20 ร้านอาหารยอดเยี่ยมของประเทศไทยจาก BK Top Tables 2026 Restaurant Awardsตอกย้ำจุดหมายปลายทางไฟน์ไดนิ่งระดับโลกของกรุงเทพฯ

    Blue by Alain Ducasse ร้านอาหารฝรั่งเศสไฟน์ไดนิ่งระดับหนึ่งดาวมิชลิน ณ โซนไอคอนลักซ์ ชั้น 1 ไอคอนสยาม สร้างความภาคภูมิใจด้วยการคว้ารางวัลพิเศษ “Best French Restaurant” พร้อมได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งใน Top 20 ร้านอาหารยอดเยี่ยมของประเทศไทย จาก BK Top Tables 2026 Restaurant Awards อันทรงเกียรติ สะท้อนถึงมาตรฐานความเป็นเลิศ ความคิดสร้างสรรค์ และประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับโลกที่ครองใจนักชิมทั้งชาวไทยและนานาชาติ พร้อมตอกย้ำสถานะของร้านในฐานะหนึ่งในหมุดหมายด้านอาหารฝรั่งเศสไฟน์ไดนิ่งที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาคอย่างแท้จริง

    รางวัลดังกล่าวได้รับการพิจารณาโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาในแวดวงอาหารและไลฟ์สไตล์ ทั้งกูรูด้านอาหาร เชฟชั้นนำ และผู้ทรงอิทธิพลในวงการบริการ ซึ่งร่วมกันให้คะแนนในทุกมิติ ตั้งแต่คุณภาพวัตถุดิบ ความคิดสร้างสรรค์ เทคนิคการปรุง การบริการ บรรยากาศ ไปจนถึงประสบการณ์โดยรวม เพื่อคัดเลือกสุดยอดร้านอาหารแห่งปีอย่างแท้จริง ความสำเร็จครั้งนี้จึงตอกย้ำสถานะของร้านในฐานะหมุดหมายสำคัญของไฟน์ไดนิ่งในกรุงเทพฯ ที่ถ่ายทอดศิลปะการครัวฝรั่งเศสร่วมสมัยผ่านวัตถุดิบตามฤดูกาล งานฝีมืออันประณีต และมุมมองที่ผสานกลิ่นอายสากลเข้ากับเอกลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างสง่างาม

    ภายใต้วิสัยทัศน์ของเชฟ Evens López เชฟชาวเปรูผู้มากด้วยประสบการณ์จากร้านอาหารระดับมิชลินทั้งสองและสามดาวทั่วโลก อาทิ Il Ristorante Trussardi alla Scala เมืองมิลาน, Pavillon Ledoyen ภายใต้การนำของ Yannick Alléno, Le Louis XV – Alain Ducasse ณ โมนาโก, The Clove Club และ Dame de Pic London เชฟ Evens López ได้นำแรงบันดาลใจจากปรัชญาของ Alain Ducasse มาผสานกับภูมิปัญญาอาหารไทย รังสรรค์เมนูที่ให้ความสำคัญกับความสดตามฤดูกาล งานฝีมือ และอารมณ์ความรู้สึก ทุกจานเปรียบเสมือนบทสนทนาระหว่างฝรั่งเศสและเอเชียที่ถ่ายทอดผ่านเทคนิคชั้นสูงและความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด

    ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำสถานะของร้านในฐานะหนึ่งในร้านอาหารฝรั่งเศสที่ดีที่สุดในไทย แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะมหานครแห่งอาหารระดับโลกที่ดึงดูดนักเดินทางและนักชิมจากทั่วโลกให้มาสัมผัสประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งอันงดงาม ทั้งรสชาติ การบริการ และทัศนียภาพโค้งน้ำเจ้าพระยาอันเป็นเอกลักษณ์ ขณะเดียวกัน ไอคอนสยาม หนึ่งในโครงการสำคัญของกลุ่มสยามพิวรรธน์ ซึ่งร่วมทุนกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) และ Magnolia Quality Development Corporation (MQDC) ยังคงเดินหน้าคัดสรรพันธมิตรและแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวระดับโลก โดยการมีร้านอาหารระดับโลกภายในโครงการสะท้อนวิสัยทัศน์ในการสร้าง Global Experiential Destination ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ผสานความหรูหรา นวัตกรรม และประสบการณ์เหนือความคาดหมายไว้อย่างสมบูรณ์แบบ

    BK Top Tables 2026 Restaurant Awards คือเวทีประกาศรางวัลประจำปีที่จัดโดย BK Magazine เพื่อยกย่องและจัดอันดับร้านอาหารที่โดดเด่นที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมตั้งแต่ไฟน์ไดนิ่งไปจนถึงร้านอาหารยอดนิยม โดยพิจารณาจากคุณภาพอาหาร ความคิดสร้างสรรค์ การบริการ บรรยากาศ และประสบการณ์โดยรวม เพื่อสะท้อนภาพรวมของวงการอาหารในไทยและยกระดับมาตรฐานสู่ระดับนานาชาติ
    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ไฮไลต์เมนู และข่าวสารล่าสุด กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.blue-alainducasse.com/ หรือโทร. +66 (0)6-5731-2346

  • Highlights

    ซีเจ มอร์ คว้า FINALIST ต่อเนื่อง 3 ปี บนเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14

    ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ได้รับการประกาศให้เป็น FINALIST รางวัล Best Brand Performance on Social Media สาขา Hypermarket & Supermarket ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 บนเวที Thailand Social Awards ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 14 โดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ณ ICONSIAM โดยรางวัลดังกล่าวมอบให้แก่แบรนด์ที่มีผลงานด้านการสื่อสารบนโซเชียลมีเดียโดดเด่น ทั้งในด้านคุณภาพเนื้อหา การมีส่วนร่วมของผู้ติดตาม และความเหมาะสมในการใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัล

    การได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบสุดท้ายติดต่อกัน 3 ปี สะท้อนถึงการพัฒนางานด้านดิจิทัลคอนเทนต์ของ ซีเจ มอร์ อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสื่อสารข้อมูลข่าวสาร โปรโมชัน สินค้าราคาคุ้มค่า และกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันสามารถติดตามข่าวสารของแบรนด์ได้ทาง LINE Official Account : @CJMORE, Facebook : CJ MORE, Instagram : @cjmore_th และ TikTok : CJMore

    สำหรับเวที Thailand Social Awards ถือเป็นหนึ่งในรางวัลที่ให้ความสำคัญกับการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์ในหลากหลายอุตสาหกรรม การได้รับตำแหน่ง FINALIST ในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ ซีเจ มอร์ ในการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง และสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านทุกช่องทางออนไลน์ของแบรนด์ต่อไป

  • Highlights

    ซีเจ มอร์ คว้า FINALIST ต่อเนื่อง 3 ปี บนเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14

    ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ได้รับการประกาศให้เป็น FINALIST รางวัล Best Brand Performance on Social Media สาขา Hypermarket & Supermarket ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 บนเวที Thailand Social Awards ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 14 โดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ณ ICONSIAM โดยรางวัลดังกล่าวมอบให้แก่แบรนด์ที่มีผลงานด้านการสื่อสารบนโซเชียลมีเดียโดดเด่น ทั้งในด้านคุณภาพเนื้อหา การมีส่วนร่วมของผู้ติดตาม และความเหมาะสมในการใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัล

    การได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบสุดท้ายติดต่อกัน 3 ปี สะท้อนถึงการพัฒนางานด้านดิจิทัลคอนเทนต์ของ ซีเจ มอร์ อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสื่อสารข้อมูลข่าวสาร โปรโมชัน สินค้าราคาคุ้มค่า และกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันสามารถติดตามข่าวสารของแบรนด์ได้ทาง LINE Official Account : @CJMORE, Facebook : CJ MORE, Instagram : @cjmore_th และ TikTok : CJMore

    สำหรับเวที Thailand Social Awards ถือเป็นหนึ่งในรางวัลที่ให้ความสำคัญกับการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์ในหลากหลายอุตสาหกรรม การได้รับตำแหน่ง FINALIST ในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ ซีเจ มอร์ ในการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง และสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านทุกช่องทางออนไลน์ของแบรนด์ต่อไป

  • Business

    บี.กริม ยกระดับศักยภาพธุรกิจไทย สานพลังไตรภาคีจับมือ NIDA และ Harbour.Space ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ระดับโลก

    บี.กริม ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ ในการแถลงความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนาบุคลากรในรูปแบบ “ไตรภาคี” ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) และ สถาบัน Harbour.Space @UTCC สถาบันการศึกษาด้านเทคโนโลยี สร้างผู้ประกอบการ และธุรกิจสมัยใหม่ชั้นนำระดับโลก เพื่อยกระดับขีดความสามารถผู้บริหาร และบุคลากร เตรียมพร้อมรับมือโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้แบบสองทางที่เชื่อมโยงภาคธุรกิจและภาคการศึกษาเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์


    โครงการความร่วมมือนี้ เกิดขึ้นภายใต้แนวทางของ ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ที่ปรึกษาอาวุโส บี.กริม รองศาสตราจารย์ ดร.อนุกัลยณ์ จีระลักษณกุล คณบดีคณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ รองศาสตราจารย์ ดร. เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ประธานสถาบัน Harbour.Space@UTCC ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับการพัฒนา “บุคลากร” เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมไทย โดยมีเป้าหมายหลักในการเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากร บี.กริม และสังคมไทยให้ทัดเทียมระดับสากล และเป็นกำลังสำคัญในการนำพาประเทศไทยก้าวสู่แถวหน้าของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ หรือ New Economy และการขับเคลื่อนธุรกิจด้วย AI บนพื้นฐานของ การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี (Compassionate AI-Driven Organization)


    โดย ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ “ในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนและความท้าทายใหม่ๆ การเตรียมความพร้อมให้บุคลากรมีทักษะและกรอบความคิดที่ทันสมัย ผสานกับความเป็นคนดีและมีจิตใจโอบอ้อมอารี คือ หัวใจสำคัญ บี.กริม มุ่งมั่นที่จะสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่ไม่เพียงแต่เก่งในธุรกิจ แต่ต้องเข้าใจเทคโนโลยีและนวัตกรรม ความร่วมมือกับ NIDA และ Harbour.Space จึงเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เราและประเทศไทย ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง”


    ความโดดเด่นของความร่วมมือไตรภาคีครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการส่งบุคลากรไปอบรมตามหลักสูตรทั่วไป แต่เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในสองมิติ กล่าวคือ
    1.ยกระดับผู้บริหาร บี.กริม (Upskilling Executives): นำองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการขั้นสูงจาก NIDA ผสานกับทักษะด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) จาก Harbour.Space มาพัฒนาหลักสูตรเฉพาะ เพื่อสร้างผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและเท่าทันเทคโนโลยียุคดิจิทัล
    2.เสริมมุมมองธุรกิจจริงให้ภาคการศึกษา (Real-world Business Insight): ในมุมกลับกัน บี.กริม จะทำหน้าที่เป็น “ห้องปฏิบัติการทางธุรกิจ” ที่ช่วยสะท้อนภาพความเป็นจริงของโลกผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Perspective) ให้กับสถาบันการศึกษา ทำให้ NIDA และ Harbour.Space เข้าใจบริบทธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วได้ดียิ่งขึ้น นำไปสู่การพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์โลกการทำงานจริงได้อย่างแม่นยำ

    คุณเกรียงไกร อยู่ยืน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล บี.กริม กล่าวปิดท้าย “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของภาคเอกชนและภาคการศึกษาไทย ในการผนึกกำลังเพื่อสร้างสังคมและประชากรที่ดีและมีคุณภาพ ตอบรับนโยบายการขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรม เอไอ และเตรียมความพร้อมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ อย่างเป็นรูปธรรม อันสะท้อนวิสัยทัศน์ของ บี.กริม ที่ “ดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี” ในประเทศไทยมากกว่า 148 ปี”

  • Business - News

    NEXTOPIA แสดงความยินดีกับ Julien Wallet-Hougetผู้ก่อตั้ง Dots Coffee และ DID – Dine in the Dark ได้รับการยกย่องใน Global Inclusion List 2026

    NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ชั้น 5 และ 5 A สยามพารากอน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่รวมพลังทุกภาคส่วน ร่วมนำเสนอนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เปิดรับทุกคนมาร่วมสร้างโลกที่ดีกว่า “Join us in the Making of a Better World” สร้างคุณค่าให้กับทุกการมาเยือนควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพและยั่งยืน NEXTOPIA ซึ่งเป็นที่ตั้งของสาขาล่าสุดของ Dots Coffee ขอร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมแด่ Julien Wallet-Houget ผู้ก่อตั้ง Dots Coffee ในโอกาสที่ได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งใน Global Inclusion List 2026 สาขา Inspirational Role Model บุคคลต้นแบบผู้สร้างผลงานอันโดดเด่นในการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมทางสังคมในระดับนานาชาติ

    Julien Wallet-Houget (จูเลียน วอลเล็ต-ฮูเกต์) เป็นนวัตกรเพื่อสังคมและนักกฎหมาย ผู้บุกเบิกโมเดลต้นแบบการจ้างงานและการมีส่วนร่วมของคนพิการในระบบเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการก่อตั้ง Dots Coffee ซึ่งเป็นร้านกาแฟแห่งแรกของโลกที่ดำเนินงานโดยผู้พิการทางการมองเห็นทั้งหมด และ DID – Dine in the Dark ร้านอาหารในความมืดแห่งแรกของเอเชียที่จ้างงานมืออาชีพที่เป็นผู้พิการทางการมองเห็น โดย กาวิน ควงปาริชาติ
    ผู้ร่วมก่อตั้งและทีมงานที่มุ่งมั่น ได้ร่วมกันสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับบุคลากรมาแล้วกว่า 60 คน โมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนและขยายผลได้นี้ ได้ใช้ศักยภาพของทีมงานผู้พิการทางการมองเห็นเป็นรากฐานสำคัญสู่ความสำเร็จของธุรกิจ พร้อมทั้งผสานแนวคิดการมีส่วนร่วม (Inclusion) เข้ากับประสบการณ์การบริโภคในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว เพื่อปรับเปลี่ยนมุมมองของสังคมต่อศักยภาพในระดับมืออาชีพของผู้พิการ ทั้งนี้ สำหรับผู้สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ของ Dot Coffee ได้ที่ NEXTOPIA ชั้น 5A สยามพารากอน ใจกลางกรุงเทพฯ

    NEXTOPIA และ สยามพารากอน เชื่อมั่นว่า การยอมรับในความหลากหลายและการมีส่วนร่วม (Inclusion) คือพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนสังคม ความสำเร็จของ Julien Wallet-Houget สะท้อนถึงคุณค่าหลักที่ NEXTOPIA มุ่งมั่นผลักดันมาโดยตลอด นั่นคือการสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วม แสดงศักยภาพ และเติบโตไปด้วยกันอย่างเท่าเทียม การได้รับการยกย่องในระดับสากลครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นแรงบันดาลใจ แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่าความมุ่งมั่น ความเข้าใจ และการลงมือทำอย่างกล้าหาญ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนได้จริง NEXTOPIA คือก้าวสำคัญที่ยกระดับการขับเคลื่อนด้าน Sustainability ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ดำเนินงานภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด โดยผสานหลักการดังกล่าวเข้ากับทุกมิติขององค์กร ทั้งการบริหารภายใน กิจกรรมเพื่อผู้ใช้บริการ ตลอดจนโครงการที่สร้างประโยชน์ต่อสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ Global Inclusion List ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกสองปีและล่าสุดได้จัดพิธีมอบรางวัลอย่างยิ่งใหญ่ ณ
    กรุงลอนดอน เป็นหนึ่งในเวทีระดับโลกที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ในการยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลผู้มีผลงานโดดเด่นในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม ทั้งในระดับองค์กรและสังคมอย่างเป็นรูปธรรมและวัดผลได้ โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์จริงของการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียมในสภาพแวดล้อมการทำงาน ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกในแต่ละปีล้วนเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่นักขับเคลื่อนประชาสังคมไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์วัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง และมุ่งมั่นขจัดอุปสรรคเชิงระบบที่ขวางกั้นโอกาสอย่างจริงจัง

    Global Inclusion List ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 ภายใต้โครงการ globalInclusivity.org แพลตฟอร์มระดับโลกที่มุ่งเน้นการสร้างเครือข่าย และสนับสนุนผู้ที่ขับเคลื่อนความเท่าเทียมในสถานที่ทำงานและสังคมทั่วโลก โดยแพลตฟอร์มนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางให้องค์กรและบุคคล ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างความร่วมมือข้ามภาคส่วน ภายใต้ความเชื่อร่วมกันว่า “การยอมรับความแตกต่าง (Inclusion) ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือสิ่งจำเป็น” (Inclusion is not optional – it’s essential)

  • Highlights - News

    ไอคอนสยาม คว้าแชมป์ Best Brand Performance on Social Mediaครองอันดับ 1 กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า จากเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการสร้างประสบการณ์ระดับโลก

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ครองตำแหน่งผู้นำด้านดิจิทัลคอนเทนต์และการสื่อสารออนไลน์ คว้ารางวัล Best Brand Performance on Social Media ในสาขากลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า (Shopping Center & Department Store) จากเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่โดดเด่น ครอบคลุม และสามารถเชื่อมโยงแบรนด์กับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพบนทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยปีที่ผ่านมาสามารถสร้างยอด Reach ระดับปรากฏการณ์จากแคมเปญหลักและคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล ตอกย้ำบทบาทการเป็น Global Experiential Destination ที่ไม่เพียงเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวระดับโลก แต่ยังสามารถสร้างคอมมูนิตี้บนโลกออนไลน์ได้อย่างแข็งแกร่ง

    สุมา วงษ์พันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ตลอดปี 2568 ไอคอนสยามมีศักยภาพในการสื่อสารออนไลน์ที่โดดเด่น สามารถสร้างยอดการเข้าถึงคอนเทนต์รวมทั้งปีกว่ามากกว่า 300 ล้านครั้ง บนแพลตฟอร์มหลัก ทั้ง Facebook, Instagram, X และ TikTok พร้อมอัตราการเติบโตของผู้ติดตามเฉลี่ยสูงสุด 100% จากแคมเปญและคอนเทนต์ต่าง ๆ ซึ่งไม่เพียงสร้าง Engagement บนโลกออนไลน์ ยังสามารถเชื่อมโยงพลังโซเชียลมีเดียสู่ผลลัพธ์เชิงธุรกิจและทราฟฟิกจริงในศูนย์การค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยแคมเปญใหญ่ปี 2568 ที่ได้รับการตอบรับสูง เช่น Amazing Thailand Countdown 2025 ซึ่งมีการอัปเดตแบบ Real-time บนโซเชียลมีเดีย ทำให้ไอคอนสยามติดเทรนด์ X อันดับ 1 ต่อเนื่องถึง 3 วันติดต่อกัน และสร้าง Community Engagement มากกว่า 60 ล้านครั้ง ส่งผลให้มีผู้เข้าร่วมงานบริเวณริมน้ำเจ้าพระยาอย่างเนืองแน่น และตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ไอคอนสยามมีทราฟฟิกเพิ่มขึ้นมาก รวมถึงงาน Thaiconic Songkran Celebration 2025 แคมเปญ Soft Power ที่ผสานวัฒนธรรมไทยกับไลฟ์สไตล์สากล ซึ่งสร้าง Viral Marketing บน Social Media มียอดวิวในช่วงงานสงกรานต์สูงถึง 165 ล้านวิว เฉพาะช่องทาง TikTok ส่งผลให้ทราฟฟิกช่วงสงกรานต์เติบโตจากปีก่อนหน้า พร้อมยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    “กลยุทธ์หลักในการสื่อสารออนไลน์ของไอคอนสยามเน้นที่การสร้างประสบการณ์ผ่านคอนเทนต์ทุกรูปแบบ (Multi-format Content) ที่ตรงใจและสอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อให้โลกออนไลน์และประสบการณ์จริงเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ โดยไม่ได้คาดหวังเพียงตัวเลขการเข้าถึงหรือยอดการมีส่วนร่วม แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของคอนเทนต์และการสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายให้กับผู้ติดตามทุกคน ซึ่งการคว้ารางวัล Best Brand Performance on Social Media จากเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของทีมงานทุกคน เพราะสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการพัฒนาและยกระดับการสื่อสารของไอคอนสยามอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เราขอขอบคุณลูกค้าและแฟน ๆ ในคอมมูนิตี้ทุกกลุ่ม ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทุกเรื่องราวและแคมเปญของไอคอนสยามตลอดปีที่ผ่านมา” คุณสุมากล่าว

    การคว้ารางวัล Best Brand Performance on Social Media ในสาขากลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า ของไอคอนสยามในปีนี้ ไม่เพียงเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จด้านตัวเลขและการมีส่วนร่วมบนโลกออนไลน์ ยังสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างบทสนทนา สร้างการมีส่วนร่วม และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภคในยุคดิจิทัลได้อย่างทรงพลัง ตอกย้ำความมุ่งมั่นของไอคอนสยามในการพัฒนาแพลตฟอร์มการสื่อสารที่ทันสมัย มีคุณภาพ และสร้างคุณค่าให้แก่ทั้งพันธมิตรทางธุรกิจ แบรนด์ ร้านค้า ตลอดจนผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและนานาชาติ พร้อมเดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ๆ บนโลกออนไลน์ควบคู่ไปกับการมอบประสบการณ์เหนือระดับในทุกมิติของไลฟ์สไตล์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการผสานครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์เพื่อสื่อสารแบรนด์อย่างทรงพลังในเชิง Soft Power จนสามารถสร้างการรับรู้ที่กว้างไกลทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

    ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ผลักดันให้ไอคอนสยามมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเดินหน้ามอบประสบการณ์เหนือระดับ และแตกต่างเกินความคาดหมายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้กับผู้ติดตามต่อไป สามารถติดตามคอนเทนต์ต่าง ๆ จากไอคอนสยามได้ทาง Website: www.iconsiam.com / Facebook: ICONSIAM / Instagram: ICONSIAM และX: ICONSIAM