“The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” ได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อรายการ The Face Men Season 4 เปิดตัวหนึ่งในชาเลนจ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ โดยเป็นการผสานโลกแห่งแฟชั่นและความบันเทิงเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมฉลองให้กับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์ที่ทุกคนรอคอย ซึ่งจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ วันที่ 30 เมษายน 2026
หนึ่งในชาเลนจ์หลักของ “The Face Men Thailand Season 4” จะสร้างสรรค์จากแรงบันดาลใจในภาพยนตร์ “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” โดยท้าทายผู้เข้าแข่งขันภายใต้โจทย์สุดหินซึ่งว่าที่ The Face Men ทุกคนต้องถ่ายทอดทั้งความมั่นใจ ความทะเยอทะยาน และความเพอร์เฟกต์ ในแบบที่พร้อมขึ้นรันเวย์อย่างแท้จริง เพื่อสะท้อนแก่นแท้ของอุตสาหกรรมแฟชั่นยุคใหม่ และไม่เพียงแค่นั้น ผู้ชนะ “The Face Men Thailand Season 4” ยังจะได้รับโอกาสร่วมเดินพรมแดง ในงาน Thailand Gala Premiere “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนเมษายนนี้
20 ปีหลังจากฝากการแสดงอันเป็นตำนานในบท Miranda, Andy, Emily และ Nigel — Meryl Streep, Anne Hathaway, Emily Blunt และ Stanley Tucci หวนคืนสู่ถนนสายแฟชั่นแห่งนครนิวยอร์ก และออฟฟิศสุดเฉียบของ Runway Magazine อีกครั้ง ในภาพยนตร์ภาคต่อที่ทั่วโลกรอคอยจาก 20th Century Studios เรื่อง “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” สานต่อปรากฏการณ์จากปี 2006 ที่เคยสร้างนิยามใหม่ให้กับทั้งเจเนอเรชันมาแล้ว
นอกจากนี้ “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” ยังเป็นการกลับมารวมตัวอีกครั้งของทีมงานจากภาคแรก ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ David Frankel และนักเขียนบท Aline Brosh McKenna อีกทั้งยังเสริมทัพด้วยนักแสดงชุดใหม่ที่จะมาสร้างมิติใหม่ให้กับรันเวย์ อาทิ Kenneth Branagh, Justin Theroux, Lucy Liu, B.J. Novak, Simone Ashley, Patrick Brammall, Caleb Hearon และ Helen J. Shen พร้อมการกลับมาของตัวละครที่แฟน ๆ คิดถึงอย่าง Tracie Thoms และ Tibor Feldman ในบท “Lily” และ “Irv” ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงความต่อเนื่องจากภาคแรก ทำให้ภาพจำในวันวานกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ชั้น 5 และ 5 A สยามพารากอน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่รวมพลังทุกภาคส่วน ร่วมนำเสนอนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เปิดรับทุกคนมาร่วมสร้างโลกที่ดีกว่า “Join us in the Making of a Better World” สร้างคุณค่าให้กับทุกการมาเยือนควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพและยั่งยืน NEXTOPIA ซึ่งเป็นที่ตั้งของสาขาล่าสุดของ Dots Coffee ขอร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมแด่ Julien Wallet-Houget ผู้ก่อตั้ง Dots Coffee ในโอกาสที่ได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งใน Global Inclusion List 2026 สาขา Inspirational Role Model บุคคลต้นแบบผู้สร้างผลงานอันโดดเด่นในการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมทางสังคมในระดับนานาชาติ
Julien Wallet-Houget (จูเลียน วอลเล็ต-ฮูเกต์) เป็นนวัตกรเพื่อสังคมและนักกฎหมาย ผู้บุกเบิกโมเดลต้นแบบการจ้างงานและการมีส่วนร่วมของคนพิการในระบบเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการก่อตั้ง Dots Coffee ซึ่งเป็นร้านกาแฟแห่งแรกของโลกที่ดำเนินงานโดยผู้พิการทางการมองเห็นทั้งหมด และ DID – Dine in the Dark ร้านอาหารในความมืดแห่งแรกของเอเชียที่จ้างงานมืออาชีพที่เป็นผู้พิการทางการมองเห็น โดย กาวิน ควงปาริชาติ ผู้ร่วมก่อตั้งและทีมงานที่มุ่งมั่น ได้ร่วมกันสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับบุคลากรมาแล้วกว่า 60 คน โมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนและขยายผลได้นี้ ได้ใช้ศักยภาพของทีมงานผู้พิการทางการมองเห็นเป็นรากฐานสำคัญสู่ความสำเร็จของธุรกิจ พร้อมทั้งผสานแนวคิดการมีส่วนร่วม (Inclusion) เข้ากับประสบการณ์การบริโภคในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว เพื่อปรับเปลี่ยนมุมมองของสังคมต่อศักยภาพในระดับมืออาชีพของผู้พิการ ทั้งนี้ สำหรับผู้สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ของ Dot Coffee ได้ที่ NEXTOPIA ชั้น 5A สยามพารากอน ใจกลางกรุงเทพฯ
ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ครองตำแหน่งผู้นำด้านดิจิทัลคอนเทนต์และการสื่อสารออนไลน์ คว้ารางวัล Best Brand Performance on Social Media ในสาขากลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า (Shopping Center & Department Store) จากเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่โดดเด่น ครอบคลุม และสามารถเชื่อมโยงแบรนด์กับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพบนทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยปีที่ผ่านมาสามารถสร้างยอด Reach ระดับปรากฏการณ์จากแคมเปญหลักและคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล ตอกย้ำบทบาทการเป็น Global Experiential Destination ที่ไม่เพียงเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวระดับโลก แต่ยังสามารถสร้างคอมมูนิตี้บนโลกออนไลน์ได้อย่างแข็งแกร่ง
ออกแบบพื้นที่โดยใช้แนวคิด Biophilic พร้อมผสานหลัก Active Design เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น The Spiral บันไดโถงที่เชื่อมต่อพื้นที่ชั้น 4, 5 และ 5A ทำให้คนเลือกเดินขึ้นลงมากกว่าการใช้ลิฟท์ อีกทั้ง The Forest Canopy และ The Ocean Canopy ที่ใช้วัสดุรีไซเคิล รวมถึงขยะจากท้องทะเล มาสร้างสรรค์เป็นงานศิลป์ที่สวยงาม เพื่อเชื่อมโยงมนุษย์กับธรรมชาติ และดึงดูดให้คนใช้เป็นเส้นทางเดินขึ้นชั้น 5A เช่นกัน
The Kinetic Floor และ The Energy Playground แค่ทุกคนขยับก็ร่วมกันผลิตไฟฟ้า ส่งเสริมให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องสนุก โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่นที่สนใจเทคโนโลยีและชอบนวัตกรรมที่สัมผัสได้
วงการ T-POP ลุกเป็นไฟ! เมื่อ 12 หนุ่มศิลปินวง BUS because of you i shine ตัวแทนที่สุดของคนรุ่นใหม่ระดับสากล ซึ่งเพิ่งสร้างความภาคภูมิใจบนเวทีระดับโลกอย่าง M Countdown มาสดๆ ร้อนๆ ได้ปรากฏตัวสร้างปรากฏการณ์ความร้อนแรงในพิธีเปิดงานตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ “ICONSIAM A PROSPEROUS CHINESE NEW YEAR 2026” ณ ไอคอนสยาม ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยพลังและความประทับใจริมโค้งน้ำเจ้าพระยา
โดยไฮไลต์ที่สะกดทุกสายตาคือโชว์พิเศษ The Miracle of Fountain “มนตราแห่งโค้งน้ำท้องมังกร” ที่ 12 หนุ่มวง BUS มาในลุคชุดจีนร่วมสมัยสุดพรีเมียม ถ่ายทอด “ที่สุดแห่งพลัง” ผ่านการแสดงโบกธงม้าวิเศษ 8 ทิศ (Ba Ma) สัญลักษณ์แห่งกองทัพอาชาผู้นำชัยชนะที่พุ่งทะยานนำพาสิริมงคลมาจากทุกสารทิศ ผสานความตระการตาของน้ำพุเต้นระบำและโปรดักชันแสงสีเสียงระดับโลก ซึ่งถือเป็นการรวมตัวของ “ที่สุดแห่งฮวงจุ้ย” บนทำเลท้องมังกร และพลังของศิลปินรุ่นใหม่ที่กำลังเป็นกระแสไปทั่วโลกไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนจะส่งต่อความสนุกด้วยมินิคอนเสิร์ตสุดมันส์ที่ตอกย้ำความเป็น Global Idol ของพวกเขาได้อย่างน่าประทับใจ
วาเลนไทน์นี้ TAMBURINS ชวนมอบของขวัญแทนใจให้คนพิเศษ ด้วยคอลเลกชัน Evening Glow กลิ่นหอมที่บอกเล่าเสน่ห์ของกุหลาบในมุมใหม่ ทั้งอบอุ่น ละมุน และเข้าถึงง่ายกว่าเดิม โดยหยิบเอาวลีคลาสสิก “A rose is a rose is a rose” ที่พูดถึงความงามของกุหลาบในทุกช่วงเวลา ตั้งแต่ยังเป็นเมล็ดพันธุ์จนผลิบาน แม้รูปลักษณ์จะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่เสน่ห์ก็ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง มาตีความตามจินตนาการในแบบฉบับ TAMBURINS เป็นกลิ่นหอมฟีลกุหลาบที่ให้ความรู้สึกใหม่ ไม่จำเจ
แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน) เปิดตัวโปรแกรม Good Travel with Marriott Bonvoy™ ที่ได้ถูกยกระดับใหม่ มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์สำหรับแขกผู้เข้าพัก ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างมีจุดมุ่งหมาย โดยมีประสบการณ์เกือบ 100 รายการ จากโรงแรมเกือบ 80 แห่ง ใน 12 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน) ให้แขกผู้เข้าพักสามารถได้เลือกสัมผัสเพื่อสร้างสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับจุดหมายปลายทางและชุมชนท้องถิ่น ผ่านประสบการณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง โปรแกรมในปัจจุบันถูกออกแบบขึ้นภายใต้สองเสาหลักสำคัญ ได้แก่ การมีส่วนร่วมกับชุมชน และ การช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม โดยโปรแกรมจะนำเสนอประสบการณ์ที่ช่วยให้แขกผู้เข้าพักได้เรียนรู้สิ่งที่มีความหมายต่อพื้นที่ที่พวกเขาเดินทางไปเยือน พร้อมค้นพบแนวทางในการมีส่วนร่วมและสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืน ด้วยรายการกิจกรรมที่หลากหลาย Good Travel with Marriott Bonvoy™ จึงเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้นักเดินทางได้เข้าใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง และยังสามารถมีส่วนช่วยสนับสนุนชุมชนและระบบนิเวศในแต่ละจุดหมายปลายทาง
“โปรแกรม Good Travel with Marriott Bonvoy™ ที่ได้ถูกยกระดับใหม่นี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมายให้กับแขกผู้เข้าพัก นักเดินทางในวันนี้ต้องการเดินทางอย่างมีจุดมุ่งหมาย พวกเขาต้องการเข้าถึงแก่นแท้และเข้าใจอัตลักษณ์ของจุดหมายปลายที่พวกเขาเดินทางไปเยือนทางอย่างแท้จริง Good Travel with Marriott Bonvoy™ ยังสะท้อนถึงพันธกิจของเราในการเชื่อมโยงผู้คนผ่านพลังของการเดินทาง พร้อมช่วยรักษาดูแลโลกใบนี้ไปด้วยกัน ผ่านความสนับสนุนด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น” จอห์น ทูมีย์ (John Toomey) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ (Chief Commercial Officer) ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นจีน) กล่าว
ประสบการณ์ภายใต้โปรแกรม Good Travel with Marriott Bonvoy™ ทุกกิจกรรมได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อเชื่อมโยงแขกผู้เข้าพักเข้ากับรากฐานทางวัฒนธรรมในแต่ละจุดหมายปลายทาง พร้อมเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติที่สร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ผู้เข้าพักสามารถสร้างความทรงจำที่มีความหมาย พร้อมสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสถานที่ที่เดินทางไปเยือน โดยประสบการณ์เหล่านี้เปิดให้เฉพาะแขกผู้เข้าพักในโรงแรมและรีสอร์ทของแมริออทเท่านั้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Good Travel with Marriott Bonvoy™
หลังจากที่ประกาศรายชื่อผู้รับรางวัล Tatler Best 100 ไปแล้วในวันแรก Tatler Asia ได้สานต่อการเฉลิมฉลองความเป็นเลิศเป็นวันที่สอง ด้วยงานกาล่าดินเนอร์สุดตระการตา เพื่อเชิดชูผู้ชนะรางวัล Best-in-Class อันทรงเกียรติจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง งานมอบรางวัลและกาล่าดินเนอร์ในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยความร่วมมือกับ Mastercard และ Priceless, SJM Resorts, S.A., สยามพารากอน และ Amazing Thailand เพื่อยกย่อง 52 สถานประกอบการที่โดดเด่นอันเป็นสุดยอดแห่งความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมการบริการของเอเชีย รางวัลเหล่านี้คือการสดุดีแด่สถานประกอบการที่สร้างผลงานอันยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปีในหลากหลายสาขา อาทิ โรงแรมแห่งปี (Hotel of the Year), ร้านอาหารแห่งปี (Restaurant of the Year) และ บาร์แห่งปี (Bar of the Year) เอเชียแปซิฟิก ● โรงแรมแห่งปี (Hotel of the Year): ได้แก่ Mandarin Oriental Bangkok (ไทย) ● ร้านอาหารแห่งปี (Restaurant of the Year): ได้แก่ Sézanne (ญี่ปุ่น) ● บาร์แห่งปี (Bar of the Year): ได้แก่ Bar Leone (ฮ่องกง)
ตะวันออกกลาง ● โรงแรมแห่งปี (Hotel of the Year): ได้แก่ Nujuma, a Ritz-Carlton Reserve (ซาอุดิอาระเบีย) ● ร้านอาหารแห่งปี (Restaurant of the Year): ได้แก่ Trèsind Studio (ดูไบ) ● บาร์แห่งปี (Bar of the Year): ได้แก่ Honeycomb Hi-Fi (ดูไบ)
นอกจากเหล่ารางวัลอันทรงเกียรติแล้ว ยังมีการประกาศมอบรางวัลเกียรติยศ Legacy Award ให้กับมิเชล การ์โนต์ (Michelle Garnaut) ผู้ก่อตั้งร้านอาหารระดับตำนาน M on the Bund เพื่อยกย่องในฐานะผู้บุกเบิกที่สร้างผลกระทบอันยิ่งใหญ่ต่อภูมิทัศน์แห่งวงการอาหารและวัฒนธรรมในจีนแผ่นดินใหญ่ นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปีค.ศ. 1999 นั้น M on the Bund มิเพียงแต่สร้างนิยามใหม่ให้กับประวัติศาสตร์ร้านอาหารของมหานครเซี่ยงไฮ้เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์และการแลกเปลี่ยนทางปัญญาที่จุดประกายให้คนรุ่นใหม่ในแวดวงธุรกิจร้านอาหารได้เรียนรู้ เพื่อหลอมรวมศาสตร์แห่งอาหารเข้ากับวัฒนธรรมและชุมชนได้อย่างสง่างามและมีคุณค่าสืบไป