Admin

  • Property

    เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จัดงาน Grand Opening สุดเอ็กซ์คลูซีฟอวดโฉมโครงการใหม่ “มาวิสต้า พร้อมพงษ์” เพนท์เฮ้าส์สุดหรูใจกลางพร้อมพงษ์

    บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จัดงาน Grand Opening สุดเอ็กซ์คลูซีฟเปิดตัวโครงการใหม่ “มาวิสต้า พร้อมพงษ์” (MAVISTA PHROM PHONG) คอนโดระดับ Ultra Luxury ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับบนสุดที่บริษัทเคยทำมา เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ (Rosewood Bangkok) พร้อมให้ลูกค้าได้สัมผัสความเหนือระดับ และจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้

    ดร.สุริยา พูลวรลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการ “มาวิสต้า พร้อมพงษ์” (MAVISTA PHROM PHONG) เป็นคอนโดระดับ Ultra Luxury ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับบนสุดที่บริษัทเคยทำมา พร้อมมอบความพิเศษเหนือระดับให้กับลูกค้าด้วยความเป็นส่วนตัวและพื้นที่ในรูปแบบ Penthouse ทั้งโครงการ สะท้อนถึงตัวตนผู้อยู่อาศัยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพระดับ World-Class ใจกลางเมือง ภายใต้คอนเซ็ปต์ CLASS IS INHERITANCE
    ทั้งนี้ ความโดดเด่นและแตกต่างของ “มาวิสต้า พร้อมพงษ์” คือ ห้องพักในรูปแบบ Penthouse สุดเอ็กซ์คลูซีฟทุกยูนิต เพียง 45 ยูนิต สูง 32 ชั้น โดยทุกยูนิตมาพร้อมลิฟต์ส่วนตัวและที่จอดรถมากถึง 357% โดยมีจำนวนห้องพักต่อชั้นเพียง 1-2 ห้องเท่านั้น เพื่อมอบความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวเหนือระดับให้กับผู้พักอาศัย โดยมีขนาดห้องเริ่มต้นที่ 204-517 ตร.ม. จำนวน 3-5 ห้องนอน ในราคาเริ่มต้น 70 ล้านบาท อีกไฮไลท์คือ “ทำเล” ที่เดินทางสะดวก โดยตั้งอยู่ใจกลางเมืองในซอยสุขุมวิท 39 ใจกลางพร้อมพงษ์ ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์ เพียง 190 เมตร และอยู่ใกล้สถานที่สำคัญๆ ทั้งศูนย์การค้าอย่าง เอ็ม ดิสทริค (EM DISTRICT) โรงพยาบาลชั้นนำและโรงเรียนนานาชาติ

    ทั้งนี้ จากการเปิดขายเป็นการภายในรอบ VVIP ให้ลูกค้าได้เข้ามาจับจอง พบว่าได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ปัจจุบันสามารถปิดยอดขาย 50% โดยเฉพาะห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดพื้นที่ 517 ตร.ม. ราคากว่า 200 ล้านบาท พบว่า Sold Out เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในบริษัทเมเจอร์ดีเวลลอปเมนท์ และสุดยอดทำเลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี

    ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ทางโครงการยังได้ผนึกความร่วมมือกับ บริษัท สี่พระยาก่อสร้าง จำกัด ผู้รับเหมาก่อสร้างระดับ Top Tier ของประเทศไทย มาเป็นผู้ดูแลการก่อสร้างโครงการ ซึ่งเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ก่อสร้างโครงการระดับ Luxury Segment หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น 98 Wireless, The Monument ทองหล่อ และโรงแรม Four Seasons Bangkok เป็นต้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการก่อสร้างโครงการที่พักอาศัย, โครงการเชิงพาณิชย์และอาคารสูง


    นอกจากนี้ ล่าสุดโครงการยังได้รับอนุมัติผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ “EIA Approved” จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าที่สนใจโครงการมากยิ่งขึ้น
    “มาวิสต้า” ถือเป็นแบรนด์ที่อยู่ในเซ็กเมนต์ระดับบนสุดของบริษัท โดยพัฒนามาจากโครงการบ้านระดับ Ultra Luxury โซนกรุงเทพกรีฑา “โครงการมาวิสต้า เพรสทีจ วิลเลจ กรุงเทพกรีฑา” ซึ่งปัจจุบัน Sold Out เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาสู่คอนโดระดับ Ultra Luxury โดดเด่นด้วยดีไซน์การออกแบบ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เสมือนบ้านหลังใหญ่ใจกลางเมือง” โดยเลือกพัฒนาโครงการในทำเลพร้อมพงษ์ ที่เป็นสุดยอดทำเลของกรุงเทพฯ
    จากการตอบรับที่ล้นหลามของลูกค้า บริษัทเตรียมจัดอีเว้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ Penthouse ที่หาไม่ได้อีกแล้วในทำเลนี้ ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ (Rosewood Bangkok) ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. โดยลูกค้าที่สนใจโครงการ “มาวิสต้า พร้อมพงษ์” สามารถสอบถามเพิ่มเติมที่ MJD Contact Center โทร 1266, Line Official : @mjd.th (https://bit.ly/MJDLine) หรือลงทะเบียนเข้าร่วมงาน : https://bit.ly/4oAgjCc

  • Business - Sustainable

    CORAL LIFE เปิดตัว “ดู๋ สัญญา” ในฐานะ Brand Ambassador “Zehnder”ร่วมขับเคลื่อนภารกิจ “Rewrite the Future” จุดประกายแนวคิดการอยู่อาศัยยุคใหม่ผสานเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

    ในโลกที่ “อากาศ” กลายเป็นทรัพยากรสำคัญที่ต้องบริหารจัดการอย่างจริงจัง “คอรัล ไลฟ์” (Coral Life) ในฐานะผู้นำด้าน Built Environment Total Solution โซลูชันอสังหาฯ อย่างยั่งยืน ที่เริ่มต้นจากความเข้าใจโครงสร้างอาคารถึงคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย เดินหน้าสานต่อวิสัยทัศน์องค์กร ภายใต้แนวคิด “ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนผ่านอาคารที่หายใจได้” ด้วยภารกิจ “Rewrite the Future” เพื่อสะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ไม่เพียงเปลี่ยนโครงสร้างของอาคาร แต่ยัง “เขียนอนาคตใหม่” ให้กับการอยู่อาศัยในสังคมเมืองอย่างแท้จริง


    คุณเจมส์ ดูอัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอรัล ไลฟ์ จำกัด กล่าวว่า Coral Life มีเป้าหมายในการ “สร้างระบบนิเวศอัจฉริยะ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน” โดยมองเห็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานของอาคารที่มีชีวิต ให้เป็นระบบนิเวศอัจฉริยะ (Smart Ecosystem) ที่สามารถปรับตัวเองได้อย่างชาญฉลาด ครอบคลุมทั้งระบบจัดการคุณภาพอากาศและพลังงาน ภายใต้โซลูชันครบวงจร Coral Life Total Solution โดยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา Coral Life ได้เปลี่ยนอาคารทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศให้กลายเป็นอาคารประหยัดพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองต่อพลังงาน อุณหภูมิ และคุณภาพอากาศ เพื่อสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่ดีต่อร่างกาย จิตใจ และโลกใบนี้

    “เราเชื่อว่าอนาคตของการอยู่อาศัย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของดีไซน์หรือความสะดวกสบาย แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และสุขภาวะของมนุษย์ ภายใต้ภารกิจ Rewrite the Future โดยชวนทุกคนกลับมาทบทวนว่า เราจะอยู่ร่วมกับอากาศที่เราหายใจอย่างเข้าใจและรับผิดชอบมากขึ้นได้อย่างไร และ Coral Life ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบนั้น” คุณเจมส์ กล่าว
    โดยปีนี้อีกหนึ่งก้าวสำคัญของภารกิจ “Rewrite the Future” คือ การเปิดตัว Zehnder แบรนด์ชั้นนำระดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้นำด้านระบบหมุนเวียนอากาศ (Ventilation with Heat Recovery) ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง Coral Life และ Zehnder ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย โดย Coral Life ยังเป็นผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ และเป็นผู้ถือสิทธิ์จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวของแบรนด์ Zehnder ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    Zehnder คือเทคโนโลยีที่ยกระดับ “อากาศดี” ให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัย ด้วยระบบที่สามารถควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และกรองมลภาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นนวัตกรรมที่เชื่อมโยงสุขภาพของผู้คนเข้ากับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว ล่าสุดได้เปิดตัว คุณดู๋ สัญญา คุณากร ในฐานะ Brand Ambassador และผู้ใช้จริง เป็นตัวแทนในการถ่ายทอดแนวคิดของการอยู่อาศัยที่ใส่ใจใน “สิ่งที่เรามองไม่เห็น” อย่างอากาศ
    “ผมเชื่อว่าความสบายที่แท้จริงไม่ได้มาจากสิ่งที่เรามองเห็นด้วยตา แต่คือสิ่งที่เรารู้สึกได้จากอากาศที่ดีในทุกลมหายใจ Zehnder ไม่ได้เปลี่ยนแค่บ้านของผม แต่มันเปลี่ยนวิธีที่ผมเข้าใจคำว่า บ้านที่มีชีวิต” คุณดู๋ สัญญา กล่าว
    ทั้งนี้ เพื่อให้ภารกิจ Rewrite the Future เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม Coral Life ได้จับมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์จากหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น สถาบันการเงิน สถาปนิก วิศวกร นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม และพันธมิตรทางเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อสร้าง “เครือข่ายแห่งการเปลี่ยนแปลง” ที่จะร่วมกันยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยของไทยและภูมิภาค ให้ก้าวสู่มิติใหม่ของความยั่งยืน
    “Rewrite the Future ไม่ใช่เพียงภารกิจขององค์กร แต่คือบทสนทนาใหม่ของสังคมว่า อนาคตเรากำหนดใหม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกอยู่ร่วมกับโลกใบนี้อย่างเข้าใจและรับผิดชอบมากเพียงใด โดย Coral Life เชื่อว่าการเริ่มต้นเปลี่ยน สิ่งที่เรามองไม่เห็น อย่างอากาศ คือจุดเริ่มต้นของการเขียนอนาคตใหม่ที่ดีกว่าให้กับทุกชีวิตบนโลกใบนี้” คุณเจมส์ ดูอัน กล่าวทิ้งท้าย

  • Food - Lifestyle

    ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ กลุ่มคาราบาว“ส่งเบียร์สดเยอรมันตะวันแดง” บุกตลาดนอกโรงเบียร์

    ชูคอนเซ็ปต์ “ดื่มที่ไหน ก็สด อร่อย เหมือนดื่มที่โรงเบียร์”
    พร้อมนวัตกรรมการเสิร์ฟ มอบประสบการณ์ใหม่ในการดื่มเบียร์สดในประเทศไทย

    สิ้นสุดการรอคอยกว่า 25 ปี! “กลุ่มคาราบาว” ประกาศสร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ส่ง
    “เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง” จากตำนานโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง Microbrewery ที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งแรกของไทย ออกจำหน่ายนอกพื้นที่โรงเบียร์เป็นครั้งแรก บุกช่องทางออนพรีมิส (On-Premise) ทั้งร้านอาหาร ผับ บาร์ ทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ ภายใต้แบรนด์ “เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง” ด้วยสองรสชาติยอดนิยม ได้แก่ ลาเกอร์ (Lager) และ โรเซ่ (Rosé) พร้อมคอนเซ็ปต์ “ดื่มที่ไหน ก็สด อร่อย เหมือนดื่มที่โรงเบียร์” การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้ ตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่รอคอยเบียร์สดคุณภาพ รสชาติและรสสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากเบียร์สดทั่วไป

    นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มคาราบาว ผู้ก่อตั้งโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง และ เบียร์คาราบาว-เบียร์ตะวันแดง เปิดเผยว่า “นี่เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 25 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง เมื่อปี ค.ศ. 1999 หรือ พ.ศ.2542 ที่เราตัดสินใจนำเบียร์สดออกจำหน่ายนอกโรงเบียร์อย่างเป็นทางการ การขยายช่องทางจำหน่ายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการ ‘ปลดล็อก’ ด้านกฎหมาย ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการส่งมอบเบียร์สดคุณภาพสูงให้เข้าถึงคอเบียร์ในวงกว้าง”

    หัวใจคือความสด ต่อยอดรสชาติเยอรมันแท้ ด้วยนวัตกรรมการเสิร์ฟ
    โจทย์ใหญ่ที่สุดในการก้าวออกจากโรงเบียร์ คือ “การคงความสดและรสชาติ” อันเป็นหัวใจของเบียร์
    ให้เหมือนกับนั่งดื่มที่โรงเบียร์ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

    “ก่อนที่เราจะตัดสินใจขายเบียร์สดนอกโรงเบียร์ เราต้องแน่ใจว่ารสชาติที่ทุกคนได้ดื่มนั้น มีความสดใหม่ และมีคุณภาพเหมือนกับเบียร์สดของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง จุดเด่นของเราคือการควบคุมอุณหภูมิตั้งแต่การผลิตจนถึงการจัดส่ง ทำให้เบียร์ยังคงความสดใหม่ มีคาแรคเตอร์ครบถ้วนทั้งรสชาติ
    และกลิ่นหอม” นายเสถียรกล่าว

      เบียร์สด เยอรมันตะวันแดง ยังได้พัฒนาต่อยอดทางเทคนิคการเสิร์ฟ ด้วยแท็ปอุณหภูมิต่ำซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยคงความสดใหม่ของเบียร์ระหว่างที่เสิร์ฟ พร้อมสร้างโฟมเบียร์ที่เนียนละเอียดเป็นพิเศษ ช่วยเสริมให้

    รสสัมผัสของเบียร์นุ่มละมุน ยกระดับรสชาติ และรสสัมผัสของเบียร์สดเยอรมันตะวันแดงให้ดียิ่งขึ้น สร้างความแตกต่างที่ไม่เหมือนใคร

    สองรสชาติเอกลักษณ์ ที่ทุกคนรอคอย
    “เบียร์สด เยอรมันตะวันแดง” ที่จะบุกตลาดออนพรีมิสทั่วประเทศ มี 2 รสชาติที่ได้รับการยอมรับ
    และเป็นที่รอคอย
    ลาเกอร์ (Lager): เบียร์รสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย สดชื่น นุ่มละมุน กลิ่นมอลต์หอมโดดเด่น คงเอกลักษณ์รสชาติลาเกอร์เยอรมันแท้
    โรเซ่ (Rosé): เบียร์ที่ผสมผสานราสป์เบอร์รี่แท้ กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ รสหวานละมุนเป็นธรรมชาติ ดื่มง่าย ไม่หวานเลี่ยน
    “โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง คือหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ครองใจนักดื่มทั้งไทยและต่างชาติกว่า 10 ล้านคน ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เราไม่ใช่แค่ ‘ผู้บุกเบิก’ แต่ยังเป็น ‘ผู้สร้างมาตรฐาน’ เบียร์สดรสชาติเยอรมัน ด้วย Brewmaster และวัตถุดิบจากเยอรมัน วันนี้เราพร้อมแล้วที่จะส่งต่อเบียร์สดคุณภาพดี เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้นักดื่มทั่วประเทศ ได้สัมผัสรสชาติที่ทุกคนรอคอย ในราคาที่เข้าถึงง่าย” นายเสถียร กล่าวทิ้งท้าย

    “เบียร์สด เยอรมันตะวันแดง” พร้อมเสิร์ฟแล้ววันนี้ที่ร้านอาหาร ผับ บาร์ ชั้นนำทั่วประเทศ

    สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเบียร์สดเยอรมันตะวันแดง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ได้ที่ Facebook : Carabao Tawandang Beverage

  • News

    Tatler Best Awards 2025: บทสรุปอันงดงามของค่ำคืนกาล่าดินเนอร์ พร้อมประกาศรางวัล Best-in-Class ฉลองความเป็นเลิศในด้านการบริการแห่งเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง

    หลังจากที่ประกาศรายชื่อผู้รับรางวัล Tatler Best 100 ไปแล้วในวันแรก Tatler Asia ได้สานต่อการเฉลิมฉลองความเป็นเลิศเป็นวันที่สอง ด้วยงานกาล่าดินเนอร์สุดตระการตา เพื่อเชิดชูผู้ชนะรางวัล Best-in-Class อันทรงเกียรติจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง
    งานมอบรางวัลและกาล่าดินเนอร์ในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยความร่วมมือกับ Mastercard และ Priceless, SJM Resorts, S.A., สยามพารากอน และ Amazing Thailand เพื่อยกย่อง 52 สถานประกอบการที่โดดเด่นอันเป็นสุดยอดแห่งความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมการบริการของเอเชีย รางวัลเหล่านี้คือการสดุดีแด่สถานประกอบการที่สร้างผลงานอันยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปีในหลากหลายสาขา อาทิ โรงแรมแห่งปี (Hotel of the Year), ร้านอาหารแห่งปี (Restaurant of the Year) และ บาร์แห่งปี (Bar of the Year)
    เอเชียแปซิฟิก
    ● โรงแรมแห่งปี (Hotel of the Year): ได้แก่ Mandarin Oriental Bangkok (ไทย)
    ● ร้านอาหารแห่งปี (Restaurant of the Year): ได้แก่ Sézanne (ญี่ปุ่น)
    ● บาร์แห่งปี (Bar of the Year): ได้แก่ Bar Leone (ฮ่องกง)

    ตะวันออกกลาง
    ● โรงแรมแห่งปี (Hotel of the Year): ได้แก่ Nujuma, a Ritz-Carlton Reserve (ซาอุดิอาระเบีย)
    ● ร้านอาหารแห่งปี (Restaurant of the Year): ได้แก่ Trèsind Studio (ดูไบ)
    ● บาร์แห่งปี (Bar of the Year): ได้แก่ Honeycomb Hi-Fi (ดูไบ)

    นอกจากเหล่ารางวัลอันทรงเกียรติแล้ว ยังมีการประกาศมอบรางวัลเกียรติยศ Legacy Award ให้กับมิเชล การ์โนต์ (Michelle Garnaut) ผู้ก่อตั้งร้านอาหารระดับตำนาน M on the Bund เพื่อยกย่องในฐานะผู้บุกเบิกที่สร้างผลกระทบอันยิ่งใหญ่ต่อภูมิทัศน์แห่งวงการอาหารและวัฒนธรรมในจีนแผ่นดินใหญ่ นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปีค.ศ. 1999 นั้น M on the Bund มิเพียงแต่สร้างนิยามใหม่ให้กับประวัติศาสตร์ร้านอาหารของมหานครเซี่ยงไฮ้เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์และการแลกเปลี่ยนทางปัญญาที่จุดประกายให้คนรุ่นใหม่ในแวดวงธุรกิจร้านอาหารได้เรียนรู้ เพื่อหลอมรวมศาสตร์แห่งอาหารเข้ากับวัฒนธรรมและชุมชนได้อย่างสง่างามและมีคุณค่าสืบไป

    ท่านสามารถดูรายชื่อผู้ชนะรางวัลทั้งหมดได้ที่ media.tatlerasia.com/list/best (APAC) หรือ media.tatlerasia.com/list/best (Middle East)

    ค่ำคืนแห่งรสชาติและความเป็นเลิศ

    งานกาล่าดินเนอร์ในค่ำคืนนี้ ได้สะท้อนถึงเจตนารมณ์หลักของ Tatler Best อย่างแท้จริง นั่นคือ ความสง่างาม (elegant), การเฉลิมฉลอง (celebratory) และความมีชีวิตชีวาด้วยความคิดสร้างสรรค์ (alive with creativity) แขกผู้มีเกียรติกว่า 400 ท่าน ได้มารวมตัวกัน ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ เพื่อร่วมสัมผัสค่ำคืนสุดพิเศษ ที่เริ่มต้นด้วยกาล่าดินเนอร์หลากหลายคอร์ส (multi-course gala dinner) ซึ่งรังสรรค์โดยสุดยอดเชฟถึง 5 ท่าน ได้แก่ เชฟอ้อม-สุจิรา พงษ์มอญ (ร้าน Khaan, ไทย), เชฟเฮอร์แลนเดอร์ เฟอร์นานเดส (Herlander Fernandes ร้าน Mesa, มาเก๊า), เชฟเดช คิ้วคชา (ร้าน Gaggan at Louis Vuitton, ไทย), เชฟ เฮนริค ย์เด-แอนเดอร์เซน (Henrik Yde-Andersen) และเชฟชยวีร์ สุจริตฉันท์ (ร้าน Sra Bua by Kiin Kiin, ไทย)
    นอกจากแขกคนสำคัญที่ร่วมกาล่าดินเนอร์แล้ว ภายในงานยังมีแขกผู้ทรงเกียรติอีกหลายท่าน ได้แก่ ตวนกู เจมี่ นัดซิมุดดิน (Tunku Jamie Nadzimuddin) จากพระราชวงศ์มาเลเซีย, เจ้าฟ้าหญิงซาริมาห์ อิบราฮิม (HRH Sarimah Ibrahim) และ อาวัล อาชาอารี (Awal Ashaari) จากประเทศมาเลเซีย รวมถึง มนด์ กูเตียร์เรซ (Mond Gutierrez) จากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งการปรากฏตัวของทุกท่าน ได้ส่งเสริมให้ค่ำคืนนี้ยิ่งเปี่ยมไปด้วยมิติและภาพลักษณ์อันโดดเด่นในระดับสากลมากยิ่งขึ้น

    ไม่เพียงเท่านั้น แขกผู้มีเกียรติทุกท่านยังได้รับชมการแสดงเปิดงานอันน่าประทับใจจาก Jodokcello (นักดนตรีที่มีผู้ติดตามทางแพลตฟอร์มออนไลน์ถึง 6.3 ล้านคน) นักเล่นเชลโลชาวสวิส ผู้โด่งดังจากการผสมผสานบทเพลงคลาสสิกเข้ากับดนตรีร่วมสมัยได้อย่างลงตัว สร้างบรรยากาศอันน่าดื่มด่ำให้กับการดำเนินงานในค่ำคืนผ่านมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
    “ค่ำคืนนี้ได้สะท้อนถึงสิ่งที่ Tatler Best เป็น นั่นคือการรวบรวมผู้คน เรื่องราว และความปรารถนาอันแรงกล้า ที่นิยามความเป็นเลิศของภูมิภาคเราเข้าไว้ด้วยกัน” มิเชล ลามูนิแยร์ (Michel Lamunière) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tatler Asia กล่าว “นี่คือการเฉลิมฉลองที่ไม่เพียงแต่ให้กับผู้ชนะรางวัลเท่านั้น แต่ยังเป็นการเฉลิมฉลองแด่ชุมชนผู้สร้างสรรค์ที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในแวดวงการบริการ และเราตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าการเดินทางครั้งนี้จะนำพาเราไปสู่จุดใดต่อไป”
    การเฉลิมฉลองได้ปิดท้ายด้วยงาน After-Party ที่นำโดย DJ และ Music Director Daryll Griggs ผู้ซึ่งสร้างสรรค์บทเพลงให้งานดำเนินต่อไปจนดึกดื่นอย่างมีชีวิตชีวา นับเป็นบทสรุปที่สมบูรณ์แบบของค่ำคืนแห่งพรสวรรค์ ชุมชน และการเฉลิมฉลองอันน่าจดจำ

    การยกย่องความเป็นเลิศแห่งความสำเร็จสูงสุด
    Tatler Best Awards ทำหน้าที่เป็นเวทีระดับภูมิภาคหลักของ Tatler Asia ซึ่งมีความโดดเด่นและแตกต่างจากรายชื่อ Tatler Best ที่จัดทำขึ้นเฉพาะตลาดในประเทศต่างๆ เช่น ฮ่องกง, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ไทย และฟิลิปปินส์ ตลอดทั้งปี Tatler จะเฉลิมฉลองความสำเร็จในระดับประเทศผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ท้องถิ่น และงานมอบรางวัลระดับภูมิภาคนี้คือบทสรุปอันยิ่งใหญ่ ที่รวมเอาสุดยอดสถานประกอบการที่โดดเด่นที่สุดจากทั่วเอเชีย-แปซิฟิกเข้าไว้ด้วยกัน
    สิ่งที่ทำให้ Tatler Best มีความแตกต่างอย่างแท้จริงคือ กระบวนการคัดเลือกที่เที่ยงธรรมและแท้จริง ผู้ชนะรางวัลถูกตัดสินผ่านข้อมูลเชิงลึกจากชุมชนที่ไว้ใจได้ของ Tatler ซึ่งก็คือ กลุ่มลูกค้าผู้ทรงอิทธิพลตัวจริงที่มีกำลังซื้อสูง และมีวิจารณญาณอันละเอียดอ่อนในด้านคุณภาพและประสบการณ์ สิ่งนี้จึงรับประกันได้ว่ารายชื่อที่ได้รับการประกาศนั้น เป็นการยอมรับอย่างแท้จริงจากกลุ่มบุคคลผู้ที่ขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางแห่งวงการลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ของเอเชีย-แปซิฟิก
    สานต่อการเฉลิมฉลอง: Tatler Best Takeover Series ในกรุงเทพฯ
    นอกเหนือจากงานมอบรางวัลหลักแล้ว Tatler Best Takeover Series ในกรุงเทพฯ ได้จัดขึ้นควบคู่กันตั้งแต่วันที่ 17-25 ตุลาคม 2025 เพื่อขยายขอบเขตการเฉลิมฉลองให้ก้าวข้ามเวทีไปสู่สถานที่สุดคึกคักที่สุดทั่วทั้งเมือง ซีรีส์นี้โดดเด่นด้วยการร่วมมือกันของเชฟและมิกโซโลจิสต์ (mixologist) ผู้ชนะรางวัล Tatler Best ที่มารวมตัวกันจากทั่วภูมิภาค ด้วยความร่วมมือที่นำเชฟและมิกโซโลจิสต์จากเวียดนาม, มาเลเซีย, ฮ่องกง, มาเก๊า, จีน, ไต้หวัน, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และไทย มาสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน งาน Takeover เหล่านี้จึงมอบโอกาสให้แขกผู้มีเกียรติได้สัมผัสกับสุดยอดดาวเด่นแห่งวงการอาหารและเครื่องดื่มของเอเชียแปซิฟิก ผ่านเมนูสั่งทำพิเศษที่มีเฉพาะในค่ำคืนนั้นเพียงครั้งเดียว

    กิจกรรมดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่ม Tastemakers และผู้ชนะรางวัลในกรุงเทพฯ รวมถึงแขกผู้ชนะรางวัลที่เดินทางมาร่วมงานเฉลิมฉลอง การร่วมมือกันที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปจะยังคงเน้นย้ำถึงการจับคู่ที่สร้างสรรค์ระหว่างร้านอาหารและบาร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาค ตอกย้ำบทบาทของ Tatler Best ในฐานะเวทีแห่งการเชื่อมโยงและความร่วมมือที่มีชีวิตชีวาและดำเนินไปตลอดทั้งปี

    เปิดทำเนียบ Tatler Best Hotels, Restaurants และ Bars แห่งเอเชีย-แปซิฟิก 2025: รางวัล Best-in-Class

    ไฮไลต์รางวัลอันทรงเกียรติ
    ● โรงแรมแห่งปี (Hotel of the Year): ได้แก่ Mandarin Oriental Bangkok (ไทย) และ Nujuma, a Ritz-Carlton Reserve (ซาอุดิอาระเบีย)
    ● ร้านอาหารแห่งปี (Restaurant of the Year): ได้แก่ Sézanne (ญี่ปุ่น) และ Trèsind Studio (ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)
    ● บาร์แห่งปี (Bar of the Year): ได้แก่ Bar Leone (ฮ่องกง) และ Honeycomb Hi-Fi (ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)
    Geographic breadth: ผู้ชนะรางวัลครอบคลุม 16 จุดหมายปลายทาง ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง
    Rising talent: ผู้ชนะรางวัล Rising Star ประจำปีนี้ ได้แก่ Zhanxu Li (Qu Lang Yuan, จีน), Pei Liu (Under Lab, ไต้หวัน) และ Sara Aqel (Dara Dining by Sara Aqel, จอร์แดน) ซึ่งเป็นการฉายแสงให้แก่ผู้มีพรสวรรค์รุ่นใหม่แห่งวงการอาหารและมิกโซโลจี

    สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ชนะรางวัลทั้งหมดในปีนี้ได้ที่ media.tatlerasia.com/list/best (APAC) หรือ media.tatlerasia.com/list/best (Middle East).
    ดาวน์โหลดภาพบรรยากาศและภาพถ่ายกลุ่มผู้ชนะรางวัลได้ที่: https://show.pics.io/images-with-logo-tatlerbest-d2.

    งาน Tatler Best Awards 2025 จัดขึ้นด้วยความร่วมมือจาก Mastercard และ Priceless, Siam Paragon, และ SJM Resorts, S.A. และได้รับการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (Tourism Authority of Thailand), Boozia, Evian, Foie Gras Queen, Glenmorangie, Jagota, Royal Caviar Club, Thailand Privilege, และ Veuve Clicquot
    ซีรีส์อีเวนต์ Tatler Best Takeover Bangkok ได้รับความร่วมมือจาก Mastercard และ Priceless พร้อมด้วยพาร์ทเนอร์ด้านสถานที่อันทรงเกียรติ ได้แก่ Canton Disco, The Consul, IHG Hotels & Resorts, Siam Kempinski Hotel Bangkok, Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok และ VIE Hotel Bangkok – MGallery Collection

  • Hotel

    ภูเล เบย์ อะ ริทซ์-คาร์ลตัน รีเซิร์ฟ ร่วมส่งต่อพลังแห่งความหวังและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมตลอดเดือนตุลาคม

    ภูเล เบย์ อะ ริทซ์-คาร์ลตัน รีเซิร์ฟ รีสอร์ทที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบของจังหวัดกระบี่ พร้อมเปิดประสบการณ์แห่งสุขภาวะตลอดเดือนตุลาคมนี้ ด้วยกิจกรรมมากมายที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพของสุภาพสตรี
    โดยหนึ่งในไฮไลต์คือการบำบัดแบบอายุรเวท ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่าง ดร. Shagnika Pradhan

    ภูเล เบย์ อะ ริทซ์-คาร์ลตัน รีเซิร์ฟ รีสอร์ทหรูท่ามกลางธรรมชาติบนชายฝั่งเงียบสงบของทะเลอันดามัน โดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ เตรียมส่องประกายสีชมพูตลอดเดือนตุลาคมนี้ เพื่อร่วมรณรงค์ในเดือนแห่งการตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม ด้วยการแปลงโฉมทั้งรีสอร์ทให้เป็นสถานที่แห่งพลังใจ และจัดกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจหลากหลายรูปแบบ อุทิศเพื่อการส่งเสริมสุขภาพของสตรี

    เดือนตุลาคมของทุกปีได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติให้เป็น ‘เดือนแห่งการตระหนักรู้มะเร็งเต้านม’ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความเข้าใจและลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้หญิง 2.3 ล้านคนทั่วโลก ตลอดเดือนตุลาคมนี้ ภูเล เบย์ จะเปล่งประกายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง เมื่อศาลาศรีจันทร์ (Sala Srichan) ศาลาไทยอันงดงามของรีสอร์ท ถูกประดับด้วยแสงสีชมพูอันโดดเด่น โดยยืนเคียงข้างแลนด์มาร์กระดับโลกอย่างหอไอเฟล ตึกเอ็มไพร์สเตต และโอเปร่าเฮาส์ซิดนีย์ เพื่อตอกย้ำสารสำคัญนี้ ร้านอาหารและบาร์ของรีสอร์ทจะนำเสนอเมนูพิเศษ “Pink at Phulay Bay” ทั้งอาหารและเครื่องดื่มตลอดแคมเปญ
    ภูเลย์ เบย์ ยังมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการต้อนรับ ดร. ชัคนิกา ปราธาน (Dr. Shagnika Pradhan) มาร่วมจัดโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพตลอดทั้งเดือน โดยมุ่งเน้นที่สุขภาพของสตรีเป็นหลัก ดร. ชัคนิกา เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติบำบัดและวิทยาศาสตร์โยคะที่มีประสบการณ์กว่า 7 ปี เชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการดูแลและบำบัดอาการปวดเรื้อรังและความเครียด ทั้งยังมีความรู้ลึกซึ้งด้านการแพทย์แผนจีน สมุนไพร โภชนาการ การบำบัดเยียวยาแบบองค์รวม ไลฟ์สไตล์เวชศาสตร์ และโยคะ ตลอดเดือนแห่งการตระหนักรู้มะเร็งเต้านมนี้ ดร. ชัคนีกาจึงขอเชิญชวนทุกท่านออกเดินทางไปพบกับประสบการณ์ใหม่ที่ส่งเสริมสุขภาวะแบบองค์รวม เชื่อมโยงกับธาตุทั้งห้าตามแนวอายุรเวท ได้แก่ ดิน น้ำ ไฟ ลม และอากาศ
    โปรแกรม “ดิน” (ปฤถวี/Prithvi) เน้นไปที่การทำโยคะ โภชนาการ เรียนรู้การนวดตนเอง และการใช้แผ่นพอกดินเย็น เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทั้งทางร่างกายและจิตใจ ขณะที่โปรแกรม “น้ำ” (ชล/Jal) เน้นการชำระล้างทางจิตวิญญาณ ด้วยท่าเปิดทรวงอก การประคบร้อน-เย็น การฝึกลมหายใจ และเทคนิคคลายร้อนเพื่อเสริมการไหลเวียนของพลังงาน ส่วนโปรแกรม “ไฟ” (อัคนิ/Agni) จะมุ่งเสริมภูมิคุ้มกันและความมีชีวิตชีวา ด้วยท่าโยคะบริหารหน้าท้อง การใช้แผ่นประคบน้ำมันละหุ่ง การชงชาสมุนไพร และการทำสมาธิจักระ โปรแกรม “ลม” (วายุ/Vayu) เน้นการฝึกการหายใจและการไหลเวียนของพลังงาน อโรมาเธอราพี และการกดจุดบนร่างการด้วยตนเองเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของลมปราณ และท้ายสุดคือโปรแกรม “อากาศ” (อากาศ/Akash) ที่จะช่วยเสริมสร้างพื้นที่แห่งการตระหนักรู้และการเยียวยาภายใน ผ่านการทำสมาธิเพื่อเปิดจักระหัวใจ การสวดมนต์แบบมันตรา และการบำบัดด้วยคลื่นเสียงจากขันธิเบต
    นอกจากนั้น ภายใต้โครงการ “Community Footprints” ของเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน รีสอร์ทยังได้ขยายความห่วงใยไปสู่เพื่อนพนักงานทั้งสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรีสอร์ท โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เชิญผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์มาจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม เพื่อเสริสร้างความเข้าใจ อันอาจมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น


    “ที่ภูเลย์ เบย์ เราให้ความสำคัญสูงสุดต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสุภาพสตรี สุภาพบุรุษ รวมถึงแขกผู้เข้าพักทุกท่าน และในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งทั่วโลกต่างร่วมกันให้ความสำคัญกับ ‘เดือนแห่งการตระหนักรู้เรื่องโรคมะเร็งเต้านม’ เราขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงอย่างมีความหมาย ด้วยการสนับสนุนให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับโรคนี้ ผ่านการผสานพลังแห่งสัญลักษณ์ ศาลาศรีจันทร์ที่เปล่งประกายด้วยแสงสีชมพู ควบคู่ไปกับกิจกรรมระดมทุน และเวิร์กช็อปสุขภาพ นำโดย ดร. ชัคนิกา ปราธาน ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติบำบัดและสุขภาวะองค์รวม เรามุ่งมั่นที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกและความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงต่อชีวิตของสตรีทุกคน” นายวิทยา ซาการ์ (Vidya Sagar) ผู้จัดการทั่วไปของภูเล เบย์ อะ ริทซ์-คาร์ลตัน รีเซิร์ฟกล่าว
    เรียนรู้เพิ่มเติมหรือเริ่มต้นวางแผนวันพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ณ ภูเล เบย์ อะ ริทซ์-คาร์ลตัน รีเซิร์ฟ ได้ที่ www.phulaybay.com

  • Food

    ฉลองครบรอบ 1 ปี โนบุ แบงค็อกประสบการณ์โอมากาเสะสุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับเชฟโนบุ มัตสึฮิสะ ตำนานแห่งวงการอาหารระดับโลก

    โนบุ แบงค็อก (Nobu Bangkok) ร้านอาหารโนบุที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก ขอเชิญแขกผู้มีเกียรติร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปีแห่งความสำเร็จ ด้วยค่ำคืนสุดพิเศษกับเชฟโนบุ มัตสึฮิสะ ตำนานเชฟระดับโลกผู้สร้างสรรค์ศิลปะแห่งการผสมผสานอาหารญี่ปุ่น-เปรูอันเป็นเอกลักษณ์ที่ครองใจนักชิมทั่วโลกมากกว่า 30 ปี


    เชฟโนบุเปิดร้านโนบุแห่งแรกในนิวยอร์กเมื่อปี ค.ศ. 1994 (หรือ ปี พ.ศ. 2537) และได้ขยายสู่จักรวรรดิอาหารระดับโลกกว่า 58 แห่งใน 24 ประเทศ สำหรับประเทศไทย โนบุ แบงค็อกได้เปิดประตูต้อนรับนักชิมเมื่อเดือนกันยายน 2567 และกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการรับประทานอาหารที่หรูหราและเป็นที่ต้องการสูงสุดของกรุงเทพฯ อย่างรวดเร็ว
    เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปี เชฟโนบุจะรังสรรค์โอมากาเสะ 8 คอร์สสุดพิเศษในวันที่ 4 และ 5 พฤศจิกายน 2568 แขกจะได้ดื่มด่ำกับเมนูอันโดดเด่นสไตล์โนบุ ประกอบด้วย:

    • ปลาเนื้อขาวพร้อมดอกขิงญี่ปุ่นและซอสเผ็ดยูซุ จานเปิดงานที่สดชื่นและละเอียดอ่อน
    • สลัดมันแกว มิโสะแห้ง และกุ้งลอบสเตอร์ การผสมผสานรสชาติที่ลงตัวระหว่างความหวานของกุ้งลอบสเตอร์และความเข้มข้นของมิโสะแห้งอันเป็นเอกลักษณ์ของโนบุ
    • ซูชิพรีเมียม คัดสรรจากวัตถุดิบชั้นเลิศ ได้แก่ อากามิ ซึเกะ (เนื้อปลาทูน่าส่วนเนื้อแดงหมักในซอสโชยุพิเศษ), ฮิราเมะ คอมบุจิเมะ (ปลาตาเดียวหมักสาหร่ายคอมบุ), โคฮาดะ (ปลาตะเพียนญี่ปุ่น) และอานาโกะ (ปลาไหลทะเลญี่ปุ่น)
    • หอยเชลล์ย่างกะหล่ำดาวราดซอสพริกฮาลาเปญโญ การผสมผสานความเผ็ดร้อนและความหวานมันที่กลมกล่อม
    • อกเป็ดอูมามิ เนื้อเป็ดที่เปี่ยมด้วยรสชาติและความนุ่ม
    • อินานิวะโซบะกับเนื้อวากิวญี่ปุ่น หนึ่งในเส้นโซบะที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นรังสรรค์เพื่อโนบุเท่านั้น ลิ้มลองรสชาติอันกลมกล่อมของโซบะในดาชิพร้อมเนื้อวากิวคุณภาพระดับพรีเมียม
    • ชีสมูสมะกรูดกับเคิร์ดยูซุและแยมส้มสับปะรด ของหวานที่สดชื่นจากแยมส้มสับปะรดพร้อมด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวของมะกรูดไทย
    • โมจิคาราเมลช็อกโกแลต จานปิดท้ายที่เปี่ยมด้วยความหวานหอมและเนื้อสัมผัสที่ลงตัว
      นอกจากได้ดื่มด่ำกับมื้อค่ำอันเลอค่า แขกยังจะได้พบปะและพูดคุยกับเชฟโนบุเกี่ยวกับแรงบันดาลใจและวิสัยทัศน์ของเขา พร้อมรับของที่ระลึกสุดพิเศษ ได้แก่ หนังสือชีวประวัติ “Nobu: A Memoir” พร้อมลายเซ็นจากเชฟโนบุ กล่องไม้มาสุของโนบุ แบงค็อก และเครื่องปรุงมิโสะแห้งอันเป็นเอกลักษณ์ของโนบุ

      มื้อค่ำสุดพิเศษจะจัดขึ้นในวันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2025 โดยแขกสามารถเลือกได้ 2 ช่วงเวลา คือ เวลา 17.30 น. สำหรับรอบบรรยากาศพระอาทิตย์ตก และเวลา 19.30 น. สำหรับรอบมื้อค่ำในแสงสีเมือง ในราคา 5,500++ บาทต่อท่าน สำรองที่นั่งล่วงหน้าเท่านั้น โดยต้องชำระมัดจำ 1,000 บาทต่อท่าน
      อย่าพลาดโอกาสพิเศษในการร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปี โนบุ แบงค็อก พร้อมสัมผัสประสบการณ์อาหารระดับโลกจากมือเชฟผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของวงการอาหารโลก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ อีเมล [email protected] โทร +66 (0) 2 407 1654 หรือเว็บไซต์ https://sevn.ly/xJ8YEUDl
      หรือติดต่อกับเราผ่านช่องทางเหล่านี้:
      เว็บไซต์: https://www.noburestaurants.com/bangkok
      เฟสบุ๊ก: https://www.facebook.com/NOBUBangkok
      อินสตาแกรม: https://www.instagram.com/nobu.bangkok
      ไลน์ OA: @nobubangkok

  • Lifestyle - Marketing

    หล่อทะลุช็อต! วิน เมธวิน ครีเอทมาการอง Souri สุดพิเศษ ทานคู่กับกาแฟให้แฟนคลับฟินในงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2025

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการกาแฟไทยอีกครั้งในงาน “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2025” งานกาแฟสุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 7 กันยายน 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม งานนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากคนรักกาแฟที่มารวมตัวกันอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไฮไลต์สุดพิเศษกับการปรากฏตัวของ วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร ในฐานะแขกคนสำคัญของพิธีเปิดงาน ที่ไม่เพียงแต่นำร้านมาการองชื่อดัง Souri มาร่วมออกบูธเท่านั้น แต่ยังสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการครีเอทและตกแต่งมาการองสุดพิเศษที่มีเพียงหนึ่งเดียวขึ้นมา เพื่อให้เข้าคู่กับกาแฟที่คัดสรรมาอย่างลงตัว เรียกเสียงกรี๊ดและความประทับใจจากแฟน ๆ และผู้ร่วมงานได้เป็นอย่างมาก

    สำหรับงาน ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2025 จัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “Sip of SIAM – สัมผัสประสบการณ์แห่งแรงบันดาลใจกาแฟไทยและโลก” ได้รวบรวมความเป็นที่สุดเกี่ยวกับกาแฟไว้ในงานเดียวอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟชื่อดังจากทั่วประเทศไทยกว่า 100 ร้านค้า, เมล็ดกาแฟหายากจากทั่วโลก, เรื่องราวจากเหล่าบาริสต้าแถวหน้าในแวดวงกาแฟไทยและโลก, รวมถึงเมนูกาแฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟกว่า 1,000 เมนู พร้อมนำเสนอวัฒนธรรมกาแฟในทุกมิติ โดยมีเป้าหมายในการปักหมุดให้ไอคอนสยามเป็น Global Coffee Destination ที่จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับคอกาแฟทุกคน รวมถึงสร้างเครือข่ายธุรกิจและยกระดับอุตสาหกรรมกาแฟไทยให้ก้าวไกลสู่สากล

    คนรักกาแฟพลาดไม่ได้ 29 สิงหาคม – 7 กันยายน 2568 นี้ มาดื่มด่ำกับกาแฟแก้วพิเศษ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมกาแฟไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนใน “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2025” ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม, ชั้น M ไอซีเอส และ ชั้น 4 ไอคอนคราฟต์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ www.iconsiam.com และ Facebook:ICONSIAM

    ICONSIAM #ICONICCraftCoffeeExpo #winmetawin #SOURI

  • Uncategorized

    “กลุ่มพูลผล” จัดพิธีทำบุญครบรอบ 83 ปี บริษัท พูลผล จำกัดย้ำวิสัยทัศน์ดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ เติบโตเคียงข้างสังคมไทยเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้า ยกระดับองค์กรก้าวสู่ระดับโลก

    วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2568 ณ อาคารสาธรธานี 1 นำโดย นายสุชาติ หวั่งหลี ประธานกรรมการ กลุ่มพูลผล เป็นประธานในพิธีทำบุญ เนื่องในวาระ บริษัท พูลผล จำกัด ดำเนินธุรกิจครบรอบ 83 ปี ร่วมด้วย นายสุจินต์ หวั่งหลี, นายดนัยธนิต พิศาลบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พูลผล จำกัด พร้อมกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานกลุ่มพูลผล ร่วมทำพิธีสักการะองค์ท้าวมหาพรหมและศาลพระชัยมงคล หน้าอาคารสาธรธานี 1 และจัดพิธีทำบุญ บูชาพระรัตนตรัย พร้อมถวายภัตตาหาร และถวายผ้าไตรจีวรและเครื่องไทยธรรมแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่องค์กร สู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน


       นายดนัยธนิต พิศาลบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พูลผล จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มพูลผล” พร้อมเติบโตเคียงข้างสังคมไทยทั้งในมิติของสังคมและเศรษฐกิจ โดยมุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าและบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย และคู่ค้า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนชาวไทย โดยยึดหลักความซื่อสัตย์และความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นรากฐาน และเป็นหัวใจสำคัญที่ “กลุ่มพูลผล” ให้ความสำคัญอย่างยิ่งตลอดเวลากว่า 8 ทศวรรษในการดำเนินธุรกิจเคียงคู่สังคมไทย โดยให้ความสำคัญต่อการสร้างประโยชน์และตอบแทนคืนสู่สังคมในด้านต่างๆ ทั้งด้านการศึกษา การแพทย์ การสาธารณสุข การทำนุบำรุงศาสนา ตลอดจนร่วมบริจาคสาธารณกุศลต่างๆ พร้อมให้ความสำคัญต่อการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน


       ตลอดระยะเวลา 83 ปี “กลุ่มพูลผล” สามารถเติบโตอย่างมั่นคงและก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำทางธุรกิจภายใต้กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1. ธุรกิจเกษตร 2. ธุรกิจก่อสร้าง 3. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ 4. ธุรกิจคลังสินค้าและโลจิสติกส์ ซึ่งประสบความสำเร็จและมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยมี “ธุรกิจเกษตร” เป็นธุรกิจหลัก ด้วยความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย และมีแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อาทิ น้ำมันพืชกุ๊ก, วุ้นเส้นต้นสน รวมถึง “เอสเอ็มเอส กรุ๊ป” ผู้นำด้านนวัตกรรมแป้งมันสำปะหลังดัดแปร (Modified Tapioca Starch) โดยมีการส่งออกแป้งมันสำปะหลังดัดแปรคุณภาพสูงกว่า 70 ประเทศทั่วโลก อีกทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่มีโครงการเรือธงคือ “Future City Rangsit” มิกซ์ยูสครบครันในย่านรังสิต-ปทุมธานี ประกอบด้วย ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ศูนย์การค้าใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย สำหรับทิศทางในอนาคต “กลุ่มพูลผล” ตั้งเป้าหมายในระยะยาว ก้าวสู่ความเป็นผู้นำในระดับเอเชีย และระดับโลก ด้วยการพัฒนาศักยภาพต่างๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมมีส่วนในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

  • Uncategorized

    “มาร์กี้-มิ้นต์-มุกดา” นำทีมเปิดตัวซีรีส์ “30 เพิ่งเริ่มต้น (The Thirsty 30)”ซีรีส์ไทยดราม่าตีแผ่ชีวิตวัย 30 ของ 3 สาว 3 สไตล์ที่ไม่ง่ายอย่างที่คิดเตรียมสตรีม 4 ตอนแรก 28 สิงหาคมนี้บน Disney+ Hotstar ที่นี่ที่เดียว!

    ซีรีส์ไทยที่ดัดแปลงมาจากซีรีส์จีนชื่อดังอย่าง Nothing But Thirty เรื่องราวของชีวิต ความรัก
    และการตัดสินใจครั้งใหญ่ของผู้หญิงเมื่อเข้าสู่วัย 30 ที่แฟน ๆ ละครไทยพลาดไม่ได้!

    เฮกันดัง ๆ ไปเลยสำหรับแฟน ๆ ซีรีส์และละครไทยเพราะล่าสุด Disney+ Hotstar ได้เปิดตัวซีรีส์ไทย “30 เพิ่งเริ่มต้น (The Thirsty 30)” อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมด้วยทัพนักแสดงชื่อดังมากฝีมือที่ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง นำทัพโดยนักแสดงหญิงระดับซูเปอร์สตาร์อย่าง มาร์กี้ ราศรี, มิ้นต์ ชาลิดา, มุก มุกดา ร่วมด้วย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, พุฒิ พุฒิชัย, เป้ อารักษ์ และ ออม สุชาร์ ณ โซน Em Wonder ชั้น 5 ศูนย์การค้า Emsphere โดยซีรีส์ไทยดราม่าเรื่องนี้ บอกเล่าเรื่องราว สะท้อนภาพชีวิตของผู้หญิงสามคนในวัย 30 ได้แบบครบรสชาติชีวิต เพราะเมื่อก้าวเข้าสู่วัยเลข 3 ความฝัน ความรัก และความจริง อาจจะไม่ได้เดินไปในทิศทางเดียวกัน นำมาซึ่งเรื่องราวดราม่าเดือดระอุ เผ็ดร้อนแซบซี้ด สะท้อนเรื่องราวที่คนวัย 30 ต่างก็ต้องเผชิญไม่มากก็น้อย
    การเปิดตัวซีรีส์ไทย “30 เพิ่งเริ่มต้น (The Thirsty 30)” สุดอลังการและเข้มข้นสมความรอคอย นำโดยทัพนักแสดงระดับแถวหน้าของวงการอย่าง มาร์กี้ ราศรี บาเลนซิเอก้า, มิ้นต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง, มุก มุกดา นรินทร์รักษ์ ร่วมด้วย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, พุฒิ พุฒิชัย เกษตรสิน, เป้ อารักษ์ อมรศุภสิริ และ ออม สุชาร์ มานะยิ่ง ที่ได้ตบเท้าเข้าร่วมงานพร้อมพูดคุยในช่วงถามตอบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมเผยทั้งเบื้องหลังการทำงานแบบหมดเปลือกไม่ว่าจะเป็นประเด็นเส้นเรื่องที่เข้มข้น ปมเรื่องที่น่าติดตาม บทบาทสุดท้าทาย และเคมีที่เข้มข้นถึงพริกถึงขิงและเข้ากันสุด ๆ จนทำให้คนดูและแฟน ๆ ที่ชอบละครและซีรีส์ไทยได้ลุ้นและเชียร์ตามตลอดทั้งเรื่องแบบไม่ต้องพักกันอย่างแน่นอนทั้งเรื่อง

    งานนี้สามสาวนางเอก “มาร์กี้-มิ้นต์-มุกดา” ถึงกับเปิดเผยว่า “พวกเราตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ 30 เพิ่งเริ่มต้น เพราะนอกจากจะเป็นซีรีส์ที่รีเมคมาจากซีรีส์จีนชื่อดังแล้ว บทที่ได้รับก็ท้าทายและเข้มข้นมาก ๆ ตัวละครแต่ละตัวละครสะท้อนชีวิตของผู้หญิงวัยไทยสามสิบในหลายมิติ ทั้งความรัก ความฝัน ความสัมพันธ์ และการตัดสินใจที่เปลี่ยนชีวิต ซึ่งบางมุมใกล้เคียงกับตัวเราเอง แต่บางมุมก็แตกต่างจนต้องใช้พลังในการเข้าถึงอย่างเต็มที่ พวกเราทุ่มเทสุดตัวในทุกฉาก เพื่อให้แฟน ๆ ได้อินและสัมผัสทุกอารมณ์ไปพร้อมกับทุกตัวละคร หวังว่าทุกคนจะสนุกและเห็นมุมมองใหม่ ๆ ของชีวิตวัยเลข 3 ผ่านซีรีส์เรื่องนี้ไปด้วยกันนะคะ สตรีม 4 ตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคมนี้บน Disney+ Hotstar ที่นี่ที่เดียว”

    ซีรีส์ “30 เพิ่งเริ่มต้น (The Thirsty 30)” ตีแผ่เรื่องราวในชีวิตของผู้หญิงไทยวัย 30 แบบถึงใจ ถ่ายทอดทุกมิติทั้งเรื่องของมิตรภาพ การงาน ความรัก และการหักหลัง โดยซีรีส์เรื่องนี้เป็นรีเมคจากซีรีส์จีนชื่อดัง Nothing But Thirty ที่สร้างปรากฏการณ์ฮิตด้วยยอดวิวรวมทุกตอนกว่า 5,400 ล้านครั้งในประเทศจีน โดยซีรีส์ไทยเวอร์ชันนี้ได้รับการกำกับโดย หนุ่ย ศุทธสิทธิ์ เดชอินทรนารักษ์ ผู้เคยฝากผลงานละครไทยฮอตฮิตหลายเรื่อง อาทิเช่น เมียหลวง, โฉมโฉด, เพลงบินใบงิ้ว เป็นต้น พร้อมด้วย เจี๊ยบ นภัสริญญ์ พรหมพิลา โปรดิวเซอร์มือทอง ผู้เคยฝากผลงานการรีเมคเรื่อง My Sassy Girl และ Full House (วุ่นนักรักเต็มบ้าน) เวอร์ชันไทย ร่วมรังสรรค์ผลงาน และนับเป็นครั้งแรกของโลกที่ Linmon International ภายใต้เครือ Linmon Pictures จากจีน นำ IP ยอดนิยมนี้มาสร้างเป็นเวอร์ชันต่างประเทศ ซึ่งเวอร์ชันไทยได้นำเรื่องราวมาปรับให้เข้ากับบริบท เพื่อรสชาติแซ่บนัวจัดจ้านในแบบที่แฟนละครไทยถูกใจ

    หลังจบการเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ คอละครไทยก็เตรียมอินต่อกันได้ทันที เพราะ “30 เพิ่งเริ่มต้น (The Thirsty 30)” จะพร้อมให้สตรีมในวันที่ 28 สิงหาคมนี้แล้ว โดยซีรีส์ทั้งหมด 20 ตอน แฟนชาวไทยเตรียมลุ้นไปพร้อมกันว่าใครจะได้ทุกอย่างตามฝัน และใครจะเสียทุกสิ่งไป ทุกตอนรับประกันความแซ่บและเข้มข้นแบบไม่มียั้ง สตรีม 4 ตอนแรกวันที่ 28 สิงหาคมนี้ บน Disney+ Hotstar ที่นี่ที่เดียว!

  • Entertainment

    “เก่ง-น้ำปิง” ร่วมบอก #รักเธอประเทศไทยชวนแฟน ๆ แสดงพลังไทยสร้างสรรค์ในงานประกาศย้ำจุดยืน “มหานครแห่งไทยสร้างสรรค์” ของสยามเซ็นเตอร์

    ทำเอาแฟน ๆ ต้องกรี๊ดดัง ๆ ด้วยความปลื้มปริ่มใจเมื่อ “เก่ง” หฤษฎ์ บัวย้อย และ “น้ำปิง” นภัสกร ปิงเมือง สองนักแสดงนำจากซีรีส์กระแสแรง “เขมจิราต้องรอด Khemjira The Series” จูงมือกันมาบอก #รักเธอประเทศไทย เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ร่วมงาน ประกาศย้ำจุดยืนในฐานะ “The THAIdeaopolis – มหานครแห่งไทยสร้างสรรค์” ของสยามเซ็นเตอร์ ‘The Ideaopolis’ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ศูนย์กลางแห่งจินตนาการและงานสร้างสรรค์ไร้ขีดจำกัด ซึ่งร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อขับเคลื่อนพลังไทยสร้างสรรค์ในหลากหลายมิติ ทั้งศิลปะ แฟชั่น เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ ให้ก้าวสู่เวทีโลก ในฐานะแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่สร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายแนวคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนตลอดจนผู้ประกอบการไทยต่อยอดสู่เวทีระดับสากล งานนี้สองหนุ่มไม่เพียงร่วมเก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจใน “The THAIdeaopolis – มหานครแห่งไทยสร้างสรรค์” ยังเชิญชวนทุกคนแสดงพลัง
    #รักเธอประเทศไทย ผ่านผลงานไทยสร้างสรรค์หลากหลายมิติที่สะท้อนความรัก ความภาคภูมิใจ และคุณค่าของความเป็นไทยในรูปแบบที่ทันสมัยในสยามเซ็นเตอร์ด้วย

    สยามเซ็นเตอร์ – จากเวทีต้นแบบสู่ ‘มหานครแห่งไทยสร้างสรรค์’
    นายเอกวิทย์ ชัยวรานุรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารหน่วยธุรกิจ สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “สยามเซ็นเตอร์ นอกจากเราจะเป็น‘The Ideaopolis’ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ศูนย์กลางแห่งจินตนาการและงานสร้างสรรค์ไร้ขีดจำกัดในทุกศาสตร์ เราคือ ‘The THAIdeaopolis – มหานครแห่งไทยสร้างสรรค์’ ตลอดเวลากว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา เราคือเวทีต้นแบบที่เปิดโอกาสให้นักออกแบบและดีไซเนอร์ไทยได้โชว์ศักยภาพ แจ้งเกิดแบรนด์ระดับตำนาน สร้างดีไซเนอร์รุ่นใหม่มากมาย สยามเซ็นเตอร์ไม่เพียงเป็นศูนย์การค้าแต่เป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาส ที่หล่อหลอมแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ศิลปิน ดีไซเนอร์ และผู้ประกอบการไทย ได้มีพื้นที่ในการแสดงศักยภาพ สร้างสรรค์ผลงานที่ร่วมสมัย และนำภูมิปัญญาไทยไปต่อยอดสู่ความเป็นสากล

    ในช่วงเวลาที่คนไทยกำลังรวมใจเป็นหนึ่งเดียว เพื่อแสดงความรักชาติและภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ไทย สยามเซ็นเตอร์จึงขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมกันแสดงพลัง #รักเธอประเทศไทย ผ่านผลงาน “ไทยสร้างสรรค์” ที่ถ่ายทอดความเป็นไทยในทุกมิติ ทั้งแฟชั่น ศิลปะ ของที่ระลึก อาหาร ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรมร่วมสมัย เพื่อจุดประกายให้สังคมตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพของความเป็นไทย ที่ไม่เพียงงดงามในเชิงศิลป์ หากยังทรงพลังในการต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และผลักดันไทยก้าวสู่การเป็นที่ยอมรับบนเวทีโลกอย่างสง่างาม นี่คือการรวมพลังของคนไทยในการแสดงออกถึงความรักชาติในรูปแบบที่สร้างสรรค์และร่วมสมัย พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ที่จะทำให้ โลกหันกลับมามองประเทศไทย ด้วยความชื่นชม ภาคภูมิใจ และยอมรับในพลังสร้างสรรค์ที่ไม่สิ้นสุด
    ผนึกกำลังพันธมิตรร่วมขับเคลื่อนผลงานไทยสร้างสรรค์สู่สากล

    สยามเซ็นเตอร์ยังคงมุ่งมั่นสร้างระบบนิเวศ (Creative Ecosystem) ที่แข็งแกร่ง ผ่านการ Co-create & Collaboration กับพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาชั้นนำ อาทิ หน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงวัฒนธรรม, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, กรมส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน องค์กรสร้างสรรค์และวัฒนธรรม เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA), ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) พันธมิตรเอกชนและแบรนด์ไทยชั้นนำ ภายในสยามเซ็นเตอร์ทั้งหมดนี้ได้หลอมรวมเป็น พลังซอฟท์พาวเวอร์ไทย ที่ต่อยอดและสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมมอบประสบการณ์แปลกใหม่ (Extraordinary Experiences), เป็นครั้งแรก (Be The First), และเต็มเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ (Be Inspired)
    ไฮไลต์ผลงานไทยสร้างสรรค์ขับเคลื่อนพลังหลากหลายมิติ


    ในปีนี้ สยามเซ็นเตอร์ ได้ผนึกกำลังองค์กรชั้นนำ ร่วมขับเคลื่อนนำเสนอผลงานไทยสร้างสรรค์ที่ครอบคลุมในซอฟท์พาวเวอร์ไทยแขนงต่างๆ ปลุกกระแสไทยนิยมในแบบสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนมาร่วมแรงร่วมใจ ร่วมสนุก และสร้างความภาคภูมิใจไปด้วยกัน
    พลังไทยสร้างสรรค์ด้านออกแบบ: ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (DITP) จัดโครงการ DITP จัด Designers’ Room / Talent Thai / Creative Studio Promotion โชว์พลังดีไซน์ไทยในทุกแขนง ต่อยอดสู่ตลาดโลกอย่างสง่างาม ต่อเนื่องด้วยการเปิดร้าน Absolute Siam Store x CEA – Neighbourmart POP! ป๊อปอัพโชว์เคส โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ร่วมกับ Absolute Siam Store และเนเบอร์มาร์ท รวบรวมสินค้าแบรนด์ไทยดีไซน์โดดเด่นจากนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ และเปิด Absolute Siam Thai Souvenir – Global Creative Gateway ปฏิวัติภาพจำของของที่ระลึกไทย ให้กลายเป็นงานดีไซน์ยูนีคที่โลกจับตามอง และ Toy Story 30th Anniversary “Unbox Toy Story and Beyond” โปรเจกต์สุดพิเศษฉลองครบรอบ 30 ปีของ Toy Story ด้วยการผสานคาแรคเตอร์ระดับโลกเข้ากับศิลปะไทยโดยนักออกแบบไทย


    พลังไทยสร้างสรรค์ด้านแฟชั่น: สืบสานบทบาทการเป็นผู้นำแฟชั่นไทย ร่วมกับ ททท. เปิดเวที Siam Center Visionary Stage ในงาน Bangkok International Fashion Week 2025 (ตุลาคม 2568) โชว์ผลงานออกแบบแฟชั่นดีไซน์จากนิสิต นักศึกษา สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่นจากสถาบันทั่วประเทศ นำเสนออัตลักษณ์และเชื่อมโยงภูมิปัญญาจากท้องถิ่นทั่วประเทศกับเทรนด์แฟชั่นระดับสากล
    พลังไทยสร้างสรรค์ด้านอาหารและไลฟ์สไตล์: เปิดพื้นที่ Flagship Store แบรนด์อาหารไทยสร้างสรรค์ เช่น ร้านตำกระเทยสาเกต และร้านอิเจ้แจ่วฮ้อน ที่ผสมผสานรสชาติอีสานดั้งเดิมกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งบูทีค ปัญญ์ปุริ คอนเซ็ปต์ใหม่ “The Purple Grove” และ Pop-up สุดพิเศษ ‘A RETURN TO WHAT’S ALREADY HERE’ เป็นต้น


    สยามเซ็นเตอร์เชิญชวนทุกคนมาร่วมแสดงพลัง #รักเธอประเทศไทย ผ่านผลงาน “ไทยสร้างสรรค์” ที่จะถ่ายทอดเสน่ห์ ความงดงาม และคุณค่าของความเป็นไทยอย่างร่วมสมัยในทุกมิติ พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Global Creative Hub ที่นำพลังสร้างสรรค์ของคนไทยจากหัวใจ ส่งต่อสู่สายตาคนทั่วโลก